คมู่ ือการปฏบิ ตั งิ าน
การบรหิ ารจดั การซอ่ มบาํ รงุ ระบบไฟฟ้าภายใน
คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี
โดย
นายชยั ชนะ นวลพงษ์
(ชา่ งเทคนคิ )
คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี
พ.ศ.2560
ก
คํานํา
การจัดทําเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ภายในคณะบริหาร
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ฉบับน้ี จัดทําข้ึนเพ่ือใช้เป็นแนวทางในการซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า จาก
ประสบการณ์การทํางาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริการได้รับทราบและเข้าใจ
ข้ันตอนของการปฏิบัติงานในได้อย่างถูกต้อง ท้ังน้ี ได้แนบเอกสารแบบฟอร์มและตัวอย่างไว้ในคู่มือฉบับนี้
แล้ว
ผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้ันตอนรายละเอียดในคู่มือการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการซ่อมบํารุง
ระบบไฟฟ้า ภายในคณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี ฉบบั น้ี จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผใู้ ช้บรกิ าร
ได้บ้างไม่มากกน็ อ้ ย
นายชยั ชนะ นวลพงษ์
นายชา่ งเทิคนิค
ข หนา้
สารบญั ก
ข
เร่อื ง 1
1
คํานํา 2
สารบัญ 2
บทที่ 1 บทนาํ 2
2
1.1 ความเปน็ มาและความสาํ คญั 4
1.2 วัตถุประสงค์ 4
1.3 ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รบั 7
1.4 ขอบเขตของการจัดทําคูม่ อื 11
1.5 นยิ ามคําศพั ท์ 23
บทท่ี 2 บทบาทหน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบ 23
2.1 วสิ ยั ทัศน์ พนั ธกิจ อัตลกั ษณ์ เอกลกั ษณ์ 30
2.2 โครงสร้างการบรหิ ารองคก์ ร 30
บทที่ 3 หลักเกณฑ์วธิ ีการปฏบิ ตั ิงาน 30
บทท่ี 4 เทคนคิ การปฏบิ ัติงาน ค
4.1 แผนปฏบิ ัติงานการตรวจเช็คอปุ กรณ์ไฟฟ้าภายในหอ้ งเรียนคณะ ง
บทท่ี 5 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
5.1 ปญั หา อปุ สรรค
5.2 ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
บทที1่
เร่อื ง การบรหิ ารจดั การซอ่ มบํารุงระบบไฟฟา้ ภายในคณะบริหารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
1.1 ความเป็นมาและความสาํ คญั
ไฟฟา้ แสงสว่าง เป็นปัจจัยพ้ืนฐานสําคญั ที่สนับสนุนการเรียนการสอน จํานวนห้องเรียนท่ีเปิดการเรยี นการ
สอนภายในอาคารคณะบริหารศาสตร์ มีจํานวน 13 ห้องเรียน รวมประชุม 2 ห้อง ห้องปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร์ 3
หอ้ ง (สถิตงิ านไฟฟ้าภายในอาคาร ปี พ.ศ.2555) และการให้บริการซ่อมบํารงุ ในเวลาราชการมีการเรียนการสอน
ทําให้ไม่ได้รับความสะดวก และเกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอน ซ่ึงผู้ปฏิบัติงานต้องปรับวิธีการทํางานโดยพัก
รับประทานอาหาร ไม่ตรงกับเวลาการเรียนการสอนเพื่อเข้าไปซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องเรียน แต่ก็ไม่
สามารถแกไ้ ขปัญหาได้ทงั้ หมด รวมท้งั การประสานเจ้าหน้าท่ีเพ่ือเข้าทําการซ่อมบํารุงในกรณีที่มกี ารซ่อมแซมเกิน
เวลาราชการ หรือมีขั้นตอนท่ีต้องประสานกับงานพัสดุกรณีท่ีต้องสั่งซ้ืออุปกรณ์เป็นต้น สถิติการซ่อมแซมระบบไฟ
สอ่ งสว่างตง้ั แต่ปี พ.ศ.2549 - จนถึงปัจจุบัน หอ้ งเรียนทั้งหมด 18 หอ้ ง มีห้องพกั อาจารย์จํานวน 1-2 ห้องท่ียงั ไม่
เคยไดซ้ ่อมแซมตั้งแต่การปรบั ปรุงอาคาร แตป่ ระสบการณแ์ ซมหอ้ งพักอาจารยท์ ีผ่ ่านมาสามารถแกไ้ ขปัญหาได้และ
ไม่เกิดอุบัติเหตุ จึงคาดเดาว่าการต่อพ่วงกระแสไฟฟ้ามีรูปแบบเดียวกัน ในการทํางานหรือปฏิบัติงานกับไฟฟ้าถือ
เป็นงานท่ีมีอันตรายต่อร่างกายเน่ืองจากมองไม่เห็นว่ามีไฟฟ้าหรือไม่ รวมถึงการปฏิบัติงานท่ีอาจผิดพลาด ผิด
ขั้นตอน และยังอาจมีผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยจํานวนมาก ซึ่งมีความเส่ียงอาจทําให้เกิดอันตรายต่อชีวติ และทรัพย์สิน
ได้
เช่นในปี 2560 เกดิ อุบตั เิ หตุชา่ งซ่อมบาํ รุงเกดิ ไฟฟ้าชอ๊ ตท่ีหอ้ งพักอาจารย์ ในขณะทท่ี ําการซ่อมบาํ รงุ
สาเหตมุ าจากไมไ่ ดร้ ับแจง้ รายละเอียดของงานปรับปรงุ ระบบไฟฟา้ ภายในห้องทมี่ ีการปรบั ปรงุ เม่อื เกดิ ปัญหา
ซอ่ มแซม เปลย่ี นบลั ลาสตเ์ พือ่ ตอ่ พว่ งทําใหเ้ กิดไฟฟา้ ลัดวงจร ผูป้ ฏิบตั งิ านได้รบั อนั ตรายจากการตกบนั ได ดังนนั้
การทาํ งานซ่อมบาํ รงุ ระบบไฟฟ้า และการทํารายละเอยี ด มคี วามสําคญั รวมทง้ั การวางระบบซ่อมบํารุงไฟฟา้ แสง
สวา่ งภายในอาคาร เพ่อื ปอ้ งกันเหตุ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ แสงสวา่ ง มปี ัญหาชํารดุ และสง่ ผลตอ่ การวางแผนการซอ่ มบํารงุ
ดแู ลรักษาอย่างสมาํ่ เสมอ
จากความเปน็ มาและความจาํ เปน็ ดงั กลา่ วผปู้ ฏิบตั ิงานจึงเลง็ เหน็ ความสําคญั ตอ่ การเขยี นคมู่ อื การ
ใหบ้ ริการซอ่ มแซมระบบไฟฟา้ ของคณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานขี นึ้ เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ฏิบัตงิ านและ
ผู้ใชบ้ ริการไดท้ ราบถึงขอบเขตและขั้นตอนของการให้บริการ ตลอดจนหมายเลขโทรศพั ท์ตดิ ตอ่ เกดิ ความสะดวก
และความคลอ่ งตวั ของผใู้ ชบ้ รกิ าร
1
1.2 วตั ถุประสงค์
1.2.1 เพอ่ื ให้ผปู้ ฏิบตั งิ านสามารถปฏิบัติงานการบริหารจัดการซ่อมบาํ รุงระบบไฟฟ้า แทนกันได้ และเป็น
มาตรฐานเดียวกัน
1.2.2 เพอ่ื ใหผ้ บู้ ังคับบัญชาและหนว่ ยงานสามารถตรวจสอบการปฏบิ ตั ิงานการบริหารจัดการซอ่ มบาํ รงุ
ระบบไฟฟ้า
1.2.3 เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านและหน่วยงานซ่อมบาํ รุงระบบไฟฟา้ ของคณะบริหารศาสตรม์ เี อกสารอา้ งอิงใน
การปฏบิ ตั ิงานการบริหารจัดการซ่อมบาํ รงุ ระบบไฟฟ้า
1.3 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ
1.3.1 ผปู้ ฏบิ ัตงิ านสามารถปฏบิ ตั งิ านการบริหารจัดการซอ่ มบํารุงระบบไฟฟา้ แทนกันไดแ้ ละเป็น
มาตรฐานเดียวกัน
1.3.2 ผบู้ ริหารสามารถใชค้ ูม่ อื ปฏิบตั ิงานนี้ ตรวจสอบกาํ กบั และตดิ ตามงานซอ่ มบํารงุ ระบบไฟฟ้าของ
คณะบริหารศาสตรไ์ ด้
1.3.3 ผู้ปฏิบัตงิ านและหน่วยงานซอ่ มบาํ รงุ ระบบไฟฟ้าของคณะบรหิ ารศาสตร์มเี อกสารอ้างอิงในการ
ปฏบิ ัตงิ าน
1.4 ขอบเขตของการจัดทาํ คู่มอื
ครอบคลมุ ขนั้ ตอนต้ังแต่การรับแจ้งการชํารดุ ของอปุ กรณ์ไฟฟ้าทางโทรศพั ท์ หรอื ใบแจง้ ซ่อมในระบบ
(เว็บไซตข์ องคณะฯ) การเข้าไปเข้าทาํ การตรวจสอบ การตรวจเชค็ สถานที่ท่ไี ดร้ บั แจ้ง และดาํ เนินการซอ่ มบํารงุ
1.5 นิยามคําศัพท์
“คณบดี” หมายถึงคณบดี คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี
“นักศึกษา” หมายถึงนักศึกษา คณะบริหารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี
“หลักสูตร” หมายถึง หลกั สตู รการศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ท่เี ปิดทาํ การเรียนการสอนใน
คณะบริหารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
ซ่อมทันที หมายถึง (กรณที ไี่ มไ่ ด้สัง่ ซอ้ื อปุ กรณ์) กรณที ตี่ อ้ งรออะไหลม่ าดาํ เนนิ การซ่อม แจง้ งาน
พัสดุ ขออนมุ ัตจิ ดั ซอื้ วสั ดุท่งี านพัสดุ กรณีทด่ี าํ เนนิ การ ซอ่ มเองไมไ่ ดแ้ จง้ งานพัสดนุ ําส่งซอ่ มจากหนว่ ยงาน
ภายนอก
อุปกรณ์ (Device) หมายถงึ สิง่ ทมี่ อี ยใู่ นระบบไฟฟ้า เพอื่ ใช้เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟา้ แตไ่ ม่ไดใ้ ช้
พลงั งานไฟฟ้าโดนตรง
แผงสวิตช์ (Switchboard) หมายถงึ แผงเดยี่ วขนาดใหญ่หรอื หลายแผงประกอบกัน ซง่ึ ใชต้ ิดต้ังอุปกรณ์
ต่างๆ ไดท้ งั้ ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ของแผงสวิตช์ เช่น สวิตช์ อปุ กรณ์ปอ้ งกัน บัส ฯลฯ โดยท่วั ไป แผงสวิตช์จะ
เขา้ ถึงได้ ทงั้ ด้านหนา้ และดา้ นหลัง
2
แผงจา่ ยไฟ (Panelboard) หมายถึง แผงเดยี่ วหรอื กลุ่มของแผงเด่ยี ว ที่ออกแบบให้ประกอบร่วมกันเป็น
แผงเดียว โดยตดิ ต้ังอย่ใู นตตู้ ดิ ผนงั และสามารถเขา้ ถงึ ได้เฉพาะด้านหน้าเท่าน้ัน ประกอบด้วย บัส อปุ กรณ์ปอ้ งกนั
กระแสเกิน อาจมสี วิตชส์ าหรบั ควบคมุ แสงสวา่ ง เครอื่ งทาความร้อน วงจรไฟฟ้ากาลัง
เมนสวติ ช์ (Main switch) หมายถงึ อุปกรณป์ ลด-สบั วงจร ระหวา่ งสายเมนหลงั มิเตอร์ของ การไฟฟ้า
ส่วนภูมิภาค กับสายวงจรของผ้ใู ช้ไฟ ประกอบด้วย เครอื่ งปลดวงจร และเครอื่ งปอ้ งกนั กระแสเกนิ
สายเมน (Main service) หมายถึง สายไฟฟา้ ท่ีต่ออยรู่ ะหว่างมิเตอรข์ องการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาคกบั เมน
สวติ ช์
สายปอ้ น (Feeder) หมายถงึ สายไฟฟา้ ทตี่ อ่ อยรู่ ะหวา่ งเมนสวิตช์กบั เคร่อื งป้องกนั กระแสเกินตวั สดุ ท้าย
ของวงจรย่อย
วงจรย่อย (Branch circuit) หมายถึง วงจรไฟฟ้า ระหวา่ งเคร่อื งป้องกันกระแสเกนิ ตวั สดุ ท้าย ถงึ จุดท่ี
สามารถนาไฟฟ้า ออกมาใชก้ ับเคร่อื งอุปกรณไ์ ด้
การตอ่ ลงดนิ (Grounding) หมายถึง การตอ่ ตวั นาไฟฟ้า (ท้ังจงใจหรืออบุ ตั เิ หต)ุ ระหวา่ งวงจรไฟฟา้ หรือ
เครือ่ งอุปกรณก์ บั ดิน หรือตวั นาอื่นๆที่ฝังอยใู่ นดิน
ขนาดกระแส (Ampacity) หมายถงึ ปรมิ ารณกระแสไฟฟา้ สูงสุดทตี่ วั นาสามารถรบั ไดอ้ ย่างตอ่ เนอ่ื งโดย
ไมเ่ สยี หาย มหี นว่ ยเป็นแอมแปร์
รางเดินสาย (Wireways) หมายถงึ ทอ่ สายท่ีเป็นราง ทาจากโลหะหรอื อโลหะ มีฝาเปดิ -ปิดได้ อาจมชี ่อง
ระบายอากาศดว้ ยกไ็ ด้
หม้อแปลง (transformer) : เปน็ อปุ กรณท์ ี่ใชเ้ ปล่ยี นแรงดันไฟฟ้าใหส้ งู ขนึ้ หรือต่ําลง เพอ่ื ใหต้ รงกับ
แรงดนั ทใี่ ชก้ ับอุปกรณ์ไฟฟา้ ตา่ งๆ เชน่ มีเครื่องซกั ผ้าแรงดนั 110 โวลต์ แต่มไี ฟฟา้ แรงดนั 220 โวลต์ เรากต็ อ้ งใช้
หมอ้ แปลงแรงดัน 220 โวลต์ ใหเ้ ปน็ แรงดนั 110 โวลต์ จึงจะใช้เครอ่ื งซักผ้าได้
3
บทท่ี 2
บทบาทหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ
สภามหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานีในคราวประชมุ ครงั้ ท่ี 3/2540 เม่อื วนั จันทรท์ ่ี 23 พฤษภาคม 2540 มีมติ
เห็นชอบใหจ้ ดั ทําโครงการจดั ต้งั คณะบริหารศาสตร์ และในการประชมุ ผบู้ รหิ ารครง้ั ที่ 12/2541 เมอื่ วนั ท่ี 15
ตลุ าคม 2541 มมี ตเิ หน็ ชอบใหโ้ ครงการจดั ตงั้ คณะบรหิ ารศาสตร์ เปน็ หนว่ ยงานภายในทม่ี ีการบรหิ ารงานขึน้ ตรง
ตอ่ สาํ นกั งานอธิการบดี ในการนม้ี หาวทิ ยาลัย ไดแ้ ต่งตั้งคณะทํางานโครงการจดั ต้ัง คณะบริหารศาสตร์
มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี ตามคาํ ส่ังมหาวิทยาลัยอุบลราชธานที ่ี 612/2541 โดยมภี ารกิจและหนา้ ทด่ี ําเนนิ งาน
ดา้ นการจดั การเรียนการสอนในวชิ าศกึ ษาท่วั ไป และผลติ บณั ฑติ สาขาทางด้านบรหิ ารธุรกจิ การบัญชี การเงินการ
ธนาคาร รวมทั้งงานวจิ ยั การบรกิ ารวชิ าการแก่สังคม และการทาํ นบุ ํารุงศิลปวัฒนธรรม
2.1 วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ อัตลกั ษณ์ เอกลกั ษณ์
2.1.1 ปรชั ญา วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ อัตลกั ษณ์ เอกลกั ษณ์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี
ปรัชญา
“มหาวิทยาลยั อุบลราชธานสี ร้างสติและปญั ญาแก่สงั คม บนพื้นฐานความพอเพยี ง”
วสิ ยั ทัศน์
“มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานเี ปน็ สถาบนั ช้นั นาํ แห่งการเรยี นร้ใู นภมู ภิ าคลมุ่ นํ้าโขงและอาเซยี น”
พันธกจิ
1. สร้างบัณฑติ ทมี่ คี ุณภาพมาตรฐานในระดบั สากล มคี ณุ ธรรมนาํ ความรู้ คิดเปน็ ทําเป็น
และดาํ รงชวี ิตบนพ้นื ฐานความพอเพยี ง
2. วิจยั และสรา้ งนวัตกรรมเพ่อื ใหเ้ กดิ องค์ความรูใ้ หมแ่ ละผลงานสรา้ งสรรค์ ทส่ี ามารถนาํ ไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นภมู ิภาคล่มุ นํ้าโขงและอาเซียน
3. บริการวิชาการ และเสรมิ สร้างความร่วมมือกบั ชุมชน สงั คม ในภมู ิภาคลุ่มน้ําโขง
4. ทาํ นบุ ํารงุ ฟ้ืนฟู ศลิ ปวฒั นธรรมอันดงี ามของทอ้ งถิ่นและภมู ภิ าคลมุ่ นํ้าโขงมหาวทิ ยาลัย
อุบลราชธานี จดั การศกึ ษาในระดับปริญญาบัณฑติ และบณั ฑิตศึกษาโดยเน้นทางดา้ นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพอ่ื ใหไ้ ดบ้ ณั ฑติ ทีม่ คี วามรู้ความสามารถเป็นกําลงั สาํ คัญในการขบั เคลอ่ื นการพฒั นาและการเปลีย่ นแปลงใน
ภมู ภิ าค การสรา้ งความเข้มแข็งใหก้ ับหน่วยงาน ธุรกจิ และบุคคลในภูมภิ าค โดยเพมิ่ การกระจายโอกาสทาง
การศกึ ษาแก่ประชาชน ในเขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ใหไ้ ดร้ บั การศึกษาในระดบั อดุ มศึกษาเพ่ิมมากยิ่งข้ึนต่อไป
กลยทุ ธ์
1. สรา้ งบัณฑิตทีม่ คี ณุ ภาพและสมรรถนะตามมาตรฐานสากล สามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองได้
อยา่ งตอ่ เน่ือง มคี ณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ความพอเพียง จติ สํานึกทดี่ ี และมคี วามพรอ้ มเพ่อื รองรบั การเปดิ
ประชาคมอาเซยี น โดยพฒั นาหลกั สตู รใหท้ นั สมัย และจดั กระบวนการจดั การเรียนรูท้ ี่เน้นผู้เรียนเป็นสาํ คัญ และ
จดั ใหม้ ีทกั ษะการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ
4
2. พัฒนาอาจารย์ให้สามารถจัดการเรียนรอู้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและพฒั นาตนเองให้พรอ้ มทันตอ่ พล
วัตรของสงั คม โดยส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ใหท้ าํ วจิ ยั และพัฒนานวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้ และพฒั นาสมรรถนะ
ด้านวิชาการในระดบั สากล
3. พฒั นาขีดความสามารถดา้ นการวิจยั เพื่อยกระดบั สู่การเป็นมหาวทิ ยาลัยวิจยั ระดบั ชาตแิ ละ
ภูมิภาคลุม่ นํา้ โขง โดยพัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐาน เพอ่ื ส่งเสรมิ การวิจัย และส่งเสรมิ และสนบั สนุนความรว่ มมอื ดา้ น
การวจิ ัยกับหน่วยงานท้ังในและตา่ งประเทศ
4. ใหบ้ รกิ ารวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดบั คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของประชาชนในเขตอีสาน
ใตแ้ ละภมู ิภาคลุ่มแมน่ ํ้าโขง โดยเสริมสร้างความเขม้ แขง็ ของการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการสร้าง
เสรมิ สุขภาวะและบริการสขุ ภาพ และสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือกบั ชมุ ชนทกุ ภาคสว่ น
5. สืบสาน เผยแผ่ ฟ้นื ฟูและอนุรักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณที อ้ งถนิ่ รวมท้ังเรียนรู้
วฒั นธรรมของประเทศในอาเซยี น โดยศกึ ษา ค้นคว้าวิจัย รวบรวมและจัดการความรู้ให้นักศึกษาและบุคลากร
ตระหนกั ถึงคณุ ค่าของศลิ ปวัฒนธรรม ประวัตศิ าสตร์ และภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่
6. พฒั นาระบบบริหารจดั การท่ีมธี รรมาภบิ าลใชข้ อ้ มูลเปน็ ฐานในการตดั สินใจ โดยพฒั นาระบบ
สารสนเทศเพอื่ การบรหิ าร และพฒั นาระบบประกนั คุณภาพการศึกษา
7. พฒั นาระบบบรหิ ารทรพั ยากรมนุษยท์ ม่ี ุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยใหบ้ คุ ลากรมีวฒั นธรรมแห่งการ
เรียนรู้ เพอื่ การทํางานได้เตม็ ตามศกั ยภาพอย่างมีความสุข โดยพฒั นาระบบสมรรถนะของบุคลากรและผู้บริหารทกุ
ระดับ สรา้ งเสริมสวสั ดิการและสวสั ดภิ าพให้บคุ ลากร สง่ เสริมและสนบั สนนุ ความกา้ วหนา้ ของบคุ ลากร และการ
จัดการความรเู้ พ่ือนําไปสกู่ ารปฏิบตั งิ านอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี จัดตง้ั ขึน้ โดยสภามหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานีในคราวประชมุ
ครง้ั ท่ี 3/2540 เม่ือวันจันทรท์ ี่ 23 พฤษภาคม 2540 มมี ตเิ หน็ ชอบใหจ้ ดั ทําโครงการจดั ตงั้ คณะบรหิ ารศาสตร์ และ
ในการประชมุ ผบู้ ริหารครัง้ ท่ี 12/2541 เมอื่ วันที่ 15 ตุลาคม 2541 มีมติเห็นชอบใหโ้ ครงการจัดต้ังคณะบริหาร
ศาสตร์ เป็นหน่วยงานภายในทม่ี ีการบริหารงานขึน้ ตรงตอ่ สํานักงานอธกิ ารบดี ในการนมี้ หาวิทยาลยั ไดแ้ ต่งตั้ง
คณะทาํ งานโครงการจดั ตง้ั คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี ตามคาํ สั่งมหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานที ี่
612/2541 โดยมีภารกจิ และหน้าทด่ี ําเนินงานด้านการจดั การเรยี นการสอนในวชิ าศึกษาทว่ั ไป และผลิตบัณฑติ
สาขาทางดา้ นบริหารธรุ กิจการบญั ชี การเงินการธนาคาร รวมทงั้ งานวิจัย การบริการวชิ าการแก่สงั คม และการ
ทาํ นุบํารงุ ศิลปวัฒนธรรม และไดจ้ ดั ตัง้ เปน็ คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี พ.ศ. 2544 ตงั้ แต่วันท่ี
1 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2544 ตามขอ้ บังคบั มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี วา่ ด้วย คณะบริหารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
อุบลราชธานี พ.ศ. 2544 ประกาศ ณ วนั ท่ี 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 โดยมปี รชั ญา วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ อตั ลักษณ์
เอกลักษณ์ และมโี ครงสรา้ งการบริหารจดั การ ดงั นี้
5
2.1.2 วสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ อตั ลักษณ์ เอกลกั ษณ์ คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี
วสิ ยั ทัศน์
คณะบริหารศาสตร์ เป็นศูนยก์ ลางการเรียนร้ดู า้ นการบริหารธรุ กิจระดับสากล อย่างมคี วาม
รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ในเขตอสี านใตแ้ ละลมุ่ นาํ้ โขง
พันธกจิ
1.สร้างบณั ฑิตที่มคี วามรคู้ วามสามารถ มีคณุ ธรรม จริยธรรม มจี ิตสํานึก และความรบั ผิดชอบ
สามารถพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนื่อง ทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลง เพ่ือใหป้ ระสบผลสาํ เร็จในการประกอบอาชีพและมี
ความสุขในการดาํ เนนิ ชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพฒั นาผูท้ ่ีมีศกั ยภาพสงู ให้สามารถเป็นกาํ ลัง
สาํ คัญในการพัฒนาประเทศใหแ้ ข่งขันไดใ้ นเขตอีสานใต้ และภมู ิภาคลมุ่ นํ้าโขง
2.สรา้ งองคค์ วามรู้แบบบูรณาการเพอื่ พฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม และสิง่ แวดลอ้ มของสงั คมทกุ ระดับ
3.ให้บรกิ ารวิชาการแกช่ มุ ชน ทอ้ งถ่ิน และภมู ภิ าคลุ่มนํ้าโขง โดยบรู ณการองคค์ วามรแู้ ละสร้าง
เครอื ขา่ ยความร่วมมอื กบั หนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เพอื่ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
อยา่ งยง่ั ยืน โดยเชอ่ื มโยงกับสกู่ ารเรียนการสอน การวิจัย และทาํ นบุ าํ รุงศิลปวัฒนธรรม
4.ทํานบุ าํ รุงศลิ ปวฒั นธรรมท้องถนิ่ ดว้ ยการศึกษา อนรุ ักษ์ และเผยแพร่ โดยบรู ณาการเขา้ กับ
การเรียนการสอน การวิจัย และกิจกรรมนกั ศกึ ษา เพอื่ ธาํ รงรักษาศลิ ปวัฒนธรรมท้องถ่นิ
5.บริหารจัดการตามหลักธรรมาภบิ าล เพื่อพฒั นาคณะใหเ้ ป็นองค์กรแหง่ การเรยี นรูอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง
บคุ ลากรมคี ุณภาพและมคี วามสุข
อัตลักษณ์
"สร้างสรรค์ สามคั คี สาํ นึกดตี อ่ สงั คม"
เอกลกั ษณ์
"ภมู ิปัญญาแหง่ ภูมิภาคลํานาํ้ โขง"
6
2.2 โครงสร้างการบรหิ ารองค์กร
2.2.1 โครงสรา้ งการแบ่งสว่ นราชการและสว่ นงานภายในมหาวิทยาลยั อุบลราชธานี
ภาพที่ 2 แผนผังแสดงโครงสร้างการแบง่ สว่ นราชการ มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี
(แหลง่ ท่มี า www.ubu.ac.th)
7
2.2.2 โครงสรา้ งการแบง่ สว่ นราชการและสว่ นงานภายในคณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี
ภาพที่ 3 แสดงโครงสร้างการบรหิ ารงานของคณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี
2.2.3 โครงสรา้ งสาํ นักงานเลขานกุ าร คณะบริหารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี
8
2.2.4 โครงสรา้ งงานช่างเทคนคิ คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี
ภาพท่ี 4 แสดงโครงสร้างงานชา่ งเทคนิค คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
9
บทบาทหน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบของช่างเทคนิค
ปฏิบัตหิ น้าทโ่ี ดยทาํ การตรวจสอบตรวจอุปกรณไ์ ฟฟา้ แสงสวา่ ง และเคร่อื งปรบั อากาศภายในหอ้ งเรยี น
จํานวน 18 หอ้ งตรวจเชค็ ประจาํ วันใหพ้ ร้อมใช้งานอยู่เสมอ ดแู ลความสะอาดเรยี บรอ้ ยของพ้ืนทีภ่ ายหลงั การ
ปฏบิ ตั งิ านและอํานวยความสะดวกแก่การเรยี นการสอน หากพบอปุ กรณช์ ํารุดจะดาํ เนนิ การซ่อมบาํ รุงทนั ที มี
รายละเอียดตามภาระงานดังนี้
1. การวางแผนพฒั นางาน จดั ทําแผนรายการวัสดอุ ปุ กรณ์ ครุภณั ฑ์ประจาํ ปีงบประมาณซอ่ มบํารงุ
2. ดแู ลระบบสาธารณปู โภคของคณะฯ ไดแ้ ก่ ระบบไฟฟ้า,ประปาและอาคารสถานที่ แก้ไข ซอ่ มแซม และ
ปอ้ งกนั ความผดิ ปกตทิ เี่ กดิ ข้นึ กบั ระบบไฟฟา้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า และอปุ กรณอ์ น่ื ๆเชน่ ล้างหนา้ กากเครือ่ งปรับอากาศ
(แอร์)ตามหอ้ งเรยี นทงั้ 18 ห้อง
3.ปฏบิ ัตกิ ารซอ่ มบาํ รุงทั้งเชิงแกไ้ ข และเชิงปอ้ งกัน
4. ตดิ ตาม และปฏบิ ตั ติ ามแผนงานด้านความปลอดภยั ของคณะฯ
5.เฝา้ ระวังการทาํ งานการเดนิ ระบบภายในสถานท่ีปฏบิ ตั ิงาน เพ่ือใหม้ ั่นใจวา่ การทํางานเปน็ ไปอยา่ งปกติ
หรอื เกดิ ขอ้ ผดิ พลาดให้นอ้ ยทส่ี ดุ และถ้ามปี ญั หาเกดิ ขนึ้ จะไดร้ บั การแกไ้ ขทนั ที
6.วิเคราะห์ สรปุ และรายงานสาเหตุและผลของการซอ่ มบาํ รุงตอ่ ผบู้ งั คบั บัญชา และผทู้ เี่ กีย่ วข้องได้
ทุก 2 เดอื น
7. ใหค้ าํ แนะนาํ ในการทาํ งาน และสอนงานแก่ผทู้ มี่ ีความสามารถและประสบการณใ์ นการทํางานน้อย
กวา่
8.รายงานการตรวจเชค็ อุปกรณ์ไฟฟา้ ในหอ้ งเรยี นทุกเดอื น และสรปุ รายงานผลตอ่ ผบู้ งั คับบัญชา
9. ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ อื่นๆ ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย เชน่ ช่วยงานขับรถของคณะบรหิ ารศาสตรต์ ามคาํ สงั่
มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี
10
บทท3ี่
หลกั เกณฑว์ ธิ กี ารปฏบิ ัตงิ าน
หลักเกณฑว์ ธิ ีการปฏิบตั งิ านและเง่อื นไขการปฏบิ ตั งิ านซ่อมบํารุงระบบไปฟา้ คณะบริหารศาสตรผ์ ู้
ปฏบิ ตั ิต้องมีความรเู้ ร่อื งอันตรายจากไฟฟา้ และการปอ้ งกัน แนวคิดเรื่องของอุบตั เิ หตุ ตอ้ งมหี ลักเกณฑ์
มาตรฐานการปฏิบัติงานไฟฟา้ อยา่ งเครง่ ครัด ดงั น้ี
อนั ตรายจากไฟฟ้า และการป้องกนั การใชป้ ระโยชนจ์ ากไฟฟ้าต้องใช้อย่างระมัดระวงั ตอ้ งเรยี นรกู้ าร
ใชท้ ี่ถกู ตอ้ ง ต้องรู้วิธีการปอ้ งกันท่ีถกู ตอ้ ง อันตรายจากไฟฟา้ มใิ ชเ่ กดิ จากการใช้ไฟฟา้ อย่างเดียว อันตรายแฝง
อยู่เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทม่ี คี ณุ ภาพและใชอ้ ยา่ งถกู วธิ ีเปน็ การช่วยลดอันตรายจากไฟฟ้าได้ พลงั งานไฟฟ้าเปน็
พลังงานทส่ี ามารถกอ่ ให้เกิดอันตรายแก่ชวี ิตและทรัพย์สนิ ได้ อันตรายทคี่ นทว่ั ไปไดย้ ินได้ฟังมี 2 สาเหตใุ หญ่
คอื ไฟฟา้ ซอ็ ต และไฟฟา้ ดูด ทง้ั สองกรณี มสี าเหตุการเกดิ ที่ ตา่ งกนั และอนั ตรายที่ไดร้ ับกแ็ ตกตา่ งกัน
1. ไฟฟา้ ซอ็ ต(Short Circuit) เม่อื มีเหตเุ กดิ เพลิงไหม้เรามักจะไดย้ ินข้อสนั นิฐานว่ามีเหตุ มาจาก
ไฟฟา้ ลดั วงจร ภาวะหรือสาเหตกุ ารลัดวงจรคือกระแสไฟฟา้ ไหลครบวงจรโดยไม่ผ่านเครอ่ื งใช้ ไฟฟ้า (LOAD)มี
สาเหตุหลักเกิดจากการใชไ้ ฟฟ้าทีไ่ มถ่ กู ต้อง การตดิ ตงั้ อปุ กรณ์ไฟฟา้ ไมไ่ ดม้ าตรฐานท่พี บไดบ้ อ่ ย คือ
1.1 ฉนวนไฟฟา้ ชํารุดและเสื่อมสภาพ อาจเนอ่ื งมาจากอายกุ ารใช้งานนานหลายปี สภาพแวดล้อมมี
ความรอ้ นสูงใช้พลังงานไฟฟ้าเกินพิกดั ทําใหเ้ กดิ ความรอ้ นภายในสายหรืออปุ กรณไ์ ฟฟา้
1.2 มีสงิ่ กอ่ สรา้ ง ตน้ ไม้ หรอื สิ่งอนื่ ๆ ไปพาดทับหรือสัมผสั สายไฟฟ้า เกดิ การขัดสี จนฉนวนชาํ รดุ ลวด
ตัวนาํ ไฟฟ้า ภายในสายสมั ผสั กนั เองจนเกิดการลกุ ไหม้
1.3 สายไฟฟา้ หลดุ หรอื ขาดลงพื้น ทาํ ให้กระแสไฟฟ้ากระจายอยใู่ นบรเิ วณนัน้ หากพน้ื ผวิ บรเิ วณน้ัน
เปยี กช้นื อนั ตรายตอ่ ผ้สู ญั จรยงิ่ สงู ตามไปด้วย
ลกั ษณะการลดั วงจร
ไฟฟา้ ลัดวงจรเกิดข้ึนได้ ทั้งในระบบไฟฟา้ แรงสูงและระบบไฟฟ้าแรงดนั ตํ่า ลกั ษณะการเกดิ และความ
เสยี หาย กจ็ ะมคี วามแตกต่างกนั คอื
1. กระแสไฟฟ้าไหลระหว่างสายไฟ สาเหตุสว่ นใหญเ่ กิดจาก ฉนวนของสายไฟฟา้ ชาํ รดุ หรือ จากการ
สัมผสั กนั โดยบังเอญิ ผลจากการการเดนิ ลดั วงจร จะทําให้กระแสไฟฟ้าไหลเปน็ จํานวนมาก ทาํ ให้เกดิ ความ
ร้อนสูงจนเกดิ การลกุ ไหม้ ระหวา่ งลดั วงจรจะก่อใหเ้ กิดประกายไฟขน้ึ ด้วย
2. กระแสไฟฟา้ ไหลลงดนิ หรอื เรยี กวา่ กระแสไฟฟา้ ลัดวงจรลงดิน อาจเกิดจากการที่สายไฟฟา้ ขาด
หรือหลดุ จากจดุ ตอ่ ไปสัมผัสกบั พนื้ ดินหรอื โลหะทีต่ อ่ ฝงั อยบู่ นพื้นดนิ ลักษณะดงั กล่าวน้ีจะทาํ ใหก้ ระแสไฟฟา้
ไหลลงดิน
ผลของไฟฟา้ ซอ็ ต
ในกรณที ีก่ ระแสไหลในสายไฟฟา้ หรือเคร่ืองอปุ กรณ์ไฟฟ้าสงู จะทําให้ความรอ้ นเกดิ ข้นึ ในสายทาํ ให้
เกิดการหลอมละลายของฉนวนไฟฟา้ ทห่ี ลอมละลายลุกไหม้ ส่งผลใหส้ ายตวั นาํ ไฟฟ้าสมั ผัสกนั เกิดการสะบดั ตัว
กระจายเปลวไฟเปน็ ประกายไฟฟ้าหากมีวสั ดตุ ดิ ไฟอยู่ในบริเวณน้นั กเ็ สริมใหก้ ารลุกไหม้รุนแรง
แนวทางการปอ้ งกนั คอื จะต้องดแู ลเครอ่ื งใชแ้ ละ อปุ กรณ์ไฟฟ้า สายไฟฟา้ นั้นตอ้ งมกี ารตรวจสอบ
สม่ําเสมอ หากตรวจสอบความร้อนขณะที่มกี ารใชก้ ระแสไฟเต็มท่ี หากปรากฏการไหลของกระแสเกนิ พิกดั ตอ้ ง
หาสาเหตุ เช่นเคร่อื งใช้ไฟฟ้าติดตัง้ ใช้งานมากต้องเปล่ียนสายไฟฟ้าใหม้ พี ิกัดกระแสทถ่ี ูกต้องสายไฟฟา้ ทใ่ี ช้งาน
นาน
11
แนวทางปอ้ งกนั ไฟฟ้าลัดวงจรในอาคาร
(1) เลือกใชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั ที่เหมาะสม (เปน็ ฟิวสห์ รือเซอรก์ ิตเบรกเกอร)์ เชน่ เม่อื ฟวิ ส์ขาดตอ้ งใช้
ขนาดเดมิ ไม่ควรดัดแปลงใชว้ ัสดตุ ัวนาํ อ่นื มาทดแทนใช้ลวดหรอื ขนาดที่ใหญข่ น้ึ
(2) ควรตรวจสอบสายไฟฟา้ อุปกรณแ์ ละเคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ เปน็ ประจําเมื่อพบวา่ ชาํ รุดควรรีบซ่อมบาํ รุง
(3) ดูแลรกั ษาและทาํ ความสะอาดเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ เป็นประจําเชน่ ในแผงสวติ ซแ์ ละไฟต่างๆ
(4) ต้องเลือกใชอ้ ุปกรณ์เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าที่มกี ารประกันคุณภาพรับรองคุณภาพของสํานักงานมาตรฐาน
ผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม (ม.อ.ก.)
(5) ใชเ้ ครือ่ งไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ตามทีผ่ ผู้ ลติ แนะนํา
2. ไฟฟ้าดูด (Electric Shock) ปริมาณของกระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นรา่ งกายทําใหเ้ สยี ชวี ิต หรอื พกิ าร
ซงึ่ เกิดจากภาวะท่ีกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นร่างกายมผี ลทาํ ให้กล้ามเน้ือเกดิ การเกรง็ จนไมส่ ามารถสะบดั ใหห้ ลดุ ได้
การถกู ไฟฟา้ ดูดจากการสัมผสั แบง่ ได้เปน็ 2 แบบคอื
2.1 การสมั ผัสโดยตรง (Direct Contact) คือการทีม่ ีส่วนของร่างกายสมั ผัสถูกส่วนทมี่ ีไฟฟ้าโดยตรงที่
ชาํ รดุ เช่น สายไฟฟ้ารัว่
2.2 การสัมผสั โดยออ้ ม (Indirect Contact) เกิดจากการท่บี ุคคลไปสมั ผสั กบั สว่ นที่ปกตไิ มม่ ีไฟฟา้
เชน่ เคร่ืองใช้ไฟฟ้านั้นๆ ร่ัวไฟฟา้ จึงปรากฏอยบู่ นพน้ื ผิวของเคร่ืองใช้ไฟฟ้านน้ั ๆเม่ือบคุ คลไปสมั ผัสจงึ ถกู ไฟฟ้า
ดดู
ผลของไฟฟา้ ดูดตอ่ รา่ งกายมนุษย์
อันตรายจากไฟฟ้าดูด มีผลต่อมนุษย์แตกตา่ งกนั ไปตามขนาดกระแสไฟฟา้ และสขุ ภาพร่าง กายของ
บคุ คล ตามที่ ได้มกี ารศกึ ษาวิเคราะหผ์ ลของกระแสไฟฟา้ ที่มีตอ่ รา่ งกายมนุษยโ์ ดยใช้คา่ เฉลีย่ ค่าที่ไดแ้ ตกตา่ ง
กนั ออกไปตามมาตรฐาน จากการทดสอบตวั อยา่ งผลของกระแสไฟฟ้าทม่ี ตี ่อร่างกายมนุษย์เป็นคา่ ท่ีไม่ จาํ กดั
เวลาท่ีกระแสไฟฟา้ ไหลผ่านรา่ งกาย (ไม่ได้ใช้เวลาเป็นตัวแปรในการทดลอง) เปน็ ไปตามตารางท่ี 1
ขนาดของกระแส อาการทเ่ี กิด
500 mA. ไมร่ ูส้ ึกตัววา่ ถกู ดดู
1 A. รูส้ กึ ว่าร่างกายผดิ ปกตถิ ูกดดู
1-3 A. รสู้ ึกถึงกระแสไฟฟา้ แตไ่ มเ่ กิดความเจบ็ ปวด
3-10 A. รูส้ ึกถึงความเจ็บปวด
สูงกว่า 10 A. รู้สึกถงึ การเกร็งของกลา้ มเน้อื
สงู กว่า 30 A. รสู้ ึกถึงความขดั ขอ้ งของระบบหายใจ
สูงกว่า 75 A. รสู้ ึกถึงความขดั ขอ้ งของระบบหัวใจ
สูงกว่า 150 A. เกดิ ความขัดข้องของกล้ามเน้อื หัวใจ
12
ปัจจัยความรนุ แรงของไฟฟา้ ดดู
เมื่อบุคคลถูกไฟฟ้าดดู กระไฟฟา้ ทไี่ หลผา่ นรา่ งกาย เป็นปัจจัยหนึง่ ของอันตราย เทา่ นัน้ ความจริงแลว้
ตัวแปรทสี่ าํ คญั ทมี่ ีผลตอ่ ความรนุ แรง มี 3 อย่าง คือ
1. ปริมาณกระแสไฟฟา้ ท่ไี หลผ่าน ถา้ ปริมาณกระแสทไ่ี หลผา่ นรา่ งกายสูง อนั ตรายกจ็ ะสงู ตามไปดว้ ย
ไฟฟ้าแรงสูง จะทาํ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นร่างกายมปี ริมาณสูงด้วยและจะมอี ันตรายมากกวา่ แรง ดนั ต่ํา
2. ระยะเวลาท่ีกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นร่างกาย
3. เสน้ ทางท่กี ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านรา่ งกาย
ขอ้ ปฏิบตั ใิ นการทาํ งานด้วยความปลอดภัย
หลกั พืน้ ฐานของการป้องกนั อนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู คอื จะตอ้ งมวี ธิ ีการป้องกนั ไม่ใหไ้ ปสัมผสั ขณะท่ี
เปลอื กของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีไฟอยู่ การไมไ่ ปสมั ผสั ส่วนทมี่ ไี ฟฟ้า และใชอ้ ปุ กรณป์ ้องกันทีเ่ หมาะสมในการใช้
เครื่องใชไ้ ฟฟา้ การป้องกันทด่ี ี คอื การมรี ะบบสายดนิ หรอื เรียกวา่ การต่อเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าลงดนิ อยา่ งถูกตอ้ ง
ไฟฟ้าทม่ี ีการต่อลงดินไว้แลว้ เม่ือเกิดไฟฟ้าร่ัว เครอื่ งปอ้ งกนั กระแสเกิน(ฟวิ ส์หรอื เซอร์กติ เบรกเกอร์)จะทาํ งาน
จึงต้องมกี ารตรวจสอบและทดสอบตามระยะเวลา หรือตามขอ้ กําหนดทผ่ี ผู้ ลิตระบุ เครอื่ งตดั ไฟรั่วจึงเปน็ เพยี ง
อปุ กรณเ์ สรมิ เทา่ นั้น ในการติดตง้ั ใช้งานจึงต้องติดตง้ั ระบบสายดนิ ด้วย
การทํางานต้องหา่ งจากสายไฟฟา้ เท่าไรจงึ ปลอดภัย
การปฏิบัตงิ านใกลส้ ายไฟฟา้ หรอื ส่วนอนื่ ๆ ทมี่ ไี ฟฟา้ ต้องอยใู่ นระยะห่างทเ่ี หมาะสมตามทก่ี าํ หนดใน
มาตรฐานจงึ ควรศกึ ษารายละเอยี ดการทาํ งานวิธี การปอ้ งกัน การตรวจสอบและปฏบิ ัตติ ามอยา่ งเคร่งครัด เพื่อ
ความปลอดภัย
1. นั่งร้านและสิง่ ก่อสร้าง การก่อสร้างนัง่ รา้ นเพอ่ื ทาํ งาน ระยะหา่ งของนั่งร้านกับสายไฟฟ้า ทรี่ ะดบั
แรงดันไฟฟ้าต่างๆ ต้องไม่น้อยกวา่ ทีก่ าํ หนดต่อไปนี้
แรงดันไฟฟา้ (กโิ ลโวลต)์ ระยะหา่ ง(เมตร)
แรงตํ่า 2.40
12 2.40
24 3.00
69 3.30
115 3.90
230 5.30
2. ระยะห่างจากอาคาร ระยะห่างน้จี ะใช้สําหรับเปน็ ระยะหา่ งระหวา่ งสายไฟฟ้ากบั อาคารท่กี ่อสรา้ ง
เสรจ็ แล้ว การทาํ งานใกล้สายไฟฟ้าถึงแมจ้ ะอย่ใู นระยะหา่ งตามท่ีกําหนดในมาตรฐานแล้วกต็ าม ก็อาจจะเกดิ
อันตรายไดจ้ ากสภาพการทาํ งานดงั น้ันจึงควรปอ้ งกันไว้ก่อนด้วยระยะห่างสายไฟฟ้ากับอาคารทสี่ ร้างเสร็จแล้ว
มดี ังน้ี
13
แรงดนั ไฟฟา้ (กิโลโวลต์) ระยะหา่ งจากอาคาร(เมตร) ระยะหา่ งจากป้ายโฆษณา (เมตร)
12 และ 24 1.80 1.80
69 2.13 1.80
115 2.30 2.30
การหุ้มสายไฟฟ้าชวั่ คราวซง่ึ สามารถทาํ ไดโ้ ดยการตดิ ต่อการไฟฟ้าฯ ใหช้ ่วยดาํ เนินการให้ กรณที ไี่ ม่
สามารถรกั ษาระยะหา่ งให้เป็นไปตามทีก่ าํ หนดได้ อาจมีความจาํ เป็นตอ้ งดับไฟฟ้าย้ายเสาสายไฟฟ้าลกั ษณะน้ี
ตอ้ งติดต่อการไฟฟ้าฯ เป็นแต่ละกรณไี ปซึ่งการไฟฟ้าฯ จะพจิ ารณาดาํ เนินการใหต้ ามทเ่ี หน็ ว่าเหมาะสม
ไฟฟา้ ให้โทษแกม่ นษุ ย์ สามารถแบ่งออกได้เป็น
1.เป็นอนั ตรายแก่ชวี ิตสิ่งทีท่ ําใหเ้ สยี ชีวติ หรอื ไดร้ ับอนั ตรายเพียงบาดเจบ็ คอื การไหลของกระแสไฟฟา้
(วัดเปน็ จาํ นวนแอมแปร)์ ซึ่งจะมปี ริมาณ เพยี งเล็กนอ้ ย ถ้าเป็นกระแสไฟสลับกส็ ามารถจะทําอนั ตรายถึง
เสยี ชวี ิตได้ถ้าหากว่ากระแสไฟฟา้ นั้นไดไ้ หลผ่านอวัยวะที่สาํ คัญ ๆ เช่น หวั ใจ อนั ตรายตา่ ง ๆ ทเี่ กดิ ข้นึ กับ
ร่างกายมอี าการ 4 อยา่ ง คอื
1.1 กลา้ มเนือ้ แขง็ ตวั
1.2 หวั ใจเต้นเร็วกวา่ ปกติ และหยุดทาํ งาน
1.3 เซลลภ์ ายในร่างกายถกู ทาํ ลาย
1.4 ระบบประสาทชะงัก
2.เปน็ อนั ตรายต่อทรัพยส์ ินอนั ตรายต่อทรพั ยส์ ิน ไดแ้ ก่ การเกิดเพลงิ ไหมแ้ ละระเบดิ ทําให้ทรัพย์สนิ เสยี หายปี
ละมากๆ เน่ืองจากความประมาทหรอื ความรเู้ ท่าไมถ่ งึ การณ์ ดังนัน้ ผปู้ ฏิบัติต้องสวมอุปกรณป์ อ้ งกันร่างกาย
การตรวจซอ่ มอปุ กรณ์และวงจรไฟฟา้ ทชี่ าํ รุด
การตรวจซอ่ มอปุ กรณ์ไฟฟา้ และวงจรไฟฟ้าเปน็ ส่ิงจําเปน็ เน่อื งจากเมื่อเราใช้อปุ กรณไ์ ฟฟ้าไปนาน ๆ
ยอ่ มเกดิ การชํารุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการเสยี หายทเ่ี กิดจากความร้เู ทา่ ไม่ถึงการณ์ การขาดความรู้ ขาดการ
ดแู ลเอาใจใส่ แม้กระทง่ั เกิดขนึ้ เองตามสภาพการใชง้ าน แตเ่ มือ่ เกดิ ความเสียหายขน้ึ แลว้ เราควรท่ีจะรบี ทํา
การแกไ้ ขกอ่ นท่จี ะเกิดอันตรายตอ่ ตวั ผใู้ ช้หรือตอ่ ทรัพยส์ นิ เชน่ การเกิดไฟฟ้าลดั วงจร การเกดิ อัคคภี ยั ฯลฯ
ดงั นนั้ เพือ่ ใหท้ ราบวิธกี ารปฏิบตั เิ พื่อนําไปใช้ในการแกป้ ญั หามแี นวทางดงั ตอ่ ไปนี้
14
1. การสํารวจสภาพความเสยี หายของวงจรไฟฟ้า และอปุ กรณต์ า่ ง ๆ
2. วเิ คราะห์ปญั หาท่เี กิดขึ้นของวงจรและอปุ กรณไ์ ฟฟา้
3 .ดําเนินการแกไ้ ขตามสภาพของความเสยี หาย
ขัน้ ตอนในการตรวจซ่อมอุปกรณ์และวงจรไฟฟ้า
มีวิธตี รวจสอบความเสียหายของอุปกรณแ์ ละวงจรไฟฟ้าดงั ต่อไปนี้
1.1 ถา้ สายไฟขาดหรอื มรี อยฉีกขาดควรทาํ การแกไ้ ขโดยตัดและตอ่ สายใหม่ ถา้ สายเก่ากใ็ ห้เปลยี่ นสาย
ใหม่และทาํ การตอ่ อย่างแนน่ หนา
1.2 กรณีหลอดไฟไม่ติดหรือดับ อาจเกดิ จากอุปกรณข์ องหลอดไฟขาด ใหท้ าํ การเปลยี่ นใหม่ หาก
อุปกรณข์ องหลอดไฟไมข่ าดให้ลองตรวจสอบสวทิ ช์ไฟ เพ่ือตรวจสอบดูว่าเสยี สายขาด หรอื เกดิ การลดั วงจร
หรอื ไม่ ถา้ เห็นวา่ ไม่สามารถแก้ไขได้ ควรทําการเปล่ยี น หรือทาํ การเช็ควงจรและไลส่ ายใหม่
1.3 กรณีปลัก๊ หรือเตา้ รบั ไมม่ ไี ฟ สายอาจจะขาด อนั เกดิ จากการลดั วงจร ถา้ ตรวจพบให้ตอ่ วงจรใหม่
ใหเ้ รียบรอ้ ย
แตถ่ ้าไม่ขาดควรไปดูท่ีคทั เอ้าท์ และฟิวสท์ แี่ ผงควบคมุ อาจเกดิ จากฟิวสข์ าด หรือถ้าใช้เซอรก์ ิต เบรคเกอร์ ให้
ลองสับสวทิ ชอ์ กี คร้ังหนึง่
1.4 ถ้าไฟดบั บ่อย อันเกิดจากแผงควบคุมไฟฟา้ ตดั ไฟ ลองตรวจดูขนาดของฟิวส์วา่ มขี นาดเล็กไปหรอื ไม่
ควรเปลี่ยนใหม้ ีขนาดเหมาะสมกบั การใช้งานภายในบา้ นหรือสถานท่นี น้ั ๆ แตถ่ ้าไมใ่ ช่ ลองตรวจดูอปุ กรณ์อืน่
ๆ เชน่ เตา้ รบั สวทิ ช์ไฟหรืออปุ กรณไ์ ฟฟ้าทก่ี าํ ลงั เสียบใช้งานอย่อู าจเกิดความผิดปกตหิ รือลัดวงจร ให้ทําการ
แกไ้ ขโดยเร็ว หรอื ถ้าตรวจพบว่ามีกระแสไฟฟา้ เกินใหแ้ จง้ ต่อการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาคโดยด่วน เพือ่ จะได้สง่
เจ้าหนา้ ทด่ี ําเนินการแก้ไขต่อไป
1.5 หากพบว่ามเี สียงดงั ผิดปกติทบ่ี รเิ วณ สวทิ ช์ หรอื แผงควบคมุ ไฟฟา้ อาจเกิดจากหน้าสมั ผสั
(Contact) ของอุปกรณน์ ั้นเกดิ ความร้อนสูง หรือมีสงิ่ แปลกปลอมบรเิ วณหนา้ สมั ผสั ใหร้ บี ทําการแก้ไขโดยด่วน
1.6 บางครัง้ ถา้ มเี สยี งครางออกมาจากหลอดฟลอู อเรสเซนต์ ลองตรวจสอบดูว่าบัลลาสตห์ ลวมหรอื ไม่
และ
หลอดไฟดับ ๆ ติด ๆ อาจเปน็ ทีส่ ตารท์ เตอร์เส่ือมสภาพ ให้ทําการเปลยี่ นใหม่ หรือบริเวณขวั้ หลอดดําก็ควร
เปลีย่ นหลอดใหม่
1.7 ในระหวา่ งการปฏิบตั ิงาน เพอื่ ความไม่ประมาท ควรสวมถงุ มือ หรือตดั วงจรท่ีแหล่งจา่ ยไฟออกก่อน
และเลอื กใชเ้ ครอื่ งมือใหเ้ หมาะสมในการทาํ งานน้ัน เช่นควรใชไ้ ขควงเชค็ ไฟตรวจดูว่าบริเวณท่จี ะแก้ไขนน้ั มี
ไฟฟ้าหรือเปลา่ ไม่ควรทํางานในขณะท่ีมีกระแสไฟฟา้ ไหลอยู่
1.8 อุปกรณ์ไฟฟา้ บางชนดิ เราไมส่ ามารถทาํ การแกไ้ ขเองได้ ไมค่ วรเสยี่ งที่จะดําเนินการเองเพราะอาจ
เกดิ ความผิดพลาด ควรใหช้ า่ งผูเ้ ชีย่ วชาญมาทําการแก้ไข
1.9 ต้องเนน้ ย้ําถึงความปลอดภยั ในการแก้ไขอปุ กรณแ์ ละวงจรไฟฟา้ อย่าทําอยา่ งลวก ๆ ใหต้ รวจสอบ
อย่างละเอียด และต้องเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ทีก่ ารไฟฟ้าสว่ นภูมิภาคกําหนด
15
การเดนิ วงจรปลั๊กและแผงควบคมุ ไฟฟ้าของหอ้ งเรียนคณะบรหิ ารศาสตร์
ภาพท่ี 1 เครื่องมือวัดในงานไฟฟา้
เคร่อื งมือวดั ในงานไฟฟ้า
เคร่ืองมือวัดไฟฟ้ามหี ลายประเภท ทม่ี ีใชแ้ ละเหน็ กนั บ่อย ๆ เชน่ แอมปม์ เิ ตอร์ โวลท์มิเตอรแ์ ละ มลั ติมเิ ตอร์ ฯลฯ
แตเ่ คร่อื งมอื วดั ทนี่ ยิ มใชก้ ันมากที่สุดไดแ้ ก่ มลั ตมิ เิ ตอร์ เน่ืองจากใช้ง่าย ราคาถกู และ สามารถใชไ้ ดเ้ อนกประสงค์
สามารถใช้วัดได้ทง้ั กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟา้ และความต้านทานไฟฟ้า นับเปน็ เคร่อื งมือวดั ขน้ั พื้นฐานที่ช่างไฟฟ้า
จะตอ้ งมีไว้ใช้งาน และจะต้องมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการใช้งานการต่อสายไฟฟา้ ซง่ึ จดุ ประสงค์ของการตอ่ สายไฟ
ต้องการใหแ้ นน่ , แขง็ แรง, ตรงรอยต่อสมั ผัสกนั มากท่ีสุดและ แลดสู วยงาม การต่อสายไฟฟา้ มีวธิ ีตอ่ ได้หลายแบบ
คอื
1. การตอ่ สายแบบรบั แรงดงึ
ก. การตอ่ สายเดีย่ ว ทําดงั น้ีคือ
1. ปลอกสายที่หุ้มฉนวนออกเสน้ ละประมาณ 3 นิว้
2. ขุดทาํ ความสะอาดสาย
3. เอาปลายท้งั สองบดิ เขา้ หากนั เป็นเกลยี ว
4. ใชค้ ีมบบี ใหแ้ นน่
2. การต่อสายแบบไม่รับแรงดึง ภาพท่ี 2 การตอ่ สายแบบรบั แรงดงึ
ก. การตอ่ แบบหางเปยี ทําดังนคี้ อื
1. ปอกฉนวนปลายสายข้างละประมาณ 3 น้ิว
2. ขดุ ทาํ ความสะอาดสาย
3. เอาปลายท้ังสองข้างมาชิดกันแลว้ บิดเปน็ เกลยี วให้แนน่ ( ดงั รูป )
ภาพท่ี 3 การตอ่ สายแบบไมร่ บั
ภาพที่ 4 หวั แรง้ บัดกรหี ัวแร้งบัดกรใี ชใ้ นการบัดกรสี ายตรงรอยต่อ
16
วสั ด-ุ อุปกรณ์ในงานไฟฟ้า
อปุ กรณต์ ่างๆ ทใี่ ชป้ ระกอบในการเดนิ สายไฟ ทสี่ าํ คญั และจาํ เปน็ มีอยู่มากมายหลายอย่างพอแยกได้คือ
1.สายไฟฟ้า สายไฟฟา้ เป็นส่ิงจําเป็นอย่างยิ่ง เพราะสายไฟเป็นตวั นําท่จี ะนําให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไปตามสาย
จากแหง่ หน่งึ ไปอีกแห่งหน่ึงไดต้ ามตอ้ งการ สายไฟฟา้ ท่ีนยิ มใชง้ านท่ัวๆไปมหี ลายขนาดทีค่ วรทราบ มดี ังนี้
1.1 สายเปลือย เป็นสายที่ไมห่ ุม้ ฉนวน ใชส้ าํ หรบั กระแสไฟฟา้ มากๆ เช่น ใช้กบั พวกสายไฟฟ้าแรงสูง สว่ นมากเปน็
พวกทองแดง หรืออลมู ิเนยี มใชเ้ ดินในระบบสูง เพราะอันตรายจากสายไฟแรงสูงมมี าก
1.2 สายหมุ้ ฉนวน
ก. สายหุม้ ยาง ทาํ ด้วยลวดทองแดง จะเป็นเสน้ เดยี่ วหรือหลายเสน้ ขึ้นอย่กู ับชนิดของงานทน่ี าํ มาใช้ภายนอก
หุ้มฉนวนดว้ ยดบี ุก หรอื ยาง แบบนี้นยิ มใชก้ ันมาก
ข. สายหุ้มพลาสตกิ สว่ นมากมกั ทาํ เปน็ สายหลายๆเสน้ ทห่ี ้มุ ดว้ ยพลาสตกิ เพื่อให้ออ่ นตัวไดง้ ่าย ผ้ผู ลติ มกั ทํา
เปน็ สายคู่ติดกัน
ค. สายไหม ภายในทําเป็นลวดทองแดงหลายเส้นหมุ้ ด้วยยางแล้วหุม้ ทับดว้ ยไหมอกี ทหี น่งึ มักทําเปน็ เสน้ คู่ ู่บดิ แบบ
เกลียว เหมาะสําหรับตดิ เต้าเพดานกับกระจุ๊บหลอด
ง. สายเด่ียวและสายคู่ P.V.C. (Poly Vinyl Chloride) เปน็ สายไฟทาํ ดว้ ยลวดทองแดงหมุ้ ด้วยฉนวน
หลายชัน้ ภายนอกสุดมกั เปน็ ฉนวนสีขาว สายไฟชนิดมีฉนวนหุ้มแข็งแรงมาก มีทงั้ ชนิดคู่และชนิดเดยี วนิยมใชก้ ัน
แพร่ หลาย
1.3 สายอบหรืออาบน้าํ ยา สว่ นมากเปน็ ลวดทองแดงเส้นเล็ก ๆใชน้ ํา้ ยาเคมเี คลอื บเปน็ ฉนวนตลอดสายใช้ในงาน
พัน มอเตอร์ ฯลฯ สายไฟทน่ี ยิ มใช้ท่ัว ๆ ไปคอื สายไฟท่ที าํ จากลวดทองแดง มเี นื้อทไ่ี ม่นอ้ ยกว่า 98 ส่วนใน 100
และห้มุ ด้วยฉนวนไวส้ าํ หรับรับแรงดนั ไมต่ ่ํากวา่ 250 โวลท์ สายไฟทใ่ี ช้มอี ณุ หภมู ิไมเ่ กนิ 40 องศา C และตอ้ งมี
ขนาดไม่เลก็ กว่า
ภาพท่ี 5 แสดงขนาดของสายไฟฟา้
17
ภาพที่ 6 แสดงเขม็ ขดั รดั สายขนาดตา่ งๆ
วธิ ใี ชเ้ ขม็ ขัดรดั สาย1. ใช้ดินสอทาเครอื่ งหมายไวใ้ หม้ รี ะยะห่างกนั ประมาณ 10 ซ.ม
2. ใช้ตะปูเหลก็ ตอกยดึ ตรงกลางของเขม็ ขดั รดั สายกบั ผนังไว้ การตอกใหไ้ ดแ้ นวเดย่ี วกันจนตลอด
3. ดงึ สายไฟใหต้ รงเสียก่อนจึงวางบนเขม็ ขัดรดั สายแลว้ รัดใหแ้ น่น
4. สายไฟคู่พยายามอย่าให้ทบั กนั
5. สายท่ีไม่มฉี นวนหมุ้ หา้ มใชเ้ ข็มขดั รดั สายโดยเดด็ ขาด
ตลบั แยกสายมลี กั ษณะกลมมฝี าเกลยี วบดิ มรี เู จาะออกรอบๆ 4 รสู าหรับเดนิ สายไฟออกตลับแยกสายมไี ว้สาหรบั
ต่อสายไฟ ภายในตลับเพือ่ ให้มองดสู วยงามเรียบรอ้ ย
ภาพท่ี 7 ตลบั แยก
สะพานไฟ (Cut Out ) หรือสวทิ ชต์ ดั ตอนสะพานไฟทาด้วยกระเบื้องทนไฟเปน็ ฉนวนมไี วภ้ ายในบ้าน เชือ่ มหรอื
เป็นสะพานไฟระหวา่ งไฟภายในบา้ นกับหม้อมเิ ตอร์ไฟฟา้ ขา้ งนอกบ้าน มฟี วิ ส์ต่อไว้เมอ่ื เราต้องการตัดกระแสไฟฟ้า
ไม่ให้เข้าบา้ น
ภาพ 8 สะพานไฟ
18
ฟวิ ส(์ Fuses)ฟิวสเ์ ปน็ อุปกรณไ์ ฟฟ้าชนดิ หน่ึงทจ่ี าเปน็ มากเปน็ เครือ่ งป้องกันอันตราย อันเกิดจากการใช้
กระแสไฟฟ้าเกดิ วงจรลัดวงจร
ภาพที่ 9 ฟิวสแ์ ละขนาดของไฟฟ้าไหลผา่ น
สว่านเจาะไม้ สว่านเจาะไมใ้ ช้มากในเวลาเดนิ สายไฟฟา้ บางครัง้ มคี วามจาเปน็ ต้องเจาะรเู พ่ือยดึ อุปกรณ์ไฟฟา้ เช่น
พกุ ประกบั ลกู ถ้วย เปน็ ตน้ สวา่ นเจาะไมม้ ีหลายแบบหลายขนาด เช่นสวา่ นมือ สว่านเฟือง
ภาพที่ 10 สวา่ นเฟอื ง
คอ้ นมีหลายชนดิ แต่ทีเ่ ราใชง้ านไฟฟา้ คอื ค้อนเดินสายไฟ มีลักษณะของหวั ค้อนคือปลายดา้ นหน่งึ หน้าเรียบตรง อกี
ด้านปลายแบนแหลม ทาด้วยเหล็กใช้ตอกในท่แี คบได้ ด้ามจับเปน็ ไม้
ไขควงไขควงหรือบางทีเรยี กว่า “ สกรูไร“ เป็นเคร่อื งมอื ของช่างไฟฟา้ ท่ีขาดไม่ไดโ้ ดยเฉพาะอุปกรณ์เลก็ ๆน้อย ๆ
ภายในบ้าน เช่น ต่อฟิวส์ สวิทช์ ดวงโคม ฯลฯ ไขควงใช้สาหรบั ขนั ตะปูเกลียวหรอื สกรใู ห้แนน่ หรอื ใชถ้ อนตะปู
เกลยี วใหห้ ลุดออกจากทีย่ ดึ
ภาพที่ 11 ไขควง ภาพที่ 12 สวทิ ซ์
สวทิ ชไ์ ฟฟ้า (switch )สวทิ ชไ์ ฟฟ้าทาหนา้ ทเี่ ปิด-ปดิ วงจรไฟฟ้าให้กระแสไฟฟ้าผ่านสวทิ ช์มีหลายแบบหลายขนาด
เลอื กชอื้ ไดต้ ามความพอใจใหเ้ หมาะกับงาน
19
ข้ันตอนการตรวจสภาพอปุ กรณ์
เพ่อื ความปลอดภยั ของผู้ใชแ้ ละผู้ทีเ่ ข้าไปเกยี่ วขอ้ งในการใชอ้ ปุ กรณไ์ ฟฟ้า ตอ้ งมกี ารตรวจสภาพ อปุ กรณไ์ ฟฟา้
อยเู่ สมอ หากพบเหน็ สภาพทผ่ี ดิ ปรกตติ ้องทาํ การซ่อมบาํ รงุ
1.สายไฟฟ้า
ปฏบิ ตั ิหน้าทท่ี างด้านการดูแล ควบคมุ เฝา้ ระวัง และซ่อมบาํ รงุ ระบบไฟฟา้ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอปุ กรณ์
อ่ืนๆ ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
2.ฉนวนสายไฟฟ้าชาํ รุด อาจเกิดจากหนูหรอื แมลงกดั แทะ ถกู ของมีคมบาดซ่ึงจะทําใหเ้ กิดการลดั วงจรและเกดิ
ไฟไหม้ได้
3.สังเกตสขี องเปลอื กสาย ถา้ สายไฟบางเสน้ มสี ีเปลี่ยนไป เช่น สีขาวเปล่ียนเปน็ สคี ลา้ํ แสดงว่ามีอุณหภมู สิ ูง
กวา่ ปกติอาจมีการใชไ้ ฟเกินขนาดสาย หรอื มีการตอ่ สายไม่แน่น เปน็ ต้น
4.ตรวจสอบจุดตอ่ สายไฟฟา้ การเขา้ สาย ตอ้ งขันให้แนน่ พนั ฉนวนให้เรยี บรอ้ ย
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชต้ รวจสอบ
1.เคร่ืองมอื วดั ไฟฟ้า มลั ตมิ ิเตอร์ (Multimeter)
2.ไขควงเช็คไฟ (Test Current Voltage)
3.เครอ่ื งวัดอณุ หภูมแิ ละความชืน้ (Thermohygrometer)
4.ไขควงปากแฉก
5.ไขขวงปากแบน
6.คีมช่างไฟฟ้า (Lineman’s Pliers)
7.คีมตดั สายไฟฟา้ (Diagonal – Cutting Pliers)
8.คมี ปากยาว (Long-nose Pliers)
รายละเอยี ดการปฏิบตั งิ าน
ขน้ั ตอน ผเู้ กีย่ วขอ้ ง ระยะเวลา เอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง
1.การสาํ รวจอุปกรณไ์ ฟฟ้า เดนิ ตรวจเชค็ อุปกรณ์ 30 นาที/วัน
ไฟฟ้าตอนเย็น เอกสารการตรวจเชค็
2.รับแจ้งซอ่ มอุปกรณ์ นักศึกษา/บุคลากร/ ภายใน1วัน ห้องเรยี น
อาจารย์
3.ทดสอบอปุ กรณ์หลังการ พนักงานไฟฟา้ ทกุ คร้งั หลงั ซ่อม โทรศพั ท์ / ไลน์ /
ตรวจสอบ บาํ รงุ เอกสาร
4แจ้งผลการทดสอบ/ พนกั งานไฟฟ้า/นักศกึ ษา/ ทกุ ครัง้ หลังซอ่ ม
ตรวจสอบ บคุ ลากร/อาจารย์ บํารงุ โทรศัพท์ / ไลน์ /
5.รายงานรวบรวมสถิตกิ าร พนกั งานไฟฟา้ /ผบู้ รหิ าร ทุกวันทาํ การ เอกสาร
ปฏิบัติงาน
โทรศพั ท์ / ไลน์ /
เอกสาร
รายงานผบู้ รหิ ารเดือน/
ครงั้
การปฏิบตั งิ านของพนักงานไฟฟ้าใช้แนวคิดการพฒั นางานอยา่ งต่อเนื่อง “Deming Cycle” PDCAเขา้ มา
ประยุกตใ์ ชท้ ้ังการทํางานประจํา และการปรับปรงุ งาน PDCA ประกอบด้วย
20
1) Plan คอื การวางแผน
2) DO คือ การปฏิบตั ิตามแผน
3) Check คือ การตรวจสอบ
4) Act คอื การปรบั ปรงุ การดาํ เนินการอย่างเหมาะสม
ข้นั ตอน Plan
1. วางแผนการสํารวจระบบสายไฟหอ้ งเรยี น เชน่ เดนิ ตรวจ ทกุ วัน
2. สาํ รวจอปุ กรณก์ ารปอ้ งกันอนั ตรายของผู้ปฏิบัติ และอปุ กรณส์ ําหรบั ซ่อมแซมไฟฟา้ ใหพ้ รอ้ มใช้
งาน
3. เตรยี มความพร้อมหอ้ งเรียนเพอื่ เข้าไปซ่อมแซมได้
ขน้ั ตอนDO
1.สํารวจสายไฟในเวลาท่หี ้องเรยี นวา่ ตามตารางเรียน
2.รบั แจง้ และซอ่ มอุปกรณต์ ามที่รบั แจ้ง
3.ประสานงานกับอาจารยแ์ ละบคุ ลากรเพื่อดวู นั เวลาว่างสาํ หรบั เข้าไปซอ่ มแซม
( หากแกไ้ ขซอ่ มแซมไดเ้ ลย แตถ่ า้ ซอ่ มไม่ไดห้ รือนอกเหนอื ความสามารถตอ้ งแจ้งปัญหาและส่งเอกสารไปที่
งานพัสด)ุ
4.หลงั ซอ่ มอปุ กรณเ์ สรจ็ เรียบร้อยต้องแจ้งผเู้ ก่ียวข้องเพอ่ื เข้าใช้ห้องเรียน/หอ้ งประชุมได้
ขนั้ ตอนCheck
1.ทดสอบความเรยี บร้อยหลงั ซ่อมแซมเพ่ือทราบข้อบกพร่องและใหง้ านซ่อมสมบรู ณ์พร้อมใช้งาน
2.ประเมนิ ความเรยี บร้อยและสง่ มอบงานให้กบั ผ้แู จง้ ซ่อม
ขน้ั ตอนAct:
1.ปรับปรุงการแจ้งซอ่ ม และเวลาซ่อมโดยใช้การเหล่ือมเวลาเพ่ือใหช้ ิ้นงานเพิม่ มากขน้ึ ใหม้ ีหอ้ งเรียน
พรอ้ มใชส้ ําหรบั การเรยี นการสอน
21
บทที่4
เทคนคิ การปฏบิ ตั ิงาน
การปฏบิ ัติงานบรกิ ารไฟฟา้ ภายในคณะบรหิ ารศาสตร์ เพื่อใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านได้ครอบคลมุ และสะดวก
ปลอดภัยตอ่ ผปู้ ฏบิ ัติงานจงึ ต้องปฏิบตั ติ ามคมู่ อื นอี้ ย่างเครง่ ครัด
4.1 แผนปฏบิ ตั งิ านการตรวจเช็คอปุ กรณไ์ ฟฟ้าภายในหอ้ งเรยี นคณะ
23
N
Y
24
รายละเอียดการปฏบิ ัติงานของการซ่อมแซมไฟฟา้ ภายในคณะบริหารศาสตรม์ ีขัน้ ตอนดังนี้
ขัน้ ตอน วธิ กี าร ผรู้ บั ผดิ ชอบ เอกสาร/อุปกรณ์ ผู้เกีย่ วขอ้ ง ระยะเวลา
การปฏบิ ตั ิ
1การ 1.เดินสํารวจ พนกั งาน 1.แบบบนั มึกการสาํ รวจ พนกั งาน ทกุ วันก่อน
สํารวจ สาํ รวจไฟฟา้ ไฟฟ้า ไฟฟ้า เลิกงาน
ทกุ วนั ประมาณ
ราชการ 30 นาที
2.บันทกึ การ
สาํ รวจ
2.การรับ 1.รบั แจง้ พนกั งาน ทางโทรศพั ทส์ ว่ นตวั /หน่วยงาน ระบุ อาจารย์/
แจง้ ซอ่ ม ซ่อม ไฟฟ้า เบอร์ น.ศ./
2.ด้วยวาจา แม่บา้ น
3.ข้ันตอน 1รบั แจง้ ซอ่ ม พนกั งาน ใบแจ้งซอ่ มดาว์นโหลดไดจ้ ากเวปไชด์ งานพสั ดุ ประมาณ
การ 2.สอบถาม ไฟฟ้า (http://www2.bus.ubu.ac.th/bus/) 1-2สัปดาห์
ปฏบิ ตั งิ าน การใช้ Line/โทรศพั ท์ แลว้ แต่ว่า
ซอ่ มบาํ รงุ หอ้ งเรียน จะเปน็
3.ลงมือซอ่ ม วสั ดุ/
หากซอ่ ม อุปกรณ์
ไม่ได้แจ้ง ประเภท
งานพสั ดุเพ่ือ ไหน
เบิกจ่าย
อปุ กรณ/์
สง่ั ซ้ือ
4.รายผล 1.แจง้ ผล พนกั งาน บนั ทกึ ขอ้ ความรายงานผลการ 1เดอื น/
การ การซ่อมใหผ้ ู้ ไฟฟ้า ปฏบิ ตั ิงาน ครง้ั
ปฏิบตั งิ าน แจ้งรับทราบ
และเสนอ
ตอ่ ผูบ้ ริหาร
ดงั นั้นหากซอ่ มแผงสวิตซ์ทมี่ สี ว่ นมีไฟฟา้ เปดิ โล่ง ตอ้ งตดิ ต้งั ในสถานทแ่ี หง้ และจดั ให้เข้าถงึ ไดเ้ ฉพาะผมู้ หี น้าที่
เก่ยี วขอ้ งเทา่ น้ัน สาเหตขุ องการเกดิ อุบตั ิเหตมุ ักเกดิ จากทาํ งานลดขัน้ ตอนหรือรบี เรง่ เกนิ ไปไมส่ วมใสอ่ ปุ กรณ์
ค้มุ ครองความปลอดภยั ในขณะทํางานทีม่ อี นั ตรายฝา่ ฝืนกฎระเบียบและสญั ลักษณ์ความปลอดภยั แต่งกายไม่
25
รัดกุม รุ่มรา่ ม ไมต่ ดั กระแสไฟฟา้ ก่อนซอ่ มแซมหรอื บํารุงรักษาปฏิบตั ิงานโดยไม่มีหนา้ ท่ี หรอื ขาดความรู้หยอกล้อ
ระหว่างทาํ งาน
ตวั อยา่ งในการปฏิบตั ิงานชา่ งเทคนคิ ของคณะบรหิ ารศาสตร์
การปฏบิ ตั ิงานชา่ งเทคนคิ และคําอธิบาย
เตรียมอุปกรณป์ อ้ งกันความปลอดภัยและอปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม มที ี่วา่ งพอในการปฏิบัตงิ าน
ภาพแสดง การซอ่ มไฟเปล่ยี นระบบไฟฟ้าแสงสวา่ งลานจอดรถของคณะฯเปน็ แบบหลอด LED เพอ่ื เปน็ การ
ประหยดั พลังงานและตรวจเช็คหลังจากเปลีย่ นหลอดไฟให้พรอ้ มใชง้ าน และเก็บอปุ กรณ์ให้เรยี บรอ้ ย
การเปลย่ี นระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในห้องเรียนทุกคร้ังทมี่ ีการแจ้งหรอื พบเหน็ จากการเดินสํารวจไฟฟ้าภายใน
อาคารและตรวจสอบความเรยี บร้อย หรือประสานกับ เจา้ หน้าที่ อาจารย์ผู้สอนหลงั ปฏิบัตงิ านทกุ คร้ัง
26
ภาพการลา้ งหนา้ กาก(แผน่ ฟิลเตอร์)ของเคร่อื งปรบั อากาศเดอื นละ 1ครง้ั
ตวั อยา่ งการขอใชบ้ รกิ ารเข้าไปในเวปไชด์ http://www2.bus.ubu.ac.th/bus/จะแสดงดงั ภาพ
1. ดาวนโ์ หลดเอกสารใบขอใชบ้ ริการงานฟ้า
ภาพแสดงหนา้ เมนูหลกั ของงานอาคารสถานที่
27
ผ้ใู ช้บริการสามารถดาว์นโหลดเอกสารได้ที่น่ี
2.ตวั อยา่ งเอกสารใบแจง้ ซอ่ ม
28
การปฏบิ ัตงิ านของพนกั งานไฟฟา้ ต้องมจี รรยาบรรณของผูป้ ฏบิ ตั งิ านดงั นี้
1. ปฏิบัติหน้าทด่ี ้วยความซอื่ สัตยส์ จุ รติ เอาใจใส่ และมานะอดทนตอ่ การปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ท่ี
2. ปฏิบัตหิ นา้ ท่ดี ว้ ยความรบั ผิดชอบ อุทศิ ตน ปรับปรงุ และพฒั นางานใหม้ ีประสทิ ธิภาพ เพอ่ื ประโยชน์ขององค์กร
3. ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีตามที่ได้รบั มอบหมายจากผบู้ งั คับบญั ชาดว้ ยความวริ ิยะ อตุ สาหะ ขยนั หมั่นเพียรอุทศิ เวลาให้แก่
งานเพอ่ื ให้บรรลุผลสําเรจ็
4.มคี วามคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์
5.พัฒนาตนเองอยูเ่ สมอและพฒั นาทกั ษะในการปฏบิ ัติงาน
6.เป็นผู้ที่มที ศั นคติทดี่ ใี นการปฏิบัตงิ าน เปดิ กว้างมองการไกล
7.เป็นผทู้ ี่มมี นษุ ยสัมพันธ์ทด่ี ี
29
บทท่5ี
ปัญหา อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะ
การปฏบิ ัติงานการบรหิ ารจัดการซ่อมบาํ รุงระบบไฟฟ้า ภายในคณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
อุบลราชธานี พบว่ามปี ญั หา อปุ สรรค และมีขอ้ เสนอแนะดงั น้ี
5.1 ปัญหา อปุ สรรค
ปญั หาและอปุ สรรค วิธกี ารแกไ้ ขปญั หา
1การสาํ รวจ
1.ตรวจเชค็ /ตรวจสอบอปุ กรณไ์ ฟฟา้ ภายในอาคาร
1.1สถานท่ี หอ้ งท่แี จ้งซ่อมไม่พรอ้ มในการเข้าปฏิบัตงิ านซอ่ ม(กรณี 1.1ใชเ้ วลาพกั เทยี่ งในการซอ่ ม
เลก็ นอ้ ย) 1.2ส่งใบแจ้งซอ่ มในระบบแจง้ งานพัสดุ
1.2 กรณีซอ่ มระบบทีเ่ ป็นการซอ่ มแซมระบบใหญ่ (กรณีไมม่ ี ให้แกไ้ ขสง่ั ซ้อื อปุ กรณ์
อปุ กรณ/์ เปลีย่ น)
2.บคุ คลากรในการปฏิบตั งิ านไมพ่ ียงพอ 2.ขอความอนุเคราะห์ จากเจา้ หนา้ ทงี่ าน
ความเส่ียงต่อการเกดิ อบุ ตุ เิ หตใุ นการปฏิบตั ิงาน เชน่ ข้ึนปฏิบัตใิ นที่ โสตและงานคอมพวิ เตอร์เพ่ือมาชว่ ยจับ
สงู เกนิ 4เมตร อุปกรณ์ หรอื บันได
3.ระบบไฟฟา้ ท่ไี ม่เชอื่ มตอ่ เฉพาะจดุ ภายในตัวอาคารทําให้การ 3.ขอความอนุเคราะหจ์ ากสว่ นกลางมา
ซอ่ มแซมยุ่งยาก เช่นไมส่ ามารถซอ่ มในหอ้ งเรยี นที่แจ้งว่ามรี ะบบ ช่วยดาํ เนนิ การซอ่ มแซมให้ ทาํ ใหเ้ กิด
ขดั ขอ้ งได้เพราะระบบเชอ่ื มตอ่ กันหลายหอ้ ง ความลา่ ช้าเพราะตอ้ งแจ้งในระบบและ
หอ้ งตอ้ งใช้ในการเรยี นการสอน
4.อุปกรณป์ อ้ งกนั ความปลอดภยั เชน่ ผ้ปู ฏบิ ัตไิ มต่ ระหนกั ในการสวม 4.ใช้การตดั กระแสไฟฟ้ากอ่ นปฏิบตั งิ าน
อปุ กรณป์ อ้ งกันอันตราย เชน่ ถุงมอื
5.2 ขอ้ เสนอแนะ(เพอ่ื พัฒนา)
1.ดา้ นสถานที่ (ควรเปิดซอ่ มนอกเวลา/ใช้บริการส่งซอ่ มดา้ นนอก) เม่อื มกี ารแกไ้ ขอปุ กรณ์ การดับไฟฟ้าอาจไม่
สามารถทําได้
2. การดับไฟฟ้าอาจกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายทีย่ อมรับไม่ไดต้ ามมา ตวั อยา่ งเช่น การดบั ไฟเป็นผลใหพ้ ดั ลมระบายอากาศ
ของสถานทอ่ี ันตรายหยดุ ทํางาน
3.การซอ่ มแซมไฟฟ้า ในอาคารตอ้ งมรี ะบบบรหิ ารจดั การที่ดีเพือ่ ป้องกนั อนั ตราย และมหี อ้ งเรียนให้เพียงพอพรอ้ ม
กบั การใชง้ าน
4.เครือ่ งปอ้ งกันอุบัติเหตุ ท่ีมคี วามเสย่ี งต่อการเกดิ อุบตั เิ หตุ
30
ค
บรรณานกุ รม
อนั ตรายจากไฟฟ้า และการป้องกนั . 2551. [ระบบออนไลน์].
แหล่งท่ีมา http://oknation.nationtv.tv/blog/ene0710/2008/10/12/ (2 สงิ หาคม 2560).
วชั รพงษ์ ยงไสว. การตรวจซอ่ มอปุ กรณ์และวงจรไฟฟา้ ท่ีชํารุด. ม.ป.ป. [ระบบออนไลน]์ .
แหล่งทีม่ า http://www.mwit.ac.th/~physicslab/content_01/electricitis/electric22.htm
(26 สงิ หาคม 2560).
วสั ดุ อปุ กรณ์และเคร่อื งมือในงานไฟฟ้า. ม.ป.ป. [ระบบออนไลน]์ .
แหล่งที่มา http://1.179.173.242/movies/acrobat/b_3_ac_ac_0071.pdf. (26 สงิ หาคม 2560).
ปนดั ดา แสงแกว้ . การฝกึ ฝีมือช่างเบือ้ งต้น. ม.ป.ป. [ระบบออนไลน]์ .
แหลง่ ที่มา https://www.rsu.ac.th/engineer/esc. (26 สงิ หาคม 2560).
การเดนิ สายแบบปดิ . ม.ป.ป. [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ทม่ี า http://www.kruthueang.com/kru/web1/web/mainfile/IeOQE2czX0fF.pdf.
(26 สงิ หาคม 2560).
ความรเู้ บื้องต้นเก่ียวกับระบบไฟฟ้า. ม.ป.ป. [ระบบออนไลน์].
แหล่งทม่ี า http://homepage.eng.psu.ac.th/adm/akarn/electric-basic.htm.
(26 สงิ หาคม 2560).
ความรู้เบอ้ื งต้นเกีย่ วกับระบบไฟฟ้า. ม.ป.ป. [ระบบออนไลน์].
แหล่งทม่ี า http://km.atcc.ac.th/files/111119099410783_12032615152034.pdf.
(25 สิงหาคม 2560).
ง
ภาคผนวก
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง ความปลอดภัยในการทาํ งานเก่ียวกบั ไฟฟ้า
อาศยั อํานาจตามความในขอ้ 2 (7) แหง่ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 103 ลงวนั ที่ 16 มนี าคม พุทธศักราช
2515 กระทรวงมหาดไทยจึงกาํ หนดสวัสดกิ ารเกี่ยวกับสุขภาพอนามยั และความปลอดภัยสาํ หรบั ลูกจา้ งไว้
ดังตอ่ ไปน้ี
ความท่ัวไป
ขอ้ 1 ในประกาศน้ี
“ฉนวน” หมายความวา่ ฉนวนไฟฟา้ คือ วัสดทุ มี่ คี ุณสมบัติในการก้ัน หรอื ขดั ขวางต่อการไหลของ
กระแสไฟฟา้ หรอื วัสดทุ ่กี ระแสไฟฟ้าไมส่ ามารถไหลผา่ นได้ง่าย เช่น ยางไฟเบอร์ พลาสติก ฯลฯ
“แรงดัน” หมายความว่า แรงดนั ไฟฟ้า คอื ค่าความต่างศักย์ของไฟฟา้ ระหวา่ งสายกบั สาย หรือสาย
กบั ดินหรือระหว่างจดุ หนึ่งกับจดุ อ่ืนๆ อกี แห่งหน่ึง โดยมีหนว่ ยวดั ค่าความตา่ งศกั ย์เป็นโวลต์
“กระแส” หมายความวา่ กระแสไฟฟ้า คือ อัตราการไหลของอเิ ล็กตรอนในวงจรไฟฟ้าจากจดุ หนึ่งไป
ยังอกี จดุ หนง่ึ โดยมีหนว่ ยวดั เปน็ แอมแปร์
“เครื่องกาํ เนดิ ไฟฟ้า” หมายความว่า เครื่องจักรท่เี ปลยี่ นแปลงพลงั งานกลเปน็ พลงั งานไฟฟา้ ใชใ้ นการ
ผลติ กระแสไฟฟา้
“มอเตอร์” หมายความว่า เครอ่ื งเปล่ยี นพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลงั งานกล ใชใ้ นการขบั เคล่ือนเคร่อื งจักร
หรือเคร่ืองมอื กลอื่นๆ ทําใหเ้ กิดการหมนุ การฉดุ การดงึ เพือ่ ใหเ้ กิดพลังงาน
“อปุ กรณไ์ ฟฟ้า” หมายความวา่ เครอ่ื งมอื เครื่องใช้ หรือเครอื่ งจักรที่ใช้ไฟฟ้า เปน็ ต้นกาํ ลงั หรือเปน็
ส่วนประกอบ หรอื ใชเ้ กย่ี วเนือ่ งกบั ไฟฟา้
“ขดลวดจํากัดกระแส (Reactor)” หมายความวา่ อปุ กรณท์ ใ่ี ช้สาํ หรับจาํ กดั กระแสไฟฟ้า
“เครอื่ งปรบั แรงดนั (Regulator)” หมายความว่า อปุ กรณ์ทีใ่ ชส้ าํ หรบั ปรบั แรงดนั ไฟฟา้
“หม้อแปลง” หมายความวา่ อปุ กรณ์ทีใ่ ชเ้ ปล่ียนแรงดันไฟฟา้ สงู ข้ึนหรอื ต่าํ ลงโดยการ เหน่ยี วนําของ
แม่เหล็ก
“หม้อแปลงเคร่อื งวัด (Instrument Transformer)” หมายความว่า อปุ กรณ์ทใ่ี ช้สาํ หรบั แปลงกระแส
หรือแรงดนั เพื่อใช้กับเครอื่ งมอื และอปุ กรณค์ วบคุมเครอื่ งปอ้ งกันระบบไฟฟ้า
“สวติ ชห์ รือเคร่ืองตดั กระแส” หมายความว่า เครื่องปิดเปดิ วงจรไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีใช้ทํา
หนา้ ท่ตี ัดวงจรไฟฟา้ อาจจะทํางานโดยอาศัยอํานาจแมเ่ หล็กหรอื ทาํ งานโดยใชม้ ือสบั โยกกไ็ ด้
“แผงสวทิ ช”์ หมายความวา่ แผงทร่ี วมของสวทิ ช์ต่างๆ มหี นา้ ทรี่ ับไฟฟ้าจากต้นกาํ เนดิ และแจกจ่าย
ไปยงั สายวงจรต่าง ๆ
“ฟวิ ส์” หมายความว่า เครอื่ งตดั วงจรไฟฟ้า โดยอาศยั การหลอมละลายของโลหะ
“สายเคเบิล” หมายความว่า สายตวั นําหุม้ ด้วยฉนวนสายเดยี ว หรือหลายสายรวมกัน และอาจจะมีสง่ิ
อื่นห่อหุม้ อยอู่ กี ชัน้ หนึ่งเพ่อื ความแข็งแรงทนทานด้วยกไ็ ด้
“สายอ่อน” หมายความว่า สายเคเบลิ อ่อน ที่ตัวนาํ มีพื้นทีห่ น้าตดั ไมเ่ กิน 4 ตารางมลิ ลิเมตร
“สายดนิ ” หมายความวา่ ตัวนําที่ต่อจากโครงโลหะของอุปกรณแ์ ละเครอื่ งใช้ไฟฟ้า หรอื สิ่งท่ีเก่ียวข้อง
เพอ่ื จะนํากระแสไฟฟ้าที่ไม่ตอ้ งการให้ไหลลงส่ดู ิน
“สายศูนย์ (Neutral)” หมายความวา่ สายใดสายหน่ึง ในระบบไฟฟ้าสามสายหรอื สี่สายซึ่ง
แรงดันไฟฟา้ ระหวา่ งสายนนั้ ไปยังสายอย่าง นอ้ ยอีก 2 สายตอ้ งเทา่ กนั และสายนนั้ ตอ้ งต่อลงดนิ สาํ หรบั ระบบ
ไฟฟ้า 2 สาย ถา้ สายใดสายหน่ึงไมไ่ ดต้ อ่ มาจากสายศนู ยข์ องวงจรอน่ื แล้ว ให้กําหนดเอาสายนัน้ เปน็ สายศนู ย์ได้
และสายน้นั ตอ้ งตอ่ ลงดินด้วย
“สายล่อฟ้า” หมายความว่า อปุ กรณ์ทต่ี ิดตง้ั ข้ึนเพ่ือวตั ถุประสงคใ์ นการปอ้ งกันอนั ตรายทีอ่ าจเกดิ ข้ึน
จากฟ้าผ่า ซ่งึ จะต้องประกอบดว้ ยหลักลอ่ ฟ้า สายนาํ ประจุ ตัวจับยึดสายนําประจุและหลกั ดนิ
“สายนําประจุ (Conductor)” หมายความวา่ สายตัวนําท่ีตดิ ตง้ั ไวเ้ พอื่ นําประจุไฟฟา้ ระหว่างหลักล่อ
ฟ้ากับดิน
“หลักล่อฟา้ (Air Terminal)” หมายความว่า หลักโลหะติดตง้ั ท่สี ว่ นบนของโครงอาคารหรอื
ส่ิงก่อสร้าง และมีโลหะปลายแหลมเพื่อคายประจไุ ฟฟ้า หรอื หลกั อย่างอ่นื ที่มวี ตั ถุประสงค์อย่างเดียวกัน
“หลกั ดนิ (Ground Rod)” หมายความว่า แทง่ โลหะซ่งึ ปักลงไปในดินเพอื่ จะนาํ ประจุหรอื
กระแสไฟฟา้ ให้ไหลลงสูด่ ิน
“นายจ้าง” หมายความวา่ ผู้ซงึ่ ตกลงรับลกู จ้างเข้าทาํ งานโดยจา่ ยค่าจา้ งให้ และหมายความรวมถงึ ผู้
ซงึ่ ได้รับมอบหมายให้ทาํ งานแทนนายจ้าง ในกรณีทีน่ ายจา้ งเป็นนติ ิบคุ คล หมายความวา่ ผู้มีอํานาจกระทําการ
แทนนิติบคุ คลน้นั และหมายความรวมถึง ผซู้ งึ่ ได้รบั มอบหมายใหท้ าํ งานแทนผมู้ อี าํ นาจกระทาํ การแทนนิติ
บคุ คล
“ลูกจา้ ง” หมายความว่า ผซู้ งึ่ ตกลงทาํ งานใหแ้ กน่ ายจา้ งเพ่อื รบั ค่าจ้างไม่ว่าจะเป็นผ้รู บั ค่าจา้ ง ด้วย
ตนเองหรอื ไม่กต็ าม และหมายความรวมถึงลูกจ้างประจํา และลกู จา้ งชัว่ คราวแตไ่ มร่ วมถงึ ลกู จ้างซ่งึ ทํางาน
เก่ียวกับงานบ้าน
“ลูกจา้ งประจาํ ” หมายความว่า ลูกจ้างซง่ึ นายจ้างตกลงจา้ งไว้เปน็ การประจํา
“ลูกจ้างช่วั คราว” หมายความว่า ลูกจ้างซ่งึ นายจา้ งตกลงจ้างไวไ้ มเ่ ป็นการประจาํ เพอ่ื ทํางานอนั มี
ลกั ษณะเปน็ ครั้งคราว เปน็ การจร หรอื เป็นไปตามฤดูกาล
หมวด 1
ข้อกาํ หนดท่วั ไป
ข้อ 2 นายจา้ งตอ้ งจดั ทําแผนผงั วงจรไฟฟา้ ทั้งหมดภายในสถานท่ปี ระกอบการ และได้รบั การรับรอง
จากการไฟฟา้ ประจําทอ้ งถิน่ ไว้ใหต้ รวจสอบได้ตลอดเวลา หากมีการแกไ้ ขเพมิ่ เติมหรือเปล่ียนแปลงให้ผดิ ไป
จากเดิม ตอ้ งดําเนนิ การแก้ไขแผนผังนนั้ ให้ถกู ตอ้ ง
ขอ้ 3 นายจา้ งจะต้องจดั ใหม้ กี ารตรวจสอบสภาพของสายไฟฟา้ และสภาพของอปุ กรณ์ไฟฟ้า ถา้ หาก
พบวา่ ชาํ รุดหรือมีกระแสไฟฟา้ รว่ั ให้ซอ่ มแซมหรอื เปลยี่ นใหมท่ ันที
ข้อ 4 ใหน้ ายจา้ งจดั ให้มปี ้ายเตือนอนั ตรายติดตัง้ ในบรเิ วณท่ีจะเกดิ อันตรายจากไฟฟ้าให้เหน็ ได้อย่าง
ชัดเจน
ข้อ 5 หา้ มมใิ หน้ ายจ้างใหล้ กู จ้างเขา้ ใกล้ หรือนาํ สง่ิ ที่เปน็ ตัวนาํ ซง่ึ ไมม่ ที ่ีถือเปน็ ฉนวนอย่างดีหุม้ อยเู่ ข้า
ใกล้ สง่ิ ทม่ี ไี ฟฟ้าน้อยกวา่ ระยะหา่ งที่กําหนดไว้ในตารางที่ 1 ยกเวน้
(1) ลกู จา้ งผู้นน้ั สวมใสเ่ ครื่องปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟ้าซึง่ เปน็ ฉนวนทีใ่ ชต้ า้ นทานแรงดนั ได้สงู พอกับ
ส่วนที่เปน็ ไฟฟ้านน้ั หรือ
(2) ไดป้ ิดหรือนาํ ฉนวนมาห้มุ สงิ่ ที่มีไฟฟา้ โดยฉนวนทีใ่ ชห้ ้มุ นั้นป้องกันแรงดนั ไฟฟ้านนั้ ๆ ได้ หรอื
(3) ลกู จา้ งที่ปฏิบตั งิ านกับส่ิงท่มี ีไฟฟา้ ดว้ ยเทคนิคการปฏบิ ตั ิงานด้วยมอื เปลา่ และอยภู่ ายใต้การ
ควบคมุ จากผู้ทไี่ ด้รบั ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวชิ าชีพ วิศวกรรม (แขนงไฟฟา้ กาํ ลัง) จาก ก.ว.
ตารางที่ 1 ระยะหา่ งต่าํ สดุ ในการปฏิบตั งิ านและการใช้ฮอทสติก (Hot Stick) สําหรับไฟฟา้
กระแสสลับ
ข้อ 6 ในกรณที ี่มีการปฏิบัตงิ านตรวจสอบ ซอ่ มแซม ตดิ ต้ังไฟฟา้ นายจ้างตอ้ งผกู ปา้ ยห้ามสบั สวิทชพ์ ้นื
สีแดงไว้ที่สวิทช์ หรอื ใช้กญุ แจปอ้ งกันการสบั สวทิ ชไ์ ว้
ข้อ 7 ในกรณใี ช้ลมที่มกี ําลงั ดนั สงู ทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์ท่มี ไี ฟฟา้ อยู่ ต้องใชท้ ่อและหวั ฉดี ท่เี ป็น
ฉนวน
ข้อ 8 ไฟฉายทนี่ ายจ้างจัดให้ลกู จา้ งทที่ าํ งานเกย่ี วกับไฟฟ้า ตอ้ งเป็นไฟฉายชนิดท่ีกระบอกไฟฉายมี
ฉนวนห้มุ ตลอด
ขอ้ 9 ห้ามมิใหล้ ูกจา้ งสวมใส่เครอื่ งนุง่ ห่มท่ีเปียกนํ้าหรอื เปน็ สอ่ื ไฟฟา้ ปฏิบตั ิ งานขณะมีไฟฟา้ (Hot
Line) ยกเว้นเมอื่ แรงดนั ไฟฟ้าตํ่ากว่า 50 โวลต์ หรือสวมใสอ่ ุปกรณ์คมุ้ ครองความปลอดภยั สว่ นบุคคล หรอื ใช้
เครือ่ งมอื ท่ีเปน็ ฉนวน
ข้อ 10 เทปสาํ หรับวดั ทีน่ ายจา้ งจัดให้ลูกจา้ งใช้ปฏิบตั งิ านใกลก้ บั สงิ่ ที่มีไฟฟ้า ต้องเปน็ เทปชนดิ ทไี่ ม่
เป็นโลหะ
ขอ้ 11 มาตรฐานและข้อกําหนดทก่ี าํ หนดขน้ึ ในหมวด 2 ถงึ หมวด 4 มผี ลบงั คับใชภ้ ายในบริเวณ
สถานทีป่ ระกอบการท่ใี ช้ไฟฟ้าเป็นตน้ กําลงั และมีแรง ดันไฟฟ้าไม่เกนิ 600 โวลต์
หมวด 2
สายไฟฟ้า
ขอ้ 12 สายไฟฟา้ ชนิดเปลอื ย ตอ้ งเปน็ สายทองแดงหรอื สายอลูมเิ นียม และมคี ณุ สมบตั ติ ามมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก.64-2517 และ มอก.85-2517
ขอ้ 13 สายไฟฟ้าทใี่ ช้ในอาคาร จะต้องเปน็ สายท่ีมีฉนวนหมุ้ และมีคุณสมบตั ิตามมาตรฐาน
ผลติ ภัณฑอ์ ุตสาหกรรม ท่ี มอก.11-2518 หา้ มใช้สายเปลอื ย ยกเว้นสายสง่ กําลังสําหรบั เครน (Crane)
ขอ้ 14 สายไฟฟ้าทเี่ ดนิ สายใต้ดิน ตอ้ งใช้สายไฟฟ้าชนิดท่ีมฉี นวนหุ้มสองชน้ั และมเี ปลอื กนอกกนั
ความชื้นได้ไมผ่ กุ รอ่ นงา่ ย
ข้อ 15 สายไฟฟา้ ชนดิ มีฉนวนหมุ้ ช้นั เดยี ว ใหใ้ ชเ้ ดนิ เฉพาะบนลูกถ้วย บนตมุ้ พกุ ประกับ หรือรอ้ ยใน
ท่อ เท่าน้ัน
ขอ้ 16 ในสายไฟฟ้าชนิดอ่อนท่มี ีฉนวนห้มุ เป็นเทอร์โมพลาสติก หรอื วตั ถอุ ย่างอ่ืนทมี่ ีคณุ สมบตั ไิ มน่ อ้ ย
กวา่ เทอรโ์ มพลาสติก ใหใ้ ช้กบั อุปกรณ์ที่โยกยา้ ยเคลอื่ นที่ไดแ้ ละโคมแขวน
ขอ้ 17 ในสายเมนภายในและสายทเ่ี ดินสาํ หรบั เตา้ เสยี บ จะต้องมีพนื้ ท่หี นา้ ตดั ของตัวนาํ ไมน่ ้อยกว่า 2
ตารางมิลลเิ มตร
ขอ้ 18 ในสายไฟฟา้ ท่ใี ชใ้ นสถานท่ีประกอบการ ต้องใชส้ ายไฟฟ้าขนาดให้เหมาะกบั กระแสไฟฟ้าสูงสุด
ท่ีกาํ หนดไวต้ ามตารางท่ี 2, 3 และ 4
ข้อ 19 การเดนิ สายที่กาํ หนดในตารางท่ี 2 เฉพาะการเดนิ สายในทอ่ ในผนงั ในรางเมื่อเดนิ สาย
มากกว่า 3 เสน้ จะตอ้ งลดกระแสภายในสายลง โดยใชต้ ัวคูณ ตามตาราง 3
ตารางท่ี 2 จํานวนกระแสสูงสดุ ที่ยอมใหใ้ ช้กบั สายไฟฟา้ ชนิดต่างๆ ที่เดินสายในบรเิ วณท่อี ุณหภมู ไิ ม่
เกนิ 40 องศาเซลเซยี ส
ข้อ 20 การเดินสายในบรเิ วณที่มอี ุณหภูมสิ งู กวา่ 40 องศาเซลเซยี ส กระแสสงู สุดทีก่ าํ หนดในตารางท่ี
2 จะตอ้ งลดกระแสภายในสายลง โดยใชต้ ัวคณู ลดกระแสตามตาราง 4
ตารางท่ี 3 คา่ ตัวคณู ลดกระแสเก่ียวกับจํานวนสาย
ตารางที่ 4 ค่าตัวคูณลดกระแสเกยี่ วกับอณุ หภูมิ
ขอ้ 21 สายไฟฟา้ ที่ใชเ้ ดนิ ในสถานที่ประกอบการทีม่ ีอุณหภูมิสงู กว่า 40 องศาเซลเซยี สจะตอ้ งใชส้ ายท่ี
ทนอณุ หภูมิใชง้ านสงู สุด ดังนี้
(1) บริเวณเดินสายอณุ หภูมไิ ม่เกนิ 50 องศาเซลเซียส ให้ใช้สายที่ทนอณุ หภมู ิใชง้ านสงู สดุ ไมต่ าํ่ กว่า
60 องศาเซลเซียส
(2) บรเิ วณเดนิ สายอณุ หภูมไิ มเ่ กนิ 60 องศาเซลเซียส ใหใ้ ช้สายท่ีทนอณุ หภูมใิ ช้งานสงู สุดไมต่ ่ํากวา่
75 องศาเซลเซียส
(3) บรเิ วณเดนิ สายอุณหภมู ิไมเ่ กิน 75 องศาเซลเซยี ส ให้ใชส้ ายทที่ นอุณหภมู ใิ ชง้ านสงู สดุ ไมต่ ่ํากวา่
85 องศาเซลเซียส
ข้อ 22 สายไฟฟา้ ทีใ่ ชก้ ับเครอ่ื งทาํ ความร้อนชนดิ ตา่ งๆ ต้องเปน็ สายท่มี ฉี นวนหมุ้ ชนิดทนความรอ้ นได้
หมวด 3
การเดินสายและเคร่ืองประกอบการเดนิ สาย
ขอ้ 23 การเดินสายและเครอ่ื งประกอบทีก่ ําหนดในหมวดน้ไี ม่ใหใ้ ชใ้ นสถานที่ซงึ่ อาจจะ เกดิ อันตราย
เนอ่ื งจากวตั ถไุ วไฟ หรือในสถานท่ที อ่ี าจเกิดอันตรายจากการระเบิดไดง้ ่าย
ขอ้ 24 การเดนิ สายภายในอาคาร
(1) การเดินสายเกาะไปตามผนังโดยใชพ้ กุ ประกับตุม้ ลูกถว้ ย หรือเข็มขัดรัดสาย พุกประกับ ตุม้ หรอื
ลกู ถว้ ยต้องเป็นชนิดท่ีสามารถทนแรงดนั ไฟฟา้ ท่ใี ชว้ งจรนัน้ ได้ และใหป้ ฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
ก. การเดินสายบนพกุ ประกับ
1. สายไฟฟ้าที่ใช้ตอ้ งมพี นื้ ที่หน้าตัดของตัวนําไม่เกิน 6 ตารางมิลลเิ มตร
2. ระยะระหว่างชว่ งพกุ ประกบั ไม่เกิน 1 เมตร 50 เซนตเิ มตร
3.ระยะระหว่างสายไฟฟา้ ไม่ต่ํากว่า 2 เซนติเมตร 5 มลิ ลเิ มตร
4. ระยะระหว่างสายไฟฟา้ กับสิ่งก่อสร้างไมต่ ่ํากวา่ 5 มิลลเิ มตร
ข. การเดินสายบนตุ้ม
1. สายไฟฟา้ ทใ่ี ช้ตอ้ งมีพื้นท่หี น้าตัดของตัวนําไม่เกนิ 70 ตารางมิลลเิ มตร
2. ระยะระหว่างต้มุ ไมเ่ กนิ 2 เมตร 50 เซนติเมตร
3. ระยะระหว่างสายไฟฟ้าไม่ต่ํากวา่ 10 เซนติเมตร
4. ระยะระหวา่ งสายไฟฟ้ากับสงิ่ ก่อสรา้ งไมต่ ่าํ กวา่ 2 เซ็นติเมตร 5 มลิ ลเิ มตร
ค. การเดินสายบนลกู ถ้วย
1. ระยะระหว่างช่วงลกู ถ้วยไม่เกิน 5 เมตร
2. ระยะระหวา่ งสายไฟฟา้ ไม่ต่าํ กว่า 15 เซนติเมตร
3. ระยะระหว่างสายไฟฟา้ กับสง่ิ ก่อสร้างไมต่ ่ํากวา่ 5 เซนตเิ มตร
ง. การเดินสายโดยใช้เขม็ ขดั รดั สาย ต้องใช้สายไฟฟา้ ท่มี ีฉนวนหมุ้ สองชัน้ และยึดด้วยเข็มขัดรัด
สายใหม้ ่นั คงโดยมี ระยะระหวา่ งเขม็ ขัดรัดสายไม่เกนิ 20 เซนติเมตร
(2) การเดนิ สายฝังในผนังตึก ตอ้ งใช้สายไฟฟ้าชนิดฉนวนหุม้ สองช้นั ทม่ี ีเปลอื กนอกกนั ความชื้น และ
ตอ้ งเป็นแบบใช้ฝงั ในผนงั
(3) การเดนิ สายในทอ่ โลหะอย่างหนา (Rigid Metal Conduit) ต้องปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. ใหใ้ ชท้ ่อและส่วนประกอบ ต้องเป็นชนิดใช้สาํ หรบั เดินสายไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึง่ มผี วิ ภายใน
เรยี บ และผลติ จากโลหะท่ไี มผ่ ุกรอ่ นได้ง่าย หรือมกี ารปอ้ งกนั การผุกรอ่ นท่เี หมาะสม
ข. ห้ามใช้ท่อทม่ี ีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางเล็กกว่า 1.27 เซนติเมตร
ค. การวางท่อ ฝงั ในดิน ในคอนกรตี ในทเี่ ปยี ก หรือในทมี่ เี ถา้ ถา่ น ต้องใชท้ ่อ กลอ่ ง ตู้ ข้อต่อ
หัวต่อ เคร่ืองจบั ยดึ นอต สกรู แหวน และสว่ นประกอบตา่ งๆ ชนดิ ทมี่ ีการป้องกนั การผกุ ร่อนอยา่ งเหมาะสม
หรอื ทําด้วยวสั ดทุ ไ่ี ม่ผุกร่อนได้ง่ายในสภาพเช่นนน้ั และกันนา้ํ ได้
ง. ปลายท่อทกุ แหง่ ท่ีมกี ารตัดและทําเกลียว ต้องลบคมภายใน
จ. ทกุ แหง่ ทมี่ ี สวติ ซ์ เตา้ เสยี บ จดุ ต่อสายออก จุดดงึ สายรอ้ ยท่อ และการตอ่ สาย ตอ้ งใช้
กลอ่ งทม่ี ีขนาดและชนิดท่ีเหมาะสม
ฉ. ทอ่ ข้อต่อ หัวต่อ กลอ่ ง ตู้ และส่วนประกอบต่างๆ ตอ้ งตอ่ ติดกนั โดยให้กระแสไฟฟา้ ไหล
ผ่านได้ตลอด และยดึ อยู่กบั ท่อี ย่างมน่ั คงพรอ้ มทงั้ มีการต่อลงดนิ ตามหมวด 6
ช. สายไฟฟ้าภายในทอ่ ต้องเป็นเสน้ เดียวตลอดไมม่ รี อยต่อ การต่อสายตอ้ งทาํ ในตู้ กลอ่ งตอ่
สาย กล่องต่อสวิตซ์ กลอ่ งเตา้ เสยี บ หรอื ในรางต่อสายทเ่ี หมาะสม
(4) การเดินสายในทอ่ โลหะอยา่ งบาง (Electrical Metallic Tubing) หา้ มเดินท่อโลหะอย่างบางใน
บรเิ วณทที่ ่ออาจไดร้ ับการกระทบกระแทกได้ เช่น บริเวณขนถา่ ยสนิ ค้า บรเิ วณทย่ี านพาหนะผา่ น ข้อตอ่ และ
หวั ต่อชนิดทไ่ี ม่มเี กลียว เมอ่ื สวมกับทอ่ ตอ้ งกระชับแนน่ และหา้ มใช้ทอ่ ขนาดเลก็ กวา่ 1.27 เซนตเิ มตร หรือ
ใหญก่ วา่ 10 เซนตเิ มตร นอกจากนแ้ี ล้ว ใหป้ ฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑก์ ารเดินสายในทอ่ โลหะอย่างหนาตาม (3)
(5) การเดินสายในทอ่ โลหะชนิดออ่ นตวั (Flexible Metal Conduit) ต้องปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์
ดงั ต่อไปนี้
ก. ใหใ้ ช้ทอ่ และสว่ นประกอบชนิดที่ใช้สาํ หรับเดนิ สายไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซ่งึ มีผิวภายในเรียบ
และผลติ จากโลหะทไ่ี มผ่ กุ ร่อนไดง้ ่าย หรือมีการป้องกันการผกุ ร่อนทเ่ี หมาะสม
ข. หา้ มใช้ทอ่ ทมี่ ีขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลางเลก็ กว่า 1.27 เซนตเิ มตร เวน้ แตท่ อ่ ท่ีใชส้ ําหรบั ร้อย
สายอ่อนทมี่ ีพ้ืนทหี่ น้าตัดของตวั นาํ ไมเ่ กนิ 6 ตารางมลิ ลเิ มตร ยาวไม่เกิน 2 เมตร ในกรณีทใี่ ช้ตอ่ เข้ากบั อปุ กรณ์
ไฟฟา้ หรอื ท่อทีเ่ ปน็ สว่ นประกอบของดวงโคมอาจ ใชท้ ่อขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง ไมเ่ ลก็ กว่า 0.95 เซนตเิ มตรได้
ค. ห้ามเดินท่อในบริเวณท่ีทอ่ อาจถกู กระทบกระแทกได้งา่ ย ในดิน หรอื ที่พ้นื หรอื ในบรเิ วณ
ท่เี ปียกช้ืน หรอื ภายในห้องแบตเตอร่ี หรอื ห้องที่มีไอของกรดหรือดา่ ง
(6) การเดนิ สายในท่อโลหะชนิดออ่ นตัวได้แบบกนั น้าํ (Liquidtight Flexible Metal Conduit) ต้อง
ปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์ ดงั ต่อไปน้ี
ก. ให้ใช้ทอ่ และส่วนประกอบ ชนดิ ทีใ่ ช้สําหรบั เดินสายไฟฟา้ โดยเฉพาะ มลี กั ษณะ
เชน่ เดียวกบั ท่อโลหะชนดิ อ่อนตวั ได้แต่มเี ปลอื กนอกเป็นอโลหะกนั น้ํา และทนแสงอาทติ ยไ์ ด้
ข. ห้ามใช้ทอ่ ทมี่ ีขนาดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางเล็กกว่า 1.27 เซนตเิ มตร หรอื ใหญ่กว่า 10
เซนติเมตร เว้นแตท่ อ่ ทใี่ ชส้ าํ หรบั รอ้ ยสายออ่ นท่ีมีพ้ืนทห่ี นา้ ตัดของตัวนําไมเ่ กนิ 6 ตารางมิลลิเมตร ยาวไม่เกนิ
2 เมตร ในกรณีทีใ่ ช้ตอ่ เข้ากบั อปุ กรณ์ไฟฟ้าหรอื ทอ่ ที่เปน็ ส่วนประกอบของดวงโคมอาจ ใช้ทอ่ ขนาด
เสน้ ผา่ ศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 0.95 เซนตเิ มตรได้
ค. หา้ มเดนิ ท่อในบรเิ วณท่ที อ่ อาจถกู กระทบกระแทกไดง้ ่าย ในทซี่ ง่ึ มอี ุณหภูมขิ องบริเวณเดนิ
ทอ่ หรืออณุ หภูมิของสายในท่อ หรือทง้ั สองอย่างรวมกันเกนิ อณุ หภูมใิ ชง้ านสูงสดุ ของสายหรอื ท่อและในดนิ
หรือทีพ่ ้ืน
(7) การเดินสายในทอ่ ทไ่ี มใ่ ช่โลหะ(Rigid Non-metallic Conduit) จะตอ้ งปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์
ดังตอ่ ไปน้ี
ก. ให้ใชท้ อ่ ท่ีทาํ ด้วยวสั ดุชนิดแขง็ ติดไฟไดย้ าก และไมผ่ ุกรอ่ น หรือเสื่อมสภาพได้งา่ ย
ข. หา้ มใช้ทอ่ ทมี่ เี ส้นผา่ ศูนยก์ ลางเล็กกวา่ 1.27 เซนติเมตร นอกจากจะใช้ร้อยสายเพอื่ ฝังใน
คอนกรตี
ค. หา้ มเดนิ ทอ่ ในบริเวณท่ที อ่ อาจได้รับการกระทบกระแทกได้
ง. ห้ามเดนิ ทอ่ ประเภทพลาสตกิ ในทซ่ี ง่ึ ถูกแสงอาทติ ย์ นอกจากท่อน้นั จะทาํ ดว้ ยพลาสติกท่ี
สามารถทนตอ่ แสงอาทติ ย์ได้ โดยไมเ่ ส่อื มคุณภาพ หรือมีการป้องกนั ทเ่ี หมาะสม
จ. ห้ามเดนิ ท่อพลาสตกิ ในบรเิ วณท่มี อี ุณหภูมิสูงเกินกวา่ อณุ หภมู ใิ ช้งานของทอ่ นัน้
ฉ. ข้อต่อและหัวตอ่ จะเปน็ ชนดิ เกลียวหรอื ชนิดสวมก็ได้ ถา้ เป็นชนดิ สวมจะตอ้ งทาน้ํายายึด
หวั ตอ่ ให้แนน่
ช.การตอ่ ท่อท่ีไมใ่ ชโ่ ลหะเข้ากบั ท่อหรอื กลอ่ งโลหะใหท้ าํ ได้แตก่ ล่องโลหะนัน้ จะตอ้ งมีการต่อ
ลงดนิ ด้วย
ซ. การเดนิ สายท่ีมแี รงดนั ไฟฟา้ สงู เกนิ 600 โวลตข์ ้นึ ไป ใหห้ มุ้ ท่อทใี่ ชเ้ ดินสายนี้ ด้วยคอนกรีต
หนาไมน่ อ้ ยกว่า 5 เซนติเมตร
(8) การเดนิ สายในรางเดินสาย (Wire Way) ต้องปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. รางเดินสายเป็นรางท่ีทาํ ด้วยโลหะ มีพืน้ ทห่ี น้าตัดสเ่ี หลยี่ มและเปน็ ชนดิ ทใี่ ช้สาํ หรบั งาน
เดินสายไฟฟา้ โดย เฉพาะผลิตจากโลหะที่ผุกรอ่ นไดง้ ่ายหรือมีการปอ้ งกันการผุกรอ่ นที่เหมาะสม ถา้ ใชภ้ ายนอก
อาคารต้องเป็นชนดิ กันน้ําได้
ข. การตอ่ รางเดินสายต้องต่อให้ยึดกันเองอยา่ งมนั่ คง และหา้ มติดตั้งรางเดนิ สายในบรเิ วณที่
อาจมกี ารกระทบกระแทกไดโ้ ดยง่าย
ค. ห้ามวางสายในรางเดินสายเกินกวา่ 30 เสน้ ไมว่ ่าจะเปน็ ขนาดเทา่ ใด และผลรวมของ
พื้นทห่ี น้าตัดของสายรวมเปลือกนอกตอ้ งไม่เกนิ ร้อยละ 20 ของพ้นื ทีห่ น้าตดั ภายในของรางเดินสายเว้นแต่
- สายของระบบลฟิ ท์ ผลรวมของพื้นทีห่ นา้ ตัดของสายรวมเปลือกนอกตอ้ งไม่เกิน
รอ้ ยละ 50 ของพืน้ ที่หน้าตัดภายในของรางเดินสาย
- ถา้ ใช้ตวั คณู ลดกระแสตามตารางท่ี 3 ในการกําหนดกระแสสงู สุดของสายใหว้ าง
สายเกนิ 30 เสน้ ได้ แตพ่ ้นื ทห่ี น้าตัดของสายรวมเปลอื กนอกต้องไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 20 ของพ้นื ที่หนา้ ตดั ภายในของ
รางเดินสาย
ง. การต่อสายภายในรางเดินสายสามารถทาํ ได้ แตต่ อ้ งใช้หวั ตอ่ สายและพนั ฉนวนทบั ให้
เรียบรอ้ ย พ้ืนทีห่ นา้ ตัดของหวั ต่อรวมฉนวนต้องไม่เกนิ รอ้ ยละ 75 ของพืน้ ทห่ี นา้ ตัดภายในของรางเดนิ สาย ณ
จุดนัน้
จ. รางเดินสายชว่ งทีท่ ะลุผา่ นผนงั ตอ้ งเป็นช้ินเดียวตลอด และปลายสุดของรางเดินสายตอ้ งมี
แผน่ ปดิ
ขอ้ 25 การเดินสายนอกอาคาร ณ สถานประกอบการต้องจัดทําใหเ้ หมาะสมตามวธิ กี าร ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) การเดินสายบนต้มุ ใหใ้ ชส้ ายเดยี วหุม้ ฉนวน ต้องปฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกบั ขอ้ 24 (1) ข. เว้นแตถ่ ้าเดิน
ผา่ นทโี่ ลง่ ให้ใชช้ ว่ งระหว่างตุ้มไมเ่ กนิ 5 เมตร และขนาดของสายทใี่ ช้เดนิ ต้องไมเ่ ลก็ กวา่ 2 ตารางมลิ ลเิ มตร
(2) การเดนิ สายบนลูกถว้ ยใหใ้ ช้สายเดี่ยวหมุ้ ฉนวน ถา้ เดินเกาะไปตามส่งิ ก่อสรา้ งตอ้ งปฏบิ ัติ
เชน่ เดยี วกบั ข้อ 24
(1) ค. เวน้ แต่ถา้ เดนิ ผา่ นทโี่ ล่ง ปฏบิ ัตติ ามตารางท่ี 5 ดงั นี้
ตารางที่ 5
(3) การเดนิ สายด้วยพุกประกับและเข็มขัดรดั สายให้ปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั ข้อ 24 (1) ก. และ ง.
(4) การเดินสายฝงั ลงไปในผนงั ตึกให้ปฏบิ ัติเช่นเดยี วกบั ข้อ 24 (2), (3) และ (4)
(5) การเดินสายภายนอกอาคารด้วยวิธีอื่นๆ อาจทําได้แต่ต้องไดร้ บั การรับรองจากการไฟฟา้ ของ
ทอ้ งถน่ิ นั้นๆ
(6) สายท่เี ดินในระดบั ทสี่ ูงกวา่ พ้ืนดินไมเ่ กิน 2 เมตร 50 เซนตเิ มตร ต้องเดนิ ในท่อโลหะหรือท่อ
พลาสติกอย่างหนา หรือทอ่ ไฟเบอร์ หรอื ครอบด้วยรางโลหะ
(7) สายไฟฟ้าทีเ่ ดินผ่านท่โี ลง่ และเปน็ บรเิ วณที่มียานพาหนะผ่านตอ้ งสูงไม่นอ้ ยกวา่ 5 เมตร 60
เซนตเิ มตร
ข้อ 26 การเดนิ สายฝังดนิ อาจรอ้ ยในทอ่ โดยปฏบิ ัติตามข้อ 24 (3), (4) และ (7) ส่วนการเดินสายฝัง
ดินโดยตรงต้องใชส้ ายชนิดทม่ี ีฉนวนหุ้มอยา่ งนอ้ ยสองชนั้ และฉนวนชัน้ นอกต้องเปน็ เทอรโ์ มพลาสตกิ หรือ
ตะก่วั โดยต้องฝงั ใหล้ กึ ไม่นอ้ ย กว่า 50 เซนติเมตร และใชท้ รายกลบแลว้ วางแผน่ คอนกรตี หรือแผน่ อฐิ ทับ
ตลอดสายก่อนใชด้ นิ กลบ ตอนท่ีสายโผล่จากพน้ื ดนิ จะต้องปอ้ งกนั โดยการรอ้ ยผา่ นทอ่ โลหะหรอื วิธอี ่ืนที่
เหมาะสม
ข้อ 27 การเดินสายขนาดตา่ งๆ ไม่เทา่ กัน อาจเดินรวมกนั ในท่อเดยี วกนั ไดใ้ นกรณตี อ่ ไปน้ี
(1) ขนาดพ้นื ที่หนา้ ตัดของตัวนําของสายไฟฟา้ รวมกันไม่เกนิ รอ้ ยละ 10 ของขนาดพื้นทหี่ นา้ ตดั ของ
ทอ่
(2) พ้นื ท่หี นา้ ตัดของสายไฟฟ้าซึง่ รวมฉนวนและเปลือกนอกรวมกันไมเ่ กนิ ร้อยละ 30 ของ
พ้นื ที่หนา้ ตดั ของท่อ
ขอ้ 28 การเดินสายในท่อโลหะท่เี ป็นสารแม่เหลก็ ถา้ เป็นไฟฟ้าระบบชนิด 3 ยก (Three Phases) ให้
เดินรวมไปในทอ่ เดยี วกนั หา้ มเดินแยก
ข้อ 29 การเดนิ สายในทอ่ โลหะที่เปน็ สารแมเ่ หลก็ ตอ้ งจดั ใหเ้ สน้ แรงแมเ่ หล็ก (Electromagnetic
Flux) ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการไหลของกระแสในท่อน้ันสมดุลกนั
ข้อ 30 การโคง้ ทอ่ เดนิ สายต้องไม่ทําใหเ้ ส้นผ่าศนู ย์กลางของท่อตรงสว่ นทีโ่ ค้งเลก็ ลง รศั มีความโค้ง
ด้านในของท่อท่ใี ช้รอ้ ยสายชนดิ ทีม่ ปี ลอกตะกั่ว จะตอ้ งไม่น้อยกว่า 10 เทา่ ของเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางของทอ่ เวน้ แต่
ท่อทมี่ ีเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 1.2 เซนติเมตร
รัศมคี วามโคง้ ต้องไม่น้อยกว่า 12 เทา่ สาํ หรับสายทม่ี ีปลอกตะกั่วห้มุ
ข้อ 31 ในกรณที ่ีเดินสายผา่ นทะลุสงิ่ กอ่ สรา้ ง เช่น ผนังตึก หรอื ฝาสงั กะสี จะต้องมปี ลอกฉนวน
ปอ้ งกนั สาย
ข้อ 32 ความต้านทานของฉนวนท่วี ดั ระหวา่ งสายกับสาย และสายกับดินตอ้ งเปน็ ดังน้ี
(1) การวดั ความตา้ นทานของฉนวนของสายไฟฟ้าในขณะที่สบั สวติ ช์ และตอ่ ฟวิ ส์ไว้ เมื่อถอดหลอด
ไฟฟา้ และเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าออกทัง้ หมด ตอ้ งวดั ไดไ้ มต่ ่าํ กว่า 0.5 เมกะโอหม์
(2) การตดิ ตัง้ สายไฟฟา้ ทั้งหมดหรือวงจรยอ่ ย ต้องใหม้ ีความตา้ นทานไม่ตา่ํ กว่า 0.5 เมกะโอหม์
มฉิ ะนน้ั จะตอ้ งแบ่งวงจรยอ่ ยเพ่มิ ขนึ้ อีกจนกระทงั่ มคี วามตา้ นทานของแต่ละวงจรยอ่ ยไม่ ตํ่ากวา่ 0.5 เมกะ
โอหม์
(3) การวัดคา่ ความตา้ นทานของฉนวนให้กระทาํ โดยใชแ้ รงดนั ไฟฟ้ากระแสตรงไม่ตา่ํ กว่า 500 โวลต์
เปน็ เวลาต่อเนื่องกนั ไมน่ ้อยกว่า 30 วนิ าที
หมวด 4
ระบบการป้องกันกระแสไฟฟ้าเกนิ ขนาด
ข้อ 33 การเดนิ สายไฟฟา้ ในสถานทป่ี ระกอบการ จะต้องมเี คร่ืองตัดกระแสตดิ ตง้ั ไว้ ณ ท่ดี ังต่อไปน้ี
(1) ระหว่างเครือ่ งวดั ไฟฟ้ากับสายภายในสถานที่ประกอบการ ในกรณที ีม่ ีมากกวา่ หนึง่ อาคารขึ้นไป
จะต้องติดตั้งไว้ ระหวา่ งสายภายนอกอาคารกบั สายภายในอาคารดว้ ย
(2) จุดท่มี กี ารเปล่ยี นขนาดสาย ยกเว้นกรณีที่
ก. เม่ือขนาดของเคร่อื งตดั กระแสไฟเกนิ ขนาดตน้ ทาง สามารถตดั กระแสไฟฟ้าสูงสดุ ทยี่ อมให้ใช้
สําหรบั สายต่อแยกนน้ั
ข. สายท่ีตอ่ ลงเครอ่ื งตัดกระแสชนิดอตั โนมัติซง่ึ มีความยาวไม่เกนิ 3 เมตร
ค. สายทตี่ อ่ แยกมคี วามยาวไม่เกิน 7 เมตร 50 เซนติเมตร และมีพืน้ ที่หน้าตดั ไมน่ อ้ ยกว่า 1/3 ของ
สายเมนทีจ่ า่ ยไฟฟ้าให้กบั สายแยกนัน้
ข้อ 34 เคร่ืองตดั กระแสตอ้ งมคี ุณสมบัติ ดงั ต่อไปนี้
(1) ตอ้ งสามารถตดั กระแสไฟฟา้ ลัดวงจรได้ (Interrupting Capacity) ไม่นอ้ ยกวา่ กระแสลัดวงจร ณ
จดุ นัน้ โดยไม่ระเบดิ
(2) ต้องตดั กระแสไฟฟา้ ลัดวงจรในสายขนาดเลก็ ท่สี ุดในวงจรนนั้ ไดก้ อ่ นทจี่ ะรอ้ น
(3) ทําหนา้ ทตี่ ดั กระแสไฟฟา้ เกินขนาดได้ทนั ทีกอ่ นท่ีสายจะรอ้ น
(4) เคร่อื งตดั กระแสในระบบ 3 ยกต้องใชเ้ คร่ืองตดั กระแสชนดิ ทอี่ อกแบบใช้เฉพาะสาํ หรบั ระบบ 3
ยกเท่านัน้ และหา้ มตดิ ตัง้ เคร่ืองตดั กระแสในเส้นศนู ย์
ข้อ 35 เคร่ืองตดั กระแสชนดิ มือโยกแบบใบมีด ต้องมีคณุ สมบตั ิ ดังนี้
(1) ตดิ ตั้งไว้ ในตู้เหล็ก มฝี าปดิ มิดชิด และมีเคร่อื งป้องกันมิให้ฝาเปดิ กอ่ นท่จี ะยกใบมดี
(2) ติดตั้งในลกั ษณะท่ีใบมีดไม่สามารถสับสวิตซ์ดว้ ยตัวเองได้ และเมอื่ ยกใบมดี แลว้ ดา้ นใบมดี ตอ้ งไม่มี
กระแสไฟฟ้า
ข้อ 36 เมื่อใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าทงั้ หมดพรอ้ มกนั ในวงจรแตล่ ะวงจรจะตอ้ งมีกระแสไฟฟ้าไมเ่ กนิ ขนาด
ของกระแสไฟฟา้ สงู สุดทีย่ อมให้ ใชก้ บั สายไฟฟ้าของวงจรนั้น และต้องไมท่ ําใหแ้ รงดนั ไฟฟ้าตกเกนิ กวา่ ร้อยละ
2 ระหวา่ งเครอ่ื งวดั หน่วยไฟฟา้ กบั สายภายในตอนใดตอนหนง่ึ เม่ือใช้กระแสไฟฟ้า เต็มท่ี
ข้อ 37 การต่อสายต้องตอ่ ให้แนน่ ดว้ ยวิธบี ีบอดั หรือแบบสลักเกลียว หรอื แบบบดั กรหี รือเชื่อม หรือใช้
อุปกรณ์อื่นดว้ ยวิธีทีถ่ กู ต้องเพ่ือใหไ้ ดผ้ ลดที างไฟฟา้ และทางกล และตอ้ งใชฉ้ นวนหมุ้ รอยตอ่ ให้มีคณุ สมบตั ิ
เท่ากับฉนวนทห่ี มุ้ ตวั นํานน้ั ขณะใชง้ านในอณุ หภมู ิของรอยต่อตอ้ งไม่สูงกวา่ อณุ หภูมิของสาย
ข้อ 38 การตอ่ สายทุกแหง่ ต้องทําในที่ซ่ึงตรวจไดส้ ะดวก การตอ่ สายในรางเดนิ สาย (Wire Way) ราง
เดินสายต้องเป็นแบบที่เปดิ ฝาออกตรวจได้
ขอ้ 39 การเดินสายบนต้มุ หรือพุกประกบั รอยตอ่ แยก ต้องอยู่ห่างจากตุ้มหรอื พุกประกบั ไม่เกนิ 15
เซนติเมตร
ข้อ 40 การเดนิ สายด้วยบัสเวย์ (Bus Way) หรอื บัสดัคท์ (Bus Duct) ตวั นาํ ที่ใชใ้ นรางจะหมุ้ ฉนวน
หรอื ไมก่ ไ็ ด้ แตต่ อ้ งมฉี นวนรองรบั การต่อสายแยกจากรางประเภทนต้ี ้องทาํ ณ จดุ ทีเ่ ปดิ ไวเ้ พื่อการต่อ
โดยเฉพาะ การต่อแยกใหใ้ ชบ้ สั เวย์ (Bus Way) ถ้าหากจะต่อดว้ ยสายตอ้ งใช้สายทม่ี ฉี นวนหุม้ โดยรอ้ ยในท่อ
หรือใชส้ ายประเภทท่ีใชก้ ับอปุ กรณ์ไฟฟ้าเคลื่อนย้ายได้ แต่ตอ้ งมีการปอ้ งกันไมใ่ ห้ฉนวนห้มุ สายชาํ รุดจากการ
เสียดสีกับราง
ขอ้ 41 สายเคเบิลออ่ น (Flexible Cable) และสายอ่อน (Flexible Cord) ทใ่ี ช้กบั อุปกรณ์ไฟฟา้ ชนดิ
เคลอื่ นยา้ ยได้ ตอ้ งเปน็ เส้นยาวโดยตลอดไม่มีรอยตอ่ หรือรอยต่อแยก
ข้อ 42 เต้าเสยี บและกระจ๊บุ เสยี บหลายทางหรอื ทางเดียว หา้ มใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดของสายทต่ี อ่
แยกเข้าเตา้ เสยี บและกระจ๊บุ เสยี บ เหล่านน้ั และตวั เต้าเสยี บหรือกระจ๊บุ เสียบท่ีใชต้ อ้ งมขี นาดทีส่ ามารถทน
กระแสไฟฟา้ ไม่ ตา่ํ กวา่ กระแสไฟฟา้ ท่ีกาํ หนดใหใ้ ช้สาํ หรบั สายน้นั
ขอ้ 43 ในสถานทปี่ ระกอบการตอ้ งติดตั้งเต้าเสยี บไวใ้ ห้เพียงพอแก่การใช้งาน เพื่อมิให้มกี ารตอ่ ไฟโดย
ใชว้ ธิ ีท่ไี มป่ ลอดภัย
ขอ้ 44 อุปกรณไ์ ฟฟา้ และส่วนประกอบตอ้ งมีขนาดการใชก้ ระแสไฟฟา้ ไมเ่ กนิ กระแสไฟฟา้ ที่ยอมใหใ้ ช้
ณ จดุ น้ัน
ขอ้ 45 สว่ นของอุปกรณไ์ ฟฟา้ ท่ใี ชแ้ รงดันต้ังแต่ 50 โวลตข์ นึ้ ไป ต้องมที ่ปี ดิ กนั อันตรายในกรณีท่สี ่วนท่ี
มไี ฟฟ้าน้นั ไมม่ ที ่ปี ดิ ต้องมแี ผ่น ยาง (Rubber Matting) ปไู วท้ พี่ ืน้ เพอ่ื ปอ้ งกันอันตรายจากการสมั ผสั โดยไม่
ต้ังใจ
ขอ้ 46 อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทีต่ ิดตั้งหรอื นาํ ไปใชง้ านในบรเิ วณที่มไี อระเหยของสารทม่ี คี วาม ไวไฟ หรือ
บรเิ วณทีอ่ าจเกิดเพลงิ ไหมไ้ ด้ ตอ้ งใชอ้ ุปกรณช์ นดิ ที่กนั ไอระเหยได้ (Explosion Proof)
ข้อ 47 อุปกรณไ์ ฟฟา้ ตา่ งๆ ทต่ี ิดต้ังหรอื นําไปใช้งานในท่ีมีละอองนํา้ หรือมคี วามชนื้ หรอื ไอระเหยกรด
ตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ชนดิ ทปี่ ้องกนั นํ้าหรือไอระเหย ของกรดได้
ขอ้ 48 เครือ่ งมือไฟฟา้ ชนิดถือหรือชนิดเคลือ่ นย้ายได้ ต้องมลี กั ษณะ ดงั นี้
(1) ต้องมีสายดินติดอย่ทู ค่ี รอบโลหะของเคร่อื งมอื น้นั อย่างถาวร หรือ
(2) เปน็ แบบทม่ี ฉี นวนห้มุ 2 ชัน้ และประทบั คําว่า “ฉนวน 2 ชนั้ ” ด้วย หรือ
(3) เครือ่ งมือนนั้ ใช้ไฟฟา้ ทีม่ แี รงดนั ไมเ่ กนิ 50 โวลต์ ซ่งึ ตอ่ จากหมอ้ แปลงแบบแยกขดลวด และขดลวด
ทางดา้ นแรงตํ่าไม่ไดต้ ่อลงดิน
(4) ใชก้ บั วงจรทีใ่ ชเ้ ครอ่ื งตดั กระแสไฟฟ้ารั่วโดยอตั โนมัติ (Ground Fault Circuit Interrupter)
หมวด 5
การออกแบบตดิ ตงั้ อุปกรณไ์ ฟฟา้
ขอ้ 49 หม้อแปลงไฟฟ้า หมอ้ แปลงเคร่อื งวัด ขดลวดจํากดั กระแส และเครือ่ งปรับแรงดัน เมือ่ ตดิ ต้งั ใช้
งานตอ้ งตอ่ เปลอื กหมุ้ ท่เี ป็นโลหะลงดิน
ข้อ 50 หม้อแปลงไฟฟา้ (Power Transformer) ทมี่ แี รงดนั สงู กวา่ 600 โวลต์ขน้ึ ไป
(1) ติดตั้งภายนอกอาคาร ต้องใหเ้ ปน็ ไปตามกฎเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้
ก. การติดตง้ั บนเสาหรอื โครงสร้างที่มเี สาต้องปฏบิ ัติดังนี้
1. เสาหรือโครงสร้างตอ้ งสามารถรบั น้าํ หนกั ของหม้อแปลงไฟฟา้ ได้โดยปลอดภยั
2. ไมก่ ดี ขวางการปฏบิ ัติงานของผปู้ ฏบิ ัติงานไฟฟา้
3. ตอ้ งไม่อยูใ่ นบรเิ วณท่สี าํ รองไว้สําหรบั การปนี เสา
4. สว่ นทมี่ ไี ฟฟา้ ของหม้อแปลงและสว่ นประกอบ ตอ้ งมรี ะยะห่างจากอาคารและสิ่งกอ่ สรา้ งอน่ื ๆ ตาม
ระยะทีก่ ําหนด ดงั นี้
- แรงดันไมเ่ กนิ 5 กิโลโวลต์ ระยะห่างต่ําสุด 1 เมตร ถ้าเปน็ ผนงั ปดิ มดิ ชิดระยะหา่ งตํ่าสดุ 30
เซนติเมตร
- แรงดันเกนิ กวา่ 5 กิโลโวลต์ ถึง 8.75 กโิ ลโวลต์ ระยะหา่ งต่าํ สดุ 1 เมตร
- แรงดันเกินกวา่ 8.75 กิโลโวลต์ ถึง 15 กิโลโวลต์ ระยะหา่ งต่าํ สดุ 1 เมตร 50 เซนติเมตร
- แรงดันเกินกวา่ 15 กโิ ลโวลต์ ถงึ 50 กิโลโวลต์ ระยะหา่ งต่ําสุด 2 เมตร 50 เซนติเมตร
5. ถา้ อย่ใู นสถานที่ไม่มียานพาหนะผา่ นต้องสูงเหนือพ้นื ไมน่ ้อยกว่า 3 เมตร 40 เซนตเิ มตร ถา้ อยู่ใน
สถานท่ีทีย่ านพาหนะผ่านได้ ตอ้ งสูงไมน่ ้อยกว่า 4 เมตร
ข. การตดิ ต้ังกับกําแพงอาคารตอ้ งไดร้ ับการรับรองจากการไฟฟ้าในเขตนัน้ ก่อน
ค. การติดตั้งบนพน้ื ตอ้ งปฏิบัตดิ ังน้ี
1. จัดใหม้ ีรัว้ ลอ้ มรอบ ปอ้ งกนั มใิ ห้ผู้ไมม่ หี นา้ ท่ีเก่ยี วข้องเข้าไป
2. รัว้ ต้องห่างจากหมอ้ แปลงไฟฟา้ อยา่ งนอ้ ย 1 เมตร และถา้ เป็นร้ัวโลหะต้องตอ่ ลงดิน
3. ประตรู ั้วต้องเปิดออกข้างนอกได้
4. จดั ใหม้ ีแสงสว่างในเวลากลางคนื
(2) ติดตง้ั ภายนอกอาคาร ต้องใหเ้ ปน็ ไปตามกฎเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี
ก. ถ้าเป็นหม้อแปลงไฟฟา้ ประเภททบ่ี รรจุนํา้ มนั ซ่ึงติดไฟได้ ตอ้ งติดตั้งในหอ้ งที่มีฝาทงั้ 4 ดา้ น และฝา
ผนงั ตอ้ งมีระยะห่างจากหม้อแปลงไฟฟา้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 1 เมตร และประตตู ้องมีธรณีเพือ่ กนั นา้ํ มนั ที่อาจจะรว่ั
ออกมาหรอื จัดให้มีทางระบาย นา้ํ มันโดยเฉพาะผนงั หอ้ งและเพดานตอ้ งทนไฟไดน้ านไม่นอ้ ยกว่า 3 ชว่ั โมง
ห้องหม้อแปลงไฟฟา้ ต้องมชี ่องระบายอากาศเพียงพอโดยไมท่ าํ ให้อณุ หภมู ขิ องหมอ้ แปลงไฟฟา้ สูงเกิน กาํ หนด
ข. หม้อแปลงไฟฟา้ ประเภทบรรจุของเหลวทีไ่ มต่ ิดไฟ ถา้ ขนาดไมเ่ กิน 25 เค.ว.ี เอ. ตอ้ งมที ่อระบาย
ความดนั (Pressure Relief Vent) ห้องหมอ้ แปลง ต้องมีทางระบายอากาศเพียงพอโดยไมท่ ําใหอ้ ณุ หภมู ิของ
หมอ้ แปลงสงู เกนิ กําหนด และถา้ การระบายอากาศไมด่ ีพอต้องตอ่ ท่อจากทางระบายความดนั ออกสู่บรรยากาศ
ภาย นอก
ค. หมอ้ แปลงไฟฟา้ แบบแห้ง (Dry Type Transformer) หรือหม้อแปลงไฟฟา้ ประเภทบรรจขุ องเหลว
ท่ีไมต่ ดิ ไฟและขนาดตํ่ากวา่ 25 เค.วี.เอ. ติดต้งั ที่ใดกไ็ ดแ้ ตต่ อ้ งมีร้ัวลอ้ มรอบป้องกันมิให้บุคคลท่ไี มม่ ีหน้าที่
เกี่ยวข้องเข้าไปไดแ้ ละต้องมรี ะยะหา่ งจากหมอ้ แปลงไฟฟา้ อยา่ งน้อย 1 เมตร
ขอ้ 51 หม้อแปลงเคร่ืองวัด (Instrument Transformer) ที่มแี รงดันสูงกว่า 600 โวลตข์ นึ้ ไป ต้อง
ปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) สายทางดา้ นแรงดันต่ําต้องต่อลงดนิ เวน้ แตส่ ายแรงดันตาํ่ นั้นเป็นสายหมุ้ ฉนวนชนิดมเี ปลอื กโลหะ
ซึง่ ต่อลงดินและ ร้อยอยู่ในทอ่ โลหะทีต่ ่อลงดินด้วย หรือทอ่ ชนิดอื่นท่ีเหมาะสม
(2) ถา้ เป็นหมอ้ แปลงไฟฟา้ ประเภทแปลงกระแส (Current Transformer) วงจรทางด้านแรงดนั ต่าํ
ต้องตอ่ ใหเ้ ป็นวงจรปิดอยู่เสมอ
ข้อ 52 แผงสวทิ ช์ ต้องมลี ักษณะและติดตง้ั ตามกฎเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) สวิตช์ ทุกตวั และทกุ แบบที่ตดิ ต้งั บนแผงสวทิ ช์ ตอ้ งสามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้ตามอัตราทกี่ าํ หนด
ไว้สําหรับสวทิ ช์นน้ั ถา้ เป็นชนิดที่ไม่ไดอ้ อกแบบให้ทาํ งานตดั วงจรขณะมีกระแสไฟ จะต้องระบุไวใ้ ห้ชัดเจน
(2) สวิทชท์ ุกตวั ต้องมีอตั รากระแส (Ampere Rating) สงู พอทีจ่ ะใชก้ ับกระแสสงู สุดทีย่ อมให้ใชใ้ น
วงจรท่ีสวทิ ช์นั้นควบคุมอยู่ ถา้ เป็นสวิทชป์ ระเภทอัตโนมตั ิ ตอ้ งมีความสามารถตัดกระแสไฟฟา้ ได้ ไม่น้อยกวา่
กระแสไฟฟ้าลดั วงจรสงู สุด ณ จดุ ทต่ี งั้ สวิทช์ นนั้
(3) สวติ ช์ทุกตวั บนแผงสวิทช์ ต้องเขา้ ถงึ ได้ง่ายเพอ่ื ความสะดวกในการปลดและสบั
(4) ตอ้ งมพี น้ื ทที่ ํางานเพยี งพอที่จะทําการซอ่ มแซมหรือเปล่ียนอปุ กรณ์ตา่ งๆ ได้
(5) แผงสวิทช์ ตอ้ งมีตปู้ ดิ มิดชิด และต้องติดต้ังห่างจากเครอื่ งจักรพอทผี่ ู้ปฏบิ ัติจะไมไ่ ด้รับอันตราย
จาก เครอ่ื งจกั รและต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ในกรณที ี่ไมม่ ตี ู้ปดิ มิดชดิ ต้องมรี ว้ั ล้อมรอบเพอื่ ป้องกันมิใหผ้ ไู้ ม่มี
หน้าที่เกี่ยวขอ้ งเข้าไป
(6) แผงสวทิ ช์ ตอ้ งทาํ ด้วยวัสดุทนไฟ และไมด่ ดู ความช้นื
(7) แผงสวทิ ช์ ตอ้ งติดตง้ั ใหม้ ีความแขง็ แรงเพียงพอทีจ่ ะทนแรงปลดและสบั ไดเ้ ปน็ อย่างดี
(8) การตดิ ต้งั และการต่อสายท่ีแผงสวิทช์ ตอ้ งเปน็ ระเบียบ สวิทชท์ กุ ตวั ตอ้ งมีอักษรกาํ กบั บอกถงึ วงจร
ที่สวทิ ชน์ นั้ ควบคุมอยู่ และตอ้ งมีแผนผงั ทางไฟฟ้าให้ตรวจสอบได้
(9) สว่ นที่เปน็ โลหะของแผงสวิทช์ ต้องต่อลงดิน
ข้อ 53 เครอื่ งกําเนิดไฟฟา้
(1) เครอ่ื งกําเนดิ ไฟฟ้า ต้องตดิ ตัง้ ในบรเิ วณพนื้ ทีก่ ว้างพอทจ่ี ะปฏบิ ัตงิ านซ่อมแซมได้
(2)ถา้ ตดิ ตง้ั ภายในหอ้ งตอ้ งมที างระบายอากาศเพียงพอและท่อไอเสยี จากเคร่อื งยนตต์ ้องต่อออก
ภายนอก
(3) ตอ้ งมเี คร่อื งปอ้ งกนั กระแสไหลเกินขนาด
(4) ต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดท่ีใชด้ ับเพลงิ ซง่ึ เกิดจากไฟฟา้ และตอ้ งมีขนาดโตพอท่ีจะดับเพลิงท่ีเกิด
จากนํ้ามนั ทเี่ ก็บไวใ้ นหอ้ งเคร่อื ง ได้เพยี งพอ
(5) ในกรณที ม่ี เี ครอื่ งกาํ เนดิ ไฟฟ้าสํารองจะตอ้ งต่อผ่านสวิตช์ 2 ทาง หรอื อปุ กรณ์อย่างอืน่ ซงึ่ มี
จุดประสงค์เหมอื นกันเท่าน้นั
หมวด 6
สายดนิ และการต่อสายดนิ
ขอ้ 54 ห้ามมใิ ห้ใชส้ ายศนู ย์เปน็ สายดนิ หรอื ใช้สายดินเป็นสายศนู ย์
ขอ้ 55 สายดินต้องเป็นโลหะท่ีไม่ผกุ ร่อนงา่ ย
ข้อ 56 รอยตอ่ หรอื ตอ่ แยกต้องไม่เปน็ เหตุให้เกดิ ความตา้ นทานสงู กวา่ ทก่ี ําหนดไว้ในสายดินน้ัน
ข้อ 57 หา้ มตอ่ ฟิวส์ หรอื เครอื่ งตดั กระแสอตั โนมตั ไิ วใ้ นสายดิน ยกเวน้ ในกรณที เ่ี คร่อื งตดั กระแส
อัตโนมตั นิ นั้ จะทํางานพรอ้ มกันกบั เครอื่ งตดั กระแสท่ีจา่ ยไฟฟ้าให้อุปกรณ์นนั้ ทกุ ทาง
ข้อ 58 หา้ มตอ่ สวิทช์ไวใ้ นสายดิน ยกเว้นในกรณที ี่ติดต้งั ไวใ้ นทเี่ หน็ ได้ชัดโดยทาํ เคร่ืองหมายแสดงใหร้ ู้
ชัดเจนว่าเปน็ สวิตช์ สายดนิ และใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะผูม้ ีหนา้ ท่ีโดยตรงเท่านัน้
ข้อ 59 สายดนิ ของเครอื่ งล่อฟ้า (Lightning Arrester) ตอ้ งตรงและสัน้ เท่าทจี่ ะทําไดโ้ ดยปราศจากมมุ
ขอ้ 60 ขนาดของสายดนิ ที่ใช้ ตอ้ งมขี นาด ดังนี้
(1) สาํ หรับวงจรไฟฟา้ กระแสตรง ขนาดของสายดินต้องไม่เลก็ กวา่ สายตัวนาํ ท่ีใหญท่ สี่ ุดในวงจรน้นั
และไมเ่ ล็กกวา่ สายทองแดงท่ีมีขนาดพนื้ ทีห่ น้าตดั 8 ตารางมลิ ลิเมตร หรอื โลหะชนดิ อนื่ ท่มี คี วามแข็งแรงและ
ความเป็นตวั นําไม่นอ้ ยกว่าน้ัน
(2) สาํ หรับวงจรไฟฟา้ กระแสสลับ ขนาดของสายดินตอ้ งไมเ่ ล็กกวา่ 1/5 ของสายตัวนาํ ทใ่ี หญ่ทสี่ ดุ ใน
วงจรนัน้ และไมเ่ ลก็ กวา่ สายทองแดงท่ีมีพื้นทห่ี น้าตดั 8 ตารางมลิ ลเิ มตร หรือโลหะชนิดอ่นื ท่มี คี วามแขง็ แรง
และความเปน็ ตวั นําไมน่ อ้ ยกว่าน้นั
(3) สําหรบั วงจรของหม้อแปลงหรือเคร่ืองวดั (Instrument Transformer) ขนาดของสายดนิ ต้องมี
พ้นื ที่หนา้ ตดั ไม่น้อยกวา่ สายทองแดงขนาด 3.6 ตารางมลิ ลิเมตร หรอื โลหะชนิดอ่นื ทีม่ คี วามแข็งแรงและความ
เป็นตัวนําไมน่ ้อยกวา่ นน้ั
(4) แผน่ เหล็กทมี่ พี นื้ ท่ีไม่น้อยกว่า 1,800 ตารางเซนติเมตร ถ้าเป็นเหล็กอาบโลหะชนิดกันผกุ ร่อนต้อง
หนาไมน่ ้อยกว่า 6 มลิ ลิเมตร ถา้ เป็นโลหะอ่นื ซึง่ ไมผ่ ุกร่อนต้องหาไม่นอ้ ยกว่า 1.5 มลิ ลเิ มตร ฝังลึกจากผวิ ดินไม่
นอ้ ยกว่า 2 เมตร 40 เซนตเิ มตร
(5) เหลก็ เสน้ หรือสายทองแดงเปลือยขนาดพ้นื ท่หี น้าตัดไมน่ ้อยกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร ยาวไม่นอ้ ย
กวา่ 6 เมตร มว้ นเป็นขดแลว้ ฝังลึกลงดินไมน่ อ้ ยกว่า 2 เมตร 40 เซนติเมตร และเทคอนกรตี ทบั หนาไมน่ ้อย
กว่า 5 เซนติเมตร
ขอ้ 66 ความต้านทานของดินตอ้ งไมเ่ กนิ 24 โอห์ม ณ จดุ ทป่ี ักหลกั ดนิ
ข้อ 67 วงจรหรือระบบไฟฟา้ ต่อไปน้ีให้ยกเวน้ ไมต่ ้องตอ่ ลงดนิ
(1) ระบบไฟฟา้ กระแสตรง
ก. เมือ่ วงจรนน้ั มีเครื่องมอื ชบ้ี อกกระแสไฟรัว่ (Ground Detector) และเปน็ การใช้อุปกรณไ์ ฟฟา้ ทาง
อุตสาหกรรมในบรเิ วณจาํ กดั
ข. เมอื่ ระบบจา่ ยกระแสไฟนั้นมคี วามต่างศักย์ไมเ่ กิน 50 โวลต์ ระหว่างสายกับสาย
ค. เม่อื ระบบจ่ายกระแสไฟมคี วามตา่ งศักย์เกิน 300 โวลต์ ระหวา่ งสายกับสาย
ง.ระบบไฟฟ้ากระแสตรงน้ันไดม้ าจากเคร่อื งแปลงกระแสสลับเป็นกระแสตรง (Rectifier) ซึง่ ดา้ น
กระแสสลบั ไดต้ อ่ ลงดนิ ไว้แล้ว
จ.วงจรที่ใช้กบั สญั ญาณแจง้ เพลิงไหม้ ซง่ึ มกี ระแสสงู สดุ ในวงจรไมเ่ กิน 30 มลิ ลแิ อมแปร์
(2) ระบบไฟฟ้ากระแสสลบั
ก. เมอื่ ระบบไฟฟา้ น้ันมแี รงดนั ไฟฟา้ ระหวา่ งสายกบั สายนอ้ ยกวา่ 50 โวลต์
ข. ระบบไฟฟ้าทจ่ี ะจา่ ยกระแสไฟใหก้ บั เตาหลอมไฟฟา้ (Arc Furnace)
ค.วงจรไฟฟ้าเหลา่ นนั้ มีการปอ้ งกนั ไว้ดว้ ยเคร่ืองตดั วงจรกระแสไฟรวั่ โดยอัตโนมตั ิ (Ground Fault
Circuit Interrupter)
หมวด 7
การตดิ ตัง้ สายล่อฟา้
ขอ้ 68 ปล่องควนั ทีเ่ ปน็ โลหะ ตอ้ งมกี ารปอ้ งกันฟ้าผา่ ดงั นี้
(1) ปลอ่ งควันท่เี ปน็ โลหะไมจ่ าํ เป็นตอ้ งติดตั้งสายลอ่ ฟ้าแตต่ อ้ งมสี ายดนิ ตอ่ ไวใ้ ห้ถูกตอ้ งตามหมวด 6
(2) สายลวดโลหะทยี่ ดึ ปล่องควนั (Metal Guy Wires) ตอ้ งตอ่ ลงดิน แต่ถา้ สายลวดโลหะยึดปลอ่ ง
ควนั นี้ยึดติดกับสมอเหลก็ ทฝี่ งั ลกึ ลงไปในดิน และมคี วามตา้ นทานของดิน (Ground Resistance) ไมเ่ กนิ 25
โอห์ม ให้ถอื วา่ ไดต้ อ่ ลงดินแล้ว
ข้อ 69 ปล่องควนั ทเ่ี ปน็ อฐิ กอ่ หรือคอนกรีตต้องมกี ารปอ้ งกันฟ้าผา่ ดังน้ี
(1) ตดิ ตง้ั หลักลอ่ ฟา้ (Air Terminal) ทปี่ ลายของปลอ่ งควนั ดังนี้
ก. หลักลอ่ ฟ้าต้องเปน็ เหล็กทีแ่ ขง็ แรงไม่เปน็ สนิมหรอื โลหะชนิดอนื่ ท่มี ีความคง ทนต่อการผุกรอ่ นได้
และมคี วามนาํ ไฟฟ้าไมน่ อ้ ยกว่าท่อทองแดงทมี่ ีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 16 มลิ ลเิ มตร และมีความหนาของทอ่
ไมน่ อ้ ยกว่า 0.8 มลิ ลิเมตร
ข. ตดิ ตงั้ รอบปล่องโดยให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 2 เมตร 40 เซนติเมตร และมีสายตอ่ เช่อื มถึงกนั ให้
ครบวงจร (Closed Loop) ถ้าปล่องควันท่ีมฝี าครอบโลหะอยดู่ ว้ ยก็ให้ต่อกับหลกั ลอ่ ฟ้าด้วย
ค. ความสงู ของหลักลอ่ ฟา้ เหนือขอบปลอ่ งควนั ใหเ้ ป็น ดงั น้ี
1. ปลอ่ งควนั ทวั่ ไป สูงไมน่ ้อยกวา่ 50 เซนตเิ มตร และไม่เกนิ กวา่ 75 เซนติเมตร
2. ปล่องระบายควันท่เี ป็นฝนุ่ ไอ หรอื แกส๊ ซง่ึ ระเบดิ ไดเ้ ม่ือมปี ระกายไฟจะตอ้ ง สงู ไมน่ อ้ ยกวา่ 1 เมตร
50 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นปลอ่ งชนดิ ปลายเปิด หลักล่อฟ้าจะต้องตดิ ต้งั ใหส้ งู กวา่ ปลายปล่องไมน่ ้อยกวา่ 4 เมตร
50 เซนติเมตร
(2) หลกั ล่อฟา้ ต้องต่อลงดินดว้ ยสายดนิ ดังนี้
ก. สายดินท่ใี ชต้ ้องเป็นทองแดงชนดิ ทม่ี ีคณุ สมบตั ใิ ช้ในงานไฟฟา้ ซึ่งมีความนําไฟฟา้ ไดต้ ามมาตรฐาน
อุตสาหกรรมที่ มอก. 64-2517 และตอ้ งมขี นาดพน้ื ทหี่ น้าตัดไมเ่ ลก็ กวา่ 70 ตารางมลิ ลเิ มตร
ข. สายท่ีเป็นทอ่ กลวง ตอ้ งเป็นทองแดง โดยมีพ้นื ที่หน้าตัดของเน้อื ทองแดงและความนําไฟฟ้าไม่น้อย
กว่าข้อ ก. และความหนาของทอ่ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 1.5 มลิ ลเิ มตร
ค. สายทเี่ ปน็ แผน่ ยาวหรอื สายถกั ความหนาตอ้ งไมน่ ้อยกว่า 2 มิลลเิ มตร โดยตอ้ งมพี ื้นทีห่ นา้ ตดั ของ
เนื้อทองแดงและความนาํ ไฟฟา้ ไมน่ ้อยกว่าขอ้ ก.
ง. ถ้ามหี ลกั ล่อฟา้ มากกว่าหน่ึงหลกั ต้องมีสายดินอยา่ งน้อย 2 สายตรงข้ามกัน โดยตอ่ จากสายที่
ต่อเชอ่ื มครบวง (Closed Loop) จากสว่ นบนของปล่องไปยงั ดนิ สายดนิ ท้ัง 2 นี้ จะตอ้ งตอ่ เชือ่ มกนั ที่ฐานของ
ปลอ่ งควนั และแต่ละสายแยกต่อกับหลกั ดิน
จ. ถ้าปล่องควนั สูงตั้งแต่ 50 เมตรขนึ้ ไป ตอ้ งต่อเช่อื มครบวงจรสายดนิ ที่ตรงจดุ กึ่งกลางของปล่องควัน
ให้ถึงกัน
(3) ตัวจบั ยึดสายดิน ตอ้ งมีระยะหา่ งและลักษณะ ดงั น้ี