พทุ ธศาสนสุภาษติ สอนใจ
สร้างคนให้มคี ุณธรรม
จัดทาโดย
นางเกษรินทร์ อ่แู ก้ว
โรงเรียนนิยมมิตรวทิ ยาคาร อาเภอสีควิ้ จงั หวดั นครราชสีมา
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๔
กระทรวงศึกษาธิการ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
พทุ ธศาสนสุภาษติ คือ สุภาษติ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดารัสไว้ ซ่ึงมคี ุณค่าสูงส่ง สามารถ
ใช้ได้ท้ังเป็ นแนวทางดาเนินชีวติ เตือนใจ หาคาตอบท่ีดสี าหรับปัญหาที่สงสัย หรือ แม้แต่เตือน
สติ ให้เรา หู ตา สว่าง เกิดปัญญาเข้าใจ ได้อุบายที่ดใี นการดาเนินชีวติ การแก้ปัญหา และพ้นจาก
เครื่องเศร้าหมองได้ พทุ ธศาสนสุภาษติ เป็ นท่ีนิยมของหมู่ชนท้ังหลาย ถงึ แม้จะต่างเชื้อชาติ
ต่างศาสนาต่างก็มีสุภาษติ ในหมู่ของตน คาสุภาษติ น้ัน เป็ นคาส้ันๆ จาได้ ไม่ยากเยน็ อกี ท้ัง
ไพเราะ และมีความหมาย ลกึ กนิ ใจ มคี ุณค่า และประโยชน์ แก่ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ผู้ที่อยู่
ในวยั เรียน วยั ทางาน วยั ครองเรือน วยั สูงอายุ หากมีเวลา ให้แก่พระศาสนาบ้าง เพยี งอ่าน และ
ท่องจาวนั ละบท ศึกษาให้เข้าใจ ท้ังนีก้ เ็ พ่ือน้อมนาไปประพฤติปฏิบัติในชีวติ ประจาวนั
จะบังเกิดประโยชน์แก่ตนเอง และ ผู้อื่นโดยท่ัวไป
พุทธศาสนสุภาษิต
วิธีอ่านภาษาบาลี
คาในภาษาบาลี เม่ือนามาเขียนถ่ายทอดเป็ นภาษาไทยแล้ว จะมีลักษณะที่ควรสังเกตประกอบการอ่าน ดังนี้
๑. ตัวอักษรทุกตัวท่ีไม่มีเครื่องหมายใดอยู่บนหรือล่าง และไม่มีสระใดๆ กากับไว้ ให้อ่านอักษรน้ันมีเสียง "อะ" ทุก
ตัว เช่น
อรหโต อ่านว่า อะ-ระ-หะ-โต
ภควา อ่านว่า ภะ-คะ-วา
นมามิ อ่านว่า นะ-มา-มิ
โลกวิทู อ่านว่า โล-กะ-วิ-ทู
๒. เม่ือตัวอักษรใดมีเคร่ืองหมาย ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้แสดงว่าอักษรน้ันเป็ นตัวสะกดของอักษรท่ีอยู่ข้างหน้า
ผสมกันแล้วให้อ่านเหมือนเสียง อะ+(ตัวสะกด) น้ัน เช่น
สมมา (สะ+ม = สัม) อ่านว่า สัม-มา
สงโฆ (สะ+ง = สัง) อ่านว่า สัง-โฆ
ยกเว้นในกรณีท่ีพยัญชนะตัวหน้ามีเคร่ืองหมายสระกากับอยู่แล้ว ก็ให้อ่านรวมกันตามตัวสะกดน้ัน เช่น
พุทโธ อ่านว่า พุท-โธ
พุทธสส อ่านว่า พุท-ธัส-สะ
สนทิฏฐิโย อ่านว่า สัน-ทิฏ-ฐิ-โย
ปาหุเนยโย อ่านว่า ปา-หุ-เนย-โย
๓. เม่ืออักษรใดมีเคร่ืองหมาย ฺ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนตัวอักษร ให้อ่านให้เหมือนอักษรน้ันมีไม้หันอากาศและ
สะกดด้วยตัว "ง" เช่น
อรห อ่านว่า อะ-ระ-หัง
สงฆ อ่านว่า สัง-ฆัง
ธมม อ่านว่า ธัม-มัง
สรณ อ่านว่า สะ-ระ-นัง
อญญ อ่านว่า อัญ-ญัง
แต่ถ้าตัวอักษรน้ันมีท้ังเครื่องหมาย ฺ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนและมีสระอ่ืนกากับอยู่ด้วย ก็ให้อ่านออกเสียงตาม
สระท่ีกากับ + ง (ตัวสะกด) เช่น
พาหุ อ่านว่า พา-หุง
๔. เมื่ออักษรใดเป็ นตัวนาแต่มีเคร่ืองหมาย ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้ด้วย ขอให้อ่านออกเสียง "อะ" ของอักษรน้ันเพียง
คร่ึงเสียงควบไปกับอักษรตัวตาม เช่น
สวากขาโต อ่านว่า สะหวาก-ขา-โต
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อุฏฐาตา วนิ ทเต ธน
คนขยนั ย่อมหาทรัพย์ได้
พทุ ธศาสนสุภาษติ
พาโล อปริณายโก
คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็ นผู้นา
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อตตา หิ อตตโน นาโถ
ตนเป็ นท่ีพง่ึ ของตน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
โปญญาวยธเนน เสย
ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อตตา หเว ชิต เสยโย
ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ยถาวาที ตถาการี
พูดอย่างไร ทาได้อย่างน้ัน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
สจจ เว อมตา วาจา
คาจริงเป็ นสิ่งไม่ตาย
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อณิ าทาน ทุกข โลเก
การก้หู นี้ เป็ นทุกข์ในโลก
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อตตาน ทมยนติ ปณฑติ า
บัญฑติ ย่อมฝึ กตน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ททมาโน ปิ โย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็ นทรี่ ัก
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ขนติ ธีรสสลงกาโร
ความอดทน เป็ นเครื่องประดบั
ของนักปราชญ์
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ขนติ พล ว ยตนี
ความอดทนเป็ นกาลงั ของนักพรต
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ปมาโท รกขโต มล
ความประมาท เป็ นมลทนิ ของผู้รักษา
พทุ ธศาสนสุภาษติ
เย ปมตตา ยถา มตา
ผู้ประมาท เหมือนคนตายแล้ว
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ย เว เสวติ ตาทโิ ส
คบคนเช่นใด ย่อมเป็ นคนเช่นน้ัน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
มิตตสมิมปิ น วสิ สเส
แม้ในมติ รกไ็ ม่ควรไว้ใจ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
มาสสุ พาเลน สงคจฉิ อมติ เตเนว สพพทา
อย่าสมาคมกบั คนพาลซึ่งเป็ นดงั ศัตรูทุกเม่ือ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
เสยยโส เสยยโส โหติ โย เสยยมุปเสวติ
คบคนดี กพ็ ลอยมสี ่วนดดี ้วย
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ธน จเช องควรสส เหตุ
พงึ สละทรัพย์ เพื่อรักษาอวยั วะ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
จเช มตตาสุข ธีโร
ผู้ฉลาดควรสละสุขเลก็ น้อย เพื่อสุข
ยงิ่ ใหญ่ของส่วนรวม
พทุ ธศาสนสุภาษติ
นตถิ โลเก อนินทโิ ต
ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มใี นโลก
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ทุวชิ าโน ปราภโว
ผู้มคี วามรู้ในทางชั่ว เป็ นผู้เส่ือม
พทุ ธศาสนสุภาษติ
สุวชิ าโน ภว โหติ
ผู้มคี วามรู้ในทางทด่ี ี เป็ นผู้เจริญ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ธมมกาโม ภว โหติ
ผู้ชอบธรรม เป็ นผู้เจริญ
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ครุ โหติ สคารโว
ผู้เคารพผู้อ่ืน ย่อมมผี ู้เคารพตนเอง
พทุ ธศาสนสุภาษติ
สจจ หเว สาธุตร รสาน
ความซ่ือสัตย์น่ันแล ดกี ว่ารสท้งั หลาย
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ขโณ โว มา อุปจจคา
อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์
พทุ ธศาสนสุภาษติ
หิยโยติ หยิ ยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ
คนทผ่ี ลดั วนั ว่าพรุ่งนี้ ย่อมเส่ือม
ยง่ิ ผลดั ว่ามะรืนนี้ กย็ งิ่ เส่ือม
พทุ ธศาสนสุภาษติ
กาลคตญจ น หาเปติ อตถ
คนขยนั พงึ ไม่ให้ประโยชน์ท่ีมาถึงแล้ว
ผ่านไปโดยเปล่า
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อตตี นานวาคเมยนย นปปฏกิ งเข อนาคต
อย่าราพงึ ถึงความหลงั
อย่ามวั หวงั ถงึ อนาคต
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อโหรตตมตนทิต ต เว ภทเทกรตโตติ
คนขยนั ท้งั คืนท้งั วนั
จกั ไม่ซึมเซา เรียกว่าแต่ละวนั มแี ต่นาโชค
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อสเมกขติ กมมนต ตุริตาภนิ ิปาติน
ตานิ กมมานิ ตปเปนติ อณุ ห วชโฌหิต มเุ ข
ผู้ทที่ าการงานลวกๆ โดยมไิ ด้พจิ ารณาใคร่ครวญให้ดี เอาแต่รีบร้อนพรวด
พราดจะให้เสร็จ การงานเหล่าน้ัน กจ็ ะก่อความเดือดร้อนให้
เหมือนตกั อาหารทยี่ งั ร้อนใส่ปาก
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อชช สุวติ ปุริโส สทตท นาวพุชฌติ
โอวชชมาโน กปุ ปติ เสยยโส อตมิ ญญติ
คนทไี่ ม่รู้จกั ประโยชน์ตนว่า อะไรควรทาวนั นี้ อะไรควรทาพรุ่งนี้
ใครตกั เตือนกโ็ กรธ เย่อหยง่ิ ถือดวี ่า ฉันเก่ง ฉันดี
คนอย่างนี้ เป็ นทชี่ อบใจของ กาฬกณิ ี
พุทธศาสนสุภาษติ
โกสชช ภยโต ทสิ วา วริ ิยารมภญจ เขมโต
อารทธวริ ิยา โหถ เอสา พทุ ธานุสาสนี
ท่านท้งั หลายจงเห็นความเกยี จคร้านว่าเป็ นภยั
แลเห็นการปรารภความเพยี รว่าเป็ นความปลอดภัย
แล้วปรารภความเพยี รเถดิ นีเ้ ป็ น “พทุ ธานุศาสนี”
พทุ ธศาสนสุภาษติ
หิยโยติ หิยยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ อนาคต เนตมตถีติ ญตวา
อุปปนนจฉนท โก ปนุเทยย ธีโร
มวั ราพงึ ถึงความหลงั กม็ แี ต่จะหดหาย
มวั หวงั วนั ข้างหน้า กม็ แี ต่จะละลาย
อนั ใดยงั ไม่มาถงึ อนั น้นั กย็ งั ไม่มี
รู้อย่างนแี้ ล้ว เม่ือมฉี ันทะเกดิ ขึน้
คนฉลาดทไ่ี หนจะปล่อยให้หายไปเปล่า
พทุ ธศาสนสุภาษติ
อุฏฐานวโต สตมิ โต สุจกิ มมสส นิสมมการิโน สญญตสส จ ธมมชีวโิ น
อปปมตตสส ยโสภวิ ฑฒติ
ยศย่อมเจริญแก่ผู้มคี วามหมนั่
มีสติ มกี ารงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทา
ระวงั ดีแล้ว เป็ นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท
พุทธศาสนสุภาษติ
อนาคตปปชปปาย อดตี สสานุโสจนา เอเตน พาลา
สุสสนติ นโฬว หริโต ลุโต
ชนท้งั หลายผู้ยงั อ่อนปัญญา เฝ้าแต่ฝันเพ้อถงึ สิ่งทย่ี งั ไม่มาถึง
และหวนละห้อยถึงความหลงั อนั ล่วงไปแล้วจึงซูบซีดหม่นหมอง
เสมือนต้นอ้อสดทีเ่ ขาถอนขนึ้ ทงิ้ ไว้ในกลางแดด
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ลาโภ อลาโภ ยโส อยโส จ นินทา ปสสา จ สุข จ ทกุ ข
เอเต อนิจจา มนุเชสุ ธมมา มา โสจิ กึ โสจสิ โปฏฐปาท
ได้ลาภ เส่ือมลาภ ได้ยศ เส่ือมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และ ทุกข์
สิ่งเหล่านีเ้ ป็ นธรรมดาในหมู่มนุษย์ ไม่มคี วามเทย่ี งแท้แน่นอน
อย่าเศร้าโศกเลย ท่านจะโศกเศร้าไปทาไม
พทุ ธศาสนสุภาษติ
หินชจโจปิ เจ โหติ อุฏฐาตา ธิตมิ า นโร
อาจารสีลสมปนโน นิเส อคควี ภาสติ
คนเราถึงมชี าตกิ าเนิดตา่ แต่หากขยนั หม่ัน เพยี ร
มปี ัญญาประกอบด้วยอาจาระ และ ศีล กร็ ุ่งเรืองได้
เหมือนไฟถงึ อยู่ในคืนมืดกส็ ว่างไสว
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ปุตเต วชิ ชาสุ ฐาปย
บดิ ามารดา พงึ ให้บุตรเรียนศิลปวทิ ยา
พทุ ธศาสนสุภาษติ
โยคา เว ชายเต ภูริ
ปัญญา ย่อมเกดิ ขนึ้ เพราะการฝึ กฝน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ปญญาว ธเนน เสยโย
ปัญญาน่ันแหละ ประเสริฐกว่าทรัพย์
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ปญญา นราน รตน
ปัญญาเปรียบเสมือน เครื่องประดบั แห่งตน
พทุ ธศาสนสุภาษติ
ปญญา โลกสมิ ปชโชโต
ปัญญาเป็ นแสงสว่างในโลก