คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑. ใช้ประโยคความเดียว สั้นๆ เข้าใจง่าย ดังในศิลาจารึกที่ว่า “...พ่อกูชื่อศรีทราทิตย์แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง..” ๒. ใช้ภาษาได้มีจังหวะและคล้องจอง ดังในศิลาจารึกที่ว่า “...ในน ้ามีปลา ในนามีข้าว..”
คุณค่าด้านสังคม ๑. สะท้อนวิถีชีวิตของประชาชนสมัยสุโขทัย แสดงให้เห็นว่า ประชาชนท าการเกษตร การประมง มีการค้าขายที่เสรี ดังในศิลาจารึก ที่ว่า “..ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใครค้าม้า ค้า..”
๒. สะท ้ อนความเชอ ื่ในพระพ ุ ทธศาสนา ดังในศิลาจารึกที่ว่า “... คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามค าแหงเจ้าเมือง สุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ผู้ชายผู้ณีง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่ออกพรรษากรานกฐิน เดือนณื่งจึ่งแล้ว เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม้...”
๓. สะท ้ อนความเชอ ื่ในการน ั บถอ ื ผ ี บรรพบุรุษ ดังในศิลาจารึกที่ว่า “.....มีพระขพุง ผีเทพยาดาในเขาอันนั้น เป็นใหญ่กว่าทุกผีใน เมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอั้นบ่คุ้ม บ่เกรง เมืองนี้ หาย..” ถ ้าพระแม่ย่า
ข้อคิดทีได้ ๑. ให ้ มค ี วามกต ั ญญ ู ต่อบด ิ ามารดา และผ ู ้ มพ ี ระค ุ ณ ดังพ่อขุนรามค าแหง ที่ทรงดูแลพระราชบิดา พระราชมารดา ดังในศิลาจารึกที่ว่า “.. เมื่อชั่วพ่อกู กูบ าเรอแก่พ่อกู กูบ าเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู...” ๒. ให ้ มค ี วามร ั กความผ ู กพ ั นระหว่างพน ี่้ อง เพราะสถาบันครอบครัว เป็นสถาบันหลักที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ คนในสังคมจะ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ต้องเริ่มจากภายในครอบครัวก่อน ดังในศิลาจารึกที่ว่า “.. กูบ าเรอแก่พี่กู กูบ าเรอแก่พ่อกู...”
๓. ให ้ปฏบ ิั ตค ิ นเป็ นพ ุ ทธศาสน ิ กชนทด ี่ี ดังในศิลาจารึกที่ว่า “....“... คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามค าแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้น ทั้งหลาย ผู้ชายผู้ณีง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่ออกพรรษากรานกฐิน เดือนณื่งจึ่งแล้ว เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบี้ย มีพนมหมาก ...” ๔. การสบ ื ทอดว ั ฒนธรรมประเพณ ี เป็ นหน ้ าทข ี่องท ุ กคน ดังในศิลาจารึกที่ว่า “...เมื่อจักเข้ามาวังเรียง กันแต่อไรญิกพู้นเท้าหัวลาน ดงบงคมกลองด้วยเสียง พาดเสียงพิณ เสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจัก มักเลื้อน เลื้อน เมืองสุโขทัยนี้ มีสี่ปาก ประตูหลวง เที้ยรย่อมคนเสียดกัน เข้ามา ดูท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ...”
ศ ิ ลาจาร ึ กหล ั กท ี่๑ เป็นมรดกของชาติ และเป็นหลักฐานส าคัญทางภาษา ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย ท าให้รู้ว่าชาติ ไทยมีความเจริญรุ่งเรืองมานานกว่า ๗๐๐ ปี ลูกหลาน ไทยจึงควรภูมิใจ และร่วมรักษาให้ด ารงอยู่ต่อไป