The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จากเวทีเดชานุเคราะห์สู่ราชนาวีไทย
พันทิวา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-01-04 21:24:15

จากเวทีเดชานุเคราะห์สู่ราชนาวีไทย

จากเวทีเดชานุเคราะห์สู่ราชนาวีไทย
พันทิวา

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น เมื่อการชก



ล่วงมาถงปลายยกทส ขณะทเขาเลงเป้าไปยังลาตวของ








คู่ต่อสู้แล้วชกหมัดเข้าใส่สุดแรง จังหวะน้นเองฝ่ายตรงข้าม

ก็ดีดแข้งซ้ายสวนออกมาเต็มเหน่ยว ลูกเตะมรณะ

ข้างน้นฟาดเปร้ยงเข้าท่กกหูของเขาอย่างจัง นักมวยหนุ่ม




ผู้เหนือกว่าในตอนแรกจึงมีอันหงายผล่งล้มท้งยืน ปล่อยให้
กรรมการนับสิบพ่ายน็อกเอาต์ไปชนิดพลิกล็อกถล่มทลาย
“รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง” ลงจากเวทีพร้อมกับความ
พ่ายแพ้ แต่เขาก็รับรางวัลค่าตัวมาถึง ๑๗,๐๐๐ บาท





ด.ช.สมัย ใจอินทร์ โรงเรียนวัดป่าตาล อ.สันกำาแพง จ.เชียงใหม่ เงินจานวนน เม่อ ๔๐ กว่าปีท่แล้วค่าของมันไม่ใช่น้อย ๆ เลย

ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.เตรียม (ปี พ.ศ.๒๕๐๙) โดยเฉพาะอย่างย่งสาหรับครอบครัวชนบททางภาคเหนือ





เกมการต่อสู้ท่เพ่งจะเร่มต้นข้นทาท่าว่าจะส้นสุด ที่ไม่ได้มีฐานะร�่ารวย



ลงงาย ๆ เมอนกมวยฝายแดงเปิดฉากถลมคชกชนดไมให ้ ชีวิตของรุ่งสมัยหรือช่อจริงคือเด็กชาย “สมัย ใจอินทร์”







ู่

ต้งตัวติด พลังหมัดอันหนักหน่วงของเขาส่งร่างบึกบึนของ ต้องต่อสู้บากบ่นมาโดยตลอด ตอนเป็นเด็กเขาต้อง


อีกฝ่ายลงไปนอนหงายท้องให้กรรมการนับยาว หวุดหวิด เรียนท่โรงเรียนวัดแห่งแรกจนถึงช้นประถมศึกษาปีท ๔





จะถูกจับแพ้แค่ยกแรกเท่าน้น หากว่าระฆังหมดยกไม่ช่วย จากน้นจึงย้ายไปเข้าโรงเรียนวัดแห่งท่สองคือ โรงเรียน


เอาไว้เสียก่อน วัดทรายมูล อาเภอสันกาแพง อาศัยว่า เด็กชายสมัย




“เล้ยงเอาไว้อีกหน่อยดีกว่า เพราะวันน้พวกหมู่บ้าน มีความมานะบากบ่น และขยันหม่นเพียรก็เลยสอบ



มาดูกันเยอะ ต้องโชว์ฝีมือให้เต็มท แล้วอีกอย่างการชกคร้งน ้ ี ชิงทุนนักเรียนขาดแคลนของอ�าเภอสันก�าแพงได้ เขาจึง







จะเป็นครั้งสุดท้ายของเราด้วย...” มีทุนเรียนหนังสือต้งแต่บัดน้นจนถึงช้นมัธยมศึกษาปีท ๓







นกมวยหน่มผวขาวรปร่างลาสนบอกกบตนเอง เด็กชายสมัยฯ ได้ทุนเล่าเรียนปีละ ๖๐๐ บาท ซึ่ง


ก่อนท่จะออกไปพันตูกับคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด ด้วยฝีไม้ ช่วงที่เรียนมัธยมนี่เอง เขาหันมาชกมวยหารายได้ไปด้วย



ลายมือท่เหนือกว่าทาให้ราคาต่อรองพุ่งห่างไปตามลาดับ และกลายมาเป็น “รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง” นักชกระดับ
และเกมก็อยู่ในลักษณะท่ว่า เขาพร้อมท่จะน็อกอีกฝ่ายได้ ขวัญใจท้องถ่น เคยข้นตะบันเป็นคู่เอกของเวทีเดชานุเคราะห์




ในทุกวินาทีที่ต้องการ ซ่งเป็นเวทีมาตรฐานของจังหวัดเชียงใหม่และเคย

นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔






จัดรายการใหญ่ส่งนักชกดังจากเมืองหลวงไปตะบนหน้า แต่พละกาลัง คงจะต้องเปล่ยนความคิดน้น หากรู้ว่า

กันหลายครั้งมาแล้ว นักมวยไทยอาชีพอย่าง “รุ่งสมัย” สามารถสอบช้นมัธยมต้น


อาท อภิเดช ศิษย์หิรัญ “จอมเตะบางนกแขวก” คือ ม.ศ.๓ ได้เป็นอันดับหน่งของโรงเรียนสันกาแพง



ผ้ได้รบการยกย่องเป็น “ยอดมวยไทย” ขนชกกบ และเป็นอันดับหน่งของนักเรียนท่วท้งจังหวัดเชียงใหม่






“จักรกฤษณ์ นครศึก” ยอดมวยเชียงใหม่ เม่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ อีกด้วย โดยรุ่งสมัยได้คะแนนเฉลี่ยถึง ๘๙ เปอร์เซ็นต์

ซึ่งจักรกฤษณ์ฯ อาศัยเสียงเชียร์ของแฟนมวยเมืองเหนือ การถูกคู่ต่อสู้เตะสลบในการชกคร้งสุดท้าย ไม่ใช่

บุกตะลุยจอมเตะอภิเดชจนพ่ายคะแนนไปแบบพลิกล็อก สาเหตุท่ทาให้รุ่งสมัยต้องอาลาสังเวียน แต่เน่องจาก





หรือแม้แต่ยอดมวยไทยรุ่นหลังอย่างพุฒ ล้อเหล็ก ก็เคย การท่ต้องเลือกอนาคตทางการศึกษาหลังจบช้น ม.ศ.๓



ข้นไปชกกับคงเดช ลูกบางปลาสร้อย ท่เวทีเดชานุเคราะห์ เขาจึงตัดสินใจเดินทางลงมายังกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อ




และเป็นฝ่ายไล่ต้อน “ฉลามดา คงเดช” แพ้คะแนน เงินทุนจานวนหน่งท่ใช้ในการเดินทางและเป็น

ไปขาดลอยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ ค่าเล่าเรียน นอกจากจะได้มาจากเงินค่าชกมวยท่สะสม

สาหรับเด็กชายสมัยฯ ก่อนท่จะข้นเวทีเดชานุเคราะห์ ไว้แล้วรุ่งสมัยต้อง “ขายหมู” ท่ครอบครัวเล้ยงไว้




เขาตระเวนชกตามเวทีงานวัดในชื่อ “สมัยศึก ศิษย์ ฮ.” เพื่อสมทบทุนนั้นด้วย
ภายใต้การฟูมฟักของ “ครูเลิศ ราชวัตร” ครูมวยคนแรก เป้าหมายของสมัยฯ ก็เหมือนกับเด็กบ้านนอกท่ว ๆ ไป

ท่สอนมวยไทยให้เขาต้งแต่อาย ๕ ขวบ จนกระท่ง ท่มีความใฝ่ฝันจะเป็น “ร้วของชาติ” และแน่นอนว่า







เม่อฝีมือกล้าแกร่ง “ครูเกริกชัย มณีจักร” ซ่งเป็น สถาบันนั้นก็คือ “โรงเรียนเตรียมทหาร” ซึ่งเป็นก้าวแรก



ผู้ประสิทธ์ประสาทวิชามวยไทยให้สมัยฯ เป็นคนท่สอง ของเส้นทางไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ในฐานะกาลังพล

และเป็นเจ้าของค่าย ก.ชัยสร้าง จึงพาข้นเวทีมาตรฐาน ชั้นสัญญาบัตรของกองทัพภายหน้า


และเปลี่ยนชื่อเป็น “รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง” ตามที่กล่าวมา ชีวิตของสมัยฯ มาถึงจุดเปล่ยนแปลงคร้งสาคัญ


ข้างต้น เม่อเขาสามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้

ใครท่เคยเข้าใจว่า การชกมวยเป็นกีฬาของผู้ท่ใช้ ในปีน้น (พ.ศ.๒๕๒๒) เขากลายมาเป็นนักเรียน



รูปถ่ายเมื่อสมัยศึกษาอยู่ชั้น ป.เตรียม ถ่ายรูปร่วมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
(รูปแถวบน คนที่ ๒ จากซ้าย)
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ ร่วมซ้อมมวยกับทีมกองเรือยุทธการ
เตรียมทหาร สมัย ใจอินทร์ แห่งรั้วจักรดาว ซึ่งเพื่อน ๆ ชกมวยสมัครเล่น หรือการเป็นตัวแทนทีมชาติเท่าน้น






รู้ดีว่าว่ายนาไม่แข็ง เพราะเป็นเด็กดอย มาจากเมืองเหนือ (แต่น่าแปลกท่ในยุคต่อมา สมรักษ์ คาสิงห์ ซ่งเป็น


ไกลทะเล อีกท้งภาษาอังกฤษก็อ่อนสู้เด็กเมืองหลวงไม่ได้ นายทหารเรือสามารถข้นชกมวยไทยบนเวทีราชดาเนินได้)


แต่ดวยความมานะพากเพียร และความขยนขนแขง ๒ ปีในรั้วจักรดาวผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว นักเรียน



ู้

ใจส สมัยฯ จึงแก้ไขจุดด้อยของตนเองได้สาเร็จ โดยเฉพาะ เตรียมทหารสมัยฯ ก้าวข้นมาเป็นนักเรียนนายเรือรุ่น ๗๙

“ภาษาอังกฤษ” สมัยฯ เป็นศิษย์เอกของ “ครูมาลิน ยุวนะเตมีย์” เขาได้รับเลือกเป็น “หัวหน้าตอน” อันเป็นส่งยืนยัน




ซ่งเป็นครูประจาตอน ๗ ท่ให้ความรู้เพ่มเติม จับเข้าฟังแลป ถึงความรู้ความสามารถ และระดับผลการเรียน ทว่าสมัยฯ


ภาษาอังกฤษทุกวันจนเด็กดอยอย่างสมัยฯ เก่งภาษา มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนายเรือเพียงไม่ก่เดือน
ขึ้นทันตาเห็น เขาก็ต้องเก็บข้าวเก็บของอ�าลารั้วสามสมอ เพื่อเดินทาง
ด้วยเหตุนี้ในปีรุ่งขึ้น สมัยฯ จึงสอบได้ที่ ๔ ของรุ่น ไปศึกษาต่อท่ประเทศอังกฤษโดยทุนของกองทัพเรือ

ได้เลื่อนเป็นนายตอน ๔ และยังได้รับรางวัล “เกียรตินิยม” ซ่งคนท่ปลาบปล้มยินดีมากท่สุดก็คือ ครูมาลินแห่ง





ผลการศึกษายอดเย่ยมในปี พ.ศ.๒๕๒๓ ซ่งเป็นปีท ี ่

เรียนจบพร้อมกับได้รับประกาศนียบัตรความประพฤต ิ
และลักษณะทหารดีเย่ยม ส่งเดียวท่สมัยฯ ไม่ได้จาก



โรงเรียนเตรียมทหารก็คือ เหรียญทองการชกมวยกีฬา
กองพัน เพราะเขาชกมวยสากลของเตรียมทหารรุ่น
แบนตั้มเวท ได้เพียงเหรียญเงินเท่านั้น

ความผิดหวังของสมัยฯ อีกประการหน่งขณะเป็น

นักเรียนเตรียมทหารก็คือ เขาไม่อาจข้นชกมวยไทยอาชีพได้



ท้งท่เวทีมาตรฐานอย่างลุมพินีอยู่ติดกับร้วโรงเรียน
แค่น้น นักเรียนเตรียมทหารสมัยฯ ได้รับคาช้แจงว่า



ทางราชการมีระเบียบ ห้ามนายทหารสัญญาบัตร นักเรียน
นายร้อย ๓ เหล่าทัพ ตลอดจนนักเรียนเตรียมทหาร


ข้นชกมวยไทยอาชีพอย่างเด็ดขาด จะทาได้ก็เพียงการ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ ๑ (ปี พ.ศ.๒๕๒๒)
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ ๑ ตอน ๗ รุ่นที่ ๒๒


เตรียมทหารท่ลูกศิษย์อ่อนภาษาอังกฤษของท่านกาลัง ผมเล่าเร่องราวของ ดร.สมัยฯ ให้คุณ ๆ ฟังเสีย


จะไปศึกษาต่อในประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษล้วน ๆ หลายย่อหน้าก็เพราะเห็นว่ามันเป็นความสาเร็จท่น่า


นักเรียนนายเรือสมัยฯ ใช้เวลา ๙ ปีเต็มบนแผ่นดิน ภาคภูมิใจแทนเจ้าตัวย่งนัก ไม่ใช่เร่องที่เกิดข้นบ่อย ๆ เลย




บริเทน เพ่อทาปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเคร่องกลจาก สาหรับแวดวงของนายทหารสัญญาบัตรของกองทัพเรือ


มหาวิทยาลัยบริสตอล ปริญญาโทสาขาเดียวกันจาก ที่จะผ่านชีวิตการต่อสู้บนเวทีมาอย่างโชกโชน


มหาวิทยาลัย ย เอ็ม ไอ เอส ท เมืองแมนเชสเตอร์


และปริญญาเอกจากท่น่นเช่นกัน โดยนักเรียนนายเรือ

สมยฯ ได “ดอกเตอร์” สาขาเคร่องกล ในเดือนกรกฎาคม


พ.ศ.๒๕๓๒ นอกจากน้เขายังได้รับรางวัล “เชลล่า



โม เมมโมเรียล ไพรช” จากมหาวทยาลยในฐานะนกศกษา



ปริญญาเอกดีเด่น ๒ ปีซ้อน (ค.ศ.๑๙๘๙ - ค.ศ.๑๙๙๐)

จากเด็กบ้านนอกท่ได้รับทุนการศึกษาปีละ ๖๐๐ บาท

ต้องชกมวยหาเงินเรียนหนังสือ ต้องขายหมูท่เล้ยงเป็น

ทุนเพื่อเดินทางลงมากรุงเทพฯ จนถึงวันนี้ (พ.ศ.๒๕๓๔)
เขากลายเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพเรือไทย


มีตาแหน่ง (ขณะบันทึกเร่องน้) เป็นนายช่างกองออกแบบ

กลจักร อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ
เป็นนายทหารดอกเตอร์ซ่งมีอยู่ไม่มากมายนักสาหรับ


ราชนาวีเล็ก ๆ ของเราโดยเฉพาะในช่วงเวลานั้น รูปถ่าย พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
จากมหาวิทยาลัยบริสตอล (ดูคล้าย Harry Potter)
นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวสมัยตอนจบปริญญาเอก จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย ยู เอ็ม ไอ เอส ที เมืองแมนเชสเตอร์
จากมหาวิทยาลัย ยู เอ็ม ไอ เอส ที เมืองแมนเชสเตอร์
ถ้า “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” อดีตแชมป์โลก หรือ เพราะเห็น “เข็มสามสมอ” ที่เขาติดอยู่แสดงว่าต้องเป็น


“สมรักษ์ คาสิงห์” อดีตแชมป์เหรียญทองโอลิมปิก นายทหารที่มาจากนักเรียนนายเรืออย่างแน่นอน



เป็นนักมวยอัจฉริยะท่ประสบความสาเร็จในการผันตัวเอง นอกจากน้เขายังเรียกผมว่า “พ่” และเป็นฝ่ายทัก

ออกจากวงการมวยไปสู่โลกมายาและวงการบันเทิง ผมก่อน อีแบบน้ก็ชัวร์อยู่แล้ว ว่าต้องเป็นศิษย์สานักเดียวกัน


รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง ก็ควรจะเป็นนักมวย “อัจฉริยะยิ่งกว่า” อย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะเขาสามารถหลุดพ้นจากคราบชีวิตบนเวทีผืนผ้าใบ ขณะที่นั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกัน สมัยฯ ไม่ได้คุยโตเลยว่า

และกล่นสาบนวม กลายไปเป็นนายทหารนักวิชาการ เป็นดอกเตอร์มาจากประเทศอังกฤษ ในขณะท่ผมเอง


ท่มีดีกรีพ่วงท้ายชนิดท่ว่า ยังไม่เคยมีนักมวยคนไหน ก็ไม่ได้ถามและก็ไม่คิดจะถามด้วย เพราะโดยปกต ิ

ท�าได้มาก่อน ผมไม่เคยซักไซ้ไต่ถามสอบประวัติใครอยู่แล้วว่าจบอะไรมา
อันที่จริงผมก็ไม่คุ้นเคยกับเรือเอก ดอกเตอร์สมัยฯ เน่องจากดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติเท่าท่ควร เหมือนอย่าง


มากนัก นึกไม่ออกด้วยว่าตอนเป็นนักเรียนเราเคยคุยกัน ท่ผมเคยไม่ชอบใจตอนท่ถูกถามว่าต้องย้ายข้นจากเรือ






บ้างหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าคงจะไม่มีโอกาส เพราะสมัยฯ มาทางานบนบกท้งท่เพ่งเป็นแค่เรือเอกไม่ทราบว่าปัญหา



ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนายเรือน้อยเหลือเกินแล้วก็ไป อะไร หรือว่าผู้การเรือส่งตัวข้นบก ท้งท่ในความจริงผม





ต่างประเทศ จนเมอผมย้ายจากสัตหบมาทางานท ี ่ ได้ทุนไปเรียนหลักสูตรต่อเรือที่ญี่ปุ่น เมื่อกลับมาจึงต้อง
อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า เราจึงได้พบกัน ขึ้นบกมาท�างานใช้ทุนตามที่ระบุในสัญญาเท่านั้นเอง

ตอนท่เห็นนายทหารหนุ่มจากประเทศอังกฤษ คุยกันไปได้สักพัก ผมจึงสังเกตเห็นว่าหูของสมัยฯ
เป็นคร้งแรกบนสโมสรระหว่างพักเท่ยงผมยังไม่รู้ ค่อนข้างลีบเล็ก บ่งบอกยี่ห้อว่าเกิดจากการใช้งานสมบุก



ว่าเขาเป็นใคร แต่ก็แน่ใจว่าต้องเป็นรุ่นน้องโรงเรียนนายเรือ สมบันมาก่อน ในฐานะท่ผมเองก็เคยสนใจวงการ
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ สมัยที่ยังเป็นนักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัย ยู เอ็ม ไอ เอส ที เมืองแมนเชสเตอร์


หมัดมวยมาต้งแต่เด็ก ๆ เคยติดตาม พันเอก ทองเติม คุมสติไม่วู่วาม ให้ชกด้วยสมอง และทุกคร้งก่อนข้นชก





พบสุข นายสนามมวยลุมพินีช่อดังในยุคน้นซ่งเป็น ครูเลิศฯ จะใช้สมุนไพรทาหน้าผมให้หนังหนาเพ่อไม่โดนศอก



คุณลุงเข้าไปดูมวยบ่อย ๆ เลยทาให้ม่นใจว่าไอ้หูแบบน ้ ี คู่ต่อสู้จนแตกง่าย ๆ จนกระท่งผมไปอยู่กับครูมวย
เป็นหูของนักมวยชัด ๆ คนท่สองคือ ครูเกริกชัย มณีจักร และได้ฝึกวิชามวย

“ใช่ครับพี่ ผมเคยชกแถวบ้านมาเกือบ ๔๐ ครั้ง” เพ่มข้น และเปล่ยนช่อให้ผมใหม่เป็นรุ่งสมัย ท่านบอกว่า







สมัยฯ พูดย้ม ๆ “พ่ก็เป็นนักมวยเก่าเหมือนกันหรือครับ” ชีวิตบนเวทีจะได้รุ่งเรือง ซ่งก็เป็นจริงตามน้น เพราะ


“ไม่ได้เป็นหรอก แต่ชอบด โดยเฉพาะเม่อก่อน ในท่สุดผมก็ได้ชกเป็นคู่เอกของเวทีเดชานุเคราะห์




ชอบดูมาก ๆ” ถงแม้ว่าจะไม่ใช่เป็นรายการใหญ่ท่มีมวยดังจากกรงเทพฯ

ผมตอบตามตรง ไปชกก็ตาม”



“คุณลุงของพ่เป็นนายสนามมวยลุมพิน พันเอก ครูมวยคนแรกของผมล่วงลับไปแล้ว ซ่งหากว่า





ทองเตมฯ สมยก่อนดงมาก เราเป็นหลานกเลยตามเข้า ท่านยังอยู่ผมเช่อว่าท่านคงดีใจ และภูมิใจท่ปลุกปั้น




สนามมวยบ่อย ๆ แล้วก็ไปหัดมวยที่ค่าย พล.๑ จนพอมี ลูกศิษย์จนก้าวหน้ามาถึงวันน เหมือนท่ครูเกริกชัยฯ


วิชาติดตัวอยู่บ้าง” ทุกวันน้ซ่งยังมีชีวิตอยู่ภาคภูมิใจ และมีความสุขทุกคร้ง

“อ้อ... ครับ” ที่ผมขึ้นไปกราบท่าน ส่วนเพื่อน ๆ นักมวยร่วมค่ายของ
สมัยฯ พยักหน้ารับทราบ ผมก็ลาโลกไปเกือบหมดด้วย สาเหตุสาคัญคือการใช้ชีวิต


“ของผมมีคร ๒ คนครับ ครูคนแรกของผมคือ ผิดพลาดไม่ได้โชคดีเหมือนผม”




ครูเลิศ ราชวัตร เคยชกเวทีราชดาเนินสมัยยังไม่มีหลังคา อย่างไรก็ด เม่อสมัยฯ รู้ว่าผมมีอดีตท่พอจะไปกันได้
ทานเปนมวยนครสวรรค สอนวชายางสามขม กาหนดวธียน กับเขา คือเขาเป็นนักมวย ส่วนผมเป็นนักดูมวย เราจึง










การวางเท้าเพอให้นาหนกขาหน้ากบขาหลง การหมนวน สนิทสนมกันเร็วข้นกินข้าวด้วยกันบ่อยคร้ง ซ่งก็ไม่น่า










ให้คู่ต่อสู้เข้าหาอาวุธของเรา” แปลกเลย เพราะสโมสรนายทหารก็เล็กนิดเดียว แถม
สมัยฯ เว้นระยะไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ นายเรอเอกพรรคกลนก็มีอย่ไม่กคน ไม่นงด้วยกนแล้ว










“ครูเลศฯ สอนวิชาให้ต้งแต่ผมอาย ๔ - ๕ ขวบ จะไปนั่งกับใครที่ไหน

แล้วพาผมตระเวนชกตามเวทีงานวัดในช่อสมัยศึกอยู่ คร้นต่อมาไม่นาน ผมก็บังเอิญมีเร่องให้ต้อง




หลายปี ท่านฝึกสายตาผมโดยใช้ลูกมะกรูดสอนให้ผม ข้นไปหาสมัยฯ ท่กองออกแบบกลจักร ซ่งน้องเขาทางานอย ู่



นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔





สาเหตุก็คือว่านักเรียนรวมเหล่าของญ่ปุ่นกาลังจะมาดูงาน ต่อไปผ่าไปพูดถึงทหารบกเสียน “...ด้วย ร้อยเอก
ท่อู่ทหารเรือฯ ตามโครงการทัศนศึกษาประเทศในกลุ่ม ดอกเตอร์สมัย ใจอินทร์ ซึ่งส�าเร็จการศึกษาจากประเทศ


อาเซียน ซึ่งโรงเรียนรวมเหล่าโบไดจัดขึ้น อังกฤษ เป็นผู้ท่มีความรู้ความสามารถ...ฯลฯ” ก็ร้อยเอก







ในการน้ทางผู้บังคับบัญชาได้ลงคาส่งให้ นาวาเอก น่นน่ะ คือยศท่ใช้สาหรับทหารบกแท้ ๆ ทาไมถึงเอามาเรียก

ประเทือง ศรีสุข เป็นหัวหน้าควบคุมดูแลการต้อนรับ ทหารเรือก็ไม่รู้ แสดงว่าอาจารย์ท่านท่ลงนามมาคงไม่รู้




และบรรยายสรุปในฐานะท่เป็นเจ้าประจาสาหรับเร่องน ้ ี จักทหารเรือ
อยู่แล้ว เพราะว่าคณะไหนโรงเรียนอะไรก็ตาม เม่อไหร่ ผมเลยถือโอกาสน้เผยแพร่เสียเลยนะครับว่า


ท่มีการเดินทางมาเย่ยมชมอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า อันยศนนเราใช้เรียกไม่เหมือนกัน เช่น ทหารบกเรียก




“พี่เทือง” จะต้องมีชื่อร่วมอยู่ในการต้อนรับด้วยทุกครั้ง “ร้อยตรี” แต่ของทหารเรือเรียก “ เรือตรี “ ในท�านอง




สวนมากจะไดรับมอบหมายใหเป็นผบรรยายทงภาษาไทย เดียวกัน “ร้อยโท” กคือยศเดยวกบ “เรอโท” หรือ







และภาษาอังกฤษอยู่เสมอ “พันตรี” เท่ากับ “นาวาตรี” ดังนี้เป็นต้นครับ

คราวน้ก็เช่นกันเพียงแต่เบากว่าคร้งก่อน ๆ มาก กลับมาเข้าเร่องดอกเตอร์นักมวยต่อดีกว่า หลังจาก














เนองจากผ้เยียมชมเป็นเพยงนกเรยน ๓ นาย ในคาสง ท่รู้ว่าสมัยฯ ได้รับอนุมติให้ไปสอนหนังสือท่จุฬาฯ ได้
จึงกาหนดให้นายทหารระดับเรือเอกเป็นผู้บรรยายสรุป ผมก็แวะเวียนไปหาสมัยฯ บ่อยขึ้น เพื่อรับฟังบรรยากาศ



ภายใต้การก�ากับดูแลของ “ไกด์อาชีพ” อย่างพี่เทือง ในน้น รวมท้งยอมให้เขาแอบมองนิสิตสวย ๆ แทนผมด้วย



ทีน้บังเอิญว่าช่วงเวลาดังกล่าวพ่เทืองมีราชการอ่น เน่องจากสมัยฯ ยังโสด (จริง ๆ) แต่ก็ไม่ค่อยได้เร่องหรอกครับ




นาวาเอก พิสิษฐ์ จิตร์นุสนธ ผู้อานวยการกองโรงงานเรือเหล็ก เพราะสมัยฯ กลับมาเล่าอะไรก็ไม่รู้เป็นต้นว่าใครน่งหลับ





ซ่งเป็นผู้บังคับบัญชาท้งของพ่เทือง และของผม จึงมอบหมาย ส่งให้ไปว่งรอบตึก ใครคุยกันให้ยืนเรียน จนเด็กวิศวะ



ให้ผมไปปฏบติหน้าทแทน พดง่าย ๆ กคือไปเป็น รู้กันทั่วว่าอาจารย์ทหารเรือคนนี้ “เฮี้ยบ” เป็นบ้า







“หัวหน้าเด็ก” น่นเอง เพราะนายทหารท่มีช่อในคาส่ง เรื่องของสมัยฯ คงจะไม่สมบูรณ์นัก ถ้าจะไม่ได้เล่าถึง








ดังกล่าว นอกจากผมแล้วคนอื่น ๆ ก็เป็นรุ่นน้องของผม ปางทเขาเข้าไปเก่ยวข้องกบบริษัทยกษ์ใหญ่บรษทหนง







ทั้งสิ้น คือสมัยฯ ไดรับการทาบทามวาต�าแหนงรองผูอ�านวยการ






ดังน้เอง ผมจึงต้องข้นไปพบสมัยฯ ซ่งเป็นหน่ง ศูนย์วิจัยของบริษัทดังกล่าว ซ่งมีผลประกอบการ















ในคณะต้อนรับ เพ่อบอกกล่าวให้เขารู้เสียหน่อยว่า ปละหลายพนลานกาลงวาง และผอานวยการศนยฯ คนปจจบน



ผมได้รับมอบหมายให้มาแทน น.อ.ประเทืองฯ เน่องจากว่า กกาลงจะเกษยณอายในปีหน้า หากว่าไม่รงเกยจแล้ว





จะต้องมีการนาชมโรงงานต่อเรือเหล็ก และอาจจะต้อง ก็อยากจะขอเชิญไปทางานด้วย โดยทางศูนย์ฯ จะให้เป็น


มีการโม้เป็นภาษาญี่ปุ่นบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ รองผู้อานวยการก่อน และเขยิบเป็นผู้อานวยการ



ระหว่างท่น่งรอน้องในห้อง สายตาซอกแซก ในโอกาสต่อไป


ของผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือเชิญให้สมัยฯ ไปสอน “ทาไมเขาถึงจะมาอยากได้หมัยล่ะ” ผมอดสงสัย



หนงสอในจฬาลงกรณ์มหาวทยาลย แต่อ่านแล้วผม ไม่ได้


อดจะน้อยใจแทนด็อกเตอร์สมัยฯ น้อยใจแทนราชนาว ี “คือยังงี้พี่...” สมัยฯ เล่า “เพื่อนโรงเรียนเก่าของผม
ไม่ได้ว่า อันกิจการงานทหารเรือน้นไม่สู้จะเป็นท่รู้จัก คนหนึ่งที่ท�างานในนั้นมาขอประวัติของผมไปท�าหนังสือ



แพร่หลายแก่บุคคลภายนอกเลย อย่างหนังสือราชการ อนุสรณ์ ในฐานะศิษย์เก่าดีเด่นของโรงเรียนสันกาแพง




ท่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทามาน้น ข้นต้นอย่างดีว่า บังเอิญฝ่ายบุคคลของเค้ามาเห็นก็เลยทาบทามผ่านมา






“เรยนทานผบญชาการทหารเรอ...” แตพอเนือความ ทางเพื่อนอีกที”


นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔


“แล้วไง ตกลงกันได้มั้ย” ต้นฉบับท่ผมเขียนไว้ในพ็อกเก็ตบุ๊ก “ทีเด็ดนายเรือ” ของ



“น่ากลัวจะไม่ได้ครับ” สมัยฯ หัวเราะ “เพราะเค้า สานักพิมพ์บงกช วางจาหน่ายเม่อปี พ.ศ.๒๕๓๓ หรือ
บอกว่าจะออกค่าปรับให้ห้าล้าน ให้เงินเดือนอีกเจ็ดหม่น เม่อ ๓๐ ปีท่ผ่านมา ซ่งยังเป็นยุคท่หนังสือมีการวางจาหน่าย






โบนัสอีกสี่เท่า...” อย่างแพร่หลาย ไม่ล้มหายตายจากด้วยกระแสโซเชียล
ผมสะดุ้งโหยง เหมือนในยุคปัจจุบัน
“ฮ้า...ขนาดนั้นเลยเรอะ” เพ่อให้เร่องราวดังกล่าวมีความสมบูรณ์มากข้น



“ก็งั้นน่ะซิครับ” สมัยฯ อมยิ้ม “พี่นึกว่าเงินเดือน ตามวันเวลาท่ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน ผมจึงอยากจะเขียนต่อ




เจ็ดหม่นเยอะนักหรือไง ผมเคยรู้จักผู้จัดการโรงงาน เพ่อบอกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่ผมกับอดีตนักมวย

ประกอบรถเบนซ์ ได้เดือนละต้งแสน แถมบริษัท “รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง” หรือพลเรือโท สมัย ใจอินทร์

ยังออกค่าภาษีให้ด้วยซ�้า” รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มีความเก่ยวข้องกัน
“แสดงว่าเค้าให้เงินเดือนน้อยไปก็เลยไม่ออก ซึ่งแม้ผมจะไม่มีดีกรีดอกเตอร์เหมือนสมัยฯ และเกษียณ

ใช่มั้ย” อายุราชการด้วยยศ “พลเรือตรี” แต่เราก็มีโอกาสทางาน






“เปล่าหรอกพ่” สมัยฯ เผยความจริง “ท่ไม่ออก ร่วมกนอย่างใกล้ชดในหลายโครงการ อกทงยงเคยนอน


ก็เพราะทางบ้านผมไม่อนุญาต โดยเฉพาะพ่อผมบอกว่า ห้องเดียวกันตอนไปราชการ นั่งรถคันเดียวกัน หลายต่อ
ถ้าลาออกจากราชการล่ะก ให้ลาออกจากความเป็น หลายครั้ง


ลูกด้วย” โดยเฉพาะในช่วงท่เราเข้าโรงเรียนเสนาธิการ
“พ่อรักทหารเรือว่างั้นเถอะ” ทหารเรือ และวิทยาลัยการทัพเรือพร้อม ๆ กัน และ
“ก็ทานองน้นแหละครับ” อดีตนักมวยเก่าพยักหน้า เราทั้งคู่เป็นนายทหารนักเรียนที่ “เขียนใบลา” บ่อยมาก





“ไม่รู้ว่าพ่อผมไปสืบมาจากไหน ถึงได้รู้ว่าเจ้ากรมอู่ เพ่อไปทางานพิเศษตามท่กรมอู่ทหารเรือมอบหมาย





ทหารเรือของเราเป็นดอกเตอร์เหมือนกัน ท่านเลยบอก สงการ ซงทาให้เราสองคนยังคงมตาแหน่งในกรมอ่ฯ



กับผมว่า ...อยู่ ๆ ไปเถอะวะ เผื่อข้าจะได้ชื่อว่ามีลูกชาย แทนที่จะยายประจ�ากรมก�าลังพลทหารเรือ เชนเดียวกับ


เป็นเจ้ากรมอู่ทหารเรือกับเขาบ้าง” นายทหารนักเรียนท่วไป ส่วนใหญ่ภารกิจพิเศษขณะเป็น

ท้งหมดท่ผ่านสายตาคุณผู้อ่าน คัดลอกมาจาก นักเรียนของเราคือ เป็นนักวิจัยและพัฒนาของกรมอู่ฯ


พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ ถ่ายภาพร่วมกับผู้บังคับบัญชา กรมอู่ทหารเรือ และทีมงาน Bio Diesel
(ภาพเป็นคนที่ ๓ จากซ้าย)


นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

รถต้นแบบในการใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับ Bio Diesel ของกองทัพเรือ ผู้เขียน (พันทิวา) ขณะนั้นเป็นนาวาเอกพิเศษ


(กลิ่นควันเหมือนกลิ่นนามันมะพร้าว) ด้านหลังขวาของผู้เขียนคือ นาวาเอก สมัย ใจอินทร์

หลายโครงการ จนทาให้ “นาวาเอก ดอกเตอร์สมัยฯ” ได้ แต่ผมกได้รบคาสงจากเจ้ากรมอ่ฯ ในขณะนัน














รบรางวล “เกยรตยศนาว” ในเวลาตอมาอยางสมภาคภม ิ (พลเรือเอก ชูศักด เสนานิกรม และพลเรือเอก



หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อน โครงการก๊าซ พีระจิตร์ สุรักขกะ ตามลาดับ) ให้เข้าร่วมทีมวิจัยในฐานะ



ธรรมชาติและไบโอดีเซลของกองทัพเรือมีจุดเร่มต้น ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เน่องจากเป็นนักเขียนนามปากกา
มาจากงานวิจัยของสมัยฯ กับคณะ ส่วนผมถึงแม้จะมีดีกร ี “พันทิวา” และฉายแววว่าจะท�างานด้านสื่อมวลชนได้ดี

ด้านการต่อเรือจากประเทศญ่ปุ่น ซ่งไม่น่าจะเก่ยวอะไร จนกระท่งผมได้รับความกรุณาจากผู้บัญชาการทหารเรือ










กับงานวิจัยพัฒนานามันไบโอดีเซล ซ่งถือว่าเป็นของใหม่ (พลเรือเอก กาธร พุ่มหรัญ) ซงผมยังระลึกถึงพระคุณ








ในเวลาน้น และตามปั๊มนามันก็ยังไม่มีการจาหน่ายนามัน ไม่เส่อมคลายท่ท่านเลือกผมมาเป็นรองเลขานุการ

ไบโอดีเซลเหมือนในปัจจุบัน กองทัพเรือ ทางานด้านส่อมวลชนนานถึง ๓ ปี จนกลายเป็น



นายทหารพรรคกลินคนเดียวจวบจนวันน้ท่ได้รับ

การบรรจุในตาแหน่งดังกล่าว ซ่งท่ผ่านมารองเลขานุการฯ



ท่ดูแลงานประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือจะเป็นนายทหาร
พรรคนาวินมาโดยตลอด

ทุกวันน้ผมยังจาองค์ความรู้เก่ยวกับไบโอดีเซล





ท่ได้จากการทางานในทีมท่มีดอกเตอร์ สมัยฯ เป็นหัวหน้า
ซ่งเขาอธิบายกับผมแบบง่าย ๆ ว่า “ไบโอดีเซล คือ เช้อเพลิง



ท่ผลิตมาจากนามันพืช หรือไขมันสัตว์โดยผ่านกระบวนการ


ทางเคมีที่เรียกว่าทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น (Transesteri-
fication) เพื่อท�าให้ขนาดของโมเลกุลเล็กลง”


ในตอนเร่มต้นวิจัยเราใช้ “เมทานอล” ซ่งเป็น
แอลกอฮอล์ผสมกับนามันพืชเป็นตัวเร่งปฏิกริยาทรานฯ


โดยใช้อุณหภูมิสูงและสัดส่วนการผสม ๖ ต่อ ๑ จนถึง ๒๐

ต่อ ๑ ซ่งในยุคแรกกรมอู่ทหารเรือผลิตไบโอดีเซลได้วันละ
๒๐๐ ลิตร ต่อมาเราพัฒนาระบบการผลิตให้เป็นแบบ
พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ ขณะนั่งอ่านนิตยสารนาวิกศาสตร์


ฉบับเดือนกันยายน ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ที่ตีพิมพ์บทความเรื่องไบโอดีเซล “เซม-คอนทินิวอัส” สามารถเพ่มการผลิตได้ถึงวันละ
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔




๒,๐๐๐ ลิตรต่อวัน จนเรามีตู้จ่ายนามันไบโอดีเซล ให้มีบทบาทในการบรรเทาสาธารณภัยในคร้งมหาอุทกภัย
เหมือนสถานีบริการนามันเช้อเพลิงอยู่ในกรมอู่ทหารเรือ ปี พ.ศ.๒๕๕๔ และปีต่อ ๆ มา






อย่างน่าภาคภูมิใจ เร่องหน่งท่จะละเว้นไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ

นอกจากน้เรายังขยายผลไปสู่การส่งเสริมการปลูก เหตุการณ์ท่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

“เมล็ดสบู่ด�า” ในพื้นที่ของกองทัพเรือ เนื่องจากเป็นพืช มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประทับ


น�้ามันที่สามารถน�ามาผลิตเป็นไบโอดีเซลได้ ตอนนั้นเรา บนเรืออังสนาเพ่อเสด็จพระราชดาเนินไปยังคลองลัดโพธ ์ ิ











ได้พนททาแปลงสาธตในหน่วยบญชาการนาวกโยธน ซ่ง ดอกเตอร์สมัยฯ เข้าไปเก่ยวข้องด้วย กล่าวคือเม่อ


แต่เหนืออ่นใดก็คือ เราได้เข้าไปมีส่วนพัฒนาเคร่องต้นแบบ กองทัพเรือได้ทราบว่า ทรงมีพระราชดารัสเป็นการ


สาหรับใช้ในโครงการ “เอทธิลเอสเทอริฟิเคช่น” ส่วนพระองค์ว่า “ถ้าเรอองสนาใช้ไบโอดเซล ๑๐๐









นามันพืชในโครงการส่วนพระองค์ท่สวนจิตรลดา ซ่ง ฉันจะไปลงเรือ” กองทัพเรือจึงมอบหมายให้ดอกเตอร์สมัยฯ




ในวันท่โครงการเสร็จสมบูรณ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ซงทาโครงการนมาตงแต่ต้น เร่งรัดในการพัฒนา




ในขณะน้น (พลเรือเอก ชุมพล ปัจจุสานนท์) ได้นา เพ่อสนองพระราชประสงค์ จนในท่สุดคืออังสนาก็สามารถ




คณะทางานท้งหมดเข้าร่วมในการรับเสด็จฯ สมเด็จ ใช้ไบโอดีเซลได้ ๑๐๐ เปอร์เซนต์



พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เม่อได้ทราบถึงพระราชกระแสดังกล่าว ดอกเตอร์





สยามบรมราชกุมาร ณ โรงผลิตดังกล่าว นับเป็นอีก สมยฯ จึงเป็นหวเร่ยวหัวแรงในการนาทมเข้าปรบแต่ง





เหตุการณ์หนึ่งที่ดอกเตอร์สมัยฯ เป็นผู้ขับเคลื่อนในนาม ระบบเคร่องจักรของเรืออังสนา จนสามารถใช้นามันไบโอ
กองทัพเรือโดยตรงจนกระทั่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ ดีเซล B-100 ท้งเคร่องซ้ายและเคร่องขวาได้ตามพระราช



จากน้นกรมอู่ทหารเรือก็ริเร่มการใช้รถตู้และรถเก๋ง ประสงค์ และทาให้พสกนิกรได้เห็นภาพการเสด็จประทับ




ไบโอดีเซล ขออนุมัติกองทัพเรือใช้รถโดยสารไบโอดีเซล บนเรืออังสนาถึง ๒ คร้ง ในช่วงปลายรัชสมัยของพระองค์


จนกระท่งขยายไปสู่การใช้น้ามันไบโอดีเซลกับเรืออังสนา แม้ในตอนน้นผมจะย้ายออกจากกรมอู่ทหารเรือ





ซ่งเป็นเรือรับรองของกองทัพเรือ ย่งไปกว่าน้นดอกเตอร์สมัยฯ ไปเป็นรองเลขานุการกองทัพเรือ แต่ก็ยังได้มีส่วนเก่ยวข้อง


ยงเจรจากบกระทรวงพลงงานจนได้รบมอบพาหนะ ในภารกิจสาคัญร่วมกับดอกเตอร์สมัยฯ โดยผมรับข้อมูลจาก




ป้ายแดงใหม่เอ่ยม ๖ คัน มาให้กรมอู่ทหารเรือไว้ใช้กับ ดอกเตอร์สมัยฯ ในการเผยแพร่ต่อส่อมวลชนเก่ยวกับการใช้



น�้ามันไบโอดีเซลอีกต่างหาก B-100 กับเรืออังสนา รวมทั้งในคร้งท่สองซ่งพระบาทสมเด็จ


ในช่วงเวลาน้นมาจนกระท่งถึงปัจจุบัน ทหารเรือ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช




ท่ช่อ “ดอกเตอร์สมัยฯ” เป็นท่รู้จักในแทบทุกวงการของ บรมนาถบพิตร ฉลองพระองค์ในเคร่องแบบทหารเรือ






ประเทศไม่เว้นแม้แต่ “นักการเมือง” ท่เป็นท้งรัฐบาลและ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ

ฝ่ายค้าน เพราะหลายคนขณะเป็นรัฐมนตรีหรือเม่อ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผมได้รับมอบหมายให้จัดทา





การเมืองเปล่ยนข้วหลุดจากตาแหน่งไปเป็นสมาชิกสภา สูจิบัตรเพ่อทูลเกล้าฯ ถวายเม่อเสด็จลงเรือโดยมีเวลา


ผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้าน ต่างก็เคยติดต่อประสานงานกับ ๓ วัน ในการคิดและออกแบบว่าเน้อหาของสูจิบัตร
ดอกเตอร์สมัยฯ ในเร่องพลังงานตลอดจนงานวิจัย ควรจะประกอบด้วยข้อมูลใดบ้าง รูปร่างหน้าตาของสูจิบัตร

พัฒนาทั้งสิ้น รวมทั้ง ดอกเตอร์สมัยฯ ยังท�างานร่วมกับ ควรจะเป็นแบบใด
ดอกเตอร์รอยล จิตรดอน ผู้อานวยการสถาบันสารสนเทศ ขออนุญาตเล่าเป็นเกร็ดแทรกไว้สักนิดว่า ผมได้รับ




ทรัพยากรนาและการเกษตร และท�าข้อตกลงกับองค์การ คาส่งดังกล่าวตอนบ่ายวันพุธช่วงหลังงานของผมเสร็จส้น


มหาชน เพ่อพัฒนางานเรือผลักดันนาของกองทัพเรือ และเสนอให้ผู้บัญชาการทหารเรือพิจารณาอนุมัต ท่านได้




นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

พลเรือโท สมัย ใจอินทร์
รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ


ปรับแก้ลงมาในบ่ายวันศุกร์ ผมกับเจ้าหน้าท่น่งทาต่อ กันต่อ เม่อผมย้ายออกจากกรมอู่ทหารเรือเราสองคน







จนคาเช่นเดียวกับพนักงานของกองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณ ต่างก็ได้รับตาแหน่งสูงข้นเป็นลาดับ สมัยฯ ยังคงอยู่




ทหารเรือ ซ่งเย็บไหมหุ้มปกด้วยมือพร้อมติดสัญลกษณ์ ในกรมอู่ทหารเรือเช่นเดม ขณะท่ผมอยู่กรมการขนส่ง





ราชนาวีสีทองเพ่อให้งานพร้อมใช้ก่อนเท่ยงวันเสาร์ ทหารเรือ จนกระท่งผมกลับกรมอู่ทหารเรือจงมโอกาส
ส�าหรับเตรียมรับเสด็จฯ ในตอนเย็น ได้ท�างานร่วมกันโดยตรงอีกครั้ง

แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น แต่สิ่งที่สร้าง กล่าวคือ ผมเป็นผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายแผน



ความปล้มปีติให้แก่คณะจัดทาสูจิบัตรก็คือ ในเช้าวัน ดอกเตอร์สมัยฯ เป็นผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายผลต เราช่วยกัน


อาทิตย์หนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ตีพิมพ์ภาพหน้า ๑ รับผิดชอบการซ่อมบารุงเรือ และเตรียมความพร้อมให้เรือ
เป็นพระอิริยาบถของท้งสองพระองค์ขณะเปิดดูสูจิบัตร ทุกประเภท โดยเฉพาะกองเรือผลักดันน�้าซึ่งเป็นกองเรือ





ปกไหมติดสัญลักษณ์กองทัพเรือ ท่กองทัพเรือจัดทา เล็ก ๆ ท่เราสถาปนาช่อข้นมาเอง เพ่อให้ลูกน้องภาคภูมิใจ





ข้นทูลเกล้าฯ และในเวลาต่อมาภาพน้นถูกนาไปขยาย หายเหน่อยจากการท่ต้องเดินทางไปปักหลักช่วยเหลือ



ใส่กรอบติดไว้ท่กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ พี่น้องประชาชนในทุกครั้งที่เกิดอุทกภัย



ด้วยความภาคภูมิใจว่าส่งท่ข้าราชการและลูกจ้างของ การท่ผมกับสมัยได้กลับไปยังอู่ทหารเรือ

กองโรงพิมพ์ฯ ช่วยกันจัดทาน้น “ถึงพระเนตรพระหัตถ์” พระจลจอมเกลาซ่งเป็นเสมือน “บ้านเก่า” ท่เราได้พบกัน








ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล คร้งแรกสมัยท่เป็น “เรือเอก” ด้วยกันท้งคู่ ถือได้ว่า



อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นเสมือนส่อท่แสดงถึง เป็นช่วงเวลาของการทางานท่ทาให้มิตรภาพความผูกพัน




ความจงรักภักดีต่อสถาบันโดยตรง ทาให้ความเหน่อยยาก ความเป็นพี่น้องของเราแนบแน่นมากที่สุด

เคร่งเครียดมลายหายไปในบัดดล ซ่งโอกาสเช่นน้คงหา หลังพ้นหน้าท่ดังกล่าว เราแยกจากกันอีกคร้งเม่อ




ไม่ได้อีกแล้ว ดอกเตอร์สมัยฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ

กลับมาทเร่องของอดตนักมวยจากเมองเหนอ ให้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการอู่ทหารเรือธนบุร ส่วนผม









นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔



ดารงตาแหน่งเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ แต่เรายัง “พระมหาชนก” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

คงสนับสนุนงานของกันและกันด้วยดีเสมอมา โดยสมัยฯ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซ่งทรงสอน
ช่วยผลิตทุกอย่างซ่อมแซมทุกส่งให้กรมวิทยาศาสตร์ฯ ให้พสกนิกรของพระองค์ยึดม่นในความเพียร ไม่ท้อถอย


ตามที่ผมร้องขอด้วยวาจาในทันที เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปให้ได้




จนกระท่งปีสุดท้ายท่ผมรับราชการ ดอกเตอร์สมัยฯ ฉากชีวิตของรุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง คือส่งท่พิสูจน์
ด�ารงต�าแหน่ง “เจ้ากรมพัฒนาการช่าง” ขณะที่ผมเป็น ให้เห็นว่า อนาคตและความใฝ่ฝันคือส่งทเราสามารถ










รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ ซ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาคนหน่ง ึ ทาให้เป็นจริงขนมาด้วยตัวเราเองได้ และการยดมนใน
ของกรมพัฒนาการช่าง แต่เราสองคนก็ยังเปี่ยมไปด้วย ความดีด้วยการคิดถึงส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตน
มิตรภาพที่มีให้กันเช่นเดิม อีกทั้งยังมีเวลาพบกันมากขึ้น จะเป็นปัจจัยหน่งท่ส่งเสริมสนับสนุนให้เราก้าวไปสู่ความ





เพราะบ้านพักที่สัตหีบของเราอยู่ใกล้กัน สาเร็จสมดงทใฝ่ฝันไว้เหมอนเช่นท่ดอกเตอร์สมยฯ




หลังจากผมเกษียณอายุราชการ ดอกเตอร์สมัยฯ ได้รับ ได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าทุกส่งท่เขาทาล้วน



พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็น “พลเรือโท” แล้วแต่เป็นไปเพ่อส่วนรวมคือ กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ




ในตาแหน่งรองผู้บัญชาการกองเรอยุทธการ แต่กระน้น และประเทศชาติ
ดอกเตอร์สมัยฯ ก็ยังเป็น “จิตอาสา” กลับมาช่วยงานของ ในแง่ของวงการมวย “รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง” คงเป็น








กรมอู่ทหารเรือ เพ่อสานต่องานท่ตนเองริเร่มไว้เม่อคร้ง ั นกชกคนแรกและคนสดท้ายทก้าวลงจากเวทผนผ้าใบ



เป็นผู้อานวยการอู่ทหารเรือธนบุร และเป็นเสมือน อาลากล่นสาบนวมไปสู่ความรุ่งโรจน์และเกียรติยศ “สูงสุด”



“ครูใหญ่” ของนายทหารรุ่นน้องและช่างสาขาต่าง ๆ ชนิดที่ไม่มีนักมวยคนใดบนแผ่นดินนี้ท�าได้มาก่อน
ที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา ส่วนในแง่ของวิชาชีพพรรคกลินของกองทัพเรือ

ในวันน้แม้ดอกเตอร์สมัยฯ จะเหลือเวลารับราชการ พลเรือโท ดอกเตอร์สมัย ใจอินทร์ รองผู้บัญชาการ

เพียงแค่ ๑ ปี แต่ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าเขาจะเป็นหลักชัย กองเรือยุทธการ คนปัจจุบัน คือแบบอย่างของ



ของทหารพรรคกลินท่มีความรู้ทางช่างเป็นวิชาชีพ นายทหารพรรคกลินท่ใช้ความรู้ความสามารถตลอดจน


อันจะยังประโยชน์ให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาต ิ ประสบการณ์ได้อย่างคุ้มค่ามากท่สุด ชนิดท่ไม่อาจคาดเดา
ได้เป็นอย่างดี และผมก็มั่นใจด้วยว่าภาระหน้าที่ของเขา ได้ว่าในวันข้างหน้าเราจะมีองค์บุคคลเปี่ยมคุณภาพเช่นน ี ้
จะมิได้สิ้นสุดลงในวันที่เขาเกษียณอายุราชการ อีกหรือไม่

เพราะผมแน่ใจว่าอดตยอดมวยจากสนกาแพงผ้น ้ ี เคยมีคากล่าวว่า กองทัพเรือใช้เวลา ๓ ปีในการ




จะต้อง “ได้รับเชิญ” ให้ไปทางานกับหน่วยงานเอกชน ต่อเรือรบล�าหนึ่ง และใช้เวลา ๓๐๐ ปี ในการสร้างขนบ


หรือภาครัฐในฐานะนักวิจัยพัฒนา หรือเป็นที่ปรึกษาคน และสืบสานไว้ซ่งแบบธรรมเนียมทหารเรือ นายทหาร


สาคัญ ท้งน้ก็ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ท่มีอยู่ นอกราชการอย่างผมซ่งเป็นผู้เขียนเร่องน้ได้แต่หวังว่า








รวมท้งผมเช่อว่า พลเรือโท สมัยฯ จะต้องทางานต่อ ในวันข้างหน้ากองทัพเรือคงจะสร้างบุคลากรทรงคุณค่า

ในฐานะกาลังพล “จิตอาสา” ตามพระราโชบายของ เช่น พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ ให้เกิดข้นคนแล้ว



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ๑๐ อย่างแน่นอน คนเล่า โดยไม่ส้นสุด เพ่อให้บุคลากรเหล่าน้นร่วมกัน






ผมหวังเป็นอย่างย่งว่าเร่องราวท้งหมดท่ผ่านสายตา ขับเคล่อนภาระหน้าท่ของกองทัพเรือและราชนาว ี







คุณผู้อ่านคงจะเป็นส่งท่ยืนยันถึงคากล่าวท่ว่า “ทุกสรรพส่ง อนหมายถง “นาวของสถาบันพระมหากษตรย์” และ






ย่อมมีท่มา” และ รุ่งสมัย ก.ชัยสร้าง คือแบบอย่างของความ “ทหารเรือของพระราชา” ให้ด�ารงอยู่... ตราบนิรันดร์


มานะบากบ่นและความเพียรดังเช่นบทพระราชนิพนธ์
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔


Click to View FlipBook Version