ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเสริมแรง 45.
1. Timing การเสรมิ แรงตอ้ งทาทันที เช่น แฟนตดั ผมมาใหมต่ ้องชมทันที ถ้าชา้ จะถกู ตาหนิ
2. Magnitude & Appeal การเสรมิ แรงตอ้ งตอบสนองความต้องการอย่างพอเหมาะ อย่า
มากไปหรอื นอ้ ยไป
3. Consistency การเสรมิ แรงตอ้ งใหส้ มา่ เสมอ เพราะจะได้รูว้ า่ ทาแลว้ ต้องได้รบั การ
เสรมิ แรงอยา่ งแนน่ อน
46.
สรปุ ทฤษฎีการเรยี นรู้ของสกนิ เนอร์
1. การกระทาใดๆ ถา้ ได้รับการเสริมแรงจะมแี นวโน้มเกิดขึน้ อกี สว่ นการกระทาทไ่ี มม่ ีการ
เสรมิ แรงแนวโนม้ ท่ีความถขี่ องการกระทาน้นั จะลดลง และหายไปในที่สดุ
2. การเสริมแรงท่แี ปรเปล่ียนทาให้เกิดการตอบสนองกว่า การเสรมิ แรงทตี่ ายตัว
3. การลงโทษทาใหเ้ รยี นรู้ได้เรว็ และลืมเร็ว
4. การใหแ้ รงเสริมหรือใหร้ างวัลเมอ่ื มกี ารแสดงพฤติกรรมที่ต้องการ สามารถชว่ ยปรบั หรอื
ปลกู ฝังนวิ ยั ทต่ี อ้ งการได้
47.
หลกั ธรรมทเ่ี ช่อื มโยง
กรรม คือ การกระทา ไดแ้ ก่ เจตนา (ความจงใจ ความตั้งใจ)
ท่ีเป็นกุศล (บญุ ) หรอื อกศุ ล (กิเลส) เปน็ เหตุให้กระทากศุ ล
กรรมหรืออกุศลกรรมทางกาย ทางวาจา และทางใจเม่อื ได้
กระทากศุ ลกรรมหรอื อกุศลกรรมสาเร็จไปแลว้ กุศลหรือ
อกศุ ลกรรมนั้นจะเป็นปัจจัยให้เกิดผลตามสมควรแกก่ รรมนน้ั ๆ
การให้ผลของกรรมน้ัน จะให้ผลได้ในชาตทิ ีก่ ระทาก็ได้ หรอื จะ
ให้ผลในชาตหิ นา้ หรอื ชาตติ ่อๆ ไปก็ได้ กรรมทกุ กรรมไม่ใช่จะให้
ผลได้ทั้งหมด ในชาตทิ ก่ี ระทากรรม เพราะกรรมสามารถติดตาม
ไปใหผ้ ลไดต้ ราบใดทย่ี ังมีสงั สารวฏั ฏ์ เน่ืองจากกรรมจะสะสม
สืบตอ่ อยใู่ นจิตทุกๆ ขณะท่จี ิตเกิดดบั สบื ตอ่ กันไป
48.
จบ