“ กฎหมายทะเล “
The Law of the Sea
กฎหมายทะเล (The Law of the Sea)
ความเปน็ มา
ถ้าเปรียบเทยี บกบั กฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆ กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ถือไดว้ ่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่
แม้ว่าในอดีตการใช้ทะเลและมหาสมุทรในกิจการต่างๆ ของรัฐชายฝั่งจะมีมาอย่างกว้างขวาง แต่กฎหมาย
ทะเลระหว่างประเทศในช่วงเวลาเหล่านันก็เป็นเพียงจารีตประเพณีชาวเรือท่ียอมรับปฏิบัติเป็นสากลเท่านัน
เช่น การยอมรับเสรีภาพแห่งทะเลหลวง การยอมรับว่าอานาจอธิปไตยของรัฐชายฝ่ังขยายออกมาในทะเลได้
3 ไมล์ทะเล เป็นตน้ การใชอ้ านาจรฐั ต่างๆ ในทะเลและมหาสมุทรกไ็ ม่มีบทบัญญัติสากลหรืออนุสัญญาระหว่าง
ประเทศรองรับ จะมีผลในทางปฏิบัติเพียงใดขึนอยู่กับกาลังอานาจของรัฐนันๆ เอง โดยเฉพาะอย่างย่ิงคือ
กาลังทางเรือหรือท่ีเรียกกันแพร่หลายในภาอังกฤษว่า Sea แนวความคิดท่ีจะมีบทบัญญัติสากลหรืออนุสัญญา
ระหวา่ งประเทศเกี่ยวกบั ทะเลเริม่ เมื่อหลังสงรามโลกครงั ที่ 1 นเี อง
อนุสัญญากฎหมายทะเล ค.ศ. 1982
UN Convention on the Law of the Sea
320 มาตรา 9 ภาคผนวก
- เป็นกฎหมายแม่บทของกฎหมายทะเลทีม่ เี นอื หาครอบคลมุ ทกุ เรอื่ ง
รวมทงั เร่อื งสง่ิ แวดลอ้ มในทะเล
- มีผลบังคบั ใชเ้ ม่อื 16 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1994 หลังจากทม่ี กี ารจดั ทาความตกลง
แก้ไขเพมิ่ เตมิ บทบญั ญตั เิ กยี่ วกับการจัดการทรพั ยากรในพนื ทะเลลกึ และพนื สมุทร
จนเป็นทพี่ อใจแกป่ ระเทศพฒั นาแล้ว
“ เขตทางทะเล (Maritime Zone) “
เขตทางทะเล (Maritime Zone)
ประเทศไทยมีอาณาเขตทางทะเล (Maritime Zone) ตามอนุสญั ญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยกฎหมาย
ทะเล ค.ศ.1982 เทา่ กบั 323,488.32 ตารางกโิ ลเมตร ซ่งึ คิดเป็นประมาณรอ้ ยละ 60 ของอาณาเขตทางบก
ท่ีมเี นือที่อยู่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร โดยมคี วามยาวชายฝั่งทะเล ทังฝ่ังอ่าวไทยและฝัง่ อันดามัน
รวมถงึ ชอ่ งแคบมะละกาตอนเหนือ รวมความยาวชายฝง่ั ทะเลในประเทศไทยทังสิน 3,148.23 กิโลเมตร
ครอบคลมุ 23 จังหวดั
คนไทยสามารถใช้ประโยชนจ์ ากทะเลไม่เฉพาะแตใ่ นเขตทางทะเลของประเทศเราเองเทา่ นัน หากยัง
สามารถใชท้ ะเลไปถึงนอกเขตทางทะเลของประเทศดว้ ย เพื่อให้การใชป้ ระโยชนจ์ ากทะเลเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั
อนสุ ัญญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 จงึ ได้กาหนดเขตน่านนาทางทะเลออกเป็น 6 เขต ไดแ้ ก่
นา่ นนาภายใน • คือ น่านนาทางด้านแผ่นดนิ ของเส้นฐานแหง่ ทะเลอาณาเขต เชน่ อ่าว แม่นา ปากแม่นา ทะเลสาบ เปน็ ตน้
ทะเลอาณาเขต • กาหนดความกวา้ งของทะเลอาณาเขตวา่ ตอ้ งไม่เกิน 12 ไมลท์ ะเลโดยวดั จากเสน้ ฐาน (baselines)
เขตตอ่ เน่ือง • กาหนดใหเ้ ขตต่อเนอ่ื งมอิ าจขยายเกนิ กว่า 24 ไมลท์ ะเลจากเส้นฐานซึ่งใชว้ ดั ความกวา้ งของทะเลอาณาเขต
เขตเศรษฐกจิ • คือ บริเวณทอี่ ยู่เลยไปจากและประชดิ กับทะเลอาณาเขต โดยเขตเศรษฐกิจจาเพาะจะตอ้ งไม่ขยายออกไป
จาเพาะ เลย 200 ไมลท์ ะเลจากเส้นฐาน
ไหล่ทวปี • คือ พืนดินทอ้ งทะเลและดนิ ใตผ้ ิวดนิ ของบริเวณใตท้ ะเล ซ่งึ ขยายเลยทะเลอาณาเขตของรัฐตลอดสว่ นต่อออกไป
ทะเลหลวง ตามธรรมชาติ ของดนิ แดนทางบกของตนจนถึงริมนอกของขอบทวปี หรอื จนถึงระยะ 200 ไมล์ทะเลจากเสน้ ฐาน
• คอื ทุกสว่ นของทะเลซง่ึ ไม่ได้รวมอยู่ในเขตเศรษฐกิจจาเพาะในทะเลอาณาเขตหรอื ในนา่ นนาภายในของรัฐ
หรอื ในนา่ นนาหม่เู กาะของรัฐหมู่เกาะ
ภาพตดั ขวางแสดงเขตทางทะเลตามอนุสญั ญาสหประชาชาตวิ ่าดว้ ยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982
พืนท่ขี องอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย แผนที่อาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย
เขตทางทะเล พนื ท่ี (ตารางกโิ ลเมตร)
น่านนาภายใน ฝ่ังอา่ วไทย ฝ่งั อนั ดามันและช่องแคบ
ทะเลอาณาเขต มะละกาตอนเหนือ
เขตตอ่ เนือ่ ง
เขตเศรษฐกิจจาเพาะ 54,103.47 7,850.57
พืนทพี่ ฒั นาร่วม
ไทย-มาเลเซีย 29,344.36 23,723.86
(อย่ใู นเขตเศรษฐกิจจาเพาะ)
รวม 23,909.18 13,604.04
รวมเขตทะเลของประเทศไทย
88,193.97 75,633.65
7,125.22
202,676.20 120,812.12
323,488.32
““กฎหมายท่เี ก่ยี วกบั การใช้ประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย
และเขตบังคับใชก้ ฎหมายในทะเล
กฎหมายทเี่ กีย่ วกบั การใช้ประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย
- ประเทศไทยมรี ูปแบบการใช้ทะเลท่ีหลากหลาย ได้แก่ เชน่ การทาประมง การ
เพาะเลยี งสตั วน์ าชายฝั่ง การขนสง่ ทางนา การท่องเทย่ี ว และอุตสาหกรรม
- จงึ มีความจาเป็นท่จี ะตอ้ งมีการอนุรกั ษท์ รพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ มทางทะเลควบคไู่ ป
กบั การแสวงหาผลประโยชน์จากทะเลในดา้ นต่างๆ
- บทบญั ญตั ิทางกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การใชท้ ะเลของประเทศไทยมีหลายฉบบั แต่
ส่วนใหญย่ ังไม่สอดคล้องกบั บทบญั ญตั ิของอนสุ ญั ญาสหประชาชาติว่าดว้ ย
กฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ซึง่ ถือวา่ เป็นกฎหมายแมบ่ ททางทะเลของโลก
กฎหมายท่เี กี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย
กฎหมายภายในของประเทศไทยทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับกิจกรรมการใช้ทะเลมบี ังคบั ใช้หลายฉบบั
โดยแบง่ ออกเปน็ กฎหมายที่เกีย่ วขอ้ งกับกจิ กรรมทางทะเลในแต่ละด้าน ไดแ้ ก่
- กฎหมายเกี่ยวกบั สงิ่ แวดล้อม
- กฎหมายเก่ยี วกบั การพาณิชยนาวี
- กฎหมายเกย่ี วกับทรพั ยากรมีชีวิต
- กฎหมายเกย่ี วกับทรพั ยากรท่ไี ม่มชี ีวิต
- กฎหมายเกยี่ วกับสิทธใิ นเขตตอ่ เนอื่ ง
- กฎหมายเกีย่ วกับความมน่ั คงหรอื ความสงบเรยี บร้อยทางทะเล
- กฎหมายเกยี่ วกับกจิ กรรมทางทะเลอ่นื ๆ
- กฎหมายเกย่ี วกบั การบรหิ ารจัดการทรัพยากรทางทะเล
เขตบงั คบั ใช้กฎหมายในทะเล
การบงั คับใช้กฎหมายทางทะเล
แบ่งตามเขตอานาจบังคบั ใช้ของกฎหมาย
ท่ีเกีย่ วข้องบางฉบับจนถงึ เขตเศรษฐกิจจาเพาะ
เพื่อรองรบั การวางแผนเชิงพืนทที่ างทะเล
ของประเทศไทย
“ ปญั หาส่งิ แวดลอ้ มทางทะเล “
การกัดเซาะชายฝัง่ เป็นกระบวนการเปลีย่ นแปลง คณุ ภาพนาทะเล เปน็ ปรากฏการณ์ธรรมชาติทีเ่ กดิ ขนึ
ของชายฝั่งทะเลท่ีเกดิ ขนึ ตลอดเวลา เน่ืองจากการเพ่มิ จานวนอย่างรวดเร็วของ
จากการกัดเซาะของคลนื่ หรือลม แพลงกต์ อนบางชนดิ จนทาใหน้ าทะเล
เปลย่ี นสีไป อาจมีทังทีเ่ ปน็ ประโยชน์และมี
ตะกอนจากท่หี นงึ่ ไปตกทับถมในอีกบรเิ วณหนึ่ง ผลระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซง่ึ ในบางครังเป็น
ทาใหแ้ นวของชายฝัง่ เดิมเปลีย่ นแปลงไป
เหตุใหส้ ัตว์นาตายเป็นจานวนมากได้
การกดั เซาะชายฝงั่ เนือ่ งจากคุณภาพนาเสือ่ มโทรมลง
ปรากฎการณ์
นาทะเลเปล่ยี นสี
นาทะเลชายฝั่ง ความเชอื่ มโยงของสายนา
จากบกส่ทู ะเล เป็นระบบนเิ วศทางนาที่ธรรมชาติ
สร้างมาใหส้ อดคล้องและสมดลุ แตเ่ มือ่ เมอื ง
ขยายตวั ขึน ผู้คนมากขนึ ปัญหาการรุกลาพนื ท่ี
ชายฝง่ั ทะเลก็ตามมาทังทา่ เทียบเรือ โรงแรม
สถานท่ีท่องเท่ียวหรอื แมก้ ระทงั่ ชุมชน
การรั่วไหลของนามนั สามารถเกดิ ได้ทงั ตามธรรมชาติ
เชน่ รวั่ จากแหลง่ นามันใต้ดนิ หรือจากการกระทาของ
มนุษย์ เช่น อบุ ัติเหตุจากเรอื การขดุ เจาะนามัน หรอื
การลักลอบปลอ่ ยทิงสแู่ หลง่ นา
อบุ ัติเหตุ
นามนั ร่วั ไหล
ขยะทะเล ปรากฎการณ์
ปะการังฟอกขาว
คอื ของเสยี ทเี่ กดิ จากมนุษยท์ ถี่ กู ทงิ ลงสทู่ ะเลทงั ทางตรง การเกดิ สภาวะปะการงั ฟอกขาวเกิดขนึ ไดห้ ลายสาเหตุ
และทางอ้อม โดยตงั ใจและไม่ไดต้ งั ใจ ซ่งึ ขยะดงั กล่าว สาเหตหุ ลักทท่ี าให้เกิดการฟอกขาวเปน็ วงกวา้ งคอื
เปน็ ขยะพลาสตกิ มีนาหนักเบาและไมส่ ามารถยอ่ ยสลาย อณุ หภมู ินาทะเลที่สงู ขนึ อย่างผิดปกติ หรอื มีปริมาณแสง
ไดใ้ นเวลาที่สัน จงึ ถกู พัดพาไปในทท่ี ี่หา่ งไกลจากแหล่ง ทคี่ อ่ นข้างมากในชว่ งฤดรู อ้ นจนทาใหป้ ะการังเรม่ิ เกดิ การ
กาเหนดิ โดยคลื่น ลม กระแสนา และนาขึนนาลง ฟอกขาวได้