ความเปน็ มา เมอ่ื สร้างสาเร็จใน พ.ศ. ๒๔๓๐ ไดโ้ ปรดเกล้าฯ ใหน้ าภาพไปประดบั พระเมรุ
ท้องสนามหลวง เม่อื คร้ังพระราชทานเพลิงศพ
โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เกดิ ข้นึ โดยพระราชดาริ
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงเลอื กสรรใน 1. สมเด็จเจา้ พระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย
พระราชพงศาวดาร ให้ช่างเขียนทมี่ ีฝมี ือเขยี นรปู ภาพและให้มี 2. สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอเจ้าฟา้ ตรีเพ็ชรุตม์ธารง
โคลงบอกเรอ่ื งพระราชพงศาวดารตรงทเี่ ขยี นรปู ภาพตดิ ประจา 3. สมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟา้ ศิริราชกกุธภัณฑ์
ทกุ กรอบ รปู ขนาดใหญม่ ีจานวนโคลงรปู ละ ๖ บท 4. พระอคั รชายาเธอ พระองค์เจา้ เสาวภาคนารรี ัตน์
รปู ขนาดกลางและขนาดเลก็ มีจานวนโคลงรูปละ ๔ บท
นอกจากน้ี ยังโปรดให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกรู )
การแตง่ โคลงน้นั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า แตง่ บานแผนกรา่ ยนาโคลงภาพ พระราชพงศาวดารกากับ
เจ้าอยหู่ ัวทรงพระราชนพิ นธ์บ้าง โปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระบรม แลว้ พิมพพ์ ระราชทานแจก
วงศานวุ งศ์และข้าราชการแตง่ ถวายบา้ ง สว่ นรูปภาพเร่อื ง
พระราชพงศาวดารนัน้ กโ็ ปรดเกลา้ ใหจ้ ดั การประกวดเขยี นภาพ
ข้ึนในปี พ.ศ. ๒๔๓๐ แล้วสรา้ งขนึ้ จานวน ๙๒ ภาพ
โคลงทแ่ี ต่งมีจานวน ๓๗๖ บท
พระยาศรสี นุ ทรโวหารไดก้ ลา่ วไว้ในรา่ ยนาโคลงภาพพระราชพงศาวดารว่า แต่ !!!!! จะมีเพยี งโคลงสองเรอื่ ง
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัวได้โปรดเกล้าฯ ท่ีคัดมาให้นักเรยี นศกึ ษา
ให้เขียนภาพดว้ ยมีประราชประสงค์ทีจ่ ะ
1. โคลงประกอบภาพท่ี ๑๐ แผ่นดนิ สมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ
สรรเสรญิ พระเกยี รติคุณของพระมหากษตั ริยต์ งั้ แตส่ มยั อยุธยาจนถึง ภาพพระสรุ ิโยทัยขาดคอช้าง
รตั นโกสนิ ทรท์ ีม่ ีต่อประเทศชาตแิ ละประชาชนชาวไทย
ตลอดจนเชิดชูเกียรติของหมเู่ สวกามาตย์ที่มี พระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ความกลา้ หาญ ความสุจริต และความกตัญญูต่อแผ่นดนิ
นอกจากนี้ ยงั มพี ระราชประสงค์ท่จี ะบารุงฝมี อื ชา่ งไทย 2. โคลงประกอบภาพที่ ๕๖ แผน่ ดนิ สมเดจ็ พระเจา้ เสอื
ภาพพันท้ายนรสิงหถ์ วายชวี ิต
และสนบั สนนุ กวีทม่ี คี วามสามารถในการประพนั ธใ์ ห้ปรากฎชอ่ื เสยี งสบื ไป
พระนพิ นธใ์ นพระเจา้ นอ้ งยาเธอ พระองคเ์ จ้าวรวรรณากร
(พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระนราธิปประพนั ธ์พงศ์)
ภาพที่ ๑๐ ภาพท่ี ๕๖
ไดร้ บั รางวัลที่ ๓ เป็นภาพเขียนฝพี ระหตั ถ์ ได้รับรางวลั ท่ี ๑๑ เป็นภาพเขียนโดย
สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอเจ้าฟ้ากรมพระยานรศิ รานวุ ัดตวิ งศ์
นายทอง (พระวรรณวาดวิจติ ร)
ประวตั ิผูแ้ ต่ง ประวตั ผิ ู้แต่ง
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั พระประวตั ิพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
(รัชกาลที่ ๕) แหง่ กรงุ รตั นโกสินทร์ กรมพระนราธิปประพนั ธ์พงศ์
เปน็ พระราชโอรสพระองคใ์ หญ่ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระนราธิปประพันธพ์ งศ์
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั พระนามเดมิ วา่ พระองค์เจา้ วรวรรณากร เปน็ พระราชโอรสลาดบั ท่ี ๕๖
และสมเดจ็ พระเทพศิรนิ ทราบรมราชชนนี ในพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และเจ้าจอมมารดาเขียน
ตลอดระยะเวลา ๔๒ ปที ี่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณยี กิจ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ เปน็ ผู้ทท่ี รงเชย่ี วชาญดา้ นศิลปะ
มากมาย อาทิ การเลิกทาส การปฏิรูปประเทศ ทงั้ ในดา้ นการปกครอง เศรษฐกจิ สังคม ทกุ แขนง และมคี วามรอบรู้ทางอกั ษรศาสตร์ บทพระราชนพิ นธ์ของพระองค์
และการศกึ ษา งานพระราชนพิ นธข์ องพระองค์มีทงั้ ร้อยแกว้ และรอ้ ยกรอง มที ัง้ สารคดแี ละบนั เทงิ คดี ทัง้ ท่ที รงนิพนธข์ ้ึนเองและที่ทรงแปลและดดั แปลงมา
อาทิ พระราชพิธีสบิ สองเดือน ไกลบ้าน พระราชนิพนธส์ ภุ าษิต ลลิ ติ นิทราชาคริต จากภาษาอังกฤษ ทรงเปน็ นกั เขียนเรอื่ งส้ัน โดยใชพ้ ระนามแฝงว่า
บทละครเร่ืองเงาะป่า กาพยเ์ ห่เรือ เป็นต้น “ประเสรฐิ อักษร”
งานพระราชนพิ นธท์ เี่ ป็นทีร่ จู้ กั เช่น บทละครเรือ่ งสาวเครอื ฟา้ บท
ละครราเรอ่ื งพระลอ บทละครรอ้ งเรอื่ งพระราชพงศาวดารไทย ตอน พนั ทา้ ยนร
สงิ ห์ รุไบยาต นริ าศไทรโยค นริ าศนราธิป เรื่องสน้ั
ลกั ษณะคำประพันธ์ เรอื่ งยอ่
พนั ท้ายตกประหม่าส้ิน สติคิด
โดดจากเรือทูลอทุ ศิ โทษรอ้ ง
พนั ทา้ ยนรสิงห์ผดิ บทฆา่ เสยี เทอญ
หวั กับโขนเรือต้อง คู่เส้นทาศาล
บุเรงนองนามราชเจ้า จอมรา มัญเฮย พระมหาจักรพรรดิเผ้า ภวู ดล สยามเฮย
ยกพยุหแสนยา ยง่ิ แกล้ว วางค่ายรายรี้พล เพียบหลา้
ดาริจักใคร่ยล แรงศึก
มอญม่านประมวลมา สามสิบ หมน่ื แฮ ยกนกิ รทพั กลา้ ออกต้งั กลางสมร
ถงึ อยธุ เยศแลว้ หยดุ ใกลน้ ครา
บเุ รงนองกษัตริยพ์ มา่ ยกกองทพั อันมีแสนยานภุ าพกล้าหาญยงิ่ สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดิ พระเจา้ แผ่นดนิ สยาม จึงนากาลังพล
ทั้งทัพมอญและทพั พมา่ รวมแล้วว่าสามแสนคน ออกต้งั ค่ายเตรยี มรับศึกและดกู าลังฝา่ ยตรงข้าม
เม่อื ถงึ กรงุ ศรีอยุธยาแลว้ หยุดพกั นอกเมือง แลว้ นากาลังพลออกมากลางสนามรบ
บงั อรอัคเรศผู้ พิสมยั ทา่ นนา พลไกรกองนา่ เรา้ โรมรนั กันเฮย
นามพระสรุ โิ ยทยั ออกอ้าง ชา้ งพระเจ้าแปรประจญั คชไท้
ทรงเครื่องยทุ ธพไิ ชย เชน่ อปุ ราชแฮ
เถลงิ คชาธารควา้ ง ควบเข้าขบวนไคล สารทรงซวดเซผัน หลังแลน่ เตลิดแฮ
เตลงขบั คชไล่ใกล้ หวดิ ท้ายคชาธาร
กองทัพหน้าของทัง้ สองฝา่ ยตอ่ สู้กนั ช้างทรง
ของพระเจ้าแปรได้ชนชา้ งกบั พระมหาจกั รพรรดิ
พระมหาจกั รพรรดิเสียทีเพลี่ยงพลา้ พระเจา้ แปร
สมเด็จพระสุรโิ ยทัย พระมเหสีของสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ
ไดแ้ ต่งองค์ทรงเครื่องเย่ียงชาย เป็นชุดออกศึกเฉกเชน่
มหาอุปราช แลว้ ทรงชา้ งเข้าร่วมรบ
นงคราญองคเ์ อกแกว้ กระษัตรีย์ ขุนมอญรอ่ นง้าวฟาด ฉาดฉะ
ขาดแล่งตราบอรุ ะ หรบุ ดิน้
มานมนัสกตั เวที ยิง่ ล้า โอรสรบี กันพระ ศพสู่ นครแฮ
เกรงพระราชสามี มลายพระ ชนม์เฮย สูญชีพไปส่ ูญสิ้น พจน์ผสู้ รรเสริญ
ขับคเชนทรเชน่ คา้ สะอึกสู้ดัสกร
สมเด็จพระสรุ โิ ยทัยเกรงวา่ พระสวามี พระเจ้าแปรได้เอาง้าวฟนั สมเด็จพระสุรโิ ยทัยขาดสะพายแลง่
จะสน้ิ พระชนม์ จึงได้ไสชา้ งเข้าขวางพระเจา้ แปร ส้ินพระชนม์บนคอช้าง สองพระโอรสคอื พระราเมศวร
และพระมหินทราไดก้ นั พระศพแล้วนาเขา้ สพู้ ระนคร
ลกู้ ับพระเจา้ แปรแทน สมเด็จพระสุริโยทัยสนิ้ พระชนม์ไปแลว้
จึงเหลือแตค่ าสรรเสรญิ ไว้
เรื่องยอ่
สรรเพชญที่แปดเจา้ อยธุ ยา
เสด็จประพาสทรงปลา ปากนา้
ลอ่ งเรือเอกไชยมา ถึงโคก ขามพอ่
คลองคดโขนเรอื คา้ ขดั ไมห้ กั สลาย
พระเจา้ สรรเพชญ์ที่แปดกษัตริย์
แหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยาเสดจ็ ประพาส
ทรงตกปลาที่ปากนา้ โดยลอ่ งเรอื พระทน่ี ่ัง
เอกไชยมาถึงตาบลโคกขาม
คลองท่ีคดเคี้ยวทาใหห้ ัวเรือพระทน่ี ่งั
ขัดเขา้ กบั กิ่งไม้หักลง
พันท้ายตกประหม่าสนิ้ สติคดิ ภบู าลบาเหน็จให้ โทษถนอม ใจนอ
พันไม่ยอมอย่ยู อม มอดมว้ ย
โดดจากเรือทูลอทุ ิศ โทษรอ้ ง พระโปรดเปลี่ยนโทษปลอม ฟันรูป แทนพ่อ
พันกราบทูลทดั ดว้ ย ท่านทง้ิ ประเพณี
พันท้ายนรสงิ หผ์ ดิ บทฆ่า เสียเทอญ
หวั กบั โขนเรอื ต้อง คูเ่ สน้ ทาศาล
พันทา้ ยนรสงิ ห์ตกประหมา่ จนขาดสตคิ ดิ ทรงโดด พระเจา้ แผ่นดินทรงพระราชทานอภยั โทษให้แต่
ลงจากเรอื ทูลขอพระราชทานโทษประหารชวี ติ ตาม พันท้ายนรสงิ หไ์ ม่ยอมรับ จะยอมตายแม้นพระองค์
ความผดิ ในกฎมนเทียรบาล ให้ตัดศรี ษะต้งั คูก่ บั โขนเรอื จะโปรดให้ปนั้ รปู พันท้ายนรสิงห์แลว้ ฟันรปู ปนั้ แทน
แต่พนั ท้ายนรสิงหท์ ดั ทานวา่ จะผดิ พระราชประเพณี
ไวท้ ศี่ าลเพยี งตา
ให้คนไดเ้ ห็นเป็นแบบอยา่ งตอ่ ไป
ภูมปี ลอบกลบั ตง้ั ขอบรร ลยั พ่อ ความรู้เสรมิ
จาสง่ั เพชฌฆาตฟัน ฟาดเกล้า
โขนเรอื กบั หัวพนั เซ่นท่ี ศาลแล สถานที่พระราชทานเพลงิ พระศพสมเดจ็ พระสุรโิ ยทัย
ศาลสบื กฤติคณุ เค้า คติไวใ้ นสยาม
เม่อื สมเดจ็ พระสุรโิ ยทัยส้ินพระชนมบ์ นคอช้างในการรบ
ระหวา่ งกรุงศรอี ยธุ ยากบั กรุงหงสาวดี ในสมยั สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
หลงั จากเสรจ็ ศกึ สงครามแลว้ ได้มีการจัดพระราชพิธพี ระราชทานเพลิงพระศพ
ของสมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั ณ บรเิ วณสวนหลวง เขตพระราชวังหลงั ในสมัยน้นั
ซง่ึ ตอ่ มาได้สถาปนาท่ีบริเวณน้ขี น้ึ เป็นวัดสวนหลวงสบสวรรค์ หรอื วัดสบสวรรค์
เดิม นอกจากนี้ไดส้ รา้ งเจดยี ์แบบยอ่ ไม้มมุ สิบสองขน้ึ ในบรเิ วณน้ันด้วย
เมื่อพระเจ้าเสือไดฟ้ งั เหตผุ ลเชน่ น้ันจึง จาพระทยั รับสัง่ ให้
เพชฌฆาตประหารชีวิตแล้วนาโขนเรอื กบั ศีรษะของ
พันทา้ ยนรสงิ ห์ ไปตั้งบวงสรวงไวท้ ี่ศาลเพยี งตาเพอ่ื เป็น
การประกาศคุณความดี
ตอ่ มาในสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว ไดม้ ีการค้นหา จนกระท่ังในพ.ศ. ๒๕๓๓ รัฐบาลมอบหมายใหก้ รมศลิ ปากรเปน็ ผู้บรู ณะ
สถานที่ที่ปรากฏในพงศาวดาร เพือ่ เรียบเรียงหนงั สือประชุมพงศาวดาร ซอ่ มแซม พระเจดีย์ศรสี ุริโยทยั ทาใหพ้ บวัตถโุ บราณหลายชนดิ เช่น
พระพทุ ธรูป พระเจดียจ์ าลอง เป็นต้น ซง่ึ โบราณวตั ถเุ หล่านี้ ปัจจบุ ันถกู
เป็นเหตุให้พบตาแหนง่ ที่ตั้งวดั สบสวรรคแ์ ละเจดยี ย์ ่อไม้มุมสิบสอง
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ทรงขนานนามพระเจดีย์ เกบ็ รักษาอย่ใู นพิพธิ ภัณฑ์สถานแห่งชาตเิ จา้ สามพระยา
นว้ี ่า พระเจดียศ์ รีสรุ โิ ยทยั
ความรู้เสรมิ
เรอื รูปสัตว์ เป็นเรอื พระท่ีนัง่ อีกรปู แบบหนึง่ ซง่ึ มลี ักษณะพิเศษ คือ
การทาโขนเรอื หรอื หวั เรือใหก้ วา้ งขนึ้ และเจาะรูให้ปากกระบอกปนื สามารถโผล่
ออกมาได้ เพ่ือใหเ้ หมาะสาหรบั ใช้เปน็ เรือปนื และเพือ่ ใหเ้ ปน็ ทเี่ กรงขามของศัตรู
ทัง้ ยังมีการแกะสลกั รปู สัตวท์ ี่ดรุ ้ายน่ากลวั เป็นหวั เรอื
เรือครุฑเหินเห็จ (เรือครุฑเหิรเหจ็ )
หวั เรอื เหนือปนื แกะเป็นรปู ครุฑสแี ดงกาลงั ยุดนาค เรอื พระทน่ี ง่ั ลาเดิมสรา้ งขน้ึ
ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช แตถ่ กู ระเบดิ
เสียหายในสมยั สงครามโลกครั้งท่ี ๒ สว่ นลาปจั จุบนั สร้างขึ้นมาใหมเ่ ม่ือ
พ.ศ. ๒๕๐๕ มนี า้ หนัก ๗ ตัน กว้าง ๑.๕๙ เมตร ยาว ๒๗.๕๐ เมตร
ลึก ๐.๕๙ เมตร กนิ นา้ ลึก ๐.๓๒ เมตร
เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรอื ครฑุ เตร็จไตรจกั ร
หวั เรอื แกะสลักเปน็ รปู ขุนกระบ่หี รือลิงสีขาวกาลงั แสยะปาก หัวเรือเหนอื ปืนแกะเป็นรปู ครุฑสชี มพูกาลังยุดนาค
เรอื พระทน่ี ่ังลาน้เี ดิมถูกระเบิดเสยี หายเม่อื สมัยสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ ส่วน เรอื พระที่น่ังลาเดมิ ถกู ระเบดิ เสยี หายในสมยั สงครามโลกครั้งท่ี ๒
ลาปจั จบุ นั ถกู สรา้ งขึ้นใหม่เมือ่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มีนา้ หนกั ๕.๖๒ ตัน กว้าง ส่วนลาปัจจุบันสรา้ งขึน้ มาใหม่ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๑ น้าหนัก ๕.๙๗
๒.๑๐ เมตร ยาว ๒๖.๘๐ เมตร ลกึ ๐.๕๑ เมตร กนิ นา้ ลกึ ๐.๒๕ เมตร
ตนั กวา้ ง ๑.๙๐ เมตร ลกึ ๐.๕๒ เมตร
กินนา้ ลกึ ๐.๒๙ เมตร
บทวเิ คราะห์ แสดงใหเ้ หน็ ว่า พระสุริโยทยั ทรงมี “มนสั กตั เวท”ี คือ
ทรงมคี วามกตญั ญูกตเวทีเปน็ เลิศ ทงั้ ตอ่ พระราชสวามี
โคลงประกอบภาพ ๑๐ ตามหนา้ ท่ภี รรยาท่ีดี และต่อพระมหากษตั รยิ ์ในฐานะของ
ภาพพระสรุ ิโยทยั ขาดคอชา้ ง แผน่ ดนิ ยอมสละชวี ติ เพ่ือปกปอ้ งแผน่ ดินมใิ ห้อราชศตั รูเขา้
มารุกรานได้โดยงา่ ย พระวรี กรรมดงั กลา่ ว นบั เปน็ แบบอย่าง
เพราะเหตทุ พ่ี ระสุรโิ ยทยั ตดั สนิ พระทัยสละพระชนมช์ ีพก็เพื่อช่วย ของความรกั ชาติ และความเสียสละทคี่ นไทยพงึ ตระหนัก
ปกปอ้ งพระมหาจกั รพรรดิ พระราชสวามีให้รอดพ้นจากอาวุธ
จดจา และถือเป็นแบบอยา่ งในการดาเนนิ ชวี ติ
ของฆ่าศึก ดงั บทประพนั ธ์
นงคราญองค์เอกแกว้ กระษัตรยี ์
มานมนัสกัตเวที ย่ิงล้า
เกรงพระราชสามี มลายพระ ชนม์เฮย
ขับคเชนทรเชน่ คา้ สะอึกสู้ดัสกร
โคลงประกอบภาพ ๕๖ ดงั บทประพนั ธ์ ขอบรร ลยั พ่อ
ภาพพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ถวายชวี ิต ภมู ปี ลอบกลบั ตง้ั ฟาดเกลา้
เซน่ ที่ ศาลแล
เพราะกล่าวถึงวรี กรรมของพนั ท้ายนรสงิ ห์ ซงึ่ เปน็ แบบอย่างของ จาสง่ั เพชฌฆาตฟนั คตไิ ว้ในสยาม
ข้าราชสานักทม่ี คี วามรบั ผิดชอบ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภกั ดี ความซื่อสตั ย์
ความกตญั ญตู อ่ พระเจ้าแผ่นดนิ ยอมสละชีวติ เพอื่ รักษาความศกั ดิ์สทิ ธ์ิของ โขนเรือกับหัวพัน
กฎหมาย และพระเกยี รติยศของพระเจ้าเสอื เพ่อื ไมใ่ ห้ผคู้ นครหาดหู มิ่นพระองค์ ศาลสืบกฤติคุณเค้า
ได้ในภายภาคหน้า และเพ่อื รักษาราชประเพณสี ืบไว้ ซึง่ ตามพระราชกาหนด
อนั มมี าแต่โบราณกาลระบุไวว้ า่ “ถา้ แหละพนั ทา้ ยผใู้ ดถอื ทา้ ยเรอื พระที่นั่งให้
ศีรษะเรือพระที่นัง่ นัน้ หกั ทา่ นวา่ พะนทา้ ยนน้ั ถึงมรณโทษ ใหต้ ัดศีรษะเสีย”
สมเด็จพระเจา้ เสอื จึงจาต้องโปรดใหป้ ระหารชวี ิต และทรงใหต้ ้งั ศาลเพียงตา
สืบเกยี รติคณุ พันท้ายนรสงิ หไ์ วส้ ืบไป
โคลงประกอบภาพ ๑๐ ดงั บทประพนั ธ์ ฉาดฉะ
ภาพพระสุรโิ ยทยั ขาดคอชา้ ง ขุนมอญรอ่ นง้าวฟาด หรบุ ด้นิ
ศพสู่ นครแฮ
กวไี ด้เลอื กสรรถอ้ ยคาทใ่ี ห้ท้งั เสียงและภาพ ขาดแล่งตราบอุระ พจน์ผู้สรรเสริญ
ทาให้ผู้อา่ นสามารถจินตนาการถงึ ภาพของกองทัพทย่ี ิง่ ใหญเ่ กรียง
ไกรที่เขา้ ต่อสูก้ ันอย่างชุลมุน และภาพช้างศกึ ท่ีไสตามอยา่ งกระช้ันชิด โอรสรบี กันพระ
ทาให้รูส้ กึ ราวกบั ไดร้ ว่ มอยใู่ นเหตกุ ารณจ์ ริง สญู ชพี ไปส่ ญู ส้นิ
จากบทประพนั ธ์ จะเหน็ ว่ากวเี ลือกใชค้ าท่ใี ห้เสยี ง คือ
เสยี งของ ง้าว ท่กี ระทบกันดงั “ฉาดฉะ” และสรรคาให้เห็นภาพ “หรุบด้นิ ”
โคลงประกอบภาพ ๕๖ ดังบทประพันธ์ โทษถนอม ใจนอ
ภาพพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ถวายชีวติ ภบู าลบาเหนจ็ ให้ มอดมว้ ย
ฟันรูป แทนพอ่
กวไี ด้ถา่ ยทอดเร่อื งราววีรกรรมความกล้าหาญเด็ดเดีย่ วของพนั พนั ไม่ยอมอย่ยู อม ทา่ นทิ้งประเพณี
ท้ายนรสงิ ห์ เรยี งลาดับตามเหตกุ ารณ์ไดอ้ ย่างกะทดั รดั โดยใชโ้ คลงสี่สภุ าพ พระโปรดเปลย่ี นโทษปลอม
เพยี งแค่ ๔ บท ท้งั ท่พี ระราชพงศาวดารกรงุ ศรีอยุธยากล่าวถงึ เหตุการณ์ พันกราบทลู ทัดดว้ ย
ตอนนไี้ ว้ค่อนข้างยาว และมีบนั ทึกคาสนทนาระหวา่ งสมเด็จพระเจา้ เสือกับ
พนั ท้ายนรสงิ หอ์ ยา่ งละเอยี ด จึงกล่าวไดว้ า่ โคลงพนั ท้ายนรสงิ หถ์ วายชีวติ มี จากบทประพันธ์ ปรากฏคาสัมผสั อกั ษร คอื
ความดีเด่นในด้านการใช้คาน้อยแต่กนิ ความมาก กวสี ามารถเก็บรายละเอียด
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไดด้ ้วยโคลงเพียง ๔ บท นอกจากนีโ้ คลงบางบทยัง (ภู)บาล – บา (เหน็จ)
โทษ – ถนอม
มีการเล่นสมั ผัสพยญั ชนะ ทาใหโ้ คลงมคี วามไพเราะมากขน้ึ
ยอม – อยู่ – มอด – มว้ ย
เปลยี่ น – ปลอม
ทูล – ทดั
ท่าน – ทิ้ง
คุณค่าด้านสังคม ดงั บทประพันธ์
บเุ รงนองนามราชเจ้า จอมรา มญั เฮย
โคลงประกอบภาพทง้ั ๒ ภาพ
มีความโดดเด่นทางด้านการให้คุณคา่ ทางสงั คม ดงั นี้ ยกพยหุ แสนยา ย่ิงแกลว้
มอญม่านประมวลมา สามสบิ หมน่ื แฮ
๑. แสดงให้เหน็ เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ คอื แสดงภาพสงั คม และการทา ถึงอยุธเยศแล้ว หยดุ ใกล้นครา
สงครามในสมยั โบราณ ท่ียกกาลังพลจานวนมากตอ่ สกู้ นั แม่ทัพทง้ั สองฝา่ ย
ต่างเป็นผูน้ าในการออกรบดว้ ยความกล้าหาญ พระมหาจักรพรรดิเผา้ ภวู ดล สยามเฮย
วางค่ายรายร้ีพล เพยี บหลา้
ดาริจกั ใครย่ ล แรงศกึ
ยกนกิ รทพั กล้า ออกตัง้ กลางสมร
จากบทประพันธ์ แสดงให้เหน็ ถงึ ภาพการทาสงคราม
โดยมีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นผ้นู าในการออกรบ และตามดว้ ยกองกาลังทหาร
ทมี่ ีความกล้าหาญเด็ดเด่ยี ว กวเี ลือกสรรคาทที่ าใหผ้ ู้อ่านเกดิ
จนิ ตภาพ มองเหน็ ภาพกองกาลังทหารจานวนมาก
๒. แสดงใหเ้ ห็นถงึ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มของคนในสงั คมไทย สว่ นโคลงพันท้ายนรสงิ ห์ถวายชวี ติ แสดงใหเ้ ห็นถงึ การเคารพ
คือ แสดงให้เห็นถงึ ความกล้าหาญของพระสรุ โิ ยทยั ท่แี ต่งพระองค์
ดั่งมหาอปุ ราชเสด็จไปรบในกองทพั ดว้ ยพระทยั ท่กี ลา้ หาญ เดด็ เดย่ี ว กฎหมาย ระเบียบ ประเพณี
ดว้ ยความรักและความเสยี สละที่มตี ่อองค์พระมหากษตั รยิ ์ซงึ่ เปน็
พระราชสวามี ทรงไสช้างพระท่ีนง่ั เข้าขวางพระคชาธารของพระเจา้ แปร ของบ้านเมอื ง ยอมเสยี สละชีวิตเพ่ือดารงไว้ซ่งึ ความศักด์ิสิทธิข์ องกฎหมาย
จนถูกจ้วงฟนั ดว้ ยพระแสงของ้าวสิ้นพระชนม์ อันนบั วา่ เป็นวีรกรรมท่ี
ขณะเดียวกนั ก็แสดงให้เหน็ ถงึ คุณธรรมของพระเจา้ แผ่นดนิ ทีท่ รงมีพระ
ควรคา่ แกก่ ารยกย่องสรรเสริญอย่างย่ิง
เมตตาตอ่ ข้าราชบริพารของพระองค์
ภบู าลบาเหน็จให้ โทษถนอม ใจนอ
พนั ไมย่ อมอยูย่ อม มอดม้วย
พระโปรดเปล่ียนโทษปลอม ฟนั รปู แทนพ่อ
พนั กราบทลู ทดั ด้วย ทา่ นทง้ิ ประเพณี
ภมู ปี ลอบกลับตง้ั ขอบรร ลยั พ่อ ขอ้ คดิ ท่ไี ด้
จาสั่งเพชฌฆาตฟัน ฟาดเกล้า
โขนเรอื กบั หัวพัน เซ่นที่ ศาลแล ๑. ความเสียสละเพ่ือชาติบา้ นเมือง คือ หนา้ ทข่ี องคนไทยทุกคนที่ควร
ศาลสบื กฤตคิ ุณเคา้ คติไวใ้ นสยาม ยึดถอื เป็นแบบอย่างและนามาปฏิบัติ ประเทศชาตบิ า้ นเมอื งจะดารงอยู่
ได้ ย่อมตอ้ งอาศัยความเสยี สละของคนในชาติ ไม่คดิ เหน็ แตป่ ระโยชน์
จากบทประพันธ์ จะเห็นได้วา่ “พัน” คอื พันทา้ ยนรสิงหไ์ มย่ อมมชี ีวิตอยู่ ส่วนตน ถ้าทกุ คนในชาตมิ องเหน็ ความสาคัญของการเสยี สละ จะทาให้
ด้วยความต้งั ใจทจี่ ะรกั ษาความศกั ดิส์ ทิ ธ์ิของกฎหมายและรกั ษาพระเกยี รติยศ ประเทศชาตพิ ัฒนาไปอยา่ งต่อเนอื่ ง
ของพระมหากษตั รยิ ์ แมพ้ ระเจา้ เสอื จะทรงเมตตา แตพ่ ันท้ายนรสิงห์ยงั คงยนื
๒. ความกตญั ญกู ตเวที เปน็ คุณธรรมอันประเสรฐิ
กรานจะรบั โทษ ดงั น้ัน พระเจ้าเสอื จงึ ส่งั ประหารพันท้ายนรสงิ ห์ บุคคลใดทม่ี ีความกตัญญู ผูน้ ัน้ ย่อมประสบสุข
แตค่ วามเจริญ และไดร้ บั การยกย่องจากผ้อู ืน่
๓. กำรทำหน้ำท่พี ลเมืองท่ดี ี เปน็ หนำ้ ทีข่ องคนไทยทกุ คนที่
จะตอ้ งรูก้ ฎหมำยและปฏบิ ัตติ ำมกฎหมำยอย่ำงเครง่ ครัด
เพื่อรกั ษำไว้ซง่ึ ควำมสงบสุขของบ้ำนเมอื ง
๔. กำรเรยี นรู้ประวัติศำสตร์ คนไทยทกุ คนควรเรยี นรูเ้ ก่ียวกับ
ประวตั ิศำสตร์ และควำมเปน็ มำของชำตบิ ้ำนเมือง เพื่อ
เปน็ ขอ้ คดิ เตอื นใจให้คนไทยทุกคนภมู ใิ จในควำมกลำ้ หำญ
ควำมกตัญญู และควำมเสยี สละของบรรพบุรุษที่ช่วยธำรง
รกั ษำผืนแผน่ ดนิ ไทยจนตกทอดมำจนถงึ ทกุ วันนี้
แบบทดสอบ 5. กษัตรยิ พ์ มา่ ท่ียกทพั มาคอื ใคร
เรื่อง พระสุริโยทยั ขาดคอช้าง พระเจา้ บเุ รงนอง
1. ใครแตง่ บทรอ้ ยกรองนี้ 6. ใครเป็นคนทาใหพ้ ระสรุ โิ ยทยั สนิ้ พระชนม์
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระเจา้ แปร
2. เหตกุ ารณใ์ นเรอ่ื งนีเ้ กิดขนึ้ ในรชั กาลใด 7. คเชนทร คชาธาร อัคเรศ คช คาใดไม่ได้
สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ แปลว่าช้าง อคั เรศ
3. เร่อื งนีแ้ ตง่ ดว้ ยคาประพนั ธช์ นิดใด 8. เอกไชย หมายถงึ
โคลงส่ีสภุ าพ เรอื พระท่ีน่งั
4. เกิดเหตกุ ารณอ์ ะไรกบั สมเด็จพระสรุ โิ ยทยั 9. การท่ีพระสรุ โิ ยทยั ตดั สนิ พระทยั สละพระชนมช์ ีพก็
ถกู อาวธุ ขา้ ศกึ คอื พระแสงของา้ วสิน้ พระชนมท์ นั ที เพ่อื ช่วยปกปอ้ งพระมหาจกั รพรรดิ พระราชสวามใี ห้
รอดพน้ จากอาวธุ ของฆา่ ศกึ แสดงวา่ มีคณุ ธรรมขอ้ ใด
“มนสั กตั เวท”ี (ตอ่ พระสวามแี ละบา้ นเมอื ง)
แบบทดสอบ 5. ตามประเพณี หากพนั ทา้ ยทาหวั เรอื หกั จะเป็น
เร่ือง ภาพพนั ทา้ ยนรสงิ หถ์ วายชวี ิต อยา่ งไร
ถกู ลงโทษ โดยการประหาร
1. กษัตรยิ ท์ ่เี ป็นคนส่งั ประหารพนั ทา้ ยนรสิงหค์ ือ
พระเจา้ สรรเพชรท่ี 8 ( พระเจา้ เสือ) 6. พนั ทา้ ยนรสงิ ห์ ทาอยา่ งไรเม่อื โขนเรอื หกั
ทลู ขอพระราชทานโทษโดยการตดั หวั
2. เสดจ็ ประพาส หมายความวา่
ทอ่ งเท่ยี ว 7. จากขอ้ 6 พระเจา้ สรรเพชรท่ี 8 ตอบวา่ อยา่ งไร
ทรงอภยั โทษ เพราะรูว้ า่ ไมต่ งั้ ใจ
3. เรอื พระท่ีน่งั ของพระเจา้ เสอื มชี ่ือวา่
เรอื พระท่นี ่งั เอกไชย 8. พนั ทา้ ยนรสงิ หใ์ ชเ้ หตผุ ลใดทลู พระเจา้ สรรเพชรท่ี 8
ทลู วา่ เป็นการไมส่ มควร เพราะเป็นการละทงิ้
4. โคกขาม หมายถงึ ส่ิงใด ประเพณี อาจจะเป็นเย่ยี งอยา่ งได้
ตาบลหนง่ึ ในจงั หวดั จงั หวดั สมทุ รสาคร
9. สดุ ทา้ ยแลว้ พระเจา้ เสือตดั สนิ ใจอยา่ งไร
ทรงใหป้ ระหาร และนาหวั ไปตงั้ คกู่ บั ศาล
10. โขนเรอื หมายถงึ สว่ นใดของเรอื 14. โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เป็นเหตกุ ารณใ์ น
หวั เรอื ประวตั ิศาสตรต์ งั้ แตส่ มยั ใด
อยธุ ยา
11. เผา้ ภวู ดล มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
พระเจา้ แผน่ ดิน 15. จดุ มงุ่ หมายตามพระราชประสงคข์ อง
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ในการ
12. วีรกรรมของพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ แสดงใหเ้ หน็ ถึงความ เขียนโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
ดขี องเขาอยา่ งไร สรรเสรญิ พระเกียรติคณุ ของพระมหากษัตรยิ ์
เป็นแบบอยา่ งของผทู้ ่มี ีความรบั ผิดชอบ ซ่ือสตั ย์ ตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาจนถงึ รตั นโกสนิ ทรท์ ่ีมีตอ่
รกั ษากฎหมายบา้ นเมืองและเกียรติข์ อง ประเทศชาตแิ ละประชาชนชาวไทย ตลอดจนเชิด
พระมหากษัตรยิ ์ ชเู กียรติของหมเู่ สวกามาตยท์ ่มี คี วามกลา้ หาญ
ความสจุ รติ และความกตญั ญตู อ่ แผน่ ดนิ
13. กฤติคณุ มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
ช่ือเสยี ง คณุ งามความดี
16. โคลงพระราชพงศาวดาร มจี านวนทงั้ หมดท่ีบท 21. สมเด็จพระสรรเพชญท์ ่ี 8 คือ
และมีโคลงท่แี ตง่ จานวนทงั้ หมดก่ีบท พระเจา้ เสือ
จานวน 92 ภาพ โคลงท่แี ตง่ มีจานวน 376 บท
22. เมอื งสาครบรุ ี ปัจจบุ นั คอื จงั หวดั ใด
17. โคลงประกอบภาพท่ี 10 มชี ่ือวา่ สมทุ รสาคร
พระสรุ โิ ยทยั ขาดคอชา้ ง
23. “สญู ชีพไป่สญู สนิ้ พจนผ์ สู้ รรเสรญิ ” หมายถงึ
18 โคลงประกอบภาพท่ี 56 มชี ่ือวา่ ถงึ แมส้ นิ้ ชีพ ความดีก็ยงั มคี นกลา่ วถงึ
พนั ทา้ ยนรสงิ หถ์ วายชีวติ
24. พยหุ แสนยา หมายถงึ
19 ปัจจบุ นั โคลงภาพทงั้ สองถกู เก็บไวท้ ่ใี ด กองทพั
ณ พระท่ีน่งั วโรภาษพมิ าน พระราชวงั บางประอนิ
25. สามสิบหม่นื แฮ หมายถงึ
20. พระนามแฝงของพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระ กองทพั สามแสนคน
นราธิปประพนั ธพ์ งศ์ คอื
ประเสรฐิ อกั ษร