หน่วยท่ี 5 ตรรกศาสตร์
รายวิชา คณิตศาสตรค์ อมพิวเตอร์
ครเู นติมา ชาญชยั ศกั ด์ิ
ตรรกศาสตร์
บทนิยาม ประพจน์ คือ ประโยคบอกเลา่ หรือประโยคปฏิเสธ
ที่เป็นจริงหรือเท็จอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงเทา่ นนั้
ตวั อย่างประพจน์
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ 3 + 4 =10 เซตวา่ งเป็นสบั เซตทุกเซต
ตวั อย่างที่ไม่เป็ นประพจน์ ประโยคไม่อย่ใู นรปู บอกเล่า
หรือปฏิเสธไม่ทราบค่าความจริง
ฝนตกหรือเปลา่ (คาถาม) ไม่เป็ นประพจน์
อยา่ คุยกนั (หา้ ม)
ออกไปใหพ้ น้ (คาส่งั )
ขอใหโ้ ชคดี (อวยพร)
ยุงรา้ ยกวา่ เสือ (สุภาษิต)
ตารางค่าความจริงประพจนท์ ่ีเช่ือมดว้ ย “ หรือ (V)
” p q pVq
TTT เท็จกรณีเดียว คือ ( F ทงั้ คู่ )
TFT
FTT
FF F
ตวั อย่าง
ให้ p แทน 2 + 3 = 9 , q แทน 6 - 5 = 1
(มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ) (มีคา่ ความจริงเป็นจริง )
จะไดป้ ระพจน์ p q แทน 2 +F3 = 9 หรื อ 6 -5T =1 (เป็ นจริ ง)
โดยตารางค่าความจริง T
จะไดป้ ระพจน์ 0 เป็นจานวนนบั หรือ 4 + 6 = 6 - 4 (เป็นเท็จ)
F F
F
ตารางค่าความจริงประพจนท์ ี่เชื่อมดว้ ย “ และ
” p q pq
TTT จริ งกรณีเดียว คือ ( T ทงั้ คู่ )
TFF
FTF
FFF
ตวั อย่าง
ให้ p แทน 2 + 3 = 9 , q แทน 6 - 5 = 1
(มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ) (มีคา่ ความจริงเป็นจริง )
จะไดป้ ระพจน์ p q แทน 2 +F3 = 9 และ 6 -5T = 1 (เป็ นเท็จ)
โดยตารางค่าความจริง F
จะไดป้ ระพจน์ 0 เป็นจานวนคู่ และ 4 + 6 = 6 + 4 (เป็นจริง)
T T
T
ตารางค่าความจริงประพจนท์ ี่เช่ือมดว้ ย “ถา้ …แลว้ ”
p q p q
T T T เท็จกรณีเดียว คือ ( T แลว้ F )
TFF
FTT
FFT
ตวั อย่าง
ให้ p แทน 2 + 3 = 9 , q แทน 6 + 5 = 1
(มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ) (มีคา่ ความจริงเป็นเท็จ )
จะไดป้ ระพจน์ p q แทน ถา้ 2F+ 3 = 9 แลว้ 6F + 5 = 1(เป็นจริง)
โดยตารางค่าความจริง T
จะไดป้ ระพจน์ ถา้ 0 เป็นจานวนคู่ แลว้ 4 + 6 = 5 (เป็นเท็จ)
T F
F
ตารางค่าความจริงประพจนท์ ี่เช่ือมดว้ ย “…ก็ต่อเม่ือ...”
p q p q
TTT
TFF
F T F เหมือนกนั เป็น จริ ง
FFT
ตวั อย่าง
ให้ p แทน 2 + 3 = 9 , q แทน 6 + 5 = 1
(มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ) (มีคา่ ความจริงเป็นเท็จ )
จะไดป้ ระพจน์ p q แทน 2 +F3 = 9 ก็ตอ่ เม่ือ 6F + 5 = 1 (เป็นจริง)
โดยตารางค่าความจริง T
จะไดป้ ระพจน์ 0 เป็นจานวนคู่ ก็ตอ่ เม่ือ 4 + 6 = 5 (เป็นเท็จ)
T F
F
นิเสธของประพจน์
นิเสธ ของประพจน์ 2 + 3 = 5 คือ 2 + 3 5
นิเสธ ของประพจน์ 2 < 3 คือ 2 3 ( 2ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 )
นิเสธ ของประพจน์ p เขยี นแทนดว้ ย ~ p ดงั ตารางคา่ ความจริง
p ~p
TF
FT
การหาค่าความจริงของประพจน์
ตวั อย่าง จงหาคา่ ความจริงของ ~ (A ~ B ) เม่ือ A , B
วิธีทา เป็นประพจน์ ท่ีมีคา่ ความจริงเป็นจริง
~ (A ~B)
T FT
F
T
ดงั น้ันประพจน์ ~ (A ~ B ) มีคา่ ความจริงเป็นจริง
ตวั อย่าง กาหนด p เป็ นจริง q เป็ นเท็จ r เป็ นเท็จ และ s เป็ นจริง
จงหาค่าความจริงของ [ (p q ) r ] (p s )
วิธีทา [ (p q ) r ] (p s )
TF TT
FF
FT
T
ดงั นั้น ประพจน์ [ (p q ) r ] (p s ) มีคา่ ความจริงเป็นจริง
ตวั อย่าง ถา้ (r t ) ~ (s t ) มีค่าความจริงเป็ นจริง
แลว้ จงหา
วิธีทา ค่าความจริงของ r , s และ t
(r t ) ~ (s t )
FF FF
F
T TT
ดงั นนั้ r มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ s มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ
t มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ
การสรา้ งตารางค่าความจริง
พิจารณากรณีคา่ ความจริงของ ประพจน์ p , q และ r
p q r pq r
T TT T
TF TT F
T TF T ถา้ มี n ประพจน์
F T TF F
F FT T จะมีจานวนกรณี
FT F ทงั้ หมด 2n กรณี
FF T
TT FF F
FF
FT
F
ตวั อย่าง จงสรา้ งตารางคา่ ความจริงของ (p q ) (~ p q )
ตวั เช่ือมหลกั
วิธีทา (p q ) (~ p q )
TTT F F F T
T FF T F F F
FTT T T T T
FTF F T F F
ค่าความจริงของประพจน์ ทง้ั 4 กรณี
ตวั อย่าง จงสรา้ งตารางคา่ ความจริงของประพจน์ r (~ p q )
วิธีทา r (~ p q )
T F F FT
F T F FT
T F F FF
F T F FF
T T T TT
FT T TT
TF T FF
F T T FF
คา่ ความจริงของประพจน์ ทงั้ 8 กรณี
ประพจนท์ ่ีสมมลู กนั
ประพจนท์ ่ีสมมูลกนั คือ ประพจนท์ ่ีมีคา่ ความจริงเหมือนกนั กรณีตอ่ กรณี
ตวั อย่าง p q p q ~ p ~ p q
TT T F T
TF F F F
FT T T T
FF T T T
จะเห็นวา่ ประพจน์ p q และ ~ p q มีคา่ ความจริงเหมือนกนั ทุกกรณี
ดงั น้ัน p q สมมูลกบั ~ p q
ตวั อย่าง จงตรวจสอบวา่ ~ (p q ) สมมูลกบั~ p ~ q หรื อไม่
วิธีทา ~ ( p q ) ~ p ~q
F T TT
F T TF F FF
F FT
F F TT
T F FF T FF
T TT
จะเห็นวา่ คา่ ความจริง ~ (p q ) แล~ะ p ~ q เหมือนกนั ทุกกรณี
ดงั นั้น ~ (p q ) (สมมูล) ~ p ~ q
รปู แบบประพจนส์ มมูล ท่ีสาคญั
1. p p p สำคญั มำก
2. p p p
3. p q ~ p q ~ q ~ p
4. p q (p q ) (q p )
5. ~ (~ p ) p
6. ~ (p q ) ~ p ~ q
7. ~ (p q ) ~ p ~ q
8. p (q r ) (p q ) (p r )
9. p (q r ) (p q ) (p r )
10 . (p q ) r p ( q r )
ประพจนท์ ่ีนิเสธกนั
ประพจนท์ ่ีนิเสธกนั คือ ประพจน์ท่ีมีคา่ ความจริงตา่ งกนั กรณีตอ่ กรณี
ตวั อย่าง p q p q ~ q p~ q
TT T F F
TF F T T
FT T F F
FF T T F
จะเห็นวา่ ประพจน์ p q และ p ~ q มีคา่ ความจริงต่างกนั ทุกกรณี
ดงั น้ัน p q เป็นนิเสธกบั p ~ q
ตวั อย่าง จงตรวจสอบวา่ ~ (p q ) เป็นนิเสธกบั~ q p
หรื อไม่ ~q p
วิธีทา ~ ( p q )
F TT
F T TT T TT
F T TF F TF
T FF
F F TT
T F FF
จะเห็นวา่ คา่ ความจริง ~ (p q ) แล~ะ q p ต่างกนั ทุกกรณี
ดงั น้ัน ~ (p q ) เป็นนิเสธกบั ~ q p
สจั นิรนั ดร์
บทนิยาม สจั นิรนั ดร(์ tautology) คือ รปู แบบประพจน์ ท่ีมีค่าความจริง
เป็ นจริงทกุ กรณี
ตวั อย่าง p ( p q )
TT T TT
TT T TF
FT F TT
FT F FF
จะเห็นวา่ ประพจน์ p (p q ) มีคา่ ความจริงเป็นจริงทุกกรณี
ดงั น้ัน p (p q ) เป็นสจั นิรนั ดร์
ตวั อย่าง จงตรวจสอบวา่ (p q ) q เป็นสจั นิรันดรห์ รือไม่
วิธีทา พิจารณาวา่ มีกรณีเท็จหรือไม่
(p q) q
F
FF
F
ใหป้ ระพจนม์ ีคา่ ความจริงเป็นเท็จแลว้ ขดั แยง้
ดงั น้ันไมม่ ีกรณีเป็นเท็จ จึงเป็นสจั นิรนั ดร์
ประโยคเปิ ด
บทนิยาม ประโยคเปิ ด คือประโยคบอกเลา่ หรือปฏิเสธท่ีมีตวั แปรไมเ่ ป็น
ประพจน์แตเ่ ม่ือแทนตวั แปรดว้ ยสมาชิกในเอกภาสมั พทั ธแ์ ลว้ ไดป้ ระพจน์
เช่น 2x + 1 = 3
เพราะว่า ถา้ แทน x = 1 ได้ 2 + 1 = 3 ไดป้ ระพจนท์ ี่เป็ น จริง
เพราะว่า ถา้ แทน x = 0 ได้ 0 + 1 = 3 ไดป้ ระพจนท์ ่ีเป็ น เท็จ
เขาเป็ นนกั คณิตศาสตร์
เพราะว่า ถา้ แทน เขา ดว้ ย ยุคลิด ไดป้ ระพจนท์ ี่เป็ นจริง
ตวั บ่งปริมาณ
ใชส้ ญั ลกั ษณ์ แทน สาหรบั … ทุกตวั
ใชส้ ญั ลกั ษณ์ แทน สาหรบั … บางตวั
เช่น x แทน สาหรบั x ทกุ ตวั
x แทน สาหรบั x บางตวั
ตวั อย่าง สาหรบั x ทุกตวั x + x = 2x
เขียนเป็นสญั ลกั ษณไ์ ด้ x [ x + x = 2x ] , U = R
มีจานวนจริง x ซ่ึง x + 0 = 2x
เขียนเป็นสญั ลกั ษณไ์ ด้ x [ x + 0 = 2x ] , U = R
ตวั อย่าง จงเขียนขอ้ ความแทนประโยคสญั ลกั ษณ์ yx [x 2 y 2 8 ]
จะเขียนได้ สาหรบั จานวนจริง y ทุกตวั จะมีจานวนจริง x บางตวั
ซ่ึง x2 + y2 = 8
จงเขียนขอ้ ความแทนประโยคสญั ลกั ษณ์ yx [x 2 y 2 8 ]
จะเขียนได้ มีจานวนจริง y บางจานวน ซ่ึงสาหรับจานวนจริง x
ทุกจานวน x2 + y2 = 8
จงเขยี นขอ้ ความแทนประโยคสญั ลกั ษณ์ xy [x y R ]
จะเขียนได้ จานวนจริง x , y ทุกจานวนบวกกนั ไดผ้ ลลพั ธเ์ ป็นจานวนจริง
บทนิยาม
ประโยค x [P(x )] มีคา่ ความจริงเป็นจริง ก็ตอ่ เม่ือแทนตวั แปร x
ใน P(x) ดว้ ยสมาชิกแตล่ ะตวั ในเอกภพสมั พทั ธแ์ ลว้ ไดป้ ระพจน์ท่ีมีคา่
ความจริงเป็นจริงทง้ั หมด
ประโยค x [P(x )] มีคา่ ความจริงเป็นเท็จ ก็ตอ่ เม่ือแทนตวั แปร x
ใน P(x) ดว้ ยสมาชิกอยา่ งนอ้ ยหน่ึงตวั ในเอกภพสมั พทั ธแ์ ลว้ ไดป้ ระพจน์ท่ีมีคา่
ความจริ งเป็ นเท็จ
บทนิยาม
ประโยค x [P(x )] มีคา่ ความจริงเป็นจริง ก็ตอ่ เม่ือแทนตวั แปร x
ใน P(x) ดว้ ยสมาชิกอยา่ งนอ้ ยหน่ึงตวั ในเอกภพสมั พทั ธแ์ ลว้ ไดป้ ระพจน์
ท่ีมีคา่ ความจริงเป็นจริง
ประโยค x [P(x )] มีคา่ ความจริงเป็นเท็จ ก็ตอ่ เม่ือแทนตวั แปร x
ใน P(x) ดว้ ยสมาชิกแตล่ ะตวั ในเอกภพสมั พทั ธแ์ ลว้ ไดป้ ระพจนท์ ่ีมีคา่
ความจริงเป็นเท็จทง้ั หมด
ตวั อย่าง จงหาคา่ ความจริงของประโยคท่ีมีตวั บง่ ปริมาณ
x [ x 5 ] , U = { 1 , 2 ,3 }
วิธีทา ให้ P(x) แทน x < 5
จะได้ P (1) แทน 11< 5 ซ่ึงเป็นจริง
P (2) แทน 2 < 5 ซ่ึงเป็นจริง
P (3) แทน 3 < 5 ซ่ึงเป็นจริง
จะเห็นวา่ เม่ือแทน x ดว้ ยสมาชิกแตล่ ะตวั ใน U ในประโยค
x < 5 แลว้ ไดป้ ระพจน์เป็นจริงทงั้ หมด
ดงั น้ัน ประโยคน้ีมีคา่ ความจริงเป็นจริง
ตวั อย่าง จงหาคา่ ความจริงของประโยคท่ีมีตวั บง่ ปริมาณ
x [ x 5 ] , U = I
วิธีทา ให้ P(x) แทน x < 5
จะได้ P (6) แทน 6 < 5 ซ่ึงเป็นเท็จ
จะเห็นวา่ มีสมาชิกใน I อยา่ งนอ้ ยหน่ึงตวั คือ 6 เม่ือนาไปแทน x
ใน P(x) แลว้ ไดป้ ระพจน์ท่ี เป็นเท็จ
ดงั นนั้ ประโยคน้ีมีค่าความจริงเป็ น เท็จ
ตวั อย่าง จงหาคา่ ความจริงของประโยคท่ีมีตวั บง่ ปริมาณ
x [ x 5 ] , U = I
วิธีทา ให้ P(x) แทน x < 5
จะได้ P (4) แทน 4 < 5 ซ่ึงเป็นจริง
จะเห็นวา่ มีสมาชิกใน I บางตวั เชน่ 4 เม่ือนาไปแทน x
ใน P(x) แลว้ ไดป้ ระพจนท์ ่ี เป็นจริง
ดงั นนั้ ประโยคน้ีมีค่าความจริงเป็ น จริง
ตวั อย่าง จงหาค่าความจริงของประโยคท่ีมีตวั บ่งปริมาณ
x [ x 5 ] , U = { 6, 7, 8 }
วิธีทา ให้ P(x) แทน x < 5
จะเห็นว่า ไม่ว่าจะแทน x ดว้ ย 6 หรือ 7 หรือ 8 ใน x < 5
จะไดป้ ระพจนท์ ่ี เป็ นเท็จทง้ั หมด
ดงั นน้ั ประโยคน้ีมีค่าความจริงเป็ น เท็จ
ตวั อย่าง จงหาค่าความจริงของประโยคที่มีตวั บ่งปริมาณ
x [ x 0 x 2 0 ] , U = { -1 , 0 , 1 }
วิธีทา พิจารณา ประโยคเปิด x [ x 0 x 2 0 ]
แทนคา่ x = -1 จะได้ -1 < 0 (-1) 2 > 0 ซ่ึงเป็นจริง
แทนคา่ x = 0 จะได้ 0 < 0 (0) 2 > 0 ซ่ึงเป็นจริง
แทนคา่ x = 1 จะได้ 1 < 0 (1) 2 > 0 ซ่ึงเป็นจริง
ดงั น้ัน x [ x 0 x 2 0 ] เป็ นจริง
ตวั อย่าง จงหาคา่ ความจริงของประโยคท่ีมีตวั บง่ ปริมาณ
x [ x 0 ] x [ x 2 0 ] , U = { -1 , 0 ,1 }
วิธีทา พิจารณาประโยค x [ x 0 ]
แทนคา่ x = -1 จะได้ - 1 < 0 เป็นจริง
ดงั น้ัน x [ x 0 ] มีคา่ ความจริงเป็น จริง
พิจารณาประโยค x [ x 2 0]
แทนคา่ x = 0 จะได้ 02 > 0 เท็จ
ดงั นั้น x [ x 2 0] มีคา่ ความจริงเป็น เท็จ
ดงั นั้น x [ x 0 ] x [ x 2 0 ] มีคา่ ความจริงเป็นเท็จ
สมมลู และนิเสธของประโยคที่มีตวั บ่งปริมาณ
รปู แบบที่ 1 ~ x [P (x ) ] ÊÁÁÙšѺx [~ P (x ) ]
หรือ
นิเสธของ x [P (x ) ] ¤×Í x [~ P (x ) ]
รปู แบบที่ 2 ~ x [P (x ) ] ÊÁÁÙšѺx [~ P (x ) ]
หรือ
นิเสธของ x [P (x ) ] ¤×Í x [~ P (x ) ]
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ x [x 3 5 ]
ตอบ x [~ (x 3 5)] หรือ x [x 3 5]
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ
จานวนจริงทกุ จานวนเป็ น จานวนค่ี
ตอบ มี จานวนจริงบางจานวนไม่เป็ นจานวนค่ี
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ
จานวนจริงบาง จานวนเป็ น จานวนคู่
ตอบ จานวนจริงทุก จานวนไม่เป็ นจานวนคู่
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ )
x [ x 0 ] x [ x 2 0 ]
เขียนแทนดว้ ย ~ ( x [ x 0 ] x [ x 2 0 ]
~ x [ x 0] ~ x [ x 2 0 ]
x [ x 0] x [x 2 0]
ดงั น้ัน นิเสธของ x [ x 0 ] x [ x 2 0 ] คือ
x [ x 0] x [x 2 0]
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ
เขียนแทนดว้ ย x [ P (x ) Q (x ) ]
~ x [ P (x ) Q (x ) ]
x [ ~ (P (x ) Q (x ) ) ]
x [ ~ ( ~ P (x ) Q (x ) ) ]
x [ P (x ) ~ Q (x ) ]
ดงั น้ัน นิเสธของ x [ P (x ) Q (x ) ] คือ
x [ P (x ) ~ Q (x ) ]
ตวั อย่าง จงหานิเสธของขอ้ ความ
xy [xy 0 (x 0 y 0 ) ]
นิเสธคือ xy [ ~ (xy 0 (x 0 y 0 ) ) ]
xy [ ~ (xy 0 (x 0 y 0 ) ) ]
xy [ xy 0 (x 0 y 0 ) ]
ดงั น้ัน นิเสธของ xy [xy 0 (x 0 y 0 ) ]
คือ xy [ xy 0 (x 0 y 0 ) ]
การอา้ งเหตุผล
ถา้ P1 , P2 P3 , . . . , Pn เป็ นเหตุ
และ C เป็ นผล
แลว้ ( P1 p 2 P3 . . . Pn ) C
เป็ นสจั นิรนั ดร์ จะกล่าวว่า การอา้ งเหตผุ ล สมเหตสุ มผล (valid)
ไม่เป็ นสจั นิรนั ดร์ จะกล่าวว่า การอา้ งเหตุผล ไมส่ มเหตสุ มผล (invalid)
ตวั อย่าง จงพิจารณาว่าการอา้ งเหตผุ ลน้ีสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p q
2. p
ผล q
วิธีทา ตรวจสอบรูปแบบประพจน์ [ (p q ) p ] q
เป็นสจั นิรันดรห์ รือไม่ [(p q) p ] q
FFF F
เป็นสจั นิรนั ดร์ TF T
ดงั นนั้
สมเหตุสมผล
ตวั อย่าง จงพิจารณาวา่ การอา้ งเหตุผลตอ่ ไปน้ีสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. ถา้ ฝนตก แลว้ หลงั คาบา้ นเปียก
2. หลงั คาบา้ นไมเ่ ปียก
ผล ฝนไม่ตก
วิธีทา ให้ p แทน ฝนตก q แทน หลงั คาบา้ นเปียก
จะไดป้ ระโยคสญั ลกั ษณ์ เหตุ 1. p q
2. ~ q
ผล ~ p
พิจารณารูปแบบประพจน์ (p q ) ~ q ] ~ p
จะได้ เป็นสจั นิรนั ดร์ ดงั นน้ั สมเหตสุ มผล
รปู แบบประพจนท์ ่ีสมเหตุสมผล
รปู แบบท่ี 1 เหตุ 1. p q รปู แบบท่ี 2 เหตุ 1. p q
2. p 2. ~ q
ผล q ผล ~ p
รปู แบบที่ 3 เหตุ 1. p q รปู แบบท่ี 4 เหตุ p q
ผล ~ q ~ p
2. q r
หรื อ ผล ~ p q
ผล p r
รปู แบบประพจนท์ ่ีสมเหตสุ มผล
รปู แบบที่ 5 เหตุ 1. p q รปู แบบท่ี 6 เหตุ 1. p r
ผล
2. ~ p 2. q s
q 3. p q
ผล ~ p
รปู แบบที่ 7 เหตุ p q รปู แบบที่ 8 เหตุ p
ผล p q
ผล p
หรือ ผล q
ตวั อย่าง จงพิจารณาวา่ การอา้ งเหตุผลตอ่ ไปน้ีสมเหตุสมผลหรือไม่
เหตุ 1. p q
2. q s
3. ~ t ~ s
ผล t เขียนเสน้ โยงเหตุและผลสมั พนั ธต์ อ่ เน่ืองกนั ไดด้ งั น้ี
à˵Ø1. p q q s
à˵Ø2. q s t ผล
à˵Ø3. ~ t ~ s s t ดงั นนั้ สมเหตสุ มผล