The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-03-15 05:03:12

นาวิกศาสตร์ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ชยุต นาเวศภูติกร
พลเรือตรี ดนัย สุวรรณหงษ์
พลเรือตรี โสภณ รัชตาภิรักษ์
พลเรือตรี สุรเนตร ไทยานนท์
พลเรือตรี อัตตะวีร์ ทักษรานุพงศ์
พลเรือตรี คมสัน กลิ่นสุคนธ์
พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ ปกหน้า
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
พลเรือตรีหญิง วรารัตน์ สิงห์ขวา
พลเรือตรี นพดล ฐิตวัฒนะสกุล
พลเรือตรี ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
พลเรือตรี อรรณพ แจ่มศรีใส
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง ปาริชาติ เชื้อจิตรนุกูล
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัญชา บัวรอด
พลเรือโท คณาชาติ พลายเพ็ชร์
พลเรือโท สาธิต นาคสังข์ ปกหลัง
พลเรือตรี จักรชัย น้อยหัวหาด ข้อคิดเห็นในบทความท่นาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน


พลเรือตรี สมชาย ศิพะโย มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพัน


บรรณาธิการ ต่อทางราชการแต่อย่างใด ได้นาเสนอไปตามท่ผู้เขียนให้ความคิดเห็น




นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ เท่าน้น การกล่าวถึงคาส่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบ้องต้น
ผู้ช่วยบรรณาธิการ เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
ประจ�ากองบรรณาธิการ ปกหน้า-ปกหลัง “ทหารผ่านศึก” กับเรือหลวงธนบุรี
นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
นาวาเอก นิพนธ์ พลอยประไพ ออกแบบปก กองบรรณาธิการ
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี เจ้าของ ราชนาวิกสภา

นาวาโทหญิง ศรัญญา ศาสโนปถัมภ์
นาวาโทหญิง สรารัตน์ จันกลิ่น ส�านักงานราชนาวิกสภา
นาวาตรี ปัญญา ประเสริฐจินดา ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
เรือเอก วิทยา ภู่ประดิษฐ์ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
เรือตรี ชัยพันธ์ ไกรศิริ ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
นาวิกศาสตร์ 2
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่
WWW.RTNI.ORG และ WWW.RTNI.NAVY.MI.TH


สารบัญ




คลังความรู้ คู่ราชนาวี

ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ ประจ�ำเดือน กุมภำพันธ์ ๒๕๖๕
ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า


บรรณาธิการแถลง .............................................................................๓


เรื่องเล่าจากปก ..................................................................................๔


๘๐ ปี ยุทธนาวีเกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔ กับทฤษฎีสงครามและการรบ
ทางเรือสมัยใหม่ (ตอนที่ ๒) ...............................................................๕
พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล


เรียนรู้เรื่องราวกองเรือด�าน�้า มุมมองจาก ทร.อิตาลี (ตอนที่ ๒) ......๒๕
นาวาเอก วสันต์ ไตรจิต


การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ท่ามกลางโลกที่พลิกผัน (ตอนที่ ๑)
โลกที่พลิกผัน (VUCA World) ........................................................๓๕
พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์



วันสถาปนากองเรือตรวจอ่าว ครบรอบ ๖๙ ปี ................................๔๓
กองเรือตรวจอ่าว

ร่วมเครือนาวี จักยลปฐพีไพศาล .....................................................๕๓
ถ.ถุง



AUKUS คืออะไร .............................................................................๖๓
นาวาตรี วีรกมล สวนจันทร์




สานวนชาวเรือ .................................................................................๗๑
เรื่องเล่าชาวเรือ ...............................................................................๗๓
ข้อคิดปลูกจิตสานึกจริยธรรม ..........................................................๗๔

ข่าวนาวีรอบโลก ..............................................................................๗๖
ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ ..................................................................๘๐
การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ..............................................๙๐

มาตรานำ เดือน เมษายน ๒๕๖๕ ...................................................๙๖
เวลาดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ขึ้น-ตก
เดือน มีนาคม-เมษายน ๒๕๖๕ ....................................................๑๐๐

นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพ่อเผยแพร่



วิชาการและข่าวสารทหารเรือท้งในและนอกประเทศ ตลอดจนวิทยาการอ่น ๆ นาวิกศาสตร์
ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ 3
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓


สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้อ่านที่รักทุกท่าน ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นี้ ขึ้นชื่อว่าเป็น “เดือนแห่งความรัก”



เพราะว่ามีวันวาเลนไทน์อยู่ แต่ทว่า ในวันท่ ๓ กุมภาพันธ์ ก็ทาให้เรารู้จักความรักอีกรูปแบบหน่งผ่าน “วันทหารผ่านศึก”
ซ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นวันแห่งความรักท่ย่งใหญ่และเป็นวันสาคัญไม่แพ้วันวาเลนไทน์เลยทีเดียว และมีการกาหนดให้







“ดอกป๊อปปี้” เป็นสัญลักษณ์ของวันทหารผ่านศึก ในทางสากลแล้วถือว่า เป็นดอกไม้ท่ส่อความหมายถึงทหารผ่านศึก
ผู้พลีเลือดเนื้อ และชีวิตเพื่อปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รัก...


นิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนกุมภาพันธ์น้ยังคงมีบทความท่หลากหลายน่าอ่านอย่างเช่นเดิม




โดยฉบับน้เป็นการนาเสนอบทความต่อจากตอนท่แล้วสองบทความด้วยกัน โดยบทความแรก คือเร่อง

“๘๐ ปียุทธนาวีเกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔ กับทฤษฎีสงครามและการรบทางเรือสมัยใหม่ (ตอนท่สอง)”

เขียนโดย พลเรอเอก กฤษดา เฟื่องระบล และอีกบทความท่เสนอเป็นตอนท่สอง คือบทความเร่อง








“เรียนรู้เร่องราวกองเรือดานามุมมองจาก ทร. อิตาลี” เขียนโดย นาวาเอก วสันต์ ไตรจิต ครับ



นอกจากน้ยังมีบทความท่มากด้วยนานาสาระให้ท้งความรู้ ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านเป็นอันมาก อาทิ “การพลิกวิกฤต
ให้เป็นโอกาสท่ามกลางโลกท่พลิกผัน” เขียนโดย พลเรือเอก ไพศาล นพสินธุวงศ์ บทความดังกล่าวได้นาเสนอ


หลักการใหม่ในการวิเคราะห์สถานการณ์ของโลกยุคปัจจุบัน และอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท�าให้เราทุกคน
ก�าลังเผชิญกับโลกที่พลิกผัน (VUCA World ) ท�าให้วิถีชีวิตตลอดจนการแก้ปัญหาในอนาคตหลาย ๆ เรื่องไม่อาจใช้












วธเดมได้อกต่อไป และในโอกาสทเดอนกมภาพนธ์ ๒๕๖๕ ครบรอบ ๖๙ ปี วนคล้ายวนสถาปนากองเรอตรวจอ่าว





กองเรอยทธการ ทางกองบรรณาธิการฯ มความยินดีนาเสนอบทความเร่อง “วันสถาปนากองเรือตรวจอ่าว ครบรอบ ๖๙ ปี”

ให้ผู้อ่านได้รับรู้รับทราบกันครับ และจากการท่โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนจ่าทหารเรือ และโรงเรียนในสังกัดของกองทัพเรือ














กาลงเปิดรับสมครบคคลพลเรอนสอบคดเลอกเข้าเป็นนกเรยนในสงกดกองทพเรออยู่ในขณะน กองบรรณาธการฯ


ขอน�าเสนอบทความ เรื่อง “ร่วมเครือนาวี จักยลปฐพีไพศาล” เขียนโดย ถ.ถุง ซึ่งบทความดังกล่าวท�าให้ทราบถึง
ความหมายของค�าว่า “ร่วมเครือนาวี จักยลปฐพีไพศาล : Join the Navy to see the World” และเมื่อเข้ามา
เป็นนักเรียนสังกัดกองทัพเรือ หรือสอบคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นทหารเรือแล้ว คุณจะได้มีโอกาสได้เดินทางสู่โลกกว้าง



เพยงใด ทงในประเทศและตางประเทศ เปนประสบการณทหาไดไมงายนก และขอปดทายดวยบทความเรอง “AUKUS














คืออะไร” เขียนโดย นาวาตรี วีรกมล สวนจันทร์ บทความนี้ท�าให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาของค�าว่า AUKUS ว่าคืออะไร
มีท่มา และมีความสาคัญอย่างไรต่อความม่นคงไตรภาคีระหว่างประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา





ท้ายสุดน้กองบรรณาธิการฯ ขอฝากความห่วงใยมายังสมาชิกและผู้อ่านท่รักทุกท่าน เน่องด้วยสถานการณ์


การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ระดับ ๔ ในขณะน้ ขอให้ทุกท่านดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก
ขอให้คงพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบ New normal และไว้พบกันใหม่ฉบับหน้า โชคดี สวัสดีครับ


กองบรรณาธิการ


ปกหน้า-ปกหลัง: “ทหารผ่านศึก” กับเรือหลวงธนบุรี


























เนื่องจาก วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ก�าหนดเป็น “วันทหารผ่านศึก” เป็นวันส�าคัญวันหนึ่งที่คนไทยทุกคน



ร่วมราลึกถึงคุณงามความด และความเสียสละของทหารผ่านศึก ผู้ยอมสละเลือดเน้อและชีวิตเป็นชาติพล รวมท้งยกย่อง





เชิดชูเกียรติแก่ทหารผ่านศึกท้งหลาย เพราะการท่ประเทศไทยสามารถดารงเอกราชจนเป็นปึกแผ่นมาได้ตราบเท่า















ทกวนน มาจากบรรพบรษทกล้าหาญ มจตใจเป็นอนหนงอนเดยวกน ทพร้อมส้เพอบ้านเมองและส่วนรวมโดย







ไม่หวาดหวั่นต่อภยันตราย ซึ่งต่างเรียกขานเขาเหล่านั้นว่า “ทหารผ่านศึก” ดังนั้น ปกหน้าและปกหลังของนิตยสาร
นาวิกศาสตร์ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นี้ ทางกองบรรณาธิการฯ จึงได้น�าภาพอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นรูป
ดาบปลายปืนอาวุธประจ�ากายของทหาร ๕ เล่มรวมกัน สันดาบประกบเข้าหากันเป็น ๕ แฉก แต่ทว่า ได้น�ามุมภาพ


ด้านหน่งของอนุสาวรีย์ท่เป็นทหารเรือแต่งชุดกะลาสียืนอุ้มลูกกระสุนปืนใหญ่เรืออยู่ พร้อมกับนารูปเรือหลวงธนบุร ี

มาท�าเป็นปกนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนนี้ และเขียนเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน ดังนี้



ู่
“ทหารเรือท่อมระเบิดอยในวงแขน” น้น มีข้อมูลระบุว่า มีตัวตนจริง แม้เขาจะไม่ได้เสียชีวิตใน “ยุทธนาวีทเกาะช้าง”

ุ้
ด้วย แต่วีรกรรมที่เขาสร้างไว้นั้นประทับใจคนที่ได้รับฟังเรื่องราวอย่างมาก และเมื่อมีเพื่อนผู้ร่วมวีรกรรมในเรือหลวง



ธนบุรีลาน นามาเล่าให้ จอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟังพร้อมแสดง

ท่าประกอบ โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าเรื่องให้ฟัง ตอนหนึ่ง พลทหารสิงห์ นาคมี ที่อยู่
ในเรือหลวงธนบุรีจนนาทีสุดท้ายที่ได้รับค�าสั่งให้สละเรือ ได้เล่าเรื่องของ พลทหารชุน แซ่ฉั่ว เป็นพลฯ เตรียมกระสุน

ป้อมปืนท้ายของเรือหลวงธนบุร พร้อมแสดงท่าทางประกอบอย่างทะมัดทะแมง ทาให้มีคนชอบใจถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก

และเมื่อ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เห็นภาพนี้ ก็น�าไปเป็นแม่แบบปั้นขึ้นมา ส�าหรับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
นอกจากน้น ในเหตุการณ์ “ยุทธนาวีท่เกาะช้าง” น้น เม่อเรือหลวงธนบุรีถูกยิงนัดแรก กระสุนได้ทะลุเข้าไประเบิด




ในหอบังคับการ ทาให้ นาวาเอกหลวงพร้อมวีรพันธ์ ผู้บังคับการเรือและทหารอีกหลายคนในห้องน้นเสียชีวิต มีการวาดภาพทหาร



ท่เสียชีวิตในเรือหลวงธนบุร เก็บแสดงไว้ภายในอนุสรณ์เรือหลวงธนบุร ณ โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ





ไว้ด้วย ซ่งกองทัพเรือจะมีพิธีวางพวงมาลา เพ่อสดุดีวีรชนของกองทัพเรือ ในวันท ๑๗ มกราคม ของทุกปี ซ่งกองทัพเรือ


ได้ก�าหนดเป็น “วันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ”
นาวิกศาสตร์ 4
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


๘๐ ปี ยุทธนาวีเกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔


กับทฤษฎีสงคราม และการรบทางเรือสมัยใหม่




พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล

ตอนที่ ๒ การรบ (ตามรายงานของ นาวาเอก เบรองเช่ และฝ่ายไทย)














กลุ่มเรือปฏิบัติการตามโอกาสท่ ๗ (Groupe อนเปนความเรวสงสดทเรอสลปจะทาได กอนออกเดนทาง




Occasionnel/No 7) ของฝร่งเศสอันมีความหมายตรงกับ ได้มีการประชุมเพ่อเตรียมการรบท่ตาบลบางห้อย (Banghoi)




“หมู่เรือเฉพาะกิจท ๗” ของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ก�าหนดว่าเครื่องบิน
หรือไทย ได้มีการจัดต้ง ต้งแต่วันท่ ๑๙ พฤศจิกายน ทะเลแบบลัวร์ ๑๓๐ (Loire 130) จะบนไปดูลาดเลา







พ.ศ. ๒๔๘๓ เพ่อปฏิบัติการรบกับกาลังทางเรือสยาม คร้งสุดท้ายเพ่อยืนยันจานวน ตาแหน่ง ชนิด ประเภทของ



เรือในกลุ่มมีคุณลักษณะแตกต่างกันมาก (hétéroclité = เรือรบไทยแบบต่าง ๆ ณ บริเวณเกาะช้าง ในตอนเช้าตรู่





จบฉ่าย ไม่มศลปะ) แต่เม่อมาถงวันท ๑๓ มกราคม ของวันนัดหมายท่จะเข้าโจมตีด้วย ในเช้าตรู่ของวันท่ ๑๗










พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้มความชดเจนเพมขนว่าจะต้องออก มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นาวาเอก เบรองเช่ รายงานการรบ



ปฏิบัติการ จึงมีการรวมตัวกันเป็นอย่างดี และได้ ว่า “เวลา ๐๕.๔๕ น. พนักงานวิทยุได้ต้งคล่นความถ่วิทย ุ



ทาการฝึกซ้อมท่ทาให้สามารถปฏิบัติการรบได้ทุกรูป ไว้ท่ ๖๗๕ Hz และได้ยินเสียงเคร่องบินลัวร์ ๑๓๐










แบบ (เรือรบคือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหนัก จะไม่มีทาง เรยกเรอลามอตตปเกต แตเพอเปนการซอนเรนการเคลอน









ปฏบตงานจรงไดเลยหากไมมการฝกซอม) โดย นาวาเอก กาลังทางเรือเป็นความลับ เราจึงไม่ส่งวิทยุตอบเคร่อง







เบรองเช่ ได้วางหลักการในการปฏิบัติการบางประการไว้ บิน”
ล่วงหน้าแล้ว
เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ ออกจากไซ่ง่อน ยุทธการตะบันหน้าสยาม (Opération coup de point
(โฮจิมินห์ซิตี้ ปัจจุบัน) ด้วยความเร็วเต็มฝีจักร ๓๓ นอต = act of punch Operation)







เพื่อไปรวมกาลงกบเรอสลุป (Aviso) ท่เหลือท่จอด คาส่งของ นาวาเอก เบรองเช่ ไปยังเรือในบังคับ

ทอดสมออยู่ในอ่าวทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบูโล บัญชาให้ยาตราก�าลังไปท�าลายเรือรบของไทย เมื่อเวลา

คอนดอ (Poulo Condore ปัจจุบันเรียกว่า Côn Dào) ๒๑.๐๐ น. เวลาอินโดจีน ของวันท่ ๑๖ มกราคม
เกาะปลายแหลมญวน ในเวลา ๒๑.๐๐ น. ของวันท ี ่ พ.ศ. ๒๔๘๔ หรือเวลา ๑๔.๐๐ น. ที่กรุงปารีส “ยาตรา
๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ หมู่เรอรบฝร่งเศสก็เรม ก�าลังเริ่มใน ๒๑.๐๐ น. เข็ม ๓๒๕ ความเร็ว ๑๓.๕ นอต




o
ออกเดินทางมุ่งเข้าสู่เกาะช้าง ด้วยความเร็ว ๑๓.๕ นอต (ความเร็วสูงสุดของเรือสลุป)”
นาวิกศาสตร์ 5
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ค�าสั่งหมายเลข ๕๐ ให้เรือทุกล�าเข้าโจมตีเรือที่จอด เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ (La Motte-Picquet)
ทอดสมออยู่ทางใต้ของเกาะช้าง ในเวลารุ่งเช้า ให้ใช้ เข้าโจมตีทางช่องระหว่างเกาะจาน และเกาะกระดาด






แผนท่หมายเลข ๒๓๐๗ และ ๒๓๐๘ ให้เรอทกลา ให้เร่มยิงทันทีท่พอจะมองเห็นพอสมควร (พระอาทิตย์








พร้อมทตะวนตกเฉยงใต้ของเกาะคลุ้ม จากนนให้ ข้นเวลา ๐๖.๓๐ น. วันท่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔



แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าท่ เพ่อเตรียมเข้ายิงเป้าหมาย หน้าหนาว)

ดังนี้ การกาหนดเป้าหมายน้นจะต้องทาเม่อถึงยุทธ



กลุ่มเรือท ๑ เรือตาอูร์ (Tahure) และเรือมาร์น บริเวณแล้ว




(Marne) บุกเข้าโจมตีทางช่องระหว่างเกาะช้าง และ หยุดยิง เม่อได้รับสัญญาณโดยให้เรือทุกลาแล่นมุ่ง
เกาะคลุ้ม หน้ากลับทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เวลา ๐๕.๔๕ น. เวลา

กลุ่มเรือท ๒ เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ (Dumont d’ ท้องถิ่นของวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ให้เรือทุกล�า


Urville) และเรือ อะมิรัล ชารเน่ (Amiral Charner) ท่แล่นมาถึงตาบลท่เป็นมุมฉากกับเกาะคลุ้มแล้ว ก็ให้แยก


เข้าโจมตีระหว่างช่องเกาะคลุ้ม และเกาะหวาย ย้ายกันเข้าโจมตี ๓ ช่องทางตามที่ได้สั่งการไว้

































นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


เวลา ๐๕.๔๕ น. เรือลามอตต์ปิเกต์ ชักธงสัญญาณ โผล่ออกมาทางช่องระหว่างแหลมบังเบ้า เกาะช้างกับ
ให้เรือต่าง ๆ ในกระบวนเรือปฏิบัติการโดยอิสระ เกาะคลุ้ม เรือหลวงชลบุรีซึ่งไม่มีมุมยิงเรือลามอตต์ปิเกต์


(แสดงว่า ๑) พอมีแสงราไรเห็นในระยะใกล้ และ ๒) เพราะเรือหลวงสงขลาบัง ให้ปืน ๑ หันมายิงเรือตาอูร์
การบังคับบัญชาการรบเป็นแบบมอบภารกิจ (mission และเรือมาร์น ส่วนปืนท้ายให้ยิงเรือสลุปดูม้องต์ ดูร์วิลล์




type tactics) ซ่งจะอธิบายต่อในภายหลัง –ผู้เขียน) และเรอสลป อะมรล ชารเน่ ท่โผล่ออกมาระหว่าง


จากนั้นเรือลามอตต์ปิเกต์ก็เลี้ยวไปถึงเข็ม ๐๘๕ ระหว่าง ช่องเกาะคลุ้มกับเกาะหวาย ส่วนเรือหลวงสงขลายังคง

เกาะคลุ้ม และเกาะรัง เกาะหมาก เรือสลุปดูม้องต์ ยิงต่อสู้กับเรือลามอตต์ปิเกต์ ปรากฏว่ากระสุนตกตามาก


ดูร์วิลล์ และเรือสลุปอะมิรัล ชารเน่ แล่นเข้าหาเรือหลวง จึงแก้ศูนย์เป็น ๑๔,๐๐๐ เมตร ซ่งสูงเกินไปจึงปรับมาเป็น

ชลบุรี เรือหลวงสงขลา และเกาะง่ามซ่งฝร่งเศสคิดว่าเป็น ๑๒,๐๐๐ เมตร ซึ่งเรือหลวงสงขลารายงานว่าถูกเป้าเรือ







เรือหลวงธนบุรหรือเรือหลวงศรอยธยา ทางชองเกาะคลม ลามอตต์ปิเกต์ แต่ฝร่งเศสบอกไม่ถูกเลย เวลา ๐๖.๑๕ น.

และเกาะหวาย เรือสลุปเก่าตาอูร์ และมาร์น แล่นเข้าหา เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ เริ่มยิงไปยังเรือตอร์ปิโดใหญ่ของไทย



เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา ทางช่องระหว่าง ยงไปแล้วไม่ปรากฏว่าเป้าหมายเคลอนไปไหน เวลา





แหลมบงเบ้า เกาะช้างกบเกาะคล้ม เวลา๐๖.๑๔ น. ๐๖.๒๓ น. เรอสลุปอะมรัล ชารเน่ เร่มยงเรือตอร์ปิโดใหญ่





เรือต่าง ๆ ของฝรั่งเศสมาถึงจุดท่กาหนดในแผน และ ส่วนเรือตาอูร์ ผู้บังคับการเรือได้ส่งยิงว่า “ยิงให้ข้าศึก






พร้อมท่จะทาการยิง ขณะน้นเรือลามอตต์ปีเกต์ซ่งเป็น ประทับใจ และเพ่อให้กาลังพลเรามีขวัญกาลังใจ (Tire



เรือลาท่เคล่อนตัวเข้าไปใกล้เรือไทยมากท่สุด ยังคงไม่เห็น pour impressioner adversaire et mettre entrain



เป้าหมายเพราะเกาะคลุ้มยังบังอยู่ สาหรับข้อมูลฝ่ายไทย mon personnel)” เวลา ๐๖.๑๙ น. เรือลามอตต์ปิเกต์

เรือหลวงสงขลาท่เห็นเคร่องบนลัวร์ ๑๓๐ มาตรวจการณ์ เร่มยิงเรือตอร์ปิโดใหญ่ ส่วนเรือมาร์นซ่งยังตรวจไม่พบเป้า




จึงประจาสถานีรบยิงเคร่องบิน พร้อม ๆ กันน้นก็เห็น ได้เร่มยิงเวลา ๐๖.๒๕ น. ในการยิงตับท่สามของเรือดูม้องต์





เรือลามอตต์ปิเกต์โผล่ออกมาจากเกาะหวาย (ตอนแรก ดูร์วิลล์ พนักงานวัดระยะได้รายงานว่า “ถูกเป้าหมายแล้ว”

เข้าใจว่าเป็นเรือธนบุรี) คะเนความเร็วได้ประมาณ ๒๐ นอต เวลา ๐๖.๒๔ น. ทหารฝร่งเศสสังเกตเห็นว่าเรือตอร์ปิโดใหญ่






ต่อมาจึงเข้าใจว่าเป็นเรือฝร่งเศสช่อพลีโมเก้ (Primauquet) ของไทยเร่มติดไฟหม้อนา เรือฝร่งเศสในหมู่เรือ


เรือพ่เรือน้องกับลามอตต์ปิเกต์ เม่อพิเคราะห์ว่าไม่ใช่ ดูม้องต์ ดูร์วิลล์ และเรืออะมิรัล ชารเน่ ท่แล่นมาทางช่อง

เรือหลวงธนบุรีแต่เป็นเรือฝร่งเศสแน่นอนแล้ว เรือเอก เกาะคลุ้มและเกาะหวาย ได้แล่นเข้าทางเรือไทยอย่าง




นย นพคณ ต้นเรอท�าหน้าท่ต้นปืนจงส่งเปลยนการยง ลาพองใจโดยไม่ได้พะวงเก่ยวกับทุ่นระเบิดท่ฝ่ายไทย









จากเป้าเคร่องบินเป็นเป้าเรือฝร่งเศสระยะ ๑๐,๐๐๐ เมตร อาจวางไว้ได้ เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ ได้แล่นเข้าไปใกล้


เป็นการยิงนัดแรกของยุทธนาวี ส่วนเรือลามอตต์ปิเกต์ เรือตอร์ปิโดใหญ่ของไทยในระยะไม่เกิน ๕,๐๐๐ เมตร
ได้อาศัยแสงไฟท่แวบออกมาจากกระบอกปืนเรือหลวง และเห็นกลุ่มกระสุนท่ถูกเป้าชัดเจน เรืออะมิรัล ชารเน่


สงขลาเป็นเป้าหมายในการยิงตอบในตับแรก แต่กระสุน ซ่งแล่นตามเข้าไปได้ยิงถูกเรือหมายเลข ๓๒ (เรือหลวง



ไปตกท่เกาะง่าม ซ่งฝร่งเศสเข้าใจว่าเป็นเรือหลวง ชลบุรี) ชัดเจน ทางด้านเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์

ศรีอยุธยาซ่งยังไม่ได้กลับไปสัตหีบหลังเปล่ยนเวรกับ นาวาเอก เบร่องเช่ ผู้บังคับการเรือได้เขียนรายงาน


เรือหลวงธนบุรีในวันท่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ การรบตอนนี้ว่า


ในเวลาเดยวกัน เรือหลวงสงขลากเร่มเหนเรอสลปดม้องต์ “สภาวะอากาศและทัศนวิสัย ลมสงบ ท้องฟ้า






ดูร์วิลล์ และอะมิรัล ชารเน่ โผล่ออกมาทางช่องระหว่าง แจ่มใสเพราะเพิ่งรุ่งเช้า แต่ทัศนวิสัยไม่ดในทิศท่เรือ









เกาะคลุ้มกับเกาะหวาย และเรือสลุปตาอูร์กับมาร์น จอดอย่ เนองจากเทอกเขายงบงอย่ทางทศตะวนออก


นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕



พระอาทิตย์จะต้องข้นเวลา ๐๖.๔๓ น. แต่พระจันทร์ หลังเปลี่ยนเวร) จึงสั่งยิงไปที่เกาะง่าม ๓ ลูก นาวาเอก
ยังคงฉายแสงเรือง ๆ อยู่ทางฝากตะวันตกเฉียงใต้” เบรองเช่ ได้เขียนในรายงานว่า


ส่วนเรือของเราซ่งแล่นอยู่ตัดกับขอบฟ้าไม่มีอะไรบัง “เวลา ๐๖.๒๐ น. เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ยิงตอร์ปิโด


คงจะเป็นที่เห็นชัดจากเรือข้าศึกที่จอดอยู่” ไป ๑ ตับ ๓ ลูก โดยบังคับให้ตอร์ปิโดว่งใต้นา ๒.๕๐ เมตร

ชาวสยามเร่มยิงมายังเรือต่างๆของ “หมู่เรือปฏิบัติการ” ตอร์ปิโดได้วิ่งไปอย่างเร็ว ไปยังเรือที่เราเริ่มจะเห็นลาง ๆ

เมื่อเวลา ๐๖.๑๔ น. ไม่มีทางระบุได้เลยว่าเรือล�าใดที่ยิง ว่าจอดอยู่ (แท้จริงแล้วคือเกาะง่าม) และยังยิงปืนขนาด









การยงตอบโต้ เกอบจะทนททนใดนน เรอสลป ๗๕ มิลลิเมตร ติด ๆ กันหลายชุดไปยังเรือตอร์ปิโดใหญ่



ทั้ง ๒ หมู่ ก็เริ่มยิงข้าศึกเหมือนกัน ของไทยลาหน่ง ท่ยังไม่สามารถอ่านหมายเลขข้างตัวเรือได้


“เวลา ๐๖.๑๙ น. เรือลามอตต์ปิเกต์ได้เริ่มยิงด้วย ตอนน้ข้าพเจ้าส่งให้เรือลามอตต์ปิเกต์ลอยน่งอยู่ปลาย

ปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร ชุดแรกด้วยการส่องกล้อง กลุ่มเกาะ ระยะห่างจากกลุ่มเรือข้าศึกประมาณ ๙,๐๐๐ -

วัดระยะ และหันทิศทางไปยังทิศท่มีไฟแลบยิงมาทางเรา ๑๐,๐๐๐ เมตร ระหว่างเวลา ๐๖.๒๕ น. ถึง ๐๖.๓๕ น.
ข้าพเจ้าได้ส่งสัญญาณรหัส (เป็นตัวเลข) แจ้งกองทัพเรือ หลังจากได้เล็งเป้าเรือที่อยู่ทางขวาสุด (เรือหลวงสงขลา)


อนโดจีนฝรงเศสว่า กล่มเรอปฏบตการตามโอกาส และยิงด้วยป้อมปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร แล้วด ู






(groupe occasionnel) ได้เข้าท�าการรบที่เกาะช้างแล้ว เหมือนว่ากระสุนปืนจะถูกเป้าหมายทางท้ายเรือ ต่อจากน้น


(ข่าวนี้กองทัพเรืออินโดจีนฝรั่งเศสไม่ได้รับ) และข้าพเจ้า ท้งป้อมปืนใหญ่ ๑๕๕ มิลลิเมตร และปืนรองขนาด
ยังได้ส่งข่าววิทยุไปยังกลุ่มเรือท้งสาม ให้เปล่ยนศูนย์ ๗๕ มิลลิเมตร ก็ได้เล็งยิงไปยังเรือตอร์ปิโดใหญ่ท่เห็น



การยิงอย่างสม�่าเสมอเมื่อเรือเคลื่อนไปทางขวามือ” ชัดเจน”



ตอนน้น นาวาเอก เบรองเช่ คิดว่าเกาะง่ามท่เห็น (เมอเวลา ๐๖.๒๐ น. เรือตอร์ปิโดใหญ่ของไทย

เป็นเงา ๆ นั้น คือเรือปืนล�าหนึ่งของไทย (เข้าใจว่าเป็น (เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา) เริ่มติดไฟหม้อน�้า



เรือหลวงศรีอยุธยาท่ยังคงอยู่ท่เกาะช้าง ไม่ได้กลับสัตหีบ ไฟควันพลุ่งข้นสูงจากปล่องทาให้หมู่เรือฝร่งเศสท่แล่น





เรือลาดตระเวนเบาชั้นเดียวกันมี ๓ ลำา เรือลามอตต์ปิเกต์ยิงตอร์ปิโด นาวาเอก เบรองเช่
เรือหลวงสงขลาเข้าใจผิดว่า ถือกล้อง ๒ ตา
ลำาที่รบกับตนคือเรือพรีโมเก้ต์



นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕






เข้ามาทง ๓ ช่องเกาะ สามารถจบเป้าเรอตอร์ปิโดใหญ่ เวลา ๐๖.๓๐ น. กลุ่มเรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ และ
ได้อย่างชัดเจน) เรืออะมิรัล ชารเน่ อยู่ห่างข้าศึกเพียง ๕,๐๐๐ เมตร และ
นาวาเอก เบรองเช่ ได้รายงานการรบต่อไปว่า กลุ่มเรือตาอูร์ และเรือมาร์น อยู่ห่าง ๘,๐๐๐ เมตร และ
“ ตอร์ปิโด เวลาประมาณ ๐๖.๓๐ น. เรามองเห็น เมื่อเวลา ๐๖.๕๐ น. ได้เคลื่อนเข้าไปใกล้ข้าศึกลึกไปกว่า

แสงไฟสามสายพุ่งสูงมาก (ประมาณ ๒๐๐ เมตร) ซ่งทาให้ ๓,๐๐๐ เมตร



เราแน่ใจว่าลูกตอร์ปิโด ๓ ลูกของเราระเบิดเม่อถึงพ้น เวลา ๐๖.๕๐ น. เรือทุกล�าสังเกตเห็นเรือหมายเลข

หรือเม่อชนกราบเรือ แสงไฟ ๒ สายออกสีเหลือง ๆ ๓๒ และ ๓๓ มีควันพุ่งขึ้น และเริ่มมีการตอบโต้ช้าลง ๆ

ส่วนสายท่ ๓ ขาวมาก ข้าพเจ้ามองด้วยกล้องส่องทางไกล เห็นว่า เวลา ๐๖.๕๘ น. ข้าศึก (เรือตอร์ปิโดใหญ่ของไทย)
ลูกตอร์ปิโดระเบิดเมื่อตอนชนกราบเรือล�าหนึ่ง” หยุดยิง เรือสลุปเห็นว่าลูกเรือของเรือหมายเลข ๓๒ และ




การยิงจากเรือสลุป ในช่วงเวลาน้น เรือสลุปท้ง ๔ ลา ๓๓ ซงยงพอมองเห็นได้ถนดเรมถ่ายลงเรือเล็ก หรอ










ซ่งต่างแล่นเข้าไปตามช่องระหว่างเกาะท่ได้รับมอบหมาย ว่ายนา (ในขณะน้นเรือตาอูร์เตรียมหย่อนเรือบตลงไป

ก็พยายามแล่นเรือให้เข้าไปใกล้ข้าศึก (เรือตอร์ปิโดใหญ่ ช่วยเหลอ แต่นาวาเอก เบรองเช่ สงห้าม และสงให้ยง ิ






ของไทย) ให้มากท่สุดเท่าน้นจะทาได้โดยเตรียมปืนพร้อม ทาลายต่อไปจะได้ตายอย่างไม่ทรมาน หรือ coup de



gruce –ผู้เขียน) เรือสลุปหยุดยิงช่วคราวประมาณ

๒–๓ นาที แล้วเริ่มยิงใหม่
เรือตอร์ปิโด ๒ ล�าจม หรือระเบิดก่อน ๐๗.๐๐ น.
เล็กน้อย
เวลา ๐๗.๐๐ น. ไม่มีเรือตอร์ปิโดใหญ่ของไทย
จอดให้เห็นต่อไป

กล่มเรือสลป ๒ กล่มเข้าประจาตาแหน่งตาบลท ี ่





หมู่เรือฝรั่งเศสรุมยิงเรือไทย B2 และ C2
เวลา ๐๖.๔๕ น. เรือหลวงสงขลาสละเรือใหญ่
ห่างไปจากน้นประมาณ ๓๐๐ เมตร เรือหลวงชลบุร ี




ถูกยิงท่บริเวณคลังเช้อเพลิงท้ายเรืออย่างจัง ทาให้เกิด
ไฟไหม้ลุกลามไปอย่างกว้างขวาง เรือตาอูร์ได้แล่นเข้าไป
ใกล้เรือตอร์ปิโดทั้งสองในระยะ ๓,๗๐๐ เมตร และได้ยิง


ปืนใหญ่เข้าใส่อีก เรือสลุปมาร์นก็ได้เข้าไปยิงซาเติมอีก

ในระยะ ๒,๖๐๐ เมตร เรือหลวงสงขลาเอียงพลิกควา

ในเวลา ๐๖.๔๓ น. ในขณะน้นเรือหลวงชลบุรีกาลังจม


ปร่มนา มีควันลุกไหม้อย่างหนัก การรบระหว่างเรือ








ส่วนหนึ่งของทหารประจำาเรือหลวงสงขลา ฝรงเศสกบเรอตอร์ปิโดใหญ่ของไทยเป็นเพยงฉากแรก
ที่ทำาการรบที่เกาะช้างและไม่ได้รับบาดเจ็บ ของยุทธนาวีที่เกาะช้าง โดยฝรั่งเศสได้กล่าวชมเชยว่า
จากเรือลามอตต์ปิเกต์ได้ส่องกล้องตรวจบันทึกการ “เรือตอร์ปิโดของสยามได้เข้าทาการรบอย่างกล้าหาญ

ยิงถูกเป้าหมายหลายคร้ง นายทหารควบคุมการยิงดูจะ และสู้จนถึงท่สุดด้วยจิตใจท่เสียสละ ซ่งสมควรได้รับ




ไม่มีปัญหาใด ๆ เลยในการจับเป้า การยกย่องตามประเพณีของนาวีใหญ่ ๆ ในโลก...
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


เรือหลวงชลบุรีถูกยิงไฟไหม้ควันขึ้นสูง เรือตาอูร์กำาลังยิงปืนใหญ่


ยามยอดเสาเรือหลวงชลบุรี ถูกกระสุนปืนของฝ่ายเรา นายทหารควบคุมการยิงของเรือลาดตะเวนลามอตต์ปิ



ตกลงมาขาขาด แต่ปากยงร้องเชยร์เพอนให้รบจน เกต์ก็ได้ตรวจพบเรือหลวงธนบุรี แต่ก็มิได้ใส่ใจเพราะกาลัง




ขาดใจตาย เราขอคารวะทหารท่านนี้อย่างจริงใจ” สาละวนอย่กบการระดมยงเรอตอร์ปิโดใหญ่ ต่อมา


(เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา ไม่ได้รับ ภาพเรือหลวงธนบุรีก็ได้ถูกเกาะต่าง ๆ บังอีก (เกาะไม้ซ้ใหญ่)

พระราชทานเหรียญกล้าหาญ อาจจะพิจารณาจากการ


ท่เรือจอดทอดสมอเป็นเป้าน่งไม่ได้แสดงความกล้าหาญ ฉากที่ ๒ เรือลามอตต์ปิเกต์ต่อสู้กับเรือหลวงธนบุรี

ด้วยการแล่นเรือเข้าใส่ข้าศึก อันท่จริงแม้อยู่ในสภาวะ เวลา ๐๖.๐๕ น. เมื่อเรือหลวงธนบุรีเห็นเครื่องบิน



จายอมต้องรบ แต่ก็รบอย่างกล้าหาญไม่แพ้เรือหลวง ข้าศึกจึงประจาสถานีต่อสู้อากาศยาน เม่อเคร่องบิน

ธนบุรี -ผู้เขียน) บินกลับไปทางเกาะง่ามแล้ว จึงออกคาส่งให้ห้องเคร่อง






เพลิงไหม้เรือหลวงสงขลา เรือลามอตต์ปิเกต์ขณะแล่นด้วยความเร็ว ๒๗ นอต ที่เกาะช้าง

ขณะน้นเรือหลวงธนบุรี ยังจอดทอดสมออยู่อีก ติดเคร่องใหญ่แล้วส่งวิทยุแจ้งไปยังกองบินทหารอากาศ


ด้านหน่งของเกาะช้าง และฝ่ายฝร่งเศสยังตรวจไม่พบ จันทบุรี แต่ปรากฏว่าทหารอากาศไม่ได้รับข่าวนี้ ต่อมา





เน่องจากตัวเกาะช้างบังอยู่ เม่อเวลา ๐๖.๒๔ น. เรือสลุป เม่อได้ยินเสียงปืนทางเกาะง่ามยิงกันสน่นแต่ไม่มีกระสุน



อะมิรัล ชารเน่ จึงตรวจพบเรือลาหน่ง มีปล่องสูงตรง ระเบิดในอากาศ จึงสันนิษฐานว่ามีการรบทางเรือเกิดข้น


มีป้อมปืนลักษณะน่าเกรงขามโผล่ออกมาจากหลัง จึงออกเรือเพ่อไปช่วยเหลือ ต่อมายามบนสะพานเดินเรือ
เกาะช้าง เวลา ๐๖.๒๙ น. เรือเอก ตุยยีเอ้ (Thuillier) รายงานว่า เห็นเรือข้าศึกทางใต้เกาะช้างตรงช่องระหว่าง
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕












เกาะช้างกับเกาะไม้ซ้ใหญ่ กาลังแล่นเข็ม ๖๕° และ ยงตอบมาทนท กระสนตบแรก (๔ นด) ของฝรงเศส
เห็นไฟแลบจากปากกระบอกปืนด้วย เม่อเรือหลวงธนบุร ี ตกสูงห่างเรือ ๓๐๐ เมตร ตับที่ ๒ ตกตรง แต่ห่างเรือ

ออกเรือไปสักครู่โดยถือเข็ม ๑๓๕° และประจาสถานีรบแล้ว ๕๐ เมตร เวลา ๐๖.๔๘ น. เรือหลวงธนบุรีตกอยู่สถานะ

เมื่อสอบศูนย์เพื่อใช้ยิงจากศูนย์รวบ ปรากฏว่าป้อมท้าย “เข้าซ่อม” ของเรือลามอตต์ปิเกต์
ไม่พร้อม (ยังไม่ได้ synchronize ป้อมกับศูนย์) เมื่อเวลา ๐๖.๔๘ น. เรือฝรั่งเศสยิงมาแล้ว ๒ ตับ
ผู้บังคับการเรือจึงสั่งหยุดเครื่องหางเสือซ้ายหมด เพื่อให้ เรือหลวงธนบุรี ได้ยิงตับที่ ๒ ด้วยป้อมหัวและป้อมท้าย

เกาะไม้ซี้ใหญ่บังตัวเรืออยู่ก่อน เวลา ๐๖.๔๐ น. เมื่อปืน โดยต้งระยะ ๑๓,๐๐๐ เมตร ฝร่งเศสบอกว่ากระสุน



๒ ป้อมพร้อม เรือหลวงธนบุรีจึงเดินหน้าเต็มตัว เข็ม ๑๓๕° ปืนไทยตกตาไป ๒,๐๐๐ เมตร เม่อเรือหลวงธนบุรีถูก






และส่งเตรียมรบกราบขวาท่หมายเรือลาดตระเวนข้าศึก “เข้าซ่อม” แล้ว กระสุนตับท่ ๔ (๔ นด) ของฝรงเศส

เวลา ๐๖.๔๕ น. เมื่อเรือลามอตต์ปิเกต์โผล่ออกมาจาก มีนัดหน่งโดนผนังห้องนายพลตรงมุมห้องกราบขวา





ด้านตะวันออกของเกาะไม้ซี้ใหญ่ บนช่องเล็ก ๆ ระหว่าง แล้วระเบดกลางห้อง อานาจระเบดน้นเองทาให้ทะล ุ



เกาะไม้ซ้ใหญ่ เรือหลวงธนบุรีเร่มยิงเข้าใส่เรือลามอตต์ปิเกต์ ข้นข้างบนตรงพ้นของหอบังคับการเรือหลวงธนบุรีพอด ี


กระสุนตกตาไป ๒,๐๐๐ เมตร และเรือลามอตต์ปิเกต์ ทาให้ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรี (หลวงพร้อมวีรพันธุ์)



แผนที่เกาะช้าง ช่องเล็ก ๆ ที่ลามอตต์ปิเกต์ยิงผ่านช่องเกาะไม้ซี้ใหญ่ ถ่ายที่ยุทธภูมิเกาะช้างแล่นขนาบด้วยเรือสลุป ดูม้องต์ ดูร์วิลล์
และเกาะไม้ซี้เล็ก โดนเรือหลวงธนบุรี ที่หอบังคับการพอดี และเรืออะมิรัล ชารเน่ ถ่ายจากเรือตาอูร์




















ฝรั่งเศสถือว่ายุทธนาวีเกาะช้างเป็นการรบระหว่าง สะพานเดินเรือของเรือลามอตต์ปิเกต์
ไทย-ฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๔๘๔ ที่โลกลืม ขณะกำาลังรบกับไทย



นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




และทหารในหอบังคับการเสียชีวิตและบาดเจ็บ (การยิง (เรือโท เฉลิม สถิรถาวร) ต้องว่งไปห้องเคร่องหางเสือท้ายเรือ

โดนเรือหลวงธนบุรีนัดน้เปรียบได้กับนักฟุตบอลกองหน้า เพ่อใช้บังคับเรือให้แล่นตรงต่อไป แต่ปรากฏว่าไม่มีไฟฟ้า



ฝรั่งเศสชื่อดัง ซีดาน ยิงผ่านแบ็คหลังช่องเล็ก ๆ ระหว่าง จึงพยายามบังคับเรือด้วยการส่งจักรแต่ก็ไม่สาเร็จ ต้นหน

เกาะไม้ช้ใหญ่และเกาะไม้ช้เล็กเข้าประตูพอดี การท ่ ี จึงเปล่ยนมาถือท้ายเรือด้วยมือโดยตรงซ่งหนักมาก



เรือหลวงธนบุรีป้อมปืนท้ายไม่พร้อมโดยขาดพลหันป้อม ต้นปืนและผู้ช่วยต้นปืนจึงส่งการมาจากหอบังคับยิงปืนเบา

และป้อมปืนไม่ได้ synchronize ให้เข้ามุมกันได้พอด ี บนเสากระโดงท่ ๒ เรือจึงหยุดหมน และบังคับเรือให้


กับศูนย์รวบ ต้องเสียเวลาปรับแต่ง โดยเรือหลวงธนบุรี แล่นตรงได้
ต้องหยุดเคร่องรอบังอยู่หลังเกาะไม้ช้ใหญ่ เป็นช่วงเวลา ขณะท่เรือหลวงธนบุรีหมุนคว้าง กระสุนอีกลูก




นาทีทองของเรือลามอตต์ปิเกต์เหมือนกัน เพราะ ก็ตกลงมาท่ดาดฟ้ากราบซ้ายริมห้องรับแขกนายพล

สามารถปรับแต่งระยะการเล็งยิงเรือหลวงธนบุรีให้ถูก กระสุนทะลุลงใต้ดาดฟ้า ตัดแป๊ปนาดับเพลิงขาดจน




ต้องแม่นยาได้มากข้น ๆ ดังน้น พอเรือหลวงธนบุรีออกเรือ ใช้การไม่ได้ น�้านองไปทั่ว กระสุนได้ระเบิดในห้องพันจ่า
จากการบังของเกาะไม้ช้ใหญ่แล่นเข้ามาในช่องเล็กนิดเดียว กราบขวา ฉีกเนื้อเรือโหว่


ระหว่างเกาะไม้ช้ใหญ่ และเกาะไม้ช้เล็ก เรือลามอตต์ปิเกต์ กระสุนนัดท่ ๓ ตกลงหีบพักกระสุนปืน ๗๕ ระหว่าง


จึงได้จังหวะยิงถูกหอบังคับการเรือหลวงธนบุรีอันเป็น กระบอก ๑ และ กระบอก ๓ กระสุนได้ระเบิดเข้าห้อง

จุดศูนย์ดุลแห่งการรบ (Center of gravity) ของเรือหลวง บัญชาการ ทะลุลงใต้ดาดฟ้าตรงห้องต้นปืน ทาให้

ธนบุรี และเรือหลวงธนบุรียังเป็น Center of gravity นายแพทย์ประจาเรือ (นาวาตรี นายแพทย์อัชฌา

ของกาลังรบทางเรือของไทยท้งหมดด้วย จึงถือว่าเป็น พัฒนวิบูลย์) ถูกสะเก็ดระเบิดจนขาขาด ทหารบาดเจ็บ

โชค ๒ ชั้นของฝรั่งเศส และความเสียหาย ๒ ชั้นของไทย หลายนาย
-ผู้เขียน) กระสุนนัดที่ ๔ ถูกเรือหลวงธนบุรีราว ๐๖.๕๐ น.


การถูกยิงคร้งน้ของฝร่งเศสทาให้เกิดไฟไหม้ และ บริเวณแนวนากราบขวาท้ายเรือ ได้ระเบิดบนพ้นห้อง










เครองถอท้ายในหอบงคบการใช้ไม่ได้ เรอต้องหมนซ้าย กะลาสี ๔ ทาให้นาเร่มเอ่อเข้าเรือ กระสุนนัดท่ ๕










เป็นวงกลมอยู่ ๔ รอบ ด้วยความเร็ว ๑๕ นอต แล่น ถกช่องกระจกทางกราบขวาตอนท้ายเรอ ได้ระเบดท ่ ี

เข้าไปในบริเวณท่นาลึกเพียง ๔-๕ เมตร ด้วยต้นหน ฐานป้อมปืนท้าย ฉีกตะเข็บฐานป้อม ทาให้นาในห้อง





เคลาเซวิทซ์เป็นผู้กำาหนด นาวาตรี นายแพทย์อัชฌา พัฒนวิบูลย์ กระสุนฝรั่งเศสที่ยิงถูกบริเวณ
จุดศูนย์ดุลแห่งการรบ (Center of gravity) ถูกกระสุนเสียชีวิต ท้ายเรือหลวงธนบุรี แต่ไม่ระเบิด
ในทฤษฎีสงคราม (พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ)
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


กะลาสี ๔ ไหลเข้าสู่คลังดิน คลังกระสุน พลทหาร อ้างว่าไม่ได้ยิงต่อสู้กับเรือสลุป ยิงเฉพาะเรือลามอตต์ปิเกต์



ชุน แซ่ฉ๋ว พลลาเลียงกระสุนแขนขาดเพราะถูกเส้อ ล�าเดียว ไม่สนใจล�าอื่น)
หัวกระสุนกระเด็นเข้าตัดแขน ในห้องกะลาสี ๔ ไฟได้ไหม้ ตามรายงานการรบของ นาวาเอก เบรองเช่ ระบุว่า




เส้อชูชีพ เส้อผ้าทหาร และพ้นยาง ทาให้ควันตลบไปหมด เวลา ๐๗.๑๒ น. เรือสลุปเห็นเรือประจัญบานรักษาฝั่ง
ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ โชคดีท่กระสุนนัดน้ไม่ระเบิด (เรือหลวงธนบุรี) เรือล�าที่ข้าพเจ้ายิงใส่เม่อสักครู่ เรือสลุป








ถ้าระเบิดข้นนดดนอาจทาให้เรอทงลาระเบิดเป็นจุลทันท ี จึงยิงใส่เรือประจัญบานรักษาฝั่ง เม่อเวลา ๐๗.๑๓ น.










เวลา ๐๖.๕๕ น. เรือลามอตต์ปิเกต์กลัวจะติดต้น พอถงเวลา ๐๗.๑๕ น. เรอดรมองต ดรวลล และเรออะมรล








เล้ยวหัวกลับหลังหันมาถือเข็ม ๒๓๐° จึงพ้นระยะยิง และ ชารเน่ ก็ระดมยิงอย่างหนัก

มองไม่เห็นเรือหลวงธนบุรี เนื่องจาก นาวาเอก เบรองเช่
ไม่เห็นเรือสลุปลูกหมู่ของตนท้งหมดว่าอยู่ไหน นาวาเอก นาวาเอก เบรองเซ่ รายงานว่า เรือสลุปอะมิรัล


เบรองเช่ จึงตัดสินใจนาเรือลามอตต์ปิเกต์ไปทางตะวันตก ชารเน่ ถูกเรือหลวงธนบุรียิงไฟไหม้

อ้อมไปใต้เกาะใบต้ง เพ่อหาเรือลูกน้องจนเจอ จึงแล่นวน นาวาเอก เบรองช่ รายงานว่า “ข้าพเจ้าสามารถ



รอบเกาะใบต้ง และเล้ยวฉกาจใต้เกาะจานว่งกลับมาทาง ส่องทางไกลเห็นว่า วิถีกระสุนของเรืสลุปยิงดีมาก

เกาะไม้ชี้ใหญ่ และเกาะไม้ชี้เล็กอีกครั้ง เวลา ๐๗.๐๐ น. แต่ทว่าเรือประจัญบานรักษาฝั่งก็ยิงตอบโต้ด้วยปืนใหญ่
เรือลามอตต์ปิเกต์พบเรือสลุป ๒ ล�า เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ ๒๐๓ มิลลิเมตร ข้าพเจ้าจึงแล่นเรือลามอตต์ปิเกต์เข้าไป
และเรืออะมิรัล ชารเน่ ติดตามด้วยเรือมาร์น และเรือตาอูร์ ช่วยเหลือโดยแทรกไปตรงกลางระหว่างเรือสลุปกับ
ในเขตปฏิบัติการ B3 (ในประมวลของพลเรือโท พัน รักษ์แก้ว เป้ายิง (เรือหลวงธนบุรี) เรือสลุป (อะมิรัล ชารเน่) เมื่อ

ลงว่า เรือสลุปตามเรือลามอตต์ปิเกต์ไม่ทัน เบรองเซ่ ถูกระดมยิงอย่างหนัก และแม่นยาจากเรือประจัญบาน


จึงสั่งให้เรือทั้ง ๔ แยกขบวนไปถือเข็ม ๒๓๐°) ในการรบ รักษาฝั่ง (เรือหลวงธนบุรี) จึงทาการท้งวัตถุระเบิดต่าง ๆ


ประจัญบานในช่วงดังกล่าว เรือหลวงธนบุรีอ้างว่าได้ยิง ลงน�า (ดานาดูปะการังแถวเกาะช้างต้องระวัง -ผู้เขียน)


ถูกเรือลามอตต์ปิเกต์ บริเวณสะพานเดินเรือ ๒ นัด ดังท่เคยนัดแนะกันไว้ เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ยิงปืนใหญ่


เห็นประกายระเบิด และควันพลุ่งข้นมาจากบริเวณน้น เข้าใส่เรือหลวงธนบุรีอีกครั้งเมื่อเวลา ๐๗.๒๒ น. ขณะที่


ชัดเจนจนพลประจ�าป้อมท้ายต่างโห่ร้องไชโย เรือลอยลาอยู่ระหว่างเกาะคลุ้มและเกาะ Bidang


(เกาะใบต้ง) ใกล้ ๆ กันน้นห่างออกไปทางทิศตะวันตก
ลามอตต์ปิเกต์ผละออกจากการรบ เรือสลุปเข้ามาแทน เรือสลุป ดูร์ม้องต์ ดูร์วิลล์ และเรืออะมิรัล ชารเน่ ท่อยู่ทาง


หลังจากน้นเสียงปืนจากลามอตต์บีเกต์สงบลง ด้านเหนือเกาะหวายก็ช่วยระดมยิงเรือหลวงธนบุรีด้วย
โดยเรือแล่นออกไปทางเข็ม ๑๓๕° แต่เรือสลุปดูรม้องต์ ไฟไหม้ลุกลามเรือธนบุรีใต้ดาดฟ้า และดูเหมือนว่า
ดูร์วิลล์ และ อะมิรัล ชารเน่ ยังอยู่ โดยรวมก�าลังกันทาง ในชั่วครู่เดียวป้อมปืนท้ายจะยิงไม่ได้อีกเลย
ตะวันตกของเกาะเหลาใน แล่นลงมาทางใต้พอผ่านเกาะ เวลา ๐๗.๒๕ น. เป้าหมายของเราพยายาม
เหลานอกจึงเล้ยวซ้ายถือเข็มประมาณ ๑๐๐° ระหว่าง หันเรือเบนไปหลบหลังเกาะไม้ซี้ใหญ่ เรือลามอตต์ปิเกต์

เกาะหวายกับเกาะหินลูกหวายนอก ในเวลา ๐๗.๑๒ น. แล่นอย่างเร็วมาทางขวาชิดเกาะจานใกล้เกาะไม้ซ้ใหญ่

เรือสลุปท้งหมดเห็นเรือหลวงธนบุรีตรงช่องระหว่างเกาะง่าม เพื่อจะใช้ตั้งหลักยิงอย่างถนัดทางทิศตะวันออก




และเกาะไม้ช้ใหญ่ จึงช่วยกันระดมยิงเรือหลวงธนบุร ี เป้าหมายของเราท่เห็นระหว่างเกาะต่าง ๆ น้นมีท่าท ี
ซ่งเรือหลวงธนบุรีก็ยิงต่อสู้กับเรือสลุป (แต่ฝ่ายไทย อยู่ในสภาวะล�าบาก ข้าพเจ้าจึงสั่งต้นเรือให้เตรียมพร้อม

นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




ที่จะลั่นระฆังแสดงความดีใจขณะเรือหลวงธนบุรีจมลง ทาให้คิดว่าต้องใช้กาลังคนหมุน ส่วนท้ายเรือจมลงไปบ้าง


แต่แล้วเรือประจัญบานรักษาฝั่งเป้าหมายของเรา แล้ว และส่วนหัวเรือเชิดข้น มีนาเข้าเรือทางกราบขวา




ท่เอียงไปทางกราบขวา และมีไฟไหม้บนหอรบ และท่อ่น ๆ เวลา ๐๘.๐๕ น. ข้าพเจ้า (นาวาเอก เบรองเช่) สั่งให้เรือ
อีก ๓ แห่ง กลับหันหัวเรือกลับมาสู้ และยิงมาจาก ทุกลา “มุ่งหน้าไปท่เข็ม ๒๘๐°” เวลา ๐๘.๓๐ น.



ป้อมปืนหัว ในขณะที่เรือลามอตต์ปิเกต์ก็ยิงเข้าถล่มใส่ต่อ เรือทุกลาของ “กลุ่มปฏิบัติการตามโอกาส” บ่ายหัวไป

อีกเกือบ ๑๕ นาที จนเรือแล่นเกือบจะเกยต้น เวลา ในทะเลลึก มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก (๒๗๐°)
๐๗.๑๕ น. ข้าพเจ้าส่งสัญญาณไปยังเรือสลุป ดูร์มองต์
ดูร์วิลล์ ให้ยิงเรือประจัญบานรักษาฝั่งลาน้ให้จมให้ได้ เรือหลวงธนบุรีถูกเครื่องบินฝ่ายเดียวกันทิ้งระเบิด




แต่เน่องจากเรือดูร์มองต์ ดูร์วิลล์ เกรงว่าจะติดต้น ตามข้อมูลประวัติการยุทธของไทยระบุว่า “เวลา
จึงไม่ได้ปฏิบัติตามค�าสั่ง ๐๗.๓๐ น. (น่าจะผิดพลาด เวลา ๐๗.๓๐ น. ก�าลังรบกับ
เวลา ๐๗.๔๘ น. ข้าพเจ้าต้องเล้ยวเรือลามอตต์ปิเกต์ ลามอตต์ปิเกต์ น่าจะเป็นเวลา ๐๘.๓๐ น.) เรอหลวงธนบร ุ ี



ไปทางขวาอย่างรวดเร็ว เพราะใบจักรเร่มพัดเอาดินโคลน ได้ยินเสียง และแลเห็นเคร่องบิน ๑ เคร่อง (น่าจะเป็น



ขึ้นมาบนผิวน�้าแล้ว เครองบนแบบฮอร์ค ๓ ของฝงบนขบไล่ สนามบน






เวลา ๐๗.๕๐ น. ในขณะที่มุ่งหน้าไปทางเข็ม ๒๓๐° เนินพลอยแหวน จนทบรี) บินอย่เหนือเรือ ทุกคนตางดใจ





ข้าพเจ้ายังสามารถยิงไปที่เรือหลวงธนบุรี และยิงตอร์ปิโด ว่าเป็นเครื่องบินฝ่ายเรามาท�าการช่วยเหลือ แต่กลับเป็น

ต้งความลึก ๒.๕๐ เมตร เข้าใส่เรือหลวงธนบุรีอีกชุด ตรงกันข้าม เสียงระเบิดสนั่นดังขึ้นในเรือ ระเบิด ๑ นัด
ในขณะท่เรือหลวงธนบุรีว่งห่างออกไปทางทิศตะวันออก ได้ตกลงมาถูกห้องสูท (ห้องครัว) ทาให้ไฟไหม้หนักข้นอีก











เฉยงเหนอ ข้าพเจ้าได้สงการให้เรอทกลา “ถอนตวจาก ทหารบริเวณนั้นเสียชีวิตทันที ๓ นาย บางคนถูกไฟลวก

การรบ” ตามหน้าและค้ว มองเห็นหนังกาพร้าสีขาว บางคนก ็



เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ ท่จุดสมมุติ A4 ข้าพเจ้า ไหม้เกรียม คนท่ไม่บาดเจ็บก็ถึงกับตะลึงกันไปช่วขณะหน่ง ึ



(นาวาเอก เบรองเช่) ออกคาส่งให้หยุดยิง เน่องจากเช่อม่น




ว่าไม่มทางตดตามเรอหลวงธนบรได้แล้ว เพราะสภาพ การปฏิบัติการของฝูงบินขับไล่ และฝูงบินตรวจการณ์





เรือหลวงธนบุรีท่ถูกบังคับด้วยหมู่เกาะเล็ก ๆ ติดกับ ทหารอากาศ

ile du Pic (เกาะแห่งยอดแหลม = เกาะไม้ชี้ใหญ่) คือ จากบันทึกของ เรืออากาศโท ประสงค์ คุณะดิลก

เกาะไม้ช้เล็ก และเกาะฝาละมีใต้ เกาะฝาละมีเหนือ (ต่อมา พลอากาศเอก อดีต เสนาธิการทหารอากาศ)

เกาะฝาละมีนอก จงเป็นไปไม่ได้ทจะนาเรือลามอตต์ปิเกต์ ระบุว่า



และเรือสลุปเข้าไปในเขตนาต้นเพ่อท่จะเข้าสู้รบ ก่อนท่จะมีการรบท่เกาะช้าง เม่อวันท่ ๑๗ มกราคม










ย่งไปกว่าน้นควรจะคาดการณ์ว่าจะมีการโจมตีโต้ตอบ พ.ศ. ๒๔๘๔ น้น ในตอนเย็นวันท่ ๑๖ เวลาประมาณ



ทางอากาศ ในไม่ช้าภาพสุดท้ายของเรือหลวงธนบุรีท ี ่ ๑๖.๐๐ น. ทางฝูงบินได้รับการติดต่อจากกองทัพเรือว่า


ข้าพเจ้า (นาวาเอก เบรองเช่) เห็นคือภาพของเรือท่ม ี มีเคร่องบินข้าศึกเข้ามาตรวจการณ์ถึงสัตหีบ และกาลัง

ไฟไหม้ลุกลามหลายจุดบน le pond (สะพานเดินเรือ) บ่ายโฉมหน้าไปทางทิศตะวันออก ขอให้ช่วยสกัด






จุดหน่งท่ไฟไหม้เหนได้ถนัดคือหอบังคับการ ป้อมปืน เรืออากาศโท บุญนา สงขภติ (รองผ้บังคบฝูงบินขบไล่)










ท้ายเรือเคล่อนไหวไม่ได้ และหยุดการยิงไปต้งแต่ เวลา ได้ขนทาการบนสกดทนท บนไล่ออกไปในทะเลลก





๐๗.๒๐ น. ป้อมหน้าซ่งเคยเล็งยิงอย่างรวดเร็วในตอน ตามแนวเกาะช้าง เกาะกง ไม่พบ จึงบินกลับตามแนวเดิม
แรก ๆ แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าชักจะดูเคล่อนไหวได้ช้า ถึงแนวเกาะกูด ก็ได้เห็นเคร่องบินข้าศึกกาลังบินกลับ



นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


แผนที่ยุทธบริเวณยุทธนาวีที่เกาะช้าง ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔
ตามรายงานของ นาวาเอก เบรองเช่ จัดทำาโดย พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล


เห็นชัดเพราะว่าทาสีขาว ในทางยุทธวิธีได้เปรียบข้าศึก ยิงขาด หากล่นกระสุนไปเร่อย ๆ จะถูกใบพัดเครื่อง


ทกอย่าง อย่สงกวา ห่างฝังกว่า (มองกลบเขาฝ่งจะเหนชัด) ตัวเองขาด จึงบินกลับผ่านเกาะช้าง เห็นเรือรบของเรา










ด้วยความดีใจและต่นเต้น จึงบินเข้าหาท่หมายทันท ี จอดอยู่ในอ่าวแคบ ๆ ของเกาะช้างทางตะวันออกฉียงใต้

เม่อได้ระยะ และเล็งศูนย์หน้าศูนย์หลังดีแล้วก็ล่นไก ๔ ล�า



ปล่อยกระสุนชุดแรก แต่กระสุนเฉียดไปท้ายเป้าหมาย และแล้วในตอนเช้าของวันรุ่งข้น ๑๗ มกราคม

จึงแก้เล็งดักหน้า แล้วยิงชุดท่ ๒ แนวกระสุนเฉียดไป ๒๔๘๔ ขณะยังมืดอยู่ประมาณ ๐๕.๐๐ น. เศษ

หน้าข้าศึก จึงเล่อนเส้นเล็งเข้ามาเล็กน้อยแล้วปล่อย พวกเราก็ต้องตกใจต่นเพราะได้ยินเสียงปืนดังพรึม ๆ



ชุด ๓ โชคดีของข้าศึก และโชคร้ายของเรา คือ สายอานวยการ ติดต่อเน่องกันไม่ขาดระยะ ก็ได้แต่คิดในใจว่ากองเรือ
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕





ของเราซ่งจอดอยู่ท่อ่าวเกาะช้างคงถูกเรือข้าศึกจู่โจม กองบิน ๒ (บน.๒) โคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี ใช้เคร่องบิน
ทาการยิงแน่ และคงอยู่ในฐานะเสียเปรียบอย่างมาก โจมตีแบบ ๑ คอร์แซร์ ท้งฝูงบินขับไล่และฝูงบินตรวจการณ์





ท้ง ๆ ท่ไม่ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือ ต่างก็เป็นอิสระไม่ข้นต่อกัน ถึงแม้จะอยู่ร่วมกันใน
แต่ทางฝูงบินก็มีความเห็นว่าจะต้องออกไป ผู้ทาการแทน สนามบินเดียวกัน แต่ต่างฝูงก็ต่างปฏิบัติหน้าท่ของตน






ผู้บังคับฝูงบินขับไล่ได้ส่งให้ พันจ่าอากาศเอก อนันต์ จนกระท่งการรบท่เกาะช้างผ่านไปแล้ว ท้งสองฝูงบิน



พุทธจริยะวงค์ นาหมู่แรกไปทาการท้งระเบิดเรือข้าศึก จึงได้รวมกันเป็นกองบินน้อย (บน.) ผสมพิเศษจันทบุร ี
โดยติดลูกระเบิดขนาด ๕๐ กิโลกรัม เรืออากาศโท มี นาวาอากาศตรี หม่อมหลวงประเวศ ชุมสาย เป็น

ประสงค์ ยังนึกอยู่ว่าผู้ทาการแทนผู้บังคับการฝูง ผู้บังคับการ (จาก “บทบาทของกองทัพอากาศในการรบท ่ ี
น่าจะสั่งให้ตนเองไปเป็นหมู่แรกจะดีกว่า เพราะเมื่อวาน เกาะช้าง” ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร รุ้งหลายสี เล่มท่ ๔)

ได้ไปลาดตระเวน รู้ท่ต้งของกองเรือเราดี และอาจคาดคะเน บันทึกของ เรืออากาศโท ประสงค์ คุณะดิลก


ว่ากองเรือข้าศึกควรอยู่บริเวณใด และให้ความเห็นว่าควร ยังระบุว่า ฝูงบินอิสระจันทบุรีนี้มีหน้าที่หลักคือ ท�าการ


ติดระเบิดขนาด ๒๕๐ กิโลกรัม เพราะท้งระเบิดเรือรบ ร่วมรบกับกองทัพเรือ ฝูงบินน้มีหน่วยต่าง ๆ สามารถ



จะเป็น พันจ่าอากาศเอก อนันต์ หรือลูกหมู่ของ ช่วยตัวเองได้ หน่วยซ่อม หน่วยอาวุธ นามันเช้อเพลิง

พันจ่าอากาศเอก อนันต์ จ�าไม่ได้แน่ ถามว่าจะไปที่ไหน ต้องส่งทางเรือไปข้นท่ท่าแฉลบ การติดต่อกับกองทัพเรือ

เรืออากาศโท ประสงค์ ก็ได้บอกว่าให้ไปท่บริเวณ และกองทัพอากาศใช้วิทยุได้ท้งสัญญาณและคาพูด



เกาะช้างเพราะกองเรือของเราอยู่ที่เกาะช้าง ต้งแต่ไปอยู่สนามบินจันทบุรี ผู้บัญชาการทหารเรือและ

ในตอนน้นรู้สึกว่ามีการชุลมุนกันบ้าง ฝูงตรวจการณ์ แม่ทัพเรือ (พลเรือตรี หลวงสินธุสงครามชัย) และคณะ




ก็ส่งให้ไปท้งระเบิด ฝูงขับไล่ก็จะไปท้งระเบิด ต่างฝูงต่างส่ง ได้ไปเย่ยมสนามบินคร้งหน่งและได้มอบหนังสือสาคัญคือ






ไม่มีการประสานงานกัน หัวหน้าหมู่บางคนก็อาจไม่รู้ว่า หนังสือรูปเรือรบฝร่งเศสขนาดต่าง ๆ และหนังสือรหัส


กองเรือเราอยู่ท่ไหน และกองเรือข้าศึกท่จู่โจมกองเรือ ของกองทัพเรือ ตลอดเวลาได้มีการติดต่อกันอยู่เสมอ


ของเราน่าจะอยู่ท่ใด (ท่สนามบินเนินพลอยแหวน จันทบุร ี ที่เป็นรหัสก็มาก ฝูงบินนี้ได้ท�าการบินลาดตระเวน หรือ



มีฝูงบินทหารอากาศประจาการอยู่ ๒ ฝูง คือ ฝูงบินขับไล่ บนรกษาเขตอย่เสมอ บางครงยงได้พบเรอดานาของเรา








อิสระ ใช้เครื่องบินรบแบบ ๑๗ (ฮอร์ค ๓) ซึ่งมีสมรรถนะ เคยโฉบลงไปดูเพื่อให้แน่ใจ และโบกไม้โบกมือกัน



ดีเย่ยมในสมัยน้นกับฝูงบินตรวจการณ์ท่ ๓๒ จาก
นักบินฝูงบินขับไล่จันทบุรี นักบิน ๒ ฝูงเมื่อรวมกันเป็นกองบินน้อยพิเศษจันทบุรี
แต่งกายทั้งขาสั้นและขายาว
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


เครื่องบินขับไล่แบบ ๑๗ ฮอร์ค ๓ เก็บล้อได้แบบแรกในโลก เครื่องบินตรวจการณ์ทิ้งระเบิดแบบ ๒๓ คอร์แซร์
(โจมตีแบบที่ ๑ - จ๑) คอร์แซร์ หัวถาด





ต่อมาฝูงบินจันทบุรีโจมตีท้งระเบิดกลุ่มเรือรบ เครองบนลาทสองบนมาตด ๆ (จ่าอากาศโท จารส)








ฝร่งเศสอีกคร้งขณะเดินทางกลับ ตามรายงานการรบ ทิ้งระเบิด ๒ ลูกห่างท้ายเรือประมาณ ๒๐๐ เมตร



ของนาวาเอก เบรองเซ่ ตามรายงานการรบฝร่งเศส จากรายงานของ นาวาเอก เบรองเซ่ ตรงกับบันทึก




ระบุว่า: เวลาประมาณ ๐๘.๔๕ น. เรือทุกลาภายใต้ ของ จ่าอากาศโท จารส ม่วงประเสรฐ (ยศครงสุดท้าย


การบังคับบัญชาของข้าพเจ้า แล่นมุ่งหน้าไปทางเข็มทิศ นาวาอากาศโท ปลดเกษียณ) นักบินฝูงบินตรวจการณ์
ตะวันตกเฉียงใต้ (ทิศ ๒๒๕°) ซึ่งเป็นเส้นทางตั้งฉากกับ ทิ้งระเบิดที่ ๓๒ จันทบุรี ดังนี้

ชายฝั่งทะเลตราด ซ่งข้าพเจ้า (นาวาเอก เบรองเซ่) (หลังจากท่เคร่องบินขับไล่แบบ ๑๗ ฮอร์ค ๓ เวร






เลือกใช้เพ่อท่จะตีจากข้าศึกอย่างเร็วท่สุดเท่าท่จะ เตรยมพร้อมของฝูงบินขับไล่ออกไปปฏิบัติการบริเวณ


กระทาได้ โดยท้งให้ข้าศึกเดายากว่าเราต้งใจจะปฏิบัติการ เกาะช้างตามด้วยหมู่บินในบังคับบัญชาของ เรืออากาศ


อย่างไรในภายภาคหน้า (หลอกฝ่ายไทยให้ติดตามผิดทิศ ตรี ประสงค์ คุณะดิลก รวม ๓ เครื่อง บินลับไป ๓๐ นาที
แต่นักบินของฝูงบินจันทบุรีไม่หลงกล การลวงเป็นหลัก และกลับมาโดยปราศจากระเบิด และรายงานว่าพบเรือธนบุร ี
การสงครามของซุนวู -ผู้เขียน) ถูกข้าศึกยิงไฟไหม้แล้ว ผู้บังคับฝูงตรวจการณ์จึงส่งการให้



เรือสลุป ๔ ลา แล่นด้วยความเร็ว ๑๓ นอต เคร่องบินโจมตีตรวจการณ์ออกไปท้งระเบิดข้าศึกบ้าง


(เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ แจ้งว่ากระบอกลูกสูบร้าว ทาให้ -ผู้เขียน)



แล่นเร็วกว่าน้ไม่ได้) เรือลามอตต์ปิเกต์ต้องรักษาความเร็ว ต่อมาได้รับคาส่งจาก เรืออากาศเอก ถนอม บิณฑแพทย์

๒๕ นอต และแล่นแยกเด่ยวออกจากกลุ่ม เรือท่เหลือ ผู้บัญชาการฝูงบินตรวจการณ์ ๓๒ ให้ พันจ่าอากาศเอก อัจน์






อยู่ภายใต้การนาของเรอดูม้องต์ ดูร์วิลล์ ซ่งได้สงการ สุริโยธิน เป็นหัวหน้าหมู่ จ่าอากาศโท จารัส ม่วงประเสริฐ

เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. ให้เรือทุกล�าแยกขบวน เพื่อมีอิสระ เป็นหมายเลข ๒ บินหมู่ไป ๒ เคร่อง ตรวจการณ์ค้นหา







ในการป้องกันตนเอง เน่องจากเกรงว่าจะมีเรือดานา ข้าศึก เม่อพบเห็นก็ให้ท้งระเบิดทาลายทันที เคร่องบิน


อยู่แถบนั้น ขณะเดียวกันเรือทุก ๆ ล�าท�าการเตรียมการ ติดระเบิดเครื่องละ ๒ ลูก ๆ ละ ๕๐ กิโลกรัม ซ้าย ขวา

รับการโจมตีทางอากาศ ลูกระเบิดท่ติดไปท่หัวลูกระเบิด เข็มแทงชนวน


เวลา ๐๘.๕๘ น. เครื่องบินปีกสองชั้นแบบคอร์แซร์ เป็นชนิดแหลม ใช้ท้งระเบดบนพ้นดิน ไม่ใช่หัวเข็ม


เข้าโจมตแบบดงลงมาทเรอลามอตต์ปิเกต์ เนองจาก แทงชนวนแบบดอกจอกสาหรับท้งระเบดในนา ท่เป็น

















พระอาทิตย์ข้นสูงแล้วจึงมองไม่เห็นเรือบินในตอนแรก เช่นน้เพราะกาลังอลม่านในการติดลูกระเบิด เพราะ
เครื่องบินทิ้งลูกระเบิด ๑ ลูก ห่างจากกราบเรือด้านซ้าย มาติดเอายามฉุกเฉินเลยลืมคิดถึงเข็มแทงชนวนท ี ่
ไป ๕ เมตร และระเบิดอีกลูกตกที่ท้ายเรือ (แต่ไม่ระเบิด) จะไปกระทบดินระเบิด (การทงใส่ท้ายเรอลามอตต์ปิเกต ์



นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕






จึงไม่ระเบิด ความผิดพลาดจากการทาการอย่างฉุกละหุก เวลา ๐๙.๒๘ น. เคร่องบินลาท่ ๕ บินอยู่เหนือ
ในการรบมีได้เสมอ เพราะมนุษย์ก็คือมนุษย์) ในขณะท ี ่ เรือลามอตต์ปิเกต์ระยะสูงประมาณ ๓,๐๐๐ เมตร แต่ถูก

เรอลามอตต์ปิเกต์โผล่ออกมาด้านตะวันออกของเกาะ ระดมยงจาก D.C.A. (Directeur Contre Avion =


ไม้ซใหญ่ และเร่มยิงเรือหลวงธนบุรทันทีท่ระยะ ศูนย์ควบคุมต่อสู้อากาศยาน) เลยรีบบินห่างออกไป






๑๒,๐๐๐ เมตร เม่อเวลา ๐๖.๔๕ น. ปืนเบาทางกราบขวา เวลา ๐๙.๔๐ น. เคร่องบินอีกหน่งเคร่องซ่ง






ของเรอหลวงธนบุรีลืมต้งศูนย์ใหม่ (ต้งศูนย์เก่าไว้เพียง อาจเป็นล�าเมื่อสักครู่ก็ได้ ท�าท่าบินดิ่งลงมาที่เรือดูม้องต์


๘,๐๐๐ เมตร) พลประจาปืนได้ยินคาส่งผิดคิดว่าส่งให้ ดูร์วิลล์ และเรืออะมิรัล ชาร์เน่ แต่ไม่ได้รบกวนอยู่นาน




เร่มยิง จึงเป็นเหตุให้เสียกระสุนไปเปล่า ๆ ๒๐ นัด เท่าใด เพราะเรือสลุป ๓ ลา ระดมยิงโต้ตอบ จึงรีบบินหนีไป


-ผู้เขียน) หลังจากท่บินด่งลงมาได้คร่งทางก็รีบเบนหัวออก

เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. นาวาเอก เบรองเซ่ กลับอย่างรวดเร็ว เรือมาร์น (Marne) เห็นว่าเครื่องบิน




ระบุว่าระเบิดลูกหน่งตกห่างจากกราบเรือด้านซ้ายของเรอ ลาน้ปล่อยระเบิดลงมา ๒ ลูก ซ่งตกห่างจากกลุ่มเรือ

อะมิรัล ชาร์เน่ เวลา ๐๙.๑๒ น. เรามองเห็นเครื่องบิน ของเราไปทางด้านหลังประมาณ ๕,๐๐๐ เมตร ต่อจากน้น

ฝ่ายสยาม ๒ ล�า พร้อมที่จะเข้าโจมตี (บินย้อนแสงแดด ก็ไม่มีการโจมตีใด ๆ
เข้ามา) แต่ถูกยิงตอบได้อย่างหนักหน่วงจากปืน ๗๕ ในวันท่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นาวาเอก เบรองเซ่


และปืนกลของเรือลามอตต์ปิเกต์ ทาให้เคร่องบิน ๒ ลาน ี ้ ได้ออกคาส่งประจาวัน (ordre de jours) ของเรือ





ดิ่งลงมาทิ้งระเบิดไม่ได้ จึงบินวนกลับไป ลามอตต์ปิเกต์ ขณะท่เรือแล่นกลางทะเลกาลังกลับเข้า


เวลาประมาณ ๐๙.๒๐ น. เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ ไซ่ง่อน (โฮจิมินห์ซิตี้) มีใจความโดยสรุปว่า
มองเห็นลูกระเบิดตกลงมาห่างจากเรือลามอตต์ปิเกต์ เหตุการณ์รบระยะเวลาประมาณ ๑ ช่วโมง ๔๐ นาท ี

เป็นพัน ๆ เมตร และเห็นเรือลามอตต์ปิเกต์หันเรือ ที่จบลงในตอนเช้าของวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔
ออกขวางล�ากับทิศทางมาของข้าศึก เป็นชัยชนะท่ไม่มีการปฏิเสธได้น้น เกิดจากความร่วมมือ




๒ เสืออากาศไทยที่เคยร่วมรบทิ้งระเบิดใส่ข้าศึก
คำาสั่งประจำาวันของเรือลามอตต์ปิเกต์ (ซ้าย) พลอากาศเอก.ประสงค์ คุณะดิลก
วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ (ขวา) นาวาอากาศโท จำารัส ม่วงประเสริฐ




นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕



กันอย่างแน่นแฟ้นของเรือรบทุกลาในบังคับบัญชาของ หลังจากการรบได้มีการมอบเหรียญกล้าหาญให้ฝ่ายไทย
ข้าพเจ้า ทาให้เรือข้าศึกต้องจมลงก้นทะเล เหลือแต่ และเหรียญเกียรติยศ (Légion d’ Honneur) ให้ฝ่าย




ท่จอดเรือท่ว่างเปล่ามีแค่ลาควันมหึมาพุ่งสูงข้นบนฟ้า ฝรั่งเศส

เรือประจัญบานรักษาฝั่ง แม้จะต้องพยุงสังขารหลบไป
ท่นาต้นทาให้เราไม่สามารถติดตามไปโจมตีได้ แต่ก็ควร





ได้รับความเคารพจากการปฏิบัติการ (อันกล้าหาญ)
ของเรือล�านี้
ผลส�าเร็จอันประเสริฐนี้ก่อให้เกิดเกียรติยศ

เรื่องต่าง ๆ ท่เกิดข้นจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย

หากขาดความยึดเหน่ยวร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้

(Cohésion) ความพยายาม และวนัยของทหารทกคน




ภายใต้การโจมตีท้งระเบิดของเคร่องบินข้าศึก ทหารทุกคน

ได้ทาการรบด้วยความกล้าหาญ (qui s’est battu พิธีมอบเครื่องรัฐอิสริยาภรณ์
โดย พลเรือตรี แตโร้ (Terreaux) คนซ้าย
avec vaillance) ตามตัวอย่างของบรรพบุรุษของเรา ผู้บัญชาการทหารเรืออินโดจีนฝรั่งเศส คนขวา
ข้าพเจ้า (นาวาเอก เบรองเซ่) ศรัทธาในตัวท่าน ฝรั่งเศส นาวาเอก เบรองเช่ (Bérenger) ถือกระบี่หน้าป้อมปืน
จงเจริญ
นาวาเอก R. BÉRENGER
ผู้บังคับการเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์











เรือสลุปแล่นเข้าไซ่ง่อน
โดยมีกองเกียรติยศทำาความเคารพต้อนรับ



พลเรือโท เดอกูซ์ (Decoux) ข้าหลวงใหญ่อินโดจีนฝรั่งเศส
กำาลังติดเหรียญตราให้แก่ นาวาเอก เบรองเช่
ซึ่งกำาลังทำาท่าวันทยาวุธ (วางอาวุธ มอบอาวุธ) ด้วยกระบี่
เมื่อเมษายน ๒๔๘๔

ชะตากรรมของเรือรบ และนักรบฝร่งเศส-ไทย

หลังยุทธนาวีที่เกาะช้าง




เม่อใกล้จะส้นสุดสงครามโลกคร้งท่ ๒ อินโดจีน
แถวทหารฝรั่งเศสจากเรือรบทั้งหมู่เรือ ฝร่งเศสมีทหารญ่ปุ่นประจาอยู่ ๘๐,๐๐๐ นาย ได้กลายเป็น



เดินแถวขึ้นจากเรือ
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




รัฐเหยียบเรือ ๒ แคม เช่นเดียวกันกับรัฐบาลไทย หลังยุทธนาวีเกาะช้าง ญ่ปุ่นนาเรือไปซ่อมท่เมืองโอซะกะ



ในสมัยน้น หน้าฉากก็ทาตัวเป็นมิตรกับญ่ปุ่น แต่หลังฉาก ต่อมาถูกจากัดบทบาทลง และถูกปลดอาวุธเป็นเรือฝึก




ก็เป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกา อังกฤษ (ที่มีฝรั่งเศสพลัดถิ่น ของจักรวรรดิญ่ปุ่น ต้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
โดยนายพลเดอโกล พานักอยู่) ญ่ปุ่นท่พอจะทราบ ในวันท ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ปลายสงครามโลก










ระแคะระคายของการทรยศของอินโดจีนฝร่งเศส คร้งท่ ๒ ถูกจมในแม่นาไซ่ง่อน จากลูกระเบิดของเคร่องบินรบ












ไดจดงานเลยงขนเมอ ๙ มนาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ทโรงแรมโตวา ของกองก�าลังเฉพาะกิจที่ ๕๘ ของสหรัฐอเมริกา

เมือง Lang-son เวียดนามเหนือ โดยเชิญนายพลฝร่งเศส
ชื่อ เลอมองนิเอ้ (Lemonnier) ไปร่วมงาน แต่ไม่ได้ไป

ให้ลูกน้องไปแทน เวลา ๒๐.๐๐ น. ใกล้ส้นสุดงาน



ทหารญป่นประกาศยดอานาจจบตวทหารฝรงเศสทงหมด









และบุกยึดกองทหารฝร่งเศสท่วอินโดจีนฝร่งเศสทุกค่าย



นายพลเลอมองนิเอ้ ซ่งไม่ไปงาน ต่อสู้ในท่ล้อมจน





กระสุนหมด และไม่มีนากิน ต้องถูกญ่ปุ่นจับได้ในท่สุด
ญี่ปุ่นบังคับให้ลงนามในเอกสารยอมแพ้ แต่เลอมองนิเอ้

ไม่ยอม จึงถูกนาไปท่ถา Kylua บังคับให้เลอมองนิเอ้ เรือลามอตต์ปิเกต์กำาลังจม




ขดหลมฝังศพตวเอง แล้วบงคับให้เลอมองนิเอ้ลงนาม




ในเอกสารยอมแพ้อีกคร้ง แต่เลอมองนิเอ้ปฏิเสธอีก จึงถูก
ส่งให้คุกเข่าเอามือไขว้หลังแล้วถูกตัดหัว ญ่ปุ่นเรียก


ปฏิบัติการนี้ว่า “ยุทธการเดือนเพ็ญ (Meigo gukusen)”



สวน นาวาเอก เบรองเช่ หลงการรบท่เกาะชางแลว ได้รบ



ตาแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือฝร่งเศสอินโดจีน แทน


พลเรือตรี แตรโร่ (Terreaux) ท่เกษียณอายุ ได้รับ เรือตาอูร์

เล่อนยศเป็นพลเรือโท ใน พ.ศ. ๒๔๘๖ ในยุทธการ เรือสลุปตาอูร์ (Tahure) ซ่งมีลักษณะคล้ายเรือ


เดือนเพ็ญถูกญ่ปุ่นจับข้นไปกล่าวหน้าแถวบนเรือ สินค้าแต่ติดปืนใหญ่ขนาดหนัก ๑๓๘ มิลลิเมตร (๕.๕น้ว)



ลามอตต์ปิเกต์ให้ทุกคนยอมแพ้ พวกนักบินไม่ยอมก่อกบฏ ถึง ๒ กระบอก เป็นเรือท่แล่นเฉียดเข้าใกล้เรือหลวง

และบินหนีไปทางจีนคณะชาติ พลเรือโท เบรองเช่ สงขลา และเรือหลวงชลบุรีมากที่สุด (๒,๘๐๐ เมตร)



กลายเป็นเชลยสงครามของญ่ปุ่นจนส้นสุดสงคราม ในยุทธนาวีเกาะช้าง เกือบจะปล่อยเรือช่วยชีวิตลงนา

เดือนสิงหาคม ๒๔๘๘ จึงถูกปล่อยตัว ต่อมาถูกนาตัว ไปช่วยลูกเรือไทยแต่ถูกห้าม ใน พ.ศ. ๒๔๘๗ เรือตาอูร์




ข้นศาลทหารแต่ได้รับการพิจารณาว่าไม่มีความผิด ขณะท่กาลังคุ้มกันเรือสินค้าช่อ ซองเชียงโก (Song Giango)

ปจจบนกลางกรงปารส มถนนสายหนงมชอวา “Avenue ซึ่งแล่นตามขอบฝั่งเวียดนาม ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจากเรือ












de général Lemonnier” และที่เมือง Dinard ใกล้ ๆ ด�าน�้าญี่ปุ่น ๑ ครั้ง แต่ลูกตอร์ปิโดพลาดเป้าหมายหมด







หาดนอร์มังดีทสมพนธมตรยกพลข้นบกฝรงเศส มถนน ต่อมาในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ก็ถูกเรือด�าน�้า



สายหนึ่งชื่อ Rue Amiral Béranger (ถนนนายพลเรือ อเมริกันช่อ “USS Flasher” ยิงด้วยตอร์ปิโดหลายลูก ลูก
เบรองเช่) เบร่องเช่ถึงแก่กรรม พ.ศ. ๒๕๑๔ หนึ่งถูกคลังกระสุนท�าให้เกิดระเบิด เรือหักเป็นสองท่อน





สาหรับเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ ๘ เดือน และจมลง ลกเรอตายเกือบทงหมด รวมท้งผบังคบการเรอ





นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕







ช่อ นาวาตรี แมกาดิเอ้ (Mercadier) - การเมืองนก ๒ หัว ท่เกาะช้าง ทาให้เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง คือ นาญ่ปุ่น

เหยียบเรือสองแคม เรือตาอูร์ จึงกลายเป็นเป้าหมาย เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง ให้ไทยและฝร่งเศสมาทา

ของญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา สัญญาพักรบกันบนเรือลาดตะเวนญ่ปุ่นช่อนาโตร ิ





อีก ๑๐ ปีหลังยุทธนาวีท่เกาะช้าง ได้เกิดกบฏ หน้าอ่าวเมืองไซ่ง่อน (โฮจิมินห์ซิต้) เวียดนาม เม่อวันท ี ่
“แมนฮัตตัน” ขึ้น ระหว่าง ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๔- ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ต่อมาได้มีการเจรจาสันติภาพ








๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ โดยการริเร่มของนายทหารเรือ และปรบปรงเขตแดนระหวางไทย-อนโดจน ทกรงโตเกยว





ช้นผู้น้อย หลังเหตุการณ์ พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน ต้งแต่วันท่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ถึงวันท่ ๑๑ มีนาคม


ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายธง นาวาโท เฉลิม สถิรถาวร พ.ศ. ๒๔๘๔ ผลการเจรจาปรากฏว่าฝรงเศสยอมยกดนแดน



อดีตต้นหนเรือหลวงธนบุรีถูกจับ หลังจากนั้น พลเรือเอก ฝั่งขวาแม่นาโขงของลาว และแคว้นจาปาศักด์ในเขมรคืนให้




สินธุ์ กมลนาวิน ถูกปลดออกจากราชการ แต่นาวาโท ไทย โดยไทยจะต้องเสียเงน ๖ ล้านเปียสตร์ (เงินอินโดจีน)
เฉลิม สถิรถาวร ยังคงรับราชการต่อจนได้เป็นพลเรือตร ี ให้ฝรั่งเศสชดเชยค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ทางรถไฟ




เจ้ากรมพลาธิการทหารเรือ และถึงแก่อนิจกรรมเม่อ ท่ฝร่งเศสสร้างให้เขมรและลาว ซ่งทาให้คนไทยโห่ร้อง

พ.ศ. ๒๕๑๔ ในชั้นยศพลเรือโท ท่านผู้นี้เป็นนักเขียนคน ยินดีกันทั่วหน้า ดินแดนลาว เขมรที่ไทยได้รับกลับคืนมา
สาคัญของวารสารนาวิกศาสตร์ในยุค พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๙ ได้รับการต้งช่อใหม่ว่าจังหวัดพระตะบอง พิบูลสงคราม



นครจ�าปาศักดิ์ และจังหวัดลานช้าง อนุสัญญาโตเกียวนี้


ผลทางการเมืองจากการรบในอินโดจีน และยุทธนาว ี ประกาศใชเมอวนท ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ทาใหไทย






ที่เกาะช้าง ได้รับดินแดนคืนประมาณ ๙๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร


ยุทธนาวีที่เกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นการสงคราม อีก ๕ ปีต่อมา เม่อญ่ปุ่นแพ้สงครามโลกคร้งท่ ๒ ไทย-ฝร่งเศส



การนามสัญญาพักรบไทย-ฝรั่งเศส ธงชาติไทย ธงชาติญี่ปุ่น การลงนามอนุสัญญาสันติภาพ
บนเรือลาดตระเวนนาโตริ ถูกชักขึ้นคู่กันหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ไทย-ฝรั่งเศส ณ กรุงโตเกียว,


๒๗ มกราคม ๒๔๘๔ แม่นาไซง่อน ๑๒-๑๔ มีนาคม ๒๔๘๔ รวม ๓ วัน ๑๑ มีนาคม ๒๔๘๔

ทางเรือเพ่อทาลายกาลังรบของฝ่ายตรงข้าม หรือท่เรียกว่า ต้องมาทาอนุสัญญาวอชิงตัน คืนดินแดน ๙ หม่น





Attrition Warfare เพ่อให้ได้มาซ่งวัตถุประสงค์ทางการเมือง ตารางกิโลเมตรน้กลับไปเป็นของฝร่งเศสเหมือนเดิม




(end) ของฝร่งเศส คือ การดารงรักษาอินโดจีนให้เป็น (แต่เงิน ๖ ล้านเปียสตร์อินโดจีน ไทยไม่ได้คืน เสียเงิน



ของฝร่งเศสต่อไป และวัตถุประสงค์ทางการเมืองของไทย ฟรีอีกแล้ว)
คือ การให้ได้มาซ่งดินแดนสยามเก่าในเขมร และลาว อย่างไรก็ดีก็ยังเป็นท่กังขาว่า ยุทธนาวีเกาะช้างท่ พลเรือโท





ท่เสียให้แก่ฝร่งเศสอย่างไม่ชอบธรรม ให้กลับมาเป็น เดอกูซ์ (Decoux) ข้าหลวงใหญ่อินโดจีน นายทหารเรือ

ของไทยตามเดิม การรบท่บ้านพร้าว และยุทธนาว ี ริเร่มมอบภารกิจให้ นาวาเอก เบรองเช่ (Bérenger)

นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕







การยงกระทาด้วยการปรบระยะกระสนตก แม้กระนน









กด กยงมการยงผดหรอทงระเบดใส่ฝ่ายเดยวกนทเรยกว่า









friendly fire ไปยังเรือหลวงธนบุรี ซ่งบางคนอาจนึก
ประณามว่าเป็นความผิดพลาดท่โง่เขลาไม่น่าเป็นไปได้

และไม่น่าให้อภัย แต่ในความเป็นจริง friendly fire
เป็นเรื่องจริงที่ต้องมีเกิดขึ้นในการรบแทบทุกครั้ง ฝูงบิน
ทหารอากาศจันทบุรีท่รีบออกไปท้งระเบิดก็ด้วยจิตใจรัก


แห่งความเป็นพ่เป็นน้องกับทหารเรือ แต่ด้วยทัศนวิสัย











ทเลว และไมทราบสถานการณการรบทแทจรง ทาใหเกด

ข้อผิดพลาด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ สหรัฐอเมริกา
บุกยกพลข้นบกท่เกาะซิซิลี (Sicily) อิตาลี จากฝร่ง ั



อาฟริกาในคืนวันท่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เม่อกาลังรบ


ท่ข้นไปอยู่บนฝั่งแล้ว มีเคร่องบินจานวนมากบินเหนือหัว





บรรดาเรือสหรัฐอเมริกาคิดว่าเป็นเคร่องบินเยอรมันแบบ
“ชตูก้า (Stuka)” กาลังเข้าโจมตีพวกตน จึงระดมยิงเข้าใส่

แผนที่ประเทศไทยแสดงอาณาเขตลานช้าง พระตะบอง พิบูลสงคราม



จำาปาศักดิ์ ที่ไทยได้คืนมา ๕ ปี (พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๙) อย่างหนัก ปรากฏว่าแท้จริงเคร่องบินเหล่าน้นคือเคร่องบิน
ล�าเลียง C-47 และ C-54 ของสหรัฐอเมริกาเองที่ก�าลัง
กระท�า “ยุทธการต่อยหน้าสยาม (coup de point)” น�าเอาพลร่มไปโดดหลังแนวรบ ท�าให้เครื่องบินถูกยิงตก


น้น มีความถูกต้องเพ่อวัตถุประสงค์ (end) ทางการ โดยฝ่ายเดียวกันจานวนมาก เป็นผลให้มีทหารบาดเจ็บ


เมืองท่ดีแก่ฝร่งเศสหรือไม่ หรือต้องการให้มียุทธนา เสียชีวิตถึง ๓๘๐ นาย เป็นการสูญเสียด้วย friendly fire

วีน้เพ่อความสาแก่ใจเท่าน้น จึงทาให้เสียดินแดน คร้งย่งใหญ่ ปัจจุบันอาวุธและอุปกรณ์การตรวจจับ







คืนไทย เช่นกันหากญ่ปุ่นไม่มาแทรกแซงให้สงบศึก (Sensor) เป็นเทคโนโลยีท่ทันสมัย ต้องมีระบบ GPS ช่วย



เสยก่อน ทหารเรอไทยกอาจคดแก้แค้น หรอแก้ตว การยิงอาวุธเป็นแบบระยะไกลมาก (Stand off) และ





ด้วยการเตรียมโจมตีกองเรือฝร่งเศสกลับด้วย “ยุทธการ มีความแม่นยาสูงมาก (Precision) ท้งอาจมีการบังคับ


ฮาเตียน” ซึ่งหากด�าเนินการไปก็อาจจะเป็นแค่ยุทธการ หักเล้ยว (Way Point) ส่งกีดขวางต่าง ๆ หรือบินเลาะเล้ยว



เพื่อความสาแก่ใจที่ไม่มีผลทางการเมืองเช่นกัน ไปตามภูมิประเทศที่สูงต�่า ขึ้น ๆ ลง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ
โดยมนุษย์ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรเลย อาวุธมันจะแต่ง
การรบทางทะเลสมัยใหม่ในปัจจุบัน ของมันเองดูง่าย ๆ แต่ท่ยากคือการพิจารณาล็อคเป้าหมาย


การรบทางเรือในยุทธนาวีท่เกาะช้างเป็นสงคราม ในตอนแรก ท่จะต้องเป็นการวินิจฉัยของมนุษย์ซ่ง


Attrition Warfare ต้องการทาลายกาลังรบฝ่ายตรงข้าม ต้องนามาพิจารณาสัญญาณ (Signature) ต่าง ๆ ทาง




เพ่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองตามหลักทฤษฏ ี อิเล็กทรอนิกส์ และเสียงใต้นาท่อุปกรณ์ตรวจจับเป้า



สงครามของเคลาเซวิตซ์ ยุทธนาวีเกาะช้างเป็นการรบ (Sensor) รับได้มาวิเคราะห์ ซึ่งอาจมีการ Hack การลวง


ด้วยอาวธอุตสาหกรรมหนกท่ามกลางธรรมชาตอันร่มเย็น IO การสร้างภาพเสมือนจริง Virtual Reality-VR

ของเกาะช้างยามปลายฤดูหนาว เซ็นเซอร์ (Sensors) ประกอบเข้าไปด้วย ความผิดพลาดจึงอาจเกิดได้ง่ายกว่า


อุปกรณ์การตรวจจับท่สาคัญคือ สายตา (Visual) การวัดระยะ อดีตมากมายหลายเท่า อีกประการหน่งข้อมูล Data Base

นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕








ของการแพร่คล่นมักถูกปิดเป็นความลับ ทาเนียบกาลังรบ ก็จะไม่มีใครสามารถตรัสรู้ได้ว่าเป็นเรือดานาไทย แต่การ



อเลกทรอนกส์ (Electronic Order of Battle) แพร่คล่นเสียงอันเป็นอัตลักษณ์ของตัวเรือ (Acoustic





สาหรับการรบผิวนา และทาเนยบกาลงรบคลนเสยงใตนา Signature) ท่ว่งมาใต้นาจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็น













(Acoustic Order of Battle) ท่ถูกต้องทันสมัย เรือดานาของใคร ชาติไหน ซ่งอาจผิดพลาดได้ง่ายมาก เช่น










จึงจัดทาได้ยาก เรือรบผิวนา และเรือดานาหากปราศจาก เรือดานาท่ต่อจากจีนก็จะมีการแพร่ Acoustic Signature








๒ ส่งน้ ก็จะรบไม่ได้ในสงครามทางเรือสมัยใหม่ และเส่ยง เป็นเรือจีน ท้ง ๆ ท่อาจไม่ใช่เรือจีน ศูนย์สงคราม


ที่จะฆ่าฟันกันเอง อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Warfare Center) และ
เรือด�าน�้าที่แล่นใต้น�้า ถึงแม้จะชักธงชาติธงราชนาวี ศูนย์สงครามเสียงใต้น�้า (Acoustic Warfare Center)
















Network Centric Warfare




นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




จึงเป็นกุญแจสาคัญในการสร้างทาเนียบกาลังรบทาง ฮอร์มูซ (Strait of Hormuz) สงครามยุคปัจจุบันเป็น






สัญญาณ การลาดตระเวนหาข่าวทางอิเล็กทรอนิกส์ สงครามท่เกิดข้นในถ่นท่อยู่อาศัยของคนจานวนมาก

(ELINT - Electronics Inteilligence) และ การลาดตระเวน (War among People) หากมยทธนาวทเกาะช้าง











หาขาวเสยงใตนา (Acoustic Intelligence) จึงมีบทบาท ยุค พ.ศ. ๒๕๖๔ อาจมีการยิงอาวุธนาวิถฮาร์ปูน ผ่านเลาจน์

สาคัญในการเสาะแสวงหาความเหนือกว่าด้านความรู้ โฮมสเตย์ โรงแรม บาร์ ร้านค้าบนเกาะ ทิ้งสมอจอดเรือ

(Knowledge Superiority) ในการรบสมัยใหม่และ ก็อาจเก่ยวกับสายเคเบิลใต้นา มนุษย์ในโลกทวีจานวน






การข่าวกรองเพ่อเตรียมยุทธภูมิ (IPB) หากไม่มี Data Base มหาศาลมากข้น แต่มนุษย์ก็มีค่ามากข้น มีระบบสิทธ ิ






ทถูกต้องทนสมย การใช้อาวธแม้จะแม่นกจะเป็นไปอย่าง มนุษยชน กฎหมายทางทะเล กฎหมายระหว่างประเทศ

สะเปะสะปะตัวอย่างผิดพลาดท่เห็นบ่อย ๆ คือการยิง ศาลทะเล ศาลอาชญากรรมสงคราม สหประชาชาต ิ


เครื่องบินโดยสารพาณิชย์ อาเซียน เป็น regime ท่เกิดข้นมากมาย หากมีการใช้
เคร่องบินโดยสารมาเลเซียแอร์ไลน์ เท่ยวบินท ่ ี อาวุธผิดพลาดก็จะก่อผลเสียหายท้งทางทหาร ทางการเมือง





MH17 ถูกยิงตกเหนือยูเครน เม่อวันท่ ๑๗ กรกฎาคม เศรษฐกิจ สังคมอย่างที่เราคาดไม่ถึง

พ.ศ. ๒๕๕๗ ผู้เสียชีวิต ๒๙๘ ศพ และก่อนหน้าน้น
เรือลาดตระเวน USS Vincennes (CG-49) ของ
สหรัฐอเมริกาได้ยิงเคร่องบินโดยสารอิหร่านเท่ยวบินท่ ๖๕๕



ตกเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เหนือช่องแคบ
Death of Naval Strategy
การตายของยุทธศาสตร์ทางเรือ
เน่องจากอาวุธ (Effector) และอุปกรณ์การตรวจจับ






สญญาณ (Sensors) มระยะไกลถงกนหมดทงทางบก

Crafting a new maritime strategy ทางเรือ และทางอากาศ การรบเด่ยว ๆ โดยกองทัพเดียว

การร่างยุทธศาสตร์ทะเลของสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นครั้งแรก

จึงไม่อาจทาได้อย่างเหมาะสมต่อไป การรบสมัยใหม่

ทมีประสิทธภาพคอ การรบร่วม (Joint Operation)



หรือการรบผสม (Combined Operation) ระหว่างชาติ
สาหรับสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกยุทธศาสตร์ทางเรือ

(Naval Strategy) ไปต้งแต่หลังสงครามอ่าว




คร้งท่ ๑ ค.ศ. ๑๙๙๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) และจัดต้งยุทธศาสตร์

ทางทะเล (Maritime Strategy) สาหรับการรบร่วม
ทุกเหล่าทัพขึ้นมาแทน
อาวุธนำาวิถีโทมาฮอว์ก
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ตอนจบ

“การเป็นนักเรือด�าน�้าไม่ใช่ส�าหรับทุกคน รวมทั้ง หลักสูตรกำรฝึกอบรมฯ ก�ำหนดให้แก่ เจ้ำหน้ำที่ผู้น�ำเรือ






ไม่ใช่สาหรับทหารเรือทุกนายด้วย เรอด�ำน้ำเป็นตัวแทน ผู้ใช้อำวุธใต้น้ำ และผู้บังคับเคร่องจักรกล ซ่งจ�ำกัดเฉพำะ
ของยำนรบท่สุดยอดของกองทัพเรือ นักเรือด�ำน้ำจึงต้อง นำยทหำรสัญญำบัตรเท่ำนั้น แม้ในห้วงที่อิตำลีก้ำวเข้ำสู่






ู่
เป็นบุคคลท่มีแรงจูงใจสูง มีควำมภักดี และเต็มเปี่ยมด้วย สงครำมโลกคร้งท่ ๒ กำรฝึกอบรมฯ ก็ยงคงด�ำเนินอยต่อไป
ควำมรัก ควำมเสียสละเพ่อประเทศชำติ เพราะมีเพียง จนกระท่งอิตำลีประสบควำมพ่ำยแพ้สงครำมฯ โดยภำยใต้






พ้นท่สองแห่งเท่าน้น ท่มนุษย์จะถูกแยกออกจากพิภพโลก สนธิสัญญำสันติภำพ ได้ก�ำหนดห้ำมไม่ให้อิตำลีครอบครอง










น่นก็คือ ใต้ความลึกของท้องทะเล และในอวกาศ” เรอดำนำ ดังนัน กองเรอดำนำจงถกยบเลกไป และกำรฝก





อบรมเรือด�ำน�้ำก็ได้ยุติลง




ใน ค.ศ. ๑๙๕๑ เมออตำลเข้ำเป็นสมำชกองค์กำร




NATO และพ้นจำกข้อจ�ำกดของสนธิสญญำสนตภำพ

กองเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำลี จึงถือก�ำเนิดข้นใหม่ โดยเรือด�ำน้ำ




Giada และเรือด�ำน้ำ Vortice ได้ถูกเรียกกลับมำประจ�ำกำร
ใน ทร.อิตำลี เพ่อใช้ในกำรฝึกอบรมทบทวนส�ำหรับ


นักเรือด�ำน้ำ และใน ค.ศ. ๑๙๕๔ ทร.อิตำลี ได้จัดส่ง

ก�ำลังพลเดินทำงไปรับเรือด�ำน้ำ Enrico Tazzoli
(ช่อเดิม USS Barb) และเรือด�ำน้ำ Leonardo Da Vinci



(ช่อเดิม USS Dace) ซ่ง ทร.สหรัฐอเมริกำ ส่งมอบให้

ภาพสถานที่ฝึกอบรมเรือด�าน�้าของ ทร.อิตาลี ใน ค.ศ. ๑๙๔๐ ทร.อิตำลี โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงกำรควำมช่วยเหลือ
ฐานทัพเรืออิตาลี เมือง Pula ทำงทหำรแบบผูกพันกำรช�ำระเงินระยะยำว


กำรฝึกอบรมเรือด�ำน้ำของ ทร.อิตำลี เกิดข้นคร้งแรก ระหว่ำง ค.ศ. ๑๙๖๓-๑๙๗๖ ได้มีบุคคลผู้ถือ



ใน ค.ศ. ๑๙๔๐ ทฐำนทพเรออตำล เมอง Pula เป็นประวัติศำสตร์ในกำรจัดรูปแบบกำรฝึกอบรมนัก






ซ่งอยู่ด้ำนฝั่งทะเลเอเดรียติก (ปัจจุบันเป็นดินแดน เรือด�ำน้ำยุคใหม่ให้แก่ ทร.อิตำลี คือ นำวำโท Rio


ของสำธำรณรัฐโครเอเชีย) ซ่งในขณะน้นยังไม่อยู่ใน Corazzi บุคคลผ้ได้รับกำรยกย่องว่ำเป็นนำยทหำรเรอ



สภำวะของสงครำม โดยเป็นกำรฝึกอบรมภำคทฤษฎ ี ท่มีพรสวรรค์ มีควำมกระตือรือร้น และเปี่ยมด้วยพลัง




และภำคปฏิบัติในท่ต้ง และในเรือด�ำน้ำท่จอดเรือเทียบท่ำ ด้วยควำมสำมำรถในกำรน�ำแนวคิดกำรท�ำสงครำมใต้น้ำ


นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕











มำแปลงสู่กำรจัดกำรเรียนกำรสอน และกำรฝึกให้แก่ ตำมชอของบคคลผ้ถอเป็นประวตศำสตร์ในกำรจดรป
นักเรือด�ำน้ำ ซ่งเป็นกำรถ่ำยทอดควำมรู้โดยอำศัยหลักกำร แบบกำรฝึกอบรมนักเรือด�ำน�้ำยุคใหม่




ท่ง่ำยต่อควำมเข้ำใจ จำกองค์ควำมรู้ ควำมช�ำนำญ ใน ค.ศ. ๑๙๙๙ มีกำรปรับให้โรงเรียนเรือด�ำน้ำ

และประสบกำรณ์ ซ่งสำมำรถน�ำมำถ่ำยทอดจำกรุ่นสู่รุ่น ทร.อิตำลี อยู่ภำยใต้กำรบังคับบัญชำของกองเรือด�ำน้ำ

ต่อไปได้ (Comando Flottiglia Sommergibili: COMFLOTSOM)
ฐำนทัพเรือ Taranto เพ่อให้กำรฝึกอบรมด้วยเคร่องมือและ




อุปกรณ์กำรเรียนกำรสอนท่ทันสมัย พร้อมด้วยเคร่องฝึก
จ�ำลองเรือด�ำน�้ำ ชั้น Sauro และเรือด�ำน�้ำ ชั้น Todaro
ซึ่งประจ�ำกำรใน ทร.อิตำลี ให้แก่บุคลำกรนักเรือด�ำน�้ำ
ทร.อิตำลี นอกจำกนั้น ยังให้กำรสนับสนุนกำรฝึกอบรม
ให้แก่นักเรือด�ำน�้ำของชำติอื่น ๆ ด้วย
อาสาสมัครนักเรียนนักเรือด�าน�้า


ต�ำแหน่งหน้ำท่ในเรือด�ำน้ำเป็นหน่งในส่งดึงดูดจิตใจ


หนุ่มสำวชำวอิตำลี ให้ไขว่คว้ำเพื่อเข้ำมำร่วมกำรแข่งขัน
คัดเลือกเป็นอำสำสมัครนักเรียนนักเรือด�ำน้ำ ส�ำหรับ


นำยทหำรเรือประจ�ำกำรช้นสัญญำบัตร และช้นประทวน




ภาพกองเรือดานา (COMFLOTSOM) โรงเรียนเรือดานา ซ่งส�ำเร็จกำรศึกษำจำกโรงเรียนนำยเรืออิตำล ี




(MARISCUOLASOM)/ศูนย์ฝึกเรือด�าน�้า Rio Corazzi
และโรงเรียนนำยทหำรประทวน สำมำรถสมัครเข้ำ

ใน ค.ศ. ๑๙๘๔ จึงได้มีกำรต้งเป็นโรงเรียนเรือด�ำน้ำ แข่งขันคัดเลือกฯ ตำมห้วงท่ ทร.อิตำลี ก�ำหนดได้


ทร.อิตำลี (La Scuola Sommergibili della Marina อย่ำงไรก็ตำม กำรจะเป็นนักเรือด�ำน้ำไม่ได้ถูก

Militare: MARISCUOLASOM) โดยมีจุดมุ่งหมำย จ�ำกัดสิทธิไว้เฉพำะก�ำเนิดจำกนำยทหำรเรือ

เพ่อให้กำรฝึกอบรมแก่ก�ำลังพลนักเรือด�ำน้ำ และตรวจสอบ ประจ�ำกำรเท่ำน้น จำกกำรท่อิตำลีไม่มีกฎหมำย




ควำมพร้อมให้แก่ทีมเรือด�ำน้ำ ภำยหลังจำกท่เรือด�ำน้ำ


ได้เข้ำรับกำรซ่อมบ�ำรุงมำเป็นระยะเวลำนำน ก่อนท่จะ

ออกปฏิบัติกำรในทะเล ในกำรจัดต้งโรงเรียนเรือด�ำน้ำ


ไม่เพียงแต่ปรับรูปแบบกำรฝึกอบรมให้มีควำม
ทันสมัย แต่ยังจัดให้มีเคร่องมือ และอุปกรณ์กำรฝึก


อบรมท่ครบถ้วนท่สุดในโลก มีกำรติดต้งเคร่องฝึก



จ�ำลองต่ำง ๆ เพ่อจ�ำลองสภำพแวดล้อมบนเรือ ในกำรสร้ำง



พฤติกรรมพลวัตของเรือด�ำน้ำ เคร่องฝึกจ�ำลองศูนย์

ยุทธกำรส�ำหรับกำรปฏิบัติกำรของเรือด�ำน้ำ รวมท้ง




ระบบกำรฝกอบรมโดยโปรแกรมคอมพวเตอร (Computer
Based Training: CBT) และเคร่องฝึกท่จ�ำเป็นส�ำหรับกำร


ฝึกอบรมด้ำนควำมปลอดภัยในกำรปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำ ภาพการแข่งขันคัดเลือกเป็นอาสาสมัครนักเรียนนักเรือด�าน�้า




โดยได้รับกำรต้งช่อว่ำ “ศนยฝกเรอดานา Rio Corazzi” กลุ่มนายทหารเรือประจ�าการ และกลุ่มอาสาสมัคร ทร.






นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕



เรียกเกณฑ์ทหำร โดยเป็นกำรเปิดรับอำสำสมัคร ทร. - ฝึกอบรมท่กองพลนำวิกโยธิน (San Marco)

ดังน้น แต่ละปี ทร.อิตำลี จะก�ำหนดจ�ำนวนรับอำสำสมัคร ทร.อิตำลี เมือง Brindisi เพื่อฝึกอบรมหมู่รบนำวิกโยธิน



นักเรียนนักเรือด�ำน้ำ โดยเป็นกำรแข่งขันคัดเลือกท้งจำก ยุทธวิธีกำรปฏิบัติกำรสะเทินน้ำสะเทินบก กำรสนับสนุน







นำยทหำรเรอประจำกำร และอำสำสมคร ทร. จำนวนรวม ชดปฏบตกำรลำดตระเวนนำวกโยธนและกำรรกษำ




ประมำณ ๓๐-๔๐ คน ซ่งผู้สมัครฯ จะต้องผ่ำนข้อก�ำหนด ควำมปลอดภัยที่ตั้งหน่วย มีระยะเวลำในกำรฝึกอบรมฯ



พ้นฐำนตำมคุณสมบัติเบ้องต้น จำกน้นจึงเข้ำสู่กระบวนกำร ๕ สัปดำห์

ทดสอบควำมรู้ควำมสำมำรถ กำรทดสอบสมรรถภำพทำง - ฝึกอบรมท่ศูนย์ฝึกกองทัพเรือ ทร.อิตำลี (Centro

ด้ำนร่ำงกำย กำรตรวจทำงกำรแพทย์ด้ำนควำมสมบูรณ์ di Addestramento Aeronavale della Marina
ทำงร่ำงกำย และด้ำนจิตประสำท จึงประกำศผลกำรแข่งขัน Militare: MARICENTADD) เมือง Taranto เพ่อฝึก

คัดเลือกเป็นอำสำสมัครนักเรียนนักเรือด�ำน�้ำ อบรมด้ำน Passive Defense (กำรป้องกันควำมเสียหำย

หลักสูตรการฝึกอบรมของโรงเรียนเรือด�าน�้า กำรดับเพลิง กำรอุดปะค้ำจุน สงครำมนิวเคลียร์ ชีวะ เคม ี


การฝึกอบรมพ้นฐานเบ้องต้น ระยะเวลำฝึกอบรมฯ สงครำมอำวุธชีวภำพและรังสี) โดยเน้นกำรฝึกในระบบปิด

ประมำณ ๘ สัปดำห์ อำสำสมัครฯ ท่คัดเลือกจำก ภำยในเรือ Ship System Service ในรูปแบบ

นำยทหำรเรือประจำกำร จะได้รบกำรปรับลดห้วงเวลำ Platform System Training Department มีระยะเวลำ

กำรฝึกอบรมพ้นฐำนเบ้องต้นบำงส่วน ซ่งแตกต่ำงจำก ในกำรฝึกอบรมฯ ๒ สัปดำห์





อำสำสมัคร ทร. ซึ่งต้องรับกำรฝึกอบรมเต็มห้วงเวลำ การฝึกอบรมความรู้และการปฏิบติการของเรือดานา


- ฝึกอบรมท่โรงเรียนนำยทหำร ทร.อิตำล ี มีระยะเวลำในกำรฝึกอบรมฯ ๙ สัปดำห์


(La Scuola Sottufficiali: MARISCUOLA) เมือง Taranto ฝึกอบรมท่โรงเรียนเรือด�ำน้ำ (MARISCUOLASOM)



เพ่อฝึกอบรมควำมรู้ในกรอบกำรปฏิบัติงำนท่วไปของ กองบัญชำกำรกองเรือด�ำน้ำ (COMFLOTSOM) เมือง Taranto


อำสำสมัครฯ มีระยะเวลำในกำรฝึกอบรมฯ ๑ สัปดำห์ เป็นกำรฝึกอบรมพนฐำนควำมร้ และกำรปฏิบตกำร









ภาพการฝึกอบรมพื้นฐานเบื้องต้นของอาสาสมัครฯ VFP1



นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕





ของเรือด�ำน้ำ ท้งภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัติ โดยในกำรอบรม กำรรับประทำนอำหำร เพ่อสังเกตกำรแสดงออกของ






ภำคทฤษฎอำสำสมครฯ จะไดรบกำรอบรมควำมรในภำพรวม อำสำสมัครฯ ในภำวะควำมเครียด อำกำรผิดปกติทำงร่ำงกำย



ตำมหวขอตำง ๆ ไดแก แนวคดในกำรทำสงครำมใตนำ เรอดำนำ และปัญหำกำรนอนหลับท่ผิดปกติ ท้งสภำวะของเรือด�ำน้ำ














และส่วนประกอบของเรือด�ำน้ำ หน้ำท่รับผิดชอบตำมต�ำแหน่ง ในกำรเดินเรือผิวน้ำ และใต้น้ำ รวมท้งในบำงกรณีท ่ ี








ในเรือด�ำน้ำ อุปกรณ์ และเครองมือในเรือด�ำน้ำ ควำมปลอดภัย เรือด�ำน้ำได้รับมอบภำรกิจให้ต้องน�ำเรือด�ำด่งลงใต้น้ำ







ในเรือด�ำน้ำ และกำรปฏิบัติตนท่ถูกต้องในกำรปฏิบัติงำน เพ่อวำงตัวอย่ำงสมบูรณ์เป็นเวลำยำวนำน โดยในกำรฝึก



ในเรือด�ำน้ำ ฯลฯ ท้งจำกกำรเรียนกำรสอนโดยครูผู้สอน อบรมห้วงน้มีจุดมุ่งหมำยท่จะลดข้อผิดพลำด อันเกิดจำก

ในช้นเรียน กำรเรียนส่วนบุคคลผ่ำนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ควำมยำกล�ำบำกในกำรใช้ชีวิตประจ�ำวัน และกำรปฏิบัต ิ


Computer Based Training (CBT) และห้องเรียน งำนในเรือด�ำน้ำของอำสำสมัครฯ ซ่งจะต้องรับ

มัลติมีเดีย ซึ่งระหว่ำงกำรอบรมฯ จะมีกำรทดสอบควำมร ู้ กำรฝึกปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำ ในห้วงท้ำยของกำรฝึก

ภำคทฤษฎีอย่ำงต่อเนื่อง อบรมในหลักสูตรฯ
ภาพการฝึกอบรมความรู้ และการปฏิบัติการของเรือด�าน�้า
ส�ำหรับในภำคปฏิบัติน้น เป็นกำรฝึกรำยบุคคล เม่อส้นสุดกำรฝึกอบรมควำมรู้ และกำรปฏบัตกำร













หรอรำยกลุ่มด้วยเครองช่วยฝึก และเครองฝึกจ�ำลอง ของเรือด�ำน้ำแล้วน้น จะมีกำรทดสอบท้งภำคทฤษฎ ี

ต่ำง ๆ เพื่อควำมรู้ควำมช�ำนำญ โดยไม่ค�ำนึงถึงต�ำแหน่ง และภำคปฏิบัติ เพ่อกำรประเมินควำมเหมำะสมเบ้องต้น








หน้ำทเฉพำะในควำมเชยวชำญ และไม่มีแรงบงคบจำก อันเป็นเง่อนไขส�ำคัญ และจ�ำเป็นในกำรท่จะตัดสินให้

ภัยคุกคำมภำยนอก แต่มุ่งเน้นควำมสำมำรถในกำรปรับตัว อำสำสมัครฯ ก้ำวเดินต่อไปในเส้นทำงอำสำสมัคร

ให้เข้ำกับสภำวกำรณ์ท่ต้องปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำ โดย นักเรียนนักเรือด�ำน�้ำหรือไม่



ให้ควำมส�ำคัญอย่ำงย่งกับสภำพร่ำงกำย และจิตใจของ การฝึกปฏิบัติงานในเรือดานา มีระยะเวลำในกำรฝึกฯ




อำสำสมัครฯ ซ่งจะถูกเข้มงวดในกำรปฏิบัติท้งหน้ำท ี ่ ๑๑ สัปดำห์

รับผิดชอบ และถูกบีบบังคับให้ปฏิบัติอย่ำงจ�ำกัดใน ในห้วงกำรฝึกปฏบัตงำนในเรอด�ำนำ เป็นกำรแยก




กำรพักผ่อน กำรนอนหลับ กำรออกก�ำลังกำย ตลอดจน อำสำสมัครฯ เป็นชุดลงฝึกกำรปฏิบัติในเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำล ี

นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕





เพ่อให้อำสำสมัครฯ ได้เรียนรู้แนวคิดอันน�ำไปสู่ เม่อส�ำเร็จหลักสูตรโรงเรียนเรือด�ำน้ำแล้ว นักเรือด�ำน้ำ


กำรปฏิบัติที่ใช้จริง เมื่อปฏิบัติงำน และใช้ชีวิตประจ�ำวัน จะถูกส่งไปฝึกอบรมท่โรงเรียนนำยทหำร ทร.อิตำล ี










อย่ในเรอดำนำ โดยจะเป็นกำรปฏบตงำนสนบสนน (MARISCUOLA) เมือง Taranto อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเข้ำรับ





ลูกเรือด�ำน้ำตำมต�ำแหน่งหน้ำท่ต่ำง ๆ ซ่งผู้บังคับกำร กำรฝึกอบรมหลักสูตรเพ่อเป็นผู้เช่ยวชำญด้ำนต่ำง ๆ



เรือด�ำน้ำจะเป็นผู้ประเมินคุณลักษณะของอำสำสมัครฯ ตำมต�ำแหน่งหน้ำท่ในเรือด�ำน้ำ ได้แก่ ระบบน�ำเรือ




ในด้ำนต่ำง ๆ ท้งทัศนคติ ควำมต้งใจ ควำมมุ่งม่น กำรเสียสละ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงเรือและเคร่องมือตรวจจับต่ำง ๆ




และควำมเห็นในประเด็นอ่น ๆ ท่เก่ยวข้อง โดยส่งท่ส�ำคัญ ศูนย์ยุทธกำรของเรือด�ำน้ำ ระบบอำวุธและอำวุธใต้น้ำ



อย่ำงย่งก็คือ อำสำสมัครฯ จะต้องแสดงให้เห็นเป็นท่ประจักษ์ ช่ำงเทคนิคระบบอำวุธ ช่ำงเทคนิคระบบเคร่องจักร



ว่ำมีควำมรู้ควำมสำมำรถอย่ำงแท้จริงในกำรท่จะปฏิบัต ิ ช่ำงเทคนิคระบบตัวเรือ ฯลฯ เม่อส�ำเร็จหลักสูตรฯ





งำนในเรือด�ำน�้ำ จะกลับมำท่โรงเรียนเรือด�ำน้ำ เพ่อเข้ำรับกำรฝึกอบรม
ภาพการฝึกปฏิบัติงานในเรือด�าน�้า


หลังจำกผ่ำนกำรฝึกอบรมควำมรู้ และกำรปฏิบัติกำร ท่จะรับต�ำแหน่งหน้ำท่ในควำมเช่ยวชำญซ่งเฉพำะเจำะจง




ของเรือด�ำน้ำฯ และกำรฝึกปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำ เช่น ต้นหน นำยทหำรศูนย์ยุทธกำร นำยช่ำงกล นำยช่ำง
เป็นเวลำ ๒๐ สัปดำห์ จะเป็นขั้นตอนกำรทดสอบควำมรู้ ไฟฟ้ำอิเล็กทรอนิกส์ เจ้ำหน้ำที่เดินเรือ เจ้ำหน้ำที่สื่อสำร



ในข้นสุดท้ำยว่ำอำสำสมัครฯ มีควำมเหมำะสมส�ำหรับ เจ้ำหน้ำท่โซนำร์ เจ้ำหน้ำท่กำรอำวุธและอำวุธใต้น้ำ









กำรปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำหรือไม่ ซ่งเป็นข้นตอนท่เค่ยวข้น เจ้ำหน้ำท่เทคนิค ฯลฯ ซ่งเป็นจุดเร่มต้นในกำรเข้ำประจ�ำกำร
อย่ำงมำกและอำสำสมัครฯ ต้องใช้ควำมพยำยำม ในเรือด�ำน�้ำ ทร.อิตำลี

อย่ำงย่งยวดเพ่อผ่ำนข้นตอนส�ำคัญน้ โดยเม่อส�ำเร็จ ตลอดห้วงเวลำของกำรเป็นอำสำสมัครนักเรียน




หลักสูตรโรงเรียนเรือด�ำน้ำแล้ว อำสำสมัครฯ จะได้รับ นักเรือด�ำน�้ำ ในกำรฝึกอบรมหลักสูตรโรงเรียนเรือด�ำน�้ำ



สิทธิบตรนักเรือด�ำน้ำ โดยถือว่ำเป็นก�ำลงพลทมีควำมพร้อม จนกระท่งบรรจุเป็นนักเรือด�ำน้ำประจ�ำกำร กำรศึกษำ







ปฏิบัติงำนในเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำลี หำกมีควำมต้งใจ เรียนรู้ และกำรฝึกทบทวนยังคงมีอยู่อย่ำงต่อเน่อง เพ่อให้


จะด�ำรงอำชีพกำรเป็นนักเรือด�ำน�้ำต่อไป กำรปฏิบัติหน้ำท่ของนักเรือด�ำน้ำเป็นไปอย่ำงสมบูรณ์


นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




เป็นเคร่องช่วยกำรเรยนกำรสอน ส�ำหรับใช้พัฒนำ
ภำษำต่ำงประเทศ โดยเฉพำะภำษำอังกฤษ ให้แก่




เจ้ำหน้ำท่ในกองเรือด�ำน้ำท้งหมด รวมท้งเจ้ำหน้ำท ี ่
หน่วยงำนอ่น ๆ ของ ทร.อิตำลี กำรใช้งำนของห้องปฏิบัติกำร

ด้ำนภำษำต่ำงประเทศ มควำมสำคญสงสดและเป็นสง








ท่จ�ำเป็นอย่ำงย่ง หลังจำกกำรเร่มต้นโครงกำรเรือด�ำน้ำ



Todaro-U212A ท่จะต้องมีกำรติดต่ออย่ำงใกล้ชิดกับ


หน่วยงำนทำงเทคนิค ซ่งมีเจ้ำหน้ำท่ส่วนใหญ่เป็นชำว

ต่ำงประเทศ โดยจะช่วยให้นักเรือด�ำน้ำทุกคนสำมำรถ

พัฒนำควำมรู้ควำมสำมำรถอันน�ำไปสู่ควำมเข้ำใจอย่ำง
ภาพพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่อาสาสมัครฯ ลึกซ้ง ในกำรเข้ำถึงเอกสำรทำงเทคนิคของเรือด�ำน�้ำ

ที่ส�าเร็จหลักสูตรโรงเรียนเรือด�าน�้า
และเพื่อรองรับกำรฝึกร่วมกับ ทร.ชำติพันธมิตร
และมีประสิทธิภำพ โดยมีค�ำกล่ำวของนักเรือด�ำน้ำ




ทร.อตำล วำ “ความสมบูรณ์ ๖ ประการ อันเป็นหนทาง ๒. ห้องฝึกอบรมปฏิบัติการระบบมัลติมีเดีย
สู่ความสาเร็จ คือ มีความกล้าหาญ มีวินัย มีความอดทน

มีความอุตสาหะ มีสมาธิ และมีความรู้ จะต้องมีให้มาก
และมีเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอ”
เคร่องช่วยการฝึกอบรมและเคร่องฝึกจาลองของ



โรงเรียนเรือด�าน�้า
ในกิจกรรมกำรฝึกอบรมของโรงเรียนเรือด�ำน้ำ

นอกเหนือไปจำกกำรเรียนกำรสอนในห้องเรียนแล้ว
เคร่องช่วยกำรฝึกอบรม และเคร่องฝึกจ�ำลองต่ำง ๆ


ยังมีควำมส�ำคัญเป็นอย่ำงย่งส�ำหรับกำรให้กำรฝึกอบรม







ให้แก่อำสำสมครนกเรยนนกเรอดำนำ รวมทงกำรฝึก




ทบทวนของทีมเรือด�ำน�้ำ ก่อนออกปฏิบัติกำรในทะเล ภาพห้องฝึกอบรมปฏิบัติการระบบมัลติมีเดีย
๑. ห้องปฏิบัติการด้านภาษาต่างประเทศ Computer Based Training (CBT) โรงเรียนเรือด�าน�้า
เป็นกำรฝึกอบรมโดยโปรแกรมคอมพวเตอร์

(Computer Based Training : CBT) ผ่ำนระบบเครือข่ำย


คอมพิวเตอร์ ซ่งสำมำรถจ�ำลองภำพเคร่องมือ
และอปกรณ์ตรวจจบทำงอิเล็กทรอนกส์ ตลอดจน






เคร่องวัด และเคร่องควบคุมต่ำง ๆ เช่นเดียวกับในเรือด�ำน้ำ

โดยเป็นกำรแสดงภำพบนจอภำพขนำดใหญ่ ซ่งตอบสนอง
ตำมระบบกำรเคล่อนท่ของเรือด�ำน้ำ ภำยใต้แรงกระท�ำ



ภาพห้องปฏิบัติการด้านภาษาต่างประเทศ ต่ำง ๆ ในกำรปฏิบัติกำรของฝ่ำยเรำ
นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ระบบคอมพิวเตอร์ CBT ประกอบด้วยเครือข่ำย

คอมพิวเตอร์หลำยเคร่องพร้อมอุปกรณ์พิเศษต่อพ่วง

ซ่งสำมำรถโต้ตอบกับผู้ใช้งำนโดยหน้ำจอสัมผัส
แสดงภำพ และภำพวิดีโอกรำฟิกควำมละเอียดสูง

พร้อมเสยง ซ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ CBT สังเครำะห์




ข้นเป็นกำรเฉพำะ เพ่อกำรฝึกอบรมของเรือด�ำน้ำ

โดยจะใช้ในช่วงแรกของกำรฝึกอบรมข้นพ้นฐำนเบ้องต้น


ระบบคอมพิวเตอร์ CBT สำมำรถใช้งำนง่ำยในกำรเรียน
กำรสอน และกำรฝึกอบรม ซ่งอำสำสมัครฯ จะสำมำรถฝึก

และทบทวนเพ่อสร้ำงทักษะด้วยตนเองในกำรตรวจสอบ

ควำมถูกต้องของข้นตอนกำรตัดสินใจ ในกำรปฏิบัต ิ


ทุกระดับของข้นตอนตำมหัวข้อต้งแต่ข้นกำรเตรยมเรอ




ข้นกำรเตรียมกำรควำมพร้อมของสถำนีเรือ ฯลฯ ภาพเครื่องฝึก Submarine Command Team Trainer (SCTT)





ในส่วนข้นตอนกำรฝึกอบรมท่มีควำมซับซ้อน จะมีภำพ ควบคุมเคร่องจักร ฯลฯ เพ่อฝึกกำรบัญชำกำร กำรตัดสินใจ

เคลื่อนที่ของเป้ำหมำยสมมุติต่ำง ๆ ผ่ำนจอภำพที่แสดง และกำรส่งกำรปฏิบัติกำรในสถำนกำรณ์เฉพำะ โดยท�ำให้

ในรูป Target Motion Analysis (TMA) เพื่อให้ได้เรียนรู้ กำรฝึกเป็นไปเช่นเดียวกับกำรปฏิบัติกำรในเรือด�ำน้ำ


และฝึกฝนกำรตัดสินใจและกำรส่งกำร ภำยใต้เหตุผล ในสภำพแวดล้อมทำงทะเล ซ่งสำมำรถท่จะกระตุ้น


รองรับในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ท้งสถำนกำรณ์ปกต ิ กำรปฏิบัติของทีมเรือด�ำน้ำได้ด้วยควำมสมจริง


และสถำนกำรณ์ท่มีแรงบังคับจำกภัยคุกคำมภำยนอก ผ่ำนกำรควบคุมจำกห้องควบคุมท่อยู่ติดกับห้อง SCTT



ท้งน้ ระบบคอมพิวเตอร์ CBT จะช่วยให้อำสำสมัครฯ ซ่งผู้ควบคุมสำมำรถจัดกำรฝึกเพ่อประเมินตำมหัวข้อ




รวมท้งทีมเรือด�ำน้ำท่เข้ำมำรับกำรฝึกทบทวน สำมำรถ กำรฝึกได้ด้วยกำรต้งค่ำตัวแปร และค่ำสถำนกำรณ์ท ี ่










ทดสอบกำรปฏิบัติต่ำง ๆ ท้งในข้นปกติ และข้นเผชิญเหต ุ ต้องกำรจะเน้นกำรฝึก ให้เป็นรำยบคคล หรอทงทม



กับสถำนกำรณ์จ�ำลองท่เหมือนจริงได้ จึงใช้ควบคู่ เรือด�ำน้ำ สำมำรถท่จะจ�ำลองสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ท่พบได้จริง

ในกำรฝึกอบรมเป็นรำยบุคคล และรำยกลุ่มของ ในระหว่ำงกำรปฏิบัติกำรของภำรกิจ ผ่ำนกำรฝึกท�ำ




อำสำสมัครฯ และทีมเรือด�ำน�้ำ ในระดับพื้นฐำนเบื้องต้น ซำหลำย ๆ คร้ง กำรป้อนค่ำลักษณะทำงภมิศำสตร์




ไปจนถงสำหรบผ้เชยวชำญระดบกลำงและระดบสง และอะคูสติกของท้องทะเล สภำพอุตุนิยมวิทยำ






เพ่อใช้ในกำรทดสอบประเมินคัดเลือกผู้บังคับกำรเรือด�ำน้ำ � และกำรสร้ำงแบบจ�ำลองของเป้ำหมำยท่มีลักษณะ

๓. เคร่องฝึก Submarine Command Team แตกต่ำงของอะคูสติก และออปติคอล ตลอดจนถึง



Trainer (SCTT) ลักษณะกำรเคล่อนท่ และพฤติกรรมของเป้ำหมำยทำง


เป็นห้องฝึกเสมือนเรือด�ำน้ำจริง ท้งกำรจัดวำงคอนโซล ยุทธวิธี



ควบคุม และอุปกรณ์กำรต่อเช่อม เพ่อแสดงภำพข้อมูล ๔. ห้องฝึกจาลองเหตุการณ์ฉุกเฉินและฝึกจาลอง

ส�ำหรับกำรฝึกในรูปแบบ SCTT เน้นกำรฝึก การหลบหนี


ผู้ปฏิบัติเช่ยวชำญเฉพำะ เช่น ระบบควบคุมเรือ เป็นห้องฝึกจ�ำลองเหตุกำรณ์ท่เป็นอันตรำย อันอำจ
ระบบตรวจกำรณ์ออปตคอล ระบบตรวจจบโซนำร์ เกิดขึ้นของเรือด�ำน�้ำ ได้แก่ กำรรั่วไหลของระบบท่อทำง




ระบบตรวจจับอะคูสติก ระบบควบคุมตอร์ปิโด ระบบ และควันจำกเพลิงไหม้ภำยในเรือด�ำน้ำ เพ่อฝึกอบรม
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ห้องฝึกอบรมจ�าลองเหตุการณ์ฉุกเฉิน



อำสำสมัครฯ และทีมเรือด�ำน้ำ ให้สำมำรถเผชิญ ท่สำมำรถมองเห็นได้อย่ำงจ�ำกัดในสถำนกำรณ์








สถำนกำรณ์อนตรำยร้ำยแรงทอำจเกดขนบนเรอด�ำนำ เพลิงไหม้ แต่มีควำมปลอดภัยสูงสุดหำกมีกำร

ได้อย่ำงปลอดภัย โดยสมมติเหตุกำรณ์ควำมขัดข้องของ สูดดมควันเข้ำไป กำรฝึกในห้องฝึกจ�ำลองเหตุกำรณ์
วำล์วเปิด-ปิดต่ำง ๆ กำรแตกช�ำรุดของท่อทำงแรงดัน ฉุกเฉิน เป็นกำรฝึกที่มุ่งเน้นควำมจริงจัง โดยเจ้ำหน้ำท ี ่







ในเรือด�ำน้ำ ซ่งระบบท่อทำงภำยในห้องฝึกฯ นน นำทะเล ป้องกันควำมเสียหำยจะต้องฝึกซ้ำ ๆ และสร้ำงเสริมให้
จะไหลผ่ำนโดยมีแรงดันสูงกว่ำแรงดันน้ำในระบบปกต ิ เกิดประสบกำรณ์ โดยจินตนำกำรว่ำก�ำลังอยู่ในเรือด�ำน้ำ


เล็กน้อย กำรจ�ำลองจะก�ำหนดจุดรอยร่วของท่อทำง ทระดบลก โดยมเป้ำหมำยเพอหยดยงเหตุกำรณ์ฉุกเฉน












ซ่งทีมป้องกนควำมเสียหำยต้องเข้ำไปด�ำเนินกำรอุดรอยร่ว ให้สำมำรถปกป้องชีวิตของนักเรือด�ำน�้ำทุกนำยไว้ให้ได้




ให้ได้ทันที โดยจะต้องลดน้ำท่ท่วมขังภำยในตัวเรือ นอกจำกนี้ ห้องฝึกจ�ำลองเหตุกำรณ์ฉุกเฉิน ยังต่อเช่อม


ปิดก้นพ้นท่ส่วนท่เสียหำยไม่ให้ขยำยออกไป และ กับห้องฝึกจ�ำลองกำรหลบหนี ในกำรฝึกอบรมส�ำหรับ




ซ่อมท�ำคืนสภำพให้แก่ท่อทำง ไม่ให้มีโอกำสเกดข้น กำรหลบหนีจำกเรือด�ำน้ำ Todaro-U212A ท่เกิดอุบัติเหต ุ









ซำในจดเดิมได้อก กำรจำลองควน

จำกเหตุกำรณ์เพลิงไหม้ภำยใน
ตัวเรือ เป็นกำรฝึกทีมป้องกัน

ควำมเสียหำยของเรือด�ำน้ำ ท่จะเข้ำไป

ดับเพลิงด้วยกำรสวมชุด และอุปกรณ์
ป้องกันส่วนบุคคลให้ได้อย่ำงถูกต้อง

รวมท้งให้สำมำรถใช้เคร่องมือ

และอุปกรณ์ฉุกเฉินประจ�ำเรือได้อย่ำง
มีประสิทธิภำพ ในกำรจ�ำลองกำรเกิด

เพลงไหม้น้น จะใช้เครองก�ำเนดควัน




แบบพกพำ ชนิดผลิตควันปลอดสำรพิษ
ซ่งมีควำมสมจริงในทัศนวิสัย ภาพห้องฝึกจ�าลองการหลบหนีด้วยเทคนิค “Rush Escape”

นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ภาพการฝึกห้องฝึกจ�าลองการหลบหนี และการฝึกในทะเลบริเวณท่าเทียบเรือด�าน�้า












หรอควำมเสยหำย ดวยเทคนค “Rush Escape” ในกำรสวมชด กำรเคลอนท่ของเรือด�ำนำ ในสภำวะกำรบังคับเล้ยว

SEIE MK-11 ซ่งเป็นชุดพิเศษแบบเต็มตัว กำรควบคุมเรือในขณะเดินเรือบนผิวน้ำ กำรด�ำลงใน









พร้อมแพชชพแบบทนงเดยว ในกำรหลบหนผ่ำน ระดับกล้องเพอรสโคป (Periscope) และควำมลึกใน


ช่องทำงเปิดเพื่อขึ้นสู่พื้นผิวน�้ำ ระดับต่ำง ๆ กำรเคล่อนท่ใต้น้ำ ควำมเร็วในกำรเคล่อนท ่ ี















สำหรบในกำรฝกจำลองกำรหลบหน ในชวงสดทำย รวมท้งกำรส่น และเคล่อนไหวตำมท่เกิดข้นจำกสภำวะ











จะเปนกำรใช้ห้องฝึกจำลองกำรหลบหน ซงเป็นโครงสร้ำง ท้องทะเลในควำมสูงของคลน ต้งแต่ระดบทะเลเรยบไป
ภำยนอกอำคำรรูปทรงตัวเรือด�ำน�้ำ ซึ่งใช้เพื่อกำรฝึกทั้ง จนถึงระดับ Sea State 5





เรือด�ำน้ำ ช้น Sauro และเรือด�ำน้ำ Todaro-U212A ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลำง ซ่งควบคุมเคร่องฝึก


รวมท้งกำรฝึกในทะเลบริเวณท่ำเทียบเรือหน้ำโรงเรียน จ�ำลองจะต่อเช่อมกับโมดูลสถำนีเรือ และคอนโซลของ

เรือด�ำน�้ำ ผู้ควบคุม โดยผู้ควบคุมสำมำรถจัดกำรฝึกเพ่อกำรประเมิน


เม่อผ่ำนกำรฝึกจ�ำลองกำรหลบหนี โดยห้องฝึกจ�ำลอง ตำมหัวข้อกำรฝึกต่ำง ๆ ให้แก่ ผู้ปฏิบัติเช่ยวชำญ






ณ โรงเรยนเรอดำนำ จนมควำมชำนำญ นกเรอดำนำ เฉพำะในตำแหน่งหน้ำทต่ำง ๆ ในเรอดำนำ เพอฝึก
















ทร.อิตำลี จะต้องรับกำรฝึกท่ศูนย์ฝึก Den Helder กำรบัญชำกำร กำรตัดสินใจ และกำรส่งกำรในทุกสถำนกำรณ์

Aquacentrum โดย The Escape Training Tower ท่อำจเกิดข้นในควำมเป็นจริง กำรจ�ำลองสภำพกำรน�ำ


Triton 12 ตำมควำมร่วมมือระหว่ำง ทร.อิตำล ี เรือด�ำน้ำท่มีควำมแตกต่ำงกัน จำกสถำนกำรณ์ปกติไป



และ ทร.เนเธอร์แลนด์ อีกครั้งหนึ่ง จนถึงสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน และมีควำมซับซ้อนท่อำจส่ง
๕. เครื่องฝึกจ�าลองเรือด�าน�้า ชั้น Sauro และเรือด�าน�้า ผลกระทบต่อเรือด�ำน�้ำ และควำมปลอดภัยของก�ำลังพล
ชั้น Todaro-U212A ประจ�ำเรือ หำกไม่ได้รับกำรจัดกำรที่ถูกต้อง








เป็นเคร่องฝึกจ�ำลองเฉพำะส�ำหรับเรือด�ำน้ำ ช้น Sauro เคร่องฝึกจ�ำลองเรอดำน้ำเหล่ำน พร้อมใช้งำนได้ทุกเวลำ






และเรือด�ำน้ำ ช้น Todaro-U212A ภำยในเคร่องฝึก เม่อต้องกำร โดยไม่ต้องใช้เรือด�ำน้ำในกิจกรรมกำรฝึก

จ�ำลอง จะมีสภำพเสมือนจริงกับเรือด�ำน�้ำนั้น ๆ เครื่อง โดยสำมำรถท่จะจ�ำลองกำรฝึกต้งแต่ในระดับปกต ิ

ฝึกจ�ำลองเป็นโมดูลสถำนีเรือ จัดวำงบนฐำนแท่นท ี ่ ระดับไม่ปกติ และระดับฉุกเฉิน ในสถำนกำรณ์วิกฤต


สำมำรถเคล่อนท่ในมิติท่รองรับด้วยระบบไฮดรอลิก เช่น ไฟไหม้ น�้ำท่วม ระบบกำรควบคุมขัดข้องหรือระบบ



ซ่งจะช่วยให้สำมำรถต้งค่ำกำรเคล่อนท่ในกำรหันตำม กำรขับเคล่อนสูญเสียแรงขับ ซ่งเป็นอันตรำยเกินไป




นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ภาพเครื่องฝึกจ�าลองเรือด�าน�้า ชั้น Sauro และเรือด�าน�้า ชั้น Todaro-U212A



ส�ำหรับกำรฝึกในเรือด�ำน้ำท่ออกปฏิบัติกำรจริง และม ี เสนอให้แก่ท่ำนผู้อ่ำนน้น เช่อได้ว่ำท่ำนผู้อ่ำนจะได้รับ







ค่ำใช้จ่ำยต่ำกว่ำกำรน�ำเรือด�ำน้ำออกไปใช้เพ่อ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ เก่ยวกับกองเรือด�ำน้ำ เรือด�ำน้ำ

กำรฝึกในทะเล นักเรือด�ำน�้ำ และโรงเรียนเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำลี อันประกอบด้วย
ทร.อิตำลี ได้พิจำรณำแล้วว่ำ กำรใช้เคร่องฝึกจ�ำลอง ศูนย์ฝึกเรือด�ำน้ำท่มีอุปกรณ์เคร่องฝึกจ�ำลองต่ำง ๆ ท ่ ี







เรือด�ำน�้ำมีควำมคุ้มค่ำ เนื่องจำกกำรที่จะฝึกในเรือด�ำน�้ำ ทันสมัย ซ่งเป็นส่งท่ท่ำนผู้อ่ำนหลำยท่ำนอำจไม่เคยได้

ขณะออกปฏิบัติกำรในทะเลน้น มีควำมยำกเป็นพิเศษจำก รบร้รบทรำบมำก่อน โดยเฉพำะหนทำงก้ำวส่กำรเป็น





เหตุผลด้ำนต่ำง ๆ ได้แก่ ความปลอดภัย โดยข้อผิดพลำด นักเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำลี น้น ในควำมยำกล�ำบำกต้งแต่









ในกำรปฏิบัติของผู้รับกำรฝึกฯ อำจก่อให้เกิดอันตรำย ขนกำรแข่งขนเพอคดเลอกเป็นอำสำสมครนกเรอดำนำ









ต่อท้งเรือด�ำน้ำ และก�ำลังพลประจ�ำเรือท้งหมด จนเข้ำรับกำรฝึกอบรมท้งภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัต ิ

ซ่งข้อผิดพลำดในบำงกรณีอำจส่งผลเสียหำย ทั้งในโรงเรียนเรือด�ำน�้ำและในเรือด�ำน�้ำ รวมถึงภำยหลัง


ร้ำยแรงอย่ำงคำดไม่ถึง ความคุ้มค่า เรือด�ำน�้ำมีภำรกิจ จำกส�ำเร็จจำกโรงเรียนเรือด�ำน้ำแล้ว ยังคงมีกำรฝึกอบรม
เฉพำะในกำรออกปฏิบัติกำรในทะเลแต่ละคร้ง หำกน�ำมำ ทบทวน และทดสอบควำมพร้อมก่อนออกปฏิบัติกำร


ใช้เพ่อกำรฝึก จะกระทบกับภำรกิจตำมแผนปฏิบัติกำร ยังคงมีอยู่ตลอดห้วงกำรเป็นนักเรือด�ำน้ำประจ�ำกำร

แม้จะไม่น�ำมำคิดค�ำนวณเป็นค่ำใช้จ่ำยก็ตำม แต่ก็ไม่ ทร.อิตำลี ซึ่งทั้งหลำยเหล่ำนี้คงไม่สำมำรถใช้ค�ำกล่ำวใด
สำมำรถยอมรับได้ ประสิทธิภาพ ในระหว่ำงกำรออก มำอธิบำยได้ นอกจำกค�ำกล่ำวของนักเรือด�ำน้ำ ทร.อิตำล ี


ปฏิบัติกำรในทะเลของเรือด�ำน้ำ จะไม่สำมำรถเลือก ที่ว่ำ “ควำมสมบูรณ์ ๖ ประกำร อันเป็นหนทำงสู่ควำม
หัวข้อกำรฝึก กำรฝึกซ�้ำ ๆ ในหัวข้อกำรฝึกเดียวกัน หรือ ส�ำเร็จ คือ มีควำมกล้ำหำญ มีวินัย มีควำมอดทน
หยุดห้วงกำรฝึกเพื่อกำรอภิปรำยได้อย่ำงง่ำยดำย ยิ่งไป มีควำมอุตสำหะ มีสมำธิ และมีควำมรู้ จะต้องมีให้มำก


กว่ำนนยงไม่สำมำรถทจะจ�ำลองสถำนกำรณ์อนตรำย และมีเท่ำไหร่ก็ยังไม่เพียงพอ”




บนเรือได้อีกด้วย

จำกบทควำมเร่อง เรียนรู้เร่องรำวกองเรือด�ำน้ำ


มุมมองจำก ทร.อิตำลี ตอนที่ ๑ และตอนที่ ๒ ที่ได้น�ำ *****************************
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


อารัมภบท เดิมตั้งใจว่าเมื่อจบวิกฤต COVID-19 แล้ว จะเขียนบทความเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสที่ร้ายแรงนี้
ในมุมมองของการบริหารจัดการวิกฤต และการถอดบทเรียน



แต่เม่อติดตามสถานการณ์ต้งแต่ต้นจนถึงขณะท่เขียนบทความนี้ กินเวลาราว ๒ ปี แล้ว ยังไม่เห็นว่าจะจบลง




อย่างไร และเม่อใด และดูเหมือนว่าสถานการณ์รุนแรงข้นในบางช่วงเวลาด้วยซา ประชาชนสับสนในการบริหารจัดการ

เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐ จนคล้ายกับเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนจะพยายามหลีกเล่ยง
การกล่าวถึงการจัดการวิกฤตของภาครัฐให้มากที่สุด เพราะอาจท�าให้เกิดประเด็นทางการเมือง

ในส่วนของกองทัพเรือ คนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยตระหนักถึงผลกระทบจากวิกฤตคร้งน้มากนัก โดยเฉพาะการปฏิบัต ิ

ภารกิจ และการด�ารงชีวิตของข้าราชการ แต่หากวิกฤตยืดเยื้อออกไปนาน ย่อมมีผลกระทบแน่นอน
กองทพเรอในฐานะองค์กรของรฐ ย่อมหนไม่พ้นทต้องรบผลกระทบโดยเฉพาะด้านงบประมาณ ซงนนคอสงท ี ่
















ส่งผลกระทบเชิงลบต่อด้านอ่น ๆ ท่เห็นชัดเจนต้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เป็นต้นมา คือ โครงสร้างกาลังรบของ


กองทัพเรือ และตามมาด้วยงบประมาณการปฏิบัติการ การฝึกหัดศึกษา เป็นต้น
เพ่อให้เห็นภาพของวิกฤตทเราอยู่ในโลกทต่างไปจากเดมค่อนข้างมาก ตลอดจนเพ่อให้เกิดวธคิด (Mindset)











แก้วิกฤตได้ง่าย และชัดเจนข้น อันดับแรกขอนาเสนอปัจจัยแวดล้อม ซ่งเป็นสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน และ

ในอนาคตที่เปลี่ยนไว ขาดความแน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ ขาดความชัดเจน อาจเสียเวลาบ้าง แต่คิดว่าน่าจะ
เป็นประโยชน์ ประเด็นที่กล่าวนี้ก�าลังเป็นที่สนใจ และได้รับความส�าคัญจากทางทหาร (โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและ
ภาคธุรกิจของไทย)
ตอนที่ ๑
โลกที่พลิกผัน (VUCA World)


โลกในยุคเกษตรกรรมมีการเปล่ยนแปลงน้อย และค่อนข้างช้า แต่ล่วงมาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การเปล่ยนแปลง





เร่มมากข้น และเร็วข้น ในยุคสังคมข่าวสารโลกเปล่ยนแปลงในลักษณะเพ่มอัตราเร่ง โดยเฉพาะปัจจุบันท่เป็น



ยุคคอมพิวเตอร์ และดิจตัล จนกล่าวกันว่า ตามการเปล่ยนแปลงของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแทบไม่ทัน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เรียกว่าเราก�าลังเชิญกับโลกที่พลิกผัน
โลกที่พลิกผัน หรือ VUCA World คืออะไร
VUCA เป็นคาท่ใช้คร้งแรกในวิทยาลัยการทัพบกของสหรัฐอเมริกา ท่ใช้อธิบายสถานการณ์ท่กองทัพสหรัฐอเมริกา





เข้าไปท�าสงครามในอิรัก และอัฟกานิสถาน ซึงเต็มไปด้วยความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครอ ยากต่อการอธิบาย





และพยากรณ์อนาคต คาน้ต่อมาใช้กันแพร่หลายในบรรดามิตรประเทศของสหรัฐอเมริกา รวมท้งกองทัพบกไทย
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ตลอดจนในภาคธุรกิจจนกลายเป็นค�าสากลไปแล้ว
ในประเทศไทยบุคคลแรกที่น�ามาใช้ คือ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.วิรไท สันติประภพ จนท�าให้


แพร่หลายในวงการธุรกิจไทยในเวลาต่อมา แต่ดูเหมือนว่ายังไม่เป็นท่แพร่หลายในกองทัพเรือ โดยเฉพาะในส่วน
ของการศึกษา
















































VUCA ได้รับความสาคัญ และความสนใจมากข้น นับต้งแต่เร่มเกิดวิกฤต COVID-19 เพราะทาให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงมากอย่างมีนัยส�าคัญ เช่น New Normal, Social Distance, Herd Immunity, Hospitel, Home




Isolation เป็นต้น ส่งเหล่าน้ทาให้พฤติกรรมของคนเปล่ยนแปลงไป จนอาจกลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ เช่น Work From Home



การศึกษาและการประชุมแบบ Online เป็นต้น น่คือเหตุผลท่เราควรใส่ใจต่อ VUCA เพราะอนาคตน้นยากต่อการทานาย

หรือแม้สามารถท�านายได้แต่ขาดความแม่นย�า
VUCA คืออะไร VUCA เป็นอักษรย่อตัวแรกของค�า ๔ ค�า ได้แก่ Volatility, Uncertainty, Complexity และ
Ambiguity


Volatility ความผันผวนหรือเปล่ยนไวยากต่อการคาดเดา เป็นสถานการณ์ท่เกิดข้นอย่างเฉียบพลัน ไม่ทันได้ต้งตัว


ตัวอย่างเช่น เม่อมีความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง ทาให้ราคานามันดิบปรับตัวข้นอย่างรวดเร็ว















หรอในชวงเรมตนของวกฤต COVID-19 มการปดประเทศหลายประเทศ การใชนามนลดลงอยางรวดเรวจนราคานามน








ตกทันที
นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


Uncertainty ความไม่แน่นอนสูงเป็นสภาวะที่ผู้น�าองค์กรไม่สามารถท�านายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่







เขาควรทา คือ การเรียนรู้ และทาความเข้าใจสถานการณ์ แล้วต้งคาถามให้ถูกต้อง วิเคราะห์หาคาตอบ คาตอบท่ถูกต้อง
และดี จะน�าองค์กรไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาด และหากเขามีที่ปรึกษาดี ไม่ควรละเลยการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ
ผู้เชี่ยวชาญจ�าเพาะเจาะจง เช่น ในวิกฤต COVID-19 ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และบุคลากรด้านการระบาดวิทยา

ของไวรัสย่อมมีคุณค่าสูงต่อการตัดสินใจ อย่างไรก็ดีในวิกฤตท่ร้ายแรง และขยายในวงกว้างย่อมมีอีกหลายปัจจัยท่ต้อง

น�ามาประกอบ และปัจจัยเหล่านั้นมักขาดความแน่นอน
Complexity ความซับซ้อน ยิ่งวิกฤตขนาดใหญ่สถานการณ์มักมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ




ในอดีตโลกมีการเช่อมต่อกันไม่มากนักเท่ากับปัจจุบัน ซ่งเป็นยุคของโลกาภิวัฒน์ เช่น เม่อเกิดนาท่วมใหญ่

ภาคกลางของประเทศไทย ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ของบางประเทศถูกกระทบกระเทือน เนื่องจาก
ขาดชิ้นส่วนส�าคัญซึ่งผลิตในประเทศไทย ปัญหานี้ก�าลังเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน โรงงานผลิตรถยนต์ Toyota ของ
ญ่ปุ่นปิดการผลิตช่วคราว เพราะขาดช้นส่วนต่าง ๆ จากบางประเทศท่เผชิญกับวิกฤต COVID-19 ตัวอย่างท่ยกมาน ี ้





เห็นชัดเจนว่าโลกาภิวัฒน์ในด้านลบเป็นสิ่งที่มีความซับซ้อนพอสมควร


กรณีปัญหาการกระจายฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เป็นตัวอย่างท่ดีในการศึกษาเร่องความซับซ้อน จะไม่



ขอกล่าวมากเพราะจะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง แต่จะเน้นว่าปัญหาท่กาลังเกิดข้นน้นมีหลายปัจจัยท่ก่อให้


เกิดความยากในการบริหารจัดการ ซ่งตกอยู่ในสภาวะของความซับซ้อน จนทาให้ผู้มีอานาจตัดสินใจอาจตกอยู่ใน



สถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
Ambiguity สถานการณ์ที่มีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ท�าให้ยากต่อการคาดเดาได้อย่างถูกต้องแม่นย�า
แม้ผู้คนในบางองค์กรเริ่มคุ้นเคยกับ Work From Home (WFH) ในช่วงของวิกฤต COVID-19 แต่ก็มีผู้น�าองค์กร




จานวนไม่น้อยเร่มต้งคาถามว่า WFH ดี และเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะระยะยาว WFH มีท้งข้อดี และข้อเสีย

การทางานท่บ้านไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เช่น ค่าเดินทาง ค่าเคร่องแต่งกาย มีเวลา



พอที่จะได้ท�ากิจกรรมส่วนตัว เช่น ออกก�าลังกาย ท�างานอดิเรก ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัวมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งเป็นที่

ยอมรับว่าประสิทธิภาพในการทางานย่อมลดลง เน่องจากขาดการควบคุม ขาดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร

เป็นต้น การทางานท่บ้านใช่ว่ากระทาได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะงานท่ต้องมีการปฏิบัติร่วมกัน ภาคธุรกิจบางองค์กร




เริ่มจะกลับไปสู่สภาพการท�างานแบบดังเดิมบ้างแล้ว



การเรียนการศึกษา Online มีลักษณะคลุมเครือทานองเดียวกัน จริงอยู่ในหลายประเทศท่พัฒนาแล้วกาลัง



แพร่หลาย และเกดขนนานแล้ว ก่อนวกฤต COVID-19 ด้วยซา แต่ต้องยอมรบว่าสภาพสังคมของแต่ละประเทศ




แตกต่างกัน ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบของเด็ก และนักศึกษา คงเป็นอุปสรรค หรือประสิทธิภาพของ
การเรียนการศึกษา Online ด้อยลง

เม่อโลกปัจจุบัน และโลกอนาคตไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว น่นคือ โลกท่พลิกผัน (VUCA World) เป็นโลกท ่ ี



เปล่ยนไว ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ องค์กร หรือแม้แต่ปัจเจกชนจึงต้องปรับตัว หากไม่ตระหนักคงอยู่รอดยาก
ภาคราชการอาจถูกกระทบไม่รุนแรง เพราะขาดการแข่งขัน แต่ภาคธุรกิจอาจถึงกับล่มสลาย หากไม่ปรับตัว
ความส�าคัญ และความจ�าเป็นของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ Charles Robert
Darwin กล่าวไว้เมื่อราว ๒๐๐ กว่าปี และยังเป็นจริงแม้กระทั่งปัจจุบันว่า “ผู้ที่จะอยู่รอด คือ ผู้ที่รู้จักปรับตัวเข้ากับ
การเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด มิใช่ผู้ที่แข็งแกร่ง หรือฉลาด”
ความท้าทายส�าหรับโลกยุคที่พลิกผันพอจะสรุปได้ดังนี้:
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


- คงไม่มีใครนิยมชมชอบโลกที่พลิกผัน เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก
เห็นว่าความสะดวกสบาย ความปลอดภัยเดิมของตนถูกกระทบกระเทือน ความมั่นคง และความมั่นใจสิ่งที่ตนคุ้นชิน
หายไป




- ในโลกท่พลิกผัน คนท่ไม่มีความสามารถ หรือด้อยประสิทธิภาพจะอยู่ยาก โดยเฉพาะในภาคเอกชนท่ม ี
การแข่งขันสูง ส่วนภาคราชการแม้จะดูเหมือนไม่มีผลกระทบมาก แต่ในระยะยาวองค์กรนั้นจะตกต�่า



- ลักษณะของโลกท่พลิกผัน ทาให้องค์กรท้งภาครัฐ และเอกชนขาดความเป็นปึกแผ่น ความสามัคคี ความสัมพันธ์

เชิงบวกของบุคคลในองค์กรลดลง ความเป็นปัจเจกชน (Individualism) สูง ประเด็นน้หากเจาะลึกลงไปในกองทัพเรือ
พิจารณาด้วยความเป็นกลางจะเห็นว่าค่อนข้างเป็นจริง ค�าว่า ดอกประดู่เป็นสัญลักษณ์ของทหารเรือ หรือที่กล่าวว่า




รักกันเหมือนพ่เหมือนน้อง แทบไม่ค่อยได้ยิน แม้ในแวดวงทหารเรือในปัจจุบัน จริงอยู่ส่งเหล่าน้หาใช่เกิดจากโลกท่พลิกผัน
แต่มันรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะด�ารงต่อไป เพราะมันได้ก่อตัวมาก่อนหน้านี้นานแล้ว







- ความรู้ในโลกท่พลิกผัน เปล่ยนไว ดังน้น แม้ความรู้เป็นส่งสาคัญ และจาเป็น แต่คุณค่า (Value) และความสาคัญ
ถูกแซง หรือถูกทาให้ด้อยค่าล้าสมัยได้โดยมีทัศนคติ (Attitude) หรืออุปนิสัยของการใฝ่หาความรู้ และทักษะด้านต่าง ๆ





ของคนเป็นปัจจัยสาคัญ ประเด็นน้อาจพอนาไปเปรียบเทียบกับคากล่าวของ Albert Einstein ท่ว่า “จินตนาการ

สาคัญกว่าความรู้ แต่จินตนาการของ Einstein น้น ต้งอยู่บนพ้นฐานของเหตุผลของความรู้ มิใช่จินตนาการแบบ




เพ้อฝันไม่มีที่ไปที่มา
- ขอบเขตของความรู้ในโลกท่พลิกผันเปล่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เดิมคนมีความคิดว่ารู้อะไรต้องรู้ให้ลึก


ดังสุภาษิตไทยท่กล่าวว่า “อันความรู้ รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เช่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” เปรียบเหมือนลักษณะ





ของสัตว์ประเภทเม่น แต่โลกท่พลิกผันกลายเป็นการคิดแบบสุนัขจ้งจอก ซ่งคิดกว้างกว่า น่นคือ “อันความรู้ รู้กระจ่าง

แต่อย่างเดียว ต่อให้เชี่ยวชาญเถิดไม่เกิดผล ต้องรู้ลึก รู้กว้างอย่างแยบยล จึงเป็นคนปรับตัวได้ในโลกา”







- เม่อโลกกาลังเผชิญกับความพลิกผัน มีหลายส่งท่อาจจาเป็นต้องปรับ หน่งในจานวนน้นขอยกเป็นตัวอย่าง



สาหรับการพิจารณายุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ๒๐ ปี ท่กาหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ่งรัฐบาล





ต้องนาไปปฏิบัติ ในเม่อประเทศไทย และโลกกาลังเป็น VUCA World ปัจจัยสาคัญในการกาหนดยุทธศาสตร์


ปัจจัยหนึ่ง คือ สถานการณ์ทั้งของโลก และภายในประเทศ ดังนั้น จึงขาดตรรกะที่จะก�าหนดยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี
มีหลายหน่วย และบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว
หน่วยแรก คือ TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) โดยอ้างว่าแม้ยุทธศาสตร์ชาตินี้มีส่วนดีที่ก�าหนด
กรอบและเป้าหมายของประเทศไว้ แต่สถานการณ์ท่พลิกผันไม่น่าจะเหมาะสมนัก นอกจากน้นยังมีหน่วยศึกษาท้งของ



ทหารและของรัฐบางหน่วยมีความคิดเห็นท�านองเดียวกัน

อีกคนหน่ง คือ นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ

เป็นหน่งในบรรดาท่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เขาให้ข้อคิดเห็นท่น่าสนใจว่าการทาแผนระยะยาว (ยุทธศาสตร์ชาต ิ



๒๐ ปี) ถ้าหากทาได้เปรียบเหมือนกับการมี “คบไฟ” ไว้นาทาง แต่หากทาไม่ได้เปรียบเหมือนกับ “โซ่ตรวน”



ของประเทศ
สาหรับสถาบันการเงิน เขากล่าวว่า การทาแผนระยะยาว ปกติ ๒ ปี แต่ต้องปรับทุก ๖ เดือน โดยอ้างความสาคัญ



และความจ�าเป็น เนื่องจากตกอยู่ในสถานการณ์ของ VUCA World นั่นเอง

สหรัฐอเมริกายอมรับแล้วว่า ยุทธศาสตร์เดิมท่เคยใช้ปัจจุบันใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่สหรัฐอเมริกาไม่ได้แก้ปัญหา

ดังกล่าว โดยการกาหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวใหม่ แต่เขาปรับใหม่โดยผลจากสถานการณ์จริง และเป็นยุทธศาสตร์
นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕




ระยะใกล้ เพ่อให้สอดคล้องกับ VUCA World โดยใช้วิธี “ปรับองค์กร” ให้ยืดหยุ่น น่นคือ การปรับโครงสร้างของกองทัพ




เพ่อให้สามารถตอบสนองต่อ VUCA World ได้ตลอดเวลา นายบรรยงได้ท้งท้ายให้หลักคิดซ่งคล้าย ๆ กับหลักการท่ว ๆ ไป
ในการบริหารจัดการ ในยุค VUCA World ว่า ผู้น�าที่จะประสบความส�าเร็จต้อง
๑) เรียนรู้ให้เร็ว
๒) กล้าตัดสินใจ
๓) แก้ปัญหาตลอดเวลา


ยังมีประเด็นความท้าทายสาหรับการปรับตัวขององค์กร และปัจเจกชน ท้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายประเด็น
แต่เพื่อไม่ให้บทความนี้มีความยาวเกินไป จึงขอตัดไว้เพียงแค่นี้ก่อน


อันดับต่อไปขอย้อนกลับมาสู่สาระสาคัญของบทความน้ คือ วิกฤต เพ่อนาไปสู่การแก้ไขวิกฤต (ปัญหา) และ


การสร้างโอกาส
วิกฤต (Crisis) คืออะไร


Crisis เป็นคาในภาษาอังกฤษท่ยืมมาจากภาษาละติน และจากภาษากรีกอีกทอดหน่ง คือ Krisis ตามความหมายเดิม

“การตัดสินใจ” และ “การเลือก” ข้อสังเกต และขอเน้นว่าหัวใจส�าคัญของวิกฤต หรือการแก้ปัญหาวิกฤตมุ่งเน้นไปที่
การตัดสินใจ (Decision Making) และการเลือก (Option)





















ในภาษาจีน ค�าว่า “วิกฤต” ประกอบด้วยค�าสองค�า
ค�าแรกแทน “อันตราย” อีกค�าแทน “โอกาส” อดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี



Crisis ในภาษาอังกฤษใช้คร้งแรกในบริบทของการแพทย์ เป็นเวลาท่เช้อโรคพัฒนาเพ่อการเปล่ยนแปลง












หรอกลายพนธ์ ชให้เหนว่าเป็นช่วงเวลาเป็นตายเท่ากน นนคอ เป็นจดเปลยน (Turning Point) และยงถกนามาใช้







ส�าหรับการเปลี่ยนแปลงใหญ่
ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ Crisis หมายถึง สภาวะ หรือขั้นตอนที่มีความส�าคัญยิ่งยวด หรือสภาวะชี้ขาดใน
การด�าเนินการต่อไปโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยากล�าบาก และไม่แน่นอน
ราชบัณฑิตยสถานให้ค�านิยาม “วิกฤต” ไว้ว่า “อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ”
Oxford Dictionary ให้ความหมายของ Crisis ว่า:

๑. เวลาของการมีอันตราย ความยุ่งยาก หรือความสับสนคร้งใหญ่ เม่อต้องแก้ปัญหา หรือต้องตัดสินใจคร้งสาคัญ



๒. เวลาซึ่งปัญหา สถานการณ์เลวร้าย หรือความเจ็บป่วยถึงจุดเลวร้ายที่สุด
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕






วกฤต ในภาษาจน ชาวตะวันตกบางคนให้ความเหนต่อความหมายของ วกฤต ในภาษาจีนในเชิงสร้างแรงจูงใจ โดยให้




คาอธิบายว่า วิกฤต ในภาษาจีนประกอบด้วยคาสองคา คือ “อันตราย”และ “โอกาส” ตามลาดับ แต่มีนักภาษาศาสตร์

ชาวจีนโต้แย้งว่า ท่กล่าวเช่นน้นเพราะพวกเขาเข้าใจ (รับรู้) ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม John F. Kennedy

อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเคยอ้างว่า วิกฤต ประกอบด้วยอันตราย และโอกาส
เกี่ยวกับค�า “วิกฤต” เราสามารถค้นหาความหมายได้อีกมากมาย แต่ไม่แตกต่างจากที่กล่าวข้างต้นมากนัก

วิกฤต มีลักษณะ หรือองค์ประกอบท่แยกแตกต่างจากคาท่ใกล้เคียงกัน เช่น Contingency (เหตุการณ์ท่อาจ



เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด) ซึ่งท�าให้เกิดปัญหา Disaster (ภัยพิบัติ) Emergency (ฉุกเฉิน)
วิกฤต มีองค์ประกอบ ได้แก่
๑) มีโอกาสเกิดขึ้นต�่า (Low Probability) หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย และเกิดขึ้นง่าย เรียกว่า ปัญหา
๒) มีผลกระทบอย่างรุนแรง (High Impact ในเชิงลบ หรือ High Damage Impact)
๓) มีความคลุมเครือ (Ambiguity) ในการค้นหาสาเหตุ และผลลัพธ์ของวิกฤต ดังนั้น การแก้ไขวิกฤตจึงยาก
และบางครั้งต้องใช้เวลานาน



๔) มีความเส่ยงท่จะเกิดความเสียหายต่อไปอีก ประเด็นน้ค่อนข้างสาคัญ เพราะการเกิดข้นของวิกฤตไม่สามารถ




ทานายล่วงหน้าได้ง่าย ๆ และมักเกิดข้นอย่างฉับพลัน และรุนแรง ยากท่จะหลีกเล่ยงได้ การบรรเทา (Mitigate)




จึงข้นอยู่กับการบริหารจัดการความเส่ยง และการบริหารจัดการภาวะวิกฤต (Risk and Crisis Management)
ของผู้น�า หรือผู้บริหาร
เมอทราบความหมาย และลกษณะของภาวะวกฤตแล้ว คาถามต่อไป คอ แล้วเราจะจดการกบมนอย่างไร









ในทางวิชาการ เราเรียกการจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management) หรือกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์แบบองค์รวม
(Holistic) เพื่อเตรียมการ หรือด�าเนินการขจัด บรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤต
Holistic หรือองค์รวมมุ่งตัดสินใจเฉพาะเรื่อง แต่มองในภาพรวม หรือมุมกว้าง มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก Holos
(ความเป็นจริง หรือความสมบูรณ์ทั้งหมดของสรรพสิ่ง)
การจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management)
เป็นกระบวนการท่องค์กรจัดการกับเร่องยุ่งยาก และเหตุการณ์ท่ไม่คาดคิดท่คุกคามเป็นอันตรายต่อองค์กร




หรือผลประโยชน์ขององค์กร

เหตุการณ์ส่วนใหญ่ท่เกิดข้นไม่ได้มีการวางแผน เตรียมการเพ่อเผชิญกับภาวะวิกฤต อาจเป็นเพราะวิกฤตมักเกิดข้นยาก



หรือองค์กรเองไม่อยากให้เกิดขึ้น เลยไม่เห็นความจ�าเป็น และความส�าคัญต่อการเตรียมตัว และที่ส�าคัญประการหนึ่ง
คือ องค์กรใช้เวลาส่วนใหญ่กับการแก้ปัญหาเผชิญหน้า
วิกฤตอาจมีสาเหตุจากทั้งภายใน (เช่น กรณีน�้าท่วมภาคกลาง พ.ศ. ๒๕๕๔) หรือมาจากภายนอกองค์กร (วิกฤต
COVID-19) สาเหตุหลังนี้ยากต่อการควบคุม หรือป้องกัน
โครงสร้างของการจัดการภาวะวิกฤต โดยหลักการแล้ว โครงสร้างใหญ่ ประกอบด้วย ๔ ส่วน
๑. การลดขนาดของความรุนแรง หรือความเสียหายจากภาวะวิกฤต ขั้นตอนแรกนี้มีความส�าคัญเร่งด่วนมาก













ทองค์กรต้องดาเนนการทนท หากดาเนนการช้าความเสยหายจะขยายตวและสาคญทสดคนในองค์กรจะแตกต่น



หวาดกลัว โกลาหล

๒. การเตรียมความพร้อมขององค์กร ซ่งต้องมีการประเมินภาวะวิกฤต กาหนดกลยุทธ์ท่จะเผชิญกับภาวะวิกฤต





แผนการสอสารเพอประชาสมพนธ์ภายในองค์กร การบงคบบญชา หรอการจดตงหน่วยเฉพาะกจขนมาจดการกบ















นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ภาวะวิกฤต เพื่อให้เกิดเอกภาพในการท�างาน (Unity of Effort)



๓. การตอบสนองต่อภาวะวิกฤต เป็นข้นตอนสาคัญท่ต้องจัดการท่ามกลางความยุ่งยาก องค์กรจะสามารถ


ตอบสนองได้ดีแค่ไหน ข้นอยู่กับประสิทธิภาพของการจัดการ สามารถควบคุมความเสียหายท้งชีวิต และทรัพย์สิน ข้นตอนน ้ ี





การส่อสารเป็นปัจจัยสาคัญ เพราะเป็นการสร้างความเช่อม่นของคนในองค์กรต่อผู้นา และผู้บริหาร ข้นตอนน้อาจ



มีทั้งกระจายอ�านาจ และรวมศูนย์อ�านาจ ขึ้นอยู่กับลักษณะ และความซับซ้อนของภาวะวิกฤต



๔. การฟื้นฟภายหลังภาวะวิกฤต ข้นตอนน้อาจมีระยะเวลาส้นหรือยาว ประสิทธิภาพของการฟื้นฟ ู


ปัจจัยสาคญนอกจากการบริหารสินทรัพย์ หรืองบประมาณท่ต้องใช้แล้ว ยังมีอีกหลายปัจจยท่ต้องพิจารณา เช่น









การบรรเทาความเสียหายว่ามากน้อยเพียงใด ส่งสาคัญท่ขาดเสียไม่ได้ คือ การบารุงขวัญ และกาลังใจของคนในองค์กร
เพื่อให้ร่วมมือในการต่อสู้ และพัฒนาองค์กรต่อไป ทั้ง ๆ ที่ต้องเผชิญกับความขาดแคลน และปัญหาอื่น ๆ






















ท่กล่าวข้างต้นน้ เป็นแนวความคิดในการจัดการภาวะวิกฤตของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่มีแนวความคิดอ่น ๆ






ท่แตกต่างกันไปบ้าง ซ่งก็คงไม่มากนักจนมีนัยสาคัญ เช่น บางองค์กรเม่อภาวะวิกฤตผ่านพ้น อาจมีข้นตอนการประเมิน
ด้านต่าง ๆ เพ่อหาข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด จัดทาเป็นการถอดบทเรียน (Lessons Learned) เพ่อไว้ใช้ประโยชน์



หากวิกฤตแบบเดียวกัน หรือมีลักษณะใกล้เคียงกันเกิดข้นซาอีก จะได้นามาใช้พร้อมกับการพัฒนาปรับใช้ต่อไป




เพื่อให้การแก้ หรือการจัดการภาวะวิกฤตกระท�าได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น ที่ส�าคัญ คือ จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดซ�้าอีก
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรตระหนักในยุคปัจจุบัน และอนาคต คือ การตกอยู่ในสถานการณ์ของโลกที่พลิกผัน (VUCA




World) ซ่งมีอิทธิพลต่อการจัดการภาวะวิกฤต น่นคือ สถานการณ์ท่เปล่ยนไว ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ



โลกท่พลิกผันทาให้การจัดการภาวะวิกฤตยากข้น อาจใช้เวลามากข้นกว่าเดิม และหากภาวะวิกฤตขยายตัวออกไป

นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมา คือ วิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งสามารถเห็นได้จากภาวะวิกฤต COVID-19 ซึ่งก�าลังเผชิญกับภาวะ





วิกฤตสาธารณสุข การขาดความเช่อม่นต่อผู้ท่จัดการภาวะวิกฤตจนดูเหมือนจะกลายเป็นวิกฤตศรัทธา และท่กาลังก่อตัว

และมีแนวโน้มว่าจะเกิดข้นคือ วิกฤตเศรษฐกิจ ซ่งหากไม่ยุติวิกฤตต่าง ๆ ท่กล่าวน้ไว้ให้ได้ ส่งท่หลีกเล่ยงยาก






คือ การเผชิญกับวิกฤตการเมือง มองโลกในแง่ดี ไม่น่าจะถึงข้นน้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ (Not Impossible)


ซึ่งปัจจัยหลัก คือ สมรรถนะของผู้น�าในภาวะวิกฤต ดังจะกล่าวต่อไป



ก่อนจบตอนท่ ๑ ขอเรียนผู้อ่านว่า เป็นเพียงการปูพ้นฐานโลกท่เราจะเผชิญต่อไปข้างหน้าน้น แม้ไม่มีวิกฤต

COVID-19 ครั้งนี้แตกต่างจากที่เรารับรู้ โลกที่พลิกผันยิ่งท�าให้การแก้ปัญหาในอนาคตหลาย ๆ เรื่องไม่อาจใช้วิธีเดิม
ต่อไปได้อีก ซึ่งรวมทั้งการจัดการภาวะวิกฤต (ติดตามต่อฉบับหน้า)
อ้างอิง
http://www.forbes.com/sites/hbsworkingknowledge/2017/02/17/vuca-2-0-a-strategy-for-steady-
leadership-in-an-unsteady-world/#6e069f2513d8
http://whatis.techtarget.com/definition/VUCA-volatility-uncertainty-complexity-and-ambiguity
http://www.impactinternational.com/blog/2012/01/leadership-vuca-world
http://hbr.org/2014/01/waht-vuca-really-means-for-you
http://www.oxfordleadership.com/leadership-challenges-v-u-c-world/
http://www.slideshare.net/colinramsay/we-live-in-vuca-world
http://kmc.exim.go.th/detail/20190927190855/20200115125851
http://amec-ku.org/13624/




































นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


กล่าวน�า






กองเรอตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ (กตอ.กร) เป็นกองเรอทได้ก่อต้งขนมาในสมัยแรก ๆ ของกองทัพเรือ

และได้ปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยของชาติทางทะเลมาอย่างยาวนาน โดยได้ถือกาเนิดการก่อต้งกองเรือมา






ู้
ต้งแต่วันท ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ตลอดระยะเวลากว่า ๖๙ ปีท่ผ่านมา กองเรือตรวจอ่าวได้สะสมความร ประสบการณ์
อันยาวนานในการปกป้องท้องทะเลทั้ง ๒ ด้าน ตลอดความยาว ๑,๕๐๐ ไมล์ทะเล วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕
จึงถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนา กองเรือตรวจอ่าว ครบรอบ ๖๙ ปี “กองเรือตรวจอ่าว จะเป็นหน่วยที่มีความเป็นเลิศ
ในการปฏิบัติการทางเรือ สาขาการรบผิวนา ภายใต้การบริหารจัดการท่เน้นคุณภาพเป็นสาคัญ”







คือ วิสัยทัศน์ท่กาลังพลทุกนายของกองเรือตรวจอ่าวยึดถือและมุ่งม่น ร่วมมือร่วมใจกันเพ่อพัฒนาขีดความสามารถ

ในการเป็นก�าลังรบหลักทางเรือที่เป็นเขี้ยวเล็บส�าคัญของกองเรือยุทธการ และกองทัพเรือ
ยาม ระยิบยับ คลื่นคล้อ ทรายขาว
สงบ เงียบใต้ แสงดาว เกลียวคลื่น
เรา คือเพชร สุกสกาว วับวาว ดาบชาติ
ดัง เหล็กกล้า ทั่วพื้น พร้อมสู้ ไพรี
นก น้อยตัว หนึ่งนี้ บินว่อน
นางนวล ท่องทั่ว สาคร น่านน�้า
ข้าศึก เราลิดรอน ล่าล้าง ท�าลาย
รบกวน คิดรุกล�้า มอดม้วย หมดสิ้น
เรา คือนักรบ ผิวน�้า ชื่อก้อง
ร้าย ลึกได้ ประลอง จึ่งรู้
เยี่ยง อย่างต่าง แซ่ซ้อง ฤทธิ์ร้าย
ฉลาม พิฆาต นักสู้ ของชาติ ราชนาวี




นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ประวัติกองเรือตรวจอ่าว

ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ กระทรวงทหารเรือ ได้ถูกปรับลดขนาดองค์กรเป็นกองทัพเรือ ข้นตรงกับกระทรวงกลาโหม




และมีการปรับเปล่ยนโครงสร้างมาเป็นลาดับ จนกระท่ง พ.ศ. ๒๔๙๔ กองทัพเรือได้พิจารณาปรับโครงสร้างและเปล่ยนช่อ

“กองเรือรบ” ซ่งแต่เดิมประกอบด้วยเรือตามประเภท ๔ หมวดเรือ ได้แก่ หมวดเรือปืน หมวดเรือใช้ตอร์ปิโด

หมวดเรือช่วยรบ และหมวดเรือพระที่นั่ง มีชื่อใหม่คือ “กองเรือยุทธการ” และในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖
กองเรือยุทธการได้แบ่งส่วนราชการเป็น ๔ กองเรือ ได้แก่ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือปราบเรือด�าน�้า กองเรือทุ่นระเบิด








และกองเรอบรการ โดยได้รวมกจการของหมวดเรอปืน และหมวดเรอใช้ตอร์ปิโดเป็นหน่วยเดยวกน ภายใต้กองเรอ






ท่ช่อว่า “กองเรือตรวจอ่าว” และใช้คาย่อว่า “กตอ.” กองเรือตรวจอ่าว จึงได้ถือกาเนิดข้นมานับต้งแต่บัดน้น

โดยในขณะนั้นมีเรือปืน และเรือใช้ตอร์ปิโด เป็นเรือ ๒ ประเภทแรก ที่สังกัดในกองเรือตรวจอ่าว




กองเรือตรวจอ่าวได้พัฒนาข้นมาตามลาดับจากเรือปืน และเรือใช้ตอร์ปิโด ซ่งปลดประจาการไปตามอายุการใช้งาน



และได้มีการข้นระวางประจาการเรือประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเน่อง ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๕๒ กองเรือยุทธการได้ม ี
การปรับโครงสร้างใหม่ โดยได้ปรับย้ายเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง และเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ไปสังกัด กองเรือยามฝั่ง (กยฝ.)



ทาให้ในปัจจุบันกองเรือตรวจอ่าวมีเรือในสังกัด จานวน ๓ ประเภท รวม ๑๗ ลา ได้แก่ เรือเร็วโจมตีปืน เรือตรวจการณ์ปืน



และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ซ่งเรือท่ประจาการในปัจจุบันได้พัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทาให้ กองเรือตรวจอ่าว มีขีด

ความสามารถเพียงพอ ที่จะรับมือกับภัยคุกคาม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการณ์ปัจจุบันได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สมกับคาขวัญของกองเรือตรวจอ่าวท่ว่า “ยามสงบเราด่งนกนางนวล ข้าศึกรบกวนเราร้ายเย่ยงฉลาม”







โดยกองเรือยุทธการได้จัดเรือประเภทต่าง ๆ ของกองเรือตรวจอ่าว ออกปฏิบัติราชการกับทัพเรือภาคท ๑ ทัพเรือภาคท ๒

ทัพเรือภาคที่ ๓ และหน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทย และทะเลฝั่งอันดามัน ท�าให้ค�ากล่าว
ท่ว่า “ตลอด ๒๔ ช่วโมง จะต้องมีธงราชนาวีของเรือในกองเรือตรวจอ่าวโบกสะบัดในท้องทะเลไทย” เป็นความจริง


ชั่วนิจนิรันดร์ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของก�าลังพลทุกนายที่ได้ท�าหน้าที่อันส�าคัญในการเฝ้าดูแลรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเลอยู่ตลอดเวลา

ภารกิจ และการจัดส่วนราชการ
กองเรือตรวจอ่าว เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองเรือยุทธการ มีภารกิจในการจัดเตรียมก�าลังส�าหรับการปฏิบัติการรบ
ผิวน�้า ปัจจุบันกองเรือตรวจอ่าว มีการจัดส่วนราชการ ดังนี้
๑. กองบัญชาการ มีหน้าท่กาหนดนโยบาย วางแผน อานวยการ ประสานงาน และกากับการปฏิบัติการของหน่วย




ตามที่ได้รับมอบหมาย มีหน่วยในบังคับบัญชา ๑ กอง ๗ แผนก ได้แก่ กองช่าง แผนกธุรการ แผนกก�าลังพล แผนก
ยุทธการและข่าว แผนกส่งก�าลังบ�ารุง แผนกสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกพลาธิการ และแผนกการเงิน
๒. กองร้อยกองบัญชาการ มีหน้าที่สนับสนุนทางธุรการ การรักษาความปลอดภัย และการบริการทั่วไปให้แก่
กองบัญชาการกองเรือตรวจอ่าว โดยมีหน่วยในบังคับบัญชา ๓ หน่วย ประกอบด้วย กองบังคับการกองร้อย หมวดบริการ
และหมวดป้องกัน




๓. หมวดเรือท่ ๑ ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (เรือ ตกก.) จานวน ๔ ลา ได้แก่ ชุด ร.ล. ปัตตาน (ร.ล. ปัตตาน ี
ร.ล. นราธิวาส) ชุด ร.ล. กระบี่ (ร.ล. กระบี่ ร.ล. ประจวบคีรีขันธ์)
นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


เรือ ตกก. ชุด ร.ล. ปัตตานี เรือ ตกก. ชุด ร.ล. กระบี่
๔. หมวดเรือที่ ๒ ประกอบด้วย เรือเร็วโจมตีปืน (เรือ รจป.) จ�านวน ๓ ล�า ได้แก่ ชุด ร.ล. ชลบุรี (ร.ล. ชลบุรี
ร.ล. สงขลา ร.ล. ภูเก็ต)













เรือ รจป. ชุด ร.ล. ชลบุรี
๕. หมวดเรือที่ ๓ ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน (เรือ ตกป.) จ�านวน ๑๐ ล�า ได้แก่ ชุด ร.ล. สัตหีบ (ร.ล. สัตหีบ

ร.ล.คลองใหญ่ ร.ล. ตากใบ) ชุด ร.ล. กันตัง (ร.ล.กันตัง ร.ล.เทพา ร.ล.ท้ายเหมือง) ชุด ร.ล. หัวหิน (ร.ล. หัวหิน ร.ล. แกลง
ร.ล. ศรีราชา) และชุด ร.ล. แหลมสิงห์













เรือ ตกป. ชุด ร.ล. สัตหีบ เรือ ตกป. ชุด ร.ล. กันตัง














เรือ ตกป. ชุด ร.ล. หัวหิน เรือ ตกป. ชุด ร.ล. แหลมสิงห์



นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


การปฏิบัติงานที่ส�าคัญ


๑. จัดเรือปฏิบัติราชการในหมู่เรือรักษาการณ์ถวายความปลอดภัยทางนา (มรก.ถปน.) ในการถวายความปลอดภัย

แด่พระบรมวงศานุวงศ์ ณ เรือนรับรองท่ประทับ ค่ายมหาสุรสิงหนาท เรือนรับรองท่ประทับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน


(น.๑) ต�าหนักพิมานมาศ ตลอดจนพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี















หมู่เรือรักษาการณ์ถวายความปลอดภัยทางน�้า
๒. จัดเรือปฏิบัติราชการในทัพเรือภาคท ๑ ทัพเรือภาคท ๒ และทัพเรือภาคท ๓ ตามแผนการจัดกาลังของ







กองเรือยุทธการ โดยมีภารกิจการป้องกันการกระทาผิดกฎหมายทางทะเล ได้แก่ การลักลอบค้านามันเถ่อน การกระทาผิด





เกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล







จัดเรือปฏิบัติราชการป้องกันการกระท�าผิดกฎหมายทางทะเลรวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

๓. จัดเรือเข้าปฏิบัติราชการในหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ มีภารกิจสนับสนุน

การบรรเทาสาธารณภัย ให้กับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เพ่อให้ผู้ประสบภัยรอดพ้นอันตราย บรรเทาความเสียหาย
และความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สินจากสาธารณภัยท่เกิดข้น โดยในปีท่ผ่านมากองเรือตรวจอ่าว





ได้รับภารกิจให้ปฏิบัติหน้าท่หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ ประจาเดือน













เมษายน ๒๕๖๔ ซงม พลเรอตร วรพาท รชตะสงข์ ผ้บญชาการกองเรอตรวจอ่าว เป็นผ้บญชาการหม่เรอ

เฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจจาก


เช้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ทาให้แนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลแบบเดิมต้องปรับเปล่ยนให้


สอดคล้องกับสถานการณ์ เพ่อความปลอดภัยของผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงาน กองเรือตรวจอ่าว และหน่วยต่าง ๆ
ท่ประกอบกาลังกันเพ่อปฏิบัติราชการได้ร่วมกันซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย



ทางทะเลแบบ NEW NORMAL บนเรือหลวงสุรินทร์ ณ ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ
นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ ประจ�าเดือนเมษายน ๒๕๖๔



อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุร โดยซักซ้อมการปฏิบัติในข้นตอนต่าง ๆ ของการบรรเทาสาธารณภัย เพ่อเตรียม

ความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในกรณีเกิดภัยพิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้อ







ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ท้งน เพ่อทาให้ม่นใจได้ว่ากองทัพเรือมีความพร้อมท้งองค์บุคคล องค์วัตถ และ





องค์ยุทธวิธ ในการปฏิบัติการ แบบ NEW NORMAL เพ่อรับมือภัยพิบัติทางทะเลได้ภายใน ๒๔ ช่วโมง เม่อได้รับการสงการ





จากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ซ่งเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ กาหนดให้กองทัพเรือเป็นหน่วยงาน
ที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ “ที่ไหนมีภัย ที่นั่นมีทหารเรือ”

การฝึกต่าง ๆ “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น”

กองเรือตรวจอ่าว มีการดาเนินการเพ่อดารงและเพ่มขีดสมรรถนะของกาลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์





















เพอให้มความพร้อมทจะปฏบตหน้าททได้รบมอบหมายทสาคญ ได้แก่ การฝึกความพร้อมองค์บคคล และยทธวธ ี







ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยได้ดาเนนการฝึก ระหว่าง ๕ พ.ย. ๖๔ – ๑๐ ธ.ค. ๖๔ ซงแบ่งห้วงการฝึกเป็น

๓ ห้วงการฝึก คือ การฝึกในท่า การฝึกในทะเล และการสรุปบทเรียนจากการฝึก เพ่อปรับปรุง พัฒนาการฝึก และหลักนิยม

ในการรบผิวน�้าต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้



๑. เพ่อให้กาลังพลมีความรู้ความชานาญ สามารถปฏิบัติงานเป็นทีมในด้านการปฏิบัติการทางเรือ สาขาการรบผิวนาได้


๒. เพ่อให้กาลังพลมีความพร้อมท่จะปฏิบัติหน้าท่ในตาแหน่งท่รับผิดชอบ ในลักษณะเป็นรายบุคคล และปฏิบัติงาน






เป็นทีมภายในเรือ การปฏิบัติการร่วมกับเรือประเภทเดียวกัน เรือที่ใกล้เคียงกัน หรือเรือต่างประเภทกันได้

๓. เพ่อตรวจสอบความพร้อมองค์ยุทธวิธ ตามขีดความสามารถการปฏิบัติการทางเรือท กองเรือตรวจอ่าว รับผิดชอบ









เพ่อเป็นข้อมูลในการจัดทาหลักนิยมด้านการปฏิบัติการทางเรือ สาขาการรบผิวนา ซ่งสามารถนาไปใช้อ้างอิง
ในการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เตรียมข้อมูลส�าหรับทาแนวทางการใช้เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง และจัดหายุทโธปกรณ์

โครงการเสริมสร้างก�าลังกองทัพเรือในอนาคต
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


๔. บูรณาการการฝึกในช่วงการฝึกในทะเล เพื่อฝึกการปฏิบัติการร่วมกันเป็นกองเรือ และก�าหนดให้การฝึกต้อง

ผ่านมาตรฐานในระดับ Safe To Sail และ Basic Tactic


๕. เพ่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานท้งองค์บุคคลและองค์วัตถ โดยการฝึกองค์บุคคล และยุทธวิธ ี

กองเรือตรวจอ่าว ท�าให้เกิดผลผลิต คือ กระบวนการท�างานตามภารกิจหลัก (Core business) ของกองเรือตรวจอ่าว
ได้แก่ ขีดความสามารถในการลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเลด้วยเรือผิวน�้า ขีดความสามารถในการรบผิวน�้า และ
ขีดความสามารถในการป้องกันแหล่งเศรษฐกิจที่ส�าคัญในทะเล

































































นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version