ในวรรณคดไี ทย ความเชอื ทีปรากฏ
เราสามารถแบง่
ความเชอื ทีปรากฏใน
วรรณคดไี ทยได้
๘ประเภท ไดแ้ ก่
ความเชอื เรอื งกรรม
คาถาอาคม สตั วบ์ อก
เหตุ การแต่งกาย
ประจาํ วนั ผสี าง
เทวดา บุญบาป และ
ความฝน ซงึ ทําใหเ้ รา
ทราบวา่ คนไทยมี
ความเชอื เหล่านมี า
ตังแต่อดตี ดงั จะพบ
ไดจ้ ากวรรณคดไี ทย
ในเรอื งต่างๆ
ความเชอื เรอื งกรรม
อย่าลุ่มหลงจงอุตส่าหร์ กั ษาศีล
ใหเ้ พิมภิญโญไปดังใจหมาย
อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตคิดอุ บาย
จะจาํ ตายตกนรกอเวจี
พีแบ่งบุญบรรพชาสถาผล
ส่วนกุศลใหส้ ุดามารศรี
กลับไปอยู่คูหาในวาร ี
อย่าได้มีหว่ งใยอาลัยลาญ
มาจากนทิ านคํากลอนเรอื งพระอภัยมณี
เจา้ อุตสา่ หศ์ ึกษาวชิ าการ ความเชือเรืองคาถาอาคม
เขยี นอ่านท่องไดแ้ ล้วไต่ถาม
ตํารบั ใหญพ่ ชิ ยั สงคราม
สรู ยจ์ นั ทรฤ์ กษ์ยามก็รอบรู้
อยูย่ งคงกระพนั ล่องหน
ภาพยนตรผ์ กู ใชใ้ หต้ ่อสู้
รกั ทังเรยี นเสกเปาเปนเจา้ ชู ้
ผกู จติ รหญงิ อยูไ่ มเ่ คลือนคลาย
ท่านขรวั หวั รอ่ วา่ ออแก้ว
เรอื งเจา้ ชูร้ แู้ ล้วต้องมนั หมาย
เมยี ของเขาเจา้ อยา่ ไดท้ ํารา้ ย
สาวแก่แมห่ มา้ ยเอาเถิดวา
กจู ะใหว้ ชิ าสารพดั
ใหช้ ะงัดเวทมนตรพ์ ระคาถา
ท่วงทีเอ็งจะดดี งั จนิ ดา
แล้วคายชานหมากมาใหเ้ ณรกิน
เณรแก้วรบั แล้วกินชานหมาก
ขรวั ต่อยดว้ ยสากแทบหวั บนิ
ไมแ่ ตกไมบ่ ุบดงั ทบุ หนิ
ท่านขรวั หวั เราะดนิ คากๆไป
มาจากวรรณคดเี รอื งขุนชา้ งขุนแผน
ความเชอื เรอื งสตั ว์
บอกเหตุ
สนิ ฝนครนั ตืนตกประหมา่
หวดี ผวากอดผวั สะอืนไห
เล่าความบอกผวั ดว้ ยกลัวภัย
ประหลาดใจนอ้ งฝนพรนั อุรา
ใต้เตียงเสยี งหนกู ็กกุ กก
แมงมุมท่มุ อกทีรมิ ฝา
ยงิ หวาดหวนั พรนั ตัวกลัวมรณา
ดงั วญิ ญานางจะพรากไปจากกาย
ครานนั ขุนแผนแสนสนทิ
ฟงความตามนมิ ติ ก็ใจหาย
ครงั นนี า่ จะมอี ันตราย
ฝนรา้ ยสาหสั ตัดตํารา
จากวรรณคดเี รอื งขุนชา้ งขุนแผน
วนั อาทิตยส์ ทิ ธโิ ชคโฉลกดี ความเชอื เกียวกับการแต่ง
กายประจาํ วนั
เอาเครอื งสแี ดงแรงเปนมงคล
วนั จนั ทรน์ นั ควรสนี วลขาว
จะยนื ยาวชนั ษาสถาผล
อังคารมว่ งชว่ งงามสคี รามปน
เปนมงคลขตั ิยาไมร่ าคี
วนั พุธสดุ ดดี ว้ ยสแี สด
กับเหลืองแปดปนประดบั สลับสี
วนั พฤหสั บดจี ดั เครอื งเขยี วเหลืองดี
วนั ศุกรเ์ มฆหมอกออกสงคราม
วนั เสารท์ รงดาํ จงึ ลําเลิศ
แสนประเสรฐิ เสยี นศึกจะนกึ ขาม
ทังพาชขี ขี บั ประดบั งาม
ใหต้ ้องตามสสี นั จงึ กันภัย
มาจากวรรณคดเี รอื งสวสั ดริ กั ษา
ความเชอื เรอื งผสี าง
เทวดา
ใหเ้ คลิมเคล้นเหน็ ปศาจประหวาดหวนั
อินทรยี ส์ นั เศียรพองสยองขน
ท่านบดิ าหาผทู้ ีรมู้ นต์
มาหลายคนเขาก็วา่ ต้องอารกั ษ์
หลงละเมอเพอ้ พูดกับผสี าง
ทีเคียงขา้ งคนผไู้ มร่ จู้ กั
แต่หมอเฒา่ เปาปดชะงัดนกั
ทังเซน่ วกั หลายวนั ค่อยบรรเทา
ใหค้ นทรงลงผวี า่ พเี จบ็
วา่ เพราะเก็บดอกไมท้ ีท้ายเขา
ไมง่ อนง้อขอสทู่ ําดเู บา
ท่านปูเจา้ ค้มุ แค้นจงึ แทนทด
ครนั ตาหมอขอโทษก็โปรดให ้
ทีจรงิ ใจทีก็รอู้ ยูว่ า่ ปด
แต่ชาวบา้ นท่านถือขา้ งท้าวมด
จงึ สอู้ ดนงิ ไวใ้ นอุรา
มาจากวรรณคดเี รอื งนริ าศเมอื งแกลง
ความเชอื เรอื ง
บุญ บาป
สงิ ใดในโลกล้วน
อนจิ จงั
คงแต่บาปบุญยงั
เทียงแท้
คือเงาติดตัวตรงั
ตรงึ แนน่ อยูน่ า
ตามแต่บุญบาปแล
ก่อเกือรกั ษา
มาจากวรรณคดเี รอื งลิลิตพระลอ
ความเชอื เรอื งความฝน
ฝนวา่ พลัดไปในไพรเถือน
เลือนเปอนไมร่ ทู้ ีจะกลับหลัง
ลดเลียวเทียวหลงในดงรงั
ยงั มพี ยคั ฆร์ า้ ยมาราวี
ทังสองมองหมอบอยูร่ มิ ทาง
พอนางดนั ปามาถึงที
โดดตะครบุ คาบคันในทันที
แล้วฉดุ ครา่ พารไี ปในไพร
มาจากวรรณคดเี รอื ง
ขุนชา้ งขุนแผน
จดั ทําโดย
นางสาวสจั จพร ยมหา
ชนั มธั ยมศึกษาปที๖/๑
เลขที ๑๓