หน่วยท่ี2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณียา เหล่าวนาสวัสด์ิ
หน่วยที่ 2
ประเภทและพันธ์ุสุกร
1. ลกั ษณะทว่ั ไปของสกุ ร
สุกรเปน็ สตั วเ์ ลือดอุน่ ไมม่ ตี ่อมเหง่อื มชี ้นั ไขมันใต้ผวิ หนังหนา มีพฤติกรรมอยู่เปน็ ฝูง และสนใจต่อสิ่งแวดล้อม
นิสัยชอบน้ำต้องการคอกที่มีอากาศถ่ายเทดี และอบอุ่นอุณหภูมิประมาณ 24 - 28 องศาเซลเซียส มีอุณหภูมิคงที่ไม่
เปลี่ยนแปลงเพราะสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่ทนต่อสภาพอากาศร้อน เนื่องจากอากาศร้อนจะมีผลต่อปริมาณการกินอาหาร
ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร องค์ประกอบของคุณภาพซาก การสืบพันธุ์ และการให้ผลผลิตอื่น ๆ อุณหภูมิของ
ร่างกายเฉลี่ยประมาณ 39 องศาเซลเซียส อัตราการเต้นของหัวใจปกติ 60 - 80 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ
ปกติ 20 - 30 ครั้งต่อนาที
2. ประเภทของสกุ ร และพนั ธส์ุ กุ ร
พันธุส์ ุกร เปน็ ปจั จัยทีส่ ำคญั อกี ปัจจัยหนงึ่ ตอ่ การผลิตสกุ รใหป้ ระสบผลสำเร็จ ซ่งึ ปจั จุบัน มีพนั ธสุ์ ุกรท่ีเลี้ยงกัน
อยู่ทั่วโลกไมน่ ้อยกวา่ 80 พันธุ์มีทั้งพันธ์ุดั้งเดิม และพันธุ์ท่ีปรับปรุงขึ้นมาใหม่ไดม้ ีการพัฒนาพันธุ์สุกรให้มีสมรรถภาพ
การให้ผลติ ผลที่ดีมเี นอื้ แดงมาก มันนอ้ ย เพ่ือสนองตอ่ ความตอ้ งการของผูบ้ รโิ ภคสามารถจำแนกประเภทของสุกรตาม
ลกั ษณะคณุ ภาพซากได้ 3 ประเภท
สกุ รสามารถจัดแบ่งเปน็ 3 ประเภท คอื
1. ประเภทมนั (Lard type)
เป็นสกุ รพันธุ์ดั้งเดิมมกี ารเจริญเตบิ โตช้า มีรูปร่างกลม สั้น ประสิทธิภาพการผลติ ต่ำ โตช้า หัวใหญ่ คางย้อย
เนือ้ สนั เลก็ สะโพกเลก็ ซึ่งเป็นลกั ษณะทไี่ ม่ตอ้ งการของตลาด สำหรับประเทศไทยยงั พบอยบู่ า้ งตามชนบท หรือชาวเขา
สุกรประเภทน้ีเชน่ พนั ธรุ์ าด พนั ธ์ุไหหลำ พันธุค์ วาย และพนั ธพ์ุ วง
2. ประเภทเบคอน (Bacon type)
เปน็ สุกรพนั ธด์ุ ัง้ เดิมของทวีปยโุ รป รูปรา่ งลกั ษณะของสกุ รประเภทนี้ คอื ลำตวั ยาวแต่คอ่ นข้างบางกว่าประเภท
เน้ือ ความโคง้ ของลำตวั และหลงั นอ้ ยกวา่ ประเภทเนอื้ มีมันน้อย และมเี น้ือมากจดุ ประสงค์ทีผ่ ลิตสกุ รประเภทน้คี อื ชาว
ยโุ รป นำมาทำผลติ ภัณฑช์ นิดหน่งึ ช่ือ เบคอน ซงึ่ เปน็ สว่ นที่อยูบ่ ริเวณสีขา้ งหรือท่ีเรียกวา่ “เนื้อสามชน้ั ” ดงั น้นั จงึ พยายาม
ปรับปรุงให้ชั้นเนื้อของบริเวณสีข้างนั้นหนาหรือมีหลายชั้น และมีปริมาณของมันลดน้อยลง สุกรป ระเภทนี้เช่น พันธุ์
ลาร์จไวท์ และพันธุแ์ ลนด์เรซ
3. ประเภทเน้ือ (Meat type)
สว่ นใหญเ่ ป็นสกุ รประเภทพนั ธ์ุด้ังเดมิ ทไี่ ด้รับการปรบั ปรุงคัดเลือกโดยเน้นการผลิตเนือ้ มากกว่าผลิตมัน เป็น
สุกรทเ่ี ล้ยี งกนั มากในสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับบรโิ ภคเน้ือ นอกจากน้ีก็มีสุกรพันธใุ์ หม่ทเ่ี กิดจากสกุ รลูกผสมระหว่าง
ประเภทมันกับประเภทเบคอน รูปร่างโดยทั่วไปมีรูปร่างสันทัด ค่อนข้างหนา ความยาวของล ำตัวสั้นและหนากว่า
ประเภทเบคอน ความโค้งของสันหลังคล้ายคันธนู และโค้งกว่าสุกรประเภทเบคอน สะโพกผายใหญ่ดูชัดเจน ไหล่โต
กวา้ ง ความลกึ ของลำตัวพอประมาณ สกุ รประเภทนีต้ า่ งก็มลี ักษณะและคณุ สมบตั ิดีเด่นแตกต่างกันขน้ึ กับลกั ษณะ และ
คณุ สมบัติของแต่ละพนั ธุ์ สุกรประเภทน้ี เช่น พนั ธ์ดุ รู ็อค พันธแ์ุ ฮมเชยี ร์ และพนั ธุเ์ บอรก์ เชียร์
หน่วยที่2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณียา เหล่าวนาสวสั ด์ิ
สุกรประเภทมนั (ด้งั เดมิ ) สกุ รประเภทเนอื้ (ปรับปรงุ )
ภาพท่ี 1 แสดงลกั ษณะสกุ รประเภทมัน และประเภทเนอ้ื
ที่มา : Krider and Carroll (1971)
4. พนั ธ์ุ และลกั ษณะประจำพนั ธุ์
1. พนั ธพ์ุ ื้นเมอื ง (Native breeds)
สุกรพันธพุ์ ้ืนเมอื งเป็นสกุ รทเี่ ลีย้ งอยตู่ ามหมบู่ า้ นชนบทและพวกชาวเขา ลกั ษณะโดยท่ัวไป จะมขี นสดี ำ ท้องยาน
หลังแอ่น การเจริญเติบโตช้า ตะโพกเล็ก อัตราการเปลี่ยนอาหารเปน็ เนื้อต่ำประมาณ 180 - 350 กรัมต่อวัน ใช้เวลา
เลี้ยงนาน 12 - 15 เดือน จึงจะได้น้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัม ต้องใช้อาหาร 5 - 7 กิโลกรัม ในการสร้างน้ำหนักตวั
1 กโิ ลกรมั แต่ให้ลูกดก และเลยี้ ง ลกู เกง่ มีความอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมไดด้ ี จะมชี อ่ื เรียกตา่ งกันไปตาม
ท้องถิ่น เช่น สกุ รพนั ธไ์ุ หหลำ พนั ธค์ุ วาย พันธุร์ าด พันธุ์พวง เหมยซาน สกุ รปา่ เป็นตน้ สุกรทเ่ี ป็นพนั ธพ์ุ ้นื เมืองของไทย
มดี งั นี้
1.1 พนั ธไุ์ หหลำ สันนิษฐานวา่ ถกู นำมาจากทางตอนใตข้ องประเทศจีน คนจนี เรยี กว่า ไหหนาน (Hainan) เลยี้ ง
กันมากในหมู่ชาวจีนแถบภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตกและภาคใต้ของไทย เป็นสุกรที่มีลักษณะลำตัวสีดำท้องขาว
หรือดำปนขาว หัวไม่โตเกินไป จมูกยาวแอ่นเล็กน้อย หูตั้ง หลังแอ่น ท้องยาน คางย้อย ไหล่กว้าง สะโพกเล็ก
ข้อขาทั้ง 4 อ่อนเหมือนตีนเป็ด ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง โตช้า มีความอดทนดี ขุนให้อ้วนได้ง่าย จัดเป็นสุกรพ้นื เมืองที่มี
ลักษณะทางเศรษฐกจิ ดีทส่ี ดุ เมอ่ื โตเตม็ ที่ ตวั ผหู้ นัก 125 - 150 กโิ ลกรมั ตัวเมยี หนัก 90 - 110 กโิ ลกรมั
ภาพที่ 2 แสดงสกุ รพนั ธ์ไุ หหลำ
ทีม่ า : สุวรรณา พรหมทอง
หนว่ ยท่ี2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณยี า เหล่าวนาสวสั ด์ิ
1.2 พนั ธุ์ควาย เลี้ยงกันมากแถบภาคเหนือของไทย มีขนาดใหญ่ที่สุดในสุกรพ้ืนเมืองด้วยกนั ลักษณะคลา้ ย
พันธุ์ไหหลำ แต่จะมีสีดำเข้มกว่า อาจมีสีขาวที่พื้นท้องและที่ขาบ้าง ลำตัวค่อนข้างใหญ่ โครงกระดูกใหญ่ จมูกตรง
และสั้น ลำตวั ส้นั กว่าพนั ธ์ุไหหลำ ใบหใู หญป่ รกเลก็ น้อย คางย้อย ผิวหนงั ยน่ พงุ หย่อน หลังแอ่น สะโพกเลก็ ข้อขาอ่อน
อ้วนยาก ที่ขอบตา มีขนสีขาวรอบ ๆ ตาชัดเจน บางครั้งจึงเรียกว่า “หมูตาขาว” เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้หนัก 160 - 180
กิโลกรัม และตวั เมียหนกั 90 - 120 กโิ ลกรัม
ภาพที่ 3 แสดงสกุ รพนั ธุ์ควาย
ท่ีมา : สุวรรณา พรหมทอง
1.3 พันธุ์ราด หรือกระโดน เลี้ยงกันมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทย (บุรีรัมย์ สุรินทร์
ศรีสะเกษ) ลักษณะลำตัวสีดำ มีสีขาว 6 แห่ง คือปลายจมูก ปลายหาง และเท้าทั้งสี่ ตัวเล็ก และสั้นป้อม
(มีซี่โครง 8 - 9 คู)่ หเู ล็กตงั้ หนา้ แหลม ปราดเปรยี ว กระดูกเล็ก เนื้อแนน่ โตช้าเมอื่ โตเตม็ ทต่ี วั ผูห้ นกั 90 - 110 กิโลกรมั
ตวั เมียหนกั 80 - 90 กโิ ลกรมั
1.4 พันธุ์พวง เลี้ยงกันมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทย ลำตัวมีขนาดเล็ก สีดำ ผิวหนัง
หยาบ และหนา คางใหญ่ไหล่กว้าง หลังแอ่น สะโพกเล็ก เมื่อโตเต็มที่ผิวหนังจะหยาบย่นมาก ตัวผู้หนัก 90 - 110
กิโลกรมั ตัวเมยี หนัก 80 - 90 กโิ ลกรัม
ภาพที่ 4 แสดงสกุ รพนั ธ์ุราด หรอื กระโดน ภาพท่ี 5 แสดงสกุ รพนั ธพ์ุ วง
ทม่ี า : สุวรรณา พรหมทอง ทมี่ า : สุวรรณา พรหมทอง
1.5 พันธุ์เหมยซาน (Meishan) เป็นพันธุ์พื้นเมืองของสาธารณรัฐประชาชนจีน และ เป็นสายพันธุ์หนึ่งของ
พันธไ์ุ ทห้ ู รฐั บาลจีนได้นอ้ มเกลา้ ถวายแดส่ มเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ เมื่อวนั ท่ี 19 มถิ ุนายน พ.ศ. 2524 จำนวน 4 คู่
เพ่ือขยายพันธุ์ และเผยแพร่แก่เกษตรกรรายย่อย ลักษณะทั่วไป มีสีดำปลอด หน้าผากย่น หลังแอ่น ท้องยานเกือบ
ถึงพื้น ใบหูใหญ่ปรกลง ตัวเล็ก ลำตัวอ้วนกลม หนังหนาเหมือนหมูป่า หากินเก่งสามารถใช้อาหารหยาบต่าง ๆ ได้ดี
หน่วยท่ี2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณยี า เหล่าวนาสวสั ด์ิ
มคี ุณภาพซากตำ่ โตชา้ จงึ ไมเ่ หมาะทจ่ี ะเลี้ยงเชิงพาณชิ ย์ มีเต้านม 16 - 18 เต้าให้นำ้ นมมาก เล้ียงลกู เก่ง เป็นพันธุ์สุกร
ทีย่ อมรบั กนั ว่าให้ลกู ดกท่ีสดุ (18 - 24 ตวั ตอ่ ครอก) เปน็ หนมุ่ เป็นสาวเรว็ เม่ือโตเต็มท่ีหนกั ประมาณ 170 - 190 กโิ ลกรมั
ภาพท่ี 6 แสดงสกุ รพนั ธุเ์ หมยซาน
ท่ีมา : Breeds of Livestock (1995)
1.6 พันธุจ์ นิ หัว (Jinhua) เป็นพันธุ์พืน้ เมืองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่รัฐบาลจีนน้อมเกล้าถวายแด่สมเด็จ
พระบรมราชนิ ีนาถ เมอ่ื วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 เพ่อื การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพน้ื ทสี่ งู ตามโครงการ
ตามพระราชดำริ ลักษณะทั่วไป ลำตัวสีขาว แต่ที่ส่วนหัว และบั้นท้าย มีสีดำ จึงเรียกว่า Two end black ใบหูปรก
ตัวเล็กผวิ หนงั บาง ใหล้ กู ดก จำนวนเตา้ นมเฉล่ีย 16 เต้า เน้อื ละเอยี ด จดั ว่าเป็นสกุ รท่ีนำมาผลติ แฮม ได้ดที ีส่ ดุ พนั ธ์ุหนึ่ง
โตเตม็ ทห่ี นกั ประมาณ 110 - 140 กิโลกรมั
ภาพท่ี 7 แสดงสกุ รพนั ธุ์จนิ หวั
ท่มี า : ศูนย์ศิลปาชพี สีบัวทอง
1.7 สุกรปา่ เปน็ สุกรปา่ เดมิ แถบเอเชยี (East indica pig) เลยี้ งกนั ตามภาคตา่ ง ๆของประเทศไทย ตัวเล็กกลม
ผิวหนังหนา ขนหยาบแขง็ มีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำเข้ม หน้าแหลมยาวกว่าสุกรพื้นเมอื งพันธุ์อื่น ๆ ขามีขนาดเล็กเรยี ว
ดูปราดเปรียว เติบโตช้า ให้ลูกไม่ดก ทนทานสภาพแวดล้อมดี นิยมเลี้ยงกันอยู่ 2 พันธุ์ คือพันธุ์หน้ายาว และพันธ์ุ
หน้าสน้ั เมอ่ื โตเต็มทหี่ นักประมาณ 80 กโิ ลกรมั
ภาพท่ี 8 แสดงสกุ รป่า
ที่มา : องค์การสวนสัตวแ์ ห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
หน่วยท่ี2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณยี า เหลา่ วนาสวสั ด์ิ
2. พันธุต์ ่างประเทศ (Exotic breeds)
สกุ รพนั ธุ์จากต่างประเทศส่วนใหญจ่ ะนำเข้ามาจากยโุ รป แคนาดา และสหรฐั อเมรกิ า โดยภาครฐั และเอกชน
เพื่อผลทางการค้า และการปรับปรุงพันธุ์สุกรในประเทศให้มีคุณภาพดีขึ้น สุกรพันธุ์เหล่านี้ได้รับการปรับปรุงพันธ์ุ
ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของตลาด เชน่ คณุ ภาพซากดี เติบโตเร็ว อัตราการแลกน้ำหนกั ดีมาก ซ่งึ ปัจจุบันสุกรพันธ์ุที่
ได้รับความนิยมเลยี้ งในประเทศไทย มดี งั น้ี
2.1 พันธุ์ลาร์จไวท์ (Large White) ถิ่นกำเนิดอยู่ประเทศอังกฤษ ลักษณะประจำพันธุ์ คือ ผิว และขนสีขาว
ตลอดตัว ใบหูตั้ง ลำตัวยาว หัวขนาดปานกลาง ไหล่หนา หลังค่อนข้างตรง ขาแข็งแรง ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง
เติบโตเร็ว คุณภาพซากดีให้ผลผลิตเบคอน และเน้ือแดงคุณภาพดี อัตราแลกนำ้ หนักดี เมื่อโตเต็มที่หนัก 250 - 360
กิโลกรัม นิยมนำไปผสมข้ามพันธ์ผุ ลิตแมส่ องสายทีม่ คี ณุ ภาพดี เหมาะสมที่จะใชเ้ ปน็ ทงั้ สายพ่อพนั ธ์ุ และแมพ่ นั ธุ์
ภาพที่ 9 แสดงสกุ รพนั ธ์ุลารจ์ ไวท์
ที่มา : Swine Genetics International (2017)
2.2 พันธแ์ุ ลนดเ์ รซ (Landrace) ถนิ่ กำเนิดอยปู่ ระเทศเดนมารก์ ลกั ษณะประจำพันธุค์ อื ผิว และขนสีขาวตลอดตัว
หูใหญ่ปรกไปข้างหน้า หลังตรง ลำตัวยาวลึก มีซี่โครงมากถึง 16 - 17 คู่ (สุกรปกติมีซ่ีโครง 15 - 16 คู่) หัวเล็กเรียว
สะโพกใหญเ่ ด่นชัด ให้ลูกดก เป็นแม่ทดี่ ี เลยี้ งลกู เกง่ โตเรว็ คุณภาพซากดีมาก ไขมันสนั หลังบาง นำมาผลติ เบคอน
คุณภาพดมี าก ขาและข้อเทา้ เลก็ ยาว ทำให้มปี ัญหาด้านขาอ่อน ไมค่ ่อยแขง็ แรง แต่มีความสมบรู ณ์พันธุ์สงู และนยิ มใช้
เป็นสายแม่พันธุ์ ในการผลติ แมพ่ ันธุส์ องสายเลือด โตเต็มท่หี นกั 250 - 360 กิโลกรมั
ภาพท่ี 10 แสดงสกุ รพนั ธ์ุแลนด์เรซ
ทม่ี า : Swine Genetics International (2017)
หนว่ ยที่2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณยี า เหล่าวนาสวัสดิ์
2.3 พนั ธ์ดุ รู ็อค (Duroc) มถี นิ่ กำเนิดอยปู่ ระเทศสหรฐั อเมรกิ า ลักษณะประจำพันธุ์คอื ผวิ หนัง และขนมีสีแดง
ความเข้มของสขี นจะแตกตา่ งกนั ไปตงั้ แตส่ เี หลอื งทองไปจนถงึ สีแดงเข้มหรือนำ้ ตาลแก่ โคนหตู ง้ั ปลายหปู รกลง ลำตวั สน้ั
หนา หลงั โคง้ หนา้ สัน้ หัวใหญ่ สะโพกใหญ่ ไหล่หนา ขาใหญแ่ ข็งแรง ให้ลกู ดกปานกลาง เลย้ี งลกู ไมเ่ กง่ คุณภาพซากดี
อว้ นงา่ ยมีไขมันหนากวา่ พนั ธุ์ลารจ์ ไวท์และแลนด์เรซ เตบิ โตเร็วมากในระยะ 90 กโิ ลกรมั แรก หลังจากนั้นจะมกี ารสะสม
ไขมันมากกว่าสกุ รพนั ธอุ์ ่นื แขง็ แรงทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี นยิ มใช้เปน็ สายพ่อพนั ธ์เุ พ่ือผลติ สุกรขุนลูกผสมสาม
สายเลือด โตเตม็ ที่หนัก 250 - 390 กโิ ลกรัม
ภาพที่ 11 แสดงสกุ รพนั ธุ์ดูรอ็ ค
ท่ีมา : Swine Genetics International (2017)
2.4 พันธุเ์ ปยี แตรง หรอื เพยี เทรน (Pietrain) มถี น่ิ กำเนิดอย่ปู ระเทศเบลเย่ียม ลกั ษณะประจำพันธุ์ คอื มสี ดี ำ
ปนขาว และสีเหลืองสลับดำ ใบหูตั้ง หัวเรียวเล็ก ไหล่กว้าง หลังกว้าง สะโพกกลมใหญ่ เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ
มเี ปอรเ์ ซ็นตเ์ นื้อแดงมากท่ีสดุ ให้ลกู ดกพอสมควร เลย้ี งลกู ไมเ่ กง่ อตั ราการแลกน้ำหนกั ดี แตโ่ ตชา้ ตืน่ ตกใจงา่ ย ไม่ทน
ร้อนจะช็อคตายง่าย และเน้ือมีลกั ษณะสซี ดี และฉ่ำนำ้ (Pale Soft Exudative : PSE) นิยมนำมาผสมขา้ มพนั ธุเ์ พ่ือการผลติ
สุกรขนุ สามสายเลือด โตเต็มที่หนกั 180 - 220 กโิ ลกรมั
ภาพท่ี 12 แสดงสุกรพนั ธุ์เปียแตรง
ทม่ี า : Swine Genetics International (2017)
2.5 สุกรพันธุ์แฮมเชียร์ (Hamshire) สุกรพันธุ์แฮมเชียร์เป็นสุกรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ลักษณะ
โดยท่ัวไป คอื ผวิ หนงั และขนจะมีสดี ำตลอดตามลำตวั โดยจะมสี ขี าวคาดบรเิ วณไหล่และขาหน้า ลกั ษณะใบหูตั้ง มลี ำตวั
ใหญห่ นา มีความแขง็ แรงในสภาพการเล้ยี งตา่ ง ๆ ไดด้ ี มีอตั ราการเจรญิ เตบิ โตเรว็ ประมาณ 700 กรัมต่อวัน และมอี ตั รา
การเปล่ียนอาหารเป็นน้ำหนกั ดปี ระมาณ 2.0 - 3.0 มลี ักษณะความเปน็ แม่ได้ไมด่ ี ใหล้ กู ไมด่ ก เล้ียงลกู ไม่เกง่ จงึ นิยมมา
ใช้ทำเป็นสายพ่อพันธุ์เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 250-350 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้าหนักประมาณ
235-300 กิโลกรัม
หนว่ ยท่ี2 ประเภทและพนั ธสุ์ กุ ร ครธู าณียา เหลา่ วนาสวสั ด์ิ
ภาพที่ 13 แสดงสุกรพนั ธุ์แฮมเชียร์
ท่ีมา : Swine Genetics International (2017)
5. ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งสกุ รพนั ธพ์ุ น้ื เมอื งกบั สกุ รพนั ธตุ์ า่ งประเทศ
ขอ้ แตกตา่ งระหว่างสกุ รพนั ธพ์ุ ื้นเมอื งและสกุ รพนั ธจุ์ ากตา่ งประเทศ สามารถสรุปขอ้ แตกตา่ งได้
ตารางที่ 1 สรปุ ขอ้ แตกต่างระหว่างสกุ รพนั ธุพ์ นื้ เมือง กบั สกุ รพันธต์ุ า่ งประเทศ
ลกั ษณะ พนั ธพุ์ นื้ เมอื ง พนั ธตุ์ า่ งประเทศ
1. ขนาดรปู ร่าง
มขี นาดเลก็ ลำตัวสนั้ หลังแอน่ มีขนาดใหญ่ ลำตวั ยาว หลงั ตรง
2. การเจริญเตบิ โต ท้องยาน ทอ้ งเรียบขนานกับพื้น
3. การเปลย่ี นอาหาร โตชา้ โตเรว็
มคี วามสามารถในการเปล่ยี น มคี วามสามารถในการเปลย่ี นอาหาร
4. ความทนทาน อาหารเปน็ เน้ือไมด่ ี กินมากโตช้า เป็นเนอ้ื ไดด้ ี กนิ น้อยโตเร็ว
5. คณุ ภาพซาก ทนทานตอ่ สภาพแวดล้อมไดด้ ี ไมท่ นทานตอ่ สภาพแวดล้อมในไทย
ซากมีเนอ้ื แดงน้อย ซากมเี นอ้ื แดงมาก
6. พนั ธ์สุ กุ รหลักทใ่ี ช้ในการผลิต
สุกรพันธ์ตุ า่ งประเทศทเ่ี ลยี้ งกันอยู่ในประเทศไทย เปน็ พนั ธ์ทุ ไี่ ดร้ ับการปรับปรุงและบำรุงพันธ์ุเป็นอย่างดีจาก
ต่างประเทศทั้งในยุโรปและอเมริกา พันธุ์สุกรพันธุ์หลักที่ใช้ในการผลิตพบว่ามีอยู่ 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ลาร์จไวท์
พันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ดูร็อค โดยใช้สุกรพันธุ์ลาร์จไวท์และพันธุ์แลนด์เรซผลิตเป็นสายแม่ และใช้สุกรพันธุ์ดูร็อค
เป็นสายพ่อ เพื่อผลิตสุกรขุนจำหน่าย พันธุ์สุกรทั้งสามพันธุ์ขณะนี้มีอยู่หลายสายพันธุ์ที่มีการนำเข้ามาเลี้ยง
เช่น สุกรพันธุ์ลาร์จไวท์ และสุกรพันธุ์แลนด์เรซ จะมีทั้งสายพันธุ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เดนมาร์ค
และฮอลแลนด์ เป็นต้น ส่วนสุกรพันธุ์ดูร็อคส่วนมากจะเป็นสายพันธ์ุของสหรัฐอเมรกิ า เดนมาร์ค และแคนาดา สุกร
แต่ละสายพันธ์ขุ องแต่ละประเทศ จะมีลักษณะเดน่ ของสายพันธแ์ุ ตกต่างกนั ออกไปตามจุดประสงคใ์ นการผสมพันธ์ุและ
ปรบั ปรุงพันธท์ุ ส่ี อดคลอ้ งกับความต้องการของตลาด และปจั จัยประกอบอ่ืน ๆ
หนว่ ยท่ี2 ประเภทและพนั ธส์ุ กุ ร ครธู าณียา เหลา่ วนาสวัสดิ์
เอกสารอา้ งองิ
ไพฑูรย์ ศรีโพนทัน. 2553. การผลติ สุกร. แผนกวิชาสัตวศาสตร์ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี มหาสารคาม.
โรงพมิ พ์สารคามการพิมพ์-สารคามเปเปอร์.
วนั ดี ทาตระกลู . 2546. สกุ รและการผลิตสุกร. ภาควชิ าสตั วศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่
สวุ รรณา พรหมทอง. 2559. หลักสัตวศาสตร์. สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยั รามคำแหง
ณรงค์ ชมภูนุช. 2559. การผลิตสุกร. สืบค้นวันที่ 24 กุมภาพันธุ์ 2565. จากhttp://pubhtml5.com/yyjp/xsjb/basic
Hermitage Pedigree pigs. 2017. Breeding swine. สบื คน้ วนั ที่ 1 มีนาคม 2565.จาก http://www.hermitage.ie/gp-
large-white.htm
Rothschild, M.F. 1982. “Genetic defect or accident of development”. Hog Farm Management. (July) pp :
28-29.
Swine Genetics International. 2017. Boar catalog. สบื คน้ วันท่ี4มีนาคม2565.จาก http://www.swinegenetics.com.