The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือ-สัตหีบ ให้เป็น Smart Navy Base ด้วย " D.I.G.I.T.A.L"
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-01-05 02:20:57

แนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือ-สัตหีบ ให้เป็น Smart Navy Base ด้วย " D.I.G.I.T.A.L"

แนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือ-สัตหีบ ให้เป็น Smart Navy Base ด้วย " D.I.G.I.T.A.L"
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์

บทคัดย่อ คลื่นลูกที่ ๓ (The Third Wave) เป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา ซึ่งเป็น







ช่วงเวลาท่โลกเร่มเข้าสู่การเช่อมต่อแบบย่งยวด ทุกท่และทุกเวลา รวมท้งเทคโนโลยี 5G กาลังถูกนามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และจะท�าให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ sensors,
Internet of Things (IoT) หรือกล่าวได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมด้วยอินเตอร์เน็ต (Internet of Everything; IoE)
อีกทั้งมีการน�าเทคโนโลยีโลกเสมือน Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) และ Mixed Reality (MR)


มาประยุกต์ใช้กับหน่วยงานการฝึกหัดศึกษา อบรม และการรักษาพยาบาลทางไกล ย่งไปกว่าน้น Big data และ
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนกระบวนการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน และกระบวนการ


อัตโนมัติ จนทาให้เกิดการดาเนินการในรูปแบบใหม่เกิดข้นในงานทุกๆ แขนง อาทิเช่น การศึกษา การเกษตร การจราจร

การขนส่ง การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว รวมทั้งด้านการทหาร ดังนั้น กองทัพเรือจะต้องปรับตัว ปรับวัฒนธรรม


องค์กร และเปล่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างจริงจัง เพ่อเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Organization)
ที่เหมาะสมและทันสมัย โดยผู้เขียนได้ก�าหนดกรอบแนวคิดองค์ประกอบในการพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือ - สัตหีบ เป็น
กรณีศึกษา ให้เป็นพื้นที่กองทัพเรืออัจฉริยะ (Smart Navy Base) สอดรับกับแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart
City) ของรัฐบาล ซึ่งจะน�าไปสู่การบริหารจัดการเป็นเลิศ ทันสมัย เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ และบท
สรุปส่งท้าย ด้วยค�าย่อ ๗ ตัวอักษรของ D.I.G.I.T.A.L

๑. บทน�ำ (Introduction)
การก้าวเข้าสู่โลกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เขียนไว้ในหนังสือ “คลื่นลูกที่สาม” (The Third Wave) โลกยุคปฏิวัติข้อมูล
ข่าวสารของอัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ (Alvin Toffler) กล่าวโดยสรุปว่า “คลื่นลูกที่สาม” หมายถึงยุคของการปฏิวัติข้อมูล

ข่าวสาร เป็นยุคแห่งการเช่อมโยงและเข้าถึงข้อมูลจากทุกหนทุกแห่ง มีองค์ประกอบพ้นฐานด้านเทคโนโลยีเข้ามารองรับ



ท้งเคร่องคอมพิวเตอร์และโครงสร้างโทรคมนาคม เกิดเป็นชุมชนเครือข่าย ผู้คนในแต่ละมุมโลกสามารถเข้าถึงข้อมูล

๑,๒



และบริการต่างๆ ในเครือข่ายท่เช่อมต่อกันได้ เรียกว่าอินเทอร์เน็ต เป็นจุดเร่มแห่งการเปล่ยนและเกิดเป็นระบบ

เศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ขับเคลื่อนอยู่บนเครือข่าย และเกิดการเชื่อมโยงและวิวัฒนาการไปสู่การพัฒนาใน
ด้านอื่นๆ ของวิถีชีวิต ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตจะไม่ใช่แค่ส่วนเสริมส่วนหนึ่งของชีวิต แต่จะกลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้

อีกต่อไปของการใช้ชีวิต จนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการส่อสารและสารสนเทศมาอย่างต่อเน่อง และเร่มมีการ


ใช้เทคโนโลยี 5G ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ซึ่งจะท�าให้การใช้ประโยชน์ของอุปกรณ์ Internet of Things (IoT),
Sensors และอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์สวมใส่ มีมากขึ้นตามมาด้วย และเมื่อทุกอย่างเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็จะ


ทาให้รูปแบบการใช้ชีวิต การดาเนินธุรกิจ การจัดการองค์กร แม้กระท่งการบริหารจัดการและการปฏิบัติการทางทหาร





การเรยน การฝึก การรกษาความปลอดภย การแพทย์ การสาธารณสข ฯลฯ ของบคลากรทจะต้อง



เปลี่ยนแปลงไปด้วย
นาวิกศาสตร์ 52
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภำพที่ ๑ Smart City
ที่มา : https://www.engineeringtoday.net/เมืองอัจฉริยะ-smart-city-คืออะไร/
ในปัจจุบัน “เมืองอัจฉริยะ” หรือ “Smart City” เป็นกระแสที่ก�าลังมีการพัฒนากันทั่วโลก ตามภำพที่ ๑ เพราะ

เป็นเรื่องของการน�าเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับเมืองเพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างความปลอดภัยได้
มากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะของเมืองได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารถึงกันเพื่อช่วย

พัฒนาระบบบริการและการจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดในการนาเทคโนโลยีมาพัฒนาเมืองให้มีความอัจฉริยะ
(Smart) นั้น จะต้องมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาเมือง


สาหรับประเทศไทย การประกาศนโยบายขับเคล่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ท่จะเน้น





การผลักดัน Smart City ให้เป็นกลไกท่จะสร้างโอกาสในการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับพ้นท่ให้ดีข้น โดยกระทรวง


ดิจิทัลเพ่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้มอบหมายให้สานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (DEPA) เป็นหน่วย
งานที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ตั้งเป้าระยะแรกจะพัฒนา ๗ จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น
ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ ซึ่งอ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปรียบเสมือนเมืองของทหารเรือ เพราะเป็น
๓,๔
ที่ตั้งของหน่วยงานหลักของกองทัพเรือหลายหน่วยงาน ผู้เขียนเห็นว่า เพื่อให้แผนการพัฒนาตัวเมืองสัตหีบสอดคล้อง
กับแผนการพัฒนาจังหวัดชลบุรี ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จ�าเป็นต้องวางกรอบแนวความคิด แผนพัฒนาให้


พ้นท่กองทัพเรือ - สัตหีบ เป็นเมืองอัจฉริยะหน่งของจังหวัดชลบุรีด้วยเช่นกัน โดยการบูรณาการเทคโนโลยีท่สาคัญของ



Smart City คือ Internet of Things (IoT) และการบูรณาการข้อมูล Big Data จาก CCTV, IP camera, Sensors,





Intelligence Traffic System (ITS) และเทคโนโลยีท่มีความชาญฉลาดอ่นๆ เพ่อเปล่ยนแปลงให้พ้นท่กองทัพเรือ - สัตหีบ

มีความปลอดภัย และน่าอยู่ ให้เป็นพื้นที่ ที่มีการบริหารจัดการเป็นเลิศ เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพด้วย
เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ

สาหรับกองทัพเรือ ตามนโยบาย พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ น ี ้

เป็นการสานงานต่อเน่อง จากนโยบายผ้บัญชาการทหารเรอท่ผ่านมา เพ่อให้บรรลเป้าหมายตามวิสยทัศน์และ






ยุทธศาสตร์กองทัพเรือตลอดจนรวมพลังขับเคล่อนกองทัพเรือตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี ไปสู่การเป็น

นาวิกศาสตร์ 53
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔


“หน่วยงำนควำมมั่นคงทำงทะเล ท่มีบทบำทน�ำในภูมิภำคและเป็นเลิศในกำรบริหำรจัดกำร และกำรส่งมอบคุณค่ำ


ให้แก่ประชำชนและสังคม” ผู้เขียนคิดว่ากองทัพเรือจึงควรมุ่งเข้าหาโอกาสและส่งท้าทายในการขับเคล่อนกองทัพเรือ
ให้เข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างจริงจัง เพ่อเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Organization) ท่บริหารจัดการเป็นเลิศ



เหมาะสมและทันสมัย นอกจากน้ ในยุคของข้อมูลข่าวสาร (Information Age) และยุคของดิจิทัล (Digital Age) เป็นยุค
แห่งการเชื่อมโยง และเข้าถึงข้อมูลจากทุกหนทุกแห่ง รองรับเรื่องของ Internet of Things (IoT) ที่อุปกรณ์สิ่งของ
เกือบจะทุกอย่างเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์พกพาหรือหน้ากาก/แว่นสวมใส่ในโลกเสมือน ประกอบกับระบบ


การส่อสารเทคโนโลยี 5G ท่มีการประยุกต์ใช้ในประเทศไทยแล้ว อีกท้งการไหลเวียนแบบ real time ของข้อมูลขนาดใหญ่

(Big data) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับการพัฒนาเรียนรู้ขึ้นตามล�าดับ
ดังนั้น กองทัพเรือควรวางกรอบแนวคิด ปรับวัฒนธรรมองค์กรและมีวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ยุคดิจิทัล จาเป็นต้องศึกษาทบทวนสภาวะแวดล้อมของระบบดิจิทัลของกองทัพ/หน่วยงาน ในปัจจุบัน และศึกษา
วิเคราะห์ ปัจจัยส�าคัญเพื่อพัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Organization) โดยบทความนี้ ผู้เขียนจะใช้พื้นที่สัตหีบ

เป็นกรณีศึกษา ซ่งมีหน่วยงานหลักๆ ต้งอยู่หลายหน่วยงาน เช่น กองเรือยุทธการ กองการฝึก ทัพเรือภาคท่ ๑


หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสัตหีบ ท่าเรือ กองการบิน
ทหารเรือ กรมอู่ทหารเรือ ท่าเรือ โรงพยาบาลทหารเรือ สถานที่ท่องเที่ยวของกองทัพเรือ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นต้น
ให้สอดรับกับแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จังหวัดชลบุรี ด้วยเพื่อก�าหนดโครงสร้างและกรอบแนวคิด







องค์ประกอบในการพัฒนาพ้นทกองทัพเรอสัตหบให้เป็น “พนท่กองทัพเรืออจฉรยะ” (Smart Navy Base) ซงจะ





น�าไปสู่การปฏิบัติงานที่เหมาะสม ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และทันสมัยเป็นเลิศในภูมิภาคในการบริหารจัดการ
๒. นิยำมของ “พื้นที่กองทัพเรืออัจฉริยะ” (Smart Navy Base)


พ้นท่กองทัพเรืออัจฉริยะ (Smart Navy Base) หมายถึง บริเวณพ้นท่ในกองทัพเรือท่ได้นาเทคโนโลยีดิจิทัล




(Digital Technology) และนวัตกรรมท่ทันสมัยและมีความเป็นอัจฉริยะ (Smart) มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุง

กระบวนการทางาน การปฏิบัติการ การรักษาความปลอดภัยในหน่วย การฝึกหัดศึกษาอบรม การสนับสนุนการส่ง

ก�าลังบ�ารุง การคมนาคมภายในหน่วย การท่องเที่ยว การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data analytics) การบริหาร
จัดการภายในพื้นที่กองทัพเรือ ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคารสถานที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถ
เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว เพิ่มความปลอดภัย รวมทั้งการบริการแก่ก�าลังพล แต่ละหน่วยให้ครอบคลุมกว้างขวางทั่วทั้ง




พ้นท่ หรือเช่อมโยงกับหน่วยงานอ่น ๆ นอกพ้นท่หากจาเป็น โดยมีระบบการส่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เชื่อมโยง




ประมวลผล จัดเก็บ วิเคราะห์ ป้องกันและแจกจ่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของผู้ใช้ในแต่ละระดับ
๓. กำรก้ำวสู่วัฒนธรรมองค์กรดิจิทัล
เมื่อแนวโน้มขององค์กรยุคปัจจุบันก�าลังพลิกโฉมหน้าปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยี กลายเป็นองค์กรดิจิทัล
(Digital Organization) อย่างเห็นเด่นชัดเป็นรูปธรรมมากข้น การเปล่ยนผ่านขององค์กรจึงไม่อาจหมายความเพียง


แค่การลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอที อุปกรณ์ดิจิทัลใหม่ ๆ หรือการลงทุนด้านโปรแกรมและซอฟต์แวร์อันทันสมัยเพียงอย่าง
เดียวเท่านั้น แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ลงลึกไปจนถึงแก่น และหัวใจส�าคัญของการด�าเนินงาน นั่นก็คือ วัฒนธรรม



ขององค์กร (Digital Culture) ท่ต้องสอดคล้องกับการก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลให้ได้อย่างย่งยืน ก่อนอ่นผู้เขียน


อยากให้ทาความเข้าใจเก่ยวกับการเปล่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ว่าต้องมีการเปล่ยนแปลง


ไปในทิศทางใดบ้าง เพื่อจะก้าวไปสู่ผลส�าเร็จตามที่มุ่งหวังไว้
นาวิกศาสตร์ 54
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

๓.๑ ปรับกระบวนคิดดิจิทัล (Digital Mindset) ของก�าลังพลในหน่วยงาน หรืออาจเรียกว่า การตระหนักรู้ด้าน




ดิจิทัล (Digital Awareness) การปรับกระบวนการคิด วิสัยทัศน์ และความเช่อม่น ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดลงไปสู่กาลังพล

ทุกระดับ เร่มจากผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับท่ต้องน�าเสนอและทาให้กาลังพลภายในหน่วยงานของตนมองเห็นว่าการคิด



ในเชิงบริหารยุคใหม่นั้นจะต้องอยู่ในรูปแบบดิจิทัลทั้งระบบ เมื่อมีแนวทางการด�าเนินงานที่ชัดเจนแล้ว ก็ต้องลงทุนใน


ด้านงบประมาณและโครงสร้างพ้นฐานของหน่วยงานให้มีความพร้อมและสอดคล้องกับการเปล่ยนแปลงไปสู่การเป็น
องค์กรยุคดิจิทัล
๓.๒ ปรับกระบวนกำรท�ำงำนด้วยดิจิทัล (Digital Process) ระบบงานและกระบวนการต่าง ๆ ภายในหน่วย

งานจะต้องเช่อมโยงกันเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และเป็นข้อมูลชุดเดียวกันท้งหน่วย โดยมีเทคโนโลยีเป็นเคร่องมือ


ส�าคัญในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลแบบองค์รวม ข้อมูลต่าง ๆ จะไม่ถูกจัดเก็บแบบต่างคนต่างเก็บ
และต่างคนต่างใช้อีกต่อไป แต่จะต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบระบบฐานข้อมูลกลาง บนระบบคลาวด์ เพื่อลดความ
ซ�้าซ้อนในการจัดเก็บ และก�าลังพลแต่ละระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลหน่วยงานที่อัพเดตใหม่อยู่เสมอ แต่ทว่า ต้องมีการ


กาหนดสิทธ์และอานาจ (Authority) ในการเข้าถึงแต่ละคน ว่าเข้าในระบบได้ระดับไหน ดูข้อมูลได้ลึกขนาดไหน เป็นต้น

๓.๓ ปรับทักษะกำรใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Skills) หน่วยงานยุคใหม่จะลดการใช้กระดาษลงจนมีแนวโน้ม




เป็นศูนย์ในอนาคต ด้วยทรัพยากรป่าไม้ท่ลดจานวนลงส่งผลให้เราต้องใช้กระดาษอย่างประหยัดมากข้น หน่วยงานท้งหลาย





ต่างต้องลดต้นทุนในการดาเนินงาน โดยเฉพาะการส่งซ้อกระดาษเพ่อใช้งานภายในหน่วย ประกอบกับข้อมูลทุกส่งทุกอย่าง



ของหน่วยในปัจจุบันจะเก็บบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลท้งออฟไลน์ และออนไลน์ กาลังพลในหน่วยงานยุคดจทล


จึงต้องปรับตัวให้มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจนมีทักษะในการใช้เทคโนโลยี และอุปกรณ์ทันสมัยรูปแบบใหม่ ๆ


ท่อัพเดตความเคล่อนไหวอยู่เป็นระยะ รวมไปถึงการใช้ซอฟต์แวร์และโปรแกรมต่าง ๆ ในการประมวลผลข้อมูล
และป้อนคาส่งได้อย่างรวดเร็ว เพ่อให้การทางานในหน่วยงานยุคดิจิทัลเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดอยู่เสมอ




๓.๔ ปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Culture) การจะก้าวส่การเป็นองค์กรดจทลได้อย่างยงยน










หรือไม่น้น วัฒนธรรมการทางานแบบดิจิทัลมีส่วนสาคัญอย่างมาก โดยปกติแล้วหน่วยงานยุคใหม่ก็ล้วนแล้วแต่ม ี


วัฒนธรรมการทางานท่มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนงานอย่างต่อเน่อง หรือการสร้างผลงานในเชิงนวัตกรรมเพ่อแก้




ปัญหา และลดอุปสรรคในการดาเนินงานอย่างไม่หยุดน่ง หากองค์กรขับเคล่อนความเป็นดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการทางาน







ในแบบเชงลก ปัญหาและอปสรรคแบบเดม ๆ ขององค์กรกจะลดน้อยลงตามไปด้วย และเปลยนรปแบบการทางาน







ขององค์กรให้ก้าวไปในทิศทางท่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นโลกาภิวัตน์ในโลกยุคปัจจุบันได้ คือ มีท้งความเช่อมโยง
คล่องตัว สะดวก ไม่จ�ากัดเวลาและสถานที่ และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างรวดเร็ว


๓.๕ เตรยมควำมพร้อมทงระบบ เม่อผู้นา ผู้บริหารยุคใหม่ต่างมีความคาดหวังให้องค์กรเปล่ยนแปลงและก้าวไป






สู่ความเป็นดิจิทัลได้อย่างจริงแท้แน่นอน ส่งท่องค์กรจะต้องผลักดันให้เกิดการเปล่ยนแปลงขนานใหญ่ก็คือ “คน”

เพราะทรัพยากรบุคคลเป็นหัวใจสาคัญของการดาเนินงาน หากหน่วยงานไม่สามารถเช่อมโยงกาลังพลกับความเป็น






ดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกันแล้ว วัฒนธรรมองค์กรยุคดิจิทัลก็ไม่อาจเกิดข้นได้จริง นับเป็นโจทย์ท้าทายท่ทุกองค์กรต้องแก้




ให้ตรงจุด ทาอย่างไรให้กาลังพลเดิมก้าวผ่านสู่การเปล่ยนแปลงได้โดยไม่เกิดความขัดแย้ง ทาอย่างไรให้สามารถดึงศักยภาพ
ด้านดิจิทัลในตัวบุคคลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงาน และทาอย่างไรจึงจะเข้าถึง และเข้าใจคนทางานยุคใหม่


อย่างคน Gen-Y, Gen-Z ท่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มเปี่ยม เพ่อเปิดโอกาสให้พลังคนยุคใหม่ได้


ขับเคล่อนองค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างย่งยืน เพราะการสร้างวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรยุคดิจิทัลน้นต้อง





อาศัยความร่วมมือร่วมใจจากกาลังพลทุกคนในหน่วย ประกอบกับการสร้างตัวอย่างท่ดีจากผู้นาและผู้บังคับบัญชา

นาวิกศาสตร์ 55
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔






เป็นสาคัญ การส่อสาร การให้ความสาคัญ และการช้นาวิสัยทัศน์ล้วนมีผลต่อการกาหนดทิศทางของหน่วยเสมอ

เพื่อน�าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะน�าพาทั้งหน่วยงานให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
๔. กำรประยุกต์ใช้ 5G กับหน่วยงำนในพื้นที่กองทัพเรือ





เทคโนโลยี 5G ถือเป็นส่งท่คาดหวังว่าจะมาเปล่ยนวิธีการทางานของเราไปอย่างสมบูรณ์โดยนาเสนอความจุข้อมูล





ขนาดใหญ่ ความเร็วท่รวดเร็วและความหน่วงท่ตามาก 5G นับเป็นย่างก้าวท่ย่งใหญ่กว่ารุ่นก่อน ๆ ของเทคโนโลย ี


เครือข่ายไร้สาย คุณสมบัติของ 5G ไม่เพียงแต่จะเพ่มประสิทธิภาพของการส่อสาร อีกท้งยังปลดปล่อยศักยภาพ


ของระบบอัตโนมัติ ท่สาคัญจะช่วยนาไปสู่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีท่เกิดมาก่อนอย่างเช่น ความจริงเสมือน




(Augmented Reality และ Virtual Reality), ระบบคลาวด์ (Cloud system), Internet of Things (IoT)
และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) แน่นอนเครือข่ายไร้สาย 5G เริ่มถูกน�ามาใช้งานอย่างจริงจังตั้งแต่



ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ซ่งส่งผลกระทบอย่างชัดเจนในทุกระดับและนาไปสู่ความเป็นไปได้อย่างไม่มีท่ส้นสุด องค์กร




หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเตรียมความพร้อมสาหรับความเป็นไปได้ ท่การเช่อมต่อบนเครือข่ายไร้สายน้ จะมอบให้






















แก่หน่วยงานทเรวสดซงยอมรบในการเปลยนแปลงทเกดขน ผ้บรหารหรอผ้บงคบบญชาจะต้องตระหนก และเข้าใจ



เทคโนโลยีดจิทัลน้ว่านามาใช้อะไร อย่างไรได้บ้าง เพ่อให้ได้ประสทธิภาพการทางานทสูงขน รวดเร็ว และตรวจสอบ








ติดตามได้ รวมท้งการบริการ การสวัสดิการแก่กาลังพล จากผลท่ได้รับจากการเช่อมต่อบนเครือข่ายไร้สาย 5G น้นคาดว่า





จะพลิกโฉมของโลกทั้งในเชิงพาณิชย์รวมถึงด้านการทหาร (5G for Military)



จุดเด่นเครือข่าย 5G คือ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดีย่งข้น และนาผู้ใช้เข้าสู่อารยธรรมโลก
ออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์ มีพลังในการเปล่ยนแปลงการปฏิบัติงานทางทหารสามารถเพ่มความพร้อม และรองรับความ


สามารถการปฏิบัติภารกิจใหม่ ๆ ด้วยอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์สวมใส่อันเห็นได้จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ใช้ชุด
Android Assault Kit และ Battlefield Airmen เพื่อเพิ่มการรับรู้สถานการณ์ร่วมกันในแบบ Real Time อีกทั้งยัง




เพมความสามารถในการบัญชาการ ส่งเหล่าน้ถอเป็นส่งท่ยกระดบการใช้เทคโนโลยี Smart phone และ Tablet




ในรูปแบบใหม่ของทางทหารเมื่อ 5G ถูกน�ามาใช้ในทางทหาร การพัฒนากองทัพเรือ ฐานทัพเรือ ที่จะต้องเชื่อมต่อด้วย
เครือข่าย 5G แทนการเชื่อมต่อในแบบเดิมถือว่าเป็นไปได้ และเป็นโอกาสในการย้ายตัวเองจากบทบาทในศตวรรษที่
๒๐ ที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network - Centric Infrastructure) ไปสู่ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่โครงสร้างพื้นฐานนั้น
ใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นศูนย์กลาง (Information - Centric Infrastructure) ผลท่ได้จะทาให้ประสิทธิภาพการปฏิบัต ิ






งานน้นจะดีข้น และผลักดันระดับการเตรียมความพร้อมท่สูงข้น ด้วยต้นทุนท่ถูกลง (High Tech, Low Cost) อย่างเช่น

5G ท�าให้อุปกรณ์ VR ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ด้วยการหน่วงของเวลาที่ต�่ามาก จนท�าให้การควบคุมและสั่งการของ






การฝึกจาลอง (Simulation) เป็นไปในแบบ Real Time ซ่งการใช้เทคโนโลยีน้ท่ต้นทุนตาเพ่อพัฒนาทักษะการเดินเรือ





เทียบเรือ จอดเรือ ท้งเรือผิวนา เรือดานา ของนายทหารพรรคนาวิน และทักษะการบินเบ้องต้นของศิษย์




การบินทหารเรือก่อนท่จะเร่มปฏิบัติจริง ด้วยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทสวมใส่อย่างอุปกรณ์ แว่น VR แบบจอ

สวมบนศีรษะ (Head-Mounted Displays: HMDs) แทนการใช้เครื่องฝึกจ�าลอง นั้นจะท�าให้การฝึกมีประสิทธิภาพ
ที่มากขึ้น ฝึกได้ทีละหลาย ๆ คน และมีต้นทุนที่ถูกลง ตามในภำพที่ ๒ ซึ่งในพื้นที่สัตหีบ ก็เป็นที่ตั้งของกองการฝึก
กองเรือยุทธการ (กฝร.กร) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการฝึกต่างๆ ของกองทัพเรือด้วย รวมทั้งมีกองการบินทหารเรือ
อยู่ในพื้นที่สัตหีบเช่นเดียวกัน จ�าเป็นต้องน�าเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการ
ฝึกศิษย์การบินในอนาคตอย่างแน่นอน
นาวิกศาสตร์ 56
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภำพที่ ๒ การฝึกบินเฮลิคอปเตอร์จ�าลองโดยการสวมอุปกรณ์แว่น VR
ที่มา : https://warisboring.com/air-force-helicopter-pilots-pas sing-training-program-six-weeks-early-thanks-tovirtual-reality/




อีกประการหน่ง สาหรับฐานทัพเรือในการปรับปรุงการปฏิบัติงานเข้าสู่โครงสร้างพ้นฐานท่ใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็น
ศูนย์กลางก็คือ การปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลในทุกระดับ (Improving Supply Chain Visibility) โดยที่เครือข่าย 5G























นนรองรบแอพพลเคชนข้นสงทนามาใช้บนอปกรณ์พกพาทงการทางานภายในและโดยรอบพนทฐานทพเรอ ซงเจ้า
หน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ด้านการซ่อมบ�ารุงนั้นสามารถใช้ข้อมูลบน Tablet ที่มีความปลอดภัยภายใน




สภาพแวดล้อม 5G ท่ปลอดภัยในแบบ Real Time เพ่อตรวจดูแผนการฝึก แผนปฏิบัติการ ส่งของคงคลังการใช้ช้นส่วน
ของอะไหล่ ตรวจดูแผนการบ�ารุงรักษา การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ ผ่านการเชื่อมโยงบนเครือข่าย 5G ได้
นอกจากน้ยังใช้ตรวจดูข้อมูลยุทโธปกรณ์ทางทหารท่ประจาการอยู่ในฐานทัพ/หน่วยต่างๆ ได้ และท่สาคัญสามารถ





ใช้อุปกรณ์พกพาอย่าง Tablet เพื่อตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยและความสมบูรณ์ ในการบริหารด้านการซ่อม
บ�ารุง อาทิ การติดตั้งเซ็นเซอร์เข้ากับเครื่องยนต์ของเรือรบ /อากาศยานแล้วส่งข้อมูลในแบบ Real Time ผ่านเครือ






ข่าย 5G เก่ยวกับเคร่องยนต์กลับมามอนิเตอร์ท่ภาคพ้นข้อมูลเหล่าน้สามารถท่จะเรียกดูผ่าน Tablet เพ่อเฝ้าระวังหาก

มีการท�างานที่ผิดพลาด ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรงอีกทั้งยังใช้ในการวิเคราะห์อันน�าไปสู่การป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุที่
จะท�าให้เกิดความเสียหายได้

ในด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลทหาร ซ่งในอาเภอสัตหีบ มีโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ เป็นโรงพยาบาล


ทหารเรือขนาดใหญ่ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ การผ่าตัดระยะไกล (Remote Robotic
Surgery) 5G จะยกระดับการแพทย์ของโรงพยาบาลทหารในรูปแบบการรักษาทางไกล (Telehealth) อาทิ การผ่าตัด

















ขามจงหวด ขามพนท และคาดวาอปกรณทางการแพทยจะเกดขนภายในอนาคตอนใกลน อนหมายถงในอนาคตอนใกล ้





การแพทย์จะเข้าถึงผู้คนทั่วโลกท�าให้คุณภาพชีวิตของข้าราชการทหารและครอบครัวนั้นดีขึ้นเนื่องจากเทคโนโลยี 5G
จะเชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ป่วยแม้ว่าจะอยู่กันคนละสถานที่ก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนี้จะท�าให้กองทัพนั้นสามารถปฏิบัติ
งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕. กรอบแนวคิดกำรในพัฒนำพื้นที่กองทัพเรือ - สัตหีบ เป็น Smart Navy Base




ตามท่ผู้เขียนได้นิยาม พ้นท่กองทัพเรืออัจฉริยะ (Smart Navy Base) ไว้ข้างต้นว่า หมายถึง บริเวณพ้นท่ใน

นาวิกศาสตร์ 57
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔




กองทัพเรือท่ได้นาเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมท่ทันสมัยและ
มีความเป็นอัจฉริยะ (Smart) มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุง









กระบวนการทางาน การปฏบตการ เพอเพมประสทธภาพ เพม




ขีดความสามารถ เพ่มความสะดวกรวดเร็ว เพ่มความปลอดภัย

รวมทั้งการบริการแก่ก�าลังพล แต่ละหน่วยให้ครอบคลุมกว้าง
ขวางทั่วทั้งพื้นที่นั้น จะต้องออกแบบโครงสร้างพื้นฐานระบบ

ดิจิทัล (Digital Infrastructure) ในบริเวณพ้นท่กองทัพเรือ

โดยผู้เขียนได้ก�าหนดพื้นที่สัตหีบ เป็นกรณีศึกษาก่อน เพื่อให้
สอดรับกับแผนนโยบายของรัฐบาลในเร่องของ Smart City

จังหวัดชลบุรี โดยต้องมีการจัดหาทรัพยากรดิจิทัลร่วมกัน



ภายในพ้นท่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความซาซ้อนในการ

ลงทุน ด้วยการใช้ สถำปัตยกรรมองค์กร (Enterprise ภำพที่ ๓ องค์ประกอบของ Smart Navy Base

Architecture: EA) บูรณาการข้อมูลและทรัพยากรร่วมกัน โดยเป้าหมายของ EA ก็คือการสร้างสภาวะแวดล้อม
เทคโนโลยีสารสนเทศ ของหน่วยงานให้มีมาตรฐานทางฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เข้ากันได้ ข้ามหน่วยงานข้ามฟังก์ชั่น


งานภายในพ้นท่กองทัพเรือสัตหีบ และหน่วยงานภายนอกได้อย่างประสานสอดคล้อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของ
ผู้บังคับบัญชาและก�าลังพล ภายใต้แนวคิดการพัฒนาท�างานทันสมัย พื้นที่น่าอยู่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ก�าลังพล



อยู่ดี มีสุข ปลอดภัย โดยมีกรอบแนวคิดขององค์ประกอบ Smart Navy Base ๖ องค์ประกอบด้วยกัน ดังน (ภำพท่ ๓)
๕.๑ กำรรักษำควำมปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) กล่าวคือ การเข้า-ออกหน่วยงานแต่ละที่ หากเป็น





รถยนต์ เรมเปลยนสตกเกอร์ตดรถยนต์ให้เป็นระบบ RFID การเปลยนบตรประจาตวข้าราชการให้เป็นระบบ RFID






ระบบผ่านเข้า-ออกจะต้องเป็นระบบอัตโนมัติที่ตรวจสอบจาก RFID ได้ และน�าเทคโนโลยีระบบจดจ�าใบหน้า (Face
Recognition) มาใช้งานในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านระบบการรักษาความปลอดภัยด้วย โดยทั่วไประบบรู้
จาใบหน้าจะประกอบไปด้วย ๒ ข้นตอนคือ การตรวจจับใบหน้า (Face Detection) และการรู้จาใบหน้า (Face



Recognition) (๑) การตรวจจับใบหน้า (Face Detection) คือกระบวนการค้นหาใบหน้าของบุคคลจากภาพหรือวิดีโอ







จากน้นก็จะทาการประมวลผลภาพใบหน้าท่ได้สาหรับข้นตอนถัดไปเพ่อให้ภาพใบหน้าท่ตรวจจับได้ง่ายต่อการจาแนก

และ (๒) การรู้จ�าใบหน้า (Face Recognition) คือกระบวนการที่ได้น�าภาพใบหน้าที่ตรวจจับได้และประมวลผลแล้ว

จากข้นตอนการตรวจจับใบหน้า มาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของใบหน้าเพ่อระบุว่าใบหน้าท่ตรวจจับได้ตรงกับบุคคใด


ตามในภำพที่ ๔ ดังนั้นโปรแกรมจดจ�าใบหน้า คือ ระบบที่ท�าการวิเคราะห์ใบหน้าที่ถูกตรวจจับได้ ในขณะที่เดินผ่าน



กล้องน้นว่าตรงกับใบหน้าของบุคคลใด และทาการเปรียบเทียบกับภาพในฐานข้อมูลท่มี เทคโนโลยีการรู้และจาใบหน้า



นอกจากจะนามาใช้ในด้านรกษาความปลอดภยแล้ว ยังสามารถนามาประยุกต์ใช้งานได้อีกหลากหลายกรณ เช่น






ในคลังแสง ในอาคารจอดรถ เป็นต้น สาหรับบุคคลภายนอกก็สามารถแลกบัตรประจาตัว แล้วใช้เทคโนโลยีจดจาใบหน้า
ในการเข้ามาใช้พื้นที่ในเขตทหาร ไม่ว่าจะเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือ ติดต่อราชการ เทคโนโลยีระบบการจดจ�า
ใบหน้า จะช่วยติดตามได้ตลอด (People Tracking) หากมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ หรือต้องสงสัยอาจก่อเหตุร้ายได้




๕.๒ โครงสร้ำงพ้นฐำนอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) ในพ้นท่กองทัพเรือในสัตหีบน้ จะวางโครงสร้าง
พื้นฐานอัจฉริยะ ด้วยอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) และ ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port) มีระบบต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อ
ไปยังฐานข้อมูลบนคลาวด์ จากแผงควบคุมอัจฉริยะ ไปสู่ระบบจัดเก็บอันชาญฉลาด จากระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ
นาวิกศาสตร์ 58
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภำพที่ ๔ Face Detection System

ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/470766967295054579
ไปสู่ สวิทช์ วาล์ว และเซ็นเซอร์ เป็นอาคารประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานสะอาด เช่น solar roofs ติดตั้งแผงบน
ดาดฟ้า/หลังคา มีการใช้เสาไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Light Pole) ดังแสดงในภำพที่ ๕ ตามถนน และท่าเรือภายในพื้นที่


ซ่งเสาต้น ๆ หน่งจะประกอบด้วยกล้อง IP camera, HD CCTV, Solar panel, แบตเตอร่, ลาโพงกระจายเสียง,



แผงควบคุมระบบไฟฟ้า และส�ารองไฟประจ�าเสา, ระบบเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi, Airbox ที่มีตัวเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ
ความชื้นสัมพัทธ์ และค่าฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นต้น มีการติดตั้งอุปกรณ์ IoT ให้กระจายไปทั่วทั้งในอาคาร นอกอาคาร







ท่าเทยบเรือ มระบบควบคุมพลังงานอตโนมัตระบบควบคุมพลงงานอตโนมัต และแผงวงจรกริดอัจฉริยะ (Smart Grid)
ระบบการกระจาย และจัดสรรพลังงาน และการบูรณาการพลังงานทดแทนต่าง ๆ ให้ทางานร่วมกัน ได้สร้างความ


ท้าทายใหม่ ๆ ในเร่องของความปลอดภัย และความน่าเช่อถือของระบบท่จะใช้รองรับ ด้วยระบบควบคุมพลังงาน


อัตโนมัติและแผงวงจรกริดอัจฉริยะ ดังแสดงในภำพที่ ๖



















ภำพที่ ๕ ระบบเสาไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Light Pole)



นาวิกศาสตร์ 59
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภำพที่ ๖ Smart Port and Smart Grid

๕.๓ กำรศึกษำอัจฉริยะ (Smart Education) เนื่องจากพื้นที่กองทัพเรือในสัตหีบนั้น เป็นที่ตั้งของ กองการฝึก






กองเรือยุทธการ มีภารกิจหน้าท่ดาเนินการฝึกกาลังพล พัฒนาการฝึก จัดทาแบบฝึกและคู่มือการฝึกต่าง ๆ ท่เก่ยวข้อง
ตลอดจนด�าเนินการฝึกก�าลังพลทดแทน และก�าลังพลส�ารองให้แก่ กองเรือยุทธการ ดังนั้น เนื้อหาการเรียนการสอน


ต้องเปล่ยนแปลงไปจากการใช้กระดาษไปสู่รูปแบบท่เป็นเทคโนโลยีดิจิทัล กองการฝึก ฯ เองก็ต้องมองหาหนทางใหม่ ๆ
ในการสร้างสรรค์สื่อการเรียนการสอนและการน�าสื่อเหล่านี้มาใช้สอนผู้เรียนให้ได้ อาทิเช่น
๕.๓.๑ หนังสือและสื่อการเรียนแบบดิจิทัล การแจกเอกสารการเรียนการสอนในรูปแบบของไฟล์ PDF, DOCX,





PPTX, วีดีโอ และทาการส่งต่อผ่านบริการ Cloud ก็ได้เร่มกลายเป็นแนวทางพ้นฐานท่ถูกใช้กันในปัจจุบัน ซ่งในอนาคต
เอกสารการเรียนการสอนเหล่านี้ก็จะถูกเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การเป็น Immersive Textbook ที่สามารถถูกใช้เรียนรู้ได้
ทั้งใน และนอกห้องเรียน รวมถึงเปิดให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง

๕.๓.๒ การสร้าง และใช้ส่อการเรียนแบบดิจิทัล อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงจะถูกนามาใช้บันทึกการเรียน

การสอนที่เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เทคโนโลยีอย่าง Smart Whiteboard เองก็จะช่วยให้สามารถบันทึกเนื้อหา
การสอนทั้งการเขียนกระดาน, การเปิดไฟล์น�าเสนอ หรือการเปิดวีดีโอให้ผู้เรียน ผู้รับการฝึกดูนั้นง่ายขึ้น
๕.๓.๓ การน�าเทคโนโลยี Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) และ Mixed Reality (MR) มาใช้
การเรียนการสอน ซึ่งสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้ แม้แต่วีดีโอแบบ ๓๖๐ องศาเองก็จะถูกน�ามาใช้ในการสอนด้วย


เช่นกัน จะทาให้ลดการใช้จ่ายในการเรียนการฝึกปฏิบัติในสถานท่จริงมากมาย โดยเฉพาะการฝึกเดินเรือ การฝึกนักบิน
การฝึกเรือด�าน�้า การฝึกยิงปืนเรือ เป็นต้น ก่อนที่จะไปฝึกปฏิบัติจริง ดังแสดงในภำพที่ ๗


















ภำพที่ ๗ ตัวอย่างการน�าเทคโนโลยี AR / VR มาประยุกต์ใช้กับการฝึกปืนกลเรือ
ท่มา : https://www.roadtovr.com/gunnar-live-fire-test-shows-ar-can-revolutionize-decades-old-combat-procedures/


นาวิกศาสตร์ 60
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔




๕.๓.๔ ส่อสารภายในช้นเรียนด้วยแนวคิด Connected Classroom ครูและนักเรียนจะต้องมีแนวทางการส่อสาร
ระหว่างกันในรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การสื่อสารสอบถามประเด็นต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง
ในและนอกห้องเรียน




๕.๓.๕ การเรียนรู้ผ่านเกมส์ เพ่อให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจมากย่งข้น การเรียนรู้ผ่านเกมส์น้นก็จะกลาย
มาเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยดึงความสนใจจากผู้เรียนและผู้ได้รับการฝึกได้ดี

๕.๓.๖ การทาแบบทดสอบออนไลน์ การทดสอบเพ่อช้วัดผลการเรียนรู้ของผู้เรียนน้นจะสามารถเกิดข้นได้ทุกท ี ่




ทุกเวลาผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเทคโนโลยีส�าหรับป้องกันการโกงการสอบแบบออนไลน์นั้นก็จะถูกน�ามาใช้งานด้วย
๕.๔ กำรดูแลสุขภำพท่ชำญฉลำด (Smart Healthcare) แม้เราจะเห็นโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในปัจจุบัน


ได้พัฒนาคุณภาพบริการโดยเฉพาะการนาเทคโนโลยีมาใช้ในด้านต่าง ๆ ท้งระบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วยท่แพทย์ และพยาบาล


สามารถเข้าถึงและอัพเดทข้อมูลการรักษา การให้ยา ฯลฯ ได้แบบ Real time เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด แต่




ข้อมูลเหล่าน้นยังถูกจากัดการเช่อมโยงใช้งานเพียงในเฉพาะสาขาหรือในโรงพยาบาลน้น ๆ เท่าน้น ซ่งหากมีการบูรณาการ



ข้อมูลผู้ป่วยเข้าด้วยกัน และเช่อมโยงข้อมูลได้กับทุกโรงพยาบาลในประเทศ จะช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย
ในการเข้ารักษาพยาบาลโดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินได้เป็นอย่างมาก ในกรณีของโรงพยาบาลทหารเรือก็เช่นกัน ในปัจจุบัน
ข้อมูลของผู้ป่วยแต่ละโรงพยาบาลทหารเรือยังไม่เช่อมโยงกัน กล่าวคือ หากผู้ป่วยท่เคยรักษาตัวหรือตรวจสุขภาพ



ร่างกายท่ ร.พ. ทหารเรือในกรุงเทพ ก็จะไม่มีข้อมูลลิงค์ไปถึง การรักษาตัวท่สัตหีบ เรียกได้ว่าตรวจรักษาท่ใด ก็มีข้อมูล







เฉพาะท่โรงพยาบาลน้น จาเป็นต้องบูรณาการให้เช่อมโยงข้อมูลของกาลังพลแต่ละคน ทุก ๆ โรงพยาบาลท่เคยไปตรวจ


หรือรักษา และจะต้องออกแบบระบบฐานข้อมูลส่วนบุคคลท้งหมดแบบบูรณาการ ท้งข้อมูลส่วนตัว หน่วยสังกัด

ประวัติการท�างาน ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการตรวจสุขภาพประจ�าปี การรักษาพยาบาลที่ผ่านมา ยาที่แพ้ โรคประจ�า
ตัวการท�าประกันชีวิต ประกันสุขภาพส่วนบุคคล (หากมี) รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19 หรือ วัคซีน
ป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
ในภำพที่ ๘ เรื่องการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) นั้น นอกจากเทคโนโลยี IoT ปฏิวัติอุปกรณ์ที่
เชื่อมต่อและเทคโนโลยีที่สวมใส่ประจ�าตัว ได้ท�าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถตรวจสอบผู้ป่วยจากระยะ
ไกลด้วยเซ็นเซอร์และใช้ข้อมูลทางการแพทย์ของพวกเขาส�าหรับการวินิจฉัยการรักษาและใบสั่งยา เช่น สายรัดข้อมือ/
นิ้วมือ เพื่อวัดความดันโลหิต วัดค่าน�้าตาล วัดการนอนหลับ วัดจังหวะการเต้นของหัวใจ เป็นต้น การดูแลสุขภาพที่
ชาญฉลาดก็ยังมีการเปลี่ยนกระบวนทางการแพทย์สาหรับยุคดิจิทัล IoT และบริการด้านการดูแลสุขภาพบนคลาวด์
















สงเสรมการตรวจสอบผปวยและการสงมอบการดแลสขภาพทด ซงมความสาคญตอการใหบรการดานการดแลสขภาพ







ในศตวรรษ ท่ ๒๑ เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่าน้ ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์แอพพลิเคช่นและบริการไม่เพียงแต่



ช่วยให้ผู้ป่วยรู้วิธีการจัดการสุขภาพและชีวิตตนเองท่ดีเท่าน้น แต่ยังช่วยให้โรงพยาบาลได้ยกระดับกระบวนการทางาน






ทางสาธารณสุขได้ดีข้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างย่ง หากมีโรคติดต่อร้ายแรงระบาดอยู่ เทคโนโลยีเหล่าน้ จะช่วย
อัพเดทข้อมูลได้รวดเร็ว และเป็นประโยชน์กับการติดตามเฝ้าดูแล และยังสามารถตรวจวัดผ่านระบบทางไกล โดย
ไม่ต้องมาโรงพยาบาลอีกด้วย นอกจากนั้น การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ยังช่วยในการรายงานและตรวจสอบไปพร้อมกัน

กับการเช่อมต่อแบบ end-to-end และความสามารถเช่อมโยงการจัดประเภทและการวิเคราะห์ข้อมูลความช่วยเหลือ

ทางการแพทย์ระยะไกล การติดตาม และการแจ้งเตือน อุปกรณ์ท่เก่ยวข้องกับเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์



สาหรับระบบการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ ได้รับการเปิดเผยเพ่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยใน



และผูปวยนอก ผลการวิจัยพบวาโทรศัพทมือถือ ที่มีความสามารถระบุตัวดวยคลื่นความถี่วิทยุ (RFID) สามารถใชเปน





แพลตฟอร์มส�าหรับการส่งมอบการดูแลสุขภาพที่ดีเยี่ยม
นาวิกศาสตร์ 61
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ภำพที่ ๘ Smart Healthcare
๕.๕ ระบบขนส่ง และจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) คือ ระบบที่ใช้เทคโนโลยี


สารสนเทศ และการส่อสาร มาช่วยในการจัดการในระบบคมนาคม การขนส่ง และจราจร เพ่อช่วยในการเพ่ม

ประสิทธิภาพของระบบบนท้องถนน เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย และช่วยลดการติดขัดของการจราจร ฟังก์ชัน
ของระบบ ฯ อาทิ
๕.๕.๑ ในภำพที่ ๙ เมื่อมีรถยนต์เข้ามาในเขตทหาร หากเป็นรถที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว จะมี RFID ประจ�ารถอยู่

สามารถติดตาม (Tracking) แต่หากเป็นรถยนต์บุคคลภายนอกท่เข้ามาติดต่อราชการ เราสามารถกาหนดเส้นทางการเดินรถ


และติดตามรถด้วยระบบ tracking และ กล้อง IP camera ท่มีติดอยู่ตามเสา Smart Light Pole หากขับออกนอกเส้นทาง
จะถูกแจ้งเตือนทันที หรือเมื่อยานพาหนะมีปัญหาข้อขัดข้อง


























ภำพที่ ๙ การตรวจจับและติดตามคน-ยานพาหนะที่เข้ามาในเขตพื้นที่กองทัพเรือ


นาวิกศาสตร์ 62
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔




๕.๕.๒ ประเมินการขับข่ บันทึกลักษณะการขับรถของผู้ขับข่ในพ้นท่กองทัพเรือ ว่าก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่



และน�ามาประเมินผลเป็นคะแนนในภายหลังได้ สาหรับบุคคลภายนอกท่เข้ามา หากขับรถผิดกฏจราจรบ่อย ๆ
ในหน่วยทหาร ก็จะขึ้นเป็น blacklist สามารถปฏิเสธการให้เข้ามาครั้งต่อไปได้ ด้วยระบบการตรวจสอบที่รองรับไว้
๕.๕.๓ มีระบบ Smart Parking ที่ผู้ขับขี่สามารถทราบได้มีสถานที่ใดบ้างที่สามารถจอดรถได้ ที่จอดยังว่างอยู่



๕.๕.๔ วิเคราะห์อุบัติเหตุ เม่อเกิดอุบัติเหตุสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขับข่และการเฉ่ยวชนจากเซ็นเซอร์ในแต่ละ
จุดของรถได้
๕.๕.๕ ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data analytics) สามารถวิเคราะห์ยานพาหนะและผู้ขับขี่ได้
๕.๕.๖ ป้องกันการขโมย เจ้าของรถสามารถสั่งดับเครื่องยนต์ได้จากทุกที่ผ่าน Smart Drive
๕.๕.๗ ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายเซิร์ฟเวอร์และการดูแลระบบ เพราะเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้บนคลาวด์


๕.๖ ระบบกำรจัดกำรกำรท่องเท่ยวกองทัพเรืออัจฉริยะ (Smart Navy Tourism System) เน่องจากกองทัพเรือ



ในพ้นท่สัตหีบ มีแหล่งทัศนศึกษาเพ่อเรียนรู้ เช่น ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ พิพิธภัณฑ์เกาะไทย และมีแหล่ง




ท่องเท่ยวทางธรรมชาติท่สวยงาม ทงเกาะแก่ง ชายหาด และสถานท่พกตากอากาศ รีสอร์ท เป็นต้น ซ่งเปิดให้ประชาชน





ท่วไปได้เข้าไปท่องเท่ยว พักผ่อนหย่อนใจ และทัศนศึกษาได้ จะมีนักท่องเท่ยวแวะเวียนไปเท่ยวเสมอๆ โดยเฉพาะอย่าง


ยิ่งช่วงวันหยุด อาทิ เกาะขาม เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่กองทัพเรือได้จ�ากัดจ�านวนคนที่จะขึ้นไป



เท่ยวเกาะได้แต่ละวัน บางวันมีนักท่องเท่ยวไปรอคอยเพ่อจะไปข้นเรือไปเกาะขาม แต่ไม่สามารถไปได้ เพราะถูกจากัด


จ�านวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ นอกจากนั้น สถานที่พักตากอากาศชายทะเลในพื้นที่สัตหีบ ก็มีความนิยม จะท�าการจอง
ยาก ไม่ได้รับความสะดวก ดังน้น แนวความคิดท่จะวางระบบบริหารจัดการท่ดีโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ



การส่อสารมาช่วย ดังน้น Smart Navy Tourism System จึงควรเกิดข้นโดยเร็ว เช่น การสร้างแอปพลิเคชันเพ่อ




นักท่องเที่ยวหน่วยงาน สถาบันการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ดาวน์โหลดได้ ส�าหรับการจองสถานที่ จองเวลา จองทัวร์
ห้องพัก จองตั๋วขึ้นเรือไปเกาะ จองห้องอาหารของสวัสดิการกองทัพเรือ เป็นต้น นอกจากนั้น จะต้องมีข้อมูล ข่าวสาร
ที่จ�าเป็น ที่ควรรู้ รวมทั้งองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ ด้วยระบบการสแกน QR code มีค�าอธิบาย
หรือคลิปวีดีโอประกอบ เป็นต้น
๖. บทสรุป


แนวความคิดในการพัฒนาพ้นท่กองทัพเรือ - สัตหีบ ให้เป็น Smart Navy Base น้น ผู้เขียนขอสรุปด้วยความหมาย

ของค�าย่อของ “D.I.G.I.T.A.L” ๗ ตัวอักษร ดังนี้
D : Digital Mindset ก่อนอื่นต้องปรับกระบวนคิดของก�าลังพลในหน่วย หรืออาจเรียกว่า การตระหนักรู้ด้าน
ดิจิทัล (Digital Awareness) เป็นการปรับกระบวนคิด วิสัยทัศน์ และความเชื่อมั่น ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดลงไปสู่







กาลงพลทุกระดับ เรมจากผบงคบบัญชาทต้องนาเสนอและทาให้กาลงพลภายในหน่วยงานมองเหนว่าการคิดการจดการ







ู้
ในเชิงบริหารยุคใหม่น้นจะต้องอยู่ในรูปแบบดิจิทัลท้งระบบ ซ่งผู้เขียนคิดว่า คา ๆ น้ เป็น Key Factor Success สาหรับ






การเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)




I : (Network) Infrastructure ในพ้นท่กองทัพเรือในสัตหีบน้ การวางโครงสร้างระบบเครือข่ายเพ่อการเช่อมโยง



ระหว่างอุปกรณ์ต้งแต่ 2 โครงข่ายเข้าด้วยกันส�าหรับการแลกเปล่ยนส่อสารข้อมูล สาหรับโครงสร้างระบบเครือข่ายพ้นฐาน



ทั่วโลกนับเป็นปัจจัยที่ส�าคัญ การวางโครงสร้างที่ดีจะช่วยท�าให้การเลือกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันมีการท�างานอย่าง
เป็นระบบ มีศักยภาพ และมีระบบ network infrastructure management system ช่วยในการตรวจสอบ
นาวิกศาสตร์ 63
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔


เพ่อป้องกันระบบมีปัญหา โดยการใช้ สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) บูรณาการข้อมูล
และทรัพยากรร่วมกัน แล้วสร้างสภาวะแวดล้อมเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหน่วยงานให้มีมาตรฐานทางฮาร์ดแวร์





และซอฟต์แวร์ท่เข้ากันได้ ข้ามหน่วยงานข้ามฟังก์ช่นงานภายในพ้นท่กองทัพเรือสัตหีบ และหน่วยงานภายนอกได้อย่าง
ประสานสอดคล้อง


G : (5)G Technology การนาเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ ในการสนับสนุนการเตรียมกาลัง การบริหารจัดการ



การบารุงรักษา การฝึก การดูแลรักษาความปลอดภัย และการแพทย์ เป็นต้น ผลจะทาให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถส่อสาร




และสามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ซ่งจะนาไปสู่การปรับปรุงพัฒนาพ้นท่กองทัพเรือท่เช่อมโยงกันมาก และ 5G


ท�าให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์มีความหน่วงของเวลาที่ต�่ามาก จนท�าให้การควบคุม และสั่งการของ







การฝึกจาลอง (Simulation) เป็นไปในแบบ Real Time ซ่งการใช้เทคโนโลยีน้ท่ต้นทุนตา เพ่อพัฒนาทักษะการเดินเรือ
เทียบเรือ จอดเรือ ทั้งเรือผิวน�้า เรือด�าน�้า และทักษะการบินเบื้องต้นของศิษย์การบินทหารเรือก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติจริง
I : Internet of Things (IoT) เป็น วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งของเครื่องใช้ และสิ่งอ�านวยความสะดวกในชีวิต

อ่น ๆ ท่มนุษย์สร้างข้น โดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเช่อมต่อกับเครือข่าย





ซ่งวัตถุส่งของเหล่าน้ สามารถเก็บบันทึก และแลกเปล่ยนข้อมูลกันได้ อีกท้ง สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม และถูกควบคุม







ได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพ้นฐานการเช่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์การส่อสารอ่น ๆ ถือเป็นอุปกรณ์
ส�าคัญอย่างยิ่งที่ขาดไม่ได้ของ Smart City หรือ Smart Navy Base และเครือข่ายไร้สาย 5G


T : Tracking system ระบบการติดตาม เม่อมีรถยนต์เข้ามาในเขตทหาร หากเป็นรถท่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว จะม ี
RFID ประจ�ารถอยู่ สามารถติดตาม (Tracking) แต่หากเป็นรถยนต์บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ เราสามารถ
ก�าหนดเส้นทางการเดินรถ และติดตามรถด้วยระบบ Tracking และ กล้อง IP camera ที่มีติดอยู่ตามเสา Smart Light
Pole หากขับออกนอกเส้นทางจะถูกแจ้งเตือนทันที หรือเมื่อยานพาหนะมีปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อรักษาความปลอดภัย
และลดความเสี่ยงในการถูกก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม ในหน่วยงานราชการในพื้นที่สัตหีบ
A : Augmented Reality (AR) / Virtual Reality (VR) การใช้เทคโนโลยี AR / VR มาประยุกต์ใช้ในการเรียน










การสอน การฝึกให้มากขน โดยเฉพาะหน่วยงาน กองการฝึก กองเรอยทธการ เพอเพมประสทธภาพการเรยน


การฝึกปฏิบัติ จะทาให้ลดการใช้จ่ายในการเรียนการฝึกปฏิบัติในสถานท่จริงด้วย โดยเฉพาะการฝึกเดินเรือ การฝึกนักบิน

และการฝึกเรือด�าน�้า เป็นต้น


L : Learning Organization (LO) องค์การการเรียนรู้ เป็นองค์การท่ซ่งคนในองค์การได้ขยายขอบเขต




ความสามารถของตนอย่างต่อเน่อง ท้งในระดับบุคคลระดับกลุ่มและระดับองค์การเพ่อนาไปสู่จุดหมายท่บุคคลในระดับต่าง ๆ


ต้องการอย่างแท้จริงเป็นองค์กรท่มีความคิดใหม่ ๆ และการแตกแขนงของความคิดได้รับการยอมรับเอาใจใส่









และเป็นองค์กรท่ซ่งบุคคลเรียนรู้อย่างต่อเน่อง ในเร่องของวิธีการท่จะเรียนรู้ไปด้วยกันท้งองค์การ ซ่งในพ้นท่กองทัพเรือ
ที่ได้วางระบบข้อมูลสารสนเทศเป็นศูนย์กลาง (Information- Centric) มีข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้มากมายในระบบ


สารสนเทศ บคคลในหน่วยงานต้องเรยนร้อย่างต่อเนอง ร้จกพฒนาขดความสามารถตนเอง มความคดใหม่ ๆ









เพื่อพัฒนาหน่วยงานของตน เป็นต้น

ดังนั้น การพัฒนาพื้นที่กองทัพเรือให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและมีการบริหารจัดการเป็นเลิศ เป็น Smart

Navy Base ในยุคดิจิทัลเพ่อประสานสอดคล้องกับแผน และนโยบายการพัฒนาเมือง Smart City ของรัฐบาลน้น

ผู้น�าหรือผู้บริหารสูงสุดจะอาศัยแค่ความรู้ และภาวะผู้น�าแบบเดิม ๆ ดูจะไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนองค์กร หน่วยงาน
นาวิกศาสตร์ 64
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ในยุคนี้แล้ว ผู้เขียนคิดว่า ทักษะที่ผู้น�าหรือผู้บริหารในยุคดิจิทัลต้องมีเพิ่มเติมในการบริหารก็คือ ความสามารถในการ



นาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้กับองค์กร หน่วยงานได้ และท่สาคัญคือ การตระหนักรู้ด้านดิจิทัล (Digital Awareness)
งานท่ยากท่สุดไม่ใช่การแก้ปัญหาทางการเงิน หรือพัฒนานวัตกรรมใหม่ แต่คือปลูกจิตสานึก และการปลุกเร้าให้กาลังพล






ทุกระดับเข้าใจ กระบวนการคิด วิสัยทัศน์ และความเช่อม่น ในการพัฒนาเปล่ยนแปลงองค์กรสู่ Digital Transformation

ซึ่งแนวคิดของการพัฒนาที่ท�างานให้ เป็น Digital Workplace นั้น ไม่เพียงแต่ท�าให้เกิดความแตกต่างทางกายภาพ





เท่าน้น แต่ยังทาให้รูปแบบการทางานจะแตกต่างจากแต่เดิม ท่จะเป็นลักษณะของการแบ่งปันข้อมูลกันมากข้น
มีโครงสร้างขององค์กรน้อยลง (More flat) รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมารองรับ
Digital Workplace ก็จะมี ตอบสนองความต้องการที่ Real-time มากขึ้น และอัตโนมัติมากขึ้นกว่าเดิม จ�าเป็นต้องมี
การออกแบบโครงสร้างระบบเครือข่ายพ้นฐาน (Network Infrastructure) ครอบคลุมพ้นท่กองทัพเรือของสัตหีบ





ท้งหมด โดย จาเป็นต้องใช้หลักการ สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) บูรณาการข้อมูลและ



ทรัพยากรร่วมกัน และท้ายท่สุดต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ท่ซ่งกาลังพลในหน่วยสามารถ





ขยายขอบเขตความสามารถของตนอย่างต่อเน่อง ทงในระดับบุคคล ระดับกอง และระดบหน่วยงาน เป็นองค์กรทม ี


ความคิดใหม่ ๆ และการแตกแขนงของความคิดได้รับการยอมรับเอาใจใส่ และเป็นองค์กรท่ซ่งกาลังพลเรียนรู้




อย่างต่อเน่อง หน่วยงานถึงจะสามารถปรับเปล่ยน พัฒนา ปรับปรุงได้ทันต่อการเปล่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ


ท่เข้ามา ซ่งจะส่งผลให้กองทัพเรือ มีการบริหารจัดการเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์ และแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ของกองทัพเรือ


จากการคิดริเริ่มคิดวางแผน และนโยบายจากระดับพื้นที่สัตหีบก่อน
๗. เอกสำรอ้ำงอิง
๑. Alvin Toffler. (1980). The Third Wave. First edition. United States.
๒. รัฐ ปัญโญวัฒน์. (๒๕๖๑, ๑๖ พฤษภาคม). The Third Wave คลื่นลูกที่สามแห่งยุคอินเตอร์เน็ต. สืบค้นจาก
https://rath.asia/2018/05/steve-case-the-third-wave
๓. ส�านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๑, ๑๘ มิถุนายน). ยุค Smart City ก�าลังมา ไทยเร่งเดินหน้า ๗
เมืองอัจริยะยกระดับคุณภาพชีวิต. สืบค้นจาก http://www.ops.moe.go.th/ops2017/สาระน่ารู้/2057
๔. Engineering Today. (๒๕๖๓, ๓ มกราคม). เมืองอัจฉริยะ (Smart City) คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร.
สืบค้นจาก https://www.engineeringtoday.net/เมืองอัจฉริยะ-smart-city-คืออะไร
๕. Jeanne W. Ross, Peter Weill, David C. Robertson. (2005) Enterprise Architechture As Strategy.
Creating A Foundation for Business Execution: Harvard Business Press












นาวิกศาสตร์ 65
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔


Click to View FlipBook Version