“ 51 รักษาความสงบเรียบร้อย การน ารถยนต์เทศบาลให้บริการน าขบวน • เทศบาลน ารถยนต์ ตรวจการณ์/น าขบวน ให้บริการประชาชนในงานประเพณีต่าง ๆ ของประชาชน เช่น งานบวชแห่นาคไปวัด งานศพ • การรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นการจัดระเบียบการบริการสาธารณะ เพื่อประชาชนในท้องถิ่น • การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยหรือป้องกันอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจราจร เนื่องจากมีขบวนแห่ ไม่ว่าพบเองหรือ ประชาชนร้องขอ เทศบาลสามารถเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ หนังสือ สถ. ที่ มท 0804.3/18437 ลว 20 ธค. 2561 หากก าหนดหลักเกณฑ์ให้มีการเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ จึงจะไปบริการไม่ได้
“ อ านาจหน้าที่ การใช้รถตู้ การใช้รถตู้พยาบาลของ อปท. รับส่งผู้ป่วยไปตรวจสุขภาพ หรือ หมอนัดทั่วไป 52 สาธารณสุข การแพทย์ฉุกเฉิน มิใช่การให้ความช่วยเหลือผู้ป่ วยฉุกเฉิน มิใช่กิจการเกี่ยวกับการสาธารณสุขและการรักษาพยาบาล หนังสือ มท. ที่ มท 0804.3/1655 ลว 31 มค. 2560
“ 53 สาธารณสุข การจ ั ดต ั ง ้ โรงพยาบาลแล ้ วมอบเอกชนบร ิ หาร • อบจ. มีอ านาจหน้าที่ จัดตั้งโรงพยาบาลได้ • อบจ. จะมอบหมายเอกชนด าเนินการจัดท าบริการสาธารณสุข ซึ่งเป็นอ านาจหน้าที่ของ อบจ. ไม่ได้ (กฎกระทรวงมอบหมายเอกชน ยังไม่มีการใช้บังคับ)
“ 54 เทศพาณิชย์ ค าพิพากษาฎีกา ที่ 2596/2520 เทศพาณิชย์ หมายถึง การค้าของบ้านเมืองและการค้าของท้องถิ่น ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา 106/2520 อบจ. ขอประทานบัตรเหมืองแร่ กฎหมายไม่ได้ก าหนด ความหมายการพาณิชย์ได้เป็นพิเศษ จึงตีความทั่วไป “การลงทุนเพื่อแสวงหาก าไร โดยทั่ว ๆ ไป” • ดังนั้น เทศพาณิชย์ การด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ของเทศบาลตามที่กฎหมายก าหนดไว้ โดยประสงค์ที่จะหา ผลประโยชน์ในทางธุรกิจ หรือค้าขายเพื่อแสงหาก าไร จากการด าเนินการนั้น ซึ่งต้องการเป็นเทศบัญญัติ • การด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ในการจัดการสาธารณะแก่ประชาชนและมีรายได้ขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต มิใช่เป็นเทศพาณิชย์ หนังสือ มท. ที่ มท 0804.3/6056 ลว 30 ตค. 2560 การที่เทศบาลก่อสร้างสระว่ายน้ า มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อใช้บริหารจัดการบ ารุงรักษาสระว่ายน้ าเป็นผล พลอยได้จากการด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ มิใช่เทศพาณิชย์ จึงไม่ต้องออกเทศบัญญัติ
“ 55 ผู้อ านวยการทางหลวงท้องถิ่น • บริษัทขออนุญาต อบต.ก่อสร้างท่อลอดเหลี่ยม ใต้ทางหลวงท้องถิ่น จะ สามารถอนุญาตได้หรือไม่ • นายกอบต.เป็นผู้อ านวยการทางหลวงท้องถิ่น มีอ านาจหน้าที่ตามพรบ.ทาง หลวง พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม • มาตรา 47 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงหรือ รุกล้ าไปในเขตทางหลวง เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อ านวยการ ทางหลวง หนังสือสถ ที่ มท 0804.6/928 ลว 19 มกราคม 2566
“ 56 ให้มีและบ ารุงทางบกและทางน้ า • อบจ. มีอ านาจจัดให้มีและบ ารุงทางบก หมายรวมถึงการจัดให้มีไฟฟ้าหรือแสง สว่างทางถนน ได้หรือไม่ • หมายรวมถึงการจัดให้มีแสดงสว่างและไฟฟ้าตามทางบกที่จัดท าขึ้น เนื่องจาก การด าเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดททางบกนั้น ให้แก่ประชาชน ในการใช้ทางหรือถนน
“ 57 ศึกษาศาสนา ศิลปะ ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรม การประกอบพิธีฮัจญ์ • อปท. มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนศาสนา หรือกิจการศาสนาที่เป็นประโยชน์ หรืออ านวยความสะดวกแก่ประชาชนทั่วไป • มิใช่การส่งเสริมสนับสนุน ศาสนิกชน ในการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ของตน • อปท.ตั้งงบประมาณโครงการดังกล่าวไม่ได้ • รวมทั้งโครงการศึกษาดูงาน สังเวชนียสถาน ของพุทธศาสนาด้วย ความเห็น สคก. เรื่องเสร็จที่ 295/2553
“ 58 ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม • เทศบาลได้เบิกจ่ายเงินเพื่อซื้อเสื้อโปโลตามโครงการจัดงานเทศกาลกินผัก จ านวน ๗๕๐ ตัว และซื้อเสื้อ โปโลตามโครงการจัดงานประเพณีไหว้เต่า อีกจ านวน ๖๐๐ ตัว รวมเป็นเงินเกือบสองแสนบาท ซึ่ง ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่าเป็นการจัดซื้อโดยไม่ถูกต้อง ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเบิกจ่ายค่าวัสดุเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นกรณีที่จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน • ศาลปกครองวินิจฉัย การซื้อเสื้อแจกงานประเพณีไม่ใช่การจัดซื้อเครื่องแต่งกายของจนท.ตามหนังสือมท. ดังกล่าว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานประเพณีซึ่งจัดทุกปี เป็นการสร้างเอกลักษณ์ของประเพณีและ วัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งคดเป็นเงิน ร้อยละ 0.01 ของรายจ่ายทั้งหมด • การเบิกจ่ายค่าซื้อเสื้อจึงไม่ใช่การท าละเมิดต่อเทศบาล และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.165-166/2563
“ 59 ส่งเสริมเด็ก สตรี และคนชรา ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ • เทศบาลจัดท าโครงการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ผู้สูงอายุ และโครงการบ าบัด ที่ให้ผู้พิการ • เป็นอ านาจหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ ผู้พิการ ตามกฎหมาย • การด าเนินการต้องไม่ซับซ้อนกับหน่วยงานของรัฐอื่น หนังสือ สถ. ที่ มท 0804.3/17908 ลว 23 พ.ย. 2561
“ 60 ให้มีน้ าอุปโภคบริโภค จัดซื้อเครื่องเจาะบ่อบาดาล หนังสือ มท. ที่ มท 0808.3/06766 ลว 30 เม.ย. 2561 อบจ. จัดซื้อเครื่องเจาะบ่อบาดาล เพื่อแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง บริการ อปท. ในจังหวัด อบจ. มีหน้าที่จัดให้มีน้ าอุปโภคบริโภค และการเกษตร การป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย
“ 61 ตู้น้ าหยอดเหรียญ • อบต. บ ด าเนินโครงการจุดน้ าดื่มตู้น้ าหยอดเหรียญ 3 จุด • อบต. มีหน้าที่จัดให้มีน้ าอุปโภคบริโภค เป็นการด าเนินการจัดให้มีน้ าบริการสาธารณะ แก่ประชาชน เพื่อใช้อุปโภคบริโภค เป็นการจัดบริการโดยประชาชนไม่ต้องซื้อน้ าขวด จากร้านค้า เป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 75 วรรคสอง แห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสามารถท ากิจการ แข่งขันกับเอกชนได้ เมื่อเป็นการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือการจัดท าบริการสาธารณะ หนังสือ สถ. ที่ มท 0804.3/1740 ลว 6 ส.ค. 2561 ให้มีน้ าอุปโภคบริโภค
“ 62 สาธารณูปโภค การให้บริการสัญญาณ WiFi • ทต. ทองผาภูมิ จัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายแก่ประชาชน โดยติดตั้งในที่สาธารณะ และไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย (ความเห็น สคก. เรื่องเสร็จที่ 524/2544) ความเร็วที่เหมาะสม เอกชนเสนอแรง/เร็วกว่า ถือเป็นการจัดท าบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งที่ให้บริการประชาชน
“ 63 สาธารณูปโภค ถนนหรือทางระบายน้ าในหมู่บ้านจัดสรร • ป.ป.ช. หมู่บ้านจัดสรร ได้รับความเดือดร้อนน้ าท่วมขังถนนพัง ท าหนังสือขอให้เทศบาลไปซ่อม หนังสือ มท. ที่ มท 0804.3/18005 ลว 17 ต.ค. 2560 เทศบาลสามารถเข้าไป ซ่อมแซมบ ารุงรักษาได้หรือไม่ ถนนหรือทางระบายน้ าเป็นทรัพย์สิน ของเอกชนจึงไม่ใช่หน้าที่เทศบาล
“ 64 การออกหนังสือรับรอง อปท. ออกหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินได้หรือไม่? • ไม่มีบทบัญญัติก าหนดอ านาจหน้าที่อปท.เกี่ยวกับการรับรองกรรมสิทธิ์ สิ่งปลูกสร้างในโฉนดไว้เป็นการ เฉพาะ • เว้นแต่ กฎหมายเฉพาะเช่น กฎหมายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ม.30 วรรคสาม ก าหนดให้อปท.ออก เอกสารของผู้ประสบภัยที่สูญหายหรือเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0804.3/18327 ลว.30 กันยายน 2558 ส านักงานที่ดินขอให้ตรวจสอบว่า ที่ดินมีสิ่งก่อสร้างจริง
“ 65 ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมอาชีพ โครงการล่องเรือไหว้พระ 9 วัด • อบจ. นนทบุรี จัดโครงการกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะเกร็ด จ้างเรือโดยสารบริการ ประชาชนไม่คิดค่าใช้จ่าย รอบละ 50 – 100 คน • การส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นการส่งเสริมอาชีพเป็นอ านาจหน้าที่ มีลักษณะเป็นผู้ประกอบการน าเที่ยว เสียเอง มิใช่การส่งเสริม ความเห็น สคก. เรื่องเสร็จที่ 1177/2558 โครงการดังกล่าวอาจเป็นการตัดทางท ามาหากินของผู้ประกอบการเอกชน และอาจขัดต่อประเพณี การปกครองที่ห้ามมิให้รัฐกระท าการค้าขายแข่งกับเอกชน
“ 66 การขอใช้พื้นที่ พรบ.ป่าไม้ 2484 ค านิยาม ป่า – ที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกม.ที่ดิน ต้องขออนุญาตกรมป่าไม้ ? ป่าไม้โดยสภาพสมบูรณ์ ในที่เมืองไม่มีป่าไม้
ให้มีปลัดอปท.เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างรองจากนายกอปท.และรับผิดชอบ ควบคุมดูแลราชการประจ าของ อปท.ให้เป็นไปตามนโยบายและมีอ านาจหน้าที่อื่น ตามที่มีกฎหมายก าหนดหรือตามที่นายกอปท.มอบหมาย ◈ ความสมดุลงานกับจ านวนคน /การจ้างพนักงานจ้าง ◈ การสอบแข่งขัน การสรรหาสายงานผู้บริหาร ◈ การโอนกรณีจ าเป็น ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจ า การบริหารงานบุคคลเป็นไปตาม พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 อ านาจออกค าสั่งเป็นของนายก อปท. ปัญหาการบริหารงานบุคคล
กถ. ก.กลาง (กจ. กท. ก.อบต.) ก.จังหวัด (ก.จ.จ. ก.ท.จ. ก.อบต.จังหวัด) นายก อปท. ปลัดอปท. ผอ.กอง ขรก.ส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง ส านักงาน กถ.(สป.มท.) ฝ่ายเลขานุการ สถ.(สน.บถ.) ฝ่ายเลขานุการ ท้องถิ่นจังหวัด (กทจ. ก.อบต.จังหวัด) ปลัด อบจ.(ก.จ.จ.) ฝ่ายเลขานุการ รมว.มท. ผวจ. นายอ าเภอ ใชอ ้ ำ นำจกำ กบัดูแล นำยก ไม่ปฏิบตัิตำมมติก.จังหวัด กำรออกคำ สงั่บริหำรงำนบุคคล การบร ิ หารงานบ ุ คคลส ่ วนท ้ องถ ิ ่ น
69 • กรณีอบต.ไม่ต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างทั่วไป ต าแหน่งคนงานประจ ารถขยะ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการสิ้นสุดการจ้างตามสัญญา และเพื่อเป็นการกระจาย รายได้ให้กับบุคคลอื่นในท้องถิ่นบ้าง ไม่ผูกขาดอยู่กับเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง • พนักงานจ้างทั่วไปมีผลการประเมินเฉลี่ย 2 ปี อยู่ในเกณฑ์ดี แต่อบต.มีหนังสือ แจ้งไม่ต่อสัญญาจ้าง และหลังจากนั้นก็ได้จ้างเหมาพนักงานอื่นเข้ามาท าหน้าที่ แทน • อบต.ไม่ได้ใช้อ านาจในขอบเขตของกฎหมายและข้อบังคับหรือแนวทางปฏิบัติ ของทางราชการที่กาหนดไว้เป็นกรอบในการใช้ดุลพินิจ ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดี มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรยังไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจ าปี • กรณีของอบต.จึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องได้รับการต่อสัญญาจ้าง ต้องรับผิดชดใช้ ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินค่าจ้างรายเดือนเป็นเวลา 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย ตามกฎหมาย ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 167/2561
70 ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่อ. 827/2559 • อบต.ได้ท าสัญญาจ้างนส.สวย พนักงานจ้างทั่วไป ต าแหน่งผู้ช่วยครูผดด.ก าหนดระยะเวลาการจ้างไว้ 1 ปี • เมื่อสิ้นสุดสัญญา อบต.ได้มีการต่อสัญญาจ้างมาแล้ว 4 ครั้ง จนกระทั่งถึงสัญญาจ้างที่ก าหนดเวลาจ้างตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2556 เมื่อครบก าหนดสัญญาจ้าง อบต. ไม่ได้ต่อสัญญา • ทั้งที่การประเมินผลการท างานของนางสาวสวยอยู่ในเกณฑ์ดี • ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า “ 1.การที่ อบต. เลิกจ้างไม่ใช่ค าสั่งทางปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิเลิกจ้างตามสัญญาที่มีก าหนดระยะเวลาที่ แน่นอน และเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลงนายก อบต. จะท าสัญญาจ้างต่อไปอีกหรือไม่ เป็นอ านาจของนายก อบต. ตามความเหมาะสมแก่การบริหารงานภายในหน่วยงาน ศาลปกครองไม่อาจก้าวล่วงไปใช้อ านาจได้ ศาลจึงไม่ อาจออกค าบังคับให้ อบต. ต่อสัญญาจ้างได้ นส.สวยจึงไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลปกครองมีค าพิพากษาให้ อบต. ต่อสัญญาจ้าง 2.ลักษณะงานของนส.สวยตามสัญญาจ้าง เป็นการจ้างพนักงานจ้างทั่วไป ที่ไม่ต้องใช้ความรู้หรือทักษะเฉพาะ ด้านในการปฏิบัติงาน การไม่ต่อสัญญาจ้างกับ นส.สวยไม่ท าให้การปฏิบัติงานต้องสะดุดหยุดลง และเสียหาย เนื่องจากมีข้าราชการและพนักงานจ้างทั่วไปสามารถปฏิบัติงานแทนได้ ส่วนการประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็น เพียงเครื่องมือในการบริหารงานภายในฝ่ายปกครอง แม้ผลการปฏิบัติงานไม่ต่ ากว่าระดับดีและคณะกรรมการ กลั่นกรองประเมินผลการปฏิบัติงานมีมติให้ต่อสัญญาจ้าง ก็ไม่ได้ผูกพันให้ อบต. ต้องต่อสัญญาจ้าง อบต. จึงไม่ ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย”
เงินอปท. เงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินอุดหนุนทวไป ั่ เงินรำยได้ รัฐจดัเกบ ็ อปท.จดัเกบ ็ ภำษี VAT ภำษีสุรำ สรรพสำมิต รถยนต์ ธุรกิจจำ เพำะ อุทยำน ภำคหลวงแร่ ฯลฯ ค่ำธรรมเน ี ยม อื่นๆ เงินอุดหนุนเฉพำะกิจ เงินกู้ เงินสะสม ภำษีป้ำย ภำษีที่ดิน และสิ่ง ปลูกสร้ำง ค่ำธรรมเนียมตำมพรบ. ต่ำงๆ เช่น บตัร ปชช. ขออนุญำตก่อสร้ำง จอดรถ เงินอุทิศให้ เงินอุดหนุนทั่วไป ระบุวัตถุประสงค์ ข้อบัญญัติ งบประมำณ รำยจ่ำย สัดส่วนรายได้อปท. ต่อรายได้รัฐบาล 25 % -35%
แผนพฒ ั นำทอ ้ งถ ิ่น งบประมาณรายจ่ายประจ าปี กำรเบ ิ กจ ่ ำย พส ั ด ุ จด ั ซ ้ ื อ/จ้ำง ประชำชน ยุทธศาสตร ์ ชาติ/แผนปฏริูป/นโยบาย นายกอปท.เสนอต่อ สภาท้องถิ่น 15 สค. ลงทะเบียนทรัพย์สิน แผนชุมชน ระเบียบ งปม.ข้อ 26ให้ใช้แผนพัฒนำ อปท.เป็ นแนวทำงกำรจัดท ำงปม. เอกสารท ี่ควรม ีในการประชุมเห็นชอบ งปม. 1.แผนพัฒนาท้องถิ่น 2.กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง 3.ร่างข้อบัญญัติงปม.รายจ่าย /ประมาณการ
• อปท.จะจ่ายเงิน หรือ ก่อหนี้ผูกพัน ได้ตามข้อความที่ก าหนดไว้ ในงปม.รายจ่ายประจ าปี ทั้งนี้ ต้องมีกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย และมี รายได้เพียงพอที่จะเบิกจ่าย - การจ่ายเงินจะต้องมีงบประมาณ - กรณีที่ อปท.ตราข้อบัญญัติงปม.ไม่ทัน 1 ตค. ให้ใช้ ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติของปีที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน เฉพาะงบ กลาง งบบุคลากร งบด าเนินการ และงบอุดหนุนที่จ่ายจาก รัฐบาล ระเบียบมท. วิธีการงบประมาณของอปท.2563
ระเบียบมท.ว่าด้วยเงินอุดหนุนของอปท.พ.ศ.2539 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2563 อปท. อุดหนุน • อปท. • ส ่ วนรำชกำร ตำมกม.บร ิ หำรรำชกำรแผน ่ ด ิ น • รัฐวส ิ ำหก ิ จกำรไฟฟ้ ำกำรประปำอจน. • องค์กรภำคประชาชน จดัต ้ งัตำมกฎหมำย ระเบียบ น.มท. และดำ เน ิ นกำรต ่ อเน ื่อง 1 ปี • องค์กรกำรกุศล อบจ. 10 % ทน. 2 % ทม/ทต 3 % อบต.5 % โครงการที่จะให้การอุดหนุน 1.อยู่ในอ านาจหน้าที่อปท.นั้น 2.ห้ามอุดหนุนเงินทุนหมุนเวียน โครงการจัดเลี้ยงอาหาร โครงการจัดกิจกรรมนันทนาการ 3.ประชาชนในเขตท้องถิ่นได้รับประโยชน์ 4.อยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น/ข้อบัญญัติงปม. 5.ห้ามใช้เงินสะสม หน่วยงานที่ขอรับเงิน อุดหนุนต้องมี งปม.สมทบ (ก่อสร้าง 25%) ห้ามก่อหนี้ผูกพันก่อนได้รับเงินอุดหนุน นรศกัด์ิผอ.กม.สถ. 74
การพ้นจากต าแหน่ง • การขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม / การ กระท าต้องห้าม • การปฏิบัติหน้าที่
• คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (มาตรา ๔๙) (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) สมาชิก ไม่ต่ ากว่า ๒๕ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง/ผู้บริหาร มีอายุตามที่ กฎหมายจัดตั้งก าหนด (ไม่ต่ ากว่า ๓๕ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง) (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต อปท. ที่สมัครในวันสมัครติดต่อกันไม่ น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัครฯ (๔) คุณสมบัติอื่นตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. ค ุ ณสมบ ั ตข ิ องผ ู ้ มส ี ท ิ ธ ิ สม ั ครร ั บเลอ ื กต ั ง ้ ตาม พ.ร.บ.การเลอ ื กต ั ง ้ สมาชก ิ สภาท ้ องถน ิ่หร ื อผ ู ้ บร ิ หารท ้ องถน ิ่พ.ศ. ๒๕๖๒
• บุคคลมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามม. ๕๐(1) – (26) (๔) มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๓๙ (๑) (๒) หรือ (๔) - วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ /ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช/ อยู่ในระหว่างถูกเพิก ถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ (๖) ต้องค าพิพากษาให้จ าคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล (๘) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระท าการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ (๑๐) เคยต้องค าพิพากษาถึงที่สุดว่ากระท าผิด ต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ กม.ว่าด้วยยา เสพติดฐานเป็นผู้ผลิต น าเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กม.ว่าด้วยการพนันฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้า ส านัก ฯลฯ (22) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. สว.สมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นเดียวกันหรือท้องถิ่นอื่น (23)เคยพ้นต าแหน่งส่วนได้เสียและยังไม่พ้นห้าปี (24)เคยถูกสั่งพ้นต าแหน่งเหตุปฏิบัติหน้าที่และยังไม่พ้นห้าปี นับแต่วันพ้นถึงวันเลือกตั้ง
เหตุแห่งการพ้นจากสมาชิกภาพ อบจ. เทศบาล อบต. ออกตามอายุของสภา ม.๑๑(๑) ม.๑๙(๑) ม.๔๗ ตรี(๑) ตาย ม.๑๑(๒) ม.๑๙(๒) ม.๔๗ ตรี(๒) ลาออก ม.๑๑(๓) ยื่นต่อ ผวจ. ม.๑๙(๓) ยื่นต่อ ผวจ. ม. ๔๗ ตรี(๓) ยื่นต่อนายอ าเภอ ขาดประชุมสภาท้องถิ่น ๓ ครั้ง ติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ม.๑๑(๔) ม.๑๙(๕) ม.๔๗ ตรี(๔) การสิ้นสุดสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกฎหมายจัดตั้ง อปท.
เหตุแห่งการพ้นจากสมาชิกภาพ อบจ. เทศบาล อบต. การกระท าต้องห้าม ขรก./รับเงิน/ ส่วนได้เสีย ม.๑๑(๕) ม.๑๙(๖) ม.๔๗ ตรี(๖) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ม.๑๑(๖) ม.๑๙(๔) ม.๔๗ ตรี(๗) สภาท้องถิ่นมีมติให้พ้นจากต าแหน่ง ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ม.๑๑(๗) ม.๑๙(๗) ม.๔๗ ตรี(๘) การสิ้นสุดสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกฎหมายจัดตั้ง อปท.
เหตุแห่งการพ้นจากสมาชิกภาพ อบจ. เทศบาล อบต. ถูกผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียง ถอดถอน ให้พ้นจากต าแหน่ง ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ม.๑๑(๘) ม.๑๙(๘) ม.๔๗ ตรี(๙) มิได้อยู่ประจ าในเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันเกิน ๖ เดือน ม. ๔๗ ตรี(๕) การสิ้นสุดสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกฎหมายจัดตั้ง อปท.
81 การพ้นจากต าแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. เหตุแห่งการพ้น อบจ. เทศบาล อบต. กระท าการต้องห้าม ขรก./เงิน/ ส่วนได้เสีย ม.๓๖ (๕) ม.๔๘ ปัญจทศ (๕) ม. ๖๔(๕) ถูกสั่งให้พ้นจากต าแหน่ง ม.๓๖ (๖) (รมว.มท) ม.๔๘ ปัญจทศ (๖) (รมว.มท.) ม. ๖๔(๖) (ผวจ.) ถูกจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุด ม.๓๖ (๗) ม.๔๘ ปัญจทศ (๗) ม. ๖๔ (๗) ถูกผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียง ถอดถอนให้พ้นจากต าแหน่ง ตาม กม.เข้าชื่อถอดถอน ม.๓๖ (๘) ม.๔๘ ปัญจทศ (๘) ม.๖๔ (๘)
ลาออก • เป็นสิทธิเฉพาะตัว • รูปแบบ ยื่นเป็นหนังสือต่อผู้ที่กม.ก าหนด • วันที่มีผลคือวันที่ระบุในหนังสือลาออก หรือถ้าไม่ระบุให้ถือวัน ลงรับหนังสือตามระเบียบทางราชการ • การก าหนดเงื่อนไขการลาออก • การก าหนดเงื่อนเวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต
การขาดประชุมสภาท้องถิ่น ๓ ครั้ง ติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าสมาชิกขาดประชุมสภา ๓ ครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุ อัน สมควรหรือไม่ ให้ผู้ก ากับดูแลสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว ข้อสังเกต - ไม่ว่าจะเป็นการขาดประชุมในสมัยสามัญ หรือสมัยวิสามัญ - ไม่ว่าจะเป็นการขาดประชุมในสมัยประชุมเดียวกันหรือต่างสมัยประชุม - ต้องเป็นการขาดประชุมสภาท้องถิ่น ๓ ครั้งติดต่อกัน (ไม่มีการยื่นใบลา) - การขาดประชุมแต่ละครั้ง ต้องเป็นการขาดประชุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผล ค าวินิจฉัยของผู้ก ากับดูแล * ให้เป็นที่สุด* พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่น
สภามีมติให้พ้นจากต าแหน่ง • พฤติกรรมเสื่อมเสีย หรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่ท้องถิ่น หรือกระท าการเสื่อมเสียประโยชน์ของสภาท้องถิ่น • สมาชิกสภาท้องถิ่นเข้าชื่อ ๑ ใน ๓ • มติให้พ้น ไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ • รูปแบบขั้นตอนตามข้อบังคับประชุมสภาท้องถิ่น ต้องประชุมลับ • มติสภาท้องถิ่นตามข้อนี้เป็นค าสั่งทางปกครอง ต้องแจ้ง ข้อเท็จจริงและเปิดโอกาศให้โต้แย้ง
การเข้าชื่อถอดถอนและลงคะแนนให้พ้นต าแหน่ง • ที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๒ ใช้บังคับกฎหมายเข้าชื่อและ ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีการด า นินการ ๑3 ครั้ง ส าเร็จ 4 ครั้ง • มีการเสนอร่างกฎหมาย ใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ผ่าน สภาสส.วาระ 2
ผู้ด ารงต าแหน่งทางการเมืองเป็นบุคคลล้มละลายมีผลพ้นจากสมาชิก ภาพหรือต าแหน่งเมื่อใด และคดีต้องถึงที่สุดหรือไม่ ? (น.มท.ด่วนที่สุด ที่ มท 0804.3/5832 ลว.16 พค.2553) 86 สมาชิกสภาท้องถิ่นถูกศาลพิพากษาจ าคุกและถูกจ าคุกเพียง 1 วันและได้รับประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ ต้องพ้นจากต าแหน่ง หรือไม่? (น.มท.ด่วนที่สุด ที่ มท 0804.3/5832 ลว.16 พค.2553) กรณีตัวอย่างการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ติดยาเสพติดให้โทษ สมาชิกสภาท้องถิ่นถูกจับเสพยาบ้า ต้อง สิ้นสมาชิกภาพหรือไม่? (ค าวินิจฉัย กกต.299/2564)
87 ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นบวชเป็น พระภิกษุ สามเณร ถือ เป็นลักษณะต้องห้ามอันเป็นเหตุให้พ้นสมาชิกภาพหรือไม่ ? - ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.459/2562 (บวชหน้าไฟ) -ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.1202/2558 (บวชตาม โครงการเพื่อเป็นพระราชกุศล ที่ผบ.อนุมัติถูกต้องตามระเบียบ) “แม่ชี” มีสถานะเป็นนักพรต หรือนักบวชอันเป็นลักษณะ ต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่? (ความเห็นคกก. เรื่องเสร็จที่ 1544/2556)
88 ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นประสบอุบัติเหตุ กลายเป็นเจ้าชายนิทรา สมองไม่ท างาน อยู่ด้วย เครื่องช่วยหายใจ ต้องพ้นจากต าแหน่งหรือไม่ ? -คกก.พิจารณาร่างกฎหมายมท. ครั้งที่ 29/2556 วันที่ 1 พค. 2556 เป็นผู้มีความประพฤติหรือกริยาผิดปกติ โดยมีความรู้สึก ความรู้สึกตัว หรือความรู้สึกผิดชอบที่คลาดเคลื่อนไปจากธรรมดาสามัญที่คนปกติพึงมี ถือเป็นบุคคลต้องห้ามสมัคร เพราะวิกลจริต -ฎีกา ที่ 490/2509,ฎีกา 5466/2537
นายก อบต. ถูกร้องเรียนว่ามีส่วนได้เสียในการท าสัญญาจ้างบุตรชายเข้าไปเป็น พนักงานของ อบต. เพื่อท าหน้าที่ขับรถแบคโฮเป็นท าเพื่อประโยชน์ของราชการและไม่ มีผลประโยชน์ใด ๆ (ค าพิพากษาศาลปค.สูงสุด อร.๑๑๗/๒๕๖๔ ) 89 เทศบาลน ารถจักรยานยนต์ไปซ่อมร้านที่สมาชิกสภาเทศบาลเป็นเจ้าของร้าน ภรรยา เป็นผู้ลงนามในเอกสารการจ้าง (ค าพิพากษาศาลปค.สูงสุด อ.864/2561) การมีส่วนได้เสียในสัญญา/ผลประโยชน์ทับซ้อน นายกอบต.จ้างบุตรที่อาศัยในบ้านเดียวกัน ท าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อบต.ในเวลากลางคืน? (ค าพิพากษาศาลปค.สูงสุด อ.349/2562) สัญญาจ้างท าก่อนการเลือกตั้งอบต. แต่อยู่ในการประกันความช ารุด บกพร่อง ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกอบต.(ค าพิพากษาศาลปค.สูงสุด อ.516/2562)
อ านาจ บังคับบัญชา อ านาจ ก ากับดูแล การก ากับดูแล อ านาจที่หัวหน้าหน่วยงานใช้ปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เป็น อ านาจในระบบการบริหารงานของนิติบุคคลหนึ่ง ๆ • อ านาจหน้าที่ที่จะออกค าสั่งให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ • อ านาจควบคุมกิจการที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ • อ านาจที่จะลงโทษทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา • อ านาจที่จะให้บ าเหน็จความดีความชอบแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เป็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรก ากับดูแล และองค์กรที่อยู่ภายใต้การก ากับดูแล องค์กรก ากับดูแลเพียงแต่ควบคุมก ากับให้ องค์กรภายใต้การก ากับดูแลปฏิบัติหน้าที่ให้ ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ควบคุมได้ทั้งความชอบด้วยกฎหมาย และความเหมาะสม เป็นอ านาจที่มีอย่างจ ากัด เฉพาะควบคุมความชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
• การสั่งให้พ้นจากต าแหน่ง ผู้บริหารท้องถิ่น / รองผู้บริหารท้องถิ่น ประธานสภาท้องถิ่น / รองประธานสภาท้องถิ่น เหตุ ๑) จงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอ านาจหน้าที่อันจะเป็นเหตุให้ เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ๒) ปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอ านาจหน้าที่ ๓) ประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ๔) ฝ่าฝืนค าสั่งของผู้ก ากับดูแลที่สั่งการเพิกถอน/ระงับการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งให้พ้นจากต าแหน่งเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้ก ากับดูแลแต่งตั้ง คกก.สอบสวน เพื่อด าเนินการสอบสวนให้เสร็จภายใน การสอบสวน ๖๐ วัน ขยายเวลาได้ไม่เกิน ๓๐ วัน • ให้ นอ./ผวจ. รายงานให้ ผวจ./รมว.มท. พิจารณา และสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจาก ต าแหน่งภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ไม่ว่าผู้นั้นจะได้พ้นจากต าแหน่งไป ก่อนแล้วหรือไม่ เว้นแต่เพราะเหตุตาย หรือพ้นจากต าแหน่งไปแล้วเกิน ๒ ปี
92 กฎกระทรวงว่าด้วยการผู้ด ารงต าแหน่งบางต าแหน่งในอปท. ประกาศ 2 ตค.2563 ออกตามกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๕ ฉบับ (๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒) การสิ้นสุดสมาชิกภาพสมาชิกสภาท้องถิ่นการพ้นจาก ต าแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมี ลักษณะต้องห้ามหรือกระท าการต้องห้าม การปฏิบัติหน้าที่นายก/รองนายก, ประธาน/รองประธานสภา ๑ จงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอ านาจหน้าที่ ๒ ปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอ านาจหน้าที่ ๓ ประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ๔ ฝ่าฝืนค าสั่งผู้ก ากับดูแลที่ยับยั้งการปฏิบัติที่อาจก่อเกิดความ เสียหาย ตั้งคณะกรรมการ สอบสวน ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน คกก.สอบสวนให้แล้วเสร็จ ภายใน ๖๐ วัน ขยาย 30 วัน ยกเว้นกรณี ขาดประชุมสภาท้องถิ่น ๓ ครั้งติดต่อกัน และกรณี มิได้ประจ าอยู่ในเขตเลือกตั้ง (อบต.) ขยายไม่ได้ ผวจ./นอ. วินิจฉัยภายใน ๓๐ วัน นับแต่สอบสวนเสร็จ ผวจ./นอ. สอบสวนเอง ภายใน ๖๐ วัน ผวจ./นอ. วินิจฉัยภายใน ๓๐ วัน นับแต่การสอบสวนเสร็จ ผวจ./นอ. ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน คกก.สอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน/ขยาย 30 เมื่อ ผวจ./นอ. รับรำยงำนกำรสอบสวน ต้อง ด าเนินการสงั่ภำยใน ๑๕ วัน ผิด รายงานรมว./ผวจ.ผู้มีอ านาจสั่ง พ้นจากต าแหน่ง /สั่งภายใน 30 วัน ไม่ได้กระท าผิด ยุติเรื่อง เหตุสอบสวน 1 เหตุสอบสวน 2
ปปช.ช ้ ี ม ู ลควำมผด ิ ค าสั่งปค. วินัย/ถอดถอน ๑.ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ ราชการ ๒.ความผิดต่อต าแหน่งยุติธรรม ๓.ความผิดฐานทุจริคต่อหน้าที่ ราชการ ให้สั่งพ้นต าแหน่งโดยไม่ต้องตั้ง คกก.สอบสวน ต้องตั้งคกก.สอบสวน ข้อยกเว้น พ้นจากต าแหน่ง วาระที่กระท าผิดเกิน 2 ปี สั่งไม่ได้ ความผิดฐานอ านาจปปช. ความผิดไม่ใช่อ านาจปปช. อาญา อัยกำรฟ้อง ศำลประทับรับ ฟ้อง ต้องหยุดปฏิบัติหน้ำที่ พิพำกษำวำ่ผดิพน ้ ตำ แหน่งนบัแต่ วันหยุดปฏิบัติ ไม่ผดิกลบัค ื น ตำ แหน่งรับ เงินเด ื อระหวำง่ หยุดคืน ผบ./ผู้มีอ านาจถอดถอน มีพยานหลักฐานใหม่ ขอทบทวนมติปปช. 30 วันนับแต่วันได้รับเรื่อง
หารือกรณี ปปช.ชี้มูลความผิด ๑. การใช้ส านวนสั่งพ้นโดยไม่ต้องตั้งคกก.สอบสวน ๒. การหยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีศาลประทับรับฟ้องคดีอาญาที่ ปปช.ชี้มูลความผิด 3. ปปช.ชี้มูลขณะด ารงต าแหน่งวาระใหม่ แต่เป็นความผิดใน วาระเดิม 4.กรณีปปช.ไต่สวนเกินระยะเวลาที่กม.ก าหนด 2ปี ขยาย 3 ปี
ค าสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๘๑/๒๕๖๕ กรณีป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดของนายกอบต.แล้วส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้ง ความเห็นดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ด าเนินการตามหน้าที่และอ านาจต่อไป นั้น เป็นไปตามมาตรา ๙๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มิใช่กรณีการพิจารณาโทษทางวินัยตามที่ มาตรา ๙๘ วรรคหนึ่ง ประกอบกับเมื่อพิจารณาบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตรา ๙๘ วรรค หนึ่ง เห็นได้ว่า เป็นบทบัญญัติที่บัญญัติยกเว้นไว้เฉพาะการพิจารณาโทษทางวินัยเท่านั้น ที่ ให้ถือว่าส านวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นส านวนการสอบสวนทางวินัย ของคณะกรรมการสอบสวนวินัย หาได้บัญญัติให้รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นและรองผู้บริหาร ท้องถิ่นซึ่งไม่มีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับวินัย โดยให้ ผู้มีอ านาจแต่งตั้งถอด ถอนผู้ถูกกล่าวหาผู้นั้นพิจารณาโทษตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติโดย ไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีก
ค าวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด (ต่อ) • เมื่อฐานความผิดของผู้ฟ้องคดีกรณีกระท าการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือ สวัสดิภาพของ ประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอ านาจหน้าที่ นั้น เป็นความผิด ตามมาตรา ๙๒ แห่ง พ.ร.บ. สภาต าบลและองค์การบริหารส่วนต าบลฯ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ผู้ ฟ้องคดีมีกรณีถูกกล่าวหาในกรณีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๖ (นายอ าเภอ) จึงต้องด าเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนเพื่อท าการสอบสวนตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ชี้มูลความผิดของผู้ฟ้องคดี ก่อนที่จะรายงานให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ พิจารณาและมีค าสั่งต่อไป • ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๖ ได้พิจารณาโทษของผู้ฟ้องคดีตามฐานความผิดที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ มีมติ โดยไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นท าการสอบสวนผู้ฟ้องคดีและใช้ส านวนการไต่สวนของ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ เป็นส านวนการสอบสวน จึงไม่เป็นตามขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระส าคัญ ในการออกค าสั่งให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากต าแหน่งตามพระราชบัญญัติสภาต าบลและองค์การบริหาร ส่วนต าบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม • ค าสั่งพิพาทจึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
ค าวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด (ต่อ) • การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีค าสั่งให้ทุเลาการบังคับตามค าสั่งทางปกครองดังกล่าว จึงเป็นเพียง วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาเท่านั้น จึงยังไม่อาจถือได้ว่า ท าให้เกิดอุปสรรคต่อการ บริหารงานและวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตไม่ให้มีประสิทธิภาพและอาจไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากบุคคลทั่วไป อันเป็นอุปสรรคแก่ การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ กล่าวอ้างในค าอุทธรณ์ • กรณีจึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลปกครองจะมีค าสั่งทุเลาการบังคับตามค าสั่งจังหวัดนครพนม ที่ ๑๔๓๗/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ในส่วนที่วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีกระท า ความผิดตามมาตรา ๙๒ • จึงมีค าสั่งยืนตามค าสั่งของศาลปกครองชั้นต้น
ประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาท้องถิ่น และประมวลจริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่น รัฐธรรมนูญ ม.76 วรรค 3 รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้ เป็นหลักในการก าหนดประมวลจริยธรรมส าหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในหน่วยงานนั้น ๆ ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว รัฐธรรมนูญ ม. 219 ให้ศาล รธน.และองค์กรอิสระ ก าหนดมาตรฐานทางจริยธรรม และให้ใช้บังคับ สส. และ สว. มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวใช้บังคับกับสส. และ สว.ด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ม.87 (การด าเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง) (ม. 87 พ.ร.ป. ป.ป.ช.) 1. กรณี ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทาง จริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอต่อศาลฎีกาวินิจฉัย 2. กรณีศาลประทับฟ้อง ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีค า วินิจฉัย หากผิดจริงให้ศาลเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง ก าหนดไม่เกิน 10 ปี ด้วย (ม.81) พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐจัดท า ประมวลจริยธรรมส าหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประมวลจริยธรรมผู้บริหาร ท้องถิ่น ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 65 ประมวลจริยธรรมสมาชิก สภาท้องถิ่น ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 65 มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการและ ผู้ด ารงต าแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ. 2561 (ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรฐาน ถือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง) มติคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) ครั้งที่ 2/2563 1. ก าหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่จัดท าประมวล จริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น ส.ส./ส.ว. ผู้บริหาร/สมาชิกสภาท้องถิ่น
1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตส านึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ กล้าตัดสินใจ และกระท า ในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ มุ่งผลสัมฤทธิ์ ของงาน ด ารงตน เป็นแบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ ของทางราชการ ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ประมวลจริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่น ใช้บังคับกับ... ประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาท้องถิ่น ใช้บังคับกับ... ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. โดยยึดมาตรฐานจริยธรรม ๗ ประการ ๑.นายก อบจ. / นายกเทศมนตรี / นายก อบต./นายกเมืองพัทยา ๒.รองนายกอบจ./ รองนายกเทศมนตรี / รองนายก อบต. /รอง นายกเมืองพัทยา ๓.เลขานุการนายก อบจ. / เลขานุการนายกเทศมนตรี / เลขานุการ นายก อบต. / เลขานุการนายกเมืองพัทยา และผู้ช่วยเลขานุการ นายกเมืองพัทยา ๔.ที่ปรึกษานายก อบจ. / ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี / ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา ๑.สมาชิกสภา อบจ. ๒.สมาชิกสภาเทศบาล ๓.สมาชิกสภา อบต. ๔.สมาชิกสภาเมืองพัทยา
จบการบรรยาย ขอบคุณครับ