The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๕๘ เรื่อง หากจะมีเรือดำน้ำใช้
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2021-11-18 01:21:29

หากจะมีเรือดำน้ำใช้

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๕๘ เรื่อง หากจะมีเรือดำน้ำใช้
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก

หากจะมีเรือดำานำ้าใช้
































พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก


ท่าน ี ื ทางทะเลมิติท่ ๒ น้มาก (หากเรียงลาดับเคร่องมือดังกล่าว


ครูบาอาจารย์ พ่น้อง เพ่อนร่วมงาน








ตลอดผ้ท่ร้จัก ซ่งกาลังอ่านบทความอย่คงสงสัยว่าผ้เขียน ตามลาดับการท่มนุษย์นามาใช้ จะได้มิติแรกคือ เรือผิวนำ้า









ไปร้จักค้นเคยหรือมีความร้เก่ยวกับเรือดานำ้าอย่างไร มิติที่ ๓ คือ อากาศยาน) อีกทั้งมีความสนใจ อ่านค้นคว้า

จงมาเขยนบทความน ขอเรยนวาแทจรงแลวททุกทาน ด้วยตนเองพอสมควร ในการน้ช่วงเวลาท่รับราชการ
















กาลังคิดมีส่วนถูกอย่มาก เพราะนอกจากตามพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีความเก่ยวข้องกับการจัดต้ง “กองเรือดานำ้า”







ผ้เขียนเคยลงเรือดานำ้าขณะจอดเทียบท่าเพียงไม่ก่คร้ง ด้วย กล่าวคือ เม่อประมาณ ๒๒ ปีท่แล้ว ขณะปฏิบัต ิ






เม่อคร้งรับราชการมีโอกาสปฏิบัติหน้าท่ท่เก่ยวข้อง หน้าท่ในตาแหน่งผ้อานวยการกอง การกาลังพล






กับการปราบเรือดานำ้าไม่มากนัก เรียกง่าย ๆ ว่ามิใช ่ กองเรือยุทธการ ท่ต้องรับผิดชอบการร่างโครงสร้าง


“นักปราบ” โดยสายเลือดเหมือนกับอีกหลายท่าน การจดสวนราชการของกองเรอยทธการ เสนอขอความ
















การศึกษาเก่ยวกับเร่องน้พอมีพ้นฐานบ้างจากหลักสูตร เห็นชอบตอผบังคบบัญชา เพอขออนุมตใช้จากหนวยเหนอ

ตามแนวทางการรับราชการของนายทหารพรรคนาวิน ต่อไป และเวลานั้นได้เริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการ


และท่ “Australian Joint Anti Submarine จัดทาโครงการจัดหาเรือดานำ้าของกองทัพเรือ ผ้เขียน




School” หลักสูตร “การเฝ้าตรวจทางทะเล” จึงมีแนวความคิดท่จะให้มี กองเรือดานำ้า อย่ในอัตราการจัด






เม่อ ๓๐ ปีท่แล้ว ซ่งถูกเค่ยวหนักให้ร้จักและจดจา ของรางโครงสรางฯ ใหมดวย ไดนาเรยนขออนญาตคณครู

















ภาพเงาตัดของเรือดาน้าทุกประเภทท่ประจาการตาม ผ้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขณะน้น คร้งแรกท่านไม ่





กองทพเรอชาตตาง ๆ เทานน แตแปลกผเขยนกลบม ี ค่อยเห็นด้วยเพราะยังไม่มีความแน่นอนท่กองทัพเรือ









ความร้สึกว่าตนเองมีความค้นเคยและผูกพันกับเคร่องมือรบ จะมีเรือประเภทดังกล่าวเข้าประจาการ แต่ท่านก็ได้กรุณา



8 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘




ให้ความเห็นชอบในท่สุด ซ่งต่อมาแม้เม่อร่างโครงสร้างน้น และจนบัดน้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาส






ได้รับอนุมัติให้ใช้ และได้ถูกปรับอีก ๒ - ๓ คร้ง เห็นธงราชนาวีไทยถูกชักบนเรือดานำ้าเลย ท้งน้ก่อน

ภายหลัง แต่อัตรากองเรือดาน้าได้ปรากฏในโครงสร้าง หน้าที่ผู้เขียนเกิดประมาณ ๑๔ ปี คือวันที่ ๔ กันยายน


การจัดส่วนราชการ กองเรือยุทธการ ดังกล่าวโดยตลอด พ.ศ.๒๔๘๐ ธงราชนาวีดังกล่าว ได้ถูกชักข้นบนเรือดานำ้า











และเมื่อประมาณ ๖ ปี ที่ผ่านมา ขณะที่ดำารงตำาแหน่ง ไทย ๒ ลา ซงไดแก เรอหลวงมจฉาน และ เรอหลวงวรณ


ผ้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้เร่มมีการเคล่อนไหว และวันน้นของทุกปีคือ วันเรือดานำ้าไทยน่นเอง










เก่ยวกับโครงการเรือดานำ้าของกองทัพเรือ อีกคร้ง จากความสัมพันธ์เหล่าน้เม่อได้ยึดอาชีพเป็นนักเขียน
ผู้เขียนได้ไปนำาเรียนขออนุญาตผู้บังคับบัญชาอีก คราวนี้ ตั้งแต่ประมาณ ๔ ปี มาแล้ว ผู้เขียนได้สัญญากับตัวเองไว้ว่า
ขอจัดต้งกองเรือดาน้าโดยบรรจุตามอัตรา เหมือนเดิมคล้ายกับ ทุกเดือนเกิดจะพยายามหาหัวข้อเร่องเก่ยวกับเรือดานำ้า






เมื่อ ๑๖ ปี ที่แล้ว (ขณะนั้น) แต่คราวนี้มีความหวังมากขึ้น เขียนลงนิตยสารนาวิกศาสตร์ทุกปี จนกว่าจะได้เห็น







ผบญชาการทหารเรอไดกรณาแนะนาใหกลบไปจด ธงราชนาวไทยถูกชักขนบนเรือดาน้า และท้งหมดท่กล่าว











ต้งคณะทางานเร่องน้ ภายในกองเรือยุทธการก่อน คอ แรงจงใจของการเขยนบทความน ซงเปนเรองท ๓ แลว

















โดยศึกษาและเตรียมการด้านต่าง ๆ ให้พร้อม เม่อได้รับอนุมัต ิ การเขียนบทความน้ ผ้เขียนมีความต้องการท่จะ








โครงการจะสามารถกระทาได้ และจัดต้งกองเรือดานำ้าต่อไป เสนอความคิดเห็นว่า หากกองทัพเรือจะมีเรือดาน้า


จากน้นเม่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๕๑ ได้มีการจัดต้ง ในราชการแล้ว ควรมีเรือขนาดใดบ้าง และแต่ละ



“สานักงานกองเรือดานำ้า” ข้น โดยมอบหมายให้หัวหน้า ขนาดควรมีแนวความคิดในการใช้งานอย่างไร ในการน ้ ี





นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจาผ้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขอเรียนว่า เพ่อให้บทความน้อ่านแล้ว ไม่เครียด


เป็นหัวหน้าสานักงาน ดาเนินการตามนโยบายท สามารถผ่อนคลายอารมณ์ แต่เป็นเกร็ดสาระ อาจนา






ผ้บัญชาการทหารเรือแนะนา และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ไปพัฒนาใช้ประโยชน์ต่อไปได้สาหรับท่านท่สนใจหรือม ี






ซ่งนับเป็นเวลานานถึง ๖๐ ปี ของการต่อส้ เพ่อจัดหา หน้าท่เก่ยวข้อง วิธีการเขียนจึงได้ใช้การเรียบเรียงลักษณะ
ทดแทนเรือดาน้า ๔ ลา ท่ได้ถูกปลดประจาการด้วยความ แสดงข้อคิดเห็น มิใช่วิธีของฝ่ายเสนาธิการในการจัดทา






พยายามของผ้บัญชาการทหารเรือท่านเดิม กาลังทางเรือ “ข้อพิจารณา” หรือการเขียนบทความทางทหาร






ไทยไดเขาถงจดใกลเคยงมากทสดทจะหลดพนจาก ที่อาจใช้อ้างอิงทางราชการได้









ความพิการ มีสัดส่วนครบสมบูรณ์ในทุกมิติเช่นเดียวกับ
กองทัพเรือส่วนใหญ่ในภูมิภาค และอื่น ๆ ทั่วไป เมื่อมี
แนวโน้มว่าโครงการจัดหาเรือดานำ้าท่เสนอ อาจได้รับ


การอนุมัติ ได้มีการจัดต้งกองเรือดานำ้าและบรรจุกาลังพล






ตามอัตราท่จาเป็น ผ้บัญชาการกองเรือดานำ้า ท่านแรก



คือ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจา ผ้บัญชาการ
กองเรือยุทธการ และหัวหน้าสำานักงานฯ ที่เคยกล่าวถึง
ซึ่งก็คือ พลเรือเอก สุริยะ พรสุริยะ อดีตเจ้ากรมยุทธศึกษา
ทหารเรือ นั่นเอง


นอกจากความเก่ยวข้องท่กล่าวมายังมีอีก คือ


ผ้เขียนเกิดเม่อ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๔ และเกิดได้เพียง

๘๔ วัน เรือดาน้าไทยท้ง ๔ ลา ได้ถูกปลดประจาการ พิธีรับเรือ “มัจฉานุ” และ “วิรุณ” เดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๐




ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ 9


๑. ประเภทของเรือดำาน้า

เม่อกล่าวถึงการแบ่งประเภทของยานใต้นำ้า หรือ


เรือดาน้า มีการแบ่งไว้หลายแบบ ตามเจตนา หรือ



ความม่งประสงค์ของผ้แบ่ง บางตาราได้แบ่งกว้าง ๆ
ตามลักษณะการใช้งานไว้ ๓ ประเภท คือ การใช้สำาหรับ
การสันทนาการ (Pleasure Submarine) การใช้สาหรับ

งานวิทยาศาสตร์ (Scientific Submarine) และการใช้
งานทางทหาร (Military Submarine) หากแบ่งตาม

พลังขับเคล่อน ปัจจุบันแบ่งกว้าง ๆ ได้ ๒ ประเภท ได้แก่




เรือดานำาธรรมดา (Conventional Submarine) ทใช ้


การขับเคล่อนด้วยเคร่องยนต์ดีเซลท่ผิวนำ้า และพลัง


ไฟฟ้าจากแบตเตอร่ขณะดา และเรือดานำ้าท่ใช้พลัง




นิวเคลียร์ (Nuclear Submarine) กองทัพเรือสหรัฐฯ ซ่งม ี

เฉพาะเรือดานำ้านิวเคลียร์ได้แบ่งตามลักษณะการปฏิบัติการ
หรือประเภทของอาวุธหลักไว้ได้แก่ ประเภทแรกเรียก

The Guided-Missile Submarines ซ่งมีอาวุธหลัก
Cruise Missile ใช้ในการโจมตีภาคพื้นในระยะไกลมาก เรือ “วิมานใต้ทะเล” พัทยา


Ballistic Missile Submarines ท่ติดต้งอาวุธปล่อยหัวรบ
นิวเคลียร์ในการโจมตีข้ามทวีป และ Attack Submarine

ท่ใช้สาหรับการปฏิบัติทางเรือพ้นฐานในการโจมต ี







ทาลายเรือผิวน้า และเรือดาน้า วางท่นระเบิดทางรุกและ

การเก็บข้อมูลหาข่าว ในขณะท่เว็บไซต์ของ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (www. navedu.mi.th) ได้ให้ข้อมูล
ว่าปัจจุบัน เรือดานำ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น ๗ ประเภท


ตามพลังขับเคล่อนและจุดประสงค์ท่ใช้ ได้แก่ Conven-

tionally Powered Attack Submarine (SS), Nuclear สมเด็จพระมหิดลตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม

PoeredAuxiliary Submarine (SSAN), Conventionally พระบรมราชชนก เม่อคร้งดารงพระอิสริยยศเป็น


Powered Ballistic Missile Submarine (SSB), Nuclear นายเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ได้ทรง






Powered Ballistic Missile Submarine (SSBN), Conven- จดทาโครงการเกยวกบกาลังเรอดานาเสนอกองทพเรือ







tionally Powered Guided Missile Submarine (SSG), เม่อวันท่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘ โดยมีรายละเอียด





Nuclear Powered Cruise Missile Submarine (SSGN), ทเกยวกบขนาดและคณสมบัตของเรอ ตลอดจนแนว




Conventionally Powered Anti–submarine Capability ความคิดในการใช้กาลัง ทรงแบ่งโครงการออก ๔ ข้นตอน คือ

(SSK) และ Nuclear Powered Attack Submarine ตอนที่ ๑ ขั้นแรกสำาหรับป้องกันบริเวณปากแม่น้า

(SSN) นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งตามขนาดเช่น ขนาดจิ๋ว เจ้าพระยา และที่สำาคัญอื่น ๆ ต้องการเรือดำาน้า ๒ ลำา

ขนาดเล็ก ขนาดธรรมดา และขนาดใหญ่ที่ใช้เดินสมุทร ขนาดระวางขับนำ้าประมาณ ๒๓๐ ตัน ใช้เกาะสีชังเป็นฐานทัพ
10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘

ตอนที่ ๒ ขั้นที่ ๒ ขยายเขตป้องกันออกไปถึงแนว สงครามยังเหมือนเดิม คือ จะมาจาก ๓ มิติ เพียงแต ่





เกาะจวง เกาะสัตกูด สามร้อยยอด เพิ่มเรือดำาน้าขนาด ความรวดเรวอานาจการทาลายระยะแรกยทธ และ





เดียวกับขั้นที่ ๑ อีก ๒ ลำา รวมเป็น ๔ ลำา เทคโนโลยีต่าง ๆ จะมากข้นสูงข้นเท่าน้น ดังน้นท้ง








ตอนท ๓ ขยายการปฏบตออกไปถงเกาะสมย หลักการและแนวความคิดของพระองคในทรรศนะของ


โดยใช้เรือดำาน้าขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ ๓ ลำา ผู้เขียนถือว่าไม่ล้าสมัย สามารถประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้


ตอนที่ ๔ ขยายเขตปฏิบัติการไปถึงสิงคโปร์ โดยใช้ ดังน้นแบบของเรือดาน้าท่จะนาเสนอในบทความน้ ี



เรือดำานำ้าขนาดใหญ่ระวางขับน้า ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน จะพิจารณาจากขนาดเล็กมาก ขนาดเล็กและ

ประมาณ ๒ ลำา ปฏิบัติการในเชิงรุก ขนาดธรรมดา เช่นเดียวกับพระองค์ท่าน



เรือดำาน้าขนาดเล็กมาก ชั้น Ghadir กองทัพเรืออิหร่าน
















ท่กล่าวมาสรุปได้ว่า การป้องกันประเทศขณะน้น

พระองค์ท่านมีแนวความคิดที่จะใช้เรือดำาน้าสำาหรับ ๓ ขนาด


คือ ขนาดเล็กมาก ระวางขับน้า ประมาณ ๒๐๐ ตัน
ขนาดเล็ก ประมาณ ๔๐๐ - ๕๐๐ ตัน และขนาดธรรมดา
ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้เกือบ ๑๐๐ ปี

แม้ตาบลท่ท่ต้องการในการควบคุมทะเลจะขยายออก


จากอ่าวช้นใน (อ่าวตัว ก) เป็นอ่าวไทย แต่สภาพของ เรือดำาน้าขนาดเล็กชั้น U-206 A ขณะประจำาการ


พ้นท่ปฏิบัติการท้งภูมิภาคและสภาพอุทกศาสตร์ รวมท้ง กองทัพเรือเยอรมัน





ท้องทะเลมิได้เปล่ยนมากนัก สภาพภัยคุกคามในภาวะ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ 11

ราชอาณาจักรกัมพูชาและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ตามท่กล่าวมาแล้วความลึกนำ้าเฉลี่ย ๔๕ เมตร สภาพ

ท้องทะเลทั่วไปเป็นโคลนปนทรายหรือโคลน แนวน้าลึก
๒๐ เมตร ห่างขอบฝั่งประมาณ ๑๐ ไมล์ทะเลแล้วลาดลง
เข้าหากลางอ่าวคล้ายแอ่งกะทะ ซ่งมีนำ้าลึกประมาณ

๗๐ เมตร บริเวณลึกสุดประมาณ ๘๐ เมตร อยู่บริเวณ
ปากอ่าว ห่างฝ่งปัตตานีประมาณ ๖๐ ไมล์ทะเล ท้งน ้ ี




การปฏิบัติการทางเรืออ่าวไทยถูกจัดสภาพพ้นท่ปฏิบัต ิ
การเป็นทะเลปิด (Narrow sea)



เรือดำาน้าขนาดธรรมดา Kilo Class กองทัพเรือโปแลนด์





๒. ขนาดเรือดานำ้าท่เหมาะสมสาหรับการใช้งานในอ่าวไทย

ประเด็นท่จะกล่าวในหัวข้อน้ เป็นเร่องความลึก




ของอ่าวไทยกับการปฏิบัติการของเรือดาน้า ในการน ้ ี








จะขอขามไปเลยสาหรบแนวความคดของกลมตอตานทวา





อ่าวไทยน้าต้นไม่เหมาะสาหรับเป็นพ้นท่ปฏิบัติการ





ของเรือดาน้า (แตก็อดต่อล้อต่อเถียงไมได้เล็กน้อยว่า




ถ้าคิดแบบน้อย่างบริสุทธ์ใจขอให้ไปบอกฝ่ายตรงข้าม

ทจะรกเขามาควบคมทะเลในอาวไทย แตฝายเราทจะ











ปฏิเสธการใช้ทะเลของเขาจะวางกาลังไว้ในท่ท่เหมาะสม)




เป็นเรือดาน้าขนาดใดที่เหมาะสมสาหรับการใช้งานในอ่าวไทย สำาหรบการพจารณาความลกนำาทเรอดานาแบบ











ในการน้เร่มต้นจะขอทบทวนถึงลักษณะทางภูมิศาสตร ์ Conventional Submarine ท่วไปสามารถปฏิบัติการรบ


และความลึกของอ่าวไทยก่อน ได้น้น ผ้เขียนเคยได้รับการศึกษาว่า มีหลักการคิดง่าย ๆ








๒.๑ อ่าวไทยมีพ้นท่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร คือ ใช้ความสงของเรือดาน้า ตงแตจุดต่าสุดจนถึงจุด





เขตแดนของอ่าวกาหนดด้วยเส้นท่ลากจากแหลมกาเมา สูงสุดเป็นเกณฑ์ แล้วบวกความลึกน้อยสุดท่ต้องการ

หรือแหลมญวนทางตอนใต้ของเวียดนาม ไปยังเมือง เพ่อความปลอดภัยในการเดินเรือ และสาหรับการใช ้


โกตาบารูบนชายฝั่งมาเลเซีย ซึ่งมีระยะทาง ๒๑๐ ไมล์ทะเล อุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ การดำาเนินกลยุทธ์ทั้งในการ

ขอบชายฝั่งยาวประมาณ ๑,๐๐๐ ไมล์ทะเล มีรูปร่างเหมือน รบใตนำาและตอสเรอผวนำา จากแนวล่างสดลงมาถงพน













ถุงคว่าโดยก้นถุง ซ่งลักษณะเป็นอ่าวช้นในรูปร่าง ท้องทะเลประมาณ ๑๐ เมตร กับระยะลึกจากจุดสูงสุด


คล้ายตัว “ก” เป็นที่ตั้งของกรุงเทพมหานครและแหล่ง ของเรือขึ้นไปยังผิวน้าประมาณ ๒๐ เมตร ขึ้นไป ซึ่งจะ
อุตสาหกรรมตลอดจนท่าเรือหลักของประเทศ ปากถุง ทาให้รอดพ้นจากการตรวจจับด้วยสายตาจากการปฏิบัติการ

ซึ่งกว้างประมาณ ๒๑๐ ไมล์ทะเล ทางทิศตะวันตกเป็น ของอากาศยานในวันท่สภาพอากาศดีโอกาสการตรวจพบ



ท่ต้งของประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันออกเป็นท่ต้งของ มากทสดดวย เชน ความสงสดของเรอขนาดประมาณ










12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘


๑,๕๐๐ ตัน ประมาณไม่เกิน ๑๔ เมตร เมื่อบวกกับ ๑๐ ซึ่งมีความลึกน้าเฉลี่ย ๔๕ เมตร ได้ แต่หากจะพิจารณา




และ ๒๐ เมตร จะได้ ๔๔ เมตร ท้งน้จากหนังสือเรื่อง ว่าขนาดใดเหมาะสมท่สุด ขนาดเล็กมาก หรือขนาดจ๋ว
“Naval Strategy and Operations in Narrow Seas” ระวางขับน้า ประมาณ ๒๐๐ ตัน น่าจะตัดไปได้ เพราะ




ซ่งเขียนโดย Dr.Milan N.Vego ศาสตราจารย์ ประจา เล็กเกินไปท่จะรบตามแบบในปัจจุบัน ขนาดธรรมดา
แผนกวิชา Joint Military Operations วิทยาลัย ประมาณ ๑,๐๐๐- ๒,๐๐๐ ตัน เช่นเดียวกันความลึกน้อย
การทัพเรือสหรัฐฯ หน้า ๓๔ กล่าวไว้ว่า “ความลึกนำ้า สุดในการปฏิบัติการประมาณ ๔๕ - ๕๐ เมตร น่าจะยังไม่



มีบทบาทมากในการใช้งานเรือดาน้าในทะเลปิด”เรือดาน้า อ่อนตัวพอในขณะที่ขนาดเล็ก เช่น เรือดำาน้า U 206 A


ดีเซลขนาดกลาง (ประมาณขนาด ๑,๕๐๐ ตัน) ที่มีความ ที่มีระวางขับน้าขณะดำาประมาณ ๕๐๐ ตัน จำานวนและ




สูงประมาณ ๔๓ ฟุต มีความต้องการความลึกน้าน้อยสุด อานาจการทาลายของระบบอาวุธใกล้เคียงกัน ความ






นบจากแนวกระดกงจนไปถงผวพนทองทะเลประมาณ สูงเรือประมาณไม่เกิน ๑๐ เมตร ท่สามารถดาได้ต้งแต ่






๓๓ ฟุต เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือและในการรบ แนวนำ้าลึก ๒๐ เมตร และทาการรบได้อย่างสมบูรณ์



รวมท้งการให้รอดพ้นการตรวจจับจากอากาศยานยังม ี ตงแตแนวนำาลก ๔๐ เมตร ซงนอยกวาแนวนำาลกเฉลย











ความต้องการความลึกนำ้าส่วนบนท่นับจากส่วนสูงสุดของ ดังนั้นคำาตอบของคำาถามนี้จึงสามารถตอบได้ว่า เรือดำาน้า








เรือขึ้นไปสู่ผิวน้าอีกประมาณ ๘๒ ฟุต รวมแล้วประมาณ ซงเหมาะสมทสดทจะใชปฏบตการในอาวไทยนาจะเปน









๑๕๘ ฟุต หรือ ๔๘ เมตร ซึ่งใกล้เคียงกัน ขนาดเล็ก ระวางขับน้าประมาณ ๕๐๐ ตัน ทั้งนี้ทางด้าน









๒.๒ จากขอทผ่านมา ทานผอานคงเหนแลววา ทะเลอันดามันไม่จาเป็นต้องกล่าวถึง เพราะมีความลึก



เรือดานำ้าทุกขนาดท่แบ่งตามบทความน้ซ่งได้แก่ เล็กมาก เฉลี่ยถึง ๘๗๐ เมตร




เล็ก และขนาดธรรมดา สามารถปฏิบัติการในอ่าวไทย
ระดับความลึก ๒๐ เมตร
ระดับความลึก ๓๐ เมตร
ระดับความลึก ๔๐ เมตร
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ 13





๓. ข้อเสนอแนะแนวความคิดการใช้เรือดำาน้าของไทย ตลอดจนแหล่งท่มาท่ต้องทาลายให้หมดขีดความสามารถ

ได้แสดงให้ท่านผ้อ่านเห็นแล้วว่า เรือดานำ้าขนาดเล็ก หรือตัดรอนจนฝ่ายเรามีความได้เปรียบตามท่ต้องการ













ขนาดยาวประมาณ ๕๐ เมตร กว้างประมาณ ๕ เมตร สูง มใช่พนทท่ตองการยดครอง หรือรกคบไปตามเสนแนว

ประมาณ ๑๐ เมตร ระวางขับนำ้าประมาณ ๕๐๐ ตัน มี การยุทธ์ท่กาหนดขณะท่ฝ่ายตรงข้าม ซ่งร่นถอยไปยังขีด





ความเหมาะสมทสุดท่จะใช้ในอ่าวไทย แตผ้เขียนยงไม ่ ความสามารถที่ยังเป็นภัยคุกคามได้ ลักษณะการรบจะ







ได้กล่าวว่าเรือดาน้าแบบใดน่าท่จะเหมาะสาหรับกองทัพเรือ เป็นการดาเนินกลยุทธ์ทางลึก ไกลสุดเท่าท่จะทาได้ท้ง








ซึ่งกำาลังจะแสดงให้ทราบต่อไป ในเชิงรุกและเชิงป้องกัน ผ้ท่ค้นหา ตรวจจับ เข้าตาบล
๓.๑. คุณลักษณะของสงครามทางเรือ ที่สามารถใช้อาวุธได้ก่อนในระยะไกลกว่า จะเป็นฝ่ายได้











ในการใช้กำาลังทางเรือ ในการป้องกันประเทศ ซึ่ง เปรยบ จะตกรอบสรางแนวใหปฏบตการในพนทกาหนด

ณ ท่น้ หมายถึงการป้องกันจากภัยคุกคามขนาดใหญ ่ เหมือนสงครามทางบกไม่ได้ ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงกรณี









ด้วยการเข้าทาการยุทธ์ในทะเล เพ่อให้ได้มาซ่งการ ประเทศไทยทตองการจะให้ไดมาซ่งการควบคมทะเล






ควบคุมทะเลท่ต้องการ ซ่งในขณะเดียวกันจะตองปฏเสธ ในอ่าวไทยน้น พ้นท่ปฏิบัติการจะใช้เฉพาะอ่าวไทย



การใชทะเลของฝ่ายตรงข้ามด้วย หรือที่เรียกว่าการทำา ไม่ได้จะต้องต่อเน่องไกลออกไปตามความจาเป็น




“สงครามทางเรือ” น้นลักษณะของสงครามดังกล่าว ของสถานการณ์

น้ จะแตกต่างกับสงครามทางบก คือ ด้วยคุณลักษณะ ๓.๒ วิธีการควบคุมทะเล
ท่สามารถปฏิบัติการได้ครบทุกมิติ มีความคล่องตัว จากการกล่าวในข้อที่แล้ว ขอสรุปว่าในการใช้

มีความอ่อนตัว มีระบบการค้นหาตรวจจับ และ กาลังทางเรือเพ่อป้องกันประเทศจากภัยคุกคามขนาด



อาวุธยุทโธปกรณ์ท่มีเทคโนโลยีสูงสามารถทาการ ใหญ่เต็มรูปแบบ สงท่พึงปรารถนาทสุดคือการปฏิบัตการ










ยิงได้ต้งแต่ระยะไกลมาก ด้วยอานาจการทาลายสูง ให้ได้มาซึ่งการ “ควบคุมทะเล” (Sea Control) เพื่อให้




อย่างรวดเร็วแม่นยาสามารถอย่ในพ้นท่ปฏิบัติการ ฝ่ายเราสามารถใช้ทะเลได้อย่างเสรีตามเวลา ท่ต้องการ



ได้นานด้วย ระบบการส่งกาลังบารุงภายในตนเอง เพ่อเป็นเส้นทางหลักในการหล่อเล้ยงระบบเศรษฐกิจ


และเคล่อนท่ในทะเล ประกอบกับกฎหมายระหว่าง การค้าและการดาเนินการสงครามของประเทศ ท้งน้การ





ประเทศ กำาหนดไว้ว่า ทุกประเทศสามารถใช้ทะเลใด ๆ ท่จะให้ได้มาดังกล่าวจะต้อง ทาลายขีดความสามารถ



ท่ต้องการในโลกได้ตลอดเวลาท้งยามปกติ และ ฝ่ายตรงข้ามให้หมดสภาพท่จะเป็นภัยคุกคามต่อฝ่ายเรา







ยามสงคราม หากไม่เข้าไปในทะเลอาณาเขตผ้อ่นโดยไม ่ ในพนททตองการควบคมหรออยางนอยตองตดรอนลง












สุจริต หรือแสวงหาทรัพยากรในเขตเศรษฐกิจ ให้เหลืออย่ในระดับท่ยอมรับได้ มิใช่การขับไล่เพ่อยึด







จาเพาะของประเทศอ่น ดังน้นสงครามทางเรือท่ใช ้ ครองพ้นท่ ดังน้นกรณีของประเทศไทยพ้นท่ปฏิบัติการ




















ยานเคลอนทเปนเครองมอรบหลก จงเปนสงคราม นอกจากอาวไทยแลว จะตองตอเนองออกไปตามความ





ของการเคล่อนท่ท่มีพ้นท่ปฏิบัติการในทะเล ต้งแต ่ จาเป็นทางยุทธวิธี สาหรับการปฏิบัติการน้มีการปฏิบัต ิ








แหล่งกาเนิดฝ่ายเราออกไปตามท่ต้องการต้งแต ่ ต่อฝ่ายตรงข้ามต้งแต่แหล่งกาเนิดฝ่ายตรงข้ามออกมา

ทะเลหลวงเข้าเขตเศรษฐกิจจาเพาะ ทะเลอาณาเขต จนถึงพื้นที่สำาคัญฝ่ายเรา ซึ่งกรณีนี้ก็คืออ่าวไทยดังนี้






ของฝ่ายตรงข้าม จนถึงแหล่งกาเนิดและการท่จะ วธท ๑ คือ การควบคุมชองทางเข้าออก (Sortie



ให้ได้มาซ่งการควบคุมทะเลท่ต้องการอันเป็นความ Control) ซึ่งเดิมเรียกการปิดอ่าว (Blockade) เป็นการ



ตองการสงสุดของการทาสงครามนน สงทมงทางวตถ ุ ป้องกันไม่ให้กาลังฝ่ายตรงข้ามท้งหมด หรือบางส่วนออก

















คือ เรือ อากาศยาน ฐานทัพ และเคร่องมือรบอ่น ๆ ส่ทะเลได้ เป็นการปฏิบัติการท่ต้องกระทาในน่านนำ้าท ่ ี
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘






ง่ายต่อการถูกตรวจพบและการโจมตีทางอากาศ ดังน้น เดินทางถึงจุดหมาย เคร่องมือรบ เรือดาน้า เรือผิวน้า
เครื่องมือรบที่นิยมใช้ได้แก่ เรือดำาน้า และทุ่นระเบิด และกาลังอากาศนาวี ส่วนอีกวิธีเรียกการปฏิบัติการ


วิธีท่ ๒ คือ การควบคุมจุดบังคับผ่าน (Choke Point ส่วนหน้า (Forward Operations) เป็นการปฏิบัติเชิง



Control) เป็นการปฏิบัติการต่อฝ่ายตรงข้ามบริเวณ รุกในการริเร่มโจมตีฝ่ายตรงข้ามก่อน เพ่อชิงความได ้


ช่องแคบหรือจุดสาคัญท่ต้องผ่านของฝ่ายตรงข้ามในการ เปรียบ ทั้งนี้การดำาเนินการอาจใช้การปฏิบัติในลักษณะ

ออกทะเลเปิด เครื่องมือรบหลักที่นิยมใช้ได้แก่ เรือผิวน้า การรบแตกหัก (Decisive Battle) ณ แหล่งกำาเนิดฝ่าย
เรือดำานำ้า อากาศยานและทุ่นระเบิด ตรงข้าม เป็นการปฏิบัติที่ต้องใช้กำาลังทางเรือเป็นจำานวน




วิธีท่ ๓ เม่อฝ่ายตรงข้ามหลุดรอดจากการดาเนิน มาก ซึ่งเรือดำาน้ามักได้รับบทบาทเป็นกำาลังส่วนล่วงหน้า
การ ๒ วิธีแรกจะต้องมีการปฏิบัติการในทะเลเปิด (Open (Advanced Force) ในการหาข่าว เตรียมการในการเข้า
Ocean Operations) ด้วยการส่งกองเรือใหญ่ออกค้นหา ตีของกำาลังหลัก รวมทั้งดักโจมตีกำาลังฝ่ายตรงข้ามที่หลุด


ไล่ล่า ทาลาย เคร่องมือท่ใช้ได้แก่ เรือผิวนำ้า เรือดานำ้า รอดออกมา



ขนาดใหญ่ และอากาศยานท่ใช้ในการปฏิบัติการทางเรือ ๓.๓ การปฏิเสธการใช้ทะเลของฝ่ายตรงข้าม


แบบต่าง ๆ ในการทาสงครามทางเรือน้น นอกจากการให้ได ้





วธตอไป คอ การปะทะเฉพาะตาบลท (Local ซ่งการควบคุมทะเลตามท่ต้องการแล้วในกรณีท่ต้องการลด








Engagement) เป็นการควบคุมทะเล เพื่อใช้เป็นเส้นทาง ศักยภาพเศรษฐกิจการค้าและอ่น ๆ ท่มีผลต่อศักด์สงคราม


คมนาคมในการลาเลียงขนส่งสินค้า ยุทธปัจจัย หรือ หรือตัดเส้นทางหลักในการส่งกาลังบารุง การขนส่งลาเลียง








กาลังทหาร เป็นการค้มกันกระบวนเรือลาเลียงเพ่อให ้ ท่มีผลต่อการแพ้ชนะสงครามของฝายตรงข้ามรวมท้งใน

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ 15

เรือดำาน้าขนาดธรรมดา ชั้น ๒๐๙ กองทัพเรือเกาหลีใต้







กรณีท่ฝ่ายเราไม่สามารถรักษาระดับการควบคุมทะเล หากเกิดสงครามไม่ว่าค่ต่อส้จะเป็นใครท่มีชายฝ่งทะเล
ไว้ตามท่ต้องการได การปฏิเสธการใช้ทะเลของฝ่ายตรง อ่าวไทยจะเป็นพื้นที่สำาคัญ (Vital Area) ที่กำาลังทางเรือ


ข้าม (Sea Denial) ไม่ให้ใช้ทะเลท่เขาควบคุม หรือ จะต้องควบคุมทะเลให้ฝ่ายเราสามารถใช้การได้ตลอดเวลา


มเสรภาพในการใชตามหลกกฎหมายระหวางประเทศ พ้นท่ปฏิบัติการทางเรือเพ่อให้ได้มาซ่งส่งเหล่าน้จะใช ้















เป็นส่งท่จะต้องกระทา เช่น การทาสงครามการค้าและ เฉพาะอ่าวไทยไม่ได้ ต้องไกลออกไปไม่มีกาหนดตามความ
การปฏิบัติการอ่น ๆ ของเรือดาน้าเยอรมันในสงครามโลก จาเป็นของยุทธวิธี และบางคร้งหากต้องทาสงครามการค้า






ครั้งที่ ๒ เป็นต้น การปฏิเสธการใช้ทะเลดังกล่าวเป็นการ ตัดรอนเส้นทางการค้าขายของฝ่ายตรงข้าม หรือต้องการ
ทำาสงครามลักษณะอสมมาตร (Asymmetric Warfare) ตัดเส้นเลือดท่หล่อเล้ยงการทาสงครามของเขาจะต้อง




ที่นิยมใช้เรือดำาน้า ส่งกาลังออกไปปฏิบัติการ ณ น่านน้าของเขาหรือตาม










๓.๔. แนวทางการใช้งานและขนาดเรือดานำ้าท ี ่ เสนทางการค้าท่สาคัญด้วย ดงนนทุกท่านคงเหนพ้อง
เหมาะสมของกองทัพเรือไทย ด้วยกันว่าแม้เราจะสร้างกองทัพเพียงแค่ป้องกันตัว


จากการท่พยายามให้มองเห็นภาพลักษณะ แต่เราก็ต้องมีเคร่องมือรบในทางลึกนอกอ่าว ไทยด้วย



ทางภูมิศาสตร์ และความลึกนำ้าของอ่าวไทย วิธีการปฏิบัต ิ และเคร่องมือรบในทะเลท่โลกร้จักใช้เป็นมิติท่ ๒ คือ






เพ่อให้ได้มา ซ่งการควบคุมทะเลและการปฏิเสธการใช ้ เรือดานำ้านี้เป็นเคร่องมือท่นิยมใช้ในการปฏิบัติการ





ทะเลของฝ่ายตรงข้าม และคงทราบดีว่าหากสมุททานุภาพ ดงกล่าว เน่องจากคณสมบตประจาตวท่ตรวจจับยาก




ทางกายภาพยังไม่มีการเปล่ยนแปลง เส้นทางการลาเลียง มีความทน (Endurance) ระยะปฏิบัติการไกล


ขนส่งทางทะเลในอ่าวไทยยังเป็นเส้นทางเดียวท่เปรียบ ระบบอาวุธไม่ด้อยกว่าเรือผิวน้า และปฏิบัติการได้ทุกกาลอากาศ

เสมือนเส้นโลหิตในการหล่อเล้ยงเศรษฐกิจการค้า มาถึงจุดน้คงสรุปให้เห็นได้แล้วว่า แม้เรือดาน้าขนาดเล็ก




ความเป็นอย่ของประชาชน การแพ้ชนะของการปฏิบัติการ ระวางขับน้าประมาณไม่เกิน ๕๐๐ ตัน จะเหมาะสมกับ



ทหารเป็นส่วนรวม รวมท้งความอย่รอดและขีดความ อ่าวไทย แต่การปฏิบัติการทางเรือของไทยจะต้องมีการ










สามารถการรบต่อเน่องของกาลังท่ปฏิบัติการบนบก ปฏบตการในทะเลลกออกไปอกตามสถานการณ และ
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘

KS 500 A เป็นเรือดำาน้าขนาดเล็กในโครงการ กองทัพเรือเกาหลีใต้





เรือดาน้ามีความจาเป็นในแทบทุกสาขาการปฏิบัต ิ และในพื้นที่ที่มีความลึกเกินนำ้าลึกเฉลี่ย ๔๕ เมตร ซึ่งมี

แม้กระท่งการวางท่นระเบิดทางรุก การลาดตระเวนหาข่าว ประมาณร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ทั้งหมดในอ่าวไทย



ในพ้นท่ฝ่ายตรงข้าม หรือการปฏิบัติการพิเศษรูปแบบต่าง ๆ ๔. ข้อเสนอแนะ
ซ่งสภาพการปฏิบัติแบบน้นจะต้องใช้เรือท่ใหญ่กว่า ท้งน ้ ี สุดท้ายน้ มีส่งท่อยากจะกล่าว ๒ ประการ คือ







อย่างไรก็ดีลักษณะการปฏิบัติการดังกล่าวของกองทัพเรือ ประการแรกหวังว่าแม้จะแฝงด้วยวิชาการแต่บทความน ้ ี

ในประมาณ ๒๐ ปีข้างหน้า อย่างมากไม่น่าจะเกินการ คงทาความเพลิดเพลินให้ท่านผ้อ่านได้บ้าง ไม่น่าเบ่อจนเกินไป


ปฏิบัติลักษณะกองทัพเรือภูมิภาค (Regional Navy) และอีกประการใคร่ขอเสนอแนะว่า แม้บทความน้ ี






ซ่งเรือดาน้าขนาดธรรมดาระวางขับน้าประมาณ ๑,๐๐๐ - การเขียนต้งใจว่าจะไม่ใช้ตรรกะความคิดเร่องงบประมาณ



๒,๐๐๐ ตัน น่าจะเพียงพอ ดังนั้นเรือดำาน้าที่เหมาะสม มาคานึงถึง แต่ถ้าสมมุติว่ามีความต้องการเรือท้งสอง
ซึ่งกองทัพเรือควรมีไว้ประจำาการ คือ เรือทั้งสองขนาด ขนาด ๆ ละ ๔ ลำา พร้อมกัน คาดว่าคงใช้งบประมาณ
สาหรับแนวความคิดในการใช้งานเรือ ราว ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ จึงเสนอ

ท้งสองแบบ เรือขนาดเล็กนอกจากใช้ตามกิจปกต ิ ขอให้เป็น ๔ ข้นตอน คือ ข้นตอนแรกนับต้งแต่บัดน้ ี










ของเรือดานำ้าในอ่าวไทย ควรใช้เป็นเรือฝึก ท้งการฝึก เตรียมสถานท่และส่งอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ ส่งอานวย
กาลังพลเรือดานำ้าเบ้องต้น และเป็นฝ่ายตรงข้ามสมมุติในการฝึก ความสะดวกต่าง ๆ ตลอดจนดานกาลงพล ข้นท ๒











ยุทธวิธีด้วย รวมท้งอาจประยุกต์ใช้แนวความคิดของ เป็นการจัดหาเรือขนาดเล็กระวางขับน้าประมาณ ๕๐๐ ตัน




กองทัพเรือโคลัมเบียท่ใช้ในการป้องvกันและปราบ จานวน ๔ ลา ข้นท่ ๓ จัดหาเรือขนาดธรรมดา


ปรามภัยคุกคามสมัยใหม่ (กองทัพเรือโคลัมเบียได้ซื้อต่อ ระวางขับน้าประมาณ ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ ตัน

เรือดานำ้า U - 206 A ท่เดิมเยอรมนีจะขายให้ กองทัพเรือไทย) จานวน ๒ – ๔ ลา ตามสถานการณงบประมาณ




ส่วนเรือดาน้าขนาดธรรมดาควรใช้ตามกิจปกตินอกอ่าวไทย ส่วนขั้นสุดท้ายเป็นการจัดหาที่เหลือ


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ 17


Click to View FlipBook Version