The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ อ30208 วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by quicklydad, 2021-11-13 02:13:47

แผนการจัดการเรียนรู้ อ30208 วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

แผนการจัดการเรียนรู้ อ30208 วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11

หน่วยการเรียนที่ 3 เร่ือง New Faces เวลา 2 คาบ
บทที่ 3 เรือ่ ง New Faces ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
รายวิชา ภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน ชอื่ ผสู้ อน กติ ติพร นันตะ๊ ภาพ

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ดั ทีเ่ กย่ี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ตัวชวี้ ดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากการฟงั

และอ่านเร่ืองท่ีเป็นสารคดแี ละบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพดู และการเขียน
ตวั ช้วี ัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขยี นสรปุ ใจความสำคัญ / แกน่ สาระที่ได้จากการวเิ คราะหเ์ ร่ือง กิจกรรม ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระอ่นื และเปน็ พ้ืนฐานในการพฒั นา แสวงหา

ความรแู้ ละเปิดโลกทัศน์ของตน
ตัวช้ีวัด ต 3.1 ม.4/1 คน้ คว้า/สบื ค้น บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกับกลุ่มสาระอ่ืน

จากแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆ และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอีกด้วย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 นกั เรยี นสามารถแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั การทำศัลยกรรมในปัจจุบันได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปใจความ ตีความ แสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองทฟ่ี งั หรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพิ่มเติมหลังการอา่ นเพ่ือทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: confused, recognize, obsessed, artificial, common, jargon, competitive, etc.
5.2 Structures: relative clause
5.3 Function: reading passage about new faces

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ชว่ั โมงท่ี 21

6.1 ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม

ในประเทศเกาหลีใต้ โดยครูถามคำถามความรู้ทว่ั ไปเกย่ี วกบั ประเทศดังกล่าวกบั นักเรียน
“Why is plastic surgery popular in South Korea?”
“Has anybody gone there?”

6.2 ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม โดยให้เวลา 10 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากนน้ั ให้นกั เรยี นแต่ละคนนำประโยค main idea ทคี่ รกู ำหนดมาให้ นำมาใสใ่ นช่องวา่ งของแต่ละยอ่ หนา้ ใหถ้ ูกตอ้ ง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งท่ีครูให้ทำ นักเรียนที่เหลอื ช่วยกันตอบว่าคำตอบที่เพื่อนพูดมานั้นถูกต้อง

หรอื ไม่ อยา่ งไร
ช่ัวโมงท่ี 22

6.3 ขัน้ ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้งั คำถามเพื่อกระต้นุ ให้นักเรียนคดิ แตล่ ะย่อหน้าเพ่ือฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรยี นเพม่ิ เติม เช่น
“What is the main idea for paragraph 1?”
“Why do girls in Asia want to have their bigger eyes?”

“Do you think Korean parents allow their children to have plastic surgery after finishing school?”
6.3.2 ครพู ยายามตัง้ คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชส้ รรพนามอา้ งอิงที่ปรากฏอยู่แตล่ ะย่อหน้า เชน่
“In line 5, what does pronoun “their” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Reading for Detail) โดยการที่ให้นักเรียนพิจารณาประโยค

ที่กำหนดมาใหว้ ่าถูกตอ้ งหรือไม่ (True or False)
6.3.4 ครูให้นักเรียนอ่านประโยคที่ครูกำหนดมาให้ (Vocabulary in Context) โดยการให้นักเรียนนำคำศัพท์

ทปี่ รากฎในบทความมาเติมลงในบริบททีก่ ำหนดใหแ้ ตล่ ะข้อใหถ้ ูกต้อง
6.3.5 ครใู หน้ กั เรยี นนำคำศัพทท์ ี่ครกู ำหนดให้เตมิ ลงในบรบิ ทที่ครูกำหนดใหแ้ ต่ละข้อใหถ้ ูกต้อง

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันสรปุ เกย่ี วกับการทำศัลยกรรมในประเทศเกาหลีใต้
6.4.2 ครใู ห้นกั เรียนช่วยกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั การทำศัลยกรรมในปจั จุบนั

6.5 ข้ันสรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันอภิปราย สรุปเกี่ยวกบั การทำศลั ยกรรมในปจั จบุ นั
6.5.2 ครูมอบหมายนักเรยี นทดสอบความเขา้ ใจหลังบทเรยี นในสัปดาห์ตอ่ ไป

7. สอ่ื การเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง New Faces
7.3 หนังสือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สังเกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.1.3 สงั เกตจากผลงานนักเรยี น
8.2 เคร่ืองมือวดั และประเมนิ ผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วนั ท่ี ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 12 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เรอ่ื ง International Sport ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4
บทท่ี 4 เรือ่ ง International Sport ช่ือผ้สู อน กิตติพร นนั ต๊ะภาพ
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัดท่เี กี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมเี หตผุ ล
ตวั ช้วี ัด ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟงั

และอ่านเร่ืองทเ่ี ป็นสารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพดู และการเขียน
ตัวชี้วัด ต 1.3 ม.4/2 พดู และเขยี นสรปุ ใจความสำคัญ / แก่นสาระท่ีได้จากการวิเคราะหเ์ ร่ือง กิจกรรม ข่าว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอกี ดว้ ย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ใจความ ตคี วาม แสดงความคิดเห็นจากเรื่องทฟี่ ังหรืออ่าน

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ตอบคำถามจากครูเกย่ี วกับเทคนิคการอ่าน การเดาคำศัพท์จากบรบิ ท ประเภทของคำถามท่ใี ชไ้ ด้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ หลังการอ่านเพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: leagues, crucial, ambition, captain, communicate, armband, substitute, etc.
5.2 Structures: superlative adjectives
5.3 Function: reading passage about international sport

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงที่ 23

6.1 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครเู รมิ่ ต้นบทเรยี นด้วยการถามนกั เรยี นเกีย่ วกบั กีฬาทชี่ น่ื ชอบ พร้อมให้เหตุผลประกอบ
“What is your favorite sport?”
“Why do you love it?”

6.2 ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดกอ่ นการอา่ น (Pre-reading 1) โดยให้นักเรยี นตอบคำถามที่ครกู ำหนดให้
“Can you name three European soccer teams?”

“Can you name three Manchester United players?”
“Can you name three Asian soccer players who are playing in Europe?”

6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยให้นักเรียนจับคู่สิ่งที่นักฟุตบอลต้องปรับตัว
หากมาอยู่ ณ ประเทศอน่ื ๆ ให้ถูกตอ้ ง

6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยให้นักเรียนนำคำศัพท์ที่ครูกำหนดให้
เติมลงในบรบิ ทแตล่ ะขอ้ ใหถ้ ูกตอ้ ง

6.2.4 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากนั้น
ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มีการใชส้ รรพนามอา้ งองิ ในแตล่ ะย่อหนา้ ไหม ถา้ มี ครูพยายามให้นกั เรยี นอธิบายให้เพอ่ื นในหอ้ งฟัง

ชัว่ โมงที่ 24

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูพยายามตั้งคำถามเพ่ือกระต้นุ ให้นักเรียนคดิ เกย่ี วกับการนำเสนอของตัวแทนกลุ่มท่ีนำเสนอข้อมลู แต่ละ

ย่อหนา้ เพิ่มเติม เพ่ือฝึกกระบวนการคิดของนกั เรียน เช่น
“Look at paragraph 1, what is the essential adaptation of Japanese and South Korean football
players playing in European leagues?”
“What is the important thing when playing football?”
“Do you think that language is important for playing in European league?”
6.3.2 ครพู ยายามตงั้ คำถามเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั การใช้สรรพนามอ้างองิ ทป่ี รากฏอยู่แต่ละย่อหนา้ เช่น
“In line 7, what does pronoun “them” refer to?”

6.4 ข้ันการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ด้วยความเข้าใจของตนเอง

6.5 ขนั้ สรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั อภปิ ราย สรุป แตล่ ะยอ่ หนา้ ว่าพูดถงึ อะไรบา้ ง
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน

หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตวั อยา่ งประโยคทม่ี ีคำศัพท์คำนั้นปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมดุ ให้เรียบรอ้ ย

7. สอื่ การเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง International Sport
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สังเกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2 เคร่อื งมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 13 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เรื่อง International Sport ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
บทท่ี 4 เรื่อง International Sport ชื่อผูส้ อน กติ ติพร นันตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวัดท่ีเกี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา่ งมีเหตผุ ล
ตัวชวี้ ดั ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั

และอ่านเรื่องท่เี ป็นสารคดแี ละบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตวั ชี้วัด ต 2.2 ม.4/1 อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย

สุภาษติ และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอกี ด้วย

3. ผลการเรยี นรู้
3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพิ่มเติมหลงั การอ่านได้

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 อธิบายโครงสรา้ งภาษาจากส่งิ ท่ีอ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพม่ิ เติมจากครูได้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: leagues, crucial, ambition, captain, communicate, armband, substitute, etc.
5.2 Structures: superlative adjectives
5.3 Function: reading passage about international sport

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ชวั่ โมงที่ 25

6.1 ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มีองค์ความรูเ้ ดมิ ทีเ่ รยี นในสปั ดาห์ทแ่ี ล้ว

6.2 ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั ทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 1) โดยใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้

คำ หรือวลใี นแตล่ ะขอ้ ใหถ้ ูกต้อง พรอ้ มทง้ั อธบิ ายเหตผุ ลที่เลือกประกอบ
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 3) โดยให้นักเรียน

เลือกคำตอบจากคำถามแต่ละข้อให้ถกู ต้อง พรอ้ มทงั้ อธิบายเหตุผลประกอบ
6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 4) โดยให้นักเรียน

ขดี เสน้ ใตว้ ลที ไ่ี มถ่ กู ต้อง
6.2.4 ครอู ธิบาย superlative adjectives

ช่วั โมงท่ี 26

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด (Grammar 1) เกี่ยวกับการใช้ superlative adjectives เพื่อทดสอบความเข้าใจ

ของนักเรยี น

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นกั เรยี นเปลี่ยนประโยคท่ีครูกำหนดใหโ้ ดยการใช้ superlative adjectives

6.5 ข้นั สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปราย สรปุ หลักการใช้ superlative adjectives
6.5.2 ครมู อบหมายให้นกั เรียนสรุปหลักการใช้ superlative adjectives ลงสมดุ ให้เรยี บร้อย

7. สื่อการเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง International Sport
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2 เครือ่ งมือวดั และประเมนิ ผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑ์ในการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 เวลา 2 คาบ
หน่วยการเรยี นท่ี 4 เร่ือง International Sport ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
บทที่ 4 เรื่อง International Sport ชือ่ ผูส้ อน กติ ติพร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอา่ น-เขียน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัดที่เก่ยี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตุผล
ตวั ชี้วัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง

และอา่ นเร่ืองท่ีเปน็ สารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ โดยการพดู และการเขียน
ตัวช้วี ดั ต 1.3 ม.4/2 พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แก่นสาระท่ีไดจ้ ากการวิเคราะหเ์ ร่ือง กิจกรรม ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชอ่ื มโยงความรู้กับกลุ่มสาระอนื่ และเปน็ พ้ืนฐานในการพัฒนา แสวงหา

ความรูแ้ ละเปดิ โลกทัศน์ของตน
ตัวช้ีวดั ต 3.1 ม.4/1 ค้นควา้ /สืบคน้ บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ข้อมลู ที่เกี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระอื่น

จากแหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ และนำเสนอดว้ ยการพดู และการเขียน

2. สาระสำคัญ
การอ่านเปน็ หนงึ่ ในทักษะทสี่ ำคัญมาก เพราะชว่ ยใหน้ ักเรียนได้เพ่ิมพนู องค์ความรู้ ทั้งดา้ นคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถงึ ความรู้

เก่ียวกบั ส่ิงที่อ่าน นอกจากน้ี ยังเปน็ การเพิม่ พนู ทักษะการคิดวิเคราะหจ์ ากบทความท่ีอ่าน และเพม่ิ เจตคตทิ ่ีดีต่อภาษาอังกฤษ
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 นกั เรียนสามารถทำแบบทดสอบความเขา้ ใจหลงั การอ่านได้

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ใจความ ตคี วาม แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟงั หรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลังการอ่านเพ่ือทดสอบความเข้าใจของนกั เรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: sensation, podium, fierce, flawless donate struggle, etc.
5.2 Structures: superlative adjectives
5.3 Function: reading passage about international sport

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงที่ 27

6.1 ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับ Yuna Kim –

Queen of the Ice จากน้ันครูถามคำถามนักเรียนกอ่ นเร่ิมการอา่ น
“Has anybody known Kim Yuna?”

“Do you think that what skills she has in her ice-skating?”
6.2 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน (Presentation)

6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม โดยให้เวลา 10 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน
จากนั้นให้นกั เรยี นแตล่ ะคนนำประโยค main idea ทีค่ รูกำหนดมาให้ นำมาใสใ่ นช่องว่างของแตล่ ะย่อหน้าให้ถูกต้อง

6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำ นักเรียนที่เหลือช่วยกันตอบวา่ คำตอบที่เพื่อนพูดมานั้นถูกต้อง
หรอื ไม่ อยา่ งไร

ชั่วโมงท่ี 28

6.3 ขัน้ ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้งั คำถามเพ่ือกระตุ้นใหน้ ักเรยี นคดิ แตล่ ะย่อหนา้ เพ่ือฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรียนเพม่ิ เติม เช่น
“When was Kim Yuna born?”
“Who was her fierce rival?”
“When did she move to Toronto?”
6.3.2 ครพู ยายามตง้ั คำถามเพิ่มเติมเกีย่ วกับการใชส้ รรพนามอา้ งอิงที่ปรากฏอยู่แต่ละย่อหนา้ เชน่
“In paragraph 14, what does pronoun “they” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรียนอ่านประโยคที่ครูกำหนดมาให้ (Inferring) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาว่าประโยค

แตล่ ะประโยคนั้นจรงิ หรือไม่ อย่างไร
6.3.4 ครูให้นักเรียนจับคู่คำศัพท์ที่ปรากฏในบทความกับคำนิยามที่กำหนดมาให้ให้ถูกต้อง (Vocabulary

in Context)
6.3.5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Vocabulary in Context 2) โดยการ

ให้นกั เรียนใส่รูปแบบคำคณุ ศพั ทก์ ารเปรยี บเทียบ 3 ระดบั (ขนั้ ธรรมดา ข้ันกว่า และขัน้ สูงสดุ )

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรยี นช่วยกนั สรุปเก่ียวกับประเภทของกีฬาท่ีอา่ นในบทความ
6.4.2 ครูให้นกั เรียนทำแบบทดสอบความเข้าใจหลังการอา่ นในสปั ดาหต์ ่อไป

6.5 ข้นั สรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรียนชว่ ยกนั อภปิ ราย สรปุ เก่ียวกับกีฬาท่ีอา่ นในบทความ
6.5.2 ครมู อบหมายให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบความเข้าใจหลังการอา่ นในสปั ดาห์ต่อไป

7. สอ่ื การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เร่ือง International Sport
7.3 หนงั สือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวัดและประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เครือ่ งมอื วดั และประเมินผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผู้สอน ___________________
(นายกิตตพิ ร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 15 เวลา 2 คาบ
หน่วยการเรียนที่ 5 เรือ่ ง Changing Pop Music ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
บทที่ 5 เร่ือง Changing Pop Music ชอ่ื ผู้สอน กติ ติพร นันตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอา่ น-เขียน

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ดั ทเ่ี กีย่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั

และอ่านเร่ืองทเ่ี ปน็ สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมท้ังให้เหตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชี้วัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แกน่ สาระท่ีได้จากการวิเคราะหเ์ ร่ือง กจิ กรรม ข่าว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นกั เรยี นไดเ้ พิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกด้วย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ใจความ ตคี วาม แสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองทฟ่ี งั หรืออ่าน

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ตอบคำถามจากครูเก่ยี วกบั เทคนคิ การอ่าน การเดาคำศัพทจ์ ากบรบิ ท ประเภทของคำถามที่ใช้ได้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพิ่มเติมหลงั การอา่ นเพ่ือทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: software program, graphic novel, fictional, animated characters, screen, etc.
5.2 Structures: verb patterns
5.3 Function: reading passage about changing pop music

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ชัว่ โมงที่ 29

6.1 ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครเู ริ่มตน้ บทเรียนด้วยการถามคำถามเกย่ี วกบั เร่ืองทีก่ ำลังจะอ่าน
“Has anybody been aware of Hutsune Miku?”

6.2 ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 1) โดยให้นักเรียนตอบคำถามแต่ละข้อ

จากความคิดเห็นของตนเอง
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยให้นักเรียนนำคำศัพท์จากบทความ

เตมิ ลงในบริบทแตล่ ะข้อให้ถูกต้อง
6.2.3 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากน้ัน

ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มีการใชส้ รรพนามอา้ งอิงในแตล่ ะย่อหน้าไหม ถ้ามี ครูพยายามใหน้ ักเรยี นอธบิ ายให้เพอื่ นในห้องฟัง

ช่ัวโมงท่ี 30

6.3 ข้นั ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้ังคำถามเพ่ือกระตุ้นใหน้ ักเรียนคดิ เก่ียวกับการนำเสนอของตัวแทนกลมุ่ ท่ีนำเสนอข้อมูล

แต่ละย่อหน้าเพ่ิมเติม เพอ่ื ฝกึ กระบวนการคดิ ของนักเรียน เช่น
“Look at paragraph A, what are prominent characters of Hutsune Miku?”
“Do you think that she is famous?”
“What is Vacaloid 2?”

6.3.2 ครพู ยายามตั้งคำถามเพ่มิ เติมเกี่ยวกับการใช้สรรพนามอ้างองิ ทปี่ รากฏอยู่แต่ละย่อหนา้ เช่น
“In line 15, what does pronoun “her” refer to?”

6.4 ขน้ั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ด้วยความเขา้ ใจของตนเอง

6.5 ขั้นสรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรียนชว่ ยกนั อภิปราย สรปุ แตล่ ะยอ่ หน้าว่าพดู ถงึ อะไรบ้าง

6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน
หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตวั อยา่ งประโยคท่ีมีคำศัพท์คำน้นั ปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมุดให้เรยี บร้อย

7. สือ่ การเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง Changing Pop Music
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เครือ่ งมือวัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวัดและประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 16 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เร่อื ง Changing Pop Music ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
บทท่ี 5 เร่ือง Changing Pop Music ช่อื ผู้สอน กติ ตพิ ร นันตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น

1. มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ัดท่เี กีย่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ีฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตุผล
ตัวช้วี ัด ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟัง

และอา่ นเร่ืองทีเ่ ปน็ สารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมท้ังใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกต้อง

และเหมาะสม
ตวั ชี้วดั ต 2.2 ม.4/1 อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสรา้ งประโยค ขอ้ ความ สำนวน คำพงั เพย

สุภาษิต และบทกลอนของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอกี ด้วย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพ่ิมเติมหลงั การอา่ นได้

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธบิ ายโครงสรา้ งภาษาจากส่งิ ท่ีอ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพ่ิมเติมจากครูได้

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: software program, graphic novel, fictional, animated characters, screen, etc.
5.2 Structures: verb patterns
5.3 Function: reading passage about changing pop music

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงที่ 31

6.1 ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มีองค์ความร้เู ดมิ ทเ่ี รียนในสัปดาหท์ แี่ ลว้

6.2 ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั ทดสอบความเข้าใจหลังการอา่ น (Comprehension 1) โดยใหน้ กั เรียนพิจารณา

ประโยคแต่ละประโยคว่าอนั ใดถูกต้อง
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 2) โดยให้นักเรียนเลือก

คำตอบทถี่ ูกต้องของคำถามแตล่ ะข้อ
6.2.3 ครใู ห้นักเรยี นเติมคำคณุ ศพั ท์ (การเปรียบเทียบ) ลงในตารางแต่ละอันให้ถกู ตอ้ ง
6.2.4 ครูอธบิ ายการใช้ verb patterns ให้กบั นักเรยี น

ชวั่ โมงที่ 32

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั (Grammar 1) เก่ยี วกับการใช้ verb patterns เพ่อื ทดสอบความเข้าใจของนักเรียน

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัด (Grammar 1) เกี่ยวกบั การใช้ verb patterns เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน

6.5 ขน้ั สรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ ราย สรปุ หลกั การใช้ verb patterns
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนสรุปหลกั การใช้ verb patterns ลงสมุดใหเ้ รยี บร้อย

7. ส่ือการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรื่อง Changing Pop Music
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เคร่ืองมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปัญหาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผู้สอน ___________________
(นายกติ ตพิ ร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 17 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 5 เรือ่ ง Changing Pop Music ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
บทท่ี 5 เร่อื ง Changing Pop Music ชือ่ ผสู้ อน กติ ตพิ ร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวดั ทเ่ี กี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตุผล
ตวั ชว้ี ัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากการฟัง

และอา่ นเรื่องท่ีเปน็ สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้อง

และเหมาะสม
ตัวชีว้ ดั ต 2.2 ม.4/1 อธบิ าย/เปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งโครงสร้างประโยค ขอ้ ความ สำนวน คำพงั เพย

สภุ าษิต และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรยี นได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอีกดว้ ย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 นักเรียนสามารถตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพ่ิมเตมิ หลังการอ่านได้

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธบิ ายโครงสร้างภาษาจากสงิ่ ที่อ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพมิ่ เติมจากครไู ด้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: judges, household, successful, artificial, popular, record, difficult, etc.
5.2 Structures: verb patterns
5.3 Function: reading passage about changing pop music

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงท่ี 33

6.1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับ Pop Stars

Overnight โดยครถู ามคำถามนกั เรยี นก่อนจะใหน้ ักเรียนเรม่ิ อา่ นบทความ
“Which singing program in Thailand is famous?”
“Which singer do you like most? Why?”

6.2 ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม โดยให้เวลา 15 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากน้นั ใหน้ ักเรยี นแต่ละคนนำประโยคท่คี รูกำหนดมาให้ นำมาใส่ในช่องว่างของแต่ละยอ่ หนา้ ใหถ้ ูกต้อง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำ นักเรียนที่เหลอื ช่วยกันตอบวา่ คำตอบที่เพื่อนพูดมาน้ันถูกตอ้ ง

หรือไม่ อยา่ งไร

ชว่ั โมงที่ 34

6.3 ข้นั ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูพยายามต้ังคำถามเพ่ือกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนคิดแต่ละย่อหน้าเพ่อื ฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรยี นเพ่ิมเติม เชน่
“Why Pop Idol shows are famous?”
“What is the next step of being a winner in a talented show?”
“Do you like to be a part of these shows?”
6.3.2 ครูพยายามต้ังคำถามเพ่ิมเติมเกีย่ วกบั การใชส้ รรพนามอ้างอิงทปี่ รากฏอยู่แตล่ ะย่อหนา้ เชน่
“In the second paragraph, what does pronoun “they” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Reading for Detail) โดยให้นักเรียนลำดับเหตุการณ์ประโยค

ทก่ี ำหนดใหใ้ ห้ถกู ต้อง
6.3.4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Vocabulary in Context) โดยการให้นักเรียนเลือกคำศัพท์

ท่ปี รากฎในบทความ
6.3.5 ครใู ห้นกั เรยี นนำคำศพั ทท์ ่ีกำหนดมาใหเ้ ตมิ ลงในบรบิ ทใหถ้ ูกต้อง

6.4 ขัน้ การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั สรุปเกย่ี วกบั บทความที่อา่ น
6.4.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้จากการอ่าน พร้อมทั้งให้นักเรียนหาความหมายของคำศัพท์ประจำบท

ทน่ี ักเรียนไมร่ ู้ เขียนลงในสมดุ ให้เรียบร้อย พร้อมท้ังใหน้ กั เรยี นหาตัวอย่างประกอบของคำศัพท์น้ัน ๆ

6.5 ข้นั สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั อภิปราย สรุป เกย่ี วกบั บทความทอ่ี ่าน
6.5.2 ครูนัดหมายนักเรียนใหท้ บทวนบทเรยี น อ่านคำศพั ท์ประจำบทท่ี 5 และสอบเก็บคะแนนย่อยในสัปดาห์หน้า

เกยี่ วกับบทความทนี่ ักเรียนเรียนไป

7. สื่อการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรื่อง Changing Pop Music
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปัญหาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผู้สอน ___________________
(นายกติ ตพิ ร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 18 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 6 เรอื่ ง A Healthy Diet? ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4
บทท่ี 6 เรอื่ ง A Healthy Diet? ช่อื ผู้สอน กิตติพร นันต๊ะภาพ
รายวิชา ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชวี้ ดั ทีเ่ ก่ยี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตุผล
ตัวช้วี ดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟัง

และอ่านเร่ืองทเ่ี ป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมท้ังให้เหตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตวั ชี้วัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ / แก่นสาระท่ีได้จากการวเิ คราะห์เร่ือง กิจกรรม ข่าว

เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรยี นไดเ้ พิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกดว้ ย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 จับใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ใจความ ตีความ แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังหรืออ่าน

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ตอบคำถามจากครูเกีย่ วกบั เทคนคิ การอ่าน การเดาคำศัพท์จากบรบิ ท ประเภทของคำถามท่ีใชไ้ ด้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ หลงั การอา่ นเพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: ban, meals, cafeterias, overweight, temptation, pupils, government, etc.
5.2 Structures: present continuous
5.3 Function: reading passage about a healthy diet?

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ช่ัวโมงท่ี 35

6.1 ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครเู ริม่ ต้นบทเรียนดว้ ยการถามคำถามนักเรยี นเก่ยี วกบั การซอื้ ของ
“Who likes eating junk food?”
“Do you think that junk food is healthy?”
“Do you like to eat healthy meal?”
”What’s your favorite dish?”

6.2 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 1) โดยให้นักเรียนเลือกคำนิยามของคำว่า

junk food ใหถ้ กู ต้อง
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยให้นักเรียนนำคำศัพท์ที่กำหนดให้

ลงในคอลมั น์ให้ถกู ต้อง
6.2.3 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากน้ัน

ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มกี ารใชส้ รรพนามอา้ งองิ ในแต่ละย่อหนา้ ไหม ถา้ มี ครูพยายามให้นักเรียนอธิบายให้เพื่อนในห้องฟัง

ชว่ั โมงท่ี 36

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามตั้งคำถามเพื่อกระต้นุ ใหน้ ักเรียนคดิ เกยี่ วกบั การนำเสนอของตัวแทนกลมุ่ ทน่ี ำเสนอข้อมูล

แต่ละย่อหน้าเพ่ิมเติม เพอ่ื ฝึกกระบวนการคิดของนักเรยี น เชน่
“Look at the first line, why do the governments in England want to ban junk food?”
“What causes them to launch this policy?”
“Do you think this action can have an effect on sellers who sell junk food?”

6.3.2 ครูพยายามตั้งคำถามเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกับการใช้สรรพนามอา้ งองิ ทป่ี รากฏอยู่แต่ละย่อหน้า เชน่
“In line 10, what does pronoun “them” refer to?”

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ด้วยความเขา้ ใจของตนเอง

6.5 ขน้ั สรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรียนชว่ ยกนั อภปิ ราย สรปุ แต่ละยอ่ หนา้ ว่าพดู ถึงอะไรบ้าง
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน

หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตัวอย่างประโยคท่มี ีคำศัพท์คำนน้ั ปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมดุ ให้เรียบรอ้ ย

7. สื่อการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง A Healthy Diet?
7.3 หนังสือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมินผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนักเรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 19 เวลา 2 คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 6 เร่อื ง A Healthy Diet? ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
บทที่ 6 เร่ือง A Healthy Diet? ช่อื ผู้สอน กิตติพร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวิชา ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั ทเี่ กีย่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตุผล
ตัวชีว้ ัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟงั

และอ่านเร่ืองท่ีเป็นสารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตวั ชี้วดั ต 2.2 ม.4/1 อธบิ าย/เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างโครงสรา้ งประโยค ขอ้ ความ สำนวน คำพังเพย

สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึง่ ในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรยี นไดเ้ พิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอกี ดว้ ย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพิ่มเตมิ หลงั การอ่านได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธบิ ายโครงสรา้ งภาษาจากส่ิงที่อ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพ่มิ เติมจากครไู ด้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: ban, meals, cafeterias, overweight, temptation, pupils, government, etc.
5.2 Structures: present continuous
5.3 Function: reading passage about a healthy diet?

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ชัว่ โมงท่ี 37

6.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มีองคค์ วามรู้เดมิ ท่เี รียนในสปั ดาหท์ ่ีแลว้

6.2 ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 1) โดยให้นักเรียนเลือก

หวั ขอ้ เรือ่ งทอี่ ่านทดี่ ที ี่สุด
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 2) โดยให้นักเรียนเลือก

คำตอบทีถ่ ูกตอ้ งจากคำถามแตล่ ะข้อ พรอ้ มทง้ั ใหน้ ักเรยี นแสดงเหตุผลวา่ ทำไมจึงเลือกคำตอบในข้อนน้ั ๆ
6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 3) โดยให้นักเรียนเขียน

ตัวอย่างของประเภทอาหารแตล่ ะประเภท
6.2.4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 4) โดยให้นักเรียนเติม

ประโยคในบทความโดยการที่ให้เลอื กชื่อคนท่ีปรากฏในบทความให้ถูกต้องในแตล่ ะข้อ
6.2.4 ครอู ธบิ ายการใช้ present continuous ใหก้ ับนกั เรียน

ชั่วโมงที่ 38

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดเกีย่ วกับการใช้ present continuous เพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น

6.4 ขน้ั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเกี่ยวกบั present continuous เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ

6.5 ขน้ั สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนักเรียนช่วยกันอภปิ ราย สรุป หลักการใช้ present continuous
6.5.2 ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นสรุปหลักการใช้ present continuous ลงสมดุ ให้เรยี บร้อย

7. สอ่ื การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เร่ือง A Healthy Diet?
7.3 หนังสอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เคร่ืองมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแกไ้ ข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงช่ือผสู้ อน ___________________
(นายกิตตพิ ร นนั ต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 19 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 6 เร่ือง A Healthy Diet? ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4
บทท่ี 6 เรอ่ื ง A Healthy Diet? ชือ่ ผูส้ อน กิตติพร นันต๊ะภาพ
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น

1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัดทเ่ี กี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผล
ตัวชวี้ ดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากการฟัง

และอา่ นเร่ืองท่เี ปน็ สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตวั ชวี้ ดั ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แกน่ สาระท่ีได้จากการวิเคราะห์เร่ือง กิจกรรม ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชอื่ มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระอ่ืน และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหา

ความรู้และเปิดโลกทัศนข์ องตน
ตัวช้ีวดั ต 3.1 ม.4/1 ค้นคว้า/สืบค้น บนั ทึก สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วข้องกับกลุ่มสาระอ่นื

จากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆ และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน

2. สาระสำคญั
การอา่ นเปน็ หน่งึ ในทักษะทส่ี ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพ่ิมพูนองคค์ วามรู้ ท้ังดา้ นคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึงความรู้

เกี่ยวกบั สง่ิ ทีอ่ ่าน นอกจากน้ี ยังเปน็ การเพิม่ พนู ทักษะการคิดวเิ คราะห์จากบทความที่อ่าน และเพ่ิมเจตคตทิ ่ีดีต่อภาษาองั กฤษ
3. ผลการเรียนรู้

3.1 นกั เรยี นสามารถตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพม่ิ เติมหลังการอา่ นได้

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรุปใจความ ตีความ แสดงความคดิ เห็นจากเรื่องทฟ่ี ังหรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลงั การอา่ นเพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: available, contain, substances, takeouts, digest, chopsticks, cancer, etc.
5.2 Structures: present continuous
5.3 Function: reading passage about a healthy diet?

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ชว่ั โมงที่ 39

6.1 ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Predicting) โดยการให้นักเรียนเลือก

ประโยคท่ีน่าจะเกยี่ วข้องกับบทความทอ่ี ่าน

6.2 ขัน้ นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม โดยให้เวลา 15 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากนน้ั ให้นกั เรียนแต่ละคนนำประโยคทค่ี รูกำหนดมาให้ นำมาใสใ่ นช่องว่างของแตล่ ะย่อหน้าใหถ้ ูกต้อง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำหน้าชั้นเรียน นักเรียนที่เหลือช่วยกันตอบว่าคำตอบที่เพื่อนพูด

มานน้ั ถกู ตอ้ งหรือไม่ อยา่ งไร
ชั่วโมงที่ 40

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามตงั้ คำถามเพ่ือกระตนุ้ ให้นักเรียนคดิ แต่ละย่อหนา้ เพือ่ ฝึกกระบวนการคิดของนักเรยี นเพ่มิ เติม เชน่
“Why do people believe that eating Japanese food can help them stay slim?”
“From the passage, what can prevent cancer?”
“Why do older people in Japan seem less suffering than those in the West?”
6.3.2 ครพู ยายามตงั้ คำถามเพมิ่ เติมเก่ียวกบั การใชส้ รรพนามอ้างอิงท่ีปรากฏอยู่แต่ละย่อหน้า เช่น
“In line 13, what does pronoun “they” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Inferring) โดยการที่ให้นกั เรียนพิจารณาประโยคแตล่ ะประโยคว่า

ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ
6.3.4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Understanding References) โดยการที่ครูให้นักเรียนเขียนคำ

อ้างองิ สรรพนามใหถ้ กู ตอ้ ง
6.3.5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Vocabulary in Context) โดยการที่ครูให้นักเรียนเลือกคำศัพท์

เตมิ ลงในบรบิ ทใหถ้ ูกตอ้ ง

6.4 ข้นั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นกั เรียนชว่ ยกนั สรปุ เกี่ยวกับบทความที่อา่ น
6.4.2 ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบความเข้าใจหลงั การอา่ นในสัปดาห์ต่อไป

6.5 ขนั้ สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนักเรียนช่วยกนั อภิปราย สรุปเกย่ี วกับบทความท่ีอ่าน
6.5.2 ครูมอบหมายให้นกั เรียนทำแบบทดสอบความเข้าใจหลังการอ่านในสปั ดาหต์ ่อไป

7. สื่อการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง A Healthy Diet?
7.3 หนังสอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.1.3 สงั เกตจากผลงานนักเรยี น
8.2 เครอ่ื งมือวัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วนั ท่ี ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *


Click to View FlipBook Version