The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรือดำน้ำไทยจะไปทางไหน
พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-01-04 21:47:06

เรือดำน้ำไทยจะไปทางไหน

เรือดำน้ำไทยจะไปทางไหน
พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว

“ผมเป็นคนจมเรือฟริเกตอินเดีย” ทาสนิมคุยให้ฟังว่า ขณะเป็นนาวาตรีเขาเป็น








นาวาโทชาวปากีสถาน ทาสนิม (Ahmad Tasnim) ผบงคบการเรอดานา PNS Hangor, S – 131 ของกองทพเรอ








บอกกบผ้เขยนวันหน่งขณะเรยนร่วมกันในหลกสูตร ปากีสถาน ปลายปี พ.ศ.๒๕๑๔ เกิดสงครามระหว่าง
Command ของ US Naval War College ท่เมือง อินเดียกับปากีสถานทาให้เขาได้ปฏิบัติการจริงในฐานะ


นิวพอร์ต รัฐโรดไอแลนด์ รุ่น ค.ศ.๑๙๗๔ - ค.ศ.๑๙๗๕ นักเรือด�าน�้ายามสงคราม


หลักสูตรน้ใช้เวลา ๑๑ เดือน นักศึกษารุ่นน ี ้ ภายหลังสงครามโลกคร้งท่สองจบลง อังกฤษก็มอบ



เป็นนายทหารเรือนานาชาต ๓๘ คน ชาติละ ๑ คน เอกราชให้แก่อินเดียและปากีสถาน ซ่งอินเดียเป็นเมืองฮินด ู










ช้นยศนาวาโทและนาวาเอกท่จานวนแต่ละช้นยศ ขณะทปากสถานเปนเมองอสลามและมภมหลงไมลงรอยกน







มีจานวนพอ ๆ กัน ผู้เขียนจบการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการ มาแต่เก่าก่อน ความไม่พอใจต่อกันเมื่อได้เอกราชทวีคูณ
ท่พระราชวังเดิม รุ่น พ.ศ.๒๕๑๑ - พ.ศ.๒๕๑๒ ได้ผลการเรียน จากการท่อังกฤษแบ่งดินแดนท่บางรัฐน่าจะเป็นของอินเดีย










ลาดบทสาม พอเป็นนาวาโทกมีคาสงกองทพเรอ แต่กลับเป็นรัฐของปากีสถาน และรัฐของปากีสถาน






ให้ไปศกษาหลกสตร Long Course ทสหรัฐอเมริกา เป็นของอินเดีย รัฐท่มีปัญหามากท่สุดคือแคชเมียร์










จึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาวาโททาสนิม ท่ท้งสองฝ่ายต่างส่งกาลงทหารแย่งพ้นท่กัน เกิดสงคราม

โดยท่เป็นชาวเอเชียด้วยกันและทาสนิมชวนเล่น แย่งแคชเมียร์คร้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๙๑ และคร้งท่สอง




กีฬาสควอช ซึ่งมีห้องสควอช ๒ ห้องอยู่ในโรงพละศึกษา ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ ซ่งสหประชาชาติไกล่เกล่ยให้หยุดยิงกัน

ของวิทยาลัย ผู้เขียนเล่นเทนนิสอยู่และไม่เคยเล่น ปากีสถานน้นเมื่อได้เอกราชแบ่งประเทศเป็น

สควอชเลย แต่เป็นกีฬาที่ใช้แร็กเก็ตและลูกบอลกลม ๆ ปากีสถานตะวันตกและปากีสถานตะวันออก (ปัจจุบัน
เหมือนกันจึงเล่นกับเขาได้ เล่นใหม่ ๆ ก็แพ้เกมเขาตลอด เป็นบังกลาเทศ) โดยมีอินเดียค่นกลาง พลเมืองปากีสถาน

แล้วเรมชนะบ้างในภายหลัง ผ้เขียนกับทาสนิม ตะวันออกเป็นอิสลามกับฮินดูประมาณ “คนละคร่ง” ในปี





จึงสนิทสนมกัน ดีท่การศึกษารุ่นน้ไม่มีนายทหารจากอินเดีย พ.ศ.๒๕๑๓ มีการเลือกตั้งทั่วไปทั้งที่ปากีสถานตะวันตก







ที่หากมีก็จะเป็นคู่อริกันในที เหมือนนายทหารอิสราเอล และตะวนออก พรรคการเมองทชนะการเลอกตง

กับชาติอาหรับหลายคนท่เคยทาสงครามกันมาหลัด ๆ ในปากีสถานตะวันออกมีนโยบายให้เป็นประเทศอิสระ


แล้วมาเรียนร่วมกันแต่หมางเมินต่อกัน จากเมืองแม่ ปากีสถานตะวันตกส่งกาลังทหาร ๓ กองพล

นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔








เม่อปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๔ เพ่อเสริมกาลังใน สิบส่ปีต่อมาก็ม Submarine Operation คร้งท่สอง


การปราบจลาจล เกิดเป็นสงครามกลางเมืองในปากีสถาน เกิดข้นในสงครามฟอล์กแลนด์ เม่อทหารอาร์เจนตินา


ตะวันออก ทาให้มีผู้ล้ภัยเข้าไปในอินเดียประมาณ ๑๐ เข้ายึดหมู่เกาะ South Georgia และ Falkland ในวันท ๑๙


ล้านคน คาดว่าสงครามกลางเมืองมีผู้เสียชีวิตอาจถึง มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ใกล้บ้านตน แต่เป็นของอังกฤษต้งแต่

๑ ล้าน ๕ แสนคน ยุคล่าอาณานิคม อังกฤษตัดสินใจใช้กาลงยึดคืนและได้ต้ง



รัฐบาลอินเดียเดินสายยังต่างประเทศว่าอินเดีย กองเรือเฉพาะกิจ มีเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก ๒ ล�า




เดือดร้อนและขอให้ต่างชาติช่วยเจรจาให้สงครามกลางเมือง เป็นแกนนากองเรือผิวนาท่บรรทุกกาลังยกพลข้นบกและ







ปากีสถานตะวันออกจบลงแต่ไม่เป็นผลสาเร็จ กองทัพ เรือดานาเคร่องจักรใหญ่นิวเคลียร์ HMS Conqueror

อินเดียจึงเคล่อนเข้าสู่ปากีสถานตะวันออกและด้านตะวันตก ไปด้วย กองเรือต้องเดินทางเป็นระยะทาง ๘,๐๐๐ ไมล์


ที่แคชเมียร์ ทหารอินเดียใช้เวลาเพียง ๑๓ วันก็มีชัยชนะ จากเกาะอังกฤษลงใต้ไปยังยุทธบริเวณแล้วเร่มส่งกาลัง


ทางตะวนออก แต่ทางตะวนตกทมกาลงทัดเทยมกัน ขึ้นบกวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๕ หรือ ๖๐ วัน






ต่างฝ่ายต่างใช้กาลังท้ง ๓ เหล่าทัพอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากอาร์เจนติน่ายึดเกาะเป็นการสงครามเตมรปแบบ





วันท ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๔ เรือดานาฮันกอร์ใน ทุกมิต เพ่อความปลอดภัยของการปฏิบัติการทางบก







บังคับบัญชาของ นาวาตรี ทาสนิม อันเป็นเรือด�าน�้าชั้น ทหารเรืออังกฤษประกาศให้พ้นท่รัศม ๓๗๐ กิโลเมตร


Daphne จากฝร่งเศสท่มีท่อตอร์ปิโดท่หัวเรือ ๘ ท่อ และ (๒๓๐ ไมล์) รอบหมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นพื้นที่ห้ามเข้า




ท่ท้ายเรือ ๔ ท่อ เวลาประมาณ ๑๙๐๐ ขณะลาดตระเวน (Exclusion Zone) แต่เรือดานาอังกฤษตรวจพบเรือ




นอกฝั่งบอมเบย์ตรวจพบเรือฟริเกตอินเดีย ๒ ลา เวลา ลาดตระเวน Belgrano ของอาร์เจนตินาอันเป็นเรือเก่า

๑๙๕๗ ยิงตอร์ปิโดถูกเป้าเรือ INS Kirpan แต่ไม่ระเบิด จากสหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยเรือพิฆาต ๒ ลา เข้าใกล้


ยิงลูกท่สองถูกเรือ INS Khukri เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ระยะ ๖๔ กิโลเมตร (๔๐ ไมล์) จากขอบพ้นท่ห้ามเข้า



จนเรือจมลงอย่างรวดเร็วซ่งลูกเรือคูห์คร ๑๙๔ คน ซ่งทางอังกฤษเห็นว่าเป็นอันตรายต่อกองเรือเฉพาะกิจ



เสียชีวิตเกือบหมด อันถือว่าเป็น “ปฏิบัติการเรือด�าน�้า” ทางกรุงลอนดอนจึงมีคาส่งให้จมเรือเบลกราโนโดย
ครั้งแรกภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เรือด�าน�้า
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔





เรือคองเควอเรอร์ใช้ตอร์ปิโด Mark 8 Mod 4 จัดทาโครงการป้องกันประเทศทางด้านทะเลข้น ซ่งเสด็จเต่ย

จ�านวน ๓ ลูก ยิงเรือเบลกราโน ในวันที่ ๒ พฤษภาคม ทรงจัดทาโครงการเสร็จในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๘
พ.ศ.๒๕๒๕ เวลา ๑๕๕๗ และยิงตอร์ปิโด ๒ ลูก ถูกเป้า ให้ชื่อโครงการว่า “ระเบียบจัดการป้องกันฝ่ายทะเลโดยย่อ”
เรือลาดตระเวนที่จมลงภายใน ๒๐ นาที ลูกเรือเสียชีวิต (พระองค์มิได้ทรงลงลายพระหัตถ์ “วันท่” ในโครงการ)






ทันทีราว ๒๗๕ คน ท่จริงเรือดานามีตอร์ปิโดรุ่นใหม่ แล้วทรงเสนอเร่องต่อกรมขุนนครสวรรค์ฯ โดยระเบียบ


Tigerfish ที่วิ่งหาเป้าได้เอง (homing) แต่เชื่อถือรุ่นเก่า มความยาวประมาณ ๖ หน้ากระดาษ ซงข้อความ

มากกว่า (Battle at Sea, R. G Grant ) ต้นระเบียบตอนหนึ่งว่า “ส่วนโปรแครมนี้เป็นโปรแครม


อาวุธ old but reliable เป็นบทเรียนที่ได้บทหนึ่ง ช้นต้น ตามรับส่งให้เป็นแต่เพียงป้องกัน ถ้าต่อไปภายหน้า


น่นก็เป็นปฏิบัติการเรือดานาแบบ “งานหลัก” เมื่อได้ราคาเรือปืน และเครื่องใช้สอยเสร็จแล้ว จึงจะท�า








ของเรือดานา คือ การโจมตีลิดรอนกาลังข้าศึกท่กระทามา สกีมใหญ่ต่อไปได้”

ต้งแต่มีเรือดานาร่วมในการสงครามทางเรือ แต่คุณสมบัต ิ ข้อความข้นต้นของระเบียบถือได้ว่าเป็น “ยุทธศาสตร์






ของเรือดานาอาจพลิกแพลงการปฏิบัติการจากงานหลัก ทางเรือ” กล่าวนาไว้ว่า “ใช่จะจัดกองทัพเรือออกไปต่อต ี



ได้อีกหลากหลายงาน เช่น ระหว่างสงครามกลางเมืองสเปน ประเทศอ่นหามิได้ เป็นแต่เพียงรักษาอ่าวมิให้ข้าศึก
พ.ศ.๒๔๘๐ - พ.ศ.๒๔๘๑ มีเรือล�าเลียงของฝ่ายเสรีนิยม ล่วงลาเข้ามาต้งม่น (base) ตามชายทะเลหรือเกาะ









ของสเปนถูกเรือดานาไม่ทราบสัญชาติยิงจมหลายลา ในระหว่างต้งแต่เกาะจวน (เกาะจวงในปัจจุบัน) กับ
อันเป็นการตัดทอนกาลังฝ่ายเป้าหมาย (ต่อมาพิสูจน์ สามร้อยยอดเข้ามา แต่ว่าจะป้องกันเท่านั้นก็ใช่ที่ เพราะ



ได้ว่าเป็นเรือดานาอิตาลีท่สนับสนุนฝ่ายขวาของสเปน การป้องกันไม่ว่าบกหรือเรือต้องอาศัยรุกตีบ่อย ๆ เช่นกับ


(Gunboat Diplomacy, James Cable) หรือเช่น ยั่วหรือตอแยอยูเสมอ ๆ ไมใหขาศึกเขามาตั้งตัวไดใกล ๆ








เรือดานาอังกฤษดานานอกฝั่งฝร่งเศสในการหาข่าวก่อนการ จึงจะได้ “กล่าวคือ เป็นยุทธศาสตร์ทางรับ แต่รุกทาง






ยกพลข้นบกท่นอร์มังด ระหว่างสงครามโลกคร้งท่สอง ยุทธวิธีบางโอกาสของทหารเรือไทยยุคนั้น











ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๗ หรืออย่างเช่นเรือดานา โครงสร้างกาลังทางเรือของเสด็จเต่ยในคร้งน้น นอกจาก






สหรฐอเมรกาลอบวางท่นระเบดบรเวณเกาะลาน เกาะรน การสร้างป้อมในล�าน�้าเจ้าพระยาและทุ่นระเบิดแล้ว ก็มี



และหน้าอ่าวสัตหีบ หรืออย่างเช่นเรือดานาอังกฤษส่งสมาชิก เรือรบ ๔ ชนิดคือ เรือชนิด ย. เป็นเรือชนิด Coast







เสรีไทยข้นบกทางฝั่งทะเลอันดามันในสงครามโลกคร้งท่สอง Defence ท่ว่าเป็นเรือปืนหุ้มเกราะขนาดประมาณ ๒,๐๐๐ ตัน
สุดแต่ความคิด “สร้างสรรค์” หรือ “คิดนอกกรอบ” เรือชนิด ร. หรือเรือปืนเบาขนาดราว ๙๐๐ ตัน เรือชนิด ล.

ของนักวางแผนการรบทางเรือ ท่ถือได้เป็นเรือตอร์ปิโดใหญ่ และเรือชนิด ว. เรือตอร์ปิโดเล็ก


ทางทหารเรือไทยต้งแต่เร่มเป็นทหารเรือสมัยใหม่ ไม่มีเรือด�ำน�้ำอยู่ในโครงกำร

การจัดต้ง “กรมทหารเรือ” ในปี พ.ศ.๒๔๓๐ ไม่ปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยก


มีการก�าหนด “โครงสร้างก�าลังรบ” (Force Structure) ฐานะกรมทหารเรือข้นเป็นกระทรวงทหารเรือ (Admiralty)

แต่อย่างใด มีแต่การซ้อเรือรบตามโอกาสและตามเงิน ในวันท ๑๑ ธันวาคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) โดย



ที่มีอยู่ เช่น เรือมกุฎราชกุมาร (ล�าที่หนึ่ง) ที่มีผู้สั่งสร้างที่ กรมขุนนครสวรรค์ฯ เป็นเสนาบด มีการแต่งต้งคณะกรรมการ







อู่ฮ่องกงของอังกฤษ แล้วผู้ส่งสร้างไม่มารับ ทางไทยก็ไปขอ จัดทา “โครงกำรสรำงกำลงทำงเรอฉบบสมบรณ” โดย





ซอเรอมาในรชสมัยรชกาลท ๕ ในราว ร.ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗) เสด็จเต่ยทรงร่วมเป็นกรรมการด้วย โครงการน้มีพ้นฐาน









สันนิษฐานว่า สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต จากระเบียบจัดการป้องกนฝ่ายทะเลโดยย่อ ในรัชสมัย
จะทรงขอให้กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด (เสด็จเต่ย) รัชกาลท ๕ ท่เสด็จเต่ยฯ ทรงร่างข้น ซ่งเป็นโครงการใหม่










นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔




มีความยาวถึง ๖๓ หน้ากระดาษพิมพ์ มีคากล่าวนาว่า ลอบทาลายเรือใหญ่ของข้าศึก แต่ยังกล่าวให้ชัดเจน




“เป็นโครงการท่มีความสมบูรณ์เต็มท กล่าวถึงวิธีการ ไม่ได้ เพราะยงไม่เคยลงแลลอง แต่ทพดถงด้วยน ้ ี




ทาศึกสงครามทางเรือในทะเล ความคิดในการป้องกัน โดยเห็นว่าต่อไปภายน่า กระบวนศึกสงครามจะต้องใช้


ประเทศ การจัดก�าลัง คุณสมบัติของเรือ และจ�านวนเรือ เปนม่นคง ให้ช่อเรือประเภทน้ว่า “เรือ ส.” ต้องการ ๖ ลา






ท่ต้องใช้ ฯลฯ ตลอดจนการกาหนดงบประมาณท่จะใช้ แต่ไม่ได้ประมาณราคาไว้ และไม่ได้จัดไว้ในค่นการ

ตามโครงการนี้ทั้งหมด” จัดหา เพราะเหตุว่ายังไม่ได้ไต่สวนแน่นอนว่าจะใช้ได้ใน
วัตถุประสงค์ของโครงการในการสร้างกาลังทางเรือ ประเทศน้เพียงใด” (โครงการบอกยุทธศาสตร์ทางเรือว่า










บอกไว้ว่า “ในการท่จะดาริจัดสร้างกองทัพเรือน้น ในอนาคตต้องมีเรือดานาสาหรับใช้ทาลายเรือใหญ่




เอาเป็นการเดดขาดได้ว่า สร้างเรอสาหรบป้องกนภย แต่ขาดความรู้และประสบการณ์ว่าประเทศไทยจะใช้








ไม่ใช่สาหรับไปท้าทายต่อยุทธ์กับประเทศอ่น นอกจาก เรอดานาอยางไรใหไดประสทธผล - ผเขยน )








พระราชอาณาเขตร์” น่นก็คือ ยุทธศาสตร์ทางเรือ ทั้งนี้ กำรกล่ำวถึงกำรมีเรือด�ำน�้ำครั้งแรกของไทย

ในโครงการรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ นั่นเอง มีขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๕๓ ในนำมของ เรือ “ส”

ตามโครงการแบ่งกาลังกองทัพเรือออกเป็น ต่อมาในวันท่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ รัชกาล


“๒ กองทัพ” ท ๖ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เสดจเตยออกจากประจาการ





กองทัพที่ ๑ ส�าหรับป้องกันปากน�้าต่าง ๆ กันไม่ให ้ (ข้องพระทัยจากการท่มีนายทหารเรือเมาสุราแล้วกล่าว





ข้าศึกล่วงเข้ามายาย มเรอ ๓ ประเภท คอ เรือมีอาวุธ ทานองจะกบฏจนเข้าพระเนตรพระกรรณ) แล้วจ้าง



ปืนใหญ่ เรือวางทุ่นระเบิด และเรือสืบเหตุในแม่น�้า นาวาเอกชาวสวีเดน ชไนด์เลอร์ (J. Schneidler) มาเป็น



กองทัพที่ ๒ เป็นเรือลาดตระเวนทางทะเล ส�าหรับ ท่ปรึกษาการทหารเรือซ่งได้เสนอโครงสร้างกาลังทางเรือ



ว่งผ่านข้าศึกเข้าออก เม่อมีโอกาสก็โจมตีข้าศึก ด้วยมีเรือ สาหรับป้องกันประเทศ ในวันท ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕


๕ ประเภท คือ เรือพิฆาตขนาดใหญ่ (ออกไปลาดตระเวน กล่าวถึง เรือด�ำน�้ำ ว่า “เป็นเรือที่ดีมำกส�ำหรับป้องกัน
ได้ถึงปากนาไซ่ง่อน) เรือพิฆาตขนาดเล็ก เรือตอร์ปิโด กรุงเทพฯ แต่จะผ่ำนเข้ำออกสันดอนล�ำบำก ถ้ำจะเก็บไว้




ช้นท ๒ (เรือตอร์ปิโดเล็ก) เรอดำนำ และเรือลาเลียง ในแม่น้ำก็ไม่คุ้มค่ำ ควรมีเรือด�ำน้ำ ๘ ล�ำ ส�ำหรับประจ�ำ











(ดูเหมือนว่ากล่นอายจากกองเรือฝร่งเศสท่ไซ่ง่อนมา อยู่กับกองเรือท่จันทบุรี” แต่เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

ปิดอ่าวและส่งเรือรบ ๓ ลาเข้ามาจอดหน้าสถานทูต ไม่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง (ชไนด์เลอร์ไม่ได้พูดถึงเร่อง



ฝร่งเศสในแม่นาเจ้าพระยา ร.ศ.๑๑๒ เป็นเหตุและผล การเงินและเสนอมีเรือถึง ๘ ล�า อาจตามประสาที่สวีเดน


ของโครงการสร้างก�าลังทางเรืออยู่มาก – ผู้เขียน) สร้างเรือด�าน�้าได้เอง – ผู้เขียน )



เรือด�ำน้ำ ตามโครงการน้บอกงานของเรือไว้ว่า “สาหรับ
เรือหลวงมัจฉานุ
นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔



เร่องเรือนอกจาก “ความเห็นเร่องเรือ ส.” แล้ว
สมเด็จพระบรมราชชนกยังทรงทาเอกสาร “Flotten-

bauplan” (ภาษาเยอรมัน) หรือ Fleet Building Plan

คือ โครงสร้างกองเรือรบท่มีเรือปืน เรือตอร์ปิโดใหญ่
และเล็ก เรือวางทุ่นระเบิด เรือพระที่นั่ง เรือด�ำน�้ำแบบ





K1, K2 ระวางขบนา ๒๐๐ - ๓๐๐ ตน เรือด�ำน้ำ G1, G2
ระวางขับน�้า ๒๑๐ - ๒๕๐ ตัน โดยทรงให้ความเห็นว่า









“เรือดานาท่เหมาะสมก็มีดานาก็เงียบไปจนกระท่งเม่อ
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์
(สมเด็จพระบรมราชชนก) ทรงสาเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือ เรือหลวงสินสมุทร


จากเยอรมัน เข้ารับราชการในกรมเสนาธิการทหารเรือ นอกจาก “ความเห็นเร่องเรือ ส.” แล้วสมเด็จ



ต้นปี พ.ศ.๒๔๕๗ ได้ทรงเสนอเร่อง “ควำมเห็นเร่องเรือ ส.” พระบรมราชชนกยังทรงทาเอกสาร “Flottenbauplan”

ในวันท ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘ ต่อเสนาธิการทหารเรือ (ภาษาเยอรมน) หรอ Fleet Building Plan คอ โครงสราง











(นายพลเรือโท กรมหมนสงหวกรมเกรยงไกร) “หม่อมฉน กองเรือรบท่มีเรือปืน เรือตอร์ปิโดใหญ่และเล็ก เรือวาง


ขอรายงานการเรอ “ส” ทมรับสงให้เรียบเรยงถวาย” ทุ่นระเบิด เรือพระที่นั่ง เรือด�าน�้าแบบ K1, K2 ระวาง










มีข้อความที่บอกถึงการใช้เรือด�าน�้าว่า ขับนา ๒๐๐ - ๓๐๐ ตัน เรือดานา G1, G2 ระวาง



ขับนา ๒๑๐ - ๒๕๐ ตัน โดยทรงให้ความเห็นว่า “เรือดานา



ท่เหมาะสมก็มีแบบของครุป – เยอรมาเนีย (Krupp

Germania) และแบบของเบอร์เมสเตอร์ไวท์เฮด

(Burmester – Whitehead ) เท่าน้นท่เหมาะสมกับสภาพ

ท้องทะเลในน่านนาของเรา และถ้าจะให้ดีแล้วก็ควรจะม ี



แบบละ ๒ ลา) กล่าวคือควรมีเรือดานาขนาดเล็ก ๒ แบบ



แบบละ ๒ ล�า ในโครงสร้างกองเรือรบของพระองค์”
เรือหลวงวิรุณ ความเห็นเร่อง “เรือ ส.” และ “โครงสร้างกองเรือรบ”



“ความมุ่งหมายของเรือ ส. ในเวลาสงครามน้น ของสมเด็จพระบรมราชชนกมีข้นระหว่างสงครามโลก


จะรักษาทะเลใหญ่ไว้นานท่สุดเท่าท่จะนานได้ แลถ้าเห็น ครั้งที่ ๑ (๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๗ - ๑๑ พฤศจิกายน
เรือข้าศึกแล้วจะเข้าโจมตีโดยไม่คิดเสียดายลูกตอร์ปิโด พ.ศ.๒๔๖๑) ท่มีถึงเสนาบดีกระทรวงทหารเรือแต่ถูก


หรือลาเรือเอง เพราะแม้ถึงเรือจะเสียแต่ถ้าข้าศึกเสียเรือด้วย เก็บเงียบแล้วมาพบในตู้นิรภัยของกรมยุทธการทหารเรือ

ก็พอคุ้มกัน ความตกใจของข้าศึกนั้นสาคัญมาก ถ้าทา ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ (นาวิกศาสตร์, พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๙


อย่างน้นได้แล้ว ข้าศึกจะระวังตัวอยู่เสมอ” ก็หมายความว่า เร่องโครงสร้างกาลังทางเรือของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลา




ใช้เรือดานาในการครองทะเล (Command) หรือควบคุม นครินทร์) จึงทราบยุทธศาสตร์และยุทธวิธีทางเรือด�าน�้า






ทะเล (Control) น่านน�้าใหญ่ที่อาจถึงนอกอ่าวไทยด้วย ในรัชสมัยรัชกาลท ๖ ท่ไม่ได้มีการจัดหาเรือดานาสมัยน้น -





ตอร์ปิโดและใช้เรือดานาให้ข้าศึกตกใจหรือป้องปราม จะเข้าโจมตีโดยไม่คิดเสียดายลูกตอร์ปิโดหรือล�าเรือเอง



ข้าศึก อันเป็นยุทธศาสตร์การใช้เรือดานาหากมีเรือใน ภายหลัง “ความเห็นเรื่องเรือ ส.” ถูกดองเงียบไป





รัชสมัยรัชกาลที่ ๖ เม่อสงครามโลกคร้งท ๑ จบลง เสด็จเต่ยในฐานะ
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

เรือหลวงพลายชุมพล




เสนาธิการทหารเรือ ในปี พ.ศ.๒๔๖๒ – พ.ศ.๒๔๖๓ ทรงได้ ทอนการปิดอ่าว เหล่าน้เป็นต้น เรือดานาเหมาะแก่การน ี ้





รับมอบหมายจากราชนาวีสมาคมให้ไปหาซ้อเรือรบท ่ ี ย่งนัก เพราะอาจจะใช้ทะเลกาบังตัวเข้าไปทาลาย

ชาวไทยร่วมบริจาคเงิน (ได้เรือหลวงพระร่วงท่อังกฤษ) และ ข้าศึกได้ ข้าศึกก็รู้อยู่แล้วว่าไทยก็มีเรือดานา การใช้ทะเล



ทรงดูการทหารในยุโรปด้วย ได้มีลายพระหัตถ์กราบทูล ต้องเต็มไปด้วยความหวาดหว่นและระมัดระวง



เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (กรมพระนครสวรรค์วรพินิต) ต้องเปลืองแรงมาก เม่อจะยกเข้ามาก็ต้องมีการป้องกัน




ข้อความตอนหน่งว่า “อน่งเกล้าฯ ได้นึก ๆ อยู่เหมือนกัน ครบถ้วน” กล่าวคือจะใช้เรือดานาในการทาลายกาลัง









ในเร่องเรือดานา เพราะเห็นแล่นผ่านไปทางสิงคโปร์ ๓ ลา ข้าศึกวิธีหน่ง และป้องปรามการใช้กาลังของข้าศึก

เกล้าฯ อยากจะทราบว่าถ้าเรือพระร่วงไม่ส�าเร็จ เรือด�ำน�้ำ อีกวิธีหนึ่ง (ผู้เขียน)
จะเอำหรือไม่เอำ ราคาล�าละ ๖๐๐,๐๐๐.- บาท เกล้าฯ หลังจากขึ้นประจ�าการเรือด�าน�้า ๔ ล�า ได้ ๓ ปีเศษ
รับอาสาจะเอาเข้ามาให้ได้” เป็นความคิดเห็นเร่อง เกิดการพิพาทกับอินโดจีนของฝร่งเศส และเกิดการรบ


เรือด�าน�้าครั้งสุดท้ายในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทางเรือที่เกาะช้าง วันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ ซึ่ง

ภายหลงการเปล่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทน กองเรือฝร่งเศสมีฐานทัพอยู่ท่ไซ่ง่อน โดยเรือดานาไม่ได้






ราษฎรออกพระราชบัญญัต “บารุงกาลังทางเรือ” ใช้เป็น มีส่วนในการรบ ภายหลังการรบกองทัพเรือได้ส่งเรือดานา









กฎหมายในวันท ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๘ ตามท่กองทัพเรือ ทั้ง ๔ ล�า ไปลาดตระเวนเป็น ๔ แนว บริเวณฐานทัพเรือ


เสนอท่มีท้งเรือปืน เรือตอร์ปิโด เรือทุ่นระเบิด และ “เรียม” ของอินโดจีนฝรั่งเศส ด�าน�้าเวลากลางวัน วันละ






เรือลาเลยง กับเรือดานา ๔ ลา ท่สงสร้างจากอู่ต่อเรือ ราว ๑๒ ชั่วโมง ลาดตระเวนอยู่หลายวันหลายคืนโดยที่





เมืองโกเบ ประเทศญ่ปุ่น เป็นเรือขนาดระวางขับนา เครื่องบินทะเลตรวจการณ์แบบ Loire 130 Potez 432



๓๗๐ ตัน อันเป็นเรือขนาดเล็กข้นระวางประจาการ และ Gourdon 832 ของฝร่งเศสท่สถานีแหลมญวน


ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๐ และในเดือนกันยายน ตรวจไม่พบเรือด�าน�้าไทยเลย นับว่าเป็นการด�านานที่สุด

พ.ศ.๒๔๘๒ นาวาตรี พร เดชด�ารง ผู้บังคับการเรือด�าน�้า ตงแต่มเรอดานามา (วันเรือดานา นาวิกศาสตร์, มกราคม









เรือหลวงวิรุณ ได้ออกกระจายเสียงทางวิทยุของกรมโฆษณาการ พ.ศ.๒๕๖๒)
(กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ในหัวข้อ “ประเทศไทย (กองเรือภาคตะวันออกไกลของฝร่งเศส อยู่ท่ไซ่ง่อน


กับเรือด�ำน�้ำ” มีข้อความตอนหนึ่งว่า โดยมีเรือลาดตระเวนเป็นเรือธงท่กองเรือเคยปิดอ่าวไทย


“ทางท่สู้ได้ต้องใช้หลักของเรือเล็ก โดยหาทางเอา ๒ ครั้งในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ ส่วนเครื่องบินทะเลส�าหรับ


เรือเล็กเข้าไปแลกเรือใหญ่ของข้าศึก ทาลายการยกพลข้นบก ตรวจการณ์ ๘ ล�า อยู่ที่ฐานทัพ Cai Lay ในเมืองทางใต้
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

เรือด�าน�้าจีน








ของไซงอนประมาณ ๕๐ กโลเมตร เครองบนตรวจการณ ์ มุ่งลงสู่อ่าวไทย อาจส่งกาลังข้นบกในอ่าวไทย ขอให้ทางไทย
ฝร่งเศสเคยบินหาข่าวกาลังทางเรือไทย อยู่ท่ใดบ้าง ป้องกันตนเอง (ไทยกับสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒



ต้งแต่ตราดถึงสัตหีบตลอดจนบริเวณเกาะช้างก่อน โดยวิเทศกรณีย์) ท้งน อังกฤษกาลังทาสงครามต่อเยอรมัน










การรบท่เกาะช้าง การลาดตระเวนหาข่าวของเรือดานาไทย ในยุโรปไม่อาจช่วยเหลือไทยได้ ในวันรุ่งขึ้น ๘ ธันวาคม










ทเรยมไมพบกาลงทางเรอ และทางอากาศของฝร่งเศสเลย - ทหารญ่ปุ่นจากกองเรือได้ยกพลข้นบกต้งแต่บางปูลงไป

ผู้เขียน) ถึงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช ปัตตาน และ










เรือดานาไทย ๔ ลาจากญ่ปุ่นน้น มีระวางขับนาท ่ ี สงขลา กองทัพเรือได้จัดต้งหมวดเรือลาดตระเวนมีเรือ
ผิวน�้า ๓๗๐ ตัน เมื่อด�าน�้า ๔๓๐ ตัน ล�าตัวยาว ๕๑ เมตร ๘ ลา ในบังคับบัญชาของ นาวาเอก ชลิต กุลกาม์ธร


ด�าน�้าได้ลึกสุด ๖๐ เมตร ด้วยความเร็วผิวน�้า ๑๐ นอต (เคยพบท่าน ท่านเป็นบิดาของ ยรรยง กลกาม์ธร –



ไปได้ไกล ๓,๐๐๐ ไมล์ ใต้น�้า ๓.๕ นอต ได้ไกล ๘๐ ไมล์ เพ่อนร่วมรุ่นของผู้เขียน) หาข่าวกองเรือญ่ปุ่นแต่ไม่พบ


ท่อตอร์ปิโดทหวเรอ ๔ ท่อ ปืนใหญ่ขนาด ๗๖/๒๕ หมวดเรือนี้ไม่มีเรือด�าน�้าร่วมด้วย





หน่งกระบอก ปืนกล ๒ กระบอก เป็นเรือท่มีขนาดเหมาะ ปฏิบัติการเรือดานาในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน






แก่งานในอ่าวไทยและใกล้เคียง ท่ด้วยปัจจัยเวลา และ ในสงครามมหาเอเซียบูรพาเวลา ๔ ปี มีแต่เรือดานา

ระยะทาง (Time and Space) เรือด�าน�้าชุดนี้สามารถ ของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษท่วางทุ่นระเบิดแม่เหล็ก จมเรือ

ปฏิบัติการได้ถึงช่องแคบมะละกา – ผู้เขียน ลาเลียงและเรือสินค้าไทย (เรือบรรทุกนามัน เรือหลวงสมุย







นอกจากการลาดตระเวนท่เรียมต้นปี พ.ศ.๒๔๘๒ แล้ว จมนอกฝั่งตรังกาน ขณะขนนามันเท่ยวท ๑๘ จากสิงคโปร์





ก็ไม่มีบันทึกการปฏิบัติการของเรือดานาชุดแรกของ ป้อนเมืองไทย วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๘) ตลอดจน


ทหารเรือไทยจนกระท่งกรณีพิพาทกับอินโดจีนของ รับ – ส่งสายลับและหน่วยลาดตระเวนชายหาด ซึ่งไทย

ฝร่งเศสจบลงจนปลายปีวันท ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ประกาศสงครามต่ออังกฤษและสหรัฐอเมริกา ร่วมรบกับญ่ปุ่น












ก่อนวันท่ญ่ปุ่นบุกประเทศไทย ๑ วัน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ในการสงคราม ทงนเรอดานาไทย ๔ ลา ไมมขาวปฏบตการ














พาดหัวอย่างครึกโครมว่า “กองทัพเรือส่วนหน่งของญ่ปุ่น เรือดานาระหว่างสงคราม อาจเน่องจากไม่มีเรือใหญ่

ได้มุ่งหน้ามายังบริเวณไทย” และว่าเอกอัครราชทูตอังกฤษ ของข้าศึกเข้ามาในอ่าวไทยหรือไม่มีเป้าท่เหมาะสม


ประจากรุงเทพฯ ได้แจ้งแก่ทางการไทยว่า เคร่องบินอังกฤษ ส�าหรับเรือด�าน�้า
จากฐานบินในมลายูตรวจพบกองเรือญ่ปุ่นนอกฝั่งอินโดจีน

นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔








ญ่ปุ่นแพ้สงครามในวันท ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘ เรือดานา” มาจนทุกวันนี้พร้อมกับความพยายามท่จะมีเรือ
ถูกยึดครองและห้ามขายอาวุธยุทธภัณฑ์ ท�าให้เรือด�าน�้า อย่างเช่น ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓ ทางการเยอรมัน



ขาดช้นส่วนอะไหล่ โดยเฉพาะอย่างย่งแบตเตอร่ของ จะปลดประจ�าการเรือด�าน�้า แบบ 206 A จ�านวน ๖ ล�า

เคร่องจักรใหญ่เรือ เม่อสถานการณ์คล่คลายลงเรือหลวง อันเป็นเรือขนาดเล็กและบอกขาย ทางกองทัพเรือเสนอ



พลายชุมพลจะเป็นเรือลาแรกท่ได้ไปซ่อมบารุงท่ญ่ปุ่น จัดซ้อเรือแต่ติดขัดท่งบประมาณท่หน่วยเหนือเปรยว่า















แต่แล้วเกิดกบฏ “แมนฮัตตัน” ในวันท ๒๙ มิถุนายน “การป้องกนประเทศกระทาได้หลายวธ” กชะงกงนไป

พ.ศ.๒๔๙๔ หมวดเรือด�ำน้ำถูกยุบ เรือถูกปลดประจาการ ในขณะท่ภายหลังสงครามโลก ประเทศเพ่อนบ้านท่ได้








หลังจากประจาการ ๑๒ ปีเศษ แล้วควำมเป็นชำติเอเซีย เอกราชเร่มมีเรือดานากัน เร่มจากสิงคโปร์ในปี พ.ศ.๒๕๔๔












ชำติที่ ๒ รองจำกญี่ปุ่นที่มีเรือด�ำน�้ำก็หมดไป เป็นเรอดานาจากสวเดน ตามด้วยอนโดนเซย มาเลเซย
การจัดหากาลังทางเรือภายหลังสงคราม ส่วนใหญ่ เวียดนาม และพม่าผู้เป็นรายสุดท้ายท่อินเดียมอบเรือ




มาจากโครงการช่วยเหลอทางทหารจากสหรฐอเมรกา ช้น Kilo จากรัสเซีย ๑ ลาแก่ทหารเรือพม่า เรือดานา









ท่ไม่มีเรือดานาอยู่ในโครงการประกอบกับทางสหรัฐอเมริกา ของเพื่อนบ้านมีขนาดเป็น ๒ – ๓ เท่าของเรือแบบ 206 A







ได้เปล่ยนการสร้างเรือรุ่นใหม่เป็นเรือพลังนิวเคลียร์ท้งหมด ท่ไทยเคยคิดจะม อันเป็นเรอจากเยอรมน สวเดน และ













แมเมอพยายามยนดวยขาตนเองตงแตเรมสรางเรอหลวง รัสเซีย หรือเรือจากฝร่งท้งสิ้น และแล้วก็มีข่าวทุกวันน้ว่า





มกุฎราชกุมารที่อังกฤษในปี พ.ศ.๒๕๑๔ ก็เป็นเรือผิวน�้า ทหารเรอไทยจะได้เรอดานาจากจนแบบ S26 T ขนาด




ทั้งหมด แต่ความคิดมีเรือด�าน�้ามีอยู่ตลอดมาจนในเดือน ๓,๒๐๐ ตัน ที่ถือเป็นเรือด�าน�้าเดินสมุทร จ�านวน ๑ ล�า


เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ เม่อมีการจัดต้งกองเรือภาค ๓ ภาค หรือ ๒ ล�า หรือ ๓ ล�า ไม่ทราบแน่ ยังไม่นิ่ง






และเพิ่มกองเรือขึ้นตรงกองเรือยุทธการจาก ๕ กองเรือ ท้งน จะมีเรือก่ลา ใช้เรืออย่างไร คิดและทากันมา
เป็น ๙ กองเรือ ก็เกิด “กองเรอด�ำนำ” ข้น แม้จะยัง ตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ ๖





ไม่มีเรือแต่ก็ได้เตรียมกาลังพลสาหรับ “ปฏิบัติการ

แผนที่ทะเลจีนใต้
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔








พ.ศ.๒๔๕๕ โครงการจัดสร้างกาลังทางเรือ คากล่าวรายงานในการข้นระวางประจาการเรือดานา




“ของนาวาเอก ชไนเลอร์ ชาวสวีเดนท่ปรึกษาการทหารเรือ ๔ ลา วันท ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๑ ของรัฐมนตรีว่าการ
(เมื่อเสด็จเตี่ยออกจากประจ�าการ) เรือด�าน�้า ๘ ล�า กระทรวงกลาโหมต่อประธานคณะผู้สาเร็จราชการ














พ.ศ.๒๔๕๘ จาก “ความเห็นเรองเรือ ส.” แทนพระองค “ส่วนเรองเรอดานานน ในยามปกตใชเป็นเรือ


ของสมเด็จพระราชบิดา เรือด�าน�้า ๒ แบบ ๆ ละ ๒ ล�า สาหรับฝึกหัดนายทหารและทหารให้เกิดความชานาญ










รวม ๔ ล�า เพราะเรอชนดนเพงจะเรมมใชในราชนาวสยามเปนคราวแรก




พ.ศ.๒๔๖๒ รายงานดูการทหารในยุโรปของเสด็จเต่ย ส่วนในยามสงครามจะใช้ต่อตีทาลายเรือใหญ่และเรือ
“เรือด�าน�้าจะเอาหรือไม่เอา” ไม่ระบุจ�านวนเรือ ลาเลียงของข้าศึกด้วยอาวุธตอร์ปิโด และใช้เป็นเรือ

พ.ศ.๒๔๗๘ โดย “กรรมการพิจารณาโครงการบารุง ลาดตระเวนด้วย”






กองทัพเรือ” (พ้นฐานจากพระราชบัญญัติบารุงกาลัง นาวาตร พร เดชดารง ผู้บังคับการเรือดานา เรือหลวงวิรุณ








ทางเรือ พ.ศ.๒๔๗๘) เรือด�าน�้าขนาด ๓๗๐ ตัน ๔ ล�า กล่าวทางวทยกระจายเสยงของสานกงานโฆษณาการ



จากญี่ปุ่นเข้าประจ�าการ พ.ศ.๒๔๘๐ ในวันท ๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ เร่อง “ลักษณะและ
พ.ศ.๒๔๙๔ ปลดประจ�าการเรือด�าน�้า ๔ ล�า ที่มีอยู่ หน้าท่ของเรือดานา” หาทางเอาเรือเล็กเข้าไปแลกกับ




และยุบ “หมวดเรือด�าน�้า” เรือใหญ่ของข้าศึก ทาลายการยกพลข้นบก ทอนการปิดอ่าว



พ.ศ.๒๕๓๕ จัดตั้ง “กองเรือด�าน�้า” โดยยังไม่มีเรือ เหล่าน้เป็นต้น เรือดานาเหมาะกับการน้ยิ่งนัก เพราะอาจ




พ.ศ.๒๕๕๓ เสนอซื้อเรือด�าน�้ามือสองแบบ 206 A จะใช้ทะเลก�าบังตัวเข้าไปท�าลายข้าศึกได้”


จากเยอรมัน จ�านวน ๖ ล�า ข้างบนไม่อนุมัติ ท้งน ต้งแต่ยุคล่าอาณานิคมจนเร่มสงครามโลก



พ.ศ.๒๕๖๓ เสนอซื้อเรือด�าน�้าแบบ S 26 T จากจีน ครั้งที่ ๒ ประเทศโดยรอบประเทศไทยอยู่ในอาณานิคม
จ�านวน ๓ ล�า ได้รับอนุมัติ ๑ ล�า ที่อาจประจ�าการได้ใน ของมหาอ�านาจตะวันตกหรือฝรั่งทั้งสิ้น อังกฤษ ฝรั่งเศส
พ.ศ.๒๕๖๖ อีก ๒ ล�ำลูกผีลูกคน เพราะกระแส และเนเธอร์แลนด์ ต่างมีกองเรือภาคตะวันออกไกล


สู้โควิด – ๑๙ ก่อน ท่เรอธงเป็นเรือลาดตระเวนเป็นอย่างต�า บางเวลาเป็น

เรือด�ำน้ำ ๑ ล�ำ ท่จะมีจะไปทำงไหน และท�ำอะไรต่อ เรือประจัญบานก็มี เมื่อสงครามโลกจบลง เพื่อนบ้านไทย


สภำวกำรณ์โลกปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมมีหนทำงว่ำ เป็นเอกราชกันหมด และต่างมีกองทัพเรือที่ไม่ใช้เรือใหญ่
นาวาเอก ชไนเลอร์ ว่า “เป็นเรือท่ดีมากสาหรับ อย่างท่พวกฝร่งเคยใช้ “จะใช้ต่อตีทาลายเรือใหญ่และ







ป้องกันกรุงเทพฯ” เรือลาเลียงของข้าศึกด้วยอาวุธตอร์ปิโด” โดยเรือดานา









ความเห็นเรื่องเรือ ส.ว่า “ถ้าเรามีเรือ ส.แล้ว ข้าศึก ด้วยยทธศาสตร์และยทธวธดงเดมกหมดโอกาสไป








จะต้องคิดถึงเรือ ส. ของเราด้วยในเวลาที่เขาจัดกองทัพ แล้วเรือดานาไทยยุคใหม่ท่จะมีเรือดานาเดินสมุทร



เข้ามากรุงสยาม แลถ้าเห็นเรือข้าศึกแล้ว จะเข้าโจมต ี (Fleet Submarine) ขนาด ๓,๒๐๐ ตัน ระยะทาการผิวนา
โดยไม่เสียดายลูกตอร์ปิโดหรือล�าเรือเอง น่านน�้าที่ข้าศึก ๑๓,๐๐๐ กิโลเมตร อาวุธตอร์ปิโดและอาวุธน�าวิถีท่ยิงฝั่งได้


จะต้องกลัวเรือ ส.น้น จะต้องให้กว้างลงไปตลอดจน จะใช้งานในสถานการณ์โลกและภูมิภาคปัจจุบันอย่างไร
ถึงเขตร์แดนฝ่ายใต้ของเรา “ต่อตีข้าศึกด้วยอาวุธตอร์ปิโด” ไม่ต้องคิดมาก

รายงานดูการทหารของเสด็จเต่ย “ถ้ากรุงสยามม ี ท�าได้อย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อสงครามโลกจบลงก็เกิด


เรือด�าน�้า จะเป็นเครื่องป้องกันส�าคัญมาก หรือจะนับว่า สงครามท้องถ่น อย่างสงครามเกาหล สงครามเวียดนาม ฯลฯ
เป็นเครื่องป้องกันอย่างดีที่สุดก็ว่าได้” จนกระท่งสงครามเย็นระหว่างลัทธ และเกิดมหาอานาจใหม่



นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔

คนใหม่ของสหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๔
ที่ผ่านมา

สถานการณ์เดินไป แต่ภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ

ไม่เดินและไม่เปล่ยน อาณาบริเวณอ่าวไทยและนอก






อ่าวไทยถือได้ว่าเป็นทะเลนาต้นและคับแคบท่เรือดานา

ไม่ชอบและอึดอัด ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ ขณะเป็นนาวาตร ี
กองเรือปราบเรือดานาฝึกกับเรือดานาอังกฤษขนาด







๑,๐๐๐ กวาตน ผเขยนลงเปนผสงเกตการณในเรอองกฤษ











ในการวางแผนการฝึกร่วมกัน ใช้น่านนานอกเกาะสมุย


เรือด�าน�้าเวียดนาม






ท่ดูมีนาลึกด เร่มการฝึกข้นต้นด้วยการท่เรืออังกฤษอยู่











คือจีนท่มีพลังอานาจท้าทายสหรัฐอเมริกาผ้เป็นใหญ่ บนผวนา ถอเขม ๐๐๐ และลงดานาต่อหน้าต่อตา




ในโลกมานาน การประกาศน่านนาในทะเลจีนใต้เปนมรดก เรือปราบของไทย แล้วก็ฝึกการไล่ล่ากัน เล่าให้เขาฟังว่า



ตกทอดของจีน นโยบาย “เส้นทางสายไหม” Belt and ปลายสงครามโลกเรือดานาสหรัฐอเมริกาเข้าไปวางทุ่นระเบิด




Road” ท่จะเช่อมโยงการคมนาคม การค้า และอาจแฝงด้วย แม่เหล็กก้นอ่าวไทยทาเอาเรือไทยและญ่ปุ่นจมและ
การเมืองระหว่างจีนกับประเทศต่าง ๆ แทบทุกทวีป เสียหายหลายล�า เขาว่าไม่รู้เรื่องมาก่อนและสงสัยว่าเรือ





เร่มต้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ทาให้สหรัฐอเมริกาเริ่มวิถีทาง หรือเคร่องบินญ่ปุ่นหรือไทยตรวจไม่พบเรือดานาเลยหรือ




อินโด – แปซิฟิก (Indo – Pacific) ชักชวนให้ประเทศ เขาพาเข้าห้องศูนย์ยทธการของเรือพลางบอกว่า “ปกต ิ

สาคัญในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ได้แก่ อินเดีย ไม่ให้ต่างชาติเข้าห้อง” ช้ให้ดูจอหน้าปัทม์บอกคล่นโซนาร์


ออสเตรเลีย ญ่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ดาเนินการให้ภูมิภาคน ้ ี ของเรือปราบเรือดานาแล้วว่า “น่ของเรือประแส ของเรือฯลฯ






เสรีและเปิดกว้าง ในเวลาต่อมาท่ดูเหมือนว่าประเทศไทย ฟังแล้วก็รู้ว่าเขาบันทึกข้อมูลบางอย่างของยุทโธปกรณ์

จะ “คอยและดู” รูปการณ์ของสถานการณ์น้จะเดินไป เราไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรโดยเฉพาะอย่างย่งต่อท่าทีของประธานาธิบด ี

เรือด�าน�้าเวียดนาม
นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔





ประเทศไทยเป็นชาติท่สองรองจากญ่ปุ่นในเอเชีย จอดอยู่ นายทหารติดต่อท่น่งมาในรถบอกว่าผู้เขียน
ท่มีเรือดานา และจะเป็นรองโหล่หากบรูไนและกัมพูชา เป็นนายทหารต่างชาติคนแรกที่มาเมืองนี้) เรือไปรับการ




จะมีเรือด�าน�้ากับเขาบ้าง ทั้งนี้ เรือที่จะออกจำกก้นซอย ซ่อมทาท่วลาดิวอสตอกของรัสเซีย กาลังเดินทางกลับ






ก้นอ่ำว ไปท�ำงำนท่ปำกซอยปำกอ่ำวพอรอดปลอดภัยคือ อินเดียท่ต้องผ่านช่องแคบช่องหน่งท่อาจเป็นสิงคโปร์


เรือด�ำน�้ำ เรือผิวน�้ำมีควำมสง่ำน่ำเกรงขำมรอดยำก ! หรือมะละกา โดยเรือต้องเดินผิวนาตามกฎหมายทะเล










ความจาเป็นในการมีเรือดานาจาเป็นแน่นอน โดยม ี เม่อเรือดานาเดินเรือผ่านช่องแคบ ถ้าผู้เขียนได้ข่าว

ผู้คัดค้านไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ซ่งการคัดค้านจะมีท้งน้น เรอดานาอนเดย “ช่วยบอกด้วย” แสดงว่าตาบลท ี ่










ไม่ว่าจะจัดหารถถัง เคร่องบิน ฯลฯ ดังน้น การทาให้ ของเรือด�าน�้ามักปกปิดกัน ใคร ๆ อยากรู้ แม้เป็นเพียง



ชาวบ้านคล้อยตามในความจาเป็นกต้องใช้ท้งศาสตร์ เรือด�าน�้าล�าเดียว


และศิลป์กับจังหวะจะโคนโดยเฉพาะอย่างย่ง “ในการ หมวกกะลาสีทหารเรืออังกฤษมีแถบผ้าบอกช่อเรือ


มีเรือมากกว่า ๑ ล�า” ก็ต้องถูกว่าเปลืองเงิน ท่ตนประจาการอยู่ เช่น H.M.S. BELFAST เหมือน









ตามหลักนิยมทหารเรือเยอรมันท่ฝั่งทะเล ทหารเรือไทยท่มีช่อเรือท่หมวก แต่หมวกของนักเรือดานา



ถูกเกาะอังกฤษบังอยู่ เรือดานาเยอรมันจึงต้องออก อังกฤษ เป็น H.M.S. SUBMARINE เหมือนกันหมดทุกคน


ทางทะเลบอลติกอ้อมเดนมาร์กเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก โดยไม่ใช้ช่อเรือเพ่อปกปิดว่าเรือดานาลาใดท่กะลาสีอยู่





อันเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ การมีเรือ ๑ ล�าอยู่ในมหาสมุทร



ต้องม ๑ ลาอยู่ระหว่างการเดินทางจากฐานทัพสู่พ้นท ี ่



ปฏิบัติการ และ ๑ ลารับการส่งกาลังบารุงกับการฝึก





ส่วนเรือดานาทหารเรือไทยออกจากฐานทัพไม่ก่ช่วโมง
ก็อาจถึงพ้นท่เป้าหมายแล้ว ดังน้น จานวนเรือควรม ี





๒ ลาเป็นอย่างน้อย น่าสังเกตว่าเวียดนามในปี พ.ศ.๒๕๖๐

มีเรือช้น Kilo ของรัสเซียท่ได้ช่อเดินเงียบดีรวดเดียว





๖ ลา และอาจกล่าวได้ว่านอกอ่าวไทยมีเรือดาน�าของ


ชาติอ่นนับสิบ ๆ ลา run silent run deep อยู่เป็นประจา เรือด�าน�้าเวียดนาม







ขณะท่ผู้เขียนทาหน้าท่ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและ ตรงไหนก็จะแสดงว่าเรือช่อน้นลาน้นอยู่แถวน้น และ











ฝ่ายทหารเรือ ณ กรุงนิวเดล อนเดีย ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๒ - นักเรือดานาก็ไม่มีเคร่องหมาย “ความสามารถนักเรือดานา”

พ.ศ.๒๕๒๕ ในงานเล้ยงทางการทูตวันหน่ง ผู้ช่วยทูต (Submariner) เหมือนชาติอ่นเพ่อปกปิดตัวบุคคล













ทหารเรือปากีสถาน ยศนาวาเอก บอกผู้เขียนว่าเรือดานา มาเร่มมีเคร่องหมายก็เม่อเร่มใช้เรือดานานิวเคลียร์เพราะ






ลาหน่งของอินเดีย (เป็นเรือช้น Foxtrot จากรัสเซีย เรือปกปิดตัวเองใต้นาได้นานนับเดือน การปกปิดตาบล




ู่

ท่ขณะน้นอินเดียมีอย ๘ ลา มีฐานทัพท่เมืองวิสาขะปัตนัม ท่เรือและบุคคลน้อยลงจึงมีเคร่องหมายความสามารถ

ในอ่าวเบงกอล เมื่อครั้งเรือยนต์เร็วโจมตีชั้น “ราชฤทธิ์” บารุงขวัญว่าตนเองมีความสามารถพิเศษ เคร่องหมาย





จานวน ๓ ลา สร้างเสร็จจากอิตาลีเดินทางกลับไทย ความสามารถนักเรือดานาอังกฤษก็คล้ายชาติอ่นท่ม ี




ต้องรับก�าลังบ�ารุงถึง ๓ แห่งที่อินเดียเพราะเป็นเรือเล็ก รูปปลา ๒ ตัว แล้วก็พระมหามงกุฎอังกฤษแสดงสัญชาติ



คือที่ บอมเบย์ โคชิน และวิสาขะปัตนัม โดยผู้เขียนได้ไป นักเรือดานาไทยรุ่นแรกยุคเรือ ๔ ลาในสงครามโลกก็ไม่ม ี






รับเรือท้ง ๓ แห่งท่ขาไปวิสาขะปัตนัม พอลงจากเคร่องบิน เคร่องหมายแต่อย่างใด แต่คราวน้คงมีแน่นอนไม่ว่าจะ


ก็มีรถทหารอินเดียมารับไปโรงแรม ระหว่างทางเห็นเรือดานา เป็นยุค “เรือล�าเดียว” หรือหลายล�า

นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔







กองเรือดานาคิด “เคร่องหมายความสามารถ พ.ศ.๒๕๖๔ น้เองแล่นคร่งโลกจากฝร่งเศสมาลาดตระเวน

นักเรือดานา” ออกมาเป็นระเบียบกองทัพเรือเป็นการ ในทะเลจีนใต้ เพ่อแสดงเสรีการเดินเรือในทะเลหลวง








ล่วงหน้าได้เลย – อย่าออกมาทาด้วยด้นเงินด้นทอง ท่มีคนอ้างว่าเป็นทะเลมรดกของตน (เอเอฟพี, ๑๐








เทอะทะ เปนลเก ดนหมองตองเปลยนทกปกแลวกน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ - French sub patrol to









พ้นท่ปฏิบัติการของเรือดานาไทยก็น่าจะเป็นในอ่าวไทย irk Beijing) เป็นต้น

ลากเส้นจากอาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ถึงอาเภอ นอกจากน “คิดนอกกรอบ” หรือพลิกแพลงการ








ตากใบ จังหวัดนราธิวาส เส้นทางจากคลองใหญ่ถึงกระโจมไฟ ใช้เรือดานาเพ่อผลประโยชน์ทางการเมืองของชาติหรือ



ฮอร์สเบอร์ก ปากทางช่องสิงคโปร์ เส้นทางจากแหลมญวนถึง อ่นใดโดยคุณสมบัต “เงียบ และซุกตัว” ของเรือดานา


กระโจมไฟฮอร์สเบอร์ก และจากฝั่งทะเลอันดามันถึง เช่น การลอบวางทุ่นระเบิด การจมเรือฝ่ายเสรีในสงคราม
หมู่เกาะนิโคบาร์ เป็นเส้นยุทธศาสตร์ กลางเมือง ฯลฯ ถือโอกาสเสนอจัดตั้ง “สมาคมเรือด�าน�้า
เรือดานารุ่นใหม่มีขนาดเกือบ ๑๐ เท่าของเรือ อาเซียน” โดยมีวัตถุประสงค์ให้ “กฎหมายทะเล” ของ





รุ่นเก่า ๓๗๐ ตันท่เคยดาน�าหาข่าวนอกฐานทัพเรียม นานาชาติศักดิ์สิทธิ์ในน่านน�้าทะเลภูมิภาค แล้วไทยเป็น

ในกรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝร่งเศส ก็ต้องศึกษา นายกสมาคมชาติแรกเสียเลย จะไม่เสียทีท่ไทยเป็น












ค้นบทเรียนและฝึก “ปฎิบัติการเรือดานาในเขตนาต้น” ชาติแรกในอาเซียนท่มีเรือดานาอันเป็นตานานท่น่า


ให้ตรงกับสถานการณ์โลก และภูมิภาคในอนาคต ตรงกับ ภาคภูมิใจ






เส้นต่าง ๆ จากคลองใหญ่ไปอีกฝั่ง “ใช้ต่อตีทาลาย สาหรับเพอน ทาสนิม เกษยณงานยศพลเรอโท

เรือใหญ่และเรือลาเลียงของข้าศึกด้วยอาวุธตอร์ปิโด” ในต�าแหน่ง ผู้อ�านวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
คงไม่ใช่ “และใช้เป็นเรือลาดตระเวนด้วย” คงใช่ ปากีสถาน ทาสนิมพานักศึกษามาทัศนศึกษาที่เมืองไทย
ในปัจจุบัน เส้นทางสายไหมและการประกาศทะเลจีนใต้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ ผู้เขียนอยู่ท่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ



เป็นทะเลส่วนตัวของจีน วิถทาง “อินโด – แปซิฟิก” พบเขาทักเขาว่า “คูฮ์ครี” (ช่อเรือฟริเกตอินเดีย) ทาสนิม
ที่พาดผ่านปากอ่าวไทย เป็นตัวก�ากับว่าเรือด�าน�้าไทยจะ หัวเราะชอบใจ พลางบอกว่า “กลาโหมให้เลือกว่าจะพา
ไปทางไหนที่น่าจะไปไกล ๆ อย่างเรือด�าน�้าเพื่อนบ้านที่ นักศึกษาทัศนศึกษาต่างประเทศในเอเชียประเทศเดียว


ไปฝึกรมแพค ถึงฮาวาย และอย่างเรือดาน�านิวเคลียร์ จะไปไหน? “ประเทศไทย” เขาตอบกลับไป


ฝร่งเศส SNA Emeraude กลางเดือนกุมภาพันธ์
นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔


Click to View FlipBook Version