“...การรักษาและสร้างเสริมความมั่นคงของประเทศนั้น จะประสบผลสําาเร็จได้ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจ ของทุกคนทุกฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกําาลังความรู้ความสามารถ ให้งานทุกด้านของชาติ ดําาเนินก้าวหน้าพร้อมกันไป. ...”
พระบรมราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร และเข็มวิทยฐานะ แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้สําาเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ วิทยาลัยการทัพอากาศ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ และโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ประจําาปีการศึกษา ๒๕๖๒
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
วันอาทิตย์ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ชยุต นาเวศภูติกร
พลเรือตรี ดนัย สุวรรณหงษ์
พลเรือตรี โสภณ รัชตาภิรักษ์ พลเรือตรี สุรเนตร ไทยานนท์ พลเรือตรี อัตตะวีร์ ทักษรานุพงศ์ พลเรือตรี คมสัน กลิ่นสุคนธ์
พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด พลเรือตรีหญิง วรารัตน์ สิงห์ขวา พลเรือตรี นพดล ฐิตวัฒนะสกุล พลเรือตรี ทรงฤทธ์ิ ฉัตรเงิน
พลเรือตรี อรรณพ แจ่มศรีใส กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง ปาริชาติ เชื้อจิตรนุกูล
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัญชา บัวรอด
พลเรือโท คณาชาติ พลายเพ็ชร์
พลเรือโท สาธิต นาคสังข์
พลเรือตรี จักรชัย น้อยหัวหาด
พลเรือตรี สมชาย ศิพะโย
บรรณาธิการ
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
ประจําากองบรรณาธิการ
นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
นาวาเอก นิพนธ์ พลอยประไพ
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี
นาวาโทหญิง ศรัญญา ศาสโนปถัมภ์
นาวาโทหญิง สรารัตน์ จันกลิ่น
นาวาตรี ปัญญา ประเสริฐจินดา
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด
เรือเอก วิทยา ภู่ประดิษฐ์
เรือตรี ชัยพันธ์ ไกรศิริ
นาวิกศาสตร์
2
ปีท่ี ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓
ปกหน้า
ปกหลัง
ข้อคิดเห็นในบทความที่นําาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพัน ต่อทางราชการแต่อย่างใด ได้นําาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็น เท่านั้น การกล่าวถึงคําาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
ปกหน้า ๒๐ พฤศจิกายน “วันกองทัพเรือ”
ปกหลัง ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ครบ ๑๑๕ ปี โรงเรียนนายเรือ
ออกแบบปก กองบรรณาธิการ
พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ เจ้าของ ราชนาวิกสภา
สําานักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected] อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG และ WWW.RTNI.NAVY.MI.TH
สารบัญ คลังความรู้ คู่ราชนาวี
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ ประจําเดือน พฤศจิกยน ๒๕๖๔
ลําดับเรื่อง ลําดับหน้า
บรรณาธิการแถลง ..........................................................................๐๓
เรื่องเล่าจากปก ...............................................................................๐๔
ประวัติครูทองย้อย ..........................................................................๐๖
๑๑๕ ปี โรงเรียนนายเรือ .................................................................๐๘
โรงเรียนนายเรือ
วันกองทัพเรือคร้ังแรก (ตอนที่ ๑) ...................................................๒๓
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
สน.ผชท.ทร. กับบทบาทการเสริมภาพลักษณ์ ทร. ในต่างประเทศ..๔๑
นาวาเอก รัชยศ รัชตรุ่งโรจน์กุล
การแพทย์แผนไทยเริ่มหย่ังรากลงแล้วในกองทัพเรือ ......................๔๙
พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร
แนวความคดิ ในการพฒั นาพน้ื ทก่ี องทพั เรอื -สตั หบี
ใหเ้ปน็ SmartNavyBaseดว้ย“D.I.G.I.T.A.L”...........................๕๒
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
สาํา นวนชาวเรอื .................................................................................๖๗ เรื่องเล่าชาวเรือ ...............................................................................๖๙ เกรด็ ความรดู้ า้ นศาสนพธิ ี ................................................................๗๐ ประทปี ธรรม ....................................................................................๗๑ ขา่ วนาวรี อบโลก ..............................................................................๗๒ ภาพกจิ กรรมกองทพั เรอื ..................................................................๗๖ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ..............................................๘๙ มาตราน้ําา เดือน มกราคม ๒๕๖๕ ...................................................๙๒ เวลาดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ขึ้น-ตก
เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ...............................................๙๖
นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ วชิ าการและขา่ วสารทหารเรอื ทง้ั ในและนอกประเทศ ตลอดจนวทิ ยาการอน่ื ๆ ทั่วไป และเป็นส่ือในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ
นาวิกศาสตร์
3
ปีท่ี ๑๐๓ เล่มท่ี ๙ กันยายน ๒๕๖๓
“วันที่ ๒๐ พฤษจิกายน รศ ๑๒๕ เรา จุฬาลงกรณ์ ปร ได้มาเปิดโรงเรียนนี้ มีความปลื้มใจ ซึ่งได้เหนการทหารเรือ
มีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนที่มั่นสืบไปในภายน่า”
กองบรรณาธกิ ารนาวกิ ศาสตร์ขออญั เชญิ พระราชหตั ถเลขาของ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทที่ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมพระราชทานไว้ในสมุดเยี่ยมโรงเรียนนายเรือ
ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดาเนิน มาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ ซึ่งกองทัพเรือ กาหนดให้วันที่ ๒๐ พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ” และโรงเรียนนายเรือก็ได้กาหนดเป็น “วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือ” ด้วยเช่นกัน
ในโอกาสที่วันกองทัพเรือ และวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือได้เวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่ง กองบรรณาธิการ ภมู ใิ จนา เสนอบทความทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั วนั สา คญั ดงั กลา่ วถงึ ๒ เรอื่ งดว้ ยกนั เรอื่ งแรก “วนั กองทพั เรอื ครงั้ แรก (ตอนท่ี ๑)” เขียนโดย พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ นักเขียนอาวุโสที่มีงานเขียนตีพิมพ์ลงในนิตยสารนาวิกศาสตร์มากมาย หลายผลงาน ซึ่งในบทความนี้ ท่านผู้เขียนจะแนะนาบทเพลงทหารเรือต่าง ๆ ที่บรรเลงในงานวันกองทัพเรือครั้งแรก และเรื่องที่สอง “๑๑๕ ปี โรงเรียนนายเรือ” เขียนโดย โรงเรียนนายเรือ บทความเรื่องนี้ทาให้ผู้อ่านได้ทราบถึงประวัติ ความเป็นมาของโรงเรียนนายเรือ ทาเนียบผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ รวมทั้งทราบถึงนโยบาย และเจตนารมณ์ของ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือคนปัจจุบัน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ด้วย นอกจากนี้ยังมีบทความที่กองบรรณาธิการ คดั สรรมาอยา่ งดใี หท้ า่ นสมาชกิ ไดอ้ า่ นกนั อยา่ งจใุ จ อาทิ “สน.ผชท.ทร. กบั บทบาทการเสรมิ ภาพลกั ษณ์ ทร.ในตา่ งประเทศ” เขียนโดย นาวาเอก รัชยศ รัชตรุ่งโรจน์กุล ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เมื่อครั้งดารงตาแหน่ง ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ว่า สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก มีการนา หลักการเสริมภาพลักษณ์กองทัพเรือมาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ ของกองทพั เรอื อยา่ งไร และ “ประวตั คิ รทู องยอ้ ย” โดยมพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานยศ พลเรอื ตรี เปน็ กรณพี เิศษใหแ้ ก่นาวาเอกทองยอ้ ยแสงสนิ ชยั นายทหารพน้ ราชการสงั กดั กองทพั เรอื เมอื่ วนั ที่๑๖ตลุ าคมพ.ศ.๒๕๖๔ เนอื่ งดว้ ยพลเรอื ตรีทองยอ้ ยฯเปน็ ผปู้ ระกอบคณุ งามความดีมผี ลงานเปน็ ทปี่ ระจกั ษแ์ กส่ าธารณชนองคก์ รทา คณุ ประโยชน์ ให้แก่กองทัพเรือ และประเทศชาติหลายประการ กองบรรณาธิการจึงขอหยิบยกประวัติของท่านมาให้อ่านกันต่อ ด้วยบทความที่น่าสนใจเรื่อง “การแพทย์แผนไทย เริ่มหยั่งรากลงแล้วในกองทัพเรือ” เขียนโดย พลเรือเอก ไพโรจน์ แกน่ สาร บทความดงั กลา่ วทา ใหท้ ราบวา่ การแพทยแ์ ผนไทยคอื ภมู ปิ ญั ญาดงั้ เดมิ ของคนไทยทไี่ ดร้ บั การสบื สานตอ่ เนอื่ ง กนั มาอยา่ งยาวนานหลาย ๑๐๐ ปี และผทู้ สี่ นใจใฝร่ ศู้ กึ ษาคน้ ควา้ ดา้ นแพทยแ์ ผนไทย คอื “เสดจ็ เตยี่ ” หรอื “หมอพร” และปิดท้ายด้วยบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เรื่อง “แนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือ–สัตหีบ ใหเ้ ปน็ Smart Navy Base ดว้ ย “D.I.G.I.T.A.L” เขยี นโดย นาวาเอก จริ ะวฒั น์ อภภิ ทั รชยั วงศ์ บทความนกี้ ลา่ วถงึ ระบบ การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว กองทัพเรือจะต้องปรับตัว ปรับวัฒนธรรมองค์กร และเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจังเพื่อเข้าสู่การเป็น Digital Organization ที่เหมาะสม และทันสมัย โดยผู้เขียนได้กาหนดโครงสร้าง และกรอบแนวคิดองค์ประกอบในการพัฒนา พื้นที่กองทัพเรือ-สัตหีบ เป็นกรณีศึกษาให้เป็นพื้นที่กองทัพเรืออัจฉริยะ หรือ Smart Navy Base ซึ่งจะนาไปสู่การบริหารจัดการเป็นเลิศ ทนั สมยั เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ครับ
จากบทความตา่ ง ๆ ทไี่ ดก้ ลา่ วมา กองบรรณาธกิ ารหวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ ทา่ นสมาชกิ จะไดร้ บั ความรู้ ความเพลดิ เพลนิ จากนิตยสารนาวิกศาสตร์เหมือนดั่งเช่นที่ผ่าน ๆ มาครับ
“กยิรา เจ กยิราเถนํ” “จะทําสิ่งไร ควรทําจริง”
กองบรรณาธกิ าร
ปกหน้า - ปกหลัง : ๒๐ พฤศจิกายน วันกองทัพเรือ และวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือ
เรื่องเล่าปกหน้า
กองทพั เรอื มกี ํา เนดิ ตงั้ แตเ่ มอื่ ไร อําจมคี ํา ตอบทไี่ มช่ ดั เจนนกั แตส่ ํามํารถสรปุ ไดว้ ํา่ กองทพั เรอื
เกิดมําพร้อม ๆ กับกํารสร้ํางอําณําจักรสุโขทัยเป็นรําชธํานี และมีบทบําทสําคัญย่ิงในกํารทําศึก
สงครําม ขยํายรําชอําณําจกั รไทยจนยงิ่ ใหญใ่ นภมู ภิ ําค แมช้ ว่ งเวลําทไี่ ทยออ่ นแอจนตอ้ งเสยี เอกรําช
ใหช้ ําตอิ นื่ กองทพั เรอื กห็ ําไดล้ ดบทบําทลงแตป่ ระกํารใด ตรงกนั ขํา้ มกลบั มบี ทบําททโ่ี ดดเดน่ เปน็ ที่ รับทรําบและยอมรับของประชําชนท่ัวไปว่ํา สมเด็จพระเจ้ําตํากสินมหํารําชได้ยําตรําทัพด้วย
กํา ลงั รบทํางเรอื และทรงกเู้ อกรําชภํายในเวลําเพยี ง ๗ เดอื น นบั จํากเวลําทสี่ ญู เสยี เอกรําช ซงึ่ ทํา ให้ คนไทยได้รับอิสรภําพมีผืนแผ่นดินอันอดุมสมบูรณแ์ละร่มเยน็เปน็สุขสืบมําจนมําถงึบัดน้ีแมว้่ําในสมัยโบรําณยังมิได้ แบง่ แยกกํา ลงั รบทํางเรอื ออกจํากทํางบก จวบจนชว่ งตน้ รตั นโกสนิ ทร์ จงึ เรม่ิ มกี ํารแบง่ แยกกํา ลงั รบทํางเรอื ออกจํากทํางบก และมกี ํารจดั ตง้ั กรมทหํารเรอื ขน้ึ มกี ํารจดั กําร วํางรํากฐําน และมวี วิ ฒั นํากํารมําตํามลํา ดบั จนถงึ สมยั พระบําทสมเด็จ พระจลุ จอมเกลํา้ เจํา้ อยหู่ วั พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ พระรําชดํา เนนิ มําทรงเปดิ โรงเรยี นนํายเรอื ทพี่ ระรําชวงั เดมิ เมอื่ วนั องั คํารท่ี ๒๐ พฤศจิกํายน พ.ศ. ๒๔๔๙ กองทัพเรือจึงได้กําหนด ให้วันที่ ๒๐ พฤศจิกํายน ของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ” ซึ่งเป็นวันที่กําลังพลกองทัพเรือและประชําชนทุกคน ควรระลึกถึงด้วยควํามเชื่อมั่นและภําคภูมิใจ โดยกองทัพเรือ มีควํามมุ่งมั่นท่ีจะพัฒนําไปสู่กํารเป็นหน่วยงํานหลักด้ํานควํามม่ันคงทํางทะเลของประเทศ มีควํามพร้อมและมีขีด ควํามสํามํารถสงู ปกปอ้ งรกั ษําอธปิ ไตยและผลประโยชนข์ องชําตทิ ํางทะเล รวมทงั้ ภํารกจิ อนื่ ๆ ตํามทไ่ี ดร้ บั มอบหมําย กองทัพเรือเสริมสร้ํางสมรรถนะทั้งทํางด้ํานกําลังพล และยุทโธปกรณ์ให้มีควํามทันสมัย พร้อมที่จะปฏิบัติกําร ทํางทหํารให้มีควํามพร้อมรบทั้งสงครํามใต้น้ํา ผิวน้ํา บนบก อํากําศนําวี และสงครํามไซเบอร์ พัฒนําสู่กํารเป็น สงครํามที่ใช้เครือข่ํายเป็นศูนย์กลําง (Network Centric Warfare) สู่อนําคตของกองทัพเรือดิจิทัล เน่ืองจํากในปัจจุบันจะมีภัยคุกคํามเข้ํามําหลํากหลํายรูปแบบ หลํายมิติ ทําให้กองทัพเรือจะต้องมีควํามพร้อม ตํามแผนยุทธศําสตร์กองทัพเรือ ๒๐ ปี ซึ่งได้กําหนดวิสัยทัศน์กองทัพเรือไว้ว่ํา “เป็นหน่วยงานความมั่นคง ทางทะเลท่ีมีบทบาทนาในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ” ภํายในปี พ.ศ. ๒๕๗๙
เรื่องเล่าปกหลัง
วันที่ ๒๐ พฤศจิกํายน พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบําทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ําเจ้ําอยู่หัว รัชกําลที่ ๕ ได้เสด็จพระรําชดําเนินมําทรงเปิดโรงเรียนนํายเรือ ท่ีพระรําชวังเดิม โดยได้พระรําชทําน พระรําชหัตถเลขําในสมุดเยี่ยมของโรงเรียน ตํามที่ปรํากฏในรําชกิจจํานุเบกษํา ร.ศ. ๑๒๕ ไว้ว่ํา
“วันท่ี ๒๐ พฤษจิกายน รศ ๑๒๕ เรา จุฬาลงกรณ์ ปร ได้มาเปิดโรงเรียนนี้ มีความปล้ืมใจ ซ่ึงได้เหนการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนท่ีมั่นสืบไปในภายน่า” จึงถือเอําวันท่ี
๒๐ พฤศจกิ ํายน ของทกุ ปเี ปน็ วนั คลํา้ ยวนั สถําปนําโรงเรยี นนํายเรอื โดยในปนี โ้ี รงเรยี นนํายเรอื มอี ํายุ
ครบ ๑๑๕ ปี แม้ว่ําจะมีกํารย้ํายที่ตั้งของโรงเรียนนํายเรือจํากพระรําชวังเดิมไปท่ีสัตหีบครั้งหนึ่ง เน่ืองจํากมีผลกระทบ จํากกํารโจมตีทํางอํากําศของกลุ่มประเทศฝ่ํายสัมพันธมิตรต่อเขตพระนครอย่ํางรุนแรงในช่วงสงครํามโลกครั้งที่ ๒ และเม่ือสถํานกํารณ์บ้ํานเมืองคลี่คลํายลง กระทรวงกลําโหมได้อนุมัติตั้งโรงเรียนนํายเรือ ณ ปํากน้ําเจ้ําพระยํา ตํา บลบํางเมอื ง อํา เภอเมอื ง จงั หวดั สมทุ รปรํากําร เมอื่ วนั ที่ ๒๐ มกรําคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เพอ่ื เปน็ สถําบนั ผลติ นํายทหํารเรอื ที่เป็นรํากแก้วของกองทัพเรือให้มีควํามรู้ภําควิชํากําร วิชําชีพทหํารเรือ และภําวะผู้นํา มําจนถึงปัจจุบัน
นาวิกศาสตร์ 4 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ประวัติ “ครู ทองย้อย”
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย หรือครูทองย้อย เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน
พ.ศ.๒๔๘๘ทบี่ า้ นตา บลปา่ ไก่อา เภอปากทอ่ จงั หวดั ราชบรุ ีเปน็ บตุ รของนายอนิ นางเหมดิ
มพี นี่ อ้ ง ๕ คน สา เรจ็ การศกึ ษาชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ จากโรงเรยี นวดั หนองกระทมุ่
เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๙ และไดบ้ รรพชาเปน็ สามเณรทวี่ ดั หนองกระทมุ่ อา เภอปากทอ่ จงั หวดั ราชบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาทางธรรม โดยสอบนักธรรมชั้นตรี
ได้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ สอบนักธรรมชั้นโทได้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ และสอบนักธรรม
ชั้นเอกได้เมอื่ พ.ศ.๒๕๐๖ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่๒๓พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๐๘ณวดั หนองกระทมุ่ อา เภอปากทอ่ จงั หวดั ราชบรุ ีไดฉ้ ายาอนั เปน็ มงคลนามวา่
“วรกวนิ โฺ ท”(จอมกวผี ปู้ ระเสรฐิ )เรมิ่ เรยี นภาษาบาลที สี่ า นกั เรยี นวดั มหาธาตุจงั หวดั ราชบรุ ี
สอบเปรียญธรรม ๓ ประโยค (ป.ธ.๓) ได้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค (ป.ธ.๙) (ปริญญาตรี)เมื่อพ.ศ.๒๕๑๕ต่อจากน้ันได้ลาสิกขาบทเม่ือพ.ศ.๒๕๑๗และไดส้มรสกบั นางสาวสดุใจอนิทศริิ อาจารยว์ ทิ ยาลยั เทคนคิ ราชบรุ ี เมอื่ วนั ที่ ๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ มีบุตรหญิง ๑ คน และบุตรชาย ๒ คน
สาหรับการศึกษาทางโลกนั้น ท่านได้สมัครเข้าศึกษาสาขารัฐศาสตร์ แขนงวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมอื งการปกครองเปรยี บเทยี บมหาวทิ ยาลยั สโุขทยั ธรรมาธริ าชเปน็ รนุ่ แรกของสาขานี้ไดร้ บั ปรญิ ญารฐั ศาสตรบณั ฑติ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐
ชีวิตการทางานและการรับราชการ ภายหลังที่ได้ลาสิกขาแล้ว ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๒๐ ได้ทางาน เปน็ นกั วชิ าการ ทม่ี ลู นธิ ภิ มู พิ โลภกิ ขเุ พอ่ื การคน้ ควา้ ทางพระพทุ ธศาสนา สา นกั งานตงั้ อยใู่ นบรเิ วณวดั สระเกศ กรงุ เทพฯ ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เข้ารับราชการเป็นนักภาษาโบราณ ท่ีกองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร และใน พ.ศ. ๒๕๒๔ เขา้ รบั ราชการเปน็ อนศุ าสนาจารย์ กองทพั เรอื จนเกษยี ณอายรุ าชการเมอ่ื วนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยได้ ดา รงตา แหนง่ ในสายวิทยาการด้านการอนุศาสนาจารย์ ท้ังตาแหน่งในกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เช่น หัวหน้าแผนกอบรมศีลธรรม หัวหน้าแผนกวิชาการ จนถึงระดับผู้อานวยการกอง และหมุนเวียนไปรับราชการ เป็นอนุศาสนาจารย์ในหน่วยกาลังรบ และหน่วยการศึกษาท่ีสาคัญของกองทัพเรือ ตามลาดับ ดังน้ี
- อนุศาสนาจารย์ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน (ช่ือหน่วยในขณะนั้น) ค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๑
- อนุศาสนาจารย์โรงเรียนนายเรือ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๖
นาวิกศาสตร์ 6 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
- อนุศาสนาจารย์อาวุโส กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๒
- รองผู้อานวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
- ผู้อานวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านภาษา และวรรณศิลป์ ในระหว่างรับราชการ
ในกองทัพเรือ ได้สร้างสรรค์ผลงานให้กับกองทัพเรือ และประเทศชาติ ที่สาคัญคือคาร้อยกรองกาพย์เห่เรือ ซึ่งใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีสาคัญต่าง ๆ โดยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ประพันธ์กาพย์เห่เรือกาญจนาภิเษก พ.ศ. ๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ในวาระที่กองทัพเรือจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในพระราชพิธี เฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๔๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ พระราชดา เนนิ ถวายผา้ พระกฐนิ ณ วดั อรณุ ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร เมอื่ วนั ที่ ๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๒ กาพยเ์ หเ่ รอื ฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๖๐ ปี เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พระราชพิธีเสด็จพระราชดาเนิน ทรงบาเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยกระบวนพยหุ ยาตราชลมารค ประจา ปี๒๕๕๐วนั ที่๕พฤศจกิ ายนพ.ศ.๒๕๕๐และกาพยเ์ หเ่ รอื เฉลมิ พระชนมพรรษา๗รอบในพระราชพธิ เี สดจ็ พระราชดา เนนิ ทรงบาเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ประจาปี ๒๕๕๕ วันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้น และในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้ประพันธ์กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลกองทัพเรือจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เสด็จพระราชดาเนินถวายผ้าพระกฐิน เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑ และกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เ น อื ่ ง ใ น โ อ ก า ส ม ห า ม ง ค ล ใ น ก า ร พ ร ะ ร า ช พ ธิ บี ร ม ร า ช า ภ เิ ษ ก พ . ศ . ๒ ๕ ๖ ๒ เ ส ด จ็ เ ล ยี บ พ ร ะ น ค ร แ ล ะ ง า น พ ร ะ ร า ช พ ธิ เี ส ด จ็ พระราชดาเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
นอกจากนี้ พลเรอื ตรี ทองยอ้ ย แสงสนิ ชยั เปน็ ผทู้ ที่ า คณุ ประโยชนใ์ หก้ บั ราชนาวกิ สภา และนติ ยสารนาวกิ ศาสตร์ โดยมีผลงานการเขียนบทความนาเสนอความรู้ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ได้เขียนบทความเรื่อง “คัมภีร์พระพุทธศาสนา ในรอบ ๒๐๐ ปี” ในนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๒๕ เป็นเรื่องแรก เมื่อครั้งมียศเป็นว่าที่เรือตรี และมีผลงานที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นบทความดีเด่นได้รับคัดเลือก ให้ได้รับรางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ” ประจาปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ชื่อเรื่อง “การบริหารงานด้วยระบบสามัคคีธรรม” พิมพ์ในนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ นอกจากนี้ ยังประพันธ์บทร้อยกรองในนาม กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์ และข้าราชการกองทัพเรือ ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ดังนั้น ในโอกาสนี้ กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ ขอร่วมแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในโอกาส ที่ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศชั้นนายพลเรือเป็นกรณีพิเศษ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา
นาวิกศาสตร์ 7 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
บทนํา
วันอังคารที่ ๒๐ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจา้ อยหู่ วั ไดเ้ สดจ็ พระราชดา เนนิ มาเปดิ โรงเรยี น นายเรือท่ีพระราชวังเดิม โดยพระราชทาน พระราชหัตถเลขาในสมุดเยี่ยมของโรงเรียน ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ร.ศ.๑๒๕ ดังความว่า
“วันที่ ๒๐ พฤษจิกํายน รศ ๑๒๕ เรํา จุฬําลงกรณ์ ปร ได้มําเปิดโรงเรียนนี้ มีควํามปลื้มใจ ซึ่งได้เหนกํารทหํารเรือมีรํากหยั่งลงแล้ว จะเปนท่ีม่ันสืบไปในภํายน่ํา”
ในการก่อต้ังโรงเรียนนายเรือ (Royal Thai Naval Academy) มีวัตถุประสงค์สาคัญเพ่ือให้การศึกษาแก่ ทหารเรอื ไทยอยา่ งเปน็ ระบบ และมคี วามรคู้ วามสามารถเพยี งพอในการดา รงตา แหนง่ ตา่ ง ๆ ในเรอื รบในการยกระดบั ความมนั่ คงและการปอ้ งกนั เชอ่ื มโยงกบั นโยบายของประเทศตอ่ ภยั คกุ คามทางทะเลเปน็ สา คญั ถอื เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ทส่ี า คญั ของกองทพั เรอื ในการพงึ่ พาตนเอง เนอื่ งจากในอดตี กองทพั เรอื มคี วามจา เปน็ ตอ้ งวา่ จา้ งชาวตา่ งชาตมิ าเปน็ ผบู้ งั คบั การเรอื และผู้บังคับการป้อมต่าง ๆ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชโอรสของพระองค์เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการ ทหารเรอื ยงั ตา่ งประเทศ อาทิ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ อาภากรเกยี รตวิ งศ์ หนง่ึ ในพระราชโอรสทรงศกึ ษา
นาวิกศาสตร์ 8 ปีที่ ๑๐๔ เล่มท่ี ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
วิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ และทรงนาวิชาความรู้ความสามารถกลับมาเพื่อฝึกสอนคนไทยให้เป็นทหารเรือ และทรงปรับปรุงกองทัพเรือให้มีขีดความสามารถทัดเทียมอารยประเทศ กองทัพเรือได้ถือเอาวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ของทกุ ปเี ปน็ วนั กองทพั เรอื และเปน็ วนั สถาปนาโรงเรยี นนายเรอื มาจนถงึ ทกุ วนั นี้ โดยในปนี ี้ โรงเรยี นนายเรอื จะมอี ายุ ครบ ๑๑๕ ปี ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔
กําเนิดโรงเรียนนํายเรือ
นับตั้งแต่กรณี ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ระบบ การศึกษาทหารเรือมุ่งเน้นการปฏิบัติการรบบนบกหรือป้อม ถึงแม้วิชาการทหารเรือได้เข้ามาสู่ประเทศไทยแล้ว แต่ยัง ไม่ได้มีการสอนการเดินเรือ หรือวิชาการเรือโดยตรง โรงเรียน นายเรือเริ่มจัดตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๔๒ (ร.ศ.๑๑๘) แต่มี การเล่าเรียนจริงเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๔๔๓ (ร.ศ.๑๑๙) สถานที่ตั้ง ของโรงเรียนนายเรือครั้งแรกตั้งอยู่ที่นันทอุทยาน (สวนอนันต์) โดยมีนายเรือโท ไซเดอลิน (Commander C.P. Siedelin) สัญชาติเดนมาร์ก เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายเรือคนแรก ใช้เรือหลวงมูรธาวสิทธิสวัสดิ์ เรือปืนชั้นเรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง สาหรับการฝึกหัดศึกษา ต่อมา พ.ศ. ๒๔๔๓ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ปรับปรุงพระราชวังเดิมกรุงธนบุรี และพระราชทานให้เป็น ที่ตั้งโรงเรียนนายเรืออย่างถาวร พ.ศ. ๒๔๔๕ นายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ (หม่อมราชวงศ์ พิณ สนิทวงศ์)
นาวิกศาสตร์ 9 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
พระโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ซึ่งสาเร็จวิชาการทหารเรือจากประเทศเดนมาร์ก เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตาแหน่งผู้บังคับการโรงเรียนนายเรือ ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ และเปล่ียนชื่อโรงเรียนนายเรือเป็น “กองโรงเรียนนายเรือ” และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ พลเรือตรี พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ และทรงได้รับตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ อีกตาแหน่งหนึ่ง ได้ทรงจัดการปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือจนได้มาตรฐาน และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ การสร้างโรงเรียนนายเรือในพระราชวังเดิมเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จ พระราชดาเนิน ทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙
ที่ตั้งโรงเรียนนํายเรือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนนายเรือตั้งอยู่ที่พระราชวังเดิมจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สงคราม รุกรานมาถึงไทย เวลานั้นโรงเรียนนายเรือได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางอากาศของกลุ่มประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร ตอ่ เขตพระนครอยา่ งรนุ แรง กอ่ นเดอื นมนี าคม พ.ศ. ๒๔๘๗ กองทพั เรอื จงึ ไดต้ ดั สนิ ใจยา้ ยนกั เรยี นนายเรอื และนกั เรยี น เตรียมนายเรือไปเรียนที่อาคารเรียนชั่วคราวใน
สนามหน้าเรือนจาสถานีทหารเรือสัตหีบ จังหวัด
ชลบุรี (ปัจจุบันคือกองการฝึกกองเรือยุทธการ)
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลงใน
พ.ศ. ๒๔๘๔ แต่กองทัพเรือยังไม่ย้ายโรงเรียน
นายเรือกลับมายังพระราชวังเดิมเพราะ
มีแผนที่จะปรับปรุงพระราชวังเดิมให้เป็น
ที่ทาการกองทัพเรือ และมีความปรารถนา
ที่จะตั้งสถานที่ของโรงเรียนนายเรือขึ้นใหม่
นายพลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย
(สินธุ์ กมลนาวิน) ผู้บัญชาการทหารเรือ
ได้เห็นชอบให้ย้ายโรงเรียนนายเรือมา ณ ตาบลเกล็ดแก้ว อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากเห็นว่า
ตาบลเกล็ดแก้วเป็นที่ตั้งเหมาะที่สุดเพราะ อยู่ใกล้ฐานทัพเรือสัตหีบ และต้องการ ให้นักเรียนนายเรือได้ใช้ชีวิตจริงกับ ทะเล แต่เนื่องด้วยเหตุผลสาคัญคือต้องการ ดารงมาตรฐานการศึกษาของนักเรียน นายเรืออันเนื่องมาจากขาดอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และปัญหาโรคมาลาเรียที่ ทาลายสุขภาพนักเรียนนายเรือตามแนวคิด ของหลวงสินธุสงครามชัยเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ กระทรวงกลาโหม
นาวิกศาสตร์ 10 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
อนุมัติให้กองทัพเรือตั้งโรงเรียนนายเรือ ณ ปากน้าเจ้าพระยา ตาบลบางเมือง อาเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของป้อมเสือซ่อนเล็บมาก่อน
นาวิกศาสตร์ 11 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
หลักสูตรกํารศึกษําของโรงเรียนนํายเรือปัจจุบัน
ในปจั จบุ นั โรงเรยี นนายเรอื มหี ลกั สตู รทผี่ า่ นการรบั รองจากสา นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาสา หรบั นกั เรยี น นายเรอื ๔หลกั สตู รไดแ้ ก่๑)วศิ วกรรมศาสตรบณั ฑติ สาขาวศิ วกรรมไฟฟา้ ๒)วศิ วกรรมศาสตรบณั ฑติ สาขาวศิ วกรรม เครอื่ งกลเรอื ๓)วศิ วกรรมศาสตรบณั ฑติ สาขาวศิ วกรรมอทุ กศาสตร์และ๔)วทิ ยาศาสตรบณั ฑติ สาขาบรหิ ารศาสตร์ ทั้งนี้ หลักสูตรของโรงเรียนนายเรือดังกล่าวอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนผ่านของหลักสูตรการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๓-๕ กาลังศึกษาอยู่ เข้าสู่หลักสูตรการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งนักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๑ และ ๒ กาลังศึกษาอยู่ มีหน่วยกิตรวมจานวน ๑๗๓-๑๘๐ หน่วยกิต ภายใต้การรับรองมาตรฐานหลักสูตร ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อบังคับของสภาการศึกษาวิชาทหาร และสภาวิศวกร
นาวิกศาสตร์ 12 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ทําเนียบผู้บัญชํากํารโรงเรียนนํายเรือ
ลําดับ
รํายนํามผู้บัญชํากําร
พุทธศักรําช
๑
นายเรือโท ไชเดอลิน
๒๔๔๒ – ๒๔๔๓
๒
นายเรือเอก ซีโทรลลี
๒๔๔๓ – ๒๔๔๓
๓
นายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ
๒๔๔๕ – ๒๔๔๖
๔
นายเรือโท พระองค์เจ้าวิบูลย์ พรรณรังสี
๒๔๔๗ – ๒๔๕๐
๕
นายเรือโท หลวงพินิจจักรภัณฑ์
๒๔๕๐ – ๒๔๕๔
๖
นายนาวาโท พระนรินทร์รังสรรค์
๒๔๕๔ – ๒๔๕๖
๗
นายเรือเอกผู้ช่วย ขุนนิกรอาษา
๒๔๕๖ – ๒๔๖๑
๘
นายเรอื เอกหลวงฤทธศิ กั ดชิ์ ลเขต
๒๔๖๑ – ๒๔๖๒
๙
นายนาวาโท หลวงกาจกาแหง (ห้อง หังสนาวิน)
๒๔๖๒ – ๒๔๖๗
๑๐
นายนาวาโท พระภารสมุทร์
๒๔๖๗ – ๒๔๗๕
๑๑
นายนาวาโท พระมงคลนาวาวุธ
๒๔๗๕ – ๒๔๗๖
๑๒
นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒน์
๒๔๗๖ – ๒๔๗๖
๑๓
นายนาวาตรี หลวงยุทธกิจพิลาศ (มี ปัทมะนาวิน)
๒๔๗๖ – ๒๔๘๒
๑๔
นายนาวาโท หลวงชาญชัยศึก
๒๔๘๒ – ๒๔๘๖
๑๕
นาวาเอก ประวิศ ศรีพิพัฒน์
๒๔๘๖ – ๒๔๘๘
๑๖
นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี
๒๔๘๘ – ๒๔๙๐
๑๗
นาวาเอก ชวน โกศลนาวิน
๒๔๙๐ – ๒๔๙๑
๑๘
นาวาเอก สวัสดิ์ ภูติอนันต์
๒๔๙๑ – ๒๕๐๐
๑๙
พลเรือจัตวา จิตต์ สังขดุลย์
๒๕๐๐ – ๒๕๐๐
๒๐
พลเรือจัตวา นัย นพคุณ
๒๕๐๐ – ๒๕๐๑
๒๑
พลเรือตรี จรัส บุญบงการ
๒๕๐๑ – ๒๕๐๓
ลําดับ
รํายนํามผู้บัญชํากําร
พุทธศักรําช
๒๒
พลเรือตรี ศิริ กระจ่างเนตร์
๒๕๐๓ – ๒๕๐๕
๒๓
นาวาเอก หม่อมราชวงศ์พันธุม ทวีวงศ์
๒๕๐๕ – ๒๕๐๙
๒๔
พลเรือตรี สมุทร์ สหนาวิน
๒๕๐๙ – ๒๕๑๓
๒๕
พลเรือตรี ประพัฒน์ จันทวิรัช
๒๕๑๓ – ๒๕๑๙
๒๖
พลเรือตรี ประเสริฐ แทนขา
๒๕๑๙ – ๒๕๒๑
๒๗
พลเรือตรี จินดา ไชยอุดม
๒๕๒๑ – ๒๕๒๓
๒๘
พลเรือตรี วินิจ ศรีพจนารถ
๒๕๒๓ – ๒๕๒๖
๒๙
พลเรือตรี วินิจ ตาปสนันทน์
๒๕๒๖ – ๒๕๒๗
๓๐
พลเรือตรี สมโภช ขมะสุนทร
๒๕๒๗ – ๒๕๒๙
๓๑
พลเรือตรี สาราญ สมรูป
๒๕๒๙ – ๒๕๓๑
๓๒
พลเรือตรี สุวิทย์ วัฒนกุล
๒๕๓๑ – ๒๕๓๒
๓๓
พลเรือโท ศิริ ทองวิบูลย์
๒๕๓๒ – ๒๕๓๒
๓๔
พลเรือโท ไพรัช ชูธงชัย
๒๕๓๒ – ๒๕๓๒
๓๕
พลเรือโท โกวิทย์ วัฒนธรรม
๒๕๓๒ – ๒๕๓๓
๓๖
พลเรือตรี สุวิทย์ วัฒนกุล
๒๕๓๓ – ๒๕๓๔
๓๗
พลเรือโท ไพโรจน์ สันติเวชกุล
๒๕๓๔ – ๒๕๓๖
๓๘
พลเรือโท อธิคม ฮุนตระกูล
๒๕๓๖ – ๒๕๓๗
๓๙
พลเรือโท วรงค์ ส่งเจริญ
๒๕๓๗ – ๒๕๓๙
๔๐
พลเรือโท สาเภา พลธร
๒๕๓๙ – ๒๕๔๑
๔๑
พลเรือโท วิโรจน์ ยุวนางกูร
๒๕๔๑ – ๒๕๔๒
๔๒
พลเรือโท สุชาติ กลศาสตร์เสนี
๒๕๔๒ – ๒๕๔๓
นาวิกศาสตร์ 13 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ลําดับ
รํายนํามผู้บัญชํากําร
พุทธศักรําช
๔๓
พลเรือโท วิศาล ไพทีกุล
๒๕๔๓ – ๒๕๔๔
๔๔
พลเรือโท ไพศาล นภสินธุวงศ์
๒๕๔๔ – ๒๕๔๕
๔๕
พลเรือโท วีรศักดิ์ วัชรบูล
๒๕๔๕ – ๒๕๔๖
๔๖
พลเรือโท เดชา อยู่พรต
๒๕๔๖ – ๒๕๔๗
๔๗
พลเรือโท ประวิตร์ ศรีสุขวัฒนา
๒๕๔๗ – ๒๕๔๘
๔๘
พลเรือโท อภิชาติ เพ็งศรีทอง
๒๕๔๘ – ๒๕๕๐
๔๙
พลเรือโท วัลลภ เกิดผล
๒๕๕๐ – ๒๕๕๑
๕๐
พลเรือโท สุรศักดิ์ แก้วแถมทอง
๒๕๕๑ – ๒๕๕๒
๕๑
พลเรือโท อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ
๒๕๕๒ – ๒๕๕๓
๕๒
พลเรือโท ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร
๒๕๕๓ – ๒๕๕๔
ลําดับ
รํายนํามผู้บัญชํากําร
พุทธศักรําช
๕๓
พลเรือโท ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
๒๕๕๔ – ๒๕๕๕
๕๔
พลเรือโท อนุทัย รัตตะรังสี
๒๕๕๕ – ๒๕๕๖
๕๕
พลเรือโท รุ่งศักดิ์ เสรีสวัสดิ์
๒๕๕๖ – ๒๕๕๗
๕๖
พลเรือโท พงษ์เทพ หนูเทพ
๒๕๕๗ – ๒๕๕๘
๕๗
พลเรือโท ลือชัย รุดดิษฐ์
๒๕๕๘ – ๒๕๕๙
๕๘
พลเรือโท ชัชชัย โพธิพรรค
๒๕๕๙ – ๒๕๖๑
๕๙
พลเรือโท สุชา เคี่ยมทองคา
๒๕๖๑ – ๒๕๖๒
๖๐
พลเรือโท ไชยนันท์ นันทวิทย์
๒๕๖๒ – ๒๕๖๓
๖๑
พลเรือโท ไกรศรี เกษร
๒๕๖๓ – ๒๕๖๔
๖๒
พลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด
๒๕๖๔ – ปัจจุบัน
ผู้บัญชํากํารโรงเรียนนํายเรือปัจจุบัน
๑. ยศ-ชื่อ-สกุล
๒. วัน เดือน ปีเกิด ๓. คู่สมรส
๔. การศึกษา
๕. การศึกษาทางทหาร
๖. การศึกษาต่างประเทศ ๗. ตาแหน่งในอดีต
พลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด ๑๖ กันยายน ๒๕๐๗ รศ.ดร.วัชรีวรรณ ทองสะอาด
- มัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่
- วิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายเรือ
- รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๒๔
- โรงเรียนนายเรือ รุ่น ๘๑
- โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ รุ่น ๕๘
- วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่น ๔๑
- โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ ประเทศออสเตรเลีย
- CERTIFICATE IN MANAGEMENT, QUEENSLAND UNIVERSITY OF
TECHNOLOGY ประเทศออสเตรเลีย
- ต้นเรือเรือหลวงลันตา
- ผู้บังคับการเรือหลวงสมุย
- นายทหารสื่อสารกองเรือยกพลขึ้นบกและบริการ และรักษาราชการ
นายธงผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและบริการ
นาวิกศาสตร์
14
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๘. ตาแหน่งพิเศษ
- นายธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
- อาจารย์กองวิชาเสนาธิการกิจ ฝ่ายวิชาการ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง - รองผู้อานวยการกองนโยบายและแผน กรมส่งกาลังบารุงทหารเรือ
- ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย/ ปารีส
- ผู้อานวยการกองการศึกษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
- ผู้อานวยการกองนโยบายและแผน กรมส่งกาลังบารุงทหารเรือ
- นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจาเสนาธิการทหารเรือ
- นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจารองผู้บัญชาการทหารเรือ
- รองผู้อานวยการสานักนโยบายเละแผน กรมส่งกาลังบารุงทหารเรือ
- ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
- ผู้อานวยการสานักงานฝ่ายอานวยการ ศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเลภาค ๑
- ผู้อานวยการสานักนโยบายและแผน ศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเล
- รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ - นายทหารราชองครักษ์
- ตุลาการศาลทหารชั้นต้น
นโยบํายผู้บัญชํากํารโรงเรียนนํายเรือ ประจําปีงบประมําณ ๒๕๖๕
เจตนํารมณ์
โรงเรียนนายเรือเป็นสถาบันการศึกษาที่สาคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตนํายทหํารหลักซึ่งถือเป็นรํากแก้ว
ของกองทัพเรือ กองทัพเรือจะเข้มแข็ง และเจริญรุ่งเรืองมากน้อยเพียงใดอยู่ที่นักเรียนนายเรือในวันนี้ ดังนั้น กระบวนการให้การศึกษาทั้งภาค
วิชาการ วิชาชีพทหารเรือ และภาวะผู้นา
ของโรงเรียนนายเรือจะต้องมีคุณภาพ
และประสิทธิภาพ การให้การศึกษาที่มี คุณภาพ และประสิทธิภาพจาเป็นต้องมี ความพร้อมสมบูรณ์ในทุกองค์ประกอบ ได้แก่ ครูอาจารย์ต้องมีความรู้ และ ประสบการณ์ นายทหารปกครองต้องมี คณุ สมบตั เิ หมาะสม และเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี แก่นักเรียน นักเรียนต้องมีความรู้พื้นฐาน และความพร้อมที่จะรับการศึกษา หลักสูตรการศึกษาจะต้องเหมาะสม
นาวิกศาสตร์ 15 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
และผู้เรียนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ห้องเรียนและสื่อการเรียนการสอนจะต้อง เหมาะสมและทันสมัย เป็นต้น
ขอใหก้ า ลงั พลของโรงเรยี นนายเรอื ทกุ ระดบั และทกุ คนมคี วามภาคภมู ใิ จทไี่ ดป้ ฏบิ ตั ริ าชการ ณ สถาบนั อนั ทรงเกยี รติ ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเสดจ็ พระราชดา เนนิ มาเปดิ เมอื่ ๑๑๕ ปที แี่ ลว้ และรว่ มแรงรว่ มใจกนั ปฏิบัติภารกิจที่สาคัญนี้อย่างเต็มกาลังความสามารถ เพื่อให้กระบวนการผลิตนักเรียนนายเรือเป็นไปตามวิสัยทัศน์ ปรัชญา ภารกิจ วัตถุประสงค์ และปณิธานของโรงเรียนนายเรือ
แม้ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) และ อยู่ภายใต้มาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการให้การศึกษาแก่นักเรียนนายเรือ แต่โรงเรียนนายเรือจะต้องปรับตัว และแสวงหาวิธีดาเนินการรวมทั้งเทคนิคต่าง ๆ มาใช้เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอน และการฝึกแก่นักเรียน นายเรือให้ได้ตามที่หลักสูตรกาหนดอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะกระทาได้
นโยบายผบู้ ญั ชาการโรงเรยี นนายเรอื ประจา ปงี บประมาณ ๒๕๖๕ กา หนดขนึ้ โดยสอดคลอ้ งกบั พระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ แผนยุทธศาสตร์ โรงเรียนนายเรือ แผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี โรงเรียนนายเรือ และแผนปฏิบัติราชการ ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ของ โรงเรยี นนายเรอื สา หรบั ใชใ้ นการขบั เคลอื่ น ๓ เสาหลกั
ของโรงเรียนนายเรือ ได้แก่ กองบัญชาการและ
ส่วนสนับสนุน ฝ่ายศึกษา และกรมนักเรียนนายเรือ
รักษาพระองค์ ในการปฏิบัติภารกิจให้สอดคล้อง
กับสถานการณ์ที่มีผลกระทบกับการปฏิบัติงาน
ของโรงเรียนนายเรือ และเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปสู่เป้าหมาย
การหล่อหลอมให้นักเรียนนายเรือเป็นนายทหาร
สัญญาบัตรที่มีความรู้ ความสามารถ ความคิดริเริ่ม
มีความเป็นผู้นา เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรมสาหรับปฏิบัติราชการในกองทัพเรือรวมทั้งมีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
นโยบายผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่จะขับเคลื่อน ๓ เสาหลักในการปฏิบัติ ภารกิจของโรงเรียนนายเรือร่วมกันให้บรรลุวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ และปณิธานของโรงเรียนนายเรือ ตามเจตนารมณ์ ของผบู้ ญั ชาการโรงเรยี นนายเรอื ประกอบดว้ ยนโยบาย
จานวน ๖ ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านการศึกษา นโยบาย
ด้านการสร้างภาวะผู้นาและลักษณะทหาร นโยบาย ด้านการบริหารจัดการ นโยบายด้านกาลังพล นโยบาย ด้านสวัสดิการและสุขภาพ และนโยบายด้านพิเศษ ที่เสาหลักทั้ง ๓ เสาจะต้องยึดถือและนาไปปฏิบัติ ร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องให้เกิดผลดังคากล่าว ที่ว่า “ร่วมใจสร้ํางรํากแก้วให้เข้มแข็ง เป็นแรงขับ ทัพเรือสู่เป้ําหมําย” ดังนี้
นาวิกศาสตร์ 16 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
นโยบํายด้ํานกํารศึกษํา
๑. จดั ปฐมนเิ ทศครอู าจารยใ์ นตน้ ภาคการศกึ ษา เพอื่ ใหท้ ราบวสิ ยั ทศั น์ ปรชั ญา ภารกจิ วตั ถปุ ระสงค์ และปณธิ าน ของโรงเรยี นนายเรอื อยา่ งแทจ้ รงิ รวมทงั้ ทราบความมงุ่ หมายของหลกั สตู ร และวตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาในวชิ าทตี่ น รับผิดชอบ
๒. ปรับรูปแบบการเรียนการสอนและการฝึกให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID–19) โดยนาระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการและเทคนิคที่มีประสิทธิภาพ มาใช้เพ่ือให้การเรียนรู้มีคุณภาพใกล้เคียงกับการเรียนการสอน ในสถานการณ์ปกติมากที่สุด
๓. ครูอาจารย์ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ มีจิตวิญญาณ ความเป็นครูที่ให้ทั้งความรู้ด้านวิชาการ และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียนนายเรือ รวมทั้งมีลักษณะ การแสดงออก และการแต่งกายที่เหมาะสมและสง่างาม
๔. ครูอาจารย์ปลูกฝังให้นักเรียนนายเรือมี จิตวิญญําณควํามเป็นชําวเรือ เป็นสุภําพบุรุษทหํารเรือ และหล่อหลอมให้นักเรียนนายเรือมีความเข้มแข็ง เพื่อสร้ํางเหล็กในคน ที่สําคัญกว่ําเหล็กในเรือ
๕. จัดให้มีการประชุมสัมมนากับหน่วยเกี่ยวข้องเรื่องอาจารย์ของโรงเรียนนายเรือ เพื่อให้ได้แนวทางการพัฒนา อาจารย์ แนวทางรับราชการ และการเจริญเติบโตของอาจารย์ การย้ายบรรจุอาจารย์
๖. ทา การทบทวนหลกั สตู รปรบั ปรงุ ประมวลการศกึ ษาตา ราและคมู่ อื การเรยี นการสอนใหท้ นั สมยั และตอบสนอง ความต้องการใช้งานเมื่อนักเรียนสาเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตรพรรคเหล่าต่าง ๆ อย่างแท้จริงอยู่เสมอ
๗. พัฒนาห้องเรียน สื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และทันสมัยรวมทั้งมีจานวนเพียงพอ เช่น Smart Classroom ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ตาราอิเล็กทรอนิกส์
๘. ให้ความสาคัญ กับการฝึกภาคปฏิบัติใน ทะเลของนักเรียนนายเรือ เป็นลาดับแรก โดยจัดให้ มีองค์ประกอบที่สาคัญ ได้แก่ เรือฝึกที่เหมาะสม วตั ถปุ ระสงค์และหวั ขอ้ การฝกึ ทสี่ อดคลอ้ งกบั ความมงุ่ หมาย ของหลกั สตู รครฝู กึ ทมี่ คี วามรู้ และประสบการณ์นักเรียน นายเรอื มคี วามพรอ้ มทงั้ ความรู้ ด้านวิชาการ และร่างกาย ที่แข็งแรงสมบูรณ์
นาวิกศาสตร์ 17 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๙. พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนนายเรือทั้ง ๔ ทักษะให้อยู่ในระดับที่สามารถสื่อสารได้ และสอบผ่าน เกณฑ์ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศได้
๑๐.สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นนายเรอื และขา้ ราชการ สรา้ งผลงานวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม รวมทงั้ แนวคดิ ในการพงึ่ พา ตนเอง
๑๑.ใหค้ วามรดู้ า้ นคอมพวิ เตอร์เทคโนโลยกี ารสอื่ สารและสารสนเทศปญั ญาประดษิ ฐ์(Arti cialIntelligence:AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสิ่งที่นักเรียนนายเรือจะนาไปใช้เมื่อสาเร็จการศึกษา
๑๒.พัฒนาระบบและอุปกรณ์สนับสนุนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบสารองข้อมูล
นโยบํายด้ํานกํารสร้ํางภําวะผู้นําและลักษณะทหําร
๑. จัดปฐมนิเทศนายทหารปกครองในต้นภาคการศึกษา เพื่อให้ทราบวิสัยทัศน์ ปรัชญา ภารกิจ วัตถุประสงค์ และปณิธานของโรงเรียนนายเรืออย่างแท้จริง รวมทั้งทราบคุณสมบัติของนายทหารปกครองที่ดี และการทาหน้าที่ นายทหารปกครองที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโรงเรียนนายเรือ
๒. ปรบั รปู แบบการอบรมการฝกึ และการปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บปฏบิ ตั ปิ ระจา (รปจ.)ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID–19) โดยนาระบบการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการ และเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่อให้การเรียนรู้มีคุณภาพใกล้เคียงกับการเรียน การอบรม และการฝึกในสถานการณ์ปกติมากที่สุด
๓. นายทหารปกครองปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ ง ที่ดี มีจิตวิญญาณความเป็นครูที่ให้ทั้งความรู้ ด้านวิชาการ และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่ นกั เรยี นนายเรอื รวมทงั้ มลี กั ษณะทหารการแสดงออก การแต่งกายที่เหมาะสม และสง่างาม
๔. นายทหารปกครองปลกู ฝงั ใหน้ กั เรยี นนายเรอื มีคุณสมบัติของนายทหารเรือไทย ๕ ประการ ได้แก่ มีความรู้ เป็นผู้นาทางทหาร มีความซื่อสัตย์ และมคี วามจงรกั ภกั ดีเปน็ สภุ าพบรุ ษุ และมคี วามละเอยี ด รอบคอบ ไมป่ ระมาท
นาวิกศาสตร์ 18 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๕. นายทหารปกครองปลูกฝังให้นักเรียนนายเรือ ยดึ ถอื คา่ นยิ มหลกั ของกองทพั เรอื ๔ ประการ หรอื SAIL ไดแ้ ก่ควํามเปน็ ชําวเรอื (Seamanship)ควํามซอื่ สตั ย์ และควํามจงรักภักดี (Allegiance) ควํามเป็น ผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และควํามเป็นสุภําพบุรุษ ทหํารเรือ (Integrity and Gentleman) และควํามเป็นผู้นํา (Leadership)
๖. นายทหารปกครองดูแลนักเรียนนายเรือ
ให้กินอยู่ หลับนอน อย่างมีคุณภาพ เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยที่ดี พร้อมที่จะรับการฝึกศึกษามากที่สุด
๗. บริหารจัดการด้านกีฬา เพื่อให้โรงเรียนนายเรือมีทีมกีฬาที่เข้มแข็งเข้าแข่งขันรายการที่สาคัญ ได้แก่ กีฬา โรงเรียนทหารตารวจ และสัปดาห์กีฬานาวี
๘. จดั ใหม้ กี ารบรรยายของศษิ ยเ์ กา่ โรงเรยี นนายเรอื ทปี่ ระสบความสา เรจ็ ในการรบั ราชการ เพอื่ สรา้ งแรงบนั ดาลใจ แก่นักเรียนนายเรือ
นโยบํายด้ํานกํารบริหํารจัดกําร
๑. ทบทวนแผนยุทธศาสตร์โรงเรียนนายเรือ และจัดทาแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปีโรงเรียนนายเรือ
๒. ปรบั ปรงุ และพฒั นาโครงสรา้ งคณะกรรมการ และแนวทางดา เนนิ การเรอื่ ง PMQA และนา มาใชใ้ นการบรหิ าร จัดการของโรงเรียนนายเรืออย่างแท้จริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทางานมากยิ่งขึ้น
๓. มกี ารบรหิ ารงบประมาณทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ไดแ้ ก่ การปฏบิ ตั ถิ กู ตอ้ งตามกฎระเบยี บขอ้ บงั คบั การใชง้ บประมาณ ตามความจาเป็นและอย่างคุ้มค่า และการเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผนที่กาหนด
๔. ผบู้ งั คบั บญั ชา หวั หนา้ หนว่ ยขนึ้ ตรง และฝา่ ยอา นวยการ ตดิ ตามสถานการณก์ ารปฏบิ ตั งิ าน และการรายงาน ต่าง ๆ ของหน่วย และผู้เกี่ยวข้องผ่านระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศที่กาหนดอยู่เสมอ เพื่อประสิทธิภาพ ในการทา งาน การรเู้ ทา่ ทนั สถานการณ์ การรบั ทราบขอ้ มลู ขา่ วสารทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การปฏบิ ตั งิ านและการประสานงาน
๕. หน่วยขึ้นตรงและกาลังพลติดตามสถานการณ์ และข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอก โรงเรียนนายเรืออยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง
ี่
๖. จดั ใหม้ รี ะบบรกั ษาความปลอดภยั สถานท ปฏิบัติงาน และบ้านพักของหน่วยที่มีประสิทธิภาพ มีแผนเผชิญเหตุ แผนป้องกันความเสียหายจากภัย ต่าง ๆ และจัดให้มีการฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผน ตามห้วงเวลาที่เหมาะสม
๗. ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ผลงาน ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงที่ดีของโรงเรียนนายเรือ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพสอดคล้อง กับสภาวะแวดล้อม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคม (Social Media) ต่าง ๆ
นาวิกศาสตร์ 19 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
โดยมีคณะกรรมการประชาสัมพันธ์โรงเรียนนายเรือเป็นผู้กาหนดนโยบาย วางแผน ดาเนินการ รวมทั้งติดตาม สถานการณ์ และข้อมูลข่าวสารภายนอกตลอดเวลา เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ มีความถูกต้อง เหมาะสม รวดเร็ว สามารถสื่อสาร และตอบสนองต่อปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
๘. ใชห้ ลกั การทา งาน“ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์รวดเรว็ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม”
๙. เตรียมพร้อมสาหรับการรับตรวจประเมิน จากหน่วยตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมจเร ทหารเรือ สานักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ คณะกรรมการ PMQA และ KM ของกองทัพเรือ
๑๐.ทาการทบทวนการปฏิบัติที่สาคัญ
(After Action Review: AAR) เพื่อนาข้อมูล
และบทเรียน มาปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติ ที่สาคัญให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การสอบ คัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ
๑๑.จัดทาและเสนอโครงการก่อสร้างอาคารกองบังคับการ กรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ที่เหมาะสม สง่างาม และใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
นโยบํายด้ํานกําลังพล
๑. สง่ เสรมิ ใหก้ า ลงั พลมรี ะเบยี บวนิ ยั มลี กั ษณะ ทหารที่ดี แต่งกายถูกต้องตามระเบียบ ปฏิบัติท่า พระราชทานอยา่ งถกู ตอ้ งและเขม้ แขง็ ในฐานะหนว่ ย ที่เป็นแหล่งผลิตนายทหารหลักของกองทัพเรือ
๒. สง่ เสรมิ ใหก้ า ลงั พลมคี วามรใู้ นระดบั ทสี่ งู ขนึ้ และมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
๓. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยปกครอง บังคับบัญชากาลังพลด้วยระบบคุณธรรม ได้แก่ การพิจารณาบาเหน็จ การย้ายบรรจุ การประเมินผลการปฏิบัติงาน
๔. ส่งเสริมให้กาลังพลมีคุณธรรมจริยธรรมด้วยการอบรมสั่งสอนและฟังธรรมตามห้วงเวลาที่เหมาะสมยกย่อง ชมเชย และตอบแทนผู้ทาความดีเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ส่วนรวม
๕. กาลังพลวางตัวและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ไม่ปฏิบัติตนเสื่อมเสียภาพลักษณ์ และชื่อเสียงขององค์กร เช่น แต่งเครื่องแบบไปในที่ที่ไม่เหมาะสม ผิดเวลา และแต่งเครื่องแบบไม่ถูกต้องตามระเบียบ
๖. กาลังพลทุกนายมีวิจารณญาณในการใช้สื่อสังคม ในฐานะข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง รวมทั้งไม่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
๗. ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเสริมสร้างให้กาลังพลมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างรากแก้ว ของกองทัพเรือที่จะทาให้กองทัพเรือมีความเข้มแข็ง และเจริญรุ่งเรืองต่อไป
นาวิกศาสตร์ 20 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
นโยบํายด้ํานสวัสดิกํารและสุขภําพ
๑. ส่งเสริมให้กาลังพลมีการรักษาสุขภาพ พลานามัยที่ดีอยู่เสมอ
๒. ส่งเสริมให้การสวัสดิการภายในโรงเรียน นายเรือตอบสนองความต้องการของนักเรียน นายเรือ และกาลังพลโรงเรียนนายเรือรวมท้ัง ครอบครัวมากยิ่งขึ้น เช่น สถานที่ออกกาลังกาย สนามกีฬา และร้านอาหาร
๓. กาหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติในการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา๒๐๑๙(COVID–19)ทเี่หมาะสมและปรบั เปลยี่ น ให้สอดคล้องกับสถานการณ์แล้วแจ้งให้กับกาลังพล และครอบครัวอยู่เสมอ
๔. ใช้ศักยภาพของโรงพยาบาลโรงเรียน นายเรือในการบริการทางการแพทย์ และส่งเสริม สขุ ภาพกา ลงั พลของโรงเรยี นนายเรอื และครอบครวั ให้มากที่สุด
๕. จัดให้มีการออกกาลังกาย และการแข่งขัน กีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และความสามัคคีในหมู่ กาลังพลตามห้วงเวลาที่เหมาะสม
๖. จัดให้มีการจาหน่ายสินค้าราคา ประหยัดในพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อให้กาลังพล และครอบครัวได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพในราคา ที่เหมาะสม
๗. ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพของ ที่พักอาศัยในโรงเรียนนายเรือให้ดียิ่งขึ้น
นโยบํายด้ํานพิเศษ
๑. ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้ สามสมอสมาคม
๒. ดูแลรักษาปรับปรุงอาคารสถานที่
และสงิ่ อา นวยความสะดวกของโรงเรยี นนายเรอื
ให้มีความสง่างามอยู่เสมอ รวมทั้งใช้สถานที่ ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์เป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยง และสนับสนุนการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ทหารเรือตามความเหมาะสม
นาวิกศาสตร์ 21 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
บทสรุป
ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ จนถึง
ปัจจุบันรวมระยะเวลา ๑๑๕ ปี โรงเรียนนายเรือ
ไดร้ บั การพฒั นามาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง มกี ารเปลยี่ นแปลง
หลายเรื่อง ได้แก่ ที่ตั้งของโรงเรียน หลักสูตร
การศกึ ษาผบู้ ญั ชาการโรงเรยี นและนโยบายเปน็ ตน้
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยคือ วัตถุประสงค์
ของการตั้งโรงเรียนนายเรือเพื่อผลิตนายทหารเรือ
ทเี่ ปน็ รากแกว้ ของกองทพั เรอื ใหม้ คี วามรภู้ าควชิ าการ วชิ าชพี ทหารเรอื และภาวะผนู้ า ซงึ่ ๓ เสาหลกั ของโรงเรยี นนายเรอื ได้แก่ กองบัญชาการและส่วนสนับสนุน ฝ่ายศึกษา และกรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ จะต้องร่วมแรง ร่วมใจกันให้การฝึกศึกษาแก่นักเรียนนายเรืออย่างเต็มที่ และทางานประสานสอดคล้องกันเพื่อให้นักเรียนนายเรือ มีความเข้มแข็ง มีความรู้ความสามารถ และคุณธรรมจริยธรรมสามารถขับเคลื่อนกองทัพเรือให้เจริญรุ่งเรือง ตามเปา้ หมายทตี่ งั้ ไวด้ ังคากล่าวที่ว่า “ร่วมใจสร้ํางรํากแก้วให้เข้มแข็ง เป็นแรงขับทัพเรือสู่เป้ําหมําย”
เอกสารอ้างอิง
๑. แชน ปจั จสุ านนท,์ พลเรอื ตร.ี หนงั สอื เรอื่ ง ขอใหแ้ กป้ ระวตั โิ รงเรยี นนายเรอื เมอื่ แรกตงั้ ลงวนั ที่ ๒๒ มถิ นุ ายน ๒๕๑๙ ๒. กองบรรณาธิการ, ประวัติโรงเรียนนายเรือ. นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๕๙ เล่ม ๑๐ พ.ศ. ๒๕๑๙
๓. ดิลก ภัทรโกศล, พลเรือตรี. ๒ ปีที่โรงเรียนนายเรือปากน้า. นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๖๙ เล่ม ๑๒ พ.ศ. ๒๕๒๙
๔. โรงเรียนนายเรือ, ๙๐ ปี โรงเรียนนายเรือ. นาวิกศาสตร์. มกราคม ๒๕๔๐
๕. ประพฒั น์ จนั ทวริ ชั , พลเรอื เอก. โรงเรยี นนายเรอื มอี ายคุ รบ ๑๐๐ ป.ี นาวกิ ศาสตร.์ ปที ี่ ๘๓ เลม่ ที่ ๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๓ ๖. กองทัพเรือ, ๑๐๐ ปี การเสด็จพระราชดาเนินทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ, พฤศจิกายน ๒๕๔๙
๗. มนู สาคริก, พลเรือโท. โรงเรียนนายเรือ สมุทรปราการ. นาวิกศาสตร์. มิถุนายน ๒๕๕๔
๘ . บ ญุ พ สิ ฐิ ศ ร หี ง ส , ์ ๑ ๑ ๐ ป ี เ ส ด จ็ พ ร ะ ร า ช ด า เ น นิ ท ร ง เ ป ดิ โ ร ง เ ร ยี น น า ย เ ร อื . น า ว กิ ศ า ส ต ร ์ ป ที ี ่ ๙ ๙ เ ล ม่ ท ี ่ ๑ ๑ พ ฤ ศ จ กิ า ย น ๒ ๕ ๕ ๙
นาวิกศาสตร์ 22 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
นาวิกศาสตร์ 23 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
วันกองทัพเรือครั้งแรก (ตอนที่ ๑)
๑. วันกองทัพเรือคร้ังแรก
วันกองทัพเรือครั้งแรก คือวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๖ กองทัพเรือได้จัดงานวันกองทัพเรือ
ขึ้นเป็นคร้ังแรก โดยจัดให้มีการแสดงเป็นการบรรยายประกอบดนตรีทางวิทยุกระจายเสียงของกรมโฆษณาการ (คือกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นสื่อโฆษณาอย่างเดียวในเวลาน้ัน ในสมัยนั้นเป็นสมัยที่ประเทศไทยอยู่ใน สมัยของรัฐนิยม มีจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเปล่ียนแปลงการใช้ภาษาไทยท่ีเป็นภาษาเขียน เสียใหม่ โดยตัดพยัญชนะออก ๑๓ ตัว ตัดสระออก ๕ ตัว ตัด “เชิง” ที่ “ญ” ออก นอกจากน้ียังเปลี่ยนการใช้เลขไทย เป็นเลขอารบิค (ตัวเลขแบบอาหรับได้แก่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 0) อีกด้วย
อิทธิพลของภาษารัฐนิยม ทาให้พระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๕ ในวันเสด็จพระราชดาเนินทรงกระทาพิธีเปิดโรงเรียนนายเรือ ที่พระราชวังเดิม เม่ือวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) ต้องถูกเปล่ียนแปลงไปด้วย
จาก
ถูกเปลี่ยนไปเป็น
นาวิกศาสตร์ 24 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
หมายเหตุ
เลข ๓๙ ที่อยู่เหนือ รศ ตามด้วยเลข ๑๒๕ นั้น คนส่วนมากไม่ทราบว่าคืออะไร และไม่สนใจว่าคืออะไร จึงขอบอก กล่าวให้ทราบโดยทั่วกันไว้ ณ ที่นี้ว่า
เลข ๓๙ คือ พนมศก หมายถึงเลขปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จ เถลิงถวัลยราชสมบัติมาแล้ว เป็นปีที่ ๓๙ และเขียนไว้บน รศ
รศ ๑๒๕ คือ รัตนโกสินทรศก ๑๒๕
รัตนโกสินทรศก อ่านว่า รัดตะนะโกสินสก คือปีที่นับตั้งแต่วันตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งภายหลังพุทธศักราช (พ.ศ.) ๒๓๒๕ ปี
พุทธศักราช (พ.ศ.) คือปีที่นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
ถ้าอยากจะเทียบ ระหว่างพุทธศักราช (พ.ศ.) กับรัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) ก็เอาพุทธศักราช ลบด้วย ๒๓๒๔ จะเท่ากับรัตนโกสินทรศก หรือเอารัตนโกสินทรศก บวกด้วย ๒๓๒๔ จะเท่ากับ พุทธศักราช
เช่น ร.ศ.๑๒๕บวกด้วย๒๓๒๔จะเป็นพ.ศ.๒๔๔๙ พ.ศ. ๒๔๔๙ ลบด้วย ๒๓๒๔ จะเป็น ร.ศ. ๑๒๕
การแสดงของกองทัพเรือในวันกองทัพเรือทางวิทยุกระจายเสียงเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๖ จึงเขียนว่า
การแสดงในงานวันกองทัพเรือครั้งแรกนี้ มีการซ้อมใหญ่ที่กองดุริยางค์ทหารเรือ ส่วนการแสดงจริงไปกระทา ที่สถานีวิทยุกระจายเสียง ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับกองสัญญาณทหารเรือ รายการแสดงเป็น การบรรเลงประกอบ ดนตรี ซึ่งมีรายการสังเขป ได้แก่
1. รายการสาหรับทหานของชาติเรื่อง “กองทัพเรือสมัยกู้ชาติ”
2. การบรรยายประวัติเรื่อง “วันกองทัพเรือ” “เรื่องราชนาวีของเรา”
3. สาส์นอวยพรที่สาคัน
4. การบรรยายเรื่อง “คุณสมับติพิเศษของทหานไนราชนาวี”
5. การแสดงชีวิตทหานเรือประกอบดนตรี เรื่อง “ชีวิตวันหนึ่งของลูกทเล
นาวิกศาสตร์ 25 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๒. เพลงทหารเรือ ที่ทหารเรือไม่รู้จัก แล้วก็ลืม ในบทความเรื่องนี้จะขอกล่าวถึงแต่เพียงเรื่องดนตรหีรือเพลงแต่อย่างเดียวซึ่งมีอยู่ในการแสดงครั้งนี้ประมาณ
๑๗ เพลง มีบางเพลงที่ยังคงเป็นที่รู้จัก และยังร้องกันอยู่ในปัจจุบัน แต่มีอีกหลายเพลง ที่ทหารเรือในยุคนี้ไม่รู้จัก และ เป็นเพลงที่ทหารเรือลืมไปในที่สุด ดังที่จะนาเสนอท่านผู้อ่านได้ทราบ และหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อการบันทึก ไวเ้ ปน็ ประวตั ศิ าสตรข์ องกองทพั เรอื ตอ่ ไป สา หรบั การเขยี นชอื่ เพลง และคา รอ้ งของเพลงนนั้ จะขอคดั ลอกจากตน้ ฉบบั ซึ่งเขียนเป็นภาษารัฐนิยม ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ เพื่อให้คงสภาพของการเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้ ส่วนท่านผู้ใดจะนาไป เขียนต่อให้เป็นภาษาไทยในปัจจุบันก็สุดแล้วแต่จะเห็นเป็นการสมควร
เนื้อหาของบทความในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ที่เป็นส่วนสาคัญ ผมได้มาจากหนังสือ “นาวิกสาตร ปีที่ 27 พ.ส. 2487 เล่ม 1 เรื่อง “การส่งกะจายเสียงทางวิทยุ วันกองทัพเรือ 20 พ.ย. 86”
การส่งกระจายเสียงทางวิทยุวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๖ เริ่มต้นตั้งแต่เวลา ๑๘๓๕
ว.เชาวนะกวี คือ รองอามาตย์โท วงศ์ เชาวนะกวี อนุศาสนาจารย์คนแรกของกองทัพเรือ อาจารย์สอน วิชาภาษาไทยแก่นักเรียนนายเรือ และนักเรียนเตรียมนายเรือ
เพลงที่หนึ่ง
นาวิกศาสตร์ 26 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
จอมพล ป.พิบูลสงคราม พลเรือเอก สินธ์ุ กมลนาวิน
รองอามาตย์โท วงศ์ เชาวนะกวี อนุศาสนาจารย์คนแรกของกองทัพเรือ
นาวิกศาสตร์ 27 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่สอง
นาวิกศาสตร์ 28 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่สาม
* นาวาเอก เอกไชย อิสรางกูร นะ อยุธยา พลเรือตรี เอกไชย (สงวน) อิศรางกูร ณ อยุธยา
นาวิกศาสตร์ 29 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่สี่
นาวิกศาสตร์ 30 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงท่ีห้า
นาวาตรี จรัด บุญบงการ (พลเรือโท จรัส บุญบงการ)
นาวิกศาสตร์ 31 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่หก
นาวิกศาสตร์ 32 ปีท่ี ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
คณุ ครพู ลเรอื เอก ประพฒั น์ จนั ทวริ ชั เลา่ วา่ โรงเรยี นนายเรอื จดั การบรรยายประกอบดนตรเี รอื่ งชวี ติ วนั หนง่ึ ของลูกทเล คุณครูพลเรือเอก นัย นพคุณ เวลานั้นมียศนาวาโท และเป็นต้นเรือโรงเรียนนายเรือเป็นผู้ประพันธ์บท กองดุริยางค์ทหารเรือจัดดนตรี และเพลงประกอบ คุณครูพลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ตอนน้ันเป็นนักเรียน นายเรือชั้นปีที่ ๔ รับหน้าที่เป็นผู้บรรยาย (โคสก) นักเรียนนายเรืออื่น ๆ ทาหน้าที่ร้องเพลง เป่านกหวีดเรือ กล่าวคาปฏิญาณ ตามบท
พลเรือเอก นัย นพคุณ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช
นาวิกศาสตร์ 33 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
นาวิกศาสตร์ 34 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่เจ็ด
นาวิกศาสตร์ 35 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
* ลงทะเล ตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนเตรียมนายเรือชั้นปีที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๙๑ มาจนบัดนี้ พ.ศ. ๒๕๖๔ ร้องกันว่าจมทะเล เพลงลกู ทะเล เกดิ ขนึ้ ในราชนาวไี ทย ทโี่ รงเรยี นนายเรอื พระราชวงั เดมิ ธนบรุ ี เมอื่ ประมาณเดอื นตลุ าคม หรอื พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๘๕ นาวาเอกหญงิ สจุ นิ ดา ศรปี ระยรู ไดเ้ ขยี นเลา่ ไวใ้ นนติ ยสารนาวกิ ศาสตร์ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เรื่อง “นานไป (เกรงว่า) เขาก็ลืม” และคุณครูพลเรือตรี บุรินท์ พงศ์สุพัฒน์ ได้เขียนเล่าไว้ในนิตยสาร
นาวิกศาสตร์ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เรื่อง “เสริมต่อเรื่องนานไป (เกรงว่า) เขาก็ลืม” ว่า
“ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ นักเรียนนายเรือ ระหัส เทพปฏิมา กับนักเรียนนายช่างกล บุรินทร์ (บุญชู) พงศ์สุพัฒน์ เป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๕ รุ่นเดียวกัน คุณครู R.O. Geisler (ไกสเลอร์) เป็นครูสอนภาษาเยอรมัน ท่านเข้าไปนั่งที่เปียโนห้องดนตรีของโรงเรียนนายเรือ พระราชวังเดิม เคาะเปียโนแล้วร้องนาสอนเพลง “Gegen Engeland” (อ่านว่าเกเก้น เอ็งลันด์ แปลว่าสู้กับอังกฤษ) ให้แก่นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๕ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง นกั เรยี นนายเรอื กส็ ามารถรอ้ งไดห้ มด เพราะทา นองมนั เรา้ ใจ นกั เรยี นนายเรอื ระหสั เทพปฏมิ า เกดิ แรงบนั ดาลใจขนึ้ มาก็ นงั่ แตง่ เนอื้ รอ้ งไทยขนึ้ มา ๒ บทโดยใชเ้ วลาเขา้ หอ้ งเรยี นในตอนเชา้ ระหวา่ งเวลา ๐๖๐๐ - ๐๗๓๐ กแ็ ตง่ เสรจ็ พอเสรจ็ แลว้ พวกเรากจ็ ะไปอาบนา้ กนั นกั เรยี นนายเรอื ระหสั ฯบอกวา่ พรรคพวกขอเวลาเดยี๋ วชว่ ยกนั รอ้ งเพลง“GegenEngeland” ที่มีเนื้อร้องภาษาไทยหน่อย พวกเราก็ร้องได้ทันที เพราะ Melody (ทานอง) จาขึ้นใจอยู่แล้ว ขอดูเนื้อเพลงภาษาไทย ก็ร้องได้เลย ใช้เวลา ๒ - ๓ วัน เท่านั้น นักเรียนนายเรือทุกห้องก็ร้องได้ แล้วแผ่ขยายออกไปรวดเร็วภายในรั้วโรงเรียน
นายเรือ เพลงที่นักเรียนนายเรือ ระหัส เทพปฏิมา แต่งเป็นภาษาไทยเพลงนี้มีชื่อว่าเพลง “ลูกทะเล”
เนอื้ รอ้ งเพลงลกู ทะเลของนกั เรยี นนายเรอื ระหสั เทพปฎมิ ากบั เนอื้ รอ้ งเพลงลกู ทะเลในรายการวนั กองทพั เรอื พ.ศ.๒๔๘๖ มแี ตกตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย แตท่ หารเรอื พวกเรามกั จะชนิ กบั เนอื้ รอ้ งของนกั เรยี นนายเรอื ระหสั เทพปฎมิ า ดงั นี้
ลูกทะเล
ลูกทะเลเริงใจจะออกไปทะเล มาฮาเฮกับเราด้วยช่วยอวยพร เราจะไปสังหารพวกที่มาราญรอน เมืองบิดรมารดานั้นหน้าที่เรา
ขอลาต่อพ่อแม่และญาติมิตรชิดหน้า ลาแล้วแก้วตา ลาแล้วแก้วตาพี่ อยู่จงดี ฝ่าคลื่นฝืนลม ฝ่าคลื่นฝืนลม ฝ่าคลื่นฝืนลม จมมันลงทะเล จมลงทะเล
เมื่อธงราชนาวีของเรายังมีอยู่ จะเชิดชูชาวไทยไม่ให้น้อยหน้า ธงเรือรบของไทยจะไม่มีใครกล้า ประมาทหน้าชาวไทยน้าใจทะเล
ขอลาต่อพ่อแม่และญาติมิตรชิดหน้า ลาแล้วแก้วตา ลาแล้วแก้วตาพี่ อยู่จงดี ฝ่าคลื่นฝืนลม ฝ่าคลื่นฝืนลม ฝ่าคลื่นฝืนลม จมมันลงทะเล จมลงทะเล เพื่อไทย
นาวิกศาสตร์ 36 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่แปด
หลังจากที่นักเรียนนายเรือ ระหัส เทพปฎิมา แต่งเพลง ลูกทะเล เสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกวันสองวันต่อมานักเรียน นายเรือ ระหัสฯ ก็แต่งเนื้อเพลงในทะเล ขึ้นอีกเพลงหนึ่ง โดยใช้ทานองเพลงเยอรมันชื่อ “Auf der See” อ่านออก เสียงว่า “เอาฟ แด เซ” แปลเป็นไทยว่า “ในทะเล” ตรงตัวเลย
การแสดงในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ นี้ท่านใช้ชื่อว่า เพลงชาวเรือ ก็เพราะว่าเพลงนี้เป็น เพลงชาวเรือ ที่มีชื่อว่าเพลง “ในทะเล” ตรงกับภาษาเยอรมัน “Auf der See”
เพลงในทะเล ที่นักเรียนนายเรือ ระหัส เทพปฎิมา แต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทยนั้น ทหารเรือรุ่นหลัง ไม่รู้ว่ารุ่นไหน ได้เปลี่ยนแปลงทั้งเนื้อร้องทั้งทานองจนเรียกว่า “เละตุ้มเป๊ะ” จนรับไม่ได้ ดังจะได้เล่าถึงตอนที่เพี้ยนๆ เอาไว้ดังนี้
นาวิกศาสตร์ 37 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๑. Aud der ๒. เอาฟ แด ใน ทะ
๒ Da ist ดา อีสท์
ต้อง ทน ๓. Da ist
ดา อีสท์
เพื่อ ชาติ
๔ Da soll ดา โซล
ยัง จะ ๕. Ade! Ade!
อาเด ! อาเด ! ทะเล ! ทะเล !
ตอนเนื้อร้องที่ว่า ดา อีสท์ เพื่อ ชาติ
Auf der see เอาฟ แด เช ในทะเล
See da
เซ ดา
เล ทั้ง
die Arbeit ดี อาร์ไบท์ ต้อง ฝืนยัน die Heuer ดี ฮอยเอ่อ แล ราชชะ das Teufel ดาส ทอยเฟล มีใคร คิดถึง Ade!
อาเด ! ทะเล !
ฮอยเอ่อ
ราช
ist Nichts loss อีสท์ นิคส โลส ลม และ คลนื่ viel zu gross ฟีล ซู โกรส อยู่ กับ งาน viel zu Klein ฟีล ซู ไคลน์ นา วี ไทย
ดี
และ
ซึ่งก็ลงตัวกับเนื้อร้องของ Auf der See อยู่แล้ว แต่ทหารเรือรุ่นหลังเอาไปแปลงเป็น ดา อีสท์ ดี ฮอยเอ่อ ฟีล ซู ไคลน์
เพื่อ ฉะ หระ ราชชะ นา วี ไทย เพื่อฉะหระราชชะนาวีไทย
อะเด! อ๊ะเอ!) ฟีล ซู ไคลน์
นา วี ไทย
(อะเด่!
(ถะเหล่! ถะเล! ทะเล!)
ทาให้เสียความรู้สึกและหงุดหงิดกับคาว่า ฉะหระราชนาวีไทย (ฉะ - หระ - ราด - ชะ - นา - วี - ไทย) เป็นอันมากกว่า
๑. มันเป็นไปได้ยังไง ใครเป็นคนแปลง
๒. คาว่า ฉะหระราดชะนาวี มันคืออะไร เป็นภาษาอะไร
พอมาถึงตอนจบ
Ade! Ade! Ade! ทะเล ! ทะเล ! ทะเล !
ทหารเรือตั้งแต่รุ่นคุณครูระหัสฯ จนมาถึงรุ่นผม ร้องเหมือนๆ กันมาโดยตลอด และเลยไปจนถึงรุ่นน้อง อีกหลายรุ่นว่า
นาวิกศาสตร์ 38 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
Seemann เซมาน ความสา
Sein ไซน์ ราญ
Ade Ade Ade อะเด่ อะเด อ๊ะเด ถะเหล่ ถะเล ทะเล
แต่ทหารเรือรุ่นหลังร้องว่า
ถะเหล่ ทเล ทเล
แล้วยังแถมต่อท้ายอีกด้วยว่า เฮ เฮ
เป็น ถะเหล่ ทเล ทเล เฮ เฮ
ไม่รู้ว่าเอา เฮ เฮ มาจากไหน
เนื้อร้องของคุณครูระหัส เทพปฎิมา ไม่มี เฮ เฮ
ควรให้เกียรติและเคารพผู้แต่งเนื้อร้องคือคุณครูระหัส เทพปฏิมา กันบ้าง
เมื่อนักเรียนนายเรือ ระหัส เทพปฏิมา เรียนสาเร็จออกเป็นนายทหารเรือเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖
พอถงึ ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ สงครามเลกิ คา่ ของเงนิ มนั บบี คนั้ เรอื ตรี ระหสั เทพปฎมิ า กจ็ า เปน็ ตอ้ งลาออกจากราชการทหารเรอื ไปเดินเรือ เพราะทนรับเงินเดือนเพียงเดือนละ ๑๖๐ บาทไม่ไหว
พลเรอื เอก สามารถ จา ปรี ตั น์ จบการศกึ ษาจากโรงเรยี นนายเรอื เยอรมนั หลกั สตู ร ๕ ปี ไดเ้ ลา่ จากความทรงจา วา่
เพลงลูกทะเล ที่เราร้องกันอยู่นี้ มาจากเพลงของเยอรมนีชื่อเพลง “Wir fahren gegen Engeland” อ่านว่า “เวยี ร์ ฟาหเ์ รน็ เกเกน้ เอง็ ลนั ด”์ แปลวา่ “เราจะออกเรอื ไปสกู้ บั องั กฤษ” (We sail against England) ผทู้ แี่ ตง่ เพลงนี้ คือ Hermann Löns , ๑๘๖๖ - ๑๙๑๔ (แฮร์มานน์ เลอนส์) เป็นเพลงที่นามาให้ทหารในกองเรือดาน้าเยอรมัน ร้องปลุกใจในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ผู้นากองทัพได้จงใจตัดเนื้อร้องท่อนสุดท้ายออก เพราะพิจารณาเห็นว่าเป็น เนื้อร้องที่บ่งบอกถึงความสูญเสีย พ่ายแพ้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการปลุกขวัญหรือสร้างความฮึกเหิม
ส่วนเพลง “Auf der See” (เพลงในทะเล) นั้น มุ่งเน้นที่ความสนุกสนาน รื่นเริง และความยากลาบากในทะเล อันเป็นการสะท้อนถึงชีวิตชาวเรือ โดยทั่วไป เพลงนี้จึงเป็นที่นิยมร้องในหมู่คนเยอรมันโดยเฉพาะชาวเรือ ชาวทะเล และน่าจะมีความเก่าแก่กว่าเพลง “Wir fahren gegen Engeland” เสียอีก ทั้งยังไม่เป็นเพลง “ต้องห้าม” เพราะเนื้อร้องไม่มีนัยทางการเมือง หรืออุดมการณ์เช่นเพลง “Wir fahren gegen Engeland”
ท้ายที่สุด พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ ได้เขียนไว้ว่า
“ขอเสนอแนะและเรยี กรอ้ งใหค้ ณุ ครูกรฑี าฯไดก้ รณุ าสบื คน้ และถา่ ยทอดภมู หิ ลงั ทมี่ าของเพลงปลกุ ใจของทหารเรอื ในอดตี โดยเฉพาะในยคุ ของเสดจ็ เตยี่ เพอื่ ใหท้ หารเรอื รนุ่ ใหมไ่ ดต้ ระหนกั และสงั วรถงึ คณุ คา่ ของเพลงเหลา่ นี้ ทนี่ บั วนั จะจางหายไปตามกระแสความนิยมของเพลงยุคใหม่ โดยผมยินดีเป็นผู้ช่วยในการสืบค้นในส่วนของทหารเรือเยอรมัน อย่างเต็มกาลัง”
เรียน พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์
ลาพังผมคนเดียวทั้งแก่ และเก่าคงไปไม่รอด ถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบ และการสนับสนุนจากกองทัพเรือ กองดุริยางค์ทหารเรือ และชมรมศิษย์เก่าดุริยางค์ทหารเรือ เพลงทหารเรือที่เพี้ยน เพี้ยนไปมีมากทั้งชื่อเพลง คาร้อง และทา นอง ถา้ ไมม่ ใี ครสนใจทจี่ ะทา ใหเ้ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั แลว้ กข็ อใหท้ า ใจ หรอื ปลงตก เสยี เกดิ วา่ อะไรมนั จะเกดิ มันก็ต้องเกิด หรือ อะไรมันจะไม่เกิด มันก็ต้องไม่เกิด หรือ ชั่งมัน
นาวิกศาสตร์ 39 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
เพลงที่เก้า
(โปรดอ่านต่อฉบับหน้า)
นาวิกศาสตร์ 40 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
“ในการไปปฏิบัติหน้าที่ของท่านในครั้งนี้ ขอให้ระลึกเสมอว่า
ท่านมิได้ไปเพียงลาพังตัวท่านเอง แต่ท่านได้นาความเป็นกองทัพเรือ
ไปกับตัวท่านด้วย จึงขอให้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพ่ือภาพลักษณ์
กองทพั เรอื ในประเทศทไี่ ปประจา การ” ประโยคนี้ หรือหลายประโยค
ที่ส่ือความหมายเดียวกันนี้ เป็นประโยคที่ผู้อยู่ระหว่างการเตรียมตัว
ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจาสถานเอกอัครราชทูต
ณ ต่างประเทศ (ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ) มักได้ยินบ่อยครั้ง
ทั้งจากการอบรมในห้องเรียน การรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งในวงสนทนาพูดคุยทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ
จากผู้บังคับบัญชา หรืออดีตผู้บังคับบัญชาท่ีเคยปฏิบัติหน้าที่
ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ มาก่อน ซึ่งประโยคเหล่าน้ีได้สะท้อน
ให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ น้ัน
มีความสาคัญ และมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
และกองทัพเรืออย่างมีนัยสาคัญ เม่ือผู้เขียนได้เริ่มปฏิบัติหน้าท่ี
จึงได้มองเห็นโอกาส ทรัพยากร และศักยภาพของหน่วย สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ กองทัพเรือในประเทศที่หน่วยตั้งอยู่ได้ นอกเหนือจากการปฏิบัติภารกิจหลักของหน่วยตามที่กองทัพเรือกาหนด ซึ่ง ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ในฐานะท่ีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานกองทัพเรือในประเทศน้ัน ๆ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ จะต้องบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความสาเร็จในบทบาทดังกล่าว โดยสามารถ ดาเนินการได้ในหลายรูปแบบตามบริบทของสถานการณ์ในห้วงเวลานั้น ท้ังน้ี เพื่อให้เกิดภาพท่ีชัดเจน ในบทบาทการเสริมภาพลักษณ์ของกองทัพเรือไทยในต่างประเทศของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ จึงขอนาเสนอ บทบาทการเสรมิ ภาพลกั ษณก์ องทพั เรอื ของสน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโกหว้ งปีพ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๓ซงึ่ ผเู้ขยี นเกยี่ วขอ้ งโดยตรง ในฐานะผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าสานักงานเป็นกรณีศึกษาต่อไป โดยจะเรียบเรียงนาเสนอเรื่องราว จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน เช่ือมโยงกับบทบาทหน้าท่ีตามที่กองทัพเรือมอบหมาย โดยจะนาทฤษฎี หรือแนวความคิดเก่ียวกับการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรมาประกอบการนาเสนอเพื่อความสมบูรณ์ ของเรื่องราว รวมทั้งจะมีการนาภาพเหตุการณ์สาคัญท่ีเกี่ยวข้องมาเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในเร่ืองราวสาคัญ ที่จะมีการกล่าวถึงต่อไป
นาวิกศาสตร์ 41 ปีท่ี ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
สํานักงนผู้ช่วยทูตฝ่ยทหรเรือ ประจําสถนเอกอัครรชทูต ณ ต่งประเทศ
“หน้าที่หลักของผู้ช่วยทูต คือ การรับ-ส่ง ผู้บังคับบัญชาท่ีสนามบิน เท่านั้นหรือ” มักเป็นประโยคท่ีใช้ หยอกล้อกันอย่างไม่เป็นทางการของเพ่ือนสนิทมิตรสหายกับ ผชท.ทร.ไทย/ต่างปรเทศ ซึ่งไม่เป็นเรื่องแปลกอะไร เนอื่ งจากภาพภารกจิ สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ หรอื การปฏบิ ตั งิ านของ ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ ทเี่ หน็ ไดบ้ อ่ ยจนตดิ ตา ใ น ส อื ่ ข อ ง ก อ ง ท พั เ ร อื ม กั เ ป น็ ภ า พ ก า ร ไ ป ร บั - ส ง่ ผ บ้ ู งั ค บั บ ญั ช า ท เ่ ี ด นิ ท า ง ไ ป ป ร ะ เ ท ศ น น้ ั ๆ ท มี ่ กี า ร ถ า่ ย ร ปู ท สี ่ น า ม บ นิ เ พ อื ่ เ ป น็ ท รี ่ ะ ล กึ หรอื เพอื่ รายงานหนว่ ยทเี่ กยี่ วขอ้ ง แตใ่ นความเปน็ จรงิ แลว้ ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ มหี นา้ ทหี่ ลกั ทสี่ า คญั ใน ๓ บทบาทหลกั (กองทัพเรือ, เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ ๒๐๐๘ คู่มือการปฏิบัติหน้าที่สาหรับ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑) สรุปได้ดังนี้
หน้าท่ีทางการทูต ด้วย ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ถือว่าเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศไทยที่ไปประจาการ ใ น ต า่ ง ป ร ะ เ ท ศ ด งั น น้ ั ผ ช ท . ท ร . ไ ท ย / ต า่ ง ป ร ะ เ ท ศ จ งึ ต อ้ ง ม บี ท บ า ท แ ล ะ ห น า้ ท เี ่ ช น่ เ ด ยี ว ก บั ผ แ้ ู ท น ท า ง ก า ร ท ตู อ นื ่ ๆ ท ก่ ี ร ะ ท ร ว ง การตา่ งประเทศไดอ้ า้ งองิ ตามอนสุ ญั ญากรงุ เวยี นนา วา่ ดว้ ยความสมั พนั ธท์ างการทตู ค.ศ. ๑๙๖๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ขอ้ ๓ สรปุ ไดด้ งั นี้
๑. เป็นผู้แทนประเทศไทย และกองทัพเรือในประเทศท่ีรับผิดชอบ หรือประจาการอยู่
๒. คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศไทย และของประชาชนคนไทยในประเทศที่รับผิดชอบ หรือประจาการอยู่ ๓. เจรจากับรัฐบาล หรือกองทัพเรือของประเทศที่รับผิดชอบ หรือประจาการอยู่
๔. สบื เสาะใหแ้ นโ่ ดยวถิ ที างทงั้ มวลอนั ชอบดว้ ยกฎหมาย ถงึ สภาวะและพฒั นาการ (โดยเฉพาะดา้ นกจิ การทหารเรอื
หรือเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติ และความมั่นคงของชาติด้านท่ีเก่ียวข้องกับทะเล) ในประเทศท่ีรับผิดชอบ หรือประจาการอยู่ และรายงานให้ประเทศไทย (กองทัพเรือ) ทราบ
๕. ส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่รับผิดชอบ หรือประจาการอยู่ (หรือระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือประเทศที่รับผิดชอบ หรือประจาการอยู่)
ตรสัญลักษณ์ สถนเอกอัครรชทูตไทย
นาวิกศาสตร์ 42 ปีท่ี ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
หน้าที่ทางการทูตฝ่ายทหาร กระทรวงกลาโหมได้กาหนดหน้าที่ และการปฏิบัติงานโดยปกติของ ผชท.ทหารไทย/ตา่ งประเทศและผชท.เหลา่ ทพั ไทย/ตา่ งประเทศตามขอ้ บงั คบั กระทรวงกลาโหมวา่ ดว้ ยการทตู ฝา่ ยทหาร พ.ศ. ๒๕๒๗ หมวด ๔ ข้อ ๒๔ สรุปได้ดังน้ี
๑. เป็นผู้แทนทางทหารของกองทัพไทยในประเทศท่ีรับผิดชอบ หรือประจาการอยู่
๒. เป็นที่ปรึกษาของเอกอัครราชทูต (ออท.) อัครราชทูต (อท.) หรืออุปทูต เกี่ยวกับกิจการทางทหาร
๓. เป็นผู้แทนของกองทัพต้นสังกัดในพิธีต่าง ๆ
๔. เป็นผู้สังเกตการณ์ และประสานงานด้านกิจการทหารกับเจ้าหน้าที่ทางทหารของประเทศน้ัน
๕. ควบคมุ ดแู ล และชว่ ยเหลอื บคุ คลสงั กดั กระทรวงกลาโหม ทไี่ ปศกึ ษา หรอื ดกู จิ การ ณ ประเทศทตี่ นประจา การอยู่
ให้เป็นไปตามระเบียบของกองทัพ หรือที่กระทรวงกลาโหมกาหนด
๖. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพของประเทศที่ตนประจาการอยู่
๗. เชื่อมความสัมพันธ์กับ ผชท.ทหารไทย/ต่างประเทศ ของประเทศอ่ืน ๆ ท่ีประจาการอยู่ ณ ประเทศน้ัน
๘. เปน็ ผแู้ ทนของกองทพั หรอื กระทรวงกลาโหมในการจดั ซอื้ ยทุ โธปกรณ์ และสง่ิ ของตามความตอ้ งการของกองทพั
หรือกระทรวงกลาโหมเมื่อได้รับมอบหมาย
๙. อานวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางทหารที่จะเข้าไปยังประเทศท่ีตนประจาการอยู่ตามความเหมาะสม ๑๐. ตดิ ตอ่ ประสานงานในการขอ หรอื ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางทหารในกรณที ไี่ มม่ หี นว่ ยตดิ ตอ่ ชว่ ยเหลอื ทางทหาร
ประจา การอยู่ ณ ประเทศนั้น
๑๑. อา นวยการ และกา หนดระเบยี บในสา นกั งานใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายของกองทพั และกองบญั ชาการกองทพั ไทย ๑๒. ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
บทบาทและหน้าที่ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย/ต่างประเทศ กองทัพเรือได้จัดกลุ่มบทบาท และหน้าที่
ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ไว้รวม ๗ กลุ่มหน้าที่หลัก ดังนี้
๑.หนา้ ทที่ างสงั คมไดแ้ ก่การมกี จิ กรรมตา่ งๆรว่ มกนั ทงั้ ในแวดวงคณะทตู ใหญ่คณะทตู ฝา่ ยทหารและเจา้ ของประเทศ ๒.หนา้ ทร่ี าชการทง้ั ในสว่ นทเ่ีปน็ งานนอกสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศไดแ้ ก่การตดิ ตอ่ หนว่ ยตา่ งๆการจดั ซอื้ /
จัดหา/จัดจ้าง การดูงาน การติดตามความก้าวหน้าของการเสนอเรื่องให้พิจารณา และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับทางราชการ ส่วนงานใน สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ได้แก่ การจัดระเบียบงานสารบรรณ หน้าที่ทางการเงิน การบัญชี การพัสดุ รวมทั้ง การจัดซ้ือ/จัดหา/จัดจ้าง
๓. หนา้ ทดี่ า้ นการปกครอง ทง้ั ในสว่ นทเี่ ปน็ การปกครองบงั คบั บญั ชากา ลงั พลในสงั กดั ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ และกา ลงั พลกองทพั เรอื ที่มาศึกษา อบรม หรือดูงาน ณ ประเทศท่ีอยู่ในความรับผิดชอบ
๔.หน้าที่ด้านการเป็นผู้แทนกองทัพเรือในการประสานงาน หรือมีปฏิสัมพันธ์ด้านการทหารกับเจ้าหน้าที่ กระทรวงกลาโหม หรือกองทัพเรือของประเทศน้ัน ๆ
๕. หนา้ ทที่ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั สถานเอกอคั รราชทตู (สอท.) ทา หนา้ ทเี่ ปน็ ทปี่ รกึ ษาของเอกอคั รราชทตู อคั รราชทตู หรอื อปุ ทตู เกยี่ วกบั กจิ การทางทหาร โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ทเี่ กย่ี วกบั กจิ การทหารเรอื หรอื ทเี่ กย่ี วกบั กจิ การทางทะเลทมี่ ผี ลกระทบตอ่ ประเทศไทย รวมทง้ั หนา้ ทที่ ตี่ อ้ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บงานราชการปกตใิ นฐานะเปน็ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาของเอกอคั รราชทตู ในการให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูต ตามขีดความสามารถที่กระทาได้
๖.หนา้ ทด่ี า้ นการรบั รองไดแ้ ก่การรบั รองขา้ ราชการกองทพั เรอื ทไี่ ปปฏบิ ตั งิ านณประเทศท่ีสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ ต้ังอยู่ ทั้งที่ไปอย่างเป็นทางการ และส่วนตัว รวมทั้งการร่วมมือกับ ผชท.เหล่าทัพ อื่น ๆ รับรองคณะต่าง ๆ
นาวิกศาสตร์ 43 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
๗. หนา้ ทดี่ า้ นการขา่ ว ถอื เปน็ ภารกจิ และหนา้ ทที่ สี่ า คญั ทสี่ ดุ ของขา้ ราชการทกุ คนใน สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ โดย ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ทาหน้าที่เป็นผู้ควบคุม กากับ ดูแล รับผิดชอบ และมอบหมายการดาเนินการ รวบรวมข่าวสารท้ังปวง ทั้งตามหัวข้อข่าวสารสาคัญ (หขส.) ท่ีกรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร) กาหนด และตามที่ระบุไว้ ในข้อบังคับกระทรวงกลาโหม
“เป็นไปได้ไหมที่จะปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ควบคู่กับการดาเนินการในบทบาทการเสริมสร้างภาพลักษณ์ กองทัพเรือในต่างประเทศ” เป็นโจทย์สาคัญที่ผู้เขียนได้ยกนามาพูดคุย/หารือกับกาลังพลของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ ต่างประเทศ ตลอดจนผู้ติดตามและครอบครัว ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เพ่ือให้เกิดความคิด ท่ีหลากหลายจากทุกคนที่มาอยู่ร่วมกันเป็นเวลา ๓ ปี ซึ่งถือเป็นสมาชิกของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ โดยมคี วามมงุ่ หวงั และต้ังใจที่จะให้มีการดาเนินบทบาทนี้ในตลอดห้วงเวลา ๓ ปี ควบคู่กับการปฏิบัติงานตามภารกิจ ที่ค่อนข้างมากตามกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งจากการพูดคุย/หารือหลาย ๆ คร้ัง ทาให้ได้แนวคิด/หนทาง/วิธีการ ท่ีหลากหลายทั้งจากในมุมมองของกาลังพลที่เป็นข้าราชการ กาลังพลลูกจ้างชั่วคราวท่ีเป็นพลเรือน รวมทั้งกาลังพลที่เป็นผู้ติดตาม และครอบครัว ซ่ึงเป็นประโยชน์อย่างมากในการนามาใช้เป็นข้อมูลนาเข้า การพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตามด้วยความมุ่งหวัง และต้ังม่ันที่จะให้เกิดความสาเร็จ ที่เป็นรูปธรรม จึงได้มีการนาทฤษฎี/แนวความคิดการเสริมภาพลักษณ์องค์กรจากหลาย ๆ สานักความคิด มาร่วมพิจารณา และสรุปได้เป็นหลักการการเสริมภาพลักษณ์กองทัพเรือของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก เป็น ๖ ข้อ คือ I-M-A-G-E-S ซึ่งประยุกต์มาจากทฤษฎี/แนวความคิดการสร้างภาพลักษณ์องค์กรเดิมของหลาย ๆ สานักความคิด “IMAGE” ดังนี้
I-M-A-G-E-S
Institution = สถาบัน หรือองค์กร (สถาบัน องค์กร) หมายถึง ภาพลักษณ์ท่ีสร้างได้จากการทาให้เกิดความน่าเช่ือถือ ตอ่ สถาบนั หรอื องคก์ ร คอื การมที ตี่ งั้ ชดั เจน เปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย ซงึ่ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ตงั้ อยใู่ จกลางกรงุ มอสโก และได้มีการต้อนรับคณะต่าง ๆ ที่มาเยือนทั้งจากบุคลากรภายใน และภายนอกกองทัพ รวมถึงการรับรอง ผชท.ทหาร ของประเทศต่าง ๆ ซึ่งภายในมีการประดับด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ท่ีส่ือถึงความเป็นกองทัพเรือ มีการดูแลสานักงานฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน และการรักษาไว้ซ่ึงสถานะหน่วยงาน ด้านการทูต และการมีโครงสร้างการจัดการท่ีมีความเป็นปึกแผ่น มีโลโก้ (Logo) ขององค์กรที่สามารถ สร้างความจดจา และศรัทธาได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นส่ิงจาเป็นในการสถาปนาภาพลักษณ์ขององค์กร
กรกําหนดให้มีโลโก้ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก เพ่ือใช้ในกิจกรงนด้นภพลักษณ์องค์กร และกรประชสัมพันธ์
นาวิกศาสตร์ 44 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
และเป็นสิ่งแรกท่ีผู้เขียนได้ตระหนักถึงตั้งแต่ในช่วงการเตรียมการก่อนไปปฏิบัติหน้าท่ี โดยได้มีการออกแบบ สัญลักษณ์ หรือโลโก้ (Logo) ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก เพื่อใช้ในกิจการงานด้านภาพลักษณ์องค์กร และการประชาสมั พนั ธ์ โดยมงุ่ เนน้ ใหเ้ ปน็ โลโกท้ จี่ ะสอื่ ถงึ ความเปน็ หนว่ ยงานของกองทพั เรอื และความเปน็ หนว่ ยงาน สาคัญที่เช่ือมโยงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย โดยได้ถูกนามาใช้เป็นโลโก้บนของท่ีระลึกต่าง ๆ ตลอดจน นา ไปใชป้ ระกอบกจิ กรรมสา คญั ตา่ งๆตลอดหว้ งเวลา๓ปีดงั กลา่ วจนเปน็ ทจี่ ดจา และยอมรบั ของบคุ คลทว่ั ไปทงั้ คนไทย และชาวต่างชาติท่ีมีปฏิสัมพันธ์กับ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ
Manager=ผบู้ รหิ ารหรอื ฝา่ ยบรหิ ารดว้ ยการท่ีสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศเปน็ หนว่ ยงานทถ่ี อื ไดว้ า่ เปน็ หนว่ ยสว่ นหนา้ ของกองทพั เรอื ในการเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธก์ บั กระทรวงกลาโหม/กองทพั เรอื รสั เซยี และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งอน่ื ๆ ทมี่ ที ตี่ ง้ั ในรสั เซยี จงึ เปน็ ความจา เปน็ อยา่ งยงิ่ ทผี่ บู้ รหิ าร หรอื หวั หนา้ สา นกั งานฯ ซง่ึ หมายถงึ ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ จะตอ้ งเปน็ ผนู้ า ในการสร้างความสัมพันธ์อันดี ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน และกิจกรรมส่วนตัวกับกาลังพลของ กห./ทร.รัสเซีย ตลอดจนทูตทหารของประเทศต่าง ๆ ที่ประจาการในรัสเซีย ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูต และส่วนราชการอื่น ๆ ท้ังของไทย และรัสเซียที่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ เพื่อสร้างการยอมรับ ท่ีจะนาไปสู่การสนับสนุนซ่ึงกันและกันในระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ การสร้างความสัมพันธ์ดังกล่าว
กรร่วมประชุมหรือ ๓ ฝ่ย ระหว่ง มฝ.นนร. กรเข้ร่วมกิจกรรมกีฬ ในนมสถนเอกอัครรชทูตไทย สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก และ ทร.รัสเซีย
บนเรือหลวงตกสิน ณ เมืองท่ Vladivostok
มีการดาเนินการผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมงานที่เป็นทางการเนื่องในโอกาสสาคัญของหน่วยงานต่าง ๆ การเชญิ หรอื รบั เชญิ รบั ประทานอาหารร่วมกันทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการการร่วมประชุมหารือและกิจกรรม กีฬา หรือสันทนาการต่าง ๆ ทั้งน้ี ยังหมายรวมถึงการแสดงความคิดเห็น หรือการให้ข้อมูลสาคัญที่มีการสื่อสาร สู่สาธารณะท้ังในรัสเซีย และประเทศไทย
Action = การกระทา ถือเป็นปัจจัยสาคัญที่สุดที่ส่งผลต่อบทบาทการเสริมสร้างภาพลักษณ์กองทัพเรือ ในต่างประเทศ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ได้มีการดาเนินการเชิงรุกในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ตามท่ีได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะในภารกิจหลักการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับ กห./ทร.รัสเซีย ซึ่งถือได้ว่า ในห้วงระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๓ ทร.-ทร.รัสเซีย มีการกระชับความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด เห็นได้จากการมี กจิ กรรมสา คญั ระหวา่ งกนั ทม่ี คี วามถม่ี ากขนึ้ ทงั้ ในสว่ นของผบู้ งั คบั บญั ชา และหนว่ ยงานของกองทพั เรอื ทงั้ ๒ ประเทศ
นาวิกศาสตร์ 45 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ตลอดจนการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือท่ีสาคัญคือ การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงกลาโหมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ (MemorandumofUnderstandingbetweentheMinistryofDefenceoftheKingdomofThailandandtheMinistry of Defence of the Russian Federation on Cooperation in the Naval Field) เมื่อวันที่ ๒๔ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
กรลงนมบันทึกควมเข้ใจ ระหว่งกระทรวงกลโหมแห่งรชอณจักรไทยกับกระทรวงกลโหมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ว่ด้วยควมร่วมมือระหว่งกองทัพเรือ
กรแสดงในงนวันกองทัพเรือรัสเซียของคณะดุริยงค์ทหรเรือ ณ นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
ซงึ่ ถอื เปน็ เหลา่ ทพั แรกของกองทพั ไทย ทป่ี ระสบความสา เรจ็ ในการลงนามความรว่ มมอื ฯ ในระดบั เหลา่ ทพั โดยตรง
ตลอดจนความรว่ มมอื ในระดบั กระทรวงกลาโหม โดยการลงนามความตกลง เลขที่ ๑๗๓/๓/๗๖๔-๑ วา่ ดว้ ยการรบั กา ลงั พล ของราชอาณาจักรไทย เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาทางทหารของกระทรวงกลาโหมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Agreement No ๑๗๓/๓/๗๖๔-๑ on the Requirements for the Admission of Servicemen of the Kingdom of Thailand for Training in Military Educational Establishments of the Ministry of Defence of the Russian Federation) เมื่อวันท่ี ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ รวมทงั้ การเยอื นเมอื งทา่ วลาดวิ อสตอก กองเรอื แปซฟิ กิ ของหมเู่ รอื ฝกึ นกั เรยี นนายเรอื เปน็ ครงั้ แรกในรอบ ๑๕ ปี และ การเดนิ ทางมาแสดงในงานวนั กองทพั เรอื รสั เซยี ของคณะดรุ ยิ างคท์ หารเรอื ณ นครเซนตป์ เี ตอรส์ เบริ ก์ ซงึ่ เปน็ ครงั้ แรก ในประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ของดุริยางค์ทหารเรือ ทั้ง ๒ ประเทศ
นาวิกศาสตร์ 46 ปีท่ี ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
Goodness = ความดี หรอื ความงาม ซงึ่ หมายถงึ การแสดงบทบาทของการเปน็ หนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ และทา ประโยชน์ ให้กับสังคม โดย สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ได้กากับดูแลกาลังพลในสังกัดให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของสงั คม ช่วยเหลือสังคมทุกคร้ังท่ีมีโอกาส ตลอดจนได้จัดสรรทรัพยากรบางส่วนของ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ในการดา เนนิ กจิ กรรมทอ่ี าจไมไ่ ดอ้ ยใู่ นภารกจิ โดยตรง แตถ่ อื วา่ เปน็ สงิ่ ท่ี สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ ควรกระทา ในฐานะ เป็นส่วนหน่ึงของสังคม และเป็นบทบาทท่ีสามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วย และกองทัพเรือได้เป็นอย่างดี เช่น กิจกรรมสาธารณกุศล หรือกิจกรรมการสนับสนุนนักศึกษาไทยทุนรัฐบาลรัสเซีย เป็นต้น
Employee = บุคลากรขององค์กร การบริหารจัดการด้านกาลังพลที่มีความเป็นปึกแผ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโอกาสท่ีต้องแสดงออกซึ่งความร่วมพลัง หรือร่วมมือร่วมใจของกาลังพลทั้งหมดในการสนับสนุนกิจกรรม ของสถานเอกอัครราชทูตไทย และหน่วยงานอ่ืน ๆ ในโอกาสสาคัญต่าง ๆ ในประเด็นน้ีถือได้ว่าสานักงาน สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ ได้ริเริ่มการบริหารจัดการในการเชิญชวนกาลังพลที่มีอยู่รวมถึงครอบครัว และผู้ติดตามให้สมัครใจ หรือมีจิตอาสาที่จะใช้ขีดความสามารถในตัวที่มีมาสนับสนุนงานตามภารกิจ ของสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศเชน่ การเปน็ ผแู้ ทนสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศไปตอ้ นรบั คณะฯหรอื เขา้ รว่ มประชมุ การสาธิตทาอาหาร แกะสลัก ร้อยมาลัย และการบรรยายเร่ืองขบวนเรือราชพิธี เป็นต้น บทบาทของครอบครัว และผู้ติดตามในลักษณะนี้นั้นส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่มากขึ้น เนื่องจากมีผู้ปฏิบัติงาน มากกวา่ อตั รากา ลงั พลปกตขิ อง สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ อกี ทง้ั เปน็ การเผยแพรว่ ฒั นธรรม และสรา้ งภาพลกั ษณท์ ด่ี ี ให้แก่ประเทศ และกองทัพเรือ
Socializing/Social Media = การมีปฏิสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ สน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศไดส้ รา้ งชอ่ งทางหลกั ในนา เสนอผลงานหรอื การปฏบิ ตั ขิ องสน.ผชท.ทร.ไทย/ตา่ งประเทศ ไปสู่สาธารณชน เพ่ือสร้างความเชื่อถือ ภาพลักษณ์ และการรับรู้ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ การริเริ่มการสร้าง Facebook ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ในตน้ ปี ๒๕๖๐ ซงึ่ ไดร้ บั ความนยิ มจากกลมุ่ เปา้ หมายของการประชาสมั พนั ธ์ อยา่ งรวดเรว็ อนั ไดแ้ ก่นกั การทตู และผชู้ ว่ ยทตู ทหารของประเทศตา่ งๆทปี่ ระจา การในกรงุ มอสโก ขา้ ราชการหนว่ ยงานตา่ งๆ ของไทย ท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ และกองทัพเรือ ทั้งท่ีประจาการ ในรัสเซีย และในประเทศไทยตลอดจนบคุ คลในภาคสว่ นอนื่ ๆทมี่ คี วามสนใจในกจิ การทหารเรอื รวมจา นวนผตู้ ดิ ตามเกอื บ๒หมน่ื คน
กรเริ่มจัดทํา Facebook สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ทั้งภคภษอังกฤษและภษไทย
นาวิกศาสตร์ 47 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ในปจั จบุ นั และไดม้ ปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั ผตู้ ดิ ตามเพจอยา่ งสมา่ เสมอ ทงั้ บนโลกโซเชยี ล และในชวี ติ จรงิ ทไี่ ดม้ โี อกาสพบปะกนั ซึ่งเนื้อหาในการนาเสนอส่วนใหญ่จะเป็นภารกิจต่าง ๆ ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก รวมถึงการนาเสนอข่าว และประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศรัสเซีย และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซีย โดยมีการคัดเลือกมุมกล้อง และมุมมองในการนาเสนอให้มีสีสันต่างออกไปจากการรายงานการปฏิบัติทั่ว ๆ ไป ซ่ึงมีสื่อหลาย ๆ แห่งได้นาข้อมูล จากทาง Facebook ของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ไปอา้ งองิ และนา เสนอตอ่ เชน่ ภาพการมาเยอื นเมอื งทา่ วลาดวิ อสตอก ของนักเรียนนายเรือ และการแสดงของกองดุริยางค์ทหารเรือในการร่วมเฉลิมฉลองวันกองทัพเรือรัสเซีย ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้ไปปรากฏอยู่ในหลากหลายสื่อของไทยและของรัสเซีย นอกจากนั้น สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโกยงั มชี อ่ งทางสอ่ื สารกบั กลมุ่ เปา้ หมายและผสู้ นใจผา่ นทางwebsiteของสน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก การเขียนบทความ และการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่าง ๆ อีกด้วย
จากท่ีกล่าวมาทั้งหมด จะเห็นว่าด้วยทฤษฎี/แนวความคิดเดิมในการเสริมภาพลักษณ์องค์กร “I-M-A-G-E” ซึ่ง สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ได้นามาประยุกต์โดยเพ่ิมการมีปฏิสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์บนโลกสื่อออนไลน์ (Socializing/Social Media) จนเป็นหลักการการเสริมภาพลักษณ์ทหารเรือของ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก “IMAGES” ซ่ึงเปรียบดังเป็นการเสริมพลังของการสร้างภาพลักษณ์ให้ทวีคูณย่ิงขึ้น(พหูพจน์ของ IMAGE) เรื่องราวและภาพเหตุการณ์/กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้วง พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๓ ที่กล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า แม้ สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก จะได้รับมอบหมายภารกิจสาคัญ ให้ดาเนินการค่อนข้างมาก แต่ด้วยการบริหารจัดการ การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง รวมท้ังความร่วมมือร่วมใจ ของกาลังพลในสังกัด ครอบครัว และผู้ติดตาม ทาให้สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ควบคู่กับการดาเนินการ ในบทบาทการเสริมสร้างภาพลักษณ์กองทัพเรือในต่างประเทศตามหลักการ IMAGES ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องของกองทัพเรือจะสามารถนาไปพิจารณาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับ บริบทสภาวะแวดล้อมของหน่วยตนเอง โดยเฉพาะในโลกยุคดิจิทัลน้ี เมื่อหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือในต่างประเทศ แสดงบทบาทการเสรมิ ภาพลกั ษณก์ องทพั เรอื ควบคไู่ ปกบั การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ หลกั ของหนว่ ยมากขนึ้ เรอ่ื ย ๆ กย็ อ่ มสง่ ผลดี ต่อภาพลักษณ์ของกองทัพเรือ ท่ีจะแพร่หลายไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ในประเทศไทย และในสังคมโลกย่ิง ๆ ขึ้นไป
เอกสารอ้างอิง
กองทัพเรือ, อทร.๒๐๐๘ คู่มือการปฏิบัติหน้าที่สาหรับ สน.ผชท.ทร.ไทย/ต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑. จินตวีร์ เกษมศุข, ผศ.ดร. “การสร้างภาพลักษณ์องค์กร,” เอกสารการประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง
หมวดวิชาชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ศรีปทุม, พ.ศ. ๒๕๖๐.
รัชยศ รัชตรุ่งโรจน์กุล, นาวาเอก. “นาวาแห่งมิตรภาพ,” นาวิกศาสตร์, ปีท่ี ๑๐๓ เล่มท่ี ๑ (มกราคม ๒๕๖๓),
หน้า ๖๖-๗๒.
สน.ผชท.ทร.ไทย/มอสโก, “เอกสารประกอบการบรรยายสรุปการรับ - ส่งหน้าที่ ผชท.ทร.ไทย/มอสโก ปี งป.๖๓”,
พ.ศ. ๒๕๖๓.
Corporate Identity VS Corporate Image, <https://www.whiteriverdesign.com/
corporate-identity-versus-corporate-image/> (สืบค้นเมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔).
Frances Hesselbein, Marshall Goldsmith and Richard Beckhard The Leader of The Future.
San Francisco: Jossey-Bass Publishers, 1996.
Facebook Page, Of ce of Thai Naval Attache to Moscow (สืบค้นเม่ือ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔).
นาวิกศาสตร์ 48 ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔