The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2023-05-30 05:58:48

นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ๒๕๖๖

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๖










ขอเสำนอในก�รัปรัับปรังเขตแด้นทั�งทัะเลต�มหลกเกณฑ์ของอนสำญญ�สำหปรัะชิ�ชิ�ตว�ด้วยกฎหม�ยทัะเล

















ค.ศ. ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) เพอใหเกด้ปรัะโยชินสำงสำด้ตอพนทัผลปรัะโยชินของชิ�ตทั�งทัะเลของไทัยนน กัารื่กัาหนี้ด







อาณาเขีตั้ทางทะเลโดยใชเส�นี้ฐานี้ป็กัตั้ตั้าม UNCLOS 1982 มาตั้รื่า ๑๓ สามารื่ถใชแนี้วนี้าลงตั้าสุดขีองพื้นี้ท ้ �








ท้อยเหนี้่อนี้าขีณะนี้าลด (Low Tide Elevation : LTE) ในี้ทะเลอาณาเขีตั้ เป็็นี้เส�นี้ฐานี้หรื่่อจดว้ดอาณาเขีตั้ทางทะเล





















ทงนี้บรื่เวณเสนี้ฐานี้ป็กัตั้ขีองไทยมเกัาะ หนี้ และพื้นี้ททอยเหนี้อนี้าขีณะนี้าลดตั้ามแนี้วชายฝั่งจานี้วนี้มากั รัวมถึง








โครังก�รัก่อสำรั้�งบรัิเวณชิ�ยฝั่งซ�งสำ�ม�รัถึนำ�ม�ขย�ยอ�ณ�เขตทั�งทัะเลในสำ่วนทัะเลอ�ณ�เขตเพิ�มเติม



ของปรัะเทัศไทัยได้้ เชนี้ กัรื่ณ้โครื่งกัารื่ทาเรื่่ออตั้สาหกัรื่รื่มมาบตั้าพื้ดรื่ะยะท้ ๓ ตั้ามรื่ายงานี้กัารื่พื้จารื่ณาผู้ลกัรื่ะทบ





จากักัารื่ถมทะเลตั้ามโครื่งกัารื่พื้ฒนี้าท่าเรื่ออตั้สาหกัรื่รื่มมาบตั้าพืุ้ด โดยคณะกัรื่รื่มาธิกัารื่ดานี้กัารื่คมนี้าคมวุฒสภูา









พื้บวา “โครื่งกัารื่ทาเรื่่ออตั้สาหกัรื่รื่มมาบตั้าพื้ดรื่ะยะท้� ๓ จะทาให�ม้พื้นี้ท้ทะเลอาณาเขีตั้เพื้ิ�มขี่นี้ ๒๘ ตั้ารื่างกัโลเมตั้รื่








แตั้ไมกัรื่ะทบตั้่อเสนี้เขีตั้เศึรื่ษฐกัิจจาเพื้าะขีองป็รื่ะเทศึไทย (อนี้เนี้่องจากัเกัาะเสม็ดและเกัาะจวงท�ขีนี้าบอย) แตั้อาจ







กัรื่ะทบตั้่อเสรื่้ภูาพื้ในี้กัารื่เดนี้เรื่่อขีองรื่้ฐอนี้และกัารื่บ้งค้บใช�กัฎหมายขีองรื่้ฐชายฝั่�ง (ป็รื่ะเทศึไทย) ได� โดยตั้�องเป็็นี้กัารื่













ใชสทธิในี้กัารื่ผู้านี้โดยสจรื่ตั้ในี้บรื่เวณทขียายออกัไป็” นอกจ�กวธในก�รัเพมอ�ณ�เขตทั�งทัะเลโด้ยใชิวธก�รักอสำรั�ง


































บรัเวณชิ�ยฝง เชิน ทั�เรัอหรัอเขอนกนคลนต�มข�งตนแลว อกวธ คอ ใชิวธก�รัปรับเสำนฐ�นปกตในภ�พรัวม



ของปรัะเทัศไทัยให้เป็นเสำ้นฐ�นตรังใหม่และปรัับเสำ้นฐ�นตรังเด้ิมใหสำอด้คล้องกับเสำ้นฐ�นตรังทัสำรั�งข�นใหม ่




ต�มหลักเกณฑ์์ใน UNCLOS 1982 เพื้�อทาให�เกัิดกัารื่เป็ล้�ยนี้แป็ลงขีนี้าดพื้นี้ท้�ขีองนี้่านี้นี้าภูายในี้ และทะเลอาณาเขีตั้












ซึ่งจะเป็นี้กัารื่เป็ลยนี้แป็ลงอาณาเขีตั้ทางทะเลขีองรื่าชอาณาจกัรื่ไทยแบบถกัตั้องตั้ามกัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ












โดยจากับทความเรื่อง “กัารื่กัาหนี้ดเสนี้ฐานี้ตั้รื่งในี้นี้านี้นี้าไทย” โดย นี้าวาเอกั สมานี้ ไดรื่ายรื่มย ในี้วารื่สารื่วชากัารื่โรื่งเรื่ยนี้นี้ายเรื่อ









รื่ะบวา ป็รื่ะเทศึไทยได�ใช�บทบ้ญญ้ตั้ตั้าม UNCLOS 1982 ป็รื่ะกัาศึเส�นี้ฐานี้ตั้รื่ง จานี้วนี้ ๔ บรื่เวณ และเส�นี้ป็ดอาวไทย







ตั้อนี้ในี้ ซึ่�งถอเป็นี้เสนี้ฐานี้ตั้รื่งป็รื่ะเภูทหนี้ง จานี้วนี้ ๑ บรื่เวณ รื่วมเป็นี้ ๕ บรื่เวณ โดยเส�นี้ฐานี้ตั้รื่งทง ๕ บรื่เวณขีองไทยนี้นี้

























ม้บญช้ค่าพื้ิกัดทชดเจนี้แสดงพื้รื่อมแผู้นี้ทแนี้บทายทจดทาโดยกัรื่มอุทกัศึาสตั้รื่ แตั้ป็ัจจบนี้ป็รื่ะเทศึไทยยงมิได�ป็รื่ะกัาศึ
















เสนี้ฐานี้ตั้รื่งครื่อบคลมนี้านี้นี้าไทยทงหมดทาใหตั้องใชเสนี้ฐานี้ป็กัตั้ซึ่งเป็นี้เสนี้ฐานี้ป็รื่ะเภูทหนี้งทใชแนี้วนี้าลงตั้าเป็นี้จด













เรื่ิมตั้�นี้ในี้กัารื่กัาหนี้ดความกัว�างขีองเขีตั้ทางทะเลบรื่เวณชายฝั่งท้ยงมได�ป็รื่ะกัาศึเส�นี้ฐานี้ตั้รื่ง








ภาพที ๘ ผลการวจยการปิรบเสนฐานปิกตให่เปินเสนฐานตรง และปิรบเสนฐานตรงเดมให่สอดคลองกบเสนฐานตรง




















ทีสรางขึนให่มจากบทความเรือง “การก�าห่นดเสนฐานตรงในนานน�าไทย” โดย นาวาเอก สมาน ไดรายรมย ์






นาวิกศาสตร์ 49
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖














สำรัปผลก�รัวิจยได้ว� “กัารื่ป็รื่บเสนี้ฐานี้ป็กัตั้ใหเป็นี้เสนี้ฐานี้ตั้รื่ง และป็รื่บเสนี้ฐานี้ตั้รื่งเดมใหสอดคลองกับเสนี้ฐานี้ตั้รื่งท ้ �























สรื่างขีนี้ใหม ตั้ามผู้ลกัารื่วจยทาใหเกัดกัารื่เป็ลยนี้แป็ลงขีนี้าดพื้นี้ทขีองนี้านี้นี้าภูายในี้ และทะเลอาณาเขีตั้ถอเป็นี้กัารื่เป็ลยนี้แป็ลง












อาณาเขีตั้ทางทะเลขีองรื่าชอาณาจ้กัรื่ไทย ซึ่งกัารื่เป็ล้ยนี้แป็ลงวธิ้นี้� ม้ผู้ลด้ในี้กัารื่เพื้ิมพื้�นี้ท้อำานี้าจอธิิป็ไตั้ยทางทะเลขีองไทย


โดยไมกัรื่ะทบตั้อเสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลท�ไทยไดมขีอตั้กัลงหรื่ออยรื่ะหวางกัารื่เจรื่จากับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้
































แตั้อย่างใด ทงนี้ กัารื่นี้าเกัาะหรื่อหนี้ซึ่งมความเหมาะสมในี้กัารื่เป็นี้สวนี้หนี้งขีองเสนี้ฐานี้ตั้รื่งทงทสรื่างขีนี้ใหม ่



















และป็รื่บป็รื่งใหเป็นี้ป็รื่ะโยชนี้สงสดตั้อป็รื่ะเทศึไทยและสอดคลองกับบทบญญตั้ขีองอนี้สญญาสหป็รื่ะชาชาตั้วาดวย













กัฎหมายทะเล ค.ศึ. ๑๙๘๒ โดยม้จดเส�นี้ฐานี้ตั้รื่งท้สรื่�างขี่นี้ใหมตั้ามผู้ลกัารื่ศึกัษาวจ้ย ค่อ บรื่เวณอาวไทยฝั่งตั้ะว้นี้ออกั












ได�แกั หนี้ฉลาม หนี้ส้นี้ฉลาม หนี้แอลแฮมบรื่า และหนี้ผู้ด บรื่เวณอาวไทยฝั่งตั้ะว้นี้ตั้กั ได�แกั หนี้โคง หนี้เสา เกัาะขีนี้กั


















เกัาะโกัลา เกัาะสตั้กัด เกัาะเหลอม เกัาะทายทรื่ย และเกัาะทะล และ บรื่เวณดานี้ทะเลอนี้ดามนี้ ไดแกั เกัาะหมอ เกัาะตั้าครื่ฑ์






เกัาะคนี้ เกัาะขีนี้กั เกัาะหลาม เกัาะภูม เกัาะโคม เกัาะตั้นี้ไม เกัาะพื้ะยาม หินี้ไสว เกัาะคางคาว เกัาะลกักัาตั้กั เกัาะกัาใหญ ่


















หนี้ป็ุกั เกัาะช้ หนี้รื่าบ เกัาะสรื่นี้ทรื่เหนี้่อ เกัาะป็าชมบา เกัาะตั้อรื่นี้ลา เกัาะตั้าช้ย เกัาะบอนี้ เกัาะบาง้ เกัาะสมล้นี้













เกัาะป็าย เกัาะเมยง เกัาะป็ายง เกัาะหยง เกัาะรื่าชานี้�อย หนี้แดง เกัาะบตั้ง เกัาะสาลง และหนี้ตั้ะกันี้เจด ทงนี้ วธิแรื่กั







ในี้กัารื่ป็รื่บแกัไขีเส�นี้ฐานี้ป็กัตั้ท�เป็ล�ยนี้แป็ลงอ้นี้เนี้�องมาจากัธิรื่รื่มชาตั้นี้นี้ กัรื่มอุทกัศึาสตั้รื่ ในี้ฐานี้ะหนี้่วยงานี้รื่บผู้ิดชอบ











กัารื่จดทาแผู้นี้ท�เดนี้เรื่อขีองป็รื่ะเทศึไทย สามารื่ถดาเนี้นี้กัารื่ไดในี้กัารื่ป็รื่บแกัไขีในี้แผู้นี้ท�เดนี้เรื่อให�ท้นี้สมยเพื้�อความป็ลอดภูย



























ในี้กัารื่เดนี้เรื่อ สาหรื่บวธิท ๒ กัารื่ป็รื่บเสนี้ฐานี้ป็กัตั้ใหเป็นี้เสนี้ฐานี้ตั้รื่ง ตั้ามแนี้วทางจากัผู้ลกัารื่วิจยขีอง นี้าวาเอกั สมานี้ นี้นี้






เป็นี้เรื่�องท�เป็นี้ป็รื่ะโยชนี้ตั้่อป็รื่ะเทศึ อย่างไรื่กัตั้ามควรื่ตั้องผู้่านี้กัารื่พื้ิจารื่ณาจากัทกัหนี้่วยงานี้ท�เกั�ยวขีอง เชนี้










ดานี้ความสมพื้นี้ธิรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ หากัเหนี้วาสมควรื่กัสามารื่ถดาเนี้นี้กัารื่ตั้ามขีนี้ตั้อนี้กัารื่ออกักัฎหมายในี้รื่ฐธิรื่รื่มนี้ญ














แหงรื่าชอาณาจ้กัรื่ไทย พื้.ศึ. ๒๕๖๐ ตั้อไป็








๔. ปญห�คว�มขด้แยงในเรัืองเสำนเขตแด้นทั�งทัะเลรัะหว�งปรัะเทัศไทัยกบปรัะเทัศเพือนบ�น










ภาพที ๙ พืนทีเห่ลือมทบทางทะเลระห่วางปิระเทศไทยกบปิระเทศเพือนบาน
นาวิกศาสตร์ 50
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖






สำถึ�นก�รัณ์คว�มม�นคงทั�งทัะเล สรื่ป็ว่าในี้อนี้าคตั้ป็รื่ะเทศึไทยและป็รื่ะเทศึในี้ภูมภูาคเอเช้ยตั้ะว้นี้ออกัเฉ้ยงใตั้��
จะรื่วมตั้้วกั้นี้เป็นี้ป็รื่ะชาคมอาเซึ่้ยนี้เพื้่�อป็กัป็้องผู้ลป็รื่ะโยชนี้รื่่วมกั้นี้ โดยอุป็สรื่รื่คสำาคญในี้ความรื่่วมมอรื่่วมกั้นี้ ไดแกั ่









ป็ัญหาความขีดแย�งในี้เรื่องเส�นี้เขีตั้แดนี้ทางทะเล ภูยคกัคามทางทะเลในี้รื่้ป็แบบใหม่และกัารื่กัรื่ะทำาผู้ิดกัฎหมาย













ในี้บรื่เวณพื้นี้ทเหลอมทบทางทะเลและในี้ลกัษณะขีามพื้รื่มแดนี้รื่ะหวางกันี้ ทงนี้ขีอมลในี้บทความเรื่อง Freedom











of Navigation in the Indo-Pacific Region โดยศึ้นี้ย Sea Power Center ออสเตั้รื่เล้ย รื่ะบวาป็รื่ะเทศึในี้เอเช้ย









ตั้ะว้นี้ออกัเฉยงใตั้ได�ม้ขีอกัาหนี้ดเพื้�อย่นี้ยนี้แสดงสิทธิ (Rights Asserted) ในี้กัารื่รื่กัษาความมนี้คงทางทะเลหรื่อ








เป็นี้มาตั้รื่กัารื่ในี้กัารื่แสดงเขีตั้อานี้าจทางทะเลขีองชาตั้ิโดยมงป็รื่ะสงค์ตั้อเรื่อรื่บตั้างชาตั้ิในี้กัารื่เดินี้เรื่อ





หรื่อม้กัารื่ป็ฏิบ้ตั้กัารื่ทางทหารื่ในี้อาณาเขีตั้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึตั้นี้เองไวอย่างชดเจนี้ ด้งนี้นี้










จงสงผู้ลกัรื่ะทบตั้่อภูารื่กัิจกัองทพื้เรื่อในี้กัารื่ป็้องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเล กัารื่ค�มครื่องเสนี้ทางกัารื่ขีนี้ส่งทางทะเล











และผู้ลป็รื่ะโยชนี้จากัทรื่พื้ยากัรื่ธิรื่รื่มชาตั้ในี้ทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย โดยเฉพื้าะในี้พื้นี้ทเหลอมทบทางทะเล






ซึ่่งยงเป็็นี้ป็ญหาขี้ดแยงกับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บ�านี้อยในี้ป็จจบ้นี้ สรื่ป็ได�ด้งนี้้ �










๑) เมียนม� ป็ัญหาเขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหว่างไทยกั้บเมยนี้มา ไดแกั ป็ัญหากัารื่อางกัรื่รื่มสิทธิเหนี้่อเกัาะ ๓ เกัาะ



ขีองทงสองป็รื่ะเทศึ ได�แกั เกัาะหลาม เกัาะค้นี้ และเกัาะขีนี้กั ซึ่่งเกัดจากัความไมช้ดเจนี้ขีองสนี้ธิิส้ญญารื่ะหวางไทย




















กับอ้งกัฤษ พื้.ศึ. ๒๔๑๑ ท้ไมได�รื่ะบพื้กัดตั้าบลท้ และชอเกัาะ โดยเม้ยนี้มาอ�างแผู้นี้ท้เดนี้เรื่่อขีองอ้งกัฤษ ค.ศึ. ๑๙๔๘



และป็รื่ะเทศึไทยอางแผู้นี้ทกัรื่มแผู้นี้ททหารื่ ค.ศึ. ๑๙๕๘ รื่วมไป็ถงป็ญหากัารื่ลกัลอบขีนี้ส่งยาเสพื้ตั้ด กัารื่หลบหนี้ ้








เขี�าเม่อง และกัารื่ทาป็รื่ะมงโดยผู้ดกัฎหมาย



















กัารื่ยนี้ยนี้แสดงสทธิขีองเมยนี้มารื่ะบวา เรื่อรื่บตั้างชาตั้ตั้องขีออนี้ญาตั้ผู้านี้ และกัารื่อางสทธิในี้กัารื่จากัดเสรื่ภูาพื้













ในี้กัารื่เดินี้เรื่อและบนี้ผู้านี้ในี้เขีตั้เศึรื่ษฐกัิจจาเพื้าะและเขีตั้ตั้อเนี้องดวยเหตั้ผู้ลดานี้ความม�นี้คง (Warships require prior

authorization; claims the right to restrict the freedom of navigation and over flight in its exclusive
EEZ, zone of 24 nm with security interests)












ผู้ลกัรื่ะทบตั้่อภูารื่กัจกัองทพื้เรื่อ จากัป็ญหากัารื่อางสทธิในี้เรื่องเกัาะหลาม เกัาะคนี้ และเกัาะขีนี้กั โดยทงสามเกัาะ
















มผู้ลตั้อกัารื่กัาหนี้ดเสนี้ฐานี้ขีองไทย จงมผู้ลกัรื่ะทบตั้อพื้นี้ททะเลอาณาเขีตั้ตั้อเนี้องไป็ยงพื้นี้ทเขีตั้ตั้อเนี้องขีองป็รื่ะเทศึไทยดวย










ซึ่งกัารื่อางสทธิในี้เขีตั้ตั้อเนี้อง “ให้เรัือรับต�งชิ�ตตั้องขีออนี้ญาตั้ผู้านี้และกัารื่อางสทธิในี้กัารื่จากัดเสรื่ภูาพื้ในี้กัารื่เดนี้เรื่อ





























และบนี้ผู้่านี้ในี้พื้นี้ท�เขีตั้เศึรื่ษฐกัิจจาเพื้าะและเขีตั้ตั้่อเนี้�อง” ขีองเมยนี้มา จงส่งผู้ลกัรื่ะทบโดยตั้รื่งตั้่อเรื่อรื่บขีองกัองท้พื้เรื่อ









ในี้กัารื่ป็ฏิิบ้ตั้ภูารื่กัจในี้กัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลในี้พื้นี้ท้ท้ยงคงม้ป็ญหานี้้ด�วย














๒) ม�เลเซย ป็ญหาเขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหว่างไทยกับมาเลเซึ่ย ดานี้อ่าวไทย มาจากักัารื่รื่ะบุใช�จุดกัาเนี้ิดเส�นี้ฐานี้ทตั้่างกั้นี้









โดยไทยใชเกัาะโลซึ่นี้เป็นี้จดกัาเนี้ดเสนี้ฐานี้ สวนี้มาเลเซึ่ยใชขีอบฝั่งขีองไทยโดยไมใชเกัาะโลซึ่นี้ในี้กัารื่พื้จารื่ณาจงทาให �





















เกัดพื้นี้ททบซึ่อนี้ทางทะเล ป็รื่ะมาณ ๗,๕๒๐ ตั้ารื่างกัิโลเมตั้รื่ โดยเมอ ๒๔ ตั้ลาคม ๒๕๒๒ ไทยและมาเลเซึ่ยไดจดทาบนี้ทกั










ความเขีาใจวาดวยกัารื่แบงเขีตั้ไหลทวป็รื่ะหวางสองป็รื่ะเทศึในี้อาวไทย (MOU 1979) และเมอ ๓๐ พื้ฤษภูาคม ๒๕๓๓ ท้งสองฝั่าย

















ไดจดตั้งองค์กัรื่รื่วมไทย–มาเลเซึ่ย (MTJA) เพื้อแสวงป็รื่ะโยชนี้์ในี้พื้นี้ทพื้ฒนี้ารื่่วมไทย–มาเลเซึ่ย (Joint Development















Area : JDA) สวนี้ด�านี้อ้นี้ดาม้นี้นี้นี้อางองตั้ามหนี้งสอสญญากัรื่งสยาม–กัรื่งองกัฤษ รื่.ศึ. ๑๒๗ (พื้.ศึ. ๒๔๕๒) กัาหนี้ดวา



เกัาะลงกัาวเป็นี้ขีองมาเลเซึ่ย และเกัาะตั้ะรืุ่เตั้า เป็นี้เกัาะขีองไทย สวนี้เกัาะเล็กัตั้าง ๆ หากัตั้งอยเหนี้อเสนี้กั่งกัลาง (เสนี้มธิยะ)
















รื่ะหวางเกัาะล้งกัาว้ และเกัาะตั้ะรื่เตั้าให�เป็็นี้ขีองไทย หากัอยใตั้�เส�นี้กังกัลางให�เป็็นี้ขีองมาเลเซึ่้ย




กัารื่ย่นี้ยนี้แสดงสทธิขีองมาเลเซึ่ยรื่ะบวา ก�รัฝกทั�งทัห�รัและก�รัเคลอนก�ลงของกองก�ลงต�งชิ�ตในเขีตั้


















เศึรื่ษฐกัจจาเพื้าะและเขีตั้ไหลทว้ป็ตั้�องได�รื่้บอนี้ญาตั้ (Prior consent to military exercises and maneuvers in


นาวิกศาสตร์ 51
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


the EEZ and on the continental shelf)














ผู้ลกัรื่ะทบตั้อภูารื่กัจกัองทพื้เรื่อ แมวาไทยกับมาเลเซึ่ยจะยงไมสามารื่ถตั้กัลงในี้เรื่องเสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลไดทงหมด







แตั้กัารื่ท้ทงสองป็รื่ะเทศึม้กัารื่จ้ดทา MOU เรื่่อง กัารื่แบงเขีตั้ไหลทว้ป็รื่ะหวางสองป็รื่ะเทศึในี้อาวไทย (MOU 1979)




















กัารื่จดตั้งองคกัรื่รื่วมไทย–มาเลเซึ่ย (MTJA) เพื้อแสวงป็รื่ะโยชนี้ในี้พื้นี้ทพื้ฒนี้ารื่วมไทย–มาเลเซึ่ย และความสมพื้นี้ธิอนี้ด ้




















รื่ะหวางกัองทพื้เรื่อโดยมกัารื่ฝั่กัรื่วมกันี้ทางทะเลอยางตั้อเนี้อง ทาใหกัารื่อางแสดงสิทธิ “กัารื่ฝั่กัทางทหารื่และกัารื่เคล่อนี้กัาลง


















ขีองกัองกัาลงตั้างชาตั้ในี้เขีตั้เศึรื่ษฐกัจจาเพื้าะและเขีตั้ไหลทวป็ตั้องไดรื่บอนี้ญาตั้” จงอาจจะไมมผู้ลกัรื่ะทบตั้อ






ป็รื่ะเทศึไทยมากันี้กั เนี้องจากัทงสองชาตั้ไดมขีอตั้กัลงในี้กัารื่แสวงป็รื่ะโยชนี้์จากัทรื่พื้ยากัรื่ทางทะเลรื่่วมกันี้ในี้



















พื้นี้ทขีดแยงทางทะเล และกัองทพื้เรื่อทงสองชาตั้ิมความรื่วมมอโดยเฉพื้าะกัารื่ฝั่ึกัรื่วมทางทะเลและความสมพื้นี้ธิ ์





ทางกัารื่ทหารื่เป็็นี้อยางด้





๓) กมพชิ� ป็ัญหาเขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหว่างไทยกั้บกัมพื้ชา โดยกัมพื้ชาไดป็รื่ะกัาศึเขีตั้ไหล่ทวป็เม่อ พื้.ศึ. ๒๕๑๕ และ












ไทยไดป็รื่ะกัาศึเขีตั้ไหลทวป็เมอ พื้.ศึ. ๒๕๑๖ ทำาใหเกัดพื้นี้ทอางสทธิทบซึ่อนี้ทางทะเล ป็รื่ะมาณ ๒๖,๐๐๐ ตั้ารื่างกัิโลเมตั้รื่













ซึ่งคาดวาในี้พื้นี้ทนี้�จะมทรื่พื้ยากัรื่ธิรื่รื่มชาตั้ทางพื้ลงงานี้ทอดมสมบ้รื่ณ อ้นี้นี้าไป็สแนี้วโนี้มความขีดแยงรื่ะหวางกันี้







































ในี้อนี้าคตั้ ทงนี้ เมอ ๑๘ มถนี้ายนี้ ๒๕๔๔ ไทยและกัมพื้ชาไดจดทาบนี้ทกัความเขีาใจไทย-กัมพื้ชา วาดวยพื้นี้ทอางสทธิ � ิ









ท้บซึ่�อนี้ทางทะเลในี้ไหลทว้ป็ ซึ่่งกัาหนี้ดให�ทงสองฝั่�ายแกั�ไขีป็ญหารื่วมกันี้














กัารื่ยนี้ยนี้แสดงสิทธิขีองกัมพื้ชารื่ะบวา “กัารื่ควบคมกัารื่ป็ฏิบตั้ขีองเรื่อตั้างชาตั้ทงหมดบนี้ไหลทวป็โดยไมคานี้งถง




















จดป็รื่ะสงคและกัารื่อ�างสทธิิกัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ด�านี้ความม้นี้คงในี้เขีตั้ตั้อเนี้อง ๒๔ ไมล (Control of all foreign






activities on the continental shelf, irrespective of their purpose; contiguous zone of 24nm
with security interests)”







ผู้ลกัรื่ะทบตั้อภูารื่กัจกัองทพื้เรื่อ เนี้องจากักัมพื้ชามป็ญหาในี้เรื่องพื้นี้ทเหลอมทบทางทะเลกับป็รื่ะเทศึไทย ซึ่งในี้พื้นี้ท � ้



































ดงกัลาวคาดวาจะมกัาซึ่ธิรื่รื่มชาตั้และนี้ามนี้ในี้ทะเลจานี้วนี้มากันี้นี้ ขีอสงเกัตั้กัารื่อางสทธิในี้ไหลทวป็ขีองกัมพื้ชา ซึ่งไหลทวป็

















เป็็นี้แหลงขีองกัาซึ่ธิรื่รื่มชาตั้และนี้ามนี้ในี้ทะเล ในี้ลกัษณะ “กัารื่ควบคมกัารื่ป็ฏิบตั้ขีองเรัอต�งชิ�ตทงหมดบนี้ไหลทวป็














โดยไม่คำานี้งถงจุดป็รื่ะสงค์โดยกัารื่อางสิทธิิ�กัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ดานี้ความม้�นี้คง” เป็นี้กัารื่เนี้�นี้ยำ�าจุดย่นี้และเป็นี้มาตั้รื่กัารื่

ในี้กัารื่ป็องป็รื่ามเรื่่อตั้างชาตั้ในี้กัารื่เขี�าพื้นี้ท้ จ่งจะม้ผู้ลกัรื่ะทบรื่นี้แรื่งตั้อป็รื่ะเทศึไทย เพื้รื่าะกัมพื้้ชาอ�างสทธิิไหลทว้ป็

















ซึ่งอยในี้พื้นี้ทเหลอมทบทางทะเลกับป็รื่ะเทศึไทยซึ่งทงสองป็รื่ะเทศึยงไมสามารื่ถตั้กัลงป็ญหาเขีตั้แดนี้ทางทะเลกันี้ได �




















อกัทงกัารื่พื้ฒนี้าฐานี้ทพื้เรื่อเรื่ยม และ Dara Sakor โครื่งกัารื่เมกัะโป็รื่เจคขีองจนี้บนี้พื้นี้ทชายฝั่งกัมพื้ชาในี้ลกัษณะ



้�











Dual Used คอ สามารื่ถใชสนี้บสนี้นี้ในี้กัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่ทางทหารื่ได อาจจะทาใหป็ญหาความขีดแยงขีองชาตั้มหาอานี้าจ
















รื่ะหวางจนี้กับสหรื่ฐอเมรื่กัา ขียายพื้่นี้ทป็ฏิบตั้กัารื่ทางทหารื่เขีามาในี้อาวไทย ซึ่งจะมผู้ลกัรื่ะทบตั้่อยทธิศึาสตั้รื่์และ













ความม้นี้คงทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย






๔) เวยด้น�ม ป็ญหาพื้�นี้ท้อ�างสทธิิท้บซึ่�อนี้ทางทะเลอ้นี้เนี้องจากักัารื่ป็รื่ะกัาศึไหลทว้ป็รื่ะหวางไทยกับเว้ยดนี้าม








มขีอยตั้แลวตั้ามความตั้กัลงรื่ะหวางรื่ฐบาลไทยและรื่ฐบาลเวยดนี้ามวาดวยกัารื่แบงเขีตั้ทางทะเลรื่ะหวางทงสองป็รื่ะเทศึ












ในี้อาวไทยเมอ ๙ สงหาคม ๒๕๔๐ โดยกัาหนี้ดเสนี้ K-C รื่ะยะป็รื่ะมาณ ๗๕ ไมลทะเล เรื่มตั้นี้จากัพื้นี้ททบซึ่อนี้ทางทะเล





















ไทย–กัมพื้ชา ลงมาถงพื้นี้ทพื้ฒนี้ารื่วมไทย–มาเลเซึ่ย อยางไรื่กัตั้ามป็ญหากัารื่กัรื่ะทำาผู้ดกัฎหมายในี้ป็ัจจบนี้ ไดแกั ่













กัารื่ท้เรื่่อป็รื่ะมงขีองเว้ยดนี้ามจานี้วนี้มากัรื่กัลาเขี�ามาจ้บป็ลาในี้พื้นี้ท้อาณาเขีตั้ทางทะเลขีองไทย


























กัารื่ยนี้ยนี้แสดงสทธิขีองเวยดนี้าม รื่ะบวา “เรื่อรื่บตั้างชาตั้ตั้องขีออนี้ญาตั้ผู้านี้เขีาในี้เขีตั้ตั้อเนี้อง ๒๔ ไมล เป็นี้กัารื่





ลวงหนี้าอยางนี้อย ๓๐ วนี้กัอนี้กัารื่ผู้านี้ และจากัดเรื่อรื่บใหผู้านี้ไดไมเกันี้ ๓ ลาในี้เวลาเดยวกันี้ ดวยเหตั้ผู้ลดานี้ความมนี้คง


















นาวิกศาสตร์ 52
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





















เรื่อดานี้าตั้องเดินี้เรื่อบนี้ผู้วนี้าและแสดงธิง ไมอนี้ญาตั้ใหอากัาศึยานี้ขี�นี้ลงบนี้เรื่อ และอาวุธิบนี้เรื่อตั้องถกัตั้งไว �



ในี้ลกัษณะไมสามารื่ถป็ฏิบตั้กัารื่ (Non Operational Mode) ได กัอนี้เขีาสพื้นี้ทเขีตั้ตั้อเนี้อง ๒๔ ไมล (Warships require















authorization to be applied for at least 30 days prior to passage; passage restricted to three warships
at a time; contiguous zone of 24nm with security interests, submarines are required to navigate on
the surface and to show their flag; aircraft are not allowed to land on board ships or be launched
from them; on-board weapons have to be set in non-operational mode prior to entry into the zone)”



ผู้ลกัรื่ะทบตั้่อภูารื่กัิจกัองท้พื้เรื่อ เวยดนี้ามอางแสดงสิทธิ�ในี้พื้นี้ท�เขีตั้ตั้่อเนี้�อง รื่ะบว่า “เรัอรับต�งชิ�ติตั้องขีอ



















อนี้ญาตั้ผู้านี้เขี�าในี้เขีตั้ตั้อเนี้อง ๒๔ ไมล เป็็นี้กัารื่ลวงหนี้�าอยางนี้�อย ๓๐ ว้นี้กัอนี้กัารื่ผู้านี้ และจากัดเรื่่อรื่บให�ผู้านี้ได�



















ไมเกันี้ ๓ ลาในี้เวลาเดยวกันี้ ดวยเหตั้ผู้ลความมนี้คง เรื่อดานี้าตั้องเดนี้เรื่อบนี้ผู้วนี้าและแสดงธิง ไมอนี้ญาตั้ให้อ�ก�ศย�น







ขนลงบนเรัอและอ�วธบนเรัอตองถึกตงไวในลกษณะไมสำ�ม�รัถึปฏิบตก�รั ทงนี้ กัารื่อางสทธิบงคบตั้อเรื่อรื่บตั้างชาตั้ิ





























ในี้เขีตั้ตั้อเนี้อง ซึ่งขีดตั้ออนี้สญญาสหป็รื่ะชาชาตั้ิวาดวยกัฎหมายทะเล ค.ศึ. ๑๙๘๒ กัารื่เดินี้เรื่อในี้เขีตั้เศึรื่ษฐกัิจจาเพื้าะ
















(เขีตั้ตั้่อเนี้อง ๒๔ ไมล์ทะเลรื่วมอย่ในี้ EEZ) โดยรื่ฐอ�นี้ๆมเสรื่้ภูาพื้ในี้กัารื่เดนี้เรื่อ (Freedom of Navigation) และกัารื่บนี้ผู้่านี้





จงม้ผู้ลกัรื่ะทบตั้่อเรื่่อรื่บขีองกัองท้พื้เรื่่อในี้กัารื่เดินี้เรื่่อผู้่านี้ในี้เขีตั้ตั้่อเนี้่�องขีองเวยดนี้าม









๕) อินโด้นีเซีย ป็ัญหาเขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหวางไทยกับอนี้โดนี้เซึ่ยมรื่ะยะป็รื่ะมาณ ๑๙๐ ไมลทะเล โดยเรื่มตั้งแตั้ ่







ขี�อตั้กัลงจดรื่วม ๓ ฝั่�าย ไทย–มาเลเซึ่้ย–อนี้โดนี้้เซึ่้ย เมอ พื้.ศึ. ๒๕๑๔ และขี�อตั้กัลงไหลทว้ป็ พื้.ศึ. ๒๕๑๔ และขี�อตั้กัลง

กั�นี้ทะเล พื้.ศึ. ๒๕๑๘ และตั้อมาในี้ ๑๘ กัรื่กัฎาคม ๒๕๓๑ ไทยได�รื่วบรื่วมขี�อตั้กัลงด้งกัลาวป็รื่ะกัาศึเป็็นี้เขีตั้เศึรื่ษฐกัจ








จาเพื้าะขีองไทย ตั้่อมาในี้ พื้.ศึ. ๒๕๔๘ และ พื้.ศึ. ๒๕๕๑ ได�พื้บว่าอนี้โดนี้เซึ่ยได�ตั้้พื้ิมพื้์แผู้นี้ท�เดนี้เรื่อ โดยป็รื่ากัฏิเส�นี้เขีตั้





เศึรื่ษฐกัจจาเพื้าะเกันี้มาจากัขี�อตั้กัลงเมอ พื้.ศึ. ๒๕๑๔ และ พื้.ศึ. ๒๕๑๘ ซึ่่งทาให�เกัดพื้นี้ท้ท้บซึ่�อนี้ขีองเขีตั้เศึรื่ษฐกัจ














จาเพื้าะเป็็นี้พื้นี้ท้ ๗,๗๑๓.๐๙ ตั้ารื่างกัโลเมตั้รื่

กัารื่ย่นี้ยนี้แสดงสิทธิขีองอนี้โดนี้เซึ่ยรื่ะบว่า “เรื่อรื่บทกัชนี้ิดทมิใช่เรื่อสนี้คาตั้องแจงกัารื่ผู้่านี้นี้่านี้นี้า หมเกัาะล่วงหนี้า





















ภูายในี้รื่ะยะ ๑๐๐ ไมลทะเล เรื่่อทกัชนี้ดห�ามจอดทอดสมอหรื่่อเดนี้ทางผู้านี้โดยป็รื่าศึจากัเหตั้ผู้ลท้ชอบด�วยกัฎหมาย






(Warships and all vessels other than merchant ships must announce their passage in advance; within 100 nm
ships are not allowed to stop, anchor or cruise without legitimate cause)”




ผู้ลกัรื่ะทบตั้่อภูารื่กัิจกัองท้พื้เรื่อ กัารื่ท้อนี้โดนี้เซึ่ยรื่ะบุว่าเรื่อรื่บทุกัชนี้ิดทมิใช่เรื่อสนี้ค�าตั้�องแจ�งกัารื่ผู้่านี้นี้่านี้นี้�า








หม่เกัาะ จงม้ผู้ลกัรื่ะทบตั้่อเรื่่อรื่บขีองกัองท้พื้เรื่่อในี้กัารื่เดินี้เรื่่อผู้่านี้ในี้พื้่�นี้ทดงกัล่าว
้�








สำ�หรับปรัะเทัศไทัยก�รัยนยนแสำด้งสำทัธ (Rights Asserted) ถกัรื่ะบไว�แล�วในี้ป็รื่ะกัาศึ (Declarations of the



Kingdom of Thailand) แนี้บทายสตั้ยาบนี้สารื่ (Instrument of Ratification) ขีองรื่ฐบาลไทย วาขีอใหสตั้ยาบนี้อนีุ้สญญา












สหป็รื่ะชาชาตั้ิวาดวยกัฎหมายทะเล ค.ศึ. ๑๙๘๒ และจะป็ฏิบตั้ตั้ามและดาเนี้นี้กัารื่โดยสจรื่ตั้ตั้ามขีอกัาหนี้ดภูายใตั้บงคบ













ขีองคาป็รื่ะกัาศึท้แนี้บมาพื้รื่�อมส้ตั้ยาบ้นี้สารื่นี้้ โดยป็รื่ะกัาศึม้จานี้วนี้ ๕ ขี�อ ท้�เกั้�ยวขี�องได�แกั ขี�อ ๓ รื่ะบวา กัารื่ให�
























สตั้ยาบนี้ขีองรื่ฐบาลไทยไมเป็นี้กัารื่รื่บรื่องหรื่อยอมรื่บกัารื่อางสทธิเหนี้อพื้นี้ท (Territorial claim) โดยรื่ฐภูาคใด ๆ


และขีอ ๔ รื่ะบวา “รื่ฐบาลแหงรื่าชอาณาจกัรื่ไทยเขีาใจวาในี้เขตเศรัษฐกจจ�เพ�ะกัารื่อป็โภูคเสรื่ภูาพื้ในี้กัารื่เดินี้เรื่อท � ้
















สอดคล�องกับบทบ้ญญ้ตั้ท้เกั้ยวขี�องขีองอนี้ส้ญญา ไมรื่วมถ่งกัารื่ใช�ทะเลในี้ทางไมส้นี้ตั้โดยป็รื่าศึจากัความยินี้ยอมขีอง











รื่ฐชายฝั่ัง โดยเฉพื้าะอย่างย�ง กัารื่ฝั่ึกัทางทหารื่ หรื่อกัจกัรื่รื่มอ่นี้ ๆ ทอาจกัรื่ะทบตั้่อสทธิและผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองรื่ฐชายฝั่ัง �







และไมรื่วมถงกัารื่คกัคามหรื่อกัารื่ใชกัาลงตั้อบรื่ณภูาพื้แหงดนี้แดนี้ เอกัรื่าชทางกัารื่เมอง สนี้ตั้ภูาพื้ หรื่อความมนี้คง















ขีองรื่้ฐชายฝั่ง” (The Government of the Kingdom of Thailand understands that, in the exclusive

นาวิกศาสตร์ 53
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


economic zone, enjoyment of the freedom of navigation in accordance with relevant provisions

of the Convention excludes any none-peaceful use without the consent of the coastal State,
the particular, military exercises or other activities which may affect the rights or interests of the
coastal States; and it also excludes the threat or use of force against the territorial integrity, political
independence, peace or security of the coastal State.)








กลไกก�รัรัะงับข้อพิพ�ทัเขตแด้นกับปรัะเทัศเพ�อนบ�นในรัะด้ับรััฐบ�ล ม ๔ รื่ะดบ ไดแกั ๑) ทวภูาค Bilateral–Treaty/

Agreement / MOU / Joint Development Area ๒) คณะกัรื่รื่มกัารื่รื่่วม Joint Border Commission ๓) รื่ะดบกัรื่ะทรื่วง
Ministerial Level ๔) รื่ะดบป็ฏิิบ้ตั้กัารื่ Technical Level














กลไกก�รัรัะงบขอพพ�ทัเขตแด้นของอ�เซยน รื่ะบไวในี้กัฎบตั้รื่อาเซึ่ยนี้ ASEAN Charter วา ใหอาเซึ่ยนี้ และรื่ฐ






สมาชกัอาเซึ่ยนี้ป็ฏิบตั้ตั้ามหลกักัารื่ในี้หมวด ๘ กัารื่รื่ะงบขีอพื้พื้าทรื่ฐ นี้อกัจากันี้ป็รื่ะเทศึสมาชิกัอาเซึ่ยนี้ยงคงไวซึ่งสทธิ ิ













ทจะใชวธิกัารื่รื่ะงบขีอพื้พื้าทอยางสนี้ตั้ทรื่ะบไวในี้ขีอ ๓๓ (๑) ขีองกัฎบตั้รื่สหป็รื่ะชาชาตั้ หรื่อตั้รื่าสารื่กัฎหมายรื่ะหวาง
































ป็รื่ะเทศึอ่นี้ ๆ ทรื่ฐสมาชกัคพื้พื้าทเป็นี้ภูาค หรื่อใชกัลไกัรื่ะดบนี้านี้าชาตั้ ไดแกั คณะมนี้ตั้รื่ความมนี้คงแหงสหป็รื่ะชาชาตั้ ิ








(United Nations อSecurity Council–UNSC) ศึาลยุตั้ธิรื่รื่มรื่ะหวางป็รื่ะเทศึวาด�วยกัฎหมายทะเล (International




Tribunal for the Law of the Sea–ITLOS) Hamburg, Germany ศึาลยตั้ธิรื่รื่มรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ หรื่่อศึาลโลกั



(International Court of Justice–ICJ) The Hague, the Netherlands และศึาลป็รื่ะจาอนี้ญาโตั้ตั้ลากัารื่รื่ะหวาง


ป็รื่ะเทศึ (Permanent Court of Arbitration–PCA) The Hague, the Netherlands













สรื่ป็วาแนี้วโนี้มสถานี้กัารื่ณความขีดแยงรื่ะหวางป็รื่ะเทศึไทยกับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้ จะมสาเหตั้มาจากักัารื่แยงชง












ผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลในี้พื้นี้ทเหลอมทบทางทะเลซึ่งมกัาซึ่ธิรื่รื่มชาตั้และนี้ามนี้ในี้ทะเล ซึ่งป็รื่ะเทศึคขีดแยง



























จะเขีาควบคมพื้นี้ทขีดแยงดวยกัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่ทางทหารื่ นี้อกัจากันี้แลวในี้พื้นี้ทรื่อยตั้อเขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหวาง



















ป็รื่ะเทศึยงมแนี้วโนี้มกัารื่กัรื่ะทาผู้ดกัฎหมายในี้ทะเลสงขีนี้ เชนี้ กัารื่ลกัลอบจบป็ลาในี้เขีตั้ไทยขีองเรื่อป็รื่ะมงเวยดนี้าม









กัารื่ลกัลอบเขีาเมองโดยผู้ดกัฎหมายทางทะเล กัารื่ลกัลอบขีนี้ส่งยาเสพื้ตั้ดทางทะเล อกัท้งป็ญหากัารื่เป็ล�ยนี้แป็ลง


ขีองสภูาวะโลกัรื่อนี้ ป็ญหาสงแวดลอมในี้ทะเลและภูยธิรื่รื่มชาตั้ และป็ญหากัารื่ขียายอานี้าจทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึ









มหาอานี้าจทงจนี้ สหรื่ฐอเมรื่กัาและอนี้เดย ในี้ภูมภูาคเอเชยตั้ะวนี้ออกัเฉยงใตั้ซึ่งสงผู้ลกัรื่ะทบตั้่อไทยซึ่งเป็นี้ศึนี้ย์กัลาง



























ขีองรื่ะบบขีนี้ส่งทางบกั ทางอากัาศึ และทางทะเล ขีองป็รื่ะชาคมอาเซึ่ยนี้ ซึ่งป็ัญหานี้�นี้บว้นี้จะม้ความซึ่�าซึ่�อนี้และ

มผู้ลกัรื่ะทบทรื่นี้แรื่งตั้อความมนี้คงและรื่ะบบเศึรื่ษฐกัจขีองป็รื่ะเทศึไทย จาเป็นี้ตั้องอาศึยกัารื่บรื่ณากัารื่กัารื่จดกัารื่













ความมนี้คงแบบองครื่วม (Comprehensive Security) ในี้พื้นี้ทเขีตั้แดนี้ทางทะเลขีองไทยจากัทุกัหนี้วยงานี้โดยเฉพื้าะ





















กัองทพื้เรื่อและศึนี้ยอานี้วยกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลในี้กัารื่รื่วมมอกันี้แกัไขีป็ญหาความมนี้คงขีอง


ป็รื่ะเทศึท้สาค้ญนี้้ �


๕. ก�รัปองกนปรัะเทัศทั�งทัะเลของกองทััพเรัอ






ภ�รักจกองทัพเรัอถกักัาหนี้ดขีนี้ตั้ามรื่ฐธิรื่รื่มนี้ญแหงรื่าชอาณาจกัรื่ไทย พื้.ศึ. ๒๕๖๐ และพื้รื่ะรื่าชบญญตั้จดรื่ะเบยบรื่าชกัารื่















กัรื่ะทรื่วงกัลาโหม พื้.ศึ. ๒๕๕๑ ให�กัองทพื้เรื่อมหนี้�าทเตั้รื่ยมกัาลงกัองทพื้เรื่อ ป็องกันี้รื่าชอาณาจกัรื่ และกัารื่ใช�กัาลงกัองทพื้เรื่อ
















โดยมผู้บญชากัารื่ทหารื่เรื่อเป็นี้ผู้บงคบบญชารื่บผู้ดชอบ และ พื้.รื่.บ. กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล พื้.ศึ. ๒๕๖๒
















ใหศึนี้ยอานี้วยกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล (ศึรื่ชล.) ขีนี้ตั้รื่งสานี้กันี้ายกัรื่ฐมนี้ตั้รื่ มหนี้าทในี้กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ ์

















นาวิกศาสตร์ 54
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖















ขีองชาตั้ทางทะเล โดยมนี้ายกัรื่ฐมนี้ตั้รื่ เป็นี้ ผู้อานี้วยกัารื่ และผู้บญชากัารื่ทหารื่เรื่อเป็นี้ รื่องผู้อานี้วยกัารื่ ในี้กัารื่แกัป็ญหา









กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ิทางทะเล ตั้ามมาตั้รื่า ๒๗ ท้งในี้สถานี้กัารื่ณ์ป็กัตั้และสถานี้กัารื่ณ์วกัฤตั้/ไมป็กัตั้ โดย ศึรื่ชล.























เป็นี้ผู้ควบคมบงคบบญชาหนี้วยงานี้ขีองรื่ฐเพื้ออานี้วยกัารื่ในี้กัารื่แกัไขีป็ญหากัรื่ณทป็ญหานี้นี้เกันี้ขีดความสามารื่ถ/ไมม ้






หนี้วยงานี้ขีองรื่ฐใดรื่บผู้ดชอบหรื่อตั้องมกัารื่บรื่ณากัารื่ในี้กัารื่ป็ฏิบตั้งานี้ นี้อกัจากันี้กัองทพื้เรื่อยงไดรื่บมอบหมายหนี้าท � ้






















ในี้กัารื่เป็นี้พื้นี้กังานี้เจาหนี้าทในี้กัารื่บงคบใชกัฎหมายในี้ทะเล จานี้วนี้ ๒๙ ฉบบ เป็นี้หนี้วยสนี้บสนี้นี้ในี้กัารื่บรื่รื่เทา















สาธิารื่ณภูยในี้ทะเลตั้ามแผู้นี้ป็องกันี้และบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูยแหงชาตั้ พื้.ศึ. ๒๕๕๘ เป็นี้หนี้วยป็ฏิบตั้ SAR Units ในี้กัารื่คนี้หา
















และช่วยเหลอผู้ป็รื่ะสบภูยในี้ทะเลตั้ามแผู้นี้ค�นี้หาและช่วยเหลออากัาศึยานี้และเรื่อทป็รื่ะสบภูยแห่งชาตั้ และเป็นี้ศึ้นี้ย์ควบคุม



กัารื่ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่นี้อกัเขีตั้ท่าเรื่่อตั้ามแผู้นี้ป็้องกั้นี้และขีจดมลพื้ิษทางนี้ำ�าเนี้่�องจากันี้ำ�าม้นี้แห่งชาตั้ิอ้กัดวย









เสำนเขตแด้นทั�งทัะเลกบภ�รักจกองทััพเรัอ เสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลมความแตั้กัตั้างจากัเสนี้เขีตั้แดนี้ทางบกั
ตั้ามกัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึในี้เรื่องอำานี้าจอธิป็ไตั้ย และสทธิอธิป็ไตั้ย อกัทงพื้นี้ททางทะเล (Maritime Zone) ม้





่�
้�






















๔ มตั้ ทงทางอากัาศึ พื้นี้ผู้วทะเล ใตั้ผู้วทะเล ไป็จนี้ถงทองทะเล ซึ่งพื้นี้ททางทะเลเหลานี้มทรื่พื้ยากัรื่ธิรื่รื่มชาตั้ ซึ่งป็รื่ะเทศึ








เจาขีองรื่ฐหรื่อรื่ฐชายฝั่ังสามารื่ถแสวงหาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์จากัทะเลไดตั้ามกัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ นี้อกัจากันี้ ้ �










ในี้กัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลซึ่งเป็นี้ภูารื่กัจหลกัขีองกัองทพื้เรื่อตั้ามกัฎหมายนี้นี้ มติหรัือพ�นทั�ก�รัรับทั�งเรัือ




























ของกองทัพเรัอแตกต�งจ�กเหล�ทัพอน คอ มกัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่ทางทหารื่ท�ครื่อบคลุมพื้นี้ทเขีตั้แดนี้ทางทะเล
(Maritime Zone) ท้งหมด ไดแกั พื้นี้ททองทะเล (Sea-bed) ไหลทวป็ (Continental Shelf)) และใตั้ผู้วนี้า (Sub Surface)


















เป็นี้พื้นี้ทป็ฏิบตั้กัารื่สงครื่ามใตั้ทะเล (Undersea Warfare) เชนี้ ป็ฏิบตั้กัารื่ขีอง เรื่อดานี้า/โดรื่นี้ใตั้นี้ำา และสงครื่ามทนี้รื่ะเบิด






























พื้นี้ท้ผู้วนี้า (Surface) เป็็นี้พื้นี้ท้ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่สงครื่ามรื่บผู้วนี้า (Surface Warfare) จนี้ถ่งพื้นี้ท้ท�องฟิา (Air) เป็็นี้พื้นี้ท้ �









ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่สงครื่ามทางอากัาศึ (Air Warfare) ตั้อเนี้องไป็ยงชายฝั่งทะเลเป็็นี้พื้นี้ท้ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่ยทธิสะเทนี้นี้าสะเทนี้บกั





























(Amphibious Warfare) และพื้นี้ทป็ฏิบตั้กัารื่ทางบกั และภูารื่กัจในี้กัารื่คมครื่องพื้นี้ทพื้ฒนี้าเศึรื่ษฐกัจขีองรื่ฐบาล เชนี้



โครื่งกัารื่เขีตั้พื้้ฒนี้าพื้เศึษภูาคตั้ะว้นี้ออกั เป็็นี้ตั้�นี้











ภาพที ๑๐ การแบงพืนทีการปิองกนปิระเทศทางทะเลเปิน ๕ ชัน จากเขาสามรอยยอดจนถูงสงคโปิร,








โครงการจดสรางก�าลงทางเรอ ร.ศ. ๑๒๙ กรมห่มืนชมพรเขตรอดมศกดิ �

นาวิกศาสตร์ 55
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖









แนวคด้และหลกนยมในก�รัใชิก�ลงทั�งเรัอในก�รัปองกนปรัะเทัศทั�งทัะเลของกองทััพเรัอ














ป็รื่ะว้ตั้ศึาสตั้รื่ขีองชาตั้ไทยตั้้งแตั้สม้ยสโขีท้ย สม้ยอยธิยา สม้ยกัรื่งธินี้บรื่้ จนี้ถ่งสม้ยรื่้ตั้นี้โกัสนี้ทรื่ ทหารื่ม้หนี้�าท้ �













ในี้กัารื่ป็กัป็องป็รื่ะเทศึ โดยมพื้รื่ะมหากัษตั้รื่ยทรื่งเป็นี้หลกัชยและผู้นี้าในี้กัารื่รื่บ ตั้รื่าบจนี้ถงป็จจบนี้ในี้รื่ฐธิรื่รื่มนี้ญ





แหงรื่าชอาณาจ้กัรื่ไทย พื้.ศึ. ๒๕๖๐ มาตั้รื่า ๕๒ รื่้ฐตั้�องพื้ท้กัษรื่้กัษาไว�ซึ่่งสถาบ้นี้พื้รื่ะมหากัษ้ตั้รื่ย เอกัรื่าช อธิิป็ไตั้ย







บ้รื่ณภูาพื้แหงอาณาเขีตั้และเขีตั้ท้ป็รื่ะเทศึไทยม้สทธิิอธิิป็ไตั้ย เกั้ยรื่ตั้ภูม และผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ ความม้นี้คงขีองรื่้ฐ










และความสงบเรื่ยบรื่อยขีองป็รื่ะชาชนี้ เพื้อป็รื่ะโยชนี้แหงกัารื่นี้ รื่ฐตั้องจดใหมกัารื่ทหารื่ กัารื่ทตั้ และกัารื่ขีาวกัรื่อง

่�







้�






















ทมป็รื่ะสทธิภูาพื้ กัาลงทหารื่ใหใชเพื้อป็รื่ะโยชนี้ในี้กัารื่พื้ฒนี้าป็รื่ะเทศึดวย โดยในี้สวนี้กัองทพื้เรื่อซึ่งรื่บผู้ดชอบในี้ภูารื่กัจ







กัารื่ป็้องกั้นี้ป็รื่ะเทศึในี้พื้นี้ท�ทางทะเลนี้นี้ แผู้นี้ป็้องกั้นี้ป็รื่ะเทศึขีองกัองท้พื้เรื่อม้กัารื่พื้ฒนี้ามาตั้�งแตั้ยุคอด้ตั้มาจนี้ถง


















ป็จจบนี้ โดยมกัารื่ศึกัษา/ป็รื่บป็รื่งจากับทเรื่ยนี้จากัป็รื่ะวตั้ศึาสตั้รื่สงครื่ามและกัารื่พื้ฒนี้าใหทนี้ตั้อเทคโนี้โลย ้







ทางกัารื่ทหารื่และภูยคกัคามทกัรื่ป็แบบ โดยแผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลฉบบแรื่กัขีองป็รื่ะเทศึไทย เกัดขีนี้ในี้สมยขีอง














รื่ชกัาลท ๕ ไดแกั โครื่งกัารื่เสรื่ิมสรื่างกัาลงทางเรื่อ รื่.ศึ. ๑๒๙ โดยกัรื่มหลวงชุมพื้รื่เขีตั้อุดมศึ้กัด “องคบิดาขีองทหารื่เรื่อไทย”










พื้รื่ะองคได�นี้าเอาหลกักัารื่ขีองภูมรื่ฐศึาสตั้รื่ ภูมยทธิศึาสตั้รื่ ยทธิศึาสตั้รื่ทะเล กัฎหมายและเทคโนี้โลย้ทางกัารื่ทหารื่













ทเหมาะสมกับป็รื่ะเทศึไทยในี้ขีณะนี้นี้มาจดทาแผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย โดยกัรื่อบแนี้วคดพื้รื่ะองค ์




ำ�
คอกัารื่ป็องกันี้เชงลกั (Defense in Depth) คอ ในี้สถานี้กัารื่ณป็กัตั้ถงความขีดแย�งรื่ะดบตั้าเป็นี้กัารื่ป็องกันี้เชงลกั





















(Defense in Depth) และเมอในี้สถานี้กัารื่ณป็กัตั้ถงขีนี้ขีดแยงรื่ะดบสง และสามารื่ถป็รื่บเป็ลยนี้เป็นี้กัารื่ใชกัารื่ป็องกันี้




















เชงรื่กั (Active Defense) โดยพื้รื่ะองคได�ม้ความคดเหนี้เพื้ิมเตั้มเรื่่องกัารื่ใช�เรื่่อ ส (เรื่่อดานี้า) ในี้กัารื่ทาสงครื่ามเชงรื่กั


















(Offensive) เพื้อสรื่�างความได�เป็รื่ยบในี้กัารื่รื่บกับเรื่อผู้วนี้าและกัารื่ทาสงครื่ามแบบแตั้กัหกั (Decisive Battle) เพื้อกัารื่ป็องกันี้



ป็รื่ะเทศึและรื่กัษาอำานี้าจและสิทธิอธิป็ไตั้ย ซึ่งกัองทพื้เรื่อไดย่ดถอกัรื่อบแนี้วคิดนี้มากัำาหนี้ดเป็นี้ยทธิศึาสตั้รื่์กัองทพื้เรื่อ














และหล้กันี้ยมทางเรื่่อในี้แผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลขีองกัองท้พื้เรื่่อ








แนวคด้ของก�รัปองกนปรัะเทัศของกองทััพเรัอในยคปจจบน









แนี้วทางกัารื่ใชกัาลงทางเรื่อในี้กัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลขีองกัองทพื้เรื่อเป็นี้ไป็ตั้ามหลกันี้ยมกัารื่ป็องกันี้





















เป็นี้ชนี้ ๆ (Defense in Depth) โดยมแนี้วคดในี้กัารื่บงคบบญชาเป็นี้พื้นี้ท (Area Command Concept) โดยทพื้เรื่อภูาค



รื่บผู้ดชอบเตั้รื่ยมกัารื่สาหรื่บพื้นี้ทป็ฏิบตั้กัารื่ทางทหารื่ทางทะเลและชายฝั่งขีองกัองทพื้เรื่อตั้ามแผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึ



















และกัารื่ป็กัป็องผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล โดยเฉพื้าะโครื่งสรื่�างพื้นี้ฐานี้สาค้ญขีองป็รื่ะเทศึทางทะเล (Maritime
















Critical Infrastructure) สาหรื่บป็ฏิบตั้กัจเชงรื่กั กัองทพื้เรื่อจะมกัารื่จดตั้งกัองเรื่อเฉพื้าะกัจ ในี้กัารื่ควบคมทะเล






กัารื่รื่้กัษาเส�นี้ทางคมนี้าคมทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึ กัารื่ป็้องกั้นี้กัารื่ถ้กัป็ิดอ่าวไทย และกัารื่ป็ฏิบ้ตั้กัารื่สะเทนี้นี้าสะเทนี้บกั





(Amphibious Operation) เพื้อควบคมสถานี้กัารื่ณความขีดแยงรื่ะหวางรื่ฐ โดยศึนี้ยป็ฏิบตั้กัารื่กัองทพื้เรื่อ จะใชรื่ะบบ
















ตั้ดตั้ามภูาพื้สถานี้กัารื่ณทางทะเล (Maritime Domain Awareness : MDA) ซึ่่งม้รื่ะบบแลกัเป็ล้ยนี้ขีาวสารื่รื่ะหวาง











กัองท้พื้เรื่่อกับหนี้วยงานี้ภูายใตั้�ศึ้นี้ยอานี้วยกัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล และรื่ะบบกัารื่ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่รื่บท้�ใช�

เครื่่อขี่ายเป็็นี้ศึ้นี้ย์กัลาง (Network Centric Operations : NCO) ในี้กัารื่บ้งค้บบ้ญชาส้งกัารื่ขีองผู้้บ้ญชากัารื่ทหารื่เรื่่อ




ในี้กัารื่รื่บทางเรื่อรื่วมกับกัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่รื่วมเหลาทพื้ภูายใตั้ศึนี้ย์บญชากัารื่ทางทหารื่ขีองกัองทพื้ไทย โดยพื้นี้ทป็ฏิบ้ตั้กัารื่

























ทางเรื่อตั้ามแผู้นี้ป็้องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลจะครื่อบคลุมพื้นี้ทเขีตั้แดนี้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทยทงหมด โดยรื่ฐบาลจะม ้









กัารื่ป็รื่ะกัาศึกัฎอยกัารื่ศึกั หรื่อพื้รื่ะรื่าชกัาหนี้ดกัารื่บรื่หารื่รื่าชกัารื่ในี้สถานี้กัารื่ณฉกัเฉนี้ พื้.ศึ. ๒๕๔๘ หรื่อกัารื่ป็รื่ะกัาศึ



สถานี้กัารื่ณไมป็กัตั้ตั้าม พื้.รื่.บ.กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ทางทะเล พื้.ศึ. ๒๕๖๒ (มาตั้รื่า ๒๗ วรื่รื่ค ๒) เพื้อควบคม

















สถานี้กัารื่ณวกัฤตั้/ไมป็กัตั้ ใหกัลบมาสงบเรื่ยบรื่อยตั้ลอดจนี้กัารื่คมครื่องและรื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล



นาวิกศาสตร์ 56
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖












ในี้สถานี้กัารื่ณความขี้ดแยงรื่ะหวางรื่้ฐ ทงนี้้ กัารื่ป็ฏิิบ้ตั้กัารื่ทางทหารื่จะอยภูายใตั้�กัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ โดยเป็นี้

เครื่�องมอหนี้�งขีองขีองรื่ฐบาลภูายใตั้�กัรื่อบแนี้วคิดกัารื่สรื่างความมนี้คงแบบองครื่วม (Comprehensive Security)












๖. ก�รับรัห�รัจด้ก�รัคว�มมันคงชิ�ยแด้นทั�งทัะเลของกองทััพเรัอ



ป็รื่ะเภูทขีองภู้ยคกัคามตั้อความป็ลอดภู้ยและความม้นี้คงทางทะเลแบงได�เป็็นี้ ๔ ป็รื่ะเภูท ได�แกั ่






















๑. ภยคกค�มตออ�น�จอธปไตยและบรัณภ�พแหงด้นแด้นจ�กตวแสำด้งทัเปนรัฐ ทจาเป็นี้ตั้องใชกัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่
















ทางทหารื่ตั้ามแบบในี้กัารื่แกัไขีป็ญหานี้นี้จะมกัองทพื้เรื่อเป็นี้หนี้วยรื่บผู้ดชอบหลกัโดยมแผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึเป็นี้แนี้วทาง






กัารื่ใชกัาลงทางทหารื่เพื้อเขีาควบคมสถานี้กัารื่ณความขีดแยงทางทะเลใหไดเป็รื่ยบตั้อฝั่ายตั้รื่งขีาม และสามารื่ถ














เป็นี้เครื่องมอรื่ฐในี้กัารื่สรื่างความไดเป็รื่ยบในี้กัารื่เจรื่จาแกัป็ัญหาความขีดแยงรื่ะหว่างรื่ฐและกัารื่ค�มครื่องรื่กัษา












ผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล โดยเฉพื้าะเสนี้ทางขีนี้สงทางทะเลและโครื่งสรื่างพื้นี้ฐานี้สาคญขีองป็รื่ะเทศึทางทะเล











(Maritime Critical Infrastructure) ในี้สภูาวะไมป็กัตั้อยางมป็รื่ะสทธิภูาพื้ โดยเมอมสถานี้กัารื่ณความขีดแยงรื่ะหวาง

























รื่ฐทางทะเลมแนี้วโนี้มความรื่นี้แรื่งมากัขีนี้ กัองทพื้เรื่อจาเป็นี้ตั้องควบคมสถานี้กัารื่ณและเตั้รื่ยมกัารื่ใชกัาลงทางทหารื่ นี้นี้















กัองทพื้เรื่อควรื่จะพื้จารื่ณาเสนี้อใหศึนี้ยอานี้วยกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล หรื่อ “ศึรื่ชล.” พื้จารื่ณาเสนี้อ











ขีออนี้มตั้จากัรื่ฐบาลกัาหนี้ดใหเป็นี้สภูาวะสถานี้กัารื่ณไมป็กัตั้ ตั้ามมาตั้รื่า ๒๗ วรื่รื่คสองขีองพื้รื่ะรื่าชบญญตั้กัารื่รื่กัษา
















ผู้ลป็รื่ะโยชนี้แหงชาตั้ทางทะเลฯ เพื้อให� ศึรื่ชล. เป็็นี้ผู้้ควบคมบ้งค้บบ้ญชาหนี้วยงานี้ขีองรื่้ฐในี้กัารื่กัากับด้แล ป็องกันี้









ป็รื่าบป็รื่าม รื่ะง้บ ยบยง จ้ดกัารื่ แกั�ไขี หรื่่อบรื่รื่เทาป็ญหาท้กัรื่ะทบหรื่่ออาจสงผู้ลกัรื่ะทบตั้อผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทาง






ทะเลในี้พื้นี้ท้และรื่ะยะเวลาท้กัาหนี้ด และเพื้อให�กัองท้พื้เรื่่อในี้ฐานี้ะหนี้วยงานี้หล้กัขีอง ศึรื่ชล.สามารื่ถเขี�าดาเนี้นี้กัารื่










ตั้ามแผู้นี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึขีองกัองทพื้เรื่อไดอยางมป็รื่ะสทธิภูาพื้ โดยเฉพื้าะกัารื่ค�มครื่องเสนี้ทางขีนี้ส่งทางทะเลในี้พื้่นี้ท � ้













ทะเลอาณาเขีตั้รื่ะยะ ๑๒ ไมลทะเลขีองป็รื่ะเทศึ ซึ่งมผู้วารื่าชกัารื่จงหวด เป็นี้ ผู้อ.ศึรื่ชล. จงหวดมหนี้าท อานี้าจและรื่บผู้ดชอบ













ในี้จ้งหว้ดชายทะเลตั้ามพื้รื่ะรื่าชบ้ญญ้ตั้กัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล










๒. ภยคกค�มตอผลปรัะโยชินแหงชิ�ตทั�งทัะเลจ�กก�รักรัะทั�โด้ยมนษย เชนี้ กัารื่ทาป็รื่ะมงผู้ดกัฎหมาย












กัารื่ลกัลอบขีนี้สงยาเสพื้ตั้ด กัารื่ลกัลอบเขีาเมองผู้ดกัฎหมาย กัารื่กัรื่ะทาอนี้เป็นี้โจรื่สลด และกัารื่ป็ลนี้เรื่อดวยอาวธิในี้ทะเล









กัารื่กัอกัารื่รื่�ายในี้ทะเล กัารื่รื่้�วไหลขีองครื่าบนี้าม้นี้และสารื่พื้ษในี้ทะเล กัองท้พื้เรื่่อเป็็นี้หนี้วยสนี้้บสนี้นี้ตั้ามกัฎหมาย









มอบอานี้าจทหารื่เรื่่อ จานี้วนี้ ๒๙ ฉบ้บ และพื้รื่ะรื่าชบ้ญญ้ตั้กัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล พื้.ศึ. ๒๕๖๒


๓. ภยคกค�มตอผลปรัะโยชินแหงชิ�ตทั�งทัะเลจ�กภยธรัรัมชิ�ต เชนี้ พื้าย สนี้าม กัองทพื้เรื่อทาหนี้�าทเป็็นี้หนี้วย



























สนี้บสนี้นี้รื่ฐบาลในี้กัารื่ป็องกันี้และแกัไขีป็ญหาจากัภูยพื้บตั้โดยเป็นี้หนี้าทตั้ามมาตั้รื่า ๘ (๓) แหงพื้รื่ะรื่าชบญญตั้จดรื่ะเบยบ

















รื่าชกัารื่กัรื่ะทรื่วงกัลาโหม พื้.ศึ. ๒๕๕๑ ท้งนี้ แนี้วทางกัารื่ป็ฏิบตั้ในี้กัารื่ป็องกันี้และบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูยภูายในี้รื่าชอาณาจกัรื่














จะป็ฏิบตั้ตั้ามพื้รื่ะรื่าชบญญตั้ป็องกันี้และบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูย พื้.ศึ. ๒๕๕๐ โดยมแผู้นี้กัารื่ป็องกันี้และบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูย











แหงชาตั้ และแผู้นี้บรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูยกัรื่ะทรื่วงกัลาโหมเป็นี้กัรื่อบแนี้วทางกัารื่ป็ฏิบตั้งานี้กับฝั่ายพื้ลเรื่อนี้เพื้่อรื่วมมอกันี้







ในี้กัารื่ชวยเหล่อป็รื่ะชาชนี้ในี้ภูาวะวกัฤตั้ ิ








๔. ก�รัคนห�และชิ่วยเหลืออ�ก�ศย�นและเรัอทัปรัะสำบภัยในทัะเล เพื้�อใหสอดคลองกับขีอกัาหนี้ดขีององคกัารื่







กัารื่บนี้พื้ลเรื่่อนี้รื่ะหวางป็รื่ะเทศึ (ICAO) และองคกัารื่ทางทะเลรื่ะหว่างป็รื่ะเทศึ (IMO) ซึ่่งป็รื่ะเทศึไทยเป็็นี้รื่้ฐภูาค้ขีอง





ทงสององคกัรื่นี้นี้ กัองทพื้เรื่อเป็นี้หนี้วยสนี้บสนี้นี้ในี้ฐานี้ะองคกัรื่เพื้อความรื่วมมอขีองหนี้วยงานี้ในี้รื่ะบบกัารื่คนี้หา













และชวยเหล่ออากัาศึยานี้และเรื่่อท้ป็รื่ะสบภู้ย ม้หนี้�าท้ในี้กัารื่ป็ฏิิบ้ตั้ตั้ามแผู้นี้ค�นี้หาและชวยเหล่ออากัาศึยานี้และเรื่่อ





ท้ป็รื่ะสบภู้ยแหงชาตั้ ิ


นาวิกศาสตร์ 57
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖









ก�รับรัห�รัจด้ก�รัคว�มม�นคงชิ�ยแด้นทั�งทัะเลในก�รัรักษ�อำ�น�จอธปไตย สำทัธอธปไตยและก�รัรักษ�และ








คุมครัองผลปรัะโยชินแหงชิ�ตทั�งทัะเลของไทัยนัน สรื่ป็ได�ด้งนี้้ �








๑. น�นน�ภ�ยใน และทัะเลอ�ณ�เขต (๑๒ ไมลทะเลจากัเสนี้ฐานี้) คอ พื้นี้ททางทะเลทป็รื่ะเทศึไทยมอานี้าจอธิป็ไตั้ย

















ตั้ามกัฎหมายทะเล UNCLOS 1982 กัองทพื้เรื่อเป็นี้หนี้วยงานี้หลกัในี้กัารื่รื่กัษาอานี้าจอธิป็ไตั้ยทางทะเล เพื้อกัารื่ป็องกันี้






รื่าชอาณาจกัรื่ทกัาหนี้ดไวเป็นี้หนี้าทขีองกัองทพื้ตั้ามรื่ฐธิรื่รื่มนี้ญ และตั้ามพื้รื่ะรื่าชบญญตั้กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ ์
















แหงชาตั้ทางทะเลฯ มาตั้รื่า ๒๖ ให�จ้ดตั้้งศึ้นี้ยอานี้วยกัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลจ้งหว้ด เรื่้ยกัโดยยอวา












“ศึรื่ชล.จ้งหว้ด” เป็็นี้หนี้วยงานี้ขี่�นี้ตั้รื่งตั้อ ศึรื่ชล.ภูาค โดยม้ผู้้วารื่าชกัารื่จ้งหว้ดเป็็นี้ผู้้อานี้วยกัารื่ศึ้นี้ยอานี้วยกัารื่รื่้กัษา


















ผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลจงหวด มหนี้าทและอานี้าจและรื่บผู้ดชอบเกัยวกับกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล





ในี้เขีตั้พื้นี้ท้รื่้บผู้ดชอบขีองจ้งหว้ดชายทะเล ค่อ พื้นี้ท้ขีองทะเลอาณาเขีตั้ รื่ะยะ ๑๒ ไมลทะเล







- ในี้ภูาวะสถานี้กัารื่ณ์ป็กัตั้ในี้เขีตั้นี้านี้นี้าภูายในี้ และทะเลอาณาเขีตั้ เชนี้ กัรื่ณเรื่อรื่บตั้างชาตั้ิลวงลาเขีามาป็ฏิบตั้กัารื่












ทางทหารื่ในี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลไทย หนี้วยงานี้รื่บผู้ดชอบหลกั คอ กัองทพื้เรื่อ โดยกัารื่ป็ฏิบตั้เมอไดรื่บมอบภูารื่กัจ

























จะเป็นี้กัารื่แสดงกัาลงกัดดนี้และผู้ลกัดนี้ตั้ามกัฎกัารื่ป็ะทะ โดยมโครื่งสรื่างกัารื่บงคบบญชาในี้กัารื่ใชกัาลงขีองกัองทพื้เรื่อ

































คอ ศึนี้ยป็ฏิบตั้กัารื่กัองทพื้เรื่อ และในี้รื่ะดบพื้นี้ท ไดแกั ทพื้เรื่อภูาค นี้อกัจากันี้ กัองท้พื้เรื่อยงทาหนี้าทสนี้บสนี้นี้รื่ฐบาล


และหนี้วยงานี้รื่ฐในี้กัารื่ป็ฏิบตั้ภูารื่กัจ กัารื่บงคบใชกัฎหมายทะเลตั้ามอานี้าจ กัารื่ป็ฏิบตั้หนี้าทเป็นี้เจาหนี้าทพื้นี้กังานี้ตั้าม

























กัฎหมายมอบอานี้าจทหารื่เรื่อ ๒๙ ฉบบ กัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ิทางทะเล กัารื่ช่วยเหลอป็รื่ะชาชนี้จากัภูยพื้ิบ้ตั้ ิ

และกัารื่ขีจดมลพื้ษทางนี้าในี้ทะเล รื่วมถงกัารื่ชวยเหลอผู้ป็รื่ะสบภูยจากัเรื่อจม และอากัาศึยานี้ตั้กัในี้ทะเลตั้ามทไดรื่บ















มอบภูารื่กัจจากั ศึรื่ชล. และรื่้ฐบาลในี้พื้นี้ท้นี้้อ้กัด�วย








- ในี้สถานี้กัารื่ณความขีดแยงรื่ะดบสงจนี้ถงภูาวะสงครื่ามรื่ะหวางรื่ฐ กัารื่บรื่หารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางทะเล













ในี้เขีตั้ทะเลอาณาเขีตั้ โดยเฉพื้าะเสนี้ทางขีนี้ส่งสนี้คาทางทะเล เกัาะ และบรื่เวณชายฝั่ังทสาคญตั้อรื่ะบบเศึรื่ษฐกัิจ









และความมนี้คงขีองป็รื่ะเทศึนี้นี้ กัรื่ะทรื่วงกัลาโหมได�กัาหนี้ดใหพื้นี้ทสาคญเป็นี้พื้นี้ทป็ลอดภูยทางทหารื่ภูายใตั้ �




























พื้รื่ะรื่าชกัฤษฎกัา พื้นี้ทป็ลอดภูยทางทหารื่ โดยกัองทพื้เรื่อจะเขีาคมครื่องเสนี้ทางขีนี้สงทางทะเล และเตั้รื่ยมกัารื่


ในี้กัารื่ป็ฏิบตั้ตั้ามแผู้นี้ป็้องกันี้ป็รื่ะเทศึและกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ิทางทะเล ตั้ามแนี้วหลกันี้ิยมกัารื่ป็้องกันี้







เป็็นี้ชนี้ ๆ (Defense in Depth) ซึ่่งเป็็นี้หนี้�าท้ขีองกัองท้พื้เรื่่อในี้กัารื่ป็องกันี้รื่าชอาณาจ้กัรื่ตั้ามรื่้ฐธิรื่รื่มนี้้ญ





๒. เขตตอเนือง (๑๒–๒๔ ไมลทัะเล) จนถึึงเขตเศรัษฐกจจ�เพ�ะ (๒๐๐ ไมลทัะเล) และเขตไหลทัวป คอ พืนทัี �















ทั�งทัะเลทัีปรัะเทัศไทัยมสำทัธอธปไตยต�มกฎหม�ยทัะเล UNCLOS 1982







- ในี้ภูาวะสถานี้กัารื่ณ์ป็กัตั้ กัารื่บรื่ิหารื่จดกัารื่ความม�นี้คงชายแดนี้ทางทะเลในี้พื้่นี้ทเหลานี้จะอยในี้อานี้าจกัารื่














บรื่หารื่ขีองหนี้วยงานี้ความมนี้คงทางทะเล ในี้กัารื่บงคบใชกัฎหมายศึลกัากัรื่ รื่ษฎากัรื่ ตั้รื่วจคนี้เขีาเมอง และสาธิารื่ณสุขี







ตั้ลอดจนี้อำานี้าจบงคบใชกัฎหมายตั้ามพื้รื่ะรื่าชบญญตั้กัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ทางทะเลฯ โดย ศึรื่ชล.จะเป็นี้









หนี้วยงานี้หลกัในี้กัารื่บรื่ณากัารื่หนี้่วยงานี้บงคบใชกัฎหมายในี้ทะเล ซึ่งกัองทพื้เรื่อรื่บผู้ดชอบกัฎหมาย ๒๙ ฉบบ ซึ่งไดมอบ































อานี้าจใหทหารื่เรื่อเป็นี้พื้นี้กังานี้เจาหนี้าทในี้กัารื่บงคบใชกัฎหมายในี้ทะเล และกัองทพื้เรื่อยงทาหนี้าทในี้กัารื่ค�มครื่อง











ป็กัป็องผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล ตั้ลอดจนี้สนี้บสนี้นี้รื่ฐบาลในี้ภูารื่กัจบรื่รื่เทาภูยพื้บตั้ในี้ทะเล กัารื่รื่้กัษาสงแวดลอม





ไป็จนี้ถงกัารื่สนี้บสนี้นี้ในี้เรื่�องกัารื่ค�นี้หาและช่วยเหลอผู้ป็รื่ะสบภูยในี้ทะเลในี้พื้นี้ท�นี้อ้กัดวย นี้อกัจากันี้กัองท้พื้เรื่อยงมบทบาท


















สาคญในี้กัารื่ตั้อบสนี้องรื่ฐบาลในี้เรื่องกัารื่สรื่างความมนี้คงทางทะเลในี้ภูมภูาค เชนี้ ในี้ภูารื่กัจกัารื่ตั้อตั้านี้/ป็รื่าบป็รื่าม






















โจรื่สล้ด โดยได�สงหม้เรื่่อป็รื่าบป็รื่ามโจรื่สล้ดขีองกัองท้พื้เรื่่อไป็ป็ฏิิบ้ตั้ภูารื่กัจท้อาวเอเดนี้ และชายฝั่งโซึ่มาเล้ยรื่วมกับ

นาวิกศาสตร์ 58
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖














ชาตั้พื้นี้ธิมตั้รื่ในี้กัารื่รื่กัษาเสนี้ทางขีนี้สงนี้ามนี้ขีองโลกัและกัารื่คมครื่องกัองเรื่อป็รื่ะมงไทยในี้ทะเลหลวงและ
กัารื่ลาดตั้รื่ะเวนี้รื่วมในี้ชองแคบมะละกัา



ในี้สถานี้กัารื่ณความขี้ดแยงและภูาวะสงครื่ามรื่ะหวางรื่้ฐ กัารื่บรื่หารื่จ้ดกัารื่ความม้นี้คงชายแดนี้ทางทะเลในี้เขีตั้













ตั้อเนี้อง จนี้ถ่งเขีตั้เศึรื่ษฐกัจจาเพื้าะและเขีตั้ไหลทว้ป็ โดยเฉพื้าะกัารื่คุมครื่องเส�นี้ทางขีนี้สงสนี้ค�าทางทะเลนี้นี้ เมอม้











กัารื่ป็รื่ะกัาศึกัฎอยกัารื่ศึกัในี้ขีนี้ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึตั้ามแผู้นี้ป็้องกันี้ป็รื่ะเทศึจะเป็นี้หนี้าทขีองกัองทพื้เรื่อในี้กัารื่ป็องกันี้









รื่าชอาณาจ้กัรื่ตั้ามรื่้ฐธิรื่รื่มนี้้ญแหงรื่าชอาณาจ้กัรื่ไทย พื้.ศึ. ๒๕๖๐
๗. ข้อเสำนอแนะก�รับรัิห�รัจัด้ก�รัคว�มมันคงชิ�ยแด้นทั�งทัะเล







กัารื่บรื่ิหารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางทะเล มความแตั้กัตั้่างจากักัารื่บรื่ิหารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางบกั












กัลาวคอ เสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลมความแตั้กัตั้างจากัเสนี้เขีตั้แดนี้ทางบกัตั้ามกัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึในี้เรื่องอานี้าจอธิป็ไตั้ย









และสทธิิอธิิป็ไตั้ย และพื้นี้ท้ทะเลม้มตั้ทงทางอากัาศึ พื้นี้ผู้วทะเล ใตั้�ผู้วทะเล ไป็จนี้ถ่งท�องทะเล ซึ่่งป็รื่ะเทศึเจ�าขีองรื่้ฐ












หรื่อรื่ฐชายฝั่งสามารื่ถแสวงหาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์จากัทะเลไดตั้ามกัฎหมายรื่ะหวางป็รื่ะเทศึ สรื่ป็ขีอเสนี้อแนี้ะกัารื่บรื่ิหารื่
จ้ดกัารื่ความม้�นี้คงชายแดนี้ทางทะเลได�ด้งนี้้ �
๑. ก�รัแก้ไขปัญห�คว�มขัด้แย้งในเรัองเสำ้นเขตแด้นเหลือมทัับทั�งทัะเลกับปรัะเทัศเพือนบ้�น















ป็ญหาความขีดแยงในี้เรื่องเสนี้เขีตั้แดนี้เหล่อมทบทางทะเลรื่ะหว่างไทยกั้บป็รื่ะเทศึเพื้่อนี้บานี้มความสาคญ















ตั้อรื่ะบบเศึรื่ษฐกัิจและความมนี้คงขีองป็รื่ะเทศึ เนี้องจากัพื้นี้ทเหลอมทบทางทะเลเหลานี้มนี้ามนี้และกัาซึ่ธิรื่รื่มชาตั้ในี้
























ทะเลซึ่งเป็นี้ทตั้องกัารื่ขีองไทยและป็รื่ะเทศึเพื้่อนี้บานี้อนี้จะทำาใหเกัดป็ญหารื่ะหว่างรื่ฐขีนี้ไดในี้หวง ๑๐ ป็ขีางหนี้าไดแกั ่














พื้นี้ท้เหลอมท้บไทย–กัมพื้้ชา ไทย-เม้ยนี้มา และ ไทย–มาเลเซึ่้ย ทงนี้้ กัลไกัในี้กัารื่แกั�ไขีป็ญหาความขี้ดแยงในี้เรื่่อง





เส�นี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลในี้ป็จจบนี้ไม่สามารื่ถใช�กัลไกัในี้กัารื่แกัไขีป็ญหาเส�นี้เขีตั้แดนี้ทางบกั เชนี้ คณะกัรื่รื่มกัารื่รื่่วม




รื่้กัษาความสงบเรื่้ยบรื่�อย ตั้ามแนี้วชายแดนี้ท้�วไป็ (General Border Committee : GBC) คณะกัรื่รื่มกัารื่รื่ะด้บส้ง
(High level Committee : HLC) และคณะกัรื่รื่มกัารื่ชายแดนี้สวนี้ภูมภูาค (Regional Border Committee : RBC)








มาแกั�ไขีป็ญหาความขี้ดแยงในี้เรื่่องเส�นี้เขีตั้แดนี้เหลอมท้บทางทะเลได� ทงนี้้ ภูายหล้งจากัท้ป็รื่ะเทศึไทยได�ให�ส้ตั้ยาบ้นี้






ตั้่ออนีุ้สญญาสหป็รื่ะชาชาตั้ิว่าดวยกัฎหมายทะเล ค.ศึ. ๑๙๘๒ ป็รื่ะเทศึไทยไดม้กัารื่จ้ดตั้งคณะกัรื่รื่มกัารื่ในี้กัารื่รื่บผู้ิดชอบ




กัารื่ดาเนี้นี้งานี้ให�เป็็นี้ไป็ตั้ามบทบ้ญญ้ตั้ขีองอนี้ส้ญญาฯ ได�แกั คณะกัรื่รื่มกัารื่อานี้วยกัารื่และป็รื่ะสานี้กัารื่ป็ฏิิบ้ตั้ตั้าม









นี้โยบายความมนี้คงแหงชาตั้ทะเล (อป็ท.) และคณะกัรื่รื่มกัารื่กัฎหมายทะเลและเขีตั้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย แตั้กัไมได�

















มหนี้าทรื่บผู้ดชอบโดยตั้รื่งในี้กัารื่แกัไขีป็ญหาความขีดแยงในี้เรื่องเสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลกั้บป็รื่ะเทศึเพื้่อนี้บานี้ ดงนี้นี้ รื่ฐบาล













จงควรื่จดตั้งคณะกัรื่รื่มกัารื่ในี้กัารื่แกัไขีป็ญหาเสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลกั้บป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้แยกัมาจากัคณะกัรื่รื่มกัารื่ฯ







ทางบกั โดยควรื่แบงรื่ะด้บกัารื่แกั�ป็ญหาเป็็นี้คณะกัรื่รื่มกัารื่รื่ะด้บส้งและคณะกัรื่รื่มกัารื่ชายแดนี้สวนี้ภูมภูาคเชนี้เด้ยว














กับทางบกั โดยมศึนี้ยอานี้วยกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลเป็นี้หนี้วยงานี้หลกัทงในี้รื่ะดบรื่ฐบาลและ




ในี้รื่ะด้บพื้นี้ท้ ค่อ ศึ้นี้ย์อานี้วยกัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลภูาค ๑-๓ กัารื่แกั�ป็ญหานี้้กัจะเกัดเป็็นี้รื่้ป็ธิรื่รื่ม
























และมป็รื่ะสทธิภูาพื้มากัย�งขีนี้ สรื่ป็ กัารื่บรื่หารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางทะเลในี้เรื่องป็ญหาความขีดแยงในี้



เรื่องเส�นี้เขีตั้แดนี้เหล่อมท้บทางทะเล จำาเป็นี้ท้�ตั้�องม้หนี้่วยงานี้รื่ฐแยกัออกัมาจากัหนี้่วยงานี้/คณะกัรื่รื่มกัารื่ซึ่งรื่บผู้ิดชอบ







ในี้กัารื่บรื่ิหารื่จดกัารื่ความม้�นี้คงชายแดนี้ทางบกั

นาวิกศาสตร์ 59
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖










๒. หนวยง�นหลกในก�รับรัห�รัจด้ก�รัคว�มมนคงชิ�ยแด้นทั�งทัะเล เม�อพื้ิจารื่ณาหนี้าท�และความรื่บผู้ิดชอบตั้าม










กัฎหมายควรื่เป็นี้ ๒ หนี้วยงานี้หลกั ไดแกั กัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึทางทะเลควรื่เป็นี้กัองทพื้เรื่อ และกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้์








ขีองชาตั้ทางทะเลควรื่เป็็นี้ศึ้นี้ยอานี้วยกัารื่รื่้กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล





๓. ขอเสำนอแนะในก�รัเพิ�มปรัะสำทัธภ�พในก�รับรัห�รัจด้ก�รัคว�มมันคงชิ�ยแด้นทั�งทัะเล ม้ด้งนี้้ �








๓.๑ กัารื่ป็รื่บป็รื่งแกัไขีกัฎหมายทเกัยวขีองกับกัารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางทะเล ไดแกั เรื่องกัารื่กัาหนี้ด

















เสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลโดยพื้จารื่ณาจากัผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ทางทะเลขีองไทยเป็นี้สาคญ กัารื่ป็รื่บป็รื่งกัฎหมายรื่องรื่บ



UNCLOS 1982 และกัารื่ป็รื่บป็รืุ่งกัฎหมายเพื้�อเพื้�มป็รื่ะสิทธิภูาพื้ในี้กัารื่รื่้กัษาอานี้าจอธิป็ไตั้ย สิทธิิอธิป็ไตั้ยและ






กัารื่รื่้กัษาคุ�มครื่องผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลขีองหนี้วยงานี้ความม้นี้คงทางทางทะเลขีองไทย
















๓.๒ กัารื่เสรื่ิมสรื่างความรื่วมมอกับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้ผู้านี้กัลไกัในี้รื่ะดบกัรื่ะทรื่วง และรื่ะดบกัองทพื้เรื่อ โดยเฉพื้าะ











กัารื่สรื่�างมาตั้รื่กัารื่สรื่�างความไว�เนี้อเชอใจ (Confidence Building Measures-CBMs) กับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บ�านี้ทมป็ญหา

เขีตั้แดนี้เหลอมทบทางทะเลกับป็รื่ะเทศึไทย








๓.๓ กัารื่สรื่�างมาตั้รื่กัารื่ป็กัป็อง รื่้กัษาคุ�มครื่อง โครื่งสรื่�างพื้นี้ฐานี้ทางทะเลท้สาค้ญขีองป็รื่ะเทศึ (Maritime



Critical Infrastructure) เชนี้ ฐานี้ขีดเจาะในี้ทะเล กัารื่รื่กัษาพื้นี้ทป็ลอดภูยในี้ทะเล และกัารื่รื่กัษาความป็ลอดภูยในี้เสนี้ทาง









ขีนี้สงทางทะเลในี้อาณาเขีตั้ทางทะเลขีองไทย


๓.๔ กัารื่สรื่างรื่ะบบกัารื่แลกัเป็ล�ยนี้ขี่าวสารื่ทางทะเล และรื่ะบบกัารื่สรื่างกัารื่ตั้รื่ะหนี้้กัรื่ ภูาพื้สถานี้กัารื่ณ์ทางทะเล











(Maritime Domain Awareness : MDA) รื่ะหวางศึนี้ยอานี้วยกัารื่รื่กัษาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลกับ กัองทพื้เรื่อ




และหนี้่วยงานี้ความมนี้คงทางทะเล เพื้�อนี้าไป็ใชในี้ภูารื่กัิจกัารื่บงคบใช�กัฎหมาย กัารื่ป็้องกั้นี้ป็รื่ะเทศึทางทะเล และกัารื่รื่กัษา








ผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล




๓.๕ ป็รื่ะเทศึไทยเป็นี้รื่ฐภูาค้ขีององคกัารื่กัารื่บนี้พื้ลเรื่อนี้รื่ะหว่างป็รื่ะเทศึ (International Civil Aviation Organization



หรื่อ ICAO) จงมภูารื่ะผู้กัพื้นี้เกัยวกับกัารื่คนี้หาและชวยเหลออากัาศึยานี้ป็รื่ะสบภูย ในี้ขีอ ๒๕ ขีองอนี้สญญา




























กัารื่บนี้พื้ลเรื่อนี้รื่ะหวางป็รื่ะเทศึและตั้ามภูาคผู้นี้วกั ๑๒ แหงอนี้สญญาดงกัลาว ไดกัาหนี้ดใหรื่ฐภูาคจะตั้องจดใหม ้






ศึนี้ยป็รื่ะสานี้งานี้ (Rescue Co-ordination Centre หรื่อ RCC) เพื้อเป็นี้หนี้วยกัลางในี้กัารื่อานี้วยกัารื่และป็รื่ะสานี้งานี้












เกัยวกับกัารื่คนี้หาและชวยชวตั้ภูายในี้เขีตั้ความรื่บผู้ดชอบขีองตั้นี้ (Search and Rescue Region หรื่อ SRR) ดงนี้นี้













กัารื่เสรื่มสรื่างขีดความสามารื่ถขีองหนี้วยป็ฏิบตั้งานี้ในี้ภูารื่กัจกัารื่ชวยเหลอผู้ป็รื่ะสบภูยจากัอากัาศึยานี้ตั้กัและเรื่อจม








ในี้ทะเล (SAR Units) ให�ได�มาตั้รื่ฐานี้ ICAO และ IMO ให�ครื่อบคลมพื้นี้ท SAR Region ขีองป็รื่ะเทศึไทยจงเป็็นี้เรื่องสาคญ
















๓.๖ กัารื่เสรื่มสรื่างขีดความสามารื่ถขีองหนี้วยป็ฏิบตั้งานี้ในี้ภูารื่กัจบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภูยในี้ทะเลตั้ามแผู้นี้


ป็องกันี้และบรื่รื่เทาสาธิารื่ณภู้ยแหงชาตั้ และตั้ามกัรื่อบความรื่วมม่อและขี�อตั้กัลงขีองอาเซึ่้ยนี้














๓.๗ กัารื่เสรื่ิมสรื่างแนี้วคิดเศึรื่ษฐกัิจสนี้าเงนี้ หรื่อ Blue Economy บรื่รื่จในี้แผู้นี้ความม�นี้คงแห่งชาตั้ใหเกัด

ผู้ลเป็็นี้รื่้ป็ธิรื่รื่ม โดยเฉพื้าะกัารื่แกั�ป็ญหาขียะในี้ทะเล และกัารื่รื่้กัษาสิ�งแวดล�อมในี้ทะเล


๓.๘ กัารื่สรื่างฐานี้มวลชนี้ขีองไทยอาสาป็องกันี้ชาตั้ในี้ทะเลสนี้บสนี้นี้งานี้ดานี้กัารื่ขีาวทางทะเลขีองกัองทพื้เรื่อ










๓.๙ กัารื่ลาดตั้รื่ะเวนี้และกัารื่ตั้รื่วจกัารื่ณ์ทางทะเลตั้ลอด ๒๔ ช�วโมง/๓๖๕ ว้นี้ ด�วยเรื่อ อากัาศึยานี้ อากัาศึยานี้






ไรื่คนี้ขีบ (UAV) เรื่ดารื่ตั้รื่วจกัารื่ณทางทะเล และเซึ่นี้เซึ่อรื่ตั้รื่วจจบเป็าใตั้นี้าในี้พื้นี้ททมสถตั้กัารื่กัรื่ะทาผู้ดกัฎหมายในี้ทะเล



















และในี้พื้นี้ทรื่อยตั้อเขีตั้แดนี้ทางทะเลทตั้ดกับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้ตั้ลอดจนี้กัารื่คมครื่องผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเล เชนี้














แทนี้ขีดเจาะนี้ามนี้ในี้ทะเล




นาวิกศาสตร์ 60
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖














๓.๑๐ กัารื่เตั้รื่ยมความพื้รื่อมขีองกัาลงรื่บทางเรื่อเพื้อกัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึและเสรื่ิมสรื่าง ขีดความสามารื่ถหนี้วยงานี้









บงคบใชกัฎหมายขีองไทยในี้กัารื่คมครื่องผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลใหครื่อบคลมพื้นี้ทอาณาเขีตั้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย
















ไป็จนี้ถงในี้เขีตั้ทะเลหลวง ท้งนี้ ในี้ภูารื่กัิจกัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึกั้บป็รื่ะเทศึท�อาจจะมความขีดแยงในี้เรื่องเขีตั้แดนี้






ทางทะเลกับป็รื่ะเทศึไทย นี้นี้ กัาล้งทางเรื่่อขีองไทยควรื่ตั้�องม้ขีดความสามารื่ถท้�ส้งกัวาหรื่่อใกัล�เค้ยงกับกัาล้งทางเรื่่อ













ขีองป็รื่ะเทศึคขีดแยง เพื้อใหกัารื่ป็ฏิบตั้กัารื่ทางเรื่อเป็นี้กัารื่ขียายเขีตั้อานี้าจทางทะเลเชงรื่กัในี้กัารื่คมครื่อง/ป็กัป็อง











และแสวงหาผู้ลป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทยได�ตั้้งแตั้สถานี้กัารื่ณป็กัตั้ จนี้ถ่งสถานี้กัารื่ณความขี้ดแยง




รื่ะหวางรื่้ฐ


บทัสำรัปสำด้ทั�ย เรื่องอาณาเขีตั้ทางทะเลกั้บความมนี้คงขีองชาตั้ินี้ ผู้เขียนี้จดป็รื่ะกัายมาจากักัารื่อ่านี้บทความเรื่อง

















กัฎหมายทะเล เขีตั้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย ขีองคณครื่้พื้ลเรื่่อเอกั ถนี้อม เจรื่ญลาภู ซึ่่งทานี้เป็็นี้ผู้้เช้ยวชาญในี้เรื่่อง







กัฎหมายทะเล และเสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเล ซึ่งมผู้ลงานี้เป็นี้ทยอมรื่บในี้รื่ะดบป็รื่ะเทศึ ท่านี้มส่วนี้สาคญในี้กัารื่แกัไขีป็ญหา















เขีตั้แดนี้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย ในี้สไตั้นี้กัารื่ทางานี้แบบทหารื่เรื่่อ ค่อ ทางานี้ด�วยองค์ความรื่ ค่อ รื่�จรื่ิง ทาจรื่ิงแบบ








ป็ดทองหลงพื้รื่ะ ตั้รื่งไป็ตั้รื่งมา ซึ่อสตั้ย สจรื่ตั้ คดถงป็รื่ะโยชนี้ขีองชาตั้เป็นี้สาคญ นี้บวาไดสรื่างป็รื่ะโยชนี้แกัป็รื่ะเทศึชาตั้และ






























นี้บเป็็นี้แบบอยางทดแกัทหารื่เรื่อยคหลง หากับทความขีองผู้เขียนี้จะมความดเป็็นี้บญกัศึลผู้เขียนี้ขีอมอบให�ดวงวญญาณ











ขีองท่านี้ และบรื่รื่พื้บรืุ่ษทหารื่เรื่อไทยท�สละช้พื้จากัสงครื่ามทางทะเลในี้อด้ตั้ ท�งนี้ เนี้�อหาในี้บทความได�รื่วบรื่วมขีอมล

























และขีอเสนี้อแนี้ะจากัผู้ลงานี้วจย ผู้ลกัารื่สมมนี้า และกัารื่ป็รื่ะชมทสาคญ ซึ่งตั้องขีอขีอบคณทกัทานี้ทไดมสวนี้รื่วม







ในี้บทความนี้ซึ่งไม่อาจจะรื่ะบุชอไดครื่บทุกัทานี้ โดยมเจตั้นี้าใหผู้อานี้ไดตั้รื่ะหนี้กัรื่้ถงความสำาคญขีองอาณาเขีตั้ทางทะเล





















กับความมนี้คงขีองชาตั้ อย่างไรื่กัตั้ามหากัม้ขีอบกัพื้รื่่องผู้�เขียนี้ขีอนี้อมรื่บไวเพื้ยงผู้�เดยว โดยได�นี้าเสนี้อในี้ ๗ เรื่�องสาคญ













ไดแกั ๑) ภูมรื่ฐศึาสตั้รื่ขีองป็รื่ะเทศึไทย ๒) ความสาคญขีองอาณาเขีตั้ทางทะเลตั้่อผู้ลป็รื่ะโยชนี้์ขีองชาตั้ทางทะเล











๓) สถานี้ะและขีอเสนี้อแนี้วทางกัารื่ป็รื่บป็รื่งเสนี้แบงเขีตั้แดนี้ทางทะเลขีองป็รื่ะเทศึไทย ๔) ป็ญหาความขีดแยงในี้เรื่อง














เสนี้เขีตั้แดนี้ทางทะเลรื่ะหวางป็รื่ะเทศึไทยกับป็รื่ะเทศึเพื้อนี้บานี้ ๕) กัารื่ใชกัาลงทางเรื่อในี้กัารื่ป็องกันี้ป็รื่ะเทศึ







ทางทะเลขีองกัองทพื้เรื่อ ๖) กัารื่บรื่หารื่จดกัารื่ความมนี้คงชายแดนี้ทางทะเลขีองกัองทพื้เรื่อ และ ๗) บทสรื่ป็










และขีอเสนี้อแนี้ะกัารื่บรื่หารื่จดกัารื่ความมนี้คงขีายแดนี้ทางทะเล จงหวงวานี้กักัารื่ทหารื่และผู้ทสนี้ใจ








ในี้เรื่องความมนี้คงทางทะเลไดเขีาใจและนี้าไป็พื้จารื่ณาใชใหเกัดป็รื่ะโยชนี้ในี้กัารื่ทางานี้ทงในี้รื่ะดบนี้โยบาย















และในี้รื่ะดบผู้้�ป็ฏิิบ้ตั้ตั้่อไป็ ขอบคุณม�กครัับ



นาวิกศาสตร์ 61
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร์ 62

ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร์ 63

ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


๘๐ ปี ยุทธนาวีเกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔
๘๐ ปี ยุทธนาวีเกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔

กับทฤษฎีสงคราม และการรบทางเรือสมัยใหม่
กับทฤษฎีสงคราม และการรบทางเรือสมัยใหม่



พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล
พลเ
รือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล
ตอนที่ ๑ ท�าไมทหารเรือไทย-ฝรั่งเศส จึงท�ายุทธนาวีกันที่เกาะช้าง ?




มูลเหตุทางประวัติศาสตร์ และการเมือง ในอินโดจีนฝร่งเศส (ลาว เขมร และญวน) โดย
เหตุการณ์การสูญเสียดินแดนประเทศลาว และกัมพูชา อ้างว่าเพ่อป้องปรามมิให้ จอมพล เจียง ไคเชก



ให้แก่ฝร่งเศสใน พ.ศ. ๒๔๓๖ (๑๒๘ ปีมาแล้ว) (Chiang Kai-Shek) ของจีนคณะชาต ซ่งเป็นใหญ่











โดยฝรงเศสได้ใช้กาลงรบทางเรอบกรกเข้ามาในแม่นา บนแผ่นดินจีนในขณะน้น ส่งทหารเข้าไปในมณฑลยูนนาน


เจ้าพระยา เพ่อดาเนินการ “การทูตบีบบังคับ (Coercive ทางภาคใต้ของจีน และอาจเป็นไปได้อย่างย่งที่



Diplomacy)” หรือ “การทูตด้วยเรือรบเล็กจ๋ว จีนคณะชาติจะส่งทหารเข้าอินโดจีนฝร่งเศสด้วย สาหรับ

(Gunboat Diplomacy)” ฝ่ายไทยเรียกว่า “กรณ ี ไทยกับฝรั่งเศสนั้น ได้ท�าสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน แต่สภา






ร.ศ. ๑๑๒” ไดทาความเสยใจ และเจบใจใหแกประชาชน ของท้งสองฝ่ายยังมิได้ให้สัตยาบันกัน การท่รัฐบาลวิช ี




คนไทยเปนอยางยง ของฝร่งเศสตกลงยอมให้ญ่ปุ่นส่งทหารจานวนมาก









ตอมาเมอเกดสงครามโลกครงท่ ๒ ในวนท ่ ี ในอินโดจีนฝร่งเศส สร้างความวิตกให้แก่รัฐบาลไทย





๑ กนยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ฝรังเศสตองพายแพตอเยอรมน (ซ่งในขณะน้นม พลตร แปลก พิบูลสงคราม เป็น


















เมือวนที ๒๒ มถุุนายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ตองตังรฐบาลใหม ่ นายกรัฐมนตรี) เป็นอย่างย่ง เกรงว่าหากฝร่งเศสไม่สามารถุ







ภายใตการดแลของเยอรมนเรยกวารฐบาลวช (Vichy รักษาอานาจอธิปไตยเหนืออินโดจีนได้ ลาว เขมร










ช่อเมืองทางตอนกลางของฝร่งเศสท่ใช้เป็นท่ทาการ และญวน กอาจตกเปนของญปน ซงอาจกระทบความมนคง










ของรัฐบาลภายใต้การนาของ จอมพล เปแตง แม่ทัพฝร่งเศส ของชาต ดังน้น เพ่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของ










จากสงครามโลกครงท ๑) ขณะเดยวกันทางด้านเอเชย ชาติ และป้องกันมิให้ประชาชนชาวอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่ง

ตะวันออกไกล ญ่ปุ่นก็เร่มดาเนินนโยบายขยายอานาจ เดิมเป็นคนไทยจะต้องตกอยู่ในการปกครองของญ่ปุ่น




ทางการทหารไปสู่ดินแดนประเทศอ่น ข้นแรกได้ยึด จึงมีการส่งทูต คือ พันเอก หลวงพรหมโยธิน (ต่อมาเป็น


แมนจูเรียไปจากจีน ต่อมารบกับจีนโดยตรง และต่อมา แม่ทัพบูรพา) และ พันตรี ไชย ประทีปเสน (ท่านนี้ต่อมา
ญ่ปุ่นได้ทาความตกลงกับรัฐบาลวิชีของฝร่งเศส ขอส่ง ได้เป็นเอกอัครราชทูตไทย/ปารีส ใน พ.ศ. ๒๔๙๙-๒๕๐๐





ทหารจานวน ๒๕,๐๐๐ นาย เข้าไปดูแลสถุานการณ์ ขณะน้นผู้เขียนได้ติดตามบิดาซ่งไปเป็นรองผู้ช่วย

นาวิกศาสตร์ 64
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖



ทูตทหารเรือท่นั่น) ไปเจรจากับรัฐบาลอินโดจีน




ฝร่งเศสท่ฮานอย ในวันท ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓
โดยย่นข้อเสนอ ๓ ข้อ อันเป็นข้อแม้ว่าจะยินยอมให้

สัตยาบันในสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างไทย-ฝร่งเศส

ถุ้าฝรั่งเศสยินยอม
๑) ปักปันเขตแดนระหว่างไทย-ฝร่งเศส ให้ถุือ

ร่องน�้าลึก (Thalweg) ของแม่น�้าโขงเป็นเกณฑ์

๒) ปักปันเขตแดนไทย-ฝร่งเศส ให้ใช้ธรรมชาติแบ่ง




คือ แม่นาโขง ดังน้น ดินแดนอินโดจีนฝร่งเศสท่อยู่ฝั่งขวา

ของแม่นาโขงตรงข้ามหลวงพระบาง และปากเซ ท่ไทย



ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ จาต้องมอบให้ฝร่งเศสหลังกรณ ี



ร.ศ. ๑๑๒ เพ่อแลกกับการท่ฝร่งเศสต้องถุอนตัวจาก


การยึดจันทบุรี-ตราด คืนให้แก่ไทย



๓) ถุ้าอนโดจน (ลาว เขมร และญวนทงหมด)








ต้องเปลยนอธปไตยเป็นของญป่น ฝรงเศสต้องคนลาว


เขมร ให้แก่ไทย (เพราะเคยเป็นของไทยมาก่อน)
ในวันท ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ฝร่งเศสได้ปฏิเสธ




ไทยท้ง ๓ ข้อเรียกร้อง โดยอ้างว่าสามารถุปกป้องอธิปไตย

ฝร่งเศส ท้งยังส�าทับว่า “ยกดินแดนท่เคยเป็นของสยาม


“แผนที่สยามและอินโดจีนใน ค.ศ. ๑๘๑๕ (พ.ศ. ๒๓๙๔
ให้ญ่ปุ่นดีกว่าคืนให้สยาม” เม่อฝร่งเศสมาไม้น และม ี ปีสุดท้ายในรัชสมัย ร.๓) พิมพ์โดยฝรั่งเศส แสดงให้เห็น ดังนี้






การลงข่าวในหนังสือพิมพ์แพร่กระจายไป คนไทยซ่งม ี สีเขียว แสดงอาณาจักรสยามแท้ ๆ (เหนือสุดแค่พิษณุโลก ตะวันออก


ความตื่นตัวตอกระแสชาตินิยมอันเปนผลจากการปฏิรูป ไปถึงสุวรรณเขต ป่าสัก พระตะบอง)
วัฒนธรรมไทย จึงแสดงความไม่พอใจ สีเหลือง แสดงประเทศราชของสยามเดี่ยว ๆ (เชียงใหม่ เถิงเดียนเบียนฟู


ปตตาน หลวงพระบาง เคดะ กลนตน ตรงกาน นครวด และเสยมราฐ)








หลังจากน้น ฝร่งเศสได้เคล่อนขบวนทหารญวนมา สชมพูู แสดงเขตทีทังสยามและญวนรวมกนเปนเจาประเทศราช

















ประชดเขตแดนไทยทางด้านอรญประเทศ ปราจนบร ี (เขมรสวนใหญเกอบทังหมดยกเวน นครวด เสยมราฐ)




ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือได้เคล่อนพลมาประชิด และ เรือเอก สวัสด คงศิริ) ไปเจรจากับ รัฐบาล


ชายแดนไทยท่ป้อมสาโรง จังหวัดเสียมราฐของเขมร เยอรมันท่เบอร์ลิน และผู้บัญชาการทหารเยอรมัน



ติดกับจังหวัดสุรินทร์ ท่เมืองเก่าตรงข้ามปากเซของลาว ในการยึดครองกรุงปารีส คณะทูตได้ออกเดินทาง
ท่สุวรรณเขตของลาวติดกับชายแดนจังหวัดอุบลราชธาน ี เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ในการเจรจากับรัฐบาล



ที่เขตลาวตรงข้ามมุกดาหาร และที่ท่าแพของลาว เยอรมน คณะนายทหารไทยได้พบกบ จอมพลอากาศ






เม่อเหตุการณ์เป็นเช่นน คนไทยได้ออกมาเดินขบวน เกอรง ซงเกอรงได้ให้ไฟเขยวกบไทยในการเรียกร้อง



เรียกร้องดินแดนคร้งส�าคัญ เม่อวันท ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ดินแดนคืน ขอแต่เพียงให้เป็นดินแดนที่เคยเป็นของไทย






และรัฐบาลไทยได้ส่งทูตอันประกอบด้วยนายทหารบก เท่าน้น เพราะเกรงว่าเร่องจะบานปลายขยายแนวรบ


๒ นาย (พันโท ประยูร ภมรมนตร และ พันตร ไชย ประทีปเสน) ท่เยอรมันไม่อาจช่วยได้ นอกจากน้น จอมพลอากาศ


และนายทหารเรือ ๒ นาย (เรือเอก ชล สินธโสภณ เกอริง เสืออากาศ เหรียญกล้าหาญ Blue Max


นาวิกศาสตร์ 65
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖




ของเยอรมัน ในสงครามโลกคร้งท ๑ ผู้นาเบอร์ ๒ รองจาก


ฮิตเลอร์ ยังได้กล่าวว่ายินดีช่วยเหลือไทยในการเรียกร้อง

ดินแดนเมืองมะริด และทวาย ท่เสียให้แก่อังกฤษ
อย่างไม่เป็นธรรมด้วย
ส่วนการเจรจากับผู้บัญชาการทหารเยอรมันท ่ ี
ยึดครองกรุงปารีส ดรีทริซ ฟอน โชลทิช (Dietrich von



Choltitz ต่อมานายพลผู้น้ได้ขัดคาส่งฮิตเลอร์ไม่ยอม


ทาลายกรุงปารีส เม่อกองทัพพันธมิตรเคล่อนพลจาก











หาดนอรมงดจะเขากรงปารส) ใหชวยสงการไปยงรฐบาล







วิชีของฝร่งเศส เพ่อช่วยยับย้งความพยายามท่จะใช้กาลัง
ทหารตามชายแดนกับไทย ปรากฏว่าไม่เป็นผล คณะทูตไทย

ได้ถุือโอกาสเข้าเย่ยมชมป้อมมายิโนต์ (Maginot Line)
ท่สร้างข้นตามแนวชายแดนฝร่งเศส เยอรมัน ด้วย



ความคิดจะเอามาใช้ในการป้องกันประเทศฝร่งเศส

จากเยอรมันด้วยป้อมมายิโนต์อันใหญ่โตแข็งแกร่ง

จะเปนปราการปองกนการบกของเยอรมนได แตเยอรมัน






กลับใช้ยุทธวิธีสงครามสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg)


นารถุถุังอ้อมเข้าเบลเย่ยมมาตียึดกรุงปารีสได้เกือบ






ทนททระเบดฉากการสงคราม ในการเข้าเยยมชม

แผนที่เขตแดนไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ตามที่ไทยระบุเอง
จากหนังสือ “บุกเขมร” ของนายหนหวย ป้อมมายิโนต์ คณะทูตทหารไทยได้พบคณะนายทหาร
จอมพลอากาศ แฮร์มานน์ เกอริง พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)
อธิบายภาพ จากการท่พลตรี (ต่อมาเป็นพลเอก) พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เคยเป็นเพ่อนร่วมรุ่น


กับจอมพลอากาศ เกอริง ของนาซีเยอรมัน การประสานงานเพ่อเจรจาความเมืองจึงเป็นไปอย่างสะดวกราบร่น จอมพลอากาศ


เกอริง ผู้นี้ เคยเรียนศิลปะมวยไทยจาก พลตรี พระศักดาพลรักษ์ นักเรียนนายร้อยคนดังอื่น ๆ ใน “นายร้อยเยอรมันรุ่นไกเซอร์” นี้ ก็มี
จอมพล รอมเมล, พลเอก โตโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในสมัยสงครามอินโดจีน และสงครามโลกครั้งที่ ๒
นาวิกศาสตร์ 66
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


พันโท ประยูร ภมรมนตรี งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตของไทยที่ไปเยือนกรุงเบอร์ลิน
ก�าลังเจรจากับนายพลเยอรมัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๓ (ถ่ายโดยเรือเอก สวัสดิ์ คงศิริ)









ญป่นทมาชมป้อมนเหมอนกน จงทราบว่าญป่นมแผน กองทัพบูรพา กองทัพอิสาน กองพลผสมปักษ์ใต้ กองพลพายัพ





ที่จะบุกเอเชียอาคเนย์ในอนาคตอันใกล้ และกองพลผสมกรุงเทพฯ โดยกองทัพบูรพาม พันเอก




เม่อการดาเนินการทางการทูต และการเมืองเพ่อ หลวงพรหมโยธ เป็นแม่ทัพ มีภารกิจเข้าตีด้านประเทศเขมร

หาสันติวิธีในการตกลงกันมาถุึงทางตัน ฝร่งเศสได้ม ี เพ่อเข้ายึดกรุงพนมเปญ โดยรบบรรจบกับกองทัพอิสานท ่ ี





การเคล่อนไหวอย่างคึกคักเพ่อเตรียมกาลังรบ โดยโยกย้าย พนมเปญ แล้วจะให้ทั้งสองกองทัพกวาดล้างข้าศึกขึ้นไป
กาลังทหารจากอ่าวตังเก๋ยมายังชายแดนไทยพร้อมอาวุธ ตามแนวแม่นาโขงเพ่อบรรจบกับกองพลพายัพ กองทัพ







ยุทธภัณฑ์ และเสบียงอาหาร บางแห่งวางท่ต้งปืนใหญ่ บูรพามีการประกอบก�าลัง ๕ กองพล โดย ๑ ใน ๕ คือ

หันปากกระบอกมายังฝั่งไทย มีการเคล่อนไหวทางอากาศ กองพลจันทบุร ประกอบกาลังด้วยกองพันนาวิกโยธิน







ใช้เคร่องบินมาบินสอดแนมเข้ามาในเขตไทยอย่างต่อเน่อง ท ๑ ๒ และ ๓ กองพันทหารม้าท ๔ (ม.พัน.๔ ซ่งม ี




ในวันท ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ท่บ้านพร้าว และท ่ ี ที่ตั้งอยู่ที่ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี ปัจจุบัน) กองพัน

อ�าเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย วันที่ ๒๓ ตุลาคม ทหารปืนใหญ่นาวกโยธน กองทหารข่าวทหารบก





พ.ศ. ๒๔๘๓ เคร่องบินท้งระเบิดบินเข้ามาเหนืออาเภอ
โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย วันท ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓



มีการบินลาแดนเข้ามาทางก่งอาเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด





ลกเข้ามา ๕ กโลเมตร แล้วบนกลบไปทางทะเล วนท ่ ี




๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ทหารไทยจับทหารฝร่งเศสท่เข้ามา

ลาดตระเวนในเขตแดนไทยที่บ้านโคกสูง อรัญประเทศ
วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๓ มีการแต่งตั้ง
หน่วยสนาม โดย พลตร หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตร ี

เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และแม่ทัพบก พลเรือตร ี
หลวงสินธุสงครามชัย (นักเรียนนายเรือ หมายเลข ๒๔๗
รุ่น พ.ศ. ๒๔๕๘ จบการศึกษาโรงเรียนนายเรือเดนมาร์ก
พ.ศ. ๒๔๗๒) ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นแม่ทัพเรือ
นาวาอากาศเอก หลวงอธึกเทวราช รองผู้บัญชาการ พลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
ทหารอากาศ เป็นแม่ทัพอากาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด
หลังวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔


วันท ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ผู้บัญชาการ ไทยได้รับมณฑลบูรพาคืนจากฝรั่งเศส ได้รับโปรดเกล้าฯ ข้ามขั้น



ทหารสูงสด ไดออกคาสงจดตงกองทพบกสนาม ประกอบดวย จากพลตรี เป็นจอมพล (กระทรวงกลาโหมเสนอแค่พลโท)







นาวิกศาสตร์ 67
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


และกองทหารส่อสาร กองทัพบก สาหรับทหารนาวิกโยธิน



ท้งหมด มีท่ตั้งท่สัตหีบ จังหวัดชลบุร และกรุงเทพมหานคร




การเคล่อนทัพของนาวิกโยธินไปประจาการรบ ต้องกระทา �


ด้วยการลาเลียงทางเรือจากท่ต้งสัตหีบ และกรุงเทพมหานคร


กองพลนาวิกโยธินจันทบุร (กองพลจันทบุรี) ม นาวาตร ี




ทองหล่อ (ต่อมาเปล่ยนช่อเป็นทหาร) ขาหิรัญ

(นักเรียนนายเรือ หมายเลข ๒๘๓ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๑)
เป็นผู้บัญชาการกองพล





พลเรือตรี หลวงสินธุสงครามชัย ผู้บัญชาการทหารเรือ
และแม่ทัพเรือ ท่านเป็นเจ้าภาพงานมงคลสมรสของบิดา มารดา
ผู้เขียนที่ราชนาวิกสภา เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ และเมื่อ เรือหลวงช้าง (ล�าที่ ๑) เป็นเรือล�าเลียง ประจ�าการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๗

พ.ศ. ๒๕๑๗ บิดาเคยพาไปไหว้ท่านท่วัดเครือวัลย์ หลังสาเร็จการศึกษา ถุึง พ.ศ. ๒๕๐๕ ต่อจากสก๊อตแลนด์ เคร่องยนต์ม ๓ สูบ ม ๔ ชอ






คือ เดิมชื่อจ�าเริญ --->บุ๊ก--->วิเทศกิจการ-->ช้าง ในสงครามอินโดจีน
เป็นเรือหลักในการลาเลียงนาวิกโยธินและทหารอากาศไปสถุาปนา





กาลังท่จันทบุร และป้อนเช้อเพลิงเคร่องบินให้ทหารอากาศ หลังการรบ

๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ เป็นเรือลาแรกท่เข้าไปช่วยเหลือดับไฟ


บนเรือหลวงธนบุรี และจูงเรือหลวงธนบุรีมาเกยตื้นที่แหลมงอบ
การลาเลียงทหารแห่งกองพันท ๑ ๒ และ ๓



นาวิกโยธิน จากกรุงเทพมหานครและสัตหีบ ไปสถุาปนา
ก�าลังรบที่จันทบุรีและตราด เริ่มตั้งแต่วันที่ ๓ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๔๘๓ ไปสิ้นสุดในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔



รวม ๗ เท่ยว โดยเรือหลวงอ่างทอง (ลาท ๑ คือ

เรือพระที่น่งจักร ลาท ๒ ท่ปลดจากเรือพระท่น่งแล้ว)














เรือหลวงช้าง (ลาท ๑) เรือหลวงเจ้าพระยา (ลาท ๑)
เรือหลวงพงัน (ล�าที่ ๑) และเรือหลวงคราม (ล�าที่ ๑)
ตลอดเดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๓ ฝร่งเศสได้


เคล่อนพล และยุทโธปกรณ์เข้ามาประชิดตลอดชายแดนไทย
และมีการส่งเคร่องบินมาลาดตระเวนตรวจการณ์






นาวาตรี ทองหล่อ (ทหาร) ข�าหิรัญ อย่างต่อเนอง โดยวนท ๒๗-๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๓
ผู้บัญชาการกองพลจันทบุรี บินเข้ามาถุ่ายภาพ และท้งระเบิดพ้นท่จังหวัดนครพนม



เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เหล่าทหารนาวิกโยธิน อินทรธนูไม่มี


“หูกระทะ” หูกระทะแบบอังกฤษจึงเป็นเครื่องหมายนักรบในทะเล วันท ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๓ บินเข้ามาตรวจการณ์
นาวิกศาสตร์ 68
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖







อาเภอศรีเชียงใหม่ อาเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย อันสาคัญกว่า ซ่งอาจจะเกิดข้นได้ในภายหลัง เพราะ
และในวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. สถุานการณ์ของโลกกาลังอยู่ในวิกฤตกาล (สงครามโลก






นาวิกโยธินฝรั่งเศสยกพลมาทางเรือ พยายามที่จะขึ้นบก คร้งท ๒ ในยุโรประเบิดข้นแล้ว ต้งแต่เยอรมันบุกโปแลนด์




ที่ฝั่งทะเลจังหวัดตราด เมื่อไทยเราทราบ กองบินจังหวัด เม่อวันท ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ และญ่ปุ่นบุกแมนจูเรีย
จันทบุร จึงส่งเคร่องบินขับไล่โดยม นาวาอากาศตร ี จีน กับส่งทหาร ๒๕,๐๐๐ นาย เข้ามาในอินโดจีนฝร่งเศส




หลวงล่าฟ้าเริงรณ (ก่ง ผลานุสนธิ) เป็นผู้บังคับฝูง แล้ว) ในระหว่างน้เราไม่สามารถุหากาลังเพ่มจากท่อ่นได้








เข้าถุล่มกองเรือนาวิกโยธินฝร่งเศส ทาให้ข้าศึกไม่สามารถุ นอกจากน้นจักต้องออมเช้อเพลิงไว้สาหรับงานใหม่



ยกพลข้นบกได้ และถุอยไปจังหวัดเกาะกง (เร่องน้ทัพเรือ ต่อไปเช่นกัน



ส่งนายทหารข้นไปตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง ๒. ทาการรักษาเส้นทางคมนาคมภายในทะเล


-ผู้เขียน) ไว้ส�าหรับการล�าเลียงทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และยุทธ
สัมภาระที่ประสงค์จะส่งไปยังจุดที่ต้องการ
หน้าท่กองทัพเรือ และยุทธศาสตร์ทางเรือของไทย ๓. ป้องกันมิให้ข้าศึกทาการรังควานเส้นทาง






ในสงครามอินโดจีน คมนาคม หรอมาลาเลียงทหารข้นบนดนแดนของเราได้


รัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กาหนดหน้าท ี ่ เพอเปนการปองกนปก และดานหลงของกาลงททาการรบ












กองทัพเรือสงคราม ดังนี้ บนบกอย่าให้ต้องชะงักลง

๑. หาโอกาสใช้กาลังส่วนใหญ่ทาลายกาลังส่วนย่อย ๔. ให้ความอบอุ่นใจแก่ราษฎรชายแดนริมฝั่งทะเล





ของข้าศึก ในย่านที่สามารถุจะไปด�าเนินการได้ ในขณะ ในการดาเนินการตามหลักท่กล่าวมาน ให้ทา




เดียวกันต้องออมกาลังไว้เพ่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน การร่วมมือกับกองทัพอากาศ นอกจากน้น พลตร พลเรือตร ี


ทหารฝรั่งเศสชักธงขึ้นที่ตราดใน ร.ศ. ๑๑๒ เพื่อเป็นหลักประกัน วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ สยามต้องยกพระตะบอง

มิให้สยามบิดพลิ้วไม่ยอมรับเงื่อนไขการชดใช้ค่าเสียหาย ศรีโสภณ เสียมราฐ เพ่อแลกเอาตราดและเกาะต่าง ๆ คืน
(ที่ไปฆ่า Grosgurin จเรทหารฝรั่งเศสตายเมื่อไปปราบฮ่อ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๐ ยกไชยะบุรี จ�าปาศักดิ์





และก้าวร้าวยิงเรือฝร่งเศสจมเสียหายเม่อบุกเข้ามาในแม่นาเจ้าพระยา) ในลาวเพ่อแลกเอาจันทบุรีคืนมา (รวม ๑๑ ปี ต้องอยู่ในอาณัติฝร่งเศส)

นาวิกศาสตร์ 69
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตร รัฐมนตรีว่าการ และโดยท่เรือรบท่ต่อด้วยเหล็ก ไทยยังไม่สามารถุต่อเองได้
กระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังได้ ทั้งยังไม่สามารถุหามาเพิ่มเติมจากที่อื่นได้ เรือรบจึงเป็น






กล่าวสาทับยืนยันเม่อวันท ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ทรัพยากรท่มีค่าสาหรับประเทศไทย และเรือรบยังเป็น






หลังเหตุการณ์การรบว่า “กองทพเรอมหน้าททาการ อาวุธส้นเปลืองนามันเช้อเพลิงมาก หากไทยบุกทางเรือ







รักษาฝั่ง ไม่ต้องการรุกรานใคร ฉะนั้น จึงมิได้รับค�าสั่ง ไปทาการรบในน่านนาอ่น อาจจะเป็นการเสยงภัยต่อ







ให้ทาการล่วงลาเข้าไปในน่านนาข้าศึก” และน่คือ การป้องกนประเทศได้อย่างอเนกอนนต์ ยทธศาสตร์





ภาพพจน์ลักษณะสงครามทางเรือท่ผู้บังคับบัญชา ทางเรือจึงก�าหนดให้มีบทบาทแค่การป้องกันฝั่ง ป้องกัน

ต้องการให้เกิดขึ้น การถุูกตีตลบหลัง ท้งยังต้องพิจารณาการยุทธ์มิให้ม ี





การกาหนดยุทธศาสตร์ทางเรือเช่นน้ก็นับได้ว่า การเส่ยงต่อการสูญเสียเรือรบอันมีค่าสาหรับชาติด้วย









มีเหตุผลท่ด เพราะไทยต้องเสียดินแดนฝั่งขวาแม่นาโขง การยทธทางเรอจงต้องดาเนนการแบบถุนอมกาลงทเรยกวา







พ.ศ. ๒๔๔๖ และเสียดินแดนพระตะบอง ศรีโสภณ “กองเรือคงชีพ (Fleet in Being)” เปรียบเทียบกับ
การลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ ลงทุนแบบเส่ยงมากไม่ได้

มิฉะน้นจะหมดตัว ในขณะเดียวกันอากาศยานรบ




ในขณะน้นมีเทคโนโลยีระดับพ ๆ รถุจักรยานยนต์
โครงทาด้วยไม้ บุด้วยผ้าใบ กรมช่างอากาศไทยผลิตเองได้



จึงสามารถุเส่ยงได้มากข้น บุกได้มากข้น การสูญเสีย

เครื่องบินอาจถุือได้ว่าเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว หากเปรียบเทียบ

กับการสูญเสียเรือรบ การมอบหน้าท่กองทัพเรือ


ในสงครามอินโดจีนว่า “จักต้องออมเช้อเพลิงไว้สาหรับ
การสร้างเครื่องบินเองของกองทัพอากาศไทยยุค พ.ศ. ๒๔๘๔

งานใหม่ต่อในภายภาคหน้า” ทาให้เรือรบไทยท่ไป

มณฑลบูรพาในเขมร เน้อท่ประมาณ ๕๑,๐๐๐ ตาราง ป้องกันประเทศเป็นด่านหน้า (Forward Defense)






กิโลเมตร เพ่มเติมให้แก่ฝร่งเศสเพ่อแลกกับการเอา ณ บริเวณเกาะช้าง ไม่ติดไฟเม่อจอดเรือ เรือตอร์ปิโดใหญ่
ดินแดนจันทบุรี-ตราด คืนมาจากฝร่งเศส จันทบุร ี เช่น เรือหลวงสงขลา (ล�าที่ ๑) เรือหลวงชลบุรี (ล�าที่ ๑)








และตราดจึงเป็นดินแดนท่เคยอยู่ภายใต้ธงชาติฝร่งเศส หากตดไอนากพรอมจะเปลองนามนชวโมงละ ๑ ตน หรอ








หากฝร่งเศสสามารถุยกพลข้นบกท่จันทบุรี-ตราดได้ ๑,๐๐๐ ลิตร ราคานามันดีเซลปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๔) ราคา





ก็อาจยกทัพมายังกรุงเทพฯ หรือบุกตลบหลังกองทัพบก ลิตรละ ๓๐ บาท น้น หากเรือตอร์ปิโดใหญ่ติดไฟพร้อมไว้



และกองทัพอากาศท่กาลังยาตราทัพเข้าไปในมณฑล ตลอดเวลา จะเปลืองนามันเช้อเพลิงเป็นเงินช่วโมงละ





บูรพาในเขมรได้โดยง่าย ๓๐,๐๐๐ บาท ถุ้าติดไฟตลอดท้งวัน จะส้นเปลือง


อีกประการ สงครามโลกในยุโรป เยอรมันกาลัง เชื้อเพลิงวันละ ๗.๒ แสนบาทต่อล�า ถุ้าเรือทุกล�าติดไฟ







แผ่ขยายอานาจไปครอบครองดนแดนประเทศอน มีไอนาพร้อมทุกลา จะเห็นว่าจะต้องหมดเปลืองเงิน



อย่างกว้างขวาง การท่ญ่ปุ่นบุกแมนจูเรีย และจีน ตลอดจน เป็นจานวนมากมายนัก แต่การหมดเปลืองเงินยังเป็น


ส่งทหารเข้ามาประจาการในอินโดจีนมากถุึง ๒๕,๐๐๐ นาย ปัญหาน้อยกว่าการไม่มีนามันใช้ในสถุานการณ์สงคราม

แล้วก็มีแนวโน้มว่าการสงครามใหญ่อาจจะแผ่ขยายมาถุึง มีวิกฤตการณ์ หรือประเทศโดนควาบาตร แม้มีเงิน


ประเทศไทยได้ในไม่ช้า ซึ่งก็เป็นความจริงในระยะต่อมา ก็ไม่อาจซื้อน�้ามันได้ เพราะเขาไม่ยอมขายให้

คือ ญ่ปุ่นบุกประเทศไทยในวันท ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔


นาวิกศาสตร์ 70
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


สถานการณ์การรบทางบก และทางอากาศก่อนเกิด
ยุทธนาวีเกาะช้าง

วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ รัฐบาลไทยตัดสินใจ



ใช้กาลังทหารเพ่อปกป้องอธิปไตย โดยประกาศระดมกาลังพล





และส่งเคล่อนกาลังทหารส่วนใหญ่เข้าประจาการในพ้นท ่ ี
ชายแดน เพ่อเข้าตีตอบโต้ด้วยกองทัพบูรพาให้บุกเข้า


เขมรตงแต่อรญประเทศไปจรดฝงทะเล เข้าตตามทิศแนว





ถุนนอรัญประเทศ ปอยเปต ศรีโสภณ พระตะบอง และ




เตรยมรกเข้าพนมเปญ และอกทางทาการยทธ์บรรจบ

กับกองทัพอีสานเพ่อเข้ายึดเสียมราฐ นครวัด กาปงทม


และพนมเปญ กองพลนาวิกโยธินจันทบุรีได้รับคาส่งให้



ทาการเข้าตีทางไพลินไปบรรจบกับกองพลลพบุรีของ



ของกองทัพบูรพาท่พระตะบอง วันท ๙ และ ๑๒ ธันวาคม



พ.ศ. ๒๔๘๓ มีเหตุการณ์รุกลาอธิปไตยด้วยกาลัง
ทางอากาศหลายแห่ง โดยนครพนมถุูกทิ้งระเบิด

เกือบโดนศาลากลางจังหวัด และการท้งระเบิดท่อุดรธาน ี

วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เวลา ๑๑.๕๐ น.




กองร้อยท ๖ กองพันทหารราบท ๒ นาวิกโยธิน ได้ปะทะ

กับข้าศึกท่บ้านบึงชะนัง ทาให้ข้าศึกเสียชีวิต และบาดเจ็บ

จ�านวนมาก แต่ฝ่ายเราปลอดภัย วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.
๒๔๘๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ข้าศึกก�าลังประมาณ ๖๐๐ คน วันท่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ทหารไทย ๑ กองพัน นาโดย















ได้เข้าตีท่ม่นของกองร้อยท ๓ กองพันทหารราบท ๑ พนตร นม ชโยดม มไดปฏิบตตามคาสงอย่างเครงครด แตปฏิบต ิ
















ดวยไหวพริบทาใหไดรบชยชนะต่อฝรงเศสอย่างงดงาม สามารถยึด














ธงไชยเฉลมพลฝรงเศสทตดเหรยญชยสมรภมฝรงเศสได (แตผบงคบ








กองพนเกอบจะมโทษฐานขัดคาสง) ในภาพทางซ้ายคอ นาวาเอก





หลวงยทธศาสตรโกศล นนร.หมายเลข ๑๓๖ รนปราว พ.ศ. ๒๔๕๔–๒๔๕๕










(ตอมา จอมพลเรอ ผบญชาการทหารเรอ พ.ศ. ๒๔๙๔–๒๕๐๐)

หลงสงครามโลกครงท ๒ จบลงแลว ฝรงเศสชนะสงครามไดมา











ขอธงนีคน


นาวิกโยธิน ท่บ้านโป่งสลาถุึงข้นตะลุมบอน และการต่อส ู้
ในระยะประชิด
วนท ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ กองทพไทยโดย




พลตร หลวงพิบูลสงคราม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด


ได้โจมตีฝร่งเศสทางด้านกัมพูชา นครจาปาศักด และ




ทางด้านลาวท่เวียงจันทร์ และสะหวันนะเขต วันท ี ่
๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ รัฐบาลไทยตัดสินใจประกาศ
พันตรี นิ่ม ชโยดม
(ยศครั้งสุดท้าย พันเอก) สงครามกับอินโดจีน
นาวิกศาสตร์ 71
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖



การตกลงใจทางการเมืองของฝร่งเศสในการตอบโต้ไทย และกาลังพลประจาเรือไทยท้งหมดมีจานวน ๒,๓๐๐ คน




ในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เมื่อ พลเรือโท ส่วนฝรั่งเศสมีก�าลังพลแค่ ๙๕๐ คน ส�าหรับเรือรบไทย


ฌ็อง เดอกูซ์ (Jean Decoux) ข้าหลวงใหญ่ฝร่งเศส ท้งหมดฝร่งเศสพิจารณาแล้วเห็นว่าเกือบทุกลาเป็นเรือ









ประจาอินโดจีนได้ประจักษ์ชัดว่า กองทัพไทยกาลัง ทใหม่และทนสมัยมาก เพราะเพงเข้าประจาการต้งแต่





ทาการรบเพ่อรุกเข้ามายึดครองดินแดนท่เคยเสียไป พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๘๑ โดยเฉพาะเรือหลวงธนบุร และ

ในอินโดจีนกลับมาคืนให้ได้ เพ่อท่จะสามารถุหยุดย้ง เรือหลวงศรีอยุธยาน้น ฝร่งเศสจัดเป็นเรือรบประเภท





ความก้าวร้าวของไทยนี้ได้ จึงจ�าเป็นที่จะต้องตีแสกหน้า “เรือประจัญบานรักษาฝั่ง” garde-côte cuirassé



พลเรือโท เดอกูซ์ (Decoux) ข้าหลวงใหญ่อินโดจีนฝรั่งเศส ต�าแหน่งเทียบเกือบเท่าประธานาธิบดีอินโดจีนฝรั่งเศส
(ลาว เขมร และญวน ซึ่งยอมสวามิภักดิ์เป็นปึกแผ่นกับฝรั่งเศสที่อ้างว่าเป็นผู้คุ้มครอง (protector) ประชาชนลาว เขมร และญวณ
ให้รอดพ้นจากภัยของกองทัพสยามที่เคยมีพฤติกรรมในการไปปราบฮ่อ พ.ศ. ๒๔๓๐)
ประเทศไทย โดยการมอบภารกิจ “ค้นหา และท�าลาย ในภาษาฝรั่งเศส หรือเท่ากับ coast guard battleship
กองเรือสยาม (Rechercher et détruire les forces ทีเดียว ปืนใหญ่ก็มีขนาดใหญ่ถุึง ๘ นิ้ว (๒๐๓ มิลลิเมตร)


navales de siamoises) ต้งแต่สัตหีบจนถึงพรมแดน ถุึง ๒ ป้อม ๔ กระบอก ใหญ่กว่าปืนของเรือรบฝรั่งเศส






กัมพูชา” ส้น ๆ และง่าย ๆ แต่เป็นวลีท่แสดงถุึงผลสาเร็จ ท้งหมด อินโดจีนฝร่งเศสน้น แม้จะมีเรือธงเป็นเรือ



(term of accomplishment) ให้แก่ พลเรือตร จูล แตโร้ ลาดตระเวนเบาขนาดใหญ่ ระวางขับนาเต็มท ๙,๓๕๐ ตัน


(Jules Terraux) ผู้บัญชาการทหารเรืออินโดจีนฝรั่งเศส แต่ก็เป็นเรือเก่า ต่อเสร็จตั้งแต่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๙
(ลาว เขมร และญวน) และ นาวาเอก เรจีส์ เบรองเช่ และมีอยู่ลาเดียว ท่เหลือก็เป็นเรือสัพเพเหระหลากหลาย


(Régis Bérenger) ผู้บังคับการเรือลาดตระเวนเบา ประเภทเข้ามาประสมประสานกันเป็นกองทัพเรือจับฉ่าย
ลามอตต์ปิเกต์ (La Motte-Picquet) (hétéroclité) เพ่อเป็นการเตรียมการ กองทัพเรือ



จากรายงานการรบของ นาวาเอก เรจีส์ เบรองเช่ ฝร่งเศสอินโดจีนได้จัดต้ง “กลุ่มเรือปฏิบัติการตามโอกาส










ผบงคบการเรอลามอตต์ปเกตกระทาขนภายหลง ปรากฏวา (groupe occasionnel)” ไว้สาหรับเผชิญหน้าและ



ฝร่งเศสเห็นว่าไทยมีกาลังรบทางเรือเหนือกว่ากาลังรบ ปฏิบัติภารกิจตามท่จะได้รับมอบหมายให้ดาเนินการ







ทางเรืออินโดจีนฝร่งเศส โดยเม่อคิดระวางขับนาของ กับกาลังรบทางเรือสยาม ต้งแต่วันท ๑๙ พฤศจิกายน






เรือรบไทยท้งหมดจะมีระวางขับนารวมกันถุึง ๑๖,๖๐๐ ตัน พ.ศ. ๒๔๘๓ ประกอบด้วยเรือรบ ๕ ล�า คือ



มากกว่าเรือรบฝรั่งเศสที่มีรวมกันแล้วแค่ ๑๒,๕๐๐ ตัน
นาวิกศาสตร์ 72
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


๑) เรือลาดตระเวนเบา “ลามอตต์ปิเกต์ (La Motte-Picquet)” มี นาวาเอก เรจีส์ เบรองเช่ (Régis Bérenger)
เป็นผู้บังคับการเรือ และผู้บังคับบัญชาหมู่เรือ






























๒) เรอสลป (Aviso) “ดม้องต ดรวิลล (Dumont d’ Urville)” ม นาวาเอก ตสแซง เดอ คเวรอกรด (Toussaint de



Quievrecourt) เป็นผู้บังคับการเรือ























๓) เรอสลป (Aviso) “อะมรล ชารเน (Amiral Charner)” ม นาวาโท เลอ กลเวซ (Le Calvez) เปนผบงคบการเรอ




นาวิกศาสตร์ 73
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


๔) เรือสลุป (Aviso) เก่า “มาร์น (Marne)” มี นาวาตรี มาร์ก (Marc) เป็นผู้บังคับการเรือ























๕) เรือสลุป (Aviso) เก่า “ตาอูร์ (Tahure)” มี นาวาตรี แมกกาดิเอ้ (Mercadier) เป็นผู้บังคับการเรือ

นอกจากเรือลาดตระเวนเบาลามอตต์ปิเกต์ และเรือ


สลุปอีก ๔ ลา ยังมีเรือปืนขนาดเล็กสาหรับปฏิบัติการ
ในแม่น�้าอีก ๕ ล�า (5 Canonnières fluviales) ส�ารอง
ไว้ด้วย แต่ไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการ อาวุธสาคัญท ่ ี




ฝร่งเศสม และเป็นกุญแจสาคัญทางการรบทางเรือท ี ่ เครื่องบินทะเลแบบลัวร์ ๑๓๐
เกาะช้างของฝรั่งเศส คือ เครื่องบินทะเลแบบลัวร์ ๑๓๐ กุญแจส�าคัญของฝรั่งเศสในการรบที่เกาะช้าง
(Loire 130) ๒ เคร่อง เรือลาดตระเวนเบาของฝร่งเศสอีกลา








ทมาเยยมไซง่อน (โฮจิมนตซิตในปัจจุบน) ชอ “ซุฟเฟรง”









(Suffren) ท้งไว้ให้ และท่ฐานทัพเรียม ยังมีเคร่องบินแบบ


โปเตช ๔๕๒ (Potez 452) อีก ๓ เคร่อง และเคร่องบินแบบ

กูรดู ๘๓๒ (Gourdur 832) อีก ๓ เครื่อง เครื่องบินโปเตซ ๔๕๒ ของฝรั่งเศส
นาวิกศาสตร์ 74
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖






เรือหลวงช้าง (ลาท ๑) สาหรับเรือหลวงรัตนโกสินทร์
เข้าอู่ซ่อมตลอดช่วงเวลาพิพาท









การจดดงกลาวเปนคาสงหลก แตในการปฏบตงานจรง





ก็อาจมีการเปล่ยนแปลงนาเรือบางลาจากกองเรือ



หมวดเรืออ่น ๆ ไปปฏิบัติงานแทนเรือท่ไม่สามารถุ

ออกปฏิบัติการได้
เครื่องบินแบบกูรดู ๘๓๒ ส�าหรับเรือในหมวดเรือที่ ๓ กองเรือที่ ๑ ซึ่งออกไป
การจัดก�าลังทางเรือของไทยในกรณีพิพาทอินโดจีน เปลี่ยนก�าลัง ณ เกาะช้าง กับหมวดเรือที่ ๑ กองเรือที่ ๑




มีการจัดต้งหน่วย “ทัพเรือ” โดย พลเรือตรี เม่อวันท ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ มผู้บังคับการเรือดังน ี ้

สินธุ์ กมลนาวิน เป็นแม่ทัพเรือ นาวาโท หลวงพร้อมวีรพันธุ์ (นักเรียนนายเรือ


เรือหลวงอ่างทอง (ลาท ๑) เป็นกองบัญชาการ หมายเลข ๒๒๗ รุ่น พ.ศ. ๒๔๕๘) ผู้บังคับการเรือหลวง

ทัพเรือ (เรือธง) มีกองเรือในบังคับบัญชา คือ ธนบุรี

๑. กองเรือท ๑ หมวดเรือท ๑ ประกอบด้วยเรือ นาวาตร ใบ เทศนะสดับ (นักเรียนนายเรือ หมายเลข




๖ ล�า คือ เรือหลวงศรีอยุธยา เรือหลวงภูเก็ต (ล�าที่ ๑) ๓๒๑ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๒) ผู้บังคับการเรือหลวงระยอง
เรือหลวงปัตตานี (ล�าที่ ๑) เรือหลวงสุราษฎร์ เรือหลวง นาวาตรี ชั้น สิงหชาญ (นักเรียนนายเรือ หมายเลข





มัจฉาณ และเรือหลวงสินสมุทร (๒ ลาหลังเป็นเรือดานา) ๒๘๖ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๑) ผู้บังคับการเรือหลวงสงขลา






กองเรือท ๑ หมวดเรือท ๓ ประกอบด้วยเรือ ๕ ลา เรอเอก ประทิน ไชยปัญญา (นักเรียนนายเรือ
คือ เรือหลวงธนบุร เรือหลวงระยอง เรือหลวงสงขลา หมายเลข ๔๕๒ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๓) ผู้บังคับการเรือหลวงชลบุร ี








(ลาท ๑) และเรอหลวงบางระจน (ลาท ๑) (ไม่มเรอดานา) เรือเอก ดาว เพชรชาติ (นักเรียนนายเรือ หมายเลข









๒. กองเรือท ๒ หมวดเรือท ๒ ประกอบด้วยเรือ ๓๗๓ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๒) ผู้บังคับการเรือหลวงหนองสาหร่าย

๖ ลา คือ เรือหลวงท่าจีน (ลาท ๑) เรือหลวงตราด เรือเอก สนิธ เวสารัชชนันท์ ผู้บังคับการเรือหลวง




เรือหลวงชลบุรี (ล�าที่ ๑) เรือหลวงชุมพร เรือหลวงวิรุณ เทียวอุทก
และเรือหลวงพลายชุมพล (๒ ล�าหลังเป็นเรือด�าน�้า)


กองเรือท ๒ หมวดเรือท ๔ ประกอบด้วยเรือ ๕ ลา





คือ เรือหลวงแม่กลอง เรือหลวงคลองใหญ่ (ลาท ๑)



เรือหลวงตากใบ (ลาท่๑) เรือหลวงกันตัง (ลาท ๑)



และเรือหลวงหนองสาหร่าย (ล�าที่ ๑)


๓. กองเรือท ๓ ประกอบด้วยเรือ ๑๙ ลา คือ

เรือหลวงสุโขทัย (ลาท ๑) เรือหลวงพระร่วง เรือหลวง




เจ้าพระยา (ล�าท ๑) เรือหลวงสารสินธ (ล�าท ๒)





เรือหลวงเทียวอุทก เรือหลวงตระเวนวาร (ลาท ๑)



เรือยามฝั่งตอร์ปิโด ๖ ล�า คือ เรือยามฝั่ง ๖ เรือยามฝั่ง ๗
เรือยามฝั่ง ๘ เรือยามฝั่ง ๙ เรือยามฝั่ง ๑๐ เรือยามฝั่ง ๑๑



เรือหลวงบริพานพาหน เรือหลวงจวง (ลาท ๑)




เรือหลวงเสม็ด (ลาท ๑) เรือหลวงคราม (ลาท ๑) นาวาโท หลวงพร้อมวีรพันธุ์


นาวิกศาสตร์ 75
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


เรือหลวงธนบุรี





























นาวาตร ชัน สงหชาญ ผูบงคบการเรอหลวงสงขลา (ตอมา พลเรอโท รองสมหราชองครกษ ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๕ ถง ๓๐ กนยายน ๒๕๐๐)









เรือเอก ประทิน ไชยปัญญา ผู้บังคับการเรือหลวงชลบุรี (ภาพวาดน้มีข้อผิดพลาด ไม่มีรังกาท่ตรวจการณ์บนเสากระโดง ท่พลทหาร


ป่อไล้ แซ่เฮง ตกลงมาขาขาด ๒ ข้าง แต่ร้องเชียร์เพื่อนให้รบจนขาดใจตาย)
นาวิกศาสตร์ 76
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖



การเตรียมรบ: ทหารเรือไทย-ฝรั่งเศส ท�าอะไรกันก่อน เป็นคนแรกคือ นาวาตร หลวงสินธุสงครามชัย
เกิดการรบ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ ผู้จบจากโรงเรียนนายเรือเดนมาร์ก พ.ศ. ๒๔๗๒





เน่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม (มหาอานาจตอนน้นไม่รับไทยเข้าเรยนโรงเรยนนายเรือ)

การรบทางเรือด้วยอาวุธท่เป็นผลิตผลอุตสาหกรรม ซ่งในเดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๓ ได้รับยศเป็นพลเรือตร ี

(Interstate Industrial War) จึงเป็นเร่องแปลกใหม่ ผู้บัญชาการทหารเรือ และแม่ทัพเรือในกรณีพิพาท







ไม่มใครทราบ และชาตตะวนตกมกปกปิดยทธวธ ี อินโดจีน การเตรียมรบของกองเรือไทยจึงมุ่งไปที่การฝึก




ทางเรือเป็นความลับช้นสูง โดยเฉพาะอย่างย่งหลังยุทธนาว ี เป็นสาคัญ โดยมีคาขวัญว่า “ฝึกให้ชานาญจะย้มได้





ท่ซูชิมา (Tsushima) ค.ศ. ๑๙๐๕ หรือ พ.ศ. ๒๔๔๘ เม่อภัยมา” นอกจากท่านได้แต่งตาราทางยุทธวิธ ี

ที่ญี่ปุ่นสามารถุคว�่าเอาชนะกองเรือรบรัสเซียซึ่งเป็นชาติ ไว้หลายเล่มแล้ว เช่น ตาราปืนใหญ่ สมุดคู่มือเรือ


ตะวันตกได้อย่างราบคาบ เรือรบได้กลายเป็นอาวุธสาคัญ ใช้ตอร์ปิโด พ.ศ. ๒๔๗๙ ท่านยังได้จัดทาเอกสารท ี ่

ในการเปรียบเทียบกาลังรบระหว่างประเทศ การเปรียบเทียบ เรียกว่า “ภาครวม” ไว้อีก ๓ เล่ม คือ “ภาครวม ๑”

เช่นน้อาจเรียกได้ว่าเป็นการคิดท่จะทาสงครามด้วย “ภาครวม ๒” และ “ภาครวม ๓” เอกสารน้หากเปรียบ





การยึดหลักของจานวน ประเภทเรือรบ อากาศยาน หรือ กับสมัยปัจจุบันก็คือ ระเบียบปฏิบัติประจา หรือ รปจ.



ท่เรียกว่า Platform Centric Warfare เป็นสาคัญ น้นเอง มีการกาหนดหลักปฏิบัติทางยุทธการ กาลังพล









ซงต่างกบปัจจบนทถุอว่าจะต้องทาการรบด้วยระบบ ยุทธการ การส่งก�าลังบ�ารุง ในระหว่างการฝึก ตลอดจน



เครือข่าย หรือ Network Centric Warfare เป็นสาคัญ ระบุก�าหนดข้อมูลต่าง ๆ จากยุทธวิธี เช่น แนวป้องกัน




ในอดีตยุค พ.ศ. ๒๔๘๔ การเหนือกว่าด้านกาลังรบ เรือดานา นอกจากน้นใน พ.ศ. ๒๔๘๓ กรมเสนาธิการทหาร





จะดูท่จานวน ขนาดของเรือ ปืน อากาศยาน หรือท่เรียกว่า ได้จัดทา “คู่มือแปรขบวนทัพเรือ ๘๓” ข้นมา




ความเหนือกว่าด้านจานวน (Numerical Superiority) เป็นหลักปฏิบัติอีกเล่มหน่ง ด้วยการเป็นผู้นาฝึกหัดศึกษา
เช่น มีเรือหนักก่หม่นตัน ปืนใหญ่ขนาดก่น้ว จะม ี ทางยุทธวิธใช้งานรบตามยุทธวิธทางเรอสมัยใหม่ดงกล่าว










ความสาคัญเป็นข้อได้เปรียบอย่างย่งยวดต่อการรบ ทหารเรือจึงนิยมเรียกท่านว่า “ครู” และยังเป็นการน�า
ทางทะเล เน่องจากเรือรบเหล็ก และยุทธวิธีทางเรือ ค�าว่า “ครู” มาเป็นสมญานามเรียกผู้บังคับบัญชา และ







ยุคอุตสาหกรรมเป็นเร่องใหม่สาหรับไทย จึงไม่มีใครทราบ นายทหารชนผ้ใหญ่ในกองทพเรอเป็นประเพณสบมา




ผู้นายุทธวิธีทางเรือสมัยใหม่เข้ามาในกองทัพเรือไทย จนถุึงทุกวันนี้ด้วย


พลเรือตรี หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน) รักษาราชการผู้บัญชาการทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึงวันท่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗





และดารงตาแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ถึงวันท่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ รวมครองตาแหน่งราว ๑๔ ปี เป็นผู้ริเร่ม



นาเอายุทธวิธีการรบทางเรือสมัยใหม่มาใช้ในกองทัพเรือไทย เป็นแม่ทัพเรือในกรณีพิพาทอินโดจีน ในยุค พ.ศ. ๒๔๘๐ กองทัพเรือไทยมีนายพล



อย่เพยงคนเดยว คอ ผู้บญชาการทหารเรอ ในภาพท่านไปกากบดแลการฝึกทางยทธวธด้วยตวเองอย่างเข้มงวด พลเรอตร สนธ์ กมลนาวน เป็น
















ผู้บัญชาการทหารเรือ ท่านเดียวที่เชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีทางเรืออย่างยิ่ง
นาวิกศาสตร์ 77
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


คือ เรือหลวงตราด เรือหลวงภูเก็ต เรือหลวงสุราษฎร์


และเรอทุนระเบิด เรือหลวงบางระจน ไปทาการลาดตระเวน



บริเวณเกาะช้าง เกาะกูด และคลองใหญ่ เพ่อป้องกัน



การรกรานของฝรงเศสในบรเวณนน ในบังคับบัญชาของ



นาวาเอก หลวงสังวรยุทธกิจ (นักเรียนนายเรือ
หมายเลข ๒๗๖ ร่น พ.ศ. ๒๔๖๑) ในการปฏิบติการ




ตามโอวาทยุทธการน แม่ทัพเรือได้ส่งให้ปฏิบัติการภายใน



น่านนาไทยเท่าน้น ทางกองบังคับการทหารสูงสุด


ห้ามกองทัพเรือรุกลาเข้าไปในเขตน่านนาอินโดจีน




เป็นอันขาด และให้ทาการยิงต่อสู้ได้ต่อเม่อฝ่ายเราถุูก





พลเรือเอก หลวงพลสินธวาณัติก์ โจมตีก่อนเท่าน้น ท้งน นับว่าเป็นการบังคับให้ทัพเรือ


ผู้จดบันทึกโอวาท คาส่ง การปฏิิบัติการทัพเรือในยุทธการ พ.ศ. ๒๔๘๔ ท�างานในเขตจ�ากัด


เจตนารมณ์แม่ทัพเรืออนุมานจากโอวาท คาส่งยุทธการ ในการยาตรากาลงทอาวสตหบเมอวนท ๒ ธนวาคม













จากบทความ “การปฏบตการของกองทพเรอ พ.ศ. ๒๔๘๓ เรือด�าน�้า เรือหลวงวิรุณ ได้ชนกับเรือหลวง





ในกรณีพิพาทอินโดจีน” ในวารสาร “นาวิกศาสตร์ ชลบุรีท่บริเวณใกล้แหลมปู่เฒ่า ขณะว่งสวนกันในเวลา


ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๔” โดย พลเรือเอก กลางคืน และต่างพรางไฟมืด (ผู้เขียนได้รับการบอกเล่า
หลวงพลสินธวาณัติก์ (เปล่ง พลสินธ์ สมิตเมฆ) จากคุณลุง พลเรือโท สิทธ สุรักขกะ ผู้บังคับการเรือหลวง




นักเรียนนายเรือหมายเลข ๒๔๖ รุ่น พ.ศ. ๒๔๕๘ ชลบุรีในขณะน้นโดยตรงว่า เหล็กเรือดานาแข็งแรงมาก


อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ตั้งแต่ ๒ กรกฏาคม ๒๔๙๔ เรือหลวงชลบุรีถุึงกับหัวพับ)


ถุึง ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ มีประเด็นส�าคัญสรุปได้ดังนี้ หลังจากน้นได้มีการออก “คาส่งยุทธการ” ให้เรือ


ในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๓ แม่ทัพเรือ ต่าง ๆ ออกลาดตระเวนรักษาด่าน คุ้มกันเรือลาเลียง

ได้ออกโอวาทยุทธการเฉพาะท ๑ ให้เรือหลวงธนบุร ี ทหารนาวิกโยธินไปข้นบกท่ท่าแฉลบ ตลอดจนมีการส่งการ




เรือหลวงศรีอยุธยา เรือดานา ๔ ลา เรือตอร์ปิโดใหญ่ ๓ ลา ให้มีการสับเปลี่ยนก�าลังอีกหลายครั้ง





เกาะง่ามปลายเกาะช้าง มีระดับน�้าลึกติดฝั่ง แม่ทัพเรือมีประสงค์จะใช้ที่นี่เป็นฐานทัพหน้าส�าหรับ“หน่วยทัพเรือ” ในฉาก “ยุทธนาวีที่เกาะกง”
นาวิกศาสตร์ 78
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





ในวันท ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้มีการส่งนายทหาร ลาเลียง โดยต้องย้ายกองบัญชาการทัพเรือไปอยู่ท่ ี
คือ นาวาตรี สงวน รุจิราภา และ เรือเอก โกมล สีตะกลิน เรือหลวงแม่กลองเป็นการช่วคราวด้วย) ลาเลียงนาวิกโยธิน







(ต่อมาคือผู้บัญชาการทหารเรือ ต้งแต่วันท ๑ ตุลาคม ๗๐๐ คน ไปส่งท่จันทบุรีเพ่อเตรียมรุกเข้าอินโดจีน







พ.ศ. ๒๕๑๕ ถุงวนท ๓๐ กนยายน พ.ศ. ๒๕๑๖) ทางด้านไพลน และให้ทัพเรอเตรยมรักษาชายฝั่งทะเล





ไปหาข้อเท็จจริงเก่ยวกับข่าวการยกพลข้นบกของฝร่งเศส ด้านตะวันออก วนท ๓๐ ธนวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ แม่ทัพเรือ






เม่อวันท ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ท่คลองใหญ่ รองเสนาธิการทัพเรือ และผู้บังคับกองโยธาสัตหีบ






ปรากฏว่าข่าวน้นไม่เป็นความจริง เรือฝร่งเศส ข้นตรวจเกาะง่าม เพ่อเตรียมทาโรงพักเคร่องบิน

ท่มาอยู่นอกน่านนาไทยเข้ามาประชุมราษฎร (ฝร่งเศส คานเรือยามฝั่งช่วคราว และสถุานีวิทย การก่อสร้าง






ประชุมราษฎรไทย-แปลกมาก) มีการระบุว่าแมทพเรอ เช่นน เพราะต้องการใช้เคร่องบินลาดตระเวนไกลออกไป











ได้ไปตรวจดูแม่นาตราด เพ่อใช้เป็นท่ให้เคร่องบิน ในน่านนาศัตร เป็นหูเป็นตาป้องกันการถุูกโจมตีจาก



ทะเลข้นลงเม่อวันท ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ในวันท ่ ี ข้าศึก วันท ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ มีการออก “โอวาท









๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ส่งนายทหารช้นยศนาวาเอก ยุทธการเฉพาะท ๓” เตรียมการวางสนามทุ่นระเบิดโดยให้



ู้





๔ นาย ไปตรวจสถุานท่ต้งกระโจมไฟพิเศษ โรงพัก เรือหลวงบางระจันเป็นผดาเนินการ ทงน เพ่อเป็นการฝึก




เคร่องบินทะเล สถุานีวิทย บริเวณเกาะหมาก และ และป้องกันกองเรือใหญ่ท่จอดอยู่ท่เกาะช้างเป็นจานวนมาก

เกาะกระดาด วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ แม่ทัพเรือ วันท ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เรือยามฝั่ง (ร.ย.ฝ.)


ไปจันทบุรีเย่ยมนาวิกโยธิน ทหารม้า และทหารอากาศ ๓ ล�า เดินทางไปแม่น�้าตราด เครื่องบินทะเลหมายเลข ๓

ท่สนามบินเขาพลอยแหวน และตกลงเร่องการปฏิบัติการ หมายเลข ๔ และหมายเลข ๑ บินมาสมทบที่เกาะง่าม


บางอย่างเก่ยวกับการบินเข้าหากองเรือของเคร่องบิน (เรือตรี กระวิน ธรรมพิทักษ์ เรือโท ทวี พุทธินันท์ และ




ในวันท ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ มีการออก “โอวาท เรือตรี จินต์ จุลชาติ นักบิน) เวลา ๑๖.๐๕ น. เครื่องบิน








ยุทธการเฉพาะท ๒” ให้เรือสลุป ๒ ลา (ช้นเรือหลวงแม่กลอง) ทะเลท้งหมดเดินทางไปลงจอดท่แม่นาตราด (จอดใน
เรือตอร์ปิโดใหญ่ (ช้นเรือหลวงตราด) และเรือตอร์ปิโดเล็ก แม่น�้าปลอดภัยกว่าจอดในทะเล)


(ช้นเรือหลวงคลองใหญ่) ออกฝึกหัดลาดตระเวน และ

ทาการกวาดทุ่นระเบิดในบริเวณเกาะกูด และเกาะช้าง



เพราะมความประสงค์จะใชเปนฐานทพหนาเพอทาการรก






เข้าไปในเขตอินโดจีนต่อไป เม่อได้รับคาส่งจาก





กองบังคับการทหารสูงสุด วันท ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓

เวลาเย็นได้มีการจัดการลาเลียงเคร่องก่อสร้างท่จะ



ไปสร้างท่พักนักบิน คานเรือยามฝั่ง และสถุานีวิทย ุ
ลงเรือหลวงสีชังที่สัตหีบ



จาก “โอวาทยุทธการเฉพาะท ๒” ออกเม่อวันท ่ ี

๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ให้เรือปืนเบา (เรือหลวงสโขทัย) เรือยามฝั่ง (ร.ย.ฝ.)
เรือปืนหนัก ๒ ล�า (ชั้นเรือหลวงธนบุรี) เรือตอร์ปิโดใหญ่ ในวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้ออก “โอวาท
(ช้นเรือหลวงตราด) เรือดานา (ช้นเรือหลวงมัจฉานุ) ยุทธการเฉพาะท ๔” ให้ นาวาโท หลวงพร้อมวีรพันธุ์









ท้งหมดเดินทางไปรวมกาลังท่เกาะง่าม ให้เรือลาเลียง นากองเรือท ๑ ไปลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ





๓ ล�า (รวมทั้งเรือหลวงอ่างทอง (เรือธง) ต้องมาท�าหน้าที่ เพ่อท่จะใช้ท้องถ่นเกาะช้าง เกาะกูดเป็นฐานทัพหน้า



นาวิกศาสตร์ 79
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


การชุมนุมเรือรบจานวนมากมายรวมท้งเรือธง



ณ เกาะน้ เม่อวันท่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ แต่อาจจะเป็น


เพราะอุปสรรคในด้านเสบียงอาหาร และการส่งกาลังบารุง


ซ่งตลาดเมืองตราดไม่สามารถท่จะสนองความต้องการ





ของคนท่มเพมจากการตงทพเรอทน่อย่างปัจจบัน









ทันด่วน หลังจากวันท่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ไปแล้ว

เรือส่วนใหญ่ของ “หน่วยทัพเรือ” จึงถูกถอนกลับไป
เครื่องบินทะเลแบบ “วานาตาเบ” สัตหีบจนหมด เหลือแต่เพียงหมู่เรือรักษาการณ์เพียง
หรือ บ.รน.๑ ในภาพหมายเลข ๓ ที่ภูเก็ต ๑ หมู่เท่าน้น สาหรับเรือดานาในระหว่างท่จอดอยู่ท ี ่







สาหรับส่งทหารเข้ายึดเกาะสะเก็ด ชายฝั่งทางทิศเหนือ เกาะช้าง ได้เข้าไปลาดตระเวนในน่านนาอินโดจีน


ของเกาะกงและหวังว่าจะได้ทาการยุทธ์ทางเรือกับฝ่ายศัตร ู บริเวณเกาะกงหลายครั้ง เพื่อส�ารวจภูมิประเทศและหา

ในตาบลทท่เราประสงค์ เม่อได้รับคาส่งจากรัฐบาล ความชานาญในน่านนาศัตร เรือดานา และเรือยามฝั่งไม่ม ี














ในวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เช่นกันได้ออก “โอวาท เรือพี่เลี้ยง (เรือ tender) ไปด้วย ตามหลักนิยมของชาติ

ยุทธการเฉพาะที่ ๕” ให้เรือยามฝั่ง และเรือตอร์ปิโดเล็ก ตะวันตก จึงไม่มีท่หลับท่นอน ท่อยู่อาศัยท่เหมาะสม (ไม่ม ี



(ชุดเรือหลวงตากใบ กันตัง คลองใหญ่) ไปลาดตระเวน habitability) ในสภาพแวดล้อม พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่บริเวณ




และตรวจภูมิประเทศทางเหนือเกาะกง เพ่อหาความชานาญ สตหบถุงเกาะช้าง เกาะกด ยงมแต่ป่าเขา สตว์ร้าย





ส�าหรับการโจมตีฝ่ายศัตรูในเวลาค�่าคืน วันที่ ๓ มกราคม จึงต้องถุอนตัวกลับสัตหีบ ต่อมาในวันท่ ๕ มกราคม


พ.ศ. ๒๔๘๔ เคร่องบินทะเลหมายเลข ๔ ทุ่นร่ว พ.ศ. ๒๔๘๔ กองบัญชาการทหารสูงสุดแจ้งทัพเรือว่า





ขณะร่อนลงในแม่นาตราด เข้าใจว่าถุูกซากไม้หัก ทัพบกไทยเร่มเข้ายึดปอยเปตในกัมพูชาแล้ว กาลัง


ท่มต้องส่งเรือหลวงตระเวนวาร (เรือโท จวบ รุกคืบหน้าไปเรื่อย ๆ และสั่งส�าทับมายังทัพเรือว่ามิให้
หงสกุล ผู้บังคับการเรือ) ไปจัดการกู้เคร่องบิน ด�าเนินการอย่างไร ให้คงอยู่ในน่านน�้าไทย ถ้าถูกต่อตี

และส่งเคร่องบินทะเลอีก ๑ เคร่อง ไปลาดตระเวนค้นหา จึงให้ท�าการต่อสู้ป้องกันตัว ค�าสั่งอันนี้ท�าให้ทหารเรือ



กองเรือฝ่ายตรงข้ามท่บริเวณเกาะกง และเกาะเรียม วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าไม่เหมาะสม แต่ก็ได้ต้งใจ


เวลา ๑๙.๓๐ น. เรือหลวงช้างออกจากกรุงเทพฯ ไปรับ ตรงกันหมดว่า ถ้าเห็นศัตรูเราจะดาเนินการรบทันท ี










สรรพาวุธ และรางรถุทป้อม (พระจลฯ) เพอนามา วนท ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ กองทัพอากาศส่งเคร่องบน

สร้างคานสาหรับลากเคร่องบินข้นเก็บบนเกาะง่าม มาประจาท่สัตหีบ ๕ เคร่อง เคร่องบินเหล่าน้ข้นตรง










วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. เรือหลวง กองทัพอากาศ ดังนั้น ทัพเรือจึงไม่มีส่วนที่จะใช้เคร่องบินนี ้
อ่างทอง (เรือธง) เล่อนเรือจากเกาะหมากไปจอดเกาะกระดาด เข้าท�าการร่วมมือด้วย วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔






ด้านเหนือ เพ่อสารวจท่ต้งกระโจมไฟช่วคราวบนเกาะ เรือหลวงภูเก็ตจอดบริเวณเกาะหมาก รายงานพบเคร่องบิน





และหาท่เก็บน�ามันเช้อเพลิงต่าง ๆ วันท ๕ มกราคม ฝรั่งเศส ๒ เครื่อง บินจากเกาะช้างไปเกาะกงที่ความสูง

พ.ศ. ๒๔๘๔ เรือหลวงอ่างทอง (เรือธง) ออกเรือจาก ๑,๐๐๐ เมตร วันท ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔


เกาะกระดาดไปเกาะง่าม เวลา ๒๑.๓๐ น. เรือหลวงศรีอยุธยา เวลา ๑๕.๓๐ น. เครื่องบินทะเลปีกชั้นเดียวของฝรั่งเศส
เรือหลวงภูเก็ต เรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงสุราษฎร์ บินผ่านมาทางสัตหีบ จึงโทรเลขให้ฝูงบินกองทัพอากาศ
เดินทางจากเกาะกูดไปเกาะง่าม ส่วนเรือหลวงธนบุร ี ท่จันทบุรีข้นขับไล่ทาลาย ฝูงบินจันทบุรีส่งเคร่องบิน





เรอหลวงระยอง เรอหลวงสงขลา และเรอดานา ๓ ลา ๓ เครื่อง เข้าสกัดกั้น พบเครื่องบินฝรั่งเศสทางตะวันตก








เดินทางกลับสัตหีบ จากบันทึกดังกล่าวเราอาจพบว่า ของเกาะกูดเม่อเวลา ๑๗.๒๐ น. ทาการยิง แต่ปืนขัดข้อง
เกาะง่ามคือฐานทัพหน้าของ “หน่วยทัพเรือ” ไทยม ี ไม่สามารถุสกัดไว้ได้
นาวิกศาสตร์ 80
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖








เคร่องบินตรวจการณ์ลัวร์ ๑๓๐ (Loire130) ของฝร่งเศส ท่ไปบินตรวจการณ์ท่สัตหีบและท่เกาะช้างในวันท่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ และ
ตรวจซ�้าในเช้ามืดของวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นบทบาทกุญแจส�าคัญในการรบ เป็นการปฏิิบัติการบินเตรียมข่าวกรองก่อนการรบ (IPB)




ให้กล่มเรอปฏิบตการตามโอกาสท่ ๗ (groupe occasionnel No7) ในการ์ตูน “ยทธนาวีเกาะช้างของฝรงเศส” มเสยงนกบนพูดว่า “ยงอย่ ู










กันเหมือนเดิม, ไม่มีร่องรอยการออกไปลาดตระเวนที่ไหนกันเลย”
การตัดสินใจของฝรั่งเศส เบา ๒ ล�า และเรือเร็วขนาดใหญ่ ๓ ล�า
ทางด้านฝร่งเศส เม่อ นาวาเอก เบรองเช่ เรือท่จอดอยู่ทางใต้ของเกาะช้าง คือ เรือประจัญบาน




ผู้บังคับการเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ และ รักษาฝั่ง ๑ ลา (เรือหลวงธนบุรี) เรือขนาดเบา ๓ ลา

ผู้บัญชาการหมู่เรือปฏิบัติการตามโอกาส(Groupe (เรือตอร์ปิโดใหญ่) และเรือตรวจฝั่ง ๑ ลา (เรียกประเภทเรือ

Occasionnel) ได้รับมอบการกิจจากข้าหลวงใหญ่ ไม่เหมือนกันเพราะนักบินคนละคน)
อินโดจีนฝรั่งเศสเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ให้ จากบทความ “ชัยชนะท่เกาะช้าง” (La Victoire de

“ค้นหาและท�าลายกองเรือสยาม ตั้งแต่สัตหีบไปจนถึง Koh Chang) ที่ นายจ๊าก มอร์ดัล (Jacques Mordal)




พรมแดนกัมพูชา” แล้ว ส่งแรกท นาวาเอก เบรองเช่ เขียนลงวารสาร “กองทัพเรืออินโดจีนฝร่งเศส” (Marine


ต้องทาคือ การได้ภาพสถานการณ์กาลังรบทางเรือ Indochine) ตีพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่ง นาวาตรี กฤษฎา

ของไทยท้งหมด ต้งแต่สัตหีบไปจนถึงพรมแดนกัมพูชาว่า เฟื่องระบิล นักเรียนนายเรือ หมายเลข ๒๔๕๔ รุ่น ๖๔

มีอยู่ที่ไหน จ�านวนเท่าใด และก�าลังท�าอะไรกันอยู่บ้าง พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้น�ามาแปล และเขียนลงวารสารกระดูกงู
การท่จะได้ภาพสถุานการณ์ท่ด ถุูกต้อง ครบถุ้วนท่สุด คือ ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๒๗ ดังนี้




ต้องส่งเครื่องบินไปลาดตระเวน “วันท ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เรือตร แป๊ลงแมซอง




ตามรายงานการรบของ นาวาเอก เบรองเช่ ได้ระบุว่า (Plainemaison) ทาการบินลาดตระเวนบริเวณเกาะช้าง

ในการค้นหาข้าศึก ในช่วงบ่ายของวันท ๑๖ มกราคม พบเรือรบ ๔ ลา รูปลักษณะคล้ายเรือญ่ปุ่น ในเวลา



พ.ศ. ๒๔๘๔ หน่วยลาดตระเวนทางอากาศซ่งมีเคร่อง ใกล้เคียงกัน เรือตร นูกาเรด (Nougarede) ได้รายงานว่า



บินทะเล ๒ เครื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับกองเรืออินโดจีนฝรั่งเศส กองเรือไทยจานวนท่เหลือจอดรวมกันท่สตหบ ฝ่ายฝร่งเศส







โดยตรง ได้บินไปดูลาดเลาท่สัตหีบ ๑ เคร่อง และอีก ได้คาดคะเนใจฝ่ายไทยว่า คงจะไม่คิดผิดสังเกตใด ๆ

๑ เคร่อง บินไปลาดตระเวนท่เกาะกูด เกาะช้าง และ ที่มีเครื่องบินออกมาบินลาดตระเวน เพราะฝรั่งเศสได้ส่ง


ฝั่งทะเลสยามจนถุึงพรมแดน การลาดตระเวนค้นหา เครื่องบินมาลาดตระเวนอยู่เสมอ ๆ อยู่แล้ว”

ข้าศกทาให้ นาวาเอก เบรองเช่ มภาพสถุานการณ์ การบินเพ่อลาดตระเวนหาข่าวความเคล่อนไหว




การวางก�าลังทางเรือของไทยตามรายงานการรบ ดังนี้ ทางเรือของฝร่งเศสใน พ.ศ. ๒๔๘๔ ดังกล่าว ปัจจุบันเรยกวา






เรือท่จอดอยู่ท่สัตหีบ เรือปืนหุ้มเกราะ ๑ ลา (เรือหลวง Maritime Patrol and Reconnaissance - MPR



ศรีอยุธยา) เรือตอร์ปิโด ๔ ล�า เรือด�าน�้า ๒ ล�า เรือขนาด จะกระทาเพ่อภารกิจสาคัญก่อนทาการรบท่เรียกว่า


นาวิกศาสตร์ 81
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖



การข่าวกรองเพื่อเตรียมยุทธภูมิ (IPB - Intelligence โอกาส (Groupe Occassionel) ออกเป็น ๒ กล่ม




for Preparation of the Battlefield) เพื่อให้ได้มา เพ่อแยกกันเข้าโจมตีเรือรบสยามท้งท่สัตหีบ และท่เกาะช้าง



ซ่งพาหะ (Means) สาคัญทางยุทธศาสตร์คือ ความเหนือกว่า ในเวลาเดียวกัน อีกท้งการเข้าโจมตีเรือสยามท่สัตหีบ


ด้านความรู้ (Knowledge Superiority) ซ่งเป็นปัจจัย จะอยู่ใกล้ฐานทัพท่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบถุ้วนดูจะ


สาคัญท่จะนาไปสู่ชัยชนะในการรบท้งในอดีต ปัจจุบัน ลาบาก และมีการเส่ยงภัยมากเกินไป อีกท้งยังเป็นการยาก






อนาคต ท่เรืออีกกลุ่มจะต้องเร่งความเร็วให้ถุึงสัตหีบในตอน

Means, Ways, Ends ของยุทธศาสตร์ทางทะเล เช้าตรู่ เพื่อเข้าโจมตีพร้อม ๆ กันกับที่เกาะช้าง ข้าพเจ้า





สหรัฐอเมริกาปัจจุบัน หรือตามท่ซุนวูกล่าวไว้เม่อ ๒,๔๐๐ ปี จึงตัดสินใจท่จะผนึกกาลังท้งหมดมุ่งเข้าโจมตีข้าศึกท ่ ี
ก่อนนี้ว่า “ใครก็ตามที่รู้จักตัวเอง และข้าศึก จะไม่มีทาง ทอดสมออยู่ที่เกาะช้าง”








ที่จะมีความเสี่ยงในยุทธการร้อยครั้ง (He who knows การรบทเกาะชางจงเกดจากการมอบหนาทกองทพเรอ






himself and the enemy will never be at risk in และการตดสนใจของ นาวาเอก เบรองเช ดวยประการฉะน ี ้
a hundred of battles.) หรือ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง (จบตอนที่ ๑)

ชนะร้อยคร้ง” น่นเอง ความเหนือกว่าในด้านความรู้

(Knowledge Superiority) จะมีความสาคัญย่งกว่า


ความเหนือกว่าด้านจานวนตัวเลข (Numerical

Superiority) ตามที่เคยเชื่อในการรบสมัยเก่าด้วย

เม่อ นาวาเอก เบรองเช่ เห็นภาพสถุานการณ์


การวางกาลังรบทางเรือของไทย ต้งแต่สัตหีบจนถุึงพรมแดน
กัมพูชาแล้ว จึงตัดสินใจรวมกาลังท้งหมดของตนเข้าโจมต ี




หมวดเรือไทยท่เกาะช้างเท่าน้น ตามท่ปรากฏในรายงาน

การรบของเบรองเช่ ว่า
“วันไหน วันดี บานคลี่พร้อมอยู่”

“ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจว่า จะเป็นการเส่ยงอันตราย ทหารประจ�าเรือหลวงธนบุรีร่วมกันถ่ายรูปบริเวณท้ายเรือ ก่อน พ.ศ. ๒๔๘๔
มากเกินไป หากจะแบ่งเรือในกลุ่มเรือปฏิบัติการตาม ไม่แน่ใจว่าเรือตรีที่ยืนคือใคร (เรือตรี เฉลิม สถิรถาวร ต้นหน ?)
นาวิกศาสตร์ 82
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖




เรื่่อง : The Battle of Coronel (การื่ยุุทธทโคโรื่เนล)






ตอนท 3 : Spee vs Cradock การื่ปะทะกนทโคโรื่เนล


นาวาตรื่่ วรื่ยุุทธ นสสยุพัันธุ �












พลเรืือโท Maximilian von Spee และ พลเรืือตรื Sir Christopher Cradock ตางเป็็นนายทหารืเรืือที�ได้้รืบ








ความเคารืพจากผู้ใตบงคบบญชาของตน กำาลงใกลจะมาเผู้ชิญหนากนเตมท โด้ยจากรืป็การืณ์ พลเรือโท Spee มีความได้เป็รืียบ













ในเรื�องของความเช�ยวชาญของกาลังพลเป็็นอย่างมาก แมว่าเรืือรืบท�เด้ินทางจะต้องรือนแรืมข้ามมหาสมุทรื











มากวา ๒ เด้อน กตาม สวน พลเรืือตรื Cradock ออกเด้นทางจากฟอลกแลนด้มาทามกลางความผู้ด้หวงที Admiralty






ไมสงกาลงเสรืมมาให ้




องกฤษกอนการื่ปะทะ









ในวันท ๒๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ ในขณ์ะท�เรือ HMS Good Hope กำาลงเด้นทางข้นเหนือไป็ตามแนวชายฝั่งป็รืะเทศชิล ี

















ในมหาสมทรืแป็ซิฟก โด้ย พลเรือตรื Cradock ตด้สนใจสงขาวกลบไป็ท Admiralty อกครืง มใจความสาคญวา









“กองเรื่่อของเขา และเขามีความีตังใจทจะตามีหาและเขารื่บกบกองเรื่่อของ พัลเรื่่อโท Spee อยุางไรื่กตามี เขา










ตดสนใจทงเรื่อ HMS Canopus ไว และยุนยุนวาถ้าเปนไปได เขาตองการื่เรื่อ HMS Defence” ซิงในเวลาน � ี









เรืือ HMS Defence เด้นทางอยภายใตการืบงคบบญชาของ พลเรืือตรื Stoddard ในพืนทีแอตแลนตกตอนใต ้











ขาวจาก พลเรือตรื Cradock ถึง Admiralty สรืางความไมพอใจตอ Winston Churchill อยางมาก เพรืาะ





















ความตองการืของ Churchill คอ ใหเรือ HMS Canopus ไป็ เพอใชเป็นเรือธง แต พลเรือตรื Cradock เหมอนจะตองการื



เรืือ HMS Defence มากกว่า โด้ยพยายามอย่างย�งท�จะขอเรืือ HMS Defence มาจาก พลเรืือตรื Stoddard ซิ�ง พลเรืือตรื ี





Stoddard กอางตอ Admiralty วา หากจะใหเรือ HMS Defence ไป็กบ พลเรือตรื Cradock กองเรือของตนกตองการื















เรืือลาด้ตรืะเวนที�ใกลเคยงกนมาเพิม จานวน ๒ ลา เชนเด้ยวกน สด้ทาย Churchill เป็็นผู้้สังการืในวนที ๓๐ ตลาคม





















วา “ใหเรืือ HMS Defence อยทีแอตแลนตกตอไป็ เพื�อใหทังสองฝั่่งมกาลงทีพอด้กน”
















กาลงทพัอด่กน เป็็นป็รืะเด้นทีถึกเถึยงอยจนถึงป็่จจบนนี วาหาก พลเรืือตรื Cradock ได้้เรืือ HMS Defence












มารืวมรืบทโคโรืเนล ผู้ลของสงครืามจะเป็ลยนไป็หรือไม อยางไรืกตามความจรืงทป็ฏิเสธไมได้กคอเรือ HMS Defence เป็นเรือรืบ















ททนสมยกวาเรือทกลาในกองเรือของเขาท�มอย กาลงพลทงลาผู้านการืฝั่กเตรืยมความพรือมโด้ยป็รืะเมนได้เป็นลาด้บสอง
































ของกองทพเรืือองกฤษ และป็นของเรืือ HMS Defence ยงมรืะยะยงส้สกบเรืือ Gneisanau และเรืือ Scharnhorst












อกด้้วย โด้ยเมอรืวมกบ เรือ HMS Good Hope และ เรือ HMS Monmouth กาลงรืบของ ๒ ฝั่ายจะสสกนมากกวา


นาวิกศาสตร์ 83
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


แผนที่่แสดงแนวชายฝั่่งชลี แลีะที่่ตั้้งสาคัญไดแก่่ วาลีปาไรโซ แลีะโคัโรเนลี






















เชาวนท ๒๗ ตลาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ เรือ HMS Good Hope เด้นทางถึงวาเลอรืนารืฟยอรืด้ และพบกบสวนลวงหนา




ของเขาป็รืะกอบด้วยเรือ HMS Glasgow เรือ HMS Monmouth และเรือ Otranto แต ณ์ เวลาน�น การืสอสารืทางวิทยุ



















ในพืนทีทาได้้จากด้เป็็นผู้ลมาจากภ้มป็รืะเทศ ทาให พลเรืือตรื Cradock ตด้สนใจสงเรืือ HMS Glasgow เพิ�มความเรืว






ไป็ทีโคโรืเนล เพือรืวบรืวมขาวสารืตาง ๆ อก ๒ วน ตอมาเรืือ HMS Canopus คุมกนเรืือถึานหนเด้นทางมาสมทบ











แตเมือเด้นทางมาถึงเรืือ HMS Canopus จาเป็็นตองซิอมฉุุกเฉุน ๒๔ ชั�วโมง อยางไรืกตาม สิ�งที พลเรืือตรื Cradock
















ไมได้้รืบรืายงาน คอ เรืือ HMS Canopus สามารืถึทาความเรืวได้้มากกวา ๑๒ นอต จากการืซิอมทากอนหนา ้











เรืือ HMS Glasgow เด้นทางถึงโคโรืเนลในชวงเชามด้ของวนที ๓๑ ตลาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ และสงนายทหารืขนบก





บางสวนเพอรืวบรืวมขาวสารืตาง ๆ อกครืง แตในอาวจอด้เรือมเรือสนคาเยอรืมนลาหนงชอ Gottingen เป็นเรือถึานหนท ี �




























พลเรือโท Spee สงมาใหเตรืยมซิอถึานหน ได้สงขาวกลบไป็ทางวทยวา “เวลา ๐๗๐๐ ของวันท ๓๑ ตลาคมี เรื่อลาดตรื่ะเวนเบา





















องกฤษ เขาจอดทอดสมีอทโคโรื่เนล” และในคนนันเอง เวลาป็รืะมาณ์ ๐๒๐๐ ของวนถึด้ไป็ หองวทยบนเรืือ HMS






Glasgow กด้กรืบสญญาณ์การืสื�อสารืของ East Asia Squadron ได้้ ทาใหเรืือ HMS Glasgow ตด้สนใจถึอนสมอ







กลบไป็ทางเหนอ เพื�อรืวมกาลงกบ พลเรืือตรื Cradock ทนท เวลา ๐๙๐๐ ของวนที ๑ พฤศจกายน ค.ศ. ๑๙๑๔









ยุุทธวธ่รื่บผิิวนาของพัลเรื่่อโท Spee








วนท ๒๗ ตลาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ กองเรือ East Asia Squadron ออกเด้นทางจากมาสอาฟเอรืา โด้ยได้รืบขาวจากตวแทน









การืคาถึานหนในเมองป็นตาอารืนาส วา พบเรือป็รืะจญบานชน Queen จานวน ๑ ลา (คาด้วาจะเป็นการืรืายงานชนเรือ



















ทผู้ด้พลาด้ มความเป็นไป็ได้วาจะเป็นเรือ HMS Canopus) และตวแทนการืคาอกแหงได้รืายงานวา กองเรือของ พลเรือตรื ี
















Cradock เด้นทางอยตามแนวชายฝั่่งชล ี
นาวิกศาสตร์ 84
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





East Asia Squadron ก่าลี้งเคัลีอนก่าลี้งออก่จาก่วาลีปาไรโซ






















สงท พลเรือโท Spee สงการืเมอเรือของเขาเขาใกลแนวชายฝั่งและมองเหนทวเขาแอนด้ส กคอ ใหเรือ SMS Gneisenau










และเรืือ SMS Scharnhorst อยนอกรืะยะสายตาจากฝั่่ง และใหเรืือทกลาเป็ลียนไป็ใชนามเรืยกขานเด้ยวกบเรืือ SMS


Leipzig ซิ�งเรือ SMS Leipzig เป็นเรือทป็รืากฏิตัวและคาด้ว่าองกฤษจบตาเฝั่าฟงการืสอสารือยแลว ซิง พลเรือโท Spee



















ตองการืรืกษาความลบกองเรืือของเขาลาอืน ๆ




วนที ๓๐ ตลาคม เขาสงเรืือลาเลยงไป็ที�วาลป็าไรืโซิ และโคโรืเนล เพื�อจด้หาถึานหน และในวนที ๓๑ ตลาคม











พลเรือโท Spee บนเรือธง SMS Scharnhorst ขณ์ะกำาลงเด้นทางห่างจากวาลป็าไรืโซิป็รืะมาณ์ ๕๐ ไมล์ ได้รืบทรืาบจาก



















เรือสนคาวาเรือ HMS Glasgow ได้แลนเขาไป็ในโคโรืเนล ด้วยกฎหมายสงครืามเรือรืบองกฤษจะอยในโคโรืเนลได้ไมเกน







๒๔ ชั�วโมง เพือไมละเมด้ชลทีเป็็นกลาง ด้งนั�น พลเรืือโท Spee ได้้วางแผู้นวาจะไป็ถึงโคโรืเนลกอน ๑๗๐๐ ของวนที �









๑ พฤศจกายน เรืือลาอืน ๆ วางกาลงด้้านนอก และใหเรืือ SMS Nurnberg เขาใกล เพือตรืวจการืณ์์







เรื่ิมีปะทะ



๑ พฤศจกายน เวลาป็รืะมาณ์ ๑๖๑๗ ในขณ์ะทีกองเรืือเยอรืมนของ พลเรืือโท Spee กาลงเด้นทางไป็ยงโคโรืเนล






เรือ SMS Leipzig ได้สงเกตเหนกลมควนจาง ๆ บรืเวณ์หวเรือขวาทเสนขอบฟา สญญาณ์กลองป็รืะจาสถึานรืบของฝั่าย



































เยอรืมนด้งขนทนท และไมนานนกภาพกคอยป็รืากฏิชด้ขนเรือย ๆ โด้ยเป็นการืป็รืากฏิขนของเรือ HMS Glasgow














พรือมด้วยเรือสนคาตด้อาวธ Otranto ซิงออกเรือจากโคโรืเนลมาในชวงเชา และเด้นทางมาสมทบกบกองเรือของ













พลเรือตรื Cradock และด้กรืบสญญาณ์วทยของเรือ SMS Leipzig ได้ และเขาใจวามเรือขาศกเพยงลาเด้ยว เป็นอกครืง











ทีการืลวงของ พลเรืือโท Spee ได้้ผู้ล
















พลเรือตรื Cradock สงการืใหป็รืบรืป็กรืะบวนเป็นกรืะบวนคนหาแบบหนากรืะด้าน โด้ยเรือแตละลาหางกน












ลาละ ๑๕ ไมล เด้นทางขนเหนอ โด้ยเรืือ HMS Glasgow จะอยด้้านใกลฝั่่งตอด้้วย HMS Monmouth และตอด้้วย



เรืือ Otranto และลาสด้ทายทีป็กไกลสด้ด้้านตะวนตก คอ เรืือ HMS Good Hope





นาวิกศาสตร์ 85
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖






ภาพรวมก่ารยที่ธที่่โคัโรเนลีในชวงคัาของว้นที่่ ๑ พฤศจก่ายน คั.ศ. ๑๙๑๔










ในเวลา ๑๖๒๐ หลงจากทกองเรือของเยอรืมนีตรืวจพบเรือรืบอังกฤษแลว พลเรือโท Spee ไมรือโอกาส เขาสงให ้















เรือทกลาเรืงความเรืว โด้ยความตงใจแรืก คอ จะใหเรือ SMS Dresden และเรือ SMS Nurnberg เป็นเรือนา แตความกรืะหาย



ของเขาทาใหเรือ SMS Scharnhorst เป็นเรือลาแรืกทเรืงความเรืวขนกอน ไมนานนกเรือ SMS Leipzig ได้รืายงานวา


























ตรืวจพบเรืือ HMS Monmouth และ Otranto ด้้วยเชนเด้ยวกน การืพบกนทาใหฝั่ายองกฤษตองเป็ลียนเขมหน ี











สิงทีเหนอความคาด้หมายของ พลเรืือตรื Cradock คอ เขาเขาใจมาโด้ยตลอด้วา ในบายวนที ๑ พฤศจกายน








กองเรือของเขากาลงไลลาเรือ SMS Leipzig เพยงลาเด้ยว และไมได้คาด้คด้วาจะพบกบ East Asia Squadron ตอนน � ี









เขาพยายามถึอนกำาลงไป็หาเรือ HMS Canopus และสงทกาลงถึวงการืถึอนกำาลงของเขา คือ เรือ Otranto ท�เป็นเรือสนคา










































ตด้อาวธทความเรืวตา ด้งนน เขาจะตองรืวมกาลงเขาสกบฝั่ายเยอรืมน โด้ยจะตองรืบเขารืะยะป็น ๖ นว ทเป็นป็นหลก






ทีสด้ของกองเรืือของเขา อยางไรืกตาม ด้้วยสภาพคลืนลมทาใหเรืือป็น ๖ นิ�ว ของเรืือ HMS Good Hope และ
















เรืือ HMS Monmouth ไมสามารืถึยงได้้ สิงเด้ยวทีพ้งพาได้้ คอ ป็น ๙.๒ นิว จานวน ๒ กรืะบอก บนเรืือ HMS
Good Hope ทีตองป็ะทะกบป็น ๘.๒ นิว จานวน ๑๖ กรืะบอก ของ พลเรืือโท Spee



















ในช่วงบายุ แสงเปนปจจยุททาใหฝ่ายุองกฤษไดเปรื่ยุบ เพรืาะด้วงอาทตย์ชวยกาบงสายตาจากฝั่ายเยอรืมน ี









และ พลเรือตรื Cradock กทรืาบเชนกน จงพยายามจะป็ด้รืะยะเขาหา แต พลเรือโท Spee ทรืาบวา เรือของฝั่ายตน











มความเรืวมากกวา จงเปดรื่ะยุะออกเพัอรื่อเวลาทตนเองจะไดเปรื่ยุบกคอหลงจากดวงอาทตยุคลอยุตาจนใกลจะลบขอบฟ้า ้



















การืไลตด้ตามของฝั่ายเยอรืมนจ้งเรืิมตนขน โด้ยเป็็นการืไลตามจากรืะยะ ๑๕,๐๐๐ หลา หรืือรืาว ๆ ๗.๕ ไมล ์













ฝั่ายของเยอรืมนทีเป็็นตอ และ พลเรืือโท Spee กทรืาบถึงความได้้เป็รืยบนี เขาจ้งพยายามป็รืะณ์ตกบรื้ป็กรืะบวน



















มากทสด้ โด้ยการืป็รืับแตงรืป็กรืะบวนไม่ใหมการืรืบกวนการืยิงซิงกนและกัน เขารืกษาตำาแหนงตาบลทแรืกยุทธอย ่ ้















ด้านใกลฝั่ง และรื่อเวลาใหดวงอาทตยุคลอยุตาลงมีา เพัอเปาหมีายุ (กองเรื่อองกฤษ) ทอยุทางตะวนตกของเขา













ปรื่ากฏช่ดจากการื่โดนยุกเปาดวยุแสงอาทตยุ� สวนกองเรื่่อของเขาจะกล่นไปกบแนวฝ่ั�ง จนกรืะทังเวลา ๑๙๐๔


หลงจากแลนป็ด้รืะยะมารืาว ๆ ๒-๓ ชั�วโมง ทีรืะยะ ๑๑,๐๐๐ หลา พลเรืือโท Spee สังเป็ด้ฉุากยง







นาวิกศาสตร์ 86
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖








การืยงและการืแบงมอบเป็าของเยอรืมนเป็นรืะบบมาก โด้ยเรือ SMS Scharnhorst จะยงเรือ HMS Good Hope




เรืือ SMS Gneisenau ยงเรืือ HMS Monmouth เรืือ SMS Leipzig ยงเรืือ HMS Glasgow และเรืือ SMS Dresden







ยงเรืือ Otranto หลงจากยิงตบแรืก เรืือธง SMS Scharnhorst แสด้งความชานาญทนทโด้ยการืยง ๓ ตบ/นาท และ




ไมนานนก เวลา ๑๙๐๙ เรืือ HMS Good Hope กโด้นล้กป็นนด้แรืก กอนที�ไมนานนกฝั่ายองกฤษจะเรืิมยงตอบโต ้















โปสตั้ก่ารดช้ยชนะที่่โคัโรเนลีของฝั่ายเยอรมน่ โดยเร่ยก่วา ก่ารยที่ธที่่เก่าะซานตั้ามาเร่ย

























ในขณ์ะทาการืรืบ ป็จจยอกป็รืะการืนอกจากแสงอาทตย ควน และชายฝั่ง ทกาลงชวยฝั่ายเยอรืมนแลว ยงมป็จจยคลน


























ททาใหเรือองกฤษตองเสยเป็รืยบมากขน เนองจากมมป็ะทะของคลนทาใหพลเลงยงขององกฤษแทบโด้นคลนซิด้ตลอด้เวลา








จนมองไมเหนเป็าหมาย ในขณ์ะทีขาศ้กของเขา คอ เรืือรืบที�ชนะการืยงป็นใหญ ลาละ ๒ ครืัง พรือมกาลงพลชันเลศ
















๒,๒๐๐ นาย กาลงรืะด้มยิงใสจากทกป็จจยทได้เป็รืยบ ความชานาญของเยอรืมนในวนนน โด้ยเฉุพาะบนเรือ Scharnhorst




















ทโด้นยิงในหองโถึง ช่างไมของเรือใชเวลาไม่นานกสามารืถึอุด้ป็ะจนนำาไม่ไหลเขามาได้ อกนด้ทโด้นป็อมป็นทาย








ฝั่ายเยอรืมนสามารืถึซิอมทาอย่างรืวด้เรืวจนป็นกลบมายิงได้้อกครืัง �








เรืือ SMS Dresden ที�ได้้เป็รืยบอยางมากตอเรืือ Otranto ใชการืยงป็รืะณ์ตตอเป็าหมาย มหนาซิาในขณ์ะทีเรืือ











SMS Gneisenau กาลงบรืรืจงยงกบเรืือ HMS Glasgow อย เรืือ Otranto มาขวางทางป็นพอด้บพอด้ จ้งโด้นล้กป็น

























บรืเวณ์สะพานเด้นเรือ ความเสยหายของเรือ Otranto และด้วยอาวธทไมสามารืถึสได้ทาให ผู้บ.เรือ ตด้สนใจแตกกรืะบวน



ออกไป็ทางตะวนตก
การื่ยุุทธทโคโรื่เนล
















การื่รื่บจรื่ง ๆ ทโคโรื่เนลใช่เวลาเพัยุง ๕๒ นาท เทานน การืยงของเยอรืมนได้เป็รืยบองกฤษอย่างมาก ไมนานนก












ป็นจากเรือองกฤษไมสามารืถึยิงถึงเรือฝั่ายเยอรืมนได้อก โด้นเฉุพาะเม�อเรือ HMS Good Hope เสยป็อมป็นหวเรือไป็แลว














เนองจากโด้นยิง สงเด้ยวทจะแกไขสถึานการืณ์ของฝั่ายองกฤษ คอ ตองป็ด้รืะยะเขาหาฝั่ายเยอรืมน เพอหวงวา

















จะยงถึงรืะยะบาง และนันทาใหเวลา ๑๙๓๕ รืะยะหางรืะหวางกองเรืือเหลอเพยง ๕,๕๐๐ หลา








นาวิกศาสตร์ 87
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖




























การืป็ด้รืะยะเขามาเพอจะยงใหถึงของฝั่ายองกฤษแมวาจะฟงด้เขาท แตอยางไรืกตามกตองคานงด้วยวา ป็นเรือรืบ





ของฝั่ายเยอรืมนยงจบรืะยะได้้อยตลอด้เวลา นันหมายความวา ทก ๆ ตบของฝั่ายเยอรืมนทียงออกไป็ลวนหวงผู้ลได้้











ทังหมด้ และเป็็นเหตใหเรืือ HMS Monmouth โด้นยิงอยางหนกจนเกด้เพลงไหมบนด้าด้ฟา มนาทะลกเขาเรืือ จนเรืือ
















เสยความเรืว และเรืิมเอยงทางกรืาบซิาย







และแล้วทองฟากมด้ลง และเวลาน�เหลอเพยงแตแสงจากกรืะบอกป็ืนทสามารืถึเห็นได้ แตอยางไรืกตาม ยกเวนเรือ




























HMS Good Hope และเรืือ HMS Monmouth ที�กอนทีฟาจะมด้ลงนัน เรืือมเพลงไหมอยแลว ทาใหเป็าเรืือทังสองลา




























ยงคงชด้เจนอย นนทาใหเรือฝั่ายเยอรืมนทจะยิงเรือทงสองลาน ไมจาเป็นตองใชไฟฉุายในการืสองเป็าด้วยซิา จนกรืะทง � ั










ในเวลา ๑๙๔๒ วารื่ะสดทายุของเรื่่อ HMS Good Hope ยุงคงกลาหาญ ปนกรื่ะบอกทยุงยุงไดยุงคงยุง และเรื่่อก ็















เปลยุนเขมีโดยุหนหวเขาหาฝ่่ายุเยุอรื่มีน่หมีายุจะพัุงช่น พลเรืือโท Spee สังการืใหหลบหลกและรืกษารืะยะหางที�



๕,๐๐๐ หลา และทงเรือ SMS Gneisenau และเรือ SMS Scharnhorst กยงเขาใสเรือ HMS Good Hope จนเกด้เพลงไหม ้



















ทวมทงลา เวลา ๑๙๕๐ เรือ HMS Good Hope รืะเบิด้ และจมลง ในเวลานน ฝ่ายุองกฤษไมีตรื่ะหนกเลยุวาการื่รื่ะเบด



ทเกดขึ�นเปนเรื่่อธงของฝ่่ายุตนเอง





ภาพวาด เร่อ HMS Good Hope โดนระดมยงแลีะเก่ดเพลีงไหมอยางหน้ก่ (วาดโดย Lionel Wyllie)















เรือ HMS Glasgow แมจะโด้นรืมยิงจากเรือ SMS Dresden และเรือ SMS Leipzig แตมความโชคด้กวา เนองจากเรือ





SMS Dresden และเรือ SMS Leipzig ซิงเป็นเรือลาด้ตรืะเวนเบา เผู้ชญกบความยากลาบากในการืยง เนองจากคลนลม




















ทรืนแรืงมาก จนลกป็นทยงไป็กวา ๖๐๐ นด้ โด้นเป็าหมาย ซิงกคอ เรือ HMS Glasgow เพยง ๕ นด้ เทานน กอนทความมด้














จะป็กคลม เสยงป็นกจางไป็




















เรือ HMS Monmouth ทเสยหายอยางหนก ตองใชทายเรือแลนแทนหวเรือเพอป็องกนเรือจม เวลาป็รืะมาณ์ ๒๐๑๕












เรืือ HMS Glasgow มาพบ และพยายามใหความชวยเหลอ แตแลวกไมสามารืถึทาอะไรืได้้มากไป็กวาแนะนาใหเรืือ

HMS Monmouth เด้ินทางลงใต เพ�อไป็รืวมกาลังกับเรืือ HMS Canopus ในช่วงขณ์ะน�น การืรืบและเสียงป็ืนเงียบลงหมด้แล้ว










และความมด้ทาใหไมสามารืถึมองกนเหนได้้อก พลเรืือโท Spee จ้งสั�งใหกองเรืือของเขากรืะจายกาลง เพื�อตรืวจสอบ





เรืือฝั่ายองกฤษทีเสยหาย


นาวิกศาสตร์ 88
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖










เวลาป็รืะมาณ์ ๒๐๓๕ เรือ SMS Nurnberg เด้นทางไป็พบกบเรือ HMS Monmouth ทมอาการืเอยงซิายป็รืะมาณ์



๑๐ องศา และพยายามเขาตรืวจสอบ อยางไรืกตามเรืือ HMS Monmouth ไมได้้มการืยงตอบโต แตกไมได้้ยกธงขาว





















เพอยอมจานน ในทสด้เรือ SMS Nurnberg ก็จด้การืยิงจนกรืะท�งในเวลา ๒๐๕๘ เรือ HMS Monmouth ก็พลกควา และจมลง

ตามบนท้กของ นาวาเอก Schonberg ผู้บ.เรืือ SMS Nurnberg วา “ผิมีตรื่วจพับ และยุงเรื่่อ HMS Monmouth













จนพัลกควาอยุางช่า ๆ และจมีลง ความีกลาหาญของเรื่่อองกฤษกจมีลงไปเบ่องลางพัรื่อมีกบธงรื่าช่นาว่องกฤษ




















ทยุงคางบนยุอดเสา เปนภาพัทผิมีจะไมีลมี นาเสยุดายุทผิมีไมีอาจจะช่วยุกะลาสไดอก เพัรื่าะคลนลมีทแรื่งมีาก







เรื่่อเลกของเรื่าลงจากเรื่่อไมีได”
ภาพก่ารจมของเร่อ HMS Monmouth โดยเร่อ SMS Nurnberg (วาดโดย Lionel Wyllie)

การืยุทธทโคโรืเนลจบลงโด้ยสมบรืณ์ โด้ยฝั่ายองกฤษสญเสียเรือลาด้ตรืะเวนหมเกรืาะ จำานวน ๒ ลา คอ เรือ HMS















Good Hope และเรืือ HMS Monmouth ส่วนเรือ HMS Glasgow เสียหายเล็กน้อย มกาลังพลเสียชวิตรืาว ๆ ๑,๖๖๐ นาย






สวนทางฝั่ายเยอรืมนแทบไมเกด้ความเสยหายใด้ ๆ ตอกองเรือ East Asia Squadron เลย นอกจากมกาลงพลบาด้เจบ










๓ นาย และมการืใชล้กป็นไป็รืาว ๆ 40%

ผิลกรื่ะทบหลงการื่รื่บและบทเรื่่ยุน




แมวาความพายแพในครืังนีจะไมได้้สงผู้ลกรืะทบใด้ตอยทธศาสตรืขององกฤษ และเยอรืมนกตาม แต Admiralty












โด้นสอมวลชนต�งคาถึามอย่างหนัก เพรืาะเป็นการืพ่ายแพ้แบบหมด้รืป็ โด้ยในช่วงแรืก Admiralty ได้โทษว่า เป็นความผู้ิด้










ของ พลเรืือตรื Cradock แตอย่างไรืกตาม บรืรืด้านายทหารืทังทีองกฤษ และบางสวนบนเรืือ HMS Glasgow กได้้





















แสด้งความคด้เหนวา พลเรือตรื Cradock ไมได้รืบกาลงรืบทด้พอในการืเขาป็ะทะ จงเป็นสาเหตใหตองพายแพ ้
















สวนความคด้ทใหเรือ HMS Defence จอด้เรือรือคาสงอยกบ พลเรือตรื Stoddart เรือ HMS Defence เองกไมได้เขารืวม










การืป็ะทะใด้ ๆ กบเรืือลาด้รืะเวนเยอรืมนเลยถึง ๑๘ เด้อน กอนจะไป็จมลงในการืยทธทีจตแลนด้ ์







นาวิกศาสตร์ 89
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





ปายอนสรณ์์สถานตั้อน้ก่เร่ยนนายเร่อแคันาดาที่่ฝั่ก่งานบนเร่อ HMS Good Hope



















ขอสงเกตป็รืะการืสาคญ คอ เรืืองการืบงคบบญชาของเยอรืมนและองกฤษ เนืองจากเมือพจารืณ์าแลวจะเหนวา












ทัง พลเรืือโท Spee และ พลเรืือตรื Cradock ลวนมความสามารืถึทางยุทธวธทังค้ แตสิงทีเหนได้้ชด้ คอ การืเลอกใช ้
















คาสังจากหนวยเหนอจากเบอรืลน และ Admiralty ทางเยอรืมนมคาสังทีชด้เจนจาก Kaiser วา ผู้้บงคบหนวยตาง ๆ













จะตองตด้สนใจด้้วยตนเองในทายทีสด้ และอยาลมวาหนาที คอ การืเอาชนะขาศ้ก ในขณ์ะที Admiralty นัน มกจะสัง












การืลงรืายละเอยด้ถึงรืะด้บยทธวธ ี






พาดห้วขาวของหน้งส่อพมพ New York Times ว้นที่่ ๔ พฤศจก่ายน คั.ศ. ๑๙๑๔

นาวิกศาสตร์ 90
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖





















ในป็รืะเด้นการืสงการืของ Admiralty ในลกษณ์ะน เมอชวงตนสงครืามโลกครืงท ๑ กเคยเกด้เหตการืณ์ในลกษณ์ะ





เด้ยวกนนีมาแลว กบกรืณ์การืไลลาเรืือเกอเบนที Admiralty พยายามกากบ และสังการืทกขั�นตอน จนผู้้บงคบหนวย
























ทป็ฏิบตการืในพนทเกด้ความสบสนวาจะตองป็ฏิบตอยางไรื สวนไหนคอกจอนสาคญยง และสวนไหนคอกจอน ๆ
























ทีตองป็ฏิิบต และเมือภารืกจลมเหลว ผู้้บงคบหนวยจะเป็็นคนแรืกทีโด้นตาหนจนมบนท้กของ พลเรืือตรื Cradock วา

















“ไมีอยุากพับจดจบแบบ พัลเรื่อตรื่ Troubridge” ทตด้สนใจไมเขารืบ เพรืาะป็รืะเมนวากาลงรืบออนแอกวาตามคาสง






























ของ Churchill แตสด้ทายกโด้นแขวนใหทางานบกและรืบเงนเด้อนเพยงครืงเด้ยว ซิงนบเป็็นการืเสยเกยรืตยศนนเอง





อางอง


- Battle of Coronel. [Online]. Available from : https://www.britishbattles.com/first-world-war/
battle-of-coronel/.
- John Robert. (2003). Battlecruiser.
- Norman Friedman. (2013). Naval Firepower : Battleship Guns and Gunnery in the Dreadnought Era.
- Robert K. Massie. (2007). Castle of Steel.
นาวิกศาสตร์ 91
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


vertical replenishment (VERTREP) void ที่่ว่่าง











ช้องว่่างที่่ที่องเรอ



waist ดิ่าดิ่ฟ้้าเป็ดิ่กลัางลัาเรอ






















การส่งกาลังเพิ่มเติมในแนว่ดิ่ง เป็นการส่งกาลัง ส่ว่นของดิ่าดิ่ฟ้าระหว่างดิ่าดิ่ฟ้าหว่เรอ (forecastle)















เพิ่มเติ่มที่ใช้เฮลัคอป็เติอร์กบเรอลัาเลัยงขณะเดิ่นที่าง กบดิ่าดิ่ฟ้้าที่ายเรอ (quarterdeck)









ซึ่่งเรมม่ใช้้ใน ค.ศ. ๑๙๕๘
waister

vessel ยาน เรอ ส่านว่นช้าว่เรอน่ในป็จจบนมกอางถึงคนที่่นาติาหน่



















พิ่าหนะใดิ่ ๆ ที่ใช้บรรทีุ่กคน หรอส่นคาไป็ที่างนาไดิ่ ้ ดิ่านป็ระส่บการณ หรอม่ป็ระส่่ที่ธิภาพิ่ติา








visit and search ติรว่จคน



การขนเรอเอกช้นเพิ่อติรว่จส่อบส่ญช้าติส่นคา








ลัักษณะการว่่าจาง เป็็นติน
นาวิกศาสตร์ 93
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖
















ส่านว่นเก่าแกติ�งแติยุคเรือใบที่�บรรดิ่าลัูกเรือใช้เรยก เป็ลัยนช้อเป็น wardroom การใช้หองโถึงนายที่หาร


่�








ลักเรอหนาใหม (green sailors) ที่ขาดิ่ส่มรรถึนะ เช้น รว่มกนของบรรดิ่านายที่หารส่ญญาบติรจาเป็นติองม ่








ไมส่ามารถึที่ำางานที่ติองใช้ที่กษะแลัะป็ระส่บการณ์ กฎกติกา มารยาที่ ซึ่งเรยกว่า “customs and etiquette









ในการที่างานบนเรอใบ เช้น การไติเส่ากระโดิ่งเรอเพิ่อ in the wardroom” ซึ่่งหลัายป็ระเที่ศไดิ่ลัอกเลั่ยนแบบ















รบใบบนแขนพิ่รว่น ที่หารป็ระเภที่นจงถึกใช้ที่างานที่ว่ไป็ มาจากราช้นาว่่องกฤษ







เช้น ใช้ส่ว่บถึพิ่น (swab) ดิ่าดิ่ฟ้า โดิ่ยเฉพิ่าะดิ่าดิ่ฟ้า warming the bell


กลัางลัา ดิ่่งเช้อก เป็็นติน นคอที่่มาของ waister









wake พิ่ร่�ว่นาที่ายเรอ












นาที่ถึกรบกว่นจนเป็นคลันที่ที่างที่ายเรอขณะเรอ

เคลัือนติว่



walk back the cat เรมใหม ่






ส่านว่นน่�ม่คว่ามหมายว่่า กลัับที่าใหม เรมใหม หรอ


ดิ่าเน่นการใหม ่

wardroom
โดิ่ยที่ว่ไป็แลัว่ หมายถึ่ง หองโถึงนายที่หารในเรอ








หรอเป็็นช้�อรว่มที่�หมายถึงนายที่หารส่ญญาบติร ยกเว่น




ผู้บงคบการเรอ
















ที่มาของช้�อ “wardroom” : ติงแติตินครส่ติ์ ส่านว่นช้าว่เรอขององกฤษนใช้กนติงแติยคเรอใบ











่�
่�





ศติว่รรษที่ ๑๘ มหองหนงในเรอรบของราช้นาว่องกฤษ ในคว่ามหมายว่า การกระที่าส่งที่ไมจาเป็น แลัะ












ซึ่งอยู่ใติหองพิ่กของผูู้้บงคบการเรอ (Great cabin) ซึ่ง ่� ไมยติธิรรมโดิ่ยการกระที่ากอนกาหนดิ่




่�













หองน่�เร่ยกว่่า wardrobe ใช้้ส่าหรบเกบของม่คาซึ่่งเป็็น ในยคเรอใบ การบอกเว่ลัาเพิ่อใช้ในการเขายามบนเรอ





ที่รพิ่ยเช้ลัย (prize) ที่ยดิ่ไดิ่จากเรอขาศก โดิ่ยเฉพิ่าะ ไดิ่ใช้นาฬิกาที่ราย (hourglass) โดิ่ยป็ลัอยใหที่รายไหลั





























อยางย่งขาออกไป็ป็ฏิ่บติงานหองนจะว่าง จงถึกบรรดิ่า ผู้านรจากบนลังลั่างจนหมดิ่ ซึ่งเป็นเว่ลัาคร่งช้ว่โมง ในเรอ





















นายที่หารใช้้เป็็นส่ถึานที่พิ่กผู้่อน แลัะรบป็ระที่านอาหาร ส่มยกอนติระฆังบอกเว่ลัาที่ก ๆ ครงช้ว่โมง มลักเรอที่มนส่ย























โดิ่ยป็กติแลัว่หองนมกอยบรเว่ณใกลั ๆ กบบรรดิ่าหองพิ่ก ขโกง ที่าใหส่ว่นที่ใส่ที่รายดิ่านบนอนหรอรอนขน เพิ่อให ้












ของนายที่หารส่ญญาบติร (stateroom) ที่รายไหลัลังดิ่านลัางเรว่ขนกว่าป็กติ่ ซึ่งยังผู้ลัใหที่รายหมดิ่


















ติอมาเม�อหองนถึกใช้เป็นส่ถึานที่พิ่กผู้อน แลัะ กอนครงช้ัว่โมง แลัะการเขายามยอมใช้้เว่ลัาส่ันลัง













รบป็ระที่านอาหารของนายที่หารอยางส่มบรณ จงไดิ่ ้

นาวิกศาสตร์ 94
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร์ 95

ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


นาวิกศาสตร์ 96

ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


ตอนที่ ๑๒ พระอัจฉริยภาพด้านอื่น ๆ และการสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯ









บทความพิเศษ เนื่องในื่วโรกาส ครบรอบ ๑๐๐ ปี วนื่สนื่พิระชนื่ม์กรมหลวงชุมพิรฯ ในื่วันื่ท ๑๙ พิฤษภาคม






พิ.ศ. ๒๕๖๖ นื่ เดินื่เรองมาถึงตอนื่สดิทาย ตอนื่ท ๑๒ ซึ่งผู้เขียนื่ไดินื่าเรองราวพิระปีระวตขีอง “เสดิจเตย” ในื่ชวงเวลาตาง ๆ




























ขีองพิระองค์ทานื่ “ทหารเรอ หมอยา คาถา ศิลปิน” ในื่คอลมนื่พิเศษ “นอมราลก เสดจเตย ณ หาดทรายร ี




















๑๐๐ ปี ไมมลม” เพิอเปีนื่การนื่อมราลกและเทิดิพิระเกยรตกรมหลวงชุมพิรฯ ซึ่งทผู้านื่มาต�งแต ตอนื่ท ๒











ถึึงตอนื่ท ๑๑ ไดิกลาวถึึง “ทหารเรอ หมอยา คาถา” ไปีเร่ยบรอยแลว สาหรบในื่ตอนื่นื่่ จะกลาวถึึงพิระอจฉรยภาพิ

















อ่กดิานื่หนื่ึ�งในื่ความเปีนื่ “ศลปีนื่” และปีจฉมทายบทดิวยการสินื่พิระชนื่มขีองพิระองคทานื่








พระอจฉรยภาพดานอืน ๆ








กรมหลวงชมพิรฯ นื่อกจากจะทรงม่พิระอปีนื่สยเปีนื่คนื่ตรงไปีตรงมา กลาหาญ และไมถึ่อพิระองคแลว พิระองค ์


ยงทรงม่พิระอปีนื่สยโปีรดิในื่การศกษาหาความรในื่ดิานื่ตาง ๆ










พลเรอตร พระยาหาญกลางสมทร (บุุญม พนธุุมนาวน) ล้กศษย ์











ผู้้ใกลชดิพิระองคกเคยใหสมภาษณ์์ไวเชนื่กนื่วา ่







“เสด็จในกรมฯ ท่านชอบทุ่กอย่าง เป็นทุ่กอย่าง เป็นอย่างด็ี






เสย่ด็วย่ วชาท่ีเราเรย่น ๆ กน นานเข้้ามกจะลืืม แต่่ท่รงเป็็นอจฉรย่ะ














จรง ๆ จาได็้หมด็ เอาทุ่กด็านไมวาจะเป็นไสย่ศาสต่ร ท่รงเจาเข้าผี ี













คงกระพันชาต่ร ต่รนฟันแท่ง เอาท่งนน...เสด็จในกรมฯ ท่รงเป็น








นกแต่งเพัลืง ด็นต่ร เสภา ไมชอบอย่นง ๆ ชอบกาวหนา ชอบคด็







ท่หารเรอไท่ย่ เคารพันับถือ เพัราะนับถือว่า การเด็ินเรอเป็นข้องท่าน...”










ดิวยเหตทพิระองคทรงสนื่พิระทยในื่การศกษาอยางจรงจง













ดิงทพิระองคเล่อกพิทธภาษต “กยรา เจ กยราเถน�” ปีระกอบบนื่ตราปีระจาพิระองค “ตราพระอาทตยชกรถ” หร่อ











“สรยมณฑล” พิระองคจงทรงม่ความรอบร และทรงพิระปีร่ชาสามารถึในื่ดิานื่ตาง ๆ ดิงนื่่ �


ดานการดนตร ดานจตรกรรม และนาฏศิิลปี ์



เสดิจในื่กรมหลวงชมพิรฯ ทรงเปีนื่นื่กดินื่ตรและนื่กแตงเพิลง หมอมเจาเรงจตรแจรง อาภากร ทรงเลา











นาวิกศาสตร์ 97
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖














พิระปีรชาสามารถึขีองพิระบิดิาวา “...ท่านเป็น Musician ท่รงเคร�องด็นต่รีท่กชนด็ เชน ข้ลืย่ ระนาด็ ซอ รองรา




ท่าเพัลืง เก่งเรองด็นต่รี จบอะไรข้้นกเป็นเพัลืงได็้ไพัเราะ ท่รงข้บเสภาถืวาย่พัระบาท่สมเด็จพัระพัุท่ธเจาหลืวง














โป็รด็การข้บรอง ท่รงข้บเสภาได็เป็็นเย่ย่ม...ท่่านย่งแต่่งเพัลืงท่รงนพันธเพัลืงท่หารเรอหลืาย่เพัลืง เชน เพัลืงด็อกป็ระด็ ่ ่











เพัลืงเกด็มาท่ั�งท่ เพัลืงเด็นหนา เพัลืงด็าบข้องชาต่ โด็ย่เฉพัาะเพัลืงด็อกป็ระด็นัน เป็็นเหต่ใหด็อกป็ระด็เป็็นสญลืกษณ์์









ข้องท่หารเรอมาจนท่กวนนี�...”















พิระธดิาทรงเลาวา เสดิจพิอ (กรมหลวงชมพิรฯ) ทรงทาขีลยเอง โดิยนื่าไมไผู้มาเจาะรและทาลวดิลายบนื่ตวขีลยดิวย










นื่อกจากนื่ยงมชาวบานื่ อาเภอวดิสงห จงหวดิชยนื่าท เลาวา คราวหนื่งพิระองคเสดิจวดิปีากคลองมะขีามเฒ่า มการเทศนื่ ์















ทวดิและมการบรรเลงพิณ์พิาทย วงคงสาเภา อาเภอมโนื่รมย เวลาเทศนื่์จบ กรมหลวงชุมพิรฯ ทรงติการตพิณ์พิาทย์วงนื่ว่า



























“ต่เหมอนกบหมอมข้องท่านต่กะลืา” พิระดิารสนื่แสดิงวาพิระองคตองทรงมความสามารถึในื่การเลนื่พิณ์พิาทย ์














เปีนื่อยางดิ ถึงจะวจารณ์เชนื่นื่นื่ไดิ นื่อกจากนื่ หมอมหลวงพิวงรอย อภยวงศ นื่กแตงเพิลงสตรทมชอ (ผีแต่งเพัลืง
























“ลืมหวน” “บวข้าว”) เคยเลาใหผู้เขียนื่ฟังวา เปียโนื่หลงแรกททานื่หดิเลนื่นื่นื่ กรมหลวงชมพิรฯ เปีนื่ผู้ปีระทานื่ใหบดิา
































(หมอมราชวงศิสวพรรณ สนทวงศิ) ขีองทานื่ ทกวนื่นื่่ยงม่เพิลงขีองทหารเร่อ ซึ่งพิระองคไดิทรงนื่พินื่ธปีระทานื่ไวให ้













ยงเปีนื่ทนื่ยมรองกนื่อย เชนื่ “เพลงดอกปีระด และเพลงเดนหนา” แมวาเพิลงเหลานื่่ จะม่อายรวม ๑๐๐ กวาปีีแลว





















กตาม ทังหมดินื่่เปีนื่หลกฐานื่ทแสดิงวาพิระองคทรงพิระปีร่ชาสามารถึในื่ทางดินื่ตร่เปีนื่อยางมาก







กรมหลวงชมพิรฯ โปีรดิการวาดิรปีตงแตทรงพิระเยาว ดิง พิระยาพิสทธสรยศกดิ พิระอภบาลเมอสมยพิระองคเสดิจ























ไปีปีระทบอยกบครอบครว มสเตอรทอมสน ไดิท้ลเกลาฯ ถึวายรายงานื่พิระบาทสมเดิจพิระจลจอมเกลาเจาอยหว วา



















“สมเด็จฯ เจาฟัากรมขุ้นเท่พัท่ราวด็ี โป็รด็เรย่นภาษาแลืะการท่หารบก สวนพัระองค์เจาอาภากรเกีย่รต่วงศ โป็รด็เรย่น









การวาด็ภาพัแลืะการท่หารเรอ...” นื่อกจากนื่เมอพิระองคทรงเขีาเรยนื่ทโรงเรยนื่ “The Limes” มสเตอรลตเตลจอหนื่








่�


่�

ครใหญไดิเขียนื่ขีอความในื่จดิหมายถึงมิสเตอร์เวอรนื่ (ทปีรกษาสถึานื่เอกอัครราชทตไทย) ชมเชยในื่เรองการวาดิรปี
่�









ขีองพิระองควา “Drawing very good indeed he always gets VG from the Art Master”

พิระองคทรงโปีรดิการวาดิร้ปีและทรงวาดิร้ปีเปีนื่งานื่อดิิเรกตลอดิมา ดิงม่หลกฐานื่ในื่ภาพิถึายซึ่ง พิระองคกาลง ั
















ทรงวาดิร้ปีววนื่าตกธารมะยม ทเกาะชาง จงหวดิตราดิ







กรมหลวงชุุมพรฯ ขณะทรงวาดรปิววนาตกธารมะยม ทเกาะชุาง จ.ตราด (พ.ศิ. ๒๔๖๕)

๑ หนื่ังสอปีระวัติพิระครวิมลคุณ์ากร (ศุขี) โดิย นื่ายแพิทย์ สำานื่วนื่ ปีาลวัฒ่นื่์วิไชย (หนื่้า ๕๙).

นาวิกศาสตร์ 98
ปีที่ ๑๐๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖


Click to View FlipBook Version