The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน เมษายน ๒๕๖๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2023-04-27 06:20:36

นาวิกศาสตร์ เดือน เมษายน ๒๕๖๖

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน เมษายน ๒๕๖๖












“ข้้าราชการคืือผู้้ที่่ที่างานเพื่อผู้ลประโยชนข้องประชาชน จึึงจึาเปนต้้องเข้้าใจึอยางถ่่องแที่ ว่่าสิ่่งใดคืือประโยชน ์
สิ่มคืว่รปฏิ่บััต้่ และสิ่่�งใดไม่ใช่ประโยชน์ ไม่สิ่มคืว่รปฏิ่บััต้่. คืว่ามเข้้าใจึที่ั�งน่� เป็นผู้ลจึากว่่จึารณญาณ




อนเที่่ยงต้รงถ่้กต้้อง ซึ่งข้้าราชการที่กคืนคืว่รจึะไดฝึึกฝึนและสิ่รางสิ่มให้้เปนคืณสิ่มบััต้่ประจึาต้ว่สิ่บัไป.”








พระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่่ข้้าราชก่ารพลเรือน เนื�องในวันข้้าราชก่ารพลเรือน
วันศุุก่ร์ ท่� ๑ เมษายน ๒๕๖๕


ทรงพระเจริญ





ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม


ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์


นายกกรรมการราชนาวิิกสภา
พลเรืือโท วสัันต์์ สัาทรืกิิจ
รองนายกกรรมการราชนาวิิกสภา



พลเรืือต์รื อดิิศัักิดิิ แจงเลกิ
กรรมการราชนาวิิกสภา




พลเรืือต์รื โสัภณ รืชต์าภรืกิษ์์


พลเรืือต์รื คมสััน กิลินสัคนธ์์

พลเรืือต์รื วชรืะ พฒนรืฐ






พลเรืือต์รื จรืญ คลองยุทธ์์


พลเรืือต์รื ณฐชยุ วรืรืณบููรืณ






พลเรืือต์รื สัวจ ดิอนสักิล





พลเรืือต์รื สัมรืภม จนโท ปกหน้า

พลเรืือต์รื ปรืะสัาน ปรืะสังคสัาเรืจ




พลเรืือต์รื ปยุบูต์รื เนยุมปรืะดิิษ์ฐ ์







พลเรืือต์รื เกิือกิล กิลินเอียุม



พลเรืือต์รืี ทรืงฤทธ์ ฉัต์รืเงิน

พลเรืือต์รื พนม ควรืปรืะดิิษ์ฐ ์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิิกสภา

นาวาเอกิ ชชวาลยุ โต์รืุง


เหรัญญิกราชนาวิิกสภา

เรืือเอกิหญิง ปารืิชาต์ิ เชือจิต์รืนุกิูล
ที่ปรึกษาราชนาวิิกสภา




พลเรืือเอกิ สัรืนนท แสังรืต์นกิล

พลเรืือเอกิ อานวยุ ทองรือดิ


พลเรืือโท เบูญญา นาวานเครืาะห ์ ปกหลัง




พลเรืือโท อต์ต์ะวรื ทกิษ์รืานพงศั ข้อคิิดเห็็นในบทคิวามทนาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็็นข้องผู้เข้ยน











พลเรืือต์รื ไชยุา เต์ียุมฉายุพนธ์์ มใช่ข้อคิดเห็นห็รือนโยบายข้องห็นวยงานใดข้องรัฐและมไดผู้กพัน























บรรณาธิการ ตอทางราช่การแตอย่างใด ไดนาเสนอไป็ตามทผู้เข้ยนให็คิวามคิดเห็น


















นาวาเอกิ ชชวาลยุ โต์รืุง เทานน การกลาวถึงคิาสง กฎ ระเบยบ เป็นเพัยงข้าวสารเบองตน


ผู้ช่วิยบรรณาธิการ เพัอป็ระโยช่น์แก่การคิ้นคิว้า

นาวาเอกิหญิง วรืนันท์ สัรืยุกิุล ณ อยุธ์ยุา ปกหน้้า-ปกหลััง



ประจ�ากองบรรณาธิการ ๖ เมษายน วนจัักร่
นาวาเอกิ ณรืงค หาญพล



นาวาเอกิหญง รืกิชนกิ เชือวงษ์์ ออกแบบปก กองบรรณาธการ







นาวาเอกิหญง แจมใสั พนทว ี พิิมพิที่่ กองโรงพัมพั กรมสารบรรณทห็ารเรอ





นาวาโทหญง ศัรืญญา ศัาสัโนปถััมภ ์ เจ้้าของ ราช่นาวกสภา




นาวาโทหญง สัรืารืต์น จนกิลิน



นาวาต์รืี ปัญญา ปรืะเสัรืิฐจินดิา สำานักงานราช่นาวิกสภา

เรืือเอกิหญิง สัธ์ิญา พูนเอียุดิ ถึนนอรุณอมรินทร์ แข้วงศิริราช่ เข้ตบางกอกน้อย
เรืือเอกิ วิทยุา ภู่ปรืะดิษ์ฐ์ กรุงเทพัฯ ๑๐๗๐๐




วาทีเรืือโท ชยุพนธ์์ ไกิรืศัรื ิ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘



่�
ส่งข้้อมล/ต้นฉบับได้ท [email protected]
นาวิกศาสตร์ 2 เวบไซตราช่นาวกสภา WWW.RTNI.NAVY.MI.TH



ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ Fanpage : ราช่นาวกสภา กองบญช่าการ กรมยทธศกษาทห็ารเรอ





สารบัญ




คลังความรู้ คู่ราชนาวี

ปีีที่่ ๑๐๖ เล่่มที่่ ๔ ปีระจำำ�เดืือน เมษ�ยน ๒๕๖๖


ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า


บรรณาธการแถึลง ............................................................................๔


เรืองเลาจัากป็ก .................................................................................๕



ยทธวธ่ (นาวกศาสตร เมษายน ๒๔๖๒) ...........................................๖




พลเรืือโท พรืะเจ้้าพยาเธอ กรืมหมืนชุุมพรืเขตรือดมศัักด � ์






ยทธวธ่ (นาวกศาสตร พัฤษภาคิม ๒๔๖๒) .....................................๑๓


พลเรืือโท พรืะเจ้้าพยาเธอ กรืมหมืนชุุมพรืเขตรือดมศัักด � ์







ยทธวธ่ (นาวกศาสตร มถึนายน ๒๔๖๒) ........................................๒๒


พลเรืือโท พรืะเจ้้าพยาเธอ กรืมหมืนชุุมพรืเขตรือดมศัักด � ์




The Battle of Coronel (การยทธทโคิโรเนล) ตอนท ๒




การตดสนใจัข้อง พัลเรอตร Christopher Cradock ......................๒๕





นาวาโท วรืยทธ น์สสยพนธุ �


Soft, Soft, and Soft Power .......................................................๓๓


พลเรืือโท พน รืกษ์แกว ้

“ราช่นาวกสภา” นามพัระราช่ทาน ...............................................๔๑

กองบรืรืณาธ์การื
th
13 Marine Expeditionary Unit (MEU) ..................................๔๙

นาวาโท ว่รืกมล สวนจ้นทรื�

สานวนช่าวเรอ ................................................................................๖๔

เรืองเลาช่าวเรอ ..............................................................................๖๖







นอมราลก เสดจัเตย ณ ห็าดทรายร่ ๑๐๐ ป็ไมม่ลม ......................๖๘








ข้้อคิดป็ลกจัตสานกจัรยธรรม .........................................................๗๔





ข้าวนาวรอบโลก .............................................................................๗๖


ภาพักจักรรมกองทพัเรอ .................................................................๘๐


การฌาป็นกจัสงเคิราะห็แห็งราช่นาว่ .............................................๘๙







มาตรานา เดอน มถึนายน ๒๕๖๖ .................................................๙๒

เวลาดวงอาทตย์ และ ดวงจัันทร ข้ึน-ตก





เดอน พัฤษภาคิม-มถึนายน ๒๕๖๖ ...............................................๙๖








นาวกศาสตร นตยสารข้องกองทัพัเรอ มวตถึป็ระสงคิเพัอเผู้ยแพัร ่





วช่าการและข้าวสารทห็ารเรอทงในและนอกป็ระเทศ ตลอดจันวทยาการอน ๆ 3











ทัวไป็ และเป็็นสือในการป็ระช่าสมพัันธข้องกองทพัเรอ นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓


















สวัสดีครับสมาชิกที่รักที่กที่าน เมอวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นวันคล้ายวันกอตั้ง “รัาชินาวักสภา” ครับรัอบ
















๑๐๗ ป็ ซึ่่งรัาชินาวักสภาถือกาเนดีเมอ พ.ศ. ๒๔๕๙ มวััตั้ถืป็รัะสงคในการักอตั้ง ค่อ ใชิเป็็นสถืานที่อานวัยการัฝึึกฝึน






























นายที่หารัเรัอใหมควัามรัในวัชิาการัที่หารัเรัอสงขึ้น แล้ะศกษาแล้กเป็ล้ยนควัามรัซึ่งกนแล้ะกน รัวัมถืงควัามรัในวัที่ยาการั


อ�น ๆ อันเป็็นป็รัะโยชิน์ในการัป็ฏิบัตั้ิหน้าที่รัาชิการั โดียตั้ล้อดีรัะยะเวัล้ากวั่ารั้อยป็ รัาชินาวัิกสภาเป็นสถืานที่�เสรัิมสรั้าง
















ควัามรัควัามสามารัถืขึ้องนายที่หารัสญญาบตั้รัแล้ะกาล้งพล้กองที่พเรัอ โดียป็จจบนเป็นที่ตั้งขึ้องกองบรัรัณาธิการันตั้ยสารั


















นาวักศาสตั้รั์ดีวัย อนเป็นแหล้่งผล้ตั้นตั้ยสารัที่ีมงเนนใหควัามรั้แกกาล้งพล้กองที่ัพเรัอแล้ะบุคคล้ที่�วัไป็ โดียไดี้ป็รับป็รัุง















พฒนาเพมชิองที่างการัเผยแพรัในเวับไซึ่ตั้ใหมที่จดีที่าขึ้น WWW.RTNI.NAVY.MI.TH, fanpage รัาชินาวักสภา พรัอมกบ


























การัเผยแพรัแจกจายในรัป็แบบหนังสออเล้กที่รัอนกสหรัอ e-book อกชิองที่างหนงดีวัย ที่าใหกาล้งพล้กองที่พเรัอ







หรั่อบคคล้ที่ัวัไป็ สามารัถืเขึ้าไป็อาน “e-book นาวักศาสตั้รั” ผานเครัองม่อสอสารั อาที่ โที่รัศพที่ม่อถือ แที่บเล้ตั้
















หรั่อคอมพวัเตั้อรั ไดีดีวัยครัับ







แล้ะอีกเชิ่นเคยครัับ ในเดีอนเมษายน ๒๕๖๖ น กองบรัรัณาธิิการันตั้ยสารันาวัิกศาสตั้รั ขึ้อมอบบที่ควัามดี ๆ
















ที่เพยบพรัอมดีวัยสารัะ แล้ะควัามบนเที่งมานาเสนอใหสมาชิกที่กที่านไดีอานกน โดียในฉบบนเป็นการันาเสนอบที่ควัาม


















ตั้อจากฉบบที่�แล้้วั ค่อ เรัอง “ยุุทธวิิธ” บที่ป็รัะพนธิขึ้อง พล้เรั่อโที่ พรัะเจาพี�ยาเธิอ กรัมหมนชิมพรัเขึ้ตั้รัอดีมศกดีิ�













(พรัะยศในขึ้ณะนัน) นอกจากนี ยงมบที่ควัามที่มากดีวัยนานาสารัะที่ใหที่ังควัามรั แล้ะควัามเพล้ดีเพล้นแกผอาน อาที่ ิ







บที่ควัามเรัอง The Battle of Coronel (การยุุทธทีโคโรเนล) เขึ้ยนโดีย นาวิาโท วิรยุุทธ นสสยุพัันธุ ซึ่่งในฉบบนี �











เสนอเป็็นตั้อนที่ ๒ แล้ะตั้อดีวัยบที่ควัามเรัอง Soft, Soft, and Soft Power เขึ้ยนโดีย พัลเรอโท พััน รกษ์แกวิ



















นกเขึ้ยนอาวัโสขึ้องนตั้ยสารันาวัิกศาสตั้รั นอกจากน ยงมบที่ควัามที่ีนาสนใจไม่แพกนคอ บที่ควัามเรัอง “ราชนาวิกสภา”










นามพัระราชทาน บที่ควัามเรัองนี กองบรรณาธการ ไดีเขึ้ยนขึ้นเพอถืายที่อดีใหผอานไดีที่รัาบถื่งป็รัะวััตั้ควัามเป็็นมา


















ขึ้องรัาชินาวักสภา แล้ะที่มาขึ้องนามพรัะรัาชิที่าน “รัาชินาวักสภา” แล้ะป็ดีที่ายดีวัยบที่ควัามเรัอง 13 Marine

th






Expeditionary Unit (MEU) เขึ้ยนโดีย นาวิาโท วิรกมล สวินจัันทร� ครัับ





ที่้ายสดีนกับชิวังฤดี้รั้อนที่�นอกเหนอจากอุณหภ้มขึ้องอากาศที่สงขึ้�นแล้วับางชิวังอาจเกดีพายุฤดี้รั้อน










ขึ้นไดี ดีงนน ควัรัตั้ดีตั้ามขึ้าวัสารัการัพยากรัณสภาพอากาศอยางตั้อเนอง เพอจะไดีเตั้รัยมการัป็องกน


















ไดีที่นที่วังที่ แล้ะป็รับเป็ล้ยนแผนการัเดีนที่างเพอใหเกดีควัามป็ล้อดีภัยที่งชิวัตั้แล้ะที่รัพย์สนนะครับ พบกนใหม ่




















ฉบบหนา “สวััสดีี โชิคดีี” ครัับ


กองบรรณาธิิการ
กองบรรณาธิ
ิการ




















ปกหน้้า-ปกหลััง : ๖ เมษายน้ วััน้จัักรีี

๖ เมษายน้ วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด็ฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันท่ระลกมหาจักรบรมราชวังศ์ ์

























หรอวันจกร เป็นวันสาคัญทพสกนกรชาวัไทยได็้นอมราลกถึงพระมหากรุณาธคัณของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด็ฟ้า







จฬาโลกมหาราช รชกาลท ๑ เมอคัรงทพระองคัเสด็จขนคัรองราชย์ เถึลงถึวัลยราชสมบติเป็นพระมหากษัติรย เมอวันท ่ �




















๖ เมษัายน พ.ศ์. ๒๓๒๕ เป็็นป็ฐมกษััติรยแหง “รีาชวังศ์์จัักรีี” (วััน้คลัายวััน้ปรีาบดาภิิเษก) และรวับรวัมแผ่่นด็นไทย












ใหเป็นป็กแผ่น เรมกอสรางพระนคัรแห่งใหมในนาม กรุงเทพมหานคัรบวัรรัตินโกสนทร ทนบวัาเป็นเมองหลวัง













แหงใหมถึด็จากกรงธนบร่













พรีะบาทสมเดจัพรีะพทธยอดฟ้าจัฬาโลักมหารีาช ทรงทานบารงบานเมองใหเจรญรงเรอง ทรงฟ้้นฟ้ ู









การพระศ์าสนา ทรงพระกรณาโป็รด็เกลาฯ ใหมการบรณป็ฏิสังขรณวัด็โพธาราม เป็นวัด็เกาแกทสรางขนในสมัยอยธยา






















ป็จจบน คัอ วัด็พระเชติพนวัมลมงคัลารามราชวัรมหาวัหาร (วัด็โพธ) เป็นพระอารามหลวังชนเอก โด็ย พระพทธเทวัป็ฏิมากร









พระป็ระธานในพระอโบสถึเป็็นทบรรจพระบรมอฐของพระองคั จงถึอเป็็นวััด็ป็ระจารชกาลท ๑ พระราชภารกจทสาคััญยง



























ของพระองคั คัอ ทรงสรางพระนคัร ป็อม ป็ราสาทราชมณเฑียร วััด็พระศ์ร่รตินศ์าสด็าราม พรอมทังโป็รด็เกลาฯ ใหม่


การพระราชพธ่เฉลมฉลองพระนคัร พระราชทานนามพระนคัรทสรางใหมน่วัา “กรีงเทพมหาน้ครี บวัรีรีตน้โกสน้ทรี ์













มหน้ทรีายธยา มหาดลักภิพ น้พรีตน้รีาชธาน้บรีรีมย อดมรีาชน้เวัศ์น้มหาสถาน้ อมรีพมาน้อวัตารีสถต สกกะทตตย














วัษณุุกรีรีมปรีะสทธิ”







ติอมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจาอยหัวั ได็ทรงเป็ล่ยนนามใหม่ จาก “กรุงเทพมหานคัร บวัรรัตินโกสินทร”



เป็็น “กรงเทพมหานคัร อมรรตินโกสนทร” ซึ่งชวังเวัลาติังแติกอติังกรงเทพมหานคัรฯ เมือ พ.ศ์. ๒๓๒๕ มกเร่ยกกนวัา
















สมยรตินโกสนทร เชนเด็่ยวักนกบทเคัยเร่ยกยคัสมยทผ่่านมาในสยาม โด็ยพระเจาแผ่่นด็นในสมยรตินโกสนทรน่ได็สบ








































สนติติวังศ์ติอเนองกนมาในราชวังศ์เด็ยวักน จนถึงป็จจบนม ๑๐ รชกาล รวัมระยะเวัลา ๒๔๑ ป็ ทางราชการกาหนด็ให ้


วัันท ๖ เมษัายนของทกป็ เป็็นวัันสาคััญ และเป็็นวัันหยด็ราชการ ม่การกาหนด็ใหม่พธ่ถึวัายบงคัมวัางพานพุมด็อกไม ้













หนาพระบรมราชานสาวัรยพระบาทสมเด็จพระพทธยอด็ฟ้าจฬาโลกมหาราช ณ บรเวัณเชงสะพานพระพทธยอด็ฟ้า























และเขากราบถึวัายบงคัมพระบรมรป็หลอบรพมหากษัติรยแหงพระราชวังศ์จกรทง ๙ พระองคั ในป็ราสาทพระเทพบด็ร






เพือระลกถึึงพระมหากรณาธคัณของทกพระองคัทม่ติอป็วังชนชาวัไทย





นาวิกศาสตร์ 5
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 7
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 8
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 9
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 10
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 11
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 12
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 13
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 14
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 15
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 16
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 17
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 18
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 19
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 20
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 21
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 23
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร 24
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
ปที่ ๑๐๖ เลมที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖





เรื่่อง : The Battle of Coronel (การื่ยุุทธทโคโรื่เนล)



ตอนท 2 : การื่ตดสิินใจของ พลเรื่่อตรื่่ Christopher Cradock



นาวาตรื่่ วรื่ยุุทธ นสิสิยุพนธุ �



ความพยุายุามของฝ่่ายุองกฤษ














หลังจากที่การไลัลัาเรอ SMS Goeben แลัะ SMS Brealau จบลัง โดยเรอที่งสองลัาแลันผ่านช่องแคบ Dardanelles











ไปรวมกบกองที่พตุุรก่แลัว กองเรอ East Asia Squadron ภายใตุการบงคบบญช่าของ พลัเรอโที่ Spee เปนกองเรอ









เดยวของเยอรมนที่อยนอกประเที่ศ การที่ำาลัายกองเรอนได จะที่าใหองกฤษไมมภยคกคามนอกเหนือจากบรเวณ















ที่ะเลัเหนออ่ก แมวา Admiralty จะพยายามรวบรวมขาวสถานการณตุาง ๆ เพื�อควานหากองเรอของ พลัเรอโที่ Spee







แตุปญหาหลััก ๒ ประการ ที่าใหองกฤษที่าไดยาก






ประการแรก คอ ความกวางใหญของมหาสมที่รแปซิฟิกที่กวางใหญมาก ที่าใหการควานหากองเรอนตุองใช่กาลังมาก




















่�




สวนปญหาประการที่สอง คอ กาลังที่างเรอสวนใหญในเอเช่ยขององกฤษกาลังวนวายอยกบการคมกนเรอลัาเลัยงพลั







ุ่




ุ้











ที่ตุองนากองที่หารจากออสเตุรเลัย แลัะ นวซิแลันด แลันขามมหาสมที่รอนเดยไปยังที่ะเลัแดง นอกจากนน กองเรอ East









Asia Squadron กม่อานาจการยงส่ง หมายถง การแบงกาลัังมาพบเจอยอมพบกบหายนะ จน Winston Churchill










ถึงกับเอ่ยว่า “เรื่าไมสิามารื่ถจดกาลงทแขงแกรื่งไปทวแปซิฟิกไดทก ๆ วน เพอจะควานหาและทาลายุกองเรื่อของเขา”















แมวาเขาจะพยายามหาที่ฤษฎีมาควานหา กพบแตุความวางเปลัาของมหาสมที่รมาโดยตุลัอด






ภาพ Winston Churchill ขณะดำำารงตำำาแหน่่ง First Lord of Admiralty (ขวา) และ

พลเรอเอก Jackie Fisher ใน่ขณะดำำารงตำำาแหน่่ง First Sea Lord (ซ้้าย)
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖



ความคิดแรกของการควานหานั�น ฝ่่ายอังกฤษเช่ื�อว่า กองเรือ East Asia Squadron น่าจะแลั่นอย่ตุามเกาะตุ่าง ๆ





ในมหาสมที่รแปซิฟิก หมวดเรอของ พลัเรอตุร Patey ประกอบดวย HMAS Australia HMAS Melbourne แลัะ HMAS








Montcalm ออกตุามหาตุามเกาะตุาง ๆ แมวา พลัเรอโที่ Jerram จะม่การแจง Admiralty ไปแลัวตุังแตุ ๑๗ สงหาคม












วา “กองเรื่่อของ พลเรื่่อโท Spee นาจะรื่วมกาลงกน โดยุเสินทางทเปนไปได นาจะเดนทางไปอเมรื่กาใต” แตุ ่























ขอมลันไมที่าให Admiralty เช่อ ที่าง Admiralty ยังคงคดวากองเรอของ พลัเรอโที่ Spee นาจะอย่ในแปซิฟิกที่ใดสักแหง



จนกระที่ง ๒๒ กนยายน ซิง ณ เวลัานน กองเรอของ พลัเรอตุร Patey หางจากกองเรอของ พลัเรอโที่ Spee





















มากถง ๕,๐๐๐ ไมลั เลัยที่่เด่ยว ซิึงนันหมายถงหมดโอกาสที่่จะไลัตุดตุามไดที่น



การที่่ที่ราบวากองเรอของ พลัเรอโที่ Spee ม่แนวโนมวาจะเดนที่างมาที่่อเมรกาใตุ สรางความกงวลัใจตุอองกฤษ

















อย่างมาก เพราะหากกองเรือเยอรมน่ข้ามมายังฝ่�งแอตุแลันตุิกได เส้นที่างเรือสินค้าของอังกฤษที่มเรือสินค้าจานวนมาก














จะตุองถกรงควาน กองเรอของฝ่ายองกฤษที่คมครองแอตุแลันตุิกใตุเปนกองเรอของ พลัเรอตุร Sir Christopher













Cradock ซิ�งมหนาที่ในการป้องกนตุงแตุช่ายฝ่งอเมริกาเหนือจนถงอเมริกาใตุฝ่งแอตุแลันตุิก โดยมเรอลัาดตุระเวน











หุมเกราะเกา จานวน ๔ ลัา คอ HMS Suffolk HMS Berwick HMS Essex แลัะ HMS Lancaster เรอลัาดตุระเวนเบา


ุ่

รนใหม HMS Bristal แลัะเมอสงครามโลักครงที่ ๑ เรมขน มการเพมเตุมกาลังโดยการสงเรอลัาดตุระเวนหมเกราะ
ุ้

่�
















เกาอ่ก ๔ ลัา ประกอบดวย HMS Carnarvon HMS Cornwell HMS Cumberland แลัะ HMS Monmouth แลัะ




เรอลัาดตุระเวนเกาอ่ก ๑ ลัา คอ HMS Good Hope

พลเรอตำร Sir Christopher Cradock


นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖









เมื�อเริมตุนสงครามในเดอนแรก พลัเรอตุร่ Cradock พยายามหาขาวกรองที่างที่ะเลัจนที่ราบวา ที่่ตุังของตุนเอง








อยไกลัจากการรงควานเรอสนคาของเยอรมน่อยางมาก (เปาหมายของเยอรมน่ คอ การรงควานเสนที่างเรอสนคาที่าง














ตุอนใตุ้ของแอตุแลันตุิก) องกฤษจงไดกอตุงสถานเรอที่างใตุของแอตุแลันตุิก แลัะให พลัเรอตุร Cradock ย้ายกองกาลัง



























มาที่างใตุ้ใหมากขน โดยมเรอ HMS Good Hope เปนเรอธง เรอลัานประจาการมาแลัวถง ๑๒ ป มระวางขบนา ๑๔,๐๐๐ ตุน











ม่ปน ๙.๒ นิว จานวน ๒ กระบอก แลัะ ปน ๖ นิว จานวน ๑๖ กระบอก แตุดวยเปนเรอเกาที่่ลัาสมย ตุดตุังปนใกลัแนวนามาก



























ที่าใหไมสามารถยงไดในสภาวะที่ะเลัที่่ม่คลัื�นลัมจด บรรดาเรอเกา ๆ เหลัาน่ กาลัังพลัเรอสวนใหญเปนกาลัังพลัสารอง








ที่�เรยกมาเพ�มเตุิม ส่วนที่หารเรือที่ช่านาญจะอย่กับเรือที่ Grand Fleet ที่อังกฤษ ไมนาเชื่อวา ๓ เดอนแรื่กทเรื่อเดนทาง
























ออกจากองกฤษม่การื่ยุงปนไปเพ่ยุง ๑ นดเทานัน เพรื่าะความไมชื่านาญของกาลงพลนันเอง


เรอลาดำตำระเวน่หมเกราะ (Armored Cruiser) HMS Good Hope เรอธงของ พลเรอตำร Cradock







สวนเรอ HMS Monmouth แลัะเรอลัาดตุระเวนช่�น County ที่อย่กบกองเรอ Cradock มระวางขับนาถง ๑๐,๐๐๐ ตุัน



























แตุอยางไรกตุาม เรอพวกน่�ไมไดตุดตุั�งปนขนาดใหญ ม่เพ่ยงปน ๖ นิว จานวน ๑๔ กระบอก ที่่ม่ระยะยงเที่ากบปน


๔.๑ นว ของเรอรบเยอรมนดวยซิา ดวยแนวความคดที่จะใช่เรอเหลัานในการรงควานเรอสนคา จนถงขนาดน พลัเรอเอก























Fisher เคยเหนบแนมวา “Sir William White ผ่่้ออกแบบเรอช่ันน่ ออกแบบเรอโดยลัมตุดปนมาดวย” แลัะปนเหลัาน่�















กอยภายในเรอแลัะใกลัแนวนา ซิึงเวลัายิงตุองเปดฝ่าขางเรอ ที่าใหในสภาวะคลัืนลัมจด ปนเหลัาน่จะไมสามารถใช่ได ้

























สวนกาลัังพลัของเรอเหลัาน่มาจาก กาลัังสารอง หนวยยามฝ่ัง แลัะนกเร่ยนนายเรอ



นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


เรอลาดำตำระเวน่ (Cruiser) ชั้้น่ County HMS Monmouth















เรอ HMS Glasgow จงถ่กสงมาเพิมเตุมกาลัังใหกบ พลัเรอตุร่ Cradock ซิึงเปนเรอลัาดตุระเวนเบาอายเพ่ยง ๓ ป ี



ระวางขบนา ๔,๘๐๐ ตุน มปน ๖ นว จานวน ๒ กระบอก แลัะ ปน ๔ นว จานวน ๔ กระบอก อยางไรกตุาม จดเดนของเรอ






















ลัานื คอ ความเรวที่่ที่าไดมากถง ๒๕ นอตุ



ความกงวลใจของ Cradock







คาสังจาก Admiralty การสังการมายงกองเรอของ พลัเรอตุร่ Cradock ใจความวา “ใหเดนทางลงไปตอนใต ้




ค้นหาและทาลายุเรื่อ SMS Dresden ปกป้องเสิ้นทางเรื่อสิินค้าในอเมรื่ิกาใต้ สิาหรื่ับเรื่อ SMS Karlsruhe









ใหเปนหนาทของหมวดเรื่่อของ Stoddart” แตุแลัวในระหวางที่่กาลัังเดนที่างลังไปที่างใตุตุามคาสัง ม่คาสังเพิมเตุม














อ่กฉบบ ความวา “ม่ความเปนไปไดอยุางมากทเรื่่อ SMS Gneisanau และ SMS Scharnhorst จะเดนทางผ่่าน






ชื่องแคบแมกแจกแลน และรื่งควานเรื่่อสิินคา ขอใหทิงเรื่่อใหเพ่ยุงพอทจะรื่บม่อกบ SMS Dresden และ SMS


























Karlsruhe โดยุใหเรื่อทจะแยุกไปแมกแจกแลน จะตองมกาลงรื่บเทยุบเทาฝ่ายุเยุอรื่มน ใชื่เกาะฟิอลกแลนดเปนฐาน










HMS Canopus กาลงไปสิมทบกาลง HMS Defence กเชื่นเดยุวกน เมอ HMS Defence ไปถง เลอก HMS Canopus


หรื่อเรื่อชื่น County ไปกบเรื่อธงของทานดวยุ และเมอมกาลงรื่บเหนอกวาเยุอรื่มนแลว ใหไลลาคนหาในชื่องแคบ


























แมกแจกแลน แต่อยุ่างไรื่ก็ตามให้พรื่้อมจะกลับมาชื่่วยุสินับสินุนท�แมนาพลาเต ถ้าม่ปัญหาจากการื่ข่าวของเรื่า


ใหคนหาไลลาไปทางเหน่อจนถงวาลปาไรื่โซิ ทาลายุเรื่่อสิินคาเยุอรื่มน่”





ขาวคาสังที่่ ๒ สรางความสบสนใหกบ พลัเรอตุร่ Cradock เปนอย่างมาก เพราะเรอในกองกาลัังของเขาม่ไมเยอะ














เปนเรอรนเกา แถมมขาวแจงวากองเรอของ พลัเรอโที่ Spee กาลังเดนที่างมาแลัะจะพบกบกาลังของเขา แตุหนวยเหนอ
























อย่าง Admiralty กลับมอบภารกิจให ๒ ภารกจ ที่หางไกลัจากกันแลัะกันเปนอย่างมาก แถมเรอที่ได้มายังเปน








เรอประจญบานเกาที่่ลัาสมย ไมม่ประสที่ธภาพอ่กดวย








นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖





เรอลาดำตำระเวน่หมเกราะ (Armored Cruiser) HMS Defence









ตุามจรงแลัวที่่มาของเรอ HMS Canopus ที่่จะตุองมาสมที่บกบกองกาลัังของ พลัเรอตุร่ Cradock นั�น เกดจาก










การประช่มฝ่่ายเสนาธการที่่ Admiralty โดย ณ ที่่นัน บรรดาฝ่่ายเสนาธการที่ราบด่วา “ควรจะเพิมกาลัังใหพลัเรอตุร่















Cradock อยางนอยคอ เรอลัาดตุระเวนหมเกราะ ๓ ลัา แลัะเรอลัาดตุระเวนเบาอก ๑ ลัา” ที่างดานเจาช่าย Louise อดตุ



ผ่่ดารงตุาแหนง First Sea Lord เสนอวา “ควรจะใหเรอลัาดตุระเวนประจญบาน (Battlecruiser) จาก Grand Fleet
















จานวน ๒ ลัา แก พลัเรอตุร่ Cradock” แตุ พลัเรอเอก Jellicoe ผ่บ.กองเรอ Grand Fleet ไมเหนดวย เพราะไมอยาก






ให กองเรอ Battlecruiser Squadron ภายใตุการบงคบบญช่าของ พลัเรอโที่ Beatty ออนแอเกนไป ในที่่สด ที่างฝ่่าย






เสนาธการ แลัะ Churchill จงสังใหเพ่ยง HMS Canopus แลัะ HMS Defence (เดนที่างจากช่่องแคบ Dardanelles)







ไปรวมกาลัังกบ พลัเรอตุร่ Cradock







ระหวางที่ เรอ HMS Defence กาลังเดนที่างในที่ะเลัเมดเตุอรเรเนยน เพอผ่านช่องแคบยบรอลัตุา แลัะไปสมที่บกาลังกบ





















พลัเรอตุร่ Cradock ปรากฏวาเปนช่่วงเวลัาเด่ยวกบที่่กองเรอของ พลัเรอโที่ Spee ออกจากซิามว แลัะใช่เขมลัวงพอด่












กคอ การลัวงดวยการเดนที่างไปที่างตุะวันตุกเฉยงเหนอ แที่นที่จะไปที่างตุะวันออกในครงนน แลัะการลัวงครงนที่าให ้










องกฤษเช่อวา พลัเรอโที่ Spee จะไมขามแปซิฟิก เพอมายังแอตุแลันตุกอย่างแนนอน จงสงให HMS Defence เดนที่าง














กลัับไปที่่�ช่่องแคบ Dardanelles เหมอนเดม

ในวนที่ ๑๘ กนยายน ค.ศ. ๑๙๑๔ พลัเรอตุร Cradock บนเรอธง HMS Good Hope ไดพจารณาจากสถานการณ์ดาน













การข่าวที่อังกฤษแจ้งว่า พลัเรือโที่ Spee ไม่ไดมงหน้ามาที่างเขา แตุด้วยความร้สึกแลัะสัญช่าตุิญาณของเขา เขายังเช่�อว่า









พลัเรอโที่ Spee นาจะพยายามหาที่างขามจากแปซิฟิกมายงแอตุแลันตุกแลัะเดนที่างกลับเยอรมนอยางแนนอน เขาจง
















ใหเรอ HMS Glasgow HMS Monmouth แลัะเรอสนคา Otranto เดนที่างไปลัาดตุระเวนที่่แมกแจกแลัน แลัะเรอ





HMS Good Hope ออกเรอตุามไปในภารกจเด่ยวกนในวนที่่ ๒๒ กนยายน ค.ศ. ๑๙๑๔


นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖











กอนออกเดนที่าง พลัเรอตุร่ Cradock ผ่่ซิึ�งเปนพระสหายของพระเจา George IV ไดเข่ยนจดหมายถงพระเจา



















George IV ความวา “ผ่มรสกวาเรอลัาดตุระเวนหมเกราะที่ง ๒ ลัา นาจะอยดวยกน แลัะเดนที่างจากจนมาที่แมกแจกแลัน



เพราะฉะนนกองเรอของผ่มจงตุองไปคนหาแลัะตุรวจการณในพนที่นน” บนที่กขอความนสงผ่านกงสลัในเมอง

































มอนเตุวเดโอ แลัะเขายังไดสงขอความที่งไวที่กงสลัดวยวา “ขาวใดๆ ที่เกยวกบ Gneisanau แลัะ Scharnhorst





จะตุองถ่กสงตุอไปที่่ พลัเรอตุร่ Cradock แบบเรงดวน หามช่าเดดขาด” วากนวาในขอความดังเดมของ Cradock

























ม่ปรื่ะโยุคปดทายุดวยุวา “หากลาชื่า นันหมายุถงเรื่่อรื่บองกฤษจะโดนจม” แตแลวเขาลบขอความน่ออกไป











ในช่วงตุนเดอน ตุลัาคม ๑๙๑๔ เรอ HMS Monmouth แลัะ HMS Glasgow ขามแหลัมฮอรน ไปยงฝ่งแปซิฟิก แลัะ










พยายามแลันตุามพื�นที่่ช่ายฝ่ังแลัะเกาะตุาง ๆ เพือลัาดตุระเวนตุรวจการณ สวน HMS Good Hope นั�น จอดเรออยที่่ �









ฟิอลักแลันด จนกระที่ง ๗ ตุลัาคม พลัเรอตุร Cradock ไดรบขาวที่สงมาลัาช่า (ขาวเปนของวนที่ ๕ ตุลัาคม) วา ไดดกรบ





























สญญาณจากเรอเยอรมน่ไดวากาลัังมุงหนามาที่่เกาะอ่สเตุอร ขาวน่�ตุ่ความไดอยางเด่ยววา พลัเรอโที่ Spee กาลัังขาม

















แปซิฟิกเพอมายังแอตุแลันตุกอย่างแนนอน แตุ Admiralty ไมไดให พลัเรอตุร Cradock ตุดสนใจเอง มคำาสง









โดยตุรงมาถง Cradock วา “Gneisanau และ Scharnhorst กาลงเดนทางมาแอตแลนตก เตรื่่ยุมพรื่อมรื่บม่อ










เรื่่อ Canopus ควรื่อยุกบ Glasgow เรื่่อ Monmouth และ Otranto ใหคนหาเรื่่อเยุอรื่มน่และปกปองเสินทาง












เรื่่อสิินคา ถาคณคดจะเอา Good Hope ออกไปฝ่ั�งแปซิิฟิิก ทิง Monmouth ไวฝ่ังแอตแลนตกแทน”
เรอลาดำตำระเวน่ (Cruiser) HMS Glasgow ที่จะตำองเดำน่ที่างกล้บอ้งกฤษ










แตำสงครามโลกครงที่ ๑ เกดำขน่เสยกอน่







พลัเรอตุร่ Cradock ที่ราบด่กวา เรอของเขาเส่ยเปร่ยบอย่างมาก แลัะ Admiralty เคยม่ความคดจะสง HMS












Defence มาเพมเตุิมกาลังใหตุงแตุแรก แตุยกเลักไปเพราะการลัวงของ พลัเรอโที่ Spee ใน ๘ ตุลัาคม พลัเรอตุร่
















Cradock ส่งวที่ยไปถามที่ Admiralty ว่า “เรื่อ HMS Defence จะมารื่วมกำาลงกบผ่มหรื่อไม” แตุไมวาอย่างไรก็ตุาม









ขาวน่สงถงองกฤษใน ๑๑ ตุุลัาคม ซิึ�ง ณ เวลัานัน เรอ HMS Canopus ยังเดนที่างมาไมถง แลัะแมจะไมไดคาตุอบจาก









Admiralty พลัเรอตุร่ Cradock กเช่ือวา HMS Defence กกาลัังเดนที่างมาเช่่นเด่ยวกน




นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖



ความสิบสินของ Admiralty










สิงที่่เกดขึนอ่กประการ นอกจากความลัาช่าของขอม่ลัแลัว ณ เวลัาน่ ที่่ Admiralty ไมที่ราบเลัยวา เรอ ๓ ลัา




















จาก ๔ ลัา ของ พลัเรอตุร่ Cradock ไดยายไปอยฝ่ังช่ลั่แลัว ม่เพ่ยง HMS Good Hope ลัาเด่ยว ที่่ยงอยที่่ฟิอลักแลันด ์

แลัะนนที่าใหที่ Admiralty คาดการณหลัายสงผ่ดพลัาดแลัะออกคาสง แลัะคดวาจะมการตุงกาลังใหมขนมา โดยการจดเรอ































ใหม ๆ มาเพิ�มเตุม โดยใน ๑๔ ตุุลัาคม พลัเรอตุร่ Cradock กที่ราบวา จะม่เรอรบใหมลังมาที่างใตุ แตุไมไดมารวม





กาลัังกบเขา แตุไปรวมกาลัังกบ พลัเรอตุร่ Stoddard










นอกจากนัน ความไมร่จกเรอรบของ Churchill กาลัังจะนาหายนะมาส พลัเรอตุร่ Cradock เนืองจาก Churchill

















ปกใจเช่ือวา การที่่ม่เรอ HMS Canopus จะที่าให พลัเรอตุร่ Cradock ปลัอดภยแลัะม่กาลัังรบที่่�เหนอกวากองเรอ






East Asia Squadron เนืองจากเหนวา เรอ HMS Canopus เปนเรอประจญบานที่่ม่ปน ๑๒ นิ�ว ซิึ�งความเหนน่ของ













Churchill เปนสงตุรงข้ามกบที่หารเรอที่งหลัาย HMS Canopus เปนเรอเกาตุกยุค ระบบขบเคลัอนสนมเกรอะกรัง ลักเรอ














กยงใหม บรรดาที่หารเรอไมแนใจดวยซิาวาลั่กปน ๑๒ นิว ที่่ยงจากเรอลัาน่ จะระแคะระคายฝ่่ายเยอรมน่หรอไม ่
















ความไมรนของ Churchill เขายงคดวา เพราะ HMS Canopus มปน ๑๒ นว จะที่าให Gneisenau แลัะ Scharnhorst













ไมกลัายากรายเขาใกลั แตุ นายเรอเอก Hirst หนึ�งในนายที่หารบนเรอ HMS Glasgow บนที่กไววา “ความเหนของผ่ม






















เรื่อ Canopus มอายุ ๑๗ ปแลว ปน ๑๒ นว โบรื่าณน�นยุงไดรื่ะยุะเพยุง ๓,๐๐๐ หลา ใกล้กวาปนใหญเยุอรื่มนหลายุเทา


























ปนของ Canopus ยุงบรื่รื่จุยุาก และเม่อมคลนลมแรื่งปนกยุงไมไดอก โดยุเฉพาะในแปซิฟิกใต้ คลนลมมนรื่นแรื่ง”










นเปนเครองยืนยันวา สงที่ Admiralty ตุดสนใจแลัะสงการมานน มความสบสน แลัะความสบสนนน เกดจากความไมรจก
















เรอรบของตุนเองด่พอ

เรอประจ้ญบาน่ยคเกา (Pre Dreadnought Battleship) HMS Canopus



นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖













นอกจากนั�น คาสังของ Admiralty ที่่ใหกองเรอของ Cradock เอาเรอ HMS Canopus แลัะเรอสนคาตุดอาวธ













Otranto ไปดวย ในการคนหาแลัะที่าลัายเรอรบเยอรมนนน ยงเปนไปไมไดอกเพราะเรอ HMS Canopus แลัะ



















Otranto ที่าความเรวไดนอยมาก โดยถานาเรอเหลัานไปดวย จะเสมอนเอากองเรอที่ที่าความเรวได ๑๒ นอตุ (องกฤษ)




ไปเผ่ช่ญหนากบกองเรอที่่ม่ความเรว ๒๐ นอตุ (เยอรมน่) แลัะเมือ HMS Canopus มาถงฟิอลักแลันด ผ่่บงคบการเรอ






















กยนยนความจรงวา เรอของเขาที่าความเรวได ๑๒ นอตุ แลัะหมอนาแรงดนม่การรัว ดงนัน พลัเรอตุร่ Cradock จงให ้











เรอ HMS Canopus จอดรอที่่�ฟิอลักแลันด แลัวคอยตุามไปสมที่บในภายหลััง กอนที่่� HMS Good Hope จะเดนที่าง



ไปที่่แหลัมฮอรนในวนที่่� ๒๑ ตุุลัาคม ค.ศ. ๑๙๑๔
























พลัเรอตุร Cradock เปนนายที่หารที่มช่อเสยงตุลัอดช่วตุรบราช่การ ในวนที่เขารบหนาที่ผ่บญช่าการกองเรอ



















แมวาจะเปนนายพลัเรอกตุาม เขามกใช่เวลัากบผ่่ใตุบงคบบญช่าในหองโถงนายที่หารเพือพบปะพ่ดคยอยเสมอ จนถง ึ
ขนาด พลัเรอเอก Jack Fisher ผ่่ไดช่ือวาเปนบดาที่หารเรอองกฤษสมยใหมยงเคยออกปากช่มวา Cradock เปนหนึง �














ในที่หารเรอที่่ยอดเยยมที่่สด เขาผ่่านที่ังการรบ การบงคบบญช่า แลัะแตุงตุาราตุาง ๆ จนใคร ๆ ในกองที่พเรอองกฤษ



















ร่จกนสยของเขาวา เปนคนที่่�เกงรอบดานที่ังเรืองบ่แลัะบุ�น



















จากบนที่กของนายที่หารใกลัช่ด แลัะผ่่วาการเกาะฟิอลักแลันด พลัเรอตุร่ Cradock ออกเรอไปที่าภารกจที่่ไดรบ








จาก Admiralty โดยที่ราบดวาจะเปนจดจบของเขา หลัายคนบอกตุรงกนวา “การื่ท�ไม่ได้เรื่อรื่บมาเสิรื่ิมกาลัง









่้




โดยุเฉพาะ HMS Defence ทาใหโอกาสิรื่อด และทาภารื่กจสิาเรื่จแทบเปนไปไมได” ผ่วาการเกาะฟิอลักแลันด ์








กลัาววาในวนกอนออกเรอ พลัเรอตุร่ Cradock มาอาลัาแลัะฝ่ากพสดมากมายสงกลัับองกฤษ หนึงในนั�นม่จดหมาย









ถงเพือนของเขา พลัเรอเอก Hedworth Meux ความวา



“เผ่อไวในกรณฉุกเฉน ... ที่วา กองเรอของผ่มไม่มโอกาสได้กลับมารวมที่งตุัวผ่มดวย (จะไดมคนบอกกลั่าวตุอ)












่�





ผ่มไม่ไดมความตุ�งใจที่�จะออกไปรบแลั้วกลัายเป็นเหย�อ ด้วยประสบการณ ๔๐ ป ในกองที่ัพเรือผ่มที่ราบด่ ผ่มจะ




พยายามด่แลัตุวเองแลัะกองเรอ แลัะแนนอน ช่่วตุแลัะศกดิ�ศร่ของผ่มจะไมเปนเหมอน Troubridge” (เรืองราวของ











Troubridge สามารถอานไดในบที่ความไลัลัาเกอเบน) ในที่่สด พลัเรอตุร่ Cradock ที่่พยายามรองขอกาลัังเสรมจาก









Admiralty กพดอย่างกลั้าหาญว่า “ไม่ได้เรื่อเพ�ม ก็ไม่ได้ เรื่าจะรื่บโดยุไมมเรื่อเพ�ม” แลัะเช่้าอกวัน เขาก็ออกเรือ



















ที่ิงเรอ HMS Canopus เพื�อคุมกนเรอถานหนในเมองพอรที่ แสตุนลั่ย กอนที่่จะตุามไปสมที่บในภายหลััง


อางอง


- Battle of Coronel. [Online]. Available from : https://www.britishbattles.com/first-world-war/
battle-of-coronel/.
- John Robert. (2003). Battlecruiser.
- Norman Friedman. (2013). Naval Firepower : Battleship Guns and Gunnery in the Dreadnought Era.
- Robert K. Massie. (2007). Castle of Steel.
นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


Soft, Soft,
Soft, Soft,


and
and


ow
er
Soft P
Soft Power




พลเรืือโท พน รืกษ์์แกว
พลเ รืื อโท พ ั ั น รื ั ั กษ์์ แ ก ้ ้ ว








เมื่อนักแสดงสาวชาวไทยชอเล่นั มื่ล่ล่ (Milli) ร้องร้าทาเพล่งบนัเวทีคอนัเสิร้ต Coachella ในันัคร้นัิวยอร้์ก













สหร้ฐอเมื่ร้กา กล่างเดอนัเมื่ษายนั ๒๕๖๕ ในัทวงทาถือจานัอาหาร้ในัมื่อขณะร้ายร้า ผู้ชมื่สงสยวาอาหาร้ในัจานันันั















คออะไร้ ปร้ากฏว่าเปนั “ขาวเหนัียวมื่ะมื่่วง” (mango sticky rice) ทำาเอาแมื่่คาขายขาวเหนัียวมื่ะมื่่วงยินัดปร้ดา
















พนัภาวะ “มื่ะมื่วงล่นัตล่าด” ทีเคยปร้ะชด เทมื่ะมื่วงทิงขางถืนันั บร้ร้ดาก้ร้้ผู้้ร้ทังหล่ายสานัักกแซ่่ซ่องวานัาสร้้างสร้ร้ค ์






















“ขาวเหนัยวมื่ะมื่วง” เปนั soft power ใหเมื่องไทยเปนัทร้จกกนัมื่ากขนัในัโล่ก แล่ะเมื่อ covid-19 เบาบางล่ง นักทองเทยว






มื่าไทยมื่ากขนั soft power ของอาหาร้ร้มื่ทาง street foods กจะมื่ากขนัดวย


















เมื่อทานันัายกร้ฐมื่นัตร้ไทยไปร้วมื่ปร้ะชมื่สดยอดผู้นัาอาเซ่ยนักบสหร้ฐอเมื่ร้กาในักร้งวอชงตนัตนัเดอนัพฤษภาคมื่



๒๕๖๕ แล่วไดพบปะกบคนัไทยทนันั เจาของภตตาคาร้อาหาร้ไทยกกล่่าวแกนัายกร้ฐมื่นัตร้วา “อาหาร้คาวหวานัของไทย















ใชเปนัตวอปโล่ก soft power ของเมื่่องไทย” “The dishes and desserts make for ideal drivers of Thailand’s




soft power in the US, according to the restaurant co-owners.” (บางกอกโพสต, ๑๒ พ.ค. ๖๕)















เมื่่อวทยาล่ยดร้ยางคศิิล่ป ของมื่หาวทยาล่ยมื่หดล่ ไดร้บตาแหนังที� ๔๗ หร้่ออยในั Top 50 ของ Qs World




University Ranking ผู้้บร้หาร้มื่หาวทยาล่ยกปร้าร้ภ “จดยนั” ของมื่หาวทยาล่ยวา นัอกจากปร้ะสงคตาแหนังทีดขนั
















วทยาล่ยยงมื่งพฒนัา soft power ไทยใหเขมื่แขงขนัปร้ะจกษแกชาวโล่ก “but also aims to improve its












competence to strengthen Thai soft power before a global audience” (บางกอกโพสต, ๙ พ.ค. ๖๕)




เมื่อร้องนัายกร้ฐมื่นัตร้ทานัหนังบอกในังานั “ผู้าไหมื่ไทยไปสโล่ก.” คร้งท ๑๑ ในักร้งเทพฯ ปล่ายเดอนั















พฤษภาคมื่ ๒๕๖๕ ว่า “จะผู้ล่กดนัผู้าไหมื่ไทยเป็นัสวนัหนังของ soft power ไทย ให conquer the world”





(บางกอกโพสต, ๒๙ พ.ค. ๖๕)

เมื่อเมื่องไทยเปดปร้ะเทศิร้บนักทองเทยวตางชาตตนัเดอนัมื่ถืนัายนั ๒๕๖๕ หล่งจากปดไว ๒ ป เนัองจาก





































การ้ร้ะบาดของโร้คโควด ๑๙ กมื่ผู้เสนัอแนัะว่า ควร้เล่กใชเล่ขไทยเหล่อแตเล่ขอาร้บกเพยงอยางเดยว กมื่ผู้แยงวา







เล่ขไทยเป็นัเสาหล่กหนังของวฒนัธร้ร้มื่ไทยทเปนัทง soft power แล่ะเสาหล่ักในัการ้ร้ณร้งค์ศิกยภาพตอโล่ก






Thai numerals are a pillar of Thai culture, both its globally potent soft power and its battle-tested
real-world influence.
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖








เมื่่�อทางภ้เกตจด Rock on the Beach Music Festival เปนัเวล่า ๓ วนั กล่างเด่อนัมื่ถืนัายนั ๒๕๖๕ ที�ผู้านัมื่า




กวาเพอสนัับสนันั soft power ของไทย -To promote the country’s soft power. (บางกอกโพสต, ๑๖ มื่.ย. ๖๕)













เมื่อทางกร้มื่ส่งเสร้มื่วฒนัธร้ร้มื่ได้เสนัอตอคณะร้ฐมื่นัตร้ให “พญานัาค” เปนัสญล่กษณของชาติ (national



symbol) ตามื่แนัวความื่คิด soft power (promoting the naga referred to the idea of soft power)


(บางกอกโพสต, ๑๘ มื่.ย. ๖๕)











soft power คออะไร้ ? บางคนัเร้ยกวา “พล่งล่ะมื่นั” บางเร้ยกวา “พล่งนัมื่” ฯล่ฯ แตเปนัการ้แนันัอนัวาตร้งขามื่กบ
















hard power แบบ “อานัาจเปนัธร้ร้มื่” หร้อพล่งกร้ะดาง ตวอย่างของพล่งกร้ะดางกเชนั ในั พ.ศิ. ๒๔๓๖

















ร้ชสมื่ยร้ชกาล่ที ๕ การ้ทะเล่าะเบาะแวงในัเร้องเขตแดนัร้ะหวางฝร้ังเศิสกบไทยร้นัแร้งขนัมื่าก ทังสองฝายร้้องทกขวา






มื่การ้ร้กล่าขามื่เขตแดนั มื่การ้ฆ่าฟันัแล่ะล่กพาผู้คนั จนัในัทสดฝร้งเศิสหาวาไทยไดยกพล่ขนัฝงตะวนัออกของแมื่นัาโขง

























เมื่่อวนัที ๖ เมื่ษายนั พ.ศิ. ๒๔๓๖ บดนัีฝร้ังเศิสจะเร้ยกร้้องเอาอาณาเขตมื่ากขนั (เจาชวต, พร้ะองคเจาจล่จกร้พงษ)
















๑๓ กร้กฎาคมื่ เร้อปนั ๒ ล่า ของฝร้งเศิสกแล่นัฝาการ้ยิงของปนัจากปอมื่พร้ะจล่จอมื่เกล่า ปากนัาเจาพร้ะยาเขามื่าจอด




























ในัแมื่่นัา ปล่ายถืนันัสาทร้ หนัาสถืานัทตฝร้งเศิสร้ิมื่แมื่นัา ทตฝร้งเศิสปร้ะจาไทย นัายโอกุสต ปาว ไดยนัคาขาด








(Ultimatum) ต่อร้ฐบาล่ไทย ๑) ฝร้งเศิสผู้ปกปกร้กษาญวนัแล่ะกมื่พชาจะตองไดดนัแดนัทงหมื่ดทางฝงตะวนัออก

















ของแมื่นัาโขง ๒) ไทยจะตองล่งโทษนัายทหาร้ทก ๆ นัาย ทีกอการ้ร้กร้านัทีชายแดนั (ทหาร้ไทยปะทะกบทหาร้ของ





















ฝร้ังเศิสกอนัหนัานัี) ๓) ไทยจะตองเสยคาปร้บแกฝร้ั�งเศิส ๓ ล่านัเหร้ยญทองฟัร้งก (ร้าว ๑,๕๖๐,๐๐๐ บาท สมื่ยนัันั)







ในัการ้นัฝร้งเศิสไดสงทหาร้ยดมื่ณฑล่จนัทบร้เปนัปร้ะกนั (ตกแดงของฝร้งเศิสทปากนัาจนัทบร้ยงอยในัปจจบนั)
































แล่ะนัีกค่อ hard power ทีเมื่่องไทยปร้ะสบมื่า hard power ที “ตร้งไปตร้งมื่า” ไมื่ออมื่คอมื่ เขาใจงาย เร้ยกกนัวา

Gunboat Diplonacy




แต่เมื่�อมื่ีผู้บอกว่า ข้าวเหนัียวมื่ะมื่่วง ใช้เปนั soft power ได อาหาร้ไทยก็ใช้ได เล่ขไทยก็ใช้ได วงดร้ิยางคกยังได ้




















กดเหมื่อนัวา soft power เปนัเร้องทออมื่คอมื่ซ่บซ่อนักวา hard power แล่ว soft power มื่ร้ปร้างหนัาตาเชนัใด















“มื่ผู้คนัมื่ากหล่ายกล่าวถืง soft power แตมื่คนัไมื่มื่ากทเขาใจวา soft power มื่าจากผู้ล่งานัทหล่ากหล่ายยงกวา ่







จากผู้ล่งานัชินัเดยว” “Many people mention soft power but only a few understand that it takes more


than one’s own work to build it.”





คุุณหญิิงปััทมา ลีีสวััสดิ์ตระกููลี ปัระธานแลีะผู้อุุปัถััมภ์์ วังดิ์รยางคุอุอุรเคุสตรา มหาวัทยาลียมหดิ์ลี

















วังดิ์รยางคุอุอุรเคุสตรา มหาวัทยาลียมหดิ์ลี พฒนา soft power ไทยให�เข�มแขงขนปัระจัักูษ์์แกูชาวัโลีกู








(บางกูอุกูโพสต ๙ พ.ศ. ๖๕ เมอุมผู้แนะนาให�วังดิ์นตร ี

เปัน soft power ขอุงไทย)
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖





















เมื่อผู้เขยนัเร้มื่เปนันักเร้ยนัทหาร้เร้อเดนัผู้านัพร้ะร้าชวังเดมื่วนัล่ะ ๒ คร้ง อย ๒ ป ในั พ.ศิ. ๒๔๙๑-๒๔๙๒ ไปเร้ยนั








ทีเกล่ดแกว สตหบ แล่ะปากนัา สมื่ทร้ปร้าการ้อก ๖ ป (เกดอบตเหต “กบฏแมื่นัแฮตตนั” โดยทหาร้เร้่อทีทาร้าชวร้ดฐ

























เล่ยโดนัปร้บ สอบไดเปนัตก สอบตกเปนัออกเสย ๑ ป) เปนั นัาวาตร้ เร้ยนัโร้งเร้ยนัเสนัาธการ้ทหาร้เร้่อ เปนั นัาวาเอก


เร้ยนัวทยาล่ยการ้ทพเร้อ แล่ะวทยาล่ยปองกนัร้าชอาณาจักร้ ๓๐ เปนั นัายพล่ อยวทยาล่ยเสนัาธการ้ทหาร้ ไมื่เคยไดยนั




























ไดร้เร้อง soft power เล่ย จนักร้ะทังใกล่เวล่าจะไปเขาเฝาสมื่เดจพร้ะเจาตาก ถื้งไดยนัวา “ใชขาวเหนัยวมื่ะมื่วงเปนั








soft power ของเมื่่องไทยได”




ด้เหมื่่อนัวา วงดนัตร้เกาหล่ใต K-pop จะเปนัตนักาเนัดของ soft power























ภายหล่งสงคร้ามื่โล่กแล่วเกดสงคร้ามื่เกาหล่ทแบงคาบสมื่ทร้เกาหล่เปนัเหนัอ (คอมื่มื่วนัสต) กบใต (เสร้นัยมื่) ทางเกาหล่ใต ้














หล่งจากปดกวาดบานัเมื่องหล่งสงคร้ามื่ แล่ะเมื่อคมื่แดจงไดร้บเล่อกเปนัปร้ะธานัาธบดในั พ.ศิ. ๒๕๔๑ กไดจดสร้ร้งบปร้ะมื่าณ





สาหร้บงานัศิล่ปะพร้้อมื่กบสงเสร้มื่ความื่คดสร้้างสร้ร้คทเกดผู้ล่งานัทางวฒนัธร้ร้มื่ จนักร้ะทงวงดนัตร้ K-pop ถือกาเนัดจาก






























นักดนัตร้หนัมื่สาวทคล่ะเคล่าดนัตร้แจส ปอบ/บอบ แร้พ แล่ะฮบฮอป ดวยภาษาองกฤษผู้สมื่เกาหล่ทหล่งจากการ้ฝกซ่อมื่




















อยางหนัก แล่วออกนัาแสดงกถืกใจวยร้นัจานัวนัมื่ากหล่งสงคร้ามื่โล่ก ซ่้งวง K-pop ทมื่ชอเสยงปจจบนั คอ BLACKPINK













(หญงล่วนั) แล่ะวง GOT7 (ชายล่วนั) ซ่้�ง กล่่าวกนัวา เปนัสวนัหนั้งในั soft power ของเกาหล่ใตตงแต ค.ศิ. ๑๙๗๐ ทงนั � ี


















มื่วงดนัตร้ กงนัมื่ (Gangnam) ของเกาหล่ใต ททาแสดงสาคญ คอ ทาขมื่า ดงทวโล่ก กอนัวง K-pop แตยงไมื่มื่คาวา




















soft power ในัเวล่านันั

BLACKPINK (หญิิงลี�วัน) GOT7 (ชายลี�วัน)






ปร้ะวตศิาสตร้บอกวาเมื่่องไทยใช soft power หล่ายคร้ัง เปนัวเทโศิบายในัการ้ขยายอาณาเขต ดงเชนั ในัร้ชสมื่ย


















สมื่เดจพร้ะนัคร้นัทร้าธร้าช ร้ชกาล่ที ๖ แหงกร้งศิร้อยธยา (พ.ศิ. ๑๙๕๒-๑๙๖๗) อยธยาไดเปล่ียนัยทธวธจากการ้ใช ้















สงคร้ามื่เป็นัเคร้องมื่อในัการ้ขยายอานัาจขนัไปทางเหนัอ เปนัการ้พยายามื่แทร้กซ่มื่เขาไปในัร้าชวงศิ์สโขทย เพอควบคมื่














อยางเดดขาด กล่่าวค่อ เจาสามื่พร้ะยา พร้ะร้าชโอร้สองคหนั้งของสมื่เดจพร้ะนัคร้นัทร้าธร้าชไดเสกสมื่ร้สกบเจาหญง ิ
















สโขทย ซ่งเปนัการ้สร้างความื่สมื่พนัธทางดานัร้าชวงศิร้ะหวางอาณาจกร้เหนัอ คอ สโขทย แล่ะอาณาจกร้ใต คอ อยธยา









กเปนั soft power ทีนัุมื่นัวล่ไดผู้ล่









แต soft power หล่ายคร้งในัปร้ะวตศิาสตร้เมื่องไทย ททาใหบานัเมื่องวนัวายกมื่ อยางเชนั เมื่อสมื่เดจพร้ะไชยร้าชาธร้าช






















ร้ชกาล่ที ๑๓ แหงกร้งศิร้อยุธยา เสดจกล่บจากการ้ทาสงคร้ามื่ปร้าบปร้ามื่เมื่่องเชยงใหมื่ คร้ังที ๒ ปล่าย พ.ศิ. ๒๐๘๙






ไดถืกทาวศิร้ีสดาจนัทร้ พร้ะสนัมื่เอก ถืวายยาพิษผู้สมื่นัมื่โคให้เสวยถืงแกสวร้ร้คต พร้ะองค์มื่พร้ะร้าชโอร้ส ๒ องค์












กบทาวศิร้สดาจนัทร้ ในัขณะท�องคพร้ะมื่เหส ไมื่มื่พร้ะร้าชโอร้สธดา พร้ะร้าชโอร้สองคโต คอ พร้ะยอดฟัา ไดขนัคร้องร้าชสมื่บัต ิ



















ขณะพร้ะชนัมื่าย ๑๑ พร้ร้ษา โดยทาวศิร้สดาจนัทร้เปนัผู้สาเร้จร้าชการ้ แตแล่วทาวศิร้สดาจนัทร้เกดสมื่พนัธชสาว



















นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖




















กบพนับตร้ศิร้เทพ ผู้เฝาหอพร้ะ ไดเล่อนัตาแหนังพนับตร้เปนัขนัวร้วงศิาธิร้าชแล่ะเมื่อพร้ะนัางทร้งคร้ร้ภ์


กบขนัวร้วงศิาธร้าชกคดอานัใหทานัขนัเปนัพร้ะเจาแผู้นัดนั โดยอางวาสมื่เดจพร้ะยอดฟัายงทร้งพร้ะเยาวนัก


















สนัพร้ะทยแตจะเล่นั “เร้าคดวาจะใหขนัวร้วงศิาธร้าชวาร้าชการ้แผู้นัดนั กวาร้าชบตร้เร้าจะจาเร้ญวยขนั” ซ่งเมื่อ




























ขนัวร้วงศิาธร้าชเปนัพร้ะเจาแผู้นัดนัแล่ว ในั พ.ศิ. ๒๐๙๑ กไดสาเร้จโทษสมื่เดจพร้ะยอดฟัา ณ วดโคกพร้ะยา สวนั












พร้ะร้าชโอร้สองคเล่ก พร้ะศิร้ศิิล่ป พร้ะชนัมื่ายเพยง ๗ พร้ร้ษา คงไมื่กดขวางงานับานัเมื่่อง ร้อดพร้ะองคไป




















ขนัวร้วงศิาธร้าช คร้องร้าชยไดไมื่เกนั ๕ เดอนั (บางตาร้าวา ๔๐ วนัหร้อ ๖๐วนั) เมื่อไปคล่องชางทเพนัยดวดซ่อง













จงหวดล่พบร้ กถืกเจานัายแล่ะขนันัางกล่มื่หนังล่อมื่จบขนัวร้วงศิาธร้าช แล่ะทาวศิร้สดาจนัทร้กบธดาสาเร้จโทษทง ๓ คนั แล่ว


























อญเชญพร้ะเทยร้ร้าชาขนัคร้องร้าชย เปนัสมื่เดจพร้ะมื่หาจกร้พร้ร้ด ทงนั พร้ะร้าชพงศิาวดาร้กรุ้งศิร้อยธยาแล่ะกร้งร้ตนัโกสนัทร้ ์





































ไมื่มื่ชอขนัวร้วงศิาธร้าช ในัล่าดบพร้ะมื่หากษตร้ยอยธยา (นัามื่านักร้มื่พร้ะมื่หากษตร้ยไทย, มื่ล่นัธสมื่เดจพร้ะเทพร้ตนัร้าชสดา)







hard power อยางทเมื่องไทยปร้ะสบ ในั ร้.ศิ. ๑๑๒ ในัการ้ร้บท�ปากนัา สมื่ทร้ปร้าการ้กับหมื่เร้อร้บฝร้งเศิสเกิดในัโล่ก





















อยางตอเนัองทีเปนัสงคร้ามื่โล่กกยงเปนัไปกร้ะทังทกวนันัี ดงทีกองทพร้สเซ่ยร้กเขาไปในัดนัแดนัยเคร้นัเพอ “ปร้ามื่”










ยเคร้นัไมื่ใหเขาเปนัสมื่าชกองคการ้สนัธสญญานัาโต (NATO) อนัเปนัองคการ้ทางทหาร้ทีตังขนัเพอเผู้ชญอทธพล่ของ































ร้สเซ่ยซ่งร้สเซ่ยบอกวาการ้ร้กยเคร้นันันัเปนั “a special operation” ปฏบตการ้พเศิษ ไมื่ใช “การ้ร้กร้านั” (invasion)





















อยางไร้กตามื่ ร้สเซ่ยจะวาอย่างไร้ ร้สเซ่ยไดเล่่อกใช hard power ตอย้เคร้นั ตังแตกล่างเด่อนักมื่ภาพนัธปนัีทีผู้านัมื่า








๗ เดอนั ขณะทเขยนัเร้องนั ศิกทยเคร้นัซ่งไดร้บการ้สนับสนัุนัจากนัาโตยังไมื่จบทอาจยาวนัานัเป็นัป เปนัการ้ใช ้

























hard power ในัปจจบนัทียงจะบงเกดในัอนัาคตตล่อดไป



แม่ถั่อุธงยูเคุรนกูับลีกู ๆ ขอุงเธอุในใจักูลีางกูรุงลีอุนดิ์อุน
soft power มีบทบาทสำาคุญิในคุวัามขัดิ์แยงระหวั่างรัสเซียแลีะยูเคุรน


นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖



















ทงนั soft power กบงเกดคขนัานักบ hard power เชนักนั ดงทปร้ะเทศิเกาะโซ่โล่มื่อนัทอยในัมื่หาสมื่ทร้แปซ่ฟัก























ซ่งไดมื่สมื่พนัธทางการ้ทตกบไตหวนัมื่าแตเดมื่ ไดเปล่ยนัไปสมื่พนัธกบแผู้นัดนัใหญจนัในัเดอนัเมื่ษายนั ๒๕๖๕














ทผู้านัมื่านั�เอง โดยจนัไดสร้างท่าเร้อ ถืนันัหนัทางแล่ะสาธาร้ณปโภคให้โซ่โล่มื่อนัเป็นั soft power ล่้วนั ๆ (อาจเป็นัเงนัก ้ ้

























กไดแตไมื่เปดเผู้ย) ซ่้�งเหนัไดวาจนัเร้ิมื่สร้้าง “ทีมื่ันั” ในัแปซ่ฟัก หล่งจากปร้ะกาศิไวเมื่่อ ๑๐ ป กอนัวา ทะเล่จนัใตเปนั











ทะเล่ปร้ะวตศิาสตร้ของจนั โซ่โล่มื่อนัทเคยเปนัอาณานัคมื่ขององกฤษเชนัเดยวกบออสเตร้เล่ย ไปมื่สมื่พนัธกบจนัไตหวนั































แล่วผู้นัเปล่ยนัเปนัจนั ทาใหออสเตร้เล่ยร้สกตววา soft power จนักาล่งเร้มื่คกคามื่ตนัอยางเงยบ ๆ ไมื่กร้ะโตกกร้ะตาก




ที soft power เหมื่่อนันัาเซ่าะทร้ายทีจนักาล่งใชเปนักศิโล่บายคร้อบคล่มื่แปซ่ฟัก ซ่้�งไดผู้ล่เหมื่่อนัใช hard power




















ทมื่กเปนัขาวสะทานัโล่ก แล่ะผู้ใชความื่แขงกร้้าวจะถืกปร้ะณามื่วาเปนัผู้ใชความื่ร้นัแร้งเสยชอไปเล่ย ร้ฐมื่นัตร้วาการ้กร้ะทร้วง























การ้ตางปร้ะเทศิจนั หวงอ (Wang Yi) เยอนัโซ่โล่มื่อนัปล่ายเดอนัพฤษภาคมื่ ๒๕๖๕ แล่วทาสนัธสญญาความื่มื่นัคงกบโซ่โล่มื่อนั














ร้อนัถืงร้ฐมื่นัตร้ีวาการ้กร้ะทร้วงการ้ตางปร้ะเทศิออสเตร้เล่ีย นัางเพนันัี หวอง (Penny Wong) ออกเยอนัปร้ะเทศิเกาะ ๑๐ ปร้ะเทศิ


ในัแปซ่ฟักเปนัคร้งท ๓ กล่างเดอนัมื่ถืนัายนัทผู้านัมื่า เพอ “หาเพ่อนั” ตอบโต soft power ของจนัทยางกร้ายเขามื่าทงท ี �































นัางหวอง เพิงร้บตาแหนังร้ฐมื่นัตร้ไดเพยง ๒ เด่อนั - Wong set make third Pacific trip. (ร้อยเตอร้ส, ๑๖ มื่.ย. ๖๕)










แล่ะอย่าง “Colombo looks to China for more aid.” (ร้อยเตอร้ส, ๘ มื่.ย. ๖๕) เปนัขาววา ศิร้ล่งกากาล่ง ั






เจร้จาขอความื่ชวยเหล่อจากจนันัาเขาสนัคาตาง ๆ เชนั นัามื่นั ปย ยาร้กษาโร้ค ฯล่ฯ เปนัเงนัยมื่มื่ล่คาร้าว ๑.๕ พนัล่านั

















ดอล่ล่าร้์สหร้ฐ กเปนั soft power ของจนัอกตาบล่ทหนังในัมื่หาสมืุ่ทร้อนัเดย ท “เขาทาง” เสนัทางสายไหมื่ (silk road)


























ทีจนัวางไวกอนัหนัาแล่ว จากจนัส้ตะวนัออกกล่างแล่ะแล่ว Indo-Pacific ที�พาดผู้านัปากอาวไทยกจะมื่ soft power





ของจนัปกคล่มื่อยตังแตบดนัีเปนัตนัไปดวย













นัอกเหนัอจากทปากอาวไทยแล่ว soft power ของจนัยงเขามื่าในัอาวไทย โดยกมื่พชาตกล่งใหจนัพฒนัาฐานัทัพเร้อเร้ยมื่


























ดวย “หุนัสวนัแนันัปานัเหล่ก” (iron-clad partnership) ที�มื่ขาววา ไดมื่การ้เกบกวาดสิ�งกอสร้้างทีสหร้ฐอเมื่ร้กาเคย























สร้างไว แล่วเร้มื่การ้ก่อสร้างของใหมื่่ทในัพธ “ล่งเขมื่” การ้สร้างต้นัเดอนัมื่ถืนัายนั ๒๕๖๕ ทผู้านัมื่า เอกอคร้ร้าชทตจนั




ปร้ะจากร้งพนัมื่เปญ หวง เหวนัเทยนั (Wang Wentian) กล่่าวในัพธเร้ิมื่สร้้างฐานัทพวา “ดวยความื่มื่ันัคงของหุ้นัสวนั





















แนันัปานัเหล่ก” ความื่ร้วมื่มื่อทางทหาร้ร้ะหวางจนั-กมื่พชา เปนัผู้ล่ปร้ะโยชนัพนัฐานัของทงสองปร้ะเทศิแล่ะปร้ะชาชนั





















ในัขณะททางกมื่พชาวา “กมื่พชาเปดฐานัทพใหมื่ตร้ปร้ะเทศิใชไดแล่ะยนัดร้บความื่ชวยเหล่อทางทหาร้จากทกปร้ะเทศิ”










กเปนัอนัวา soft power ของจนัทกมื่พชาแปล่งตวเปนั hard power ของกมื่พชาแล่วกเปนัเร้องของหนัวยเร้อ























ชายแดนั กร้มื่ขาว กร้มื่ยทธการ้ กร้มื่สงกาล่งบาร้งตล่อดจนัฝายอานัวยการ้ตาง ๆ ของกองทพเร้่อทีควร้ตองปร้ะมื่าณ

สถืานัการ้ณวา ฐานัทพเร้่อเร้ยมื่ในัอาวไทยจะเปนัสล่กปดปร้ะต้ปด “กนัซ่อย” ของอาวไทยเหมื่่อนัขงปล่าไวในัของได ้



















หร้อไมื่เพยงใด แล่ะจะตองหาร้ายล่ะเอยดสภาพของฐานัตามื่ตาร้า “งานัขาว” ทมื่ร้ายการ้ร้ายล่ะเอยดของฐานัทพ









ท่าเร้อ ร้่องนัา ฯล่ฯ เชนั สมื่ร้ร้ถืภาพของฐานัทัพในัการ้ส่งกาล่ังบารุ้งกองเร้อ การ้ร้ักษาความื่ปล่อดภัยของฐานัทัพ






กายภาพของทาเร้่อ ล่กษณะร้องนัา เปนัตนั ไวแตตนัมื่่อ ไมื่ร้อวามื่สถืานัการ้ณจ้งหาขาว


















เมื่อผู้เขยนัเปนัผู้ชวยทตฝายทหาร้แล่ะฝายทหาร้เร้อ ณ สถืานัเอกอคร้ร้าชทตไทยกร้งนัวเดล่ อนัเดย ร้ะหวาง






























พ.ศิ. ๒๕๒๒-๒๕๒๕ ใกล่เวล่าจะคร้บวาร้ะกล่บบานั ในังานัเล่ยงร้บร้องคร้งหนัง เจากร้มื่ยทธการ้ทหาร้เร้ออนัเดย














(ยศิ พล่เร้อตร้ ต่อมื่าท่านัเปนัผู้้บัญชาการ้ทหาร้เร้ออนัเดย) ไดพบแล่ะถืามื่ผู้เขยนัวา “กองทพเร้อไทย





จะสร้างฐานัทพในัทะเล่อนัดามื่นัใชไหมื่ ?”ผู้เขยนันักชมื่เชยผู้ชวยทตฝายทหาร้อนัเดย ณ กร้งเทพมื่หานัคร้ ผู้เปนั




















นัาวาอากาศิเอก แล่ะพบกบผู้เขยนักอนัไปอนัเดยวา ผู้ชวยทตทหาร้อนัเดยหาขาวเกงมื่าก ร้้วากองทพเร้อไทย

























กาล่งจะทาอะไร้ในัทะเล่อนัดามื่นัทีตดฝั�งอนัเดย
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖

































กอนัไปอยอนัเดย เพอนัทอยกร้มื่สงกาล่งบาร้งร้วมื่ทมื่ของกร้มื่ทจะหาตาบล่ทอนัเหมื่าะสมื่ทจะสร้างสถืานัเร้อหร้อฐานัทพ

ในัทะเล่อนัดามื่นั เคยมื่าคุยถืงล่ักษณะของอ่าวแล่ะหาดฝ�งทะเล่อนัดามื่นั เพร้าะในัฐานัะนัักทาล่ายใตนัาของผู้เขียนั



















ไดสาร้วจหาดทะเล่ไทยเพอการ้ฝกมื่าบาง กบอกเพอนัวาทจงหวดสตล่ มื่อาวหนังทมื่นัาล่ก ซ่งคร้งสงคร้ามื่โล่ก














































เคยมื่เร้อล่าดตร้ะเวนัญปนัเคยมื่าทอดสมื่อเร้ออยในัอาว ทกนัตงกนัาล่ก แล่ะมื่แมื่นัาทเร้อเขาได ร้วมื่ทง































มื่สถืานัร้ถืไฟักนัตงดวย ทงนั ตาบล่ทไมื่ควร้ใกล่ชายแดนัมื่าเล่เซ่ย แล่ะพมื่า ในัทสดกมื่าร้วาเร้มื่สร้างสถืานัีเร้อ









ทีพงงา ร้พร้้อมื่ ๆ กบเจากร้มื่ยทธการ้ทหาร้เร้่ออนัเดย

















ขณะอยอินัเดีย ทางทหาร้อากาศิไทยกมื่ผู้ชวยทตฝายทหาร้อากาศิแล่ะร้ักษาการ้ผู้ชวยทตฝายทหาร้บกดวย ซ่งมื่ ี
อาคาร้ทพักอาศิัยแล่ะททาการ้ใกล่กับผู้เขียนั วนัหนั้�งก็ได้ไปร้ับปร้ะทานัอาหาร้ทบ้านัทตทหาร้อากาศิ โดย นัาวาอากาศิโท

















ผู้เปนันัักเร้ียนัโร้งเร้ียนัเสนัาธิการ้ทหาร้อนัเดียได้หยุดเร้ียนักล่างหล่ักสตร้แล่้วมื่าพักอย่ทบ้านัทตทหาร้อากาศิ นัาวาอากาศิโท
















ทานันันั เล่าวา ปญหาการ้วางแผู้นัทางทหาร้โดยหล่กสตร้ทผู้านัมื่า มื่สถืานัการ้ณวาจนัไดสงกาล่งคร้อบคร้องปร้ะเทศิไทย











จนัถืงคาบสมื่ทร้มื่ล่าย เปนัภยคกคามื่ตอนัโคบาร้ของอนัเดยแล่ะอาวเบงกอล่ อนัเดยวางแผู้นัสงกองพล่ทหาร้ร้าบ















ทมื่ทร้าส (อนัเดยไมื่มื่นัาวกโยธนั) ขนับกทชายฝงทะเล่อนัดามื่นัของไทย เพอตดขาดกาล่งทหาร้จนัเปนั ๒ ทอนั























แล่ะขจดภยคกคามื่ตอนัโคบาร้ (ถือยคาในัปญหาทางทหาร้ของอินัเดย เร้ยกฝายขาศิกวา “จนัฑาล่” ในัขณะทโร้งเร้ยนั


























ทหาร้ไทยเร้ยกขาศิ้กวา “ฝายแดง”) เปนัการ้ศิ้กษาทีพวพนักบเร้องฐานัทพ



soft power มื่มื่าแตโบร้าณกาล่ ดังเชนั กร้งศิร้อยธยา “กล่นั” สโขทยเปนัทองแผู้นัเดยวกนัดงกล่าวแล่ว

















เมื่องไทยเคยใช soft power มื่าหล่ายคร้�งหล่ายคร้าแล่ะถืก soft power คร้อบงากมื่ีเหมื่อนักนั เปนัตนัว่ากับ


























ตวผู้เขยนัเองทเวล่านัอนักล่างคนัจะตนับอย เพร้าะตอมื่ล่กหมื่ากปล่กเปนัร้ะยะทร้ะหวางเวล่าต ๑ ถืง ต ๒
















มื่ร้ายการ้วทยุกร้ะจายเสยงเพล่งไทย ผู้จดร้ายการ้เปนัผู้มื่อายร้าว ๕๐ ป จดเพล่งไทยตล่อดร้ายการ้ ซ่งสวนัใหญ ่





เปนัเพล่งไทยเดมื่ เชนั เพล่งล่าวดวงเดอนั เขมื่ร้ไทร้โยค มื่อญร้าดาบ พมื่าร้าขวานั ล่าวเจร้ญศิร้ ฯล่ฯ














ฟังแล่วเปนัเพล่งทมื่สญชาตตางชาตทงสนั แตวาเปนัเพล่งไทยเดมื่ ทาใหคดไปวาเมื่องไทยถืก soft power จากเพอนับานั





































ตางชาติมื่านัานัแล่้ว ยงเมื่อเดินัทางไปกัมื่พชาขณะร้อเร้อขามื่ฟัากแมื่่นัาททาเร้อเพอกล่บยังฝงไทย ไดยนัแมื่ชาวกัมื่พชา









บอกล่กททาเร้อ “เสวยเขาเซ่ยะ” กมื่นัใจวา soft power ร้กร้านัเมื่องไทยมื่านัานัจนัไมื่คอยร้สกตว






















ขาวเหนัยวมื่ะมื่วง ไดร้บการ้ยกยองวาใชเปนั soft power ของเมื่องไทยได อาหาร้คาวหวานักได การ้ร้องร้าทาเพล่ง





















วงดร้ยางคชนัเล่ศิ ผู้าไหมื่ไทย ฯล่ฯ ยงไดอก นับเปนัชองทางหนังทเมื่องไทยจะแผู้ power สโล่กดวยวธสขมื่สนัต ิ

















แตเวล่า ๐๘๐๐ หล่งการ้บร้ร้เล่งเพล่งชาตทางวทยุกร้ะจายเสยง เพอการ้ชกธงชาตขนัสยอดเสา กจะตามื่ดวยเพล่ง





























“ไทยร้วมื่กาล่งสร้างชาต” เพล่ง “ชาตไทยนัเคยใหญในับร้พา” ฯล่ฯ แสดง hard power ทงนันั ในัขณะทโล่กภายนัอก





เชนั ในักร้งล่อนัดอนั ทำาเนัยบเล่ขท ๑๐ ถืนันัดาวนัิง ปร้ะกาศิ BREXIT นัาปร้ะเทศิอังกฤษออกจากองค์การ้สหภาพยุโร้ป




(EU) เพร้าะองกฤษเคยเปนั “จกร้วร้ร้ดทดวงอาทตย์ไมื่ตกดนั” จะไมื่อยในัแอกขององคการ้ใด ๆ เชนั พร้ะร้าชวงเคร้มื่ล่นั






















ร้สเซ่ยเทาความื่ว่า ยเคร้นัเคยเป็นับร้วาร้ของสหภาพโซ่เวยตร้สเซ่ยมื่าตงแตหล่งสงคร้ามื่โล่ก แล่ะมื่หาอาณาจักร้ร้สเซ่ย

















เคยแผู้ขยายถื้งทะเล่เอเดร้ยตก แล่ะทะเล่เหนั่อ แล่ะเชนั อดตปร้ะธานัาธบดสหร้ฐอเมื่ร้กา เมื่่อ ๓ ป ทีแล่ว ช้กาปันั













“To make America great again.” เปนัตนั ดงนัันั กสดแตวเทโศิบายของแตล่ะปร้ะเทศิวา นัุมื่ จะแขง อยางไร้




แล่ะเพยงใด





อย่างไร้กตามื่ hard power นัั�นั ตร้งไปตร้งมื่า “ร้เร้าร้เขา ร้บร้้อยคร้ั�ง ชนัะร้้อยคร้ัง” อยางทีปร้าชญชาวจนั ซ่นัว้






วาไว สวนั soft power ขอสาคญอยท “มื่คนัไมื่มื่ากทเขาใจวา soft power มื่าจากผู้ล่งานัทหล่ากหล่าย ยงกวาจากงานั
























ชินัเดยว” ตามื่ที� คณหญงปทมื่า กล่่าวไวขางตนั





นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖







กร้ะทร้วงวฒนัธร้ร้มื่ไทยจดงานั “ผู้ล่กดนั soft power ไทยส้โล่ก” (push Thai soft power to the world,

บางกอกโพสต, ๓ มื่.ย. ๖๕) ดวยผู้ล่งานัทางวฒนัธร้ร้มื่แล่ะการ้บร้การ้ดวย 5F คอ อาหาร้ไทย (Food) แฟัชนั (Fashion-ผู้าไทย


















แล่ะแฟัชนั) ฟัล่มื่ (Film-ภาพยนัตร้แล่ะวดทศินั) การ้ตอส (Fighting-มื่วยไทย) แล่ะงานัแสดง (Festivals-









ทางวฒนัธร้ร้มื่แล่ะปร้ะเพณ) แสดงความื่หล่ากหล่ายของปจจยทีจะผู้สมื่สานัเปนั soft power ของปร้ะเทศิ เพยงแต ่



วาจะใช soft power ทีสวร้ร้คปร้ะทานัใหอยางไร้





ข�าวัเหนยวัมะมวัง คุอุนเสรตมลีลี กูบข�าวัเหนยวัมะมวัง








Fighting-มวัยไทย









ขาวเหนัยวมื่ะมื่วง อาหาร้คาวหวานั การ้ร้องร้า วงดร้ยางค ผู้าไหมื่ไทย ฯล่ฯ ไดร้บการ้ยอมื่ร้ับจากกร้ (guru-แปล่ว่า







“คร้้” หร้่อ “ก้ร้้” ?) วาเปนัปจจยใหโล่กร้จกเมื่่องไทย อยากมื่าเทียว อยากมื่าล่งทนั อยากมื่าอย้เมื่่องไทย soft power

























ของทหาร้เร้อไทยกเชนักนั คอ มื่ทยนัในัสงคมื่ไทยทามื่กล่างความื่อบอนัแล่ะมื่ตร้ไมื่ตร้ แล่วจะตอบสนัองใหเปนักองทพ







ทีมื่อาวธยทโธปกร้ณทนัสมื่ย กองทพอนัเปนัทีร้กแล่ะเชอมื่ันัของปร้ะชาชนัโดยปร้ะชาชนั แล่ะเพอปร้ะชาชนั
























ทหาร้เร้อไทยกมื่ soft power อยในัตว ทงโดยธร้ร้มื่ชาตแล่ะโดยการ้สร้างสร้ร้ค์ โดยธร้ร้มื่ชาตกคอ เร้อแล่ะทองนัา






























ทองทะเล่ เร้อทบร้ร้จคนัไดเปนัร้อยเปนัพนั ในัขณะทร้ถืถืงหร้อเคร้องบนัยากจะกร้ะทาได เร้อทล่องล่อยเดนัทางบนัพนันัา


























ไดนับวนันับเดอนั เร้อทอยในัภมื่ทศินักวางไกล่ โปร้งสบาย ไมื่อดอเหมื่อนัอยในัยานัพาหนัะทางบกหร้อทางอากาศิ











แล่ะโดยการ้สร้างสร้ร้คเร้อเปนัทอย่ ทกนัอนัสะดวกสบายร้ะดบใดกไดตามื่ตองการ้เมื่อสร้้างเร้อ ดงนันั ทหาร้เร้อ























จ้งมื่ทนัเดมื่ของ soft power อยไมื่นัอย เพยงแตวาจะใช soft power ทีสวร้ร้คปร้ะทานัไดอยางไร้










“สถืานัการ้ณสร้้างวร้บร้ษ” เปนัคานัยามื่ที�เปนัเหตเปนัผู้ล่ “สถืานัการ้ณสร้้างกองทพ” กเปนัเชนันัันั ในัร้ชสมื่ย














ร้ชกาล่ท ๕ กองเร้อภาคตะวนัออกไกล่ของฝร้งเศิสทไซ่งอนั ไดมื่าปดอาวไทย สงเร้อร้บ ๒ ล่า ตฝาปากนัาเจาพร้ะยาผู้านั























ปอมื่พร้ะจล่จอมื่เกล่าแล่ะปอมื่แผู้ล่งไฟัฟัา เขามื่าจอดเร้่อหนัาสถืานัท้ตฝร้ังเศิสปล่ายถืนันัสาทร้ แล่วฝร้ั�งเศิสเร้ยกร้้อง






















ใหไทยยกดินัแดนัฝงซ่ายของแมื่่นัาโขงใหแกล่าว แล่ะเมื่องพร้ะตะบอง เมื่องจาปาศิกดใหแกเขมื่ร้ทอยในัอาร้กขา






นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖










ของฝร้�งเศิส นัาวาโท โบร้ ผู้บ.หมื่เร้อร้บฝร้�งเศิสใจร้้อนัถืงกับจะนัาเร้อขนัมื่ายิงพร้ะบร้มื่มื่หาร้าชวัง แต มื่ิสเตอร้ ปาว ี




























ขาหล่วงใหญฝร้งเศิส หามื่ไวเพร้าะกาล่งเจร้จากนัอย้แล่ะเร้องจะบานัปล่ายเกนัแก ทงนั เวล่านันักมื่เร้อปนั















องกฤษอยท�ปากนัาเจาพร้ะยา สังเกตสถืานัการ้ณอย ๒ ล่า คอ เร้อปนั H.M.S. Swift แล่ะ H.M.S. Pallas

ซ่งทางองกฤษกาล่งเร้มื่คร้อบคร้องพมื่าแล่ะคาบสมื่ทร้มื่ล่ายอยแล่วแจงใหทางไทย “ร้ะวงมื่าก ๆ คอยทาคอยไป





















ในัเร้�องนั�” แล่้วอังกฤษไดร้ับสัญญาจากฝร้�งเศิสว่า “จะบอกร้ัฐบาล่อังกฤษถืงการ้เคล่�อนัไหวล่่วงหนั้าทุก ๆ อย่าง


















ทตนัจะพงกร้ะทา” ทงนั ภายหล่งการ้ร้บทปากนัา วนัท ๑๓ กร้กฎาคมื่ พ.ศิ. ๒๔๓๖ ทางฝร้งเศิสกยนัคาขาด












๓ ข้อ ต่อไทย ๑) ยกดนัแดนัฝ�งตะวนัออกท�งหมื่ดของแมื่นัาโขงใหล่าว ๒) ล่งโทษนัายทหาร้ไทยท�เคยรุ้กร้านัล่าว ๓) ค่าปร้ับ



















๓ ล่านัฟัร้งกเหร้ยญทอง (ร้าว ๑,๕๖๐,๐๐๐ บาท สมื่ยนันั) ซ่งไทยยอมื่ร้บหมื่ด ร้ชกาล่ท ๕ “ทร้งเศิร้าโศิกเสยพร้ะร้าชหฤทย


จนัทร้งพร้ะปร้ะชวร้” (เจาชวต, พร้ะองคเจาจล่จกร้พงษ)















เหตการ้ณดงกล่าวขางตนั ทาใหปร้ะเทศิตร้ะหนักวาเร้มื่ถืกคกคามื่ทางทะเล่ แทนัทจากทางบก แล่ะภายหล่ง















การ้เปล่ยนัแปล่งการ้ปกคร้อง พ.ศิ. ๒๔๗๕ ร้ฐสภากไดออก “พร้ะร้าชบัญญตบาร้งกาล่งทางเร้อ พ.ศิ. ๒๔๗๘” อนัเปนัทมื่า






















ของหมื่วดเร้อปนัหนัก หมื่วดเร้อใชตอร้ปโด หมื่วดเร้อดานัา แล่ะหมื่วดเร้อล่าเล่ยง ซ่งสร้างจากญปนัแล่ะอตาล่ทงหมื่ด ทงนั ี �









































เปนัการ้แนันัอนัวาสมื่าชกร้ฐสภาขณะนันัสนับสนันั “การ้บาร้งกาล่งทางเร้อ” ทถือไดวาทานัเหล่านันัเปนั “เพอนัทหาร้เร้อ”





แล่ะเปนั “soft power” ของทหาร้เร้่ออยางสาคญในัอดตทีควร้ร้กษาแล่ะสร้้างสร้ร้คยงขนั ทั�งนัี อกขร้วธ สร้ะ “เอ่อ”























เอ่ออานัวยในัการ้ใชถือยคาสร้้าง soft power อยแล่ว ทหาร้เร้่อเพอชาต ทหาร้เร้่อเพอปร้ะชาชนั ทหาร้เร้่อเพอไทยร้ฐ









ดาร้งแล่ะคงมื่ันั… (เพล่ง เนัวบล่้) ทหาร้เร้่อเพอ...

นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖










พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกุล้าเจาอยู่หัว รชกุาล้ท ๖ ทรงม ่







พระมหัากุรณาธิคุณ โปรด็เกุล้าฯ พระราชทานนาม “ราชนาวกุสภา”







(Royal Naval Institute) ใหักุระทรวงทหัารเรอ เมอวนท ๙ มนาคุม

พ.ศ. ๒๔๕๘ โด็ยู่นามแรกุของราชนาวิกุสภาท่กุรมเสนาธิกุาร









ทหัารเรอคุด็ตั้งขนขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตั้ตั้งราชนาวิกุสภา






เมอวนท ๑๑ กุมภาพันธิ พ.ศ. ๒๔๕๘ น�น ใชคุาวา “ราชนาวสภา”












ในภายู่หัล้งเมอทรงโปรด็เกุล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานญาตั้ใหัตั้ง









ราชนาวกุสภาแล้ว จอมพล้เรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธิอ


เจาฟ้าบรพตั้รสขมพนธิ กุรมพระนคุรสวรรคุ์วรพนตั้ เสนาบด็ ่









กุระทรวงทหัารเรอ จงทรงล้งพระนามในคุาสงกุระทรวงทหัารเรอ






๒๔๕๘



ท ๕๓๒/ เรอง “ตั้งราชนาวกุะสภา” ล้งวนท ๑๖ มนาคุม








๑๓๓๑๐










พ.ศ. ๒๔๕๘ เพอสาหัรบนายู่ทหัารได็ศกุษาวชาเพมพนตั้อไป แล้ะเพอใหั ้ พระบาทสมเด็็จพระมงกุุฎกุล้้าเจาอยู่่หััว














นายู่ทหัารได็พบปะสนทนาปราศรยู่ แล้กุเปล้ยู่นคุวามร่้ซึ่งกุนแล้ะกุน ทังใน รชกุาล้ท ๖




กุจราชกุารแล้ะอืน ๆ ด็วยู่ ตั้งแตั้�วนท ๑ เมษายู่น พ.ศ. ๒๔๕๙ (สมยู่นัน










วนท ๑ เมษายู่น เปนวนขนปใหัมของไทยู่) ทางราชกุารจงได็ถือเอาวนท ่ �



















๑ เมษายู่น ของทกุปเปนวนคุล้้ายู่วนกุ�อตั้งราชนาวกุสภา







กุระทรวงทหัารเรอได็จด็ใหัราชนาวกุสภาขนในปกุคุรองของ



กุรมเสนาธิกุารทหัารเรอ ซึ่งในเวล้านน พล้เรอเอกุ พระเจาบรมวงศเธิอ











กุรมหัล้วงสิงหัวกุรมเกุรยู่งไกุร (พระนามเด็ิมคุอ พระองคุ์เจาวฒิไชยู่เฉล้ิมล้าภ)








ทรงด็ารงตั้าแหันงเสนาธิกุารทหัารเรอ ขณะทรงด็ารงพระยู่ศนายู่พล้เรอโท












กุรมขนสงหัวกุรมเกุรยู่งไกุร โด็ยู่ใหั กุรมเสนาธิกุารทหัารเรอ มอานาจแตั้งตั้ง

นายู่ทหัารเรอเขาเปนกุรรมกุารอานวยู่กุารราชนาวกุสภา หัรอกุรรมกุารพเศษ











เฉพาะกุารใด็กุารหันงของราชนาวกุสภา คุณะกุรรมกุารอานวยู่กุารราชนาวกุสภา







ในคุรงแรกุประกุอบด็วยู่ จอมพล้เรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธิอ เจาฟ้า







บรพตั้รสขมพนธิ กุรมพระนคุรสวรรคุวรพนตั้ ทรงรบเปนผู้อานวยู่กุารพเศษ



















แล้ะสภาปถืมภกุ พล้เรอเอกุ พระเจาบรมวงศเธิอ กุรมหัล้วงชมพรเขตั้อด็มศกุด็ ิ � สมเด็็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

เมือคุรังด็ารงพระยู่ศนายู่พล้เรอตั้ร่ ทรงรบเปนผู้อานวยู่กุารคุนแรกุ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กุรมพระนครสวรรค์วรพินิต








นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖



อาคารราชนาวิิกสภาหลัังเกาแลัะหลัังใหม่่



พ�นท�บริเวณราชนาวกุสภาเคุยู่เป็นสวนหัน�งของอาณาบริเวณพระนิเวศน์เด็ิมของพระบาทสมเด็็จพระพุทธิยู่อด็ฟ้้า












จฬาโล้กุมหัาราช แล้ะเปนวงเจานายู่หัล้ายู่พระองคุ มาจนถื้งรชสมยู่พระบาทสมเด็็จพระจล้จอมเกุล้้าเจาอยู่หััว ทรงม่











พระมหัากุรณาธิิคุุณโปรด็เกุล้้าฯ พระราชทานบรเวณพระนเวศนเด็มใหัเปนทตั้งกุรมทหัารเรอ







ปจจบนบรเวณรมแมนาเจาพระยู่าฝั่งตั้ะวนตั้กุตั้รงขามพระบรมมหัาราชวัง มอาคุารทมสถืาปตั้ยู่กุรรมภายู่นอกุ




















เหัมอนกุนอยู่ ๒ หัล้ง คุอ อาคุารราชนาวกุสภาหัล้งเด็ม อยู่ใกุล้กุบบรเวณปากุคุล้องมอญ แล้ะอาคุารราชนาวกุสภาหัล้งใหัม �

















ทอยู่ตั้ด็กุบอาคุารราชนาวกุสภาหัล้งเด็มนันได็จด็สรางขนเมือ พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื�อใชรบรองกุารชมขบวนเรอพระราชพธิ่
























เนืองในกุารประชมเอเปกุ ๒๐๐๓ เมือวนท ๒๐ ตั้ล้าคุม พ.ศ. ๒๕๔๖ ของผู้นาชาตั้ตั้�าง ๆ ทมาร�วมกุารประชมฯ ตั้�อมา









เมอวนท ๑๒ มถืนายู่น พ.ศ. ๒๕๔๙ ได็ใชเปนสถืานทรบเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกุาธิเบศร มหัาภมพล้อด็ล้ยู่เด็ช



















มหัาราช บรมนาถืบพตั้ร แล้ะสมเด็จพระนางเจาสรกุตั้ พระบรมราชนนาถื พระบรมราชชนนพนปหัล้วง สมเด็จ




















พระราชาธิบด็ สมเด็จพระราชน แล้ะพระราชวงศตั้างประเทศ เสด็จทอด็พระเนตั้รขบวนเรอพระราชพธิ เนองในวโรกุาส




ทพระบาทสมเด็็จพระบรมชนกุาธิิเบศร มหัาภ่มพล้อด็ล้ยู่เด็ชมหัาราช บรมนาถืบพตั้ร ทรงคุรองราชยู่คุรบ ๖๐ ป ี


ราชนาวิกุสภาหัล้ังเกุ�าแล้ะหัล้ังใหัม �






สาหัรบอาคุารราชนาวกุหัล้งเด็มถืือเปนโบราณสถืานของกุองทพเรอ เปนอาคุารแบบตั้ะวนตั้กุ ร่ปสเหัล้ยู่มผู้นผู้า


















๒ ชั�น กุ�ออฐถืือป่น เด็มไม�ม่ระเบ่ยู่งด็านหันา ได็มาตั้�อเตั้มในราวกุ�อน พ.ศ. ๒๔๗๔ ล้กุษณะสถืาปตั้ยู่กุรรมทตั้�อเตั้ม




มอทธิพล้รปแบบเรอเนสซึ่องส แตั้ได็มกุารผู้สมผู้สานแล้ะประยูุ่กุตั้ใหัเรยู่บงายู่ ทงชนล้างแล้ะชนบนมระเบยู่งยู่าวตั้ล้อด็


































คุวามยู่าวของตั้วอาคุาร ตั้รงกุล้างตั้ัวอาคุารชนล้างมบนได็ตั้รงขนไปกุอนทจะแยู่กุออกุเป็นสองทางเพ�อขนสระเบยู่ง











ชนบน ทผู้นงชานพกุมชองกุระจกุประด็บภาพเคุรองหัมายู่ราชนาวกุสภา เหันอประตั้แล้ะหันาตั้างของหัองตั้าง ๆ ทอยู่ ่ �


















ชนบน ม่ล้ายู่ฉล้เปนล้วด็ล้ายู่พนธิพฤกุษาแบบประด็ษฐ เหันอขนไปทาเปนเกุล้ด็ไมระบายู่อากุาศ ชนล้างด็านทศใตั้ ้
































มบนได็ขนสระเบยู่งชนบนได็้อกุทางหัน�ง ทบนได็นมกุล้องไมฝั่าเล้อนแล้ะบานประตั้เล้กุสามารถืปิด็เปด็ไมใหัคุนขนล้งได็้











นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖










ทปล้ายู่อาคุารทัง ๒ ด็านเหันอระเบ่ยู่งชันบนม่หัอคุอยู่ประด็บ หัอคุอยู่ทั�ง ๒ ด็านเจาะเปนช�องแสงร่ปวงกุล้ม ปั�นป่น






เป็นรปหัวงยู่างช่ชพเป็นกุรอบ ด็้านหัน้าอาคุารระด็ับเด็่ยู่วกุับด็าด็ฟ้้ามแผู้งกุระจังคุอนกุร่ตั้ ประด็ับปนป�นตั้ัวอกุษร


ส่ทองขอคุวาม “ราชนาวกุสภา”













กจการของราชนาวิิกสภา
เม�อแรกุตั้�งราชนาวกุสภา กุระทรวงทหัารเรือออกุข้อบังคุับวาด็้วยู่กุารตั้�งราชนาวกุสภาฉบับแรกุ โด็ยู่ใหั้ราชนาวกุสภา




























มหัองสมด็สาหัรบรวบรวมหันงสอแบบตั้าราตั้าง ๆ กุบรบหันงสอพมพทงไทยู่แล้ะตั้างประเทศ ทเปนประโยู่ชนทวไปแล้ะ








ประโยู่ชนในกุารทหัารเรอ สาหัรบใหันายู่ทหัารมายู่ืมไปอาน หัรอมาอานในสถืานท่ของราชนาวิกุสภา แล้ะเปนสถืานท ่ �


























สาหัรบเล้นยู่ทธิกุฬา ประชมฟ้งกุารบรรยู่ายู่ แสด็งเรองทนายู่ทหัารแตั้งตั้ามปญหัาทกุรมเสนาธิกุารทหัารเรอตั้งใหัเปน







คุรงคุราว ประชมหัารอหัรอแสด็งคุารมในวิทยู่ากุารแล้ะขอราชกุารอนเกุยู่วกุบกุารทหัารเรอ เพอแล้กุเปล้ยู่นคุวามรหัรอ











หัาทางทจะด็าเนนราชกุารใหัเปนระเบยู่บเด็ยู่วกุน นอกุเหันอจากุจะมงเนนกุารเปนสถืานทศกุษาหัาคุวามรแล้วยู่งจด็ใหั ้






















มรานขายู่ของเพออานวยู่คุวามสะด็วกุ มหัองเล้นบล้เล้ยู่ด็สาหัรบ















สนทนากุาร แล้ะเปนทพกุผู้อนหัยู่อนใจในเวล้าวางจากุงานประจา







ด็วยู่ ด็งนน ในระยู่ะเรมแรกุ ราชนาวกุสภาจงมกุจกุารทสาคุญ ได็แกุ �















๑. กจการ “หองสม่ด” นบเปนกุจกุารแรกุเรมของราชนาวกุสภา








ซึ่งกุระทรวงทหัารเรอมคุาสงใหั นายู่เรอตั้ร เอยู่ม ล้นะกุนษฐ อาจารยู่ ์















สอนภาษาองกุฤษโรงเรยู่นนายู่เรอ มาเปนบรรณารกุษ ในราชนาวิกุสภา
















ตั้งแตั้วนท ๑๖ มนาคุม พ.ศ. ๒๔๕๘ ปจจบนหัองสมด็ของราชนาวกุสภา













เปล้ยู่นเปนหัองสมด็กุล้างกุองทพเรอ อยู่ในคุวามรบผู้ด็ชอบของ



กุองหัองสมด็ กุรมยูุ่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ











๒. กจการ “หนงสอนาวิกศาสตร” มขนภายู่หัล้ังทตั้งราชนาวิกุสภา


มาแล้้ว ๒๑ เด็ือน โด็ยู่หันังสือนาวกุศาสตั้ร์เล้มแรกุหัรือเล้มปฐมฤกุษ ์








ปท ๑ เล้ม ๑ มกุราคุม พ.ศ. ๒๔๖๐ ออกุจาหันายู่ราคุาเล้มล้ะ











๕๐ สตั้างคุ ซึ่งในเวล้าน�น นายู่นาวาเอกุ พระยู่าวนยู่สนทร (วม พล้กุล้) นาวิกุศาสตร์ ปีท่� ๑ เล้�มท่� ๑ มกุราคม พ.ศ. ๒๔๖๐
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖






















ด็ารงตั้าแหันงนายู่กุกุรรมกุารอานวยู่กุารราชนาวกุสภา คุนท ๒ เขยู่นคุาชแจงใหัทราบทมาของชอหันงสอ “นาวกุศาสตั้ร”













วา จะเอาแตั้เรองทเปนประโยู่ชนแกุราชนาวโด็ยู่มากุมาพมพขน จงได็ขนานนามหันงสอนวา “นาวกุศาสตั้ร” แล้ะ















แจงวตั้ถืประสงคุวา ขอใหัผู้อานพงกุาหันด็ใจไววาราชนาวกุสภามคุวามปรารถืนาสาคุญ เพยู่งจะเผู้ยู่แผู้วชาทหัารเรอใหั ้























แพรหัล้ายู่ขนในคุณะราชนาว เพอเปนกุารฝั่กุฝั่นวชาทหัารเรอของนายู่ทหัารเรอใหัเจรญขน จะได็เปนประโยู่ชนแกุ �















ราชกุารในราชนาวเทานน แล้ะได็ถือเอาวันมหัามงคุล้ วันท ๑ มกุราคุม ซึ่งตั้รงกุบวนพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จ



















พระมงกุุฎเกุล้้าเจาอยู่หััว รชกุาล้ท ๖ เปนวนออกุหันงสอนาวกุศาสตั้รเล้�มแรกุ เพื�อคุวามเปนสรมงคุล้ด็วยู่






๓. “การปาฐกถา” เด็มอยู่ในคุวามรับผู้ด็ชอบของแผู้นกุนาวิกุศาสตั้ร์ ซึ่งมหัน้าทเกุยู่วกุบกุารบรรยู่ายู่วทยู่าศาสตั้ร์


















ตั้�าง ๆ เร่ยู่บเร่ยู่งเรืองบรรยู่ายู่ กุบตั้รวจเรืองซึ่งม่ผู้แตั้�งใหัล้งในหันงสอพมพของราชนาวกุสภา เช�น กุารบรรยู่ายู่เรือง




























“ยู่ทธวธ” ของ นายู่พล้เรอตั้ร พระเจาพยู่าเธิอ กุรมหัมนชมพรเขตั้รอด็มศกุด็ จเรทหัารเรอ ทรงบรรยู่ายู่เมอวนพฤหัสบด็ท � ่















๖ กุนยู่ายู่น พ.ศ. ๒๔๖๐ (กุ�อนพมพนาวกุศาสตั้รฉบบแรกุ ๔ เด็อน) แล้ะเรือง “ยู่ทธกุฬา”เมือวนท ๒๒-๒๓ ธินวาคุม







พ.ศ. ๒๔๖๐ ปจจบนกุารจด็ปาฐกุถืาอยู่ในคุวามรบผู้ด็ชอบของ แผู้นกุสงเสรมคุวามร สานกุงานราชนาวกุสภา










กุองบญชากุาร กุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ



นอกุจากุกุจกุารเกุยู่วกุบหัองสมด็ นาวกุศาสตั้ร แล้ะกุารปาฐกุถืา ทกุล้�าวมาแล้้ว ราชนาวกุสภายู่งได็ด็าเนนกุาร





















ด็านอืน ๆ เพื�อประโยู่ชนแกุ�สมาชกุราชนาวกุสภา ด็งน่ �



๑. แผนกภัณฑุปกรณ หัรอรานขายู่ของได็จด็ใหัมขนมาพรอมกุบกุารตั้งราชนาวกุสภา แตั้กุจกุารไมได็เตั้บโตั้มากุ






























เพราะได็ซึ่อเคุรองด็มมาขายู่โด็ยู่เอากุาไรแตั้นอยู่ ขายู่ถืกุกุวารานพอคุาธิรรมด็ามากุ มผู้ล้พอเล้�ยู่งตั้วได็ กุารจด็ของขายู่












ได็แกุ� สราแล้ะเคุรืองด็ื�มตั้�าง ๆ ไม�ได็กุาไรมากุนกุ สนคุาเบด็เตั้ล้ด็ตั้�าง ๆ เช�น เคุรื�องกุระปอง เคุรื�องสาอาง แล้ะสิ�งของ








ทตั้้องใช้เป็นประจาวัน พอทากุาไรได็บ้างแตั้�น้อยู่ สินคุ้าท�เป็นชิ�นใหัญ� ๆ ม่ราคุามากุ เช�น วิทยู่ ฯล้ฯ ใหั้สมาชกุซึ่ื�อโด็ยู่วธิ่











ผู้�อนชาระ แตั้�กุได็เล้กุกุารขายู่เงนผู้�อนเพราะสมาชกุบางคุนไม�ปฏิิบตั้ตั้ามระเบ่ยู่บจรง ิ
















๒. การตงแผนกการกศลัฌาปนกจ เพอประโยู่ชนจะปองกุนรกุษาเกุยู่รตั้ยู่ศของนายู่ทหัารเรอ แล้ะขาราชกุาร













ชันสญญาบตั้รในราชนาว่ ราชนาวกุสภาได็จด็ทารายู่งานแล้ะระเบ่ยู่บกุารฌาปนกุจขนถืวายู่ นายู่พล้เรอเอกุ พระเจา ้
















บรมวงศเธิอ กุรมหัล้วงชมพรเขตั้อด็มศกุด็ิ เสนาธิิกุารทหัารเรอ เพื�อขอตั้งแผู้นกุกุุศล้ฌาปนกุจขนทราชนาวกุสภา แล้ะ









ทรงประทานพระอนุญาตั้ใหัตั้งขน โด็ยู่กุาหันด็ใหัใชระเบยู่บกุารด็งกุล้าวนน ตั้งแตั้วนท ๑๕ ตั้ล้าคุม พ.ศ. ๒๔๖๕











จ้งถืือได็ว�า กุารฌาปนกุจสงเคุราะหัแหั�งราชนาว่กุาเนด็ขนตั้งแตั้�วนนันเปนตั้นมา














๓. การตงแผนกสหโภชน์แลัะสุขาภบาลั ราชนาวิกุสภาได็้เปด็แผู้นกุสหัโภชน์ในสวนของกุารบริโภคุอาหัารข้�น















ตั้งแตั้วนท ๑ ธินวาคุม พ.ศ. ๒๔๗๓ โด็ยู่มงหัมายู่ทจะใหัได็มทรบประทานอาหัารอันรโหัฐานสมคุวรแกุเกุยู่รตั้ยู่ศ












มภาชนะทสะอาด็ มกุารรบประทานอาหัารทถืกุตั้องตั้ามหัล้กุสขวทยู่าแล้ะอนามยู่ มอาหัารทเปนประโยู่ชนแกุรางกุายู่






















ทังอาหัารไทยู่ จ่น ฝั่รัง สามารถืเล้อกุซึ่ื�อบรโภคุได็ตั้ามชอบในราคุาถื่กุพอสมคุวร แล้ะเปนโอกุาสทจะได็พบปะสนทนา

























ปราศรยู่เพอเชอมกุารสมาคุมใหัแนบแนนยู่งขน รวมทงเปนคุวามสะด็วกุแล้ะสมคุวรแกุเกุยู่รตั้ศกุด็หัากุจะเชอเชญแขกุ


มาร�วมรบประทานอาหัาร





๔. แผนกกฬาแลัะบนเทิิง แบ�งเปน ๓ หัมวด็ ๑) หัมวด็กุ่ฬากุล้างแจง ได็แกุ� รกุบ่ ฟ้ตั้บอล้ เทนนส กุ่ฬาทหัารเรอ









เปนตั้น ๒) หัมวด็กุ่ฬาในร�ม ได็แกุ� บรด็จ บล้เล้่ยู่ด็ หัมากุรกุไทยู่ หัมากุรกุสากุล้ ปงปอง เปนตั้น แล้ะ ๓) หัมวด็บนเทง




















เช�น สอนเตั้นรา ล้่ล้าศ แล้ะฝั่กุรองเพล้ง กุารจด็งานเล้่ยู่งรืนเรง เปนตั้น













๕. กจการเก�ยวิกบพิธีม่งคลัสม่รส เรมตั้นในป พ.ศ. ๒๔๘๖ โด็ยู่กุรมเสนาธิกุารทหัารเรออนมตั้ใหัขยู่ายู่กุจกุารของ












ราชนาวกุสภาเพือกุารอนเคุราะหัเกุยู่วกุบพธิ่มงคุล้สมรสของสมาชกุ โด็ยู่จะรบช�วยู่เหัล้อสมาชกุใหัได็รบคุวามสะด็วกุ






นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖















ในเรืองสถืานท เคุรืองใช แล้ะอื�น ๆ เช�น ช�วยู่กุาหันด็โคุรงกุารของงานตั้งแตั้�ตั้นจนเสรจพธิ่ ช�วยู่จด็ผู้ช�วยู่เหัล้อในพธิ่



















ตั้อนรบแขกุ เล้่ยู่งอาหัารแล้ะเคุรื�องด็ืม จด็สถืานท ช�วยู่จด็กุารออกุบตั้รเชญผู้ม่เกุ่ยู่รตั้ตั้ามคุวามจานงของคุสมรสหัรอ

เจาภาพ ช�วยู่จด็กุารสั�งอาหัาร แล้ะเคุรื�องด็ืมสาหัรบเล้่ยู่ง ช�วยู่จด็หัาของชาร�วยู่แกุ�แขกุ





































พิธมงคล้สมรส

นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖




ตั้�อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๖ ม่พระราชกุฤษฎ่กุาจด็วางระเบ่ยู่บราชกุารกุองทพเรอในกุระทรวงกุล้าโหัม พ.ศ. ๒๔๙๖










(ราชกุจจานเบกุษา เล้�ม ๗๐ มกุราคุม ๒๔๙๖) ใหัม่กุรมสวสด็กุารทหัารเรอ แล้ะกุองทพเรอได็กุ�อสรางอาคุารราชนาว่



















สโมสรเสรจเรยู่บรอยู่ในป พ.ศ. ๒๔๙๖ กุรมสวสด็กุารทหัารเรอจงได็เปด็ททากุารใหัม ณ อาคุารราชนาวสโมสร เมอวนท ่ �









๑๗ สงหัาคุม พ.ศ. ๒๔๙๗ กุจกุารเกุยู่วกุบสวสด็กุารตั้าง ๆ ซึ่งราชนาวกุสภาเคุยู่รบผู้ด็ชอบ จงได็โอนไปอยู่ใน








คุวามรบผู้ด็ชอบของกุรมสวสด็กุารทหัารเรอ




















ตั้อมาได็มกุารปรบปรงระเบยู่บกุองทพเรอ วาด็วยู่ราชนาวิกุสภา ใหัเหัมาะสมยู่�งขน ด็งปรากุฏิตั้ามระเบยู่บ









กุองทพเรอ ว�าด็วยู่ราชนาวกุสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกุาศ ณ วนท ๒๔ กุรกุฎาคุม พ.ศ. ๒๕๕๓ ล้งนามโด็ยู่ พล้เรอเอกุ





กุาธิร พมหัรญ ผู้บญชากุารทหัารเรอ ในขณะนน กุาหันด็ใหั้ ราชนาวกุสภาเปนสถืาบนสงเสรมกุารศกุษา เผู้ยู่แพรวชากุาร


















แล้ะแล้กุเปล้ยู่นคุวามร คุวามคุด็เหันซึ่งกุนแล้ะกุนระหัวางสมาชกุ บรหัารกุจกุารโด็ยู่คุณะกุรรมกุาร แบงกุจกุารออกุเปน














๒ แผู้นกุ คุอ



๑. แผู้นกุนาวกุศาสตั้ร ม่หันาท จด็ทาแล้ะแจกุจ�ายู่นตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้รใหักุบสมาชกุ เพื�อเผู้ยู่แพร�วชากุารแล้ะ























เปนสือทจะเสรมสรางคุวามสมพนธิระหัว�างกุองทพเรอกุบประชาชน






















๒. แผู้นกุสงเสรมคุวามร มหันาท สงเสรมแล้ะเผู้ยู่แพรวทยู่ากุารด็านตั้างๆ ของกุองทพเรอ รวมทงจด็ใหัมกุารแสด็ง

ปาฐกุถืา กุารโตั้วาท่ กุารบรรยู่ายู่ แล้ะอื�นๆ ทางวชากุาร



กุารด็าเนนกุจกุารราชนาวกุสภาในยู่คุปจจบน แบ�งออกุเปน ๒ ส�วน คุอ ส�วนบรหัาร แล้ะส�วนปฏิิบตั้กุาร คุอ














๑. ส�วนบรหัาร ประกุอบด็วยู่ คุณะกุรรมกุาร จานวน ๑๕ นายู่ แล้ะเหัรญญกุ จานวน ๑ นายู่ ด็งน่ �










๑.๑ นายู่กุกุรรมกุาร แตั้�งตั้งจากุผู้ด็ารงตั้าแหัน�ง เจากุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ ทั�งน่ นายู่กุกุรรมกุารสามารถื









พจารณาแตั้�งตั้ง ทปร้กุษาราชนาวกุสภาได็ไม�เกุน ๕ นายู่ บรรณาธิิกุาร ผู้ช�วยู่บรรรณาธิิกุาร แล้ะเจาหันาทประจา












กุองบรรณาธิิกุารนาวกุสตั้ร ได็ตั้ามคุวามเหัมาะสม




๑.๒ รองนายู่กุกุรรมกุาร ๑ นายู่ แล้ะกุรรมกุาร ๑๒ นายู่ รวม ๑๓ นายู่ แตั้งตั้งโด็ยู่กุารเสนอของนายู่กุกุรรมกุาร







ซึ่งพจารณาคุัด็เล้อกุนายู่ทหัารจากุทุกุพรรคุ-เหัล้า เขามาด็ารงตั้าแหันงหัมนเวยู่นตั้ามคุวามเหัมาะสม แล้วเสนอรายู่ช�อ










ใหักุองทพเรอแตั้�งตั้ง ั �








๑.๓ กุรรมกุารแล้ะเล้ขานกุาร แตั้งตั้งจากุผู้ด็ารงตั้าแหันงผู้อานวยู่กุาร สานกุงานราชนาวกุสภา กุองบญชากุาร









กุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ





๑.๔ เหัรญญกุของราชนาวกุสภา แตั้�งตั้งจากุผู้ด็ารงตั้าแหัน�งนายู่ทหัารฝั่ายู่กุารเงน สานกุงานราชนาวกุสภา













กุองบญชากุาร กุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ












๒. ส�วนปฏิิบตั้กุาร ได็แกุ�เจาหันาทของสานกุงานราชนาวกุสภา ซึ่งเปนขาราชกุาร ทหัารกุองประจากุาร ล้่กุจาง







แล้ะพนกุงานราชกุารในสงกุด็กุรมยู่ทธิศกุษาทหัารเรอ โด็ยู่ม ผู้อานวยู่กุารสานกุงานราชนาวกุสภา กุองบญชากุาร













กุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ เปนผู้บงคุบบญชารบผู้ด็ชอบ








๑๐๗ ป ราชนาวิิกสภา




















ราชนาวกุสภานบวาเปนหันวยู่งานทอยู่คุกุบราชนาวมาอยู่างยู่าวนานกุวา ๑ ศตั้วรรษ โด็ยู่มบทบาทตั้อวถืชวตั้









ของขาราชกุารแล้ะคุรอบคุรัวทหัารเรอ ราชนาวิกุสภาถือได็้วาเปนแหัล้งเรยู่นรกุองทัพเรอทบอกุเล้าเรองราว










ทางประวัตั้ศาสตั้ร์มายู่าวนานเขาสปท ๑๐๗ จวบจนปัจจบนอาคุารหัล้ังนเปนสานกุงานราชนาวิกุสภาซึ่งเปน















หัน�วยู่ขนตั้รงกุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ




นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖






สานกุงานราชนาวกุสภา หัน�วยู่ขนตรงกุรมยู่ทธศ้กุษาทหัารเรอ



























สถืานท่ตั้งของสานกุงานราชนาวิกุสภา ตั้งอยู่รมฝั่งแมนาเจาพระยู่าฝั่งตั้กุแล้ะเป็นทองคุง นบเปนจด็ชม
















ทศน่ยู่ภาพพระบรมมหัาราชวงทสวยู่งามทสด็ เมือมองไปจนสด็สายู่ตั้าจะเหันอาคุารส่งจานวนมากุทกุระจายู่อยู่ในฝั่ง

กุรุงเทพมหัานคุร ทางทิศใตั้้จะมองเหั็นองคุ์พระปรางคุ์ของวด็อรุณราชวรารามราชวรมหัาวหัารทมขนาด็สงใหัญเป็น











จด็หัมายู่เด็�นสง�ารมฝั่งเจาพระยู่าทเปนสายู่นาแหั�งคุวามผู้่กุพนกุบวถื่ราชนาว่















อาคุารราชนาวกุสภา (หัล้งแรกุด็านทศใตั้) เปนอาคุารแบบตั้ะวนตั้กุ ๒ ชัน กุ�ออฐถืือป่น ม่ไมประกุอบ ผู้งเปน




















ร่ปสเหัล้ยู่มผู้นผู้า หัันด็านหันา (ด็านยู่าว) ออกุสแม�นาเจาพระยู่าตั้รงกุบหัมพระมหัาปราสาทของพระบรมมหัาราชวง




ฟ้ากุตั้รงขามของแมนำา อาคุารนเด็มไมมระเบยู่งด็านหันาเชนในปจจบน แตั้ถืกุตั้อเตั้มในราวกุอน พ.ศ. ๒๔๗๔






























เพือฉล้องกุรงเทพฯ ๑๕๐ ป ซึ่งได็ทาบนได็ทางขนหัล้กุทกุ้งกุล้างของอาคุารใหัม� เพื�อคุวามสง�างามแทนบนได็ชด็เด็ม





















โด็ยู่สถืาปตั้ยู่กุรรมทตั้อเตั้มคุงมอทธิพล้รปแบบเรอเนสซึ่องส แตั้ได็มกุารผู้สมผู้สาน แล้ะประยู่กุตั้ใหัเรยู่บงายู่ขน








ทังชันล้�าง แล้ะชันบน ม่ระเบ่ยู่งยู่าวตั้ล้อด็ของตั้วอาคุาร









อาคุารราชนาวิกุสภา (หัล้งแรกุ) ชำารด็ทรด็โทรมไปตั้ามอายูุ่ขยู่จนราว พ.ศ. ๒๕๔๕ จงได็มกุารบรณะ


















ปรบปรงคุรงใหัญใหัมสภาพมนคุงแขงแรง เพอเตั้รยู่มใชเปนทรองรบกุารชมขบวนพยู่หัยู่าตั้ราทางชล้มารคุ ของผู้นาชาตั้ ิ


















ตั้าง ๆ ทจะมาประชม APEC 2003 ใน พ.ศ. ๒๕๔๖ แตั้ด็วยู่ขอจากุด็หัล้ายู่ประกุารทเปนอปสรรคุตั้อกุารปรบประโยู่ชน ์



























ใชสอยู่ กุอปรกุบเปนอาคุารเกุา ทาใหัรฐบาล้ในขณะนนตั้ด็สนใจสรางอาคุารทมล้กุษณหันาตั้าคุล้ายู่คุล้งกุนอกุหัล้งหันง






ตั้�างหัากุ บนพืนทว�างหันาพระนเวศนเด็ม

ปจจบนราชนาวกุสภา ด็าเนนกุารบรหัารโด็ยู่คุณะกุรรมกุารราชนาวกุสภาทกุองทพเรอแตั้งตั้ง โด็ยู่ม เจากุรมยู่ทธิศกุษา




























ทหัารเรอ เปนนายู่กุกุรรมกุาราชนาวกุสภา มขาราชกุารแล้ะเจาหันาทของสานกุงานราชนาวกุสภา กุองบญชากุาร





กุรมยู่ทธิศ้กุษาทหัารเรอ รบผู้ด็ชอบในเรืองของกุารจด็ทานตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้ร แล้ะกุารเผู้ยู่แพร�คุวามร่ ้









นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖





บทิควิาม่ทิีลังพิิม่พิในนตยสารนาวิิกศาสตร ์








๑. จะตั้องมเนอหัาสาระเปนไปตั้ามวตั้ถืประสงคุของราชนาวกุสภา คุอ เปนบทคุวามทสงเสรมกุารศกุษา เผู้ยู่แพร �














วชากุาร แล้ะแล้กุเปล้ยู่นคุวามร คุวามคุด็เหันระหัวางสมาชกุราชนาวกุสภา รวมทงเปนบทคุวามทชวยู่เสรมสราง














คุวามสมพนธิระหัว�างกุองทพเรอกุบประชาชน







๒. คุวรเปนบทคุวามทม่ ๓ ส�วนหัล้กุ ทม่คุวามสมพนธิตั้�อกุน คุอ บทนาหัรอกุล้�าวนา เนือเรืองแล้ะบทสรปหัรอ


















ขอคุด็เหัน/ขอเสนอแนะ










๓. บทคุวามทเข่ยู่นเกุยู่วกุบยู่ทธิศาสตั้รชาตั้ ยู่ทธิศาสตั้รทหัาร ยู่ทธิศาสตั้รทางเรอ ยู่ทธิวธิ่ทางทหัารแล้ะทางเรอ









แนวคุด็แล้ะวธิ่ปฏิิบตั้ทางทหัาร แนวคุด็ทางด็านคุวามมันคุงของชาตั้ กุฎเกุณฑ์์ในกุารปฏิิบตั้ทางทหัาร


















๔. บทคุวามวเคุราะหัสถืานกุารณโล้กุ สถืานกุารณภายู่ในประเทศ ทกุษะคุวามร่เกุยู่วกุบทหัารเรอ

๕. บทเร่ยู่นจากุสงคุรามในอด็่ตั้ ประวตั้ศาสตั้รกุารยู่ทธิทางเรอ ขนบธิรรมเน่ยู่มประเพณ่ชาวเรอ














๖. ประสบกุารณในอด็่ตั้ทเปนประโยู่ชนตั้�อทหัารเรอรุนหัล้ง หัรอเรืองทหัน�วยู่เหันอสังกุารเร�งด็�วน










๗. บทบาทแล้ะกุจกุรรมของหันวยู่ตั้าง ๆ ในกุองทพเรอ วนสถืาปนาหันวยู่ ผู้ล้งานวจยู่ทเปนประโยู่ชนตั้อกุองทพเรอ













แล้ะประเทศชาตั้ ประวตั้บคุคุล้สาคุญ บคุคุล้ด็่เด็�น แล้ะเรืองจากุปกุ












๘. คุวามร่ทั�วไป คุวามกุาวหันาทางเทคุโนโล้ยู่ กุ่ฬา ศาสนา แล้ะสขภาพ






๙. บทคุวามประจา เชน ขาวนาวรอบโล้กุ ขอคุด็ปล้กุจตั้สาน้กุจรยู่ธิรรม สานวนชาวเรอ เรองเล้าชาวเรอ แล้ะอน ๆ













ซึ่งบรรณาธิิกุารสามารถืเปล้ยู่นแปล้งได็ตั้ามคุวามเหัมาะสม









กุระบวนกุารผู้ล้ตั้นตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้ร ไม�ได็ง�ายู่นกุ แตั้�จะทาอยู่างไรใหันตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้รคุงคุุณคุ�า น�าอ�าน




















นาสนใจ แล้ะมากุด็้วยู่เน�อหัาท�เป็นประโยู่ชนตั้อผู้้อานทกุทาน ส�งสาคุัญ คุือ กุารได็รับคุวามรวมมือจากุผู้เข่ยู่น












มารวมเปนสวนหันงในกุารเผู้ยู่แพรคุวามรหัรือประสบกุารณ์ทนามาสกุารเปนบทเรยู่น เพอประโยู่ชนแกุสมาชิกุแล้ะ
















ผู้อ�าน ทังน่� ท�านทสนใจจะเข่ยู่นบทคุวามล้งในนตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้ร สามารถืส�งบทคุวามพรอมไฟ้ล้ภาพประกุอบ แล้ะ










หัมายู่เล้ขโทรศัพททตั้ด็ตั้อได็ เพ�อประสานกุรณ่ม่กุารแกุ้ไขหัรือตั้้องกุารข้อม่ล้เพ�มเตั้ิม ถืงสานกุงานราชนาวกุสภา อเมล้
















[email protected] สอบถืามขอมล้ได็ท แผู้นกุนาวกุศาสตั้ร สานกุงานราชนาวกุสภา กุองบญชากุาร กุรมยู่ทธิศกุษา




ทหัารเรอ หัมายู่เล้ขโทรศพท ๐๒-๔๗๕-๓๐๗๒ หัากุบทคุวามได็รบกุารพจารณาใหันาล้งพมพในนตั้ยู่สารนาวกุศาสตั้ร ์















ผู้เข่ยู่นจะได็รบคุ�าตั้อบแทนตั้ามระเบ่ยู่บของทางราชกุาร
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖


Click to View FlipBook Version