The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนา ประจำปี 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Lapadrada Kethom, 2022-07-11 04:50:28

แผนพัฒนา ประจำปี 2565

แผนพัฒนา ประจำปี 2565

กลมุ่ พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา

สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต ๑

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

แผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
ประจาปงี บประมาณพ.ศ. 2565 นี้ จดั ทาข้ึนเพ่อื เปน็ กรอบ ทิศทางในการวางแผนการพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการ
ศึกษา ซ่ึงได้สารวจและรวบรวมข้อมูลความต้องการ จาเป็นในการพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual
Development Plan : ID PLAN) ของครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ท้ังน้ี สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้ตระหนักและเห็นความสาคัญของการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งถือ
เป็นทรัพยากรบุคคลท่ีมีความสาคัญต่อการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด
ประสทิ ธผิ ล และบรรลุวัตถปุ ระสงค์

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาครูและ
บุคลากรทางการศึกษา ประจาปีงบประมาณ 2565 จะเป็นประโยชน์ต่อการดาเนินงานด้านการพัฒนาครูและ
บุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ และสามารถพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ สู่การ
บริหารจัดการองค์กร รวมถึงสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการศึกษา
อันจะนาไปสูค่ ุณภาพผู้เรียนต่อไป

กลุ่มพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษา
สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1

10 พฤศจิกายน 2564

เรอ่ื ง สารบัญ หนา้
คานา ข
สารบญั บทนา ค
ส่วนที่ 1 ความเป็นมา วัตถุประสงค์ 1
สภาพปัจจบุ นั
ส่วนท่ี 2 ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี 3
นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5
ส่วนท่ี 3 ขอ้ มูลสานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1 8
สว่ นที่ 4 โครงสรา้ งการบริหาร 14
ส่วนท่ี 5 ข้อมูลพน้ื ฐานการศกึ ษา 15
ภาคผนวก ผลการดาเนินงานทีผ่ ่านมา 16
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา 19
คณะผู้จัดทา ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี 27
วเิ คราะหส์ ถานภาพของเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา 28
การบรหิ ารแผนพัฒนาบุคลากรส่กู ารปฏบิ ตั ิ 31
ความต้องการในการพัฒนา 34
สรปุ ขอ้ มูลความต้องการการพฒั นา 35
แนวทางการบรหิ าร 38
43

คาสง่ั เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทาแผนพฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ประจาปี
งบประมาณ พ.ศ.2565
การบรหิ ารโครงการและงบประมาณ
ปฏิทนิ การดาเนินงาน
การรายงานผลการประเมนิ โครงการ

สว่ นที่ 1

บริบททั่วไป

1. ความเป็นมา

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หมวด 5
การเสริมสรา้ งประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัตริ าชการ มาตรา 79 ใหผ้ ู้บังคับบัญชาปฏิบัติตนเป็นตัวอยา่ งท่ีดีแก่
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและมีหน้าที่พัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติท่ีดี คุณธรรม
จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพท่ีเหมาะสมในอันท่ีจะทาให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลและความก้าวหนา้ แก่ราชการ ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีก.ค.ศ.กาหนด และมาตรา 80
ให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งบางวิทยฐานะ
เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสมในอันที่จะทา
ให้การปฏิบัติหน้าท่ีราชการเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และความเจริญก้าวหน้าแก่ราชการ ทั้งน้ี
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด รวมถึงกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 -
2579) กาหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ที่เก่ียวข้องกับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน 6 ยุทธศาสตร์ ที่มุ่งเน้น การสร้างความม่ันคง การพัฒนาด้านพลังงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตให้
สนบั สนนุ การเจรญิ เตบิ โตของประเทศ ประการสาคัญ คือ การยกระดบั คุณภาพการศึกษาและการเรยี นรู้ให้
มีคุณภาพเทา่ เทียมและทั่วถงึ และมุง่ เน้นการปลกู ฝังระเบียบวนิ ัย จริยธรรม ค่านิยมทพี่ ึงประสงค์ รวมไปถึง
การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซ่ึงมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพคน ลงสู่นโยบายเพ่อื พัฒนาการจัด
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)นโยบายที่ 3 ด้าน
การสง่ เสริม พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ท่มี งุ่ เนน้ พฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถ
จัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพรูปแบบท่ีหลากหลาย เช่น ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(Professional
Learning Community : PLC) การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการปฏิบัติจริง (Active Learning) การพัฒนาครู
ทัง้ ระบบทเ่ี ชือ่ มโยงกับการเลือ่ นวทิ ยาฐานะ

จากนโยบายดังกล่าว สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
ซ่งึ มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา รวมถงึ การบรหิ ารจัด
การศึกษาของสถานศึกษาได้นาไปกาหนดยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนการดาเนินงานลงสู่การ
ปฏิบัติ เพื่อการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้มีศักยภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ
จึงได้ดาเนินการสารวจความต้องการจาเป็นโดยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดทา
แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล(IndividualDevelopment Plan : ID PLAN) เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทา
แผนพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในคร้งั นี้

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ เปน็ แนวทางในการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาของสานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษา

ประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 อันจะนาไปสู่วิสยั ทัศน์ทก่ี าหนด
2. เพ่ือใหค้ รูและบุคลากรมีคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ คอื มีความพร้อมในความรแู้ ละทักษะดา้ นการ

จัดการเรียนรู้ เทคโนโลยี การบรหิ ารองค์กรยุคใหม่ มจี ติ ให้บรกิ าร เสรมิ สรา้ งค่านยิ มการทางานเป็นทีม
มคี ุณธรรม จริยธรรม ซือ่ สตั ย์สจุ ริต



เป้าหมาย

เปา้ หมายเชิงปริมาณ
1. จดั ทาแผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จานวน 2 เลม่
2. หนว่ ยงานมีแผนพัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาครู

และบุคลากรทางการศึกษา ให้บรรลเุ ป้าหมายสคู่ วามสาเร็จ ร้อยละ 90

เปา้ หมายเชิงคณุ ภาพ
1. แผนพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา สามารถนาไปใชเ้ ปน็ กรอบทิศทางการพัฒนาครู

และบุคลากรทางการศึกษา ลงสกู่ ารปฏิบัตเิ ปน็ รปู ธรรม
2. สามารถปรบั และบูรณาการใชค้ วบคู่ไปกับแผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปีของหนว่ ยงานได้
3. ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสังกัดได้รับการพฒั นาใหเ้ ปน็ ผูม้ ีสมรรถนะ

ตามมาตรฐาน วชิ าชีพ ตามแผนงานและโครงการท่กี าหนดในแผน ร้อยละ 90

ขอบเขต
ครอบคลุมการกาหนดแผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศกึ ษาการดาเนนิ กจิ กรรมการพฒั นา

บคุ ลากรการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกดั สานกั งานเขต
พ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ท่ีต้งั และสภาพทางภูมศิ าสตร์

สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่เกิดขึ้น
ตามพระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และทีแ่ ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๓ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การแบ่งส่วนราชการภายในสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ ปัจจุบันต้ังอยู่เลขที่ ๘/๖ หมู่ท่ี ๑๒ ถนนแม่น้าแม่กลอง ตาบล
ปากแพรก อาเภอเมอื งกาญจนบรุ ี จังหวัดกาญจนบุรี รหสั ไปรษณยี ์ 71000

ขนาดที่ต้งั และอาณาเขต

จงั หวัดกาญจนบรุ ี เปน็ จังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวนั ตกของประเทศไทย มีพน้ื ทีใ่ หญ่
เป็นลาดบั ท่ี 3 ของประเทศ มเี น้อื ที่ 19,473 ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ 12,176,968 ไร่ เป็นพนื้ ท่ี
ปา่ ไมป้ ระมาณ 7.4 ลา้ นไร่ และพ้นื ที่การเกษตร 2.5 ลา้ นไร่ ภมู ิประเทศของจังหวัดประกอบด้วยเทือกเขา
กลุม่ เขา ปา่ ไมแ้ ละที่ราบลุม่ ในเขตพ้นื ทชี่ ลประทาน มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมียนมาร์
ระยะทางประมาณ 371 กโิ ลเมตร ประกอบดว้ ยชอ่ งทางเข้าออกตามธรรมชาติ ประมาณ 43 ชอ่ งทาง

จังหวดั กาญจนบุรี อยหู่ า่ งจากกรงุ เทพมหานคร ระยะทาง 129 กิโลเมตร ตามเสน้ ทาง
สายนครปฐม – บา้ นโปง่ – กาญจนบรุ ี มอี าณาเขตติดตอ่ ดงั นี้

ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ จังหวดั ตาก จังหวัดอทุ ัยธานี

ทิศใต้ ติดต่อ จังหวัดราชบรุ ี

ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ จังหวดั สพุ รรณบุรี จังหวัดนครปฐมและจังหวัดราชบรุ ี



ทิศตะวันตก ตดิ ตอ่ สาธารณรฐั แห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมีเทอื กเขาตะนาวศรี
เปน็ แนวเขตแดนระหวา่ งประเทศ

แผนทจ่ี ังหวัดกาญจนบุรี แสดงอาเภอต่าง ๆ และอาณาเขตตดิ ตอ่
การปกครอง

จังหวดั กาญจนบรุ ี แบง่ เขตการปกครองออกเป็นอาเภอ ตาบล หม่บู า้ นและองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

อาเภอ จานวน ๑๓ อาเภอ ประกอบด้วย อาเภอเมืองกาญจนบุรี อาเภอท่ามะกา
อาเภอท่าม่วง อาเภอดา่ นมะขามเตี้ย อาเภอไทรโยค อาเภอทองผาภมู ิ อาเภอสังขละบรุ ี อาเภอศรสี วัสด์ิ
อาเภอบ่อพลอย อาเภอหว้ ยกระเจา อาเภอพนมทวน อาเภอหนองปรือและอาเภอเลาขวัญ

ตาบล จานวน ๙๕ ตาบล หมู่บา้ น จานวน ๙๕๙ หมบู่ ้าน
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 122 แห่ง ประกอบดว้ ย องค์การบริหารสว่ น
จังหวดั กาญจนบุรี 1 แห่ง เทศบาลเมือง 3 แห่ง(ประกอบด้วย เทศบาลเมืองกาญจนบรุ ,ี เทศบาลเมืองทา่ เรือ
พระแทนและเทศบาลเมืองปากแพรก) เทศบาลตาบล 46 แหง่ และองค์การบริหารส่วนตาบล 72 แหง่



1. ความเปน็ มาและความสาคัญ

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกากับ
ดูแลของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีหน้าที่ดาเนินการให้เป็นไปตามอานาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2553 มอี านาจหนา้ ท่ี ดงั นี้

๑. จัดทานโยบายแผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้อง
กบั นโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศกึ ษา แผนพฒั นาการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานและความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน

๒. วิเคราะห์การจัดต้ังงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ของสถานศึกษาและหน่วยงานในเขต
พ้ืนที่การศึกษา และแจ้งจัดสรรงบประมาณท่ีได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ และกากับ ตรวจสอบ
ตดิ ตามการใชจ้ า่ ยงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว

๓. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสตู รรว่ มกบั สถานศกึ ษาในเขตพน้ื ที่การศึกษา
๔. กากบั ดแู ล ติดตาม และประเมนิ ผลสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานและในเขตพ้นื ที่การศึกษา
๕. ศกึ ษา วเิ คราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศกึ ษาในเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา
๖. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทัง้ ทรพั ยากรบคุ คล เพือ่ สง่ เสริม สนับสนุน
การจัดและพัฒนาการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา
๗. จัดระบบการประกนั คณุ ภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพนื้ ที่การศกึ ษา
๘. ประสาน ส่งเสริม สนบั สนนุ การจดั การศึกษาของสถานศกึ ษาเอกชน องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ รวมทงั้ บุคคล องค์กรชมุ ชน องค์กรวิชาชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั อนื่
ทจ่ี ัดรปู แบบทหี่ ลากหลายในเขตพน้ื ที่การศึกษา
๙. ดาเนินการ และประสาน สง่ เสริม สนบั สนุนการวิจยั และพฒั นาการศึกษาในเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา
๑๐. ประสาน ส่งเสรมิ การดาเนนิ งานของคณะอนุกรรมการ และคณะทางานด้านการศกึ ษา
๑๑. ประสานการปฏิบัติราชการท่ัวไปกับองค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์การปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่นิ
๑๒. ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนเกี่ยวกับกิจการภายในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าท่ีของผู้ใด
โดยเฉพาะหรอื ปฏิบัติงานอื่นตามทม่ี อบหมาย



2. บริบททเี่ กย่ี วขอ้ งกบั สานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1
ทศิ ทางการพัฒนาการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน

1. พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษา ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ
พระวชริ เกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี 10 การศึกษาต้องมุ่งสรา้ งพ้ืนฐานให้แกผ่ ู้เรยี น 4 ดา้ น

1.1 มีทัศนคตทิ ่ีถูกต้องต่อบ้านเมอื ง
1) มีความรู้ความเขา้ ใจท่มี ตี ่อชาตบิ ้านเมอื ง
2) ยดึ ม่นั ในศาสนา
3) มนั่ คงในสถาบนั พระมหากษัตริย์
4) มคี วามเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชมุ ชนของตน

1.2 มพี ืน้ ฐานชีวติ ท่มี ่นั คง – มคี ุณธรรม
1) รู้จกั แยกแยะสิ่งทีผ่ ดิ -ชอบ / ช่ัว-ดี
2) ปฏบิ ตั แิ ต่ส่ิงทช่ี อบ สิ่งที่ดีงาม
3) ปฏิเสธสงิ่ ทผี่ ิด ส่ิงทชี่ ว่ั
4) ชว่ ยกันสร้างคนดใี หแ้ กบ่ ้านเมือง

1.3 มงี านทา มีอาชพี
1) การเลย้ี งดูลูกหลานในครอบครวั หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศกึ ษาต้องมงุ่ ให้เดก็ และ

เยาวชนรกั งาน ส้งู าน ทาจนงานสาเรจ็
2) การฝกึ ฝนอบรมท้งั ในหลักสตู รและนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทางานเป็น

และมงี านทาในทส่ี ุด
3) ต้องสนบั สนนุ ผสู้ าเรจ็ หลกั สตู รมอี าชีพ มีงานทา จนสามารถเล้ยี งตัวเองและครอบครวั

1.4 เปน็ พลเมอื งดี
1) การเปน็ พลเมืองดี เปน็ หน้าทขี่ องทุกคน
2) ครอบครวั – สถานศึกษาและสถานประกอบการ ต้องสง่ เสริมใหท้ ุกคนมโี อกาส

ทาหน้าท่ีเปน็ พลเมืองดี
3) การเป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไรท่ีจะทาเพื่อบ้านเมืองไดก้ ็ตอ้ งทา” เชน่ งาน

อาสาสมัคร งานบาเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกศุ ล ให้ทาด้วยความมีน้าใจ และความเอื้ออาทร

2. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติไว้ใน มาตรา 54

รัฐต้องดาเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ต้ังแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษา

ภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย มาตรา ๗๑ วรรคสาม รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน

สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครอง

ป้องกัน มิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดท้ังให้การบาบัด

ฟ้นื ฟแู ละเยียวยาผู้ถูกกระทาการดังกลา่ ว และ มาตรา ๒๕๘ จ. ด้านการศึกษา (๑) ใหส้ ามารถ เร่มิ

ดาเนนิ การให้เดก็ เลก็ ไดร้ บั การดแู ลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา



3. ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)
ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ท่ีใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี

เพ่อื ใหบ้ รรลุสง่ิ ท่ีคนไทยทกุ คนต้องการ คือ ประเทศไทยม่นั คง มง่ั ค่งั ย่งั ยืน
วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมคี วามม่ันคง มงั่ ค่งั ยั่งยนื เปน็ ประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพฒั นา ตาม

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเปน็ คตพิ จน์ประจาชาติว่า “มน่ั คง ม่ังค่งั ยงั่ ยนื ”
ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ประกอบดว้ ย 6 ยทุ ธศาสตร์ ดังน้ี
1.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นความมนั่ คง
1.2 ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน
1.3 ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการพฒั นาและเสริมสร้างทรพั ยากรมนษุ ย์
1.4 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
1.5 ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตทเ่ี ป็นมติ รต่อส่ิงแวดลอ้ ม
1.6 ยทุ ธศาสตร์การปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารภาครัฐ

4. แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นแผนที่จัดทาไว้เพื่อให้บรรลุเป้าห มาย

ตามยุทธศาสตร์ชาติ มีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามน้ัน ได้
กาหนดประเดน็ การพัฒนา 23 ประเด็น ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นองค์กรเจ้าภาพหลัก ใน
ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และเป็นองค์กรเจ้าภาพร่วม ในประเด็นท่ี 11 ศักยภาพคนตลอดช่วง
ชวี ติ ดังนี้

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (12) ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ มีเป้าหมายระดับ
ประเด็น 2 เป้าหมาย คือ คนไทยมีการศึกษาที่มีมาตรฐานสากลเพิ่มข้ึน มีทักษะที่จาเป็นของโลกศตวรรษ
ที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหาปรับตัว สื่อสาร และทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัย
ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และคนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและ
ความสามารถของพหุปัญญาดีขึ้น มแี ผนยอ่ ย 2 แผน ดงั นี้

1. แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
ซง่ึ มแี นวทางการพฒั นา โดย 1) ปรบั เปลยี่ นระบบการเรียนรสู้ าหรับศตวรรษที่ 21 2) เปลี่ยนโฉมบทบาท
“ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ 3) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท
4) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ 5) สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับ
นานาชาติ และมีเป้าหมาย ใหค้ นไทยมกี ารศึกษาท่ีมคี ุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และมีทักษะ
ที่จาเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถงึ การเรยี นร้อู ย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิตดี

2. แผนย่อยการตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ซึ่งมีแนวทางการพัฒนา
คือ 1) พัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา 2) สร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทางาน และระบบสนับสนุน
ท่ีเหมาะสมสาหรับผู้มีความสามารถพิเศษ และมีเป้าหมายของแผนย่อย คือ ประเทศไทยมีระบบข้อมูล
เพื่อการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญา เพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาและการส่งต่อการพัฒนา
ให้เต็มตามศักยภาพเพ่ิมขึน้



แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (11) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
มีเป้าหมายระดับประเด็น คือ คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้าน
ร่างกายสติปัญญา และคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และมีแผนยอ่ ยทเ่ี ก่ยี วข้องกับการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 2 แผนยอ่ ย ได้แก่

1. แผนย่อยการพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการต้ังครรภ์จนถึงปฐมวัย แนวทางการพัฒนา
ที่เก่ียวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ จัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ
และคุณลักษณะที่ดี ที่สมวัยทุกด้าน โดยการพัฒนาหลักสูตรการสอนและปรับปรุงสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั
ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ที่เน้นการพัฒนาทักษะสาคัญด้านต่าง ๆ อาทิ ทักษะทางสมอง ทักษะด้านความคิด
ความจา ทักษะการควบคุมอารมณ์ ทักษะการวางแผนและการจัดระบบ ทักษะการรู้จักประเมินตนเอง ควบคู่
กบั การยกระดับบุคลากรในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อมทั้งทักษะ ความรู้ จริยธรรม และความ
เป็นมืออาชีพ เป้าหมายของแผนย่อย คือ เด็กเกิดอย่างมีคุณภาพมีการพัฒนาการสมวัย สามารถเข้าถึง
บริการท่ีมีคณุ ภาพมากข้ึน

2. แผนย่อยการพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น แนวทางพัฒนา ได้แก่ 1) จัดให้มีการพัฒนาทักษะ
ที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ความสามารถในการ
แก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์การทางานร่วมกับผู้อื่น 2) จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา
ศิลปะ และความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความ
สนใจ 3) จัดให้มีการพัฒนาทักษะในการวางแผนชวี ิตและวางแผนการเงิน ตลอดจนทักษะที่เชื่อมต่อกับโลก
การทางาน 4) จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การบ่มเพาะการเป็น
นักคิด นักนวัตกร และการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมกันและทางานภายใต้
สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม 5) ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยท่ีเช่ือมต่อกันระหว่าง
ระบบสาธารณสุขกับโรงเรยี นหรือสถานศึกษา เพอ่ื เสรมิ สร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวนป์ ัญญา และ
ความฉลาดทางอารมณ์ตลอดจนภมู ิคุ้มกันด้านต่าง ๆ ในการดาเนินชีวิตของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น เป้าหมาย ของ
แผนย่อย คือ วัยเรียน/วัยรุ่น มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ครบถ้วน รู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้
มีสานึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจรยิ ธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว ส่ือสาร และทางาน
ร่วมกับผ้อู ืน่ ได้อยา่ งมีประสิทธิผลตลอดชีวติ ดขี นึ้

5. แผนปฏริ ปู ประเทศด้านการศกึ ษา
การปฏิรูปการศึกษาเป็นส่วนหน่ึงของการปฏิรูปประเทศเพื่อสนับสนุนการบรรลุตามยุทธศาสตร์ชาติ

ที่กาหนดไว้ในด้านต่างๆ เนื่องด้วยการศึกษาเป็นพ้ืนฐานที่สาคัญของการพัฒนาประเทศ ดังน้ัน แผนปฏิรปู
ประเทศดา้ นการศึกษาจึงเปน็ องค์ประกอบสาคัญทจ่ี ะสนับสนุนการดาเนินการ ตามยทุ ธศาสตรช์ าติทุกด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาค
ของสังคมและด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ โดยกาหนด
แผนงานเพอื่ การปฏิรูปการศึกษา ๗ เรื่อง ได้แก่

๑. การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติ
การศึกษาแหง่ ชาติฉบับใหมแ่ ละกฎหมายลาดบั รอง

2. การปฏิรูปการพัฒนาเดก็ เลก็ และเดก็ ก่อนวยั เรยี น
3. การปฏิรูปเพอ่ื ลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา



4. การปฏริ ูปกลไกและระบบการผลติ คดั กรอง และพฒั นาผู้ประกอบวิชาชพี ครู และอาจารย์
5. การปฏิรูปการจดั การเรียนการสอนเพือ่ ตอบสนองการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษท่ี ๒๑
6. การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพ่ือบรรลุเป้าหมายในการ
ปรับปรงุ การจดั การเรยี นการสอน และยกระดบั คุณภาพของการจดั การศกึ ษา
7. การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization
for Educational and Learning Reform)

6. แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดทา แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เพ่ือใช้เปน็

แผนยทุ ธศาสตรร์ ะยะยาว สาหรบั หน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้องกบั การศึกษาของประเทศ ได้นาไปใชเ้ ป็นกรอบและแนวทาง
การพฒั นาการศึกษาและเรียนรูส้ าหรบั พลเมืองทุกชว่ งวัย ตงั้ แต่แรกเกิดจนตลอดชีวติ โดยมีสาระสาคญั ดงั นี้

วสิ ัยทศั น์ : คนไทยทุกคนได้รับการศกึ ษาและเรียนรูต้ ลอดชีวิตอยา่ งมคี ุณภาพ ดารงชีวิต
อย่างเป็นสุข สอดคล้องกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อพฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศกึ ษาที่มีคณุ ภาพและมปี ระสิทธภิ าพ
2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะท่ีสอดคล้อง

กับบทบญั ญตั ขิ องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ
3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรมจริยธรรม รู้รักสามัคคี

และรว่ มมือผนึกกาลงั มุ่งสู่การพฒั นาประเทศอยา่ งย่งั ยืน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
4. เพ่ือนาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้า

ภายในประเทศลดลง
ยทุ ธศาสตร์
1. การจัดการศกึ ษาเพ่ือความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ
2. การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวตั กรรม เพ่ือสร้างขีดความสามารถ

ในการแข่งขนั ของประเทศ
3. การพัฒนาศกั ยภาพคนทุกช่วงวยั และการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรียนรู้
4. การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มทางการศึกษา
5. การจัดการศกึ ษาเพอื่ สรา้ งเสริมคุณภาพชีวิตท่เี ป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม
6. การพัฒนาประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารจดั การศึกษา

7. นโยบายรฐั บาล
คาแถลงนโยบาย ของ คณะรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรฐั มนตรี แถลงต่อรฐั สภา

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖2 ประเทศไทยมกี ารพัฒนาอยา่ งต่อเน่อื งผา่ นวิสยั ทศั นแ์ ละการ
ขบั เคลื่อนการพัฒนาของผนู้ าประเทศ ในอดีตและในวันน้ี วิสัยทัศนใ์ นการขับเคลือ่ นประเทศของรัฐบาล
ชุดนีค้ ือ “มุ่งม่ันให้ประเทศไทยเปน็ ประเทศท่ีพัฒนาแลว้ ในศตวรรษท่ี ๒๑” โดยรฐั บาลได้กาหนด นโยบาย
ในการบริหารราชการแผนดิน ดงั น้ี



นโยบายหลักของรฐั บาล จานวน 12 ข้อ
1. การปกปอ้ งและเชดิ ชูสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
2. การสร้างความมนั่ คงและความปลอดภยั ของประเทศ และความสงบสขุ ของประเทศ
3. การทานบุ ารุงศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม
4. การสรา้ งบทบาทของไทยในเวทโี ลก
5. การพัฒนาเศรษฐกจิ และความสามารถในการแข่งขนั ของไทย
6. การพฒั นาพื้นที่เศรษฐกจิ และการกระจายความเจรญิ สู่ภูมิภาค
7. การพฒั นาสร้างความเขม้ แข็งจากฐานราก
8. การปฏริ ปู กระบวนการเรียนรู้และการพฒั นาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวยั
9. การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสงั คม
10. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาส่ิงแวดลอ้ มเพ่ือสรา้ งการเติบโตอย่างยง่ั ยืน
11. การปฏิรปู การบรหิ ารจดั การภาครฐั
12. การปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบ และกระบวนการยุติธรรม

นโยบายเรง่ ดว่ น ของรฐั บาล จานวน 12 ข้อ
1. การแก้ไขปัญหาในการดารงชีวติ ของประชาชน
2. การปรบั ปรงุ ระบบสวัสดิการและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน
3. มาตรการเศรษฐกิจเพ่ือรองรับความผนั ผวนของเศรษฐกิจโลก
4. การใหค้ วามชว่ ยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวตั กรรม
5. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน
6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต
7. การเตรยี มคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21
8. การแก้ไขปัญหาทุจรติ และประพฤติมิชอบในวงราชการ ท้ังฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจา
9. การแกไ้ ขปัญหายาเสพติดและสรา้ งความสงบสุขในพนื้ ที่ชายแดนภาคใต้
10. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน
11. การจดั เตรียมมาตรการรองรบั ภยั แล้งและอทุ กภัย
12. การสนบั สนนุ ให้มกี ารศกึ ษา การรับฟังความเหน็ ของประชาชน และการดาเนินการ

เพอ่ื แก้ไขเพมิ่ เตมิ รฐั ธรรมนญู

8. แผนพฒั นาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)
กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12

(พ.ศ. 2560 -2564) โดยได้น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการ
ดาเนินงาน และสอดคลอ้ งกับทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12
(พ.ศ.2560-2564) โดยกาหนดสาระสาคัญ ดังน้ี

เป้าหมายหลกั ของแผนพฒั นาการศกึ ษาฯ
1. คุณภาพการศึกษาของไทยดีขนึ้ คนไทยมีคุณธรรมจรยิ ธรรม มีภูมิคุ้มกนั ตอ่ การเปลี่ยนแปลง

และการพัฒนาประเทศในอนาคต

๑๐

2. กาลังคนได้รบั การผลิตและพฒั นา เพอ่ื เสริมสรา้ งศักยภาพการแข่งขนั ของประเทศ
3. มอี งค์ความรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรม สนับสนนุ การพัฒนาประเทศอยา่ งย่ังยืน
4. คนไทยได้รบั โอกาสในเรียนรูอ้ ยา่ งต่อเน่อื งตลอดชวี ติ
5. ระบบบริหารจัดการการศึกษามีประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
วิสัยทัศน์
“มงุ่ พฒั นาผู้เรยี นใหม้ คี วามรู้ค่คู ณุ ธรรม มคี ณุ ภาพชวี ิตที่ดี มีความสขุ ในสงั คม”
พนั ธกิจ
1. ยกระดับคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทกุ ระดับ/ประเภทสู่สากล
2. เสรมิ สร้างโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษาของประชาชนอยา่ งทัว่ ถึง เท่าเทียม
3. พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล
ยุทธศาสตร์
1. ยุทธศาสตร์พฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรียนการสอน การวดั และประเมินผล
2. ยทุ ธศาสตร์ผลติ พฒั นาครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษา
3. ยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากาลังคน รวมท้ังงานวิจัยท่ีสอดคล้องกับความต้องการของ
การพฒั นาประเทศ
4. ยุทธศาสตรข์ ยายโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษา และการเรยี นรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิต
5. ยทุ ธศาสตร์สง่ เสรมิ และพัฒนาระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอ่ื การศกึ ษา
6. ยทุ ธศาสตร์พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการและส่งเสริมให้ทกุ ภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

9. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2564
นโยบาย
1.ปรับร้ือและเปล่ียนแปลงระบบการบริหารจัดการ โดยมุ่งปฏิรูปองค์การเพื่อหลอมรวมภารกิจ

และบุคลากร
2. ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารทรัพยากร โดยมุ่งปฏิรูปกระบวนการวางแผนงาน

โครงการแบบร่วมมือและบรู ณาการ
3. ปรบั ร้อื และเปล่ยี นแปลงระบบการบรหิ ารจดั การและพัฒนากาลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ

โดยมงุ่ บริหารจัดการอตั รากาลังใหส้ อดคล้องกบั การปฏิรูปองค์การ
4. ปรบั ร้อื และเปลย่ี นแปลงระบบการจดั การศึกษาและการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นให้ครอบคลุมถึงการ

จดั การศกึ ษาเพอื่ คณุ วฒุ ิและการเรียนรตู้ ลอดชีวิต
5. ดาเนินการปลดล็อก ปรับเปล่ียน เปิดกว้าง ท่ีเป็นเงื่อนไขต่าง ๆ เพ่ือให้บรรลุผลตามนโยบาย

“การศกึ ษายกกาลงั สอง (Thailand Education Eco – System : TE2 S)
- ปลดล็อก กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศตา่ ง ๆ
- ปรบั เปลยี่ น หลักสตู รการเรียนการสอนท่มี งุ่ เนน้ การพัฒนาขดี ความสามารถและศักยภาพ
ใหท้ นั ต่อการเปลีย่ นแปลงของโลก
- เปิดกว้าง เสรที างการศกึ ษาใหภ้ าคเอกชนท่มี ีคณุ ภาพเข้ามามสี ่วนร่วมในการพฒั นา
การศกึ ษา

๑๑

จุดเน้น
1. การพัฒนาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์

1.1.การจดั การศกึ ษาเพือ่ คณุ วุฒิ
1.2 การเรียนรตู้ ลอดชีวติ
2. การพฒั นาการศึกษาเพอื่ ความม่นั คง
3. การสร้างความสามารถในการแข่งขนั
4. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
5. การจดั การศกึ ษาเพื่อเสริมคุณภาพชวี ิตทเ่ี ปน็ มติ รกับสิ่งแวดล้อม
6. การปรบั สมดุลและพัฒนาระบบบรหิ ารจดั การ
7. พัฒนาครทู กุ ระดับใหม้ ีทกั ษะ ความรู้ท่ีจาเปน็ เพ่ือทาหนา้ ที่วทิ ยากรมืออาชพี
(Train The Trainer) และขยายผลการพฒั นาผา่ นศูนยพ์ ัฒนาศกั ยภาพบคุ คลเพื่อความเปน็ เลิศ
(Human Capital Excellence Center : HCEC)
8. จดั การเรียนรู้ตลอดชวี ติ ผา่ นเว็บไซต์ WWW.deep.go.th โดยปลดลอ็ กและเปิดกวา้ ง ให้
ภาคเอกชนสามารถเข้ามาพัฒนาเนื้อหา เพื่อให้ผู้เรียน ครู และผู้บริหารทางการศึกษามีทางเลือกในการ
เรียนรู้ที่หลากหลายและตลอดเวลาผ่านแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (Digital Education
Excellence Platform : DEEP)
9. ให้ผู้เรียน ครู ผู้บริหารทางการศึกษามีแผนพัฒนารายบุคคลผ่านแผนพัฒนารายบคุ คลสู่ความ
เป็นเลศิ (Excellence Individual Development Plan : EIDP)
10. จดั ทา “คู่มอื มาตรฐานโรงเรยี น” เพ่ือกาหนดให้ทกุ โรงเรยี นต้องมีพ้ืนฐานทจ่ี าเป็น”

10. นโยบายสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน มุ่งมั่นในการพฒั นาการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานใหเ้ ป็น

“การศึกษาขัน้ พ้ืนฐานวิถีใหม่ วถิ ีคุณภาพ” มงุ่ เนน้ ความปลอดภยั ในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการ
ศกึ ษาท่มี คี ุณภาพอยา่ งเท่าเทียม และบริหารจดั การศกึ ษาอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ จงึ กาหนดนโยบายสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564 – 2565 ดังนี้

1. ดา้ นความปลอดภยั
1.1 พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยใหก้ บั ผู้เรียน ครู และบคุ ลากรทางกา

ศกึ ษาและสถานศกึ ษา จากภัยพบิ ตั ิและภัยคุกคามทุกรปู แบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดลอ้ มท่เี อ้ือตอ่ การมี
สุขภาวะที่ดี สามารถปรบั ตวั ต่อโรคอบุ ตั ิใหมแ่ ละโรคอบุ ัติซา้

2. ด้านโอกาส
2.1 สนบั สนนุ ใหเ้ ด็กปฐมวยั ไดเ้ ขา้ เรียนทุกคน มพี ัฒนาการทีด่ ี ทัง้ ทางร่างกาย จิตใจ วนิ ยั

อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญา ใหส้ มกับวยั
2.2 ดาเนินการให้เด็กและเยาวชนไดร้ ับการศึกษาจนจบการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน อยา่ งมีคุณภาพ

ตามาตรฐาน วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ สามารถวิเคราะหต์ นเองเพื่อการศึกษาต่อ และประกอบ
อาชพี ตรงตามศักยภาพและความถนัดของตนเอง รวมทั้งสง่ เสริมและพฒั นาผ้เู รยี นทมี่ คี วามสามารถพิเศษ
สู่ความเปน็ เลศิ เพ่ือเพ่ิมขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ

๑๒

2.3 พฒั นาระบบดูแลช่วยเหลอื เด็กและเยาวชนที่อยู่ในการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน เพื่อป้องกนั ไมใ่ ห้
ออกจากระบบการศกึ ษา รวมทง้ั ชว่ ยเหลือเด็กตกหลน่ และเดก็ ออกกลางคนั ให้ได้รบั การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
อย่างเทา่ เทียมกนั

2.4 ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ พกิ ารและผดู้ ้อยโอกาส ให้ไดร้ บั โอกาสทางการศึกษาที่มีคณุ ภาพมีทักษะ
ในการดาเนินชีวติ มพี น้ื ฐานในการประกอบอาชพี พงึ่ ตนเองได้อย่างมีศกั ด์ิศรีความเปน็ มนษุ ย์ ตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

3. ด้านคุณภาพ
3.1 สง่ เสริมการจัดการศึกษาใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ มที กั ษะการเรียนรู้และทักษะทจ่ี าเป็นของโลก

ในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วนเป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดม่ันการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข มีทัศนคติทีถ่ กู ต้องตอ่ บ้านเมือง

3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทกั ษะด้านการอา่ น คณติ ศาสตร์ การคิดข้นั สงู นวัตกรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันและการ
เลือกศกึ ษาต่อเพอ่ื การมงี านทา

3.3 ปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based Curriculum) ท่ีเน้น
การพัฒนาสมรรถนะหลักที่จาเป็นในแต่ละระดับ จัดกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Active
Learning) รวมท้ังส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่สร้างสมดุลทุกด้าน ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาพหุ
ปัญญา พฒั นาระบบการวดั และประเมนิ ผลผเู้ รียนทกุ ระดบั

3.4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นครูยุคใหม่ มีศักยภาพในการจัดการเรียนการ
สอนตามหลักสตู รฐานสมรรถนะ มีทกั ษะในการปฏิบัติหนา้ ที่ได้ดี มคี วามรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดจิ ิทลั มกี ารพฒั นาตนเองทางวชิ าชีพอย่างตอ่ เนือ่ ง รวมทง้ั มจี ิตวญิ ญาณความเปน็ ครู

4. ด้านประสิทธภิ าพ
4.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการโดยใชพ้ ้ืนที่เป็นฐาน มีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคล่อื น

บนฐานข้อมลู สารสนเทศทถ่ี ูกต้อง ทันสมยั และการมสี ว่ นร่วมของทุกภาคส่วน
4.2 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีส่ีมุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็กและ

โรงเรียนท่ีสามารถดารงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ให้มีคุณภาพอย่างย่ังยืนและสอดคล้องกับ
บรบิ ทของพืน้ ที่

4.3 บริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ท่ีมีจานวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1-3 นอ้ ยกว่า 20 คน ให้ไดร้ ับการศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ สอดคลอ้ งกบั นโยบายโรงเรียนคุณภาพของชุมชน

4.4 ส่งเสรมิ การจดั การศกึ ษาในสถานศึกษาท่ีมวี ัตถุประสงค์เฉพาะ และสถานศกึ ษาทตี่ ั้งในพ้ืนท่ี
ลกั ษณะพิเศษ

4.5 สนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและ
การเพิ่มความคล่องตวั ในการบรหิ ารและการจัดการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน

4.6 เพมิ่ ประสิทธิภาพการนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

๑๓

11. แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั กาญจนบรุ ี 4 ปี (พ.ศ.2562 – 2565)
ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 จัดการศึกษาเพอ่ื ความมนั่ คง สงบสุขของสังคมและพ้ืนท่ชี ายแดน
เป้าประสงค์
1.ประชากรมีความรักในสถาบนั หลกั ของชาติ และยดึ มน่ั การปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
2. ประชากรมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และจติ สานึกความเปน็ พลเมืองดี
กลยทุ ธ์ท่ี 1.1 ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม และจติ สานึกความเป็นชาตไิ ทย
กลยทุ ธท์ ี่ 1.2 พฒั นาทักษะชีวิต และเสรมิ สรา้ งภูมิคมุ้ กนั

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ผลติ พฒั นากาลงั คน การวจิ ัยและนวตั กรรมเพื่อเพิ่มศกั ยภาพในการแข่งขนั
เปา้ ประสงค์
1. ผู้เรยี นได้รบั การพฒั นาวิชาชีพตรงตามความต้องการของทอ้ งถิ่น ตลาดแรงงานและ

การพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ
2. ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษามคี ุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี
กลยุทธ์ที่ 2.1 การผลิต พัฒนากาลงั คนและงานวจิ ัยทส่ี อดคล้องกับความต้องการพัฒนา
กลยทุ ธท์ ี่ 2.2 ผลิต พฒั นาครู คณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษา
กลยุทธ์ท่ี 2.3 สง่ เสริมการวิจัย และนาผลการวจิ ัยมาใชใ้ นการจดั การศึกษา

ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 พฒั นาศักยภาพผู้เรยี นและสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้ตลอดชีวติ
เปา้ ประสงค์
1. ผเู้ รยี นมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
2. ผู้เรียนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศกึ ษาทม่ี ีคุณภาพผู้เรยี น
กลยทุ ธ์ที่ 3.1 เพ่ิมโอกาสและลดความเหล่ือมลา้ ทางการศึกษา
กลยทุ ธ์ที่ 3.2 ยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลกั สตู ร

ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสรมิ สร้างคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตรต่อส่งิ แวดลอ้ ม เชื่อมโยง “ประเทศไทย 4.0”
เป้าประสงค์
1. ผูเ้ รยี นมีจติ สานึกในการอนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
2. ผเู้ รียนไดร้ บั การพฒั นาให้มีทักษะชีวติ และดาเนินชีวิตตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กลยทุ ธ์ท่ี 4.1 สง่ เสริม สนบั สนนุ การจัดการศึกษาเพ่ือสร้างจิตสานกึ รกั ษส์ ่ิงแวดลอ้ ม
กลยุทธ์ที่ 4.2 ส่งเสริมความเปน็ พลเมืองโลกตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ยุทธศาสตรท์ ี่ 5 พัฒนาประสทิ ธิภาพบรหิ ารจัดการตามหลกั ธรรมาภบิ าล
เปา้ ประสงค์
หน่วยงานทางการศกึ ษาทุกระดับ มรี ะบบการบริหารจดั การทมี่ ปี ระสิทธภิ าพส่งผล

ตอ่ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
กลยุทธ์ที่ 5.1 ส่งเสริมประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
กลยทุ ธ์ท่ี 5.2 สร้างเครือข่ายและการมีส่วนรว่ มทางการศึกษา

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 6 การจดั การศึกษาแบบบรู ณาการในเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษและพืน้ ที่ชายแดน
เปา้ ประสงค์ ผูเ้ รียนมีคุณภาพสอดคล้องกับการพฒั นาเขตเศรษฐกจิ พิเศษและพ้นื ท่ี

ชายแดนของจังหวัด

๑๔

ส่วนท่ี 2
ขอ้ มูลพืน้ ฐานและการวเิ คราะห์องค์กร
สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1

1. บรบิ ททว่ั ไป
1.1 ที่ตั้งและสภาพทางภมู ิศาสตร์
สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 1 เป็นหน่วยงำนทำงกำรศึกษำท่ีเกิดขึ้น ตำม

พระรำชบัญญัติระเบียบบรหิ ำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๕๓ และประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เร่ือง กำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยในสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ
ประถมศึกษำ พ.ศ.๒๕60 และ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2561 ปัจจุบันต้ังอยู่เลขท่ี ๘/๖ หมู่ท่ี ๑๒
ถนนแมน่ ำ้ แม่กลอง ตำบลปำกแพรก อำเภอเมอื งกำญจนบรุ ี จงั หวัดกำญจนบุรี รหสั ไปรษณีย์ 71000

ขนาดท่ตี ้งั และอาณาเขต
จงั หวดั กำญจนบรุ ี เปน็ จังหวดั หน่ึงในภำคกลำงด้ำนตะวันตกของประเทศไทย มีพนื้ ทใี่ หญ่

เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ มเี นือ้ ที่ 19,473 ตำรำงกิโลเมตร หรือประมำณ 12,176,968 ไร่ เป็นพน้ื ที่
ป่ำไมป้ ระมำณ 7.4 ล้ำนไร่ และพนื้ ท่ีกำรเกษตร 2.5 ลำ้ นไร่ ภูมปิ ระเทศของจังหวดั ประกอบด้วยเทือกเขำ
กลุ่มเขำ ปำ่ ไม้และทรี่ ำบล่มุ ในเขตพน้ื ทช่ี ลประทำน มีอำณำเขตติดต่อกบั สำธำรณรัฐแห่งสหภำพเมียนมำร์
ระยะทำงประมำณ 371 กิโลเมตร ประกอบดว้ ยช่องทำงเข้ำออกตำมธรรมชำติ ประมำณ 43 ชอ่ งทำง

จงั หวัดกำญจนบุรี อย่หู ำ่ งจำกกรงุ เทพมหำนคร ระยะทำง 129 กิโลเมตร ตำมเสน้ ทำง
สำยนครปฐม – บำ้ นโปง่ – กำญจนบุรี มีอำณำเขตติดตอ่ ดังนี้

ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ จงั หวดั ตำก จังหวดั อทุ ัยธำนี
ทิศใต้ ติดต่อ จังหวดั รำชบรุ ี
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จงั หวดั นครปฐมและจังหวดั รำชบรุ ี
ทศิ ตะวันตก ตดิ ตอ่ สำธำรณรัฐแหง่ สหภำพเมียนมำร์ โดยมีเทอื กเขำตะนำวศรี

เปน็ แนวเขตแดนระหวำ่ งประเทศ

แผนที่จงั หวัดกาญจนบุรี แสดงอาเภอตา่ ง ๆ

๑๕

การปกครอง
จงั หวัดกาญจนบรุ ี แบง่ เขตการปกครองออกเป็นอาเภอ ตาบล หมบู่ ้านและองค์กร

ปกครองสว่ นท้องถิ่น

อาเภอ จานวน ๑๓ อาเภอ ประกอบดว้ ย อาเภอเมืองกาญจนบุรี อาเภอท่ามะกา

อาเภอท่ามว่ ง อาเภอดา่ นมะขามเตี้ย อาเภอไทรโยค อาเภอทองผาภูมิ อาเภอสังขละบรุ ี อาเภอศรสี วัสดิ์
อาเภอบ่อพลอย อาเภอหว้ ยกระเจา อาเภอพนมทวน อาเภอหนองปรือและอาเภอเลาขวัญ

ตาบล จานวน ๙๕ ตาบล หมบู่ า้ น จานวน ๙๕๙ หมบู่ ้ำน

องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น จำนวน 122 แหง่ ประกอบด้วย องคก์ ำรบริหำรส่วน

จังหวดั กำญจนบรุ ี 1 แห่ง เทศบำลเมอื ง 3 แห่ง (ประกอบด้วย เทศบำลเมืองกำญจนบรุ ี,เทศบำลเมือง
ทำ่ เรือพระแทน่ และเทศบำลเมืองปำกแพรก) เทศบำลตำบล 46 แหง่ และองค์กำรบรหิ ำรส่วนตำบล 72 แหง่

ข้อมูลการแบง่ เขตพนื้ ทกี่ ารปกครองและประชากร

ตารางท่ี 1 แสดงการแบ่งเขตการปกครอง พน้ื ท่ีและประชากรของจังหวดั กาญจนบรุ ี จานวน 4 อาเภอ

อาเภอ เขตการปกครอง พ้ืนท่ี ประชากร (คน)

ตาบล หมูบ่ ้าน เทศบาล อบต. (ตร.กม.) ชาย หญิง รวม

เมอื งกำญจนบุรี 13 101 6 9 1,236.28 89,574 81,622 171,196

ท่ำมว่ ง 13 120 10 8 610.97 51,873 55,887 107,760

ด่ำนมะขำมเตี้ย 4 39 1 4 807.10 16,875 16,816 33,691

ศรีสวสั ด์ิ 6 33 2 5 3,295.90 13,777 13,002 26,779

รวมท้งั สิน้ 36 293 19 26 5,950.25 172,099 167,327 339,426

ขอ้ มลู ณ วันท่ี 31 ธนั วำคม 2563 : จำกกรมกำรปกครองกระทรวงมหำดไทย

จำกตำรำงท่ี 1 อำเภอท่ีมจี ำนวนตำบลมำกที่สุด คือ อำเภอเมอื งกำญจนบรุ ี และอำเภอท่ำม่วง
ซึง่ มีจำนวนเทำ่ กันคือ 13 ตำบล รองลงมำคือ อำเภอศรสี วัสดิ์ 6 ตำบล และอำเภอดำ่ นมะขำมเตี้ย 4
ตำบล ตำมลำดับ ด้ำนประชำกรมปี ระชำกรอำศยั อยู่ทง้ั ส้ิน จำนวน 339426 คน โดยอำเภอเมืองกำญจนบรุ ี
มปี ระชำกรรวมมำกท่สี ดุ จำนวน 171,196 คน รองลงมำคอื อำเภอท่ำมว่ ง มีประชำกรรวม จำนวน
107,760 คน อำเภอด่ำนมะขำมเต้ีย มปี ระชำกรรวม จำนวน 33,691 คน และอำเภอทีม่ ปี ระชำกร
นอ้ ยทสี่ ดุ คือ อำเภอศรสี วัสดิ์ มีประชำกรรวม จำนวน 26,779 คน

๑๖

ตารางที่ 2 แสดงข้อมูลประชากรรายอายุ 3 – 14 ปี ในเขตบริการ 4 อาเภอ ปี พ.ศ.2564

จำกตำรำงท่ี 2 ข้อมูลประชำกรรำยอำยุ พบว่ำประชำกรวัยเรียนที่มีอำยุระหว่ำง 3 – 14 ปี
จำนวนทั้งสิ้น 44,223 คน ข้อมูลประชำกรอำยุ 4 ปีบริบูรณ์ ที่ถึงเกณฑ์เข้ำเรียนในระดับชั้นอนุบำล 2
มีจำนวน 3,226 คน โดยอำเภอเมืองกำญจนบุรี มีประชำกรวัยเรียนมำกท่ีสุด 1,593 คน รองลงมำ
คือ อำเภอทำ่ มว่ ง 982 คน อำเภอดำ่ นมะขำมเตย้ี 383 คน และอำเภอศรีสวสั ด์ิ 268 คน ตำมลำดับ

ประชำกรรำยอำยุ 7 ปี บริบูรณ์ เกณฑ์เข้ำเรียนช้ันประถมศึกษำปีท่ี 1 จำนวนทั้งส้ิน 3,648 คน
อำเภอท่ีมีประชำกรวัยเรียนช่วงอำยุ 7 ปี มำกที่สุดคือ อำเภอเมืองกำญจนบุรี 1,761คน รองลงมำคือ
อำเภอท่ำมว่ ง 1,137 คน อำเภอดำ่ นมะขำมเตี้ย 411 คน และอำเภอศรีสวัสด์ิ 339 คน ตำมลำดับ

คาขวัญประจาจังหวัดกาญจนบรุ ี
แควน้ โบรำณ ดำ่ นเจดยี ์ มณเี มืองกำญจน์ สะพำนขำ้ มแม่น้ำแคว แหล่งแรน่ ำ้ ตก

๑๗

1.2 อานาจหน้าทีส่ านักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1

สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต ๑ เป็นหน่วยงำนภำยใต้กำรกำกับ ดูแล
ของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ตำมมำตรำ ๓๘ แห่งพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ
พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๔๕ และมำตรำ ๓๗ แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำร
กระทรวงศึกษำธิกำร พ.ศ.๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๓ และประกำศ
กระทรวงศึกษำธิกำรเร่ือง กำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยในสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ พ.ศ.2560 ข้อ 5
กำหนดให้สำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศกึ ษำ มีอำนำจหน้ำท่ี ดังนี้

๑. จัดทำนโยบำย แผนพัฒนำและมำตรฐำนกำรศึกษำของเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำใหส้ อดคล้อง
กบั นโยบำยมำตรฐำนกำรศกึ ษำ แผนกำรศึกษำ แผนพฒั นำกำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำนและควำมต้องกำรของท้องถ่นิ

๒. วิเครำะหก์ ำรจดั ตง้ั งบประมำณเงินอุดหนุนทว่ั ไปของสถำนศึกษำและหนว่ ยงำน
ในเขตพ้นื ทีก่ ำรศกึ ษำ และแจ้งกำรจดั สรรงบประมำณทีไ่ ด้รับใหห้ น่วยงำนขำ้ งตน้ รับทรำบ รวมทั้งกำกับ
ตรวจสอบ ติดตำมกำรใช้จำ่ ยงบประมำณของหนว่ ยงำนดังกล่ำว

๓. ประสำน ส่งเสริม สนบั สนุน และพฒั นำหลักสตู รรว่ มกบั สถำนศกึ ษำในเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ
๔. กำกับ ดูแล ตดิ ตำม และประเมินผลสถำนศึกษำขั้นพืน้ ฐำนและในเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำ
๕. ศกึ ษำ วเิ ครำะห์ วจิ ยั และรวบรวมข้อมูลสำรสนเทศดำ้ นกำรศกึ ษำในเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำ
๖. ประสำนกำรระดมทรัพยำกรดำ้ นต่ำง ๆ รวมทง้ั ทรัพยำกรบุคคล เพือ่ ส่งเสริม สนบั สนนุ
กำรจัดและพฒั นำกำรศึกษำในเขตพ้ืนทก่ี ำรศึกษำ
๗. จดั ระบบกำรประกันคุณภำพกำรศกึ ษำ และประเมนิ ผลสถำนศกึ ษำในเขตพ้ืนทก่ี ำรศกึ ษำ
๘. ประสำน สง่ เสริม สนบั สนนุ กำรจัดกำรศึกษำของสถำนศกึ ษำเอกชน องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่ินรวมท้ังบคุ คล องคก์ รชมุ ชน องค์กรวิชำชีพ สถำบนั ศำสนำ สถำนประกอบกำร และ สถำบนั อ่ืน
ที่จัดรูปแบบทีห่ ลำกหลำยในเขตพนื้ ที่กำรศึกษำ
๙. ดำเนนิ กำร และประสำน สง่ เสริม สนบั สนนุ กำรวิจัยและพัฒนำกำรศึกษำในเขตพืน้ ท่ีกำรศึกษำ
๑๐. ประสำน ส่งเสริมกำรดำเนินกำรของคณะกรรมกำร อนุกรรมกำร และคณะทำงำนด้ำนกำรศึกษำ
๑๑. ประสำนกำรปฏิบตั ิรำชกำรทั่วไปกบั องค์กรหรือหน่วยงำนตำ่ ง ๆ ท้ังภำครัฐ เอกชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
๑๒. ปฏบิ ัตงิ ำนรว่ มกันหรอื สนับสนุนกำรปฏบิ ัติงำนของหน่วยงำนอ่ืนที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมำย
กำรบรหิ ำรจดั กำรศึกษำ ของสำนกั งำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต ๑
แบง่ ส่วนรำชกำรตำมกฎกระทรวงวำ่ ด้วย กำรกำหนดหลกั เกณฑ์กำรแบง่ สว่ นรำชกำรภำยในสำนกั งำนเขต
พ้นื ที่กำรศึกษำ พุทธศกั รำช ๒๕๔๖ และประกำศกระทรวงศึกษำธกิ ำร เรือ่ งกำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยใน
สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ พ.ศ.2560 ขอ้ 6 และประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เรื่องกำรแบ่งส่วน
รำชกำรภำยในสำนักงำนเขตพื้นทกี่ ำรศกึ ษำ(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2561 เพอื่ ให้สอดคล้องกับภำรกิจกำรกระจำย

๑๘

อำนำจกำรบรหิ ำรจัดกำรศึกษำ จำกสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน และกระทรวงศึกษำธิกำร มี
เอกภำพในกำรบริหำรจดั กำรพร้อมรบั กำรเปลี่ยนแปลงและบริหำรงำนที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยแบ่ง สว่ น
รำชกำรภำยใน ตำมโครงสร้ำงกำรบรหิ ำรงำน ดงั น้ี

๑. กลมุ่ อำนวยกำร
๒. กลมุ่ นโยบำยและแผน
๓. กลุ่มส่งเสรมิ กำรศึกษำทำงไกล เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรส่ือสำร
๔. กลุ่มบรหิ ำรงำนกำรเงินและสนิ ทรัพย์
๕. กลุม่ บริหำรงำนบุคคล
๖. กลมุ่ พฒั นำครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ
๗. กลุ่มนเิ ทศ ติดตำม และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ
๘. กลมุ่ ส่งเสรมิ กำรจัดกำรศึกษำ
9. กลมุ่ กฎหมำยและคดี
10. หนว่ ยตรวจสอบภำยใน

โครงสร้างการบรหิ ารงานของสานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1

๑๙

2. ขอ้ มูลพน้ื ฐานการศึกษา

สำนกั งำนเขตพืน้ ท่ีกำรศึกษำประถมศกึ ษำกำญจนบุรี เขต 1 มีภำรกจิ หลกั ในกำรประสำน ส่งเสรมิ
และสนบั สนนุ กำรจดั กำรศกึ ษำขนั้ พ้นื ฐำน ๓ ระดบั คือ ระดับกอ่ นประถมศึกษำ ระดับประถมศึกษำและ
ระดับมธั ยมศึกษำตอนต้น ให้กบั ประชำกรวยั เรียนอำยุ 3 – ๑8 ปี ในพน้ื ท่ี ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง
กำญจนบุรี อำเภอทำ่ ม่วง อำเภอดำ่ นมะขำมเตี้ยและอำเภอศรสี วสั ด์ิ

จานวนสถานศึกษา มจี ำนวนรวมทง้ั สน้ิ 141 โรงเรยี น แยกเปน็ สถำนศึกษำของรัฐ จำนวน
136 โรงเรียน กำรจดั กำรศกึ ษำโดยครอบครวั 5 แห่ง

ตารางที่ 3 จาแนกรายอาเภอ

สถานศึกษา จานวนโรงเรียน ศรีสวัสดิ์ รวม

เมืองกาญจนบุรี ทา่ มว่ ง ดา่ นมะขาม
เตย้ี

สถำนศกึ ษำของรัฐ 50 ๔1 ๒๖ ๑๙ ๑36

กำรจดั กำรศกึ ษำโดย 5-- -5
ครอบครวั

รวมทั้งสน้ิ 55 ๔1 ๒๖ ๑๙ 141

๒๐

ตารางที่ 4 จาแนกตามระดับช้นั ท่เี ปดิ สอน (สถานศึกษาของรฐั )

ประเภท จานวนโรงเรียน รวม

สถานศกึ ษา เมืองกาญจนบรุ ี ทา่ มว่ ง ดา่ นมะขามเตี้ย ศรีสวัสดิ์ 98
๓๘
ประถมศกึ ษำ (อ.๑ - ป.๖) 39 30 ๒๑ ๘ 136

ขยำยโอกำสทำงกำรศกึ ษำ(อ.๑-ม.๓) ๑๑ ๑๑ ๕ ๑๑

รวมท้ังสิ้น ๕2 ๔2 ๒๖ ๑๙

ตารางที่ 5 จานวนนกั เรียน จาแนกเปน็ ระดบั ชนั้ และเปน็ รายอาเภอ ปีการศกึ ษา 2564

ระดับชัน้ แยกเปน็ รายอาเภอ
รวมท้ังสิ้น

เมืองกาญจนบุรี ทา่ มว่ ง ดา่ นมะขามเต้ยี ศรสี วัสด์ิ

ระดับปฐมวยั 2,222 1,443 692 577 4,934

ระดบั ประถมศึกษำ 6,857 4,463 2,211 1,994 15,525

ระดบั มัธยมศึกษำ 993 835 213 703 2,744

รวมทั้งสิ้น 10,072 6,741 3,116 3,274 23,203

๒๑

ตารางท่ี 6 จานวนนักเรียน ห้องเรียนจาแนกรายช้ัน และสัดส่วนห้องเรียนต่อนักเรียน ปกี ารศึกษา ๒๕64

ระดับชน้ั นกั เรยี นชาย นกั เรียนหญิง รวม หอ้ งเรียน ห้อง : นร.

อนุบำล ๑ (3 ขวบ) 299 248 547 43 ๑ : 13

อนบุ ำล ๒ 1,070 994 2,064 148 ๑ : ๑4

อนุบำล ๓ 1,182 1,141 2,323 152 ๑ : ๑5

รวมก่อนประถมศกึ ษา 2,551 2,383 4,934 343 ๑ : ๑4

ประถมศึกษำปีที่ ๑ 1,388 1,222 2,610 152 ๑ : ๑๗

ประถมศึกษำปีท่ี ๒ 1,369 1,252 2,621 152 ๑ : ๑7

ประถมศึกษำปที ี่ ๓ 1,386 1,231 2,617 150 ๑ : ๑7

ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ 1,361 1,292 2,653 150 ๑ : ๑8

ประถมศกึ ษำปีที่ ๕ 1,334 1,187 2,521 149 ๑ : ๑7

ประถมศกึ ษำปที ่ี ๖ 1,288 1,215 2,503 149 ๑ : ๑7

รวมประถมศกึ ษา 8,126 7,399 15,525 902 ๑ : ๑๗

มัธยมศึกษำปีที่ ๑ 540 425 965 41 ๑ : ๒4

มธั ยมศึกษำปที ี่ ๒ 473 436 909 40 ๑ : 23

มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๓ 424 446 870 41 ๑ : 21

รวมมธั ยมศึกษาตอนต้น 1,437 1,307 2,744 122 ๑ : ๒2

รวมท้ังสนิ้ 12,114 11,089 23,203 1,367 ๑ : ๑๗

๒๒

ตารางที่ 7 จาแนกตามขนาดสถานศกึ ษา

ขนาดโรงเรยี น จานวนโรงเรียน ศรีสวัสดิ์ รวม
เมืองกาญจนบุรี ทา่ ม่วง ดา่ นมะขามเต้ีย
6 63
ขนาดเลก็ (0 - 120 คน) 27 16 14 - 4
- 4
-นักเรียน 0 - 20 คน 22- 1 12
3 17
-นกั เรยี น ๒๑ – ๔๐ คน 2 -2 1 14
1 12
-นกั เรยี น ๔๑- ๖๐ คน 4 43 13 69
3
-นกั เรยี น ๖๑ – ๘๐ คน 7 43 - 1
19 136
-นักเรยี น๘๑ –๑๐๐ คน 7 24

-นักเรยี น ๑๐๑ – ๑๒๐ คน 5 42

ขนาดกลาง (121 - 600 คน) 20 24 12

ขนาดใหญ่ (601 – 1,500 คน) 2 1

ขนาดใหญพ่ ิเศษ (1,501ขึ้นไป) 1 - -

รวมทั้งสิน้ 50 41 26

๒๓

ตารางท่ี 8 จานวนนักเรียนออกกลางคนั จาแนกรายชน้ั เรยี นและสาเหตุ ปีการศกึ ษา 2563

ระดบั ช้ัน จานวนนักเรียน
ต้นปีการศึกษา
ฐานะยากจน
ีมปัญหาครอบครัว
สมรส
ีม ัปญหาการป ัรบตัว
อพยพตาม ูผ้ปกครอง
หาเ ี้ลยงครอบครัว
รวม
ร้อยละของนักเรียนออก
กลางคันต่อนักเรียนต้นปี

อนบุ ำล 1 451 - - - - - -- -
- -- -
อนบุ ำล 2 2,288 - - - - - -- -
- -- -
อนุบำล 3 2,404 - - - - - -- -
- -- -
รวมก่อนประถมศึกษา 5,163 - - - - - -- -
- -- -
ประถมศกึ ษำปีท่ี ๑ 2,704 - - - - - -- -
- -- -
ประถมศึกษำปีที่ ๒ 2,646 - - - - - -- -
- -- -
ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ 2,646 - - - - - -- -
- -- -
ประถมศึกษำปีท่ี ๔ 2,516 - - - - - -- -
- -- -
ประถมศกึ ษำปีที่ ๕ 2,520 - - - -

ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ 2,623 - - - -

รวมประถมศึกษา 15,655 - - - -

มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๑ 971 - - - -

มัธยมศกึ ษำปที ี่ ๒ 515 - - - -

มัธยมศกึ ษำปที ี่ ๓ 808 - - - -

รวมมัธยมศึกษาตอนต้น 2,694 - - - -

รวมท้ังสิ้น 23,492 - - - -

๒๔

ตารางที่ 9 จานวนนักเรียนจบการศกึ ษาชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ และช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
ปีการศึกษา ๒๕63 ที่ศกึ ษาต่อและไมศ่ ึกษาต่อ ปีการศกึ ษา ๒๕๖4

รายการ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
จานวน(คน) ร้อยละ
จานวน(คน) ร้อยละ

นกั เรียนจบการศึกษา 2,602 728

-ศึกษำต่อ 2,602 100 675 92.72

-ประกอบอำชีพ - - 50 6.87

-ไม่ประกอบอำชีพ/ไมศ่ ึกษำตอ่ - - 3 0.41

-อืน่ ๆ - - - -

ตารางที่ 10 เปรียบเทียบจานวนโรงเรียน นักเรียนและห้องเรียน 3 ปีการศึกษาย้อนหลัง

รายการ ปีการศกึ ษา
2562 2563 2564

โรงเรยี น 139 139 136

ห้องเรียน 1,415 1,390 1,367

นักเรยี น 23,917 23,492 23,203

-ก่อนประถมศึกษำ 5,327 5,143 4,934

-ประถมศึกษำ 15,836 15,655 15,525

-มัธยมศึกษำ 2,754 2,694 2,744

๒๕

ตารางที่ 11 เปรียบเทียบจานวนและร้อยละของนักเรียนออกกลางคนั จาแนกรายชน้ั เรียน
3 ปีการศกึ ษาย้อนหลัง

ระดับช้ัน ปกี ารศกึ ษา 2561 ปกี ารศึกษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563

นร.ตน้ ปี ออกกลำงคัน ร้อยละ นร.ตน้ ปี ออกกลำงคัน ร้อยละ นร.ตน้ ปี ออกกลำงคัน ร้อยละ

ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ 2,739 - - 2,807 - - 2,704 - -

ประถมศกึ ษำปีท่ี ๒ 2,643 - - 2,562 - - 2,646 - -

ประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ 2,688 2,555 - - 2,646 - -

ประถมศึกษำปีที่ ๔ 2,830 1 ๐.03 2,686 - - 2,516 - -

ประถมศึกษำปที ่ี ๕ 2,808 - - 2,787 2 0.07 2,520 - -

ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ 2,693 - - 2,750 - - 2,623 - -

รวมประถมศกึ ษา 16,401 1 0.03 16,147 2 0.07 15,655 - -

มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๑ 1,102 - - 1,026 - - 971 - -

มธั ยมศกึ ษำปีที่ ๒ 854 - - 964 - - 515 - -

มธั ยมศกึ ษำปที ี่ ๓ 833 - - 769 - - 808 - -

รวมมธั ยมศึกษาตอนต้น 2,789 - - 2,759 - - 2,694 - -

รวมทงั้ สน้ิ 24,800 - - 18,906 - - 18,349 - -

๒๖

ตารางท่ี 12 จานวนบคุ ลากรและลกู จ้างในสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑
จานวน 85 อัตรา จาแนกตามตาแหน่ง/กลุ่ม (ข้อมูล ตาม จ.18 ณ วนั ที่ 15 ธนั วาคม 2564)

บุคลากรทางการศึกษา ลกู จ้าง ลูกจา้ ง
ประจา ชวั่ คราว
ตาแหน่ง/กลุ่ม ๓๘ ข ๓๘ค 38ค อตั รา พนกั งาน รวม
(๑) (๒) วา่ ง ราชการ

ผอ. สพป. 1 -- - - -1

รอง ผอ.สพป. 3 - -2- - - 5

กลมุ่ อำนวยกำร - - 5 1 8 - 4 18

กลุ่มบริหำรงำนกำรเงินและสนิ ทรัพย์ - - 8 - - 19

กลุ่มบริหำรงำนบุคคล - -9 - - -9

กลุ่มพัฒนำครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ - - 1 - - 12

กลมุ่ กฎหมำยและคดี - -2 - - -2

กลมุ่ นโยบำยและแผน - -7 - - -7

กลุ่มส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำ - -7 -1-8

กลุ่มนิเทศ ติดตำมและประเมินผลฯ - 17 - 4 - - - 21

กลุม่ สง่ เสริมทำงไกลและเทคโนโลยี - - - - - 11

หนว่ ยตรวจสอบภำยใน - - 11 - - - 2

รวมทั้งสิน้ 6 20 43 8 8 1 7 85

๒๗

ตารางท่ี 14 จานวนบคุ ลากรในสถานศกึ ษา จาแนกตามประเภท (จ.18 ณ วนั ท่ี 15 ธนั วำคม 2564)

รายการ คศ.1 จาแนกตามวิทยฐานะ คศ.5 จานวน อัตรา รวม
- คศ.2 คศ.3 คศ.4 ว่าง ทัง้ สนิ้
ผอ.สถานศึกษา 2
รอง ผอ.สถานศกึ ษา 16 98 1 - 115 21 136
ครู 486
ครผู ู้ช่วย - 5 6 - - 13 - 13

รวม 488 303 318 - - 1,107 75 1,182
พนกั งานราชการ -
ลูกจ้างประจา - - - - - 122 75 197
ลกู จา้ งช่วั คราว
- 324 422 1 - 1,357 171 1,528
*ครูวิทยาศาสตร์ ,คณิตศาสตร์ -
* ครูขาดแคลนขั้นวกิ ฤต - - - - - 45 - 45
* พี่เลย้ี งเด็กพกิ าร -
* ธุรการโรงเรียน - - - - - 44 - 44
* นักการภารโรง
- -- - 9 - 9
รวม - - - - 35 - 35
รวมท้ังสนิ้ - - - - 15 - 15
- - - - 121 - 121
- - - - 34 - 34

303 303
1,660 171 1,831

๒๘

ตารางที่ 14 เครือข่ายพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา จานวน 19 เครือขา่ ย

อาเภอ/เครือข่าย จานวนโรงเรียน อาเภอ/เครือข่าย จานวนโรงเรยี น
อาเภอเมอื งกาญจนบรุ ี 50 อาเภอทา่ ม่วง 41
1.สะพำนขำ้ มแม่น้ำแคว 7 1.หนองขำว-ท่ำล้อ 5
2.หนองบัว-แก่งเสย้ี น 8 2.บำ้ นใหม่ 1
3.ลำดหญ้ำ 6 3.เขำน้อย 6
4.วังด้ง-ช่องสะเดำ 8 4.ชำววัง 7
5.เกำะสำโรง 8 5.พงั ตรุ 6
6.วังเย็น 5 6.หนองตำกยำ 6
7.บำ้ นเก่ำ 8 7.แม่กลอง 4
อาเภอดา่ นมะขามเตย้ี 26 อาเภอศรสี วสั ดิ์ 19
1.พอ่ ขุนดำ่ น 10 1. ศรสี วัสดิ์ 1 9
2.กลอนโด 5 2. ศรีสวัสด์ิ 2 10
3.จรเข้เผอื ก 11

๓๑

ส่วนท่ี 3

วเิ คราะหส์ ถานภาพของเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา

(SWOT Analysis)

Strength Weakness

จดุ แขง็ (ปจั จยั ภายใน) จดุ ออ่ น (ปัจจยั ภายใน)

1. สำนักงำนเขตพน้ื ท่ีกำรศกึ ษำมีกำรบริหำรจัดกำร 1. ระบบกำรจัดเก็บขอ้ มลู สำรสนเทศขำดกำรบรู ณำกำร

องค์กรสู่ควำมเปน็ เลศิ และกำรจัดกำรศึกษำที่มี เช่ือมโยงภำยในองคก์ ร ส่งผลต่อกำรพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ

ประสิทธิภำพ 2. ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำบำงส่วน ไม่นำควำมรู้

2. สำนกั งำนเขตพน้ื ท่ีกำรศกึ ษำและสถำนศึกษำ ควำมสำมำรถทมี่ ีอยูไ่ ปปฏบิ ตั ิงำนเตม็ ตำมศักยภำพ

มีกำรนำเทคโนโลยีและสำรสนเทศมำใช้ในกำร 3. ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำบำงส่วน ที่ไดร้ ับ

บริหำรจดั กำรศกึ ษำ ทำให้กำรปฏบิ ัติงำนมี กำรสง่ เสริมพัฒนำ ไม่นำควำมรู้ท่ไี ด้รบั มำปรบั ปรุง

ประสิทธภิ ำพและเกิดประสิทธิผลเพิ่มมำกข้ึน และพฒั นำงำนใหม้ ีประสิทธิภำพ

3. มีกำรมอบหมำยหน้ำทก่ี ำรปฏบิ ตั ิรำชกำรอย่ำง 4. โรงเรียนขนำดเลก็ มจี ำนวนมำก บุคลำกรนอ้ ย

ชัดเจน เปดิ โอกำสใหผ้ ปู้ ฏิบตั งิ ำนมสี ่วนร่วมในกำร ไดร้ ับงบประมำณไมเ่ พียงพอ สง่ ผลต่อ

ดำเนินงำนทกุ ขัน้ ตอน ประสิทธภิ ำพกำรบริหำรจดั กำร

4. ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำมีควำมรู้ 5. คณุ ภำพกำรศึกษำยังไม่บรรลุเปำ้ หมำย

ควำมสำมำรถในกำรปฏิบตั งิ ำน มีผลงำนเชิง เนอ่ื งจำกครูตอ้ งปฏิบัติงำนอ่ืนนอกเหนือกำร

ประจักษ์ทสี่ ำมำรถเป็นแบบอยำ่ ง เป็นต้นแบบได้ จัดกำรเรยี นกำรสอน ทำให้ไม่สำมำรถปฏบิ ัติกำร

5. สถำนศกึ ษำในสงั กดั สำมำรถบริหำรกำรศึกษำ สอนไดเ้ ต็มท่ี เต็มเวลำ

ขนั้ พน้ื ฐำนใหป้ ระชำกรวัยเรียนไดอ้ ยำ่ งท่ัวถึง 6. ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติ ยังไมบ่ รรลุ

6. ระบบประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ ตำมเป้ำหมำย อันเนอื่ งมำจำกกำรบริหำรและกำรจดั

มคี วำมเข้มแข็งสง่ ผลตอ่ คุณภำพผูเ้ รียน กำรศกึ ษำยังไมม่ ปี ระสิทธภิ ำพเทำ่ ท่ีควร

7. ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ และผู้เรยี น 7. บุคลำกรฝำ่ ยสนับสนนุ กำรสอนต้องปฏิบัติงำน

มีทักษะชีวิตทีด่ ี เนื่องมำจำกสถำนศกึ ษำได้น้อมนำ หลำยโรงเรยี น สง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ ำพกำร

หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่กำรปฏบิ ัติ ปฏบิ ตั ิงำนของสถำนศึกษำ

อยำ่ งเป็นรูปธรรม 8. กำรสรรหำบคุ ลำกรทดแทนล่ำชำ้ ตอ่ ควำม

8. สถำนศกึ ษำในสังกัดมีผู้เรยี นท่มี ีคณุ ธรรม ต้องกำรจำเป็น ส่งผลตอ่ คุณภำพกำรจัดกำรศึกษำ

จรยิ ธรรมค่ำนิยม 12 ประกำร สอดคล้องตำมชว่ งวัย 9. หน่วยงำนระดับปฏิบัตยิ ังไมไ่ ดร้ ับกำรกระจำย

9. สถำนศึกษำในสังกดั มีหลกั สตู รทีเ่ หมำะสมกับ อำนำจอย่ำงแทจ้ รงิ

ผู้เรยี น สอดคลอ้ งกบั หลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำ 10. ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำยังขำดควำมรู้

ข้นั พืน้ ฐำน ควำมสำมำรถในกำรคดิ ค้นนวตั กรรมในกำรพฒั นำงำน

11. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำบำงสว่ น ยงั

ขำดควำมรู้ควำมสำมำรถในกำรใช้สอ่ื เทคโนโลยีท่ี

ทันสมัย ส่งผลตอ่ กำรพัฒนำงำนยุค 4.0

๓๒

Opportunity Threat

โอกาส (ปจั จัยภายนอก) อุปสรรค (ปจั จยั ภายนอก)

1. รฐั บำลมีนโยบำยสนับสนนุ กำรจดั กำรศึกษำ ได้แก่ 1. นโยบำยดำ้ นกำรศกึ ษำมีกำรเปล่ยี นแปลงบ่อย

กำรจดั สรรงบประมำณเพ่อื กำรศกึ ษำ กำรปฏริ ูป ไม่ต่อเนอ่ื ง ขำดกำรกระจำยอำนำจอย่ำงแทจ้ รงิ

กำรศกึ ษำ ประชำคมอำเซียน สง่ เสรมิ กำรท่องเท่ยี ว ทำให้เกิดควำมยุ่งยำกต่อกำรบรหิ ำรจดั กำร

มเี ทคโนโลยีสำรสนเทศ และอินเทอร์เนต็ ควำมเรว็ 2. สภำพเศรษฐกิจตกต่ำ คำ่ ครองชีพสูงขึ้น รำยได้

สงู ทท่ี นั สมัย ซึง่ สำมำรถประยุกต์ใชใ้ นกำร ไมเ่ พยี งพอกับรำยจ่ำย (เพื่อประกอบอำชีพก่อน

พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำให้มีประสทิ ธภิ ำพยง่ิ ขึน้ วัยอันควร) ทำใหม้ ีแนวโน้มออกกลำงคันเพิ่มมำกขึ้น

2. นโยบำยของรัฐด้ำนกำรใช้เทคโนโลยี 3. ปญั หำสังคม ปัญหำภำยในครอบครวั กำรแพร่

อนิ เทอรเ์ นต็ ควำมเร็วสงู สง่ ผลต่อกำรเขำ้ ถงึ องค์ ระบำดของยำเสพตดิ กำรใช้เทคโนโลยที ่ไี ม่เหมำะสม

ควำมรูไ้ ด้อยำ่ งหลำกหลำยและมปี ระสทิ ธิภำพ สง่ ผลกระทบทำงลบต่อวถิ ชี วี ติ ค่ำนยิ ม และวฒั นธรรม

3. กฎหมำย (พ.ร.บ.กำรศกึ ษำแหง่ ชำติ พ.ศ.2542 4. แนวโนม้ ประชำกรวยั เรียนลดลง สง่ ผลให้มี

และท่แี ก้ไขเพ่ิมเติม) ได้กำหนดสิทธิของประชำชน โรงเรยี นขนำดเล็กเพ่ิมข้นึ ค่ำใช้จ่ำยในกำรจัด

ให้ไดร้ ับโอกำสทำงกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำนอย่ำงเทำ่ กำรศกึ ษำสงู ข้นึ และมีควำมยุ่งยำกในกำรจดั กำรศึกษำ

เทียมกันทั้งในระบบ นอกระบบ และกำรศึกษำตำม 5. กำรเคล่อื นยำ้ ยประชำกรวัยเรยี นท่ไี ม่มีสัญชำติ

อธั ยำศยั ส่งผลใหป้ ระชำกรวัยเรยี นได้รบั โอกำสทำง ไทย สง่ ผลให้คุณภำพกำรจดั กำรศึกษำในเขตพืน้ ที่

กำรศกึ ษำอย่ำงเทำ่ เทยี มกัน ไมเ่ ป็นไปตำมเป้ำหมำย

4. ควำมก้ำวหน้ำของเทคโนโลยใี นยคุ ปจั จุบัน 6. กฎ ระเบียบ ไมส่ อดคลอ้ งกับกำรเปล่ียนแปลง

ครอบคลุมทั่วถึงทกุ ชมุ ชน สังคม ส่งผลใหก้ ำร ในกำรบรหิ ำรจัดกำร ทำใหก้ ำรบริหำรจดั กำรไม่มี

บรหิ ำรจดั กำรศึกษำเปน็ ไปอย่ำงรวดเร็ว คล่องตวั ประสทิ ธภิ ำพ

มำกขึ้น มปี ระสิทธิภำพ 7. สภำพบรบิ ทของเขตพน้ื ที่ทีม่ ีควำมแตกตำ่ ง

5. จังหวัดกำญจนบุรี มแี หล่งเรยี นรมู้ ำกมำย ดำ้ นภูมศิ ำสตร์ สง่ ผลใหเ้ กิดควำมยุ่งยำกในกำรจัด

ทำงด้ำนประวตั ศิ ำสตร์ ภมู ศิ ำสตร์ แหลง่ ท่องเท่ยี ว กำรศึกษำ

และเปน็ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งผลใหผ้ ู้เรียนเกิดกำร 8. กฎหมำยเก่ยี วกับเด็กและเยำวชนของหน่วยงำนต่ำง

เรียนรูอ้ ยำ่ งหลำกหลำย ๆ ขำดกำรบรู ณำกำรร่วมกัน ส่งผลให้เกิดควำมยุ่งยำก

6. หนว่ ยงำนตำ่ ง ๆ ในจงั หวดั กำญจนบุรี ทง้ั ภำครัฐ และขำดกำรเชื่อมโยงในกำรพฒั นำผเู้ รยี นกลมุ่ ตำ่ ง ๆ

และเอกชน ให้ควำมร่วมมือในกำรสนบั สนุนกำรจดั

กำรศกึ ษำ สง่ ผลให้สถำนศึกษำสำมำรถระดม

ทรัพยำกรในกำรจดั กำรศึกษำไดอ้ ยำ่ งมคี ุณภำพ

7. สภำพสงั คมโดยรวมเปน็ สงั คมเกษตรกรรม ส่งผล

ให้สำมำรถขยำยแนวคิดกำรดำรงชวี ิตตำมหลกั

ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียงจำกโรงเรียนสูช่ ุมชน

ไดส้ อดคล้องกบั วิถชี วี ิต

๓๓

8. หนว่ ยงำนในพ้ืนทีม่ พี หวุ ฒั นธรรมทห่ี ลำกหลำย ทำให้
เกดิ กำรแลกเปลย่ี นเรียนร้แู ละยอมรับวฒั นธรรมที่
หลำกหลำยเพือ่ กำรอยรู่ ่วมกนั อย่ำงมีควำมสขุ
9. กำรรวมตวั กนั อย่ำงเข้มแข็งของชุมชน ท่ีมี
ขนบธรรมเนียมประเพณี ควำมเช่อื คำ่ นยิ ม และ
วัฒนธรรมท่ีเหมือนกนั หรือคล้ำยคลึงกนั ทำให้
ไดร้ ับควำมร่วมมือและเกดิ ควำมคล่องตัวในกำร
บรหิ ำร จัดกำรศกึ ษำของเขตพน้ื ท่กี ำรศกึ ษำและ
สถำนศึกษำ
10. จังหวัดกำญจนบุรี มีภมู ปิ ัญญำท้องถิ่นที่
หลำกหลำย สำมำรถใช้เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ในกำรจดั
กำรศึกษำ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีรำยไดเ้ สรมิ และมี
ทักษะในกำรประกอบอำชพี
11. ผปู้ กครอง ประชำชนส่วนใหญ่ให้ควำมสำคัญ
ในกำรจดั กำรศึกษำ และใหค้ วำมร่วมมือกับ
หน่วยงำนและสถำนศึกษำในกำรจดั กำรศึกษำ
ส่งผลใหเ้ กิดควำมสำเร็จในกำรจัดกำรศกึ ษำเปน็
อย่ำงดี
12. กระทรวงศกึ ษำธิกำรมนี โยบำยกำรศึกษำ 4.0
สง่ ผลใหส้ ถำนศกึ ษำสำมำรถพัฒนำผเู้ รียน เพ่ือสร้ำง
ขดี ควำมสำมำรถของผเู้ รยี นสู่กำรแขง่ ขัน
13. รฐั บำลสนับสนุนงบประมำณดำ้ นกำรลงทุน
เพื่อปรบั ปรุงโครงสร้ำงพนื้ ฐำนของสถำนศึกษำ
ส่งผลใหส้ ถำนศึกษำมีควำมพรอ้ มในกำรจดั
กำรศกึ ษำ

๓๔

ส่วนท่ี 4
การบริหารแผนพฒั นาบุคลากรสกู่ ารปฏบิ ตั ิ

การจดั ทาแผนพัฒนาบคุ ลากรเพ่อื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจาปี 2565 เป็นเคร่อื งมือสาคัญ
ในการปฏิบัติงานเพื่อส่งมอบผลผลิตการให้บริการการศึกษาท่ีเช่ือมโยงสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
จึงกาหนดปัจจยั ความสาเรจ็ และกระบวนการนาแผนสกู่ ารปฏิบตั ดิ งั น้ี

ปจั จยั ความสาเรจ็

1. ปรับวัฒนธรรมองค์กรท่ีมงุ่ ผลสมั ฤทธิใ์ นปฏิบัติงานและการทางานแบบมีส่วนร่วมที่เอ้ือตอ่ การพฒั นา
ความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ การปฏบิ ตั งิ านให้บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์และเป้าหมายที่กาหนดไวใ้ นจดุ เนน้ การพัฒนา

2. ส่งเสรมิ การบรหิ ารจดั การเชงิ ยทุ ธศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาปฏิบตั งิ านอยา่ งเป็นระบบและใชว้ งจรการ
พัฒนา PDCA ต่อเนื่อง

3. เช่อื มโยงความสาเรจ็ ของการปฏิบตั งิ านกบั การบรหิ ารงานบคุ คลอย่างชัดเจน
4. บริหารจดั การโดยเปิดโอกาสให้ทกุ ภาคส่วนมีส่วนรว่ มและยดึ หลักธรรมาภิบาล

กระบวนการนาแผนสูก่ ารปฏบิ ตั ิ

1. สื่อสารทิศทางองค์กรทง้ั วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ เป้าประสงค์ จดุ เน้นการพฒั นาและเป้าหมาย
การใหบ้ รกิ ารบุคลากรทุกระดับรบั รู้และเขา้ ใจตรงกนั อยา่ งทัว่ ถึง

2. จัดโครงสร้าง กระบวนการทางาน และมอบหมายผ้รู บั ผิดชอบปฏิบัติงาน ท้งั เจา้ ภาพหลกั
เจ้าภาพรอง และผู้สนับสนุน พร้อมกาหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

3. วิเคราะหเ์ ปรียบเทยี บสภาพปัจจุบัน และเป้าหมายตามนโนบายเพื่อกาหนดกลยุทธ์และจดั ทา
แผนปฏิบตั งิ านใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายวัตถปุ ระสงค์

4. เนนิ งาน กิจกรรม ตามแผนปฏบิ ัตกิ ารที่กาหนด
5. ติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล เพ่ือให้การนากลยุทธส์ ู่การปฏิบตั ิอย่างเป็นรปู ธรรม โดย
ติดตามความกา้ วหนา้ ประจาปี การประเมินผลระยะครงึ่ ปี และการประเมินผลเม่ือส้ินสดุ ปีงบประมาณ
6. สร้างกลไกการขับเคลื่อนและตรวจสนอบสาธารณะ โดยรายงานผลการปฏิบัติงานประจาปี
สู่สาธารณชน และหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง

๔๓

ส่วนท่ี 5
แนวทางการบริหาร

ในรอบปีหน่ึง ๆ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้รับการพัฒนาโดยการส่งไปเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา ตามที่หน่วยงานต่าง
ๆจัดข้ึน การไปศึกษาดูงาน การจัดอบรมสัมมนาในโรงเรียน/สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1
โดยเชญิ วทิ ยากรภายนอกมาให้ความรู้ การสง่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาตอ่ ในระดบั ท่ีสูงข้ึน
การนิเทศภายใน การทาวิจัยในชั้นเรียน การจัดทีมงานเพื่อเรียนรู้และปฏิบัติงานร่วมกันการใช้โครงการต่าง ๆ
จากภายนอกเพื่อกระตุ้นการทางานของครูภายในโรงเรียน การสนบั สนนุ ครูใหท้ าผลงานทางวชิ าการเพื่อเลื่อนวิทย
ฐานะและขอรับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ การส่งครูไปเป็นวิทยากรในโอกาสต่าง การเข้าร่วมโครงการต่างๆ
ทั้งระดับประเทศและระดบั ภมู ิภาคเพ่ือกระตนุ้ ให้ครูตืน่ ตัวพัฒนาตนเอง

สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จึงให้ความสาคัญในการจัดทา
แผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยมสี ว่ นร่วมในการระดมความคิด พจิ ารณา คดั เลอื กกิจกรรม/โครงการ เพอ่ื ให้
สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการ
ขับเคล่ือนกิจกรรมโครงการ ไปสู่การปฏิบัติ และบูรณาการ การทางานร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ความสาเร็จในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการประเมินผลความสาเร็จของกิจกรรม/โครงการและสรุปผล
การดาเนนิ งาน โดยการบริหารงบประมาณได้คานึงถึงความคุ้มคา่ คมุ้ ทนุ ประหยัดและเกิดประโยชนส์ ูงสุด โดยนา
หลกั การบริหารโดยใช้รปู แบบ PDCA

การดาเนินการ Act ดาเนินการ Act Plan • การวางแผน (Plan)กาหนดเปา้ หมาย
ปรบั ปรุง สมรรถนะของ และกระบวนการตา่ ง ๆทจ่ี าเป็นเพ่อื ให้
กระบวนการอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ไดผ้ ลลพั ธต์ ามความตอ้ งการ

การติดตาม (Check) Check Do การนาไปปฏบิ ตั ิ (Do) ปฏิบตั ิ
ตรวจตดิ ตาม ตรวจสอบและวดั ผล ดาเนินการตามกระบวนการตา่ ง ๆท่ีกาหนด
กระบวนการหางานวา่ เป็นไปตามแผน ไว้
ทางานและเปา้ หมาย

๔๔

P = Plan
มีการวางแผนงานจากวัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายท่ีกาหนดข้ัน ดงั นี้
1. ประชุมคณะทางาน คณะกรรมการและผทู้ เี่ กี่ยวข้องเพื่อวางแผนการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากร

ทางการศกึ ษา
2. สารวจความต้องการพัฒนาของขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ในสงั กัด
3. จัดทาแผนพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีความเชอื่ มโยงกบั นโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

และสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน โดยจดั ทาโครงการตามแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี
D = Do

มีการปฏิบัตติ ามข้นั ตอนในโครงการท่ไี ด้เขยี นไว้อย่างเป็นระบบและมีมกี ารตดิ ตามอย่างตอ่ เนอ่ื ง ดงั น้ี
1. มีการประชาสมั พันธ์ เผยแพร่ นโยบายของรฐั บาล/กระทรวงศึกษาธิการ /สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พื้นฐาน/จงั หวัด และสานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1
2. มกี ารประชุมชี้แจงใหแ้ ก่ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด
3. จดั ทาแผนปฏิบัติการประจาปี แผนงาน/โครงการ
4. ดาเนนิ การพฒั นาตามแผนปฏิบตั ิการ และนโยบาย ฯลฯ ตามความต้องการของสานกั งานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1
C = Check
มีการตรวจสอบผลการดาเนินงานในแต่ละขัน้ ตอนของโครงการ ดงั น้ี
1. ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานตามโครงการ
2. สรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน
A = Action
มีการปรับปรุงแก้ไขและได้จัดทารายงานผลการดาเนินงานตามแผนปฏบิ ัติการประจาปี ท่ีแสดงให้เห็นถึง
การดาเนินงานท่ีบรรลเุ ป้าหมายและบง่ ชเ้ี พ่ือวัดผลสาเร็จของภารกิจ โดยมีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
การดาเนินงานตามตัวบ่งช้ี และนาผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่ือปรับปรุงกลยุทธ์ และแผนการดาเนินงานย่าง
ตอ่ เน่ือง ตลอดจนรายงานถงึ สภาพโครงการว่าประสบผลสาเร็จหรอื ล้มเหลวเพยี งใด ควรจะปรบั ปรุง แกไ้ ข สานต่อ
หรือยกเลิกโครงการมีการรายงานผลการติดตามและประเมินผลบริหารจัดการของเขตพ้ืนท่ีการศึกษาตามตัวช้ีวัด
ยุทธศาสตร์ของ สพฐ. (e-MES) ประจาปี รายงานผลการดาเนินงานตามนโยบายการตรวจราชการของผู้ตรวจ
ราชการ กระทรวงศึกษาธิการกรณีปกติ และรายงานผลการติดตามและประเมินมาตรฐานสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา ประจาปี ซึ่งมีการรายงานผลการดาเนินงาน จานวน 2 คร้ัง (6เดือน/คร้ัง) โดยร่วมกันบริหารจัดการ
องคก์ ร/แผนงาน/โครงการ ฯลฯ ใหบ้ รรลวุ ตั ถประสงค์ เปน็ รปู ธนนม การทางานเปน็ ทมี จงึ เป็นสว่ นสาคัญทจ่ี าเป็น
ทจ่ี ะทาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยนาผลการปฏบิ ัติงานมาปรับปรงุ แนวมางการดาเนินการให้เหมาะสม บังเกดิ ผลในทาง
ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลต่อไป

๔๕

การขบั เคล่ือนนโยบายสกู่ ารปฏบิ ัติ

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดสรรงบประมาณให้สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เพื่อดาเนินการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความต้องการ

กระบวนการนาแผนส่กู ารปฏิบัติ

1. สอื่ สารทิศทางองค์กรทั้งวิสยั ทัศน์ พนั ธกจิ เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ ใหบ้ คุ ลากรทุกระดับรับรแู้ ละเข้าใจ
ตรงกนั อย่างทั่วถงึ

2. จัดโครงสร้าง กระบวนการทางาน และมอบหมายผ้รู ับผดิ ชอบปฏบิ ัตงิ าน กาหนดบทบาทความ
รบั ผดิ ชอบอย่างชัดเจน

3. ดาเนินงาน กิจกรรม ตามแผนปฏบิ ัติการทีก่ าหนด
4. ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล เพื่อใหก้ ารนากลยุทธสื กู่ ารปฏิบัติเปน็ ไปอย่างมีประสิทฺธิภาพเปน็
รูปธรรม โดยตดิ ตามความกา้ วหน้าระหว่างปี และประเมินผลเมือ่ สนิ้ สุดปีงบประมาณ
5. รายงานผลการดาเนินงานประจาปบี นเว็บไซต์ สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี
เขต 1 เพอ่ื เผยแพร่สูส่ าธารณชนและทกุ ภาคสว่ นทเ่ี ก่ียวข้อง

ปัจจัยความสาเร็จ

1. ผู้บรหิ ารการศึกษาทุกระดับให้ความสาคญั ในการบรหิ ารจัดการโดยมงุ่ ผลสมั ฤทธข์ิ องงาน การทางาน
แบบมสี ว่ นรวม การปฏิบัตงิ านใหบ้ รรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์และเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้

2. การบริหารจัดการเปิดโอกาสให้ทกุ ภาคสว่ นมีสว่ นรวม ส่งเสริมให้ทกุ ภาคส่วนของสงั คมเกดิ ความ
ตระหนกั ในความรบั ผดิ ชอบต่อการจัดการศึกษา

3. สรา้ งความเข้าใจเกย่ี วกับทิศทางการพฒั นาการศึกษาใหบ้ คุ ลากรทุกระดบั อย่างท่ัวถึง
4. กลุม่ งานทกุ กลุ่มในสานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 มีการประสานและ
บูรณาการการทางานร่วมกันเพ่อื มงุ่ สคู่ วามสาเรจ็ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
5. มกี ารติดตาม ตรวจสอบ และปะเมินผลอย่างเปน็ ระบบเพ่อื ใหก้ ารขับเคล่ือนกลยุทธ์สู่การปฏิบตั ิ
เปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพเป็นรปู ธรรม


Click to View FlipBook Version