The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สูจิบัตรรำเดี่ยวรุ่น 7 สาขานาฏศิลป์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63031820105 URU, 2024-03-12 05:35:00

สูจิบัตรรำเดี่ยวรุ่น 7 มรอ.

สูจิบัตรรำเดี่ยวรุ่น 7 สาขานาฏศิลป์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

โดยนักศึกษาปริญ ริ ญาตรีชั้รี น ชั้ ปีที่ ๔ วัน วั อังคาร ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๘.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องFMS๑๐๒ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ สาขานาฏศิลป์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ การแสดงผลสัสัสั ม สั มฤทธิ์ธิ์ ธิ์ ทธิ์ ทางการศึศึศึ กศึ กษา


อาจารย์ ดร.รัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - ละคร) อาจารย์ ดร.ไพรฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมบูรณ์ พนเสาวภาคย์ สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย คณะกรรมการผู้ผู้ผู้ผู้ทรงคุคุคุคุ ณวุวุวุวุ ฒิฒิ ฒิฒิ การสอบรำรำรำรำเดี่ดี่ ดี่ดี่ยวมาตรฐานทางด้ด้ ด้ด้ านนาฏศิศิศิศิลป์ป์ป์ป์ไทย ประจำจำจำจำปีปีปีปีการศึศึศึศึกษา ๒๕๖๖


สารบัญ การแสดงชุดที่ ๑ เมขลานั่งวิมานบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๒ ลงสรงโทนอิเหนาบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๓ วิยะดาทรงเครื่องบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๔ จรกาบวงสรวงบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๕ ฉุยฉายนางวิฬาร์บทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๖ ลงสรงมอญพระสังข์บทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๗ พระลอลงสรงบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๘ ฉุยฉายพันธุรัตบทร้องและทำ นองเพลงการแสดงชุดที่ ๙ คันธมาลีแต่งตัวบทร้องและทำ นองเพลง หน้า๑๒๓๔๕๖๗๘๙๑๐๑๑๑๒๑๓๑๔๑๕๑๖๑๗๑๘


เเมมขขลลาานั่นั่ นั่นั่ งงวิวิ วิวิมมาานน แสดงโดย นางสาวกรรณิชา อรรถนุสรณ์ ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ ดร.รัจนา พวงประยงค์ การแสดงชุดเมขลานั่งวิมาน เป็น ป็ ส่วนหนึ่งที่ตัดตอนมา จากการแสดงเบิกโรงวสันตนิยาย หรือ รื เมขลารามสูร ปรากฏอยู่ ในบทละครเรื่อ รื่ งรามเกียรติ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย รัช รั กาลที่ ๒ กล่าวถึงนางมณีเมขลานางฟ้าผู้รัก รั ษาห้วง สมุทร มีดวงแก้วมณีเป็น ป็ ของวิเศษประจำ กาย สถิตอยู่ ณ วิมาน รัต รั นา การแสดงชุดเมขลานั่งวิมาน (เชิดฉิ่งเมขลา) ปรากฏแสดง บ่อยครั้ง รั้ และมีความแตกต่างของรูปแบบกระบวนการรำ ซึ่งขึ้นอยู่ กับการรับ รั ถ่ายทอดท่ารำ จากครูต้นแบบที่สืบสายจากละครหลวง กระบวนท่ารำ เชิดฉิ่งเมขลาสายละครเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ)มีการสืบทอดมาจากละครหลวงในรัช รั กาล ที่ ๔ คือ เจ้าจอมมารดาเขียน หม่อมเครือ รื ได้มีการถ่ายทอดให้ คุณครูเจริญ ริ จิต ภัทรเสวี ต่อมาคุณครูรัจ รั นา พวงประยงค์ได้รับ รั การถ่ายทอดกระบวนท่ารำ เชิดฉิ่งเมขลาจากคุณครูเจริญ ริ จิต โดยตรง บทขับร้อ ร้ งในชุดนี้ ได้ปรับ รั ปรุงและตัดทอนมาจาก พระราชนิพนธ์เ ธ์ รื่อ รื่ งรามเกียรติ์สำ นวนของรัช รั กาลที่ ๑ ส่วนเพลง ดนตรีปรี ระกอบระบำ เป็น ป็ เพลงหน้าพาทย์ที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรม หลวงนครราชสีมาทรงบรรจุไว้แต่เดิม ด้วยการเริ่ม ริ่ ตั้งแต่นั่งวิมาน ของนางเมขลา


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง เมื่อนั้น อยู่ในวิมานรัตนา เคยไปประชุมด้วยเทวัญ ครั้นถึงฤดูกำ หนดไว้ - ร้องเพลงเขมรปากท่อ - - ร้องเพลงรื้อร่าย - โฉมศรีมณีเมขลา สำ หรับรักษาสมุทรไท เป็นนิจนิรันดร์หาขาดไม่ อรทัยชื่นชมยินดี อ่าองค์ทรงเครื่องอาภรณ์ มือถือดวงแก้วมณี งามงอนจำ รัสรัศมี เทวีก็ออกจากวิมาน - ปี่พาทย์ทำ เพลงเชิดฉิ่งแล้วเชิดกลอง -


ลลงงสสรรงงโโททนนอิอิ อิอิเเหหนนาา แสดงโดย นางสาวญานิกา พนัสขาว ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ วรรณพินี สุขสม การแสดงชุด ลงสรงโทนอิเหนา เป็น ป็ การแสดงรำ เดี่ยว ของตัวละคร อิเหนาจากละครในเรื่อ รื่ งอิเหนา ตอน อิเหนายกจาก เมืองหมันหยา บทพระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย รัช รั กาลที่ ๒ ชุดการแสดงกล่าวถึง ท้าวกะหมังกุหนิง ต้องการแย่งชิงนางบุษบาคู่หมั้นของจรกามาให้วิหยาสะกำ ซึ่งเป็น ป็ ลูกชาย จึงยกทัพมาประชิดเมืองดาหา ท้าวดาหาได้แจ้งข่าวการ ศึกไปยังเมืองพี่น้องให้มาช่วยรบ ท้าวกุเรปันผู้เป็น ป็ พ่อของอิเหนา จึงมีสาส์นบังคับให้อิเหนาไปช่วยรบ เมื่ออิเหนาได้รับ รั สาส์น จึงจำ ใจจากนางจินตะหรา นามาหยารัสรั มี และนาสะการะวาตี เพื่อไป ช่วยดาหา ก่อนออกเดินทาง อิเหนาได้มีการเข้าพิธีสธี ระสรงและ ทรงเครื่อ รื่ งตามอย่างวันอาทิตย์ พร้อ ร้ มเหน็บกริช ริ คู่กาย จากนั้นจึง เดินทางออกจากเมืองมันหยา ครูลมุล ยมะคุปต์ ศิลปินจากคณะละครวังสวนกุหลาบ ได้ถ่ายทอดท่ารำ ให้แก่คุณครูเวณิกา บุนนาค ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่ง ครูเวณิกา บุนนาค ได้ถ่ายทอดให้แก่อาจารย์ วรรณพินี สุขสม นาฏศิลปินอาวุโส สำ นักการสังคีต กรมศิลปากร


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง ทรงภูษาแย่งยกกระหนกกระหนาบ ฉลององค์เข้มคาดคดกริช สังวาลวรรณวิจิตรจำ รัสเรื่อง ธำ มรงค์รจนาค่าเมือง ทรงมงกุฎกรรเจียกจรสุวรรณ วาวแววแก้วกุดั่นดอกไม้ไหว - ปี่พาทย์ทำ เพลงต้นเข้าม่าน - - ร้องเพลงลงสรงโทน - - ปี่พาทย์ทำ เพลงเสมอ - ห้อยหน้าปักทองกรองดอกชิด ทับทรวงพวงเพชรเม็ดแตง ทองกรแก้วแดงประดับเนื่อง อร่ามเรืองเพชรรัตน์ตรัสไตร ห้อยอุบะบุหงามาลัย เหน็บกริชฤทธิไกรแล้วไคลคลา


วิวิ วิวิยยะะดดาาททรรงงเเคครื่รื่ รื่รื่อองง แสดงโดย นางสาวชรินรัตน์ สุปินะ ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ นฤมล ณ นคร รำ เดี่ยว ชุดวิยะดาทรงเครื่อ รื่ ง เป็น ป็ การอธิบ ธิ ายถึงการ แต่งกายและเครื่อ รื่ งประดับของตัวละครที่สวมใส่อยู่ก่อนออกเดิน ทาง เพื่อความสง่างาม ให้สมกับฐานันดรศักดิ์ วิยะดาทรงเครื่อ รื่ งเป็น ป็ การรำ เดี่ยวชุดหนึ่งในละครใน เรื่อ รื่ งอิเหนาตอนลมหอบ นางวิยะดาเป็น ป็ บุตรีข รี องท้าวกุเรปันและ นางประไหมสุหรี เป็น ป็ น้องสาวของอิเหนา ครั้น รั้ เมื่ออิเหนาลักพา ตัวนางบุษบาไปไว้ในถ้ำ แล้ว อิเหนาจึงพาบุษบาไปแก้สงสัยเรื่อ รื่ ง ที่อิเหนาลอบวางเพลิงที่เมืองดาหาเพื่อใช้เป็น ป็ อุบายลักพานาง บุษบาออกจากเมือง โดยพานางวิยะดาพระขนิษฐามาด้วยก่อนที่ จะออกเดินทางมากับพระเชษฐานั้น นางวิยะดาได้ทำ การลงสรง ทรงเครื่อ รื่ ง ซึ่งเป็น ป็ ลีลาการร่า ร่ ยรำ ในแบบละครในที่งดงาม รำ เดี่ยววิยะดาทรงเครื่อ รื่ ง ท่านอาจารย์เฉลย ศุขะวณิช อดีตผู้เชี่ยวชาญนาฎศิลป์ กรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติ ได้ ประดิษฐ์สร้า ร้ งสรรค์ท่ารำ ขึ้น โดยการดัดแปลงและเลียนแบบท่า รำ มาจากบทลงสรงทรงเครื่อ รื่ งบทอื่น เช่น ดรสาทรงเครื่อ รื่ งและ อิเหนาทรงเครื่อ รื่ ง เป็น ป็ ต้น และคิดท่ารำ ขึ้นใหม่บางท่า เช่น วาสุกรี พัน และก้ามปู เป็น ป็ ต้น การแสดงชุดนี้เป็น ป็ การรำ อวดฝีมือของผู้ แสดง เป็น ป็ ท่ารำ ที่สวยงามให้ความหมายโดยใช้เพลงชมตลาด ทำ ให้เห็นถึงลีลาอ่อนช้อย งดงาม


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง จึงสระสรงทรงสุคนธ์ปนทอง กันกวดขมวดมุ่นเมาฬี กรอบพักตร์จำ หลักลายกุดั่น ทรงภูษาห้อยชายลายกระบวน บานพับประดับพระพาหา ทองกรรูปวาสุกรีพัน สร้อยประดับทับทิมสีประเทือง เข็มขัดประจำ ยามก้ามปู - ปี่พาทย์ทำ เพลงต้นเข้าม่าน - - ร้องเพลงชมตลาด - - ปี่พาทย์ทำ เพลงเสมอ - ผัดพักตร์นวลละอองผ่องศรี เกี้ยวราชาวดีดอกลำ ดวน ห้อยอุบะปะกันหอมหวน ส่ไบสอดสีนวลขลิบสุวรรณ ปะวะหล่ำ ลงยาโมราคั่น ทรงสังวาลวรรณวิเชียรชู ดาบจินดาค่าเมืองควรคู่ ธำ มรงค์รูปงูเพชรเพรา


จจรรกกาาบบววงงสสรรววงง แสดงโดย นางสาวอารียา ประยูรเลิศ ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ สมพิศ ธรรมสิริ การแสดงชุด จรกาบวงสรวง เป็น ป็ การแสดงรำ เดี่ยวของ ตัวละครจรกา จากบทละครในเรื่อ รื่ งอิเหนา ตอนท้าวดาหา บวงสรวง บทพระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย รัช รั กาลที่ ๒ การแสดงชุดนี้ กล่าวถึง ระตูจรกา ได้เดินทางมาเสวย เครื่อ รื่ งสังเวย พลีกรรมเพื่อแก้คำ บำ บวงไว้ เมื่อเดินทางมาถึงก็ได้ พบโฉมนางระเด่นบุษบา ก็เกิดหลงรัก รั จนทำ ให้ทุกคนจับระบำ รำ ร้อ ร้ งทำ การสักการะเทวาแก้คำ บำ บวงขณะอิเหนารำ นั้นได้ขับ เปรีย รี บเปรยเย้ยจรกา ทำ ให้จรกาเกิดความโมโหฉุนเฉียวเพราะรู้ ว่าอิเหนาขับรำ เปรีย รี บเปรยตน จรกาจึงลุกขึ้นมาขับรำ เปรีย รี บเปรย แก่อิเหนาบ้าง ในที่สุดท้าวดาหาเห็นเหตุว่าไม่ค่อยดีจึงให้เลิกขับ รำ และเสด็จเข้าที่ประทับด้านใน อาจารย์ผู้ประดิษย์ท่ารำ คือ อาจารย์สุวรรณี ชลานุ เคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฎศิลป์ - ละคร รำ ) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ และอาจารย์ ผู้ถ่ายทอดกระบวนท่ารำ คือ อาจารย์สมพิศ ธรรมศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ วิทยาลัย นาฏศิลป


- ร้องร่าย - ระตูเคืองขัดสหัสสา มิช้าก็ขับรำ ไป เมื่อนั้น ก้มเกล้ากราบงามสามลา - ร้องเพลงฝรั่งจรกา - ยอกรขึ้นเพียงศิโรเพศ อันมีทิพเนตรส่องไป จงสังหารผลาญหมู่ริษยา ข้ามิได้คิดคดหยาบคาย ไหว้ไทเทเวศร์น้อยใหญ่ อย่าได้เข้าด้วยคนร้าย ให้ประจักษ์แก่ตาคนทั้งหลาย ขอให้เสร็จสมหมายมาเอย - ปี่พาทย์ทำ เพลงรำ ซัดชาตรี - เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง


ฉุฉุฉุฉุ ยยฉฉาายยนนาางงวิวิ วิวิฬฬาาร์ร์ ร์ร์ แสดงโดย นางสาวสญามล กุลรินทร์ ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ ดร.รัจนา พวงประยงค์ การแสดงรำ ฉุยฉายนางวิฬาร์ เป็นการรำ เดี่ยวที่อยู่ในการ แสดงละครนอก เรื่องไชยเชษฐ์ บทพระราชนิพนธ์พระบาท สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รำ ฉุยฉายนางวิฬาร์เป็นการรำ ของตัวละครนางวิฬาร์ หรือ นางแมว ซึ่งเป็นแมวที่นางจำ ปาทอง หรือนางสุวิญชาเลี้ยงไว้ รำ ถวายเทพยดาเพื่อแก้บนที่ช่วยให้ขุด เจอพระโอรส การรำ ฉุยฉายของนางวิฬาร์เป็นการรำ ที่มีลีลาท่ารำ ที่ งดงามอ่อนช้อย ตามแบบฉบับของการรำ ฉุยฉายทั่วไป แต่สอด แทรกท่ารำ ที่ว่องไว กระฉับกระเฉง เพื่อแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัย ของแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่ปราดเปรียว แต่ด้วยความรักที่ซื่อสัตย์ต่อ นางสุวิญชา ทำ ให้แสดงท่าที่สะบัดสะบิ้งให้เห็นถึงความไม่พอใจ ในการทำ ไม่ดีของพระไชยเชษฐ์ที่มีต่อเจ้านายของตน นอกจากนี้ การรำ ฉุยฉายนางวิฬาร์ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะทำ ให้การรำ ฉุยฉายนางวิฬาร์สมบูรณ์คือบทร้อง ทำ นองเพลง ดนตรีที่ใช้ใน การบรรเลง เครื่องแต่งกาย และที่สำ คัญคือผู้แสดงเป็นผู้ที่มี ความสำ คัญมากในการแสดงเพราะจะแสดงออกมาให้เห็นอย่าง ชัดเจน ถึงอารมณ์และอุปนิสัยของตัวละคร โดยแสดงออกทาง ท่าทาง สีหน้า กิริยาต่างๆ ที่ผู้แสดงแสดงออกมา


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง บัดนั้น สงสารสุวิญชานารี นางจึงบอกความแก่ทรามวัย ลักองค์โอรสใส่หีบมา - ปี่พาทย์ทำ เพลงเร็ว - - ร้องเพลงกระบอกทอง - นวลนางวิฬาร์นาษี อนแต่โศภีถึงลูกยา ว่าเจ็ดอรทัยริษยา ฝั่งที่ศาลาต้นไทร - ร้องร่าย - ขุดไปไม่พบพระลูกน้อย หรือผีสางบังจิตปิดตาไว้ นั่งเศร้าสร้อยกำ สรดกันแสงไห้ มาหลอนหลอกหยอกไว้ดอกกระมัง - ร้องเพลงกระบอกทอง - คิดแล้วนางแมวยกมือไหว้ เทพหทัยองค์ใดที่กำ บัง ข้าจะรำ ฉุยฉายถวายมือ บนพลางทางแลดูไป ขอให้ได้พระกุมารเหมือนดังหวัง จะแต่งตั้งสังเวยที่ต้นไทร ให้เลื่องลือว่าแมวนี้รำ ได้ ก็เห็นหีบที่ในหลุมนั้น - ปี่พาทย์ทำ เพลงรัว - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย สองแขนแอ่นอ่อนท่ากินนรลีลา ประเท้าก้าวยาตรนาดกรกราย นบกรรำ ร่ายถวายพระไทรเทวา ตระเวนเวหาขี่ม้าตีคลี รำ ฉุยฉายถวายเทพนารี - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย รำ ฉุยฉายถวายหัตถ์ เทพไทเทวดา โปรดรับไมตรี แม่ศรีวิฬาร์รัตน์ โสมนัสยินดี ทั่วป่าพนาศรี ตัวข้านี้ถวายเอย - ปี่พาทย์ทำ เพลงเร็ว ลา -


ลลงงสสรรงงมมออญญพพรระะสัสัสัสั งงข์ข์ ข์ข์ แสดงโดย นายภัทรพงษ์ ยาแก้ว ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ ดร.ชวลิต สุนทรานนท์ การแสดงชุด ลงสรงมอญพระสังข์ เป็นการแสดงตาม บทละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอน ตีคลี หรือ ตอน มณฑาลง กระท่อม บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) คำ ว่าลงสรง หมายถึง การชะล้าง ร่างกายอาบน้ำ พรมน้ำ หอมแล้วเเต่งองค์ทรงเครื่อง ในการ เเสดงชุดนี้จึงเเสดงถึงกระบวนท่ารำ ในบทบาทของพระสังข์ที่ ได้รับพระราชทานเครื่องทรงจากพระอินทร์จึงถอดรูปเงาะ เเล้วอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อจะไปตีคลี การรำ ลงสรงเป็นรูปแบบ การแสดงให้เห็นถึงความงดงาม ความประณีตในการอาบน้ำ แต่งตัวของตัวละคร ซึ่งกระบวนท่ารำ ได้บอกถึงตำ แหน่ง เครื่องประดับและการแต่งกาย


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง แล้วขัดสีฉวีวรรณผุดผ่อง สุคนธาประทิ่นกลิ่นเกลา ภูษาผ้าทิพย์กระสันทรง ปั้นเหน่งเพชรพรรณรายสายบานพับ ทองกรแก้วพุกามงามเงา สร้อยสนสังวาลวรรณกุดั่นดวง กรรเจียกจอนจำ หลักลายซ้ายขวา ห้อยอุบะนฤมิตผิดมนุษย์ - ร้องเพลงลงสรงมอญ - ดังทองชมพูนุทเนื้อเก้า สนับเพลาเชิงงอนซ้อนซับ จีบโจงหางหงส์ประจงจับ เฟื่องห้อยพลอยประดับทับทรวง ทับทิมเท่าเม็ดข้าวโพดโชติช่วง รุ้งร่วงธํามรงค์เรือนครุฑ บรรจงทรงมหามงกุฎ งามดังเทพบุตรในชั้นฟ้า - ปี่พาทย์ทำ เพลงเสมอ - - ปี่พาทย์ทำ เพลงต่อยรูป -


พพรระะลลออลลงงสสรรงง แสดงโดย นางสาวนภัสสร นันฝั้น ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ วรรณพินี สุขสม รำ พระลอลงสรงเป็นการแสดงรำ เดี่ยวของพระลอ ตัวละคร เอกในละครพันทางเรื่อง พระลอ ตอน พระลอคลั่ง บทพระนิพนธ์ ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า ฯกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กล่าวถึงพระลอโดนเสน่ห์ของ ปู่เจ้าสมิงพรายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จึงทูลลาพระมารดา มเหสีพร้อมเหล่าสนมนางกำ นัล ก่อนเดินทาง ได้ทำ การลงสรงทรงเครื่อและออกไปประพาสจนสุดเขตเมืองแมน สรวง จนกระทั้งปลอมตัวข้ามแม่น้ำ กาหลงพร้อมนายแก้วนาย ขวัญ เพื่อไปหาพระเพื่อนพระแพงยังเมืองสรอง การรำ พระลอลงสรง เป็นการพรรณนาถึงการอาบน้ำ ประพรมเครื่องหอม รวมทั้งการทรงเครื่องที่มีลักษณะตามบทพระ นิพนธ์ สำ หรับท่ารำ ที่ใช้มีเทคนิค ลีลา กิริยาท่าทีของพระลอ ที่เกิด อาการความคลุ้มคลั่ง อีกทั้งความงดงามของการเคลื่อนไหวส่วน ต่าง ๆ บ่งบอกถึงลักษณะของละครพันทางอย่างชัดเจน รำ พระลอลงสรง คุณครูสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่ง ชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-ละครรำ ) ปี พุทธศักราช ๒๕๓๓ ได้เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ และถ่ายทอดท่ารำ ให้ แก่อาจารย์วรรณพินี สุขสม นาฏศิลปินทักษะพิเศษ สำ นักการ สังคีต กรมศิลปากร


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง นางในไข่ท่อปทุมถวาย ทรงแป้งร่ำ น้ำ อบปรบสุคนธ์ ผจงจับสนับเพลาพรายตา รัตตะพัตรรัดพระองค์พรรณะราย สะอางองค์สอดทรงสนอบกรู สร้องสังวาลตาบประดับทับทิมแดง ทองกรแก้วก่องทองแกม กระหมวดมุ่นเมาฬีศรีจุฬา ทรงปรัดผัดพักตร์เพริศแพร้ว เฉลิมรัชทัดกระเจี้ยงจอมไม้ - ปี่พาทย์ทำ เพลงต้นเข้าม่าน - - ร้องเพลงลงสรงลาว - - ปี่พาทย์ทำ เพลงเสมอ - น้ำ ฝอยปรอยปรายดังสายฝน ค่อยแช่มชื่นฟื้นกมลทุรนทุราย ทรงภูษาสุวรรณเลิศเฉิดฉาย พิศชายไหวยะยาบทาบชายแครง กรองศรอินทร์ธนูประเสริฐแสง ทับทรวงแผงพาหุรัดจินดา ธำ มรงค์งามแอร่มหัตถา เสียบจุฑามณีรัตนามัย มงกุฎแก้วก่องเพ็ชร์เม็ดใหญ่ จับพระขรรค์สวมมาลัยไคลคลา


ฉุฉุฉุฉุ ยยฉฉาายยพัพั พัพั นนธุธุ ธุธุ รัรั รัรั ตต แสดงโดย นายนิชนันท์ ยะธิเป็ง ถ่ายทอดท่ารำ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิสิษฐ์ บัวงาม ฉุยฉายพันธุรัต เป็นการรำ ฉุยฉายที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ ของนางพันธุรัต ตามในละครนอกเรื่องสังข์ทองตามบทพระราช นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พบว่าว่านาง พันธุรัตเป็นนางยักษ์ใจดี เลี้ยงดูพระสังข์และรักเหมือนลูก แต่ ความรักของนางกลับทำ ลายตัวนางเอง เพราะเท่ากับว่าเมื่อพระ สังข์ "ปีกกล้าขาแข็ง" แล้วก็หนีจากนางไป ซึ่งตั้งแต่แรกจะเห็น ความขัดแย้งระหว่างนางพันธุรัตกับพระสังข์ ที่ท้าวภุชงค์ส่งพระ สังข์มาเป็นลูกแต่โหรไม่เห็นด้วยนางพันธุรัตก็ไม่ฟังคำ ทักท้วง เพราะรักใคร่เอ็นดูพระสังข์เสียแล้วแต่วิตกว่าตนเป็นยักษ์ พระ สังข์เป็นมนุษย์จะกลัวยักษ์ จึงสั่งให้พวกยักษ์จำ แลงกายเป็น มนุษย์ทั้งหมด นางพันธุรัตแปลงกายอำ พรางไม่ให้พระสังข์รู้จน เวลาผ่านไปร่วมสิบปี แต่นางก็กลัวว่าพระสังข์จะหนีไป จึงคอย ระวังอยู่ตลอดเวลาแม้เวลาที่จะไปป่าก็ยังหลอกพระสังข์จนพระ สังข์สงสัย ถึงแม้นางพันธุรัตจะเป็นยักษ์ นางพันธุรัตก็เป็นแม่ที่ อุ้มชูพระสังข์มาเป็นเวลานานให้ความห่วงใยเสมอต้น เสมอ ปลาย พระสังข์เองก็อดที่จะโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ไม่ได้ ครั้น นางพันธุรัตเห็นพระสังข์ไม่ยอมลงมาหาแน่แล้ว นางก็เขียนมหา จินดามนตร์ไว้ให้ เพื่อเป็นการเตรียมการให้พระสังข์ไปผจญกับ อุปสรรคและแก้ไขอุปสรรคได้การกระทำ ของนางคือการเสียสละ เพื่อลูกอย่างแท้จริง


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง - ปี่พาทย์ทาเพลงรัว - - ร้องเพลงฉุยฉาย - พันธุรัตยักษิณี ชีวีน่าเวทนา อดทนกายา รักษาความลับไว้ เกรงเจ้าสุดหทัย ตกใจหวาดกลัว เป็นมนุษย์สุดสวาท ไม่ยอมคลาดพระลูกรัก เหนื่อยอ่อนไม่ผ่อนพัก สุดเยื้องยักเจียนจะตาย มิคงอยู่สู้วอดวาย ถ้าฤสายไปจากจร ฉุยฉายเอย ร้างผัวรักลูกเลี้ยง ยอมเสี่ยงชีวา ของวิเศษคู่นคร ต้องแอบซ่อนให้ห่างไกล เจ็ดวันเอย เจ็ดวันหาเสบียง มาหล่อเลี้ยงชีวิตหลัก กล้ากลืนฝืนปกปิด กลัวมิ่งมิตรคิดห่างกาย - ร้องเพลงแม่ศรี - ความรักเอย แม่ยักษ์กับลูกมนุษย์ กรรมเวรพันผูก สร้างสรรค์กันมา แม่ศรีเอย ขอเทิดอวยสวัสดิ์ ยอมตายถวายชนม์ สุดยอดนารี ความรักบริสุทธิ์ ยากยุดร้างลา แม่ลูกสองอุรา ใช้เวราให้สิ้นเอย แม่ศรีพันธุ์รัต น้อมมนัสสดุดี ด้วยรักล้นท้นทวี ในวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง - ปี่พาทย์ทำ เพลงเร็ว ลา -


คัคั คัคั นนธธมมาาลีลี ลีลีแแต่ต่ ต่ต่ งงตัตั ตัตั วว แสดงโดย นางสาววาสนา เดชสุริยันต์ ถ่ายทอดท่ารำ โดย อาจารย์ ดร.รัจนา พวงประยงค์ การแสดง ชุด คันธมาลีแต่งตัว ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ อาจารย์เจริญจิต ภัทรเสวี ซึ่งการแสดงนี้ตัดตอนมาจากบท ละครนอกเรื่องหลวิชัย-คาวี ตอน คันธมาลีขึ้นเฝ้า ซึ่งเป็นบท พระราชนิพนธ์ใน (รัชกาลที่ ๒) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย คันธมาลีแต่งตัว ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นการรำ อวดฝีมือและ อารมณ์ของตัวละคร กล่าวถึงอารมณ์หึงหวงและกล่าวถึงการ สรงน้ำ แต่งตัวของนางคันธมาลีซึ่งมีอัตลักษณ์ในแบบละครนอก เนื้อเรื่องกล่าวถึง คาวีที่แสดงตัวเป็นท้าวสันนุราชที่ ชุบตัวเป็นหนุ่ม เมื่อนางคันธมาลีเห็นก็ตื่นเต้นและหลงใหลรูป โฉมของท้าวสันนุราช มีแต่ยายเฒ่าทัศประสาทคนเดียวที่จำ คาวี ได้ คาวีหาโอกาสเข้าไปพบนางจันท์สุดาเพื่อบอกความจริง ฝ่าย นางคันธมาลีคิดว่านางจันท์สุดายินยอมปลงใจกับท้าวสันนุราชที่ ชุบตัวขึ้นใหม่ก็เกิดความหึงหวง จึงแต่งองค์ทรงเครื่องอย่าง งดงามพร้อมข้าไทไปเข้าเฝ้าท้าวสันนุราชและตั้งใจอยากจะไป อวดบารมีความร่ำ รวยของตน


เเนื้นื้ นื้นื้ออร้ร้ ร้ร้ อองงแแลละะทำทำทำทำนนอองงเเพพลลงง - ปี่พาทย์ทำ เพลงสีนวล - -ร้องเพลงสีนวล - นางคันธมาลีมเหษี ยินดีด้วยองค์พระทรงฤทธิ์ เมื่อนั้น รู้ว่าจันท์สุดานารี -ร้องเพลงสีนวลนอก - นางให้แค้นขัดกลัดกลุ้ม นั่งนิ่งหน้าบึ้งรำ พึงคิด หมายได้ด้วยกำ ลังยังสาว ตัวกูก็เปนโสดโปรดปรานมา จำ จะขึ้นไปเฝ้าฟังดู เมียน้อยเมียหลวงท่วงที เหมือนบ้าหลังคลั่งคลุ้มเคลิ้มจิตร อีเจ้ากรรมมันจะปิดประตูค้า เห็นทีท้าวเธอจะรักหนักหนา คงจะคิดเมตตาปรานี จะเปนอย่างไรอยู่ให้รู้ที่ ข้างไหนใครจะดีกว่ากัน -ร้องเพลงชมตลาด - คิดแล้วสรงน้ำ ชำ ระกาย ลูบไล้ขัดสีฉวีวรรณ น้ำ ดอกไม่เทศทากว่าจะทั่ว กระจกตั้งนั่งส่องมองดูเงา ขมิ้นผงลงละลายเปนค่อนขัน ทรงกระแจะจวงจันทน์กลิ่นเกลา ชโลมทั้งเนื้อตัวเหมือนปล่อยเต่า จับเขม่ากันไรไปล่ปลิว -ร้องเพลงเขมรกำ ปอ - หวีกระจายรายเส้นขนเม่นสอย เศกขี้ผึ้งสีพลางทางวาดคิ้ว เอาสไบปักทองเข้าลองห่ม จะแต่งไปอวดมันจันท์สุดา คาดเข็มขัดประจำ ยามงามล้ำ กำ ไลลงยาราชาวดี ใส่แหวนเพ็ชร์เม็ดแดงหัวแมงปอ พิศดูตัวพลางทางยิ้มพราย ผัดหน้านั่งตะบอยบีบสิว นุ่งผ้ายกริ้วมีราคา นึกชมตัวเองเปนนักหนา น้ำ หน้าอีจรรไรไหนจะมี ทองคำ น้ำ หนักสักสิบสี่ มั่งมีได้มาแต่ตายาย เขามาต่อห้าชั่งยังไม่ขาย กรุยกรายออกจากตำ หนักนาง -ร้องร่าย - ใส่เกือกกำ มะหยี่หักทองขวาง เยื้องย่างมาปราสาทพระทรงธรรม์ เรียกหาข้าไทอยู่อึงมี่ ถือพระกลดคันสั้นกั้นกาง


Click to View FlipBook Version