คมู ือ
โปงผเี สือ
อทุ ยานแหงชาติเฉลิมพระเกยี รติไทยประจนั
การเตรียมตัว...กอนสาํ รวจ
การแตง ตวั
สวมหมวก เพือ่ ปองกันแสงแดด
ใสเ สอ้ื แขนยาวและกางเกงขายาว ชวยปอ งกันยงุ และแมลง
สสี นั ไมฉูดฉาดกลมกลนื กับธรรมชาติ
กระเปา เปใบเลก็ ควรมอี ะไรบา ง..?
ขวดนาํ้ /กระบอกน้ําดื่ม
ยากิน/ยาทา เชน ยาหมอง ยาแกป วดลดไข
ยาประจําตวั และพลาสเตอร
ขนม/นม ไวคลายหิว
เสือ้ กันฝน
ไฟฉาย
รองเทาผา ใบ เพือ่ ความถนัด และปองกันอันตราย
จากสัตวและแมลง
อุปกรณเพิม่ ความสนกุ
กลอ งสอ งทางไกล เพือ่ ขยายใหเ หน็ ภาพชัดๆ
แวนขยาย เพอ่ื การมองสงิ่ เลก็ ๆนอ ยๆ
คูม อื ตา งๆ เชน คูม ือดูนก คมู ือดูผีเสื้อ
รู ไ ว . . ป ล อ ด ภั ย แ น น อ น
ไมใหอาหารแกส ตั วป า เพราะ
การใหอ าหารสัตวปา จะทาํ ให
สตั วเ หลา น้ันมพี ฤติกรรมไมไป
หากินตามธรรมชาติ
หามเขาไปศึกษาธรรมชาติ
ดวยตนเองเพยี งลาํ พงั ตองมี
เจาหนา ทเี่ ขา ไปดว ยทกุ ครัง้
อยาจบั หัก หรอื เด็ดตน ไม ไมเ ดินออกนอกเสน ทาง
ใบไม เพราะตนไมเ หลา น้ัน โดยเด็ดขาด
อาจมีพษิ ทาํ ใหคนั ได เพราะอาจหลงได
ไมหยิบสง่ิ ของในปา
มารปั ประทานและลงเลน น้าํ
หรอื แหลง นาํ้ ตามลําพงั
เมื่อพบเห็นสตั วปา หา มเขา ใกล
หามจับ และงดสง เสยี งดัง
เพราะอาจทาํ ใหสัตวตกใจ
และเขามาทาํ รายได
ข อ ป ฏิ บั ติ ใ น ก า ร ดู ผี เ ส้ื อ
1.ควรศกึ ษาเรอ่ื งราวของผีเส้อื อยางคราวๆ เพอ่ื ทาํ ความเขา ใจกับ
รูปรา งลกั ษณะ พฤตกิ รรม แหลง อาศัย แหลงหากนิ ของผีเส้ือจะไดมี
โอกาสเหน็ ผีเส้อื ไดงา ยข้ึน
2.สวมเส้ือท่ีมีสีสันกลมกลืนกับธรรมชาติ เชน สเี ขียว สีน้าํ เงิน สี
กากี โดย ท่ีผเี ส้ือจะตกใจกับเสอ้ื ผาท่ีมีสสี นั ฉูดฉาด
3.ควรฝกดผู ีเสือ้ บรเิ วณรอบบานสนามหญา แปลงดอกไม สวน
สาธารณะ คอ ยๆ ดูทีละชนิด สงั เกตวา ผีเส้อื ทาํ อะไรอยู ทา ทางการบิน
การเกาะ กินอะไรเปนอาหาร ขนาดเปน อยางไร กอนทจ่ี ะเดินทางไปดใู น
พนื้ ที่ธรรมชาตไิ กลๆ
4. เดนิ ชาๆ เมื่อเห็นผีเสื้อเกาะอยูบนพื้น เม่ือเขาใกลใ นระยะ 5 เมตร
ควรน่ังลง ถามีกลอ งสองทางไกล สามารถใชสอ งดูผเี สื้อได
5. หากผเี สอื้ ตกใจบินขนึ้ ควรนง่ั นง่ิ ๆ รอสักพัก ถาผีเสอื้ ยงั หว ง
อาหารอยู จะบินกลับมาเอง
6. เมื่อเขาใกลผ ีเส้อื ในระยะ 2 เมตร ควรนอนลงแลว คอยๆคลาน
เขาไปโดยวิธนี ้สี ามารถเขา ใกลผเี ส้ือไดถ งึ 1 เมตร
7. ชวงเวลาทีเ่ หมาะสมทีส่ ดุ ในการดูผีเส้อื คือ 08.00 น.เพราะเปน
เวลาที่ผเี สือ้ จะเกาะนง่ิ ตามใบไมเ พ่อื ผึ่งแดดใหร างกายและปก อนุ แข็งแรง
กอนออกหากิน เวลากลางวันแดดรอนจดั ผีเส้ือจะหลบพกั ตามรมไมและ
ออกหากินอกี ครงั้ ในเวลา 15:00 น. - 18:00 น.
ว ง จ ร ชี วิ ต ผี เ ส้ื อ
5-7 day
7-14 day
5-7 day
1.ระยะไข อายไุ ขมีประมาณ 5-7 วนั มักจะวางไขด า นลา งของใบพชื
2.ระยะตัวหนอน ชวงนใ้ี ชเวลา 7-14 วัน จะลอกคราบเพ่มิ ขนาดตวั 5-6
ครั้งหนอนผเี สอื้ หลายชนดิ จะกนิ ตลอดเวลาเมื่อถึงระยะตัวหนอน ระยะ
สดุ ทาย มันจะหยดุ กิน ถายของเสียออกมาจากทางเดินอาหารจนหมด
และเรม่ิ หาที่เพ่ือลอกคราบเปนดักแดก ารเจริญเตบิ โตของผีเสือ้
3. ระยะดกั แด ชวงระยะในการเปน ดักแดของผีเส้อื ทวั่ ไปประมาณ 5-7 วัน
4. ระยะตัวออนและตัวเต็มวยั หลังจากน้ันดักแดจ ึงลอกคราบ เพ่อื ออก
มาเปนตัวผเี ส้อื โดย ดันสวนหัวออกมากอ น ทําหนาท่ีในการผสมพนั ธแุ ละ
วางไข เพ่ือสบื ทอดลูกหลานตอไปเทา นน้ั
ก า ร จํา แ น ก ผี เ สื้ อ
ผีเส้ือมี 2 กลุม คือผีเส้ือกลางวัน และผีเสื้อกลางคืนใน
จาํ นวนผีเสื้อเกือบ 20,000 ชนิด ปรากฏวาเปนผีเส้ือกลาง
วันที่เราคุนเคยเพียง 10% นอกจากน้ัน เปนกลุมของผีเสื้อ
กลางคืน ความแตกตางจะเห็นไดชัด คือ ชวงเวลาออก
หากิน แตมีขอยกเวนสําหรับบางชนิด ดังนั้น ในการจําแนก
จึงตองพิจารณาลักษณะอ่ืนๆ ดวย
ผเี สื้อกลางวนั (Butterfly)
1.จะมหี นวดพองท่ปี ลายเรยี งลงมาคลา ยกระบอก บางพวกจะงอ
ท่ปี ลายคลายตะขอ เวลาเกาะ จะตัง้ หนวดเปนรปู ตัววี (V)
2.มีลาํ ตวั ยาวเรยี ว มปี กกวาง สวยงาม
3.ออกหากนิ ในเวลากลางวนั ยกเวนบางพวก อาจออกหากนิ ใน
เวลาเชามดื และใกลค ํา่
4.เวลาเกาะพกั จะหุบปก ตัง้ ตรงยกเวนปกเปย กฝนจึงจะกางออก
ผง่ึ แดดบางชนิดก็จะกางปกตลอดเวลา
ผเี สื้อกลางคืน (Moth)
1.จะมีหนวดเรยี งคลา ยเสนดาย บางชนิดจะมีพ-ู พนั หวคี ลา ยขนนก
2.ลําตัวอว นมขี นปกคลมุ มากสจี ะทบึ
3.เวลาเกาะพกั จะกางปก ออกแนบกบั พนื้ ที่เกาะของปกดา นหนา จะอยู
ขางลําตัวต่าํ กวา ระดบั หลังเปน รูปหนาจั่วหรอื คลา ยกระโจมและคลุม
ปก คหู ลงั จนมดิ
สี แ ล ะ ล ว ด ล า ย บ น ป ก ข อ ง ผี เ ส้ื อ
ลวดลายและสบี นปก ผีเสื้อประกอบขึน้ ดวย เกลด็ ของผเี สอ้ื มี 2 ลกั ษณะ
ดวยกนั คือ
- เกลด็ ที่ไมม ีเม็ดสีแตเ ปนสนั นูนข้นึ มา เม่อื สะทอ นแสงจะเกิดสีรงุ แวววาว
- เกลด็ ทม่ี เี ม็ดสอี ยภู ายใน เม็ดสีภายในเกลด็ สรา งไดจากสารเคมใี นตวั
ผีเส้อื ทส่ี รา งข้ึนเอง และสารเคมีทแ่ี ปรรูปมาจากอาหารท่ตี วั หนอนกินเขา ไป
สารทท่ี าํ ใหเ กดิ เมด็ สีตางๆ ในเกล็ด คอื
1. เทอรนี (pterine) เปน สารทีแ่ ปรรปู มาจากกรดยูรกิ ในวงศผเี สือ้ หนอน
กะหลาํ่ มสี เี หลอื ง ในวงศผ ีเสื้อขาหนา พูมสี สี ม และสีแดง สแี ดงเมื่อสมั ผสั กบั
ออกซเิ จนในอากาศจะซีดลงเรอื่ ยๆ ผีเสอื้ พวกนเี้ มอื่ ออกมาใหมๆ จงึ มสี ีสดกวา
ผเี สอื้ ที่ออกมานานแลว แตถา นาํ ไปรมไอคลอรนี สีจะกลับคนื มา บางทีจะมสี ี
สดใสกวาเดิม
2.ฟลาโวน (flavone) เปนสารที่ผีเสื้อสรางข้ึนเองไมได ตองรับ
มาจากพืชที่กินเขาไปในระยะตัวหนอน ทําใหมีสีขาวถึงสีเหลือง พบ
ในวงศผีเสื้อสีตาลและวงศผีเสื้อบินเร็วบางชนิด สารน้ีจะเปล่ียนสี
จากสีขาวเปนสีเหลืองเขมเม่ือถูกกับแอมโมเนีย
3.เมลานิน (melanin) มีสีดําเปนเม็ดสีแบบเดียวกับในคนและ
สัตวทั่วไป สีเขียวและสีมวงฟาเปนสีที่เกิดจากเกล็ดไมมีสี เม่ือแสง
สองผานเย่ือบางๆ หลายช้ันของแผนปกจะสะทอนออกมาเปนสีดัง
กลาว
4.ประโยชนของสีและลวดลายบนปกของผีเส้ือสีสันและลวดลาย
ของปกผีเสื้อสามารถใชในการจําแนกเพศบางชนิดของผีเส้ือได
5.ใชในการปองกันศัตรูโดยที่ลวดลายจะกลมกลืนกับสภาพ
แวดลอมที่มันอาศัยอยู หรือทาํ ใหศัตรูตกใจกลัว เขาใจผิดจูโจม
ตรงจุดท่ีไมสําคัญ มีการเลียนแบบสีสันเหมือนผีเสื้อมีพิษบางชนิด
6.สามารถจําแนกกลุม หรือสกุลของผีเสื้อได
แ ห ล ง ห า กิ น ข อ ง ผี เ สื้ อ
แหลงหากินของผีเส้ือมีสองแหลงใหญๆ คือ ดอกไมและโปรง
ดินท่ีมีแรธาตุอาหาร ซ่ึงทีโปงดินสวนใหญแลวจะเปนผีเสื้อเพศผูเกือบ
ทั้งหมด
โปงดินจะอยูตามริมลาํ หวย แองน้ําหรือพื้นที่ดินชื้นแฉะ และมีแร
ธาตุอาหารที่มีผีเสื้อตองการปะปนอยู เชน นา้ํ จากมูลสัตว ปสสาวะ
สัตวหรือคน ซากสัตวเนาเปล่ือย ผลไมเนา ผีเสื้อที่มีปากยาวมากๆจะ
สามารถกินนา้ํ หวานจากดอกไมท่ีมีกลีบดอกเปนกลวยลึกได ผีเสื้อ
สวนใหญจะออกหากินเมื่อมีแสงแดดอากาศแจมใส เนื่องจากจําเปน
ตองผึ่งปกใหอบอุนกอนเพื่อที่จะบินไดอยางคลองแคลววองไวซึ่งจะ
เปนชวงเวลาประมาณ 08.00 น. ผีเสื้อจะหากินเร่ือยไปจนกระท่ัง
ประมาณ 10.00 - 11.00 น. เม่ือถึงเวลากลางวันแดดรอนจัดผีเส้ือจะ
หลบพักตามรมไม และออกหากินอีกคร้ังในเวลา 15.00 - 18.00 น.
แตมีผีเส้ือบางกลุมออกหาอาหารในชวงเชามืดหรือใกลคํ่า เชน ผีเส้ือ
ในวงบินเร็วผีเส้ือกลุมสายัณหสีตาล
หากอากาศคร้ึมฟาคร้ึมฝนมีความชื้นสัมพัทธมากหรือลมแรง
ผีเส้ือจะเขาหลบตามพุมไม หากฝนตกจะหลบเกาะตามใบไมในชวง
ฤดูรอนบางพื้นที่ท่ีแหงแลงมากๆผีเสื้อในวงหนอนกะหล่ําอาจจะพา
กันบินเปนกลุมๆ ไปอยางแรกอาหารท่ีไกลออกไปจากท่ีอยูอาศัยเดิม
เชน จากยอดภูเขาลงสูชายเขา
ด อ ก ไ ม แ ล ะ โ ป ง ดิ น
ว ง ศ ผี เ สื้ อ บิ น เ ร็ ว
Family Hesperiidae
วงศผีเสื้อบินเร็ว
มีหนวดแบบกระบอกเหมือนผีเสื้ออื่น ๆ ตางกันเล็กนอยตรงท่ีปลาย
หนวดมีลักษณะเปนขอ ลําตัวคอนขางหนาเหมือนผีเส้ือกลางคืน มีเกร็ด
ปกคอนขางหนามากกวาผีเสื้อสวนมาก เน่ืองจากผีเส้ือในวงศน้ีมีลําตัว
เพรียว แข็งแรง มีปกเล็ก ทาํ ใหมันบินไดรวดเร็วกวาผีเสื้อวงศอื่น ๆ จึง
ไดชื่อวา skippers หรือผีเส้ือบินเร็ว
ผีเสื้อบินเร็วสวนใหญมีขนาดเล็ก จึงไมคอยเปนเหยื่อของนก ชอบ
กางปกผึ่งแดด แตก็มีหลายชนิดท่ีชอบออกหากินในชวงเวลาเชามืด
หรือเวลาหัวค่ํา สวนเวลากลางวันจะซอนตัวอยูในที่มืดตัวหนอนของ
ผีเส้ือบินเร็วสวนใหญชอบกินพืชพวกหญาปาลม ขิง ฯลฯ ตัวเมียวางไข
เด่ียว ตามใบพืชอาหาร และวางไขจาํ นวนไมมากนัก
ผีเสื้อวงศนี้สวนมากชอบผ่ึงแดด ชอบกินน้าํ หวานดอกไม ชอบกินยาง
ไม ของเนาๆ หรืออุจจาระนกบนตนไม ใบไม ในประเทศไทยมีรายงานวา
มากกวา 270 ชนิด
ผีเสื้อปกราบลายหินออน
ผเี ส้อื ปายขาวมลายู
ผเี สือ้ หนวดตุมจุดขาว
ผเี สือ้ บินเรว็ ลายใตเ หลอื ง
ผเี สอ้ื แตมขาววทั สนั
ผีเสื้อปกราบลายจุดธรรมดา
ร า ย ชื่ อ ผี เ ส้ื อ
1.ผีเส้ือหนาเข็มปกมนลายสม
2.ผีเสื้อหนาเข็มปกมนตัวเขียว
3.ผีเสื้อหนาเข็มแถบขาว
4.ผีเส้ือหนาเข็มปาแถบเขียว
5.ผีเสื้อปกราบกํามะหยี่
6.ผีเส้ือปกมุมปาน
7.ผีเสื้อทายขาวใหญมลายู
8.ผีเสื้อจ๋ิวปกแหลม
9.ผีเสื้อจุดเหล่ียมขนปุย
10.ผีเส้ือจุดเหล่ียมสีทอง
11.ผีเส้ือโคนปกขนสีจาง
12.ผีเส้ือนิลปา
13.ผีเส้ือเหลืองปกไข
14.ผีเส้ือจ๋ิวหญา
15.ผีเสื้อจิ๋วจุดขาว
วงศผีเส้ือสีนา้ํ เงิน
Family Lycaenidae
วงศผ ีเส้อื สนี ํา้ เงิน
ผีเสอ้ื ในวงศน ี้มีจํานวนมากทีส่ ุด แตก ม็ ขี นาดเล็กทสี่ ุดดว ย ในประเทศไทยมี
รายงานวาพบแลว มากกวา 400 ชนิด โดยทว่ั ไปเม่อื หบุ ปก เพศผูและเพศเมยี จะ
คลา ยกนั มาก แตเมือ่ กางปกแลว ปกดานบนจะแตกตา งกัน เพศผูจะมีสที ีส่ ดใส
กวา ในประเทศไทยสวนมากจะเปน โทนสนี ้าํ เงนิ จงึ ไดช่ือวา เปนผีเสอ้ื “ วงศผีเส้อื
สนี ้าํ เงนิ ” สวนเพศเมยี นั้นจะมีสจี างกวา
ผีเสอ้ื ในวงศน้ี บางชนิดมหี างเพรยี วแหลมยน่ื ออกมา เรียกวา “Hairatreaks”
และตรงปกคหู ลงั ท่ีมีหางยืน่ ออกมา จะมีจดุ สีเปน รูปตา เพ่ือหลอกศัตรวู า ดานนี้
เปน หวั และหนวด โดยผีเส้ือบางชนิดนชี้ อบขยบั ปกคหู ลงั ไปมา ทาํ ใหจ ุดตาและ
หางขยบั ศตั รูจงึ คิดวาเปนสวนหวั และหนวด จึงโจมตีจุดนี้ ทาํ ใหพ ลาดเปาหมาย
สาํ คัญ
เพศเมียชอบวางไขโดดบนตนไมท่ีเปนพชื อาหารตวั ออ น บางชนิดเมื่อตอนเปน
หนอนจะอาศัยอยกู ับมด โดยมดจะชวยคุมกันภัยและไดน าํ้ หวาน จากตวั ออน
ของมัน
ผเี สื้อหนอนพทุ ราแถบตรง
ผเี ส้ือแสดหางยาว
ผเี ส้อื ขาวหางริว้
ผีเสื้อฟา ลายแปลกอโศก
ผเี สื้อมว งปก แหลมแถบขาว
ผีเส้อื มลายา
ร า ย ชื่ อ ผี เ ส้ื อ
1.ผีเส้ือภูเขาลายปน
2.ผีเสื้อภูเขาลายปน
3.ผีเสื้อปกกึ่งหุบเล็ก
4.ผีเสื้อปกก่ึงหุบดํา
5.ผีเสื้อปกก่ึงหุบหางยาว
6.ผีเส้ือนอยขาวดํา
7.ผีเส้ือประกายฟาแถบกวาง
8.ผีเสื้อประกายฟาแถบกวาง
9.ผีเส้ือขอบไรจุด
10.ผีเส้ือฟาดอกหญา
11.ผีเสื้อฟาขอบประกายเล็ก
12.ผีเส้ือฟาจุดขอบ
13.ผีเส้ือฟาหิ่งหอยสีคลาํ้
14.ผีเสื้อฟาลาย
15.ผีเส้ือฟาลาย
16.ผีเส้ือฟาขีดหกเขมมลายู
17.ผีเสื้อฟาขีดหกลายเขม
18.ผีเสื้อฟาขีดหกโนรา
19.ผีเสื้อฟาขีดหกลายแถบ
20.ผีเส้ือลายเลอะ
21.ผีเส้ือมวงปกแหลมเล็ก
22.ผีเสื้อฟาขอบขนขีดขาว
23.ผีเสื้อฟาขอบขนปกจุด
24.ผีเส้ือฟาจุดใหญ
25.ผีเส้ือลายขีดเงินกระเหร่ียง
ว ง ศ ผี เ ส้ื อ ข า ห น า พู
Family Nymphalidae
วงศผ เี ส้อื ขาหนา พู
ผีเสื้อในวงศน้ีมีขาคูหนาหดเล็กลง ใชในการเดินหรือเกาะไมได จึง
เห็นเปนพูขนสั้นๆ เปนที่มาของช่ือวงศขาหนาพู บางคนจึงเรียกกันวา
“ผีเส้ือส่ีขา” สีโดยท่ัวไปสดใส ปกท้ังสองมีเซลลปกเปด การจาํ แนก
ผีเส้ือในวงศนี้ยึดลักษณะของตัวหนอนเปนหลัก หนอนมีขนเปนหนาม
อยูทั่วตัวเปนสวนใหญ ออกหากินเฉพาะในเวลาท่ีมีแสงแดดจัด มักพบ
กางปกออกผึ่งแดดอยูตามยอดไม ผีเสื้อท่ีมีความสาํ คัญทางเศรษฐกิจ
ไดแก ผีเสื้อหนอนละหุง (Ariadne aridadne) ผีเสื้อบารอนหนอน
มะมวง (Euthalia aconthea)
ผเี ส้อื หนอนขาวสารลายเสือ
ผีเสื้อลายเสอื ขีดยาว
ผีเสอื้ รอนลมสีมวั
ผีเสอื้ ดาราไพรสยาม
ผเี สอ้ื มา เขียวมลายู
ผเี สอ้ื จาเมียสสี ม
ร า ย ชื่ อ ผี เ ส้ื อ
1.ผีเส้ือลายเสือฟาแถบกวาง
2.ผีเสื้อลายเสือฟาเขม
3.ผีเสื้อจรกาฟาปาต่ํา
4.ผีเสื้อจรกาหนอนยี่โถ
5.ผีเสื้อจรกาสองขีด
6.ผีเสื้อจรกาแคระ
7.ผีเส้ือจรกาเชิงขีดยาว
8.ผีเส้ือจรกาดําขาว
9.ผีเสื้อสายัณหสีตาลใหญ
10.ผีเสื้อสายัณหสีตาลไหม
11.ผีเสื้อหนอนมะพราวขีดฟา
12.ผีเส้ือแฉกมวงดูรา
13.ผีเส้ือเลอะเทอะปาไผ
14.ผีเสื้อเลอะเทอะธรรมดา
15.ผีเสื้อเลอะเทอะลายตรง
16.ผีเส้ือเลอะเทอะกลางปกดํา
17.ผีเสื้อเลอะเทอะหางแดง
18.ผีเสื้อเลอะเทอะแดงแถบเพศ
19.ผีเส้ือเลอะเทอะสีมัว
20.ผีเส้ือแมนดาริน
21.ผีเสื้อตาลแถบขาวเรียง
22.ผีเส้ือไกเซอรสามสี
23.ผีเส้ือตาลพุมนอย
24.ผีเสื้อตาลพุมส่ีจุดเรียง
25.ผีเส้ือตาลพุมแถบเพศยาว
26.ผีเส้ือตาลพุมมวง
27.ผีเสื้อตาลพุมเหลือบมวง
28.ผีเสื้อตาลพุมพาดขาว
29.ผีเส้ือตาลพุมวูดเมสัน
30.ผีเส้ือปกใสจุดตาลายตรง
31.ผีเส้ือปกใสจุดตาธรรมดา
32.ผีเส้ือตาแมวมวง
33.ผีเส้ือวงแหวนลาย
34.ผีเส้ือปาขีดเรียว
35.ผีเส้ือปาสีตาลไหม
36.ผีเสื้อนางพญาสยาม
37.ผีเส้ือนางพญาก็อดเฟรย
วงศผ ีเสอื้ หางต่ิง
Family Papilionidae
ผีเสื้อวงศห างตง่ิ
ผเี ส้อื วงศหางต่งิ เปนผีเส้อื ทม่ี ีขนาดใหญ สวยสะดดุ ตา และเปน ทคี่ ุนเคยกับ
ผคู นมากที่สดุ ชนดิ หนงึ่ บางชนิดมหี างที่ปกคหู ลังทง้ั สอง จงึ ไดช ่อื วา “หางตง่ิ ”
ชาวยโุ รปกลับมองวาคลา ยกับหางของนกนางแอน จึงเรยี กวา “swallowtail”
แตอ ยา งไรกต็ ามบางชนิดกไ็ มม ีหาง
ผีเส้ือชนดิ น้ีบางตัวชอบหากินตามดอกไม บางตัวชอบมูลสตั ว แตท กุ ตัวชอบ
เกาะตามท่ชี น้ื ริมลาํ ธาร เพอ่ื ดูดกินเกลอื แร เราจะพบผีเสอ้ื วงศนี้ ไดท ั่วไป ตาม
สวนดอกไม ชายปา และตามริมลําธารท่แี ดดสอ งถงึ
จดุ เดนของผเี สื้อในวงศน ้ี คอื ปลายหนวดแบบกระบอก แตสว นปลายงอนข้ึน
ขายาว ลาํ ตัวเรียว ในประเทศไทยมรี ายงานวา พบไมน อ ยกวา 63 ชนิด
ผีเสื้อในวงศน ้ีเปนสัตวป า คมุ ครองถึง 8 ชนิดคอื ผีเสื้อสมิงเชยี งดาว
ผีเส้ือรกั แรขาว ผีเสอ้ื มรกตผา หม ปก ผีเสื้อหางดาบตาลไหม ผเี ส้ือถุงทอง และ
ผเี สื้อหางตงิ่ สะพายเขยี ว
ผีเส้อื ถุงทองธรรมดา
ผีเสอื้ หางตุมจดุ ชมพู
ผเี สอ้ื หนอนจําปข ีดดํา
ผเี สื้อหางตง่ิ เฮเลน
ผีเสอื้ หางติง่ แววมยรุ า
ผีเส้อื หางต่งิ ชะออ น
ร า ย ชื่ อ ผี เ ส้ื อ
1.ผีเส้ือปกคางคาวพมา
2.ผีเสื้อหางตุมธรรมดา
3.ผีเส้ือหางตุมใหญ
4.ผีเส้ือหนอนมะนาว
5.ผีเส้ือหางติ่งสะพายขาว
6.ผีเส้ือหางต่ิงโนเบิ้ล
7.ผีเสื้อหางต่ิงธรรมดา
8.ผีเส้ือหางติ่งปารีส
9.ผีเสื้อหางดาบภูเขา
10.ผีเสื้อหางดาบลายขีด
11.ผีเสื้อมาลายใหญ
12.ผีเส้ือมาลายมลายู
13.ผีเสื้อสะพายฟาหางยาว
14.ผีเส้ือสะพายฟา
15.ผีเส้ือหางมังกรขาว
วงศผ ีเสอ้ื หนอนกะหลํ่า
Family Pieridae
ว ง ศ ผี เ สื้ อ ห น อ น ก ะ ห ลํ่า
ผีเสื้อหนอนกะหลา่ํ พบอาศัยอยูท่ัวโลก โดยเฉพาะในเขตรอน
มักมีปกสีเหลืองและขาว ขาคูหนาเจริญดีเหมือนผีเสื้อหางติ่ง เล็บท่ี
ปลายเทามี 4 ซี่ ตางจากผีเส้ือในวงศอื่น ท่ีมีเพียง 2 ซ่ีเทานั้น ใน
ประเทศไทยมีประมาณ 50 ชนิด ที่พบเห็นท่ัวโลกคือ ผีเสื้อหนอน
คูน (Catopsilia pomona) กินใบคูน และใบขี้เหล็ก ผีเส้ือเณร
ตัวเหลืองเล็ก บินเรี่ยๆตามกอหญา หนอนสีเขียวใบไมมีลายขาว
พาดดานขางตัวตลอด มักพบลงเกาะดูดกินน้ําตามทรายช้ืนเปน
ก ลุ ม ใ ห ญ
ผเี สอื้ เหลืองหนอนกาฝากธรรมดา
ผเี ส้ือเหลอื งสยามธรรมดา
ผเี ส้อื เณรภูเขา
ผเี สื้อหนอนกาฝากเหลืองฉาน
ผเี สอ้ื หนอนใบกุมเสน ดํา
ผเี สื้อเณรยอดไม
ร า ย ชื่ อ ผี เ ส้ื อ
1.ผีเส้ือหนอนกาฝากเหลืองฉาน
2.ผีเสื้อหนอนกาฝากเหลืองภูฐาน
3.ผีเส้ือหนอนกาฝากเหลืองออน
4.ผีเส้ือหนอนกาฝากเหลืองพมา
5.ผีเสื้อหนอนกาฝากจุดแดง
6.ผีเส้ือหนอนกะหลาํ่ ใหญ
7.ผีเส้ือหนอนกะหลํา่ แถบดํา
8.ผีเสื้อหนอนกะหลาํ่ ใยหินออน
9.ผีเสื้อเหลืองสยามลายขีด
11.ผีเสื้อเหลืองสยามขอบดํา
12.ผีเส้ือผีเสื้อฟาเมียเลียนขอบแคบ
13.ผีเส้ือหนอนใบกุมเนโร
14.ผีเสื้อปลายปกสมเล็ก
15.ผีเส้ือเณรสามจุด
16.ผีเส้ือเณรสีจางไทย
17.ผีเส้ือเณรแถบดาํ
18.ผีเสื้อเณรทัลบอต
ดู ผี เ สื้ อ เ พ่ิ ม เ ติ ม ไ ด ท่ี น่ี