กาพยเ์ ห่ชมเครือ่ งคาวหวาน
วิชาภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑
ครู แพรวรรณ พลจนั ทกึ
บทนาเรอ่ื ง
กาพย์เห่ชมเครอ่ื งคาวหวานเปน็ บทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ -
พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย สันนิษฐานว่าทรงพระราชนิพนธข์ ณะดารงพระอิสริยยศเป็น
สมเดจ็ เจา้ ฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรในรัชกาลที่ ๑ โดยมีพระราชประสงค์เพอ่ื ชมฝีพระหตั ถ์
การทาเคร่อื งเสวยของเจา้ ฟา้ หญิงบุญรอด ซง่ึ ภายหลังคอื
สมเดจ็ พระศรีสรุ เิ ยนทราบรมราชนิ ใี นรัชกาลที่ ๒
บทนาเร่อื ง (ตอ่ )
พระราชนพิ นธน์ ีบ้ า้ งเรียกว่า "กาพย์เห่ชมเครอ่ื งคาวหวานและว่าดว้ ย
งานนกั ขตั ฤกษ"์ เน่อื งจากเนื้อความในพระราชนพิ นธป์ ระกอบไปดว้ ย
การชมอาหารคาว การชมอาหารหวาน การกล่าวถงึ งานนกั ขตั ฤกษ์
ในแต่ละเดือนของไทย ซึง่ ตอนท้ายมีบทเห่เจ้าเซน็ อันหมายถงึ
งานนักขัตฤกษข์ องคนไทยเชื้อสายมสุ ลิม นิกายชีอะห์
โดยตอนท่ีนามาให้นกั เรียนศึกษานเ้ี ป็นตอนชมอาหารคาว
บทนาเร่อื ง (ต่อ)
ลักษณะคาประพนั ธจ์ ะประกอบไปดว้ ยโคลงและกาพย์ โดยการพรรณนาความ
แต่ละตอนจะขึน้ ต้นบทดว้ ยโคลงสี่สภุ าพ ๑ บท และตามด้วยกาพยย์ านี ๑๑
ไมจ่ ากัดจานวนบท ในที่นี้ขอให้นักเรียนสังเกตวา่ เนอ้ื ความของโคลงบทแรก
จะคล้ายกับกาพย์ในบทแรก ซง่ึ เปน็ ลกั ษณะของกาพยเ์ ห่เรอื ด้วยเหตุน้ี
บทพระราชนิพนธท์ ี่นามาศกึ ษาจึงมีชื่อขึ้นตน้ ว่า “ กาพย์เห่ ”
บทนาเร่อื ง (ต่อ)
อน่ึง มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า บทพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชม-เคร่ืองคาว
หวาน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ไว้สาหรับเห่เรือเป็นการ
สว่ นพระองคห์ รือเรยี กว่า “ เหเ่ รอื เล่น” แต่ภายหลงั ในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้า
เจ้าอยหู่ ัวโปรดเกล้าฯ ให้พนักงานอัญเชิญบทพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวานมา
ใช้เห่ในพระราชพธิ เี สดจ็ พระราชดาเนนิ โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
อาหารเลศิ รสในกาพยเ์ หช่ มเครือ่ งคาวหวาน
บทพระราชนิพนธ์ส่วนที่นามาใหน้ ักเรียนศึกษาน้ัน จะสงั เกตได้วา่ พระบาทสมเดจ็ -
พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั ทรงกลา่ วถึงอาหารคาวหลายชนิด อาทิ แกงมสั ม่นั ยาใหญ่
แกงคว่ั สม้ ใส่ระกา ซง่ึ อาหารคาวในวรรณคดเี รื่องนี้มีท้ังอาหารที่นิยมรับประทาน
เป็นอาหารมือ้ หลักและอาหารทีน่ ิยมรบั ประทานเปน็ อาหารวา่ งอย่างหรุ่มและลา่ เตียงเป็นตน้
ดงั นน้ั หากศึกษาบทพระราชนพิ นธเ์ รื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน จะทาให้รจู้ ักชื่อของอาหารไทย
สมัยโบราณหลายชนิด ขณะเดยี วกันก็จะได้ประจกั ษถ์ งึ พระอจั ฉริยภาพทางการกวี
ของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั ผูท้ รงเป็นรตั นกวีแหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
กาพยเ์ ห่ชมเครื่องคาวหวาน
โคลง พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั
แกงไก่มสั ม่ันเนือ้
นพคุณ พี่เอย
หอมยีห่ รา่ รสฉนุ เฉียบร้อน
ชายใดบรโิ ภคภุญช์ พิศวาส หวงั นา
แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง ฯ
กาพย์
หอมยี่หรา่ รสรอ้ นแรง
มสั มั่นแกงแก้วตา แรงอยากให้ใฝ่ฝนั หา
ชายใดได้กลืนแกง
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน (ต่อ)
กาพย์ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั
ยาใหญ่ใส่สารพดั
วางจานจัดหลายเหลือตรา
รสดีด้วยน้าปลา ญี่ปุ่นล้าย้ายวนใจ
ตับเหล็กลวกหลอ่ นต้ม เจอื น้าส้มโรยพริกไทย
ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
โอชาจะหาไหน พร้อมพริกสดใบทองหลาง
หมูแนมแหลมเลศิ รส ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
พิศห่อเหน็ รางชาง
บทวิเคราะห์
กาพย์เหช่ มเคร่อื งคาวหวานมีคุณค่าทง้ั ดา้ นวรรณศิลปแ์ ละด้านเนอ้ื หา ดังนี้
๑. คุณคา่ ด้านวรรณศิลป์ ความไพเราะของวรรณคดีเรอ่ื งน้เี กิดจากการเลือกสรรคาให้
เกิดเสยี งไพเราะ เช่น การเล่นเสียงสมั ผัสท้ังสัมผสั สระและสมั ผัสพยัญชนะ ดังตวั อยา่ ง
หมแู นมแหลมเลิศรส พร้อมพรกิ สดใบทองหลาง
พิศห่อเหน็ รางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
บทวิเคราะห์ (ต่อ)
คาประพันธบ์ างบทมีการเลน่ คาซา้ ดงั ตัวอย่าง
ผกั โฉมชื่อเพราะพรอ้ ง เปน็ โฉมน้องฤๅโฉมไหน
ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรกั ผักหวานนาง
บทวิเคราะห์ (ตอ่ )
บางบทมีการใช้ความเปรียบเพือ่ ถา่ ยทอดความรสู้ ึกมายังผ้อู า่ นไดอ้ ย่างดียิ่ง
เปน็ การใช้ความเปรียบแบบเกินจริง ซึง่ สามารถสร้างจนิ ตภาพแกผ่ อู้ ่านถึงรสชาติและกลิ่นหอมของ
อาหารน้ัน เชน่ การพรรณนารสชาติของกอ้ ยก้งุ ทีอ่ รอ่ ยมาก
ดังคาประพันธว์ ่า
กอ้ ยกงุ้ ปรงุ ประทิ่น วางถึงลนิ้ ดนิ้ แดโดย
รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรยี บเทียบทันขวญั
บทวิเคราะห์ (ตอ่ )
๒. คณุ คา่ ดา้ นเน้อื กาพย์เห่ชมเครือ่ งคาวหวานกล่าวถงึ อาหารไทย
หลายชนดิ บางชนดิ กร็ ู้จักกันดีในปจั จบุ ัน เชน่ มัสม่นั เทโพ ก้อยกุ้ง
บางชนิดก็เป็นอาหารไทยโบราณที่แม้จะไม่รู้จักและหารับประทานได้ยากในปัจจุบัน แต่
วรรณคดีเร่อื งน้ที าใหผ้ ู้อา่ นไดร้ จู้ กั ชื่ออาหารเหลา่ นนั้
บทวิเคราะห์ (ต่อ)
นอกจากน้ี กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานยังสอดแทรกส่วนประกอบ
ในการปรงุ อาหารบางชนดิ ไว้ด้วย เช่น
- มสั มนั่ แกงแก้วตา หอมยี่หรา่ รสร้อนแรง
- หมแู นมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง
- แกงคั่วสม้ ใส่ระกา
การอา่ นวรรณคดีเรือ่ งจึงให้ท้ังความรเู้ กีย่ วกบั อาหารและความเพลิดเพลินในการลองลมิ้ ชิมรสอาหารนานาชนิด
รวมทั้งเพลิดเพลินไปกับความไพเราะของถอ้ ยคาในวรรณคดีเรือ่ งนีอ้ กี ด้วย
ความรู้เพิม่ เตมิ
กาพยเ์ ห่เรือ
ลกั ษณะของกาพยเ์ หเ่ รือ
กาพย์เห่เรือน้ันประกอบด้วยคาประพันธ์ ๒ ชนิด คือ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ เรียงร้อยกันใน
ลกั ษณะที่เรียกว่า กาพย์ห่อโคลง กล่าวคือขึ้นต้นด้วยโคลง ๑ บท แล้วตามด้วยกาพย์ยานี โดยกาพย์ยานีบท
แรกจะมีเน้ือความเลียนกับโคลง จากน้ันก็แต่งกาพย์ยานีต่อไปกี่บทก็ได้จนจบความ เม่ือจะขึ้นตอนใหม่ก็ยก
โคลงสี่สุภาพมาอกี ๑ บท แลว้ ตามดว้ ยกาพย์จนจบตอน
วตั ถุประสงค์ในการประพันธ์กาพยเ์ ห่เรอื
กาพย์เหเ่ รือ เปน็ คาประพันธท์ ีแ่ ต่งไว้สาหรับรอ้ งเหใ่ นขบวนเรือ โดยทานองการเหจ่ ะตอ้ ง
สอดคล้องกบั จังหวะฝีพายวา่ ช้าหรือเร็ว มกั จะมีพนกั งานเห่ตน้ เสียง และฝีพายรอ้ งขับตามจงั หวะ
แตเ่ นื่องจากกาพยเ์ หเ่ รือน้นั เปน็ คาประพนั ธส์ าหรบั ใช้ในพิธีการ คือ ในขบวนเรือหลวงหรือขบวนพยุ
หยาตราทางชลมารค ไม่นิยมใชใ้ นพิธหี รือสถานการณ์อื่นจงึ ไมน่ ิยมประพันธก์ ันมากนัก
อาหารทีพ่ บจากเรือ่ ง
อาหารทีพ่ บจากเรือ่ ง (ตอ่ )
เดก็ ๆ อยา่ ลืม!!
ทบทวนบทเรียนกนั ดว้ ยนะคะ
https://www.freeppt7.com