The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๖๑ เรื่อง ปัจจัยมนุษย์ในการรบทางเรือ
พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2021-11-18 00:27:26

ปัจจัยมนุษย์ในการรบทางเรือ

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๖๑ เรื่อง ปัจจัยมนุษย์ในการรบทางเรือ
พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์

ปัจจัยมนุษย์



ในการรบ



ทางเรือ







“ข้าพเจ้ากลัวว่า เมื่อวันหนึ่งที่เทคโนโลยีลํ้าหน้าการปฏิสัมพันธ์
ของมนุษย์ชาติ โลกนี้จะเป็นยุคของคนปัญญาอ่อน” พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ ์
Albert Einstein


กล่าวนํา ความกาวหนาของเทคโนโลยใหม ๆ ในยุคของข้อมูลข่าวสารเสียงสนับสนุนของการ





ในศตวรรษท่ ๒๐ เป็นการยืนยันจนแทบไม่ต้องพิสูจน์ถึง ทำาสงครามข่าวสารได้ยืนยันอยู่เสมอว่า ความเหนือกว่า








ขดความสามารถของระบบอาวธทแปลกใหม เชน ด้านข่าวสารมีความสาคัญอย่างย่งยวดจนกล่าวกันว่า



ในอดีตมีการผลิตท่นระเบิด ตอร์ปิโด อากาศยาน Who Knows, Wins. แต่กระน้นก็ตามมีคนจานวน






อาวุธปล่อยนาวิถี เป็นต้น แต่มนุษย์ไม่เคยพึงพอใจ ไมน้อยยังไมค่อยยอมรบรากฐานสาคญสาหรบการ






กับเทคโนโลยีท่มีอย่ ต่างด้นรนแสวงหาส่งท่ดีกว่า ตัดสินใจของผ้บังคับบัญชากาลังรบอย่างถูกต้อง




อยตลอดเวลาซงได้แพรหลายในบรรดากองทัพเรอของ ละเอียดลออ และรวดเร็วท่ข้นอยู่กับเทคโนโลยี











ชาติต่าง ๆ ท่พัฒนาแล้ว แต่กระน้นก็ตามยังปรากฏว่า บุคคลเหล่าน้เช่อม่นในความเหนือกว่าของปัจจัยมนุษย ์



มีช่องว่าง (Gap) ระหว่างศักยภาพท่คาดหวังไว้ของ ซ่งเป็นผ้บังคับบัญชาและฝ่ายเสนาธิการท่ใช้เทคโนโลย ี



เทคโนโลยีใหม่กับขีดความสามารถท่แท้จริงของมัน เหล่านั้น


เหนือกว่าน้นขีดความสามารถท่กาหนดไว้เป็นเพียง แม้ว่าปัจจัยของมนุษย์เป็นเร่องนามธรรมสัมผัสได้ยาก












ความเปนไปไดทางเทคนคเทานน ไมไดหมายความวา เช่น การศึกษาอย่างมืออาชีพ ภาวะผ้นา ขวัญ วินัย และ






มันมีคุณค่าจริงทางยุทธการในการรบ ดังตัวอย่างท่ ี ความสามัคคภายในหนวย จตใจอยากสรบ (Will to Fight)

พลเรือเอก Sir Tom Phillips ผ้บัญชาการ Force Z หลักนิยมที่ดีและประณีต สภาพการฝึกเพื่อการรบ และ






ของราชนาวีอังกฤษ เช่อม่นต่อปืนต่อส้อากาศยานท ่ ี ความพร้อมรบกลายเป็นส่งสาคัญอย่างแทบไม่น่าเช่อ
มีเคร่องควบคุมการยิงแบบใหม่ สามารถยิงเคร่องบิน ดังน้น มันอาจย่วยวนให้ติดกับดักหรือตกหลุมพราง






ได้ในมุมสูง แต่เม่อเผชิญกับเคร่องบินท้งระเบิดของ หากเราม่งเน้นไปท่ด้านเทคโนโลยีของการทาสงคราม






ญ่ป่นในสภาวะแวดล้อมของเขตร้อนในบริเวณอ่าวไทย ทางเรือตั้งแต่อยู่ในยามสงบ ดังนั้นจึงขอเน้นว่าลําพัง


ซ่งต่างไปจากในยุโรป อุปกรณ์ท่ทันสมัยกลับมีปัญหา เทคโนโลยีแม้ก้าวหน้าเพียงใดก็ตาม ก็ไม่เพียงพอท ่ ี

เป็นผลทาให้เรือประจัญบาน Prince of Wales และ เป็นหลักประกันชัยชนะต่อข้าศึกท่เพียบพร้อมไปด้วย


เรือลาดตระเวน Repulse จมลงส่ก้นอ่าวไทยเม่อ ความคิดในการหาหนทางปฏิบัติเพ่อแก้ปัญหา (Resourceful)


ต้นเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ได้ดีกว่า รายละเอียดประเด็นนี้ขอนำาเสนอดังต่อไปนี้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 49








อย่าม่งเน้นผิดท ต้งแตยคเรอใบมาแลวทในการ หมดยุคเรือใบแล้ว เราจึงไม่คุ้นเคยกับ Iron Man แต่ก็มี











ทาสงครามทางเรือ ปัจจัยมนุษย์ได้รับการยกย่องว่า วลทีไดยนแมแตในปจจบน คอ “เหล็กในคนต้องแข็ง




มีความสาคัญอย่างย่ง มีการกล่าวขานกันว่า “Wooden กว่าเหล็กในเรือ” ผู้เขียนได้พยายามค้นคว้าที่มาของวลี

Ships and Iron Man” ในความหมายเดิมยุคเรือใบ ดังกล่าว แต่ยังไม่พบ
นั้น Iron Man คือ คนที่แข็งแรงมากและมีความมุ่งมั่น แม้ในความเป็นจริงปัจจัยมนุษย์มีความสาคัญ

ตามพจนานุกรม Merriam Webster ให้ความหมายว่า มากก็ตาม แต่เป็นท่น่าเสียดายเม่อมีการทาสงคราม



“บุคคลท่มีความทนทานทางร่างกายได้อย่างไม่ธรรมดา ทางเรือมักถูกละเลยอย่เสมอ ตัวอย่างเช่น บรรดา



ส่วน Cambridge Dictionary นิยามว่า บุคคลท ่ ี นายทหารเรือสหรัฐฯ ในทศวรรษท่ ๑๘๘๐ คิดว่าสงคราม




มีร่างกายแข็งแรงมาก สามารถทาส่งท่ยากลาบาก เป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการได้ง่าย หรือบางคนเข้าใจ






ไดเปนเวลายาวนานตอเนอง ผอานบางทานท ี ่ ว่าเปรียบเหมือนสมการทางคณิตศาสตร์ หรือหลักการ





ชอบดูอเมริกันฟุตบอล คงได้ยินคา Iron Man ซ่ง ทางวิศวกรรมศาสตร์ ดังน้น การศึกษาเก่ยวกับสงคราม



หมายถึงคนท่สามารถเล่นได้ดีท้งเชิงรุกและเชิงรับ ทางเรือจึงได้รับความสาคัญเร่งด่วนน้อย พลเรือตรี


เป็นคนท่บึกบึนมากซ่งเป็นท่ต้องการของทีม Alfred Thayer Mahan ร้สึกผิดหวังท่นายทหารเรอ







ในบริบทอ่น ๆ อาจหมายถึง “Best of the Best” สหรัฐฯ ยุคน้นหลงผิดเช่นเดียวกันท่ต่างก็ท่มเทให ้




ซ่งมีลักษณะเข้มแข็งมากท่สุดของสถานการณ์น้น ๆ เฉพาะด้านเทคนิคเป็นสาคัญ Mahan ได้ช้ให้เห็นว่า




แม้ในไตรกรีฑา ก็มี Iron Man ซ่งเป็นนักกีฬาท่ทรหด ด้วยความซับซ้อนและใช้ความคิดความเข้าใจ


สามารถว่ายนำ้าได้ ๓.๘ กิโลเมตร ปั่นจักรยาน ๑๘๐ กิโลเมตร อย่างรอบด้านมากท่สุดแลว เคร่องมือท่อาจทนสมัย










และว่งมาราธอน ๔๒ กิโลเมตร อย่างไรก็ดี เม่อ กไม่สามารถจัดการไดกบบรรดาเหตการณ์ทงหลาย





มีการเปล่ยนผ่านเข้าส่ยุคเรือเหล็ก และเป็นเรือ จานวนมากในทะเลและในการทําสงครามทางเรือ



กลไฟ Iron Man ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปบ้าง แต ่ ส่งท่ Mahan ช้น้ย่งเป็นจริงมากข้นทุกที เน่องจาก






ในความเป็นจริงแล้วปัจจัยมนุษย์หาได้ลดความสาคัญ สภาวะแวดล้อมในการรบเปล่ยนแปลงรวดเร็วไม่แน่นอน




ตามไม่ สาหรับกองทัพเรือไทยได้เร่มต้นก่อต้งหลังจาก และสลับซับซ้อนมากในยุคปัจจุบัน
50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐


ก่อนหน้า ค.ศ.1914 ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยี ท้งโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือและ








ได้พุ่งสูงขึ้นในลักษณะที่เรียกกันว่า “สํานักยุทโธปกรณ์ วทยาลยการทัพเรอใหการศกษาดานวชาดงกล่าว







(Materiel School) ได้ให้ความสาคัญมากกว่า คอนขางน้อยมาก อีกทงไม่มการชักจงให้นายทหารเรอ



“สํานักประวัติศาสตร (Historical School) กล่าวง่าย ๆ หน่ม ๆ อ่านหรือศึกษาประวัติศาสตร์ทางเรือ ไม่ม ี
คือ ให้ความสำาคัญด้านรูปธรรมสูงกว่านามธรรม ซึ่งเป็นกัน ความพยายามอย่างแท้จริงท่จะแก้ปัญหาในการใช ้

ทุกกองทัพเรือหลัก ๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างย่งต่าง กำาลังรบสำาหรับการยุทธ์ในการปะทะขนาดใหญ่ การฝึก



ให้ความสาคัญและสนใจน้อยต่อยุทธศาสตร์ทางทะเล การจาลองยุทธ์ (War Game) ระดับยุทธศาสตร์ท ่ ี





นายทหารเรอของราชนาวองกฤษมีความรดานยทธวธ ี โรงเรียนนายเรือ Dartmouth ต้งอย่บนรากฐาน





และยุทธศาสตร์ค่อนข้างจากัดในยุคท่มีการขับเคล่อนสูง ของความคิดท่ว่า สงครามทางเรือไม่ได้เป็นอะไร

































นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 51


มากไปกว่า เป็นการแข่งขันเชิงต่อส้สําหรับ ทางเลือกอ่นนอกเหนือจากมเทคโนโลยีท ี ่



การกีฬา แบบ Gladiatorial Contest (คนท่ส้กับสิงโต ก้าวหน้าทันสมัย

สาหรับเป็นการกีฬาในสมัยโบราณ ซ่งส่วนมากเป็นพวกทาส) ประวตศาสตรของสงครามทางเรอทผานมา









ระหว่างกองเรือ ๒ ฝ่าย ตัวอย่างท่แสดงให้เห็นว่า ไดแสดงให้ประจักษ์วาความเหนอกว่าด้านเทคโนโลย ี




การฝึกไม่ได้จริงจัง และไม่ได้รับความสำาคัญเท่าที่ควรคือ มิใช่ส่งประกันของชัยชนะ หากเผชิญกับข้าศึกซ่งแม้จะ


มีการฝึกปิดอ่าวระยะใกล้ (Close Blockade) ซ่งในขณะน้น ไม่มอาวุธท่ก้าวหน้าทันสมยมาก แต่มแนวความคดทาง







มีการใช้ท่นระเบิด เรือดาน้า และอากาศยาน แต่ไม่ม ี ยุทธการท่เหนือกว่า ในการรบระหว่างท้งสองฝ่ายท ี ่






ผ้ใดคัดค้านเก่ยวกับการนาวิธีการปิดอ่าวระยะใกล ้ เข้มแข็งพอ ๆ กัน ชัยชนะมักเป็นของฝ่ายที่คิดได้ดีกว่า


มาใช้ในการฝึกการจำาลองยุทธ์ ปฏิบัติได้รวดเร็วกว่า รวมท้งตัดสินใจได้เย่ยมกว่า มิได้









ในชวงเวลาระหวางสนสดสงครามโลกครงท ๑ เป็นไปตามภาษิตท่ว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็น “ปลาฉลาด






จนถึงเร่มสงครามโลกคร้งท่ ๒ (Interwar) นายพลเรือ เร็วกว่ากินปลาท่โง่และช้า” ท่กล่าวมาน้สะท้อนให้เห็นว่า




ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ต่างม่งเน้นท่ยุทโธปกรณ ์ ปัจจัยมนุษย์อาจเป็นทางเลือกอ่นหากส้รบกับข้าศึก




มากกว่าอย่างอ่น บทเรียนจากประวัติศาสตร์การยุทธ ์ ท่เข้มแข็งกว่า แต่มิได้หมายความว่าปฏิเสธความต้องการ


ทางเรือถูกละเลยนามาคิดและใช้อย่างส้นเชิง อาวุธและอุปกรณ์ที่ทันสมัย (State of the Art) เท่าที่

เรือประจัญบานถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของอานุภาพ หาได้และมีอยู่ในขณะนั้น แต่เราต้องไม่ลืมตัวหลงผิดว่า
ทางเรือจึงไม่น่าแปลกใจท่หลักนิยมทางยุทธวิธีช่วงเวลาน้น ความคิดท่ฉลาดกว่ามีความสาคัญสูงกว่าเทคโนโลยีและ
















ไดคาดการณไววาใชเรอบรรทกเครองบินจม/ทาใหเสยหาย ไม่ว่าเทคโนโลยีน้นจะก้าวหน้าเพียงใด เพราะน่นอาจเป็น




ต่อเรือบรรทุกเคร่องบินของข้าศึก ขณะท่เคร่องบินบน อีกหลุมพรางหน่งและเป็นท่มาของความประมาท เพราะ




เรือบรรทุกเคร่องบิน (Organic Aircraft) ถูกใช้เป็น ความคิดเป็นนามธรรมประเมินและวัดกันยาก
เพียงผ้ตรวจกระสุนตกให้แก่เรือในแนวรบ แสดงว่าเป็น ส่งท่ควรตระหนักอีกประการหน่งคือ มนุษย์เป็น




หลักนิยมท่ยึดติดกับแนวความคิดเดิมท่จะปะทะกับ ผ้สร้างเทคโนโลยี การเปล่ยนแปลงทางเทคโนโลย ี




กองเรือข้าศึก (ญ่ป่น) ในลักษณะเดียวกันกับการยุทธ ์ แม้เพียงเล็กน้อย อาจมีผลกระทบต่อมนุษยชาติไม่มาก







ข้นแตกหักท่เกดข้นนอกฝ่ง Jutland ระหว่างกองเรอ ก็น้อย เทคโนโลยีมิได้เป็นเคร่องมือสําหรับใช้เพ่อบรรล ุ



High Sea Fleet ของเยอรมนีกับ Grand Fleet ของ ส่งใดส่งหน่งเพียงอย่างเดียวดังแต่ก่อนอีกต่อไป แท้จริง



อังกฤษในสงครามโลกครั้งที่ ๑ แล้ว ปัจจัยมนุษย์โดยตัวของมนุษย์เองเป็นเคร่องมือ




ในช่วงเวลาท่กล่าวน้ท้งกองทัพเรืออังกฤษและ ชนิดหนึ่งที่สําคัญอยู่แล้ว ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี



กองทัพเรือญ่ป่นม่งเน้นอย่างจากัดต่อต้านยุทธวิธ ี ในยุคปัจจุบันมีอัตราเพ่มข้น/เร็วข้น และเร็วข้นอย่าง





เช่นเดียวกัน ราชนาวีอังกฤษต้องการให้เรือประจัญบาน ต่อเนื่อง (Exponential ตัวอย่างเช่น ๒, ๔, ๘, ๑๖...)
แสดงบทบาทเป็นศูนย์กลางของกองเรือและแสดง ถึงกระน้นก็ตาม เราหนีไม่พ้นท่ต้องอ้าแขนรับเทคโนโลย ี



บทบาทข้นแตกหัก ส่วนกองทัพเรือญ่ป่นยังคงเน้นท ่ ี ใหม ๆ ทกาวหนา สําคัญท่เราต้องไม่เป็นส่วนหน่ง












การยุทธ์ข้นแตกหักทานองเดียวกันกับการยุทธ์ท่ Tsushima ของเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีมิใช่ส่งท่เราแสวงหา




ในป ค.ศ.๑๙๐๕ ระหวางญปน – รสเซย เนองจาก และขาดเสียไม่ได้ แต่เราต้องใช้สมองคิดว่าจะ








ยังคงประทับใจในชัยชนะต่อกองเรือรัสเซีย การหมกมุ่น ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้เป็นประโยชน์สูงสุด ดังท ี่


ดังกล่าวของญ่ป่นทาให้มีผลต่อการกาหนดหลักนิยมทาง Ardaut du Picg.d.1870 เขียนใน Battle Studies ว่า


ยุทธวิธีรวมทั้งการออกแบบเรือ
52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐


“เครื่องมือที่ใช้ในการรบจะมีคุณค่าเมื่อคนรู้ว่าใช้มัน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยรองมีความริเร่ม

อย่างไรเท่านั้น” มีความอิสระในการปฏิบัติ นอกจากน้นกองทัพเยอรมัน

ภาวะผู้นําทางทหาร ยังกาหนดและเน้นให้ผ้บังคับบัญชามีความห่วงใย


“ความสัมพันธ์ระหว่างนายทหาร และ ด้านสวัสดิการของทหารอย่างแท้จริง และดารงไว ้


ผ้ใต้บังคับบัญชาไม่ควรเป็นลักษณะนิสัยของคนท่เหนือกว่า ซึ่งประสิทธิภาพของการรบ






กระทาตอคนทดอยกว่า หรือเจานายตอคนใช แต่ควร กองทัพเรือใดท่ไม่ใส่ใจและให้ความสําคัญของ



เป็นลักษณะครูต่อศิษย์ โดยข้อเท็จจริงแล้วควรเป็น ภาวะผ้นําในทุกระดับจะไม่สามารถปฏิบัติการรบได้ดี

ความสัมพันธ์โดยธรรมชาติระหว่างบิดาต่อบุตร สำาหรับ มีตัวอย่างให้เห็นในอดีตมากมาย เช่น

นายทหารท่เป็นผ้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบท้งด้านกายภาพ กองทัพเรืออิตาลในการยุทธ์กับออสเตรยท่ Lissa





จิตใจ และสวัสดิการ เช่นเดียวกับระเบียบวินัย การฝึก ในปี ค.ศ.๑๘๖๖ การยุทธ์คร้งสาคัญน้นับว่าเป็นการ




ทางทหารของบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาการของเขา” ใช้กองเรือกลไฟห้มเกราะคร้งแรกในประวัติศาสตร์

John A.Lejeune : U.S.Marine Corps Manual, 1920 พลเรือตรี Wilhelm von Tegetthof ผ้บังคับบัญชากองเรือ




ภาวะผ้นําเป็นแง่มุมหน่งท่สําคัญท่สุดและซับซ้อน







ทสดของการทาสงคราม บ่อยคร้งท่ปัจจัยแตกหัก

ในการรบเกิดจากข้าศึกขาดภาวะผ้นา ภาวะผ้นา




ทางทหารของการส้รบในสงครามในประวัติศาสตร ์

ไดแสดงใหเหนชดเจนวา ความสําเร็จหรือชัยชนะ




เป็นผลมาจากปัจจัยภาวะผ้นําท่เหนือกว่า มีตัวอย่าง








ใหเหนจากประวตศาสตรมากมาย กองทพบกของ
เยอรมันได้ปฏิบัติการรบอย่างยอดเยี่ยมในสงครามโลก


ท้งสองคร้ง เน่องจากภาวะผ้นาของบรรดานายทหาร



เยอรมันมงเนนไปทความสาคญของภาวะผ้นาของทหาร









ทุกระดับชั้น ซึ่งได้เพิ่มพูนอำานาจการรบ และชดเชยกับ





ยทโธปกรณ์ทดอยกวาขาศก ทหารเยอรมันเน้นความ


จําเป็นท่ต้องสร้างความริเร่มในทุกระดับของการ


บังคับบัญชา ปัญหาต้องกําหนดให้ชัดเจน คําส่งต้อง

ไม่กํากวม หลีกเล่ยงการเดาหรือทํานายการกระทํา

ท่จะเกิดข้น รูปแบบของการส่งการของเยอรมันท่เรียกกันว่า





Auftragstaktik (Mission Type Command) เนนทการ


ไว้วางใจ (Trust) และความรับผิดชอบด้วยความเต็มใจ
Auftragstaktik ของเยอรมันได้รับความสนใจ และ
ให้ความสาคัญจากประเทศกล่มนาโตต้งแต่หลังสงครามโลก





คร้งท่ ๒ สาระสาคัญคือ การมอบภารกิจให้หน่วยรอง


โดยกาหนดเพยง What to do มิใช่ How to do

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 53





ของออสเตรีย เป็นนักรบท่กล้าหาญมความเช่ยวชาญ จะบอกผ้บังคับบัญชาหรือทหารว่าต้องทำาอะไร เม่อไม ่

ด้านการนาเรือและเดินเรือ (Seamanship) เหนือกว่า ปรากฏว่ามีคำาแนะนำาเฉพาะ”




กองเรืออิตาลี ซ่งมีจานวนเรือมากกว่า แต่มีผ้บังคับบัญชา นาวาเอก C.H.Amme USN.March 1964



กองเรือท่ขาดภาวะผ้นา ไม่มีความกล้าหาญ การยุทธ์ท่ ี การฝึกและหลักนิยมมีผลต่อแรงจูงใจสาหรับการส้รบ






Lissa เป็นท่น่าสนใจสาหรับการศึกษาทางด้านยุทธวิธี ท้งสองอย่างน้มีอิทธิพลต่อกันในหลาย ๆ ด้าน









กล่าวกันว่า พลเรือตรี Tegetthof เป็นนายทหารเรือ กาลงรบขนาดใหญที่มอาวธและอุปกรณทดีทนสมัย แต ่
ท่มีสมรรถนะสูง หาก Lord Nelson มีโอกาสได้รับร้เก่ยวกับ ขาดประสิทธิภาพและบกพร่องด้านการฝึกอย่างร้ายแรง



ชัยชนะของเขา คงนับเป็นญาติด้วย อาจมีสาเหตุมาจากหลักนิยมที่ไม่ดีพอ ประวัติศาสตร์ได้

การยทธทอ่าวมะนลาระหวางกองเรอสหรฐฯ ให้ความกระจ่างด้านความสาคัญของการฝึกการรบอย่าง








กับสเปน ในปี ค.ศ.๑๘๙๘ แม้จะไม่เป็นการสู้รบใหญ่โต สมเหตุสมผลและอย่างละเอียดลออ



เพราะเป็นการกระทาเพียงฝ่ายเดียวเป็นหลัก ในช่วงเวลาของ Interwar กองทัพเรือญ่ป่นเน้น

(One – sided Encounter) สถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษ ไปท่ความเข้มข้น เอาจริงเอาจังและคุณภาพของการฝึก

พลเรือจัตวา Dewey มีชัยชนะต่อนายพลเรือ Mon- เพราะไม่เป็นท่พึงพอใจกับข้อตกลงวอชิงตัน ปี ค.ศ.๑๙๒๒

tojo อย่างเด็ดขาด จนเขากลายเป็นวีรบุรุษของทหารเรือ (Washington Naval Conference 1922) โดยจากัด



และของชาตสหรฐฯ สวน Montojo ขาดภาวะผนำา กาลังรบของญ่ป่นให้มีจานวนเรือ ร้อยละ ๖๐ ของ






และทักษะในการรบ เม่อกลับถึงสเปนเขาถูกพิจารณา กองทัพเรือสหรัฐฯ ญ่ป่นแก้ปัญหาโดยม่งเน้นไปท่การฝึก







คดีในศาลทหาร การรบ และออกแบบเรือผิวน้าให้มีขนาดใหญ่ข้นและมีอานาจ





อีกกรณีตัวอย่างหน่ง ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ การรบสูงข้น กล่าวกันว่า จากข้อตกลงวอชิงตันปี ค.ศ. ๑๙๒๒




ในกรณีการจมเรือ Prince of Wales และ Repulse ใน ญ่ป่นไม่มีทางเลือกอ่นมากนัก คงต้องจาใจ ยอมรับข้อตกลง


อ่าวไทย ตามท่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น หน่งในหลายสาเหต ุ ดังกล่าว แต่นายทหารระดับสูงกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า
ของการจมคือความผิดพลาดของกองทัพเรืออังกฤษ “...แม้ว่าจะถูกจํากัดด้านจํานวน แต่การฝึกการรบไม่ม ี




ท่แต่งต้งผ้บัญชาการ Force Z โดยระบบอุปถัมภ ์ ขอจํากด” เป็นวิธีการแก้ปัญหาให้เป็นโอกาสดังท่เรานิยม




แทนท่จะใช้ระบบคุณธรรม น่เป็นบทเรียนหน่งท่การแต่งต้ง กล่าวในปัจจุบัน



ผ้บญชาการหน่วยรบต้องพิจารณาให้รอบคอบรอบด้าน หลังปีค.ศ.๑๙๒๗ สถานการณ์ทำาให้บรรดา





เน่องจากมีผลต่อสินทรัพย์ (Asset) กาลังพล และ ผ้บัญชาการทหารเรือของญ่ป่นท่สืบต่อกันมาเช่อว่ากองเรือ




เกียรติภูมิของชาติ ผสมของญี่ปุ่นคงต้องรบกับกองทัพเรือสหรัฐฯ แน่ ดังนั้น
การฝึก และหลักนิยม การฝึกทางเรือและการดาเนินกลยุทธ์จึงดาเนินการ




ภายใต้เง่อนไขต่าง ๆ ท่คาดหวังว่าจะเกิดข้นในการรบ


“ในสงครามสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างย่ง สำาหรับอนาคต ผลที่ตามมา ทักษะและขีดความสามารถ


สงครามทางเรือสมัยใหม่ ปัจจัยสาคัญเพ่อให้บรรลุชัยชนะ ด้านการส้รบของกองทัพเรือญ่ป่นได้พัฒนาข้นอย่าง




คือ ส่งท่เราได้ทาในแนวทางเพ่อการเตรียมการและการ มหัศจรรย์ วงรอบของการฝึกแต่ละปีกินเวลานาน ๑๐ เดือน




ฝึกก่อนที่สงครามจะเริ่มต้น” สิ้นสุดลงในเดือนเมษายน อีก ๒ เดือน เป็นการพักผ่อน
Theodore Roosevelt : กล่าวในพิธี และผ่อนคลายของกาลังพล ในช่วงพักน้บรรดาเรือรบออก



จบการศึกษาของนักเรียนนายเรือ เม่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.๑๙๐๒ เดินทางระยะส้น ๆ ตามแนวนอกฝ่งตะวันออกของจีน


“หลักนิยมเป็นการประมวลสามัญสานึก...มัน เหตุท่กองเรือญ่ป่นปฏิบัติการฝึกในน่านน้าทห่างไกล







54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐



เพื่อมิให้กองทัพเรือชาติอื่น ๆ เห็นหรือเห็นยากขึ้น U-Boats ในสงครามโลกท้ง ๒ คร้ง ส่วนใหญ่เกิดมา



ต้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๒๗ จนกระท่งญ่ป่นเข้าสงครามโลก จากมาตรฐานการฝึกที่สูง ตัวอย่างเช่น ภายหลังที่มีการ






คร้งท่ ๒ เม่อ ค.ศ.๑๙๔๑ กองเรือผสมท้งหมดปฏิบัต ิ ตั้งกองเรือดำาน้า ในปี ค.ศ.๑๙๓๕ นายพลเรือ Doenitz
การฝึกในเวลากลางคืนอย่างเข้มข้น และจริงจังแม้อยู่ใน ได้ยืนกรานให้มีการฝึกลูกเรืออย่างหนัก เข้มงวด จริงจัง ดังนั้น

สภาพอนตราย จนป ค.ศ.๑๙๓๔ เมอ พลเรือเอก Nobumasa บรรดาผู้บังคับการเรือ U-Boats และลูกเรือถูกฝึกในทุก



Suetsugu เข้ารับตาแหน่งผ้บัญชาการกองเรือผสม แง่มุมทุกฉากการรบที่อาจเกิดขึ้น ระยะเวลาของการฝึก




เขาเน้นการฝึกในสภาพอากาศท่เลวร้าย เหตุผลท่กองเรือ ๖ เดือน แบ่งออกเป็น ๖ ขั้นตอน Doenitz ยืนยันเสมอว่า

ผสมได้เน้นการฝึกส้รบในตอนกลางคืน ท้งน้ เพราะ ในปี ค.ศ. ๑๙๓๕ เรือ U-Boats ทุกลำา ต้องผ่านการฝึก









ต้องการทาความเสียหายในการรบได้บ้างก่อนท่จะเกิด โจมตีบนผิวน้าถึง ๖๖ คร้ง ก่อนท่ไดรับอนญาตให้ฝึก






การปะทะขนแตกหกวนรงข้น การฝกหัดอยางเข้มขน ยิงตอร์ปิโดจริง






และจรงจงของญปนในตอนกลางคน ยงผลใหเกดความ เยอรมนีฝึกการจำาลองยุทธ์เพื่อพัฒนายุทธวิธี และ








ได้เปรียบสหรัฐฯ ในเวลาต่อมาซ่งพิสูจน์ให้เห็นจากการรบ แนวความคิดทางยุทธการใหม่แล้วนาไปทดสอบในการ







ในช่วงเดือนแรกของสงครามในแปซิฟิกกับสหรัฐฯ ฝึกในทะเลหรือการดาเนนกลยทธ แนวความคดในการ


บรรดาเรือดาน้าของเยอรมัน (U-Boats) โดยปกต ิ ใช้เรือ U-Boat เป็นหมู่ร่วมกัน ซึ่งเรียกกันว่า Rudeltaktik



แล้วได้รับการยอมรับกันว่าอย่ในประเภทแนวหน้าท่ลูกเรือ (ชาติตะวันตกเรียก Wolf Packs) เกิดข้นตอนปลาย

ไดรับการฝึกอย่างดีเย่ยม พิสูจน์ได้จากผลงานของบรรดา สงครามโลกคร้งท่ ๑ แล้วนามาปรับปรุงและทดสอบ




นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 55







ในการฝกจาลองยทธในทศวรรษท่ ๑๙๓๐ ต่อมา แม้ว่าอาจพอร้บ้างก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขให้ทันเวลา









Doenitz นามาทดสอบด้วยการฝึกในทะเลบอลติก กอนทจะปฏบตการรบจรง ตวอยางของกองทพเรอ





โดยเขาควบคุมการฝึกจากเมือง Kiel ผ่านการใช้วิทย ุ สหรัฐฯ เม่อเข้าสงครามในแปซิฟิกเม่อเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑



คล่นส้น ในปี ค.ศ.๑๙๓๙ เขาทดสอบการฝึกอีกหลายคร้ง อ่อนทางด้านยุทธวิธีตอร์ปิโดและขาดความชานิชานาญ


ท้งในทะเลเหนือ ในอ่าว Biscay นอก Cape Finisterre และ ในการรบกลางคืน เมื่อเปรียบเทียบกับกองทัพเรือญี่ปุ่น


ทดสอบยุทธวิธี Rudeltaktik คร้งสุดท้าย ในทะเลบอลติก ความบกพร่องดังกล่าวมิได้รับการแก้ไขจนกระท่งเข้าส ู ่




จากการฝกหลายครงพสจนแนวความคดของ Doenitz สงคราม และเป็นเหตุผลหลักท่นามาถึงความพ่ายแพ ้









มีรากฐานท่ม่นคงดีมาก นอกเหนือจากน้น Doenitz และความสูญเสียอย่างมากในการรบกับญ่ป่นท่บริเวณ



ได้ถอดบทเรียนของการฝึกอย่างชัดเจนจากการฝึกหลาย หมู่เกาะ Solomons ในปี ค.ศ.๑๙๔๒ – ๑๙๔๓ การฝึก
คร้งท่ดาเนินการมาน้นว่า หากจะทาสงครามเรือค้าต่ออังกฤษ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้ประสบความสาเร็จเท่าใดนัก






แล้ว เขาต้องมี U-Boats ถึง ๓๐๐ ลา แต่เยอรมนีโชคร้าย กาลังรบผิวน้าไม่ได้รับการฝึกดีเท่ากับหน่วยท่ปฏิบัติงาน




ที่ Hitler เข้าสู่สงครามก่อนกำาหนดราว ๕ ปี กองทัพเรือ ในอากาศ
ยังไม่พร้อมมีกองเรือ U-Boats ประกอบด้วยเรือจำานวน จนกระท่งถึงการยุทธ์ท่ Midway ในมิถุนายน ค.ศ.๑๙๔๒










แค่ไม่กี่สิบลำา ญปนมนกบนทไดรบการฝกมาอยางดเยยมโดยเฉพาะ












ปกตแลวการฝกสวนใหญมกกระทากนในยามสงบ การรบอย่างหนัก แต่อย่างไรก็ดี การสูญเสียเรือ







ซ่งเป็นการยากท่จะทาให้เราร้ว่ากองเรือของเราอ่อนด้อย บรรทุกเคร่องบินเร็ว จานวน ๔ ลา พร้อมกับจานวน







มีจุดอ่อนด้านใดบ้าง และอะไรเป็นจุดล่อแหลมท่วิกฤต นักบินหลายคนทาให้คุณภาพและประสิทธิภาพการรบ
56 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐





ของนักบินตกต่าลงอย่างต่อเน่อง ในเดือนมิถุนายน ต้องสร้างขวัญของหน่วยให้สูงข้นเม่อเจอกับสภาวะท ่ ี




ค.ศ.๑๙๔๔ เมื่อมีการรบกันใน Philippine Sea คุณภาพ ทาให้ขวัญของผ้ใต้บังคับบัญชาตกต่า การกระต้นให ้

ของการฝึก ประสบการณ์และทักษะของผ้บังคับการ ขวัญทหารสูงข้น เพ่อให้มีจิตใจอยากส้รบข้นอย่กับหลาย













เรือบรรทุกเคร่องบินเร็วและบรรดานักบินตกตำ่าลงอย่างมาก องค์ประกอบ ในทางอดมคตแลวควรดารงไว แมจะเกดความ




ท้งน้เน่องจากนักบินเกือบท้งหมดได้รับการฝึกมาน้อย สูญเสียก็ตาม นักการทหารและผ้มีช่อเสียงหลายคนใน


เพียง ๓ – ๖ เดือน เท่านั้น ประวัติศาสตร์กล่าวถึงความสาคัญของขวัญ เช่น E.J.King

บางคร้งการฝึกขนาดใหญ่ในทะเลเผยให้เห็นถึง อดีตผ้บัญชาการทหารเรือสหรัฐฯ (CNO) ในสงครามโลก








ชองว่างต่าง ๆ หรือปญหาสาคญ ๆ ของหลักนิยมขณะน้น คร้งท่ ๒ กล่าวไว้ในสุนทรพจน์แก่นักเรียนนายเรือท ี ่





อย่างไรก็ดีความไม่ยืดหย่น ไม่ยอมเปล่ยนแปลงง่าย ๆ จบการศึกษา เม่อวันท่ ๑๙ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๒



รวมท้งบุคลิกนิสัยของผ้นามีผลให้บทเรียนต่าง ๆ ว่า “เคร่องจักรไร้ค่าหากปราศจากคน คนก็ไร้ค่าหาก



จากการฝึกถูกละเลยและไม่ใส่ใจ ตัวอย่างเช่น ปราศจากขวัญ” อีกคนหน่งเป็นอดีตผ้บัญชาการทหารบก


หลักนิยมของเรือดานำ้าญ่ป่นก่อนสงครามโลกคร้งท่ ๒ สหรัฐฯ ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ หลังสงครามเข้าส ่ ู













มุ่งเน้นที่การทำาลายเรือรบผิวน้าข้าศึก จากการฝึกพบว่า วงการการเมองจนไดรบรางวลโนเบล ผรเรม Marshall


หลักนิยมดังกล่าวเกิดปัญหามากมาย บทเรียนท่ถอดออกมา Plan คือ George C. Marshall กล่าวสุนทรพจน์ท่ ี

จึงถูกละเลย ซึ่งต่างจากหลักนิยมของกองเรือ U-Boats Trinity College, Connecticut, วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน

ท่เน้นเรือพาณิชย์เป็นหลัก การฝึกในทะเลของกองเรือท่ ๖ ค.ศ.๑๙๔๑ วา “ขวัญเป็นสภาวะของจิตใจ เป็นความ









ของญ่ป่น (เรือดาน้า) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ –เดือน เมษายน มนคง ความกล้าหาญและความหวง เป็นความไว ้
ค.ศ.๑๙๔๑ ในน่านน้า Honshu และ Micronesia วางใจ ความกระตือรือร้น และความจงรักภักดี เป็น


พบปัญหาใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเมื่อเรือดำาน้าโจมตีเรือรบข้าศึก ส่งสะอาด การรักหม่คณะและความม่งม่น เป็นความ






โดยเฉพาะการติดตามเป้าและไล่ล่าเป้า แม้กระน้น ทรหด จิตวิญญาณท่ยืนยงจนถึงจุดสุดท้าย จิตใจ

ญี่ปุ่นยังคงเชื่อ (อย่างผิด ๆ) ต่อหลักนิยมของตน อยากชนะ ด้วยขวัญทุกส่งทุกอย่างเป็นไปได้ ปราศจาก






หลักนิยมท่ดีมีความสาคัญอย่างย่งสาหรับการฝึก มันส่งอ่น ๆ ทุกอย่าง การวางแผน การเตรียมการ

ความเป็นลักษณะของการพรรณนา (Descriptive) ไม่ใช ่ ผลงานเป็นศูนย์” ถ้อยแถลงน้ต่อมาภายหลังบรรดา
เป็นข้อกาหนด หรือคาส่ง (Prescriptive) มีความอ่อนตัวสูง นักคิดและนักวิชาการนาไปอ้างอิงกันมาก น่าจะเป็น




ในการนำาไปใช้ หลักนิยมปกติเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ แต่ต้อง คำานิยามที่ดีของ “ขวัญ”

พินิจพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เม่อนาไปใช้หลักนิยม ฝ่ายท่อ่อนแอกว่า แต่มีความเข้มแข็งในการปะทะ



เปล่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเม่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในทะเลอาจถูกบีบให้เป็นฝ่ายรับทางยุทธศาสตร์


เกิดขึ้น โดยย่อแล้วแม้เทคโนโลยีจะมีผลกระทบต่อการ จนกระทั่งฝ่ายอ่อนแอกว่าช่งน้าหนักแล้วเห็นว่า

ทาสงครามทางเรือ แต่ปัจจัยมนุษย์ยังเหนือกว่า เน่องจาก ดุลอำานาจการรบเป็นของฝ่ายตน การเปลี่ยนแปลงกลับ





เป็นผู้พิจารณานำาเทคโนโลยีไปใช้ เช่นน้นจะไม่เกิดข้นง่าย ๆ เว้นแต่ฝ่ายท่อ่อนแอกว่าม ี
จิตวิญญาณของการรุก จิตใจอยากส้รบเกิดจาก จิตวิญญาณรุกหนักและเช่อม่นว่าสามารถใช้ยุทธวิธีท่เหนือ




องค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ขวัญ วินัย ความสามัคคีของ กว่าเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ ตัวอย่างจากสงครามโลก



หน่วย และการฝึก เป็นต้น จิตใจอยากสู้รบอาจถูกทำาให้ คร้งท่ ๑ กองเรือ High Sea Fleet ของเยอรมันอย่ในสภาพ


อ่อนลง เน่องจากสภาพแวดล้อมของการรบในสงคราม ต้งรับทางยุทธศาสตร์ในทะเลเหนือ กิจหลักของกองเรือ
ไม่ว่าระดับการบังคับบัญชาใด กิจหลักของผ้บังคับบัญชา นี้คือ ป้องกันปีกของกองทัพบกเยอรมันจากการยกพลขึ้นบก

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 57

ของอังกฤษในทะเลเหนือและรัสเซียในทะเลบอลติก

กองทัพเรือเยอรมันปฏิบัติการทางเรือต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๑๔ จากบทความน้เราได้ข้อคิดอะไรบ้างในด้าน



โดยคาดว่าวัตถุประสงค์หลักของกองเรือเพ่อทาความเสียหาย “ปัจจัยมนุษย์”


แก่ Grand Fleet ของอังกฤษท่กาลังลาดตระเวนอย ่ ู จากท่กลาวมาขางตนพอสรปไดวา แมเทคโนโลย ี












ในขณะน้นและจะปดอ่าว Heligoland ด้วยท่นระเบด จะพัฒนาและเปล่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็ตาม ปัจจัย



และปฏิบัติการเชิงรุกของบรรดา U-Boats เม่อดุลอานาจ มนุษย์ยังคงมีความสาคัญเหนือกว่าอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เป็นของฝ่ายเยอรมัน จึงเข้าปะทะกับ Grand Fleet ในบริบทของสงครามทางเรือท่กองทัพเรือต้องเผชิญ



โดยสภาวะแวดล้อมท่เยอรมนีได้เปรียบ แม้ว่าขณะน้น คงต้องกลับมาทบทวนว่าต้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันว่าได ้

Grand Fleet จะเหนือกว่าด้านกำาลังรบ แต่กลับตกอยู่ เตรียมกาลังทางเรือไว้พร้อมจริง ๆ หรือไม่เพียงใด


ในสภาพการรับทางยุทธศาสตร์ผลการรบนอกฝ่ง Jutland โดยเฉพาะด้านปัจจยมนษย์ไดพัฒนาสอดคลองกับ




เป็นท่ทราบกันดีว่าเยอรมนีเป็นฝ่ายมีชัยชนะ อังกฤษ ความเปลยนแปลงในหลาย ๆ ด้านหรือไม่ เช่น การศึกษา



เสียหายมากกว่า การฝึก การสร้างทักษะในการรบและประสบการณ


กาลังรบของฝ่ายท่เหนือกว่าแต่ขาดจิตวิญญาณ ของบรรดานายทหารระดบผนาหนวย ภาวะผนาของ










ของการรุกปกติมักจะม่งไปยังวัตถุประสงค์เชิงรับทาง ผ้บังคับบัญชาหน่วยรบท้งระดับล่างและระดับสูงได้รับ


ยุทธศาสตร์ ตัวอย่างท่ไม่นานเกินไปนักคือ กองทัพเรือ การฝึก ศึกษาบ้างหรือไม่ เพียงพอกับการรบสมัยใหม่หรือไม ่

อิรักล้มเหลวในการปฏิบัติการเชิงรุกต่อกองทัพเรือ การคัดเลือกผ้ดารงตาแหน่งผ้บังคับบัญชาหน่วยรบ




อิหร่านในสงคราม อิหร่าน – อิรัก ปี ค.ศ. ๑๙๘๐ – ๑๙๘๘ เป็นไปตามระบบคุณธรรมหรือไม่ เน้นด้านขีดสมรรถนะ
สุดท้ายแล้วต้องถอยกลับยังฐานทัพเรือของคนที่ Umm (Competency) และการปฏิบัติท่ประสบความสาเร็จ


Qasr และ Basra และเข้าร่องนำ้า Khor Abdullah ต้งแต ่ (Performance) มากกว่าระบบอาวุโสและระบบอุปถัมภ ์

วันแรก ๆ ของสงคราม นอกจากน้นอิรักไม่ได้ส่งกาลังทางเรือ หรือไม่ ต้องตระหนักว่า ความขัดแย้งจนถึงข้นการใช้อาวุธ



ขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติการในอ่าว จนกระทั่งหยุดยิงในปี ค.ศ. ๑๙๘๘ อาจเกิดข้นตลอดเวลา ผ้ท่จะเป็นผ้นาของกาลังรบทางเรือ







กองทัพเรือใดท่ขาดจิตวิญญาณของการรุกจะปฏิบัติการ จึงต้องมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอ มิใช่เป็นการ
ไม่เข้มแข็งแม้จะมีกาลังรบท่มากกว่าหรือเหนือกว่าก็ตาม บรรจุแต่งต้งโดยมีเหตุผลมาจากการแก้ปัญหากาลังพล




ตัวอย่างของสงครามไครเมียในปี ค.ศ.๑๘๕๓ – ๑๘๕๖ (ชั่วคราว) ปีต่อปี หรือเพื่อเป็นการชุบตัวให้แก่นายทหาร







กองเรอรสเซยมจตวญญาณดานการรบอยางชดเจนมาก บางคน ส่งท่กล่าวมาเล็กน้อยน้เกิดข้นมาจนเกือบเป็น









ท้ง ๆ ท่มีความเหนือกว่า กองเรืออังกฤษด้านกาลังรบ ประเพณีของกองทพเรอเสยแล้ว เพราะเรายงไมเคยเหน








องกฤษยาตรากาลงรบทางเรืออยางเสรีขณะทกองเรอ ผลเสียของมันตราบเท่าท่ปัญหาหรือความผิดพลาด







รัสเซียคอยตั้งรับอยู่ในท่าเรือ ยังไม่เกิด การเห็นปัญหาและการแก้ไขจึงยังไม่มีว่แวว

หลักการสงครามของแทบทุกชาติมีหัวข้อการรุก จะเกิดขึ้น



(Offensive) อนขาดเสยมได พระเจา Frederick อาจมีคาถามว่าท่ผ่านมาไม่เห็นมีปัญหาหรือข้อเสียหาย




มหาราชของปรัสเซีย ตรัสคําแนะนําแก่บรรดานายพล แต่อย่างใด ไม่เถียงหรือโต้แย้งครับ แต่ขอย้อนถาม

ว่า “ข้าพเจ้าขอกล่าวโดยท่วไปว่า ผ้บังคับบัญชาคนแรก กลับว่าท่ผ่านมาส่วนใหญ่ผ้บังคับบัญชาหน่วยกาลังรบ







ในสองคนท่มทศนคตด้านรุกย่อมทาใหอีกคนท่เปน ท่พร้อมจะปฏิบัติงานทางยุทธการเป็นมืออาชีพก่คน ผ่าน







ฝ่ายตรงข้ามตกเป็นฝ่ายรับเสมอ และยังต้องกระทํา การฝึก มีทักษะและประสบการณ์เพียงพอหรือไม่ หลายคน
ให้สอดคล้องตามฝ่ายแรก” ที่เป็นนายทหารหลักคงให้คำาตอบได้ดี
58 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐







ถึงจุดน้ใคร่ขอเสนอแนะเพ่มเติมอีก ๑ เร่อง เม่อ ๒๐ กว่าปีท่ผ่านมา เพราะน่นเป็นเพียง Nice to





ว่า บรรดานายพลเรือท่คาดว่าจะให้ดารงตาแหน่ง know แต FOST เป็นการฝึกเพ่อใช้งานจริง โดยเฉพาะ

ผ้บัญชาการหน่วยรบทางเรือ ควรมีโอกาสได้รับการฝึก ฉากการรบยามสงครามและการป้องกันความเสียหาย


เพ่มเติมเป็นการเฉพาะ ตัวอย่างได้แก่ของราชนาวีอังกฤษ ท่ร้จักกันในนาม “Thursday War” กองทัพเรือ










เปนหลกสตรทเรยกวา Flag Officer Sea Training ควรมีความคิดริเร่มบ้าง อย่ายึดติดกับการคิดและกระทา


(FOST) ซ่งได้ก่อต้งมาต้งแต่ ค.ศ.๑๙๕๘ เม่อ Lord Louis ส่งเดิม ๆ ลองคิดนอกกรอบ (Think outside the box) บ้าง



Mountbatten เป็น แม่ทัพเรือ โดยเขาได้เน้น “Fleet เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลง
First” แม้แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังเคยส่งเรือและขยาย รวดเร็วมากจนเราตามไม่ทัน อย่ามัวรออยู่กับที่ มิฉะนั้น

พลเรือไปรับการฝึก ถือว่าเป็นการฝึกท่เข้มงวด จริงจัง จะล้าหลังและตามเขาไม่ทัน



และหนักมาก ในตอนท้ายน้ท่ผ้เขียนเน้นมากเป็นพิเศษในประเด็น



นอกจากราชนาวอังกฤษแล้ว กองทพเรออนเดีย ผ้บังคับบัญชาหน่วยกาลังทางเรือ เน่องจากคงไม่มีใคร






มีการฝึกลักษณะเดียวกัน FOST ของอินเดียดำาเนินการ เถียงว่าการส้รบจะแพ้หรือชนะ ปัจจัยสาคัญคือปัจจัย



















ฝึกนายพลเรือท่ Kochi Mumbai และ Visakhapatnam มนษยและเหนอกวานนซงสาคญทสด คอ ผนาหนวย

หากเห็นความสำาคัญและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หา และคงต้องเป็นปริศนาต่อไปอีกว่า ต้งแต่อดีตจนถึง



รายละเอียดได้ไม่ยาก การฝึกท่กล่าวน้แตกต่างจากหลักสูตร ปัจจุบันกองทัพเรือสร้างภาวะผ้นาให้แก่นายทหารเรือ

ของกองเรือยุทธการที่เกี่ยวกับเรือและอาวุธสมัยใหม ่ ดีพอแล้วหรือไม่
FOST ของ Royal Navy
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๐ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 59


Click to View FlipBook Version