ประวตั ิ
ชาลส โรเบิรต ดาวินส ( Charles Robert Darwin)
จัดทําโดย นางสาวสภุ าภรณ ทองยา
รหสั 6181118009
1
สารบัญ หนา
1.ประวัติ 3-4
2.การริเรม่ิ ทฤษฎวี วิ ัฒนาการ 5-6
3.หนงั สอื เปล่ียนโลกกับกระแสตอ ตาน 7
4.นักวทิ ยาศาสตรผยู ิ่งใหญแหงยุค 8
2
1.ประวัติ
ชาลส โรเบิรต ดาวนิ ส (Charles Robert Darwin) เปนนกั ธรรมชาติวทิ ยาชาวอังกฤษ ผทู าํ การปฏิวตั ิ
ความเชือ่ เดมิ ๆ เกี่ยวกบั ที่มาของสิ่งมชี วี ติ และเสนอทฤษฎีซงึ่ เปนท้งั รากฐานของทฤษฎีววิ ัฒนาการสมยั ใหม
และหลกั การพ้นื ฐานของกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) เขาตีพิมพข อเสนอของเขาในป
ค.ศ. 1859 ในหนังสือช่ือ The Origin of Species (กาํ เนิดของสรรพชีวติ ) ซ่ึงเปน ผลงานทมี่ ีชื่อเสียงท่ีสดุ ของ
เขา ผลงานน้ปี ฏิเสธแนวคิดทางวทิ ยาศาสตรทงั้ หมดที่เคยมีมากอนหนาน้ีเกย่ี วกบั การกลายพันธุของสปชีสชวง
ครสิ ตทศวรรษ 1870 ชุมชนวทิ ยาศาสตรและสาธารณชนสวนมากจงึ ยอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการในฐานะทีเ่ ปน
ความจริง อยางไรกด็ ี ยงั มีคาํ อธบิ ายท่ีเปนไปไดทางอื่นๆ อีก และยงั ไมมีการยอมรบั ทฤษฎีน้ีเปนเอกฉนั ทวาเปน
กลไกพน้ื ฐานของววิ ัฒนาการ ตราบจนกระท่ังเกิดแนวคิดการสงั เคราะหวิวัฒนาการยุคใหม (modern
evolutionary synthesis) ขน้ึ ในชวงครสิ ตท ศวรรษ 1930-1950 การคน พบของดารวนิ ยงั ถอื เปน รูปแบบการ
รวบรวมทางทฤษฏีของศาสตรเกี่ยวกับชีวติ ทอ่ี ธบิ ายถึงความหลากหลายทางชีวภาพของส่ิงมชี วี ติ
รปู ท่ี1ชาลส ดารวิน วัยเจด็ ขวบ เม่ือป ค.ศ. 1816
ชาลส โรเบิรต ดารว นิ เกิดท่เี มอื งชรซู บรี ชรอพเชอร ประเทศองั กฤษ เม่ือวันท่ี 12 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 1809 ท่ี
บานของตระกูล คือเดอะเมานท เขาเปนบตุ รคนท่หี า ในจาํ นวนท้งั หมด 6 คนของครอบครวั ที่มีฐานะร่ํารวยและ
มีชือ่ เสียงครอบครัวหน่งึ ของอังกฤษ บิดาของดารว ินเปน นายแพทยช ื่อวา โรเบิรต วอรงิ ดารวิน มารดาช่ือ ซู
ซานนา ดารวิน (สกุลเดมิ เวดจวูด) เขาเปนหลานของเอรัสมสั ดารวนิ กบั โจสิอาห เวดจวดู ทงั้ สองตระกลู นี้
เปนครสิ ตชนยูนิทาเรยี น (Unitarian) ผเู ครง ครดั ทเ่ี ช่อื วา มพี ระเจาเพียงองคเดียว แตตัวโรเบิรต ดารว นิ นั้นเปน
คนหัวเสรี และใหช าลสบุตรชายไปรบั ศลี ในโบสถข องนิกายแองกลิกัน แตช าลสก ับพน่ี องก็ไปเขาโบสถของยูนิ
ทารสิ ตก บั มารดา เมื่อชาลสอ ายุ 8 ขวบ ไดหลงใหลในประวตั ิศาสตรธ รรมชาตแิ ละเร่ิมสะสมส่ิงตา งๆ เมื่อเขา
เขาโรงเรยี นเมอ่ื ป ค.ศ. 1817 มารดาของเขาเสยี ชีวิตเม่ือเดือนกรกฎาคมปน ัน้ นบั จากเดอื นกันยายน ค.ศ.
3
1818 เขาก็ไปอยปู ระจาํ ที่โรงเรยี นซรซู บรีอันเปน โรงเรียนนิกายแองกลิกนั กบั พีช่ ายของตนคอื เอรัสมัส อัลวีย
ดารวนิ เมอ่ื ขน้ึ ปสอง ดารว ินเขารวมสมาคมพลิเนียน (Plinian Society) ซึง่ เปน กลมุ ศึกษาดา นประวัติศาสตร
ธรรมชาติในมหาวิทยาลยั เอดินเบอระ เขาชวยเหลอื โรเบิรต เอด็ มอนด แกรนท ในการสํารวจศกึ ษาลักษณะทาง
กายภาพและวงจรชีวติ ของสตั วทะเลทไี่ มม กี ระดูกสันหลงั ในเฟรธออฟฟอรธ วนั ที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1827 เขา
นําเสนอการคน พบของตนตอสมาคมพลิเนยี นวา จดุ สีดาํ ที่พบในเปลอื กหอยนางรมนน้ั เปนไขข องปลิง วันหน่ึง
แกรนทยกยอ งแนวคดิ เรือ่ งวิวัฒนาการของ ชอง-แบบตสิ ต ลามารค (Jean-Baptiste Lamarck) ดารวินถึงกับ
ตะลึง แตก อนหนานัน้ เขาเคยอานแนวคิดคลา ยคลึงกนั นี้จากเอรัสมัสผูเปนปู และเห็นวา มนั ไมตา งกัน ดารว ิ
นคอนขางเบื่อหนายกบั วิชาประวตั ิศาสตรธรรมชาตขิ องโรเบริ ต เจมสนั ซึ่งวนุ วายกับธรณีวิทยา รวมถึงการ
โตแ ยง กนั ระหวา งทฤษฎีการเกิดของนํา้ (Neptunism) กับทฤษฎกี ารเกดิ พลตู อน (Plutonism) เขาไดเรยี นรู
การจัดอนั ดับของพชื และไดชว ยงานดา นการเก็บรักษาในรอยลั มิวเซยี ม ซึ่งเปนหน่งึ ในพิพิธภัณฑท่ีใหญท ่สี ุดใน
ยโุ รปในเวลานั้น
4
2.การริเริ่มทฤษฎีววิ ัฒนาการ
รปู ที่2 ชาลส ดารว ิน
เมื่อดารวินกลับถึงอังกฤษเขาไดก ลายเปน ที่รจู ักของผคู นในแวดวงวิทยาศาสตรโ ดยการสง เสรมิ ของ
ศาสตราจารย Henslow ท่ีไดทําหนังสือแผนพับจากจดหมายของเขาสง ใหก บั นกั ธรรมชาติวทิ ยา ดารวนิ เร่มิ
ศกึ ษาวิจยั ในรายละเอยี ดของตัวอยางที่เขาเกบ็ รวมรวมมา โดยมีพอ ของเขาใหการสนับสนนุ จัดหาเงนิ ทนุ ใน
การทาํ งาน Henslow ชว ยจัดการกับตัวอยางดา นพฤษศาสตร ดารวินตองหาผูเชี่ยวชาญดา นอ่ืนๆ เพ่อื ชวยเขา
แยกแยะและจัดหมวดหมูตัวอยา ง เขาไดพบกบั นกั วิทยาศาสตรหลายคนรวมทั้ง Charles Lyell ผเู ขยี นหนงั สือ
ที่เขาอา นบนเรือซงึ่ ไดแ นะนาํ นกั กายวิภาคศาสตร Richard Owen ใหม าชว ยศึกษาฟอสซลิ กระดูกทเี่ ขาเก็บ
รวบรวมมาดวย ดารวนิ คอยๆพฒั นาความคดิ เก่ยี วกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวติ จากการศึกษาวิจยั และ
ประสบการณท่ผี า นพบมา พรอ มๆกับทาํ งานเขียนผลงานทางวชิ าการและเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเดนิ ทาง
และสง่ิ ท่ีเขาไดเกบ็ รวมรวมมา ป 1839 ดารว ินตพี ิมพหนังสือ The Voyage of the Beagle ท่เี ขียนเกี่ยวกับ
การเดนิ ทางไปกับเรอื หลวงบีเกลิ ซงึ่ สรา งชอ่ื เสียงใหกบั เขาในฐานะนักเขยี น เขาทาํ งานหนักมากจนปวยหัว
ใจเตนผิดปกติ จนแพทยส ัง่ ใหหยุดงานทงั้ หมดและไปพักผอ นในชนบท
ทฤษฎวี ิวัฒนาการ คอื แนวคิดของนักวิทยาศาสตรทีพ่ ยายามจะอธบิ ายวาวิวัฒนาการมีจรงิ และเกดิ ขนึ้
ไดอยา งไรโดยอาศยั หลักฐานทางดา นตา งๆประกอบและยืนยันแนวโนม ของววิ ัฒนาการมีดังน้ี
5
1. เปนการเปลีย่ นแปลงท่ีไปขางหนาไมยอนกลับ มีแนวโนมการเปลี่ยนแปลงจากแบบ งา ย ๆ เปน
ซับซอ นจากแบบโบราณเปน แบบกาวหนาและจากแบบทั่วไปเปนแบบจําเพาะเจาะจงเชน การลดจาํ นวนของ
กระดูก กน กบหรือการเชื่อมของ กลีบดอกเปนตน
2. ลักษณะทางพนั ธุกรรมทีไ่ มเหมาะสมกบั สภาพแวดลอ มจะถูกกําจัด หรือสญู หายไป
ทฤษฎีวิวัฒนาการของนักวทิ ยาศาสตรทีส่ ําคญั ๆ ไดแก
1. ทฤษฏีของลามารค (Jean Lamarck)
2. ทฤษฎีของ ชารล ส ดารวนิ ( Charles Darwin)
3. ทฤษฏีของดารวนิ และ วอลเลช (Alfred Russel Wallace)
ดารวนิ ทําการศกึ ษาวิจยั อยางตอเนื่องและมผี ลงานหนังสอื ออกมาเรื่อยๆ กรอบความคดิ เร่ืองการ
คดั เลือกโดยธรรมชาติของเขาเร่มิ ชัดเจนขึน้ แตเขายงั คงตองการทํางานวิจัยในเร่ืองนี้เพม่ิ เตมิ อีก จนถึงป 1856
Charles Lyell ไดอานหนังสือของนกั ธรรมชาติวิทยา Alfred Russel Wallace และเห็นวา Wallace มี
ความคิดท่ีคลายกับดารว นิ ในเร่ืองนี้ จึงกระตุน ใหเขารบี ตพี ิมพแนวคดิ ดงั กลา วเสยี กอน แมดารวนิ จะไมเหน็ วา
มนั เปน ปญ หาแตเขาก็ไดเรม่ิ งานเขยี นหนังสอื เก่ียวกับเร่ืองนี้อยา งจรงิ จัง ป 1858 ดารวินไดร ับจดหมายจาก
Wallace ทีส่ งบทความเรอื่ งการคดั เลอื กโดยธรรมชาติมาใหเขาอาน นีอ่ าจเปน อกี แรงกระตุน ทท่ี าํ ใหเขาตอง
ตพี มิ พหนงั สอื หลงั จากที่มแี นวคดิ เรื่องนี้มานานเกือบ 20 ป
6
3.หนังสือเปลี่ยนโลกกับกระแสตอตาน
รปู 3 วิวฒั นาการของมนษุ ย
ปลายป 1859 ดารว นิ ตีพมิ พห นังสือ On the Origin of Species ซึ่งเขาไดน าํ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรมา
อธิบายวิวฒั นาการของส่งิ มชี ีวิตในชวงหลายชั่วอายผุ า นกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หนังสือเลมนไ้ี ดร บั
ความสนใจไปทั่วโลก มีท้งั การยอมรับและกระแสตอตา นโดยเฉพาะจากทางศาสนจักร แมหนงั สอื เลม น้ีไมไ ด
กลาวถงึ กาํ เนดิ ของมนุษยไวอยางชดั แจง แตก ็บอกเปน นยั ถึงสัตวท่ีเปน บรรพบุรษุ ของมนุษยวา เปน ตระกลู ลงิ
ซ่ึงขดั แยงกับคําสอนของศาสนาครสิ ตที่บอกวาพระเจา เปน ผสู รา งมนุษย มีการถกเถียงกันมากมายในประเด็นนี้
จนหลงั จากหนังสอื ตีพิมพไ ด 7 เดอื นไดมีการเปด อภปิ รายครั้งสําคัญในหัวขอ 1860 Oxford evolution
debate ทม่ี หาวิทยาลยั ออกซฟ อรด มนี ักวทิ ยาศาสตรคนสําคญั เขา รวมมากมาย รวมท้ังบิชอป Samuel
Wilberforce มที ัง้ ฝา ยทเ่ี ห็นดว ยและฝายคดั คาน การอภิปรายเปน ไปอยางดุเดือดจนเปนที่จดจํา
หลังจากนน้ั ลัทธดิ ารวิน (Darwinism) หรอื แนวคิดแบบดารว นิ นไี้ ดถกู นําไปใชค รอบคลุมในหลายวงการ
รวมทง้ั ดานเศรษฐกิจและสงั คม หนังสือ On the Origin of Species ถกู แปลเปน หลายภาษาและกลายเปน
แมบทสาํ คัญทางวิทยาศาสตรทดี่ งึ ดดู ความสนใจของผูค นในทกุ สาขาวิชา ทฤษฎีของดารวินยงั สะทอนความ
เคล่ือนไหวหลายอยา งในเวลานัน้ และกลายเปนกุญแจสาํ คัญของวฒั นธรรมสมัยนิยม (Popular Culture) มี
ภาพการต นู ลอเลยี นววิ ัฒนาการจากลิงเปนมนุษยผดุ ขน้ึ มากมายหลายรูปแบบ รวมทง้ั ภาพลอเลยี นตัวดารวิ
นเองดว ย เรียกไดว า หนังสือเลมน้ไี ดเขยาโลกใหส่ันสะเทือนเลยทีเดียว
7
4.นักวิทยาศาสตรผูยิ่งใหญแหงยุค
รูป4 รูปปนชาลส ดารวิน
ดารวินเปน นักวิทยาศาสตรท่มี ีผลงานการเขียนหนังสอื มากมายหลายสาขา เขาเรม่ิ มชี ือ่ เสียงจากการเปน
นกั เขียนดว ยหนงั สือ The Voyage of the Beagle ในฐานะนักธรณวี ทิ ยาเขาเขียนหนงั สอื หลายเลม เกย่ี วกบั
ทวีปอเมรกิ าใตแ ละเปน ผไู ขปรศิ นาการเกดิ ของเกาะปะการงั (coral atolls) ในฐานะนักชวี วิทยาเขาก็มีผลงาน
เกี่ยวกบั เพรยี ง และแนน อนวาผลงานสําคญั ทีส่ ุดของเขา On the Origin of Species และอีกหลายเลมท่ี
ตามมาในฐานะนักธรรมชาตวิ ิทยาทําใหเขากลายนักวิทยาศาสตรค นสาํ คญั ของโลก หนงั สือของดารว นิ
เปน ผลงานท่ีมปี ระโยชนอยา งมากทง้ั ทางชวี วิทยาและมานุษยวทิ ยา โดยเฉพาะทฤษฎวี ิวัฒนาการถือไดวา เปน
กาวสาํ คัญในวงการชวี วิทยาและเปน รากฐานของทฤษฎีววิ ัฒนาการสมยั ใหม ถูกนาํ ไปใชครอบคลุมใน
หลากหลายสาขา ดารว นิ จึงไดรบั การยกยองใหเปน หนง่ึ ในนักวทิ ยาศาสตรผูมีอทิ ธพิ ลมากทส่ี ุดใน
ประวัติศาสตร รา งของเขาถูกฝงไวในมหาวิหารเวสตมนิ สเตอรใกลกับนกั วิทยาศาสตรผ ยู ิ่งใหญอยางเซอรไอ
แซก นวิ ตันอยา งสมเกียรติ
8
ขอมูลและภาพจาก wikipedia, britannica, mahidol.ac.th
9