The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานจัดแสดงสินค้าและเติมเต็มสินค้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ALL NUI, 2022-01-05 22:16:03

การบริหารงานจัดแสดงและเติมเต็มสินค้า

งานจัดแสดงสินค้าและเติมเต็มสินค้า

51

6. วัสดุอุปกรณ์ประกอบการจดั แสดง วสั ดทุ นี่ ำมาตกแตง่ ตอ้ งไม่เด่นกว่าสนิ ค้า
ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ในการ

จัดแสดงสินค้านั้นจุดเด่นจะมีเพียงจุดเดยี ว
คือ ตัวสินค้าที่ต้องการนําเสนอ ดังนั้นวัสดุ
ที่นํามาตกแต่งหรือประกอบการจัดแสดง
จะต้องไมม่ าก จนเกนิ ไป จนเรยี กร้องความ
สนใจไปจากตัวสนิ ค้า

7. เครื่องหมายการคา้ สัญลกั ษณ์ ป้ายราคา
บางครั้งการจัดแสดงสินค้า สามารถดึงดูดและกระตุ้น

ความสนใจของผ้บู ริโภคได้แลว้ แต่ ผูบ้ ริโภคยงั ลงั เลใจในการ
ตัดสินใจซื้อ อาจจะเนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่าง สิ่งที่จะให้
ข้อมูล เกี่ยวกับสินค้าแก่ผู้บริโภคได้ ได้แก่ เครื่องหมาย
การค้า สัญลักษณ์ และป้ายราคา ถึงแม้ว่าจะ มองดูเป็นสิ่ง
เล็กน้อย แต่ก็สามารถช่วยให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อที่เร็ว
ขึ้น

การจัดแสดงสนิ คา้ ที่แจงข้อมูลจะชว่ ยใหผ้ บู้ รโิ ภคตดั สินใจซอ้ื เร็วขนึ้

8. ความสามารถในการจดั แสดง
เจา้ ของร้านบางรายขาดความรู้ ความสามารถด้านการจดั แสดงสนิ ค้า หากฝนื ทท้ังที่ ไม่มีคุณสมบัติ

ผลท่ีออกมาคือเสียงบประมาณแล้วยังไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย คือไม่สามารถ เรียกร้องความสนใจ
หรือไม่สามารถสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นหากเจ้าของร้านขาดความรู้ ความสามารถด้านการจัด
แสดง ก็ควรทจ่ี ะปรกึ ษามณั ฑนากร หรือผู้ออกแบบท่มี คี วามรู้จะคุ้มค่ากว่า

อย่างไรก็ดี เมอ่ื มกี ารจัดแสดงสนิ คา้ ที่สามารถดงึ ดดู และกระตนุ้ ความสนใจของ ผบู้ รโิ ภคไดแ้ ล้ว ก็ไม่
ควรลืมเร่อื งการจัดเตรียมสินค้าให้มีปริมาณเพียงพอกบั ความต้องการของ ลูกคา้ ทีจ่ ะมีเพ่ิมขึ้นมากกว่าเดิม
หลังจากมกี ารจดั แสดงสินคา้ แล้ว

52

การวางแผนการจดั แสดงสินคา้

การวางแผนการจดั แสดงสินค้า ประกอบด้วยขัน้ ตอนต่างๆ ดังน้ี
1. กาํ หนดปฏิทนิ การจัดแสดงสินค้า

การกาํ หนดปฏทิ ินการจัดแสดงสนิ ค้า คือการกาํ หนดช่วงเวลาท่ีจะทําการจดั แสดงสินคา้ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการจัดแสดงสินค้าในหน้าต่างโชวห์ น้าร้าน จําเป็นอย่างยิ่งที่จะตอ้ งมีการกําหนด ช่วงเวลา เพราะ
การจัดแสดงในหน้าต่างโชว์หน้าร้านนั้นจะต้องทันสมัย เข้ากับเหตุการณ์จึงจะ สามารถเรียกร้องความ
สนใจได้ดี

ปฏิทินการจดั แสดงสินคา้ ประจำปี

53

2. เลือกสนิ ค้าทีจ่ ะใชใ้ นการจดั แสดง
การเลอื กสนคา้ เปน็ ข้ันตอนสาํ คญั ของการจดั แสดง เพราะการจัดแสดงสินค้าแต่ละครงั้ จะ มีการกาํ หนด
วัตถุประสงค์ เช่น เพื่อเพิ่มยอดขาย เพื่อสร้างค่านิยม เพื่อแสดงสินค้าที่มีขายในร้าน หากเลือกสินค้าไม่
เหมาะก็จะไมบ่ รรลุตามวัตถุประสงค์ทีต่ ั้งไว้ นอกจากจะต้องเลือกว่าสนิ ค้าใด เป็นสนิ คา้ หลัก สินค้าใดเป็น
สนิ ค้ารองแล้ว หลักท่วั ไปในการพจิ ารณาเลอื กสนิ คา้ ท่ใี ช้ในการจัดแสดง มีดงั นี้

1) เปน็ สนิ ค้าทเี่ ปน็ ที่ต้องการของผบู้ รโิ ภค
2) เป็นสินค้าที่อยู่ระหว่างการโฆษณา
3) เปน็ สินคา้ ท่มี ลี ักษณะแปลกใหม่ รูปแบบ สีสัน สะดุดตา
4) เปน็ สนิ ค้าที่ทันสมัย เข้ากับเหตุการณ์ปจั จบุ นั
5) เปน็ สินคา้ ทส่ี ร้างกําไรให้รา้ นคา้ สูง
6) เป็นสนิ ค้าที่เหมาะสมกับรา้ นค้า
7) เปน็ สนิ ค้าท่ีเหมาะกบั บรรยากาศในการจดั แสดงสินค้าคร้ังน้ัน
8) เปน็ สินค้าทต่ี ้องการแนะนําเข้าสตู่ ลาด
9) เปน็ สินค้าที่มีขายในรา้ นค้า และมปี ริมาณเพยี งพอสาํ หรบั ความต้องการของลูกคา้
3. กาํ หนดตาํ แหนง่ วางสนิ ค้า
หลงั จากเลือกสินค้าในการจัดแสดงสินค้าแลว้ ผ้จู ัดแสดงจะตอ้ งมีการออกแบบว่า สินคา้ ชนิดใดควร
จัดวางในแนวนอน สินค้าชนิดใดควรจัดวางในแนวตั้ง หรือควรจะจัดวางตรงจุดเด จะใช้วัสดุอุปกรณ์
ตกแตง่ ชนดิ ใด เช่น ถา้ เปน็ สนิ ค้าประเภทเสื้อผ้า วสั ดอุ ุปกรณค์ วรจะเป็นห้นุ เขว ท้งั ตวั คร่ึงตัว หรือเฉพาะ
สว่ น จงึ จะเหมาะสม
4. การเตรียมพน้ื ที่
เป็นการเตรียมพื้นที่สําหรับจัดวางสินค้า รวมไปถึงการออกแบบพื้นผิว พื้นหลัง การเลือกสีที่ใช้
ประกอบ และเลอื กลกั ษณะของแสง เป็นต้น
5. การร่างภาพ
เมื่อกําหนดแนวความคิดในการจัดแสดงสินค้าและเลือกสินค้าได้เหมาะสมแล้ว ขั้นตอน ต่อไปคือ
การรา่ งภาพ ซึ่งเปน็ การนาํ หลักการออกแบบ และหลักศิลปะมาประยุกตใ์ ช้ ประโยชนข์ อง การรา่ งภาพคือ
ผู้จัดแสดงสามารถทราบแนวในการจัดแสดงสินค้า หากเห็นว่าจุดใดยังไม่เหมาะสม ก็สามารถแก้ไขได้
กอ่ นท่จี ะลงมอื จัด อีกทัง้ ยงั เปน็ การชว่ ยประหยัดเวลาในการทาํ งาน เพราะเม่ือมี การรา่ งภาพผจู้ ดั จะทราบ
ว่าต้องใช้สินค้าใด วัสดุตกแต่งใด สีใด และส่วนประกอบอื่นใดอีกบ้าง จึงได้มีการจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้
ล่วงหน้าแล้ว หลังจากที่วางแผนการจัดแสดงสินค้าดังที่กล่าวมาแล้วจึงลงมือปฏิบัติ หรือลงมือจัดแสดง
สินค้า การวางแผนล่วงหนา้ ทาํ ให้กจิ กรรมการจดั แสดงรวดเรว็ ขึ้น เพราะการวางแผนก็เท่ากับว่า เป็นการ
เตรียมการลว่ งหน้าไว้แล้ว ไม่ว่าจะเปน็ ในด้านรูปแบบการจัดวางสินค้า หรอื อปุ กรณ์ตกแต่ง เพียงแต่นําส่ิง
เหล่านั้นมาจัดวางตามรูปแบบที่ร่างภาพไว้ เวลาในการจัดแสดงสินค้านั้นควรเป็น เวลาที่ไม่มีลูกค้า
ผ่านไปมา ซึ่งอาจจัดในช่วงเวลาที่ปิดร้านแล้ว หรือช่วงกลางคืน สิ่งที่ผู้จัดแสดง นิยมกระทํากันก็คือ

54

ระหว่างการจัดแสดงจะนําผ้ามาปิดบริเวณที่จัดแสดงไว้ก่อน จะเปิดออก ก็ต่อเมื่อการจัดแสดงสินค้าน้ัน
สมบรู ณ์แล้ว

การรา่ งภาพ

ขอ้ มลู เพิ่มเติม

55

แบบฝึกหดั บทท่ี 4

1. เหตใุ ดจึงตอ้ งศึกษากล่มุ ลูกค้าเป้าหมายก่อนการจดั แสดงสินค้า
2. เหตใุ ดจึงต้องศกึ ษาลกั ษณะของสนิ ค้ากอ่ นการจดั แสดงสนิ ค้า
3. เหตุใดจงึ ต้องคำนงึ ถงึ ช่วงเวลาของการจดั แสดงสนิ คา้
4. การจัดแสดงสินคา้ ทม่ี ีจุดเดน่ หลายๆ จุด กอ่ ให้เกดิ ผลเสียอย่างไร
5. การนำหลักศิลปะมาช่วยในการจดั แสดงสนิ คา้ กอ่ ใหเ้ กิดผลดอี ยา่ งไร
6. การใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ประกอบการจดั แสดงสนิ ค้าท่ีมากเกินไป ก่อให้เกดิ ผลเสียอยา่ งไร
7. การกำหนดปฏิทนิ การจดั แสดงสินค้า หมายถงึ อะไร
8. การจัดแสดงสนิ ค้าชว่ งเทศกาลคริสต์มาส ควรนำสใี ดมาใช้ในการจัดแสดง
9. จงอธิบาย “การกำหนดตำแหน่งวางสินคา้ ” วา่ กระทำไดอ้ ยา่ งไร
10. การรา่ งภาพก่อนลงมอื จดั แสดงสนิ ค้า มปี ระโยชน์อยา่ งไร

56

คำช้แี จง

จงบอกขนั้ ตอนการวางแผนการจดั แสดงสนิ คา้ โดยเตมิ ลงในชอ่ งวา่ ง

ขนั้ ตอนการวางแผน
การจดั แสดงสินคา้

57

บทท่ี 5 การออกแบบผังร้านค้าและ
การออกแบบจดั แสงสินคา้

สาระสำคัญ
การจัดแสดงสนิ คา้ สามารถทำใหผ้ ้ทู ่ผี ่านไปมา เกิดความสะดุดตา สะดุดใจ และประทับใจ เข้ามา

ชมสินค้า และตัดสินใจซื้อในที่สุด สิ่งหนึ่งที่ช่วยจะช่วยสนับสนุนการจัดแสดงสินค้าคือการตกแต่งร้านค้า
ซึ่งกิจกรรมทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง การออกแบบตกแต่งร้านค้าเป็นกิจกรรมที่เกิดข้ึน
ตั้งแต่ตัดสินใจจะทำธุรกิจ ที่จะต้องพิจารณาสินค้าที่ขาย ทำเลที่ตั้ง ลักษณะของอาคาร Concept
ของรา้ น ฯลฯ เหล่านล้ี ้วนแล้วแต่จะต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบทั้งส้ิน ซึง่ หากเจา้ ของกิจการมีการ
วางแผนเกี่ยวกับการจัดแสดงสินค้าและการออกแบบการตกแต่งร้านค้าที่มีประสิทธิภาพแล้ว โอกาสที่จะ
ประสบผลสำเร็จก็ยอ่ มมสี ูงข้ึนตามไปดว้ ย

เนอื้ หา 1. แนวทางการจดั แสดงสินคา้
2. การออกแบบตกแตง่ ร้านค้า
3. แนวความคดิ ในการออกแบบตกแตง่ รา้ นคา้
4. ทำเลกับการออกแบบร้านค้า
5. พ้นื ท่ีและอาคารกับการตกแตง่ รา้ นค้า
6. ลักษณะของพ้ืนท่ีรา้ นคา้ กบั การออกแบบตกแต่ง
7. แนวทางการตกแต่งรา้ นค้าใหป้ ระสบความสำเรจ็

58

แนวทางการจดั แสดงสินคา้

การจัดแสดงสินค้าของร้านค้า มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับความสำเร็จของกิจการ โดยเฉพาะกิจการ

ค้าปลีกขนาดเล็ก การนำหลักการจัดแสดงสินค้าเข้ามาช่วย มีการออกแบบทีเหมาะสมใช้แสงสี

ทีกลมกลืน ดงดูดความสนใจ ช่วยให้ร้านค้านั้นดูน่ามอง ผู้ทีผ่านไปมาย่อมเกิดความสนใจ เกิดความ

ต้องการที่จะเข้าไปสัมผัสภายใน ยิ่งถ้าหากว่าการจัดแสดงสินค้า นั้นสามารถสื่อสารกับ ผู้ที่ผ่านไปมาได้

โอกาสที่ลกู ค้าจะเขา้ มาชม และซอื้ สนิ ค้าหรอื ใช้บริการยอ่ มสูงไปด้วย

การตกแต่งร้านค้าก็เช่นเดียวกัน การตกแต่งร้านค้ามีความสัมพันธ์กับการจัดแสดงสินคา้ โดยตรง

หากวา่ มีการจัดแสดงสนิ คา้ ตามจดุ ตา่ ง ๆ เชน่ การจดั แสดงสนิ ค้าในหน้าต่างโชว์ การจัดแสดงสินค้าภายใน

รา้ น โดยไม่มกี ารตกแต่งในสว่ นอื่น ๆ เลย ร้านคา้ นั้นกจ็ ะดูมีความงามเปน็ จุด ๆ ทำให้ความประทับใจของ

ลกู คา้ ขาดหายไป

จากทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดแสดงสินค้าตามที่กล่าวมาแล้วในหน่วยการเรียนข้างตน สามารถนำมา

ประยุกต์ใช้กับการจัดแสดงสินคา้ และการออกแบบตกแต่งร้านค้าได้ดังนี้

1. การจัดแสดงสนิ คา้ ตอ้ งสอดคลอ้ งลับผลิตภณั ฑท์ ่จี ำหนา่ ย

เรื่องความสอดคล้องระหว่างการจัดแสดงสินค้ากบผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย เป็นเป็นเรื่องสำคัญอันดบั

ตน้ ๆ ของการออกแบบ ซ่ึงหากการออกแบบการจัดแสดงสินค้าไมส่ อดคล้องกับผลิตภัณฑ์ทจี่ ำหน่าย ก็จะ

ทำให้ลักษณะของร้านค้าดูไปคนละทิศละทางกับผลิตภัณฑ์ ลองนึกภาพร้านขายสินค้าประเภท

เครื่องสำอาง ที่ตกแต่งร้านในแนว Heavy

ใช้แสงสลัว ๆ ใช้สีเข้ม ๆ มีสัญลักษณ์หัว

ควายติดอยู่หน้าร้าน คงจะทำให้สินค้าดูด้อย

คา่ ลงไป หรือผ้ทู ผี่ า่ นไปมาเกิดความสับสนว่า

สินค้าที่ขายนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม

ในกรณีตรงกันข้าม หากร้านจำหน่าย

เครื่องสำอาง ใช้แสงสว่างพอเหมาะ ใช้

กระจกเป็นวัสดุอปกรณ์การ ตกแต่ง นำมา

จัดแสดงไว้ในตูโชว์ขนาดพอเหมาะกับสินค้า

ก็จะทำให้รู้สกึ วา่ สินค้านนั้ มีค่ามากกวา่ การจดั แสดงสนิ ค้าตอ้ งสอดคล้องกับผลติ ภัณฑ์ทจี่ ำหนา่ ย

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าการจัดแสดงสินค้าที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย สามารถ
สื่อสารแก่ผู้ทีผ่ า่ นไปมาได้ว่า ร้านค้านี้จำหน่ายผลติ ภัณฑ์ประเภทใด นอกจากนี้ยังสามารถสร้างความรสู กึ
ทดี่ ไี ด้อีกดว้ ย

59

2. การจัดแสดงสนิ คา้ ท่ีดีตอ้ งค้านงถึงประโยชน์ใชส้ อย

การจัดแสดงสินค้าของร้านค้าบางแห่งคำนึงถึงแต่ความสวยงามสะดุดตา หรือ Concept "ของร้าน

มากเกินไปจนลืมค้านึงถึงประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกในการปฏิบัติหน้าทีของพนักงานภายในร้าน

ตลอดจนความสะดวกของลูกค้าในการเลือก

ชมสินค้าในเรื่องของการสัญจร การเดินสวน

กันของลูกค้า ตัวอย่างเช่น ร้านขายสินค้า

ประเภทเครื่องสำอางมีการแบ่งพื้นที่ในการจัด

แสดงสินค้าที่สวยงาม และมุมสำหรับทดลอง

การแต่งหน้าได้อย่างเหมาะสม เพื่อความ

สะดวกในการปฏิบัติงานของพนักงานขาย ซึ่ง

การจัดแสดงสินค้าลักษณะนี้ จะได้งความ

สวยงามและประโยชนใ์ ชส้ อย การจัดแสดงสินค้าตอ้ งคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย

3. การจดั แสดงสินคา้ กบั สุนทรียภาพ

เกี่ยวกับเรื่องสุนทรียภาพและความงามของการจัดแสดงสินค้า คงจะต้องรวมไปถึงการออกแบบ

ตกแต่งภายในร้านดว้ ย ร้านคา้ บางประเภท เชน่ ร้านอาหาร บริเวณตา่ ง ๆ ที่ใช้ในการจัดแสดงสินค้าไม่ว่า

จะเปน็ หน้ารา้ น ภายในร้านคา้ รวมไปถึงการตกแต่งรา้ น นับเป็นส่งิ สำคญั ย่ิงสนุ ทรียภาพและความงามเป็น

ปัจจัยที่ช่วยให้ร้านค้ามีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งของความประทับใจของลูกค้าที่เกิดแก่ร้านค้า ก็มี

ตน้ เหตมุ าจากสุนทรยี ภาพและความงามนน้ั เอง

เจ้าของรา้ นค้าพยายามจะจัดร้านคา้ ให้เกิดความสนุ ทรยี ภาพแต่ไมท่ ราบว่าจะทำอย่างไรเริ่มต้นที่ใด

และจะใช้วิธีการใด จงึ เปน็ ปญั หาขึ้นมการจดั แสดงสินค้ากบั สนุ ทรียภาพ เนื่องจากไมท่ ราบวิธีการ นกึ อะไร

ได้ หรอื เห็นวสั ดตุ กแตง่ แล้วเกิดความพอใจกซ็ ้ือมา แตพ่ อมาถึงรา้ นค้าแลว้ ปรากฏวา่ ไม่สามารถทำให้เกิด

ความงามได้ จึงมักมีคำถามว่าความ

สุนทรียภาพเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบง่าย ๆ

คือ การจัดแสดงสินค้าและการตกแต่งร้านค้า

ที่ต้องการให้เกิดความงาม คือต้องยึดหลัก

ความกลมกลืน ความเป็นเอกภาพ

ความสัมพันธ์กันทั้งร้าน ทั้งสีและวัสดุ รวมไป

ถึงขนาด สัดส่วนที่เหมาะกับพื้นที่ เพียงเท่านี้

จุดเร่ิมตน้ ของความสนุ ทรยี ภาพ ของรา้ นคา้

การจดั แสดงสินคา้ กบั สุนทรียภาพ ก็เกดิ ขึ้นแลว้

ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เน้นหนักไปใน เรื่องของการจัดแสดงสินค้า ซึ่งการจัดแสดงสินค้านั้น

จะตอ้ งสัมพันธก์ บั การตกแตง่ ภายในรา้ นค้าด้วย

60

การออกแบบตกแต่งร้านคา้

การตกแต่งร้านค้าที่มีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าได้วิธีหนึ่ง กล่าวคือ
หากร้านค้าได้รับการออกแบบที่สวยงาม สะดุดตา ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเชิงบวก ช่วยให้
ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย มีความคล่องตัวในการใช้บริการ เช่นนี้ลูกค้าย่อมเกิดความ ประทับใจ
เลือกร้านค้านี้เป็นร้านค้าประจำ ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลจากที่พักร้านอื่น แต่ก็ยอมขับรถหรือ เดินทางมาซ้ือ
สินค้าหรอื ใช้บริการ

แนวทางในการออกแบบตกแตง่ ร้านค้าทด่ี ี มดี ังนี้
1. การออกแบบช่วยใหเ้ กิดเอกลักษณเ์ ฉพาะตัว

เอกลักษณ์เฉพาะตัวอันดับแรกที่ ควรคำนึงถึง ได้แก่ ชื่อร้าน สังเกตเห็นไดว้ า่ ปจั จบุ ันร้านค้าต่าง ๆ
มกี ารต้งั ชื่อรา้ นทค่ี ่อนขา้ งไปในแนวสร้างสรรค์ ใชถ้ ้อยคำเกๆ๋ น่าคน้ หา เม่ือไดย้ นิ แล้วกระตนุ้ ความตอ้ งการ
อยากเห็นด้วยตา ว่าร้านนั้นมีลกั ษณะเปน็ อย่างไร ตัวอยา่ งเช่น ร้านอาหารในอดีตมกั ขนึ้ ต้นดว้ ยช่ือเจ้าของ
ร้าน ตามดว้ ยคำว่า “โภชนา” เชน่ ส.โภชนา เปา โภชนา หรอื ตัง้ ตามสถานที่ เช่น ขาหมูบางรัก กว๋ ยเต๋ียว
เนื้อวัดดงมูลเหล็ก ครัวปทุมฯ เป็นต้น แต่ร้านอาหารปัจจุบันมีชื่อแปลกๆ เมื่อได้ยินแล้ว เกิดความสนใจ
เชน่ รา้ นหมอ้ ข้าวหมอ้ แกง รา้ นสดุ ทางรกั รา้ นบา้ นกบั ต้นไม้ ร้านสนั ตวา ร้านตน้ เคร่อื ง เปน็ ตน้

นอกจากเกี่ยวกับเรื่องชื่อร้านแล้วก็มาถึงการออกแบบ
ภายใน เร่มิ ตัง้ แต่ เคร่อื งเรอื น พ้นื ผนงั เพดาน ลว้ นแล้วแต่ต้อง
มีความสัมพันธ์กันอย่างกลมกลืน และยังต้องคำนึงถึงความ
แตกต่างจากร้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ร้านอาหารบางร้านมีการ
ออกแบบร้านให้ดเู หมอื นว่ารา้ นนน้ั ต้ังอย่บู นต้นไม้ โดยการหล่อ
เสาขนาดใหญ่ขึ้นมา 1 ต้น ทาสี และตกแต่งให้เหมือนกับเป็น
ต้นไม้ ใหญ่ แลว้ สรา้ งร้านบนเสานัน้ ทำให้ดูเหมือนว่า เป็นร้านที่
อยู่บนต้นไม้ ทำให้น่าสนใจไปอีกแบบ หนึ่ง บางร้านนำรถไฟ
และรางขนาดเล็ก เข้ามา เป็นอุปกรณ์ในการช่วยเสิร์ฟอาหาร
หรือบางร้าน ใช้โบกีรถไฟมาตั้งให้ลูกค้าเข้าไปนั่งรับประทาน
การจดั รา้ นท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถงึ เอกลักษณเ์ ฉพาะตวั อาหารภายใน
การจดั รา้ นทแี่ สดงให้เหน็ ถึงเอกลักษณเ์ ฉพาะตวั ทำใหด้ เู หมือนกบั นงั่ ทานอาหาร บนรถไฟ เปน็ ตน้

2. การออกแบบช่วยให้ระบบการจัดการมีประสิทธิภาพ
ระบบการจัดการของรา้ นที่ มีประสิทธภิ าพ คือ การแบ่งพ้นื ทีใ่ ช้สอยภายในรา้ ยให้ง่ายและ สะดวก

ต่อการใชง้ าน ได้แก่ การจดั วางเคร่ืองเรือน การกำหนดพ้ืนท่ีของสว่ นต่าง ๆ ภายในร้าน เช่น ตู้โชว์สินค้า
ชั้นวางสนิ ค้า เคานเ์ ตอรเ์ กบ็ เงนิ ควรจะอย่มู มุ ใด ลกั ษณะใด ๆ จงึ จะทำให้เกิดความคล่องตวั ต่อการทำงาน

61

ของ พนักงาน และการเดินชมสินค้า ร้านขายกิฟต์ช็อปบางร้านต้องการแสดงให้ลูกค้าเห็นว่ามีสินค้า
จำหน่ายเป็นจำนวนมาก จึงนำสินค้าเหล่านั้นออกมาจัดแสดงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนแทบจะไม่มี
ทางเดิน หรือเมื่อลูกค้าเดินเข้าไปแล้ว แม้แต่กลับตัวยังทำได้ลำบาก เช่นนี้จัดว่าร้านค้านั้นไม่มีการ
ออกแบบใหร้ ะบบ การจัดการกายในรา้ นมปี ระสทิ ธภิ าพเลย

การแบง่ พืน้ ท่ใี ช้สอยภายในรา้ น ทำให้ระบบจัดการมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ

3. การออกแบบช่วยแกป้ ัญหาของสถานท่ี
สถานที่ของร้านค้าแต่ละร้านแตกต่างกัน ไปตามแต่ละทำเล บางร้านหน้าแคบ บางร้านหน้ากว้าง

บางร้านใหญ่เกนิ ความจำเป็น หรอื บางรา้ น เลก็ เกินไป บางร้านเพดานเตี้ย เหล่านล้ี ้วนแลว้ แตเ่ ป็นปัญหาที่
จะต้องใชห้ ลักการออกแบบเขา้ มา ชว่ ยแกป้ ญั หาทั้งสิ้น

รา้ นคา้ ท่มี ีขนาดใหญอ่ าจใชอ้ ุปกรณห์ รือเครื่องเรือนบางอย่างให้มขี นาดใหญ่ตามไปด้วย เพือ่ จะได้
ดูเต็มพ้นื ที่ รา้ นค้าท่ีมีเนือ้ ที่คับแคบอาจติดอุปกรณ์เครื่องเรือนบางอย่างออกไป การจดั แสดงสินค้า อาจใช้
บนผนัง หรือใช้แบบแขวน แต่จะต้องระวังเรื่องรกรุงรังด้วย ร้านอาหารบางร้าน ที่อยู่ในตัวเมือง พื้นที่
จํากัด อาจใช้โต๊ะอาหารที่มีขนาดเล็กลงมา มีจำนวนโต๊ะไม่มากนัก ซึ่งอาจจะส่งผลดีแก่ ร้านค้าได้
เนือ่ งจากมีจำนวนโต๊ะไม่มากจงึ ทำให้เห็นว่ารา้ นค้านี้มลี ูกคา้ เต็มร้านตลอดเวลา

4. การออกแบบช่วยควบคุมงบประมาณ
ขั้นตอนแรกของการออกแบบตกแต่งร้านค้า คือ การร่างหรือวางแผนบนแผ่นกระดาษ ซึ่งการ

วางแผนบนแผน่ กระดาษนี้จะทำให้เจา้ ของร้านทราบว่า ในการตกแตง่ ครั้งนีใ้ ชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ประเภทใด ซ่ึง
สิ่งที่จะต้องทราบตามมาคือ ราคาของสิ่งเหล่านั้นและงบประมาณในการตกแต่งทั้งหมด หากเกินกว่า
งบประมาณที่กำหนด อาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมก็สามารถกระทำได้ ดังนั้นหากร้านค้ามีการ
ออกแบบก่อนท่ีจะตกแตง่ จรงิ คำว่า “บานปลาย” จะไม่เกิดขนึ้ อยา่ งแนน่ อน

5. การออกแบบทำให้เกดิ การประหยัดและทนทาน
การประหยัดงบประมาณและ ความทนทานของวัสดุที่ใช้จะเกิดขึ้นจากการออกแบบที่ดี การ

เลือกใช้วัสดุภายในร้านไม่จำเป็นต้อง ใช้ของแพงเสมอไป บางครั้งวัสดุราคาถกู แตห่ ากจัดวางไว้อย่างถูกที่
และเหมาะสมก็จะทำให้ร้านค้า นั้นดูดีได้ การจะทำให้เกิดการประหยัดและทนทานนั้นสามารถกระทำได้
โดยผตู้ กแตง่ จะต้องศึกษา คณุ สมบัติของวสั ดุแตล่ ะประเภท วสั ดทุ ่ีจะวางไว้ใกล้นำ้ หรือจะต้องโดนน้ำขณะ

62

ใช้งาน ก็ต้องเลือกที่ทนทานต่อน้ำ สิ่งที่จะต้องใช้งานแล้วต้องมีการกระแทกก็จะต้องเลือกวัสดุที่ทนทาน
แข็งแรงหรือสิ่งใดที่จะต้องอยู่ใกล้ความร้อนก็จะต้องทนความร้อนได้ หากมีการคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ในการ
ออกแบบ อายุของวัสดุทเ่ี ลือกใชก้ ็จะยาวนานไมต่ อ้ งเปลยี่ นกนั บ่อยๆ ซง่ึ เป็นการประหยดั งบประมาณดว้ ย

6. การออกแบบทำให้ลูกค้าตดั สนิ ใจซอื้ ผลติ ภณั ฑภ์ ายในร้าน
รา้ นคา้ ท่อี ยใู่ นย่านเดียวกัน มกั ขายผลติ ภัณฑป์ ระเภทเดียวกัน การตกแต่งร้านจึงเป็นส่ิงสำคัญท่ีจะ

ช่วยลูกค้าตัดสินใจว่าจะเดิน เข้าร้านใดดี การจะออกแบบร้านค้าให้ชนะใจลูกค้าได้น้ัน ผู้ออกแบบจะต้อง
ศึกษาถึงการตกแต่ง ของร้านค้าอ่ืน ๆ ทีต่ ัง้ ข้นึ มาก่อนดว้ ยว่ารา้ นค้าใดตกแต่งได้อย่างเหมาะสมจนประสบ
ความสำเรจ็ หรอื รา้ นใดท่ีประสบความล้มเหลว เพอ่ื นำขอ้ มลู เหล่าน้มี าวิเคราะห์หาจุดบกพร่องและจุดเด่น
เพ่อื เป็นกรณศี กึ ษาตอ่ ไป

ตัวอย่าง ร้านขายกิฟต์ชอปแห่งหนึ่งจัดแสดงสินค้าได้อย่างดเี ยี่ยมแต่ประสบความล้มเหลว ในการ
ขาย เจา้ ของร้านเองก็แปลกใจทง้ั ที่ราคาสินค้าท่ีขายไม่ได้แพงไปกว่าร้านอ่ืนเลย จงึ พยายาม ค้นหาสาเหตุ
ของความล้มเหลวนั้น จากการเก็บข้อมูลโดยการออกแบบสอบถามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายถึงสาเหตุที่ไม่เข้า
ไปซ้ือสินคา้ ในร้าน ก็ไดค้ ำตอบว่า ตกแตง่ ร้านหรูหรามากเกินกว่าที่รา้ นกิฟต์ช็อปควรจะเป็น จึงไม่กล้าเข้า
เพราะเกรงว่าราคาของสนิ ค้าจะแพง

นอกจากในเรื่องของการจัดแสดงสินค้าและแนวทางการออกแบบร้านค้าที่ดีแล้ว ส่วนประกอบ
อนื่ ๆ ท่ีจะทำให้ร้านคา้ สมบูรณย์ ิ่งข้ึน ได้แก่

1. โลโกรา้ น
2. การบรรจภุ ัณฑข์ องสินค้า
3. ของท่ีระลึก หรอื ของแถม
4. ชุดทพ่ี นกั งานในร้านสวมใส่

แนวความคดิ ในการออกแบบตกแตง่ รา้ นค้า

งานของนักออกแบบที่ออกมาแตล่ ะครั้ง จะมาจากแนวความคิดของนักออกแบบแตล่ ะคน ทสี่ รา้ งสรรค์
กันขึ้นมา แนวความคดิ เหลา่ นน้ั มที มี่ าจากส่ิงเหลา่ นี้

1. ธรรมชาติ นักออกแบบสามารถนำสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ มาเป็นแนวคิดในการ
ออกแบบตกแต่งร้านค้าอย่างง่ายๆ ธรรมชาติที่ว่านี้ ได้แก่ น้ำ หิน ต้นไม้ ดวงดาว ท้องฟ้า ทะเล เป็นต้น
ตัวอย่างของ การนำธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ เช่น ร้าน ขายชุดว่ายน้ำอาจใช้สีฟ้าเข้ามาในการ
ตกแต่ง ผสานเข้ากบั บรรยากาศภายใต้ท้องทะเล รา้ นอาหารอาจนำความร่มรื่นของต้นไม้ นำ้ ตก เข้ามาใช้
ในการตกแตง่ ทำให้ดเู หมอื นัง่ รบั ประทานอาหารอยทู่ ่ามกลางธรรมชาติ เป็นต้น

63

การจดั รา้ นโดยใช้แนวคิดธรรมชาติ

2. เอกลักษณ์ของเจ้าของร้าน เจ้าของ
ร้านมีสิทธิเต็มที่ที่จะเป็นผู้ออกแบบตกแต่ง
ร้านค้าของตนเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยหาก
เจ้าของร้านจะตกแต่งร้านค้าของตนเองด้วย
ไอเดียของ ตนเอง บางคนชอบสะสมขวดหรือ
กระป๋องน้ำอัดลมก็นำมาตกแต่งร้าน บางคน
ชอบสะสมโปสเตอร์ ภาพยนตร์เก่าๆ ก็นำ
โปสเตอร์ภาพยนตร์ที่สะสมไว้นั้นมาตกแต่ง
รา้ น เชน่ ร้านอาหารบา้ นหนงั ไทย เป็นตน้

แนวความคดิ การจดั ร้านคา้ จากเอกลัฏษณข์ องเจ้าของร้าน

3. ทำเลที่ตั้งและสิ่งแวดล้อม แนวความคิดนี้ได้รับอิทธิพลมาจากที่ตั้งของร้านค้า และสิ่งแวดล้อมใน

ยา่ นนน้ั ๆ หมายถงึ ว่า ในชมุ ชนน้ันมีลักษณะเป็นอย่างไร นยิ มช่นื ชอบแบบไหน แนวไหน เชน่ หากร้านค้า

ตั้งอยู่ในแหล่งที่เป็นที่อยู่ของคนไทยเชื้อสายจีน การตกแต่งร้านค้าก็ต้อง เป็นแบบจีน เป็นต้น แต่ทั้งนี้

จะตอ้ งไม่ลืมพจิ ารณาเรอื่ งความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์ด้วย

4. เทคโนโลยี เทคนิค วัสดุ บางรา้ นค้าต้องการแสดงให้เห็นถงึ ความทนั สมัย Hi-Technology ซ่ึงอาจ

ตกแต่งร้านค้าด้วยลูกเล่นของเทคโนโลยีให้ดู

สมัยใหม่ ล้ำอนาคต หรือหวา ทั้งแสง สี เสียง มีทีวี

จอยักษ์อยูใ่ นร้านคา้ เปน็ ต้น

5. สไตล์ เปน็ สงิ่ ทน่ี ยิ มในแตล่ ะยุค แต่ละประเทศ

ซึ่งหากนักตกแต่งประทับใจในสไตล์โด ก็สามารถ

นำภสไตล์นั้นมาเป็นแนวคิดในการออกแบบตกแต่ง

เช่น สไตลค์ ลาสสกิ สไตล์อเมริกัน สไตลอ์ ยี ิปต์ สไตล์

อเมรกิ ัน สไตลศ์ ลิ ปะ สไตลไ์ ทยสไตล์ เปน็ ตน้ แนวความคิดสไตลไ์ ทยสไตล์

64

6. ศิลปะ สี และองค์ประกอบศิลป์ เป็นการตกแต่งร้านค้าโดยนำหลักศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ
ความกลมกลืน ความขัดแยง้ จังหวะ ตลอดจนการนำสเี ข้ามาช่วยในการตกแตง่ ให้เหมาะสม

ทำเลเกี่ยวกับการออกแบบรา้ นคา้

ทำเลที่ตั้งของร้านค้า เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึง่ ซึง่ ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึง การออกแบบ ร้านค้าให้
สอดคล้องกบั ทำเลทตี่ ง้ั ของรา้ นค้า จะสามารถสรา้ งจดุ เดน่ ใหแ้ กร่ ้านคา้ ได้ดังนี้

1. รา้ นค้าท่อี ยใู่ จกลางเมอื ง ใจกลางเมอื งเปน็ ทำเลท่ีอยูใ่ นย่านธรุ กิจ มีผ้คู นพลุกพล่าน จงึ เปน็ ทำเลท่ีมี
คแู่ ข่งขนั มากกว่าในทำเลอ่ืน ดังนั้นสิ่งที่จะสร้างความสนใจดงึ ดดู ใหผ้ ู้ทีผ่ า่ นไปมา เข้ามาชมสินค้าในร้านได้
ต้องใช้การจัดแสดงสินค้าเข้ามาช่วย คือจะต้องมีการจัดแสดงสินค้าที่ สะดุดตาให้เด่นกว่าคู่แข่งขันให้ได้
อาจใช้ Concept ในการจัดแสดงสินค้าที่เหนอื ความจรงิ ใช้สีโดดเด่น หรือใช้วิธีการใดก็ตามทีส่ ร้างความ
แตกต่างจากคแู่ ข่งขันให้มากที่สดุ

2. รา้ นคา้ ท่ีอยูช่ านเมอื ง รา้ นค้าที่อยูช่ านเมืองจะแตกตา่ งจากร้านค้าในเมือง ตรงทีม่ ีบรเิ วณจึงสามารถ
นำทวิ ทศั น์รอบ ๆ มาสร้างบรรยากาศใหเ้ กิดความประทับใจให้กับรา้ นค้าได้ จงึ ไมต่ ้องเน้นเรื่องของการจัด
แสดงสินค้าใหม้ ากเทา่ กับรา้ นคา้ ใจกลางเมือง

3. ร้านค้าที่อยู่ริมน้ำ ร้านค้าที่เลือกทำเลริมน้ำ มักจะเป็นร้านอาหาร เจ้าของกิจการ เชื่อว่าการทาน
อาหารริมน้ำหรือริมทะเลจะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ในการออกแบบ
รา้ นค้าที่อยรู่ ิมนำ้ คือต้องพยายามทำใหท้ กุ มุมของทีน่ ั่งมองเห็นบรรยากาศรอบ ๆ ใหม้ ากทสี่ ดุ

4. ร้านค้าที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว สามารถดึง ลักษณะเด่นของ
สถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ มาเป็น Concept ของร้านค้าได้ ร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
อาจเลือกใชภ้ าชนะเป็นรูปสัตว์น้ำชนดิ ใดชนิดหนึ่ง เชน่ ปลา ปู รา้ นขาย ของเด็กเล่น หรือร้านเกมในสวน
สนกุ อาจใหพ้ นักงานแตง่ กายเลยี นแบบสัตว์ชนดิ ใดชนิดหนึ่ง ที่เป็นตัวเอกของสวนสตั วน์ ั้น เปน็ ตน้

5. รา้ นค้าในทำเลธรรมชาติอ่ืน ๆ ธรรมชาตอิ นื่ ๆ ที่ไม่ได้กล่าวข้างตน้ อย่างในป่าหรือ ในสวน มีหลัก
สำคัญคือจะต้องตกแต่งร้านคา้ ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เชน่ ในทำเลท่ีถกู ล้อม ดว้ ยตน้ ไผ่ อาจนำต้น
ไผน่ ัน้ มาเปน็ วสั ดุในการตกแต่ง เปน็ ต้น

พน้ื ท่ีและอาคารกับการตกแต่งร้านค้า

1. ร้านค้าอาคารพาณิชย์ ธุรกิจขนาดเล็กในอดีตมักประกอบการในอาคารพาณิชย์ เมื่อเติบโตขยาย
กิจการออกไปจึงมีการเปลี่ยนพื้นที่หรืออาคารที่ใช้ในการประกอบการ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้บริการ
เก่ยี วกบั ท่จี อดรถด้วย แต่ในปัจจุบันการประกอบการในอาคารพาณชิ ย์กย็ ังคง อาคารประเภทอ่ืนใช้กันอยู่
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงย่านใจกลางเมอื งพ้ืนที่มีจํากัด อาคารพาณิชย์จึงนา่ จะเหมาะสมกว่าอาคารประเภทอ่ืน

65

การตกแต่งร้านค้าประเภทอาคารพาณิชย์ ควรให้ความสำคัญตั้งแต่ด้านนอกของตัวอาคารเป็นต้นไป
จะต้องตกแต่งให้โดดเด่นเพื่อสร้างจุดดึงดูดด้านสายตา ในขณะเดียวกัน ทางเข้าร้านก็จะต้องสร้างความ
น่าสนใจจนถงึ เขา้ ไปดา้ นในด้วย ทุกส่วนนีจ้ ะตอ้ งสมั พันธก์ นั อยา่ งตอ่ เน่ืองและมีความโดดเดน่ ไมแ่ พ้กัน

2. ร้านค้าอาคารเดียว กิจการที่เหมาะกับอาคารเดียว ควรจะเป็นร้านอาหาร ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้าน
ขายของตกแต่งบ้าน การตกแต่งร้านค้าอาคารเดี่ยวจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดบรรยากาศ ที่จอดรถ
สะดวกสบาย การจดั แสดงสินค้าเน้นไปทก่ี ารจดั แสดงสนิ ค้าในร้านค้า ไปในแนวการจัดแบบสถาปัตยกรรม
(โดยเฉพาะร้านเฟอร์นิเจอร์และร้านขายของตกแต่งบ้าน) แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมเกี่ยวกับการสัญจรไปมาของ
บคุ คลที่เข้ามาเก่ยี วข้องกับรา้ นค้า ได้แก่

- ลกู คา้ จะตอ้ งจดั การภายในท่อี านวยความสะดวกแก่ลกู คา้ อนั ไดแ้ ก่ การสญั จร ทางเขา้ การเดินชม
สนิ คา้ จดุ บรกิ ารตา่ ง ๆ รวมไปถงึ หอ้ งนา้ ดว้ ย

- พนกั งาน การทางานของพนกั งานขายจะตอ้ งพยายามไมใ่ หท้ บั เสน้ กนั กบั การสญั จรของลกู คา้

3. รา้ นคา้ ในห้างสรรพสินคา้ ห้างสรรพสินคา้ เปน็ สถานทร่ี วมความบันเทิงหลาย ๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน
บรรยากาศภายในไดร้ บั การออกแบบมาแล้วเป็นอย่างดี สงิ่ ทีเ่ จ้าของร้านจะต้องพิจารณาก่อนเร่ืองของการ
ตกแต่งร้าน คือการเลือกตำแหน่งที่ตั้งของร้าน บางมุมอาจเป็นจุดบอดไม่ค่อยมีผู้ที่ผ่านไปมามากนัก บาง
มมุ อาจเปน็ จุดสำคัญของการสญั จร เชน่ ใกล้กบั บันไดเล่ือนเปน็ ทางเขา้ -ออกทจี่ อดรถ เปน็ ต้น

การตกแต่งร้านค้าในห้างสรรพสินค้า จะต้องเป็นไปในทางสร้างสรรค์ แนวความคิดที่โดดเด่นทำให้ผ้ทู ่ี
ผ่านไปมาเกดิ ความประทับใจ กระตนุ้ ความรู้สึกให้อยากท่ีจะเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศภายในให้ได้ ดงั นั้น
การตกแต่งจะตอ้ งเนน้ การโชวบ์ รรยากาศภายในทจ่ี ะต้องสวยงาม ผสมผสาน และกลมกลืน

ลักษณะของพน้ื ท่รี า้ นคา้ กับการออกแบบตกแต่ง

1. พื้นที่เล็ก ร้านค้าที่มีพื้นที่เล็กช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับเจ้าของร้านค้าที่มีงบประมาณน้อย
การออกแบบตกแต่งร้านค้าขนาดเล็กต้องให้เกิดประโยชน์ใช้สอย เมื่อร้านค้ามีพื้นที่น้อย เฟอร์นิเจอร์ที่
เลอื กใชจ้ งึ ควรมขี นาดเลก็ พบั เกบ็ ง่าย เคานเ์ ตอรส์ ำหรับเกบ็ ของและเก็บเงิน ควรออกแบบในลักษณะของ
การเลน่ ระดับ รปู แบบของการตกแตง่ ควรใช้พ้ืนท่ตี รงเพดาน เขา้ มาช่วย โดยแขวนโมบายเกๆ๋ ไว้ แตต่ อ้ งมี
ขนาดไมใ่ หญ่นกั และจะตอ้ งไม่มีจำนวนมากจนดู แลว้ รกรุงรงั ทำใหร้ า้ นดแู คบลงไปอีก

2. พื้นที่หน้ากว้างหลังแคบ พื้นที่หน้ากว้างหลังแคบ จะทำให้วางเครื่องเรือนภายใน ได้ไม่เต็มที่
เพราะพื้นที่ส่วนใหญเ่ ป็นหน้าร้านไปเสียหมด ดังนั้นการตกแต่ง การจัดแสดงสินค้าหรอื แสดงกิจกรรมตา่ ง
ๆ จึงต้องทำกันบริเวณหน้าร้านนั้น เช่น ร้านอาหารอาจโชว์การปรุงอาหารบาง ชนิดบริเวณหน้าร้านเพื่อ
เป็นการเรียกรอ้ งความสนใจ เป็นต้น ร้านค้าที่เหมาะกบั พ้ืนที่ลักษณะนี้ ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านขายเส้อื ผา้
เป็นตน้

3. พื้นที่หน้าแคบหลังกว้าง ลักษณะของพื้นที่หน้าแคบหลังกว้างนี้ มีลักษณะเป็นถุงมีข้อดีตรงที่ว่า
ลูกคา้ เดินเขา้ มาเริม่ ต้นจากจดุ แคบมายังจดุ กวา้ งขนึ้ ซ่งึ ให้ความรู้สกึ ทด่ี ี ดว้ ยการท่ี พน้ื ทีห่ นา้ ร้านแคบจึงทำ

66

ให้มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดแสดงสินค้า ดังนั้นการตกแต่งร้านค้าที่มีพื้นที่เช่นนี้ จะต้องเน้นการสร้าง
บรรยากาศภายใน หน้าร้านควรเป็นกระจกใส เพื่อทำให้ผู้ที่ผ่านไปมามองเห็นบรรยากาศภายในอย่าง
ชัดเจน

4. พน้ื ทส่ี เี่ หลีย่ มผนื ผา้ ส่วนใหญเ่ ปน็ พนื้ ท่ที ่ีต้งั อยู่ในเขตพ้นื ท่ีราคาแพง อาจเป็นพน้ื ท่ี ชอ่ งตึก ช่องว่าง
ระหว่างร้านใหญ่ในห้างสรรพสินค้า ข้อจํากัดของพื้นที่คือแคบและอึดอัด ลักษณะของการตกแต่งควรใช้
กระจกเข้ามาช่วย ใช้แสงไฟที่ซ่อนไว้ตามฝาผนัง โดยออกแบบผนังให้เกิดมิติ ไม่ควรตกแต่งในแนวยาว
ให้ทางสัญจรหักเหบ้างตามจังหวะของพ้ืนท่ี

5. พืน้ ทีท่ ีม่ ีรูปทรงไม่เป็นมาตรฐาน พน้ื ท่ีทมี่ ีรปู ทรงไม่เป็นมาตรฐานนี้อาจมีลักษณะโค้งตามตัวอาคาร
หรือเปน็ รปู ทรงท่ีไม่ตายตัวตามรปู ทรงเรขาคณิต วิธีการตกแตง่ ร้านค้าทีม่ ลี ักษณะเช่นน้ีท่ีง่ายท่ีสุด คือการ
ตกแต่งให้กลมกลืนไปกับอาคาร พื้นเอียงก็เอียงตามโค้งก็โค้งตามหรือนักออกแบบบางคนอาจใช้วิธีการ
ตกแต่งแบบขัดแย้งกับพื้นท่ี ซึ่งกระทำได้ยากกว่าต้องวางแผนให้ดี และสร้างบรรยากาศให้กลมกลืนจึงจะ
สามารถเรยี กร้องความสนใจได้

6. พื้นที่ที่เพดานเตี้ย สาเหตุที่เพดานเตี้ยอาจเนื่องมาจากร้านค้านี้อยู่ภายในอาคารที่มีขนาดใหญ่
ที่ต้องการจำนวนชั้นในอาคารมาก หรือบางครั้งอาจเกิดจากการวางแผนเกี่ยวกับระบบภายในอาคารไม่ดี
พอ ทำให้ท่อแอร์ ทอ่ รอ้ ยสายไฟ อีกท้งั ท่อประปา เกะกะไมส่ วยงาม จงึ ต้องใช้ฝา้ เขา้ ชว่ ยปกปดิ ท่อเหล่านั้น
ส่งผลใหเ้ พดานเตย้ี ลงมา การตกแตง่ ร้านค้าทีม่ ีเพดานเตี้ยเช่นน้ี จะต้องใชว้ ธิ กี ารสรา้ งเพดานให้มีมิติ มีการ
ซ้อนไฟตามจดุ ตา่ ง ๆ แต่ทั้งนีก้ ็ต้องคำนงึ ถึง Concept ของรา้ นด้วยหรือบางรา้ นอาจตกแต่งดว้ ยกระจกเงา
ทองแดง ทองเหลอื ง สแตนเลส เพื่อสะท้อนให้ดูลกึ ไปข้างบน

7. พื้นที่สูงโล่ง ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า หรือในศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ เพดานสูงมากการ
ออกแบบตกแต่งร้านคา้ ทีจ่ ะช่วยแก้ปญั หาเหลา่ น้ีไดค้ ือ การทำชน้ั ลอยขึน้ มาเพื่อจะได้ประโยชน์ใช้สอยเพิ่ม
มากขน้ึ บางร้านใช้โคมไฟขนาดใหญ่หอ้ ยใหต้ ำ่ ลงมา หรอื อาจใช้โมบายเข้ามาช่วยในการตกแต่งกไ็ ด้

8. พื้นที่ที่มีเสามาก พื้นที่ที่มีเสามาก จัดว่าเป็นปัญหาพอสมควรสำหรับร้านค้าเพราะบางครั้งทำให้มี
เนื้อที่สำหรับประโยชน์ใช้สอยน้อยลงไป การแก้ปัญหาของนักออกแบบนั้นกระทำโดยใช้เสาที่มีจำนวน
มากมายนั้นเป็นจุดเด่นของร้านไปเสียเลย ด้วยการออกแบบตกแต่งเสานั้นให้สวยงาม ซึ่งก็น่าสนใจไปอีก
แบบหรอื บางร้านอาจเพิ่มจำนวนเสาข้ึนมาอกี ให้เปน็ จังหวะ ชว่ งระหวา่ งเสาอาจมีชน้ั วางผลิตภัณฑ์เพื่อนำ
ผลติ ภัณฑใ์ นร้านมาวางโชวก์ ไ็ ด้

แนวทางการตกแตง่ รา้ นคา้ ให้ประสบความสำเร็จ

ปญั หาของผู้ประกอบการคา้ ปัจจุบันต้องเผชิญกันอย่างมากคือ ปญั หาดา้ นการแข่งขนั การเป็นแพหรือ
ผู้ชนะนั่นหมายถึง ความสำเร็จของการประกอบการเลยทีเดียว หมายถึงว่า ทานประกอบการอยู่ในฝ่าย

67

ของผู้ได้เปรียบด้านการแข่งขันคือ กิจการสามารถอยู่รอดได้ ในทาง ตรงกันข้าม หากกิจกา รของคู่แข่ง

ไมไ่ ด้ โอกาสในการประสบความสำเรจ็ กม็ ีน้อย

การจะไดเ้ ปรยี บด้านการแข่งขัน ต้องใชก้ ลยทุ ธ์ทางการตลาดหลายๆ ประการเขา้ มาขาย ในการจัดการ

ร้านค้า การออกแบบตกแต่ง ที่เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยให้ร้านค้าเป็นที่สนใจของ ลูกค้าได้ ดังตัวอย่าง

ตอ่ ไปนี้

รา้ นกาแฟ

สถานทท่ี ี่นยิ มเปดิ ร้านกาแฟที่เหน็ ในปัจจุบนั น้มี ีทงั้ ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงภาพยนตร์ และ

ปั้มน้ำมัน การตกแต่งร้านกาแฟต้องออกแบบให้มี Concept เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวเพื่อให้เกิดความ

แตกตา่ งจากร้านอ่นื ๆ แนวทางในการออกแบบมีดงั นี้

1. ชุดกาแฟ อันประกอบดว้ ยถว้ ยและจานรอง การเลือกหรอื ออกแบบชดุ กาแฟส่วนใหญ่ จะเป็นไป

ตาม Concept ของร้าน เช่น ร้านที่เน้นธรรมชาติ ชุดกาแฟอาจเป็นสีเดียวกับเมล็ดกาแฟ มีลวดลายของ

ใบกาแฟสกรนี อยู่ หรืออาจส่งั ทำถว้ ยกาแฟท่ีมีลักษณะเป็นเมลด็ กาแฟเสยี เลยกไ็ ด้

2. บรรยากาศภายใน คนที่เข้ามาดืม่ กาแฟ คือคนที่ชอบกาแฟ ดังนั้นบรรยากาศ ภายในร้านก็ควร

นําเรื่องราว สีสันของกาแฟเข้ามาช่วย เช่น โทนสีที่ใช้ ควรเป็นสีน้ำตาล นำรูปภาพ ของเมล็ดกาแฟ ใบ

กาแฟ หรอื อาจเปน็ ของจริงเลยก็ได้ เขา้ มาตกแต่ง เฟอรน์ ิเจอร์ควรเปน็ รูปทรง เรขาคณติ งา่ ยๆ การจัดวาง

ให้มองดแู ล้วสบายตา

3. วัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง ที่เข้า

กับร้านกาแฟมากที่สุดควรเป็นสีเข้ม

หากจะนำ ไม้มาใช้ตกแต่งอาจใช้ไม้สัก

หรือไม้เชอรรี ผนังอาจเพนต์เทคนิคต่าง

ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ กาแฟ

นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มลูกเล่นบริเวณอื่น

ๆ อีกเช่น เคานเ์ ตอรเ์ ก็บเงิน หรอื สถานที่

ท่ีจัดวาง ปา้ ยราคา เป็นตน้ ร้านกาแฟ

รา้ นขายของชำ (ร้านโชวห์ ว่ ย)
ร้านขายของชำหรือร้านโชว์ห่วยในปัจจุบันต้องเลิกกิจการไปจำนวนมาก เนื่องจาก มีร้านค้าขนาด

ใหญแ่ ละร้านค้าที่เปิดตลอด 24 ชวั่ โมง มาเปิดกจิ การเปน็ จำนวนมาก ประกอบกบั ร้านค้าเหล่าน้ีมีบริการ
ทีด่ ีกวา่ ลูกคา้ จงึ หนั ไปใช้บรกิ ารร้านสะดวกซอ้ื ทีเ่ ปิดใหม่เหลา่ นน้ั กนั เปน็ ส่วนมาก
เมือ่ เป็นเช่นน้ี เจา้ ของรา้ นโชวห์ ว่ ยจงึ ตอ้ งปรบั ปรงุ ในหลายๆ ด้าน เพือ่ จะสามารถ ชักจงใจลูกค้ากลับมาใช้
บริการอีกครั้งหนึ่ง การออกแบบร้านค้าให้ดูดี สะอาด สินค้าถูก จัดเป็น หมวดหมู่และเป็นระเบียบ เม่ือ
ลกู คา้ เดินผ่านไปมากอ็ ดไมไ่ ด้ท่จี ะต้องเขา้ มาชมสนิ คา้ ภายในร้าน แนวทางการออกแบบร้านโชวห์ ว่ ยมดี งั นี้

68

1. คน้ หาจุดเดน่ ภายในรา้ น เพือ่ จะไดน้ ำจุดเดน่ น้ันมาตั้งเป็นชอ่ื ร้านและโลโก โดยชื่อร้านและโลโก

ของร้านนจี้ ะต้องเก๋และจำได้ง่าย และนา่ สนใจ พยายามใหส้ น้ั เพื่อใช้ประโยชน์ ในการทำเป็นสต๊ิกเกอร์ติด

กล่องสินคา้ หรือบรรจุถุงสนิ ค้า

2. ผนงั รา้ นคา้ ควรเป็นกระจก เพอื่ จะได้เหน็ สินคา้ ท่ีอยู่ภายในรา้ นอย่างชัดเจน เม่ือมองเห็นภายใน

อย่างชดั เจนแล้ว ตอ้ งไม่ลืมเรื่องแสงสวา่ งของไฟ ที่จะตอ้ งสอ่ งให้เหน็ สินคา้ ได้ อยา่ งชดั เจนดว้ ย

3. การจัดวางเฟอรน์ เิ จอรภ์ ายในร้าน จากภายนอกเขา้ ไปภายในร้านต้องพบกับ ความเปน็ ระเบียบ

ไม่มสี ่ิงใดมากีดขวางทางเดิน ชน้ั วางสนิ ค้าไม่สูงจนเกินไป จดั วางสินค้าให้ หางา่ ยดว้ ยการจดั วางสินค้าเป็น

หมวดหมู่ ภายในร้านต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ อาจเป็น การนำวัสดุภายในท้องถิ่นเข้ามา

ตกแต่ง หรืออาจเป็นวัสดุที่เกิดจาก Idea ของผู้ตกแต่งเอง เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ภายในร้านควรเลือก

รปู ทรงท่ถี อดประกอบได้ เคลือ่ นยา้ ยง่าย และทำ ความสะอาดงา่ ย

4. สีที่เลือกใช้ภายในร้านควรเป็นสีที่ดูสะอาดตา อาจมีการเน้นให้เข้มเป็นบางจุดก็ได้ แต่จะเป็น

โทนสีใดนั้นขึ้นอยู่กับการกำหนด

แนวความคิดของร้าน ที่สำคัญต้องไม่ให้

หลากหลายสีจนดลายตามากจนเกินไป

5. การให้แสงสว่างภายในร้าน การ

จดั แสดงสว่างภายในรา้ นโชวห์ ่วย ควรให้ แสง

สว่างทั่วทั้งร้าน เห็นสินค้าได้ชัดเจนไม่ต้องมี

มุมมืด แตก่ ไ็ มใ่ ชส่ ขี าวโพลนทงั้ ร้าน

ร้านขายของชำ ควรทำให้เกิด มติ ิบา้ ง

ร้านขายหนงั สือ

รา้ นขายหนังสอื หลายรา้ นไม่ได้ให้ความสำคัญเร่ืองการตกแต่งร้านมากนกั เพยี งแต่เน้นให้ มีหนังสือ

จำหน่ายอยา่ งครบครนั และมจี ำนวนมากเพียงพอตอ่ การจำหนา่ ยเท่านั้น การออกแบบ ร้านที่ดีจะสามารถ

จงู ใจใหผ้ ู้ทร่ี ักการอา่ นแรงจูงใจทีจ่ ะเขา้ มาในร้านและนำไปส่กู ารซ้ือในท่สี ุด

แนวทางในการตกแต่งร้านหนังสอื มดี ังนี้

1. ควรแบ่งหนังสือเป็นหมวดหมู่ตามประเภทของหนังสือ โดยมีการสร้างบรรยากาศ ของแต่ละ

มุม เช่น มุมหนังสือรัก อาจมีดอกไม้หรือโปสเตอร์ติดไว้บริเวณผนัง มุมหนังสือวิชาการ หาแนวคิดในการ

ตกแต่งยาก ก็อาจเลือกใช้ชั้นวางที่น่าสนใจ และไม่ควรยัดเยียดจำนวนหนังสือไว้ มากเกินไป การจัดวาง

ควรให้หนงั สือทมี่ ีเน้อื หาใกลเ้ คียงกนั อยู่ใกล้กนั เพื่อใหล้ กู ค้าเกิดความ เพลิดเพลนิ ในการเลอื ก

2. ชั้นวางหนงั สือต้องอยู่ในลักษณะที่สะดวกต่อการหยิบ โดยช้นั หนังสอื นนั้ อาจแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 ด้านล่าง ระยะที่ 2 ตรงกลาง และระยะที่ 3 คือ ด้านบน ซึ่งจะต้องอยู่ใน แนวที่ลูกค้าสามารถ

เออ้ื มถึงได้ ความสงู ของช้ันหนงั สอื ไมค่ วรเกนิ 2.00 เมตร

3. แสงสว่างภายในรา้ นต้องไม่มีดสลัว เพราะจะทำให้ไม่สะดวกตอ่ การอา่ นและการเลอื กหนังสือ

69

4. โทนสีต้องไม่ฉดู ฉาด เนื่องจากปกหนังสือนั้นมีสสี ันหลากหลายอยู่แล้ว จะทำให้ เลอะเทอะไปกันใหญ่

ดงั นั้นจงึ ควรเลอื กโทนสขี าว สีครีม สเี ทา หรอื สีออ่ นๆ จะเหมาะสมกว่า

5. วัสดุที่ใช้ต้องอยู่ได้นาน วัสดุที่ใช้ในร้านทั้งวัสดุที่ใช้งานและวัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง ควรเลือกชนิดที่มี

ความทนทาน อยู่ได้นาน มองดแู ลว้ ใหมอ่ ยู่เสมอ เลือกที่มสี สี วา่ งจะดดู ีกวา่ สีเข้ม วสั ดปุ ระเภทแสตนเลสไม่เข้ากับ

รา้ นหนังสือ หากจะใชค้ วรอยูใ่ นปรมิ าณท่ีพอเหมาะโดยใชผ้ สม กบั งานไมจ้ ะไดล้ ูกเลน่ ทส่ี วยงามกวา่

6. การจัดวางหนังสือควรมีทั้ง หันหน้าปกออกและหันสันหนังสือออก จัดวางให้เป็นจังหวะ นอกจาก

จะทำให้ได้ความสวยงามแล้ว ยังประหยัด

เนื้อท่ีและยังได้โชว์ทง้ั ปกหนงั สอื และสันดว้ ย

7. หาลูกเล่นมาใช้ หากภายใน ร้าน

จัดวางหนังสือเพียงอย่างเดียวก็จะชินตา

เหมือนกับ ร้านหนังสอื ทั่ว ๆ ไป จึงควรสร้าง

ความแตกต่างด้วยการหาลูกเล่นมาเพื่อใช้

สร้างความน่าสนใจ และ ควรจัดมุมหนังสือ

สำหรับ นั่งอ่านหนังสือบ้าง จัดวางสิ่งต่าง ๆ

ใหด้ ูแลว้ สบายตาท่ีสุด

รา้ นขายหนงั สือ

รา้ นไอศกรีม

ลูกคา้ ของร้านไอศกรีมนน้ั มีหลากหลายตง้ั แตเ่ ด็ก ผู้ใหญว่ ัยทำงาน ไปจนถงึ คนสงู อายุ แตห่ ากจะพิจารณาให้ดี

ลกู คา้ หลักๆ นน้ั เป็นวยั ร่นุ เสียส่วนใหญ่ ดงั น้นั ในการออกแบบจงึ ตอ้ ง คำนึงถงึ ความพอใจของกลุ่มวัยรุ่นว่าชอบไปใน

แนวใด ท่นี ัง่ ต้องนัง่ สบายในระดับหนึง่ เพราะถ้า สบายมากเกินไปจะทำให้ลกู ค้านั่งนาน ทำใหล้ ูกคา้ ที่จะเข้ามาน่ัง

ไม่มที ีน่ ั่งจึงเป็นการเสยี โอกาสไป บุคลกิ ของรา้ นไอศกรมี ควรเปน็ ความสดช่นื สดใส เขา้ กบั แนวของวยั รุ่น แต่ก็ต้องไม่

ลืมบรรยากาศ ความอบอุ่นด้วย เพราะบางครั้งลูกค้าที่กำลังหดหูหรือผิดหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมา ก็แวะพักพิงท่ี

ร้านไอศกรีมเช่นเดียวกัน รายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ แสง สี รูปทรง วัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง เช่น ต้นไม้

ดอกไม้ จาน ถว้ ย ฯลฯ ล้วนแล้วแตจ่ ะต้องเลือกสรรอยา่ งประณีต มีความ ผสมผสานกันเปน็ อย่างดี สีโทนร้อนจะช่วย

สรา้ งความสดช่ืนไปพร้อม ๆ กบั สร้างความเจริญอาหาร สีฟ้าออ่ น สีขาว หรือสที ีส่ รา้ งความรสู้ กึ เฉอื่ ยชา งว่ งเหงา ไม่

ควรเลอื กมาใชใ้ นร้านไอศกรีม

ไอศกรมี เปน็ สนิ คา้ ทีส่ ามารถสร้างความโดด

เด่นได้ด้วยตัวของมันเอง คือมีสีสันน่ารับประทาน

ดึงดูดใจวัยรุ่น หากเจ้าของร้านมีการนำ

ส่วนประกอบอื่นเขา้ มาตกแต่ง หรือเรียงสลบั สขี อง

ไอศกรีม ให้มีความแตกต่างกันจะทำให้ดูโดดเด่น

มากยิ่งขึ้น สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีกอย่างหนึ่งคือใน

เรื่องของ ความสะอาดทั่ว ๆ ไป และความคงทน

ของภาชนะ เพราะหากวัสดุที่ขาดความคงทน มี

รอยขีดข่วน สีซีด ก็จะทำให้ความสดใสและความ

น่ารับประทานหมดไป รา้ นไอศกรมี

70

รา้ นเสื้อผา้
เจ้าของกิจการร้านเสื้อผ้ามักให้ความสำคญั กับการตกแต่งรา้ นค้าเป็นอยา่ งมาก เนื่องจากว่า การจัด

หน้าร้านที่สวยงามน่าสนใจจะช่วยจูงใจให้ลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน ดังนั้นกิจการร้านเสื้อผ้า นอกจากจะ
แขง่ ขนั กันเรื่องแบบ ราคา และรายการส่งเสริมการขายแลว้ การตกแต่งร้านค้าก็ถูก นำมาเปน็ เคร่ืองมือใน
การแขง่ ขันอย่างหนึง่ การออกแบบรา้ นเสือ้ ผา้ มแี นวทางดงั นี้

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ก่อนการออกแบบจะต้องมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับ กลุ่มเป้าหมายของ
ร้านค้าเสียก่อน เนื่องจากว่าเสื้อผ้านั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น เสื้อผ้าวัยรุ่น เสื้อผ้าสำหรับวัย
ทำงาน เสื้อผ้าสำหรับออกงานกลางคืน เป็นต้น การออกแบบนอกจากจะ คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายแล้วยัง
ตอ้ งคำนงึ ถึงจดุ ขายของร้าน นโยบายของร้าน และลกั ษณะของ ผลิตภัณฑด์ ้วย

2. การออกแบบตกแต่งภายในร้านจะต้องส่งเสริมผลิตภัณฑ์ หมายถึงว่า จะออกแบบ อย่างไรจึง
ทำให้เสื้อผ้าดเู ดน่ ข้นึ มาได้ ซึ่งจะตอ้ งพิจารณากันอย่างถี่ถว้ น ตั้งแต่ช้นั วางไปจนถึง รูปแบบของการจัดวาง
เลยทีเดียว

3. สีสันภายในร้าน ขึ้นอยู่กับ Concept ของร้านและลักษณะของเสื้อผ้า โดยสิ่งสำคัญ คือจะต้อง
เลอื กสที จี่ ะทำใหเ้ ส้อื ผา้ นน้ั ดูเด่นข้ึน

4. การแบง่ พื้นทภ่ี ายในรา้ น พ้ืนทีห่ ลกั ๆ ภายในร้านทีจ่ ะต้องมี ได้แก่

▪ พื้นที่หน้าร้านสำหรับจัดแสดงสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะดึงดูดสายตาลูกค้า ให้สนใจ
และเข้ามาในรา้ น

▪ ห้องลองเป็นพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง ที่หลายร้านมองข้ามไป ภายในห้องลองจะต้อง มีราว
สำหรับแขวนเสื้อผ้า กระจก และชั้นวาง ของสำหรับให้ลูกค้าไว้ใช้วางกระเป๋าหรือของ
อนื่ ๆ ท่ีถอื ติดมือมา

▪ ท่พี กั คอย อาจเปน็ เกา้ อห้ี รือ โซฟาที่เน้นความหรอื หวาสะดุดตา เคานเ์ ตอร์ เกบ็ เงินควรมี
ขนาดพอดีทีเ่ ออ้ื ประโยชนใ์ ชส้ อยสำหรับพนกั งาน

ร้ายเสอ้ื ผา้

71

รา้ นขายยา
กิจการร้านขายยามักไม่ได้รับความสนใจในการตกแต่งเท่าไรนัก เพียงแต่มีตู้ใส่ยา ใช้หลัก การจัด

แบบง่ายๆ ให้หยิบหางา่ ย สะดวก ไม่ผิดพลาดเท่านัน้ เอง ซึ่งในความจริงแล้วร้าน ขายยาก็จะต้องการการ
จัดแต่งด้วยเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ และเลือกเป็นร้านประจำของ เขา การออกแบบตกแต่งร้าน
ขายยาควรเป็นลักษณะดงั น้ี

1. สร้างสัญลักษณป์ ระจำร้าน เพือ่ จะไดน้ ำมากำหนดช่อื ร้านและโลโกรา้ น ซง่ึ ชอื่ รา้ น ควรเป็นชอ่ื ท่ี
เรยี บงา่ ย จำง่าย มคี วามหมายส่ือถึงจดุ เด่นของร้าน ชือ่ ร้าน โลโกร้าน และรปู แบบ ของเฟอร์นิเจอร์ควรมี
ความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง มีการคิดสัญลักษณ์ของร้านเพื่อให้เกิดการจดจำ เช่น ในรูปแบบเดิมใช้
กระจกสี่เหลี่ยมสำหรับใส่ยา ก็อาจมีการเปลี่ยนเป็นรูปทรงอื่น เช่น แคปซูลยา หรือเม็ดยาดูบ้าง แต่ทั้งน้ี
ต้องดดั แปลงให้เข้ากับเฟอร์นิเจอรด์ ้วย

2. การจดั วางเครอ่ื งเรอื นภายในรา้ น ควรจัดให้เปน็ สัดส่วนแบ่งตามประเภทของยา การวางตู้ยาไม่
ควรให้ดูทึบเพราะจะทำให้รู้สกึ อึดอัด ดังนั้นการจัดวางเครือ่ งเรือนควรมีการเปิดโล่งบ้างหน้าร้านควรเป็น
กระจกใสให้เห็นถึงด้านในอย่างชัดเจน และกระจกหน้าร้านนั้นไม่ควรติดป้ายหรือตัวหนังสือขนาดใหญ่
เพราะจะทำให้เกะกะ และรกเกนิ ไป

3. สีของร้านขายยาควรเป็นสีสะอาด สีโทนเย็น หลีกเลี่ยงสีทึบตัว และสีที่สดเกินไป ร้านขายยา
สว่ นใหญ่มกั เลอื กใช้สีเทา สฟี ้า แลว้ อาจตกแต่งด้วยแจกนั สเี หลืองสดกไ็ ด้

4. แสงสว่างที่ใชภ้ ายในรา้ นจะต้องเลือกที่ไม่ทำให้สขี องยาเพี้ยนไป โดยเฉพาะไฟที่มีแสงสีส้มไม่
ควรเลือกใช้เพราะจะทำให้ยาหรือขวดยาที่มีสีขาวเพี้ยน ควรจะเลือกใช้ไฟที่ดูลักษณะเรืองแสงจะทำให้ดู
น่าสนใจดีกว่า

5. ต้องเน้นเรื่องความสะอาด ร้านขายยาต้องเน้นเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญจึงต้องเลือกวัสดุที่
ดูแลรกั ษาง่าย ไมเ่ กบ็ ฝุ่น ไม่สะสมเชอ้ื โรค พ้นื อาจเลอื กหนิ แกรนติ หรือกระเบ้ืองที่มีรอยต่อน้อยท่ีสุด หรือ
เลอื กใช้ หนิ ขัดเพราะไม่มีรอยต่อเลย ผนังควรเลือกชนดิ กง่ึ ดา้ นกึง่ มนั เพราะทำความสะอาดง่าย ฝ้าเพดาน
ควรเปน็ แบบฉาบเรียบจะเหมาะสมกวา่ ลักษณะท่เี ป็นตาราง

รา้ นขายยา

72

ร้านเสรมิ สวย
ร้านเสริมสวยนอกจากจะแข่งขันกันเรื่องฝีมือในการดัดและออกแบบทรงผมแล้ว ล้าของกิจการ

ยงั ใหค้ วามสำคัญกบั การตกแตง่ ภายในดว้ ย หลักการออกแบบร้านเสริมสวยมีดงั น้ี .
1. ต้องสร้างจุดเด่นให้รา้ น การเริ่มต้นหาจุดเด่นนั้นให้วิเคราะห์จากจุดขายของร้าน ได้แก่ ชื่อร้าน

กลุ่มเป้าหมาย เป็นตน้ ลูกค้าที่เป็นวยั รุ่นมกั จะชอบสีสนั ที่สดใส ชอบวสั ดุประเภทไม้ โลหะ กระจก
2 ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของลูกคา้ พฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาในร้านเสริมสวย คือเข้ามาทำผม

ซงึ่ ใชเ้ วลาประมาณ 30-60 นาที ระหว่างนอี้ าจมีเวลาว่างอยู่ด้วย เมอื่ มีเวลาวา่ ง ลูกค้าทำอะไร คำตอบคือ
อ่านหนังสือ คุยกับช่าง และดูทีวี ดังนั้นในแต่ละที่นั่งของลูกค้าจะต้องออกแบบให้มองเห็นทีวีด้วย เมื่อ
ลูกค้าอยู่ที่เดียงสระผม สายตาจะต้องมองที่เพดาน ตรงนี้จะต้อง ระวังเกี่ยวกับเรื่องแสงไฟที่จะต้องอยู่ใน
ตำแหน่งท่ีไม่แยงตาลูกค้า ฝ้าเพดานสีเขยี ว ชว่ ยให้ลูกค้า สบายตาขนึ้

3. แสงสว่างภายในร้าน ควรออกแบบให้มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ควรให้แสงสว่างจ้าเกินไป แสงท่ี
เหมาะสมสำหรบั รา้ นเสรมิ สวยคอื แสงท่ีมลี กั ษณะนวลตา จะทำใหล้ ูกค้าดสู วยหรอื หล่อกว่า ความเป็นจริง
ตอ้ งสัมพันธก์ ับการเลอื กกระจกเงาด้วย

4. การเลือกสีสันภายในร้าน สีที่เหมาะสมกับร้านเสริมสวยมากที่สุด คือสีอ่อน เพราะ จะทำให้ดู
สบายตา สะอาด ซึ่งถ้ามีการแบ่งน้ำหนักของสีด้วยจะเป็นการดี หลีกเล่ียงการใช้สีสด เช่น เหลืองสด ส้ม
และแดง แตถ่ ้าจะนำมาเปน็ ส่วนประกอบบา้ งกไ็ ด้

5 วัสดุท่ีนำมาใช้ ควรเป็นชนดิ ทไี่ มเ่ ก็บฝ่นุ ไม่มรี อ่ ง ถ้าเปน็ กระเบอ้ื งควรเปน็ ชนิด แผ่นใหญ่ เพราะ
หากเป็นแผน่ ขนาดเลก็ จะมีร่องยาแนวมากตามไปด้วย ร่องยาแนวนี้หากอยู่นาน ไปจะเกิดคราบดำ ๆ ไม่
สวย และควรหลีกเลี่ยงการป พื้นด้วยพรม เก้าอี้โซฟาควรเป็นหนังเพราะจะง่าย ต่อการทำความสะอาด
และสง่ิ ท่ขี าดไม่ได้สำหรบั ร้านเสริมสวยคอื กระจก ซง่ึ จะเป็นรปู แบบใดขน้ึ อยู่ กับ Concept ของร้าน
นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมด สิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งคือระบบปรับอากาศและ 1 ระบายอากาศ
ร้านเสริมสวยควรติดตั้งพัดลม ระบายอากาศ เพื่อระบายกลิ่นน้ำยา กลิ่นสเปรย์ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นอันตราย
ตอ่ สุขภาพ

รา้ นเสรมิ สวย

73

รา้ นอาหาร
รา้ นอาหารปัจจุบนั หากสังเกตดใู ห้ดี บางร้านคนแนน่ จนต้องเขา้ ควิ จองโต๊ะกัน บางรา้ น ก็ไม่มีลูกค้า

เข้าเลย จนเจ้าของร้านต้องเกณฑ์พนักงานออกมาเชื้อเชิญลูกค้าถึงภายนอกร้าน ที่เป็นเช่นนี้ก็มีหลาย
สาเหตุด้วยกัน เชน่ รสชาตอิ าหาร การบริการ การจดั บรรยากาศภายในร้าน เปน็ ต้น ดงั น้นั จึงจัดได้ว่าการ
สรา้ งบรรยากาศจงึ เปน็ กลยทุ ธ์อยา่ งหนง่ึ ของรา้ นอาหาร ซงึ่ แนวทาง ในการตกแต่งร้านอาหารมดี งั นี้

1. ร้านอาหารต้องมีจุดขาย จุดขายนั้นมาจากการตั้งชื่อร้าน การออกแบบโลโก การเลือกภาชนะ
เมนอู าหาร รวมไปถงึ ชุดของพนักงานทส่ี วมใส่ ซ่งึ ท้ังหมดนี้ต้องมีความสมั พันธก์ ัน

2. เฟอร์นิเจอรภ์ ายในรา้ น จะเป็นไปในรูปแบบใดนั้นต้องคำนึงถงึ ประเภทของอาหาร เช่น อาหาร
ไทยเหมาะกบั ไมส้ ัก ถ้าเปน็ ก๋วยเตีย๋ วเหมาะกับเฟอรน์ เิ จอร์ทมี่ รี ูปทรงทันสมยั อาหาร ประเภท Fast Food
เหมาะกบั เกา้ อท้ี ี่มีรูปทรงโคง้ มน เป็นตน้

3. สที ีเ่ หมาะกบั รา้ นอาหาร คอื สขี าว สีครมี สเี หลือง และสีนำ้ ตาลอ่อน สำหรับสที ่ไี มค่ วร นำมาใช้
ในร้านอาหาร คือ สีม่วงเข้ม สีน้ำเงิน แต่ทั้งนี้การนำสีใดมาใช้ก็แล้วแต่ จะต้องให้สัมพันธ์ กันตั้งแต่สีของ
เฟอรน์ เิ จอร์ สีของภาชนะทใ่ี ช้ สีของวัสดุตกแต่ง เชน่ แจกัน ดอกไม้ และแมก้ ระทัง่ สีของเมนดู ว้ ย

4. แสงสว่างของร้าน ขึ้นอยู่กับ Concept ของร้านที่ได้ว่าต้องการบรรยากาศแบบใด แสงนวลตา
จะทำใหส้ ขี องอาหารน่ารับประทานมากกวา่ แสงของหลอดฟลูออเรสเซนต์ หากต้องการ ความโรแมนติกก็
อาจใชโ้ คมไฟแขวนตามผนงั หรือ แขวนตามตำแหน่งของโตะ๊ อาหาร

5. การเลือกโต๊ะเก้าอ้ี โต๊ะเก้าอี้สำหรับ 1 ร้านอาหาร ควรเป็นขนาดที่ได้มาตรฐานตามสรีระของ
มนุษย์ ความสูงของเก้าอี้จากพื้นถึงเบาะรองนั่ง ประมาณ 45 ซม. โต๊ะรับประทานอาหารสูงจากพื้น ถึง
สว่ นบนสุดประมาณ 75 ซม. จัดวางใหไ้ ด้รบั ความ สะดวกในการเสริ ์ฟอาหาร การสัญจร การนั่ง และ การ
ลกุ เดิน

ขนาดของโตะ๊ อาหารข้ึนอยูก่ ับประเภทของ อาหาร อาหารประเภท Fast Food จะใชพ้ น้ื ท่ีน้อยกว่า
กว่าการรับประทานอาหารประเภทอื่น โดยเฉพาะถ้าเป็นอาหารโตะ๊ จีนจะต้องใช้โต๊ะขนาดใหญเ่ ป็นพิเศษ
เพราะอาหารจีน มีจำนวนมากและสว่ นใหญจ่ ะมาเปน็ หมู่คณะ

การจดั โต๊ะอาหารควรคำนงึ ถึงการนำมาต่อกันได้ หากจำนวนลูกคา้ ท่ีเขา้ มาเปน็ กลมุ่ ใหญ่ เช่น เดิม
จัดไว้ 4 ที่นั่ง หากลูกค้ามามากกว่านั้น อาจเป็น 6 คน หรือ 8 คน ก็จะสามารถนำโต๊ะ บริเวณเดียวกันมา
ต่อให้โตะ๊ มีขนาดใหญ่ขึ้น

รา้ นอาหาร ขอ้ มลู เพิม่ เติม

74

แบบฝึกหดั บทที่ 5

1. ร้านกาแฟมีแนวทางในการออกแบบตกแตง่ อยา่ งไร จงอธบิ าย
2. การจัดวางเฟอรน์ เิ จอร์ในรา้ นขายของชำ ควรเป็นไปในลักษณะใด
3. จงอธิบายการให้แสงสวา่ งภายในร้านขายของชำ
4. สที ีใ่ ชภ้ ายในร้านไอศกรีม ควรเป็นสีใด เพราะเหตุใด
5. สใี ดไม่ควรใช้ในร้านไอศกรีม เพราะเหตุใด
6. โทนสขี องรา้ นขายหนังสอื ควรเปน็ โทนใด เพราะเหตุใด
7. พืน้ ทใี่ ช้สอยภายในรา้ นเส้ือผ้ามอี ะไรบ้าง จงอธิบาย
8. การออกแบบตกแต่งรา้ นขายยาควรเนน้ เร่ืองใดเปน็ สำคญั
9. แสงสวา่ งภายในร้านเสรมิ สวยควรเป็นลกั ษณะใด เพราะเหตุใด
10. จงอธิบายลักษณะของโต๊ะที่ควรเลือกใชส้ ำหรบั อาหารประเภทต่างๆ ดังนี้

75

5

ขั้นตอนการปฏบิ ัติกิจกรรม
จงตอบคำถาม โดยพิจารณาจากภาพด้านลา่ ง

1. ลักษณะการตกแต่งร้านน่าสนใจหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

2. ร้านกาแฟในภาพ มจี ุดเด่นอย่างไร
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

3. หากนกั เรยี นเปน็ เจ้าของรา้ นกาแฟ นักเรียนจะตกแต่งรา้ นค้าเชน่ น้ีหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................... ................................

76

บทที่ 6 งบประมาณการจดั แสดงสนิ คา้

สาระสำคัญ
การจัดแสดงสินค้า เป็นกิจกรรมที่กระทำแล้วก่อให้เกิดผลที่ตามมาคือยอดขายมักเพิ่มขึ้น

แต่ในขณะเดียว การจัดแสดงสินค้าก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย หากค่าใช้จ่ายในการจัดแสดงสินค้าสูงมากเกินไป
จนทำให้กิจการมีกำไรนอ้ ยหรือขาดทนุ กิจการอาจไม่สามารถคงอยู่ตอ่ ไปได้ ดังนั้นเจ้าของกิจการจึงควร
กำหนดงบประมาณคา่ ใช้จา่ ยให้เหมาะสม และสัมพันธก์ บั รายไดข้ องกิจการดว้ ย

เนื้อหา 1. การประมาณคา่ ใช้จา่ ยในการจดั แสดงสนิ คา้
2. ปจั จยั ท่ใี ช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใชจ้ า่ ยประจำปี
3. ประเภทของคา่ ใชจ้ า่ ยในงบประมาณการจัดแสดงสินคา้
4. วิธกี ารกำหนดคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดแสดงสินค้า

77

การประมาณค่าใช้จ่ายในการจดั แสดงสนิ คา้

การจัดแสดงสินค้าเป็นกิจกรรมการส่งเสริมการขายที่สำคัญ และจะขาดเสียไม่ได้สำหรับ ร้านค้าปลีก
เพราะนอกจากจะช่วยในด้านยอดขายแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์และค่านิยม ให้แก่ร้านค้าด้วย ในการ
จัดแสดงสินค้าแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ค่าใช้จ่ายใน การจัดแสดงสินค้าส่วนใหญ่
กำหนดใหอ้ ยู่ในงบประมาณการส่งเสรมิ การขาย หลังจากทีฝ่ ่ายบริหาร กำหนดงบประมาณในการส่งเสริม
การขายแล้ว ฝ่ายจัดแสดงสินค้าจะทำโครงการจัดแสดงสินค้า ประจำปีนั้น ๆ เพื่อเสนอฝ่ายบริหาร
เห็นชอบและดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการส่งเสริมการขายนั้นไม่ควรกำหนดเป็นจำนวนที่ตายตัว เพราะ
สภาวการณ์ทางการตลาดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและอาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เช่น
คู่แข่งขัน สภาวะเศรษฐกิจ สังคม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ ในการจัด
แสดงสนิ ค้าให้สอดคล้องกับการเปลยี่ นแปลงนนั้ ๆ

ปัจจัยทใ่ี ชใ้ นการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จา่ ยประจำปี

ปัจจัยทีใ่ ชใ้ นการพิจารณาจัดทำงบประมาณค่าใชจ้ า่ ยสำหรับการจัดแสดงสินค้าจะสงู หรอื ต่ำ มีดงั นี้
1. ลักษณะการดำเนินงานของกิจการ

แต่ละกิจการจะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแตกต่างกันออกไป บางกิจการมุ่งขายสินค้า ให้กับลูกค้าที่มี
รายได้สูง บางกิจการมุ่งขายสินค้าให้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ร้านค้าที่มี กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่มี
รายไดส้ งู ยอ่ มต้องใชง้ บประมาณในการจดั แสดงสินค้าสูงตามไปดว้ ย เนื่องจาก ต้องเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่ดู
ดี มีราคา เพื่อจะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ สำหรับร้านค้า ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าห มายเป็นผู้ที่มี
รายไดต้ ่ำถึงปานกลางอาจใช้งบประมาณในการจัดแสดงที่นอ้ ยลงมา โดยเลือกใชว้ ัสดตุ กแตง่ ไม่หรูหรามาก
นกั เพ่อื ผลงานที่ออกมาจะทำใหล้ ูกคา้ คิดวา่ ร้านค้านี้เหมาะ กับฐานะทางเศรษฐกิจอยา่ งตน

2. ระยะเวลาของการดำเนนิ กิจการ
ร้านค้าที่เปิดดำเนินกิจการมานานจนเป็นที่รู้จักของลูกค้าแล้ว อาจใช้งบประมาณ ในการจัดแสดง

น้อยกว่าร้านค้าที่เพิ่งเปิดกิจการ เนื่องจากร้านค้าเปิดใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ต้องอาศัย การจัดแสดงสินค้า
ชว่ ยสรา้ งภาพลักษณ์ และค่านิยมใหก้ ับร้าน จึงใช้งบประมาณในการจัดแสดงสนิ คา้ สงู กวา่

3. ขนาดของร้านค้า
ร้านค้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่มาก ย่อมใช้งบประมาณในการจัดแสดงสูงกว่าร้านค้าขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่

น้อยกว่า ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของร้านค้าด้วย เช่น ร้านค้าขนาด กลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับสูง

78

อาจใช้งบประมาณการจัดแสดงสนิ ค้าสูงกวา่ ร้านคา้ ขนาดใหญ่ ที่เป็นรา้ นค้าปลีกแบบให้ส่วนลด จึงไม่เน้น
การจัดแสดงสนิ ค้าภายในร้านมากนัก

4. ทำเลทตี่ ัง้ ของกิจการ
ร้านคา้ ท่ตี ง้ั อยใู่ นทำเลท่ีเป็นยา่ นการคา้ ชัน้ นำ มกี ารแข่งขันกนั สงู ย่อมตอ้ งมกี าร จดั แสดงสนิ ค้าเพ่ือ

ดงึ ดดู ความสนใจให้ผูผ้ า่ นไปมาสนใจรา้ นคา้ ของตนมากกว่าของคแู่ ข่งขนั งบประมาณการจดั แสดงสินค้าจึง
สงู กว่าร้านคา้ ทต่ี ัง้ อย่ยู า่ นชานเมอื งหรือยา่ นท่มี คี วามเจรญิ น้อยกวา่

5. สภาพของกิจการ
กิจการที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตต้องการเพิ่มยอดขาย จะมีการตั้งงบประมาณในการจัด แสดงสินค้า

สูงกว่ากิจการที่กำลังอยู่ในระยะถดถอย ซึ่งจะต้องมีการลดค่าใช้จ่ายลงมาบ้างเพื่อ ความอยู่รอดของ
กจิ การ

6. สภาพการแข่งขัน
ปัจจุบันร้านค้าปลีกมีการแข่งขันสูงมาก การจัดแสดงสินค้าถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในการ

แข่งขัน ยิ่งมีการแข่งขันมากเท่าใด แต่ละกิจการย่อมต้องใช้งบประมาณในการจัดแสดงมากขึ้น เท่านั้น
ในทางตรงกันขา้ ม หากสภาพการแข่งขนั มีไม่มากนัก งบประมาณท่ีใชก้ จ็ ะน้อยลงตามไปด้วย

7. ประสบการณ์ในอดตี
เป็นการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่าประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน งบประมาณ

เหมาะสมหรือไม่ หากทำารูปแบบเดมิ แลว้ ประสบผลสำเร็จก็ควรปฏบิ ตั ติ ามรูปแบบเดิม โดยอาจมกี ารปรบั
ให้เข้ากับสถานการณป์ จั จบุ ันด้วย

ประเภทของค่าใชจ้ ่ายในงบประมาณการจดั แสดงสินคา้

1. เงินเดอื นประจำของพนกั งานจดั แสดงสินค้า
กิจการขนาดใหญ่จะมีฝ่ายที่รับผิดชอบหน้าที่ในการจัดแสดงสินค้า หรือที่เรียกว่า ฝ่ายจัดแสดง

สินค้า ซึ่งจะต้องมีพนักงานประจำ เช่น ผู้จัดการฝ่าย ฝ่ายศิลป์ ฝ่ายจัดแสดง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงเป็น
เงินเดือนของพนักงานเหล่านี้ สำหรับกิจการขนาดเล็ก หน้าที่ในการ จัดแสดงสินค้าอาจเป็นของเจ้าของ
รา้ นจงึ ไม่ต้องเสียคา่ ใช้จา่ ยในเรอื่ งของเงนิ เดือนพนักงาน

2. คา่ จ้าง
สำหรับกิจการทีไ่ ม่มีฝ่ายจดั แสดงสินค้า และเจ้าของร้านก็ไม่มีความชำนาญด้านนี้ มกนิยมจ้างผู้จดั

แสดงสินค้าที่มีความชำนาญมาเป็นผู้ดำเนินการให้ ดังนั้นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าจ้างนี้ ถือเป็นรายจ่ายที่
เกดิ ขึน้ เม่อื มีการว่าจ้าง ไม่จดั เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายประจำ

79

3. ค่าวัสดอุ ุปกรณท์ ใ่ี ช้ในการจัดแสดง
ในการจัดแสดงสินค้านอกจากจะมีสินค้าเป็นจุดเด่นแล้วยังต้องมีวัสดุอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้การ

จดั แสดงสินค้านนั้ นา่ ดยู ่ิงขึ้น ซ่ึงวัสดุอปุ กรณ์นจ้ี ัดเปน็ ค่าใช้จ่ายอย่างหนงึ่ กรณีของ ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่
ทีฝ่ า่ ยจดั แสดงสินค้า มกั เก็บวสั ดุอุปกรณ์ตกแต่งเหล่าน้เี วียนใช้หลายๆ คร้งั ซง่ึ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
ได้อีกทางหน่ึง

4. ค่าออกแบบการจดั แสดงสนิ คา้
ค่าใช้จ่ายในการออกแบบนี้ จะเกิดขึ้นกับร้านค้าที่ไม่มีฝ่ายจัดแสดงสินค้า และเจ้าของ ร้านไม่มี

ความความสามารถในการออกแบบจัดแสดงสนิ คา้ เองได้ จงึ ต้องใชว้ ิธีวา่ จา้ งใหม้ ัณฑนากร หรือผเู้ ชี่ยวชาญ
ดา้ นการจัดแสดงสินคา้ ออกแบบให้ แล้วทางรา้ นดำเนินการจัดแสดงสินค้าเอง

5. คา่ ใช้จ่ายอน่ื ๆ
เช่น วสั ดุอุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการจัดแสดงเกดิ การเสียหายหรือสญู หาย

วิธีการกำหนดค่าใช้จ่ายในการจดั แสดงสินค้า

การกำหนดคา่ ใช้จา่ ยในการจัดแสดงสนิ ค้ามีวิธกี ารดังนี้
1. พิจารณาจากยอดขาย

การกำหนดค่าใช้จ่ายโดยพิจารณาจากยอดขายนี้ ร้านค้าจะทำการพยากรณ์ยอดขายที่ คาดว่า
จะขายได้ แล้วต้งั งบประมาณเป็นเปอร์เซน็ ต์ของยอดขาย อาจตง้ั ไว้ประมาณ 1-3 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของยอดขาย
วธิ ีนี้เปน็ วิธีทีง่ า่ ย มีเหตุมผี ล แตม่ ขี ้อท่คี วรระวังคือ หากการพยากรณ์ยอดขาย คลาดเคลื่อน การประมาณ
การค่าใชจ้ ่ายก็อาจผิดพลาดด้วย

2. พจิ ารณาจากจดุ ประสงคแ์ ละสภาพของงาน
ในการพิจารณาคา่ ใชจ้ ่ายโดยพจิ ารณาจากจุดประสงค์และสภาพของงานมลี ำดบั ข้นั ตอนดังนี้
1. กำหนดแผนการขายระยะยาวของร้านค้า
2. กำหนดกจิ กรรมทจี่ ะทำใหส้ ามารถบรรลุวตั ถุประสงค์ของแผน
3. กำหนดงบประมาณสำหรบั กจิ กรรมการส่งเสริมการขาย
4. เมื่อทราบจำนวนเงินงบประมาณเป็นตัวเลขแล้ว นำามาคำนวณเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์

ยอดขาย (ยอดขายน้ีไดม้ าจากการพยากรณ์)
5. นำจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณได้มาเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายใน กิจการอื่นที่

กำหนดไว้ในแผน หรืออาจนำไปเปรยี บเทียบกับค่าใช้จ่ายท่ีผ่านมา
3. พิจารณาจากคแู่ ขง่ ขัน
เปน็ การศึกษาถึงค่าใช้จา่ ยในการจัดแสดงสินคา้

ของคแู่ ขง่ ขนั แล้วนำมาประยกุ ต์ใชใ้ ห้ เหมาะสมกับกจิ การ

ขอ้ มูลเพ่ิมเติม

80

แบบฝกึ หัดบทท่ี 6

1. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
ลักษณะของการดำเนนิ งานของกิจการ

2. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
ระยะเวลาของการดำเนินกิจการ

3. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
ขนาดของร้านคา้

4. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
ทำเลท่ีตง้ั ของกจิ การ

5. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
สภาพของกิจการ

6. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
สภาพการแขง่ ขนั

7. จงอธิบายรายละเอียดของปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีโดยใช้
ประสบการณใ์ นอดตี

8. คา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั แสดงสนิ ค้ามกี ีป่ ระเภท อะไรบา้ ง
9. การกำหนดคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดแสดงสนิ ค้ามีวธิ กี ารอย่างไร
10. การพิจารณาจัดทำงบประมาณการจดั แสดงสินคา้ ประจำปคี วรคำนึงถึงสิ่งใด

81

ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
จงบอกประเภทของคา่ ใชจ้ า่ ยในงบประมาณการจดั แสดงสินคา้ โดยเติมลงในชอ่ งวา่ ง

ประเภทของค่าใช้จ่ายในงบประมาณการจดั แสดงสินค้า

จงอธิบายรายละเอยี ดของการกำหนดคา่ ใช้จ่ายในการจดั แสดงสนิ คา้

พจิ ารณาจากยอดขาย........................
...........................................................
...........................................................
............................................................

พจิ ารณาจากจุดประสงค์และสภาพของงาน
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
พจิ ารณาจากคู่แข่งขนั .....................
.........................................................
.........................................................
.........................................................

82

บทที่ 7 วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใชใ้ นการจัดแสดงสนิ คา้

สาระสำคญั
สิ่งที่จะช่วยให้การจัดแสดงสินค้าสมบูรณ์ขึ้นนั้น ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการจัด

แสดงสินค้า ซงึ่ วสั ดอุ ปุ กรณ์เหลา่ นี้จะมสี ่วนชว่ ยทำให้สนิ คา้ ทตี่ ้องการจดั แสดงเดน่ ข้ึน สวยงาม และน่ามอง
ขึ้น การจะเลือกวัสดุอุปกรณ์ใดมาใช้ในการจัดแสดงสินค้าจะต้องทราบว่ากลุ่มลุกค้าเป้าหมายเป็นใคร
คา่ ใช้จ่ายเปน็ อย่างไร และเหมาะสมกับสนิ คา้ หรือไม่

เนอื้ หา 1. ประเภทของวัสดุท่ีใช้ในการจดั แสดงสนิ ค้า
2. วัสดสุ ำหรับปดิ ฝาผนัง
3. ปัจจยั ในการพจิ ารณาวัสดอุ ุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการจดั แสดงสินค้า
4. ประเภทของอุปกรณ์ในการจัดแสดงสินคา้
5. หน้าท่ขี องอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดั แสดงสินคา้

83

ประเภทของวัสดุทใ่ี ช้ในการจดั แสดงสนิ ค้า

วัสดุอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการจัดแสดงสินค้ามดี งั นี้
1. หิน มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ มีความคงทน ไม่เปราะบาง จึงเหมาะกับการจัดแสดง สินค้าที่ต้องการ
เสนอขายในระยะเวลาที่ยาวนาน หนิ ชว่ ยใหค้ วามรู้สึกที่ม่ันคง และเหมาะกับการ จดั แสดงสินค้าภายนอก
มากกว่าภายใน หินทีน่ ำมาใชม้ ลี ักษณะตา่ ง ๆ ได้แก่

1.1 ก้อนหินทะเล เป็นก้อนหินที่นำมาจากทะเล มีลักษณะกลม รี ยาว เว้าแหว่งด้วย การกัดเซาะ
ของกระแสน้ำ ผิวละเอียด และมหี ลากสี เช่น สีแดง สีเทา สนี ำ้ ตาล เปน็ ต้น

1.2 ก้อนหินภูเขา เป็นก้อนหินที่ได้มาจากภูเขาทั่วไปของประเทศไทย มีลักษณะ ผิวหยาบ ก้อนไม่
กลมหรือเว้าแหว่ง จึงมีความสวยงามน้อยกว่าก้อนหินทะเล ก้อนหินภูเขาที่มี ความสวยงามสามารถ
นำมาใช้ในการจัดแสดงสินค้าได้ ได้แก่ ก้อนหินจากจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ซึ่งลักษณะของก้อนหินจะ
ถกู น้ำฝนกดั เซาะจนเวา้ แหวง่ มสี ขี าว สชี มพู สเี ทา และสดี ำ

1.3 ก้อนหินแม่นำ้ เป็นก้อนหินทีไ่ ด้มาจากแม่น้ำลำธารท่วั ไป มีความสวยงามนอ้ ยกว่า สองประเภท
แรก ลกั ษณะของก้อนจะกลมหรอื แบน สว่ นใหญม่ ีสนี ้ำตาลและสเี ทาเขม้

2. ไม้ ผจู้ ัดแสดงสว่ นใหญ่นำไม้มาใชใ้ นการตกแต่งภายใน เพราะไม่มีความอ่อนตัว และ สะดวกในการ
รื้อถอน ไม้แบง่ ออกเป็นดังน้ี

2.1 ไม้ธรรมชาติ แบ่งออกเปน็

▪ ไม้เนื้ออ่อน มีเนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว เลื่อย ไส ผ่า ตกแต่งได้ง่าย มีสีขาวซีดน้ำหนักเบา
ไมค่ อ่ ยแข็งแรง ท่ีใช้กนั มาก ได้แก่ ไมส้ ัก ไมอ้ นิ ทนิน ไม้ตะแบก ไม้เสลา ไม้กระบาก

▪ ไม้เนื้อแข็ง มีเน้อื ไมแ้ ขง็ ปานกลาง เลอื่ ย ไส ผ่า ตกแต่งยาก มีความแขง็ แรงสีเข้มไปทางสี
แดง ไม้ชนดิ นี้ เชน่ ไมเ้ ต็ง ไมม้ ะคา่ ไมต้ ะเคียน

▪ ไม้เนื้ออ่อน มีเนอ้ื ไมค้ ่อนขา้ งเหนยี ว เลอื่ ย ไส ผ่า ตกแตง่ ได้งา่ ย มสี ีขาวซดี

2.2 ไม้อัด เป็นไม้ที่ผลิตมาจากไม้ที่ปอกหรือผ่านจากไม้ซุงนานาชนิดมาวางซ้อนกัน ซึ่งแต่ละแผ่น
จะต้องถกู คดั เปน็ พเิ ศษ ไมใ่ ห้มีต่มุ ตา สีด่าง หรอื ตำหนิอืน่ ๆ

3. โลหะ เป็นวัสดทุ ี่มีความแข็งแรง และสามารถดดั งอ หรือปมั๊ เปน็ รปู ตา่ ง ๆ ไดง้ า่ ย มี ลักษณะมันวาว
ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา จึงนิยมใช้กันมาก ผู้จัดแสดงมักนำโลหะมาใช้ทำราว แขวน และโครงสร้างรางไฟ
เพดาน โลหะท่ีนิยมใช้มีดังนี้

3.1 เหล็ก จะต้องชบุ โครเมยี มหรือเคลอื บสีจงึ จะดสู วยงามและไม่เปน็ สนมิ เหลก็ ท่ี นำมาใชเ้ ป็นวัสดุ
ในการตกแตง่ น้ี มีท้งั เหลก็ ท่ีเป็นแผน่ ท่อกลม และท่อเหลี่ยม

84

3.2 อะลูมิเนียม มีลักษณะมันวาว น้ำหนักเบา ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี นิยมนำมาใช้ ในการทำชั้น
วางกรอบกระจก รางไฟเพดาน อะลูมเิ นยี มจะช่วยสรา้ งบรรยากาศท่ที นั สมัย

3.3 บรอนซ์ ใชใ้ นงานตกแตง่ ประเภทกรุผนัง เดินคิว้ เพดาน มขี ้อเสียคือ ดแู ลรักษายาก
4. กระจก มีลักษณะวาว เงา มีความทนทานกว่าพลาสติก สามารถกันเสียงและไอร้อน

จากภายนอกได้ นิยมนำมาใชท้ ำเปน็ ตู้โชว์ หรือใช้กระจกเงาเพื่อการลวงตาในมุมต่าง ๆ เพื่อทำให้ รู้สึกวา่
หอ้ งกว้างข้ึน

5. ไฟเบอร์กลาสส์ ประกอบขึ้นจากเรซินกับใยบัว มีลักษณะเหมือนพลาสติก แต่มีความแข็งแรง
กวา่ นำ้ หนักเบา ทำเปน็ รปู ทรงตา่ ง ๆ ไดต้ ามต้องการ ใช้เป็นฉนวนไฟฟา้ และฉนวนกนั ความรอ้ นไดด้ ี

6. อาคีลิคแผ่น เป็นวัสดุที่มีสีสันสดใส งดงาม น้ำหนักเบา มักใช้ทำป้ายโฆษณา เพราะสามารถ
ทำให้แสงสว่างนวลหรือแสงสว่างจ้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปอัดพิมพ์มตัวอักษรนูนหรือแกะสลักลง
บนผิวไดด้ ว้ ย

นอกจากน้ยี ังมวี สั ดอุ ุปกรณ์อน่ื ๆ อีก ได้แก่ ดินเผา อิฐ กระเบอื้ ง เทอราคอดตา วัสดุ ประเภทผสม
เหลว Plaster & Stucco พาติเคลบอรด์ MDF (Medium Density Fiberboard) เปน็ ต้น

การจะเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ใดในการตกแต่งจัดแสดงสินค้านั้น องค์ประกอบที่จะต้องพิจารณา
คือ ลักษณะของพื้นผิวของวัสดุ เพราะวัสดตุ ่าง ๆ มีพื้นผิวไม่เหมอื นกัน บางชนิดละเอียด บางชนิด หยาบ
ขรุขระ มัน ซึ่งความแตกต่างของวัสดุเหล่านี้ใหค้ วามรู้สึกท่ีแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้ จะต้องคำนึงถงึ
ความพอดี ความสมั พนั ธซ์ ่งึ กันและกัน และการส่งเสริมสินค้าดว้ ย

วสั ดสุ ำหรบั ปดิ ฝาผนัง

วันะ จูฑะวิภาต (2549 : 168) กล่าวถึงวัสดุสำหรับปิดฝาผนัง (Wall Paper) สำหรับการ จัดแสดง
สินค้าไว้ในหนังสือศิลปะการจัดแสดงสนิ ค้าว่า กระดาษปิดฝาผนังที่นำมาใช้ในการ จัดแสดงสินค้าจะช่วย
ทำให้น่ามอง การจะเลือกใช้วัสดุใดนั้นจะต้องคำนึงถึงลักษณะของสินค้าและ ช่วงเวลาของการจัดแสดง
วสั ดุสำหรบั ปิดฝาผนั่งมดี ังน้ี

1. กระดาษและกระดาษผสม มีคณุ สมบัติเทา่ กับกระดาษแผน่ หนึ่ง สามารถทากาวและ ปิดลงบนฝาผ
นงั่ ได้เลย แตม่ ีขอ้ เสียคือ เกดิ คราบสกปรกไดง้ า่ ย

2. ไวนิล เป็นวอลล์เปเปอร์ที่มีมาตรฐาน เพราะทำจากวัสดุประเภทยางหรอื พลาสติกทั้งแผ่น ทนทาน
ต่อการขดี ข่วน และลา้ งออกงา่ ย

3. ไวนิลผสมกำมะหย่ี เป็นวอลล์เปเปอร์ที่นำกำมะหยี่มาพ่นเป็นลวดลายทับบนพื้นไวนลิ ซึ่งจะทำให้
ผิวสัมผสั ดูนมุ่ นวลและสวยงาม แตม่ ีขอ้ เสียคือ ไม่ทนทานตอ่ ความร้อนและความชืน้

85

4. โฟม เป็นวัสดุที่นำมาทำเป็นวอลล์เปเปอร์ได้ดี เพราะมีความยืดหยุ่น ฝุ่นจับยาก สามารถ ทำให้
ผวิ สัมผสั มคี วามเรียบหรือขรุขระได้ตามต้องการ เหมาะกับพ้ืนผิวกว้างๆ ทั่วไปท่ีไมต่ ้องการ ความเด่นมาก
นกั

5. อะลูมินั่มฟอยล์ เป็นวอลล์เปเปอร์ที่มีความสวยงาม หรูหรา จึงเหมาะกับการจัดแสดง สินค้าที่มี
ราคาแพง เนื่องจากผิวมีความเงา มัน มีทั้งสีทองและสีเงิน โดยปกติอะลูมินัมฟอยล์จะมี ผิวลื่นและเรียบ
แต่กส็ ามารถพมิ พล์ วดลายด้วยสอี ่ืนทับลงไป หรอื ทำใหด้ ูขรขุ ระได้

6. กระดาษหรือไวนิลพิมพ์ลายเลียนแบบผิวธรรมชาติ เป็นวอลล์เปเปอร์ที่มีลวดลาย หลากหลาย
เช่น ลายของเนื้อไม้ อิฐ หิน และผ้า เป็นต้น วอลล์เปเปอร์ประเภทนี้เป็นที่นิยมของ สถาปนิกและนัก
ออกแบบตกแตง่ มาก

ปจั จัยในการพจิ ารณาวัสดุอปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการจดั แสดงสินค้า

ในการจัดแสดงสินค้านอกจากจะมีสินค้าหลักและสินค้ารองเป็นจุดเด่นสำคัญแล้ว การที่จะเรียกร้อง
ความสนใจของผู้บริโภคได้นั้น จะต้องมีวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้การ จัดแสดงสินค้าครั้งนั้น
บรรลผุ ลได้ดีย่ิงข้ึน การเลือกวสั ดอุ ปุ กรณ์ในการจดั แสดงสนิ ค้าควรคำนึงถึง ปัจจัยดงั ต่อไปน้ี

1. ลักษณะของกลุม่ เป้าหมาย
ร้านค้าปลีกแต่ละร้านจะมีลักษณะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ร้านค้าที่ มุ่งเจาะ

กลมุ่ เป้าหมายระดบั สูง หรอื ผทู้ ่ีมีรายได้สูง ย่อมต้องเลือกใชว้ สั ดอุ ุปกรณท์ ด่ี หู รูหรา มคี ุณคา่ มีราคา เหมาะ
กับลูกค้า ในทางตรงกันข้าม หากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ในระดับกลางลงมา วัสดุที่เลือกใช้ต้องไม่หรูหรา
มากนัก เพราะนอกจาก จะเป็นการสิ้นเปลืองแล้ว ยังไม่เหมาะกับ คุณสมบัติของร้านค้า และยังทำให้
ลูกคา้ มี เลอื กใช้ความร้สู กึ วา่ ร้านคา้ ไมเ่ หมาะกบั ตนอีกดว้ ย

เลือกใช้วัสดุอปุ กรณเ์ หมาะสมกบั กลมุ่ เป้าหมาย

86

2. วสั ดุอปุ กรณ์ที่ใช้ตอ้ งไม่ดงึ ดดู ความสนใจของลูกคา้ ไปจากตัวสนิ คา้

การจดั แสดงสนิ ค้าต้องมีจุดเด่นที่สำคัญเพียง

จดุ เดียว คือ ตวั สินค้า ดังนัน้ เมื่อตอ้ งใชว้ ัสดุอุปกรณ์

ตกแต่งการจัดแสดงสินค้าควรเลือกใช้ที่ไม่เด่น

สะดุดตาเกินไปกว่าสินค้า ต้องระลึกเสมอว่า วัสดุ

อุปกรณ์เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนประกอบของการจัด

แสดงสินค้าเท่านั้น หากเด่นกว่าตัวสินค้า การจัด

แสดงสินค้าครั้งนั้นก็หมดความหมาย ไม่คุ้มค่ากับ

การลงทุน วสั ดุอุปกรณต์ ้องไมด่ งึ ดูดความสนใจไปจากตัวสนิ ค้า

3. คา่ ใช้จ่ายในการดแู ลรกั ษา
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ตกแต่ง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา ผู้จัดแสดงควร

เลอื กวัสดอุ ุปกรณ์ที่ราคาไมแ่ พงจนเกนิ ไป ดแู ลรกั ษายาก จนเปน็ ภาระของเจา้ ของ หรือฝา่ ยจัดแสดงสนิ ค้า
นอกเสียจากว่าวัสดอุ ปุ กรณ์นัน้ จะชว่ ยเสรมิ ตัวสนิ คา้ ใหเ้ ด่น คมุ้ คา่ ตอ่ การใช้งานจงึ ควรนำมาพิจารณา

4. บรกิ ารท่จี ะใหก้ บั ลูกค้า
ร้านค้าที่มีพนักงานขายช่วยแนะนำ

และให้บริการลูกค้า กับร้านค้าที่ให้ลูกค้า
บริการ ตนเอง จะใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างชนิดกัน
ร้านค้าแบบบริการตนเองควรจัดแสดงสินค้า
แบบเปิดเพื่อลูกค้า จะได้หยิบชมสินค้าได้
สะดวก ดังนั้นจึงต้องเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่
ลกู ค้าสามารถหยิบสนิ ค้าได้งา่ ย

วัสดอุ ปุ กรณ์ในการจดั แสดงสินคา้ ที่ลูกค้าสามารถหยิบสินค้าไดง้ ่าย

5. วัสดอุ ปุ กรณ์ตกแตง่ ควรเหมาะสมกับสนิ ค้า วสั ดุอปุ กรณ์ตอ้ งเหมาะสมกบั สินค้า
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งใน

การเลือกวัสดุ อุปกรณ์สาหรับการจัด
แสดงสินค้า คือความเหมาะสม ระหว่าง
วัสดุ อุปกรณ์กับสินค้า วัสดุอุปกรณ์ใน
การจัดแสดง ควรเลือกทม่ี ขี นาด รูปแบบ
รูปทรง สีสันที่เหมาะสมกับสินค้า เช่น
ถ้าสินค้ามีขนาด เล็กแล้วเลือกใช้
อุปกรณ์ขนาดใหญ่ จะทำให้ความโดด
เดน่ ของ สินค้าหมดไป เปน็ ต้น

87

ประเภทของอุปกรณ์ในการจัดแสดงสนิ ค้า

1. อุปกรณใ์ ช้งาน (Functional Props)
อุปกรณ์ใช้งาน เป็นวัสดุที่ชว่ ยส่งเสริมให้สินคา้ ดูดีข้ึน รูปร่างดีข้ึน มีลักษณะใกล้เคียง กับความเป็น
จริง อปุ กรณใ์ ชง้ าน ไดแ้ ก่
1.1 ขาตั้ง เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสูงให้กับสินค้า สามารถปรับระดับความสูงได้ ปลายด้านบน
ของขาตั้งมีลักษณะเป็นเกลียวสกรู สำหรับต่อกับแกนรูปต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับ สินค้า เช่น แกนรูปบ่า
สำหรับแขวนสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย ผ้าพันคอ เป็นต้น วัสดุที่นำมาทำ ขาตั้งได้แก่ พลาสติก โลหะ
ไม้ แต่ท่ีนยิ มใช้มากท่สี ดุ คอื โลหะ การนำขาต้งั ตอ่ เข้ากับแหนรปู บา่ ทำใหแ้ กนรูปบ่าสูงขนั้
1.2 หุ่นโชว์ (Mannequins) เป็นอุปกรณ์ที่แสดงลักษณะการใช้งานของสินค้าได้ดีที่สุด และถือว่า
เปน็ อุปกรณ์ท่มี รี าคาแพง หนุ่ โชว์มที ้งั ทำมาจากพลาสตกิ ปนู ปลาสเตอร์ ยาง หรือ ไฟเบอรก์ ลาสส์ หุ่นโชว์
มีหลายลักษณะ ได้แก่

⬧ หุ่นโชว์ทั้งตัว อาจมีขนาดเท่าของจริงหรือเล็กกว่า มีท้ัง
หนุ่ ผชู้ าย หนุ่ ผ้หู ญิง และหนุ่ เด็กไม้

หุ่นโชวท์ ั้งตัว

⬧ หุ่นโชว์เฉพาะส่วน ช่วยประหยัดเนื้อที่ในการจัด
แสดง เพราะบางครั้งในการใช้งานอาจไม่ต้องการใช้หุ่น
ทั้งตัว เช่น สินค้า เป็นประเภทเสื้ออาจใช้หุ่นโชวเ์ ฉพาะ
ลำตัว สินค้าประเภทผ้าพันคอ เครื่องประดับ วิกผม
อาจใช้หุ่นโชว์เฉพาะศีรษะและลำคอ สินค้าประเภท
กระโปรงหรือกางเกง อาจใช้หุ่นโชว์เฉพาะท่อนล่าง
สินค้าประเภทถุง น่อง รองเท้า ถุงเท้า อาจใช้หุ่นโชว์
เฉพาะทอ่ นขาหรอื ช่วงเทา้ เปน็ ต้น

หนุ่ โชวเ์ ฉพาะส่วน

88

1.3 โครงร่าง (Forms) เป็นโครงหรือหุ่นจำลองรูปร่างมนุษย์ มีทั้งแบบเต็มตัว ครึ่งตัว หรือเฉพาะ
ส่วน เป็นโครงร่างแบนๆ ที่ทำจากแผ่นไม้อัด ลวด แผ่นกระดาษ มีการหล่อให้ดูคล้าย มนุษย์มากที่สุด
สามารถถอดอวยั วะออกเป็นชน้ิ ๆ ได้ เพอื่ สะดวกในการสวมใส่สนิ คา้ เขา้ ไป ปัจจุบนั ร้านคา้ ตา่ ง ๆ นิยมใช้
โครงร่างกันมากเนื่องจากช่วยประหยัดเนื้อที่ในการจัดแสดงและประหยัด ค่าใช้จ่ายได้ โครงร่างที่นิยมใช้
มักมเี พียงซกี เดียวหรือมเี พียงด้านเดยี ว คือเฉพาะด้านหนา้ เท่านัน้

1.4 เชิ้ตแสตนด์ (Shirt Stand) มีลักษณะเป็นแท่นไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำมุมประมาณ 45 องศา วาง
บนขาต้งั ปรับระดบั ได้ ใช้สำหรับจัดแสดงเส้ือโดยไม่ต้องคล่ีออก อาจเพิ่มโดยการนำเน็คไทมาผูกท่ีคอเสื้อ
หรืออาจนำผา้ เชด็ หน้ามาเสียบไว้ทก่ี ระเป๋าเส้อื ก็ได้

1.5 ราวแขวน (Rack) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แขวนสินค้า เหมาะสำหรับการจัดแสดงสินค้า แบบเปิด
สามารถแขวนสินคา้ ไดเ้ ปน็ จำนวนมาก ช่วยประหยัดพน้ื ที่ ดเู ปน็ ระเบียบ ทำใหล้ ูกค้า สามารถเลือกสินค้า
ไดอ้ ย่างสะดวก ราวแขวนมหี ลายรปู แบบ เชน่ แบบกลม แบบราวยาว แบบหมุนได้ แบบตดิ ผนัง เปน็ ต้น

2. อปุ กรณ์ชนดิ โครงสร้าง (Structural Props)
วสั ดุตกแต่งชนิดโครงสร้างช่วยเสริมสินคา้ และวัสดตุ กแต่งอื่น ๆ ให้เด่นข้นึ อุปกรณ์ ชนิดโครงสร้าง

ได้แก่

2.1 แท่นและโต๊ะ (Pedestals and Table)
ประโยชน์ของแท่นและโต๊ะคือ ช่วยทำให้ สินค้า
สูงขึ้น เด่นขึ้น ทำให้สินค้าดูมีชีวิตชีวา สินค้า
ประเภทหมวก รองเท้า มักนิยมใช้การจัดวาง บน
แท่น สิ่งสำคัญในการเลือกโต๊ะและแท่นมาใช้เป็น
อุปกรณ์ประกอบคือ ต้องเลือกระดับความสูงที่
เหมาะสม ให้อยู่ในระดับสายตาของลูกค้าที่จะ
สามารถมองเหน็ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การนำแท่นมาใชเ้ ปน็ วสั ดอุ ปุ กรณ์ในการจัดสดงสินค้า

2.2 กล่องรูปลูกบาศก์ (Cubes) กล่องรูปลูกบาศก์จัดเป็นวัสดุตกแต่งที่ราคาไม่แพง สามารถทาได้
โดยใช้กล่องเปล่าหุ้มด้วยกระดาษหรือผ้ากำมะหยี่ ใช้ประกอบการจดั แสดงได้ทั้งการ จัดหน้าต่างโชว์ การ
จัดสินค้าหน้าร้าน และการจัดสินค้าภายในร้าน ทำให้สินค้าเด่นขึ้น มีความ สวยงามมากขึ้น การใช้กล่อง
รูปลกู บาศก์นี้ ผ้จู ัดอาจใชก้ ลอ่ งหลายขนาดมาจดั วางให้ลดหล่ันกัน ก็จะสร้างความสวยงามได้อีกแบบหนง่ึ

2.3 เสา (Columns) ตัวเสาใชใ้ นการแบ่งต้โู ชว์ออกเปน็ ชว่ ง ๆ ใหค้ วามรู้สกึ ย่งิ ใหญ่ สง่างาม เหมาะ
สำหรับการจัดแสดงสินค้าที่หรูหรา ฟุ่มเฟือย สินค้ายี่ห้อดังๆ นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้เสาร่วมในการจัด
แสดงสนิ ค้าประเภทกลางแจ้ง เช่น เฟอรน์ เิ จอร์ เปน็ ต้น

89

2.4 ตู้โชว์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดวางสินค้า ส่วนใหญ่เป็นการจัดแสดงสินค้าแบบปิด คือใช้ใน

การป้องกันรักษาสินค้า ลูกค้าสามารถมองเห็นสินค้าได้ แต่ไม่สามารถเลือกหยิบเองได้ เช่น ตู้โชว์

เครือ่ งประดบั เครือ่ งสำอาง อาหาร ตู้โชวม์ ีหลายแบบ ได้แก่ ต้โู ชว์สินคา้ หนา้ รา้ น ตโู้ ชว์ แบบตดิ ผนงั ตู้โชว์

แบบเคาน์เตอร์ ที่ส่วนบนของเคาน์เตอร์สามารถนำสินค้ามาจัดแสดงได้ หรืออาจจะทำเป็นเคาน์เตอร์

เฉพาะสินค้า เช่น เคาน์เตอร์เคร่อื งสำอาง เปน็ ตน้

2.5 ชั้นวาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดแสดงสินค้า ส่วนใหญ่เป็นการจัดแสดงสินค้า แบบเปิด คือ

ลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้าเองได้ จึงต้องมีการออกแบบให้สวยงาม เพื่อดึงดูด ความสนใจ และลูกค้า

สามารถหยิบสนิ คา้ ไดอ้ ย่างสะดวก เชน่ ช้นั วางที่สามารถหมนุ ได้ เปน็ ต้น

3. อุปกรณต์ กแตง่ ชนดิ ใชใ้ นการประดบั (Decorative Props)

การใช้อุปกรณ์ตกแต่งชนิดใช้ในการประดับนี้ ช่วยให้การจัดแสดงสินค้าที่ปรากฏต่อ สายตาของ

ลกู คา้ ดดู ี มคี วามสวยงาม และน่าสนใจมากข้ึน ผู้จัดแสดงสว่ นใหญ่จึงนิยมใชก้ นั อย่าง แพร่หลายโดยเฉพาะ

ในการตกแตง่ หน้าตา่ งโชวห์ น้ารา้ น จะมตี วั สนิ คา้ เปน็ หลกั แลว้ ใชอ้ ปุ กรณ์ ตกแต่งเหลา่ นเี้ ป็นสว่ นประกอบ

ทำใหบ้ รรยากาศสมจรงิ มากขนึ้ เชน่ การจดั หนา้ ต่างโชวใ์ นเทศกาล วนั แห่งความรกั อาจตกแต่งด้วยรบิ บ้ิน

ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ หรือผา้ เป็นตน้ อปุ กรณ์ตกแตง่ ชนดิ ใช้ ประดับ เชน่

⬧ ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์และตน้ ไมป้ ลอม การใช้ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์และต้นไมป้ ลอมในการ จดั แสดงสนิ ค้า

จะมีความคล่องตัวกว่าการใช้ของจริง และสามารถนำมาล้างทำความสะอาดได้ หลายครั้ง ข้อได้เปรียบ

ของดอกไม้ประดิษฐ์อีกอย่างหนึ่งคือ สามารถสั่งทำได้ตามจินตนาการซึ่งจะ มีลักษณะที่แตกต่างไปจาก

ดอกไมห้ รือตน้ ไม้ตามธรรมชาติ

⬧ โฟม เป็นวัสดุที่ทำมาจากเม็ดพลาสติก น้ำหนักเบา สามารถนำมาดัดแปลงเป็น รูปทรงและ

รูปรา่ งตา่ ง ๆ ได้ง่าย

⬧ กระดาษ มีสีสันลวดลายให้เลือกมากมาย ผู้จัดแสดงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสม กับงาน

สนิ คา้ หรอื เทศกาล วาระตา่ ง ๆ ได้อยา่ งสวยงาม มที ั้งกระดาษบาง กระดาษหนา กระดาษ ลูกฟูก และยัง

มีสใี ห้เลอื กอกี มากมายดว้ ย

⬧ ผา้ ชนดิ ตา่ ง ๆ ใช้สำหรบั ทำพ้ืนหลงั ฉาก หรอื ใช้เป็นวัสดปุ ูพนื้ ชว่ ยใหส้ นิ ค้า ดูมีค่า มีราคามาก

ยิ่งขึ้น ผ้าที่ใช้ในการจัดแสดงมีหลายประเภท เช่น

ผ้าแพร ผ้าฝ้าย ผ้ากำมะหยี่ และหลายราคา ตั้งแต่

ราคาถูกไปจนถึงราคาแพง ซึ่งจะเลือกใช้แบบใด

ราคาเทา่ ใดขนึ้ อยูก่ บั ลกั ษณะของงาน

⬧ วสั ดทุ ่ีเปน็ เสน้ หรือเปน็ แถบ เชน่ ริบบ้ิน

เชือก เส้นกระดาษสีเงิน สีทอง เส้นด้าย เป็น

อุปกรณ์ประกอบที่ช่วยให้การจัดแสดงดูเด่นและ

สะดุดตา สร้างบรรยากาศให้รื่นรมย์มากขึ้น และ

เรยี กรอ้ งความสนใจได้เร็วข้ึน อุปกรณต์ กแตง่ ชนิดใช้ในการประดับ

90

4. อปุ กรณป์ ระกอบหรอื เสริมการจัดแสดงสนิ คา้ (Supplies for Display)
เป็นอปุ กรณ์ทีช่ ่วยให้การตกแต่งดูไม่เรียบง่ายจนเกินไป อปุ กรณ์เหลา่ นี้ เชน่ การนำสี มาทาบริเวณ

ผนัง ฉากหลัง พื้น และวสั ดตุ กแตง่ อื่น ๆ ซ่ึงสามารถช่วยประหยดั คา่ ใช้จ่ายได้ และหากผูจ้ ัดแสดงมีความรู้
เรื่องทฤษฎีสี กส็ ามารถผสมสีไดต้ ามความต้องการได้อีกด้วย

นอกจากนี้ แล้วในการจัดแสดงสินค้ายังต้องมีป้ายสัญลักษณ์ ป้ายทางออก ป้ายโฆษณา
ประกอบการตกแต่ง อีกด้วย นอกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอีกหลายอยา่ ง
ที่ช่วย อำนวยความสะดวกให้การจดั แสดงน้ันสมบรู ณ์ มีความเรียบร้อย น่ามอง และบางชนิดช่วยท่นุ แรง
ผจู้ ดั ได้อกี ด้วย อุปกรณ์นัน้ เชน่ คอ้ น เข็มหมุด เอ็น คีมตดั ปืนยงิ ลวด คัตเตอร์ เป็นต้น

หน้าท่ีของอปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการจัดแสดงสนิ ค้า

1. ช่วยในการจัดแสดงสนิ ค้า
ในการจัดแสดงสินคา้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงในหน้าต่างโชว์ หรือการจัดแสดงภายในรา้ นจำเป็นอย่างยงิ่

ที่จะต้องมีอุปกรณ์ช่วย ซึ่งทำให้การจัดแสดงสินคา้ นั้นน่าดู และดึงดูดความสนใจไดด้ ี โดยผู้จัดสามารถออกแบบ
อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานให้เขา้ กับตัวสินค้า และภาพลักษณ์ของสินค้า นอกจากนีย้ ังสามารถใช้พื้นท่ใี ช้
สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกด้วย ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีอุปกรณ์ ผู้จัดอาจต้องวางสินค้าลงบนพื้น ซึ่ง
นอกจากจะไมน่ ่าสนใจ แลว้ ยังเปลืองพืน้ ทีใ่ ช้สอยอีกด้วย

2. ชว่ ยในการปอ้ งกันและเก็บรกั ษาสินค้า
สินค้าที่มีคุณค่า ราคาสูง ต้องใช้ อุปกรณ์ ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ที่มีความ แข็งแรง ทนทาน
สามารถจัดเก็บสินค้าได้ด้วย ความปลอดภัย ทั้งจาก
การกระแทกและการถูก ขโมย นอกจากนี้สินค้า
ประเภทอาหารสด นำ้ อดั ลม ไอศกรมี เคก้ นม ต้องเก็บ
ไวใ้ นตทู้ ่ี สามารถปรบั อณุ หภูมใิ หร้ อ้ น-เย็นตามต้องการ
ดังนั้นในปัจจุบันจึงได้มีการออกแบบตู้ที่อำนวย
ประโยชน์ ทั้งดึงดูดความสนใจผู้ที่ผ่านไปมา และ
สามารถเกบ็ รักษาสนิ คา้ ได้ดว้ ย
อปุ กรณ์การจัดแสดงท่ชี ่วยปอ้ งกัน เกบ็ รกั ษา

3. ชว่ ยในการสง่ เสริมการขาย ขอ้ มลู เพม่ิ เติม
วสั ดตุ กแตง่ ทีช่ ่วยในการสง่ เสรมิ การขายทเ่ี หน็ ไดช้ ดั เจน

เปน็ การจดั แสดงสนิ ค้าแบบเปดิ ซ่ึงลูกคา้ สามารถเลือกหยิบชม
สนิ คา้ ไดอ้ ยา่ งใกลช้ ิด เช่น การใช้ ราวแขวนสำหรับการจัดแสดง
สินคา้ ประเภทเสื้อผา้ หรอื การจดั วางสินคา้ ในตู้กระจกที่สวยงาม
จะชว่ ย เพ่มิ คุณคา่ ของสินค้า ทำใหเ้ กดิ การตดั สนิ ใจซือ้ เรว็ ขนึ้

91

แบบฝกึ หัดบทที่ 7

1. การพิจารณาเลอื กวา่ จะใช้วัสดใุ ดในการตกแต่ง ผู้จดั แสดงจะตอ้ งคำนงึ ถงึ อะไรบ้าง
2. หนิ ทใ่ี ชใ้ นการจัดแสดงสนิ ค้า มอี ะไรบา้ ง
3. กระจกเหมาะสำหรับนำมาใช้ทำเป็นวัสดอุ ปุ กรณใ์ ดในการจัดแสดงสินคา้
4. เหตุใดจงึ กล่าววา่ โฟมนำมาใชเ้ ป็นวัสดุในการทำวอลล์เปเปอร์ได้ดี
5. จงอธิบายเกยี่ วกับการเลอื กวสั ดอุ ปุ กรณใ์ ห้เหมาะกบั กลมุ่ ลกู คา้ เป้าหมาย
6. การเลือกวสั ดุอปุ กรณท์ ่ีไม่ดึงดูดความสนใจของลกู ค้าไปจากตัวสนิ ค้า จะตอ้ งระลึกว่าอยา่ งไร
7. วัสดุท่นี ยิ มนำมาทำเปน็ ขาตง้ั มากท่สี ดุ ไดแ้ กอ่ ะไร
8. หนุ่ โชวเ์ ฉพาะสว่ น มีประโยชนอ์ ย่างไร
9. ราวแขวนเหมาะกบั การจัดแสดงสนิ ค้าแบบใด และมขี ้อดีอยา่ งไร
10. อุปกรณ์ในการจัดแสดงสนิ คา้ มหี นา้ ทอ่ี ยา่ งไรบา้ ง

92

ขั้นตอนการปฏิบตั กิ จิ กรรม
จากภาพจงพิจารณาวา่ สินค้ากับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดแสดงสินค้าเหมาะสมกับสินค้าหรือไม่

พร้อมบอกเหตุผลประกอบด้วย

วัสดุอุปกรณม์ ีความเหมาะสม/ไมเ่ หมาะสม
เนือ่ งจาก ...................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................

....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

93

บทที่ 8 การติดตามผลของการจดั แสดงสินคา้

สาระสำคญั
ในการจัดแสดงสินค้าแต่ละครั้งย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แต่ก็เป็นกิจกรรมที่แทบทุกกิจการ

โดยเฉพาะกิจการค้าปลีกจะขาดเสียไม่ได้ เมื่อต้องเสียค่าใช้จ่าย กิจการจึงต้องมีการติดตามผลเพื่อ
ตรวจสอบว่าการจัดแสดงสินค้าครั้งนั้นๆ ทำให้กิจการได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปหรือไม่
โดยส่วนใหญ่การติดตามผลการจัดแสดงสินค้าจะจัดทำในรูปแบบของการประเมินผล ซึ่งมีทั้งการ
ประเมนิ ผลเชิงคณุ ภาพและการประเมนิ ผลเชิงปริมาณ

เนอื้ หา 1. การติดตามผลการจัดแสดงสนิ ค้า
2. การประเมนิ ผลการจดั แสดงสินค้า

94

การติดตามผลการจดั แสดงสนิ คา้

การส่งเสริมการขายโดยวิธีการจัดแสดงสินค้า เป็นวิธีการที่ร้านค้าปลีกในปัจจุบันให้ความ สำคัญกัน
มาก เพราะการจัดแสดงสินค้าสามารถสร้างยอดขายให้กับร้านค้าจนประสบผลสำเร็จได้ ดังนั้นเมื่อมีการ
จัดแสดงสินค้าควรมีการติดตามผลเพื่อวัดประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ว่าควร จะผิดวิธีปฏิบัติใน
แนวทางเดิมหรือควรแก้ไขในจุดใด การติดตามผลการจัดแสดงสินค้าควรจัดทำ ในรูปแบบของการ
ประเมนิ ผล ซึ่งอาจประเมนิ โดยผูจ้ ัดแสดง หรอื เจ้าของกจิ การก็ได้

ปจั จัยที่ควรคำนึงถึงในการติดตามผลการจดั แสดงสินค้า
การติดตามผลการจัดแสดงสินค้า ควรทำในรูปของการประเมินผลการจัดแสดงสินค้า ซึ่งเจ้าของร้านค้า
อาจเป็นผู้ประเมิน หรือตัวผู้จัดแสดงเป็นผู้ประเมินผลงานของตนเอง ในการ ประเมินนั้นอาจใช้การ
สงั เกตการณ์ หรอื ประเมนิ ผลเชงิ ปรมิ าณ แตอ่ ย่างไรก็ดี ในการติดตามผล การจดั แสดงสินคา้ ผู้ประเมินผล
ควรคำนงึ ถึงปจั จัย ดงั น้ี

1. การสำรวจลูกค้าที่สนใจการจัดแสดงสินค้า เป็นการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า ที่มาใช้
บริการ ทำการสังเกตว่าผู้ที่พบเห็นการจัดแสดงสินค้าแล้วสะดุดตาหรือพึงพอใจการจัดแสดง สินค้านั้น
หรือไม่ เพียงใด ซึ่งการสำรวจความสนใจของลูกค้านี้ส่วนใหญ่มีข้อจํากัดเรื่องเวลา กล่าวคือ เจ้าของร้าน
หรือผู้จัดแสดงมักไม่มีเวลานั่งสังเกตการณ์ว่ามีผู้หยุดยืนดูกี่คน แสดงความสนใจกี่คน หรือก้าวเข้ามาใน
ร้านกี่คน กิจการจึงวัดประสิทธิภาพของการจัดแสดงสินค้าด้วยการพิจารณาจาก ยอดขายว่าเพิ่มขึ้นจาก
เดิมหรือไม่ ในบางร้านมีกล่องรับความคิดเห็นโดยมีแบบสอบถามสั้นๆ วางไว้พร้อมปากกา เพื่อให้ลูกค้า
ตอบแลว้ หยอดลงไปในกลอ่ ง

2. ตรวจเช็คการตอบสนองโดยตรง เป็นการสำรวจจำนวนลูกค้าที่หยุดยืนชมการจัด แสดงสินค้า
และสนใจเขา้ มาชมสินค้าภายในร้าน ว่ามจี ำนวนมากน้อยเพียงใด หรือบางแห่ง วดั จากยอดขายหลังจากที่
ไดม้ ีการจัดแสดงสนิ คา้ แล้ว ซ่ึงวิธีนีเ้ ปน็ การประเมินผลท่อี าจไม่ไดผ้ ลท่ี แมน่ ยำนัก เพราะยอดขายที่เพ่ิมขึ้น
อาจเกดิ จากการสง่ เสริมการตลาดวิธีอน่ื ๆ เชน่ การโฆษณา การเชญิ ชวนของพนกั งานขาย เปน็ ต้น

3. คุณค่าของพื้นที่ในการจัดแสดงสินค้า ผู้บริหารร้านค้าปลีกควรให้ความสนใจการ ประเมิน
คณุ ค่าของพนื้ ทที่ ี่ใชใ้ นการจดั แสดงสินค้า โดยพจิ ารณาวา่ บริเวณท่ีจัดแสดงสนิ คา้ หา่ งจากหนา้ ร้านเพยี งใด
การจัดแสดงสินค้าในบริเวณที่เหมาะสมย่อมเกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด ดังนั้นใน การวางแผนการจดั
แสดงสินคา้ จะต้องพิจารณาในเรือ่ งของพ้ืนทีบ่ ริเวณที่จะจัดแสดงว่าเป็นจุของความพอดีทีล่ กู ค้าได้พบเห็น
การจัดแสดงสินค้าแล้วเดนิ เข้ามาในร้านโดยไม่มีสิ่งกีดขวางหรือ พบจุดของการจัดแสดงกบั ร้านขายสนิ ค้า
จะต้องอย่ไู ม่หา่ งกนั จนทำใหค้ วามสนใจของลกู คา้ ลดลงไปแลว้ เม่อื พบสินค้าในรา้ น

4. ดูจากปริมาณยอดขาย หากช่วงที่มีการจัดแสดงสินค้า ปรากฎว่ายอดขายเพิ่มขึ้น ก็พอที่จะ
ประเมินได้ว่าการจัดแสดงสินค้านัน้ มีผลดีมากน้อยเพียงใด ร้านค้าที่มีการปรับปรุงการตกแต่งและการจัด
แสดงสนิ ค้าอยู่เสมอ เมื่อเปรยี บเทียบกบั ชว่ งที่ไม่มีการจัดแสดงสนิ ค้าแลว้ ปรากฏว่าทำให้ยอดขายเพ่ิมขึ้น

95

ต้งั แต่ 25-40 เปอรเ์ ซน็ ในทางตรงกนั ข้าม ร้านคา้ ที่เคยทำการจัด แสดงสนิ คา้ อยู่อยา่ งสม่ำเสมอ แต่ต่อมา
ละเลยไมม่ กี ารจัดแสดงสนิ คา้ กลับทำให้ยอดขายลดลงไป กว่าเดมิ 20%

ประเภทของคา่ ใช้จา่ ยในงบประมาณการจดั แสดงสนิ ค้า

การประเมนิ ผลการจดั แสดงสนิ ค้า
การประเมินผลการจัดแสดงสินค้า คือ การนำเอาผลงานการจัดแสดงสินค้าในช่วงเวลาที่ กำหนดมา

วิเคราะห์ผล แล้วนำมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ตั้งไว้ เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทาง ในการวาง
แผนการจดั แสดงครั้งต่อไป

ความสำคญั ของการประเมินผลการจดั แสดงสนิ ค้า
1. เพอื่ จะได้ทราบผลการจัดแสดงว่าบรรลวุ ัตถุประสงค์ตามที่วางไวห้ รือไมเ่ พื่อจะได้ ทราบข้อท่ีควร

ปรบั ปรงุ แกไ้ ขในการจัดแสดงสินค้าครั้งน้ัน ๆ และใช้เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ิครั้ง
ต่อไป

2. เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการกำหนดงบประมาณการจัดแสดงสินคา้ ครัง้ ต่อไป ควรมีการ ประเมินผล
การจัดแสดงทกุ ครัง้ ท่ีมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดแสดง เพื่อวัดความสำเร็จในการ จัดแสดงสนิ ค้าใน
ครง้ั นนั้ ๆ ในการประเมนิ ผลการจดั แสดงสนิ คา้ แต่ละคร้ัง สิง่ ที่สำคญั จะตอ้ งนำมา พิจารณา ไดแ้ ก่

2.1 ควรมกี ารกำหนดเป้าหมายการดำเนนิ งานที่ชัดเจน
2.2 การกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานควรเป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่าย บริหารและ
ฝา่ ยจัดแสดงสนิ ค้า
รูปแบบการประเมนิ ผลการจดั แสดงสินคา้
1. การประเมินผลเชิงคุณภาพ เป็นการประเมินผลที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ วิธีการ
ประเมินผลเชิงคุณภาพ อาจใชว้ ิธีการสงั เกตการณ์ (ซง่ึ จะกล่าวถึงรายละเอียดในหวั ขอ้ ตอ่ ไป)
2. การประเมินผลเชิงปริมาณ เป็นการประเมินผลที่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้เกณฑ์การ
ประเมนิ ผลอาจออกมาในรูปของ
2.1 ผลกำไร เป็นการเปรยี บเทียบผลกำไรท่ีร้านคา้ ไดร้ บั กอ่ นมีการจัดแสดงและหลังจากมีการจัด
แสดงวา่ เพมิ่ ข้ึนหรือไม่ และเป็นจำนวนมากนอ้ ยเพียงใด
2.2 ยอดขาย การประเมินผลยอดขายก็เช่นเดียวกับการประเมินผลกำไร คือเป็นการ
เปรียบเทียบยอดขายที่เกิดขึ้น อาจนับเป็นจำนวนเงินหรือนับเป็นจำนวนหน่วยของสินค้า ก่อนการ จัด
แสดงและหลงั การจดั แสดง
2.3 จำนวนผู้เข้าร้านค้า การประเมนิ จำนวนผูเ้ ขา้ ร้านคา้ อาจกระทำไดโ้ ดยสังเกต
จำนวนของผู้ทเี่ ขา้ รา้ นคา้ ก่อนการจัดแสดงและหลงั การจดั แสดง

96

2.4 คำตอบที่ได้รับจากการใช้แบบสอบถาม เป็นการประเมินเกี่ยวกับความพอใจ ของผู้คนที่มี
ตอ่ การจัดแสดงสนิ ค้าครง้ั น้นั ๆ ซ่งึ ไดม้ ีการแปรเป็นจำนวนตวั เลขแล้ว

วธิ กี ารประเมนิ ผลการจดั แสดงสินคา้
1. การสังเกตการณ์ เป็นการประเมินผลการจัดแสดงที่ง่ายและสะดวก เนื่องจากไม่ต้อง สร้าง

เคร่อื งมือสำาหรับการประเมิน เพียงแต่ใชผ้ ู้สังเกตการณ์หาท่ียืนทส่ี ะดวกต่อการสังเกตจำนวน ผู้คนท่ีผ่าน
ไปมาว่ามีพฤติกรรมเช่นใด พฤติกรรมของผู้ที่ผ่านไปมา เช่น ไม่มองหน้าต่างโชว์ มองผ่านๆ โดยไม่หยุดดู
รายละเอียด หยุดดหน้าต่างโชว์ หยุดมองหน้าต่างโชว์แล้วเดินเข้ามาในร้าน โดยอาจทำเป็นแบบบันทึก
ดงั น้ี

2. การประเมินผลโดยใช้แบบประเมิน เป็นวิธีการประเมินผลโดยอาจทำเป็นแบบสอบถามการ
ประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบประเมนิ นี้ ผปู้ ระเมนิ สามารถกำหนดคำถามในหวั ขอ้ ท่ีต้องการประเมนิ ได้

ข้อมลู เพมิ่ เตมิ

97

แบบฝกึ หดั บทที่ 8

1. เหตุผลท่ีตอ้ งมีการตดิ ตามผลการจัดแสดงสนิ ค้าคืออะไร
2. การติดตามผลการจัดแสดงสนิ ค้าควรจดั ทำในรปู อย่างไรไดบ้ า้ ง
3. ใครเปน็ ผู้ทีท่ ำหน้าท่ีประเมินผลการจดั แสดงสนิ คา้
4. การประเมนิ ผลการจัดแสดงสินค้าคืออะไร
5. การประเมนิ ผลการจดั แสดงสินค้ามีความสำคัญอย่างไรบา้ ง
6. ให้นักเรยี นจดั ทำแบบสำรวจเพื่อใชใ้ นติดตามผลการจัดแสดงสินคา้ ประเภทบรกิ าร
7. ให้นักเรียนจดั ทำแบบประเมนิ เพื่อใช้ในติดตามผลการจดั แสดงสินค้าประเภทอุตสาหกรรม
8. ให้นักเรียนจัดทำแบบบันทึกการสังเกตการณ์เพื่อใช้ในติดตามผลการจัดแสดงสินค้าประเภทธุรกิจ

ขนาดกลางหรือขนาดย่อม
9. ใหน้ ักเรยี นจดั ทำแผนการประเมนิ ผลการจดั แสดงสนิ คา้ ประเภทผลิตภัณฑท์ ้องถ่ิน
10. ให้นักเรียนจดั ทำแบบสอบถามเพ่ือใช้ในติดตามผลการจดั แสดงสนิ ค้าประเภทสินค้าเกษตร

98

ขนั้ ตอนการปฎิบตั ิกิจกรรม
จงตอบคำถามโดยเติมคำลงใน

การตดิ ตามผลการจัดแสดงสินค้า
ควรทำในรปู แบบของ

หากเจา้ ของร้านหรือผู้จดั แสดง
ไม่มีเวลาน่ังสังเกตการณอ์ าจใช้วิธกี าร
ติดตามผลการจัดแสดงสนิ ค้าโดย

การประเมนิ ผลการจดั แสดงสนิ คา้
กระทำได้โดย


Click to View FlipBook Version