เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดียม
บทละครพูดคำฉันท์
เร่ือง มทั นะพาธา
คำนำ
หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ รือ่ ง วเิ คราะห์คณุ ค่าจากวรรณคดีในบทเรยี นมทั นะพาธาเพื่อพัฒนาทักษะการคิด
วเิ คราะหเ์ ปน็ ส่ือสำหรับใชใ้ นรายวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5
เนอื้ หาจัดทำขึ้นเพอื่ ให้นกั เรยี นสามารถทราบแนวทางการวเิ คราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดี เรอื่ ง มทั นะพาธา
สามารถนำคณุ คา่ ทไ่ี ด้ ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวนั ต่อไป
หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ สเ์ รอ่ื ง วิเคราะห์คณุ คา่ จากวรรณคดีในบทเรยี นมทั นะพาธาเพ่อื พัฒนาทักษะการคดิ
วิเคราะห์ฉบบั นส้ี ว่ นหนึ่งได้รบั ความอนเุ คราะหจ์ ากเพจ “ภาษาไทยไม่จก๊ั เดยี ม” และมีวัตถุปรางคเ์ พ่อื ใช้ในการเรียน
การสอนเทา่ น้นั
สารบัญ
เนื้อหา หน้า
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1
แนวทางการวิเคราะหค์ ุณค่า
2-24
คณุ คา่ ด้านเนื้อหา 6-7
คุณคา่ ดา้ นสังคม 8-9
คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ 10-24
วเิ คราะห์คุณค่า 25-33
แบบฝกึ หดั 34-35
แบบทดสอบหลงั เรียน 36
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1
ข้อสอบก่อนเรียนจำนวน 15 ขอ้
2
แนวทางวเิ คราะหค์ ุณคา่
ทฤษฎบี ทวเิ คราะห์ 4
คุณค่าด้านเน้ือหา ข้อคิด
คุณค่าด้านสังคม
คุ ณ ค่ า ด้ า น ว ร ร ณ ศิ ล ป์
6
01
คุณค่าด้านเน้ือหา
7
1. รปู แบบ 5. บทสนทนา
2. แนวคดิ 6. ฉากและ
3. โครงเรอื่ ง บรรยากาศ
4. ตัวละคร 7. กลวิธกี ารเขียน
8. สำนวนภาษา
8
02
คุณค่าด้านสังคม
9
1.วัฒนธรรม 5. ความเชือ่
2.ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี 6. วถิ ีชีวิต
3.ศาสนา 7.บาปบุญ คณุ โทษ
4.คามเปน็ อยู่ 8. ฯลฯ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ 10
03
11
คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์
1. โวหาร
2. ภาพพจน์
3. เลน่ คำ
4. เล่นเสยี ง
5. รสในวรรณคดีไทย
โวหาร 12
1. บรรยายโวหาร = เลา่ เรื่องราว
2.พรรณนาโวหาร = อธบิ ายรายละเอยี ด
3. สาธกโวหาร = ยกตัวอย่าง
4.เทศนาโวหาร = สง่ั สอน
5. อปุ มาโวหาร = เปรียบเทยี บ
ภาพพจน์ 13
1. อปุ มา = เปรียบเทียบ
2. อปุ ลกั ษณ์ = เปรยี บเทียบ (เป็น คือ)
3. บคุ คลวัตร = กริยาอาการเหมือนมนุษย์
4. สัทพจน์ = เลียนเสียงธรรมชาติ
5. อติพจน์ = กลา่ วเกินจริง
6. ปฏิพากย์ = ใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน
7. นามนยั = ใชค้ ำทบี่ ่งบอกลักษณะของสิ่งใดสง่ิ หนึง่ แทนสง่ิ นนั้ ท้งั หมด
8. สญั ลักษณ์ = การใช้สิ่งใดสง่ิ หนึ่งแทนอีกส่งิ หนึง่ โดยท่ีท้ังสองส่งิ มคี ณุ สมบัติรว่ มกัน
9. อุปมานิทศั น์ = การเปรียบโดยใช้เรอื่ งราวหรอื นทิ านมาประกอบ
เลน่ คำ 14
1. คำไวพจน์ มี 3 ประเภท
1.1 คำพ้องรปู = คำที่เขียนเหมือนกนั แตอ่ าจจะออกเสียงต่างกนั ความหมายตา่ งกัน
1.2 คำพอ้ งเสียง = คำทอี่ อกเสียงเหมือนกนั แตเ่ ขยี นต่างกัน ความหมายต่างกัน
1.3 คำพ้องความหมาย = คำทค่ี วามหมายเหมอื นกัน แต่เขียนต่างกัน ออกเสยี งตา่ งกัน
2. การซ้าคำ = คำเดียวกนั ความหมายเดียวกนั ออกเสียงเหมอื นกนั
3. การใชค้ ำซ้า = ใช้ๆ (ไมย้ มก)
15
ตวั อยา่ ง คำพ้องรูป
คำว่า "เพลา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ ไดแ้ ก่
- เพลา : แกนสำหรบั สอดดุมเกวียน
- เพ-ลา : กาล, เวลา, คราว
16
ตวั อยา่ ง คำพ้องเสียง
- คำว่า "อฐิ " อา่ นว่า อดิ หมายถึง ดนิ เผาสำหรบั ก่อสร้าง
- คำว่า "อดิ " อ่านวา่ อดิ หมายถึง เหน่อื ยใจ, ออ่ นใจ
17
ตวั อย่าง คำพ้องความหม
คำวา่ "พระอาทติ ย"์ มหี ลายคำทีม่ ีความหมายสอื่ ถึงพระอาทิตย์ เชน่
- ตะวนั
- สุริยา
18
ตวั อยา่ ง ซ้าคำ
สุดสายนยั นาที่แม่จะตามไปเลง็ แล สุดโสตแลว้ ทแ่ี ม่จะซบั ทราบฟงั สำเนยี ง
สดุ สรุ เสยี งทแ่ี ม่จะร่าเรียกพไิ รรอ้ ง สุดฝีเท้าทแ่ี มจ่ ะเย้ืองยอ่ งยกย่างลงเหยยี บดนิ
กส็ ุดสน้ิ สดุ ปัญญาสุดหาสดุ คน้ เห็นสุดคิด จะได้พานพบประสบรอยพระลกู
นอ้ ยแต่สกั นิดไม่มเี ลย
เลน่ เสยี ง 19
1. พยัญชนะ = พยัญชนะเดยี วกนั
2. สระ = สระเดยี วกัน
3. วรรณยุกต์ = คำเดียวกัน เปลยี่ นเสียงวรรณยุกต์
20
ตัวอยา่ ง เลน่ เสียงพยัญชนะ
“ไผ่ซออ้อเอยี ดเบียดออด ลมลอดไลเ่ ล้ยี วเรียวไผ่
ออดแอดแอดออดยอดไกว แพใบไลน้ า้ ลำคลอง”
21
ตวั อย่าง เล่นเสยี งสระ
“จะคลอดบตุ รสดุ ปวดให้รวดร้าว ตึงหัวหน่าวเหน็ดเหนื่อยเม่อื ยตน้ ขา
แสนหอ่ งห้อยพรอยพรายพร่างสายตา จะเรยี กหาขนุ ช้างให้หมางใจ”
22
ตัวอย่าง เล่นเสยี งวรรณยกุ ต์
“จิบจับเจาเจา่ เจา้ รังมา จอกจาบจั่นจรรจา จา่ จา้
เค้าคอ้ ยค่อยคอยหา เหน็ โทษ ซอนซ่อนซอ้ นสริ้วหนา้ นิ่งเรา้ เอาขวญั ”
รสในวรรณคดี 23
04
รสในวรรณคดไี ทย 24
1. เสาวรจนี = ชมโฉม เล่าความงามของตวั ละคร
2. นารปี ราโมทย์ = บทเก้ียว การแสดงความรกั ชอบ
3. พโิ รธวาทัง = โกรธ ตัดพอ้ ประชดประชัน เสยี ดสี
4. สัลลาปังคพไิ สย = เศร้า
25
วิเคราะหค์ ณุ คา่
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดียม
คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ 26
งามผวิ ประไพผอ่ ง กลทาบศภุ าสพุ รรณ
งามแกม้ แฉลม้ ฉัน
งามเกศะดำขำ พระอรุณแอรม่ ละลาน
งามเนตรพ์ นิ ิศปาน
งามทรวงสล้างสอง กลน้าณทอ้ งละหาน โวหาร
ลีเลดิ ประเสรฐิ กวา่ สมุ ณีมะโนหะรา จากบทประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบ
งามเอวอนงค์ราว
เกลากลึงประหนึง่ วาด วรถันสมุ นมา- รปู ลักษณ์ของตวั นางมทั นาวา่ มคี วามงามทงั้ ผิวพรรณเปล่งประกาย
งามกรประหนึ่งงวง วรุบลสะโรชะมาศ เหมอื นกบั ทอง แกม้ แดงเหมือนกับพระอาทติ ยข์ ้นึ ยามเช้า เส้นผมที่
นวยนาฏวลิ าศวง สรุ ะศลิ ปชาญฉลาด ดำเหมือนกับโคลนใต้น้า ดวงตาดั่งนางมโนราห์ ทรวงอกเต่งตึง
ซา้ ไพเราะนา้ เสยี ง วรรูปพิไลยพะวง เหมือนดอกบัวตูม เอวเหมือนว่านายช่างผู้ฉลาดมาเกลากลึงได้
ไดฟ้ งั กว็ งั เวง สุระคชสุเรนทะทรง รูปทรงน่าหลงใหล มืองามเหมือนงวงช้างทรง เวลายกมือไปมา
เหมอื นจะรา่ ยรำ น้าเสียงก็เพราะเหมอื นดนตรี ไดฟ้ ังแลว้ ตดิ ใจ
ดจุ ะรำระบำระเบง นางใดจะมาเปรยี บมทั นาท้งั สวรรค์และโลกมนษุ ย์
อรเพียงพริ มประเลง งามสุดยอดตราตรึงใจ
บมิว่างมิวายถวิล
คุณคา่ ด้านวรรณศิลป์ 27
เทวะ,อันข้านี้ไซร้ มานีอ่ ย่างไร บทราบสำนึกสกั นิด;
จำได้วา่ ข้าสถิต ในสวนมาลศิ และลมรำเพยเชยใจ,
แต่อยู่ดดี ที ันใด บังเกดิ รอ้ นใน อุระประหนึง่ ไฟผลาญ,
ภาพพจน์
มีการเปรียบเทียบอาการรอ้ นรนในทรวงอกดัง่ ไฟที่กำลงั ลกุ
ไหม้ เปน็ การใชภ้ าพพจน์แบบอุปมาได้ไพเราะและมองเห็นภาพ
คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์ 29
งามผวิ ประไพผอ่ ง กลทาบศุภาสุพรรณ เล่นคำ
งามแก้มแฉลม้ ฉัน พระอรณุ แอรม่ ละลาน จากบทประพันธ์ข้างต้นมีการเล่นคำแบบซ
งามเกศะดำขำ กลน้าณทอ้ งละหาน คือคำว่า “งาม” แสดงให้เห็นว่าตัวของนางมัทนา
งามเนตรพ์ นิ ศิ ปาน สมุ ณีมะโนหะรา เป็นนางฟ้าที่เลอโฉมเพียบพร้อมไปด้วยความงา
งามทรวงสล้างสอง วรถันสมุ นมา- หลายประการ
ลเี ลดิ ประเสรฐิ กวา่ วรบุ ลสะโรชะมาศ
คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ 30
โอโ้ อ๋ละเห่ียอรุ ะสดับ วรศัพทะทา่ นทรง เล่นเสยี ง
อ้อยอง่ิ แสดงวรประสง- ทรคณุ อเนกนั้น จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีการเล่นเสียงพยัญชนะ
จนใจเพราะผดิ คตสิ ุธรรม์ สจุ ริตประตชิ ญา ภายในวรรค เช่น โอโ้ อ๋ ท่านทรง ออ้ ยอง่ิ จนใจ
นอกจากนี้ยังมีการเล่นเสียงสระ เช่น ละ-ระ
ริต-ติช เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความไพเพราะในอีก
หนึ่งรูปแบบของบทประพนั ธ์
คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ 31
(ตวาด) อุเหม่! รสในวรรณคดี
มะทะนาชะเจา้ เล่ห์ ชิชิชา่ งจำนรรจา, จากบทประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นถึงอารมณ์
ตะละคำอุวาทา ฤกระบดิ กระบวนความ. โกรธของสุเทษณท์ ่ีมตี ่อนางมทั นา ด้วยเหตทุ ่ีนางมัทนา
ปฏิเสธความรักจากสุทเษณ์ นับได้ว่าเป็นการแสดงให้
เหน็ ถึงรสในวรรณคดีแบบพิโรธวาทังได้อย่างชัดเจน
คุณคา่ ดา้ นสงั คม 32
“ฝ่ายองค์พระภมู ี ก็บำเพ็ญพะลีกรรม์ จากบทประพนั ธก์ วีแสดงให้เห็นถึงความเช่ือ
จนไดส้ ำเรจ็ ผล จรดล ณ แดนสวรรค์” ในเรอื่ งของกฎของการเวียนวา่ ยตายเกิดของมนุษย์เรา
อีกท้งั ยงั มีความเชอ่ื ทน่ี อกเหนือจากศาสนา
พทุ ธนนั้ คอื การพลกี รรมหรือการบชู าเทวดา
คุณคา่ ดา้ นขอ้ คดิ 33
“หม่อมฉนั น้ีเป็นผถู้ ือ สัจจาหนึง่ คือ จากบทประพันธใ์ หข้ อ้ คิดแก่ผู้หญิงที่ไม่คล้อยตาม
ว่าแม้มริ กั จรงิ ใจ คำหวานจากชายหนุ่ม หรอื เป็นคนซือ่ ตรงไมล่ วงให้ผูช้ าย
มาหลงรักตนเอง สอนในเร่อื งของการไมพ่ ดู โกหก อัน
ถึงแมจ้ ะเป็นชายใด ขอสมพาศไซร้ สามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวนั ของตนเอง ทงั้ เรอ่ื ง
กม็ ยิ อมพรอ้ มจิต” ไมพ่ ดู จาโกหกคนอ่ืน หรอื ในเร่ืองของความรกั
แบบฝกึ หัดท่ี 1.1 34
แบบฝกึ หัดท่ี 2.1 35
แบบทดสอบหลังเรียน 36
ขอ้ สอบหลงั เรยี นจำนวน 15 ขอ้
37
ขอขอบพระคุณ
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม