The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2. จรรยาบรรณที่สำคัญในวิชาชีพครู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongpakbungschool, 2020-06-07 14:24:22

2. จรรยาบรรณที่สำคัญในวิชาชีพครู

2. จรรยาบรรณที่สำคัญในวิชาชีพครู

2. จรรยาบรรณท่ีสาคญั ในวิชาชีพคร ู

จรรยาบรรณท่สี าคญั ในวิชาชพี ครู

การทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณท่ีสาคัญของ
ครูจะต้องเข้าใจถึง องค์ประกอบของจรรยาบรรณ
จรรยาบรรณที่สาคัญทางศาสนา จรรยาบรรณตามท่ี
กาหนดไวใ้ นกฎหมายวิชาชีพครู และการดาเนินการทาง
จรรยาบรรณในวิชาชพี ครู ดงั นี้

องคป์ ระกอบของจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณของวิชาชพี ครปู ระกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ
ของมาตรฐานจรรยาบรรณ 4 ดา้ น คือ (ศนู ย์ส่งเสริม
จริยธรรมสถาบันพัฒนาขา้ ราชการพลเรือน 2548, น.
11)

1. มาตรฐานความประพฤตสิ ว่ นบคุ คล

ผทู้ ่ีอย่ใู นวิชาชีพน้ันพึงปฏิบัติหรือไม่พึงปฏิบัติ มาตรฐาน
การประพฤตนิ ปี้ ระมวลจากหลกั ศาสนา กฎหมาย และวินยั หลัก
ของประเทศ เช่น กฎหมายรัฐธรรมนญู กฎหมายการศึกษา
วินัยขา้ ราชการพลเรือน พระราชดาริ/พระราชโอวาทของ
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว ดงั นนั้ แมใ้ นสมยั โบราณจะยังไม่
กาหนดจรรยาบรรณไวเ้ ป็ นลายลักษณ์อักษร ก็ไดอ้ าศัยคติ
ธรรมทางศาสนาและพระบรมราโชวาทเป็ นบรรทัดฐานยึดถือ
ปฏิบตั สิ ืบเนอื่ งมา

2. จดุ เนน้ ในการปฏิบตั ติ น

ในลกั ษณะหรือวิธีการทางานตามวิชาชพี โดยมีแนวทาง
ตามภารกิจขององคก์ ารเนื่องจากหนา้ ท่ีความรับผิดชอบ
หรือพันธกิจของหน่วยงานจะเป็ นตัวบ่งช้ีคณุ ลักษณะท่ี
ตอ้ งการสาหรับผปู้ ฏิบัติในแต่ละภารกิจที่มีความแตกต่าง
กนั ทงั้ หลกั ของการเป็ นพลเมอื งดแี ละการเป็ นผนู้ าท่ดี ี

3. ลกั ษณะความสมั พนั ธท์ พ่ี ึงมตี อ่ บคุ คลอื่น

ทงั้ ในระดบั เดียวกนั สงู กว่าหรือตา่ กว่า โดยสัมพนั ธก์ บั
หลักการทางานตามนโยบายของรัฐ เช่น หลักการบริหาร
กิจการบา้ นเมืองและสังคมที่ดี 6 ประการคือ หลักนิติ
ธรรม หลักคณุ ธรรมหลักความโปร่งใส หลกั ความมีส่วน
ร่วม หลกั ความรบั ผดิ ชอบ และหลกั ความคมุ้ คา่

4. ความคาดหวงั ทอี่ งคก์ ารอยากใหผ้ นู้ นั้

รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและชมุ ชน

โดยครอบคลมุ ท้ังความคาดหวังให้ผูป้ ระกอบวิชาชีพมี
พฤติกรรมเชิงบวก เช่น คาดหวังให้ครมู ีความเป็ นครตู าม
สถานภาพของวิชาชีพ และมีค่านิยมสรา้ งสรรค์ 5 ประการ
ได้แก่ กล้ายืนหยัดทาในสิ่งที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์และมีความ
รับผิดชอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เลือกปฏิบัติ และมุ่ง
ผลสัมฤทธิ์ของงาน และลดพฤติกรรมเชิงลบ เช่น การทานอ้ ย
กว่าหรือมากกว่ากฎหมาย และการทาตามกฎหมายแต่ใชว้ ิธีท่ี
ผดิ กฎหมาย เป็ นตน้

จรรยาบรรณตามหลกั ศาสนา

นอกจากจรรยาบรรณตามกฎหมายวิชาชีพครแู ลว้ ใน
ศาสนาพทุ ธไดก้ าหนดจรรยาบรรณของครโู ดยเรียกว่า
กัลยาณมิตรธรรม ไวเ้ ป็ นคณุ ธรรมของคนผสู้ ัง่ สอนหรือ
ใหก้ ารศึกษา ซึ่งประกอบดว้ ยองค์คณุ 7 ประการ ดังท่ี
พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ.ปยตุ ฺโต, 2557, น. 27)

จรรยาบรรณตามหลกั ศาสนา

1. นา่ รัก มีเมตตากรณุ า ใส่ใจคนและประโยชนส์ ขุ ของเขา เขา้ ถึงจิตใจ เป็ นท่ีวางใจ
สรา้ งความรสู้ กึ สนทิ สนมเป็ นกนั เอง ชวนใจผเู้ รียนใหอ้ ยากเขา้ ไปปรึกษาไตถ่ าม

2. นา่ เคารพ เป็ นผหู้ นกั แนน่ ถือหลกั การเป็ นสาคญั และมีความประพฤติสมควรแก่
ฐานะ ทาใหเ้ กิดความรสู้ ึกอบอนุ่ ใจ เป็ นท่ีพง่ึ ได้ ปลอดภยั

3. นา่ ยกย่อง คือ มีความรจู้ ริง ทรงภมู ปิ ัญญาแทจ้ ริง และเป็ นผฝู้ ึ กฝนปรบั ปรงุ ตน
อย่เู สมอ เป็ นที่น่ายกย่องควรเอาอย่าง ศิษยอ์ า้ งและราลึกถึงดว้ ยความซาบซ้ึง มัน่ ใจ
และภาคภมู ใิ จ

จรรยาบรรณตามหลกั ศาสนา

4. รจู้ ักพดู คือ รจู้ ักช้ีแจงใหเ้ ขา้ ใจ รวู้ ่าเมื่อไรควรพดู อะไร อย่างไร คอยให้
คาแนะนาวา่ กลา่ วตกั เตอื น เป็ นทปี่ รกึ ษาทดี่ ี
5. อดทนต่อถ้อยคา คือ พร้อมท่ีจะรับฟังคาปรึกษาซักถามแม้จุกจิก
ตลอดจนคาล่วงเกินและคาตักเตือนวิพากษว์ ิจารณต์ ่าง ๆ อดทนฟั งได้ ไม่
เบื่อหนา่ ย ไมเ่ สยี อารมณ์
6. แถลงเรื่องลา้ ลึกได้ คือ กล่าวชแี้ จงเรื่องตา่ ง ๆ ทย่ี ่งุ ยากลึกซึ้งใหเ้ ขา้ ใจได้
และสอนศิษยใ์ หเ้ รยี นรเู้ รอื่ งราวทลี่ ึกซึ้งย่ิงขน้ึ ไป
7. ไม่ชักนาในอฐาน คือ ไม่ชักจงู ไปในทางที่เสื่อมเสียหรือเร่ืองเหลวไหลไม่
สมควร

จรรยาบรรณตามกฎหมายวิชาชพี ครู

จรรยาบรรณที่สาคัญในวิชาชพี ครกู าหนดไวใ้ นพระราชบัญญัติสภา
ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตราที่ 9 และ 50 ซ่ึง
กาหนดไวเ้ ป็ นมาตรฐานการปฏิบัติตนต่อวิชาชีพและบคุ คลกลุ่มต่าง
ๆ ซึ่งประกอบดว้ ยจรรยาบรรณ 5 ดา้ น นอกจากนนั้ ยงั กาหนดไวใ้ น
ขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าดว้ ยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 โดย
กาหนดแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวิชาชพี ดงั น้ี (ราช
กิจจานเุ บกษา 2556,
น. 72-74)

1. จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง

ผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งมีวินัยในตนเอง
พัฒนาตนเองดา้ นวิชาชีพบคุ ลิกภาพและวิสัยทัศนใ์ ห้ทันต่อ
การพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจสังคม และการเมืองอยู่
เสมอ โดยขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าดว้ ยแบบแผนพฤติกรรมตาม
จรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550 กาหนดไวว้ ่าตอ้ ง
ประพฤตแิ ละละเวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั
ตวั อย่างตอ่ ไปนี้

ตัวอย่างพฤตกิ รรมของจรรยาบรรณต่อตนเอง

พฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ พฤติกรรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์

1. ประพฤติตนเหมาะสมกบั สถานภาพและเป็ น 1. คน้ ควา้ แสวงหาและนาเทคนคิ ดา้ นวิชาชพี ที่

แบบอยา่ งท่ีดี พฒั นาและกา้ วหนา้ เป็ นทย่ี อมรบั มาใชแ้ กศ่ ิษย์

2. ประพฤติตนเป็ นแบบอยา่ งที่ดีในการดาเนินชีวิต และผรู้ บั บริการใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธ์ิทพ่ี งึ ประสงค์

ตามประเพณีและวฒั นธรรมไทย เกย่ี วขอ้ งกบั อบายมขุ หรือสิ่งเสพตดิ จนขาดสติ

3. ปฏบิ ตั ิงานตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมายใหส้ าเรจ็ หรือแสดงกิริยาไมส่ ภุ าพ เป็ นท่นี า่ รงั เกยี จใน

อยา่ งมีคณุ ภาพตามเป้ าหมายที่กาหนด สงั คม

4. ศึกษา หาความรู้ วางแผนพฒั นาตนเอง พฒั นา 2. ประพฤตผิ ดิ ทางชสู้ าวหรือมพี ฤตกิ รรมลว่ งละเมดิ ทางเพศ

งาน และสะสมผลงานอยา่ งสม่าเสมอ 3. ขาดความรบั ผดิ ชอบ ความกระตอื รือรน้ ความ

เอาใจใส่ จนเกดิ ความเสียหายในการปฏิบตั งิ าน

ตามหนา้ ที่

4. ไมร่ บั รหู้ รือไมแ่ สวงหาความรใู้ หม่ ๆ ในการ

จดั การเรียนรแู้ ละการปฏิบตั หิ นา้ ที่

5. ขดั ขวางการพฒั นาองคก์ ารจนเกิดผลเสยี หาย

2. จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี

ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์
สจุ ริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพและเป็ นสมาชิกที่ดีขององค์กร
วิชาชีพ โดยขอ้ บังคบั ครุ สุ ภาว่าดว้ ยแบบแผนพฤติกรรมตาม
จรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550 กาหนดไวว้ ่าตอ้ ง
ประพฤตแิ ละละเวน้ การประพฤตติ ามแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั
ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

ตวั อยา่ งพฤติกรรมของจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

พฤติกรรมที่พึงประสงค์ พฤติกรรมที่ไมพ่ ึงประสงค์
1. แสดงความช่ืนชมและศรทั ธาในคณุ คา่ ของวิชาชีพ 1. เขา้ รว่ มกิจกรรมของวิชาชพี หรือองคก์ รวิชาชพี
2. รกั ษาชื่อเสียงและปกป้ องศกั ด์ิศรแี ห่งวิชาชีพ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ไมแ่ สดงความภาคภมู ใิ จใน
3. ยกยอ่ งและเชิดชเู กียรติผมู้ ีผลงานในวิชาชีพให้ วิชาชพี
สาธารณชนรบั รู้ 2. ดหู ม่นิ เหยียดหยามใหร้ า้ ยผรู้ ่วมประกอบวิชาชพี
4. อทุ ิศตนเพ่ือความกา้ วหนา้ ของวิชาชีพ ศาสตรใ์ นวิชาชพี หรือองคก์ รวิชาชพี
5. ปฏิบตั ิหนา้ ที่ดว้ ยความรบั ผิดชอบ ซื่อสตั ยส์ จุ ริต 3. ประกอบการงานอ่ืนทไ่ี มเ่ หมาะสมกบั การเป็ นผู้
ตามกฎระเบียบและแบบแผนของทางราชการ ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา
6. เลือกใชห้ ลกั วิชาท่ีถกู ตอ้ ง สรา้ งสรรคเ์ ทคนิค 4. ไมซ่ ่ือสตั ยส์ จุ ริต ไมร่ บั ผดิ ชอบ หรือไมป่ ฏิบตั ติ าม
วิธีการใหม่ ๆ เพ่ือพฒั นาวิชาชีพ กฎ ระเบียบ หรือแบบแผนของทางราชการจน
7. ใชอ้ งคค์ วามรหู้ ลากหลายในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีและ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย
แลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ บั สมาชิกในองคก์ าร 5. คดั ลอกหรือนาผลงานของผอู้ ื่นมาเป็ นของตน
6. ใชห้ ลกั วิชาการทไ่ี มถ่ กู ตอ้ งในการปฏิบัตวิ ิชาชพี
สง่ ผลใหศ้ ิษยห์ รือผรู้ บั บริการเกิดความเสยี หาย
7. ใชค้ วามรทู้ างวิชาการ วิชาชพี หรืออาศัยองคก์ ร
วิชาชพี แสวงหาประโยชนเ์ พ่ือตนเองหรือผอู้ ื่น

3. จรรยาบรรณตอ่ ผรู้ บั บริการ

ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้
กาลังใจแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ท่ีโดยเสมอหนา้ ผปู้ ระกอบวิชาชีพ
ทางการศึกษาตอ้ งสง่ เสริมใหเ้ กดิ การเรียนรู้ ทกั ษะ และนสิ ยั ที่ถกู ตอ้ งดีงามแกศ่ ิษย์ และ
ผรู้ บั บริการ ตามบทบาทหนา้ ที่อย่างเต็มความสามารถ ดว้ ยความบริสทุ ธิ์ใจผปู้ ระกอบ
วิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งประพฤติปฏิบัติตนเป็ นแบบอย่างที่ดีท้ังทางกาย วาจา และ
จิตใจ ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็ นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทาง
กาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสงั คมของศิษย์ และผรู้ ับบริการ ผปู้ ระกอบวิชาชีพ
ทางการศึกษาตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาคโดยไมเ่ รียกรับหรือยอมรับ
ผลประโยชนจ์ ากการใชต้ าแหนง่ หนา้ ท่ีโดยมิชอบ โดยขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าด้วยแบบแผน
พฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550 กาหนดไวว้ า่ ตอ้ งประพฤตแิ ละละ
เวน้ การประพฤตติ ามแบบแผนพฤตกิ รรมดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี

ตวั อยา่ งพฤติกรรมของจรรยาบรรณต่อผรู้ บั บรกิ าร

พฤติกรรมที่พึงประสงค์ พฤติกรรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์
1. ใหค้ าปรกึ ษาหรอื ช่วยเหลือศิษยแ์ ละผรู้ บั บรกิ าร 1. เสริมสรา้ งความภาคภมู ใิ จใหแ้ กศ่ ิษยแ์ ละ
ดว้ ยความเมตตากรณุ าอยา่ งเต็มกาลงั ผรู้ บั บริการดว้ ยการรบั ฟังความคิดเห็น ยกย่อง
ความสามารถและเสมอภาค ชมเชย และใหก้ าลงั ใจอย่างกลั ยาณมติ รลงโทษ
2. สนบั สนนุ การดาเนินงานเพื่อปกป้ องสิทธิเด็ก ศิษยอ์ ย่างไมเ่ หมาะสม
เยาวชน และผดู้ อ้ ยโอกาส 2. ไมใ่ สใ่ จหรือไมร่ บั รปู้ ัญหาของศิษยห์ รือ
3. ตง้ั ใจ เสยี สละ และอทุ ิศตนในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี ผรู้ บั บริการ จนเกิดผลเสียหายตอ่ ศิษยห์ รือ
เพื่อใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ บั บรกิ ารไดร้ บั การพฒั นาตาม ผรู้ บั บริการ
ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของแต่ 3. ดหู มน่ิ เหยียดหยามศิษยห์ รือผรู้ บั บริการ เป็ นผล
ละบคุ คล ใหไ้ ดร้ บั ความอบั อายหรือเส่ือมเสยี ชอื่ เสยี ง
4. สง่ เสรมิ ใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ บั บรกิ ารสามารถแสวงหา 4. เปิ ดเผยความลบั ของศิษยห์ รือผรู้ บั บริการ เป็ น
ความรไู้ ดด้ ว้ ยตนเองจากสอ่ื อปุ กรณ์ และแหลง่ ผลใหไ้ ดร้ บั ความอบั อายหรือเสอื่ มเสยี ชอื่ เสยี ง
เรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย 5. จงู ใจ โนม้ นา้ ว ยยุ งสง่ เสริมใหศ้ ิษยห์ รือ
5. ใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ บั บรกิ ารมีสว่ นรว่ มวางแผนการ ผรู้ บั บริการปฏิบตั ขิ ดั ขนื ตอ่ ศีลธรรมหรือ
เรยี นรแู้ ละเลือกวิธีการปฏิบตั ิที่เหมาะสมกบั กฎระเบียบ
ตนเอง 6. ชกั ชวน ใช้ จา้ ง วานศิษยห์ รือผรู้ บั บริการให้
จดั ซ้ือ จดั หาสง่ิ เสพตดิ หรือเขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งกบั
อบายมขุ
7. เรียกรอ้ งผลตอบแทนจากศิษยห์ รือผรู้ บั บริการใน
งานตามหนา้ ทท่ี ีต่ อ้ งใหบ้ ริการ

4. จรรยาบรรณตอ่ ผรู้ ว่ มประกอบวิชาชพี

ผปู้ ระกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาพึงช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึง
กันและกันอย่างสรา้ งสรรค์โดยยึดมัน่ ในระบบคุณธรรม
สรา้ งความสามัคคีในหม่คู ณะ โดยขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าดว้ ย
แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.
2550 กาหนดไวว้ ่าพึงประพฤติและละเวน้ การประพฤติตาม
แบบแผนพฤตกิ รรมดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้

ตวั อยา่ งพฤติกรรมของจรรยาบรรณต่อผรู้ ว่ มประกอบวิชาชีพ

พฤติกรรมที่พึงประสงค์ พฤติกรรมที่ไมพ่ ึงประสงค์

1. เสียสละ เอ้ืออาทร และใหค้ วามช่วยเหลือผรู้ ว่ ม 1. ปิ ดบงั ขอ้ มลู ขา่ วสารในการปฏิบตั งิ าน จนทาให้

ประกอบวิชาชีพ เกิดความเสยี หายตอ่ งานหรือผรู้ ว่ มประกอบ

2. มีความรกั ความสามคั คี และรว่ มใจกนั ผนึก วิชาชพี

กาลงั 2. ปฏิเสธความรบั ผดิ ชอบ โดยตาหนิ ใหร้ า้ ยผอู้ ่ืนใน

ในการพฒั นาการศึกษา ความบกพร่องท่ีเกิดขน้ึ

3. สรา้ งกลมุ่ อิทธิพลภายในองคก์ ารหรือกลนั่ แกลง้ ผู้

ร่วมประกอบวิชาชพี ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย

4. เจตนาใหข้ อ้ มลู เท็จหรือทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจผิด

หรือเกดิ ความเสียหายตอ่ ผรู้ ่วมประกอบวิชาชพี

5. วิพากษ์ วิจารณผ์ รู้ ่วมประกอบวิชาชพี ในเร่ืองท่ี

กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายหรือแตกความสามคั คี

5. จรรยาบรรณตอ่ สงั คม

ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติปฏิบัตติ นเป็ นผนู้ า
ใ น ก า ร อ นุรั ก ษ์ แ ล ะ พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม ศ า ส น า
ศิลปวัฒนธรรม ภมู ิปัญญา สิ่งแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชน์ของ
ส่วนรวม และยึดมัน่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมขุ โดยขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าดว้ ยแบบ
แผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550
กาหนดไวว้ ่าพึงประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผน
พฤตกิ รรมดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้

ตวั อยา่ งพฤติกรรมของจรรยาบรรณต่อสงั คม

พฤติกรรมที่พึงประสงค์ พฤติกรรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์

1. ยึดมน่ั สนบั สนนุ และส่งเสริมการปกครอง 1. ไม่ใหค้ วามร่วมมือหรือสนบั สนนุ กิจกรรมของ

ระบอบ ชมุ ชน

ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็ น ทจี่ ดั เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ การศึกษาทงั้ ทางตรงหรือ

ประมขุ ทางออ้ ม

2. นาภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินและศิลปวฒั นธรรมมา 2. ไมแ่ สดงความเป็ นผนู้ าในการอนรุ กั ษห์ รือพฒั นา

เป็ น สิ่งแวดลอ้ ม

ปัจจยั ในการจดั การศึกษาใหเ้ ป็ นประโยชนต์ ่อ 3. ปฏบิ ตั ติ นเป็ นปฏิปักษต์ อ่ วฒั นธรรมอนั ดงี ามของ

สว่ นรวม ชมุ ชนหรือสงั คม

3. จดั กิจกรรมส่งเสริมใหศ้ ิษยเ์ กิดการเรียนรู้

และ

สามารถดาเนินชีวิตตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง

4. เป็ นผนู้ าในการวางแผนและดาเนินการเพ่ือ

อนรุ กั ษส์ ิง่ แวดลอ้ ม พฒั นาเศรษฐกจิ ภมู ิปัญญา

ทอ้ งถ่ิน และศิลปวฒั นธรรม

การดาเนนิ การทางจรรยาบรรณในวิชาชพี ครู

พระราชบัญญัติสภาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
มาตราท่ี 21 กาหนดใหม้ ีคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพท่ีมี
อานาจและหนา้ ท่ีประการหนึ่งตามมาตรา 25 (2) คือ การกากับ
ดแู ลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผปู้ ระกอบ
วิชาชีพทางการศึกษา นอกจากนน้ั ครุ สุ ภาไดอ้ อกขอ้ บังคับครุ สุ ภา
ว่าดว้ ยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. 2553 (ราชกิจจานเุ บกษา, 2553,
น. 69-88) ซึ่งกาหนดรายละเอียดสาคญั ไดแ้ ก่

1. คณะอนกุ รรมการสอบสวนการประพฤตผิ ดิ

จรรยาบรรณของวิชาชพี

ค ณ ะ อ นุก ร ร ม ก า ร ใ น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ม า ต ร ฐ า น วิ ช า ชี พ
คณะอนกุ รรมการสืบสวนและคณะอนกุ รรมการสอบสวนการประพฤติ
ผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพมีอานาจและหนา้ ที่ ในการพิสจู นค์ วามจริง
ในขอ้ กลา่ วหาหรือขอ้ กลา่ วโทษดว้ ยการดาเนนิ การดงั ตอ่ ไปน้ี

1) แสวงหาพยานหลกั ฐานทกุ อย่างท่เี กยี่ วขอ้ ง

2) รับฟังพยานหลักฐาน คาชี้แจง หรือความเห็นของผถู้ กู กล่าวหา
หรือผถู้ กู กลา่ วโทษพยานบคุ คลหรือพยานผเู้ ชย่ี วชาญเวน้ แต่กรณีท่ีเห็น
ว่าเป็ นการกลา่ วอา้ งท่ไี มจ่ าเป็ นฟ่ ุมเฟื อยหรือเพอ่ื ประวิงเวลา

1. คณะอนกุ รรมการสอบสวนการประพฤตผิ ดิ

จรรยาบรรณของวิชาชพี

3) ขอขอ้ เท็จจริงหรือความเห็นจากค่กู รณีพยานบคุ คล หรือ
พยานผเู้ ช่ียวชาญทั้งท่ีเป็ นคณุ และเป็ นโทษแก่ผู้ถกู กล่าวหา
หรือผถู้ กู กลา่ วโทษ

4) ขอใหผ้ คู้ รอบครองเอกสารหรือวตั ถสุ ง่ เอกสารหรือวตั ถทุ ่ี
เกี่ยวขอ้ ง

5) ออกไปตรวจสถานที่

2. การคดั คา้ นอนกุ รรมการสอบสวน

ผถู้ กู ล่าวหาหรือผถู้ กู กล่าวโทษมีสิทธิคัดคา้ นภายใน 7 วัน
นบั แต่วันรับทราบคาสัง่ แต่งตั้งคณะอนกุ รรมการสอบสวน
หรือนบั แต่วันที่ทราบสาเหตแุ ห่งการคัดคา้ น โดยทาหนงั สือ
แสดงขอ้ เท็จจริง และขอ้ กฎหมายท่ีเป็ นเหตแุ ห่งการคัดคา้ น
ย่ืนตอ่ ประธานกรรมการ

3. คาวินจิ ฉยั

คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี มอี านาจในการวินจิ ฉัยชข้ี าดอย่างใดอย่างหนงึ่
ตอ่ ไปนี้

1) ตกั เตอื น
2) ภาคทณั ฑ์
3) พักใชใ้ บอนญุ าตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีกาหนดตามเวลาท่ี
เห็นสมควร
แตไ่ มเ่ กนิ 5 ปี
4) เพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา

4. การอทุ ธรณ์

ครุ สุ ภาไดอ้ อกขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภาวา่ ดว้ ยการอทุ ธรณค์ าวินจิ ฉยั การประพฤตผิ ิด
จรรยาบรรณของวชิ าชพี พ.ศ. 2549 ทีก่ าหนดใหม้ คี ณะอนกุ รรมการอทุ ธรณค์ า
วินจิ ฉยั การประพฤตผิ ดิ จรรยาบรรณของวิชาชพี ซ่ึงเปิ ดโอกาสใหผ้ อู้ ทุ ธรณท์ ี่เห็น
ว่าตนไมไ่ ดร้ ับความเป็ นธรรมสามารถอทุ ธรณไ์ ดภ้ ายใน 30 วันนบั แต่วันที่ไดร้ ับ
แจง้ คาวินจิ ฉยั เมอื่ คณะกรรมการมีคาวินจิ ฉยั ชข้ี าดแลว้ ใหส้ ่งคาสงั่ ครุ สุ ภาไปยงั ผู้
อทุ ธรณ์ ผบู้ ังคับบัญชาหรือนายจา้ ง ถา้ ผอู้ ทุ ธรณไ์ ม่ยอมลงนามรับทราบคาสัง่
ครุ สุ ภา ใหป้ ิ ดคาสัง่ ครุ สุ ภา ณ ภมู ิลาเนาของผอู้ ทุ ธรณ์ตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธี
ปฏิบัติราชการทางปกครอง ผูอ้ ทุ ธรณ์ซ่ึงถูกพักใชใ้ บอนุญาตหรือเพิ กถอน
ใบอนญุ าต เม่ือไดร้ ับทราบคาสงั่ ครุ สุ ภาแลว้ ใหต้ อบรบั ทราบพรอ้ มส่งใบอนญุ าต
ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษาคืนใหค้ รุ สุ ภาภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ที่ไดร้ ับทราบ
คาสงั่

4. การอทุ ธรณ์

ซ่ึงการนบั ระยะเวลาพักใชใ้ บอนญุ าตหรือเพิกถอนใบอนญุ าต ให้
นบั ตง้ั แตว่ ันที่ผอู้ ทุ ธรณร์ ับทราบคาสัง่ ครุ สุ ภาหรือวันที่ปิ ดคาสัง่
ครุ สุ ภา ณ ภมู ิลาเนาของผอู้ ทุ ธรณ์แลว้ แต่กรณี จรรยาบรรณ
ตามกฎหมายวิชาชพี ครจู งึ มคี วามสอดคลอ้ งกบั จรรยาบรรณตาม
หลักศาสนา โดยมีองค์ประกอบครบตามหลักการของ
องคป์ ระกอบจรรยาบรรณ รวมทงั้ เป็ นจรรยาบรรณท่ีสอดคลอ้ ง
กับหลักประชาธิปไตยโดยรับการอทุ ธรณ์ของครเู พื่อใหม้ ีการ
ดาเนนิ การทางจรรยาบรรณทถี่ กู ตอ้ งและยตุ ธิ รรม


Click to View FlipBook Version