มหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี
จัดทำโดย
นางสาวณหทัย ฮวบดี ม.๕/๕ เลขที่ ๒๒
เสนอ
คุณครู สุวรรณ ชำนาญธุระกิจ
คำนำ
หนังสือเล่มเล็กเล่มนี้เป็ นส่วนหนึ่ งของ
รายวิชาภาษาไทย ท๓๒๑๐๒ โดยมี
เนื้ อหาเกี่ยวกับมหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ผู้อ่านจะได้รับความรู้เกี่ยวกับมหา
เวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี จากหนังสือ
เล่มนี้ หากผิดพลาดประการใด ขออภัย
มา ณ ที่นี้
นางสาวณหทัย ฮวบดี
ผู้จัดทำ
สารบัญ
หัวข้อ หน้ า
ประวัติผู้แต่ง ๑
ประวัติความ ๒-๓
เป็ นมา
คำประพันธ์
เนื้ อเรื่ อง ๕
ข้อคิด ๖-๘
๙
ประวัติผู้แต่ง
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เกิดในช่วงปลายสมัยอยุธยา รับ
ราชการในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน กรุงธนบุรี โดยมี
บรรดาศักดิ์เป็นหลวงสรวิชิต ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น
พระยาพิพิฒนโกษา ก่อนจะเลื่อนมาเป็นเจ้าพระยาพระคลัง
เสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า ซึ่งนอกจากผลงานด้านราชการแล้ว
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังมีผลงานด้านการประพันธ์
จำนวนมาก เช่น สามก๊ก (ฉบับแปล) ราชาธิราช บทมโหรี
เรื่องกากี อิเหนาคำฉันท์ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์
กุมาร และกัณฑ์มัทรี ฯลฯ
ประวัติความ
เป็ นมา
มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาดก
เรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยกล่าวถึงเรื่องราวของพระ
โพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร เดิม
แต่งเป็นภาษาบาลี ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทย
ในสมัยกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯให้ปราชญ์ราชบัณฑิตแต่ง
มหาชาติคำหลวง ซึ่งเป็นมหาชาติสำนวนแรก โดยมี
จุดประสงค์เพื่อใช้สวด
ประวัติความ
เป็นมา ๒
ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าให้แต่งกาพย์
มหาชาติ เพื่อใช้สำหรับเทศน์ แต่เนื้อความในกาพย์
มหาชาติค่อนข้างยาว ไม่สามารถเทศน์ให้จบภายใน
๑ วัน จึงเกิดมหาชาติขึ้นใหม่อีกหลายสำนวน เพื่อ
ให้เทศน์จบภายใน ๑ วัน มหาชาติสำนวนใหม่นี้
เรียกว่า มหาชาติกลอนเทศน์ หรือ ร่ายยาวมหา
เวสสันดรชาดก
ลักษณะคำ
ประพันธ์
มีลักษณะคำประพันธ์เป็นแบบร่ายยาว โดยหนึ่งบทจะมีกี่วรรค
ก็ได้ ส่วนใหญ่จะนิยมแต่ง ๕ วรรคขึ้นไป แต่ละวรรคมีจำนวน
คำ ๖-๑๐ คำ และใช้คำสร้อย เช่น นั้นแล แล้วแล ดังนี้ ฯลฯ ซึ่ง
คำสร้อยนี้จะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้
ฉันทลักษณ์ของร่ายยาว จะมีการบังคับเฉพาะคำสุดท้ายของ
วรรคก่อนหน้ าจะสัมผัสกับคำที่ ๑ ถึงคำที่ ๕ ของวรรคถัดไป
จุดเด่นของร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก คือ การมีคาถาบาลีขึ้น
ต้น
เนื้ อเรื่ อง
พระนางมัทรีฝันร้ายว่ามีบุรุษมาทำร้าย จึงขอ
ให้พระเวสสันดรทำนายฝันให้ แต่พระนางก็ยังไม่
สบายพระทัย
ก่อนเข้าป่า พระนางฝากพระโอรสกับพระธิดา
กับพระเวสสันดรให้ช่วยดูแล หลังจากนั้นพระนา
งมัทรีก็เสด็จเข้าป่ าเพื่ อหาผลไม้มาปรนนิบัติพระ
เวสสันดรและสองกุมาร
ขณะที่อยู่ในป่า พระนางพบว่าธรรมชาติผิด
ปกติไปจากที่เคยพบเห็น เช่นต้นไม้ที่เคยมีผลก็
กลายเป็นต้นที่มีแต่ดอก ต้นที่เคยมีกิ่งโน้ มลงมา
ให้พอเก็บผลได้ง่าย ก็กลับกลายเป็นต้นตรงสูง
เก็บผลไม่ถึง
ทั้งท้องฟ้ าก็มืดมิด ขอบฟ้ าเป็นสีเหลืองให้รู้สึก
หวั่นหวาดเป็นอย่างยิ่ง ไม้คานที่เคยหาบแสรกผล
ไม้ก็พลัดตกจากบ่า ไม้ตะขอที่ใช้เกี่ยวผลไม้พลัด
หลุดจากมือ
เนื้อเรื่อง ๒
ยิ่งพาให้กังวลใจยิ่งขึ้นบรรดาเทพยดาทั้ง
หลายต่างพากันกังวลว่า หากนางมัทรีกลับออก
จากป่าเร็วและทราบเรื่องที่พระเวสสันดร ทรง
บริจาคพระโอรสธิดาเป็ นทาน
ก็จะต้องออกติดตามพระกุมารทั้งสองคืนจาก
ชูชก พระอินทร์จึงส่งเทพบริวาร 3 องค์ให้แปลง
กายเป็นสัตว์ร้าย 3 ตัว คือราชสีห์ เสือโคร่ง และ
เสือเหลือง ขวางทางไม่ให้เสด็จกลับอาศรมได้
ตามเวลาปกติ
เมื่อล่วงเวลาดึกแล้วจึงหลีกทางให้พระนาง
เสด็จกลับอาศรม เมื่อพระนางเสด็จกลับถึง
อาศรมไม่พบสองกุมารก็โศกเศร้าเสียพระทัย
เที่ยวตามหาและร้องไห้คร่ำครวญ พระเวสสันดร
ทรงเห็นพระนางเศร้าโศก
เนื้อเรื่อง ๓
จึงหาวิธีตัดความทุกข์โศกด้วยการแกล้ง
กล่าวหานางว่าคิดนอกใจคบหากับชายอื่น จึงกลับ
มาถึงอาศรมในเวลาดึก
เพราะทรงเกรงว่าถ้าบอกความจริงในขณะที่
พระนางกำลังโศกเศร้าหนักและกำลังอ่อนล้า
พระนางจะเป็ นอันตรายได้
ในที่สุดพระนางมัทรีทรงคร่ำครวญหาลูกจน
สิ้นสติไป ครั้นเมื่อฟื้ นขึ้น พระเวสสันดรทรงเล่า
ความจริงว่า
พระองค์ได้ประทานกุมารทั้งสองแก่ชูชกไป
แล้วด้วยเหตุผลที่จะทรงบำเพ็ญทานบารมี พระ
นางมัทรีจึงทรงค่อยหายโศกเศร้าและทรง
อนุโมทนาในการบำเพ็ญทานบารมีของพระ
เวสสันดรด้วย
ข้อคิด
๑. ให้แง่คิดเกี่ยวกับบทบาทหน้ าที่ของผู้หญิงใน
ฐานะที่เป็นแม่และเป็นภรรยาที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
เหนือสิ่งอื่นใด
๒. มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อนแนวคิด
สำคัญเกี่ยวกับความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างสุดชีวิต
๓. การเสียสละ เป็นคุณธรรมที่น่ายกย่อง และการ
บริจาคทาน เป็นการกระทำที่สมควรได้รับการ
อนุโมทนา
บรรณานุกรม
Thanyarat Khotwantahttps. มหา
เวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี, สืบค้น
เมื่อ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2565.
จาก.https://blog.startdee.com/E0
%B8%97%E0%B8%A2