หาเศษส่วนที่เทา่ กบั 1 อีก 3 จานวน
24 = 2 1
วิธีทำ 1 = 1× 2 8 4 = 1× 5 = 5 1 = 1 ×8 = 8
4 4× 4× 5 20 4 4 ×8 32
ตอบ 1 = 2 = 5 = 8
4 8 20 32
แบบฝึกหัดหนำ้ 24 ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
1 เขียนตวั เลขแสดงจานวนใน 2 2× 4 14
9 9× 7 63
1) 3 = 2× 4 = 12 2) = =
5 5× 4 20
8
3) 6 = 6× 3 = 18 4) 7 = 7× 8 = 56
15 15 × 3 45 4 4× 32
5) 12 = 12 × 5 = 60 4) 21 = 21 × =1 มีหลายคาตอบ
8 8× 5 40 3 3×
2 หาเศษส่วนทเี่ ทา่ กบั เศษสว่ นทกี่ าหนด ข้อละ 3 จานวน
1) 2 ตวั อย่าง 2) 6 ตัวอยา่ ง
7 8
2 2×2 4 6 6×2 12
วิธีทำ 7 = 7×2 = 14 วธิ ีทำ 8 = 8×2 = 16
2 = 2×3 = 6 6 = 6×3 = 18
7 7×3 21 8 8×3 24
2 = 2×4 = 8 6 = 6×4 = 24
7 7×4 28 8 8×4 32
ตอบ 2 = 4 = 6 = 8 ตอบ 6 = 12 = 18 = 24
7 14 21 28 8 16 24 32
รปู ท่ี 1 รูปท่ี 2 พิจารณาการหาเศษสว่ นท่ีเทา่ กบั 4
รูปที่ 1 และรูปที่ 2 มขี นาดเท่ากัน 6
รปู ท่ี 1 มสี ่วนทร่ี ะบายสี 4
รูปที่ 2 มีสว่ นที่ระบายสี 26
3
2 ซงึ่ 2 สว่ นของรูปท่ี 1 เท่ากบั 1 สว่ นของรปู ท่ี 2
4
63
÷2
สังเกตไดว้ ่า 2 ไดจ้ าก นา 2 มาหารทังตัวเศษและตวั สว่ นของ 4 นน่ั คือ 4 = 2
3 6 6 3
÷2
รูปที่ 1 รปู ท่ี 2 พจิ ารณาการหาเศษส่วนทเี่ ทา่ กบั 5
10
รปู ท่ี 1 และรูปท่ี 2 มขี นาดเทา่ กนั
21สว่ มมนสีีสข่ว่วอนนงททรี่ีร่รูปะะทบบี่ าา1ยยเสสทีี า่121ก50ับ
5 1 รปู ที่ 1 สว่ นของรปู ท่ี 2
10 2
รปู ที่
ซึ่ง 5
÷5
สังเกตไดว้ ่า 1 ได้จาก นา 5 มาหารทงั ตัวเศษและตวั ส่วนของ 5 น่นั คอื 5 = 1
2 10 10 2
÷5
การทาเศษส่วนให้เทา่ กบั เศษสว่ นทก่ี าหนด อาจทาได้โดยนำจำนวนนับจำนวนเดยี วกนั
หำรทัง้ ตวั เศษและตัวสว่ น ซ่ึงจานวนนบั นันตอ้ งหารทงั ตวั เศษและตัวสว่ นได้ลงตัว
วหิธาทีเศำษสว่ 1น82ทเ่ี =ท่าก18บั2÷÷18222อกี= 2 จานวน 8 = 8÷4 = 2
4 12 12 ÷ 4 3
6
ตอบ 8 = 4 = 2
12 6 3
แบบฝึกหดั หนำ้ 26 ปฏิบัตกิ จิ กรรม
1 เขยี นตวั เลขแสดงจานวนใน 25 25 ÷ 5 5
50 50 ÷ 5 10
1) 6 = 6÷ 3 = 12 2) = =
9 9÷ 3 20
2
3) 6 = 6÷ 3 = 5 4) 60 = 60 ÷ 2 = 30
15 15 ÷ 3 5 4 4÷ 2
5) 16 = 16 ÷ 4 = 4 4) 40 = 40 ÷ 8 =5
12 12 ÷ 4 3 8 8÷ 8
2 หาเศษสว่ นที่เท่ากบั เศษสว่ นทีก่ าหนด ขอ้ ละ 2 จานวน
1) 36 ตัวอย่าง 2) 18 ตัวอยา่ ง
60 27
36 36 ÷ 2 18 18 18 ÷ 3 6
วิธีทำ 60 = 60 ÷ 2 = 30 วิธีทำ 27 = 27 ÷ 3 = 9
36 = 36 ÷ 3 = 12 18 = 18 ÷ 9 = 2
60 60 ÷ 3 20 27 27 ÷ 9 3
ตอบ 36 = 18 = 12 ตอบ 18 = 6 = 2
60 30 20 27 9 3
หาจานวนทแ่ี ทนดว้ ย
5
1 7 = 28
วิธที ำ 5 = 5×4 = 20
7 7×4 28
ดังนัน จานวนที่แทนดว้ ย คือ 20 หาจานวนทีแ่ ทนดว้ ย
ตอบ 20 12 2
18
2 =
วิธีทำ 12 = 12 ÷ 6 = 2
18 18 ÷ 6 3
ดังนนั จานวนทแ่ี ทนดว้ ย คือ 3
ตอบ 3
แบบฝึกหัดหนำ้ 27 หำจำนวนทแ่ี ทนด้วย
1 5 = 2 40 = 20
9 45 6
5 5 ×5 25 40 40 ÷ 2 20
วิธีทำ 9 = 9 ×5 = 45 วธิ ีทำ 6 = 40 ÷ 2 = 3
ดงั นนั จานวนทแ่ี ทนด้วย คือ 25 ดงั นนั จานวนทแี่ ทนด้วย คอื 3
ตอบ 25 ตอบ 3
3 1 = 7 4 = 8
28 3 12
7 7÷7 1 8 8÷4 2
วธิ ีทำ 28 = 28 ÷ 7 = 4 วธิ ีทำ 12 = 12 ÷ 4 = 3
ดงั นัน จานวนท่แี ทนด้วย คอื 4 ดังนัน จานวนท่แี ทนดว้ ย คอื 2
ตอบ 4 ตอบ 2
5 2 = 6 6 = 16
9 15 60
วธิ ีทำ 6 = 6÷ 3 = 2 วธิ ที ำ 16 = 16 ÷ 4 = 4
9 9÷ 3 3 60 60 ÷ 4 15
ดงั นนั จานวนที่แทนดว้ ย คือ 3 ดงั นนั จานวนทแี่ ทนด้วย คือ 4
ตอบ 3 ตอบ 4
ตรวจสอบควำมเขำ้ ใจ หำจำนวนทีแ่ ทนด้วย
1 3 = 2 9 = 90
7 42 120
3 3×6 18 90 90 ÷ 10 9
วธิ ีทำ 7 = 7×6 = 42 วิธีทำ 120 = 120 ÷ 10 = 12
ดงั นนั จานวนท่ีแทนด้วย คอื 18 ดงั นัน จานวนท่ีแทนด้วย คือ 12
ตอบ 18 ตอบ 12
3 = 10 4 25 =
26 13 45 9
10 10 × 2 20 25 25 ÷ 5 5
วิธที ำ 13 = 13 × 2 = 26 วิธีทำ 45 = 45 ÷ 5 = 9
ดังนัน จานวนทแ่ี ทนด้วย คอื 20 ดงั นัน จานวนทแ่ี ทนด้วย คือ 5
ตอบ 20 ตอบ 5
สิ่งท่ีได้เรยี นรู้
6 = 6×2 = 12 และ 6 = 6÷6 = 1
24 24 × 2 48 24 24 ÷ 6 4
12 เกทับ่าก14ันเทเพา่ กรานั ะหร41ือ82ไม=่ เพ14ร28าะ÷÷เห11ต22ุใด=
ดังนัน 48
ตัวอย่าง 1
4
1 1 × 12 12
หรือ 4 = 4 × 12 = 48
6.5 เศษสว่ นอย่ำงต่ำ
พพแสจบิ ดาวรงา่ วณา่ า868668ม=ี 2 6÷2 = 3 8 ไดล้ งตวั แพพสจิบดาวรงา่ วณา่ า52ท2552หี่ไม=า่มรจีท52าังน÷÷2ว11นแนล=ับะใ5ด52ทได่มี ้ลางกตกัวว่า 1
8÷2 6 4
หารทงั และ
6 ไม่เปน็ เศษส่วนอย่ำงต่ำ 2 เป็นเศษสว่ นอย่ำงต่ำ
8 5
เศษส่วนที่ไมม่ ีจานวนนบั ใดท่ีมากกวา่ 1 หารทงั ตวั เศษและตวั ส่วนได้ลงตัว
เรยี กเศษส่วนนันวา่ เศษส่วนอยำ่ งต่ำ
เศษสว่ นทีก่ าหนด เปน็ เศษส่วนอยา่ งตา่ หรือไม่ 5
7
1 20 2
35 มี 5 ทห่ี ารทงั 20 และ 35 ไดล้ งตวั
มี 1 เทา่ นันที่หารทัง 5 และ 7 ไดล้ งตวั
ตอบ 20 ไมเ่ ป็นเศษสว่ นอยา่ งต่า ตอบ 5 เปน็ เศษส่วนอยา่ งต่า
35 7
แบบฝกึ หดั หนำ้ 29 เศษส่วนทีก่ ำหนด เปน็ เศษส่วนอย่ำงต่ำหรอื ไม่ เพรำะเหตใุ ด
1 6 ตอบ ไมเ่ ป็นเศษสว่ นอย่างตา่ เพราะ มี 2 ทห่ี ารทงั 6 และ 24 ไดล้ งตวั
24
2 9 ตอบ ไม่เป็นเศษสว่ นอยา่ งตา่ เพราะ มี 3 ท่หี ารทัง 9 และ 15 ได้ลงตัว
15
3 21 ตอบ ไมเ่ ปน็ เศษส่วนอย่างต่า เพราะ มี 7 ที่หารทัง 21 และ 14 ได้ลงตวั
14
4
4 9 ตอบ เปน็ เศษสว่ นอยา่ งต่า เพราะ 1 เทา่ นันท่ีหารทัง 4 และ 9 ไดล้ งตวั
พพเเพดนนังิบจบ่อื่อืนาววงงนัรา่า่จจณาาท2379กกา1าเกปไ41า142ม็น9ร82812เ่ทเปศใาห==น็ษ14้เเสปศ82่ว421็นษ9น812เสใอศ÷ห÷÷÷่วยษ้เน3่าป232สองน็่วตยนเ==า่า่ศองษเยต732พ9สา่า่1ร่วงาเตนพะา่อไรไมยาด่าะ่ม้ ง73ยีจตงัา่ามนีว3นทน่หีบั าใดรททังม่ี า9กแกลวะา่ 21 ไดล้ งตัว และ 7 ได้ลงตวั
1 ทหี่ ารทัง 3
ทา 12 ให้เป็นเศษสว่ นอย่างต่า
36
12 12 ÷ 3 4
วิธที ำ 346 = 346÷÷43 = 112 นอกจาก 3 และ 4 แล้ว อาจใชจ้ านวนนบั
112 = 12 ÷ 4 = 3 อ่ืนท่หี ารทัง 12 และ 36 ไดล้ งตัวกไ็ ด้
ตอบ 3
แบบฝึกหัดหน้ำ 30 เขียนเปน็ เศษสว่ นอยำ่ งตำ่
1) 15 = 5 2) 28 = 14
9 3 30 15
3) 20 = 4 4) 15 = 3
35 7 40 8
5) 18 = 2 6) 36 = 6
45 5 30 5
ตรวจสอบควำมเข้ำใจ
1 ทาให้เปน็ เศษสว่ นอย่างต่า 54
24 63
1) 56 2)
วิธที ำ 24 = 24 ÷8 = 3 วธิ ีทำ 54 = 54 ÷9 = 6
56 56 ÷8 7 63 63 ÷9 7
3 6
ตอบ 7 ตอบ 7
2 เขียนเป็นเศษสว่ นอยา่ งต่า
3 4
1) 12 = 5 2) 8 = 9
20 18
3) 30 = 6 4) 32 = 2
25 5 48 3
5) 16 = 1 6) 42 = 3
32 2 28 2
ส่งิ ท่ีไดเ้ รียนรู้
วธิ ีการทา 45 ใหเ้ ปน็ เศษส่วนอยา่ งตา่ ได้อย่างไร
60
หาจานวนนบั จานวนเดียวกันทมี่ ากทสี่ ดุ นามาหารทังตวั เศษและตัวส่วนไดล้ งตัว
45 45 ÷ 15 3 45 45 ÷ 5 9
เช่น 60 = 60 ÷ 15 = 4 หรือ 60 = 60 ÷ 5 = 12
และ 9 = 9÷3 = 3
12 12 ÷ 3 4
6.6 กำรเปรยี บเทยี บและ
เรียงลำดบั
1 กำรเปรยี บเทียบเศษสว่ น จำนวนคละ
2 กำรเรยี งลำดบั เศษส่วน จำนวนคละ
1 กำรเปรยี บเทยี บเศษส่วน จำนวนคละ
พิจารณาการเปรียบเทยี บ 2 กับ 5
3 9
6
2 9
3 5
9
2 2×3 6
วิธคี ดิ เนอื่ งจาก 63 = 53 × 3 = 9
และ 92 > 95
ดงั นัน 3 > 9
การเปรียบเทยี บเศษสว่ นทม่ี ตี วั สว่ นไม่เทา่ กนั อาจทาได้โดยทาตวั สว่ นให้
เทา่ กนั เม่อื ตวั สว่ นเท่ากนั แลว้ จงึ เปรียบเทยี บตวั เศษ เศษส่วนใดมตี วั เศษ
มากกว่า เศษสว่ นนันจะมากกว่า
เปรยี บเทียบ 6 กบั 3
12 4
วิธีทำ 1 เนือ่ งจาก 6 = 6÷3 = 2 วธิ ที ำ 2 เนื่องจาก 3 = 3×3 = 9
12 12 ÷ 3 4 4 4×3 12
2 3 6 9
และ 4 < 4 และ 12 < 12
ดังนนั 6 < 3 ดังนนั 6 < 3
12 4 12 4
6 3 6 3
ตอบ 12 < 4 ตอบ 12 < 4
แบบฝึกหดั หน้ำ 33 เปรยี บเทยี บเศษส่วน
1 9 กับ 7 2 24 กบั 36
20 10 15 30
เนือ่ งจาก 20 24 × 2 48
วธิ ีทำ เนอ่ื งจาก 7 = 7×2 = 14 วิธที ำ 4185 = 1356 × 2 = 30
10 10 × 2 20 3204 > 3306 = 18
9 14 และ 3165 > 3360 ÷ 2 15
และ 20 < 20 2304 = 3108 ÷ 2
ดงั นนั 1245 > 3186
ดงั นัน 9 < 7 15 > 30
20 10 หรอื เน่ืองจาก
และ
ดงั นนั
ตอบ 9 < 7 ตอบ 24 > 36
20 20 15 30
3 10 กับ 78 4 29 กบั 5
11 88 36 6
วธิ ีทำ เนอ่ื งจาก 10 = 10 × 8 = 80 วธิ ที ำ เน่อื งจาก 5 = 5×6 = 30
และ 11 > 11 8 88 6 6×6 36
80 78 × 29 30
88 36 36
88 และ <
ดงั นนั 10 > 78 ดังนนั 29 < 5
11 88 36 6
ตอบ 10 > 78 ตอบ 29 < 5
11 88 36 6
5 7 กบั 21 6 35 กับ 3
8 24 12
13133123132555221125=12=<<13<<=32333111623112
วธิ ีทำ เนื่องจาก 7 = 7×3 = 21 วิธที ำ เน่ืองจาก
8 8×3 24
7 21 และ
ดังนัน 8 = 24
ดงั นนั
หรอื เนื่องจาก 21 = 21 ÷ 3 = 7
24 24 ÷ 3 8 หรอื เนอ่ื งจาก × 12 = 36
7 21 × 12 12
ดงั นัน 8 = 24
และ
ตอบ 7 21
8 = 24 ดงั นนั
ตอบ 35 < 3
12
พจิ ารณา กแเนลา่อื ระงเปจราียกบ43เท5612ียบหหมม3าา65ยยกถถบั งงึึ 412
3
กับ 5 หรือ 3 + 5
4 กบั 16 หรอื 4 + 16
2 2
เปรียบเทียบจานวนนบั พบว่า 3 < 4
ดงั นนั 356 < 421
พจิ ารณา เพเกแดนปลาังบ่ือรนระวยีงเนั า่ปจบราเ2ทยีก25บยี บ225221เท<70521จ7ยี0า=บน=ห12หว07ม5222นมา521××นย7า0กยถบั 22บัถงึ จพึง12ึง=2บพ702วจิ า่ก14าก0ับ2รบัณ=แ52าล1เ27ปะ0หจรร1งึีย4หือ0เบปร<เือร2ทยี 1ีย+7บ20บเ25ร+ทะีย1ห7บ0วา่25งก2ับ52
กับ 2170
7
10
การเปรียบเทียบจานวนคละ ให้เปรยี บเทยี บจานวนนับของจานวนคละกอ่ น
• ถ้าจานวนนับของจานวนคละใดมากกว่า จานวนคละนนั จะมากกว่า
• ถา้ จานวนนบั ของจานวนคละเท่ากัน ใหเ้ ปรียบเทยี บเศษส่วน เศษส่วนใดมากกว่า
จานวนคละนันจะมากกวา่
แบบฝกึ หัดหน้ำ 33 เปรยี บเทยี บจำนวนทกี่ ำหนด
1 561 กบั 243 2 249 กับ 232
วิธีทำ เปรียบเทียบจานวนนบั พบวา่ 5 > 2 วิธที ำ เปรยี บเทยี บจานวนนบั พบวา่ 2 = 2
ดังนนั 516 > 243 34229จ249ึง49เ=<ป<<รีย26932บ2××2323เท33ยี บ=94 2
เนอื่ งจาก กับ 3
ตอบ 516 > 234 และ 6
ดังนัน 9
ตอบ
3 314 กบั 3192 4 33 กบั 41140
7
วธิ ีทำ เปรยี บเทยี บจานวนนบั พบวา่ 3 = 3 วิธที ำ เเนปอื่รียงจบาเทกีย37บ3จ=าน4ว57นนจงึบั เปพรบยี วบ่าเท4ีย=บ 4475 กบั 41104
จึงเปรยี บเทยี บ 1 กับ 9 5 10
4 12 7 14
1 1×3 3 จงึ เปรียบเทียบ กับ
เนอื่ งจาก 4 = 4×3 = 12
5 5×2 10 จะได้ 475 = 41140
และ 3 < 9 เนื่องจาก 373 = 744×111144002 = 14
ดงั นัน 31324141 < 3312119922 ดงั นนั 373 =
ตอบ < ตอบ 7 =
5 9 กบั 1130 6 532 กับ 33
5 6
9 154 145 1130
วธิ ที ำ เนอ่ื งจาก 5 = จึงเปรียบเทียบ กบั วิธที ำ 5เ15133น772323อื่ ง>=>>จา3ก331663637335××32 2=2 17
และ 3
เปรยี บเทยี บจานวนนบั พบวา่ 1 = 1 จะได้ = 34 ซง่ึ 34 > 33
4 3 ดังนัน 6 6 6
จึงเปรียบเทยี บ 5 กับ 10
ตอบ
เนอื่ งจาก 4 = 15141301133××00จ22ะได=้ 8 1130
และ 58 > 11450>
ดงั นนั 910 >
ตอบ 95 >
5
2 กำรเรยี งลำดบั เศษสว่ น จำนวนคละ
พิจารณา การเรียงลาดับ 2 5 และ 7 จากน้อยไปมาก
3 6 12
2 2×4 8 5 5×2 10
เนอื่ งจาก 3 = 3×4 = 12 และ 6 = 6×2 = 12
แสดงวา่ 7 < 8 และ 8 < 10
12 12 12 12
7 2 2 5
หรอื 12 < 3 และ 3 < 6
ดงั นัน เรียงลาดบั จากนอ้ ยไปมำกได้ 7 2 5
12 3 6
การเรียงลาดับเศษสว่ นทม่ี ตี วั สว่ นไม่เทา่ กนั
อาจใชว้ ิธที าเศษสว่ นทกุ จานวนให้มตี วั ส่วนเทา่ กนั
แล้วเรียงลาดบั โดยพจิ ารณาจากตวั เศษ
พจิ ารณา การเรยี งลาดับ 8 256 และ 21183 จากมากไปนอ้ ย
3
8 223
เน่ืองจาก 3 =
พิจารณา 232 256 21183 พบว่า จานวนนับเทา่ กนั จงึ เปรียบเทียบเฉพาะเศษสว่ น
2 2×6 12 5 5×3 15
ซง่ึ 3 = 3×6 = 18 และ 6 = 6×3 = 18
แสดงวา่ 15 > 13 และ 13 > 12
18 18 18 18
5 13 13 2
หรอื 6 > 18 และ 18 > 3
ดังนนั เรียงลาดับจากมำกไปนอ้ ยได้ 256 21138 8
3
แบบฝึกหดั หน้ำ 36 เรยี งลำดับจำกมำกไปนอ้ ย
1 91 93 93 91
8 2 16 4 84 16 2
313 263
2 236 313 2148 7 7 2148
3 3
ตรวจสอบควำมเข้ำใจ
1 เตมิ > < หรือ = ใน
1) 3 < 11 2) 228 = 9
5 15 4
3) 567 > 51141 4) 11 > 156
3
5) 712 = 45
6 6) 1152 < 19
3
2 เรยี งลาดบั จากมากไปน้อย
1) 11 5 21 11 21 5
14 7 28 14 28 7
389 332 31181
2) 389 332 31181
3 เรียงลาดับจากนอ้ ยไปมาก
1) 12 4152 436 12 4152 436
3 3
2) 13130 125 1170 11310 13110 125 11330 1170
ส่งิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรู้ 13 2214
ถ้าตอ้ งการเรยี งลาดบั 121 3 12
4 จากน้อยไปมาก มวี ธิ ีการคดิ อย่างไร
1. 11จเพเเเรปปป23งึ ิจเยี ลรรปางยีีย<ี่ยรรลบบนณยีา1เเบดททา111เับ1จ23ียีย2ทาจบบียนาเบปก11วตน1212น็นวัท้อจส1กยาังว่ับหนไ1นป1มว21มนดพแา1คบ1พลก2ลวะไบะด่าเวนไ2้ด2่า43ื่อ21้ ง4143<จ1111เา2312จปก2ะ1น็ ไ121แเดศส=้2ษ2ด2ส121ง14่วว4จน่ามึงแ12เาปทกร้>ทดียส่ีังบ1นดุ1เ2นัทียด34บังนน12อ้นั ยก1ทับ21ี่สดุ11<2 ซึง่ ตัวเศษเท่ากัน
2.
3. 1 1 หรอื
4. 12
5.
6.7 กำรบวก กำรลบ
1 กำรบวก กำรลบเศษส่วน
2 กำรบวก กำรลบจำนวนคละ
1 กำรบวก กำรลบเศษสว่ น
พจิ ารณาการบวก และการลบเศษส่วนจากสถานการณ์ 3
8
แกว้ ตามวี ุน้ ในถาดขนาดเดยี ว เป็นวุ้นดอกอัญชัน 1 ถาด และวนุ้ ใบเตย ถาด แกว้ ตา
2
มีวนุ้ ทังหมดกถ่ี าด
สามารถแสดงได้ ดังนี 1 + 3 = 1 × 4 + 3
2 8 2 × 4 8
วุ้นดอกอญั ชนั 1 ถาด วนุ้ ใบเตย 3 ถาด = 4 + 3
2 8 8 8
7
= 8
7 ดังนนั แกว้ ตามวี นุ้ ทงั หมด 7 ถาด
8 8
วนุ้ ทงั หมด ถาด
แกว้ ตามวี ุน้ ในถาดขนาดเดยี ว เปน็ ว้นุ ดอกอญั ชนั 1 ถาด และวนุ้ ใบเตย 3 ถาด แก้วตา
2 8
มวี ุน้ ดอกอัญชันมากกว่าวุ้นใบเตยกีถ่ าด
สามารถแสดงได้ ดังนี 1 - 3 = 1 × 4 - 3
2 8 2 × 4 8
ว้นุ ดอกอัญชัน 1 ถาด วุ้นใบเตย 3 ถาด = 4 - 3
2 8 8 8
= 1
8
1 4 3 ดงั นนั แกว้ ตามวี ุ้นดอกอญั ชนั มากกวา่
2 8 8 1
= วนุ้ ใบเตย 8 ถาด
วุน้ ดอกอญั ชันมากกว่าวนุ้ ใบเตย 1 ถาด
8
การบวก หรอื การลบเศษสว่ นทีม่ ตี ัวสว่ นไมเ่ ทา่ กัน
ต้องทาตัวสว่ นให้เท่ากนั แลว้ จึงนาตัวเศษมาบวกกนั หรือลบกัน
1 4 9
5 10
หาผลบวกของ +
วธิ ที ำ 4 + 9 = 4 × 2 + 9
5 10 5 × 2 10
8 9 ควรตอบเปน็ จานวนคละ
= 10 + 10
= 17
10
= 1170
ตอบ 1170
2 12 5
16 8
หาผลบวกของ -
วิธีทำ 12 - 5 = 12 - 5 × 2 หรอื อาจทาไดโ้ ดย
16 8 16 8 × 2
12 10 12 - 5 = 12 ÷ 2 - 5
= 16 - 16 16 8 16 ÷ 2 8
6 5
= 12 - 10 = 8 - 8
16
2 = 6-5
= 16 8
1
= 1 = 8
8
1
ตอบ 8
3 3
7
หาผลลบของ 2 -
วิธีทำ 2 - 3 = 2 × 7 - 3
7 7 7
14 3
= 7 - 7
= 14 - 3
7
11
= 7
ตอบ 174 = 147
แบบฝกึ หดั หนำ้ 40 ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
1 หาผลบวก
1) 17 + 5 2) 2 + 2
24 6 9
17 5 17 +-+56222004×× 4 2 2
วธิ ที ำ 24 + 6 = 2147 4 วิธีทำ 9 + 2 = 2+ 9
= 1274 = 292
=
= 3724
= 1242134
2
ตอบ 1 13 ตอบ 2 9
24
2 หาผลลบ
1) 5 - 5 2) 30 - 3
2 4 7 14
5 5 5 × 2 5 30 3 30 × 2 3
วธิ ีทำ 2 - 4 = 120 52 - 4 วธิ ที ำ 7 - 14 = 6617040×-- 23 - 14
= 140 × 54 314
= =
= -
= - =
54
4114 = 5714
144114
1 =
4
ตอบ 1 ตอบ 4 1
14
2 กำรบวก กำรลบจำนวนคละ
พจิ ารณา 119922 + 221313 พจิ ารณา 335353 - 11117700
+ -
= 11 + 7 = 18 ×- 11207
= 191 73 × 3 = 158 - 17
= 191 + 321× 3 = 3315660×-- 127 10
= 191 291 = 1107
= + = 1910
= + =
= 32 9 =
3395959 1110119900
ดังนนั 129 + 231 ดงั นัน 335 - 1170
การบวก หรอื การลบจานวนคละ อาจทาไดโ้ ดยเปล่ยี นจานวนคละ
ใหเ้ ป็นเศษเกนิ กอ่ นแลว้ จงึ หาผลบวกหรอื ผลลบ
หาผลลบของ 241 - 1172 19
241 - 1172 9 12
วธิ ที ำ = 4 - 9 9 × 3 27
4 4 × 3 12
= 27 - 19 = =
12 12
27 - 19
= 12
= 8 หรอื 2
12 3
8 2
ตอบ 12 หรือ 3
แบบฝกึ หัดหน้ำ 40 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
1 ห1)าผว1ลธิ23บีทว+ำก3172123 + 3172 2
9
2) + 2 251 21 131315513213×+++×312212311551+
15
= 2523153002+××++144414234+233 วิธที ำ + =
= =
= 43 = 21
= 12 = 15
= =
= 6312 = 5415
= = 1158
1221 3535
5441
1 ตอบ 3 3
ตอบ 5 4 5
2 หาผลลบ
456 - 21183
1) วธิ ที ำ 465 - 21183 282816679897×--×- 141443389989- 2) 172 - 6
35
= 172 6 9749743555××- -3-6556536-5365
= 49 วิธที ำ - 35 = 3935
= 18 ตอบ 315345
= =
=
= =
=
3818 =
1189 =
2919 =
ตอบ 2 1 1 4
9 35
ตรวจสอบควำมเขำ้ ใจ
1 หาผลบวก
1) 1 + 3 2) 352 + 4210352
4 8 วิธที ำ
1 3 1 × 2 3 4210 115626577880×+×++42842880110+1
วิธที ำ 4 + 8 = 42 32 + 8 + = 14920
= 28 × 83 = 722900
= = 81
= + = 20
+ =
58 =
8
ตอบ 5
8
ตอบ 7 9
20
1 หาผลลบ
1) 2 - 3 2) 512 - 316
4 วธิ ที ำ
3 2 ×4 3 521 316 1122337311633×-×6--=13631196992- 31169=
วิธีทำ 2 - 4 = 8 --4334 - 4 - =
= 84 =
= 54 =
= 4141 = 14
= = 6
ตอบ 1 1 ตอบ 2 1
4 3
ส่งิ ท่ีได้เรียนรู้
5 + 3 = 8 ถกู ตอ้ งหรือไม่ เพราะเหตุใด ถ้าไม่ถูก แกไ้ ขให้ถูกต้อง
14 7 21
ไมถ่ ูกตอ้ ง เพราะการบวกเศษส่วนทตี่ วั สว่ นไมเ่ ท่ากนั ตอ้ งทาตวั สว่ นใหเ้ ทา่ กนั กอ่ น
แล้วจงึ นาตวั เศษมาบวกกนั ซึง่ แสดงไดด้ ังนี
5 3 5 3 × 2 5 6 5+6 11
14 + 7 = 14 + 7 × 2 = 14 + 14 = 14 = 14
6.8 โจทยป์ ัญหำ
มนี าประปาอยู่ 1 ถงั เปิดนาใสอ่ กี 1 ถัง ขณะนมี นี าประปาในถงั เทา่ ใด
2 4
สิง่ ทีโ่ จทย์ถำม ปรมิ าณนาประปาทังหมด
ส่งิ ท่ีโจทย์บอก
มนี าประปาอยู่ 1 ถงั เปดิ นาใส่อกี 1 ถัง
2 4
จำกโจทย์ เขียนแสดงดว้ ยภำพอย่ำงไร 1
4
เปดิ นาใสอ่ กี ถงั
มนี า 1 ถงั
2
จำกภำพจะหำปริมำณน้ำทง้ั หมดไดอ้ ยำ่ งไร นาปริมาณนาที่มอี ยเู่ ดมิ รวมกบั ปรมิ าณนาทเี่ ปดิ ใสเ่ พ่มิ
1 1
ม12ีน+าป41ระ=ป24าท+งั ห41มด=3434ถถงั งัจะได้ 2 + 4
ได้คำตอบเท่ำใด
สรุปคำตอบอย่ำงไร