The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นโยบายที่8โรงเรียนวัดไผ่ค่อม คู่มือ Learning Lo

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Orasa Kangtaworn, 2022-12-27 20:29:45

นโยบายที่8โรงเรียนวัดไผ่ค่อม คู่มือ Learning Lo

นโยบายที่8โรงเรียนวัดไผ่ค่อม คู่มือ Learning Lo

คู่มือการดำเนนิ การเพื่อฟ้ืนฟภู าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (KSA)
ศนู ย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ ระดับสถานศึกษา

(Wat Phaicom School Learning Loss Center)
ของโรงเรียนวดั ไผค่ ่อม (แพร-ประชาอปุ ถมั ภ)์ ประจำปีการศึกษา 2565

โรงเรียนวดั ไผค่ ่อม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ)์

สงั กดั สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

บทนำ

ตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด 19 เป็นช่วงระยะเวลาที่เด็กไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนในห้องเรียนมาเป็น
การเรียนออนไลน์เกือบ 100% แต่จากการศึกษาในแวดวงวิชาการหลายสำนักกลับพบว่าย่ิงเรยี นยิง่ มีปัญหา และ
ภาวะ Learning Loss คอื หน่ึงในนัน้

Learning Loss เป็นผลของการเสยี โอกาสในการเรียนร้มู ีผลทำให้ทกั ษะต่าง ๆ ทีเ่ ด็กควรจะไดร้ บั การ
พัฒนาตามช่วงวัยสูญเสียตามไปด้วย เช่น ทักษะทางสังคม ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม เด็กสูญเสียโอกาส ใน
การฟอร์มตัวเป็นบุคลกิ ของเขา ว่าเขาจะเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นคนเก็บตัว เป็นคนขี้อาย หรือเป็นคนม่ันใจ ใน
ตัวเอง

แต่เมื่อเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรหน้าชั้นเรียน
หน้าเสาธง ก็ไม่ได้แสดงความเป็นผู้นำ สุดท้ายก็จะส่งผลให้เด็กเกิดภาวะ Learning Loss เนื่องจากการเรียน
Online ไมส่ ามารถทำใหเ้ ด็ก ๆ ไดฝ้ กึ ฝนทักษะเหลา่ นน้ั ได้

Learning Loss ทำใหเ้ ดก็ ต้องสูญเสียอะไรบา้ ง
มีปัญหาพัฒนาการดา้ นภาษาและการส่ือสาร เมื่อเด็กต้องเรียนออนไลนท์ ี่บา้ นมกั จะไม่ค่อยได้คุยกับใคร
นอกจากพ่อแม่ก็ไม่ได้เล่นกับเพื่อน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคุณครู การดู YouTube หรือเล่นเกมไม่ได้พัฒนาทักษะ
ภาษาของเด็ก ๆ เมื่อต้องกลับเข้าสู่โรงเรียน ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และศักยภาพในการใช้ภาษาของเขาก็จะ
ลดลง
ทักษะด้านความสัมพันธ์ถดถอย เด็กบางคนอยู่บ้านจนเกิดความเคยชิน ถ้าถึงวันที่ต้องไปโรงเรียนอาจ
เกดิ ภาวะ School Phobia หรือกลวั การไปโรงเรยี น ไมช่ อบ ไม่อยากไปข้ึนได้
ขาดระเบียบวินัยความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลหรือเด็กประถม เมื่อตอนที่ยังไปโรงเรียนได้
เด็กจะถูกฝกึ จากโรงเรียน มแี รงจูงใจจากเพื่อน ๆ และคุณครู เมือ่ เด็กมวี นิ ยั ทำตามกฎของโรงเรียน ของหอ้ งเรียนก็
จะได้รบั คำชม เปน็ กลไกหนึ่งในการหลอ่ หลอมเขา
บุคลิกภาพไม่ได้รับการพัฒนา เมื่ออยู่บ้านนานเกินไป เด็กจะขาดทักษะการเข้าสังคม ซึ่งการเข้าสังคม
การคบเพอ่ื น การทำกจิ กรรมกับเพ่ือนของเด็ก ๆ เป็นการพฒั นาบคุ ลิกภาพอยา่ งหน่งึ ของเขา
การเรียนร้ชู ้า ในแงข่ องวชิ าการอ่านเขยี น เด็กอาจมคี วามรู้ความสามารถทางวชิ าการที่ช้าลง

ข้อมูลพนื้ ฐานของสถานศกึ ษา

1. ขอ้ มูลท่วั ไป สถานทตี่ งั้
1.1 โรงเรยี นวัดไผค่ อ่ ม(แพร-ประชาอปุ ถมั ภ)์ ตั้งอย่ทู ี่ วัดไผค่ อ่ ม หม่ทู ี่ ตำบลปากโทก อำเภอเมือง จงั หวดั

พิษณุโลก 65000 สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1
1.2 ภารกิจตามกฎหมาย เปิดสอนตง้ั แตร่ ะดับปฐมวัย (อนบุ าล 2 , อนบุ าล ๓) ถึง ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่
๖ นักเรียนในพ้นื ที่เขตบรกิ าร จำนวน 2 หม่บู า้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ่ี 1 และ หมูท่ ่ี 3 วดั ไผค่ ่อม อำเภอเมืองพิษณุโลก
จังหวดั พษิ ณโุ ลก

2. ข้อมูลด้านการบริหาร
2.1 อำนวยการโรงเรียนปจั จุบัน นางสาวรุง่ ทพิ ย์ อุ่นแกว้ วฒุ กิ ารศึกษาสูงสุด ปรญิ ญาโท สาขา บรหิ าร

การศึกษา ดำรงตำแหนง่ ทโ่ี รงเรยี นนี้ต้ังแตว่ นั ท่ี 7 พฤศจิกายน 2561 ถึงปจั จบุ ัน

2.2 ประวตั ิโดยยอ่
โรงเรียนวัดไผค่ อ่ ม(แพร-ประชาอปุ ถมั ภ์) ตั้งอยู่ท่ี วัดไผค่ ่อม หมทู่ ี่ 1ตำบลปากโทก อำเภอเมือง จงั หวัด

พิษณุโลก สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พน้ื ฐานกระทรวงศึกษาธิการ จดั ตง้ั เมอ่ื วันท่ี 20 สงิ หาคม พ.ศ.2479 ก่อตงั้ รวม 86 ปี ระดบั การศกึ ษาทเี่ ปดิ สอน
ระดบั ปฐมวัย (อนบุ าล 2 , อนบุ าล 3) ถึง ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

อตั ลักษณข์ องสถานศึกษา
“เดก็ ดมี ีวนิ ยั ”

เอกลกั ษณข์ องสถานศึกษา
“ย้ิมสวย ไหว้งาม มารยาทดี มีจิตอาสา”

คำขวญั ของโรงเรียน
“คณุ ธรรมนำหน้า วิชาการส่งเสรมิ เพมิ่ เติมความเป็นไทย ใส่ใจส่งิ แวดล้อม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพยี ง”

สญั ลกั ษณ์ตราโรงเรยี นและสีประจำโรงเรยี น

สญั ลกั ษณต์ ราโรงเรยี น นำ้ เงนิ – ขาว

2. ภาระงาน / ปรมิ าณ
การจัดการเรียนรู้สนองความต้องการและดำเนินการตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดไผ่ค่อม (แพร-

ประชาอุปถัมภ์) พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่เน้นให้
ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และความถนัดของ
ผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา โดยจัดการศึกษาและบริหารงาน
โดยยึดหลักธรรมาภบิ าล เพ่อื ให้ประชากรวยั เรยี นในเขตบริการได้รับการศึกษาภาคบงั คบั อยา่ งทั่วถึงและเสมอภาค
ใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริม และสบื สานความเปน็ เอกลักษณข์ องชมุ ชน

3. ข้อมลู บคุ ลากรครโู รงเรยี นวดั ไผค่ อ่ ม (แพร-ประชาอปุ ถมั ภ)์ (ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2565)

เพศ ระดบั การศกึ ษาสูงสดุ อายุ ประสบการณ์สอน
ชาย หญงิ
ประเภทบคุ ลากร -1 ต่ำกวา่ ป.ตรี ป.ตรี สูงกวา่ ป.ตรี เฉล่ยี เฉล่ีย
24
ผูอ้ ำนวยการ -- - - 1 52 27
ครปู ระจำการ --
ครอู ตั ราจา้ ง -- - - 6 40.5 14
นกั การ-ภารโรง
7 - - -- -
ธรุ การ
รวม - - -- -

- - -- -

7

4. บุคลากรโรงเรียนวัดไผค่ อ่ ม (แพร-ประชาอุปถัมภ)์

ที่ ชื่อ – ชือ่ สกุล อายุ อายุ ตำแหนง่ /วิทยฐานะ วฒุ ิ วิชา เอก สอนวชิ า/ช้นั
1 นางสาวรุ่งทพิ ย์ อุ่นแก้ว ราชการ ภาษาไทย ป.5
2 นางณัฐกานต์ บญุ คง อนบุ าล 2-3
3 นางนพรตั น์ ลำโนรี 52 27 ผอ.ชำนาญการพิเศษ กศ.บ. อุตสาหกรรมศิลป์
4 นางอรสา กางทะวร กศ.ม การบรหิ าร ป.1
5 นางสาวนัยนา ไชยวงค์ ป.3
6. นายวุฒิศกั ด์ิ บุญคง 46 22 ครู ชำนาญการพเิ ศษ ค.บ. ประถมศึกษา ป.4
๗ นายธนากร ด้วงเต๊ะ กศ.ม การบรหิ าร ป.5-6
ป.2
39 11 ครู ชำนาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาไทย
ศษ.ม การบริหาร

40 13 ครู ชำนาญการ กศ.บ. ประถมศึกษา
กศ.ม การบรหิ าร

36 6 ครู ชำนาญการ วท.บ. วท.บ. ฟสิ กิ ส์
กศ.ม การบรหิ าร

46 23 ครู ชำนาญการพเิ ศษ ค.บ. คณติ ศาสตร์
กศ.ม การบริหาร

๓๖ ๙ ครู ชำนาญการ ศ.ศ.บ. ภาษาอังกฤษ
ศษ.ม. การบริหาร

5. ข้อมูลนักเรยี นโรงเรยี นวดั แหลมโพธิ์ (ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2565)
จำนวนนักเรียนและหอ้ งเรยี นปีการศกึ ษา 2565 (3 พฤษภาคม 2565) มีนักเรียนจำนวนทง้ั สนิ้ 29 คน

เป็นนกั เรยี นชาย 12 คน เปน็ นกั เรยี นหญงิ 18 คน

ชน้ั เรียน จำนวนนกั เรียน จำนวนห้องเรียน

อนุบาล 2 ชาย หญิง รวม 1
อนบุ าล 3 1
21 3 2
รวม 1
ประถมศกึ ษาปีที่ 1 2๑ ๔ 1
ประถมศกึ ษาปีที่ 2 1
ประถมศึกษาปีที่ 3 42 6 1
ประถมศกึ ษาปีที่ 4 1
ประถมศกึ ษาปีที่ 5 -๕ ๔ 1
ประถมศกึ ษาปีที่ 6 6
12 3 8
รวม
รวมทั้งส้นิ 12 4

23 5

11 2

3๒ 4

8 1๕ 2๓

12 18 29

นโยบายของของโรงเรียนวัดไผ่ค่อม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ์)

ทิศทางการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนวดั ไผ่ค่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ตำบลปากโทก อำเภอ
เมือง จังหวัดพิษณุโลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ประจำปีงบประมาณ
2565 มดี งั น้ี

วสิ ยั ทัศน์ (Vision)

“นักเรยี นดี มีความรคู้ ู่คณุ ธรรมตามทักษะมาตรฐานด้วยการขับเคลือ่ นนวตั กรรม และ สง่ เสรมิ

ความปลอดภัยทุกรูปแบบ รักความเป็นไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมบริหารแบบมีส่วนร่วมน้อมนำตามหลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี งสู่โรงเรยี นดมี คี ณุ ภาพของชุมชน”

พนั ธกิจ (Mission)
1) จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีทักษะการ

เรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี ๒๑ (3R5C)
2) จดั สภาพแวดลอ้ มภายในและนอกห้องเรยี นให้มรี ะบบความปลอดภยั เอือ้ ต่อการเรยี นรู้
3) ส่งเสริมและพัฒนาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่

หอ้ งเรยี นอยา่ งมคี ุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี อยา่ งต่อเนื่อง
4) การบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมาภิบาล
5) ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ อนุรักษ์ ประเพณีท้องถิ่น สืบสาน

วัฒนธรรมไทยและชว่ ยกนั ดแู ลเอาใจใส่ต่อตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งคุ้มคา่ ประหยดั
6) จดั การเรียนรู้บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เปา้ ประสงค์ (Goals)
1) นกั เรยี นมีความรู้อยา่ งมีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาปฐมวยั และการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน อีกทง้ั มี

ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R5C)
2) โรงเรยี นมีสภาพแวดล้อมภายในและนอกหอ้ งเรียนใหม้ รี ะบบความปลอดภัยเออ้ื ต่อการเรยี นรู้
3) ครูและบุคลากรมีความรู้ในด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน

วิชาชพี อย่างตอ่ เนอ่ื ง
4) มกี ารบริหารจดั การศึกษาตามแนวทางการกระจายอำนาจตามหลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วม

จากทกุ ภาคสว่ น
5) นักเรียนเปน็ คนดมี คี ุณธรรมจรยิ ธรรม ตามคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงคแ์ ละคา่ นิยมของคนไทย 12

ประการ และรว่ มอนุรักษ์ ประเพณที ้องถน่ิ สบื สานวฒั นธรรมไทยและดูแลเอาใจใสต่ ่อสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า
ประหยัด

6) ผูบ้ ริหาร ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา นกั เรียน ดำเนนิ ชีวิตหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

กลยุทธ์
กลยทุ ธข์ ้อท่ี 1 พัฒนาคุณภาพนักเรยี นทุกระดับตามมาตรฐานการศกึ ษา และมที ักษะการเรยี นรู้ใน

ศตวรรษที่ ๒๑ (3R5C)
กลยุทธข์ ้อที่ 2 ส่งเสริมพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษาทง้ั ระบบให้สามารถปฏบิ ตั ิงาน และจดั การ

เรยี นการสอนโดยใช้นวัตกรรมได้อย่างมีคุณภาพ
กลยุทธ์ข้อที่ 3 พัฒนาประสิทธภิ าพการบริหารจัดการศึกษาตามหลกั ธรรมาภิบาล
กลยทุ ธ์ขอ้ ท่ี 4 สง่ เสรมิ คุณธรรมจริยธรรม รว่ มกบั อนรุ ักษ์ ประเพณีทอ้ งถ่นิ สืบสานวฒั นธรรมไทย
กลยทุ ธ์ขอ้ ที่ 5 ปลูกฝงั คุณธรรม ความสำนกึ ในความเป็นชาติไทยและวถิ ีชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ

พอเพียง

แนวทางการดำเนินการเพอ่ื ฟืน้ ฟูภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (KSA)
การจัดตงั้ ศนู ย์บรหิ ารสถานการณภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้

ระดบั สถานศกึ ษา (Wat PHai Chom School Learning Loss Center)
ของโรงเรยี นวัดไผค่ ่อม (แพร-ประชาอุปถมั ภ์) ประจำปกี ารศึกษา 2565

สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสำคัญของปรากฏการณ์ภาวะ

Learning Loss ของผ้เู รียนและได้มอบหมายนโยบายให้ทางสถานศึกษาได้ไปปฏิบัตเิ พ่ือให้มีการจัดต้ังศูนย์บริหาร

สถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา โดยให้สถานศึกษาดำเนินการรองรับภาวะสถานการณ์

ดังกล่าวภายใตช้ ื่อว่า Wat Phai Chom School Learning Loss Center

ทางโรงเรียนวัดไผ่ค่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ได้มีการประชุมและแต่งตั้งครูประจำชั้น/ครูที่ปรึกษา มี

หน้าที่ รับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา (Wat Phai

Chom School Learning Loss Center) และภาระงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ของโรงเรียนวัดไผ่ค่อม

(แพร-ประชาอปุ ถมั ภ์) ปีการศึกษา 2565 ดงั น้ี

1. คณะกรรมการทปี่ รึกษาการดำเนินงานของศูนย์บริหารสถานการณภ์ าวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดับ

สถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss Center) มีหน้าที่ ให้คำปรึกษา แนะนำ ในการ

ดำเนนิ การเพ่ือฟ้นื ฟภู าวะถดถอยทางการเรียนรูต้ ามสถานการณ์ ปกี ารศกึ ษา 2565 ดังนี้

1. นางสาวรุง่ ทพิ ย์ อุ่นแก้ว ประธานกรรมการ

2. นางณัฐกานต์ บญุ คง กรรมการ

3. นายวุฒิศกั ดิ์ บญุ คง กรรมการ

4. นางนพรตั น์ ลำโนรี กรรมการ

5. นายธนากร ด้วงเต๊ะ กรรมการ

6. นางสาวนัยนา ไชยวงค์ กรรมการ

7. นางอรสา กางทะวร กรรมการและเลขานุการ

2. บุคลากรครใู นการดำเนนิ งานของศูนยบ์ รหิ ารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรยี นร้รู ะดบั

สถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss Center) มีหนา้ ที่ ในการดำเนนิ การเพ่ือฟ้ืนฟภู าวะ

ถดถอยทางการเรยี นรูต้ ามสถานการณ์ของผูเ้ รียน และการจัดการเรียนร่วม เพ่ือลดนกั เรียนทม่ี ีความบกพร่อง

ทางการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2565 ดงั นี้

2.1 ระดับการศึกษาปฐมวัย

นางณฐั กานต์ บญุ คง ครู คศ.3 ครปู ระจำช้นั อนบุ าล 2-3

2.2 ระดับการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน (ชนั้ ประถมศึกษา)

นางนพรตั น์ ลำโนรี ครู คศ.3 ครปู ระจำชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1

นายธนากร ด้วงเต๊ะ ครู คศ.2 ครปู ระจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

นางอรสา กางทะวร ครู คศ.2 ครูประจำชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3

นางสาวนยั นา ไชยวงค์ ครู คศ.1 ครูประจำชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4

นายวฒุ ศิ กั ด์ิ บุญคง ครู คศ.3 ครปู ระจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6

3. คณะกรรมการในการประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการ

เรียนรู้ระดับสถานศึกษา (Wat PHai Chom School Learning Loss Center) มีหน้าที่ ในการติดตาม

เสนอแนะ ประเมนิ ผล การดำเนนิ การเพื่อฟ้ืนฟูภาวะถดถอยทางการเรยี นรตู้ ามสถานการณข์ องผ้เู รียน ปกี ารศึกษา

2565 ดังน้ี

นางอรสา กางทะวร ครู คศ.2 หวั หน้าฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ

นางณฐั กานต์ บุญคง ครู คศ.3 หวั หนา้ วิชาการปฐมวัย

นางนพรัตน์ ลำโนรี ครู คศ.3 หัวหนา้ วิชาการช่วงชน้ั ป.1-3

นายวฒุ ิศกั ด์ิ บญุ คง ครู คศ.3 หัวหน้าวชิ าการช่วงชั้น ป.4-6

นายธนากร ดว้ งเต๊ะ ครู คศ.2 กรรมการ
นางสาวนัยนา ไชยวงค์ ครู คศ.1 กรรมการและเลขานุการ

สาระความรู้

“5 มาตรการฟน้ื ฟกู ารเรยี นรู้ทถ่ี ดถอยท้งั ระบบ”
โรงเรยี นต้องเตรียมความพร้อมรบั มือการเปิดเทอมอยา่ งไร?

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education หัวหน้าโครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนา
ตนเอง (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาค
ทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศให้สถานศึกษาทั่วประเทศเปิด
ภาคเรยี นที่ 2/2564 ในวันท่ี 1 พฤศจกิ ายน นน้ั มูลนิธิโรงเรยี นสตาร์ฟชิ คันทรโี ฮม ไดม้ ีการเตรียมความพร้อมและ
ได้ดำเนินการถอดบทเรียน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการ
สอนของโรงเรียนมาเกือบ 2 ปี โดยเฉพาะผลกระทบที่ส่งตรงถึงตัวผู้เรียน จนทำให้เด็กเกิดภาวะการเรียนรู้ท่ี
ถดถอย (Learning Loss) ฉะนนั้ การทเ่ี ดก็ ไม่ได้เข้าเรียนแบบ Onsite ทีโ่ รงเรยี นเปน็ เวลานาน และการที่โรงเรียน
จะเปิดภาคเรียนในวันท่ี 1 พฤศจิกายน เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนตามปกติในภาคเรียนที่ 2 จึงเป็นประเด็นที่น่าเปน็
หว่ ง วา่ เดก็ สามารถมาเรียนไดต้ ามปกติหรือไม่ และโรงเรียนตอ้ งเตรียมความพรอ้ มอยา่ งไรบ้าง

ดร.นรรธพรกล่าวต่อว่า ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนบ้านปลาดาว ซึ่งอยู่มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม

เป็นผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนเอกชนประเภทศึกษาสงเคราะห์ขนาดเล็ก มีนักเรียน 200

กวา่ คน เดก็ กวา่ 80% เป็นเดก็ ชาตพิ ันธ์ุ ไมไ่ ด้สื่อสารภาษาไทยเปน็ ภาษาแรก ในช่วงโควิด-19 โรงเรียน บ้าน

ปลาดาวจัดการเรียนการสอนทั้งแบบ On hand, การจัด Learning Box ให้กับเด็ก และมีครูลงไปยังชุมชนเพื่อ

ช่วยดูแลเด็ก รวมถึงร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแล แต่ก็พบว่าเด็กเรียนรู้ได้ไม่เหมือนกับการมาเรียนที่โรงเรียน

เปน็ ปจั จยั ที่ทำให้สตาร์ฟิชคันทรโี ฮมมาทบทวนว่า ในมมุ ของโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องใดบ้างเม่ือเปิด

เทอม จึงเป็นที่มาให้ทางมูลนิธิมาถอดบทเรียนในเรื่องนี้ โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาพบ 5 มาตรการ

สำคญั ท่เี ป็นปัจจยั ทตี่ ้องเตรียมพร้อมเมื่อกลับมาเรียน และช่วยเดก็ ฟ้นื ฟกู ารเรยี นทถี่ ดถอยของเด็กได้ ดังนี้

1. การประเมินสภาพแวดล้อมทั้งระบบ ต้องตรวจสอบว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

สภาพครอบครัว ทั้งความเป็นอยู่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของครอบครัวเป็นเช่นไร

เป็นเรือ่ งสำคญั เพือ่ จะไดท้ ราบว่าเด็กของเราอยู่จุดไหน

2. การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ เมื่อรู้ข้อมูลพื้นฐานของเด็กต้องนำมาสู่การวางแผนโดยต้องทำเป็น

ทีมโรงเรียน เนื่องจากการฟื้นฟูการเรียนถดถอยไม่สามารถทำแค่ครูบางคน บางช้ันเรียน เพราะเด็กทุกคนได้รับ

ผลกระทบทั้งหมด ดังนั้น การวางแผนระดับโรงเรียนจะสามารถกำหนดแนวทาง วางระบบ การทำงาน รวมถึง

ทรัพยากรงบประมาณ เพื่อดำเนินการให้เกิดความสอดคล้องกับการบริหารงานของโรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการ

ครู ชุมชน และผปู้ กครองรว่ มกนั วางแผน

3. การสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครู ในการฟื้นฟูการเรียนรู้ท่ีถดถอยต้องชัดเจนว่าประเด็นใด สิ่งใดบ้าง

คอื ความถดถอย ในมมุ มองของสตาร์ฟชิ ประกอบดว้ ย 3 เรื่อง ได้แก่ วิชาการ เรียนรู้ตามหลักสูตร, พัฒนาการของ

เด็ก เป็นไปอย่างสมวัยหรือเปลี่ยนไป และทักษะ พัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะบางคนอาจเป็นลูก

คนเดียวอยบู่ ้านนานๆ กลบั มาเรยี นจะเปลย่ี นไปหรอื ไม่ เป็นตน้ เพราะฉะนน้ั Learning Loss จึงไมไ่ ด้หมายถึงการ

ฟื้นฟูความถดถอยแค่เฉพาะวิชาการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ครูต้องได้รับการพัฒนาและมองให้ออกว่าเด็กมีช่องวา่ ง

ตรงไหน เพือ่ ชว่ ยเดก็ เติมเตม็ และต้องช่วยครูสร้างส่ือการสอน สรา้ งเครือขา่ ยใหค้ รูพฒั นาตนเองได้

4. การช่วยเหลือนักเรียน คือการพัฒนาตัวเด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อช่วยลดช่องว่าง

การเรียนรู้ การช่วยเหลือเด็กด้านสุขภาวะ เราต้องให้ความสำคัญเด็กเป็นรายบุคคล เพราะพื้นฐานครอบค รัว

แตกต่างและหลากหลาย ความต้องการจึงเฉพาะบุคคลไม่สามารถเหมารวมได้ เช่น เด็ก ป.2 มีความต้องการ

เหมอื นกัน แต่ตอ้ งดไู ปถึงสอื่ การเรยี นการสอน วธิ ีและโอกาสในการเรยี นรู้ การสนับสนุนจากครอบครวั ที่

แตกตา่ งกนั โดยตอ้ งเจาะไปทรี่ ายบุคคล หรืออย่างนอ้ ยทีส่ ดุ ต้องลงไปรายกล่มุ

5. การติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับ เป็นการประเมินผลจากสิ่งที่ทำมาในมาตรการต่างๆ ต้องมา

ประเมินผลด้วยว่าดีหรือยัง ซึ่งไม่สามารถทำได้หลังจากสิ้นสุดเทอม 2 แต่จะต้องทำการประเมินควบคู่ไปกับการ

ทำงาน เพราะยังอยชู่ ่วงวิกฤตทอี่ ะไรก็ปรับเปล่ยี นได้เสมอ การมอนเิ ตอร์เป็นเรอื่ งสำคญั

“โรงเรียนต้องเตรียมตัวในการเปิดภาคเรียน จะเปิดเรียนปกติแบบที่ผ่านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ได้ ดังนั้น การเตรียมตัวรับการเปิดภาคเรียนจึงสำคัญมาก โดยทั้ง 5 มาตรการเป็นกรอบการทำงานที่วางไว้
เพื่อช่วยกันดูการฟื้นฟูการถดถอยทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ Learning Loss ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่
ถดถอยต้องมองให้กว้างกว่าและมีหลายภาคส่วนมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ได้เริ่มทำที่โรงเรียนบา้ นปลาดาว และขยายไป
กลุ่มโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ซึ่งได้กำหนดมาตรการหนุนเสริมให้โรงเรียนเลือกนำไปวางแผนพัฒนา โดย
ผลลัพธ์ที่คาดหวังเมื่อโรงเรียนตระหนักในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ สามารถเตรียมความพร้อมได้เป็นระบบ เด็ก
กลับมาเรียนได้โดยที่รสู้ ึกวา่ สบายใจ ไม่ยากเกนิ ไป เพราะหากโรงเรยี นไม่สนใจ Learning Loss สอนตามแบบแผน
ตามปกติ ไม่มองความพร้อมผู้เรียน ซึ่งการที่เด็กเรียนไม่ทันอยู่แล้ว ก็ประสบปัญหาเรียนไม่ทัน สภาพแวดล้อม
ครอบครัวก็ลำบากด้วยภาวะเศรษฐกิจ พอมาเรียนแล้วเรียนไม่รู้เรื่องจะยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติมวา่ โรงเรียนไม่ใช่ที่
ของเขา” ดร.นรรธพรกลา่ ว

ดร.นรรธพรกล่าวย้ำว่า ขอฝากให้โรงเรียนตระหนักว่าเราไม่สามารถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและ
กลับไปเปิดเทอมตามปกติได้ อยากให้มองเห็นว่ามีอะไรที่จะต้องเติมเต็มเด็กรายบุคคล หรือเติมเต็มสิ่งที่หายไป
โรงเรียน และครูต้องทำงานหนัก แต่การทำงานหนักนี้ ผ้บู รหิ ารโรงเรยี น ครู ตอ้ งปรับวธิ ี หากมีความตระหนัก ทาง
มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมมีเครื่องมือ แนวทางที่มาแบ่งปันให้โรงเรียนนำไปปรับให้เหมาะกับโรงเรียนของ
ตนเองได้ ขณะน้ีมหี ลายงานวิจัย มีเครอ่ื งมือมากมาย แต่อยา่ งไรกต็ าม ผทู้ ี่จะร้ดู ีทีส่ ดุ ว่าช่องว่างการเรียนรู้น้ันใหญ่
แค่ไหนคือครูผู้สอน จึงหวังว่าการเปิดเทอมในครั้งนี้ แม้อาจจะไม่สบาย แต่อย่างน้อยมีเพื่อนที่ร่วมทำและมี
โรงเรยี นทีส่ ามารถจะเปน็ ตัวอยา่ งให้นำไปปรับใช้ เพราะการศึกษาไทยเวลาน้ีจะต้องช่วยกัน ไม่สามารถบอกว่าใคร
ทำได้ดีที่สดุ สิ่งสำคัญคือตอ้ งแบ่งปัน ทำอะไรไปแล้วบ้าง ปรับตัวให้เรว็ การเปิดเทอม onsite ไม่ได้หมายความวา่
จะเรยี นในโรงเรยี นไดต้ ลอด เพราะฉะน้ัน การเตรยี มพรอ้ มถือวา่ เปน็ สง่ิ สำคญั

แหลง่ ขอ้ มูลจาก https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-

system-wide-regression-learning/

ขอขอบคุณ ดร.นรรธพร จนั ทร์เฉลีย่ เสรบิ ุตร CEO Starfish Education
10 พฤศจิกายน 2564

Wat Phai Chom School Learning Loss Center

เครอ่ื งมอื ดำเนนิ การเพอื่ ฟ้นื ฟูภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (KSA)

Wat Phai Chom School Learning Loss Center

โรงเรยี นวัดไผ่คอ่ ม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ์)
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

เครื่องมือวเิ ครำะหข์ อ้ มลู ภำวะถดถอยทำงกำรเรยี นรูร้ ะดบั ชน้ั เรยี นประถมและมธั ยม

ความรู้ (K) ปฏิสัมพนั ธ/์ ภาวะ
แบบทดสอบ พฤติกรรม ความเครียด

แบบประเมิน แบบประเมนิ
SDQ ความเครียด

• K ความรู้ (Knowledge)

ความหมายของคำวา่ “ความรู้” มีนักวชิ าการได้ใหค้ วามหมายหรอื คำนิยามในหลายประเด็น ดังน้ี
ความรู้ หมายถึง สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการคิดเปรียบเทียบ เชื่อมโยงกับความรู้อื่นจนเกิดเป็นความ
เข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ในการสรปุ และตดั สนิ ใจในสถานการณต์ า่ งๆโดยไม่กำหนดชว่ งเวลา (สํานักงาน ก.พ.ร.
และสถาบันเพ่มิ ผลผลติ แหง่ ชาติ,2548; 8)
ความรู้ จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้นิยามความหมายไว้ว่า ความรู้ คือสิ่งที่สั่ง
สมมาจากการศึกษาเล่าเรียน การค้นคว้าหรือจากประสบการณ์ รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะ ความ
เข้าใจหรอื สารสนเทศทีไ่ ดร้ ับมาจากประสบการณ์ องคว์ ชิ าในแตล่ ะสาขา
ความรู้ หมายถงึ สว่ นผสมของกรอบประสบการณ์ คณุ ค่า สารสนเทศ ท่ีเปน็ สภาพแวดล้อมและกรอบการ
ทำงานสำหรบั การประเมนิ และรวมกนั ของประสบการณ์และสารสนเทศใหม่ (Davenport and Prusak)
ดังน้ันสรุปได้ว่า ความรู้ (Knowledge) ตามความหมายท่มี ผี ู้ให้นยิ ามไว้หลายประเด็นหมายถึง สารสนเทศ
ที่นำไปสู่การปฏิบัติ เป็นเนื้อหาข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง ความคิดเห็น หลักการ รูปแบบ กรอบความคิด
หรือขอ้ มูลอน่ื ๆซง่ึ อาจจะรวมไปถึงความสามารถในการนำสง่ิ น้นั ไปใช้เพ่ือเปา้ หมายบางประการ
ประเภทของความรู้ ความรู้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ความรู้ที่มีอยู่ในตัวตนของเรา หรือ
ความร้ทู ี่อย่รู ปู แบบสอื่ หรอื เอกสาร

1. ความรู้ที่มีอยู่ในตัวคน ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ จากพรสวรรค์ หรือเกิดจากความสามารถในการรับรู้
ของบุคคลที่เกิดจากการทำความเข้าใจในสิ่ง ต่างๆ ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ เช่น ทักษะในการ
ทำงาน และการคดิ วเิ คราะห์

2. ความรู้ที่อยู่ในรูปแบบสื่อหรือเอกสาร เป็นความรู้ที่ชัดเจนสามารถรวบรวมหรือถ่ายทอดความรู้นั้นๆ
ดว้ ยวิธีการต่างๆ เช่น เขยี นหนังสอื เปน็ ลายลักษณอ์ ักษร บันทกึ เทป หรือวิธีการอ่ืนๆ
ความรู้เปน็ เรอ่ื งท่ีเข้าใจยาก เน่ืองจากมีความเป็นนามธรรมสูง แตห่ ากศึกษาประเภทและความหมายของความรู้ท่ีมี
ผใู้ หค้ ำนิยามไวอ้ ย่างกวา้ ง ขวางและมคี วามหลากหลาย กส็ ามารถทำความเขา้ ใจและสามารถนำความรู้ไปปฎิบัติได้
ไมย่ าก

• S ทักษะ Skill

ทักษะ ความหมาย ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2552 หมายถึง ความชำนาญ ซึ่งมา
จากคำภาษาองั กฤษว่า skill

พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ได้ขยายความหมาย ของคำว่า ทักษะ (skill) ว่าหมายถึง ความ
ชำนาญหรอื ความสามารถในการกระทำหรือการปฏิบัติอย่างใดอย่างหน่ึง ซ่ึงอาจเป็นทกั ษะด้านร่างกาย สติปัญญา
หรอื สงั คม ท่ีเกดิ ขนึ้ จากการฝึกฝน หรือการกระทำบ่อย ๆ

ทักษะ หมายถงึ ความชดั เจน และความชำนชิ ำนาญในเร่ืองใดเรื่องหน่ึง ซงึ่ บคุ คลสามารถสร้างข้ึนได้จาก
การเรียนรู้ ได้แก่ ทักษะการอาชีพ การกีฬา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การอ่าน การสอน การจัดการ ทักษะทาง
คณติ ศาสตร์ ทกั ษะทางภาษา ทกั ษะทางการใช้เทคโนโลยี ฯลฯ

สรปุ ไดว้ า่ ทกั ษะ หมายถึง ความชดั เจนหรือความสามารถของบุคคลในเรือ่ งใดเรื่องหนึ่ง ซงึ่ อาจเป็นทักษะ
ทางด้านร่างกาย สติปัญญาและสังคม เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ การฝึกฝน การทำงานร่วมกับผู้อื่น การสอนและ
การจดั การ ตวั อยา่ งการใชท้ ักษะ เชน่ ครูมที กั ษะการใช้คำถาม การนำเข้าสู่บทเรียน การใช้ส่อื การสอน นักเรียนมี
ทกั ษะ การฟงั พดู อา่ น เขยี น การคดิ คำนวณ หรือทักษะทางสงั คม
การใชท้ ักษะกับการดำเนินชีวติ

การใช้ทักษะมีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ซึ่งสามารถแบ่งทักษะที่เกี่ยวข้องกับ
การดำเนินชีวติ ออกเป็น 10 ประการ ดังนี้

1. ทักษะการตัดสินใจ (Decision making) เป็นความสามารถในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ
ในชีวติ ได้อยา่ งมีระบบ

2. ทกั ษะการแก้ปญั หา (Problem Solving) เปน็ ความสามารถในการจดั การกับปญั หาที่เกดิ ขน้ึ ในชีวิตได้
อยา่ งมรี ะบบ ไมเ่ กดิ ความเครียดทางกายและจิตใจ จนอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตเกินแกไ้ ข

3. ทักษะการคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) เป็น ความสามารถในการคิดที่จะเป็นส่วนช่วยตัดสินใจ
และแกไ้ ขปัญหาโดยการคิดสรา้ ง สรรค์ เพ่ือคน้ หาทางเลอื กตา่ ง ๆ

4. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical thinking) เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ข้อมูล
ต่าง ๆ และประเมินปญั หา หรือสถานการณท์ อ่ี ย่รู อบตัวเราทีม่ ีผลต่อการดำเนนิ ชีวิต

5. ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective communication) เป็น ความสามารถในการใช้
คำพูดและท่าทางเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ได้อย่างเหมาะสมกับวัฒนธรรม และสถานการณ์
ต่างๆ

6. ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล (Interpersonal relationship) เป็นความสามารถใน
การสรา้ งความสัมพันธท์ ่ีดีระหวา่ งกนั และกัน และสามารถรักษาสมั พันธภาพไว้ได้ยนื ยาว

7. ทกั ษะการตระหนกั รูใ้ นตน (Self-awareness) เป็น ความสามารถในการคน้ หารจู้ ักและเขา้ ใจตนเอง
8. ทักษะการเข้าใจผู้อื่น (Empathy) เป็น ความสามารถในการเข้าใจความเหมือนหรือความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล ในดา้ นความสามารถ เพศ วัย ระดบั การศกึ ษา ศาสนา ความเช่อื สผี ิว อาชพี ฯลฯ
9. ทักษะการจัดการกับอารมณ์ (Coping with emotion) เป็น ความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของ
ตนเองและผู้อนื่
10. ทักษะการจัดการกับความเครียด (Coping with stress) เป็น ความสามารถในการรบั รูถ้ ึงสาเหตุของ
ความเครียด รู้วิธีผ่อนคลายความเครียด และแนวทางในการควบคุมระดับความเครียด เพื่อให้เกินการเบี่ยงเบน
พฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมและไม่เกิดปญั หา ด้านสุขภาพ

• A มเี จตคติ ทัศนคติ (Attiude)

ทัศนคติ (Attitude) หมายถึง กรอบแนวคิด
ทัศนคติ ของผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะทัศนคติ หรือกรอบแนวคิดนั้น จะเป็นตัวกำหนด การ
กระทำ และ การกระทำ เป็นตัวกำหนดนิสัย ดังนั้นทัศนคติ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกฝัง พนักงานผู้ให้บริการ
ลูกคา้ ให้มีทัศนคติท่ีดี มองถึงประโยชนข์ องลูกคา้ เปน็ หลกั เพราะหากผใู้ หบ้ ริการมีทศั นคติทีไ่ มด่ ีต่อการบริการแล้ว
นั้นไซร้ ย่อมจะเปน็ ไปไมไ่ ดท้ ่เี ขาจะมีพฤติกรรมการให้บรกิ ารที่ลูกค้าที่ดไี ด้

สว่ นในมมุ มอง ทัศนคติ ของบุคคลท่ัวไป นนั้ สรุปในเรื่องทัศนคติ จากงานวจิ ัย ของนักจิตวิทยาชน้ิ หนึ่ง ดงั น้ี

นักวิจัย ได้ทำการทดลองโดยแบ่งผู้ทดลองออกเป็นสองกลุ่ม ทั้งสองกลุ่มนี้ถูกแนะนำให้รู้จัก บุคคลสมมุ ติ
คนหนึ่ง ในกลุ่มแรกได้รบั การแนะนำบคุ คลสมมติให้ ชือ่ วา่ ธีระ แนะนำวา่ ธรี ะ มีนสิ ัยท่ี

1. อจิ ฉา
2. รัน้
3. ชอบการวิพากษว์ จิ ารณ์
4. เฉลียวฉลาด มคี วามม่งุ มั่น อารมณ์ร้อน
สว่ นกลมุ่ ท่สี องไดร้ บั การแนะนำบคุ คลสมมุติให้ ชื่อว่า ภชู ิสส์ แนะนำวา่ ภูชิสส์ มนี สิ ยั ที่
1. เฉลียวฉลาด มีความม่งุ ม่นั อารมณ์ร้อน
2. ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
3. รั้น
4. อิจฉา
สองกลุ่ม นี้ได้ฟังข้อมูลในลักษณะที่กลับกัน กลุ่มแรกรู้จักในด้านลบ (-) ไปหาด้านบวก (+) ในขณะที่กลุ่มที่
สองรจู้ กั ในด้านบวก (+) ไปหาดา้ นลบ (-)
หลังจากนั้นเมื่อลองสอบถามความเห็นของคนทั้งสองกลุ่ม ปรากฏว่าผลที่ได้คือ คน ในกลุ่มแรกมองว่า ธีระ
น่าจะมีปัญหาในการปรับตัวอยู่ร่วมกับคนอื่น เนื่องจากความเป็นคนขี้อิจฉา อารมณ์ร้อน และชอบวิพากษ์วิจารณ์
คนอ่นื
ส่วน ความเห็นในกลุ่มที่สองกลับเป็นตรงข้ามว่า ภูชิสส์ เป็นคนมีสติปัญญา และมีความมุ่งมั่น จะทำให้เขา
ประสบความสำเร็จในการทำงาน ส่วนที่เขาอารมณ์ร้อนและชอบโต้เถียงก็เพราะเขาต้องการให้ คนอื่นยอมรับใน
ความ คดิ ของเขาจาก การทดลองน้ี ทำให้นกั จิตวิทยาได้ข้อสรปุ ว่า ความประทับใจจากการรบั รูท้ เี่ กิดขนึ้ ในคร้ังแรก
มีผลต่อทัศนคติที่เรามีต่อคนนั้นในครั้งต่อๆ ไป และในคนคนเดียวกันก็อาจจะก่อให้เกิดภาพประทับใจที่แตกต่าง
กันในแต่ละกลุม่ คน ทีไ่ ด้รจู้ กั เขาน่ี คงจะเปน็ เหตุผลข้อหน่งึ ทีว่ ่าทำไมคนเราต้องพยายามใหภ้ าพภายนอกดูดีสำหรับ
คน ที่รู้จกั เขา โดยเฉพาะอย่างย่ิงในการพบกันครัง้ แรกทัง้ นี้ก็เพื่อว่า ภาพประทับใจที่ดีในครั้งแรก จะมีผลต่อเน่อื ง
ไปถงึ ทัศนคติทด่ี ีในครง้ั ต่อๆ ไปเหตผุ ล เพ่ิมเตมิ กค็ ือ ทค่ี นเราสนใจในการสร้างภาพลกั ษณใ์ นแงด่ ีให้ปรากฏก็เพ่ือว่า
ความประทบั ใจท่ดี ที ผี่ อู้ น่ื มีต่อเรา จะช่วยให้เราทำงานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายไดเ้ ร็วขน้ึ

แหล่งขอ้ มูลจาก https://panpongpat.blogspot.com/p/blog-page_28.html
ขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจิ ิตรา ธงพานิช

ปฐมวยั

เครอื่ งมอื ในการทดสอบ

1. เกมการศึกษา : จบั คู่ภาพที่เหมือนกัน
2. เกมการศึกษา : จดั หมวดหม่ขู องประเภทเดยี วกนั อยู่กลมุ่ เดยี วกัน
3. อา่ นสญั ลักษณจ์ ากภาพ
3. กระโดดไกล
4. วง่ิ หลบหลกี สิ่งกดี ขวาง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมด้านสติปญั ญาในเดก็ ปฐมวัย

ชอ่ื ......................................................................................................ชั้น.........................................

ขอ้ ท่ี พฤติกรรม /สภาพท่ีพงึ ประสงค์ คะแนน
12 3
1. มที ักษะในการดูรปู ภาพ สญั ลักษณ์ รจู้ ักตวั อักษร และการอ่านเบื้องตน้
ได้สมวยั

2. จบั ค่แู ละเปรียบเทยี บความเหมอื น ความแตกตา่ งของส่งิ ต่างๆโดยใช้
การสงั เกต

3 จำแนกและจัดกลมุ่ สิง่ ตา่ งๆ โดยใช้หนง่ึ ลกั ษณะเปน็ เกณฑ์
4 สรา้ งผลงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการได้สมวัย

รวมคะแนน
สรุปผล

หมายเหตุ คะแนน 1 หมายถึง ลงชอ่ื ...........................................ผ้ปู ระเมนิ
คะแนน 2 หมายถึง
คะแนน 3 หมายถึง ควรเสรมิ
พอใช้
ดี

ด้านสติปญั ญา

คะแนน ระดับคณุ ภาพ
9 - 12 คะแนน ปกติ (3)
5 - 8 คะแนน เสยี่ ง (2)
1 - 4 คะแนน มีปัญหา (1)

แบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นสงั คม

ช่อื ......................................................................................................ชน้ั .........................................

ข้อท่ี พฤติกรรม /สภาพท่ีพงึ ประสงค์ คะแนน
12 3
1. แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง
2. มคี วามพยายามมุ่งมัน่ ตงั้ ใจทำกจิ กรรมไดส้ ำเรจ็ สมวยั

3 แสดงความรกั เพื่อน และมีเมตตาตอ่ สตั ว์
4 สามารถอดทน รอคอย ทำตามขอ้ ตกลงและปรับตัวเขา้ กับสถานการณ์

ใหมไ่ ดส้ มวัย
รวมคะแนน
สรุปผล

หมายเหตุ คะแนน 1 หมายถึง ลงชอ่ื ...........................................ผปู้ ระเมนิ
คะแนน 2 หมายถึง
คะแนน 3 หมายถงึ ควรเสริม
พอใช้
ดี

ดา้ นสงั คม

คะแนน ระดับคุณภาพ
9 - 12 คะแนน ปกติ (3)
5 - 8 คะแนน เสยี่ ง (2)
1 - 4 คะแนน มปี ญั หา (1)

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นรา่ งกาย

ชอื่ ......................................................................................................ช้ัน.........................................

ขอ้ ที่ พฤติกรรม /สภาพท่ีพึงประสงค์ คะแนน
12 3
1. เดก็ มีพัฒนาการด้านการใชก้ ล้ามเน้อื มัดใหญ่ สามารถเคลื่อนไหวและ
ทรงตวั ได้ตามวัย

2. เดก็ มีพฒั นาการด้านการใชก้ ล้ามเนื้อมัดเลก็ และประสานงานระหว่าง
ตากบั มือได้ตามวยั

3 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผนู้ ำและผู้ตามไดด้ ว้ ยตนเอง
4 สนใจ มคี วามสุขและแสดงท่าทางผ่านเสียงเพลง และดนตรี

รวมคะแนน
สรุปผล

หมายเหตุ คะแนน 1 หมายถึง ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
คะแนน 2 หมายถงึ
คะแนน 3 หมายถึง ควรเสริม
พอใช้
ดี

ด้านรา่ งกาย

คะแนน ระดับคณุ ภาพ
9 - 12 คะแนน ปกติ (3)
5 - 8 คะแนน เส่ยี ง (2)
1 - 4 คะแนน มปี ัญหา (1)

ภาวะความเครียด (แบบประเมินภาวะทางอารมณ์)

ภาวะเครียดในเดก็

ความเครียด หมายถึง การที่บุคคลรบั รวู้ ่าสัมพันธภาพระหว่างตนเองกับสง่ิ แวดล้อมอนั เนอ่ื งมาจากสง่ิ เรา้
เปลีย่ นแปลงไปในทางท่ีทำให้ตนเองรสู้ ึกไปในทางลบ หรอื หมายถึงความไมส่ มดลุ ระหว่างส่ิงเร้ากับกลไกการ
ปรบั ตัวของบุคคล

การเผชิญความเครยี ด คือการทบี่ ุคคลแสดงออกทางพฤตกิ รรมในการจัดการ ลดหรือขจัดปัจจยั หรอื สิ่ง
เรา้ อนั เป็นสาเหตุของความเครยี ด ซงึ่ ในเด็กจะมีวธิ กี ารเผชิญความเครียดทีแ่ ตกตา่ งกนั ออกไปขึน้ อยกู่ บั การ
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการดา้ นรา่ งกายสตปิ ญั ญา และประสบการณ์ของแตล่ ะบุคคล

ปจั จัยทีก่ ่อใหเ้ กิดความเครยี ดในเด็กและวัยรนุ่ โดยท่ัวไปกจ็ ะแบ่งออกเปน็ สามประเภทใหญๆ่ คือ
1. การสญู เสียการควบคุมตนเอง
2. การบาดเจบ็ และการเจบ็ ปวดของรา่ งกาย
3. ความกงั วลจากการแยกจาก ครอบครวั หรือสิ่งแวดล้อมท่ีค้นุ เคย ซ่ึงในเด็กจะมสี ามระยะดว้ ยกนั คือ

ระยะต่อต้าน ระยะหมดหวงั และระยะปฏิเสธ

วยั ทารก แรกเกิดถงึ 1 ปี
ชว่ งนเี้ ดก็ จะพัฒนาความไว้วางใจมาก โดยเฉพาะเดก็ วัย 6 เดอื นขน้ึ ไปซ่งึ จะสามารถจำใบหนา้ ผ้ทู ี่ใกล้ชิด

ได้และเร่ิมกลัวคนแปลกหนา้ เดก็ จะย้ิมเม่ือพอใจ และร้องไหเ้ มอ่ื ไม่พอใจ การเปลีย่ นบคุ คลทีเ่ ล้ียงดไู ม่ซ้ำหน้าจะทำ
ใหเ้ ด็กเกิดความระแวงง่ายในอนาคต การบาดเจ็บและความเจ็บปวดของร่างกาย ทารกจะแสดงออกโดยการคิว้
ขมวด หน้าผากยน่ ปิดตาแน่น ริมฝีปากขยายกว้าง กำมือ เด็กจะแสดงออกถึงความกงั วลจากการแยกจากโดยการ
ร้องไหเ้ สียงดัง ซึ่งจะพบในเด็กที่อายเุ กิน 6 เดือนขนึ้ ไป

เด็กวัยหัดเดนิ 1-3 ปี
เปน็ วยั ที่พฒั นาความเป็นตัวของตัวเองอย่างมากในทกุ ๆด้าน พฤตกิ รรมการตอบสนองต่อการสญู เสียการ

ควบคุมตนเอง ระยะแรกเดก็ จะแสดงออกโดยการปฏเิ สธ ไมใ่ หค้ วามร่วมมือ และอาละวาด ตอ่ มาเข้าส่รู ะยะหมด
หวัง เดก็ จะร้องไห้น้อยลงและให้ความร่วมมือในกจิ กรรมบ้าง ซึมและมพี ฤติกรรมถดถอย หลังจากน้ันจะเข้าสูร่ ะยะ
ปฏเิ สธจะรอ้ งไหเ้ ม่ือเห็นผ้เู ลี้ยงดู เมอื่ รา่ งกายได้รบั บาดเจ็บ เดก็ จะแสดงออกโดยการร้องไหเ้ สยี งดัง กำมือแน่น กัด
ฟนั กัดรมิ ฝปี าก เปกิ ตากวา้ ง อาละวาดกดั เตะ ถีบ ทุบตี หรือวง่ิ หนี เด็กวยั นจ้ี ะร้องไห้หาพอ่ แม่เสียงดงั และจะมี
พฤติกรรมถดถอยเม่อื รวู้ ่าตัวเองไมไ่ ดร้ บั การตอบสนองตามสิง่ ทต่ี ้องการ

วยั ก่อนเรยี น อายุ 3-6 ปี
เปน็ วัยทีย่ ดึ ตวั เองเปน็ ศูนย์กลาง มคี วามคิดริเร่มิ และจนิ ตนาการสงู เขา้ ใจอะไรทเ่ี ปน็ รปู ธรรมมากขน้ึ เม่อื

มกี ารบาดเจบ็ ของร่างกายและความเจ็บปวด เด็กจะแสดงออกโดยการผลกั ไส หรือหนีไปอยใู่ นที่ท่ีปลอดภัย
บางครง้ั เด็กจะตอบสนองความเครยี ดโดยการทานอาหารน้อยลง ซมึ นอนหลับยาก รอ้ งไหเ้ บาๆ
วยั เรยี น อายุ 6-12 ปี

เปน็ วัยท่สี ามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ดว้ ยตวั เองมากขนึ้ พึ่งพาผอู้ น่ื น้อยลง เม่ือสูญเสยี การควบคุมตนเอง
ทำให้เดก็ ซมึ ทานอาหารได้น้อยลง เมือ่ เจ็บปว่ ยเดก็ จะเขา้ ใจเร่ืองการเจบ็ ป่วยมากขน้ึ แต่จะโทษตัวเองเช่น
ท่ีตวั เองปว่ ยเพราะตัวเองไม่ดี ไมร่ ะมดั ระวงั เด็กจะจินตนาการสงู และกลัวสูญเสยี อวยั วะ กลวั ตาย เดก็ จะ
แสดงออกโดยการซึม เบือ่ อาหาร

วัยรนุ่ อายุ 12-18 ปี

แบ่งเป็นวยั รนุ่ ตอนตน้ 12-15 ปี และวยั รนุ่ ตอนปลาย 16-18 ปี เปน็ วัยท่เี ร่มิ เขา้ ใจอะไรท่ีเป็นนามธรรม
มากขน้ึ รักอิสระ แสวงหาเสรภี าพ การเจ็บป่วยทำให้เด็กรสู้ ึกสญู เสียความเปน็ ตัวเอง พฤตกิ รรมการแสดงออกโดย
การซึม ไม่ค่อยพูด แยกตวั เม่ือประสบอาการบาดเจ็บหรอื ความเจบ็ ปวด เด็กจะกงั วลต่อภาพลักษณ์ค่อนขา้ งมาก
เดก็ วยั นจ้ี ะมีความกงั วลจากการแยกจากคอ่ นข้างน้อย แต่จะกังวลเกี่ยวกบั สถานะทางสังคมมากกว่าครอบครัว

ทม่ี า - เอกสารประกอบการบรรยาย อ.สชุ วี า วชิ ัยกลุ
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมลู สขุ ภาพกรุงเทพ
ขอ้ มูลจาก : http://www.bangkokhealth.com

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นอารมณ์

ชอ่ื ......................................................................................................ชนั้ .........................................

ข้อที่ พฤติกรรม /สภาพที่พงึ ประสงค์ คะแนน
12 3
1. เด็กกลา้ แสดงออกอยา่ งเหมาะสมกบั บางสถานการณ์
2. เด็กร่าเริง แจม่ ใส รสู้ ึกมนั่ คง ปลอดภยั แสดงความรสู้ กึ ทีด่ ีตอ่ ตนเอง

และผู้อนื่ ได้อย่างสมวัย
3 สนใจ มีความสุขและมคี วามสุขผ่านงานศิลปะ
4 สนใจ มีความสขุ และแสดงทา่ ทางผ่านเสยี งเพลง และดนตรี

รวมคะแนน
สรุปผล

ลงชอื่ ...........................................ผูป้ ระเมนิ

หมายเหตุ คะแนน 1 หมายถึง ควรเสริม
คะแนน 2 หมายถึง พอใช้
คะแนน 3 หมายถึง ดี

ดา้ นอารมณ์

คะแนน ระดับคุณภาพ

9 - 12 คะแนน มีภาวะเครยี ดน้อย (3)
5 - 8 คะแนน มภี าวะเครียดปานกลาง (2)
1 - 4 คะแนน
มภี าวะเครยี ดมาก (1)

การแปลผลระดับความเครียด

เม่ือรวมคะแนนทกุ ข้อแลว้ นำมาเปรียบเทยี บกับเกณฑ์ ปกตทิ กี่ ำหนด ดังน้ี
ระดับคะแนน 9 - 12 มีภาวะเครียดเล็กน้อย มีความเครียดอยู่ในระดับน้อยและหายไปได้ใน ระยะเวลาสั้นๆ เป็น

ความเครียดทเี่ กิดขน้ึ ไดใ้ นชีวิตประจำวัน และสามารถ ปรับตวั กับสถานการณต์ า่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ความเครยี ดในระดบั นี้ ถอื ว่า
มปี ระโยชนใ์ นการดำเนิน ชวี ติ ประจำวนั เป็นแรงจูงใจทนี่ ำไปสู่ ความสำเรจ็ ในชวี ติ ได้

ระดับคะแนน 5 – 8 มีภาวะเครียดปานกลาง มีความเครยี ดในระดบั ปานกลาง เกิดข้ึนได้ใน ชีวิตประจำวันเน่ืองจากมี
สิ่งคุกคามหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เครียด อาจรู้สึกวิตกกังวลหรือ กลัว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ความเครียด ระดับนี้ไม่ก่อให้เกิด
อันตรายหรอื เปน็ ผลเสียตอ่ การดำเนินชีวิต ทา่ นสามารถผอ่ นคลายความเครยี ดดว้ ยการท ากจิ กรรมที่เพิ่มพลัง เชน่ ออกก าลังกาย
เลน่ กีฬาทำส่งิ ท่ีสนุกสนานเพลิดเพลนิ เชน่ อา่ นหนังสือ ฟังเพลง ทำงานอดเิ รก หรือ พูดคยุ ระบายความ ไมส่ บายใจกับผู้ทีไ่ ว้วางใจ

ระดับคะแนน 1 - 4 มภี าวะเครยี ดมาก มีความเครยี ดในระดบั มาก เปน็ ระดับที่ท่านไดร้ บั ความ เดือดร้อนจากส่ิงต่างๆ
หรือเหตกุ ารณ์รอบตวั ทำใหว้ ติ กกงั วล กลัว รสู้ กึ ขดั แยง้ หรอื อยใู่ นสถานการณ์ทแ่ี ก้ไข / จัดการปญั หานัน้ ไม่ได้ ปรับความรู้สึกด้วย
ความลำบากจะส่งผลต่อการใช้ชวี ิตประจำวนั และ การเจ็บปว่ ย เช่น ความดันโลหติ สูง เป็นแผลในกระเพาะ อาหาร ฯลฯ ส่ิงทท่ี ่าน
ต้องรีบทำเมื่อมีความเครียดในระดับนี้คือคลาย เครียดด้วยวิธีที่ทำได้ง่ายแต่ได้ผลดีคือ การฝึกหายใจคลาย เครียด พูดคุยระบาย
ความเครียดกับผู้ที่ไว้วางใจ หาสาเหตุ หรือปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดและหาวิธีแก้ไข หากท่านไม่ สามารถจัดการคลายเครียด
ด้วยตนเอง ควรปรึกษากับผูใ้ ห้การ ปรกึ ษาในหนว่ ยงานต่างๆ

ทีม่ า : กรมสขุ ภาพจติ ข้อมลู จาก https://www.dmh.go.th/test/Download/view.asp?id=18

ประถมศึกษาปที ่ี 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6

แบบทดสอบ (ด้านความรู้)

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การแปลผล

คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี (3) ระดบั คณุ ภาพ
14 - 20 คะแนน ดี (3) สำมำรถพฒั นำตอ่ ยอดได้
8 - 13 คะแนน พอใช้ (2)
0 - 7 คะแนน พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1) ต้องพฒั นาปรบั ปรงุ เพิ่มเตมิ
ปรับปรงุ (1) พัฒนาอยา่ งเรง่ ด่วน

ปฏสิ มั พันธ/์ พฤตกิ รรม (แบบประเมนิ SDQ)





ปฏสิ ัมพันธ/์ พฤติกรรม

คะแนน ระดับคณุ ภาพ
0 คะแนน ปกติ (3)
1 - 2 คะแนน เส่ียง (2)
3 - 10 คะแนน มปี ัญหา (1)

ภาวะความเครยี ด (แบบประเมนิ ภาวะความเครยี ด)

ภาวะเครยี ดในเด็ก

ความเครียด หมายถงึ การท่ีบคุ คลรับรวู้ ่าสมั พนั ธภาพระหวา่ งตนเองกับสิ่งแวดล้อมอนั เน่อื งมาจากส่งิ เร้า
เปลีย่ นแปลงไปในทางที่ทำให้ตนเองรสู้ ึกไปในทางลบ หรอื หมายถึงความไม่สมดลุ ระหวา่ งสงิ่ เร้ากบั กลไกการ
ปรับตวั ของบุคคล

การเผชญิ ความเครียด คือการทบี่ คุ คลแสดงออกทางพฤติกรรมในการจัดการ ลดหรือขจัดปจั จยั หรอื สง่ิ
เร้าอนั เป็นสาเหตขุ องความเครียด ซ่งึ ในเดก็ จะมวี ิธีการเผชิญความเครยี ดทแี่ ตกตา่ งกันออกไปขน้ึ อยู่กับการ
เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการด้านร่างกายสตปิ ญั ญา และประสบการณ์ของแต่ละบคุ คล

ปัจจยั ทก่ี อ่ ใหเ้ กิดความเครยี ดในเด็กและวยั รนุ่ โดยท่วั ไปกจ็ ะแบง่ ออกเป็นสามประเภทใหญๆ่ คอื
1. การสูญเสยี การควบคุมตนเอง
2. การบาดเจ็บและการเจบ็ ปวดของร่างกาย
3. ความกงั วลจากการแยกจาก ครอบครวั หรอื ส่งิ แวดลอ้ มทีค่ นุ้ เคย ซ่งึ ในเดก็ จะมีสามระยะดว้ ยกันคือ

ระยะต่อต้าน ระยะหมดหวงั และระยะปฏิเสธ

วัยทารก แรกเกิดถึง 1 ปี
ชว่ งนเี้ ด็กจะพัฒนาความไว้วางใจมาก โดยเฉพาะเดก็ วัย 6 เดอื นขนึ้ ไปซง่ึ จะสามารถจำใบหน้าผูท้ ี่ใกล้ชิด

ไดแ้ ละเร่ิมกลวั คนแปลกหน้า เด็กจะย้ิมเมื่อพอใจ และร้องไห้เม่ือไมพ่ อใจ การเปลี่ยนบุคคลท่ีเล้ยี งดูไม่ซำ้ หนา้ จะทำ
ใหเ้ ดก็ เกิดความระแวงง่ายในอนาคต การบาดเจ็บและความเจ็บปวดของร่างกาย ทารกจะแสดงออกโดยการคิ้ว
ขมวด หน้าผากยน่ ปิดตาแน่น รมิ ฝปี ากขยายกวา้ ง กำมือ เด็กจะแสดงออกถงึ ความกงั วลจากการแยกจากโดยการ
ร้องไหเ้ สยี งดัง ซึง่ จะพบในเด็กทีอ่ ายุเกนิ 6 เดือนขน้ึ ไป

เด็กวัยหัดเดิน 1-3 ปี
เปน็ วัยทพี่ ฒั นาความเปน็ ตวั ของตัวเองอย่างมากในทุกๆดา้ น พฤติกรรมการตอบสนองต่อการสญู เสยี การ

ควบคุมตนเอง ระยะแรกเดก็ จะแสดงออกโดยการปฏิเสธ ไมใ่ หค้ วามร่วมมือ และอาละวาด ตอ่ มาเข้าส่รู ะยะหมด
หวงั เดก็ จะรอ้ งไห้น้อยลงและให้ความรว่ มมือในกจิ กรรมบ้าง ซึมและมพี ฤตกิ รรมถดถอย หลังจากนัน้ จะเข้าสู่ระยะ
ปฏเิ สธจะรอ้ งไหเ้ มื่อเหน็ ผูเ้ ล้ยี งดู เม่ือร่างกายได้รบั บาดเจบ็ เดก็ จะแสดงออกโดยการร้องไห้เสียงดัง กำมือแน่น กดั
ฟนั กัดรมิ ฝปี าก เปิกตากว้าง อาละวาดกดั เตะ ถบี ทบุ ตี หรือวงิ่ หนี เดก็ วัยน้ีจะร้องไห้หาพอ่ แม่เสยี งดัง และจะมี
พฤติกรรมถดถอยเมอื่ รู้วา่ ตัวเองไมไ่ ด้รบั การตอบสนองตามสิง่ ทตี่ ้องการ

วยั ก่อนเรียน อายุ 3-6 ปี
เปน็ วยั ที่ยึดตวั เองเป็นศูนยก์ ลาง มคี วามคิดริเร่ิม และจนิ ตนาการสงู เขา้ ใจอะไรทเ่ี ป็นรปู ธรรมมากข้ึน เม่อื

มีการบาดเจบ็ ของรา่ งกายและความเจบ็ ปวด เด็กจะแสดงออกโดยการผลักไส หรือหนไี ปอยูใ่ นที่ที่ปลอดภยั
บางครงั้ เด็กจะตอบสนองความเครยี ดโดยการทานอาหารน้อยลง ซมึ นอนหลบั ยาก ร้องไห้เบาๆ

วยั เรยี น อายุ 6-12 ปี
เปน็ วัยทส่ี ามารถทำกิจกรรมต่างๆไดด้ ้วยตัวเองมากขึน้ พ่ึงพาผ้อู น่ื นอ้ ยลง เมื่อสูญเสียการควบคมุ ตนเอง

ทำใหเ้ ด็กซมึ ทานอาหารได้น้อยลง เมื่อเจบ็ ป่วยเดก็ จะเข้าใจเร่ืองการเจ็บป่วยมากขึ้น แต่จะโทษตวั เองเช่น
ที่ตวั เองปว่ ยเพราะตวั เองไมด่ ี ไมร่ ะมัดระวัง เด็กจะจินตนาการสงู และกลวั สูญเสียอวยั วะ กลัวตาย เด็กจะ
แสดงออกโดยการซึม เบอื่ อาหาร

วยั รุ่น อายุ 12-18 ปี
แบ่งเปน็ วยั ร่นุ ตอนต้น 12-15 ปี และวัยรุ่นตอนปลาย 16-18 ปี เป็นวยั ท่ีเรมิ่ เข้าใจอะไรท่ีเป็นนามธรรม

มากขน้ึ รักอิสระ แสวงหาเสรภี าพ การเจ็บปว่ ยทำให้เด็กร้สู ึกสญู เสยี ความเปน็ ตัวเอง พฤติกรรมการแสดงออกโดย
การซมึ ไม่ค่อยพูด แยกตัว เมื่อประสบอาการบาดเจบ็ หรือความเจ็บปวด เดก็ จะกังวลต่อภาพลกั ษณค์ ่อนขา้ งมาก
เดก็ วัยนจ้ี ะมีความกังวลจากการแยกจากค่อนข้างน้อย แต่จะกงั วลเกย่ี วกับสถานะทางสังคมมากกว่าครอบครัว

ทม่ี า - เอกสารประกอบการบรรยาย อ.สุชวี า วชิ ัยกลุ
ทมี่ า : นพ.วรวฒุ ิ เจริญศิริ ศนู ยข์ อ้ มูลสุขภาพกรุงเทพ
ขอ้ มลู จาก : http://www.bangkokhealth.com

แบบประเมินความเครยี ด (ST-5)

ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดมีหลายอย่าง เช่น รายได้ที่ไม่เพียงพอ หนี้สิน ภัยพิบัติ
ตา่ งๆ ที่ทำใหเ้ กดิ ความสูญเสีย ความเจ็บปว่ ย เปน็ ต้น ความเครียดมที ้ังประโยชน์และโทษ หากมากเกินไปจะเกดิ ผลเสียต่อร่างกาย
และจติ ใจของทา่ นได้ขอใหท้ ่านลองประเมินตนเองโดยใหค้ ะแนน 0 - 3 ที่ตรงกับความรู้สกึ ของท่าน

คะแนน 0 หมายถึง แทบไม่มี
คะแนน 1 หมายถึง เปน็ บางคร้ัง
คะแนน 2 หมายถงึ บ่อยครงั้
คะแนน 3 หมายถงึ เป็นประจำ

ขอ้ ที่ อาการหรือความรูส้ ึกทเี่ กิดในระยะ 2-4 สัปดาห์ 0 คะแนน 3
12
1 มีปัญหาการนอน นอนไม่หลับหรอื นอนมาก
2 มสี มาธินอ้ ยลง
3 หงุดหงิด / กระวนกระวาย / วา้ วุ่นใจ
4 รู้สึกเบ่อื เซ็ง
5 ไม่อยากพบปะผู้คน

คะแนนรวมทกุ ข้อ

คะแนน ระดบั คุณภาพ
0 - 5 คะแนน รูส้ ึกเครียดเลก็ น้อย (3)
6 - 10 คะแนน รสู้ ึกเครยี ดปานกลาง (2)
11 - 15 คะแนน รสู้ ึกเครียดมาก (1)

การแปลผลระดับความเครียด

เมือ่ รวมคะแนนทกุ ขอ้ แลว้ นำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ปกติทกี่ ำหนด ดงั น้ี
ระดับคะแนน 0 - 5 รู้สึกเครียดเล็กน้อย ท่านมีความเครียดอยู่ในระดับน้อยและหายไปได้ใน ระยะเวลาสั้นๆ เป็น

ความเครียดท่ีเกิดข้นึ ไดใ้ นชีวติ ประจำวนั และสามารถ ปรับตัวกบั สถานการณต์ ่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ความเครียดในระดับนี้ ถือว่า
มปี ระโยชน์ในการดำเนิน ชวี ิตประจำวัน เปน็ แรงจงู ใจที่นำไปสู่ ความสำเร็จในชวี ิตได้

ระดบั คะแนน 6 – 10 รู้สึกเครยี ดปานกลาง ทา่ นมีความเครยี ดในระดบั ปานกลาง เกดิ ขนึ้ ได้ใน ชีวติ ประจำวนั เน่อื งจาก
มีสิ่งคุกคามหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เครียด อาจรู้สึกวิตกกังวลหรือ กลัว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ความเครียด ระดับนี้ไม่ก่อให้เกิด
อนั ตรายหรือเป็นผลเสียต่อการดำเนินชีวิต ทา่ นสามารถผอ่ นคลายความเครยี ดดว้ ยการท ากจิ กรรมที่เพิม่ พลงั เชน่ ออกก าลังกาย
เล่นกฬี าทำสิง่ ทีส่ นุกสนานเพลดิ เพลนิ เชน่ อ่านหนงั สอื ฟังเพลง ทำงานอดเิ รก หรือ พูดคยุ ระบายความ ไม่สบายใจกับผูท้ ่ไี ว้วางใจ

ระดับคะแนน 11 - 15 รู้สึกเครียดมาก ท่านมีความเครียดในระดบั มาก เป็นระดับที่ท่านไดร้ ับความ เดือดร้อนจากสิ่ง
ต่างๆ หรือเหตกุ ารณ์รอบตัว ทำใหว้ ติ กกงั วล กลวั รสู้ ึกขดั แยง้ หรืออยใู่ นสถานการณท์ ่ีแกไ้ ข / จดั การปญั หาน้นั ไม่ได้ ปรบั ความรู้สกึ
ดว้ ยความลำบากจะสง่ ผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และ การเจบ็ ป่วย เชน่ ความดันโลหติ สูง เปน็ แผลในกระเพาะ อาหาร ฯลฯ ส่ิงที่
ท่านต้องรีบทำเมื่อมีความเครียดในระดับนี้คือคลาย เครียดด้วยวิธีที่ทำได้ง่ายแต่ได้ผลดีคือ การฝึกหายใจคลาย เครียด พูดคุย
ระบายความเครียดกบั ผูท้ ีไ่ ว้วางใจ หาสาเหตุ หรือปญั หาที่ทำใหเ้ กดิ ความเครียดและหาวิธแี ก้ไข หากทา่ นไม่ สามารถจัดการคลาย
เครยี ดด้วยตนเอง ควรปรกึ ษากบั ผูใ้ ห้การ ปรกึ ษาในหน่วยงานต่างๆ

ท่มี า : กรมสขุ ภาพจิต ข้อมูลจาก https://www.dmh.go.th/test/Download/view.asp?id=18

บทความการทางศกึ ษาเกย่ี วกบั Learning Loss
https://www.starfishlabz.com/blog/tag/244-learning-loss

ภาวะเรียนรู้ถดถอยคืออะไรภาวะความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss คือ ผลกระทบอัน
เกิดจากการเรียนออนไลน์ และรปู แบบการใช้ชีวติ ทีเ่ ปล่ียนแปลงไปเพราะสถานการณ์โรคระบาด ...

หลกั ฐานประกอบการบนั ทกึ ข้อมลู

การดำเนินการเพ่ือฟ้ืนฟภู าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (KSA)
ศูนย์บรหิ ารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ระดบั สถานศึกษา

(Wat Phai Chom School Learning Loss Center)

ของโรงเรียนวดั ไผค่ ่อม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ์) ประจำปกี ารศึกษา 2565

รายงานการประชุมโรงเรียนวดั ไผ่คอ่ ม (แพร-ประชาอุปถัมภ์)
ครัง้ ท.ี่ ...../...2565...

วนั ที.่ .............เดอื น..พฤษภาคม....พ.ศ. ...2565..... เวลา....14.30....น.
ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดไผ่คอ่ ม ผแพร-ประชาอุปถัมภ)์

ผมู้ าประชุม

ที่ ช่อื – นามสกลุ ตำแหน่ง

1 นางสาวรงุ่ ทพิ ย์ อุ่นแก้ว ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
2 นางณฐั กานต์ บุญคง ครปู ระจำชน้ั อนบุ าล 2-3
3 นางนพรัตน์ ลำโนรี ครปู ระจำชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1
4 นายธนากร ดว้ งเตะ๊ ครูประจำช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2
5 นางอรสา กางทะวร ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
6 นางสาวนัยนา ไชยว์ งค์ ครปู ระจำชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4
7 นายวุฒิศักดิ์ บุญคง ครปู ระจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6

ผไู้ ม่มาประชุม (ระบสุ าเหตุ)
................................-.............................................................................................................................................

ผู้เข้ารว่ มประชุม (ถ้ามี)
................................-.............................................................................................................................................

เรม่ิ ประชุมเวลา.............14.30........................น.

ระเบียบวาระที่ 1 เรอื่ ง ท่ปี ระธานแจ้งใหท้ ี่ประชุมทราบ

1.1 นางสาวร่งุ ทิพย์ อุ่นแก้ว ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวัดไผ่ค่อม (แพร-ประชาอปุ ถมั ภ)์ กล่าวถงึ แนวทางการ
ดำเนินการเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (KSA) ในการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการ
เรียนรู้ ระดับสถานศึกษา (Wat PHai Chom School Learning Loss Center) ของโรงเรียนวัดไผ่ค่อม(แพร-
ประชาอปุ ถมั ภ)์ ประจำปกี ารศกึ ษา 2565

โดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของปรากฏการณ์
ภาวะ Learning Loss ของผู้เรียนและได้มอบหมายนโยบายให้ทางสถานศกึ ษาได้ไปปฏิบัติเพื่อให้มีการจัดตั้งศูนย์
บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา โดยให้สถานศึกษาดำเนินการรองรับภาวะ
สถานการณด์ งั กล่าวภายใต้ช่ือวา่ Wat Hlam Pho School Learning Loss Center

ตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด 19 เป็นช่วงระยะเวลาที่เด็กไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนในห้องเรียนมาเป็น

การเรียนออนไลน์เกือบ 100% แต่จากการศึกษาในแวดวงวิชาการหลายสำนักกลับพบว่ายิ่งเรยี นยิ่งมีปัญหา และ

ภาวะ Learning Loss คอื หน่งึ ในนนั้

Learning Loss เป็นผลของการเสียโอกาสในการเรยี นรมู้ ผี ลทำให้ทักษะต่าง ๆ ทีเ่ ด็กควรจะไดร้ บั การ

พัฒนาตามช่วงวัยสูญเสียตามไปด้วย เช่น ทักษะทางสังคม ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม เด็กสูญเสียโอกาส ใน

การฟอร์มตัวเปน็ บคุ ลิกของเขา ว่าเขาจะเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นคนเก็บตัว เป็นคนขี้อาย หรือเป็นคนม่ันใจ ใน

ตวั เอง

แต่เมื่อเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรหน้าชั้นเรียน

หน้าเสาธง ก็ไม่ได้แสดงความเป็นผู้นำ สุดท้ายก็จะส่งผลให้เด็กเกิดภาวะ Learning Loss เนื่องจากการเรียน

Online ไมส่ ามารถทำใหเ้ ด็ก ๆ ได้ฝึกฝนทกั ษะเหล่าน้นั ได้

Learning Loss ทำใหเ้ ดก็ ต้องสญู เสียอะไรบา้ ง

มีปัญหาพฒั นาการดา้ นภาษาและการสื่อสาร เมื่อเด็กต้องเรียนออนไลนท์ ่ีบา้ นมักจะไม่ค่อยได้คุยกับใคร

นอกจากพ่อแม่ก็ไม่ได้เล่นกับเพื่อน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคุณครู การดู YouTube หรือเล่นเกมไม่ได้พัฒนาทักษะ

ภาษาของเด็ก ๆ เมื่อต้องกลับเข้าสู่โรงเรียน ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และศักยภาพในการใช้ภาษาของเขาก็จะ

ลดลง

ทักษะด้านความสัมพันธ์ถดถอย เด็กบางคนอยู่บ้านจนเกิดความเคยชิน ถ้าถึงวันที่ต้องไปโรงเรียนอาจ

เกดิ ภาวะ School Phobia หรอื กลวั การไปโรงเรยี น ไมช่ อบ ไมอ่ ยากไปข้นึ ได้

ขาดระเบียบวินัยความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลหรือเด็กประถม เมื่อตอนที่ยังไปโรงเรียนได้

เดก็ จะถูกฝึกจากโรงเรยี น มีแรงจงู ใจจากเพ่อื น ๆ และคณุ ครู เมื่อเดก็ มวี นิ ัยทำตามกฎของโรงเรียน ของห้องเรียนก็

จะไดร้ บั คำชม เป็นกลไกหน่ึงในการหล่อหลอมเขา

บุคลิกภาพไม่ได้รับการพัฒนา เมื่ออยู่บ้านนานเกินไป เด็กจะขาดทักษะการเข้าสังคม ซึ่งการเข้าสังคม

การคบเพ่อื น การทำกิจกรรมกับเพื่อนของเด็ก ๆ เป็นการพฒั นาบุคลกิ ภาพอยา่ งหนง่ึ ของเขา

การเรียนรู้ชา้ ในแง่ของวชิ าการอ่านเขยี น เด็กอาจมคี วามร้คู วามสามารถทางวิชาการท่ีชา้ ลง

1.2 ให้ฝ่ายบริหารงานวิชาการของโรงเรียนวัดไผ่ค่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) แต่งตั้งครูประจำชั้น/ครูท่ี

ปรึกษา มีหน้าที่ รับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา

(Wat PHai Chom School Learning Loss Center) และภาระงานอื่น ๆ ตามท่ีได้รับมอบหมาย ของโรงเรียนวัด

ไผ่ค่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ปีการศึกษา 2565 ดงั นี้

1. คณะกรรมการท่ปี รกึ ษาการดำเนนิ งานของศนู ย์บริหารสถานการณภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ระดับ

สถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss Center) มีหน้าที่ ให้คำปรึกษา แนะนำ ในการ

ดำเนนิ การเพ่อื ฟืน้ ฟภู าวะถดถอยทางการเรียนรตู้ ามสถานการณ์ ปีการศกึ ษา 2565 ดังนี้

1. นางสาวรงุ่ ทิพย์ อุ่นแกว้ ประธานกรรมการ

2. นางณฐั กานต์ บุญคง กรรมการ

3. นายวุฒศิ กั ด์ิ บญุ คง กรรมการ

4. นางนพรัตน์ ลำโนรี กรรมการ

5. นายธนากร ดว้ งเต๊ะ กรรมการ

6. นางสาวนัยนา ไชยวงค์ กรรมการ

7. นางอรสา กางทะวร กรรมการและเลขานุการ

2. บุคลากรครใู นการดำเนนิ งานของศูนย์บริหารสถานการณภ์ าวะถดถอยทางการเรียนรู้ระดบั

สถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss Center) มหี น้าท่ี ในการดำเนินการเพื่อฟ้ืนฟู

ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ตามสถานการณ์ของผเู้ รยี น และการจัดการเรยี นร่วม เพ่ือลดนกั เรียนที่มีความบกพร่อง

ทางการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2565 ดังน้ี

2.1 ระดับการศกึ ษาปฐมวัย

นางณัฐกานต์ บุญคง ครู คศ.3 ครูประจำช้ันอนุบาล 2-3

2.2 ระดับการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน (ชน้ั ประถมศึกษา)

นางนพรัตน์ ลำโนรี ครู คศ.3 ครูประจำชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1

นายธนากร ดว้ งเต๊ะ ครู คศ.2 ครปู ระจำชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2

นางอาสา กางทะวร ครู คศ.2 ครูประจำชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

นางสาวนยั นา ไชยวงค์ ครู คศ.1 ครปู ระจำช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4

นายวุฒิศักดิ์ บุญคง ครู คศ.3 ครูประจำช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5-6

3. คณะกรรมการในการประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการ

เรียนรู้ระดับสถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss Center) มีหน้าที่ ในการติดตาม

เสนอแนะ ประเมนิ ผล การดำเนินการเพื่อฟ้นื ฟภู าวะถดถอยทางการเรียนร้ตู ามสถานการณข์ องผู้เรียน ปีการศึกษา

2565 ดงั น้ี

นางอรสา กางทะวร ครู คศ.2 หัวหน้าฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ

นางณัฐกานต์ บุญคง ครู คศ.3 หัวหน้าวิชาการปฐมวัย

นางนพรัตน์ ลำโนรี ครู คศ.3 หวั หน้าวชิ าการชว่ งชน้ั ป.1-3

นายวุฒศิ กั ดิ์ บุญคง ครู คศ.3 หัวหน้าวิชาการช่วงช้นั ป.1-3
นายธนากร ดว้ งเตะ๊ ครู คศ.2 กรรมการ
นางสาวนยั นา ไชยวงค์ ครู คศ.1 กรรมการและเลขานุการ

1.3 ใหค้ ณะครดู ำเนนิ การจัดกจิ กรรมการมีสว่ นร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชพี Professional
Learning Community (PLC) ประชุมแนวทางการดำเนนิ การเพื่อฟื้นฟภู าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (KSA) ในการ
จดั ตัง้ ศนู ย์บริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ ระดบั สถานศึกษา (Wat PHai Chom School
Learning Loss Center) ของโรงเรียนวดั ไผ่คอ่ ม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ประจำปีการศึกษา 2565 เพือ่ เสนอแนะ
รับทราบปญั หา และหาแนวทางแก้ไปกับผูเ้ รียนต่อไปเปน็ ระยะ ๆ ของปีการศึกษา 2565

1.4 ให้คณะครูศึกษาความรู้เพิ่มเติมในการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (KSA)
การบริหารสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ ระดับสถานศึกษา (Wat Phai Chom School Learning Loss
Center) ของโรงเรยี นวดั ไผ่ค่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ประจำปกี ารศึกษา 2565 ของระดบั ช้นั เรียนและนักเรียน
ทีร่ ับผดิ ชอบอยา่ งสมำ่ เสมอ

มตทิ ี่ประชุม.........................รับทราบและปฏบิ ัติตามนโยบาย....................................................................

ระเบียบวาระท่ี 2 เรอ่ื ง การรบั รองรายงานการประชมุ ครั้งท่ี .............................................................

มติทป่ี ระชมุ ...................................................................................................................................

ระเบียบวาระท่ี 3 เรื่อง สืบเน่ือง (ถ้ามี)
มติทีป่ ระชมุ ...................................................................................................................................

ระเบยี บวาระที่ 4 เรื่อง ที่เสนอให้ทป่ี ระชุมทราบ

การเตรียมความพร้อมรับเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ในการจัดการเรียนรู้ ON-LINE หรือ ON-
HAND ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) โดยการตดิ ตามข่าวสารและ
ประเมินสถานการณ์ของชุมชน ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องต่อความเสี่ยงตามระยะเวลาอันเหมาะสม โดยให้มีการ
เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าในจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์และแบบผสมผสาน แจกใบงาน และติดตาม
นักเรียนให้มีการเรียนที่บ้านร่วมกับผู้ปกครอง มีการจัดการคัดกรองผู้มาติดต่อราชการภายในโรงเรียนอย่าง
เครง่ ครัด รวมถึงเฝา้ ติดตามโรคอุบตั ใิ หม่จากหน่วยงานทเี่ กี่ยวข้อง และข่าวสารทเ่ี ปน็ ข้อเท็จจรงิ

มติที่ประชมุ .........................รบั ทราบและปฏบิ ตั ิตามนโยบาย....................................................................

ระเบยี บวาระที่ 5 เรื่อง ทเ่ี สนอให้ทีป่ ระชมุ พิจารณา
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
.................................................................................................................................. .............................

มตทิ ี่ประชมุ ...................................................................................................................................

ระเบียบวาระท่ี 6 เรอ่ื ง อืน่ ๆ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................

เลิกประชุมเวลา............15.30..........น.

คำชแี้ จง
กิจกรรมชุมชนการเรียนร้ทู างวิชาชีพ
(Professional Learning Community: PLC)

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี2) พุทธศักราช 2545 มาตรา

22 ระบุถึงหลักการจัดการศึกษาว่า ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ต้องจัดการศึกษา ที่พัฒนา

ผู้เรียนตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ซึ่งครูทุกคนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสวงหาวิธีการที่จะ ช่วยให้

นักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งนวัตกรรมใหม่ที่ครู จะต้องทราบ

คือ Professional Learning Community (PLC) เป็นการรวมตัวกันทำงาน พัฒนาทักษะและ การเรียนรู้เพ่ือ

ปฏิบัติหน้าที่ครูเพื่อศิษย์บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร มีวิสัยทัศน์ คุณค่า เป้าหมาย และ

ภารกิจร่วมกัน โดยทำงานร่วมกันแบบทีม เรียนรู้ที่ครูเป็นผู้นำร่วมกัน และผู้บริหารแบบผู้ดูแล สนับสนุน สู่การ

เรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพเปลี่ยนแปลงคุณภาพตนเอง สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ความสำเร็จหรือ

ประสิทธิผลของผเู้ รยี นเป็นสำคัญและความสขุ ของการทำงานรว่ มกนั ของสมาชิกในชมุ ชน การเรยี นรู้

อกี ประการหนึ่ง Professional Learning Community (PLC) ครผู ู้ปฏบิ ตั งิ านต้องมีหลายบทบาท ได้แก่

Model Teacher ครูผสู้ อน

Buddy ครรู ่วมการเรยี นรู้

Expert ผเู้ ชี่ยวชาญ

Mentor ฝ่ายวิชาการ/หัวหน้ากลมุ่ สาระฯ

Administrator ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา

ผลลัพธ์ที่เกิดข้ึนในห้องเรียนคุณภาพ คือ นักเรียนแต่ละคนและทุกคนจะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจาก

ครูให้ไดร้ ับการศกึ ษาท่ีดที ี่สุด ตรงความสนใจ เต็มตามศกั ยภาพ และครบตามมาตรฐานหลกั สตู ร

ฉะนน้ั ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา โรงเรียนวดั แหลมโพธิ์ อำเภอเมอื ง จงั หวดั พษิ ณโุ ลก สังกัดสำนกั งาน

เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 จึงได้จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

Professional Learning Community (PLC) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารการจัดการชั้นเรียนในการ

พัฒนาผู้เรียน การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้านการปฏิบัติงานในวิชาชีพครู การบริหารวิชาการ ครูจึงเป็น

กัลยาณมิตรของนกั เรียน เพื่อครู ผู้ปกครอง ชุมชน และนักวิชาการ เป็นต้นแบบของการเป็นบคุ คลแห่งการเรียนรู้

และเปน็ ผูน้ ำการเปลย่ี นแปลงเพ่ือสร้างสรรค์ พฒั นาชวี ิต สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม ให้เกิดสันติสุขและพัฒนาที่ยั่งยืน

ตอ่ ไป

โรงเรยี นวดั ไผค่ ่อม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ)์

กจิ กรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community: PLC)
โรงเรยี นวัดไผค่ อ่ ม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ)์ สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1

กิจกรรมชุมชนการเรยี นร้ทู างวชิ าชีพ ชว่ งเวลา เวลา
(ชม.)
ท่ี (Professional Learning Community: PLC) วัน/เดอื น/ปี วัน/เดอื น/ปี

เรื่อง เร่ิม ส้ินสุด

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

รวมเวลาปฏบิ ัติกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวิชาชพี (ช่ัวโมง)

( ปีท่ี ตัง้ แต่วันท่ี ถงึ วันท่ี )

ลงช่อื ........................................................... ผู้รบั รอง
(..............................................)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดไผค่ ่อม (แพร-ประชาอุปถัมภ)์

แบบบนั ทึกประวตั ิการปฏบิ ตั ิงาน ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรยี นวัดไผค่ ่อม (แพร-ประชาอปุ ถัมภ์) สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1

กิจกรรมชุมชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC)
ครงั้ ท.ี่ ..............เรื่อง ......………………………..………………………................................................................................
ช่อื -สกุล ผบู้ นั ทึก ....………….....................................………………………….…… เวลาโดยรวม ....................ชวั่ โมง

ตอนที่ 1 กจิ กรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
คำชี้แจง โปรดให้ข้อมูลเก่ยี วกับข้ันตอนของกระบวนการ ผูเ้ ก่ยี วขอ้ ง ระยะเวลา และเคร่อื งมือพัฒนา

ขนั้ ตอนที่ 1 1.ช่อื ทีม PLC................................................................... วัน/เดือน/ปี

Community 2.ผ้เู ปน็ พเี่ ล้ียง (Mentor Coaching) คอื ........................................

การสรา้ งทีม PLC .......................................................................................... เวลา..........................น.

( ) หวั หน้ากลุ่มสาระ ( ) หัวหน้าฝ่าย ( ) ผ้อู ำนวยการ ถึงเวลา......................น.

( ) อื่นๆ................................................. จำนวน.................ชวั่ โมง

สมาชกิ ในทีม ช่ือทมี ...................................................................
1)............................................................................ Model Teacher
2)............................................................................ Buddy
3)............................................................................ Expert
4)............................................................................ Mentor
5)............................................................................ Administrator
6)............................................................................ ................................................

ขั้นตอนท่ี 2 วนั /เดือน/ปี
Practice ........................................
กระบวนการ เวลา..........................น.
พฒั นา/การปฏิบตั ิ ถึงเวลา......................น.
จำนวน.................ชว่ั โมง

ปัญหาท่ีพบในการปฏิบัติงาน/สาเหตุของปัญหา
............................................................................................................................. .............................................
......................................................................................................................................................................... .
............................................................................................................................. .............................................
วธิ ีการพัฒนา (แนวทางการแก้ปญั หา/เคร่ืองมือพัฒนา)
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .............................................

แนวปฏิบัติ/ผลการปฏบิ ัติ วธิ ีดำเนนิ การ ผลท่เี กิดข้นึ กบั ผู้เรียน
วัน/เดือน/ปี : เวลา

ขน้ั ตอนที่ 3 1.สาระการสะท้อนคดิ คอื ...................................................... วนั /เดือน/ปี
Reflection ................................................................................................ ........................................
การสะท้อนคิด/ ............................................................................................ เวลา..........................น.
ผลการปฏบิ ัติ
ถึงเวลา......................น.
จำนวน.................ชว่ั โมง

สง่ิ ทป่ี ฏิบัตไิ ดด้ ี (ผลการปฏบิ ัติ)
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
สง่ิ ทตี่ ้องพัฒนา
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................

ขัน้ ตอนท่ี 4 ผรู้ บั การประเมิน คือ........................................................... วัน/เดอื น/ปี
Evaluation ............................................................................................ ........................................
การประเมินผล ............................................................................................ เวลา..........................น.
การปฏบิ ัติ ถงึ เวลา......................น.
จำนวน.................ชว่ั โมง

ผลการประเมนิ
ด้านความรู้..........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
ด้านทักษะ...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ด้านความเป็นคร/ู เจตคติ (นักเรยี น)....................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
ด้านคุณลกั ษณะท่ีคาดหวัง/อื่นๆ.........................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................

ข้นั ตอนท่ี 5 1.เป้าหมายของเครือขา่ ย คือ................................................ วัน/เดอื น/ปี

Network ............................................................................................ ........................................

Development ............................................................................................ เวลา..........................น.

การสรา้ งเครือขา่ ย ถงึ เวลา......................น.

การพัฒนา จำนวน.................ชัว่ โมง

เครอื ขา่ ยการพฒั นา
ภายในโรงเรียน...................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
ภายนอกโรงเรียน................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................

ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

ลงชอ่ื ...........................................................
(..........................................................)
ผ้บู ันทกึ กจิ กรรม
........./.............................../...............

ลงช่ือ ........................................................... ผ้รู บั รอง
(...............................)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดไผ่คอ่ ม (แพร-ประชาอุปถมั ภ์)

ภาพประกอบการปฏิบัตกิ จิ กรรมชมุ ชนการเรียนรทู้ างวชิ าชพี
(Professional Learning Community: PLC)

กิจกรรมบนั ทกึ การเรียนรู้ โรงเรียนวดั ไผ่คอ่ ม (แพร-ประชาอุปถัมภ์) ปีการศกึ ษา 2565

ครง้ั ท.ี่ ....................เวลาโดยรวม .................ชวั่ โมง
เรื่อง ......…………………..……………………….....................................................................


Click to View FlipBook Version