The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาศตร์ ฉบับเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-07-20 04:25:38

นาวิกศาศตร์ เดือน มิถุนายน ๒๕๖๕

นาวิกศาศตร์ ฉบับเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕






จังหวัดนนทบุรีขณะน ในการบินข้นลงของเคร่องบินจะม ี ก็พลอยได้เอกราชตามไปด้วยภายใต้เง่อนไขหน่ง

เรือทอยเลอร์ ๒ ลา แล่นอานวยความสะดวก และ แต่หลังจากได้ปกครองตนเองไม่นานนัก ก็เกิดการปฎิวัต ิ




ความปลอดภัยของเคร่องบิน เม่อเลิกใช้เคร่องบิน เรือ ๒ ลาน ้ ี รัฐประหารจนถึงสงครามกลางเมืองท้งในเวียดนามใต้ ลาว





มาอยู่ทหมวดเรือเล็ก บก.กร. อย่างใดไม่ทราบ แต่ต้อง และกัมพูชา ส�าหรับที่ลาว ลาวแดงมีอ�านาจมากขึ้นขจัด


คอยกวดขันให้เรือสมาร์ท และสะอาด ในการรับรอง ลาวฝ่ายขวาได้ ทาให้ประเทศไทยตกทน่งเผชิญกับลทธ ิ









ู้






ผู้มาเย่ยมเยือน ฯลฯ ปัจจุบนท บก.กร. มีสานกงาน คอมมวนิสต์ทแม่นาโขง ซ่งสหรัฐอเมริกาผเป็น “นายใหญ่”
ผู้บังคับบัญชา หัวหน้า และฝ่ายเสนาธิการประจา ของเสรีนิยมเกรงว่า คอมมิวนิสต์จะเหมือนเกม “โดมิโน”



ผู้บังคับบัญชาก็ “หะเรีย”งานของนายธงไปได้มาก ท่หากไทยล้มก็ล้มตามไปถึงคาบสมุทรมลาย และช่องแคบ
การดาเนินการจัดต้ง “นปข.” ม บก.กร. เป็น “เจ้าภาพ” มะละกา จึงพยายามสกัดกั้นการแทรกซึมข้ามแม่น�้าโขง





เร่มด้วยการประชุมจากหน่วยเก่ยวข้องต่าง ๆ ถึงเร่อง ด้วยการสนับสนุนให้จัดต้ง นปข. มีสถานีเรือ ๔ แห่ง ต้งแต่




การจัดหน่วย การฝึกองค์บุคคล และการใช้เรือกับ จังหวัดเชียงรายลงมาถึงจังหวัดอุบลราชธาน ต้งแต่บัดน้น








ยทโธปกรณ์ททางสหรฐอเมริกาผ้มีความคิดให้ตงหน่วย คู่ต่อสู้ของทหารเรือไทยท่เวทีชกแม่นาโขงน้นมาจาก






ได้ส่งเรือตรวจการณ์ล�าน�้า (Partrol Boat, River-PBR) ลาวแดงท่ประสบการณ์การรบจากสงครามเอกราช และ

ชุดแรกมา ๖ ล�า แล้วตามมาอีก ๒๐ ล�า นับว่าเป็นเรือที่ สงครามกลางเมืองอันเป็นค่ต่อส้ระดับ “มือพระกาฬ”

ถอนมาจากการใช้งานในเวียดนาม เรือมีปืนกลหนักเป็น ความเข้มข้นของการต่อส้เหนได้จากตวอย่าง เมอวนท ่ ี







อาวุธประจาเรือ ใช้เคร่องยนต์เจ็ต ความเร็วสูงสุด ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๘ “เรือ ล.๑๒๓ ของ นปข.




๒๕ นอต ความคล่องตัวสูง ประเด็นส�าคัญในการประชุม ในความควบคุมของ เรือตร โชต แทนศร กาลังลาดตระเวน


อยู่ท่ว่า ผู้ควบคุมเรือช้นยศเรือโท จะเป็นนายทหารประเภท ก ค้นหาการลักลอบขนอาวุธจากฝั่งลาว บริเวณดอนน้อย

(จากสายงานหลักหรือจบจากโรงเรียนนายเรือ) หรือ หมู่บ้านท่ามะเฟือง ตาบลโพสา อาเภอท่าบ่อ จังหวัด


นายทหารประเภท ข (มาจากตากว่าช้นสัญญาบัตร) บ้างว่า หนองคาย ได้ถูกระดมยิงจากฝั่งลาว จนเป็นเหตุให้




เป็นเรือความเร็วสูงต้องเป็นนายทหารจากโรงเรียนฯ เรือ ล.๑๒๓ ต้องเกยต้นท่หาดท้ายดอนน้อย และ




บ้างว่า ความเร็วเรือไม่เก่ยวกับนายทหารจากท่ใด ผู้เขียน พันจ่าตร ปรัศน์ พงษ์สุวรรณ เสียชีวิตพร้อมท้ง จ่าเอก


ที่นั่งฟังอยู่ในที่ประชุมก็นึกในใจว่า เรือโทจากโรงเรียนฯ บัญญัต ฆารกุล บาดเจ็บสาหัส” ซ่งคนประจาเรือถอนตัว






๒๐ กว่าคนต้องมาจากกองเรือต่าง ๆ อันจะทาให้กองเรือ จากเรือเกยต้นได้ แต่ศพ พันจ่าตร ปรัศน์ ติดอยู่ในเรือเม่อ



ขาดคนประจาเรือ น่าจะเลือกนายทหารประเภท ข พยายามกศพกถกฝายลาวยงมาท้งจากบนฝง และจากเรอ


ั่





ท “หน่วยก้าน” ดีมาฝึกอบรมให้ดีตามท่ต้องการซ่งจะ ยากต่อการดาเนินการ พลเรือเอก สงัด ชะลออย ผู้บัญชาการ


ู่


ปูทางความก้าวหน้าของนายทหารเหล่านี้ด้วย และแล้ว ทหารสูงสุดและรักษาการผู้บัญชาการทหารเรือ ปฏิญญา




ผลก็ออกมาตามท่นึกไว้ ท้งน ก็ได้ออกความคิดไปยังนาย ออกมาว่า “ถ้าไม่ได้ศพคืน ก็ต้องเพ่มศพ” แล้วเรียก


ท่านว่า “ครูครับ ความเร็วเรือไม่เก่ยวกับนายทหาร นักท�าลายใต้น�้าจู่โจม (SEAL) มาเสริมก�าลัง

โรงเรียน” ท่านหัวเราะหึ ๆ กลางคืนวันรุ่งข้น ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๘





สถานการณ์ท่ทหารเรือต้องไปข้นเวทีชกท่แม่นาโขง หมู่นักท�าลายใต้น�้าจู่โจม น�าโดย เรือโท อนุวัต บุญธรรม
กเนองมาจากภายหลงสงครามโลกครงหลงจบลง เวยดนาม ระวังป้องกันโดยนาวิกโยธิน ได้ลอบไปยังเรือ ล.๑๒๓















ก็ทาสงครามเอกราชกับฝร่งเศส และได้เอกราชใน อีกคร้งหน่ง นักทาลายใต้นาจู่โจม ๔ นาย เข้าถึงเรืออย่างเงียบ ๆ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พร้อม ๆ กับการแบ่งเวียดนามออกเป็นเหนือ ตรวจกับระเบิด (ถ้ามี) พบศพ พันจ่าตร ปรัศน์ น่งพับเพียบ










(คอมมิวนิสต์) กับใต้ (เสรีนิยม) และลาวกับกัมพูชา อยในหองถอทายเรอ หวเขาซายตงเลกน้อย หนหลงใหแทน








นาวิกศาสตร์ 49
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕



จอเรดาร์ หน้าหันไปทางท้ายเรือ (คงดูภูมิประเทศเพ่อ การปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านออกจากราชการกรณ ี



รายงานตาบลท่เรือ) มือซ้ายกาท่พูดโทรศัพท์ หลงจาก กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. ๒๔๙๗ ผู้เขียนเคยพบและ







นักทาลายใต้นาจู่โจม พันจ่าเอก พิชิต อิฐสมบัต เคล่อนศพ เรียนถามท่านว่า ทาไมยรรยง เรียนพรรคกลินเพราะ

ตรวจกับระเบิดแล้ว ทั้ง ๔ นาย ช่วยกันย้ายศพ โดยใช้ผ้า บุคลิกของยรรยง มีลักษณะผู้น�าด น่าเป็นพรรคนาวิน



คลุมปืนกลของเรือเป็นผ้าห่อศพออกจากเรือ วิ่งแบกศพ ท่านพ่อตอบว่า “เป็นพรรคนาวินเสยงต่อภัยการเมือง

กลับหลังดอนแตงท่โผล่นา นาศพลงเรือแล้วพายเข้าฝั่ง จึงให้ยรรยง เรียนพรรคกลิน) ชุดกู้ภัยพบว่าเรือน่งแท่น




ได้ส�าเร็จ อยู่บนโคลนบนดินเหนียว พยายามขุดดินเป็นร่องนา และ






ใช้เคร่องสูบนาดูดนาท้องเรือช่วยให้เรือเบา ท่ามกลาง

สายตาทหารลาว เวลาประมาณ ๐๕๓๐ ทหารลาว

ตะโกนย่วยุว่า “เอาเรือของมึงไปเถอะ กูข้เกียจเฝ้า”


“มึงอยากกินบักหัวแตกบ่อ” (ลกปืน) “มึงอยากกิน

หัวปลีบ่อ” (จรวด อาร์.พี.จี. รูปร่างเหมือนหัวปลี) ซ่งทางไทย
มิได้ตอบโต้โดยใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที ก็ลอยล�าเรือ และ




ดึงเรือออกนาลึกได้ ติดเคร่องยนต์เรือ นาเรือออกแล่นได้
แม้ตัวเรือจะพรุนด้วยกระสุนนับไม่ถ้วน เข้าจอดเรือ
ท่บ้านท่ามะเฟือง เวลาประมาณ ๐๘๐๐ ท่ามกลาง

การแสดงความยินดีจากฝูงชนจานวนมาก (กระดูกง ู

มีนาคม ๒๕๑๙)







จากประวตศาสตร์ ทหารเรอขนเวทชกทแม่นาโขง



มาต้งนานแล้ว ซ่งเห็นได้จากในรัชสมัยรัชกาลท ๕ นักรบ









ชาวจนทไทยเราเรยกว่า “พวกฮ่อ” ได้หลบหนมาจาก
เมืองจีนเข้ามาในแคว้นตังเกี๋ยของญวน และในเมืองลาว
ภายในห้องถือท้ายของเรือ ล.๑๒๓ เป็นบริเวณที่ ต้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๗ พวกฮ่อลงมาทาท่าทางว่าจะเข้าต ี


นาวาตรี ปรัศน์ พงษ์สุวรรณ ถูกยิงถึงแก่ความตาย เมืองหลวงพระบาง และหนองคาย พระเจ้ากรุงหลวงพระบาง

พันจ่าตร ปรัศน์ ได้รับพระราชทานเล่อนยศเป็น ซึ่งเวลานั้นพระชนมายุ ๗๕ แล้ว และเจ้าเมืองหนองคาย



นาวาตร มีงานพระราชทานเพลิงศพ นาวาตร ปรัศน์ ต่างกราบบังคมทูลขอความช่วยเหลือจากกรุงเทพฯ


พงษ์สุวรรณ ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ จึงโปรดให้ส่งทหารข้นไปทางเหนือ และทาการรบ

กรงเทพฯ วนท ๒๕ กมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๙ นาวาตร ปรศน์ ต่อต้านพวกฮ่อได้สาเร็จ (เจ้าชีวิต; พระเจ้าวรวงศ์เธอ








ถือได้ว่าเป็นทหารเรือ “ผู้ไม่เลือกเวทีชก” และชกอย่าง พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์) พ.ศ. ๒๔๒๗ ทางราชการได้ส่ง
สมศักดศร นอกจากน้กลางคืนของวันท ๓๐ พฤศจิกายน ทหารมะรีน ๑ หมวด ประกอบด้วย นายร้อยตรี ๑ นาย






พ.ศ. ๒๕๑๘ นปข. เป็น “แม่งาน” ในการพยายาม พลทหาร ๒๔ นาย พร้อมด้วยปืนกลแคตลิงกัน ๒ กระบอก

กู้เรือ ล.๑๒๓ ออกจากเกยตื้นให้ได้ โดยการอ�านวยการ ร่วมไปกับกองทัพท่ไปปราบปรามพวกฮ่อทางภาคเหนือ
ของ นาวาเอก ยรรยง กุลก�าม์ธร ที่ปรึกษา นปข. (ยรรยง อันมีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เป็นแม่ทัพ

เป็นนักเรียนพรรคกลินรุ่นเดียวกับผู้เขียน เป็นบุตรของ (ราชนาวิกโยธิน; พ.ศ. ๒๕๔๐) ซ่งแสดงว่าทหารมะรีน





พลเรือตร ชลิต กุลกาม์ธร ผู้ได้ร่วมในการเปล่ยนแปลง ชุดน ได้เดินทางขึ้นเหนือช่วยให้ “ทาการรบต่อต้านพวกฮ่อ

นาวิกศาสตร์ 50
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ทหารมะรีนในกรมแสงในชุดกะลาสีสีดำายืนอยู่หน้าช้างที่บรรทุกปืนกลแคตลิงกัน ๒ กระบอก
ในการขึ้นไปปราบฮ่อที่ภาคเหนือ พ.ศ. ๒๔๒๗



ได้สาเรจ” ผู้เขียนเคยไปชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
ที่เชียงใหม่ ในส่วนการแสดงประวัติของเชียงใหม่ มีภาพ


ทหารเรือในชุดกะลาสีสีดายืนแถวอยู่หน้าช้างท่บรรทุก
ปืนกลหนักอยู่บนหลังอยู่ในตู้แสดงภาพ ได้ยินนักเรียน

ผู้หน่งร้องบอกเพ่อนว่า “ทหารเรือมาปราบฮ่อ” ก็เข้าใจ

ได้ว่าเขาเห็นชุดกะลาสีก็เป็นทหารเรือแน่ ๆ ถ้าหาก
แต่งกายชุดอ่นคงไม่รู้ว่าเป็ทหารเรือหรือทหารมะรีน ภาพน้น


แสดงว่า เม่อจาเป็นทหารเรือไม่ได้เลือกเวทีชก แม้เวท ี


นั่นจะห่างไกลจากบ้านเกิดก็ตาม และชกมาตั้งนานแล้ว ปืนกล catling gun สั่งซื้อจากสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๔๑๘ ยิงได้
๔๐๐ นัด/นาที อันทันสมัยมากเวลานั้น

ภายหลังจบการศึกษาท่โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ

ขณะเป็น นาวาโท กองทัพเรือลงคาส่งให้ไปศึกษา





หลกสตร Command ท U.S. Naval War College
รัฐโรดไอแลนด์ (R.I.) สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๑๘
กลับบ้านถูกบรรจ “ประจาโรงเรียนนายทหารเรือ (รร.นท.)


ผู้บัญชาการโรงเรียนนายทหารเรือ (ผบ.รร.นท.)






พลเรือโท สวัสด ปวนะฤทธ ลงคาส่งให้เป็น “อาจารยประจา


โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ (รร.เสธ.ทร.) แต่ละเหล่าทัพ
ต่างคนต่างเรียน ไม่รู้กันว่าเรียนอะไรกันบ้าง จึงเสนอ
เร่องต่อ รอง ผบ.รร.นท. (นาวิน) พลเรือตร สุรพล


แสงโชต ผู้รับผิดชอบและดูแล รร.เสธ.ทร. (ขณะน้นไม่ม ี



ทหารเรือ “ไม่เลือกเวทีชก” ขึ้นไปปราบฮ่อภาคเหนือในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ อัตรา ผบ.รร.เสธ.ทร. มีแต่อาจารย์อานวยการ รร.เสธ.ทร.
นาวิกศาสตร์ 51
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




นาวาเอกพิเศษ) ว่านักเรียนโรงเรียนเสนาธิการท้งสามเหล่า หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย นักศึกษาท้งหมด
ควรพบกัน และรู้ว่าแต่ละโรงเรียนมีหลักสูตร และ แถลงแผนของเหล่าทัพตนโดยมี พลเอก เสริม ณ นคร

เรียนกันอย่างไร ครูสรพล ท่านเห็นชอบด้วยแล้วเสนอต่อ ผู้บัญชาทหารสูงสุด เป็นประธาน เป็นการจบส้นการศึกษา





ผบ.รร.นท. ซ่ง ครูสวัสด ก็เห็นด้วย และส่งเร่องไปยัง หลังจากน้นมีการเล่นฟุตบอลระหว่างทีมนักกีฬาโรงเรียน

โรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพอ่น ทางโรงเรียนเสนาธิการ เสนาธิการรวมเหล่าทัพ กับทีมข้าราชการจังหวัด





ทหารอากาศเหนด้วยทนท ส่วนโรงเรยนเสนาธการ เชียงใหม่ แล้วไปรับพระราชทานเล้ยงอาหารเย็นจาก


ทหารบกก็เห็นด้วยแต่ขอผลัดไปเป็นรุ่นหน้า เพราะรุ่นนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ท่ตาหนักภูพิงคราชนิเวศน์


จะมสมเดจพระบรมโอรสาธราชฯ ทรงเข้าศกษาด้วย กันถ้วนหน้าแล้ว ต่างคนต่างกลับบ้านโดยส่วนของ





จะมีปัญหาต่อการถวายความปลอดภัย แต่แล้วโรงเรียน ทหารเรือรู้สึกแปลก ๆ ท่ต้องไปข้นเวทีชกทางเมืองเหนือ
เสนาธิการทหารบก กลับแจ้งเห็นด้วยเพื่อเป็นการเฉลิม ท่มีแต่เทือกเขาแทนท่จะเป็นทะเลอย่างท่เคยกระทา






พระเกยรตพระองคท่านซงการศกษาร่วมโรงเรยนเสนาธการ มาช้านาน






ท้งสามเหล่าทัพเป็นการพบกัน และฟังบรรยายการศึกษา ภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศของไทยมีแม่นาลาคลอง





ของแต่ละโรงเรียนท่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกมีการ แผ่ซ่านทั่วประเทศ แม้กรุงเทพฯ ยังเคยได้รับสมญานาม
เล่นกีฬาบางประเภทร่วมกันด้วยแล้วปลายปีการศึกษา ว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก” ดังนั้น “การปฏิบัติการ










กมีการฝึกวางแผนร่วมสามเหล่าทพทจังหวดเชยงใหม่ ในลานา” ท่หน่วยเหนือมีกาลัง “กาหนดหน้าท ่ ี





โดยใช้ค่ายทหารบกท่น่นเป็นแหล่งศึกษา การพักอาศัย ความรับผิดชอบในการปฏิบัติการลานา” ต้งแต่






ต่างโรงเรียนต่างหาท่พักกันเอง คณาจารย์สามเหล่าทัพ พ.ศ. ๒๕๑๒ ก็หมายความว่ากองทัพเรือโดยกองเรือลานา



ร่วมกันออกปัญหาการวางแผนต้งแต่อยู่กรุงเทพฯ นักศึกษา เน้นผู้ปฏิบัติการ “ข้นเวทีชก” ตามแม่นาลาคลอง



แต่ละเหล่าทัพต่างวางแผนใช้กาลังเหล่าทัพของตนในพ้นท ี ่ ท่เกิดเหตุการณ์อันต้องปฏิบัติการ ต่อจากน้ไปไม่ม ี







ซึ่งเหล่าทัพเรือมีก�าลัง นปข. ในแม่น�้าโขง พ่เล้ยงอย่างสหรัฐอเมริกา ท่ให้เรือ และอาวุธยุทโธปกรณ์
อย่างเหตุการณ์ท่แม่นาโขง ต้องยืนด้วยล�าแข้งของตนเอง



ภาพด่านทหารพม่าที่แม่นาสาละวินตรงข้ามกับฝั่งไทย หลังจากถูกทหารกะเหรี่ยงเผาโจมตี (บางกอกโพสต์, ๒๑ ต.ค. ๖๔)


นาวิกศาสตร์ 52
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕







มองดูสถานการณ์แม่นาลาคลองตามชายแดน อีกคร้งต้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ สงครามกลางเมืองในลาว


ในปัจจุบัน ย้ายไปทางด้านตะวันตกชายแดนพม่า ดาเนินต่อไปควบคู่ไปกับสงครามเวียดนามท่สหรัฐอเมริกา


ท่ตรงข้ามแม่นาสาละวินในส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน สนับสนุนเวียดนามใต้ และเม่อสหรัฐอเมริกา ถอนตัวจาก





เป็นรัฐกะเหร่ยงท่พยายามแยกตัวเป็นอิสระจาก เวยดนามใน พ.ศ. ๒๕๑๘ ทาให้เวยดนามเหนอ







สหภาพพม่า เกิดการสู้รบระหว่างกองกาลัง Karen รวมชาตได้สาเร็จรวมทงขบวนการประเทศลาวมีชย



National Union (KNU) กับทหารพม่า ก�าลังกะเหรี่ยง เหนือลาวฝ่ายอ่น อินโดจีนจึงปกครองด้วยลัทธ ิ

เข้มแข็งข้นทุกท ฝ่ายทหารพม่าก็พยายามปราบปราม คอมมิวนิสต์ หรือสังคมนิยมต้งแต่น้นมาซ่งฝ่ายตะวันตก






มากข้นท่บางเวลาใช้กาลังทางอากาศด้วย ต้งแต่ หวาดระแวงว่าสังคมนิยมจะข้ามแม่นาโขงสู่ไทย






กลางเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ท่ผ่านมา การสู้รบรุนแรง รุกลงใต้สู่คาบสมุทรมลายูท่มีปรากฏการณ์ “แทรกซึม

















มากขน ชาวกะเหรยงทมภมลาเนาอย่ทงสองฟากฝั่ง ของ ผกค. ตามลาแม่นาโขงมากข้น” ซ่งเม่ออินโดจีน




แม่น�้าสาละวินหลบภัยการสู้รบมายังฝั่งไทย ไป ๆ มา ๆ ท้งผืนเป็นสังคมนิยมลงตัว ความสงบตามลาแม่นาโขง




กองกาลังฝ่ายไทยท่ประจาการอยู่ท่น่นคือ กรมทหารพราน ก็ลงตัวไปแบบไทย มีชายแดนประชิดชาติสังคมนิยม



ที่ ๓๖ (บางกอกโพสต์, ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๔) ควบคุม โดยมีแม่น�้าขวางกั้น
สถานการณ์อยู่บนบกฝั่งไทย ไม่มีกาลังทางเรือท่จะดูแล






การเคล่อนไหวในลานา บางเวลามีการปล้นเรือชาวบ้าน


ในแม่นา บางทีทางพม่าก็ว่าทางไทยเพิกเฉยต่อกองกาลัง


กะเหร่ยงท่ข้ามแม่นามาพักพิงทางฝั่งไทย ยังไม่มีใคร








พูดถึงความต้องการปฏิบัติการในลานาสาละวินท่เม่อ

เกิดความต้องการข้นมาก็เป็นการแน่นอนว่าทหารเรือ
ต้องไปเหมือนที่ไปแม่น�้าโขง ขึ้นชกเวทีใหม่ที่สาละวิน




สถานการณ์ และสถานภาพท่แม่นาโขงก่อนจัดต้ง
นปข. “มีการแทรกซึมของ ผกค. ตามแนวล�าแม่น�้าโขง
มากข้น ลักลอบส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ข้นมา ลักลอบส่งคน


ออกไปอบรมนอกประเทศไทยแล้วกลับเข้ามา” ซ่ง นปข.

ได้ปฏิบัติการดังตัวอย่าง เช่น ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๑๘ เรือ นปข. หมายเลข ล.๑๒๓ ถูกฝ่ายลาวระดม แผนที่ดอนแตง
ยิงจนเรือต้องเกยต้นท่หาดดอนน้อย และ พันจ่าตร ปรัศน์ ลานาโขงชายแดนไทยมีแต่ นปข. แสดงกาลังอยู่








เสียชีวิตดังกล่าวมาแล้ว ซ่งการปฏิบัติการเป็นไป ฝ่ายเดียวทคงเตะหูเตะตาทางลาวอย่ มการประชุม




อย่างเข้มข้น สถานการณ์ในลาวหลังจากได้รับอิสรภาพ ร่วมระหว่างไทย-ลาว ปรับบทบาท นปข. ที่ดูแข็งกร้าว
จากฝรั่งเศสเมื่อสงครามครั้งหลังจบลง ก็เกิดการแย่งชิง ให้นุ่มนวลลง และเปล่ยนช่อหน่วยจาก “หน่วยปฏิบัติการ



อานาจระหว่างลาวฝ่ายขวา ลาวฝ่ายกลาง และขบวนการ ตามลาแม่นาโขง” เป็น “หน่วยเรอรกษาความสงบ





ประเทศลาว หรือลาวแดง เกิดสงครามการเมืองในลาว เรียบร้อยตามลาแม่นาโขง (นรข.)” ต้งแต่กลาง พ.ศ. ๒๕๔๗





ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๒-พ.ศ. ๒๕๐๕ จนกระท่งหยุดยิงตาม เป็นต้นมา ซ่ง นรข. ก็ได้ปฏิบัติการตามภารกิจท่อยู่



สนธิสัญญากรุงเจนีวาให้จัดต้งรัฐบาลผสมสามฝ่าย ต่อมา ในลักษณะ “รับทางยุทธศาสตร์ รุกทางยุทธวิธี”

เกิดการแย่งอานาจกันอีก และเกิดสงครามการเมือง ท่ามกลางการเฝ้าระวังจากฝั่งลาวทุกวันทุกคืน
นาวิกศาสตร์ 53
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ต่อไป และดูจะรับทางยุทธวิธีอีกอย่างกลาย ๆ”
นี่ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ว่า “ไทยนี้รักสงบ”




สถานการณ์ และเหตุการณ์ท่แม่นาสาละวิน



อาจเป็นเหตุให้ทหารเรือ ข้นเวทีชกท่น่นเพราะคนอ่น



ไม่ถนัดในการกระทาการในลานา ประมาณการข่าวกรอง




ของพ้นท และผู้คนในพ้นท่ไว้ล่วงหน้าก็จะด เผ่อได้รับคาส่ง








ให้ข้นชกจะได้มีการจัดหน่วย จัดเรือ และอาวุธยุทโธปกรณ์
เตรียมการฝึกองค์บุคคล ให้รับกับสถานการณ์ และพื้นที่
ได้ทันท่วงที

หลังการจัดต้ง นปข. หรือ นรข. ในปัจจุบัน หากเกิด
ความต้องการหน่วยในลานาขนอก เขยนแปะฝาไว้เลย








จะเป็น “หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลา
แม่นาสาละวิน (นรส.)” ภารกจ “รกษาความสงบเรยบรอย






ตามล�าแม่น�้าสาละวิน” เวทีชกแห่งใหม่ของทหารเรือ


ชกมาต้งแต่ข้นเหนือไปปราบฮ่อในรัชสมัยรัชกาลท ๕



โดยไม่เลือกเวทีชก ผู้ท่ได้ฟังคาปรารภ “ทร.อย่าเลือก


เวทีชก” ล้วนผู้ใหญ่กว่าผู้เขียน ซ่งท่านคงไปเฝ้า

สมเด็จพระเจ้าตากสิน และเสด็จเต่ย กันมากท่านแล้ว

ผู้เขียนเป็นผู้หน่งท่ยังหลงเหลืออยู่ และหลงเหลือมา

ปรากฏกับปัจจุบันว่า “ทร.จะชกทุกเวที” และจะชก



อย่างสมศักด์ศร “ใหญ่ก่ตันต้องสู้กัน ฟาดฟันให้รู้”
(ท่อนปรารภเพลงราชนาวี)
“ม้าใช้” ของ นปข. แล้ว นปส. ที่สาละวินจะใช้อะไร

ขณะผเขยนมยศเปนนาวาเอกอยทกรมขาวทหารเรอ











ได้ติดตามผู้บังคับบัญชา และได้รับฟังมีใจความหน่งว่า


“ทางลาวจะยิงทุกส่งทุกอย่างท่เคล่อนไหวในลานาโขง”





แสดงว่าฝ่ายลาวไม่เคล่อนไหวอะไรในลานา มีแต่ฝ่ายไทย




เท่าน้น ผู้เขียนเสนอแนะทดสอบ “กฎการปะทะ”

ท่ทางลาว อ้างไว้โดยการลอยซากเรือขนาดใหญ่พอท ี ่
ฝั่งลาวจะเหนได้แน่นอนแล้วดว่าเขาจะยงตามทว่าไว้





หรือไม่ แต่ผู้บังคับบัญชาว่า “อย่าไปยุเขาเลย” ก็เลยไม่ได้
ทดสอบหลักนิยมของลาวโดย นปข. “รับทางยุทธศาสตร์
นาวิกศาสตร์ 54
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ภาพที่ ๑ เรือสินค้า The Ever Given เกยขอบฝั่งคลองสุเอซเสมือนจระเข้ขวางคลอง ทำาให้เศรษฐกิจโลกผันผวน



















“จระเข้ข้วางคลองสุเอซ” ที่ตั้งใจสุอถึงเหตั้การณ์เมื่อวนองคารที่ ๒๓ มื่นาคมื่ พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลาที่องถึน ๐๗.๔๐ น.



ู้


ู้
(๐๕.๔๐ GMT) เรอบรรทีุ่กตั้สุ่นค้า The Ever Given ระวางข้้บน��า ๒๐๐,๐๐๐ ตั้้น บรรทีุ่กตั้สุ่นค้า ๑๘,๓๐๐ ตั้ ชกธง
ู้





สุ้ญชาตั้่ปานามื่า เปรยบเสุมื่่อนเป็นจระเข้ตั้้วใหญ่เกยตั้่�นข้วางคลองสุุเอซด้านที่่ศใตั้ ที่าให้เรอล�าอน ๆ ไมื่สุามื่ารถึใช้
่�



คลองสุุเอซในการเดนเรอเพอร่นระยะที่างการข้นสุ่งสุนค้าที่างที่ะเลระหว่างโลกตั้ะวนตั้กกบโลกตั้ะวนออกได้ เหตัุ้การณ์ ์








วกฤตั้กว่า ๖ วน ที่ฝ่ายเจ้าข้องคลองตั้้องเร่งรบแก้ไข้สุถึานการณ์์นาเรอ Ever Given ให้หลุดพ้นจากการเกยฝั่งคลองแข้่ง







กบเวลาที่่�จะตั้้องใช้ปรากฏการณ์ที่างธรรมื่ชาตั้่ Super Full Moon ช่วยเป็นแรงผลกหนุนสุ่งให้เรอพ้นจากการตั้่ดตั้่�น














ด้วยความื่เสุยหายจากรายได้ค่าผ่านคลองที่เกดข้นกบฝ่ายคลองสุุเอซ (อยปตั้์) รวมื่กบผลกระที่บที่างเศรษฐกจระยะสุน






ที่วที่งโลกเฉลยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาที่ตั้่อวน และเรอข้นสุ่งสุนค้าตั้ดค้างอยตั้ามื่ที่่าเรอจานวนมื่าก ที่งน� เพราะคลอง











ู่


สุุเอซเป็นเสุ้นที่างข้นสุ่งสุ่นค้าราว ๑๒% ข้องการค้าโลก โดยบรษ้ที่ Lloyd's List ประมื่าณ์การว่ามืู่ลค่าสุ่นค้าบนเรอ











ที่แล่นผ่านคลองแห่งน่อยู่ในระดบสุูงกว่า ๙ พนล้านเหรยญสุหรฐตั้่อวนหรอราว ๔๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐตั้่อชวโมื่ง









ซงบที่เร่ยนน่�มื่่สุาเหตัุ้จากเร่อในคลองขุ้ด กล่าวค่อ ทีุ่กอย่างที่เก่ดข้ึนมื่ราคาแพง “the claim too high still” นอกจากน้น




ในภาวะสุงครามื่หรอความื่ข้ดแย้งในภมื่ภาคหร่อภยคุกคามื่ในรูปแบบใหมื่ เช่น การก่อการร้าย ภยธรรมื่ชาตั้่ ล้วนมื่ความื่เสุยง







ตั้่อการดาเน่นการบร่หารคลอง โดยมื่่ตั้วอย่างจากคลองสุุเอซในหลายเหตัุ้การณ์์ที่จาใจตั้้องปิดการบร่การคลอง






ที่�สุ�าคญ กลุ่มฝันหวานในไทย ที่คดว่าการขุ้ดคลองไที่ยจะที่าให้เศรษฐกจข้องประเที่ศเจร่ญรุ่งเร่อง ประชาชนจะมื่รายได้












เป็นกอบเป็นกาจากเร่อสุนค้าที่จะมื่าผ่านคลองน้น ลองย้อนมื่องคลองขุ้ดที่�สุาค้ญข้องโลกอย่างคลองสุุเอซข้องประเที่ศอ่ยปตั้ ์







และคลองปานามื่าข้องประเที่ศปานามื่า ไมื่่ได้ที่�าให้อ่ยปตั้์หรอปานามื่าร�ารวยข้นมื่าแตั้่อย่างใดเห็นได้จาก GDP (Per the
55
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕










International Monetary Fund) อยู่ในลาด้บที่� ๓๕ และ ๘๔ ตั้ามื่ลาด้บที่ย้งตั้ามื่หล้งประเที่ศไที่ยในอ้นด้บที่� ๒๖ ดงน้น




ุ่
โครงการขุ้ดคลองไที่ยข้องกลมื่ฝันหวานเพ่อกระตัุ้้น GDP ข้องประเที่ศและจะช่วยเสุร่มื่ยที่ธศาสุตั้ร์ข้องภาคร้ฐที่จะผล้กดน


ให้ประเที่ศไที่ยหลุดพ้นจากกบดกประเที่ศรายได้ปานกลางสุู่การเป็นประเที่ศที่�มื่รายได้สุูง จึงน่าจะตั้้องเหลยวหลง






แลหน้าและข้ย่�ตั้าดูกนให้ด่ ๆ ตั้่อไป







นอกจากคลองสุุเอซมื่ความื่สุาคญในด้านการข้นสุ่งที่างที่ะเลแล้ว ในอด่ตั้ก่อนที่อยปตั้์จะเป็นผู้บรหารคลอง









แตั้่เพยงผู้เดยว องกฤษกบฝรงเศสุที่เป็นเจ้าข้องร่วมื่ในคลองสุุเอซก็ได้ใช้เสุ้นที่างนในการข้ยายอ่ที่ธพลสุร้างอาณ์านคมื่







ในตั้ะวนออกตั้งแตั้่ตั้ะวนออกกลาง มื่ลาย สุมื่าตั้รา จน และญปุ่น จนองกฤษได้รบการข้นานนามื่ว่า “จกรวรรด่ที่ ่ �




















ดวงอาที่่ตั้ย์ไมื่่เคยตั้กดน” สุ่วนหนงกตั้้องยอมื่รบว่าคลองสุุเอซเป็นเสุ้นที่างนาพาความื่สุาเร็จที่งกองเรอค้าและกองเรอรบ














ที่าใหหลายประเที่ศที่มื่ภมื่ประเที่ศใกลเค่ยงกบคลองสุเอซเกดแนวคดที่อยากข้ดคลองเพอรนระยะเวลาในการเด่นที่าง





เช่น คลองปานามื่า (Panama Canal) เชอมื่ระหว่างมื่หาสุมื่ที่รแปซ่ฟิกกบที่ะเลแครบเบ่ยน คลองคลในเยอรมื่น ่





เชอมื่ระหว่างที่ะเลเหนอกบที่ะเลบอลตั้่ก ซึงเร่�มื่ตั้้นด้วยความื่ตั้้องการที่างด้านยุที่ธศาสุตั้ร์ที่หาร
่�



จากคลองสุเอซถึงคลองปานามา



คลองสุุเอซถึอเป็นจุดกาเน่ดที่แสุดงผลล้พที่์การข้นสุ่งที่างที่ะเลด้วยระยะที่างที่�สุนลง จนที่�าให้หลายประเที่ศที่ ่ �










เป็นมื่หาอานาจมื่องหาช่องที่างสุ�าคญที่�มื่ความื่เป็นไปได้ในที่ว่ปอน ๆ และประเที่ศที่เร่�มื่ตั้้นเล็งเห็นประโยชน์เฉพาะ








การสุ่งเสุร่มื่กจการภายในประเที่ศโดยเฉพาะด้านการที่หาร มื่หาอานาจจึงมื่องหาภมื่ประเที่ศนอกประเที่ศเพอขุ้ดคลองสุาหรบ




ใช้ในการข้นสุ่งคมื่นาคมื่ที่างน��า แตั้สุ่�งสุาคญประการหนึงที่่�จะที่าให้การขุ้ดคลองนนง่ายหรอยากข้นอยู่กบ ปัจจยพนที่่�








้�
่�


ที่ไมื่่เหมื่อนก้น อย่างคลองสุุเอซด้านฝั่งที่ะเลเมื่ด่เตั้อร์เรเน่ยนและที่ะเลแดงระด้บน�าที่ะเลสุองฝั่งไมื่ตั้่างก้นมื่าก สุภาพพ่นที่ ่ �






ไมื่่มื่ภูเข้าสุูงให้ตั้ดผ่าน ไมื่่มื่โรคระบาด เร่อที่แล่นผ่านคลองเดนที่างได้แบบรวดเดยวจบตั้งแตั้่ตั้้นคลองยนที่้ายคลอง









ในข้ณ์ะที่คลองปานามื่าเป็นอ่กหน�งคลองขุ้ดที่เป็นเสุ้นที่างเด่นเร่อสุ�าค้ญข้องโลกไมื่่แพ้คลองสุุเอซ แตั้่ความื่เป็นมื่ากว่าจะ









ได้ขุ้ดคลองจนถึึงเมื่อขุ้ดแล้วประสุบปัญหามื่ากมื่าย ตั้งแตั้ การคอร์ร้ปชน ปัญหาด้านเง่นทีุ่น ปัญหาด้านแรงงาน ปัญหา


ด้านวศวกรรมื่ผดพลาด คนงานขุ้ดคลองหยุดชะงกเป็นช่วง ๆ สุุดที่้ายถึูกน�าพาเป็นเกมื่การเมื่่องจนแยกเป็นประเที่ศ



ปานามื่าออกจากประเที่ศโคล้มื่เบย ดงนน คลองปานามื่าจึงน่าจะเป็นอกตั้้วอย่างหนึง ข้้อดและข้้อเสุ่ยที่่�น่าสุนใจข้อง



้�


ผู้ที่่�คดอยากขุ้ดคลองใหมื่่ในอนาคตั้






คร่สุโตั้เฟอร์ โคล้มื่บ้สุ (Christopher Columbus) นกสุารวจชาวอ่ตั้าเลยนนาเรอข้้ามื่มื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้ก

จากสุเปนในห้วง ค.ศ. ๑๔๙๒-๑๕๐๒ ถึึง ๔ เที่่�ยว และได้แนะน�าที่วปอเมื่รกาให้แก่ราชวงศ์สุเปนและชาวยุโรปได้รู้จก










ที่วปอเมื่รกากลาง อเมื่รกาใตั้ และที่ะเลแครบเบยน โดยเมื่่�อ ๑๒ ตัุ้ลาคมื่ ๑๔๙๒ โคล้มื่บ้สุได้เดนที่างมื่าพบเกาะที่่�





่�
เข้าตั้้�งชอว่า “ซานซ้ลวาดอร์” (San Salvador) หรอประเที่ศบาฮามื่าสุ (Bahamas) ในปัจจุบน ซึงเข้าได้ข้นสุารวจ








และประกาศเอาเป็นดนแดนเมื่องข้ึนข้องสุเปน ในการเดนที่างเที่ยวที่� ๔ ระหว่าง ค.ศ. ๑๕๐๒-๑๕๐๔ โคล้มื่บ้สุ

่�




สุ�ารวจพนที่่�อเมื่รกาใตั้้ค้นพบดนแดนใหมื่ เช่น จาเมื่กา (Jamaica) ฮอนดูร้สุ (Honduras) นการากว (Nicaragua)
คอสุตั้ารกา (Costa Rica) อลมื่่แรนเตั้ (Almirante) โบคาสุ เดล โตั้โร (Bocas del Toro) ปัจจุบนคอจงหวดหนึงใน















ประเที่ศปานามื่าและที่นเข้าได้ที่ราบจากชาว “งาเบ” (Ngobe) ถึงเร่องที่องคาและช่องที่างที่จะสุามื่ารถึเชอมื่สุอง





มื่หาสุมื่ที่รเข้้าด้วยกนได้ (In Panama, Columbus learned from the Ngobe of gold and a strait to another


ocean.) ตั้วอย่างที่องคาและเรองราวข้องช่องที่างเชอมื่สุองมื่หาสุมื่ที่รได้ถึูกนามื่าแสุดงและเล่าข้านให้ผู้คนชาวยุโรป








ได้รบที่ราบสุบตั้่อกนมื่า การสุารวจภมื่ประเที่ศเพอหาที่างลดช่องที่างเดนเร่อในอเมื่รกาเร่�มื่จรงจงในศตั้วรรษที่� ๑๖













นาวิกศาสตร์ 56
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕



ใน ค.ศ. ๑๕๑๓ นกสุารวจชาวสุเปนนามื่ Vasco Núñez de Balboa เป็นผู้บุกเบ่กข้้ามื่คอคอดปานามื่าที่างบก

จากฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้่กมื่ายงฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิกเป็นคณ์ะแรก ตั้่อมื่าใน ค.ศ. ๑๕๓๔ กษ้ตั้รย์สุเปนจกรพรรด ่


















ชาลสุที่่� ๕ (Charles V) ผู้ที่รงเป็นจกรพรรดแห่งจกรวรรดโรมื่้นอนศกดสุ่ที่ธ (Holy Roman Emperor) ตั้้องการให้




มื่การขุ้ดคลองบร่เวณ์คอคอดที่ได้มื่การสุ�ารวจสุร้าง เพอความื่สุะดวกในการเด่นเรอสุญจรไปมื่าระหว่างสุเปนก้บเปร ู




รวมื่ไปถึึงความื่ได้เปร่ยบข้องกาล้งที่างเร่อสุเปนเหน่อโปรตัุ้เกสุ พระองค์สุงการให้ผสุ�าเร็จราชการแที่นพระองค์ที่�าการ


ู้














สุ�ารวจตั้ามื่เสุ้นที่างแมื่่น�า Chagres และได้รบคาตั้อบกลบมื่าว่า “เป็นการยากยงที่จะมื่ผู้ใดกระที่าการนนสุ�าเร็จ”
(....the governor's opinion that it would be impossible for anyone to accomplish such a feat.) ๓




ที่าให้ความื่คดน�ตั้้องเก็บพบไป อย่างไรกตั้ามื่ความื่พยายามื่ข้องมื่หาอานาจในช่วงศตั้วรรษที่� ๑๘ ที่�ตั้้องการข้ยาย




อ่ที่ธ่พลหาเมื่องข้ึนในอเมื่ร่กาใตั้้ก็ย้งมื่ความื่พยายามื่ค้นหาเสุ้นที่างล้ดระหว่าง ๒ มื่หาสุมืุ่ที่รโดยเฉพาะพ่นที่คอคอด






ปานามื่า ในระหว่าง ค.ศ. ๑๗๘๔-๑๗๙๔ ที่่�กษ้ตั้รย์ Charles III แห่งสุเปนได้สุ่งคณ์ะสุารวจเดนที่างจากสุเปนไปยง











อเมื่รกาใตั้ อเมื่รกาตั้ะวนตั้ก อเมื่รกาเหนอ (อลาสุก้า) ฟิลปปินสุ ออสุเตั้รเลย นวซแลนด์ ตั้องกา โดยการน�าข้องนาย






ที่หารเรอ Alessandro Malaspina ใช้เวลาเดนที่าง ๖๒ เดอน และหนึงในผลงานข้องเข้าคอ การเข้่ยนแผนที่่�ขุ้ดคลอง







ปานามื่า ใน ค.ศ. ๑๘๔๓ ประเที่ศองกฤษได้เข้้ามื่าข้อที่าข้้อตั้กลงกบรฐบาล The Republic of New Granada ขุ้ด



่�


คลองปานามื่าในเวลา ๕ ปี ข้ณ์ะเดยวกนในช่วง ค.ศ. ๑๘๕๗-๑๘๘๒ ก็มื่่แนวคดเรองข้องโครงการเชอมื่สุองมื่หาสุมื่ที่ร
่�



ด้วยที่างรถึไฟ (Interoceanic Ship Railway) บรเวณ์คอคอดประเที่ศเมื่็กซโก ระยะที่างประมื่าณ์ ๒๐๐ กโลเมื่ตั้ร



แตั้ที่้�งหมื่ดนเป็นเพยงฝันข้องหลายประเที่ศที่่�ยงไมื่่ได้เป็นจรง

่�
ภาพที่ ๒ เส้นทางเดินเรือที่โคลัมบัสมาสำารวจแถบอเมริกาใต้กลับไปเล่าขานในยุโรป



๑ ค.ศ. ๑๕๓๔ ตั้รงกบ พ.ศ. ๒๐๗๗ ในรชสุมื่้ยข้องสุมื่เด็จพระไชยราชาธราช อาณ์าจกรอยุธยา



๒ การสุารวจแมื่่น��า the Chagres River ในประเที่ศปานามื่า แมื่้ไมื่่ใช่เสุ้นที่างการขุ้ดคลองปานามื่าในปัจจุบนแตั้มื่่ความื่ใกล้เคยงและถึ่อเป็นการ



บุกเบกข้องแนวคดการขุ้ดคลองปานามื่า (ผู้เข้่ยน)

๓ https://www.pancanal.com/eng/history/history/index.html
๔ ประเที่ศ The Republic of New Granada ใน ค.ศ. ๑๘๓๑-๑๘๕๘ ที่่�ปัจจุบนคอ ประเที่ศโคล้มื่เบยและปานามื่าเป็นสุ่วนใหญ่และพนที่่�สุ่วนน้อย


่�


ข้องประเที่ศคอสุตั้ารกา เอกวาดอร์ เวเนซุเอลา เปรู และบราซล

57
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕









ในช่วงตั้้นคร่สุตั้์ศตั้วรรษที่� ๑๙ สุหรฐอเมื่รกาเร่�มื่มื่องหาเสุ้นที่างคมื่นาคมื่ที่จะเชอมื่คนกบการค้าระหว่างฝั่งตั้ะวนตั้ก



และตั้ะว้นออก โดยเฉพาะช่วง ค.ศ. ๑๘๔๘-๑๘๕๕ การค้นพบสุนแร่ที่องหร่อยุคตั้นที่อง (The California Gold Rush)









ในแคล่ฟอร์เน่ยฝั่งตั้ะว้นตั้ก ที่�าให้เก่ดการย้ายถึนฐานที่�สุ�าคญที่�สุุดในประว้ตั้ศาสุตั้ร์สุหร้ฐอเมื่ร่กา และนาไปสุู่ความื่เป็น













รฐในแคลฟอร์เนยในปัจจุบน ดงนน เมื่อมื่คน มื่่ที่อง มื่เง่น มื่งาน ก็เกดกาลงซอ เกดการค้าข้ายที่งภายในและภายนอก












ประเที่ศ เข้้า-ออกที่างฝั่งตั้ะวนตั้กข้องสุหรฐอเมื่รกา คนอเมื่ร่กนฝั่งตั้ะวนออกก็อยากตั้ดตั้่อค้าข้ายด้วย ตั้วอย่างเช่น ผ้าใบจาก



นวยอร์กกลายเป็นสุ่นค้าสุาคญจากฝั่งตั้ะวนออกที่่�นาย ลวาย สุเตั้ราสุ (Levi Strauss) น�ามื่าผล่ตั้กางเกงที่่�นกขุ้ดที่อง








ู่






ตั้้องการ เพราะที่ใช้กนอย มื่นข้าดง่าย ไมื่่อึด ไมื่ที่น โดยนายสุเตั้ราสุ์นาวธการตั้อกหมืุ่ดมื่าใช้กบกางเกงเสุอผ้าที่�มื่เนอผ้าหนา









่�

ข้องเข้าและตั้้�งชอว่า “ลวาย” (Levi’s) แล้วน�ามื่าย้อมื่เป็นสุ่น��าเงน ซึงเป็นสุ่ข้องกรรมื่กร คนงาน จนโด่งดงกลายเป็น




กางเกงยนสุ Levi’s ถึึงปัจจุบน ดงนน การค้าข้ายแลกเปลยนสุ่นค้าระหว่างประเที่ศก็เตั้่บโตั้ข้นมื่าอย่างก้าวกระโดด
่�

้�




ซึงปัญหาที่่�เกดข้นตั้ามื่มื่าคอ การข้นสุ่งสุ่นค้าที่่�ใช้เวลานานที่้�งที่างบกและที่างที่ะเล









การเดนที่างในยุคนนมื่เพยงรถึมื่้า รถึไฟ และเรอ ซงเปรยบเที่ยบระยะเวลาการเดนที่างจากนวยอร์ก-แคลฟอร์เนย










ระยะที่างบกประมื่าณ์ ๒,๔๔๕ ไมื่ล์ (ประมื่าณ์ ๔,๐๐๐ กโลเมื่ตั้ร) การเดนที่างด้วยคาราวานรถึมื่้าใช้เวลา ๑๒๒


ถึึง ๑๖๒ วน หรอประมื่าณ์ ๔-๕ เดอนครง ในช่วง ค.ศ. ๑๘๕๐ สุหรฐอเมื่รกา เร่�มื่การก่อสุร้างที่างรถึไฟเชอมื่ตั้่อระหว่าง








ฝั่งตั้ะว้นตั้กก้บตั้ะว้นออกมื่ช่อว่า “Pacific Railroad” ด้วยระยะที่าง ๑,๙๑๒ ไมื่ล์ (ประมื่าณ์ ๓,๐๗๗ กโลเมื่ตั้ร) ใช้เวลา



เดนที่างประมื่าณ์ ๔ สุปดาห์ (ปัจจุบ้นรถึไฟ Amtrak ใช้เวลา ๔ วน) ตั้่อมื่ารถึไฟจึงเป็นตั้วเล่อกที่ด่ในการเด่นที่าง






และข้นสุ่ง เพราะที่้�งราคาถึูก เร็ว และปลอดภย เกดเสุ้นที่างรถึไฟสุายนวยอร์ก-ชคาโก รวมื่ถึึงที่างรถึไฟเชอมื่ตั้่อโยงใย



่�






ไปที่วภาคเหน่อ ภาคกลาง ภาคใตั้ และฝั่งตั้ะว้นตั้กสุหร้ฐอเมื่ร่กา และจนกระที่งเช่อมื่ตั้่อไปที่วประเที่ศ แตั้่ด้วยข้นาดพ่นที่และ








ความื่อุดมื่สุมื่บูรณ์ข้องประเที่ศสุหร้ฐอเมื่ร่กา ที่�าให้ที่ร้พยากรมื่หาศาลข้องประเที่ศตั้้องการการข้นสุ่งที่เตั้บโตั้ตั้ามื่ จึงเป็นช่วง










ที่ยุคอตั้สุาหกรรมื่ข้องสุหรฐอเมื่รการุ่งโรจน์ แตั้่ด้วยการข้นสุ่งเพยงรถึไฟไมื่่อาจเพยงพอตั้่อความื่ตั้้องการข้องตั้ลาดเศรษฐกจ






การข้นสุ่งที่างที่ะเลจึงเป็นตั้วเลอกที่�ถึูกนามื่าใช้งาน โดยใน ค.ศ. ๑๘๕๐ การข้นสุ่งที่างที่ะเลมื่่ ๒ ที่างเล่อก คอ ออกเรอ

จากนวยอร์กไปตั้่อเรอที่คอคอดจงหว้ดปานามื่า ประเที่ศโคลมื่เบย (ในสุมื่ยนนปานามื่าเป็นจงหว้ดข้องโคล้มื่เบย)




















และเดนที่างโดยเรอตั้่อไปแคลฟอร์เนยใช้เวลาประมื่าณ์ ๔๓ วน แตั้่หากเลอกเดนที่างอ้อมื่ที่วปอเมื่รกาใตั้้





จะใช้เวลาเดนที่าง ๑๙๘ วน ดงนน ใน ค.ศ. ๑๘๔๖ สุหร้ฐอเมื่รกา จึงได้ที่าสุนธ่สุญญากบรฐบาลโคล้มื่เบย โดยสุหรฐอเมื่รกา








รบรองอธปไตั้ยข้องโคล้มื่เบยเหนอปานามื่าและสุหรฐอเมื่รกา ได้รบอนุญาตั้ให้สุร้างที่างรถึไฟหรอคลองที่คอคอดปานามื่า












ซงรบประกนในการข้นสุ่งแบบเปิดกว้างเสุร่



โครงการก่อสุร้างที่างรถึไฟเร่�มื่ใน ค.ศ. ๑๘๕๐ ระยะที่าง ๔๘ ไมื่ล์ (ประมื่าณ์ ๗๗ กโลเมื่ตั้ร) ข้้ามื่คอคอดปานามื่า





จากเมื่อง Colón (แอตั้แลนตั้ก) ไปย้ง Balboa (แปซ่ฟิกใกล้ก้บปานามื่าซ่ตั้่ ) เพอเช่อมื่การข้นสุ่งข้อง ๒ เมื่องที่่า (เร่�มื่แรก






ไมื่มื่่ที่่าเร่อบนคอคอดฝั่งมื่หาสุมืุ่ที่รแอตั้แลนตั้ก จึงจาเป็นตั้้องสุร้างเมื่องที่�มื่่สุงอานวยความื่สุะดวกในการเที่ยบที่่าเพ่อข้นถึ่าย





เสุบยงที่างรถึไฟที่เมื่อง Aspinwall ปัจจุบ้นคอ Colón) การก่อสุร้างประสุบปัญหาที่งการออกแบบด้านวศวกรรมื่



















การโกงหกหลงภายในบรษ้ที่ผู้ได้รบสุ้มื่ปที่าน สุภาพพนที่ป่าและภูเข้า เงนทีุ่น เนองจากสุูงกว่าประมื่าณ์การไว้ถึึง ๘ เที่่า

แรงงานก่อสุร้างข้าดแคลน เนองจากโรคภ้ยจากอห่วาตั้กโรค มื่าลาเร่ย และไข้้เหล่อง คร่าช่ว่ตั้คนงานหลายพ้นคน

๕ ภาพเก่าเล่าตั้านาน: ขุ้ดที่อง..ตั้้องใสุ่กางเกงลวายสุ์, พลเอกนพ้ที่ธ์ ที่องเล็ก, ออนไลน์, https://www.matichon.co.th/article/news_2177809



นาวิกศาสตร์ 58
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





ใช้เวลาในการก่อสุร้างกว่า ๕ ปี จึงเร�มื่เปิดใช้งานเมื่อ ๒๗ มื่กราคมื่ ๑๘๕๕ ด้วยเบ็ดเสุร็จค่าก่อสุร้างกว่า ๘ ล้าน
เหรยญสุหรฐ ใน ค.ศ. ๑๘๘๑ กจการรถึไฟปานามื่า (Panama Railway Company) ได้ถึูกซอโดยบรษ้ที่ฝรงเศสุ









the French Compagnie Universelle du Canal Interocéanique แตั้่แล้ว ใน ค.ศ. ๑๙๐๔ สุมื่้ยประธานาธบด่


Theodore Roosevelt ก็ได้ข้อซ่อกจการรถึไฟค่นจากบร่ษ้ที่ฝร้งเศสุ ที่�าให้โครงสุร้างพ่นฐานข้องที่างรถึไฟสุายน่ �




่�
มื่่ความื่สุาคญอย่างยงตั้่อการสุร้างคลองปานามื่าในเสุ้นที่างคู่ข้นานในครึงศตั้วรรษตั้่อมื่า







ภาพที่ ๓ การก่อสร้างเส้นทางรถไฟในสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับการขยายตัวของสินค้าระหว่าง ฝั่งตะวันตก-ตะวันออก

่�
้�


่�
ความื่ตั้้องการขุ้ดคลองเพอเชอมื่ตั้่อ ๒ มื่หาสุมื่ที่รในอเมื่รกากลางยงคงอยู่ในความื่สุนใจข้องมื่หาอ�านาจในยุคนน






โดยเฉพาะสุหร้ฐอเมื่ร่กา เมื่อเก่ดยุคตั้นที่องข้ึน ประธานาธ่บด่ Ulysses S. Grant ได้สุงการให้มื่การสุ�ารวจเสุ้นที่างการ



ขุ้ดคลองเพอการเดนเร่อภายใต้การอานวยการของปลัดกระทรวงทหารเรือ (the Secretary of the Navy)










่�
แบ่งเป็น ๓ พนที่่� ได้แก่ ๑. เตั้ฮวเตั้เปก (Tehuantepec) ประเที่ศเมื่็กซโก ๒. ดารเอน (Darien) จงหวดปานามื่า





ประเที่ศโคล้มื่เบย ๓. นการากว และ ๔. เสุ้นที่างตั้ามื่ที่างรถึไฟปานามื่า ที่งน� ผลการสุารวจที่ง ๔ พนที่� ได้ข้้อมืู่ลพนฐาน



















ที่�สุาค้ญที่ปัจจุบนยงคงนามื่าใช้งานอยู่และเป็นที่น่าสุนใจว่าเสุ้นที่างตั้ามื่ที่างรถึไฟปานามื่าที่�สุารวจในสุมื่ยนน







มื่ความื่ใกล้เค่ยงก้บการขุ้ดคลองปานามื่าที่เก่ดข้นในช่วงตั้่อมื่า ซงประธานาธ่บด่ Grant ได้ตั้งคณ์ะกรรมื่าธ่การขุ้ดคลองเช่อมื่
















๒ มื่หาสุมื่ที่ร (An Interoceanic Canal Commission) เพอศึกษาผลการสุารวจข้องกองที่พเรอสุหรฐอเมื่รกา และใน ค.ศ. ๑๘๗๖





คณ์ะกรรมื่าธการฯ ได้ผลการพจารณ์าที่่�ให้น��าหนกไปที่่�เสุ้นที่างผ่านนการากว
ภายหลงจากที่่�ฝรงเศสุประสุบความื่สุาเร็จในการขุ้ดคลองสุุเอซ เมื่่�อ ค.ศ. ๑๘๖๙ ฝรงเศสุเร่�มื่มื่องหาลู่ที่างในการ
้�


้�
่�


้�


่�
ขุ้ดคลองเพอเชอมื่ตั้่อ ๒ มื่หาสุมื่ที่รในอเมื่รกากลางอกครงใน ค.ศ. ๑๘๗๖ โดยสุ่งนายที่หารเรอวศวกรฝรงเศสุ ๒ นาย

้�







เร่อเอก Armand Reclus และเร่อเอก Lucien Napoléon Bonaparte Wyse สุารวจพนที่ในการขุ้ดคลองเพอนาเสุนอ



้�




ตั้่อสุภาฝรงเศสุ ซึงใน ค.ศ. ๑๘๗๗ เรอเอก Wyse ได้กลบมื่ายงปาร่สุและน�าเสุนอเสุ้นที่างขุ้ดคลองตั้่าง ๆ ด้วยวธการ

ปิดประตัู้กนน��าเป็นระยะ ๆ (Lock) แตั้ถึูกที่้กที่้วงโดย Ferdinand de Lesseps ผู้ที่่�สุนใจในการขุ้ดคลองภายใตั้้บรษ้ที่
้�


๖ อด่ตั้ผู้น�าที่หารฝ่ายเหนอในสุงครามื่กลางเมื่่องสุหรฐอเมื่รกา ตั้่อมื่าเป็นประธานาธบดคนที่่� ๑๘ ระหว่าง ค.ศ. ๑๘๖๙-๑๘๗๗ โดยเมื่่�อ ค.ศ. ๑๘๕๒















ข้ณ์ะยศร้อยเอก เข้าได้เคยนาที่หารราบหลายร้อยนายพร้อมื่ครอบครวเดนที่างบกผ่านคอคอดปานามื่าเพอไปปฏบ้ตั้หน้าที่ในแคลฟอร์เนย ซงระหว่าง


ที่างที่หาร สุตั้ร่ และเด็ก ข้องเข้าเสุ่ยชว่ตั้จากอหวาตั้กโรคมื่ากกว่า ๑๕๐ คน








่�



๗ ข้้อสุ้งเกตั้ผู้เข้่ยน: ประธานาธบด่สุหรฐอเมื่รกา มื่อบให้กองที่้พเรอรบผดชอบการอ�านวยการสุารวจการขุ้ดคลองเพอการเดนเรอข้้ามื่ที่วป

๘ ก่อนปานามื่าแยกประเที่ศ
59
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





La Société Civile Internationale du Canal Interocéanique de Darien ข้องตั้นเอง ซงนาเสุนอการขุ้ดคลองแบบ





ระดบความื่ลึกน��าที่ะเลเดยวตั้ลอดล�าคลอง (a sea level canal) ที่าให้เรอเอก Wyse กบที่่มื่งานตั้้องกลบไปสุารวจ






ใหมื่่อกครงในเดอนธนวาคมื่ ๑๘๗๗ และกลบมื่าเสุนอแผนการขุ้ดสุองแผนแบบ sea level canal บรเวณ์คอคอด



ปานามื่า คอ เสุ้นที่าง San Blas route และเสุ้นที่างจาก Limon Bay ถึึง Panama City ที่่�ข้นานกบเสุ้นที่างรถึไฟ






the Panama Railroad ซงคอแนวคลองปานามื่าในปัจจุบน ดงนน เร่อเอก Wyse จึงได้เดนที่างไปตั้กลงที่าสุญญาสุ้มื่ปที่าน
















กบรฐบาลโคล้มื่เบยที่รู้จกภายใตั้้ชอ Wyse Concession ลงนามื่ในวนที่� ๒๐ มื่นาคมื่ ค.ศ. ๑๘๗๘ ด้วยรฐบาลโคล้มื่เบย



เห็นกระแสุการขุ้ดคลองสุุเอซและคาดหว้งว่าจะเกดรายได้เข้้าประเที่ศจากค่าผ่านที่างข้องเรอ รวมื่ถึึงภายหลง ๙๙ ปี




คลองที่่�ขุ้ดจะถึูกสุ่งคนให้แก่รฐบาลโคล้มื่เบย


ภาพที่ ๔ การสำารวจคอคอดปานามาเตรียมการขุดคลอง หากไม่มีคลองปานามาต้องเดินทางกว่า ๑๒,๐๐๐ ไมล์
(ภาพจาก www.mapsofworld.com)










การตั้กลงใจว่าจะขุ้ดคลองที่ใดและวธการใดซงมื่การนาเสุนอถึึง ๑๔ แบบ ได้เหลอการพจารณ์า ๒ แห่ง ระหว่าง



นการากวหรอปานามื่า รวมื่ถึึงรูปแบบข้องคลองจะเป็นแบบระดบความื่ลึกน�าที่ะเลเดยวตั้ลอดลาคลอง (a sea level canal)




้�
หรอวธการปิดประตัู้กนน��าล็อกเป็นระยะ ๆ (Lock) โดย de Lesseps ได้รบมื่อบสุ้มื่ปที่านการขุ้ดคลองตั้่อจาก Wyse







ใน ๕ พฤษภาคมื่ ๑๘๗๙ ฝรงเศสุตั้งสุภาการศึกษาการสุร้างที่างน�าระหว่างชาตั้เชอมื่ตั้่อระหว่าง ๒ มื่หาสุมื่ที่ร






(the Congrès International d'Etudes du Canal Interocéanique: International Congress for Study of an

Interoceanic Canal) เข้้ามื่าช่วยเหลอ de Lesseps เพอให้ Wyse Concession มื่่ผลที่างกฎหมื่ายและการรวบรวมื่
่�


สุนบสุนุนแหล่งเง่นทีุ่น ที่งน่� ระหว่างการพ่จารณ์าข้้อตั้กลงใจตั้ามื่ที่กล่าวมื่าย้งคงมื่ผู้ที่ไมื่่เห็นด้วยก้บ de Lesseps









ที่่�ตั้้องการแบบระดบความื่ลึกน��าที่ะเลเดยวตั้ลอดล�าคลองอย่างวศกร Baron Godin de Lépinay ผู้มื่่ประสุบการณ์ ์


เพ่ยงคนเดยวในสุภาฯ จากการสุร้างที่างรถึไฟในเมื่็กซโกใน ค.ศ. ๑๘๖๒ น�าเสุนอการขุ้ดแบบ Lock การขุ้ดที่ะเลสุาบ
ลึกกว่า ๘๐ ฟุตั้ และการก่อสุร้างเข้่�อนเพอการควบคุมื่ระดบน��าที่่� Chagres River ใกล้ปากที่างออกไปยงมื่หาสุมื่ที่ร


่�

แอตั้แลนตั้กก้บ Rio Grande ใกล้ที่างออกมื่หาสุมืุ่ที่รแปซ่ฟิก ซงว่ธการน่จะช่วยลดภาระงานการขุ้ดคลองลงและ







ลดความื่เสุยงจากเหตัุ้การณ์์น�าที่่วมื่ที่อาจเก่ดข้ึนได้จากแมื่่น�า Chagres มื่ระยะเวลาดาเน่นการประมื่าณ์ ๖ ปี อย่างไรกตั้ามื่




















๙ ภายหลงวธการข้อง de Lépinay เป็นตั้้นแบบให้แก่คลองปานามื่าในปัจจุบน ซงหากฝรงเศสุเลอกวธการนแตั้่แรก การขุ้ดคลองปานามื่าอาจสุาเร็จ





ได้เองโดยไมื่่ใช่สุหรฐอเมื่รกา
นาวิกศาสตร์ 60
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕










ข้้อโตั้้แย้งข้อง de Lépinay ไมื่่ได้รบความื่สุนใจจากสุมื่าชกสุภาฯ โดยสุ่วนใหญ่มื่ความื่เชอมื่นจากการนาเสุนอข้อง





de Lesseps ด้วยเครด่ตั้ข้องผมื่ประสุบการณ์ขุ้ดคลองสุุเอซ ซงเข้าฟันธงว่าการขุ้ดคลองแบบระดบความื่ลึกน�าที่ะเลเดยว

ู้

ตั้ลอดล�าคลอง (a sea level canal) ที่่�ปานามื่าคอ ค�าตั้อบสุุดที่้าย (There was no question that a sea level

canal was the correct type of canal to build and no question at all that Panama was the best and



only place to build it.) โดยจะที่าการขุ้ดคลองจาก Gulf of Limon (ฝั่งแอตั้แลนตั้ก) ไป Gulf of Panama (ฝั่งแปซฟิก)
ซึงเมื่่�อมื่่การลงคะแนนเสุ่ยงจากสุมื่าชกสุภาฯ เห็นด้วย ๗๔ ที่่าน และไมื่่เห็นด้วย ๘ ที่่าน โดย ๗๔ ที่่านนนเป็นวศกร


้�



เพ่ยง ๑๙ ที่่าน และมื่่เพยง ๑ ที่่านที่่�เคยไปอเมื่รกากลาง (สุะที่้อนถึึงการตั้้ดสุ่นใจที่่�ข้าดข้้อมืู่ลและความื่ช�านาญการ
อย่างแที่้จรงข้องสุมื่าชกสุภาฯ) ที่่แมื่้แตั้่ตั้ว de Lesseps ก็ลงไปในพนที่จรงเพยงไมื่่กครงและไปเฉพาะตั้อนช่วง















หน้าร้อนเที่่านน ไมื่่ได้เคยเห็นสุภาพพนที่ในหน้าฝนที่าให้มื่การวพากษ์ว่าแผนการขุ้ดคลองข้าดซงการคานวณ์















ที่างวศวกรรมื่และศึกษาภมื่ประเที่ศอย่างจร่งจง ที่แมื่้ปานามื่าจะเป็นจุดตั้��าสุุดในที่ว่ปอเมื่ร่กากลางแล้วแตั้่ก็ย้งสุูง










กว่าระดบน�าที่ะเลกว่ามื่าก ซงตั้้องใช้กาลงความื่สุามื่ารถึในการขุ้ดพนหนและดนแข้็งออกจากเสุ้นที่างโดยไมื่่เหมื่อน






การขุ้ดคลองสุุเอซที่�สุ่วนใหญ่เป็นที่ราย ที่าให้โครงการน�ข้อง de Lesseps ตั้งค่าใช้จ่ายครงแรกไว้ประมื่าณ์ ๔๐๐















ล้านเหรยญสุหรฐ แตั้่เมื่อมื่การนาเสุนอเข้้าที่�สุภาฯ ใน ๑๔ กมื่ภาพนธ์ ๑๘๘๐ ค่าใช้จ่ายถึูกหนลดลงมื่าเป็น ๒๑๔






ล้านเหรยญสุหรฐ ๑๖๘.๖ ล้านเหรยญสุหรฐ ๑๓๑.๖ ล้านเหรยญสุหรฐ ตั้ามื่ลาดบ และใน ๑ มื่่นาคมื่ ๑๘๘๐
















ไดข้อยตั้ที่ ๑๒๐ ลานเหร่ยญสุหรฐ โดยสุภาฯ ตั้งเวลาในการกอสุราง ๗ ถึง ๘ ป แตั้ de Lesseps เสุนอข้อใชเวลาเพยงแค ๖ ป ี











(เนองจากความื่มื่นใจในตั้นเองที่�มื่ประสุบการณ์์ขุ้ดคลองสุุเอซ ๑๐ ปี) โดยเน่องานตั้้องขุ้ดคลองระยะที่างประมื่าณ์








๘๒ กโลเมื่ตั้ร ระหวางเมื่อง Colon กบ Panama City ขุ้ดคลองลก ๙ เมื่ตั้ร (๒๙.๕ ฟตั้) รองน�ากวาง ๒๒ เมื่ตั้ร (๗๒.๒ ฟตั้)






ความื่กว้างคลอง ผวน�าประมื่าณ์ ๒๗.๕ เมื่ตั้ร (๙๐.๒ ฟตั้) และตั้้องลาเล่ยงห่นที่�ขุ้ดออกประมื่าณ์ ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมื่ตั้ร



้�
่�
รวมื่การสุร้างเข้่�อนกนน��าเพอป้องกนน��าที่่วมื่ในช่วงฤดูฝนจากแมื่่น��า the Chagres อกด้วย
ฝรั่งเศสเริ่มการขุดคลอง

การขุ้ดคลองโดยฝรงเศสุเร่�มื่เมื่่�อ ๑ มื่กราคมื่ ๑๘๘๐ ที่างด้านฝั่งแปซฟิก ซึงมื่่ Charles ลูกชายข้อง de Lesseps

้�


ควบคุมื่การข้ดในข้ณ์ะที่่� de Lesseps อยูในฝรงเศสุคอยหาแหลงเงนที่นและแกไข้ปญหาที่่�มื่่อยูตั้ลอดเวลาที่้�งเรองข้อง
่�

้�













เสุ้นที่างการขุ้ด เครองมื่อ และแรงงาน ปัญหาเกดจากการศึกษาภมื่ประเที่ศในรายละเอยดที่างวศวกรรมื่และธรณ์ว่ที่ยา


น้อยเกนไป การลาเลยงหนและดนจานวนมื่ากที่เกดจากการขุ้ดออกจากพนที่่� จานวนแรงงาน และโรคระบาด












ในภมื่อากาศเข้ตั้ร้อนที่คนงานก่อสุร้างคลองตั้้องเผชญที่งโรคไข้้เหลองและมื่าลาเรย เร่�มื่คร่าชว่ตั้คนงานมื่ากข้น ๆ



















เป็นเหตัุ้ให้คนงานตั้่างหวาดกลวและหนกลบฝรงเศสุ เนองจากโรคภยไข้้เจ็บและความื่ลาบากในการขุ้ดคลอง




ในระดบน�าที่ะเล การข้าดประสุบการณ์ภาคสุนามื่ข้องคนงาน อย่างเช่น การไมื่เก็บรกษาเครองมื่่อเมื่่�อฝนตั้กที่าให้เกด
่�






สุนมื่จบ แตั้ปญหาหลกคอคาใช้จายตั้าง ๆ จากโรคภยไข้เจ็บที่่�เกดข้น นบจ�านวนคนงานที่่�เสุ่ยชวตั้ระหวางการขุ้ดคลอง
















ปานามื่า (ระหว่างช่วง ค.ศ. ๑๘๘๑-๑๘๘๙) ได้กว่า ๒๒,๐๐๐ คน (ในจานวนน่เป็นชาวฝร้งเศสุกว่า ๕,๐๐๐ คน)




การดาเนนการขุ้ดคลองดาเนนมื่าอย่างยากลาบากถึึง ค.ศ. ๑๘๘๕ ก็เร�มื่เป็นที่ประจกษ์จากคนสุ่วนใหญ่













ว่าการขุ้ดคลองแบบ sea-level canal นนเป็นไปได้ยาก มื่ปัญหาจากภมื่ประเที่ศ ปัญหาน�าที่่วมื่พ่นที่และ







ดนสุไลด์ ปัญหาเรองเงนทีุ่นในการก่อสุร้าง ข้าดเครองมื่อ ข้าดคนงาน ล้วนถึาถึมื่เข้้ามื่าที่าให้แนวที่างการใช้ประตัู้กนน�า








(an elevated canal with locks) ดมื่ความื่เหมื่าะสุมื่และมื่ความื่เป็นไปได้มื่ากกว่า แตั้ de Lesseps ยงคงไมื่่เห็นด้วย





จนกระที่งใน ตั้ลาคมื่ ๑๘๘๗ สุภาฯ จงมื่มื่ตั้ให้เปลยนว่ธการดาเนนการข้ดคลองปานามื่าแบบระด้บความื่ลก













61
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕



่�



้�
เดยวเป็นแบบ Locks (high-level lock canal) ก่อสุร้างประตัู้กนน��าเพอปรบระดบน��าจ�านวน ๑๐ ชุด ซึงออกแบบ
และควบคุมื่โดย Gustave Eiffel (ผู้ออกแบบและสุร้างหอไอเฟลในกรุงปาร่สุ) เร่�มื่ก่อสุร้างใน ๑๕ มื่กราคมื่ ๑๘๘๘

และมื่ความื่ก้าวหน้าเป็นอย่างมื่าก บางพ่นที่�ข้องคลองขุ้ดใกล้ถึึงเป้าหมื่าย ประตัู้กนน�าแรกพร้อมื่ที่จะประกอบช่นสุ่วนรวมื่














ถึึงการก่อสุร้างเข้อนก็เร่�มื่ลงตั้ว แตั้่แล้วก็เกดปัญหาด้านเงนทีุ่นผที่เคยร่วมื่ทีุ่นกบ de Lesseps ก็ไมื่่ร่วมื่ด้วย (เนองจากมื่่การ




ู้








ใช้เงนไปเป็นจานวนมื่ากและเกนจากระยะเวลาดาเน่นการที่คาดว่าจะได้ตั้้นทีุ่นคน) จนกระที่งใน ๑๕ พฤษภาคมื่ ๑๘๘๙




โครงการขุ้ดคลองจึงตั้้องหยุดลงและบรษ้ที่ข้อง de Lesseps ก็ล้มื่ละลาย โดยการขุ้ดคลองผ่านไป ๘ ปี มื่ความื่ก้าวหน้าเพยง
แค่ ๒ ใน ๕ เที่านน และใชเงนไป ๒๓๔.๘ ล้านเหรยญสุหร้ฐ สุ�าหร้บตั้ว Ferdinand de Lesseps และ Charles de Lesseps


















กถึูกศาลตั้ดสุนมื่ความื่ผ่ดเก่ยวก้บการฉ้อโกงที่�ถึูกเร่ยกว่า “Panama Affair” ที่งสุองคนถึูกตั้ดสุนจาคุก โดยตั้่อมื่า





Ferdinand de Lesseps เสุ่ยชว่ตั้เมื่่�อ ๗ ธนวาคมื่ ๑๘๙๔ รวมื่อายุ ๘๙ ปี สุาหรบ Charles de Lesseps เสุ่ยชว่ตั้



ใน ค.ศ. ๑๙๒๓ ที่้นเห็นคลองปานามื่าเปิดใช้งานในช่วงที่่�สุองหลงสุหรฐอเมื่รกา เข้้ามื่าด�าเนนการในช่วงตั้่อไป

ภาพที่ ๕ คนงานชาวฝรั่งเศสเริ่มการขุดคลองปานามา เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติจำานวนมาก


บที่เร่ยนความื่ผ่ดพลาดข้องฝร้งเศสุสุ่วนใหญ่จะบ้นที่ึกไว้ว่าเก่ดจากแนวที่างและช่อเสุ่ยงข้อง de Lesseps ที่�ตั้้องการขุ้ดคลอง


ปานามื่าแบบในระด้บน�าที่ะเล โดยไมื่่ฟังคาที่กที่้วงจากหลายฝ่าย อย่างไรกตั้ามื่หลายฝ่ายสุน้บสุนุนความื่ค่ดข้อง de Lesseps









ก็เพราะช่อเสุยงข้องเข้าที่ประสุบความื่สุ�าเร็จจากการขุ้ดคลองสุุเอซ ที่งน่� ฝรงเศสุย้งคงพยายามื่ที่จะดาเน่นการขุ้ดคลอง






ปานามื่าตั้อโดย Wyse ไดกล้บเข้ามื่ารบผดชอบงานภายใตั้ชอบร่ษที่ the Compagnie Nouvelle de Canal de Panama










ในวนที่่� ๒๐ ตัุ้ลาคมื่ ค.ศ. ๑๘๙๔ ด้วยเงนทีุ่นที่่�ค่อนข้้างจ�ากดเพยง ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐ และเร่�มื่ลงมื่่อ








ขุ้ดคลองตั้่อได้ในเดอนธนวาคมื่ปีเดยวกน คนงานค่อย ๆ เพ�มื่ข้นจาก ๗๐๐ คนเป็น ๔,๐๐๐ คน ใน ค.ศ. ๑๘๙๗












โดยคลองปานามื่าจะเป็นแบบประตัู้กนน�าตั้ามื่ที่ะเลสุาบเพอปรบระดบน�า การล็อกแบบ ๒ ชน (Double Locks)




ยาว ๒๒๕ เมื่ตั้ร (๗๓๘ ฟตั้) ลึก ๙ เมื่ตั้ร (๓๐ ฟตั้) กว้าง ๒๕ เมื่ตั้ร (๘๒ ฟตั้) อกช่องกว้าง ๑๘ เมื่ตั้ร (๕๙ ฟตั้) กาหนดไว้ ๘ ชุด






ได้แก่ ด้านฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้่ก ๒ ชุด ล็อกที่่� Bohio Soldado ๒ ชุด ล็อกที่่� Obispo ด้านฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิก
๑ ชุดที่่� Paraiso ๒ ชุดที่่� Pedro Miguel และ ๑ ชุดที่่� Miraflores รวมื่ที่้�งการขุ้ดที่ะเลสุาบและสุร้างเข้่�อนบนแมื่่น��า



่�
Chagres River ที่่� Bohio และ Alhajuela เพอป้องกนน��าที่่วมื่และผล่ตั้กระแสุไฟฟ้า ซึงแผนการด�าเนนการขุ้ดแบบน ่�







สุหรฐอเมื่รกา ได้นามื่าใช้ในช่วงที่รบงานตั้่อจากฝรงเศสุในเวลาตั้่อมื่าที่ฝรงเศสุตั้้องถึึงจุดตั้ดสุนใจว่าจะล้มื่เลกงานที่งหมื่ด










ู้




หรอการข้ายสุ้มื่ปที่านให้แก่ผสุนใจ และสุุดที่้ายผู้บรหารฝรงเศสุกตั้ดสุนใจข้ายสุ้มื่ปที่านให้แก่สุหรฐอเมื่รกา ใน ๒ ธนวาคมื่ ๑๘๙๙







ในสุมื่ยข้องประธานาธบด่ William McKinley โดยสุหรฐอเมื่รกา ใช้บที่เรยนสุาคญข้องฝรงเศสุมื่าแก้ไข้ข้นตั้อน











การก่อสุร้างจนสุามื่ารถึขุ้ดคลองปานามื่าให้สุาเร็จลงได้
นาวิกศาสตร์ 62
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ภาพที่ ๖ ระหว่างการขุดคลองปานามา พบอุปสรรคมากมาย เช่น การลำาเลียง ดิน หิน ออกจากพื้นที่

คลองปานามาช่วงยุคสหรัฐอเมริกา








สุหรฐอเมื่รกา เร่�มื่เข้้ามื่าสุานตั้่อโครงการนใน ค.ศ. ๑๙๐๔ ซงได้นาบที่เรยนจากฝรงเศสุมื่าเร�มื่ตั้้นโครงการ



















หนงในนนที่เร่งที่าค่อ การกาจดโรคระบาดที่เป็นภยคุกคามื่ที่�มื่องไมื่่เห็นที่าให้คนงานตั้้องเสุยชว่ตั้จานวนมื่าก เมื่อเร�มื่ตั้้นเงนจานวน









มื่ากถึูกน�าไปปร้บปรุงระบบสุาธารณ์สุุข้ ที่พ้กอาศ้ย เพอสุร้างความื่ปลอดภ้ยให้แก่คนงานข้องสุหร้ฐอเมื่ร่กา เพอลดปัญหาตั้่าง ๆ







โดยเฉพาะโรคระบาดที่บรษ้ที่ฝรงเศสุเจอก่อนหน้า แตั้สุุดที่้ายแล้วกมื่คนงานข้องสุหรฐอเมื่รกา เสุยชว่ตั้ไป จานวน ๕,๖๐๐ คน










จากปัญหาโรคระบาดและอุบ้ตั้เหตัุ้จากการก่อสุร้าง ที่งน่� สุหร้ฐอเมื่รกา สุนใจการขุ้ดคลองผ่านคอคอดปานามื่า




ตั้งแตั้่คร่สุตั้์ศตั้วรรษที่� ๑๙ ตั้ามื่ที่กล่าวมื่าแล้วข้้างตั้้นจากในช่วงที่ชาวอเมื่ร่กนจานวนมื่ากได้ไปตั้งถึนฐานที่างฝั่งตั้ะว้นตั้ก















ข้องประเที่ศแถึบร้ฐโอเรกอนและร้ฐแคล่ฟอร์เน่ย เพอขุ้ดค้นหาแร่ที่องคาและตั้่อมื่าย้งได้หมืู่่เกาะฟิล่ปปินสุ์เป็นอาณ์าน่คมื่





แห่งแรกในที่วปเอเชยเมื่อ ค.ศ. ๑๘๙๘ ซงในห้วงเวลานนปานามื่าเป็นเพยงจงหวดหนงข้องประเที่ศโคล้มื่เบย เมื่อสุหรฐอเมื่รกา

















จะเข้้ามื่าขุ้ดคลองในรูปข้องธุรก่จ มื่แนวโน้มื่ที่จะสุร้างรายได้จานวนมื่ากแตั้่การเจรจาระหว่างสุหร้ฐอเมื่ร่กา กบร้ฐบาลโคล้มื่เบ่ย

ไมื่่ประสุบความื่สุ�าเร็จเพราะผลประโยชน์ไมื่่ลงตั้วหลายประเด็น ในข้ณ์ะเด่ยวกนชาวปานามื่ากล้วว่าโคล้มื่เบ่ย




จะไมื่่แบ่งผลประโยชน์ให้เที่่าที่พวกตั้นควรได้ จึงได้ก่อการปฏว้ตั้่ข้ึนและประกาศตั้วเป็นประเที่ศเอกราช สุหร้ฐอเมื่ร่กา



จึงสุน้บสุนุนการตั้่อสุข้องกลมื่แบ่งแยกด่นแดนจากประเที่ศโคล้มื่เบยที่�มื่การตั้่อสุมื่ายาวนานหล้งจากหมื่ดอ่ที่ธพลสุเปน

ู้


ุ่

ู้





ที่เร่ยกว่า “สุงครามื่พ้นว้น” (The Thousand Days' War/ภาษาสุเปน: Guerra de los Mil Días) เร�มื่เมื่อ ๑๗ ตัุ้ลาคมื่ ๑๘๙๙


ถึึง ๒๑ พฤศจกายน ๑๙๐๒ ด้วยความื่ช่วยเหลอจากสุหรฐอเมื่รกา ปานามื่าจึงได้รบอ่สุระแยกตั้้วออกจากโคลมื่เบย





เมื่อ ๓ พฤศจกายน ๑๙๐๓ ที่งน� สุหรฐอเมื่รกาเป็นประเที่ศแรกที่ให้การร้บรองในวนที่� ๖ พฤศจกายน ปีเดยวกนและได้ที่�า
















ข้้อตั้กลงระหว่างประเที่ศปานามื่ากบสุหรฐอเมื่รกา เรยกว่า The Hay-Bunau-Varilla Treaty (รฐมื่นตั้ร่ตั้่างประเที่ศ







John M. Hay สุหรฐอเมื่รกา กบ Philippe Bunau-Varilla ผู้แที่นปานามื่า) เมื่่�อวนที่่� ๑๘ พฤศจกายน ค.ศ. ๑๙๐๓



ในกรุงวอช่งตั้นด่ซเพ่อเจรจาสุนธ่สุญญาที่�ที่�าให้สุหร้ฐอเมื่ร่กา ได้ร้บสุ่ที่ธ่พ่เศษในคลองปานามื่าเพ่อแลกก้บการชดใช้

















ที่างการเงนและการค�าประก้นการคุ้มื่ครองให้กบสุาธารณ์รฐที่�ตั้งข้ึนใหมื่่ สุหรฐอเมื่รกา จะได้รบสุ่ที่ธในเข้ตั้คลอง


ซึงจะข้ยายออกไป ๕ ไมื่ล์ที่้�งสุองด้าน (ความื่กว้าง ๑๐ ไมื่ล์หรอประมื่าณ์ ๑๖ กโลเมื่ตั้ร) ข้องเสุ้นที่างคลอง สุาหรบการ







ก่อสุร้างคลอง สุหรฐอเมื่รกาได้รบอนุญาตั้ให้ปกครองและเสุร่มื่สุร้างในเข้ตั้คลองน� ในที่างกลบกน ปานามื่า










ไดการรบประกนความื่เป็นอ่สุระและได้รบเงน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ เหรยญสุหรฐ พร้อมื่เงนรายปี ๒๕๐,๐๐๐ เหรยญสุหรฐ


63
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕








ใน ๙ ปี หลงจากสุนธ่สุญญาดงกล่าวได้รบการให้สุ้ตั้ยาบนโดยที่งสุองประเที่ศใน ค.ศ. ๑๙๐๔ และคลองปานามื่า



๑๐
สุร้างเสุร็จสุมื่บูรณ์์ใน ค.ศ. ๑๙๑๔ ที่งหมื่ดน่�สุหร้ฐอเมื่ร่กา ได้เคยเสุนอเง่อนไข้ที่คล้ายก้นก้บโคล้มื่เบ่ยเมื่อ ๒๒ มื่กราคมื่ ๑๙๐๓










โดยเสุนอในสุนธ่สุญญา Hay-Herrán Treaty (รฐมื่นตั้ร่ตั้่างประเที่ศ John M. Hay สุหรฐอเมื่รกา กบ Tomás Herrán

ผแที่นโคล้มื่เบย) แตั้่รฐบาลโคล้มื่เบยปฏเสุธว่าเป็นการละเมื่ดอานาจอธปไตั้ยข้องชาตั้และเนองจากถึอว่าเป็นการชดเชย












ไมื่่เพยงพอ ที่าให้สุหรฐอเมื่รกา หนไปให้การสุนบสุนุนกลุ่มื่แบ่งแยกดนแดนจากประเที่ศโคล้มื่เบยตั้ามื่ที่่�กล่าวมื่า








ภาพที่ ๗ คนงานชาวฝรั่งเศสขุดคลองฯ มีเครื่องทุ่นแรงน้อยและไม่ได้รับการดูแล





ในเวลาตั้่อมื่าสุนธ่สุญญา The Hay–Bunau-Varilla Treaty นเป็นที่�มื่าข้องความื่ข้ดแย้งระหว่างปานามื่าและสุหรฐอเมื่รกา











นบตั้งแตั้สุหรฐอเมื่รกา เร่�มื่การขุ้ดคลองปานามื่าตั้่อจากฝรงเศสุ ซงการสุร้างเข้ตั้คลองกลายเป็นพนที่แบ่งแยกเชอชาตั้และสุงคมื่






















โดยแยกออกจากประเที่ศปานามื่า สุหรฐอเมื่รกา ได้ใช้วธการผลกดนเพอกาหนดสุงแวดล้อมื่ที่ดูเหมื่อนจะเป็นกรอบ




ที่ด่ที่�สุุดในการปร้บแนวที่างปฏ่บ้ตั้่ข้องชาวอเมื่ร่กนในปานามื่า โดยความื่ข้ดแย้งมื่ความื่รุนแรงถึึงจุดสุูงสุุดเมื่อ













วนที่� ๙ มื่กราคมื่ ค.ศ. ๑๙๖๔ ที่�มื่การจลาจลในพ่นที่อ�านาจอธ่ปไตั้ยข้องเข้ตั้คลองปานามื่า การจลาจลเร่�มื่ตั้้นข้ึนหล้งจาก





ธงชาตั้ปานามื่าถึูกฉกข้าดระหว่างความื่ข้ดแย้งข้องนกเร่ยนปานามื่ากบเจ้าหน้าที่�ตั้ารวจเข้ตั้คลองที่างด้านข้วาที่�มื่ธงชาตั้ปานามื่า











ชกบนยอดเสุาคู่กบธงชาตั้่สุหรฐอเมื่รกา ในสุถึานการณ์์นหน่วยงานข้องกองที่พสุหรฐอเมื่รกา มื่่สุ่วนร่วมื่ในการปราบปรามื่



การจลาจลโดยใช้ความื่รุนแรง หลงจากการตั้่อสุู้ได้ ๓ วน ชาวปานามื่า ๒๒ คน และที่หารสุหรฐอเมื่รกา ๔ นาย เสุยชว่ตั้








และว้นน่เป็นที่รู้จ้กในปานามื่าเป็นว้น Martyrs' เหตัุ้การณ์์ว้นที่� ๙ มื่กราคมื่ ถึอเป็นปัจจ้ยสุ�าค้ญในการตั้ดสุ่นใจข้อง













สุหรฐอเมื่รกาในการเจรจาสุนธสุญญา Torrijos-Carter ค.ศ. ๑๙๗๗ ซงในที่สุดกยกเล่กสุนธสุญญา Hay-Bunau-Varilla



และอนุญาตั้ให้มื่การโอนการควบคมื่เข้ตั้คลองไปย้งปานามื่าและการสุ่งมื่อบการควบคมื่เตั้็มื่รูปแบบข้องคลองปานามื่า




เมื่่�อวนที่่� ๓๑ ธนวาคมื่ ค.ศ. ๑๙๙๙


ยอนเวลาแรกเรมื่ หลายฝายรวมื่ถึง ประธานาธ่บด McKinley สุหรฐอเมื่รกา สุนใจการข้ดคลองในที่วปอเมื่รกากลางโดยเฉพาะ




















เสุ้นที่างนการากว (Nicaragua route) เพอร่นเวลาการเดนที่างอ้อมื่ที่วปอเมื่รกาใตั้ สุหรฐอเมื่รกา เฝ้ามื่องโครงการปานามื่า




ด้วยเช่นก้น เพราะเป็นโครงการที่อยู่เหมื่อนปลายจมืู่กและเป็นประโยชน์ก้บสุหร้ฐอเมื่ร่กา ในด้านเศรษฐก่จและการที่หาร ที่งน่ �

๑๐ https://www.britannica.com/event/Hay-Bunau-Varilla-Treaty
นาวิกศาสตร์ 64
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





บุคคลที่�มื่่สุ่วนในการสุ่งเสุร่มื่การตั้ดสุนใจในการเปิด





เสุ้นที่างการขุ้ดคลองนให้แก่ ประธานาธบด่ ธโอดอร์ รสุเวลตั้ ์

๑๑

(Theodore Roosevelt) ได้แรงบนดาลใจจากหนงสุ่อ

“Influence of Sea Power upon History.” เข้ยนโดย


นาวาเอก Thayer Mahan ที่อธ่บายถึึงสุมืุ่ที่ที่านุภาพ




ว่าด้วยกาลงอานาจข้องชาตั้่ที่างที่ะเลที่�มื่่สุ่วนประกอบสุาคญ









คอ กาลงอานาจที่างเศรษฐกจและกาลงอานาจที่าง

ที่หารควบคู่กน (The theory was that supremacy

at sea was an integral part of commercial
and military prowess.) นอกจากน� ก่อนที่� Mahan จะถึึง



แก่กรรมื่และเร�มื่ตั้้นข้องสุงครามื่โลกครงที่� ๑ เข้าได้



เข้่ยนบที่ความื่เรอง “The Panama Canal and the
่�
Distribution of the Fleet” ในน่ตั้ยสุาร The North ภาพที่ ๘ ประธานาธิบดี Theodore Roosevelt เยี่ยมชมการขุดคลอง


American Review กนยายน ๑๙๑๔ ช่วงเวลาพอดกบ โดยสหรัฐอเมริกา

๑๒
ที่การขุ้ดคลองปานามื่าเพงเร่�มื่เปิดใช้งาน Mahan ได้ให้ความื่












สุนใจเป็นพเศษในเรองหลกการรวมื่กาลง (Concentration of force) มืุ่่งเน้นเรองที่�ตั้งข้องกองเรอที่�ควรมื่แบบกองเรอเด่ยว








ู่


ไมื่่แบ่งเป็นค เนองจากตั้้องใช้ที่ร้พยากรสุูง (…it decides that the position of the fleet shall be single, not dual.)





และกองเร่อรบที่จะตั้้องสุามื่ารถึเคลอนกาลงสุนบสุนุนซงกนและกนได้ โดยได้ตั้งคาถึามื่ว่าสุหรฐอเมื่รกา จะที่าอย่างไร
















ที่ไมื่่ตั้้องทีุ่่มื่เง่นมื่หาศาลในการสุร้างกองเร่อรบข้นาดใหญ่ที่งสุองฝั่งมื่หาสุมืุ่ที่ร โดย Mahan มื่คาตั้อบสุุดที่้ายว่า







“คลองปานามื่าจะที่�าให้กองเร่อสุหร้ฐอเมื่ร่กา สุามื่ารถึเคล่อนกาล้งได้จากฝั่งมื่หาสุมืุ่ที่รหน�งไปย้งอ่กมื่หาสุมืุ่ที่รหน�ง เมื่อภ้ยคุกคามื่




และโอกาสุที่่�เกดข้นมื่าถึึง (“...It allowed the United States to swing the navy from one ocean to the

other, according to emerging threats and opportunities.”) ที่้�งน่� Mahan ได้เห็นถึึงอนตั้รายในความื่ปลอดภย

ข้องคลองปานามื่าที่�สุหร้ฐอเมื่ร่กา จะตั้้องที่มื่ที่ร้พยากรในการดูแลให้สุามื่ารถึเปิดใช้งานได้ตั้ลอดทีุ่กห้วงเวลาและเหตัุ้การณ์ ์

ุ่




“ข้้าศึกจะตั้้องใช้กาล้งมืุ่่งในการครอบครองคลองปานามื่าเพ่อแบ่งแยกกาล้งที่างเร่อสุหรฐอเมื่ร่กา จากสุองมื่หาสุมืุ่ที่ร....,


ด้วยล้กษณ์ะข้องคลองปานามื่าที่เป็นคลองขุ้ดและใช้ระบบประตัู้ปร้บระด้บน�าย่อมื่มื่ความื่เสุยงจากการก่อกวน





ข้องข้้าศึกเสุมื่อ เช่น การก่อให้เก่ดอุบ้ตั้เหตัุ้ การสุร้างความื่ประหลาดใจ การห้กหล้งข้องเจ้าหน้าที่� การข้าดความื่ระมื่ดระว้ง






หรอภาวะสุงครามื่ ล้วนสุ่งผลกระที่บตั้่อเสุ้นที่างการคมื่นาคมื่ที่�สุาคญน� ที่�ที่าให้ข้้าศึกมื่โอกาสุบรรลุว้ตั้ถึุประสุงค์













ที่างยที่ธศาสุตั้ร์ผ่านการครอบครองในพนที่�ที่เหนอกว่าไมื่่ว่าช่วงเวลาใดที่คลองน�ถึูกปิดไป” ที่งน� เหตัุ้การณ์สุาคญหนง













ที่�ถึอเป็นบที่เรยนให้แก่กองที่พเร่อสุหรฐอเมื่รกา ในอด่ตั้เกดข้นในระหว่างสุงครามื่ Spanish-American ที่เร่อรบ USS Maine











๑๑ ประธานาธบด ธโอดอร รสุเวลตั้์ (Theodore Roosevelt ) รบตั้�าแหน่งประธานาธ่บด่สุหร้ฐอเมื่ร่กาคนที่� ๒๖ ระหว่าง ๑๔ กนยายน ๑๙๐๑-๔ มื่นาคมื่







๑๙๐๙ ตั้่อจากประธานาธบด McKinley ที่่�ถึูกลอบสุ้งหาร
๑๒ https://www.jstor.org/stable/pdf/25108252.pdf?refreqid=excelsior%3A65a0ba23f5ed322a22a9217c40fe4c85
65
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕













จอดอยู่ในฐานที่พเรอควบา เกดการก่อวนาศกรรมื่ที่าให้เรอระเบดเมื่อ ๑๕ กมื่ภาพนธ์ ๑๘๙๘ สุ่งผลให้ลูกเรอ


้�
เสุ่ยชว่ตั้ ๒๖๐ นาย ในครงนนเรอรบ USS Oregon ที่่�ประจ�าการอยู่ที่างฝั่งตั้ะวนตั้กใน San Francisco ได้รบค�าสุ้�ง



้�





๑๓

ให้ไปเสุร่มื่กาลงที่างฝั่งตั้ะวนออกตั้้องเดนที่างด้วยระยะที่างมื่ากกว่า ๑๒,๐๐๐ ไมื่ล์ ใช้เวลาเดนที่าง ๖๖ วน กว่าจะอ้อมื่




ที่วปอเมื่ร่กาใตั้้ไปเสุร่มื่กาล้งได้ที่นเวลาอย่างฉ่วเฉ่ยดและร่วมื่ในการรบ Battle of Santiago Bay สุะที่้อนถึึง



ความื่จาเป็นที่างที่หารเมื่อกองที่พเร่อสุหร้ฐอเมื่ร่กา ตั้้องการเคล่อนกาล้งที่างเร่อระหว่างมื่หาสุมืุ่ที่รแอตั้แลนตั้ก










และมื่หาสุมืุ่ที่รแปซ่ฟิกที่�มื่ระยะที่างไกลมื่าก ดงนน สุ�าหร้บประธานาธ่บด่ Roosevelt แล้ว การควบคมื่คลองขุ้ดปานามื่าน่ �

่�



จึงมื่่ความื่จ�าเปนและสุาคญอย่างยงยวดตั้่อผลประโยชน์ข้องชาตั้่สุหรฐอเมื่รกา

ภาพที่ ๙ แสตมป์เปลี่ยนโลก






กระบวนการค้ดเล่อกพ่นที่การขุ้ดคลองระหว่างเสุ้นที่างน่การาก้วกบคลองปานามื่าที่ฝร้งเศสุที่งเอาไว้เป็นที่�ถึกเถึยง






้�
กนในสุภาคองเกรสุ โดยวุฒ่สุมื่าชกหลายที่่านเอนเอยงไปในเสุ้นที่างนการากว แตั้่วศวกรฝรงเศสุชอ นายบูโน วารลยา




่�












(Bunau-Varilla) ได้พยายามื่ล็อบบชแจงให้ข้้อมืู่ลหนกแน่นว่า พนที่ในนการากวน่าจะเป็นอนตั้รายในระยะยาว เพราะ


มื่่ภูเข้าไฟที่่�อาจระเบดวนใดก็ได้ จากหนงสุ่อ Overthrow ข้องสุตั้่เฟน คนเซอร์ ได้กล่าวไว้ว่าใน ค.ศ. ๑๘๙๘ หวหน้า


๑๔





่�


่�
คนหนึงในองค์การเกยวกบคลองข้องฝรงเศสุ คอ ฟีลป-ชอง บูโน-วารยา ได้จ้างวลเลยมื่ เนลสุ้น ครอมื่เวลล์ เพอจะ



้�
โน้มื่น้าวสุภาคองเกรสุสุหร้ฐอเมื่รกา ที่จะสุร้างคลองปานามื่าไมื่่ใช่คลองที่�ข้้ามื่จากน่การากว โดยใน ค.ศ. ๑๙๐๒ หลงจากได้มื่ ่






การผล่ตั้แสุตั้มื่ป์ ๑๐ เซ็นตั้ ชุดนการากวในสุหรฐอเมื่รกา ออกโดยบรษ้ที่อเมื่รกนแบงก์โน้ตั้ เป็นภาพควนจากภูเข้าไฟ









่�


โมื่โมื่ตั้้มื่โบ ซึงตั้้�งอยู่ห่างราว ๑๖๐ กโลเมื่ตั้ร จากสุถึานที่่�ที่่�เป็นแผนเสุนอสุร้างคลองนการากวจากจุดนเอง ครอมื่เวล




ได้สุร้างข้่าวเกยวกบเรองนในหนงสุอพ่มื่พ์นวยอร์กซน โดยมื่รายงานว่าภูเข้าไฟโมื่โมื่ตั้้มื่โบเกดระเบดข้นและเกดแผ่นดนไหว

























หล้งจากนนเข้าได้สุ่งใบปลวไปพร้อมื่ก้บแสุตั้มื่ป์ไปให้กบวุฒ่สุมื่าชก และในวนที่� ๑๙ มื่่ถึุนายน ค.ศ. ๑๙๐๒ ๓ วน หลงจาก


วุฒ่สุมื่าช่กได้ร้บแสุตั้มื่ป์ พวกเข้าตั้่างลงคะแนนให้ปานามื่าเป็นเสุ้นที่างในการขุ้ดคลองล้ด จากการกระที่�าคร้งน่เอง


ครอมื่เวลล์ ได้รบผลประโยชน์ไปราว ๘ แสุนเหรยญสุหรฐ และที่าให้สุภาคองเกรสุสุหรฐอเมื่รกา หนกลบมื่าตั้กลงใจ













เลอกการขุ้ดคลองที่ปานามื่า และเจรจาข้อซ่อโครงการขุ้ดคลองจากบร่ษ้ที่ข้องฝร้งเศสุ พร้อมื่อนมื่้ตั้หล้กการก้บเงนทีุ่น



















ใหสุหรฐอเมื่รกา ซอกจการการข้ดคลองจากฝร้งเศสุมื่าที่าเอง รวมื่ถึงครอบครองเคร่องมื่อรวมื่ถึงอปกรณ์ข้ดเจาะที่งหมื่ด

และเร่�มื่ตั้้นการที่างานเมื่่�อวนที่่� ๔ พฤษภาคมื่ ค.ศ. ๑๙๐๔

๑๓ https://www.history.navy.mil/content/history/museums/nmusn/explore/photography/ships-us/ships-usn-o/uss-oregon-
battleship-3.html.
๑๔ Stephen Kinzer. (2007). Overthrow. New York: Times Books.
นาวิกศาสตร์ 66
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





















สุหรฐอเมื่รกา นาบที่เรยนจากฝร้งเศสุที่ที่าใหการข้ดคลองไมื่ประสุบความื่สุาเรจ โดยเรมื่จากสุงการให กองที่พบก


สุหร้ฐอเมื่รกา โดย พนเอก วลเลยมื่ ซ กอรกสุ (Col.Dr. William Crawford Gorgas, Chief Sanitary Officer) เข้ามื่าร้บผ่ดชอบ







พนที่ปานามื่า สุงแรกที่�ที่�าค่อ การกาจ้ดยุงลาย (Stegomyia) ซงเป็นพาหะในการนาโรคไข้้เหลองและมื่าลาเร่ยที่คร่าชว่ตั้
























คนงาน โดยดาเนนการ เช่น การข้จ้ดหนองน�าที่เป็นแหล่งเพาะพนธุ์และข้จดพงหญ้าที่เป็นแหล่งหลบซ่อนตั้วข้องยุง












ตั้ลอดจนกาจดหนูซงเป็นพาหะกาฬโรค ปรบพนที่พกอาศยให้มื่่มืุ่้งตั้าข้่ายกนยุง จดการระบบน�าด�มื่ เป็นตั้้น










กองที่พบกสุหรฐอเมื่รกา ใช้เวลาในการกาจดยุงและหนูนานเกอบ ๒ ปี ใช้เงนไปประมื่าณ์ ๒๐ ล้านเหรยญสุหรฐ






พนที่ประเที่ศปานามื่าจึงเร่�มื่ปลอดภ้ยจากพาหะตั้่าง ๆ คนงานป่วยหร่อตั้ายลดลง (ถึึงกระน้นก็ย้งที่าให้คนงาน










เสุยชว่ตั้กว่า ๕,๖๐๐ คน) ซงหลงจากนนสุหรฐอเมื่รกา จึงให้คนงานเข้้าพนที่�ที่างานขุ้ดคลองปานามื่าตั้่อไป โดยสุหรฐอเมื่รกา









จะตั้้องจ่ายค่าขุ้ดคลอง ๓๗๕ ล้านเหรยญสุหรฐ รวมื่ถึึงจ่ายค่าที่าสุญญา ๑๐ ล้านเหรยญสุหรฐ และ ๔๐ ล้านเหรยญสุหรฐ










สุ�าหรบสุนที่รพย์ข้องฝรงเศสุที่ข้ายตั้่อให้สุหรฐอเมื่รกา ที่งน่ วศวกรอเมื่รกนตั้ดสุนใจที่จะก่อสุร้างคลองปานามื่า

























ที่�มื่ประตัู้กนน�าล็อกเป็นระยะ ๆ (lock system) แที่นที่จะเป็นคลองที่�มื่ระดบน�าเที่่ากบระดบน�าที่ะเลอย่างเช่นคลองสุุเอซ














เนองจากพ่นที่ปานามื่ามื่่ลกษณ์ะพเศษคอ คลองน�ขุ้ดผ่านที่ะเลสุาบหลายแห่ง ที่�สุ�าค้ญค่อ ที่ะเลสุาบกาตัุ้น (Gatun Lake)








และที่างตั้อนใตั้ข้องคลองขุ้ดผ่านบรเวณ์ที่�สุูง โดยจุดสุูงที่�สุุดอยู่เหนอระดบน�าที่ะเลปานกลาง ๒๖ เมื่ตั้ร อกที่งระดบน�า















ในที่ะเลแครบเบยนด้านมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้กกบในมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิกมื่ไมื่่เที่่ากน ดงนน จึงตั้้องที่าประตัู้กนน�า








ภายในลาคลองเป็นล็อก ๆ เพอยกระด้บเร่อให้สุูงข้ึน หรอลดตั้��าลง เมื่อเร่อแล่นผ่านจากปากคลองด้านหน�ง ไปออกปากคลอง





อกด้านหนึง �

ภาพที่ ๑๐ เรือ SS ANCON เป็นเรือสินค้าลำาแรกที่ผ่านคลองปานามาเมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๑๙๑๔




ภายหล้งจากได้ตั้ระเตั้ร่ยมื่ระบบพ่นฐานการก่อสุร้างข้องระบบประตัู้กนน�าข้องคลองก็เร่�มื่ตั้้นข้ึน ภายใตั้้การควบคมื่ข้อง


นาย John Frank Stevens ผมื่ประสุบการณ์์จากการสุร้างที่างรถึไฟสุายเหน่อในสุหร้ฐอเมื่ร่กา (ไมื่มื่ประสุบการณ์์ในการขุ้ดคลอง)


ู้

ซง Stevens ตั้้องการสุร้างประตัู้กนน�าข้นาดใหญ่ที่�สุามื่ารถึปรบระดบน�าให้ได้ ๒๖ เมื่ตั้ร (๘๕ ฟตั้) เหนอระดบน�าที่ะเล













โดยจะตั้้องสุร้างเข้อนข้นาดใหญ่ (Gatun Dam) รวมื่ถึึงการขุ้ดที่ะเลสุาบ Gatun Lake ในเวลาเด่ยวกนน�าที่ใช้ในการปรบ










ระด้บจะมื่าจากที่ะเลสุาบ Gatun ด้วยอ่างน�าข้นาดใหญ่ใช้ระบบการไหลเว่ยนข้องน�า และน�าที่ะเลสุาบ Gatun





จะเช่อมื่ตั้่อกบมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิก มื่เที่อกเข้า Gaillard (Culebra) ล้อมื่รอบ ซงการขุ้ดคลองตั้ามื่แผนงานน�สุหรฐอเมื่รกา






้�

เสุร่มื่เครองมื่่อการขุ้ดให้มื่่ข้นาดใหญ่ข้นกว่าข้องฝรงเศสุหลายเที่่าตั้้วจากสุหรฐอเมื่รกา เช่น เครองเจาะหนข้นาดใหญ่
่�
่�




(giant hydraulic rock crushers) เครนเครองจกรไอน�า (steam-powered cranes) เครองผสุมื่ปูน (concrete mixers) ฯลฯ






67
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕







ู่
รวมื่ถึึงที่างรถึไฟก็ได้รบการปร้บปรุงให้ร้บงานข้นสุ่งหนกข้นและสุร้างที่างรถึไฟเป็นรางค ตั้่อมื่าใน ค.ศ. ๑๙๐๗ พนตั้ร่ George








Washington Goethals ที่หารช่างที่จบการศึกษาจากโรงเรยนนายร้อย West Point ได้รบคาสุงใหมื่าควบคมื่การกอสุรางแที่น









Stevens ซง Goethals มื่ประสุบการณ์์ในการขุ้ดคลองและสุร้างประตัู้กนน�าที่� Riverton Lock, Colbert Shoals มื่ากอน ๑๕




นนอาจเป็นสุาเหตั้ที่าให้เข้าสุามื่ารถึควบคมื่การก่อสุร้างให้แล้วเสุร็จก่อนกาหนดการถึึง ๒ ปี ที่าให้สุหรฐอเมื่รกา เร่�มื่การใช้งาน








๑๖
้�

คลองปานามื่าครงแรกเมื่่�อ ๑๕ สุ่งหาคมื่ ๑๙๑๔ อย่างเป็นที่างการ โดยเรอข้นสุ่งสุ่นค้าล�าแรกที่่�ผ่านคอ เรออนคอน





(SS Ancon) ช่วงที่เปิดใช้เป็นเดอนที่เร่�มื่สุงครามื่โลกครงที่� ๑ ในยุโรป ที่งนในระหว่างการก่อสุร้าง กองที่พเรอสุหรฐอเมื่รกา




















ถึอว่ามื่บที่บาที่ในการปรบแบบคลองให้มื่่ข้นาดกว้างข้ึนจาก ๒๐๐ ฟตั้ เป็น ๓๐๐ ฟตั้ และประตัู้กนน�าใหญ่ข้นจาก ๙๕ ฟตั้










เป็น ๑๑๐ ฟตั้ เป็นตั้้น เพอรองรบเรอรบที่�มื่่ข้นาดใหญ่ คลองปานามื่าที่�สุหรฐอเมื่ร่กาขุ้ดน� มื่ความื่ยาวประมื่าณ์ ๘๐ กโลเมื่ตั้ร












สุามื่ารถึย่นระยะการเดนที่างระหว่างฝั่งที่ะเลด้านตั้ะวนตั้กและตั้ะวนออกข้องสุหรฐอเมื่รกา ไปถึึง ๑๒,๐๐๐ ไมื่ล์ หรอประมื่าณ์







๑๕,๗๐๐ กโลเมื่ตั้รเป็นอนสุนสุุดการแสุวงหาเสุ้นที่างลดในอเมื่รกากลางกว่า ๔๐๑ ปี นบตั้งแตั้่การเดนที่างผ่านปานามื่า





ที่างบกโดยชาวยุโรป Vasco Núñez de Balboa สุหรฐอเมื่รกา ใช้เงนไปมื่ากกว่า ๕๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐ







(ประมื่าณ์ ๑๒.๙ พนล้านเหร่ยญสุหร้ฐหากขุ้ดคลองใน ค.ศ. ๒๐๒๐) และน้บเป็นงานก่อสุร้างนอกประเที่ศที่ย่งใหญ่ที่�สุุด

ในประว้ตั้่ศาสุตั้ร์ข้องประเที่ศสุหรฐอเมื่รกา


ภาพที่ ๑๑ การประท้วงในปานามาทำาให้สหรัฐอเมริกา ต้องยอมออกจากพื้นที่ เรียกว่าวัน Martyrs’ Day (Panama)





๑๕ ใน ค.ศ. ๑๘๙๑ ร้อยเอก Goethals ได้ร้บมื่อบให้ควบคมื่การก่อสุร้างขุ้ดสุ่วนตั้นเข้นตั้ลอดแมื่่น�า (the Muscle Shoals Canal) Tennessee River



มื่ลรฐ Alabama รวมื่ถึึงได้ออกแบบสุร้างประตัู้กนน�าปรบระดบน�าเพอให้เรอกลไฟสุามื่ารถึเดนที่างผ่านได้บรเวณ์ Riverton Lock, Colbert Shoals.









๑๖ ตั้รงกบรชสุมื่้ยในหลวง ร.๖


นาวิกศาสตร์ 68
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕








จากสุนธ่สุญญาที่�สุหร้ฐอเมื่ร่กา ได้ร้บสุ่ที่ธ่พเศษในคลองปานามื่า และปกครองเข้ตั้คลองสุองด้านกว้างประมื่าณ์ ๑๖ กโลเมื่ตั้ร นน










สุหรฐอเมื่ร่กา จดตั้งที่หาร ๑ กองพลเพ่อดูแลพ่ที่กษ์ร้กษาผลประโยชน์และอธ่ปไตั้ยข้องสุหร้ฐอเมื่ร่กา ในพนที่คลองปานามื่า



ซงก็เป็นไปตั้ามื่หล้กการข้องกองที่พสุหร้ฐอเมื่ร่กา ด้านการเด่นเรอ การเร่ยกเก็บค่าผ่านคลองเป็นไปอย่างราบร่น จนใน ค.ศ. ๑๙๖๔







มื่เหตัุ้กระที่บกระที่งเร่องการตั้ดธงชาตั้่ตั้ามื่แนวคลอง มื่เหตัุ้ประที่้วงรุนแรง มื่การปราบปรามื่ผู้ชมื่นมื่ชาวปานามื่า




เสุ่ยชว่ตั้จ�านวนมื่าก สุ่งผลให้รฐบาลปานามื่าประกาศตั้้ดความื่สุ้มื่พนธ์กบสุหรฐอเมื่รกา ระหว่าง ค.ศ. ๑๙๖๗-๑๙๗๐






สุหรฐอเมื่รกา เสุนอให้ประเที่ศปานามื่าที่าสุนธสุญญาก้นใหมื่่หลายครงแตั้่ร้ฐบาลปานามื่าย้งไมื่่ย่นยอมื่ จนกระที่ง













เมื่อวนที่� ๗ กนยายน ค.ศ. ๑๙๗๗ ประธานาธบด่ จ่มื่มื่่ คาร์เตั้อร์ ได้เดนที่างไปปานามื่าและลงนามื่ที่�าสุนธ่สุญญากบ








ประธานาธ่บด่ โอมื่าร์ ตั้อร์ร่โฮสุ แห่งปานามื่า รวมื่ ๒ ฉบบ โดยฉบ้บที่� ๑ ระบุว่า จะมื่การโอนคลองปานามื่าให้แก่ประเที่ศปานามื่า

และสุหร้ฐอเมื่รกาจะถึอนกาลงที่หารที่งหมื่ดออกจากเข้ตั้คลองใน ค.ศ. ๒๐๐๐ สุ่วนฉบบที่ ๒ ระบว่าจะมื่การรบประกน











ความื่เป็นกลางข้องคลองปานามื่าให้เร่อข้องทีุ่กชาตั้แล่นผ่านไปมื่าในคลองได้ และสุหร้ฐอเมื่ร่กา จะยงคงสุ่ที่ธ่ที่จะสุามื่ารถึ





ใช้กาล้งที่หารปกป้องคลองเพ่อรกษาความื่เป็นกลางได้ ที่�าให้ตั้่อมื่าเมื่อว้นที่� ๓๑ ธนวาคมื่ ค.ศ. ๑๙๙๙ รฐบาลปานามื่า


















จงไดรบอานาจอธปไตั้ยเหนอคลองปานามื่าคนจากสุหรฐอเมื่รกา ภายใตั้การควบคมื่ข้ององคการบรหารคลองปานามื่า



(Panama Canal Authority หรอ ACP) และได้เร่�มื่โครงการข้ยายคลองปานามื่าใน ค.ศ. ๒๐๐๗ เพอรองร้บเร่อ


เดนสุมื่ที่รข้นาดใหญ่ที่่�กนน��าลึกกว่าเด่มื่เพอเพ่�มื่รายได้เข้้าประเที่ศ



่�


ภาพที่ ๑๒ ภาพรวมของคลองปานามาในปัจจุบันแสดงให้เห็นประตูกั้นนา Lock ทั้งสองฝั่งมหาสมุทร
69
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕










โดยสุรุป การขุ้ดคลองปานามื่าตั้งแตั้่แรกเร�มื่ฝรงเศสุจนสุนสุุดโดยสุหรฐอเมื่รกา ประกอบด้วยที่ะเลสุาบที่่�ขุ้ดข้น ๑๗ แห่ง














และมื่หลายจุดข้ดเป็นช่องที่างการเดนเรอ มื่ประตั้ก้นน�า (Lock System) อยู่ ๒ จด ที่างฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิก

และมื่หาสุมืุ่ที่รแอตั้แลนตั้ก จากที่างมื่หาสุมืุ่ที่รแปซ่ฟก ที่างเข้าจากอาวปานามื่า ถึึงประตั้มื่ราโฟลเรสุ เป็นประตั้น�า ๒ สุวน













มื่ระยะที่าง ๘.๒ ไมื่ล์ (๑๓.๒ กโลเมื่ตั้ร) จากอ่าวปานามื่าเมื่อผ่านไปจะลอดสุะพานบรดจ์ออฟดอเมื่รกา ตั้่อมื่าคอประตั้ ู








ู่



มื่ราโฟลเรสุ ซงมื่่กาแพงข้นาดยาว ๑.๑ ไมื่ล์ (๑.๗ กโลเมื่ตั้ร) ข้นาบอย จากจุดน่ระด้บน�าจะสุูงข้ึนไปอ่ก ๑๖.๕ เมื่ตั้ร (๕๔ ฟตั้)


เหนอระด้บน�าที่ะเล ถึดมื่าค่อประตัู้เปโดรมื่เกล ซงมื่ความื่ยาว ๐.๘ ไมื่ล์ (๑.๔ กโลเมื่ตั้ร) เป็นจุดสุุดที่้ายที่�มื่การยกระด้บข้นไป














โดยยกข้นอก ๙.๕ เมื่ตั้ร (๓๑ ฟตั้) ข้นสุู่ระดบน�าข้องคลอง ช่องเข้าเกลลาร์ดเป็นสุ่วนที่แยกที่วปอเมื่รกาออกเป็น ๒ สุ่วน










โดยตั้ดภูเข้ากูเลบราเป็นระยะที่าง ๗.๘ ไมื่ล์ (๑๒.๖ กโลเมื่ตั้ร) ด้วยระดบความื่สุูง ๒๖ เมื่ตั้ร (๘๕ ฟตั้) จากระดบน�าที่ะเล

















การตั้ดคลองมื่ลกษณ์ะโค้ง ปัจจุบนกาลงเพ�มื่ความื่กว้างข้นาดคลองเพอความื่ปลอดภย และถึดไปคอลอดสุะพานเซนเที่นเนยล

แล้วจึงเข้้าสุู่แมื่่น�าตั้ามื่ธรรมื่ชาตั้ค่อ แมื่่น�าชาเกรสุ ตั้รงช่วงกลางข้องแมื่่น�ามื่เข้อน Gatun มื่ฐานเข้อนกว้าง ๘.๕ กโลเมื่ตั้ร











(๕.๓ ไมื่ล์) มื่ยอดเข้อนกว้าง ๓๐.๕ เมื่ตั้ร ถึดมื่าค่อ ที่ะเลสุาบกาตัุ้น (Gatun Lake) มื่พ่นที่� ๔๑๘.๒๕ ตั้ารางก่โลเมื่ตั้ร

















ถึอเป็นที่ะเลสุาบที่ใหญ่ที่�สุุดที่�มื่นุษย์สุร้างข้น และสุุดที่้ายประตัู้กาตัุ้น เป็นประตัู้น�าฝั่งมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้ก แบ่งเป็นประตัู้น�า




๓ สุ่วน แตั้่ละประตัู้น�าแบ่งเป็น ๒ ช่องที่าง ซึงแตั้่ละประตัู้จะมื่่ความื่กว้าง ๓๓.๕ เมื่ตั้ร ยาว ๓๐๕ เมื่ตั้ร รถึลากจะลากเรอ















เข้้ามื่าในประตัู้น�า หลงจากนนจะที่าการปรบระดบน�าที่ละฟตั้ โดยใช้หลกการแรงดนน�าจากระดบน�าที่�สุูงกว่ายกระดบเร่อ



๑๗
ผ่านประตัู้น��าที่้�ง ๓ ระดบ ให้สุูงกว่าระดบน��าที่ะเลที่่� ๒๖ เมื่ตั้ร

โครงการขยายคลองปานามา




เมื่่อว้นที่� ๒๒ ตัุ้ลาคมื่ ค.ศ. ๒๐๐๖ ประธานาธบด่มื่าร์ตั้น ที่อร์รฮอสุ แห่งปานามื่า ได้ข้อให้ประชาชนลงประชามื่ตั้ในโครงการ




ข้ยายคลองปานามื่าเพ่อแก้ไข้ปัญหาความื่ค้บคงข้องเร่อที่เข้้ามื่าร้บการบร่การและรองร้บข้นาดข้องเร่อสุนค้า







ที่�มื่่ข้นาดใหญ่ข้น โดยคาดว่าจะใช้งบประมื่าณ์ ๒.๑ แสุนล้านบาที่ และใช้เวลาก่อสุร้าง ๘ ปี ซงประธานาธบด่ที่อร์รฮอสุชว่า








คลองปานามื่ามื่ความื่จาเป็นอย่างมื่ากที่จะตั้้องข้ยาย พร้อมื่เพ�มื่เลนเดนเรอจาก ๒ เลนเป็น ๓ เลน เนองจากข้นาดข้อง








คลองปานามื่าเด่มื่มื่่ข้นาดที่่�รองรบเรอบรรทีุ่กตั้สุ่นค้าข้นาดใหญ่ที่่�สุุดได้ไมื่่เกน ๔,๐๐๐ ตั้ ข้ณ์ะที่่�ปัจจุบนเรอกว่า ๒๗%
ู้

ู้




ในโลกเป็นเรอที่่�บรรทีุ่กตั้สุ่นค้าได้ ๘,๐๐๐ ตั้ หรอสุองเที่่าข้องเรอที่่�ใหญ่ที่่�สุุดที่่�สุามื่ารถึข้้ามื่คลองปานามื่า และภายใน
ู้


ู้
ระยะ ๕ ปีข้้างหน้า เรอสุ่นค้าข้นาด ๘,๐๐๐ ตั้ ก็จะเพ่�มื่จ�านวนเป็น ๓๗% สุ่วนที่่�ตั้้องเพ่�มื่เลนเป็น ๓ เลน เนองจาก
ู้

่�



การคมื่นาคมื่มื่ความื่หนาแน่นมื่าก เร่อที่จองควไว้ตั้้องรอเวลาผ่านประมื่าณ์ ๑๖ ชวโมื่ง สุ่วนเรอที่ไมื่่ได้จองตั้้องรอ






้�


ประมื่าณ์ ๒๘ ชวโมื่ง เวลาที่่�ช้าไปแตั้่ละวนที่าให้บรษ้ที่เดนเรอตั้้องเสุ่ยเงนวนละ ๒ ล้านบาที่ ผลการลงประชามื่ตั้่เกอบ










๘๐% สุนบสุนุนมื่ากกว่า ไมื่่เห็นด้วยกว่า ๒๐% ซงถึอว่าชาวปานามื่ามื่ความื่เตั้มื่ใจ เพราะมื่องเห็นประโยชน์ที่างเศรษฐกจ




ที่ประเที่ศจะได้ร้บ หากโครงการข้ยายคลองและปร้บปรุงสุาธารณ์ูปโภคให้สุอดร้บความื่ตั้้องการใหมื่่ ๆ โดยเฉพาะ



เรอบรรทีุ่กสุนค้าที่�สุามื่ารถึรองร้บตัู้้คอนเที่นเนอร์ข้นาด ๒๐ ฟตั้ จานวน ๘,๐๐๐ ตั้ และแที่งเกอร์ข้นาดใหญ่ข้ึนกว่าเด่มื่มื่าก
ู้













นคอว้ตั้ถึุประสุงค์สุาคญข้องโครงการน� เพราะปัจจุบนคลองปานามื่ามื่่ข้นาดกว้าง ๓๓ เมื่ตั้ร ที่าให้ไมื่สุามื่ารถึรองรบเร่อ


ข้นสุ่งข้นาดใหญ่รุ่นใหมื่ ๆ ได้ที่้�งหมื่ด โดยโครงการข้ยายคลองปานามื่าจะเร่�มื่ด�าเนนการอย่างเร็วที่่�สุุดใน ค.ศ. ๒๐๐๗


ุ้

และอาจใช้เวลากว่า ๘ ปี กว่าจะแล้วเสุร็จ อย่างไรกตั้ามื่หลายฝ่ายก้งวลว่าจะได้ไมื่่คมื่เสุย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่�สุูงมื่าก

๑๗ https://www.britannica.com/topic/Panama-Canal/Locks
นาวิกศาสตร์ 70
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




และปัญหาคอร์รปชนที่่�อาจจะตั้ามื่มื่า เพราะมืู่ลค่าการก่อสุร้างสุูงกว่า ๕,๐๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐ ซึงหากตั้่เป็นสุ้ดสุ่วน




ตั้่อผล่ตั้ภ้ณ์ฑ์มื่วลรวมื่ในประเที่ศ (GDP) จะมื่ากถึึง ๑ ใน ๔ ข้องมืู่ลค่าจดพ่ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐ








อกหนงความื่น่ากงวลได้แก่ งบประมื่าณ์การก่อสุร้างที่�สุมื่าคมื่ก่อสุร้างและสุถึาปน่กแห่งปานามื่าประเมื่นว่า

จะสุูงถึึง ๗,๐๐๐ ล้านเหรยญสุหรฐ นนหมื่ายความื่ว่า หากปานามื่าตั้ดสุนใจลงทีุ่นเพยงลาพง การลงทีุ่นครงน่ �











จะกระที่บตั้่อฐานะการคลงอย่างเลยงไมื่่ได้ แตั้่หากปานามื่าไมื่่ตั้ดสุนใจดาเนนการอย่างใดอย่างหนง เพอปรบปรุง




















คลองหลกข้องประเที่ศกอาจจะเผชญก้บค่แข้่งรายใหมื่่ ๆ ในอนาคตั้ เช่น นการากว ที่�มื่โครงการจะตั้ดคลองที่�มื่ ่




ข้นาดใหญ่กว่า และลึกกว่าคลองปานามื่า ด้วยการสุนบสุนุนจากสุาธารณ์รฐประชาชนจน (สุปจ.) ที่�มื่่ข้้อมืู่ลว่า

๑๘

เมื่อ ค.ศ. ๒๐๑๓ สุาธารณ์รฐประชาชนจน โดยบรษ้ที่ HKND Group (Hong Kong Nicaragua Canal Development









Investment) ได้รบอนมื่้ตั้่สุ้มื่ปที่าน ๕๐ ปี และสุ่ที่ธในการตั้่ออายสุ้มื่ปที่านอก ๕๐ ปี จากรฐบาลนการากว






เมื่อว้นที่� ๑๔ มื่่ถึุนายน ค.ศ. ๒๐๑๓ ให้เป็นผู้ขุ้ดคลองน่การาก้ว ใช้ทีุ่นการก่อสุร้างถึึง ๔๐,๐๐๐ ล้านเหร่ยญสุหร้ฐ


หรอประมื่าณ์ ๑.๒๒ ล้านล้านบาที่ โครงการรวมื่ความื่ยาวข้องคลองราว ๒๘๖ กโลเมื่ตั้ร ที่าให้มื่่ข้นาดใหญ่กว่าคลองปานามื่า



(๘๒ กโลเมื่ตั้ร) กว่าสุามื่เที่่าตั้้วที่้�งกว้างและลึกกว่า สุามื่ารถึรองรบเรอสุ่นค้าระวาง ๔ แสุนตั้้น ในข้้อเสุนอโครงการ






ข้ดคลองนการากวน่ ยงรวมื่โครงการโครงสุร้างพนฐานอนๆ ได้แก่ ที่่าเรอน�าลึกสุองแห่ง เข้ตั้การค้าเสุร่สุองแห่ง







สุนามื่บน ที่างรถึไฟและที่่อข้นสุ่งน�ามื่น อย่างไรกตั้ามื่การขุ้ดคลองที่ใหญ่กว่าปานามื่าถึึงสุามื่เที่่าน� มื่ใช่เรองง่าย








๑๙













อุปสุรรคด่านแรก ได้แก่ สุภาพภมื่ประเที่ศแถึบอเมื่รกากลางเตั้มื่ไปด้วยป่าดงดบเข้ตั้ร้อน อกที่งภูเข้าไฟที่ยงลุกโชน







ความื่แรงข้องคลนที่�มื่ความื่สุูงอย่างน้อย ๒๐ ฟตั้ ที่ซดกระหน�าระหว่างสุองฝากฝั่งมื่หาสุมื่ที่รล้วนเป็นความื่ยาก




่�

และมื่่ค่าใช้จ่ายสุูงมื่าก แตั้่หากโครงการนเกดข้นจรงก็จะเป็นคู่แข้่งที่่�สุาคญข้องคลองปานามื่า






ด้วยเหตัุ้ผลหลายประการตั้ามื่ที่กล่าวมื่า รฐบาลปานามื่าจึงได้เร่�มื่โครงการก่อสุร้างสุ่วนข้ยายคลองปานามื่า (The Third







Set of Locks Project) เมื่อ ค.ศ. ๒๐๐๗ เพอรองรบการข้ยายตั้วข้องธุรกจการเดนเรอและเรอเดนสุมื่ที่รที่�มื่่ข้นาดใหญ่













ข้นอย่าง New Panamax หรอ Post Panamax โดยเพ่�มื่ช่องการจราจรที่างน�าที่�มื่การข้ยายความื่กว้างและความื่ลึก
๒๐



ข้องเสุ้นที่าง รวมื่ไปถึึงการก่อสุร้างประตัู้กนน�าและสุงอานวยความื่สุะดวกเพ่�มื่เตั้่มื่ ที่งฝั่งมื่หาสุมืุ่ที่รแปซ่ฟิก







๒๑


และมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้ก สุามื่ารถึรองรบเรอบรรที่กข้นาด ๑๔,๐๐๐ TEU หรอประมื่าณ์ ๓ เที่าจากเด่มื่ โครงการฯ



้�



มื่่การก่อสุร้างสุร้างประตัู้กนน��า ๒ ชุดใหมื่่ล็อก โดยจุดที่่�หนึงตั้้�งอยู่ที่างฝั่งแปซฟิกที่างตั้ะวนตั้กเฉยงใตั้ข้อง Miraflores







Locks ที่่�มื่่อยู่ อกจุดหนึงตั้้�งอยู่ที่างตั้ะวนออกข้อง Gatun Locks ที่่�มื่่อยู่ รวมื่ถึึงการที่าให้ช่องที่างที่่�มื่่อยู่เด่มื่กว้างข้น



และลึกข้ึนด้วย ช่องข้องล็อกใหมื่่ยาว ๔๒๗ เมื่ตั้ร กว้าง ๕๕ เมื่ตั้ร และลึก ๑๘.๓ เมื่ตั้ร ประตัู้กนน�าแบบใหมื่ (น�าหน้ก ๒,๓๐๐ ตั้น)









เป็นการเล่อนเข้้า-ออกแที่นแบบเปิด-ปิด และใช้เร่อลากจูง ๒-๔ ลา (ตั้ามื่ข้นาดข้องเร่อสุนค้า) จากที่�มื่อยู่จานวน ๑๓ ลา







ตั้ลอด ๒๔ ชวโมื่ง ช่วยในการนาเรอเข้้าตั้าบลตั้งลาสุ�าหรบการผ่านเข้้า-ออกลอกที่ดแที่นระบบตั้้รถึไฟฟ้าข้องเด่มื่







๑๘ เบองลึกอภ่โปรเจ็กตั้ ๕ พ้น ล. ข้ยายคลองปานามื่า, ประชาชาตั้ธุรก่จ, ว้นที่� ๓๐ ตัุ้ลาคมื่ พ.ศ. ๒๕๔๙ ปีที่� ๓๐ ฉบ้บที่� ๓๘๔๐







๑๙ https://mgronline.com/china/detail/9560000081395, เผยแพร่: ๖ ก.ค. ๒๕๕๖
๒๐ Panamax และ New Panamax (หรอ Neopanamax ) เป็นค�าสุาหรบข้้อจ�ากดข้องข้นาดสุาหรบเรอเดนที่างผ่านคลองปานามื่า ข้้อจ�ากดและ










่�
ข้้อก�าหนดมื่่การเผยแพร่โดย Panama Canal Authority (ACP) ในสุ่�งพ่มื่พ์ชอ “Vessel Requirements” ข้้อก�าหนดเหล่านยงอธบายหวข้้อตั้่าง ๆ
่�





่�
เช่น ข้้อจ�ากดตั้ามื่ฤดูกาลที่่�แห้งแล้ง การข้้บเคลอน การสุ่�อสุาร และการออกแบบเรออย่างละเอยด

ู้
๒๑ TEU (Twenty-foot Equivalent Unit) คอ ตั้สุ่นค้าที่่�มื่่ข้นาด ๒๐ ฟุตั้ โดยภายในมื่่ความื่ยาว ๒๐ ฟุตั้ กว้าง ๘ ฟุตั้ สุูง ๘ ฟุตั้
71
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




ภายในล็อกใช้เวลาในการปร้บระด้บน�าประมื่าณ์ ๘ นาที่่ ด้วยน�าจดจากที่ะเลสุาบประมื่าณ์ ๒๖ ล้านแกลลอน (ประมื่าณ์







๙๘.๔ ล้านล่ตั้ร) ที่�มื่การขุ้ดอ่างเก็บน�าบรเวณ์ล็อกและใช้ระบบการไหลเวยนตั้ามื่แรงโน้มื่ถึ่วงข้องโลกในการปรบระดบน�า


(The operation of both the old and new locks uses gravity and valves. There is no pumping involved.)














ในแตั้่ละเที่ยวจะมื่นาร่องและเจ้าหน้าที่อน ๆ รวมื่กว่า ๒๐ นาย ข้นมื่าบนเรอ เพอช่วยในการเดนที่างผ่านคลองปานามื่า







ใช้เวลาเดนที่างรวมื่ ๑๐ ชวโมื่ง ระยะที่าง ๕๑ ไมื่ล์ การก่อสุร้างเสุร็จสุ�นได้เปิดใช้งานเมื่อวนที่� ๒๖ มื่่ถึุนายน ค.ศ.๒๐๑๖







ด้วยงบประมื่าณ์ที่งสุน ๕,๒๕๐ ล้านเหรยญสุหรฐ หรอประมื่าณ์ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาที่ โดยเรอบรรทีุ่กสุนค้าสุญชาตั้จน







Cosco Shipping Panama เป็นเรอล�าแรกที่่�แล่นผ่านสุ่วนตั้่อข้ยายคลองปานามื่าน ่�








การเกบค่าผ่านคลองจะเกบตั้ามื่ข้นาดเร่อและปรมื่าณ์สุ่นค้า ค่าเฉลยสุาหรบเร่อบรรที่กสุนค้าตั้้คอนเที่นเนอร์




ในการผ่านคลองแห่งนประมื่าณ์ ๑-๑๐ ล้านบาที่ เช่น ตัู้้คอนเที่นเนอร์ตัู้้ละ ๙๙ เหรยญสุหรฐ ตัู้้เปล่า ๕๙ เหรยญสุหรฐ


่�
ู้

หากเรอบรรทีุ่กสุ่นค้าตัู้้คอนเที่นเนอร์ จ�านวน ๓,๘๐๐ ตั้ จะมื่่ค่าใช้จ่ายค่าตัู้้คอนเที่นเนอร์ ๓๒๑,๔๔๖ เหรยญสุหรฐ




ค่าเรอลากจูง ๗ ลา ๑๑,๔๔๕ เหร่ยญสุหรฐ ค่าสุนบสุนุนภาคพ่น (ground assistants) ๔,๗๔๕ เหรยญสุหรฐ ค่าสุายลากจูง









(ground wires) ๓,๖๐๐ เหรยญสุหรฐ รวมื่เป็นเงน ๓๔๑,๒๓๖ เหรยญสุหรฐ หรอประมื่าณ์ ๑๐,๙๑๙,๕๕๒ บาที่ (ข้้อมืู่ล ค.ศ. ๒๐๑๔)















ข้ณ์ะที่คาธรรมื่เน่ยมื่ที่แพงที่สุุดเก่ดข้นใน ค.ศ. ๒๐๑๐ ซงเป็นข้องเร่อสุาราญ Norwegian Pearl ซงจ่ายคาผ่านคลองไป


จานวน ๑๑.๖ ล้านบาที่ ที่งน� สุถึ่ตั้รายได้ค่าผ่านคลองปานามื่าใน ค.ศ. ๒๐๑๗ รายได้ค่าธรรมื่เนยมื่ ๖๙,๔๐๐ ล้านบาที่






ค.ศ. ๒๐๑๘ รายได้ค่าธรรมื่เนยมื่ ๗๖,๘๐๐ ล้านบาที่ และ ค.ศ. ๒๐๑๙ รายได้ค่าธรรมื่เนยมื่ ๘๐,๓๐๐ ล้านบาที่ โดย


รวมื่สุามื่ารถึสุร้างรายได้ค่าธรรมื่เนยมื่ให้แก่รฐบาลปานามื่าคดเป็นสุ้ดสุ่วนถึึง ๓.๗ % ข้องมืู่ลค่า GDP ข้องปานามื่า




ซึงปัจจุบนอยู่ที่่� ๒.๑ ล้านล้านบาที่

ภาพที่ ๑๓ คลองปานามาส่วนขยายภายหลังการเพิ่มเส้นทางคลองใน ค.ศ. ๒๐๑๖
นาวิกศาสตร์ 72
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


สรุปจากคลองสุเอซถึงคลองปานามา




จากความื่สุาเร็จในการขุ้ดคลองสุุเอซ เพอลดระยะเวลาในการเดนที่างไมื่ตั้้องอ้อมื่ที่วปแอฟรกา ที่าให้ระยะที่าง

่�








และเวลาระหว่างเอเช่ยกบยุโรปสุนลง เช่น เรอสุนค้า Bulk Carrier ความื่เร็วเด่นที่าง ๑๓ นอตั้ ระยะที่างจากมืุ่มื่ไบ (อนเดย)


ถึึงอ่สุตั้้นบูล (ตัุ้รก) ผ่านคลองสุุเอซมื่่ระยะที่าง ๓,๗๕๔ ไมื่ล์ ใช้เวลา ๑๒ วน แตั้่หากเดนเรออ้อมื่แหลมื่ Good Hope


ุ้
(แอฟร่กาใตั้้) มื่ระยะที่าง ๑๒,๑๑๑ ไมื่ล์ ใช้เวลา ๓๗ วน ซงคลองสุุเอซช่วยลดระยะที่างเด่นเร่อได้ถึึง ๔๓% จึงมื่ความื่คมื่ค่า




















อย่างมื่ากสุาหรบบรษ้ที่เดนเร่อที่จะใช้บรการเดนเร่อผ่านคลองสุุเอซที่�มื่ค่าบรการคดตั้ามื่ข้นาดระวางข้บน�า ระวางสุนค้า










และสุงสุ�าค้ญอ่กประการหน�งค่อ ไมื่มื่ความื่จาเป็นในการที่จะตั้้องรอเวลาปร้บระด้บน�าภายในคลองเหมื่อนที่อ่น ๆ เนองจาก












ระดบน�าสุองฝั่ง (เมื่ดเตั้อร์เรเนยนและที่ะเลแดง) มื่ระดบน�าที่ใกล้เคยงกน เร่อสุนค้าจึงเดนเรอผ่านได้โดยไมื่่เสุยเวลา










เมื่อเปร่ยบเที่ยบคลองสุุเอซกบคลองปานามื่าแล้วพบว่า คลองปานามื่า (Panama Canal) เป็นคลองเด่นเรอสุมื่ที่ร








ความื่ยาว ๘๒ กโลเมื่ตั้ร (๕๑ ไมื่ล์) สุร้างข้นบรเวณ์คอคอดปานามื่าในประเที่ศปานามื่า เพอเชอมื่เสุ้นที่างการเดนเรอ
่�

่�





จากมื่หาสุมื่ที่รแปซฟิกกบมื่หาสุมื่ที่รแอตั้แลนตั้กเข้้าด้วยกน จากเมื่องที่่านวยอร์กถึึง เมื่องที่่าซานฟรานซ่สุโก ช่วยย่นระยะเวลา






ที่�ตั้้องไปอ้อมื่ช่องแคบเดรกและแหลมื่ฮอร์นที่างใตั้้สุุดข้องที่วปอเมื่รกาใตั้้ คดเป็นระยะที่างกว่า ๒๒,๕๐๐ กโลเมื่ตั้ร





(๑๓,๐๐๐ ไมื่ล์) ซงมื่ผลอย่างย่งตั้่อการเด่นเรอระหว่างสุองมื่หาสุมืุ่ที่ร โดยถึูกใช้เป็นเสุ้นที่างเด่นเรอหลกสุาหรบ










การค้าที่างที่ะเลระหว่างประเที่ศและที่�สุ�าค้ญใช้เป็นเสุ้นที่างในการเคล่อนกาล้งที่างเร่อข้องสุหร้ฐอเมื่ร่กา ระหว่าง ๒ ที่ว่ป


ตั้ามื่แนวคดข้อง Mahan ทั้งนี้ เหตุผลส�าคัญในแนวทางของมาฮานที่เสนอการขุดคลองปานามานั้น เพื่อประโยชน์












ท้งด้านความม่นคงกับความม่งค่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลักไม่ใช่ใครอ่น ซงในห้วงเวลานนกาลงการผล่ตั้สุนค้า


ภายในประเที่ศสุหร้ฐอเมื่ร่กา ที่างฝั่งตั้ะว้นออกมื่ปร่มื่าณ์ที่่�สุูงมื่ากและมื่ความื่ตั้้องการข้ยายสุนค้าไปย้งฝั่งตั้ะว้นตั้ก ในข้ณ์ะที่ ่ �


ความื่มื่งคงจากยคตั้นที่องในฝั่งตั้ะวนตั้กกนาพาความื่เจรญมื่าสุ่ฝั่งตั้ะว้นออกได้เช่นกน โดย Mahan ได้ให้แนวคด















ในการควบคมื่เสุ้นที่างการค้า การใช้ประโยชน์จากการคมื่นาคมื่ที่างที่ะเลเพ่อสุนบสุนุนตั้่อระบบเศรษฐก่จที่จาเป็น







จะตั้้องเช่อมื่โยงองค์ประกอบหล้ก ๕ ประการเข้้าเป็นระบบที่างที่ะเล ซงประกอบด้วย ๑. แหล่งการผล่ตั้


และอุตั้สุาหกรรมื่ ๒. การค้าข้ายและตั้ลาด ๓. การคมื่นาคมื่ข้นสุ่งและกองเรอพาณ์่ชย์ ๔. เมื่่องที่่าและแหล่งว้ตั้ถึุดบ

และ ๕. ความื่ปลอดภยและกาลงที่างเรอ ดังนั้น ประเทศใดก็ตามที่สามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้ง ๕ เข้าด้วยกัน

















อยางเหมาะสม จะสรางความมนคงและมงคงใหกบประเทศนนอยางรวดเรว เหตผลในการลงทนขดคลองจงไมใชเพอ








มุ่งหวังเพียงแค่ความต้องการเก็บเงินค่าผ่านทางเท่านั้น แต่ต้องมีความต้องการในการส่งออก-นาเข้ามาสู่ประเทศ

จึงจะมีความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้




คลองปานามื่ากว่าจะเก่ดข้ึนมื่่ที่งการวางหมื่ากกาหนดเกมื่สุ์การเมื่องในสุหร้ฐอเมื่ร่กา และโคล้มื่เบ่ยแล้ว ยงมื่่ข้นตั้อนใน








การขุ้ดยากลาบากกว่าคลองสุุเอซ เนองจากปัจจ้ยพ่นที่�ที่�ข้าดการศึกษาสุภาพแวดล้อมื่อย่างละเอ่ยด ที่�าให้ฝร้งเศสุตั้้อง

























เสุยโอกาสุในการเปนผข้ดคลองที่สุาเรจเปนแหงที่ ๒ ที่�าใหวธการนาเรอผานคลองข้ดแตั้กตั้างจากคลองสุเอซ โดยเรอตั้อง








ผ่านประตัู้กนน�าเพอปรบระดบน�าที่ง ๒ ฝั่ง อย่างไรกตั้ามื่ความื่สุาคญในเชงยที่ธศาสุตั้ร์เมื่อมื่การขุ้ดคลองที่ง ๒ แห่งแล้ว

























เหนได้ว่ามื่หาอานาจตั้้องเข้้ามื่ามื่บที่บาที่สุ�าคญในพ่นที่บรเวณ์โดยรอบนน เหนได้จากองกฤษควบคมื่คลองสุเอซ




และสุหรฐอเมื่รกาควบคุมื่คลองปานามื่า นอกเหนอจากนนแล้วในทีุ่กช่องแคบหรอคลองขุ้ดถึ่อเป็นจุด Choke Point



้�








ที่�มื่หาอานาจจะตั้้องมื่่สุ่วนร่วมื่ในการเข้้ามื่าดูแลผลประโยชน์ข้องชาตั้่ตั้นเอง ด้วยการสุ่งกาลงที่างเรอและตั้งฐานที่พ



ใกล้บรเวณ์ที่มื่ความื่ล่อแหลมื่ วกฤตั้ที่มื่หาอานาจจะไมื่่ยอมื่ให้เก่ดความื่เสุยงใด ๆ เกดข้นตั้่อประเที่ศตั้นเอง










และหากในอนาคตั้โครงการขุ้ดคลองไที่ยเก่ดข้ึนมื่าแล้วไซร้ จะเป็นการเร่ยกแข้กมื่หาอานาจเข้้ามื่ามื่อ่ที่ธ่พล





กบไที่ยหรอไมื่ ข้อได้โปรดตั้่ดตั้ามื่ในตั้อนตั้่อไป

73
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


นาวาตรี วีรกมล สวนจันทร์



การยิงสนับสนุนรูปแบบใหม่ของนาวิกโยธินสหรัฐ
Bring the past, Start again













หลังจากที่สื่อต่าง ๆ ได้มีการเผยแพร่แผนการปรับโครงสร้างของนาวิกโยธินสหรัฐ (Force Design 2030) ไปเมื่อ
ปีที่ผ่านมานั้น ประเด็นที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งก็คือ การจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร ประเภทจรวด เพื่อมาทดแทนปืนใหญ่
สนามลากจูง ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร แบบ M777 บทความน้จะขอนาเสนอ การยิงสนับสนุนของนาวิกโยธินสหรัฐในรูปแบบใหม่


ที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอาวุธจากปืนใหญ่สนามไปสู่การจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร ประเภทจรวด
โดยทั่วไปแต่ละกองพลนาวิกโยธินสหรัฐนั้น จะมี ๑ กรมทหารปืนใหญ่ อยู่ในโครงสร้างการจัด ประกอบด้วย











- ๓ กองพนทหารปนใหญ สนบสนนโดยตรงหรอชวยโดยตรง (๑ กองพนทหารปนใหญ สนบสนน ๑ กรมทหารราบ)

ใช้ปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร แบบ M777 เป็นอาวุธประจ�าหน่วย
- ๑ กองพันทหารปืนใหญ่ สนับสนุนส่วนรวมหรือช่วยส่วนรวม ใช้ปืนใหญ่จรวดหลายลากล้อง อัตตาจร

แบบ M142 High-Mobility Artillery Rocket Systems (HIMARS) เป็นอาวุธประจ�าหน่วย























ปืนใหญ่สนามขนาด ๑๕๕ มลลเมตร แบบ M777 ขณะเคลื่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบ CH-53E Super Stallion
นาวิกศาสตร์ 74
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





การยิงสนับสนุนให้กับหน่วยดาเนินกลยุทธ์ เช่น ทหารราบ ไม่ว่าจะเป็นการรบทางบกหรือการยุทธสะเทินนา
สะเทินบก มักจะจัดหน่วยทหารปืนใหญ่สนับสนุนให้ได้อย่างน้อยตามหลักนิยมการจัดปืนใหญ่ทาการรบ เช่น ๑ กรมทหารราบ

จะมีหน่วยปืนใหญ่สนามสนับสนุนโดยตรงหรือช่วยโดยตรง ๑ กองพัน หากบางสถานการณ์จาเป็นต้องใช้อานาจ





การยิงมากข้น ก็อาจจะจัดหน่วยทหารปืนใหญ่สนับสนุนเพ่มในลักษณะภารกิจทางยุทธวิธีแบบเพ่มเติมกาลังยิง

ช่วยส่วนรวม และช่วยส่วนรวม-เพิ่มเติมก�าลังยิง


ภายหลังจากท่ทบวงทหารเรือสหรัฐอเมริกา (United States Department of the Navy) ซ่งประกอบด้วย ๓ เหล่าทัพ

คือ กองทัพเรือ นาวิกโยธิน และ กองเรือยามฝั่ง ได้ร่วมกันวางแผนจัดทายุทธศาสตร์ร่วมทางทะเล (Tri-Service

Maritime Strategy) ภายใต้แนวความคิด Advantage At Sea เม่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ไปแล้วน้น สามารถ





สรุปใจความสาคัญอย่างส้น ๆ ได้ว่า แนวความคิดในการใช้กาลังทางทะเลของสหรัฐอเมริกา จะมุ่งเน้นไปท่ภัยคุกคามทางทะเล
ที่อาจเกิดจากชาติมหาอ�านาจคู่แข่ง ได้แก่ จีน และ รัสเซีย เหล่าทัพภายในทบวงทหารเรือทั้ง ๓ เหล่าทัพ ต้องร่วมกัน
บูรณาการวางแผนให้สอดคล้องในทุกมิติ เพื่อให้ทุกเหล่าทัพมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน















M142 HIMARS ในการฝึกการยุทธสะเทินน�้าสะเทินบก Cobra Gold 2020 ณ หาดยาว
หลังจากนั้นไม่นาน นาวิกโยธินสหรัฐได้ด�าเนินการวางแผนเพื่อแปลงยุทธศาสตร์ร่วมทางทะเล ไปสู่แนวความคิด

ในการปฏิบัติทางยุทธการ Expeditionary Advanced Base Operations หรอ EABO ข้น ซ่งแนวความคิด





ในการปฏิบติทางยุทธการแบบ EABO นน นอกจากนาวิกโยธินสหรฐจะต้องปฏิบติการยทธสะเทนนาสะเทินบก












เพ่อยึดพ้นท่โดยเฉพาะเกาะแก่งต่าง ๆ แล้ว ยังต้องปฏิบัติการเพ่อสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ให้กับกองกาลังทางเรือได้ ดังน ี ้
• สนับสนุนการควบคุมทะเล (Support sea control)
• ปฏิเสธการใช้ทะเล (Sea denial) ในพื้นที่ปฏิบัติการชายฝั่ง
• แจ้งเตือนสถานการณ์ทางทะเล (Maritime domain awareness)
• จัดต้งศูนย์ควบคุมบังคับบัญชา ส่วนลาดตระเวนเฝ้าตรวจสนามรบส่วนหน้า (Forward command, control,

communications, computers, combat systems, intelligence, surveillance, reconnaissance, targeting
(C5ISRT)
• จัดตั้งศูนย์ส่งก�าลังส่วนหน้า (Forward Base)


จะเห็นได้ว่าภารกิจเหล่าน้น้น บางภารกิจเป็นภารกิจท่ค่อนข้างใหม่ จากท่โดยท่วไปการปฏิบัติการยุทธสะเทินนา � ้



สะเทินบกจะมีความมุ่งหมายเพื่อ
นาวิกศาสตร์ 75
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


๑. ปฏิบัติการหรือท�าการรบต่อไป
๒. ยึดที่มั่นส�าหรับเป็นฐานทัพเรือ ฐานทัพอากาศหน้า

๓. ขัดขวางไม่ให้ข้าศึกใช้พื้นที่ หรือสิ่งอ�านวยความสะดวก




๔. ตรึงกาลังข้าศึก และหน่วงเหน่ยวการตัดสินใจของข้าศึก เพ่อสร้างสภาวะให้เก้อกูลต่อการปฏิบัติการอ่น ๆ

ของฝ่ายเราในอนาคต































Advantage at Sea จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการใช้ก�าลังทางทะเล





แนวความคิดในการปฏิบัติทางยุทธการน นาไปสู่แผนการปรบโครงสร้างหน่วย Force Design 2030 ท่กว่า ๒๐ ปี



ท่ผ่านมาน้น นาวิกโยธินสหรัฐได้มุ่งเน้นและทุ่มโถมกาลังในการรบทางบกมากกว่าการรบในลักษณะกองกาลังทางทะเล

เช่น การรบในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน


Force Design 2030 เป็นการปรับโครงสร้างหน่วยให้สามารถปฏิบัติในลักษณะกาลังสนับสนุนให้กับกาลังทางเรือ


โดยเฉพาะอย่างย่ง การยิงสนับสนุนด้วยการกระจายกาลังปฏิบัติการ โดยหน่วยขนาดเล็กเข้ายึดครอง ระวังป้องกัน















หรอรกษาความปลอดภยพนท เพอหลกเลยงการถกตรวจพบหรอตรวจจบจากฝ่ายตรงข้าม ซงครองความได้เปรยบ






ในพ้นท่ปฏิบัติการ จนได้มีการก่อต้งหน่วยท่จะปฏิบัติการในพ้นท่และต้องปฏิบัติการ ลักษณะดังกล่าวน ช่อว่า Marine






Littoral Regiment (MLR) หรือกรมนาวิกโยธินปฏิบัติการชายฝั่งขึ้นมาใหม่

เรามักจะคุ้นเคยกับภาพนาวิกโยธินยกพลข้นบกเพ่อยึดเกาะหรือหาดมากกว่าภารกิจการระวังป้องกัน อย่างไรก็ตาม



หากศึกษาประวตศาสตร์ โครงสร้างและภารกิจทางทหารต่าง ๆ ของนาวกโยธนสหรฐในอดตท่ผ่านมา โดยเฉพาะ





อย่างยิ่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ จะเห็นได้ว่า มีความคล้ายคลึงกันกับแนวความคิดในการปฏิบัติทางยุทธการ EABO

เน่องจากในสมัยนั้น นาวิกโยธินสหรัฐฯ มีหน่วย Marine Defense Battalion ซ่งมีภารกิจต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

ให้กับ Advanced Base หรือฐานทัพหน้าต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา
นาวิกศาสตร์ 76
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ในการยุทธสะเทินน�้าสะเทินบกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น หน่วย Marine Defense Battalion จะปฏิบัติ







และนากาลังเข้ามาในพ้นท่ปฏิบัติการ ภายหลังจากท่หน่วยยกพลข้นบกสามารถสถาปนาหัวหาดและยึดพ้นท่ได้แล้ว




จะเป็นคนละส่วนกับหน่วยปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและปืนใหญ่สนาม ท่สนับสนุนให้กับส่วนกาลังรบภาคพ้น (Ground
Combat Element) แต่หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไม่นานหน่วย Marine Defense Battalion ต่าง ๆ ได้ถูก
ยุบหน่วยไป เนื่องจากคาดว่าไม่น่าจะมีภัยคุกคามที่จะต้องใช้หน่วยลักษณะนี้ในอนาคตอันใกล้ ตลอดจนงบประมาณ

ในช่วงหลังสงครามโลกน้นมีค่อนข้างจากัด แต่ยังคงหน่วยปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและปืนใหญ่สนามท่สนับสนุนให้กับ


ส่วนก�าลังรบภาคพื้นไว้
















ยุทธศาสตร์การวางก�าลังแบบ Anti-Access/Area-Denial ของจีน
จากแนวความคิดในการปฏิบัติทางยุทธการแบบ EABO ท่นาวิกโยธินสหรัฐ จะต้องสนับสนุนกองกาลังทางเรือ


ในการควบคุมทะเล หรือปฏิเสธการใช้ทะเลในพื้นที่ปฏิบัติการชายฝั่งนั้น ปืนใหญ่สนามลากจูง ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร





แบบ M777 ท่แม้ว่าจะมีนาหนักเบาและสามารถนาพาไปได้ด้วยเฮลิคอปเตอร์น้น ยังไม่ค่อยเหมาะสมกับภารกิจ
รูปแบบใหม่ที่กล่าวมาเท่าใดนัก เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้





๑. ระยะยิง ปืนใหญ่สนามลากจง ขนาด ๑๕๕ มลลเมตร แบบ M777 มระยะยงไกลสด ๓๐ กโลเมตร (กระสน ERFB)





หรือ ๔๐ กิโลเมตร (กระสุน Excalibur) ซ่งเป็นระยะยิงที่ค่อนข้างครอบคลุมในการสนับสนุนการรบทางบก แต่อาจจะจากัด
ในการสนับสนุนกองก�าลังทางเรือในการควบคุมทะเล หรือปฏิเสธการใช้ทะเลในพื้นที่ปฏิบัติการชายฝั่ง
๒. การอยู่รอดในสนามรบ พ้นท่ปฏิบัติการท่คาดว่าน่าจะเกิดข้นจากยุทธศาสตร์ร่วมทางทะเลท่ได้จัดทาข้นน้น











ได้ให้ความเร่งด่วนไปท่พ้นท่ปฏิบัติการบริเวณทะเลจีนใต้ ซ่งประเทศจีนเป็นประเทศท่เป็นไปได้มากท่สุดท่จะเกิดข้อขัดแย้ง




หรือข้อพิพาทกับสหรัฐอเมริกา จนอาจต้องใช้กาลังทางทหาร แต่ด้วยประเทศจีนใช้ยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศแบบ

“ต่อต้านการเข้ามาและปฏิเสธไม่ให้เข้าพื้นที่” (anti-access/area-denial หรือเรียกด้วยตัวย่อว่า A2/AD) ซึ่งมุ่งเน้น


ไปท่การต่อต้านการเข้ามาของเรอและอากาศยานต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา พ้นท่ส่วนมากจะอย่ในระยะยิงของอาวธพิสยไกล





ต่าง ๆ ท�าให้การด�าเนินกลยุทธ์และการยิงสนับสนุนภายในพื้นที่นี้ต้องใช้หลักการลดการตรวจพบหรือตรวจจับ (Low
Signature) การที่จะน�ากองร้อยทหารปืนใหญ่ต่าง ๆ เข้ามาในพื้นที่นั้น มีความเสี่ยงที่จะถูกท�าลายสูง เนื่องจากเป็น






ปืนใหญ่ประเภทลากจูง ต้องใช้พ้นท่และต้องการเวลาในการเคล่อนย้าย โดยเฉพาะอย่างย่งพ้นท่เกาะแก่งในทะเลจีนใต้น้น

ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและไม่สามารถท�าการก�าบังซ่อนพรางได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่
นาวิกศาสตร์ 77
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


๓. ความสมบูรณ์ ในหลักการลดการตรวจพบหรือตรวจจับ (Low Signature) นั้น หน่วยทหารที่จะปฏิบัติการ
ควรเป็นหน่วยที่มีความคล่องตัว และสมบูรณ์ในตัวเอง ปืนใหญ่จึงควรเป็นแบบเคลื่อนที่ไปได้ด้วยตัวเองหรืออัตตาจร



(Self-Propelled) และควรมีระบบอานวยการยิง และระบบการควบคุมบังคับบัญชาท่สมบูรณ์ในตัวเอง ปืนใหญ่สนาม
ลากจูง ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร แบบ M777 จึงไม่เหมาะสมกับการปฏิบัติในพื้นที่ปฏิบัติการลักษณะนี้




























ที่ตั้งยิง กองร้อยทหารปืนใหญ่

จากข้อจ�ากัดของ M777 ที่กล่าวมานี้ ท�าให้นาวิกโยธินสหรัฐ ออกแบบและก�าหนดความต้องการด้านอาวุธและ
ยุทโธปกรณ์ ในด้านการยิงสนับสนุนท่จะสามารถตอบสนองภารกิจตามยุทธศาสตร์ร่วมทางทะเลได้ โดยมีโครงการ


ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ได้แก่ นาวิกโยธินสหรัฐ บริษัท Oshkosh Defense ซ่งนารถยนต์เบาทางยุทธวิธีร่วม

JLTV (Joint Light Tactical Vehicle) มาพัฒนาเป็นรถยนต์ฐานยิงรุ่นไร้คนขับที่เรียกว่า ROGUE Fires (Remotely
Operated Ground Unit for Expeditionary) ติดตั้งจรวดน�าวิถีแบบพื้น-สู่-พื้น (Naval Strike Missile หรือ NSM)

จากบริษัท Raytheon เข้าด้วยกันโดยใช้ช่อว่า Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System (NMESIS)


NMESIS สามารถเคล่อนท่ได้โดยไม่ใช้คนขับ ติดต้งแท่นยิงและบรรทุกจรวดได้ ๒ ลูก แต่ละลูกมีหัวรบ (Warhead)


ขนาด ๕๐๐ ปอนด์ มีระยะยิงไกลสุด ๑๐๐ ไมล์ทะเล หรือประมาณ ๑๘๕ กิโลเมตร สามารถบรรทุกลงในเครื่องบิน
C-130 Hercules และยานเบาะสะเทินน�้าสะเทินบก Landing Craft Air Cushion (LCAC) ได้
จากคุณสมบัติดังกล่าวนี้ท�าให้เป็นการยากที่ฝ่ายตรงข้ามที่จะตรวจพบ NMESIS ในขณะที่กระจายก�าลัง และยิง
มาจากเกาะแก่งต่าง ๆ ซ่งใช้ความได้เปรียบจากภูมิประเทศในการกาบังและซ่อนพราง รวมถึงเป็นการเพ่มความอยู่รอด



ในสนามรบให้กับพลประจ�ารถและพลประจ�าปืน เนื่องจากสามารถบังคับรถและอ�านวยการยิงได้จากภายนอกที่ตั้งยิง



ข้อดีอีกประการหน่งของ NMESIS คือ เป็นปืนใหญ่จรวดหรืออาวุธปล่อยนาวิถีท่สามารถหวังผลได้ท้งในทะเลและ

บนฝั่ง และยังหวังผลเป็นเป้าหมายไม่ใช่เป็นพื้นที่เหมือนปืนใหญ่สนาม ท�าให้สามารถกระจายหน่วยยิงได้ ไม่ต้องตั้งยิง




ใกล้ ๆ กัน ลดเกณฑ์เส่ยงต่อการถูกตรวจพบ รวมถึงเป็นการป้องปรามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนากาลังทางเรือเข้ามาในพ้นท ี ่
ที่อยู่ในระยะยิง หรือเรียกได้ว่าสามารถปฏิเสธการใช้ทะเลของฝ่ายตรงข้ามได้
นาวิกศาสตร์ 78
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





การดาเนินการจัดหาน้น ยังอยู่ในข้นการทดสอบทดลองอาวุธรวมถึงการปรับโครงสร้าง และพิจารณาหน่วยปืนใหญ่
สนามที่จะจัดหา NMESIS มาทดแทน คาดว่าภายใน ค.ศ. ๒๐๒๒ นาวิกโยธินสหรัฐ จะสามารถจัดหา NMESIS ได้
๓๖ ระบบ ส�าหรับปืนใหญ่สนาม M777 บางหน่วยยังต้องคงอยู่ เนื่องจากยังมีความส�าคัญที่จะต้องใช้การยิงสนับสนุน
ในภารกิจหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย































Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System (NMESIS)































NMESIS ขณะเคลื่อนที่ออกจากเครื่องบิน C-130


นาวิกศาสตร์ 79
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


การเปลี่ยนแปลงของนาวิกโยธินสหรัฐ ในปัจจุบันนี้ หากจะกล่าวว่าเป็นการน�าเอาหลักการปฏิบัติในอดีตกลับมา
ใช้ใหม่ ก็ไม่ผิดนัก เพียงแต่มีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยเข้ามา เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือภัยคุกคาม

ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจติดตาม และศึกษาแนวความคิด หลักการ และยุทธวิธีต่าง ๆ ที่อาจ
จะสามารถน�ามาประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือในอนาคตได้
“Bring the past, Start again”































เอกสารอ้างอิง

๑. US Department of Navy, Advantage at sea, December 2020
๒. https://www.marcorsyscom.marines.mil/
๓. https://en.wikipedia.org/wiki/Naval_Strike_Missile
๔. https://www.navalnews.com/
๕. https://breakingdefense.com/2021/08/marines-successfully-fire-new-nmesis
๖. https://www.usni.org/magazines/proceedings/2021/june/rogue-fires
๗. https://www.marinecorpstimes.com/


















นาวิกศาสตร์ 80
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


(the) Old Man กัปตันเรือ on the rock พังทลาย
















ชื่อเล่นที่แสดงออกถึงความเสน่หา หรือความน่ารัก
ของผู้บังคับการเรือ คาสแลงน้มีใช้ในหลายกองทัพเรือ


เช่น ในกองทัพเรือเยอรมันเรียกว่า Die Alte Mann


one man band


ภาษาพูดทใช้เรยกระบบการควบคุมโดยใช้คน

เพียงคนเดียว ท�างานบังคับ hydroplanes หรือ diving
planes ของเรือด�าน�้า
one eighty กลับล�า

คาสแลงน้ไม่ควรสับสนในการด่มเหล้ากับนาแข็ง





ล้วน ๆ เช่น วิสกี้กับน�้าแข็ง โดยไม่ผสมโซดา

คาสแลงนหมายถง พงทลาย เรามกพบในสอ







หนังสือพิมพ์บ่อย ๆ ว่า คนที่มีชื่อเสียงในสังคม (celeb)
ชีวิตการสมรสของเขาล่มสลาย หรือความสัมพันธ์ของ
บุคคลขาดสะบั้นลง เป็นต้น


ท่มาของสแลงชาวเรือน พวกกะลาสีมักกล่าวว่า

คาสแลงทใช้ได้ท้งการอุปมาอุปไมย และคาพดท ี ่ หินโสโครกมีอันตรายต่อเรือในทะเลมาก ดังปรากฏให้






แสดงความจรง เชน ประโยค The admiral's gone พวกเขาได้รับรู้อยู่บ่อยคร้ง ส่วนความเสียหายน้นมาก




one eighty an policy for using that new equipment. น้อยแตกต่างกันไป
นาวิกศาสตร์ 83
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕






Whiskey on the rock ท่ไม่ใช่เคร่องด่มซ่งปรากฏ oppo buddy
ในประวัติศาสตร์ แต่เป็นเหตุการณ์จริง กล่าวคือ










เมอเดอนตลาคม ๑๙๘๑ เรอดานาของโซเวยตชน Whiskey

ได้เกยหินโสโครกบริเวณ ๑๐ กิโลเมตร ห่างจากฐานทัพเรือ

Karlskrona ของสวเดน กองทพเรอสวเดนสงนายทหาร

















เรอซงไมตดอาวุธขนบนเรอดานาลาดังกลาว เพอขอ




พบผบงคบการเรอ และขอคาอธิบายถงเจตจานงและ






เหตการณทีเกดขึน





ปัจจุบันสแลงชาวเรือนี้หมายถึง สถานการณ์ที่ไม่ดี ในราชนาวอังกฤษ oppo หมายถงเพ่อน โดยเฉพาะ



ใกล้ล่มสลายแล้ว

อย่างยงเพอนตาย ใช้กบทหารในหน่วยทหาร ส่วนใน




กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เรียกว่า buddy
out of the range of the Service.
คาสแลงท่นิยมใช้กันก่อนยุคคอมพิวเตอร์หมายถึง


ปัญหาท่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการใช้ข้อมูลจากทาง

ราชการ
order of the battle ท�าเนียบก�าลังรบ

การพิสูจน์ทราบกาลังโครงสร้างการบังคับบัญชา



และการจัดกาลงพลเข้าประจาหน่วย และ ยุทธภัณฑ์
on your beam ends อันตรายก�าลังใกล้เข้ามา

beam ของเรือเป็นส่วนท่กว้างท่สุดของเรือในการ ของก�าลังรบทางทหาร


สร้างเรือไม้ คานไม้ในแนวระดับท่ใช้วางดาดฟ้าเรือ เรียกว่า overhead เพดาน

บีมเรือ คานไม้ท่ยาวท่สุดจะพอดีกับส่วนท่กว้างท่สุด



ของเรือ จึงเป็นที่มาของค�าว่า บีมเรือ
เรือท่เอียง เป็นมุมมากกว่า ๙๐ องศา เรียกว่า


เรือตะแคง (To be on the beam ends) และเกือบจะควา

(capsize)



สานวนชาวเรือน เม่อนาไปใช้บนบก ในปัจจุบัน



เป็นการอุปมาว่า อันตรายกาลังใกล้เข้ามาหรือตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่ใกล้สิ้นหวัง ดั่งเช่นประโยคว่า She is on
her beam ends now that she's lost her job-I might
have to lend her some money so she doesn't
lose her house. ชาวเรือไม่นิยมใช้ค�าว่า ceiling แทนเพดาน ที่นิยม
ความหมายข้างต้นน้มักใช้อธิบายสถานการณ์ ใช้กันบนบก แต่ใช้ overhead แทน ท�านองเดียวกันกับ

ล่มสลายทางด้านการเงิน ที่ชาวเรือเรียกพื้นว่า deck แทนค�าว่า floor
นาวิกศาสตร์ 84
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


เริ่มยุค้สำำ�รวจึและก�รค้้นพบทำ�งทำะเล



















ทำ�ไมจึงต้องมก�รสำ�รวจึเสำนทำ�งก�รค้�ข�ยทำ�ง
วัันที่่ ๒๐ พฤษภาคม เมอราวั ๕ ศตวัรรษที่่ผ่่านมา ทำะเล













คอ ค.ศ. ๑๔๙๘ Vasco da Gama นกสำารวัจและนกเดินเรอ สำงครามครเสำดิ ระหวัางชาวัครสำตกบชาวัมสำลม




















ชาวัโปรตุเกสำไดิเดินที่าง ถึงเมอง Calicut ของอนเดิย รบกนนานกอนหนานนสำดิที่ายฝ่ายพวักครสำตเปนฝ่ายแพ ้







ซึ่งถึอวัาเปนชาวัยุโรปคนแรกที่เดินที่างถึงอินเดิย กรงคอนสำแตนตโนเปล ซึ่งเคยเปนเมองหลวัง

















ที่างเรอ แตเขามใชคนแรกที่เดินที่างอ้อมปลายแหลม ของพวักโรมันตะวัันออก (ไบแซึ่นไที่น์) ถึกพวักเตร์ก













ที่วัปแอฟริกา ซึ่งกอนหน้านนนกเดินเรอชาวัโปรตุเกสำ ยดิครอง ที่าใหเสำนที่างสำายไหมที่ผ่านบรเวัณนนถึกปดิลง



















Bartolomeu Dias เปนคนแรกที่เดินที่างออมแหลม การคาขายระหวั่างยุโรปกบเอเชยโดิยเฉพาะเคร่องเที่ศ











ใตสำดิของแอฟรกาสำมหาสำมที่รอนเดิ่ย เมอ ค.ศ. ๑๔๘๘ และยารกษาโรค อนเปนสำงตองการมากของพวักยโรป










ในยุคน�นเรยกวั่า Cape of Storms เน�องจากเป็นบริเวัณ ตองยตลง









ที่มพายจดิอยตลอดิเวัลา มเรอจมบอยครงจนเกดิตานาน การขาดิแคลนสำนคาที่จาเปนเหลานนที่าให ้




















เร่อผ่่สำง (Flying Dutchman) เปนที่่หวัาดิกลวัของชาวั ชาวัยโรปเรมสำารวัจและคนพบเสำนที่างใหมที่างที่ะเล












เร่อเมอผ่่านบรเวัณนัน เพอไปยงเอเชย จนตอมาพวักเขาไดิคนพบหมเกาะตาง ๆ













ในเอเชย ซึ่�งอดิมสำมบรณ์ไปดิวัยเคร�องเที่ศและยารักษาโรค









เชน ในอนเดิ่ย มะละกา เกาะในอนโดิน่เซึ่่ย เปนตน


นอกจากเหตผ่ลที่างเศรษฐกจแลวั การเดินที่าง




โดิยที่างบกม่คาใชจายสำ่งกวัาที่างเร่อ ม่อนตรายจากการ








ถึกปลนและที่าราย เปนตน แตตอมานอกจากเหตผ่ล







ของการคาขายแลวั ยงมเหตผ่ลอน ๆ เชน การเผ่ยแผ่ ่







ครสำตศาสำนา การแสำวังหาอาณานคม เปนตน






เดิิมน�นการตดิต่อค้าขายระหวั่างยุโรปกับเอเชย นอกจากน�นภายหลังมการสำารวัจเสำนที่างที่างตะวัน







โดิยเฉพาะกับจนกระที่ากันที่างบกซึ่�งเรยกวั่าเสำ้นที่าง ตกของยุโรปเพอไปสำอนเดิยจนมการคนพบที่วัปอเมรกาหม ่ ่















สำายไหม โดิยม่ มารโคโปโล ชาวั Venice เปนผ่่บกเบก เกาะในที่ะเลแคริบเบยนของโคลัมบสำและการออมแหลม






คนแรก เขาไดิเขาที่างานในราชสำำานกของราชวังศหยวัน Horn เขาสำมหาสำมที่รแปซึ่ฟกของ Magellan และ










เมอประมาณ ค.ศ. ๑๒๗๑ นานถึึง ๑๗ ป ี นกสำำารวัจอน ๆ อ่กหลายคน





นาวิกศาสตร์ 85
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


ตอนที่ ๑ พระประวัติโดยสังเขปของ “เสด็จเตี่ย” ทหารเรือ หมอยา คาถา ศิลปิน

เน่องจากพระองค์ทรงริเร่มวางรากฐานกิจการทหารเรือ


และนาความเจริญม่นคงและรุ่งเรืองมาสู่กองทัพเรือ


เป็นท่ประจักษ์ท่วไป ทาให้ทัพเรือไทยมีความทันสมัย




มีมาตรฐาน และเจรญก้าวหน้าทัดเทียมกบอารยประเทศ

กองทัพเรือจึงกาหนดให้ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี


เป็น “วันอาภากร” ซ่งเป็นวันคล้ายวันส้นพระชนม์


เพอเป็นการเทดทน เผยแพร่พระเกียรตคณ และ





แสดงออกซ่งความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน และใน

“วันอาภากร” ปี ๒๕๖๖ นั้น จะครบรอบ ๑๐๐ ปีพอดี


ซ่งจะมีการจัดกิจกรรมท่ย่งใหญ่ในช่อว่า “น้อมราลึก




เสด็จเต่ย ณ หาดทรายรี ๑๐๐ ปีไม่มีลืม” ท่บริเวณ

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ต.หาดทรายรี อ.เมือง
ชุมพร จ.ชุมพร

เสด็จเต่ย ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า


อาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ท ๒๘ ใน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเม่อ


๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๓ เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ท ๑

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง


หากใครสกคนตงคาถามว่า “ใครคอเสดจเตย?” ด้านการทหารเรือ เสด็จเต่ย ทรงเป็นเจ้านาย







ผู้คนส่วนใหญ่คงทราบดีว่า “เสด็จเต่ย” หมายถึง พระองค์แรกท่สาเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจาก



พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร ประเทศองกฤษ ทรงมีจดประสงค์แรงกล้าจะฝึกให้




เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด (ในบทความน ้ ี ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และ
ผู้เขียนขอใช้คาว่า “เสด็จเต่ย”) ซ่งพระองค์ได้รับ สามารถรบทางเรือได้ เน่องจากอดีตประเทศไทยต้อง




สมัญญาจากกองทัพเรือว่าเป็น “พระบิดาแห่ง ว่าจ้างชาวต่างชาติมาเป็นผู้บังคับการเรือโดยตลอด
กองทัพเรือไทย” และต่อมาแก้ไขเป็น “องค์บิดาของ ภายหลัง เสด็จเตี่ย ส�าเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการ
ทหารเรือไทย” เม่อวันท ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไขปรับปรุงระเบียบ




ซ่งทหารเรือยกย่องและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด วธีปฏบตในโรงเรยนนายเรอ ทรงเป็นครสอน







นาวิกศาสตร์ 86
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕








นักเรียนนายเรือ และริเร่มการใช้ ระบบการปกครอง ในพระกรณาธคณเรยกพระองค์ท่านว่า “เต่ย” (พ่อ)

บังคับบัญชา ตามระเบียบการปกครองในเรือรบ คือแบ่ง ซ่งต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จเต่ย”

ให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชาชั้นรองลงมา นอกจากนี้ยัง ขณะที่คนไข้ชาวไทยมักเรียกพระองค์ว่า “หมอพร”


ทรงจัดเพ่มวิชาสาคัญสาหรับชาวเรือข้น เพ่อให้สาเร็จ ด้านไสยศาสตร์ เป็นท่ทราบกันดีว่า เสด็จเต่ย








การศึกษาสามารถเดินเรือทางไกลในทะเลนาลึก ทรงสนพระทัยและศึกษาในวิชาคาถาอาคมไสยศาสตร์


ได้แก่ การเดินเรือ ดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ ในทางไสยเวทวทยา ปรากฏในเกรดพระประวตของ


เรขาคณิต พีชคณิต ฯลฯ กรมหลวงชุมพรฯ ว่ามีพระเถระสองรูปท่ทรงนับถือ


เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๒ พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ อย่างย่ง ได้แก่ พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลอง

โดยนาเรือหลวงพระร่วง จากประเทศอังกฤษ เข้ามายัง มะขามเฒ่า จ.ชัยนาท และพระครูประศาสน์สิกขกิจ



กรุงเทพมหานคร นับเป็นคร้งแรกท่นายทหารเรือไทย (หลวงพ่อพร้ง) วัดบางปะกอก กรุงเทพฯ จากน้น


เดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ท่สาคัญพระองค์ทรงเป็น ภายหลังเม่อมีการสืบเสาะค้นหากันก็ปรากฏว่าม ี









หัวเร่ยวหัวเเรงท่สาคัญท่ทาให้พระบาทสมเด็จ ครูบาอาจารย์ท่มีตานานเก่ยวข้องกับพระองค์ท่านเพ่มข้น



พระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นความสาคัญและโปรดเกล้าฯ อีกมาก ท้งในกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันออก




พระราชทานพระราชวังเดิม ให้เป็นท่ต้งของโรงเรยน เร่อยลงไปจนถึงภาคใต้ อาทิเช่น หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก



นายเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ ท�าให้ (กรุงเทพฯ) หลวงปู่กล่น วัดพระญาติการาม (อยุธยา)



กิจการทหารเรือม่นคงจนบัดน (กองทัพเรือยึดวันดังกล่าว หลวงพ่อขน วดนกกระจาบ (อ.บางบาล อยธยา)



เป็น “วันกองทัพเรือ” ด้วย) หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (พิจิตร) หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
ด้านการแพทย์ ในระหว่างท่ทรงออกจากราชการ (ชลบุรี) หลวงพ่อจร วัดดอนรวบ (ชุมพร) ฯลฯ ต�านาน


(พ.ศ. ๒๔๕๕-๒๔๖๐) พระองค์ทรงมประสงค์ การโคจรมาพบกันระหว่างกรมหลวงชุมพรฯ กับ


จะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จึงทรงหันมาศึกษา พระเกจิอาจารย์เหล่าน มักมีลักษณะคล้ายคลึงกัน


วิชาการแพทย์ท้งแบบแผนไทยและปัจจุบันและแบบ จนเป็นแบบแผน คือมักเสด็จมาเพ่อ “ลองของ” ก่อน




แพทย์แผนโบราณ พระองค์ทรงค้นคว้าอย่างจริงจังและ จะลงเอยด้วยการททรงยอมรับนบถอในวชาอาคม หรอ


เสด็จไปรักษาโรคแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็น ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหากันในที่สุด



คนไทยหรือคนจน จนกระทงชาวจีนย่านสาเพงซาบซง




เสด็จเตี่ย หรือ หมอพร พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒา จ.ชยนาท


นาวิกศาสตร์ 87
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕





ด้านจิตรกรรม คีตศิลป์และนาฏศิลป์ เสด็จเต่ย ในด้านนาฏศิลป์ของ เสด็จเต่ย น้น ทรงโปรด
โปรดการวาดรูปต้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงวาดรูปเป็น การแสดงโขน หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร


งานอดิเรกตลอดมา ดังมีหลักฐานในภาพถ่าย ซ่งพระองค์ ทรงเล่าว่า “...ทรงเป็นตัวทศกัณฐ์ เล่นกันระหว่างเจ้านาย
ก�าลังทรงวาดรูปวิวน�้าตกธารมะยมที่เกาะช้าง จ.ตราด หลายพระองค์...หัดเล่นกันจริง ๆ จัง ๆ เคยทรงเล่นถวาย
พระพุทธเจ้าหลวง (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว) คร้งหน่ง และเล่นถวายรัชกาลท่ ๖



อีกครั้งหนึ่ง...”
อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์คร้งน้น



เสด็จเต่ย น่าจะเป็น “เจ้านาย” เพียงพระองค์เดียว

ท่ทรงมีโอกาสคลุกคลีกับสามัญชน หรือ “ไพร่” มากท่สุด

ไม่ว่าจะเป็นชาวสยามต่างภาษา อย่างทหารเรือเชื้อสาย
มอญและมุสลิมจาม ลูกศิษย์นักเรียนนายเรือ
ชาวบ้านท่พบปะเวลาออกป่าไปเก็บสมุนไพร ซินแสจีน



เสด็จเตี่ย ขณะทรงวาดรูปวิวน�้าตกธารมะยม ท่สาเพ็ง รวมถึงพระเกจิอาจารย์ตามวัดในชนบท
ที่เกาะช้าง จ.ตราด (พ.ศ. ๒๔๖๕) นอกพระนคร จนทาให้พระองค์เป็นท่รู้จักรักใคร่


ในด้านคีตศิลป์ของ เสดจเตย น้น หม่อมเจ้าหญิง อย่างกว้างขวาง กระท่งปรากฏเป็นพระเกียรติคุณ





เริงจิตรแจรง อาภากร ทรงเล่าพระปรีชาสามารถของ ข้อหนึ่งในภายหลังว่า
พระบดาว่า “...ท่านเป็น Musician ทรงเครองดนตร ี “ความเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่แก่บุคคลท้งหลายก็มิได้






ทุกชนิด เช่น ขลุ่ย ระนาด ซอ ร้องร�าท�าเพลง เก่งเรื่อง ทรงเลือกช้นบรรดาศักด ได้คบใครคงอารีดีด้วย




ดนตรี จับอะไรข้นก็เป็นเพลงได้ไพเราะ ทรงขับเสภา ท่วไปมิได้ถือพระองค์ เพราะฉน้นไม่ว่าใครท่บรรดา



ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง โปรดการขับร้อง กรมหลวงชุมพรได้คบหาสมาคม จะเปนพระก็ตาม
ทรงขับเสภาได้เป็นเย่ยม...ท่านยังแต่งเพลงทรงนิพนธ์ คฤหัสถ์ก็ตาม เจ้าก็ตาม ไพร่ก็ตาม คงมีใจรักใคร่

เพลงทหารเรือหลายเพลง เช่น เพลงดอกประดู่ เพลงเกิดมา ไม่เลือกหน้า…”
ทั้งที เพลงเดินหน้า เพลงดาบของชาติ โดยเฉพาะเพลง เสด็จเต่ย ทรงประชวร และส้นพระชนม์ ในขณะ


ดอกประดู่น้น เป็นเหตุให้ดอกประดู่เป็นสัญลักษณ์ของ ท่ประทับอยู่ท่หาดทรายร ปากนาเมองชุมพร







ทหารเรือมาจนทุกวันนี้...” เม่อ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เวลา ๑๑.๔๐ น.

ยังความโศกเศร้ามาสู่บรรดาทหารเรือยิ่งนัก
ในนาวิกศาสตร์เล่มถัด ๆ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม
๒๕๖๖ ผู้เขียนจะนาเร่องราวของพระองค์ท่าน


ในช่วงเวลาต่าง ๆ มาเล่าให้ฟังโดยละเอียดอีกคร้ง




ในคอลัมน์พิเศษน “น้อมราลึก เสด็จเต่ย ณ หาดทรายร ี

๑๐๐ ปีไม่มีลืม”เพ่อเป็นการน้อมราลึกและเทิดทูน


พระเกียรติของ เสด็จเต่ย เน่องในวโรกาส


ครบรอบ ๑๐๐ ปี “วันอาภากร” ๑๙ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๖๖ ครับ
เสด็จเตี่ย ทรงโปรดการแสดงโขน (ทรงเล่นเป็นตัวทศกัณฐ์)
นาวิกศาสตร์ 88
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




จริยธรรม ขอที ๕




สวัสดีครับสมาชิกผู้ติดตามรายการธรรมะบทความ “ข้อคิดปลูกจิตสานึกจริยธรรม” สืบเร่อยมา ตลอดถึงผู้ท่สนใจ
ทุก ๆ คน ในฉบับนี้เป็นจริยธรรมหัวข้อที่ ๕ คือ “มุ่งเน้นสัมฤทธิ์ผลของงาน รักษามาตรฐานและคุณภาพของงาน
มีการปฏิบัติราชการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้”
มีคติธรรมสอนไว้ว่า “งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข

ทางานให้สนุกเป็นสุขเพราะทางาน” ดังน้น งานจึงเป็นส่ง





ท่มีความสาคัญ เพราะเป็นท้งความเจริญและความสุข และ


ผลงานก็แสดงถึงคุณภาพของคน จึงควรท่ทุกท่านจะต้อง



สร้างเกยรตและคุณค่าของตนด้วยการท�างานให้ด มุ่งเน้น
ให้เกิดความเรียบร้อยและความสาเร็จ พระพุทธศาสนาได้


วางหลักแห่งการปฏิบัติงานให้เกิดความสาเร็จไว้ซ่งเรียกว่า

“อิทธิบาท ๔” ประกอบด้วย









๑. มีใจรักในงานท่ทา (ฉันทะ) การทางานให้สาเร็จน้น จุดเร่มต้นท่สาคัญก็คือ ต้องมีใจรักในการทางาน ภาษาพระ
เรียกว่า มีฉันทะ (ความพอใจ) เมื่อเรามีความพอใจ ยินดีต่อการกระท�าหน้าที่การงานแล้ว เราจะมีความตั้งใจในการ
ท�างานนั้น ผลงานก็จะเกิดความส�าเร็จ มีคุณภาพ









๒. ม่งมนท่มเทกบงานททาหรอได้รบมอบหมายให้ทา (วรยะ) เมอเรามความรกและชอบในงานอย่างใดแล้ว

















ถาขาดความขยนหมนเพยรในการทางานนน งานทเรากระทากจะประสบกบความสาเรจไมได ความขยนในการทางาน










จึงเป็นหัวใจของความส�าเร็จของงานทั้งปวง






ู่
๓. มีสมาธิและจดจ่อกับงานท่ทาอย (จิตตะ) การมุ่งม่นจริงจังในงานท่ทาน้น ถือว่าเป็นการยืนหยัดในเป้าหมายแห่ง
ความส�าเร็จ เพราะในขณะที่ท�างานจะมีความตั้งใจ ใส่ใจ อันจะเป็นแรงเสริมเติมใจให้มีความมุ่งมั่นที่จะให้การงานนั้น
เกิดความส�าเร็จ เรียบร้อย และมีคุณภาพ




๔. ทบทวนในงานท่ทาและพัฒนาต่อยอด (วิมังสา) การงานท่ได้ทาจนสาเร็จแล้ว ควรท่จะต้องมีการพิจารณา


ใคร่ครวญ ตริตรองเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย รอบคอบ เป็นการตรวจสอบความผิดพลาดอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง










ในเรองของการรักษามาตรฐานและคุณภาพของงานน้น ถอว่าเป็นเร่องทสาคญไม่น้อย เพราะเป็นเรองของการ

พัฒนา และการรักษามาตรฐานคุณภาพของงาน ก็คือการพัฒนาในผลงานที่จะเกิดขึ้น ตลอดถึงตัวบุคคลผู้ปฏิบัติงาน
ท่จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเน่องอยู่เสมอ หลักแห่งการพัฒนาการทางานให้มีประสิทธิภาพน้น ผู้รู้ได้อธิบายไว้




เพื่อเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติดังนี้
นาวิกศาสตร์ 89
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




ู้





๑. รอบร หมายถึง ก่อนจะลงมือทางานในเร่องใด จะต้องศึกษาทาความเข้าใจในเร่องงานท่จะกระทาน้นให้ดีเสียก่อน
และต้องสนใจเรียนรู้ในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความช�านาญ
๒. รวดเร็ว หมายถึง ทางานให้สาเร็จตามเป้าหมาย งานใดควรทาก่อน งานใดควรทาหลัง ต้องมีการวางแผน




ในการปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติงานนั้นส�าเร็จและเรียบร้อย
๓. รอบคอบ หมายถึง ผลของการงานที่ได้กระท�าจนส�าเร็จแล้วนั้น ต้องมีการตรวจตราเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
ไม่ผิดตามวัตถุประสงค์

๔. ทันเวลา หมายถึง สามารถปฏิบัติงานได้เสร็จ และสามารถนาไปใช้ได้ทันเวลาท่กาหนด ในการปฏิบัติงานราชการน้น





















การปฏบตงานดวยความโปรงใส สจริต และตรวจสอบไดน้นถอว่าเปนเรองท่สาคญมาก เพราะงานราชการน้นเกยวของ

กับหลายหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหลวง เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์และกฎหมาย ถ้ามีการปฏิบัติที่
ผิดพลาดจะเกิดความเสียหาย จะเป็นปัญหาแก่หน่วยงานและประเทศชาติได้ สาหรับตัวของผู้ปฏิบัติงานและ


ผู้ท่เก่ยวข้อง ก็จะต้องได้รับผลจากการผิดพลาดน้นไปด้วย บางคนเป็นคดีถึงกับต้องข้นศาล ดังน้น การปฏิบัต ิ




งานราชการจึงมีความส�าคัญ จึงต้องปฏิบัติด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความระมัดระวังให้ดี



สถาบันพระปกเกล้าได้ทาการศึกษาและพัฒนาผลงานวิจัยในเร่องการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมท่ด ี
มีความโปร่งใส โดยสรุปว่า ควรใช้หลักธรรมาภิบาลในการ
บริหารซึ่งถือว่าดีที่สุด ดังนั้น จึงขอน�า “หลักการปฏิบัติ
ราชการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้” มาทาความเข้าใจ

ดังนี้
๑. หลักนิติธรรม งานของทางราชการนนจะต้องยึด


หลักแห่งนิติธรรม หมายถึง กฎหมาย กฎกติกา ความถูกต้อง
เป็นธรรม การบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ท่กาหนดไว้


ให้ค�านึงถึงสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม ซึ่งจะเป็นแนวทาง
แห่งความโป่รงใสและตรวจสอบได้
๒. หลักคุณธรรม การมีจิตส�านึก ยึดมั่น ในเรื่องของ
ศีลธรรม ความถูกต้องดีงาม อันจะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาคุณภาพจิตขององค์บุคคล เพื่อให้มีความ
ซื่อสัตย์ และสุจริต
๓. หลักแห่งความโปร่งใส หลีกเล่ยงการทุจริตคอร์รัปชัน ยึดถือสาระสาคัญของหลักความโปร่งใสอันประกอบด้วย


๔ ประการ กล่าวคือ
๓.๑ ความโปร่งใสในด้านโครงสร้างของระบบงาน ต้องมีความชัดเจน มีการตรวจสอบภายในท่เข้มแข็ง

มีระบบบริหารการเงิน และพัสดุที่รัดกุม มีระบบคุณธรรมในการคัดเลือกคนเข้าท�างาน
๓.๒ ความโปร่งใสในระบบการให้คุณ การเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ขององค์กร ต้องมี
ความเป็นธรรม ไม่ล�าเอียงเพราะมีอคติ



๓.๓ ความโปร่งใสของระบบการลงโทษ เม่อมีการทุจรตเกิดข้น มีกระบวนการตรวจสอบการทางาน

มีการฟ้องร้องเอาโทษแก่ผู้กระท�าผิดได้

๓.๔ ความโปร่งใสเปิดเผยระบบงาน ประชาชน ส่อมวลชน สามารถท่จะมีส่วนควบคุมและตรวจสอบ

ฝ่ายบริหารได้
นาวิกศาสตร์ 90
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


จีน



เรือพิฆาต Type 055 ของกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีนยิงทดสอบอาวุธปล่อยนาวิถีไฮเปอรโซนค
















กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบความ ข้อมูลท่วไป เรือพิฆาต Type 055









สาเรจในการยงอาวุธปล่อยนาวถความเรวเหนอเสียงระดบ ระวางขับน�้า ๑๓,๐๐๐ ตัน


ไฮเปอร์โซนิค โดยทาการยิงจากเรือพิฆาตช้น Renhai ความยาว ๑๘๐ เมตร
(Type 055) ความกว้าง ๒๐ เมตร

เรือพิฆาต Type 055 เป็นเรือรบผิวนาขนาดใหญ่ท ่ ี กินน�้าลึก ๖.๖ เมตร

พัฒนามาจากเรือพิฆาต Type 052C/D โดยปรับปรุงตัวเรือ ระบบขบเคลือน เคร่องกังหันก๊าซ QC-280 จ�านวน ๔ เคร่อง




ให้มีคุณสมบัติล่องหน (Stealthy) ได้แก่ โครงสร้างตัวเรือ ก�าลังรวม ๑๕๐,๐๐๐ แรงม้า
ท่ลดพ้นท่การสะท้อนเรดาร์ การออกแบบปล่องควันท่ลด ความเร็วสูงสุด ๓๐ นอต




การถูกตรวจจับจากระบบอินฟราเรด และการเก็บซ่อน ระยะปฏิบัติการ ๕,๐๐๐ ไมล์ทะเล


อุปกรณ์บนดาดฟ้าเรือและโซ่สมอเรือ รวมถึงการเพ่มพ้นท ่ ี ก�าลังพล ประมาณ ๓๐๐ นาย

ภายในตัวเรือให้มากข้นด้วย ระบบอาวุธ ปืน ๑๓๐ มิลลิเมตร H/PJ-38 ๑ แท่น ปืนกลป้องกันตัว
เรือ Type 055 มีภารกิจหลักในการป้องกันภัยทาง ระยะประชิด ๓๐ มิลลิเมตร H/PJ-11 CIWS
อากาศให้แก่กองเรือ รวมถึงมีขีดความสามารถในการปราบ ระบบท่อยิงอาวุธปล่อยน�าวิถีทางด่ง รวม ๑๑๒




เรอดานาและโจมตเป้าหมายบนฝั่ง โดยตดตงระบบเรดาร์ ท่อยิง อาวุธปล่อยน�าวิถีระยะประชิด HQ-10 ๑ แท่น





S-band แบบ 346B Dragon Eye บนโครงสร้างตัวเรือ และ (๒๔ ลูก) อาวุธปล่อยน�าวิถีพื้นสู่อากาศ อาวุธปล่อยน�า

เรดาร์ X-band บนเสากระโดง รวมถึงติดต้งระบบอาวุธ วถีต่อต้านเรอผวน�า YJ-18 จรวดร่อนโจมตีภาคพน






CJ-10 ตอร์ปิโดขนาด ๓๒๔ มิลลิเมตร Yu-7
อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ Harbin Z-9และ Changhe Z-18
แหล่งท่มา: https://www.navyrecognition.com/index.php/naval-news/naval-news-archive/2022/april/11637-chinese-navy-

s-type-055-destroyer-launches-hypersonic-missile.html
นาวิกศาสตร์ 91
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


เยอรมนี

เรือคอร์เวต K130 Batch II กองทัพเรือเยอรมนี































กองทัพเรือเยอรมน ทาพิธีข้นระวางเรือคอร์เวต์แบบ ข้อมูลท่วไป เรือคอร์เวต K130 Batch II


K130 Batch II ล�าแรก เมื่อ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๕ ณ อู่ต่อเรือ



Blohm & Voss เมืองฮัมบูร์ก เรือลาน้ได้รับการต้งช่อว่า Köln ระวางขับน�้า ๑,๘๔๐ ตัน

(ช่อเมืองโคโลญในภาษาเยอรมัน) โดยมีแขกผู้มีเกียรติของ ความยาว ๘๙ เมตร

คณะรัฐบาล และนายกเทศมนตรีเมืองโคโลญ เข้าร่วมในพิธี ความกว้าง ๑๓.๒๘ เมตร
นี้ด้วย กินน�้าลึก ๓.๔ เมตร
รัฐบาลเยอรมนีได้ส่งต่อเรือคอร์เวตชุดน้เม่อปี ๒๕๖๐



เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของกองทัพเรือเยอรมนี รวมถึง ระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ดีเซล MTU 20V 1163 TB 93 ๒ เครื่อง
ตอบสนองต่อความต้องการของ NATO ด้วย โดยเรือ K130 ๒ เพลาใบจักร พร้อมระบบปรับมุมใบจักร



Batch II จะต้งช่อตามเมืองในประเทศเยอรมน ได้แก่ ความเร็วสูงสุด ๒๖ นอต
Köln, Emden, Karlsruhe, Augsburg และ Lübeck และ ระยะปฏิบัติการ ๔,๐๐๐ ไมล์ทะเล





จะได้รับการตดต้งระบบอานวยการรบจากบรษท Atlas ก�าลังพล ๖๕ นาย
Elektronik และ Thales สาหรับการต่อตัวเรือน้นดาเนินการ



โดยความร่วมมือระหว่าง ๓ บริษัทคือ Lürssen Werft, ระบบอาวุธ ปืน ๗๖ มิลลิเมตร OTO Melara ๑ แท่น
ThyssenKrupp Marine Systems และ German Naval ปืนกล ๒๗ มิลลิเมตร Mauser BK-27 ๒ แท่น
Yards อาวุธปล่อยน�าวิถีต่อต้านเรือผิวน�า Saab RBS-15 ๔ ลูก

เรือคอร์เวต K130 ถือได้ว่าเป็นเรือรบหลักท่สาคัญแบบ อาวุธปล่อยน�าวิถีระยะประชิด RAM Block 2 ๒ แท่น














หนงของกองทพเรอเยอรมน เนองจากไดถกนาไปใชในภารกจ ทุ่นระเบิด Mk12 ๓๔ ลูก

ระดับนานาชาต ได้แก่ ภารกิจรักษาสันติภาพของ
สหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) และภารกิจการป้องกัน อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ Saab Skeldar ๒ ล�า


พ้นท่ของชาติพันธมิตรในทะเลบอลติก ซ่งเป็นการปฏิบัติงาน

ร่วมกับ NATO และสหภาพยุโรป
แหล่งที่มา: https://www.navalnews.com/naval-news/2022/04/germany-christens-the-first-k130-batch-ii-corvette-koln/
นาวิกศาสตร์ 92
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


อินเดีย

อินเดียปล่อยเรือด�าน�้าชั้น Scorpene ล�าที่ ๖ “INS Vagsheer” ลงน�้า












































เม่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕ กองทัพเรืออินเดียได้ทาพิธีปล่อย ข้อมูลท่วไป เรือดานาช้น Kalvari (P75)
เรือดานา INS Vagsheer ลงนา ท่อู่ต่อเรือบริษัท Mazagon ระวางขับน�้า บนผิวน�้า ๑,๖๑๕ ตัน / ใต้น�้า ๑,๗๗๕ ตัน













Dock Limited (MDL) ซ่งเป็นเรือดานาช้น Kalvari ลาท ๖ จาก




จานวน ๖ ลา ท่กองทัพเรืออินเดีย ส่งต่อ ความยาว ๖๗.๕๖ เมตร (รุ่นปกติ) / ๗๗.๕๖ เมตร

เรือดานาช้น Kalvari คือ เรือดานาดีเซลไฟฟ้าแบบ (กรณีติดตั้งระบบ AIP)







Scorpene ของบริษัท Naval Group ประเทศฝร่งเศส ระบบขบเคลือน เคร่องยนต์ดีเซล MTU 12V 396 SE84 ๔ เคร่อง







โดยบริษท Mazagon Dock Limited ประเทศอินเดย ได้ลขสทธ ์ ิ แบตเตอรี่ ๓๖๐ เซล





ในการต่อเรือจานวน ๖ ลา สาหรับกองทัพเรืออินเดีย ปัจจุบัน ความเร็วสูงสุด ผิวน�้า ๑๑ นอต / ใต้น�้า ๒๐ นอต


ได้เข้าประจาการแล้ว ๔ ลา ได้แก่ INS Kalvari, INS Khander,



INS Karanj และ INS Vela ส่วนลาท ๕ คือ INS Vagir อยู่ใน ระยะปฏิบติการ ผิวน�า ๖,๕๐๐ ไมล์ทะเล / ใต้น�า ๕๕๐ ไมล์ทะเล



ระหว่างการทดลองในทะเล และลาสุดท้ายคือ INS Vagsheer ความลึกทดสอบ ๓๕๐ เมตร

คาดว่าจะเข้าประจาการภายในปี ๒๕๖๗ ก�าลังพล ๔๔ นาย

Scorpene เป็นเรือดานารุ่นส่งออกของบริษัท Naval อาวุธ ท่อยิงตอร์ปิโด ๖ ท่อ




Group ท่ได้รับการพิสูจน์ในสมรรถนะแล้วจากกองทัพเรือหลาย
ประเทศ ได้แก่ ชิล มาเลเซีย อินเดีย และบราซิล เรือรุ่นน้สามารถ ตอร์ปิโด ๕๓๓ มิลลิเมตร ๑๘ ลูก





ปรบแตงลกษณะใหเหมาะสมกบความตองการของลกคาได เชน อาวุธปล่อยน�าวิถีต่อต้านเรือผิวน�า Exocet SM-39














การเพ่มตัวเรือให้ยาวข้นเพ่อรองรับกาลังพลท่มากข้น ทุ่นระเบิด
แหล่งที่มา: http://www.navyrecognition.com/index.php/naval-news/naval-news-archive/2022/february/11433-gibbs-cox-wins-
30-milllion-contract-for-future-ddg-x-destroyer.html
นาวิกศาสตร์ 93
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕


อิสราเอล

บริษัทอู่ต่อเรืออิสราเอลยื่นข้อเสนอให้ฟิลิปปินส์








































บริษัท Israel Shipyards ประเทศอิสราเอล ได้เผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕ เกี่ยวกับการน�าเสนอ










แบบของเรอรบทสามารถสงต่อได้ตามความต้องการของลกค้า ในงบประมาณทค้มค่าและตอบสนองต่อภารกจต่าง ๆ ได้
โดยทางบริษัทฯ ได้น�าเสนอแบบของเรือรบผิวน�้ารุ่นใหม่ จ�านวน ๓ แบบ ให้แก่กองทัพเรือฟิลิปปินส์ ดังนี้



๑. เรือตรวจการณ์ความเร็วสูงช้น Shaldag ระวางขับนา ๗๒ ตัน ความยาว ๒๔.๘ เมตร ความเร็วสูงสุด ๕๐ นอต
ติดต้งอาวุธปืนกล ๒๕ มิลลิเมตร Typhoon System ๑ แท่น ปืนกล ๒๐ มิลลิเมตร Oerlikon ๑ แท่น ปืนกล ๑๒.๗









มิลลิเมตร ๒ แท่น และระเบิดนาลึก กาลังพลประจาเรือ ๑๕ นาย ปัจจุบันเรือช้นน้มีประจาการใน กองทพเรออิสราเอล

และอีกหลายประเทศ
๒. เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น OPV 45 ระวางขับน�้า ๓๐๐ ตัน ความยาว ๔๕.๗ เมตร ความเร็วสูงสุด ๒๔ นอต ระยะ
ปฏิบัติการ ๓,๕๐๐ ไมล์ทะเล ก�าลังพล ๒๐ นาย สามารถบรรทุกก�าลังพลปฏิบัติการเพิ่มได้อีก ๒๐ นาย ดาดฟ้ากลางล�ารองรับ
ตู้คอนเทนเนอร์ ขนาด ๒๐ ฟุต ได้ ๒ ตู้

๓. เรือคอร์เวตช้น SA’AR แบบ S-72 ระวางขับนา ๘๐๐ ตัน ความยาว ๗๒ เมตร ความเร็วสูงสุด ๓๐ นอต ระยะปฏิบัติการ


๕,๐๐๐ ไมล์ทะเล สามารถติดตั้งปืนและอาวุธปล่อยน�าวิถี
ซึ่งในข้อเสนอแบบเรือของบริษัท Israel Shipyards นั้น นอกเหนือจากการออกแบบ การต่อเรือ และการซ่อมบ�ารุงแล้ว
บริษัทฯ ยังได้เสนอโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Transfer of Technology Services: TOT) ได้แก่ การต่อเรือ การซ่อมบ�ารุง
และการก่อสร้างอาคารสถานที่ของอู่ต่อเรือด้วย
แหล่งที่มา: https://www.navyrecognition.com/index.php/naval-news/naval-news-archive/2022/april/11642-israel-shipyards-to-
showcase-its-naval-solutions-in-philippines.html
นาวิกศาสตร์ 94
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕















พล.รี.อ.สมปรีะสงค์์ นลสมยี่ ผบ.ทรี. และ นางศรีรีตน นลสมยี่ นายี่กสมาค์มภรียี่าทหารีเรีอ นาค์ณ์ะนายี่ทหารีชันผูใหญ่่ของ




กองทัพเรีือและภรียี่า ตลอดิ์จนหวัหนาสวันรีาชการีจากหนวัยี่ต่าง ๆ ของกองทัพเรีือ ในพ�นท�กรีุงเทพฯ และปรีิมณ์ฑล รีวัมกิจกรีรีม











เฉลมพรีะเกยี่รีต สมเดิ์จพรีะนางเจาฯ พรีะบรีมรีาชน เนองในโอกาสวันเฉลมพรีะชนมพรีรีษา สมเดิ์จพรีะนางเจาฯ พรีะบรีมรีาชน ี














๓ มถุุนายี่น ๒๕๖๕ ณ์ หอปรีะชมกองทพเรีอ แขวังวััดิ์อรีณ์ เขตบางกอกใหญ่่ กรีงเทพฯ เมือ ๒ ม.ยี่.๖๕



พล.อ.เฉลมพล ศรีีสวััสดิ์ ผบ.ทสส. เดิ์นทางไปตรีวัจเยี่ยี่มและสงเกตการีณ์์การีบรีณ์าการีรีวัมรีะหวัางการีฝึึกกองทพเรีอปรีะจาป ี





















๒๕๖๕ กบการีฝึึกปฏิิบตการีรีวัมศนยี่อานวัยี่การีรีกษาผลปรีะโยี่ชนของชาตทางทะเล ปรีะจาป ๒๕๖๕ โดิ์ยี่ม พล.รี.อ.สมปรีะสงค์์
















นลสมยี่ ผบ.ทรี. ในฐานะรีองผูอานวัยี่การีศนยี่อานวัยี่การีรีกษาผลปรีะโยี่ชนของชาตทางทะเล หรีอ ศรีชล. ให�การีต�อนรีบ เมือ
๑๖ ม.ยี่.๖๕
















ผบ.ทรี. เดิ์นทางไปเยี่ือนกองทพเรีอสงค์โปรี อยี่างเปนทางการีตาม ผบ.ทรี. เดิ์นทางไปเยี่อนกองทพเรีอมาเลเซียี่ อยี่างเปนทางการี







ค์าเชญ่ของ ทรี.สงค์โปรี โดิ์ยี่เขารีบฟังการีบรีรียี่ายี่สรีปในเรีองการีพฒนา ตามค์าเชญ่ของ พล.รี.อ.Tan Sri Mohd Reza ผบ.ทรี.มาเลเซียี่




















กองทพเรีอสงค์โปรีและสนทนาเกยี่วักบเทค์โนโลยี่ในการีทหารีเรีอสมยี่ใหม ณ์ กรีงกวัลาลมเปอรี ปรีะเทศมาเลเซีียี่ เมือ ๙-๑๐ ม.ยี่.๖๕






พรีอมกบเขาเยี่ยี่มค์านบ พล.รี.ต.AARON BENG YAO CHENG ผบ.ทรี.สงค์โปรี ์






Dr.Ng Eng Hen รีมวั.กห.สงค์โปรี และ พล.ท.Melvyn Ong ผบ.ทสส.สงค์โปรี ์




เมื�อ ๗-๘ ม.ยี่.๖๕










ผบ.ทรี. และค์ณ์ะนายี่ทหารีชนผใหญ่ของกองทัพเรีอ ใหการีตอนรีบ ผบ.ทรี. เปนปรีะธานการีปรีะชมค์ณ์ะกรีรีมการีบรีหารีศนยี่อานวัยี่การี









ค์ณ์ะเยี่าวัชนโค์รีงการีรีวัมใจไทยี่เป็นหน�ง กองทัพเรีือ ค์รี�งท� ๔ ปรีะจาป รีักษาผลปรีะโยี่ชน์ของชาติทางทะเล ค์รี�งท� ๓ ปรีะจาปี ๒๕๖๕ ณ์ โรีงแรีม












๒๕๖๕ ณ์ ท�องพรีะโรีง พรีะรีาชวัังเดิ์ม บก.ทรี. เขตบางกอกใหญ่่ กรีงเทพฯ อวัาน พลส รีเวัอรี ไซีดิ์ กรีงเทพฯ เมือ ๒๑ ม.ยี่.๖๕


เมอ ๒๐ ม.ยี่.๖๕













ผบ.ทรี. รีบเยี่ยี่มค์านบจาก น.อ.Matthew A. Barker ผชท. ผบ.ทรี. ใหโอวัาทแก ผบ.ทรีภ.๑ และค์ณ์ะ ในการีท�กองทพเรีอ



สหรีฐอเมรีกา ปรีะจากรีงเทพมหานค์รี ณ์ หองรีบรีอง บก.ทรี. พรีะรีาชวังเดิ์ม ไดิ์อนมตจดิ์หนวัยี่เรีอเดิ์นทางไปเยี่ียี่มเมองทาพรีะสหนวัลล รีาชอาณ์าจักรี





























เขตบางกอกใหญ่่ กรีงเทพฯ เมือ ๒๓ ม.ยี่.๖๕ กมพชา รีะหวัาง ๔-๑๐ ก.ค์.๖๕ ณ์ หองรีบรีอง บก.ทรี. พรีะรีาชวังเดิ์ิม

เขตบางกอกใหญ่่ กรีงเทพฯ เมือ ๒๓ ม.ยี่.๖๕





ผบ.ทรี. เปนปรีะธานในพิธมอบปรีะกาศเกียี่รีตค์ณ์ชมเชยี่ กาลงพล พล.รี.อ.ภรีาดิ์รี พวังแกวั ปธ.ค์ปษ.ทรี. เป็นปรีะธานจัดิ์งาน
















กองทพเรีอทปรีะกอบค์ณ์งามค์วัามดิ์ เปนปรีะโยี่ชนแกปรีะชาชนและ เทดิ์พรีะเกยี่รีต จอมพลเรีอ สมเดิ์จพรีะเจาบรีมวังศเธอ เจาฟัาบรีพตรีสขมพนธ ์ ุ





























สรีางชอเสยี่งแกกองทัพเรีอ จานวัน ๒ นายี่ ณ์ หองรีบรีอง บก.ทรี. พรีะรีาชวังเดิ์ิม กรีมพรีะนค์รีสวัรีรีค์วัรีพนต เนองใน “วันบรีพตรี ปรีะจาป ๒๕๖๕”


เขตบางกอกใหญ่่ กรีงเทพฯ เมือ ๒๗ ม.ยี่.๖๕ ณ์ ยี่ศ.ทรี. ต.ศาลายี่า อ.พทธมณ์ฑล จ.นค์รีปฐม เมื�อ ๒๙ ม.ยี่.๖๕






พล.รี.อ.ธรีกล กาญ่จนะ รีอง ผบ.ทรี. ในฐานะปรีะธานค์ณ์ะกรีรีมการี รีอง ผบ.ทรี. ในฐานะปรีะธานค์ณ์ะกรีรีมการีทีดิ์นกองทพเรีอ และค์ณ์ะ














ทดิ์ินกองทัพเรีือ และค์ณ์ะ เดิ์ินทางไปตรีวัจทดิ์ินกองทัพเรีือในพ�นท�ภาค์ใต เดิ์นทางไปตรีวัจทดิ์นกองทพเรีอในพนทภาค์ใตฝึงตะวันออก พรีอมรีบฟัง




























ฝึงตะวันออก (จังหวัดิ์นรีาธวัาส) และรีบฟังบรีรียี่ายี่สรีป ณ์ ค์ายี่จฬาภรีณ์ การีบรีรียี่ายี่สรีป ณ์ ทรีภ.๒ อ.เมองสงขลา จ.สงขลา เมือ ๗ ม.ยี่.๖๕








ต.โค์กเค์ยี่น อ.เมองนรีาธวัาส จ.นรีาธวัาส เมือ ๗ ม.ยี่.๖๕

พล.รี.อ.ทรีงวัฒ บญ่อนทรี รีอง ผบ.ทสส. เดิ์นทางมาตรีวัจเยี่ยี่ม พล.รี.อ.เชงชายี่ ชมเชงแพทยี่ ผช.ผบ.ทรี. รีวัมงานเลยี่งรีบรีองเนองในวัน




























การีฝึกปฏิบตการีรีวัมทางทะเล กฝึรี.๖๕ โดิ์ยี่ม พล.รี.ต.กรีวัทยี่์ ฉายี่ะรีถุ กองทพสาธารีณ์รีฐสงค์โปรี โดิ์ยี่ม พ.อ.โกะ ฮน ตง ผชท.สงค์โปรี ปรีะจา

















ผบ.มฝึ.กฝึรี.๖๕ และ ผบ.กบฮ.กรี. ใหการีรีบรีอง ณ์ รี.ล.จกรีนฤเบศรี กรีงเทพมหานค์รี เป็นเจาภาพ ณ์ โรีงแรีมแอทธิน อะ ลกชวัรี ค์อลเลค์ชน





เมือ ๑๘ พ.ค์.๖๕ เขตปทมวััน กรีงเทพฯ เมือ ๓๐ ม.ยี่.๖๕





















พล.รี.อ.เถุลงศกดิ์� ศรีสวััสดิ์ เสธ.ทรี. ในฐานะปรีะธานค์ณ์ะกรีรีมการี พล.รี.อ.สวัน แจงยี่อดิ์สข ผบ.กรี. เดิ์นทางไปตรีวัจเยี่ยี่มกาลงพลท � ี



















บรีหารีโค์รีงการีจัดิ์หาเรีอดิ์านา เปนปรีะธานในการีปรีะชุมหารีอเพอหา ปฏิบตรีาชการีในพนท นรีข.เขตหนองค์ายี่ โดิ์ยี่ม พล.รี.ต.สมบต จถุนอม

แนวัทางแกไขปญ่หาเค์รีองยี่นตขบเค์รีองกาเนดิ์ไฟัฟัารีะหวัางกองทพเรีอ ผบ.นรีข. ใหการีตอนรีบ ณ์ นรีข.เขตหนองค์ายี่ อ.ศรีเชยี่งใหม จ.หนองค์ายี่
































กบ บรีษท CSOS ณ์ หองปรีะชม อาค์ารีสวันบญ่ชาการีกองทพเรีอ พนท เม�อ ๔ มิ.ยี่.๖๕



วัังนนทอทยี่าน เขตบางกอกน�อยี่ กรีงเทพฯ เมือ ๙ ม.ยี่.๖๕





ผบ.กรี. รีบมอบหนากากอนามัยี่ จานวัน ๕๐๐,๐๐๐ ชน จาก ค์ณ์วัชยี่ จาง ผบ.กรี. รีวัมลงนามบนทกขอตกลงค์วัามรีวัมมอโค์รีงการีตดิ์ตามผล
































นายี่กสมาค์มวัฒนธรีรีมและเศรีษฐกิจไทยี่ เพอนาไปใชปองกนในการี การีใชงานนามนเชอเพลงและหล่อลนสาหรีับเรีอของกองทัพเรีอ รีะหวัาง


















ปฏิบตงานของกาลงพล กรี. ทตองปฏิบตหนาทในการีปกปองและ กองทพเรีอกบ บรีษท การีปโตรีเลยี่มแหงปรีะเทศไทยี่ (ปตท.) จากดิ์ (มหาชน)










ชวัยี่เหลอปรีะชาชน เป็นการีค์วับค์มและปองกนการีแพรีรีะบาดิ์ของโรีค์ ค์รีังที ๔ โดิ์ยี่ ม.ล.ปกทอง ทองใหญ่่ รีองกรีรีมการีผูจดิ์การีใหญ่่บรีหารีกลยี่ทธ ์


















COVID-19 ณ์ อาค์ารีบรีท เค์เอฟัจ โฮดิ์ิง จากดิ์ กรีงเทพฯ เมือ ๒๐ ม.ยี่.๖๕ กลมธรีกจปโตรีเลยี่มขนปลายี่ เปนผแทนบรีษทการีปโตรีเลยี่มแหงปรีะเทศไทยี่



















(ปตท.) จากดิ์ (มหาชน) ณ์ หองปรีะชม บก.กรี. อ.สตหบ จ.ชลบรี เมอ









๒๑ ม.ยี่.๖๕









พล.รี.ท.รีณ์รีงค์ สทธนนทน ผบ.นยี่. เปนปรีะธานในการีจดิ์กจกรีรีม ผบ.นยี่. มอบใบปรีะกาศเกยี่รีติค์ณ์ยี่กยี่่องชมเชยี่ใหแก่ จ.ท.ศักดิ์สิทธ� ิ























“อนรีกษแนวัปะการีงและสงมชวัตใตทะเลไทยี่” ตามแนวัพรีะดิ์ารี วังษ์ฉลาดิ์ ทปรีะกอบค์ุณ์งามค์วัามดิ์ี ซีงไดิ์แสดิ์งใหเหนถุงค์วัามกลาหาญ่ และ



















สมเดิ์จพรีะเจ�าลกเธอ เจ�าฟัาสรีวััณ์ณ์วัรีี นารีีรีตนรีาชกญ่ญ่า ณ์ หาดิ์เตยี่งาม เสยี่สละ ไมลงเลใจทจะเขาชวัยี่เหลอผบาดิ์เจบใหพนจากอนตรีายี่บรีเวัณ์เขอน










อ่าวันาวัิกโยี่ธิน ค์่ายี่กรีมหลวังชุมพรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีี เม�อ ๘ มิ.ยี่.๖๕ หวัยี่ขนาดิ์มอญ่ ต.ตาตม อ.สงขะ จ.สรีนทรี ณ์ หองปรีะชม บก.นยี่.















ค์ายี่กรีมหลวังชมพรี อ.สตหบ จ.ชลบรีี เมือ ๑๐ ม.ยี่.๖๕


Click to View FlipBook Version