The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2021-11-26 03:12:08

๑๐๓ ปี ราชนาวิกสภา

๑๐๓ ปี ราชนาวิกสภา







นำวำเอก อำรัญ เจียมอยู่


บทน�ำ
ในวันที่ ๑ เมษายน ของทุกปี ถือได้ว่าเป็นวันคล้าย
วันก่อตั้ง “ราชนาวิกสภา” ได้ถือก�าเนิดขึ้นโดยพระบรม
ราชานุญาตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


ซ่ง นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า

วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร

ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ริเร่ม


ด�าเนินการจนกระทั่งก่อตั้งราชนาวิกสภาขึ้น
ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน “๑๐๐ ปี

ราชนาวิกสภา ความภาคภูมิใจของราชนาวีไทย” ซ่งก่อนท ่ ี
จะมีการจัดงานน้น คนท่วไปเข้าใจว่าราชนาวิกสภาคือ


สโมสรสัญญาบัตร (Navy Club) สาหรับการจัดงานต่าง ๆ

ของกองทัพเรือ รวมท้งงานมงคลสมรสของข้าราชการ


ทหารเรือ แต่อย่างไรก็ตามเม่อมีการค้นคว้าโดยเฉพาะ นำยพลเรือโท พระเจ้ำน้องยำเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร


ในประเด็นท่ว่า ราชนาวิกสภาคืออะไร มีความสาคัญ
อย่างไรต่อกองทัพเรือ มีความโยงใยต่อนาวิกศาสตร์
อย่างไร การขยายกิจการของราชนาวิกสภาโดยเฉพาะ
การขยายลงสู่เรือหลวงต่าง ๆ ของกองทัพเรือแล้ว มีอะไร
ที่ท�าให้เราต้องภาคภูมิใจกับราชนาวิกสภา ซึ่งผู้อ่านและ



สมาชิกทุกท่านสามารถหาคาตอบได้จากบทความน และ


หวังเป็นอย่างย่งว่าส่งท่ท่านทราบจากบทความน้ท่านจะ


หวงแหนและรักษาให้กับข้าราชการรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
ทรงริเริ่มก่อตั้งรำชนำวีสภำ
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ ที่ท�ำกำรรำชนำวิกสภำ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐
กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร (พระยศและพระนาม


12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒







ในขณะน้น) ทรงริเร่มก่อต้งสถาบันการศึกษาอีกลักษณะหน่ง กราบบังคมทูลฯ เสนอเร่องกรมเสนาธิการทหารเรือ
ส�าหรับนายทหารสัญญาบัตรขึ้น โดยเป็นสถานที่ในการ ขอต้งราชนาวีสภา พร้อมแนบเอกสาร “บันทึกความเห็น






อานวยการฝึกฝนนายทหารสัญญาบัตรให้มีความรู้ แลรางขอบงคบสาหรบการตงราชนาวสภา” ตอพระบาท







ทางวิชาการทหารเรือช้นสูงข้นไป เป็นสถานท่เพ่อการ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์



แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันในแต่ละวิทยาการ เป็น พ.ศ. ๒๔๕๘ เป็นข้อความว่า








สถานททมนาวีบรรณาคมเป็นทสาหรบรวบรวมหนงสอ “ด้วยกรมเสนำธิกำรทหำรเรือได้ท�ำบรรทึกควำมเห็น




ให้กับนายทหารสัญญาบัตรได้อ่านหรือศึกษา เป็นสถานที่ เสนอว่ำควรต้ง รำชนำวีสภำ (เทียบ Royal Naval Institute)

ส�าหรับเล่นยุทธกีฬา รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนสมาคม ข้นเพ่อเป็นส�ำนักท่จะได้อ�ำนวยกำรฝึกฝนนำยทหำรให้ม ี





ในเวลาว่าง พระองค์จึงถวายหนังสือกราบทูลเสนอพระดาร ิ ควำมรู้วิชำกำรทหำรเรือสูงข้นไป และเป็นสถำนท่ ๆ

ขอพระอนุญาตต้งเป็นหน่วยงานระดับแผนก ใช้ช่อว่า จะได้ศึกษำหรือแลกเปล่ยนควำมรู้ซ่งกันและกันในวิทยำ



“ราชนาวีสภา” (เทียบ Royal Naval Institute) ขึ้นอีก และกำรอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์ แก่กำรด�ำเนินรำชกำร


แผนกหน่ง ต่อ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในน่ำท่ กับท้งให้มีนำวีบรรณำคมเป็นท่รวบรวมหนังสือ



เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง ซ่งเหล่ำนำยทหำรเรือ จะได้ใช้อ่ำนหรือศึกษำ และให้เป็น

ทหารเรือ และได้รับความเห็นชอบจากเสนาบดีกระทรวง สถำนท่พักผ่อนสมำคมซ่งกันแลกันในเวลำว่ำงรำชกำรด้วย

ทหารเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ อนึ่ง รำชนำวีสภำนี้จะให้อยู่ในน่ำที่อ�ำนวยกำรของ


กรมเสนำธกำรทหำรเรอ ไม่มีอ�ำนำจปกครองตวเองเช่น


ระเบียบสโมสร ไม่มีสมำชิกลงช่อออกเงินบ�ำรุง เป็นแต่
เพียงสถำนกลำง ซ่งบรรดำนำยทหำรเรือและ ข้ำรำชกำร



พลเรือนช้นสัญญำบัตรซ่งรับรำชกำรทหำรเรือเข้ำถึงได้
ทั่วไป และในกำรบำงอย่ำงจะเจำะจงเรียก เป็นรำยนำม
ให้ไปประชุมเป็นบังคับโดยทำงรำชกำรก็ได้
ข้ำพระพุทธเจ้ำเห็นด้วยเกล้ำฯ ว่ำตำมหลักควำมคิด
อันน้ เป็นกำรดีและจะได้ประโยชน์แก่รำชกำร แต่กำร


ท้งน้จะถือว่ำเป็นสถำนท่รำชกำรล้วนก็ไม่เชิง มีทำงเจือ


ไปเป็นระเบียบสมำคม ซ่งควรได้รับพระบรมรำชำนุญำตก่อน

จึงต้งข้น ข้ำพระพุทธเจ้ำได้รับพระรำชทำนทูลเกล้ำฯ


ถวำยส�ำเนำบันทึกควำมเห็น ๑ ฉบับ และร่ำงข้อบังคับ

ส�ำหรับกำรน้ ๑ ฉบับ มำเพ่อทรำบฝ่ำละอองธุลีพระบำท

ด้วยแล้ว”
นำยพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้ำน้องยำเธอ เจ้ำฟ้ำกรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
นอกจากสาระสาคัญท่ปรากฏความมุ่งหมายในการ



ทูลเกล้ำฯ ถวำยขอพระบรมรำชำนุญำตต้งรำชนำวีสภำ เป็นสถาบันการศึกษาแล้ว ข้อความใน “บันทึกความเห็น

เม่อ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลร่างข้อบังคับสาหรับการต้งราชนาวีสภา” ได้อธิบาย




เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง ช้แจงสาระสาคัญของแผนจัดการศึกษาให้แก่นายทหารเรือ
ทหารเรือ ทรงเห็นชอบด้วยพระด�าริ จึงทูลเกล้าฯ ถวาย แผนกเดนเรือโดยทวไปว่ามีแผนจัดการศึกษาแบ่งออก



หนงสอกระทรวงทหารเรอ ท ๑๖/๒๔๕๘/๑๒๐๓๙ กว้าง ๆ ๓ ขั้น ได้แก่





นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 13


ขั้นที่ ๑ ได้แก่ อาชีพศึกษาสามัญ คือ วิชาเดินเรือ
และวิชาบังคับการในเรือ (การเรือ การปกครอง) และ
สรรพาวุธ



ข้นท ๒ ได้แก่ การศึกษาวิชาเฉพาะเป็นอย่าง ๆ
ให้รู้ดีกว่าขั้นที่ ๑ เช่น ปืนใหญ่ ตอร์ปิโด ทุ่นระเบิด และ
เดินเรือ ฯลฯ
ขั้นที่ ๓ ได้แก่ วิชารบ ยุทธวิธี (วิธีการใช้เรือต่าง ๆ
ใช้อาวุธต่าง ๆ ฯลฯ รบกันในระหว่างเรือต่อเรือ
น�ากระบวนเรือเข้ารบ) และยุทธศาสตร์






โดยเฉพาะการจัดการศึกษาข้นท ๓ น คือส่งท ี ่ พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว

กรมเสนาธิการทหารเรือเห็นว่าสามารถจัดการศึกษา






ข้นท ๓ ได้ทันท โดยท่กรมเสนาธิการทหารเรือไม่ต้อง เอกสารแนบเร่องซ่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือทูลเกล้าฯ


ต้งเป็นโรงเรียนสงครามข้นและไม่ต้องรอให้นายทหาร ถวายแล้ว โดยพระองค์ทรงมีพระบรมราชานุญาต






ผ่านการศึกษาข้นท ๒ เสียก่อน น่นคือโดยการใช้นา โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลงลายพระราชหัตถเลขา
เน้อหาและวิธีการของ “นาวียุทธกีฬา” ซ่งมีผู้คิดข้น จดพระราชทานคาศัพท์ภาษาไทยสาหรับใช้กับคาศัพท์







ใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการรบทางเรือของประเทศ ภาษาอังกฤษท่กระทรวงทหารเรือ ตลอดจนกรมเสนาธิการ

ในทวีปยุโรปมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับกองทัพเรือไทย ทหารเรือใช้ในหนังสือกราบบังคมทูลฯ และสาเนา
และนาวิธีการน้มาใช้เป็นกระบวนการศึกษาของ เอกสาร “บันทึกความเห็นแลร่างข้อบังคับสาหรับ



ราชนาวีสภา การตั้งราชนาวีสภา” รวม ๔ ค�า ได้แก่ ค�าว่า
และนอกจากเล่นยุทธกีฬาตามท่กล่าวข้างต้นแล้ว - Navy (Noun) ทรงพระราชทานคาศัพท์




ยังมีการนาระบบการศึกษาเพ่อแสดงความรู้และเรียน ภาษาไทยเป็น “นาวี”
การรบด้วยวิธีอื่น ๆ อีก คือ - Naval (Adjective) ทรงพระราชทานค�าศัพท์
๑. การแต่งเร่อง (Essays) โดยกรรมการต้งเร่อง ภาษาไทยเป็น “นาวิกะ” หรือ “นาวิก”



ให้แต่ง หรือตั้งปัญหาให้แก้ด้วยหนังสือ - Lectures ทรงพระราชทานค�าศัพท์ภาษาไทย
๒. การบรรยาย (Lectures) โดยกรรมการตั้งเรื่อง เป็น “บรรยาย”









ใหเตรยมมาอธบายในทประชม (ซงจะคดเรอง ทนาสนใจ - Debate ทรงพระราชทานคาศัพท์ภาษาไทย






มาปาฐกถาโดยเจ้าของเรื่องจะเป็นองค์ปาฐก) เป็น “คารม”

๓. การโต้คารม (Debate) โดยกรรมการต้งเร่อง หลังจากน้นในวันท ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘






หรือปัญหาให้นายทหารแบ่งออกเป็น ๒ พวก แสดง กรมราชเลขานุการ จึงมีหนังสือท ๒๘/๑๘๓๒ แจ้ง
ความเห็นโต้ตอบกัน พระบรมราชานุญาตมายังเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ซ่งในจดหมายบันทึกกระทรวงทหารเรือระบุวันท ่ ี


ทรงมีพระบรมรำชำนุญำตและทรงพระรำชทำนช่อ ได้รับหนังสือกรมราชเลขานุการในวันท ๖ มีนาคม


“รำชนำวิกะสภำ”หรือ “รำชนำวิกสภำ” พ.ศ. ๒๔๕๘ ต่อมาวันท ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า
หนังสือกราบบังคมทูลฯ ของกระทรวงทหารเรือ ตลอดจน กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒




จึงแก้ไขคาศัพท์ในต้นฉบับเอกสารให้ถูกต้องดัง กรรมการอานวยการหรือเป็นกรรมการพิเศษเฉพาะ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา มีอานาจออกข้อบังคับสาหรับราชนาวิกสภาท่ไม่ขัดแย้ง





จดพระราชทาน แล้วจัดทาเอกสารข้นใหม่เป็นเอกสาร เป็นปรปักษ์ต่อหลักส�าคัญที่วางไว้โดยข้อบังคับดังกล่าว








พมพ์ด้วยเคร่องพมพ์ดีดใช้ชอเอกสารว่า “บรรทึก ภารกิจท่สาคัญในระยะเร่มแรกของราชนาวิกสภา






ความเห็นเรองต้งราชนาวกะสภา” จากข้อความในเอกสาร ได้แก่ กิจการซ่งเป็นสถานท่สาหรับประชุมปรึกษาและ

ต่าง ๆ ที่ระบุมาโดยล�าดับ “ราชนาวิกสภา” ในปัจจุบัน สันทนาการของนายทหารและข้าราชการทหารเรือ




จึงถือกาเนิดข้นโดยพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จ ช้นสัญญาบัตร กับกิจการห้องสมุด ดังน้น ในวันท ๑๖




พระมงกฎเกล้าเจ้าอย่หว โดยกรมเสนาธการทหารเรอ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้า



ซ่งขณะน้น นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า น้องยาเธอ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบด ี


วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงดารง กระทรวงทหารเรือ จึงทรงมีค�าสั่งย้ายนายทหารบรรจ ุ





ตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ริเร่มดาเนินการ ตาแหน่งท ๕๗๒/๕๘/๑๓๓๑๑ ลงวันท ๑๖ มีนาคม






จนกระทั่งก่อตั้งราชนาวิกสภาขึ้น พ.ศ. ๒๔๕๘ ให้ นายเรือตร เอ้ยม ลีนะกนิษฐ์


ราชนาวิกสภาท่ก่อต้งข้นโดยพระบรมราชานุญาต มาสารองราชการกรมเสนาธิการทหารเรือมีตาแหน่งเป็น




จึงมีสถานะเป็นแผนกหน่งของกรมเสนาธิการทหารเรือ “บรรณำรักษ์รำชนำวิกะสภำ”









เป็นสถานท่สาหรับรวบรวมหนังสือตาราเก่ยวกับการ สวน นายพลเรือโท พระเจานองยาเธอ พระองคเจา





ทหารเรอกบรบหนงสอพมพ์ไทยและต่างประเทศให้ วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ซ่งเดิม





นายทหารอ่าน เป็นสถานที่ส�าหรับเล่นยุทธกีฬา ส�าหรับ ทรงดารงตาแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือชายทะเล







ประชุม ฟังการบรรยาย ฟังการแสดงเร่องท่นายทหาร และทรงร้งตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในวันท ๑
แต่งตามปัญหาที่กรมเสนาธิการตั้งให้เป็นครั้งคราว เป็น เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖ ถึงวันท ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘






สถานท่ประชุมหารือ หรือแสดงคารมในวิทยาการและ ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในวันท ๑ มิถุนายน

ข้อราชการอันเก่ยวกับการทหารเรือเพ่อแลกเปล่ยน พ.ศ. ๒๔๕๘ จึงทรงบังคับบัญชาราชนาวิกสภาเป็นเวลา




ความรู้หรือหาหนทางท่จะดาเนินราชการให้เป็นระเบียบ ประมาณ ๑ ปี ๑๐ เดือน นับแต่แรกก�าเนิด ในวันที่ ๑


เดยวกน รวมท้งเป็นสถานท่สมาคมของนายทหารช้น เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙ จนถึงวันท ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐








สัญญาบัตรซ่งประจาการ นายทหารกองหนุนและ จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น จเรทหารเรือ







เบ้ยบานาญ ข้าราชการช้นสัญญาบัตรท่มีตาแหน่ง โดยม นายพลเรอโท พระเจ้าพยาเธอ กรมหมนชุมพร






ประจ�าการ ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาต ที่จะ เขตรอุดมศักด ดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ



ได้พบปะสนทนาท้งในกิจราชการและกิจส่วนตัว โดย ทรงบังคับบัญชาราชนาวิกสภาต่อมา



เสนาธิการทหารเรือมีอานาจท่จะส่งต้งนายทหารเป็น

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 15






ทหารเรอได้รเร่มขนในทประชุมกระทรวงทหารเรอ






วนท ๓ ตลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ เรมประชมครงแรก







วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ มี จอมพลเรือ สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยา


ภาณุพันธุวงศ์วรเดช จเรทหารท่วไป ผู้กากับราชการ
ทหารเรอ ประทบเป็นประธาน เสนาธการทหารเรอ




และเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ จเรทหารเรือ ปลัด
ที่ท�ำกำรรำชนำวิกสภำ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐
ทูลฉลองกระทรวงทหารเรือ ปลัดบาญชีทหารเรือ และ
นายทหารเรือระดับเจ้ากรมทุกต�าแหน่ง เข้าร่วมประชุม



เม่อประธานท่ประชุมมีพระดารัสส่งให้เลขานุการ

ท่ประชุมอ่านระเบียบการประชุม “สภำบัญชำกำร



กระทรวงทหำรเรือ” ซ่งร่างข้นสาหรับตราไว้เป็นหลัก

ปฏิบัติให้ผู้เข้าร่วมประชุมออกความเห็นและรับรอง
ที่ประชุมเห็นชอบด้วย จึงก�าหนดเป็นระเบียบการว่าด้วย
สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ พ.ศ. ๒๔๖๔ ลงวันที่




๑๙ ตลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ซงแสดงความม่งหมาย
ของการประชุมสภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือว่า
“ด้วยกำรปกครองรำชกำรทหำรเรือ เท่ำท่ได้ด�ำเนิรอยู่

ทุกวันนี้ ยังไม่เปนระเบียบอันสมควร ที่จะท�ำให้กำรงำน
รู้ท่วถึงกันได้ เพรำะต่ำงคนต่ำงท�ำ สมควรให้มีกำร


ประชุมปฤกษำหำรือรำชกำรเพ่อฟังข้อควำมคิดต่ำง ๆ

ของกรมอ่น ๆ จักได้เปนโอกำสแสดง ควำมเห็นหรือ
สอบถำมควำมด�ำริห์แลโต้แย้งแนะน�ำให้เปนท่เข้ำใจ

แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น แลเมื่อได้ประชุมฟังคำรม พร้อมเพรียงกัน
นำยพลเรือเอก พระเจ้ำพี่ยำเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เช่นน้แล้ว รำชกำรจักด�ำเนิรเร็วข้นกับท้งควำมด�ำริห์ก ็


กำรประชุมสภำบัญชำกำรกระทรวงทหำรเรือ จะเปนทสุขุมมนคงข้น โดยได้รับควำมเห็นชอบของ





กำรก�ำหนดนโยบำย ยุทธศำสตร์และกำรบริหำร กรมอ่น ๆ ประกอบด้วยอีกช้นหน่ง จึงสมควรให้มีกำร



กองทัพเรือ ประชุมประจ�ำดังจะได้ตรำเปนระเบียบ ต่อไป...”
ในระยะท นายพลเรือโท พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่น สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ กาหนดประชุม






ชุมพรเขตรอุดมศักด ดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เดือนละ ๑ ครั้ง ทุกสัปดาห์แรกของเดือน ผู้มีหน้าที่เข้า



ทรงมีพระกรณียกิจที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง ได้แก่ ทรงริเริ่ม ประชุม ได้แก่
การนาการประชุมท่มีรูปแบบเรียกว่า “สภา” เข้ามาใช้ ๑. เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ขณะนั้น จอมพลเรือ


ในการบริหารปกครองทหารเรือ ดังปรากฏการประชุม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์

“สภำบัญชำกำรกระทรวงทหำรเรือ” นับแต่เร่มการ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช จะเรทหารทั่วไป ผู้ก�ากับ

ประชุมคร้งแรก การประชุมสภาบัญชาการกระทรวง ราชการทหารเรือ ท�าหน้าที่เสนาบดีกระทรวงหารเรือ
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒


๒. เสนาธิการทหารเรือ คือ นายพลเรือเอก พระเจ้า กำรประชุมสภำกำรช่ำงทหำรเรือและกำรประชุมสภำ
พี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ธุรกำรทหำรเรือ ว่ำด้วยรำชนำวิกสภำ

๓. จะเรทหารเรือ คือ นายพลเรือโท พระเจ้า จากหลักฐานเก่ยวกับระเบียบวาระการประชุมว่า

น้องยาเธอ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ด้วยราชนาวิกสภาท่ปรากฏในการประชุมสภาธุระการ




๔. ปลัดทูลฉลองกระทรวงทหารเรือ คือ นายพลเรือโท ทหารเรือ คร้งท ๕/๒๔๖๕ วันท ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๕




หม่อมเจ้าตุ้ม ในวาระเร่องต่อท้ายจากหัวข้อประชุม มีเร่องเก่ยวด้วย
จากหลกฐานรายงานการประชมสภาบัญชาการ ราชนาวิกสภาซ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและ



กระทรวงทหารเรือพบว่า การประชุมสภาบัญชาการ พระด�าริของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง







กระทรวงทหารเรอจดการประชมเป็นประจาเดอน ชุมพรเขตอุดมศักด ขณะดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ


ณ ห้องเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ระยะเวลาท่มีการ ทรงมีต่อราชนาวิกสภาหรือพัฒนาการของราชนาวิกสภา


ประชุมสภาบัญชาการทหารเรือมีข้นต้งแต่วันท ๑๘ ตุลาคม ในโอกาสต่อมา ดังข้อความในรายงานการประชุมระบุถึง



พ.ศ. ๒๔๖๔ จนถึงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๗ ราชนาวิกสภาว่า

รวม ๒๙ คร้ง จากเอกสารท่เก่ยวด้วยการประชุมสภา “เจ้ำกรมพัสดุทหำรเรือหำรือในเร่องรำชนำวิกะสภำ



บัญชาการกระทรวงทหารเรือ พบว่า นายพลเรือเอก ว่ำ แต่ชั้นเดิมควำมเข้ำใจกันว่ำ รำชนำวิกะสภำ ยังเลี้ยง



พระเจ้าพยาเธอ กรมหลวงชมพรเขตอดมศักด ์ ิ ตัวเองไม่ได้ จึงให้ใช้งบประมำณทหำรเรือช่วยเหลือจนกว่ำ



เสนาธิการทหารเรือ ทรงเข้าร่วมประชุม แล้วต่อมา จะมีรำยได้เล้ยงตัวได้ เพรำะฉะน้นเม่อรำชนำวิกะสภำ














ได้รบพระประทานจากจเรทหารทวไป ผ้กากบ ต้องกำรสงของเครองใช้อย่ำงใดกรมพสดทหำรเรอ

ราชการทหารเรือให้ประทับเป็นประธานการประชุม เคยจ่ำยให้อยู่เสมอเช่นออฟฟิศรำชกำรอ่น ๆ , อยำกทรำบ

ทาหน้าท่แทนเสนาบดีกระทรวงทหารเรือเป็นส่วนใหญ่ หลักเดิมว่ำคงจะให้จ่ำยต่อไปเช่นออฟฟิศรำชกำร



จนถึงการประชุมคร้งท ๒๑ เม่อวันท ๙ เมษายน ครนจะขออนญำตกระทรวงทกรำยในสงของเลก ๆ











พ.ศ. ๒๔๖๖ จึงทรงประทับเป็นประธานการประชุม น้อย ๆ ก็จะเปนกำรหยุมหยิม
ในฐานะเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ นอกจากนี้ยังปรากฏ ผู้เปนประธำนอธิบำยว่ำ ในเร่องรำชนำวิกะสภำน ี ้




จากหลักฐานรายงานการประชุมว่าทรงริเร่มให้ม ี จ�ำเปนต้องสำวเร่องข้นมำกล่ำวถึงรำชนำวี สมำคมด้วย



สภาการช่างทหารเรือและการประชุมสภาธุรการทหารเรือ เพ่อเร่ยรำยเงินสร้ำงเรือพระร่วง แลมีเข็มเปนเคร่องหมำย


ขึ้นอีกด้วย ของสมำชิก ได้เง่ยหูฟังคิดว่ำจะเปนสมำคมท่ร่วมกับ


สาหรับการประชุมสภาบัญชาการน้น จะเป็นการ รำชกำรทหำรเรือ เพ่อประโยชน์บ�ำรุงน้ำใจคนไทยให้นิยม



ประชุมเพื่อก�าหนดนโยบายของกองทัพเรือ การก�าหนด กำรทหำรเรือย่งข้น แต่ผลแห่งควำมจริงไม่ได้เก่ยวข้องกับ



ยุทธศาสตร์ทางทะเล เช่น การมียุทธศาสตร์ในการ รำชกำรทหำรเรือเลย นับว่ำควำมคิดเดมพลำดไปจำกกำร
ป้องกันเส้นทางคมนาคมทางทะเล เรือสินค้า และการ ที่สมควรอยู่บ้ำง
โจมตีกรุงเทพฯ ของข้าศึกที่มาจากทางทะเล การบริหาร ต่ำงประเทศเขำมีรำชนำวีสมำคม (Navy League)







งบประมาณกองทัพเรือ โดยนางบประมาณท่ได้รับ เหมอนกน แตเขำทำกำรตดตอกบทหำรเรอ คอ เปนสวน






การจดสรรเป็นตัวตงและให้ใช้งบประมาณอยู่ในวงเงินน ี ้ ท่เก่ยวข้องกับรำชนำวิกะสภำน้เอง เช่น ประเทศเยอร์มัน







หากเงินเหลือจะฝากเงินงบประมาณไว้ท่คลังโดย เปนต้น ประชำชนช่วยกันออกเร่ยไรให้แก่ รำชนำวีสมำคม
ไม่คิดดอกเบี้ย แล้วเอำมำต้งห้ำงขำยของเช่นรำชนำวิกะสภำของเรำ

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 17





อนุญำตให้สมำชิกได้ซ้อของรำคำถูกแล้ว เอำก�ำไร คนแรก ได้ก่อต้งหนังสือนาวิกศาสตร์ข้น เม่อ ๑ มกราคม


มำอุดหนุนรำชกำรทหำรเรือเท่ำกับผู้จองซ้อหุ้น พ.ศ. ๒๔๖๐ เพ่อรวบรวมปาฐกถา การแปลหนังสือ




คงได้ประโยชน์ในกำรซ้อของถูก แทนท่จะแบ่งก�ำไร ต่างประเทศ ท่นายทหารราชนาวีไทยเรียบเรียงมาพิมพ์

อย่ำงหุ้นส่วนสำมัญ ส่วนก�ำไรนั้นได้มำกเท่ำใดก็สระสมไว้ ในหนังสือน จากข้อความในแจ้งความ นาวิกศาสตร์


ซ้ออำวุธและเรือรบเพ่มพูนข้น แต่เวลำน้ไม่มีผู้ใดออก เล่ม ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ดังนี้ “ในกำลใด ๆ มำยัง




เร่ยรำยแล้ว เพรำะฉะน้น ถ้ำรำชนำวิกะสภำได้ท�ำกำร ไม่เคยปรำกฏว่ำทหำรเรือ ได้เคยพิมพ์หนังสือรำยปักษ์,







รวมกบรำชนำวสมำคมเมอไร ในขณะนนจึงจะพ้นอก รำยเดือน ข้นเลย ข้ำพเจ้ำเห็นว่ำเปนโอกำศดี ในเวลำ




ทหำรเรือ, ได้คิดอยู่เสมอว่ำ ถ้ำจัดกำรทำงรำชกำรทหำรเรือ ท่ได้ต้งรำชนำวิกะสภำข้น สมควรท่รำชนำวิกะสภำ



เรียบร้อยแล้วจึงจะด�ำริห์ถึงกำรที่กล่ำวแล้วต่อไป จะพิมพ์หนังสือเช่นน้ข้นบ้ำง แต่พ่งมำส�ำเร็จครำวน ี ้







ในท่สุดน้ จึงเห็นว่ำทหำรเรือควรประคับประคอง จึงได้ช่อว่ำมีกำรพิมพ์ปกิรณกถำข้นคร้งน้เปนปฐม



รำชนำวิกะสภำต่อไปตำมเดิม แต่ไม่ใช่ฟุ่มเฟือยจนเกินเหตุ” ปกิรณกถำท่ได้รวบรวมพิมพ์ข้นน้ หวังว่ำจะเอำแต่วิชำท ี ่



ส่งสาคัญซ่งพึงสังเกตจากรายงานการประชุมสภา เปนประโยชน์แก่รำชนำวีโดยมำกมำพิมพ์ข้น จึงได้

ธุรการทหารเรือท่เก่ยวด้วยกิจการของราชนาวิกสภา ขนำนนำมหนังสือน้ว่ำ “นำวิกศำสตร์” ขอให้ ผู้อ่ำน



ดังข้างต้นก็คือ การดาเนินไปในทิศทางเดียวกันกับท ี ่ พึงก�ำหนดใจไว้ว่ำ รำชนำวิกะสภำมีควำมปรำรถนำส�ำคัญ



เสนาธิการทหารเรือทรงนาระเบียบวาระการประชุม แต่เพียงจะแผ่วิชำทหำรเรือให้แพร่หลำยข้น ในคณะ

ว่าด้วยราชนาวิกสภาเข้าสู่การประชมสภาบัญชาการ รำชนำวี เพ่อเปนกำรฝึกฝนวิชำทหำรเรือของนำยทหำรเรือ


กระทรวงทหารเรือ กล่าวคือ แม้กิจการราชนาวิกสภา ให้เจริญข้น จะได้เปนประโยชน์แก่รำชกำร ในรำชนำว ี
จะอยู่ในการอ�านวยการของเสนาธิการทหารเรือโดยตรง เท่ำนั้น จะได้มุ่งหมำยเลยไปถึงกำรจะน้อยหน้ำในเหตุที่


ก็ตาม แต่เสนาธิการทหารเรือซ่งมีอานาจหน้าท่ก็มิได้ ไม่มีหนังสือชนิดนี้ขึ้นหำมิได้เลย ส่วนทุนที่เปนเงินใช้จ่ำย




ดาเนินการวินิจฉัยไปเพียงลาพัง ทรงนากิจการของ ในกำรพิมพ์หนังสือน้ ได้ใช้เงินของรำชนำวิกะสภำเอง



ราชนาวิกสภาเข้าสู่การประชุมสภาธุรการทหารเรือ เพ่อให้ หำได้เอำเงินหลวงมำใช้ไม่ ทุนท่เปนปกิรณกถำซ่งจะ











ผเขารวมการประชุมตาแหน่งตาง ๆ ซงส่วนใหญ่มีตาแหน่ง รวบรวมมำพมพ์ขนนน ได้น�ำเอำปำฐกถำซงนำยทหำรเรอ













เกยวดวยวชาในการชาง แตกลบไดรบโอกาสใหมสวนทราบ ได้บรรยำยขึ้น ณ รำชนำวิกะสภำ บ้ำง แปลจำกหนังสือ







และร่วมตัดสินในกิจการของราชนาวิกสภาด้วย ซ่งน่น ต่ำงประเทศบ้ำง นำยทหำรรำชนำวีเรียบเรียงส่งมำให้บ้ำง



หมายความว่า ทรงนาและใช้แนวทางในการปกครอง เปนอำทิดังน้ แต่ไม่พิมพ์ออกทุกปักษ์, ทุกเดือน, อย่ำง



บริหารทหารเรือซ่งไปในแนวทางสร้างขวัญและกาลังใจ หนังสือพิมพ์ท้งหลำย จะพิมพ์ข้นเม่อเปนเวลำสดวกของ


สร้างความรู้ให้แก่ตัวบุคคล เพ่อให้เกิดการปกครอง รำชนำวิกะสภำ สุดแต่ควำมคล่องใจเปนประมำณ




บริหารทหารเรือในทุกระดับเพื่อให้เกิดเข้าใจร่วมกันขึ้น อน่งเม่อช้นต้นก�ำลังรวบรวมปำฐกถำมำพิมพ์ข้น

ในสมุดเล่มนี้น้น เปนกำรรีบร้อนสักหน่อย ด้วย จะให้ทัน


ก�ำเนิดหนังสือนำวิกศำสตร์ วันท่ ๑ มกรำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๐ อันเปนวัน

ตามโครงสร้างราชนาวิกสภาท่กาหนดให้ม ี มหำมงคลสมัย ตรงกับวันพระรำชสมภพ เพ่อให้





นาวีบรรณาคมท่มีหน้าท่จัดให้มีหนังสือต่าง ๆ อันเน่องด้วย เปนศิริมงคลแก่รำชนำวีด้วย


การทหารเรือท้งในประเทศและต่างประเทศ ดังน้น ข้ำพเจ้ำขออ้อนวอนอัญเชิญเพ่อนรำชนำวีด้วยกัน

นาวาเอก พระยาวินัยสุนทร นายกกรรมการราชนาวิกสภา แลผู้หวังควำมเจริญต่อรำชนำวีสยำม ช่วยกัน บ�ำรุง โดย
18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 19


ส่งปกิรณกถำนำวิกศำสตร์ให้แก่รำชนำวิกะสภำบ้ำง แล กำรปำฐกถำสู่กำรประชุมสภำบัญชำกำร
บ�ำรุงด้วยกำรซื้อสมุดนี้ไว้บ้ำง ซึ่งจะขำยเอำ รำคำแต่น้อย นอกเหนือจากการตีพิมพ์บทความของนายทหาร

เพียงเล่มละ ๕๐ สตำงค์ เท่ำนั้น (ค่ำไปรสนีย์ต่ำงหำก) สัญญาบัตรท่ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกหรือได้รับ


ประคองให้กำรพิมพ์หนังสือน้ประดิสถำน อยู่ได้ช่วกำลนำน มอบหมายให้เขียนบทความลงหนังสือนาวิกศาสตร์แล้ว


หนังสือน้มีขำยท่รำชนำวิกะสภำ อันต้งอยู่ริมบริเวณ ยังปรากฏหลักฐานว่าคาบรรยายขององค์ปาฐกท ่ ี



ศำลำว่ำกำรกระทรวงทหำรเรือ จังหวัดธนบุรี ผู้ใดต้องกำรซ้อ ราชนาวิกสภาหลายเร่องได้รับการนาเข้าสู่การพิจารณา



ให้แจ้งมำยัง นำยอิ้น สงวนพงษ์ บรรณำรักษ์ของสภำ” วางนโยบายหรือการปฏบัติในการประชมสภาบญชาการ



อย่างไรก็ดีหนังสือนาวิกศาสตร์ท่ต้งใจจะออก กระทรวงทหารเรืออีกด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓


เป็นหนังสือรายสะดวกน้นสามารถพิมพ์เป็นนิตยสาร ราชนาวิกสภาได้เชิญ นายเรือเอก หลวงสว่างเวหา




รายเดือนอย่างต่อเน่องติดต่อกันมาจนถึงทุกวันน้เกินกว่า ในฐานะท่เป็นนักบินคนแรกและนักบินเคร่องบินทะเล
ร้อยปีแล้ว จึงนับเป็นนิตยสารรายเดือนท่ตีพิมพ์องค์ความร ู้ คนแรกของราชนาวีไทยหลังกลับจากการอาสาไปร่วมรบ






ทางทหารเรือที่เก่าแก่ท่สุดของประเทศไทย โดยนับแต่ สงครามโลกคร้งท ๑ ในทวีปยุโรปแล้วมีคาส่งกองทัพเรือ

ระยะแรกในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๐ – พ.ศ. ๒๔๖๓ ให้ปรับโอนเป็นทหารบก ให้มาเป็นองค์ปาฐกแสดงปาฐกถา
ก็ปรากฏว่ามีบทความทางวิชาการหลายด้าน ซึ่งแสดงว่า เก่ยวกับเร่องนวัตกรรมด้านการบิน ซ่งในสมัยน้นถือว่า








เป็นผลท่ได้จากระบบการศึกษาหรือกระบวนการศึกษา เป็นนวัตกรรมท่นาสมัยมากท่สุด การปาฐกถาดังกล่าว



ของราชนาวิกสภา ดังจะเห็นได้จากการตีพิมพ์บทความ มีส่วนสัมพันธ์ท่นาไปสู่แนวคิดท่จะต้ง “กองบินทะเล”

โดยมีการคัดเลือกนายทหารสัญญาบัตรท่มีความโดดเด่น เป็นของทหารเรือเองข้นดังปรากฏในรายงานการประชุม






ด้านแนวความคิดและนวัตกรรม ราชนาวิกสภาจะเชิญ สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ คร้งท ๓ เม่อวันท ่ ี
นายทหารสัญญาบัตรดังกล่าวเป็นองค์ปาฐก และเขียน ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๔ จากการเสนอของ

ลงในนาวิกศาสตร์แบ่งเป็นหมวดหมู่ทางวิชาการได้ ดังนี้ นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชุมพร

๑. ยุทธศาสตร์ เขตอุดมศักด (พระยศและพระนามในขณะน้น) ว่า


๒. ยุทธวิธีและสรรพาวุธ เสนาธิการทหารเรือและเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ




๓. การเดินเรือ เสนอต่อท่ประชุมว่า “สมควรเร่มต้งกองบินทะเลข้นใน
๔. ต�าราดาว พ.ศ. ๒๔๖๕ โดยใช้สัตหีบเป็นถาน และควรเร่มต้งต้น


๕. เครื่องยนต์ ซื้อเครื่องบินทะเลเพียง ๒ ล�าก่อน กับควรให้ นาวาเอก


๖. เครื่องไฟฟ้าในเรือ/ไฟฟ้า พระประดิยัตินาวายุทธ ซ่งกาลังดูงานอยู่ในยุโรปขณะน ้ ี


๗. เครื่องจักรไอน�้า ดูระเบียบการจัดเคร่องบินทะเลไว้ด้วย สาหรับนักบินน้น

๘. ต่อเรือ ควรเลอกนายทหารทเหมาะสมไปฝากฝึกหดบนท ี ่





๙. ระสายนะศาสตร์ (เคมี ดินปืน ดินระเบิด) กรมอากาศยานทหารบก”
๑๐. ธรรมศาสตร์ (กฎหมาย) ข้อเสนอของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ



๑๑. การรักษาหม้อเดินไฟฟ้า (แบตเตอร์รี่) กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ได้รับพิจารณาในการ
๑๒. วาดเขียน (โลหะวิทยา) ประชุมสภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ ครั้งที่ ๔ ซึ่งมี
๑๓. แพทย์ศาสตร์ จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา

๑๔. ปกีรณวิทยา (เรื่องอื่น ๆ ที่เป็นเกร็ดความรู้) ภาณุพันธุวงษวรเดช จเรทหารท่วไป ผู้ทรงกากับราชการ

20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒





กระทรวงทหารเรือ เป็นประธานในท่ประชุม ท่ประชุม ให้ไปสู่จุดท่มุ่งหมำยในแนวเดียวกันได้โดยสะดวก











มมตให นายพลเรอเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชมพร ประกำรหนง อกประกำรหนงกรมกองและเรอใดทยง













เขตอุดมศักด นาไปจัดทาโครงการ (Scheme) การต้ง มิได้จัดต้งขน จะได้มโอกำสท�ำข้นโดยท�ำนองเดียวกันและ

กองบินทะเลข้นและประสานกับทหารบกเพ่อขออนุญาต หวังจะให้เป็นประโยชน์ต่อไปถึงข้ำรำชกำรทหำรเรือ













ส่งนายทหารไปฝึกหดทดอนเมองก่อนทเคร่องบน ท่ต่ำกว่ำช้นสัญญำบัตรด้วย จึงให้เลิกข้อควำม ในข้อบังคับ


จะเข้ามา แต่ทว่าราว ๕ เดือนหลังจากน้น พระองค์ ว่ำด้วยกำรต้งรำชนำวิกสภำ ท่ ๒๙/๒๔๕๘/๑๓๓๐๑

สิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน ข.ท.ร.บทท่ ๘๕ น้นเสีย ใช้ข้อควำมในบันทึก ต่อไปน้แทน





แต่ในส่วนท่เป็นคาบรรยายเก่ยวกับนวัตกรรมด้าน ต้งแต่วันท่ ๑ มิถุนำยน พุทธศักรำช ๒๔๗๒ ส่วนกำร





การบินน้นปรากฏว่ามีการตีพิมพ์บทความในนาวิกศาสตร์ สังกัดในทำงกำรปกครองน้น ให้คงขึ้นอยู่ใน กรมเสนำธิกำรณ์
ฉบับปีที่ ๓ เล่มที่ ๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ โดย ทหำรเรือต่อไปตำมเดิม”

พระยาเฉลิมอากาศ (สุณ สุวรรณประทีป) ผู้บังคับการ จากเน้อหาโดยรวมของบันทึกระเบียบการ

กองบินทหารบก เป็นผู้เขียน ราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างส�าคัญ ได้แก่



รำชนำวิกสภำขยำยสำขำบนบกและในเรือ ๑. กาหนดให้มีการจัดต้งสาขาข้นตามกรมกอง

การขยายขีดความรู้ความสามารถของนายทหาร และเรือหลวงต่าง ๆ เพ่อเป็นการเผยแผ่ประโยชน์ให้
สัญญาบัตรในรูปแบบระบบการศึกษาหรือกระบวนการ กว้างขวางออกไปเท่าที่สามารถจะท�าได้


ศึกษาของราชนาวิกสภา เม่อศึกษาจากความหลากหลาย ๒. กาหนดให้มีหน้าท่พิมพ์หนังสือท่เก่ยวกับ












และความลมลกในขอเขยนทตพมพในหนงสอนาวกศาสตร ์ วิชาการทหารเรือออกจ�าหน่าย





แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้ามาโดยลาดับ ท้งน้เม่อถึง ๓. จ�าหน่ายสิ่งของบางอย่าง เพื่อเป็นการอุดหนุน







พ.ศ. ๒๔๗๒ พบว่ามีการเปล่ยนแปลงคร้งสาคัญข้น ข้าราชการทหารเรือ ให้ได้ซื้อสิ่งของได้สะดวก ด้วยราคา
โดยขณะนั้น นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง อันสมควร
สิงหวิกรมเกรียงไกร และทรงดารงตาแหน่งเสนาบด ี ๔. การแบ่งกิจการออกเป็นแผนก แต่ละแผนกแบ่ง



กระทรวงทหารเรือ มีการเปล่ยนแปลงจัดโครงสร้างสายงาน ออกเป็นหมวด ดังต่อไปนี้

ของราชนาวิกสภาจัดทาเป็นระเบียบข้อบังคับข้นใหม่ (๑) แผนกวิชชูปกรณ์ อันเป็นแผนกสาคัญย่ง




เรียกว่า “บันทึกระเบียบการราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๔๗๒” ของราชนาวิกะสภาน้น มีหน้าท่เก่ยวกับการส่งเสริมความร ู้


แสดงถึงการเปล่ยนแปลงไปเพราะความเจรญก้าวหน้า ทั้งปวงที่จะเป็นประโยชน์แก่การทหารเรือ แบ่งออกเป็น


ในกิจการของราชนาวิกสภามากกว่าท่เคยกาหนดไว้เดิม ๖ หมวด คือ ๑.หมวดห้องสมุด ๒.หมวดนาวิกะศาสตร์





ดงจะเหนได้จากข้อความซงแสดงวตถประสงค์และ ๓.หมวดปาฐะกถา ๔.หมวดบัญญัติศัพท์ ๕.หมวดยุทธกีฬา






ความมุ่งหมาย ของบนทกระเบยบการราชนาวกสภา ๖.หมวดการช่าง

พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่ระบุว่า (๒) แผนกภัณฑุปกรณ์ มีหน้าที่จ�าหน่ายสิ่งของ
“ด้วยกิจกำรของรำชนำวิกสภำได้ด�ำเนิรข้น บางอย่าง เพื่อเป็นการอุดหนุนคณะข้าราชการทหารเรือ

เป็นล�ำดับมำ สมควรที่จะวำงระเบียบลงไว้เป็นหลักฐำน ให้ได้ซื้อสิ่งของได้สะดวกด้วยราคาอันสมควร
แน่นอน และขยำยกิจกำรให้กว้ำงขวำงยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ (๓) แผนกสหโภชน์ มีหน้าท่บารุงการบริโภค,


เป็นทำงผดุงฐำนะของกำรงำนอันเป็นแบบเดียวกันกับ หลับนอน, และช�าระร่างกายในที่ซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะ


รำชนำวิกสภำท่ได้จัดต้งข้นแล้วในกรมกองและเรือต่ำง ๆ

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 21






(๔) แผนกกีฬา มีหน้าท่บารุงการกีฬาทุกประเภท ท่เรือกอง หรือท่เรือพัก เว้นแต่เรือไปราชการลาลอง

ท้งในร่มและกลางแจ้ง แบ่งออกเป็น ๓ หมวด คือ เป็นการค้าให้จัดตั้งสหโภชน์ขึ้นในเรือเป็นพิเศษ



๑.หมวดกีฬาในร่ม ๒.หมวดกีฬากลางแจ้ง ๓.หมวดบันเทิง ความเปล่ยนแปลงท่เห็นได้จากการเปล่ยนโครงสร้าง


(๕) แผนกกุศล มีหน้าท่เก่ยวกับการบุญหรือ ของราชนาวิกสภาและการขยายสาขาไปต้งในหน่วย


อุดหนุนทหารเรือเท่าท่สามารถจะทาได้ เช่น การฌาปนกิจ ทหารเรือบนบกและหน่วยเรือ ระบบการศึกษาหรือ





สาหรับนายทหารเรือ ตามระเบียบท่ราชนาวิกะสภาจักได้ กระบวนการศึกษาของราชนาวิกสภายังดาเนินไปโดย




กาหนดไว้ และหารายได้สาหรับบารุงศพทหารท่ไม่มีญาต ิ กระบวนการของแผนก “วิชชุปกรณ์” แสดงถึงการ



เพ่อให้พ้นความสมเพศเวทนา แบ่งออกเป็น ๒ หมวด คือ ขยายการศึกษาไปสู่กาลังพลทุกระดับช้นท่ผนวกกับ

๑.หมวดฌาปนกิจ ๒.หมวดของเช่า การสันทนาการ การกีฬา การสวัสดิการและกิจกรรม

ในการขอต้งสาขาและวิธีดาเนินการสาขา ทางสังคม

ราชนาวิกสภาได้ออกเป็นระเบียบย่อยเรียกว่า “แจ้งความ
กรม กอง และเรือ ซึ่งมีหน้าที่จัดตั้งสาขาตามข้อบันทึก สรุป


ราชนาวิกสภา ท ๑๘/๒๔๗๒/๐๒๒๐๐” กาหนดให้จัดต้ง ราชนาวิกสภาเป็นสถาบันท่ริเร่มข้นเพ่อให้เป็น







สาขาราชนาวิกสภาขึ้น ดังนี้ สถาบนการศกษาของนายทหารสญญาบตรเพอให้ม ี






- สาขาบนบก ๘ สาขา คือ ๑. สาขาโรงเรียนนายเรือ ความรู้ในด้านวิทยาการทหารเรือช้นสูงข้นไป และ



๒. สาขากองพันพาหนะทหารเรือ ๓. สาขากองเรือกลชั้น เป็นการแลกเปล่ยนความรู้ซ่งกันและกันในแต่ละ
๔.สาขากรมสรรพาวุธทหารเรือ ๕.สาขากองโรงเรียนชุมพล วิทยาการ รวมท้งการมีห้องสมุดเป็นท่รวบรวมหนังสือ







๖. สาขาป้อมผีเสื้อสมุทร ๗.สาขาป้อมพระจุลจอมเกล้า ให้กบนายทหารสัญญาบตรได้ศึกษา อกท้งยงเปนสถาบน


๘.สาขาสัตหีบ ท่ผลิตหนังสือทางด้านวิชาการท่ช่อว่า “นาวิกศาสตร์”



- สาขาในเรือ ๑๐ สาขา คือ ๑.สาขาเรือพระที่นั่ง ส�าหรับรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ทางด้านวิชาการที่ได้



มหาจักร ๒.สาขาเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ๓.สาขา จากการปาฐกถา นอกจากน ราชนาวิกสภายังเป็นสถานท ี ่

เรือหลวงพระร่วง ๔.สาขาเรือหลวงเจ้าพระยา ๕.สาขา พักผ่อนสมาคมในเวลาว่างจากการทางานและฝึกฝนและ


เรือหลวงพาลีร้งทวีป ๖.สาขาเรือหลวงสุครีพครองเมือง เป็นสถานท่จาหน่ายสินค้าส่งของต่าง ๆ ให้กับหน่วยงาน


๗.สาขาเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ๘.สาขาเรือหลวง บนบกและในเรือ โดยมีโครงสร้างของหน่วยงานข้นตรง


เสือคารณสินธุ์ ๙.สาขาเรือหลวงเสือทยานชล ๑๐.สาขา กับเสนาธิการทหารเรือ โดยใช้งบประมาณท่จัดหาข้นเอง


เรือหลวงวิเทศกิจการ และไม่ใช้งบประมาณของกองทัพเรือแต่อย่างใด
- สาหรับ เรือหลวงหาญทะเล เรือหลวงล่วทะเล ส่งสาคัญท่ราชนาวิกสภาได้ถือกาเนิดข้นคือระบบ








เรือหลวงเจนทะเล และ เรือหลวงพระยม ให้จัดเป็นสาขา การศึกษา ซ่งในห้วงเวลาต้งแต่ก่อต้ง ปี พ.ศ. ๒๔๖๐


ขึ้นเฉพาะ คราวที่เรือไปราชการทะเล จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๒ มีระบบการศึกษาท่สามารถผลิต

- ส�าหรับ เรือหลวงตอร์ปิโด เป็นเรือเล็กจะจัดเป็น บุคลากรให้กับกองทัพเรือ รวมทั้งได้น�านวัตกรรมใหม่ ๆ

สาขาไม่สะดวก ให้จัดหาซ้อส่งของเอาจากเรือหรือสาขาท ี ่ เพ่อพัฒนากองทัพเรือให้เจริญย่งข้น โดยสรุประบบ






ใกล้เคียง และการกีฬาน้นให้ได้รับความเอ้อเฟื้อจาก การศึกษาของราชนาวิกสภา ดังนี้



ราชนาวิกะสภาหรือเรือกองบ้างตามสมควร ส่วนการ ๑. การแต่งเร่อง (Essays) โดยกรรมการต้งเร่อง

สหโภชน์ให้รับประทาน ณ ท่พักทหาร (Depot) หรือ ให้แต่ง หรือตั้งปัญหาให้แก้ด้วยหนังสือ
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒



๒. การบรรยาย (Lectures) โดยกรรมการตั้งเรื่อง จึงนับได้ว่า “ราชนาวิกสภา” เป็นจุดกาเนิดของ
ให้เตรียมมาอธิบายในที่ประชุม (ซึ่งจะคัดเรื่องที่น่าสนใจ สถาบันการศึกษาของนายทหารสัญญาบัตรแห่งแรกของ

มาปาฐกถาโดยเจ้าของเรื่องจะเป็นองค์ปาฐก) ประเทศไทย และเป็นจุดกาเนิดระบบการศึกษาของ






๓. การโต้คารม (Debate) โดยกรรมการต้งเร่อง กองทพเรอทนาความคิด การพด การเขยน มาใช้



หรือปัญหาให้นายทหารแบ่งออกเป็น ๒ พวก แสดง ในการพัฒนาและเช่อมต่อกับการกาหนดนโยบาย




ความเห็นโต้ตอบกัน ของกองทัพเรือ เพ่อนานโยบายมาปฏิบัติอย่างเป็น




๔. การปาฐกถา คือ การนาเร่องของนายทหาร รูปธรรม ดังน้นราชนาวกสภาจึงเปรียบเสมือนเป็นสถานท ่ ี



ู้


สัญญาบัตรท่ผ่านการฝึกฝนจากท่ราชนาวิกสภา หรือ แลกเปล่ยนความรู้เพ่อทาให้เกิดองค์ความร และสามารถ

บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้าน มาท�าการ นาไปใช้ในการพัฒนากองทัพเรือได้ จึงเป็นความภาคภูมิใจ



ปาฐกถา เพ่อบันทึกลงใน “นาวิกศาสตร์” ซ่งเป็นบทความ ของพวกเราข้าราชการกองทัพเรือ อีกประเด็นหน่งท ่ ี

ทางวิชาการเผยแพร่ต่อนายทหารสัญญาบัตรของ ผู้เขียนเห็นว่าควรจะมีการศึกษาต่อเน่องไปคือระบบ
กองทัพเรือ การศึกษาของราชนาวิกสภา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๑ เมษายน
๕. นาวิกศาสตร์ เป็นบทความทางวิชาการ การน�า พ.ศ. ๒๔๖๐ กับการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดย


เร่องท่ได้จากการปาฐกถาลงบันทึกในนาวิกศาสตร์ พระบรมราชานุญาตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า

เผยแพร่ต่อก�าลังพลของกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป เจ้าอยู่หัว เม่อ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ (โดยจุฬาลงกรณ์




จากระบบการศึกษาดังกล่าวข้างต้น ได้มีการเช่อมต่อ มหาวิทยาลัยก่อต้งภายหลังจากท่ราชนาวิกสภาก่อต้ง



ระหวางระบบการศกษากบการกาหนดนโยบาย โดยผ่าน ไปแล้ว ๑๑ เดือน ท้งน การนับเวลาตามปีปฏิทิน






การประชุมสภาบัญชาการดังตัวอย่างเช่น การเชิญ ในสมัยน้นวันท ๑ เมษายน เป็นวันข้นปีใหม่ไทย และ


หลวงสว่างเวหา ขึ้นเป็นองค์ปาฐก เรื่อง นวัตกรรมด้าน วันที่ ๓๑ มีนาคม เป็นวันสิ้นปี) โดยทั้งสองสถาบันมีระบบ
การบิน ได้มีการประชุมสภาบัญชาการ คร้งท ๓ โดยม ี การศกษาท่มีความคล้ายคลึงกนเป็นอย่างมาก หวังว่า






พลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้รู้จะไขความกระจ่างในเรื่องนี้ต่อไป


เป็นองค์ประธาน ได้มีมติในท่ประชุมในการกาหนด



แนวทางการก่อต้งกองการบินทะเลข้นซ่งในเวลาต่อมา บรรณำนุกรม
กองทัพเรือได้มีการก่อต้ง “กองการบินทะเล” ตามแนวทางฯ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๑ เล่มที่ ๑ มกรำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๐

อย่างเป็นรูปธรรม นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๑ เล่มที่ ๗ กรกฎำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๑
นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๔ เมษำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ในปัจจุบันระบบการศึกษาของราชนาวิกสภาดังกล่าว นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๕ พฤษภำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ข้างต้นยังคงเป็นระบบการศึกษาของ กองทัพเรือ โดย นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๖ มิถุนำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒

ในข้นตอนท ๑ – ๓ การฝึกฝนให้กับนายทหารสัญญาบัตร นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๘ สิงหำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒


นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๙ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ในหลักสูตรหลักของกองทัพเรือท กรมยุทธศึกษาทหารเรือ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒


ส�าหรับการปาฐกถาและการจัดท�านิตยสารนาวิกศาสตร์ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
นั้นยังคงอยู่ที่ราชนาวิกสภา นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๒ ธันวำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๓ เล่มที่ ๒ กุมภำพันธ์ พุทธศักรำช ๒๔๖๓
สาหรับการท่ราชนาวิกสภาได้ขยายสาขาท้งทางบก นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๓ เล่มที่ ๓ มีนำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๓




และในเรือน้น ปัจจุบันยังคงปรากฏอยู่ในเรือหลวงต่าง ๆ หนังสือ ๑๐๐ ปี รำชนำวิกสภำ ควำมภำคภูมิใจของรำชนำวีไทย
ของกองทัพเรือ โดยมีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “สภาเรือ”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 23


Click to View FlipBook Version