นาย เจษฏา นกอ่ิม
6322040034 ปวช.2
หน่วยท่ี 1 ความรู้เก่ียวกับส่ือสิ่งพิมพ์
ความรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกบั สื่อส่ิงพมิ พ์
เร่ิมแรกในระบบการพมิ พจ์ ะใชช้ ่างศิลป์ ช่างทาํ แม่พิมพท์ ่ีมีทกั ษะและความชาํ นาญในการผลิต
สื่อ ส่ิงพมิ พเ์ ป็นอยา่ งมาก ซ่ึงส่ิงพิมพเ์ ริ่มแรกน้นั เป็นการแกะสลกั ตวั อกั ษรลงหินจากน้นั กเ็ ขียนบนผา้ ไหม
หนงั สตั ว์ จากน้นั พฒั นาการมาเป็นการเขียนบนกระดาษโดยในปัจจุบนั ความกา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี
คอมพวิ เตอร์ให้ การสร้างงานส่ิงพิมพง์ ่ายข้ึนก่อนท่ีจะเรียนรู้ถึงกระบวนการทาํ จะขอกลา่ วถึงความหมายของ
สื่อสิ่งพิมพ์ ประเภทของสื่อส่ิงพิมพ์ ประเภทของโปรแกรมที่ใชใ้ นการผลิตส่ือสิ่งพิมพ์ กระบวนการผลิตสื่อ
ส่ิงพิมพ์ การเตรียมงานพมิ พก์ ่อนสโรงพิมพ์ บทบาทของส่ิงพมิ พใ์ นปัจจุบนั
1.1 ความหมายและความสําคญั ของส่ือสิ่งพมิ พ์
พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถานไดใ้ หค้ วามหมายคาํ ที่เก่ียวกบั “สื่อส่ิงพิมพ”์ ไวด้ งั น้ี
คาํ วา่ “สิ่งพิมพ”์ หมายถึงสมุด แผนกระดาษหรือวตั ถุใด ๆ ที่พิมพข์ ้ึน รวมตลอดท้งั บทเพลง แผนที่
แผนผงั ภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศ แผน่ เสียง หรือส่ิงอื่นใดอนั มีลกั ษณะเช่นเดียวกนั
“สิ่งพิมพ”์ หมายถึง ขอ้ ความขอ้ เขียนหรือภาพท่ีเก่ียวกบั แนวความคิดขอ้ มูล สารคดีบนั เทิง ซ่ึง
ถ่ายทอดดว้ ยการพมิ พล์ งบนกระดาษ ฟิ ล์ หรือวสั ดุพ้ืนเรียบ
“สื่อ”หมายถึง การติดต่อใหถ้ ึงกนั ชกั นาํ ใหร้ ู้จกั กนั หรือตวั กลางท่ีทาํ การติดต่อใหถ้ ึงกนั
“พิมพ”์ หมายถึง ถา่ ยแบบ ใชเ้ คร่ืองจกั รกดตวั หนงั สือหรือภาพ ใหต้ ิดบนวตั ถุ เช่นแผน่ กระดาษ ผา้
ทาํ ใหเ้ ป็นตวั หนงั สือ หรือรูปรอยอยา่ งใด ๆ โดยการกดหรือการใชพ้ ิมพ์ หินเครื่องกลวิธีเคมีหรือวิธีอ่ืนใด อนั
อาจใหเ้ กิดเป็นส่ิงพิมพข์ ้ึนหลายสาํ เนา รูปร่าง ร่างกาย แบบ
ดงั น้นั “ ส่ือส่ิงพิมพ”์ จึงมีความหมายวา่ จะเป็นแผน่ กระดาษหรือวตั ถุใด ๆ ดว้ ยวธิ ีต่าง ๆ อนั เกิดเป็น
ชิ้นงานท่ีมีลกั ษณะเหมือนตน้ ฉบบั ข้ึนหลายสาํ เนา ในปริมาณมากเพ่ือเป็นสิ่งท่ีทาํ การติดต่อหรือชกั นาํ ให้
บุคคล อ่ืนใหเ้ ห็นหรือทราบขอ้ มูลต่างๆ”สิ่งพิมพม์ ีหลายชนิด ไดแ้ ก่ เอกสารหนงั ส่ือเรียน หนงั สือพมิ พ์
นิตยสาร วารสาร บนั ทึก รายงาน ฯลฯ
1.2 ความเป็ นมาของสื่อสิ่งพมิ พ์ ประวตั ิส่ือส่ิงพมิ พ์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ศิลปะไดป้ รากฏบนผนงั ถา้ อลั ตามริ า (Altamira) ในสเปนและถา้
ลาสควกั ซ์ (Lascaux) ในฝร่ังเศส มีผลงานแกะสลกั หิน แกะสลกั ผนงั ถา้ เป็นรูปสตั วล์ ายเส้นจึงเป็น
หลกั ฐานในการแกะ พิมพ์ เป็นคร้ังแรกของมนุษยห์ ลงั จากน้นั ไดม้ ีบุคคลคิดวิธีการทาํ กระดาษข้ึนมาจนมา
เป็นการพิมพใ์ นปัจจุบนั นนั่ คือไชลนั่ ซ่ึงมีเช้ือสายจีน ชาวจีนไดผ้ ลิตทาํ หมกึ แท่งซ่ึงเรียกวา่ “บก๊ั ”
ประวตั กิ ารพมิ พ์ในประเทศไทย
ในสมยั สมเดจ็ พระนารายมหาราช กรุงศรีอยธุ ยา ไดเ้ ร่ิมแต่ง และพิมพห์ นงั สือคาํ สอนทางศาสนา
คริสต์ ข้ึน และหลงั จากน้นั หมอบรัดเลยเ์ ขา้ มาเมืองไทย และไดเ้ ริ่มดา้ นงานพิมพจ์ นสนใจเป็นธุรกิจดา้ นการ
พิมพ์ ใน เมืองไทย พ.ศ. 2382 ไดพ้ ิมพเ์ อกสารทางราชการเป็นชิ้นแรกคือหมายประกาศหา้ มสูบฝิ่น ซ่ึง
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงโปรดใหจ้ า้ งพิมพจ์ าํ นวน 9,000 ฉบบั ต่อมาเมื่อวนั ท่ี 4 ก.ค.
2387 ไดอ้ อกหนงั ส่ือ ฉบบั แรกข้ึน คือ บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (Bangkok Recorder) เป็นจดหมาย
เหตุอยา่ งส้นั ออกเดือนละ 2 ฉบบั และใน 15 มิ.ย. พ.ศ. 2404 ไดพ้ ิมพห์ นงั สือเล่มออกจาํ หน่ายโดยซ้ือ
ลิขสิทธ์ิจาก หนงั สือนิราศลอนดอนของ หม่อมราโชทยั และไดเ้ ร่ิมตน้ การซ้ือขายลิขสิทธ์ิจาํ หน่ายใน
เมืองไทย หมอบรัดเลยไ์ ดถ้ ึงแกก้ รรมในเมืองไทย กิจการการพิมพข์ องไทยจึงไดเ้ ริ่งเป็นตน้ ของไทย หลงั จาก
น้นั ใน พ.ศ. 2500 ประเทศไทยจึงนาํ เครื่องพิมพแ์ บบ โรตารี ออฟเซต (Rotary off set) มาใชเ้ ป็น
คร้ังแรก โรงพมิ พไ์ ทยวฒั นาพานิชนาํ เครื่องหล่อเรียงพิมพ์ (Monotype) มาใชก้ บั ตวั พิมพภ์ าษาไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยไดจ้ ดั โรงพิมพธ์ นบตั รในเมืองไทยข้ึนใชเ้ อง
1.3 ประเภทของสื่อส่ิงพมิ พ์
ในปัจจุบนั สามารถแบ่งประเภทของสื่อสิ่งพิมพไ์ ดม้ ากมายหลายประเภท โดยท้งั สิ่งพิมพ์ 2 มิติ และ
สิ่งพิมพ์ 3 มิติ คือ สิ่งพิมพท์ ่ีมีลกั ษณะเป็นแผน่ เรียบ ใชว้ สั ดุจ าพวกกระดาษและมีเป้าหมายเพ่ือนาํ เสนอ
เน้ือหาข่าวสาร ต่าง ๆ เช่น หนงั สือ นิตยสาร จุลสาร หนงั สือพิมพ์ แผน่ พบั โบชวรั ์ ใบปลิว นามบตั ร แมกกา
ซีน พอ็ กเกต็ บุค๊ เป็นตน้
รูปภาพส่ิงพิมพป์ ระเภท 2 มิติ
ส่วนสิ่งพิมพ์ 3 มิติ คือ สิ่งพิมพท์ ี่มีลกั ษณะพเิ ศษท่ีตอ้ งอาศยั ระบบการพมิ พแ์ บบพิเศษ และส่วนใหญ่จะเป็น
การพิมพโ์ ดยตรงลงบนผลิตภณั ฑท์ ี่สร้างรูปทรงมาแลว้ สาํ หรับตวั อยา่ งการพมิ พแ์ บบ 3 มิติไดแ้ ก่ การพิมพ์
สกี นบนภาชนะต่าง ๆ เช่น แกว้ กระป๋ อง พลาสติก การพมิ พร์ ะบบแพดบนภาชนะท่ีมีผิวต่างระดบั เช่น
เคร่ืองป้ันดินเผา เครื่องใชไ้ ฟฟ้า การพิมพร์ ะบบพ่นหมึก เช่น การพิมพว์ นั หมดอายขุ องอาหารกระป๋ องต่าง ๆ
โดยสามารถจาํ แนกประเภทของส่ือสิ่งพิมพไ์ ด้ ดงั น้ี
รูปภาพส่ิงพิมพ์ 3 มิติ
ส่ือสิ่งพมิ พ์ประเภทหนังสือ
หนงั สือสารคดีตาํ ราแบบเรียน เป็นหนงั สือสิ่งพิมพท์ ่ีแสดงเน้ือหาวชิ าการศาสตร์ความรู้ต่าง ๆ เพอื่
ส่ือ ใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจความหมายดา้ นความรู้ที่เป็นจริงจึงเป็นสื่อส่ิงพิมพท์ ่ีเนน้ ความรู้อยา่ งถูกตอ้ งหนงั สือบยั
นเทิงคดี เป็นส่ือสิ่งพิมพท์ ่ีผลิตข้ึนโดยใชเ้ รื่องราวสมมติ เพอ่ื ให้ผอู้ ่านไดร้ ับความเพลิดเพลิน สนุกสนาน มกั
มีขนาดเลก็ เรียกวา่ หนงั สือฉบบั กระเป๋ า หรือ PocketBook ได้
ส่ือสิ่งพมิ พ์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสาร
หนงั สือพิมพ์ (Newspapers) เป็นสื่อสิ่งพิมพท์ ี่ผลิตข้ึนโดยนาํ เสนอเรื่องราวข่าวสารภาพ และ
ความ คิดเห็น ในลกั ษณะของแผน่ พิมพ์ แผน่ ใหญ่ ที่ใชว้ ิธีการพบั รวมกบั ซ่ึงสื่อส่ิงพิมพช์ นิดน้ีไดพ้ ิมพอ์ อก
เผยแพร่ท้งั ลกั ษณะหนงั สือพิมพร์ ายวนั รายสปั ดาห์ และรายเดือน
วารสาร นิตยสาร
เป็นสื่อสิ่งพิมพท์ ี่ผลิตข้ึนโดยนาํ เสนอสาระข่าว ความบนั เทิง ที่มีรูปแบบการนาํ เสนอ ที่โดดเด่น สะดุด
ตา และสร้างความสนใจใหก้ บั ผอู้ ่าน ท้งั น้ีการผลิตน้นั มีการกาํ หนดระยะเวลาการออกแบบเผยแพร่ที่
แน่นอน ท้งั ลกั ษณะวารสาร นิตยสารรายปักษ์ (15 วนั ) และรายเดือน จุลสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพท์ ่ีผลิตข้ึนแบบ
ไม่มุ่งหวงั ผลกาํ ไร เป็นแบบใหเ้ ปล่าโดยใหผ้ อู้ ่านศึกษาหาความรู้ ที่กาํ หนดออกแบบเผยแพร่เป็นคร้ัง ๆ หรือ
ลาํ ดบั ต่าง ๆ ในวาระพิเศษ
ส่ิงพมิ พ์โฆษณา
โบชวั ร์ (Brochure) เป็นสื่อสิ่งพิมพท์ ี่มีลกั ษณะเป็นสมุดเล่มเลก็ ๆ เยบ็ ติดกนั เป็นเล่มจาํ นวน 8
หนา้ เป็นอยา่ งนอ้ ยมีปกหนา้ และปกหลงั ซ่ึงในการแสดงเน้ือหาจะเก่ียวกบั โฆษณาสินคา้
ใบปลวิ (Leaflet, Handbill) เป็นสื่อสิ่งพิมพใ์ บเดียว ที่เนน้ การประกาศ มกั มีขนาด A4
เพอ่ื ง่ายในการแจกจ่าย ลกั ษณะการแสดงเน้ือหาเป็นขอ้ ความท่ีผอู้ ่านแลว้ เขา้ ใจง่าย
แผ่นพบั (Folder) เป็นสื่อส่ิงพมิ พท์ ่ีเนน้ การผลิตโดยเนน้ การเสนอเน้ือหา ซ่ึงเน้ือหาที่น าเสนอน้นั
เป็นเน้ือหาที่สรุปใจความส าคญั ลกั ษณะเป็นการพบั เป็นรูปเล่มต่าง ๆ
ใบปิ ด (Poster) เป็นสื่อสิ่งพิมพโ์ ฆษณา โดยใชป้ ิ ดตามสถานที่ต่าง ๆ มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ
ซ่ึงเนน้ การน าเสนออยา่ งโดเด่นดึงดูดความสนใจ
ส่ิงพมิ พ์เพ่ือการบรรจุภณั ฑ์
เป็นสิ่งพิมพท์ ่ีใชใ้ นการห่อหุม้ ผลิตภณั ฑก์ ารคา้ ต่าง ๆ แยกเป็นสิ่งพิมพห์ ลกั ไดแ้ ก่ส่ิงพิมพท์ ่ีใชป้ ิ ด
รอบขวด หรือ กระป๋ องผลิตภณั ฑก์ ารคา้ สิ่งพมิ พร์ อง ไดแ้ ก่ สิ่งพิมพท์ ี่เป็นกล่องบรรจุหรือลงั
สิ่งพมิ พ์มคี ่า เป็นส่ือส่ิงพิมพท์ ่ีเนน้ การน าไปใชเ้ ป็นหลกั ฐานส าคญั ต่าง ๆ ซ่ึงก าหนดตาม
กฎหมาย เช่น ธนาณตั ิ บตั รเครดิต เชค็ ธนาคาร ตว๋ั แลกเงิน หนงั สือเดินทาง โฉนด เป็นตน้
สิ่งพมิ พ์ลกั ษณะพเิ ศษ เป็นส่ือสิ่งพิมพม์ ีการผลิตข้ึนตามลกั ษณะพิเศษแลว้ แต่การใชง้ าน
ไดแ้ ก่ นามบตั ร บตั รอวยพร ปฏิทิน ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน ส่ิงพิมพบ์ นแกว้ ส่ิงพิมพบ์ นผา้ เป็นตน้
ส่ิงพมิ พ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์เป็นส่ือสิ่งพิมพท์ ี่ผลิตข้ึนเมื่อใชง้ านในคอมพวิ เตอร์หรือระบบเครือข่าย
อินเตอร์เน็ต ไดแ้ ก่ Document Formats, E‐book for Palm/PDA เป็นตน้
1.4 ข้อดแี ละข้อเสียของส่ือสิ่งพมิ พ์
หนงั สือพิมพ์ Newspaper
หนงั สือพิมพเ์ ป็นสื่อท่ีมีความสาํ คญั ไดร้ ับความสนใจและมีอิทธิพลต่อชีวติ ประจาํ วนั ของผบู้ ริโภค
อยา่ งยง่ิ โดยเฉพาะในชีวติ ประจาํ วนั ของคนเมืองท่ีมีความเจริญแลว้ ยง่ิ จะไดร้ ับความสนใจในการอ่านกนั
อยา่ ง แพร่หลาย การเลือกใชส้ ่ือโฆษณาทางหนงั สือพิมพเ์ พ่อื นาํ ข่าวสารโฆษณาไปสู่กลุ่มเป้าหมายเราจึงตอ้ ง
มีความ เขา้ ใจลกั ษณะของตวั สื่อหนงั สือพิมพ์ นน่ั กจ็ ะทาํ ใหก้ ารโฆษณาของเรามีประสิทธิภาพ โฆษณาใน
หนงั สือพิมพแ์ บ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. โฆษณาเดยี่ ว (Display Advertising) เป็นการโฆษณาสินคา้ เตม็ หนา้ หนงั สือพมิ พ์
โดยไม่มี โฆษณาอื่นมาปะปนกนั เป็นโฆษณาที่สร้างความต่ืนเตน้ หรูหรายิง่ ใหญ่เป็นเอกเทศถา้ เป็นสีกจ็ ะทาํ
ใหเ้ กิดความ สะดุดตามากยง่ิ ข้ึน
2. โฆษณาหมู่ (Classified Advertising) เป็นการลงโฆษณาสินคา้ ในพ้ืนท่ีท่ี
หนงั สือพิมพจ์ ดั ไวใ้ ห้ โดยเฉพาะ จะมีสินคา้ หลากหลายชนิดลงโฆษณาปะปนกนั เช่นโฆษณาขายท่ีดิน
รถยนตม์ ือสอง เรียน ภาษาองั กฤษ คอมพวิ เตอร์ โปรแกรมหนงั ฯลฯ
ข้อดี
1.เขา้ ถึงกลุ่มเป้าหมายไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง
2.เลือกกลุ่มเป้าหมายทางภูมิศาสตร์ได้
3.ส่งข่าวสารไดร้ วดเร็วทนั สมยั ทนั เวลา
4.ค่าใชจ้ ่ายเฉลี่ยต่อหวั ถูกกวา่ สื่อชนิดอ่ืนๆ(ในประเภทส่ือสิ่งพิมพ)์
5.เป็นส่ือที่มีความน่าเชื่อถือจากคนทว่ั ไป
ข้อเสีย
1.ไม่สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะกลุ่มได้
2.รูปภาพสีสนั และคุณภาพกระดาษคอ่ นขา้ งต่าํ
3.อายขุ องหนงั สื่อพิมพจ์ ะส้นั ทาํ ใหผ้ า่ นตาผบู้ ริโภคไดน้ อ้ ยคร้ัง
นิตยสาร Magazine
นิตยสารเป็นสิงพมิ พท์ ่ีรวมเน้ือหาสาระประเภทต่างๆเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั ที่มีความน่าสนใจหลายๆเรื่องแต่เป็นเร่ือง
ประเภทเดียวกนั ทาํ ใหส้ ามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายเฉพาะไดต้ รงกบั กลุ่มเป้าหมายของสินคา้ และจดั พิมพ์
ออกมา เป็นเล่มวางตลาดเป็นรายคาบ (Periodical Publication) คือรายสปั ดาห์ รายปักษ์ รายเดือน
เป็นตน้
ประเภทนิตยสาร
วางจาํ หน่ายทวั่ ไปในทอ้ งตลาด มีจาํ นวนมากกวา่ 15 ประเภทเช่น
1.นิตยสารการเมือง
2.นิตยสารกีฬา
3.นิตยสารสาํ หรับเดก็
4.นิตยสารทางการถ่ายภาพและภาพพิมพ์
5.นิตยสารการท่องเที่ยว
6.นิตยสารทางธุรกิจและทางการโฆษณา
7.นิตยสารบนั เทิง
8.นิตยสารบา้ น
9.นิตยสารผหู้ ญิง
10.นิตยสารผชู้ าย
11.นิตยสารรถ
12.นิตยสารทางศิลป‐วฒั นธรรม
13.นิตยสารเศรษฐกิจ
14.นิตยสารสุขภาพ
15.นิตยสาครอบครัว
ข้อดี
1.เป็นส่ือที่สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายไดง้ ่าย
2.สื่อมีอายยุ าวนาน ท าใหโ้ ฆษณาผา่ นตาผบู้ ริโภคบ่อยคร้ัง
3.สื่อมีคุณภาพ เพราะกระดาษมคี ุณภาพ และการพิมพม์ ีคุณภาพสูง
4.มีจ านวนผอู้ า่ นต่อฉบบั สูง
5.เขา้ ถึงผบู้ ริโภคไดใ้ นวงกวา้ ง
ข้อเสีย
สื่อทางไปรษณีย์ Mail‐order advertising
เอด็ เวิร์ดเอน็ เมเยอร์ (EdwardN. Mayer) นกั โฆษณาทางไปรษณีย์ ของสหรัฐอเมริกาไดใ้ หข้ อ้ คิด
เป็นหลกั การ ของการดาํ เนินการโฆษณาทางไปรษณียไ์ ว้ "ถึงแมช้ ิ้นงานโฆษณาทางไปรษณียข์ องคุณจะเลิศ
สกั เพียงใดกต็ าม ขอ้ ความและคาํ โฆษณายอดเยยี่ ม รูปแบบการจดั ภาพในงานศิลปกรรมของคุณกเ็ ป็นท่ีพงึ
พอใจ ศิลปการพิมพก์ ็ สามารถชนะการประกวดไดร้ างวลั ยอดเยยี่ มแสตมป์ ของคุณกเ็ ป็นแสตมป์ รุ่นใหม่หา
ยากและเหมาะแก่การเกบ็ เป็นของที่ระลึกแต่ถา้ ชิ้นงานโฆษณาทางไปรษณียน์ ้นั ส่งไปยงั บุคคลที่ไม่
เหมาะสมกบั สินคา้ ของคุณ และเขาไม่ สามารถซ้ือสินคา้ คุณได้ ความพยายามท้งั หมดของคุณกค็ ือ ความ
ลม้ เหลว ซ่ึงกลบั กลายเป็นการสูญเสียที่แพง ยงิ่ "
รูปแบบการโฆษณาทางไปรษณยี ์
1.จดหมายขาย Sales Letters เป็นรูปแบบการโฆษณาที่ใชข้ อ้ ความตวั อกั ษรเป็นหลกั มี
ลกั ษณะคลา้ ยจดหมายสาํ คญั ทางราชการหากมีการเซน็ ตช์ ่ือผสู้ ่งดว้ ยลายเซ็นตข์ องตนเองแลว้ ยง่ิ ทาํ
ใหผ้ บู้ ริโภคเกิด ความรู้สึกที่ดี
2.โปสการ์ด Postcards สามารถใชไ้ ปรษณียบตั รพิมพข์ อ้ ความโฆษณาที่เตรียมไว้ หรือใช้
วธิ ีการพิมพไ์ ปรษณียบตั รข้ึนมาใหม่แลว้ ส่งใหล้ กู คา้ เป้าหมายขอ้ ความโฆษณาจะเป็นขอ้ ความท่ี
ส้นั ๆ
3.ใบปลวิ Leaflets เป็นใบโฆษณาเลก็ ๆ แนบมากบั จดหมายนาํ มาเสริมเพราะใบปลิวสามารถ
พิมพ์ รูปแบบการโฆษณาไดส้ วยงามและมีเน้ือหาที่น่าสนใจ
4.แผ่นพบั Folder or Brochure มีลกั ษณะคลา้ ยใบปลิวผสมจุลสาร บางคร้ังสามารถพบั
ใหเ้ ป็นตวั ซองจดหมายไดใ้ นตวั
5.จุลสาร Booklets มีลกั ษณะคลา้ ยหนงั สือเล่มบางๆเลก็ ๆมีเน้ือหาหลาย
หนา้ กระดาษบรรจุ ข่าวสารรายละเอียดไดอ้ ยา่ งครบถว้ นแมจ้ ุลสารจะมีค่าใชจ้ ่ยที่สูงแต่กใ็ หผ้ ล
ทางดา้ นความรูสึกที่คุม้ ค่า
6.แคต็ ตาลอ็ ก Catalogs เป็นเอกสารหนงั สือท่ีอธิบายรายละเอียดของสินคา้ ท่ีสมบูรณ์ท่ีสุดจะมี
ภาพ สินคา้ ขนาดน้ าหนกั สีและรหสั สินคา้ เพอื่ ใชอ้ า้ งอิงในการสง่ั ซ้ือไดท้ นั ทีโดยไม่จ าเป็นตอ้ งไป
ดูสินคา้ จริง
ข้อดี
1. สามารถเลือกกลมุ่ เป้าหมายกลุ่มใดกลุ่มหน่ึงได้
2. สามารถส่งข่าวสารถึงกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่มไดใ้ นเวลาที่พร้อมกนั ได้
3. เป็นส่ือท่ีเหมาะกบั การส่งข่าวสารแบบเทศกาลและการส่งเสริมการขายพิเศษ
4. สามารถออกแบบรูปแบบส่ือไดเ้ ตม็ ท่ีเพราะไม่มีขอ้ จ ากดั ดา้ นเน้ือท่ีขนาด 5. มีผโู้ ฆษณาเพียงราย
เดียวท าใหผ้ บู้ ริโภคไม่สบั สน ข้อเสีย
1. ค่าใชจ้ ่ายต่อหวั สูง
2. โฆษณาจะสมั ฤทธ์ิผล จะข้ึนอยกู่ บั คุณภาพของรายช่ือลูกคา้ เป็นส าคญั