The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปฐมนิเทสน์ผู้ปกครอง 2569(8-5-69)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บัณฑิตา ดาอรัญ, 2026-05-08 04:33:57

คู่มือปฐมนิเทสน์ผู้ปกครอง 2569(8-5-69)

คู่มือปฐมนิเทสน์ผู้ปกครอง 2569(8-5-69)

สารบัญหน้าทิศทางการบริหารจัดการศึกษา 1ประกาศเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมประจำปีการศึกษา 2569 2ประกาศเรื่องการดำเนินการให้เงินอุดหนุนประจำปีการศึกษา 2569 4การบริหารธุรการการเงิน 6การประกันอุบัติเหตุนักเรียน 7การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ 9หลักสูตรโรงเรียนประภัสสรวิทยา 11การจัดการเรียนรู้ 18การวัดและประเมินผลการเรียน 19เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 23การบริหารงานฝ่ายส่งเสริมการศึกษา 26ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยาว่าด้วยเรื่อง เครื่องแต่งกายของนักเรียน 27ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยา ว่าด้วยเรื่องเวลาการมาเรียน การหยุดเรียน (ลาป่วย ลากิจ ลากลับก่อนเวลา) 35ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตัดคะแนน 37ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยา ว่าด้วยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด 43ปฏิทินเวลาเรียนของโรงเรียน 45


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 1ตราโรงเรียนโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรีอักษรย่อ ป.ภ.ส. เป็นสัญลักษณ์แทนชื่อโรงเรียนประภัสสรวิทยาซึ่งประกอบด้วย ป.ภ.ส. เขียนไขว้กันอยู่ในสามเหลี่ยมรองด้วยราชพฤกษ์หมายถึงระเบียบวินัยความรู้และคุณธรรมล้อมรอบด้วยวงกลมแสดงถึงเกียรติยศ แสงสว่างวิชาการที่มีประกายเจิดจ้าแสดงถึงความรุ่งเรืองเคียงคู่กันเสมอไปมาตรฐานดี กิจกรรมเด่น เน้นวินัยสีประจำโรงเรียน คือ “ สีขาวแดง ” สีขาว หมายถึง ความสะอาด บริสุทธิ์ ความเป็นธรรม สีแดง หมายถึง การต่อสู้ ที่เข้มแข็ง และอดทนในทิศทางที่ถูกต้องต้นไม้ประจำโรงเรียน คือ “ ดอกเฟื่องฟ้า ” ดอกเฟื่องฟ้า ความหมาย ชื่อเสียง ฟุ้งเฟื่องทวีเกียรติ เกรียงไกล ทิศทางการบริหารจัดการศึกษาวิสัยทัศน์ (Vision) ขั้นพื้นฐาน\"ภายในปี ๒๕๗๓ โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี มุ่งสร้างสรรค์นิเวศการเรียนรู้แห่งความสุขและสุขภาวะทางปัญญา พัฒนานวัตกรผู้นำที่มีสมรรถนะ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน\"พันธกิจ (Mission) ขั้นพื้นฐาน๑. Active Learning & Competency: ยกระดับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อเพิ่มผล สัมฤทธิ์ในวิชาหลักอย่างมีประสิทธิภาพ๒. Thinking School & Innovation: ส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และแนวทาง Thinking School เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นนวัตกร๓. Leadership & Teamwork: ปลูกฝังทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีมและความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม๔. Emotional Intelligence & Mindfulness: พัฒนาผู้เรียนให้มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) มีทัศนคติแบบ Growth Mindset และดำเนินชีวิตอย่างมีสติ๕. Innovative Educator: พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นครูนักนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ ด้วยข้อมูลและการวิจัย๖. Learning Ecosystem & Eco-Citizen: สร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกและปลูกฝังจิตสำนึกพลเมืองรักษ์โลก (Eco-Citizen)๗. Global Collaboration: ผนึกกำลังความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายระดับสากล๘. Digital Governance: พัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบประกันคุณภาพภายในที่มี ประสิทธิภาพปรัชญาโรงเรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 2ประกาศโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรีเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ประจำปีการศึกษา 2569----------------------------------------------------------------------------------------------------------เพื่อให้เป็นตามบทบัญญัติ มาตรา 20 (3) และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา และเป็นโรงเรียนที่นักเรียนรับได้เงินอุดหนุนรายบุคคลจากรัฐฯ ในทุกชั้นเรียน โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการบริหารของโรงเรียนตามมติที่ประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 จึงกำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นประจำปีการศึกษา 2569 ดังนี้1. โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา1.1 อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา(1) ชั้นอนุบาล 1-3 ภาคเรียนละ 2,750 บาท (ปีละ 5,500 บาท)(2) ประถมศึกษา 1 – 6 ภาคเรียนละ 2,670 บาท (ปีละ 5,340 บาท)(3) มัธยมศึกษา 1 – 3 ภาคเรียนละ 2,380 บาท (ปีละ 4,760 บาท)1.2 อัตราค่าธรรมเนียมอื่น (บาทต่อปี)รายการระดับการศึกษาหมายเหตุอนุบาล 1-3 ประถม 1-6 มัธยม 1-3หมวด 1 ค่าอาหาร 1. ค่าอาหารกลางวัน 7,000 7,000 - แบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กันหมวด 2 ค่าใช้จ่ายแรกเข้า 1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 6,000 6,000 6,000 เฉพาะนักเรียนที่สมัครเรียนใหม่หมวด 3 เบ็ดเตล็ด1. ค่าประกันอุบัติเหตุ2. ค่าใช้จ่ายประจำปี 3. ค่าสื่อ ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน8001,2007,0008001,2007,0008001,2007,000เก็บปีละครั้งเก็บปีละครั้งแบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กัน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 3รายการระดับการศึกษาหมายเหตุอนุบาล 1-3 ประถม 1-6 มัธยม 1-3หมวด 4 รายการที่โรงเรียน ให้บริการเพิ่มเติม 1.ค่ารถรับ-ส่ง นักเรียน 2.ค่าเรียนโปรแกรมภาษาต่างประเทศ 3.ค่าเรียนเสริมสมรรถนะ 4.ค่าบำรุงสระว่ายน้ำศูนย์การเรียนรู้5,870-18,41438,0004,4004,0005,870-18,414 34,0004,4004,0005,870-18,414 24,0004,4004,000-แบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กันตามระยะทาง -แบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กัน-แบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กัน-แบ่งเก็บภาคเรียนละเท่าๆ กัน3. อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาตามประกาศนี้ จำแนกเป็นชั้นเรียนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคลจากรัฐดังนี้ (1) ชั้นเรียนที่นักเรียนรับเงินอุดหนุนจากรัฐ ได้แก่ ชั้นอนุบาล 1-3, ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6, ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-34. เงื่อนไขการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น(1)กรณีที่โรงเรียนเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นจากนักเรียนที่เรียนอยู่แล้วไว้ก่อนเปิดภาคเรียน หากผู้ปกครองและ/หรือนักเรียนประสงค์ลาออกก่อนเปิดภาคเรียน ไม่น้อยกว่า 15วันโรงเรียนจะคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นที่เรียกเก็บให้ผู้ปกครองนักเรียนพร้อมทั้งออกหลักฐานแสดงผลการเรียนให้ผู้ปกครองนักเรียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ขอลาออก(2)กรณีที่โรงเรียนเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นจากนักเรียนที่มาเข้าเรียนใหม่ไว้แล้วหากผู้ปกครองและ/หรือนักเรียนประสงค์ลาออกภายใน 7วันทำการหลังจากเปิดภาคเรียนโรงเรียนจะคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการให้ผู้ปกครองนักเรียนพร้อมทั้งคืนหลักฐานต่างๆ ให้ผู้ปกครองนักเรียนในวันที่ขอลาออก ประกาศ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอุไรวรรณ ตันประภัสร์ ผู้รับใบอนุญาต


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 4ประกาศโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรีเรื่อง การดำเนินการให้เงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียนและกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมติคณะกรรมการบริหารและกรรมการร่วม ๔ ฝ่ายตามที่โรงเรียนได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียนเป็นค่าหนังสือเรียนอุปกรณ์การเรียนเครื่องแบบนักเรียนและกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสำหรับนักเรียนที่เรียนอยู่ในแต่ละระดับการศึกษาตามรายการและอัตราดังต่อไปนี้๑.ค่าหนังสือเรียน นักเรียนในแต่ละชั้นเรียนมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน ดังนี้ชั้นอนุบาลปีที่ ๑-๓ ๒๐๐.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๖๕๖.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ๖๕๐.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๖๕๓.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ๗๐๗.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๘๔๖.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘๕๙.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๘๐๘.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๙๒๑.๐๐ บาท/คน/ปีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๙๙๖.๐๐ บาท/คน/ปี๒.ค่าอุปกรณ์การเรียน นักเรียนในแต่ละระดับมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน ดังนี้ระดับก่อนประถมศึกษา ๑๔๕.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียนระดับประถมศึกษา ๒๒๐.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ๒๖๐.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียน ๓.ค่าเครื่องแบบนักเรียน นักเรียนในแต่ละระดับมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน ดังนี้ระดับก่อนประถมศึกษา ๓๒๕.๐๐ บาท/คน/ปีระดับประถมศึกษา ๔๐๐.๐๐ บาท/คน/ปีระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ๕๐๐.๐๐ บาท/คน/ปี๔.ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน นักเรียนในแต่ละระดับมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน ดังนี้ระดับก่อนประถมศึกษา ๒๔๕.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียนระดับประถมศึกษา ๒๗๔.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ๕๐๒.๐๐ บาท/คน/ภาคเรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 5อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียนอุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๕ โรงเรียนจึงได้ประชุมคณะกรรมการบริหารและกรรมการร่วม ๔ ฝ่าย เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สำหรับนักเรียนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนอย่างเหมาะสม เป็นธรรมและโปร่งใส และที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินการเพื่อใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้๑. การจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือเรียน ให้ดำเนินการดังนี้หนังสือเรียนสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่จัดซื้อ โดยเงินอุดหนุนเป็นค่าหนังสือ๒. การจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน ให้ดำเนินการดังนี้การดำเนินการในรายการนี้ที่ประชุมเห็นว่าการดำเนินการจะต้องเป็นการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองและนักเรียนอันอาจจะมีผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียนที่ประชุมจึงเห็นควรให้ดำเนินการ หักลดจากค่าวัสดุ/อุปกรณ์ตลอดปีซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนและจัดวัสดุ-อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นให้แก่นักเรียน คือ ชั้นอนุบาลปีที่ ๑-๓ ได้แก่ ดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ ไม้บรรทัด สี กระเป๋าสะสมผลงาน ชั้น ป.๑ , ม.๑ ได้แก่ แฟ้มสะสมผลงาน ดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ ไม้บรรทัด สมุดปกอ่อน ชั้น ป.๒-ป.๖ ได้แก่ ดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ ไม้บรรทัด กระเป๋าใส่อุปกรณ์ สมุดปกอ่อน ชั้น ม.๒-ม.๓ ได้แก่ ปากกา ดินสอ กบเหลาดินสอ ชุดเรขาคณิต สมุดปกอ่อน สมุดรายงาน ตามจำนวนเงินอุดหนุนที่ได้รับ แล้วจึงเรียกเก็บส่วนที่เหลือจากผู้ปกครองตามประกาศ เรื่อง ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น พร้อมการลงชื่อรับเงินอุดหนุนค่าอุปกรณ์ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงิน๓. การจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียน ให้ดำเนินการดังนี้การดำเนินการในรายการนี้ที่ประชุมเห็นว่า การดำเนินการใดจะเป็นการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน ไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ปกครองและนักเรียนอันอาจจะมีผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน ที่ประชุมจึงเห็นควรให้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบให้แก่ผู้ปกครอง/นักเรียน เมื่อได้รับหลักฐานการลงทะเบียนเรียนของนักเรียน ตามที่คณะกรรมการบริหารและกรรมการร่วม ๔ ฝ่ายกำหนด โดยให้ผู้ปกครองนำคูปองค่าเครื่องแบบนักเรียนไปรับเครื่องแบบนักเรียนที่ร้านค้าโรงเรียน พร้อมลงชื่อวันรับเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบ ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงิน๔. การจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้ดำเนินการดังนี้ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว ให้นำเงินดังกล่าวไปดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านคุณธรรมด้านการทัศนศึกษาด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ตามโครงการและแผนงานของโรงเรียนจึงประกาศแจ้งผู้ปกครองนักเรียน ได้รับทราบวิธีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวข้างต้นโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒๓ เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ นางสาวอุไรวรรณ ตันประภัสร์ ผู้รับใบอนุญาต


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 6?วิธีการชำระเงินค่าธรรมเนียมการเรียนสามารถเลือกชำระเงินได้ ๒ ช่องทาง คือ ๑. ชำระเงินค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นเงินสดได้ที่ สำนักงานธุรการ งานการเงิน๒. ชำระค่าธรรมเนียมการเรียนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร/Mobile-Banking- ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ สาขาสามแยกอ่างศิลา ชื่อบัญชี โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรีเลขที่บัญชี ๓๗๖-๐-๔๐๓๗๔-๑ - Scan QR Payment ชื่อบัญชี โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี?กรณีชำระผ่านธนาคาร: ผู้ปกครองดำเนินการส่ง ใบนำฝากเงินมา Line ครูประจำชั้น หรือ Line OA: @pbsvid พร้อมระบุชื่อ นามสกุล และชั้นเรียนของนักเรียน เพื่อให้งานการเงินออกใบเสร็จรับเงิน (กรุณาเรียกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่ชำระเงิน)โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี เบอร์ ๐๓๘-๒๗๖๘๙๐-๔เบอร์ติดต่อภายในสำนักงานธุรการ ต่อ ๑๘๕ฝ่ายการเงิน ต่อ ๓๐๖ฝ่ายพัฒนาการศึกษา ต่อ ๓๐๓ฝ่ายส่งเสริมการศึกษา ต่อ ๑๘๗การบริหารงานธุรการการเงินเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 7ทางโรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำประกันอุบัติเหตุ บริษัท อลิอันซ์อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้กับนักเรียนทุกคนซึ่งนักเรียนจะได้รับความคุ้มครองตลอด ๒๔ ชั่วโมงในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลมีรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขการรับประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน ดังนี้ผลประโยชน์ความคุ้มครอง ทุนประกันเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ ๑๐๑,๐๐๐ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ๑๐๐,๐๐๐สูญเสียมือ ๒ ข้าง หรือ เท้า ๒ ข้าง หรือสายตา ๒ ข้าง ๑๐๐,๐๐๐สูญเสียมือ ๑ ข้าง หรือ เท้า ๑ ข้าง หรือสายตา ๑ ข้าง ๖๐,๐๐๐การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ (กรณีเสียชีวิต) ๒๕,๐๐๐การถูกฆาตกรรมหรือทำร้ายร่างกาย (กรณีเสียชีวิต) ๒๕,๐๐๐รักษาคลินิกเอกชนทั่วไป และ โรงพยาบาลรัฐ จ่ายตามจริงไม่เกิน ๑๐,๐๐๐รักษาโรงพยาบาลเอกชน จ่ายตามจริงไม่เกิน ๔,๐๐๐สามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน คลินิก และโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง (โดยผู้ปกครองสำรองเงินสดจ่ายก่อน) และเตรียมเอกสารหลักฐานต้นฉบับที่ขอเบิกค่ารักษาพยาบาลดังนี้๑. ใบเสร็จรับเงิน (ฉบับจริง)๒. ใบรับรองแพทย์ (ฉบับจริง)๓. ติดต่อขอรับผลประโยชน์กรณีค่ารักษาพยาบาลที่งานธุรการผู้ปกครองสำรองจ่าย นำใบเสร็จรับเงิน และ ใบรับรองแพทย์ฉบับจริงเท่านั้น มาเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนที่โรงเรียน● สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่องานธุรการ โทร 086-305-1043● อลิอันซ์อยุธยา ประกันภัย กรมธรรม์เลขที่ 25-001-GPA-000256 โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรีกรณีเสียชีวิต๑. สำเนาใบชันสูตรพลิกศพ (รับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานที่ออกให้)๒. สำเนาใบรับรองการเสียชีวิต (รับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานที่ออกให้)๓. สำเนาใบแจ้งความ (รับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานที่ออกให้)๔. สำเนาใบมรณะบัตร (รับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานที่ออกให้)๕. สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ของผู้เสียชีวิตและผู้รับประโยชน์ (รับรองสำเนา โดยผู้รับประโยชน์) สามารถติดต่อยื่นเอกสารขอรับเงินประกันอุบัติเหตุ ได้ที่สำนักงานธุรการ กับนางสาวเสาวรส ศรีเจริญ และ นางสาวธนัฏฐา จันทร์วิเชียร หรือติดต่อสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๘ -๒๗๖๘๙๑-๔ ต่อ ๑๘๕การประกันอุบัติเหตุนักเรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 8


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 9กรอบแนวคิดหลักสูตรโรงเรียนได้นำ หลักสูตรฐานสมรรถนะ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ เพื่อสร้างสมรรถนะให้ผู้เรียนสามารถพร้อมรับและเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพตามความสนใจและความถนัดการจัดการศึกษาดังกล่าวประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ๓ ส่วน ที่มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ และการวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ แนวทางการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ครอบคลุมความสามารถหลากหลายด้าน เช่น ภาษา (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน) คณิตศาสตร์ มิติสัมพันธ์ การเคลื่อนไหว ดนตรี มนุษยสัมพันธ์ และการรู้จักตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) รวมถึงการพัฒนาด้านอารมณ์ (Emotional Intelligence) และทักษะพื้นฐานที่จำเป็น เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่ ๑–๓) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ โดยต่อยอดจากระดับประถมศึกษา ภายใต้แนวคิดการพัฒนาผู้เรียนตามสมรรถนะเป็นสำคัญ และใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้ ทักษะสำคัญที่มุ่งพัฒนา ได้แก่ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ การสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันสื่อ ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะอาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ การจัดการเรียนรู้เน้นรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (ProjectBased Learning: PBL) และการจัดการเรียนรู้แบบ STEAM Education เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 10


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 111 หลักสูตรโรงเรียนประภัสสรวิทยาในปีการศึกษา ๒๕๖๘๙ โรงเรียนประกาศใช้หลักสูตรการเรียนการสอน ดังนี้⮚ การศึกษาระดับปฐมวัย ( ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ - ๓) ใช้ หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐⮚ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑- ๖ และระดับมัธยมศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓) ใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐ )⮚ หลักสูตรเสริมภาษาต่างประเทศ โรงเรียนจัดหลักสูตรเสริมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชน และสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเสริมภาษาต่างประเทศ คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน๑). หลักสูตรส่งเสริมสามภาษา- Exclusive English Program: EEP (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓) บูรณาการเรียนวิชา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ การงาน ศิลปะ ภาษาอังกฤษ เสริมรายวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน รวม ๑๗ คาบ/สัปดาห์ โดยใช้สื่อเรียนรู้ Pelangithai : Primary Education smart plus science from England, Raz-Plus (Leveled Books and Resources to Support Reading Development at School and at Home) from USA ศึกษาแหล่งเรียนรู้ Field Trip - Mini English & Chinese Program : MEC (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ ) บูรณาการเรียนวิชา สังคมวิทยาศาสตร์ การงาน ศิลปะ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นฐาน และเสริมรายวิชาคณิตศาสตร์ นอกเหนือจากการเรียนเนื้อหาด้วยภาษาไทย และเพิ่มชั่วโมงการเรียนภาษาอังกฤษ กับครูต่างชาติ และภาษาจีน ๑๑ คาบ/สัปดาห์ จากกิจกรรมการเรียนรู้ My First Adventure MFEA และ International Curriculum : Origo Math from Australia , International Curriculum : Mc Graw Hill Education from USA รวมทั้งมีกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ ศึกษาแหล่งเรียนรู้ English – Chinese Day Camp / Field Trip - IEC Plus Secondary (Intensive English & Chinese Program) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ เสริมบูรณาการ Intergration & STEM Education เป็นภาษาอังกฤษ, สื่อนวัตกรรมและภาษาจีนรวมจำนวน ๑๒ คาบ / สัปดาห์ ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป CEFR (Common European Framwork of Reference for Languages ) และ English – Chinese Day Camp / Field Trip เพื่อให้นักเรียนได้คุ้นเคยกับคำศัพท์ ประโยชน์ที่ใช้ในวิชาดังกล่าว เป็นพื้นฐานที่ดีในการเรียนต่อระดับสูงขึ้นไปและการประกอบอาชีพ และพร้อมสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ด้วยการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ในชีวิตประจำวันอย่างคุ้นเคย๒). หลักสูตรพื้นฐาน เสริมภาษาอังกฤษ -จีน- Intensive English Program: IEP ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ เสริมภาษาอังกฤษ – จีน โดยเรียนเสริมภาษากับครูต่างชาติ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ๖ คาบ/สัปดาห์ และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ เสริมภาษาอังกฤษ กับครูต่างชาติ สื่อนวัตกรรม ๗ คาบ/สัปดาห์ โดยเน้นทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียนด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ( Project Based )


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 12⮚ กิจกรรมบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) สะเต็มศึกษา คือ แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน ๔ สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือ ผลผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง ๔ สหวิทยาการ กับชีวิตจริงและการทำงาน การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ไม่เน้นเพียงการ ท่องจำทฤษฎีหรือกฎทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎีหรือกฎเหล่านั้นผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิดตั้งคำถาม แก้ปัญหาและการหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ พร้อมทั้งสามารถนำ ข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้STEM education is an integrated approach to teaching and learning. It brings together science, technology, engineering and mathematics emphasizing the application of the knowledge gained to real life problem solving and to developing a process or a new product for the benefits of life and work.โรงเรียนประภัสสรวิทยา ได้จัดให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวทางสะเต็มศึกษา ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) มาจัดประสบการณ์ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนได้แก่ทักษะชีวิตและอาชีพ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะทางด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ให้มีความพร้อมสู่ศตวรรษที่ ๒๑


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 13⮚ หลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาเป็นหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โดยนักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ ของโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี เลือกศึกษาในสาขาที่สนใจกับวิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี สาขาที่เปิดสอน สาขาบริหารธุรกิจ สาชาช่างไฟฟ้า สาชาภาษาต่างประเทศ ผู้เรียนที่จบการศึกษาสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ตามความถนัดและความสนใจ รวมทั้งสามารถนำหน่วยกิตไปปรับเทียบโอนได้ การจัดแผนการเรียนรู้ ครอบคลุม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยจัดวิชาพื้นฐาน ๙ วิชา (๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และวิชาประวัติศาสตร์) จัดวิชาเพิ่มเติมให้นักเรียนทุกคนเรียนในระดับประถมศึกษา และให้เลือกเรียนในระดับมัธยมศึกษา ● รายวิชาพื้นฐาน ๘ กลุ่มสาระประกอบด้วยวิชาภาษาไทย, สุขศึกษาและพลศึกษา, คณิตศาสตร์, สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ ,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การงานอาชีพ, ศิลปะ และภาษาต่างประเทศ ● รายวิชาเพิ่มเติม จัดให้สอดคล้องกับสภาพของชุมชน แนวโน้มการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะการเตรียมพร้อม สู่ศตวรรษที่ ๒๑ บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทักษะอาชีพ● กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดให้ผู้เรียนทุกช่วงชั้น แบ่งเป็น ๓ ลักษณะ๓.๑ กิจกรรมแนะแนว จัดคาบโฮมรูม/แนะแนวหรือ การเสริมกิจกรรมแนะแนวในกิจกรรมลูกเสือ เพื่อแนะแนวทั้งด้านทักษะวิชาการในการซ่อมเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านทักษะชีวิต และการพัฒนาตนสู่โลกอาชีพ โดยครูประจำชั้น/ครูแนะแนว๓.๒ กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย - กิจกรรมลูกเสือ จัดให้สำหรับนักเรียนทุกคน - กิจกรรมชุมนุม เปิดให้นักเรียนเลือกตามความถนัดและความสนใจทั้งชุมนุมทางวิชาการ ชุมนุมพัฒนาสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชุมนุมพัฒนาทักษะอาชีพ๓.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จัดให้นักเรียนทุกคนทำกิจกรรมทั้งในโรงเรียน ที่บ้าน และ ในชุมชน เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีและมีภาวะผู้นำ ด้วยการส่งเสริม กิจกรรมเด็กดีศรีประภัสสร, โครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อม ECO-School, กิจกรรมจิตอาสา และจิตสาธารณะต่างๆ


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 14Learning area PBS


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 15


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 16


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 17


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 18๒. การจัดการเรียนรู้โรงเรียนประภัสสรวิทยา ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยปฏิบัติการเชิงชาติพันธุ์วรรณนาที่ใช้ การออกแบบเป็นฐานในฐานะพหุกรณีศึกษาเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้การอ่านสำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในฐานะนิเวศการเรียนรู้ในสถานศึกษาและชุมชน : การศึกษานำร่องภายใต้โครงการวิจัยย่อยสถานภาพการอ่านของสังคมไทยและการพัฒนาระบบนิเวศของหนังสือและการอ่านของชุดโครงการวิจัยสถานภาพการอ่านของสังคมไทยและการพัฒนาระบบนิเวศนของหนังสือและการอ่าน จัดโดย สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบัน ไทยศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนประภัสสรวิทยาได้ดำเนินการพัฒนานิเวศและ วัฒนธรรมการอ่านเพื่อพัฒนาโรงเรียนในฐานะโรงเรียนแห่งการอ่าน และการคิดที่บูรณาการกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้าง (Constructive Alignment) บ้านการอ่านอย่างมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive ReadingHouse) กระบวนการเรียนรู้และความก้าวหน้าในการเรียนรู้(Learning Process and Progress) ความฉลาดรู้เชิงสาขาวิชา (Disciplinary Literacy) การอ่านอย่างมีสมาธิ (Mindful Reading) การอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน (Reading for Pleasure) และ Explicit Instruction โรงเรียนให้ความสำคัญกับนิเวศการอ่านและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่สำคัญคือ การอ่านสมาธิ ที่กำหนดให้นักเรียนมารวมกันที่อาคารประภัสสรเพื่ออ่านหนังสือเป็นเวลา 15นาทีซึ่งช่วยส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียนทุกระดับชั้น เช่น มีสมาธิต่อเนื่อง มีหนังสือติดมือ มีการอ่านในเวลาว่างหรือใช้ห้องสมุดมากขึ้น นับเป็นคุณลักษณะการอ่านที่ดีและเป็นรากฐานของการสร้างวัฒนธรรมการอ่านภายในโรงเรียน โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการรวมพลังสร้างโรงเรียนส่งเสริมการคิดเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช เน้นกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ทักษะการคิด เรียนรู้เครื่องมือการคิด เพื่อฝึกทักษะการคิดในแต่ละประเภท รวมทั้งการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย พัฒนาทักษะกระบวนการ และความคิดสร้างสรรค์ เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและพลโลก ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ครบทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ พัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ตอบสนองความสามารถ ความถนัดและความสนใจของนักเรียน สามารถสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานจากการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ นำวิธีการเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) บูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรม (STEM) มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้นักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้มาแก้ปัญหาได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเสริมสร้างคุณลักษณะให้ผู้เรียนมีภาวะผู้นำ เป็นพลเมืองดีของสังคม โดยเน้นให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้และประเมินผลงาน ของนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดพบผู้ปกครองเพื่อรายงานความก้าวหน้าของนักเรียน ๑ ครั้ง ต่อภาคเรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 19๓. การวัดและประเมินผลการเรียนองค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดจุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มีองค์ประกอบต่างๆ ดังแผนภาพ ● กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย , ภาษาต่างประเทศกำหนดสัดส่วนคะแนน ดังนี้คะแนนระหว่างเรียน (๗๐) : คะแนนกลางภาค (๑๐) : คะแนนปลายภาค (๒๐)● กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมกำหนดสัดส่วนคะแนน ดังนี้คะแนนระหว่างเรียน (๗๐) : คะแนนกลางภาค (๑๐) : คะแนนปลายภาค (๒๐)● กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ,การงานอาชีพ,สุขศึกษาพลศึกษา กำหนดสัดส่วนคะแนน ดังนี้คะแนนระหว่างเรียน (๘๐) : คะแนนกลางภาค (๑๐) : คะแนนปลายภาค (๑๐)● ระเบียบการประเมินผลของโรงเรียน กำหนดการวัดและประเมินผลเป็น ๔ ส่วน ดังนี้๑. การประเมินผลการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้๒ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ๓. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์๔ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยนักเรียนต้องมีผลการประเมินผ่านครบทั้ง ๔ ส่วน มาตรฐาน/ตัวชี้วัดการเรียนรู้ ใน ๘ กลุ่มสาระ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะ อันพึงประสงค์กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนคุณภาพผู้เรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 20● การตัดสินให้ระดับผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ กำหนดระดับผลการเรียน ๘ ระดับตามช่วงคะแนนดังนี้๔ = คะแนนร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ = ดีเยี่ยม๓.๕ = คะแนนร้อยละ ๗๕ - ๗๙ = ดีมาก๓ = คะแนนร้อยละ ๗๐ - ๗๔ = ดี๒.๕ = คะแนนร้อยละ ๖๕ -๖๙ = ค่อนข้างดี๒ = คะแนนร้อยละ ๖๐ -๖๔ = น่าพอใจ๑.๕ = คะแนนร้อยละ ๕๕ -๕๙ = พอใช้๑ = คะแนนร้อยละ ๕๐ -๕๔ = ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ๐ = คะแนนร้อยละ ๐ -๔๙ = ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินร = รอการตัดสินหรือยังตัดสินไม่ได้? ผู้เรียนที่ได้รับการตัดสินผลการเรียน “๐” จะต้องซ่อมเสริม ถ้าซ่อมเสริมครบ ๒ ครั้ง แล้วยังไม่ผ่านผู้เรียนต้องเรียนซ้ำรายวิชา? ผู้เรียนที่มีเวลาเรียนต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดรายวิชา ต้องเรียนซ้ำในช่วงเวลาปิดภาคเรียน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้◎ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน การฟัง การดูและการรับรู้ จากหนังสือ เอกสารและสื่อต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แล้วนำมาคิดวิเคราะห์เนื้อหาสาระที่นำไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์สร้างสรรคในเรื่องต่างๆ และถ่ายทอดความคิดนั้นด้วยการเขียนซึ่งสะท้อนถึงสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและสร้างสรรค์จินตนาการอย่างเหมาะสมและมีคุณค่า แก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ พร้อมด้วยประสบการณ์ และทักษะในการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผล และลำดับขั้นตอนในการนำเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถใ แต่ละระดับชั้น การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียน สรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้นเรียนและการจบการศึกษาระดับต่างๆตัวชี้วัดความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๓๑. สามารถอ่านและหาประสบการณ์จากสื่อที่หลากหลาย ๒. สามารถอ่านจับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน๓ สามารถเปรียบเทียบแง่มุมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ โทษ ความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ๔. สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่าน โดยมีเหตุผลประกอบ ๕. สามารถอ่านถ่ายทอดความคิดเห็นความรู้สึกจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖๑ .สามารถอ่านเพื่อหาข้อมูลสารสนเทศเสริมประสบการณ์จากสื่อประเภทต่างๆ ๒. สามารถจับประเด็นสำคัญ เปรียบเทียบ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผลจากเรื่องที่อ่าน๓. สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเรื่องราว เหตุการณ์ของเรื่องที่อ่าน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 21๔. สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านโดยมีเหตุผลสนับสนุน ๕ สามารถอ่านทอดความเข้าใจ ความคิดเห็น คุณค่าจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓๑. สามารถคัดสรรสื่อที่ต้องการอ่านเพื่อหาข้อมูลสารสนเทศได้ตามวัตถุประสงค์ สามารถสร้างความเข้าใจและประยุกต์ใช้ความรู้จากกการอ่าน๒. สามารถจับประเด็นสำคัญและประเด็นสนับสนุนโต้แย้ง๓. สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลำดับความและความเป็นไปได้ของเรื่องที่อ่าน๔. สามารถสรุปคุณค่า แนวคิด แง่คิดที่ได้จากการอ่าน๕. สามารถสรุป อภิปราย ขยายความแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้มน้าว โดยการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น ผังความคิด เป็นต้น- ครูทุกรายวิชามีหน้าที่ประเมินตามตัวชี้วัดของเกณฑ์ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และการเขียนใน แต่ละหน่วยการเรียน- การตัดสินผลกำหนดเป็น ๔ ระดับ⚫ดีเยี่ยม ⚫ดี ⚫ผ่าน ⚫ไม่ผ่าน ผู้ที่ได้รับผลการประเมินไม่ผ่าน ต้องซ่อมเสริมให้ผ่านจึงจะได้รับการพิจารณาจบช่วงชั้น◎ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามที่สถานศึกษากำหนดเพิ่มเติม เป็นการประเมินรายคุณลักษณะแล้วรวบรวมผลการประเมินจากผู้ประเมินทุกฝ่ายนำมาพิจารณาสรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมิน การเลื่อนชั้นเรียนและการจบการศึกษาระดับต่างๆดังแผนภาพ แผนภาพแสดงองค์ประกอบการวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 22คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึงลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนอันเป็นคุณลักษณะ ที่สังคมต้องการ ในด้านคุณธรรมจริยธรรมค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทย และพลโลก ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดซึ่ง มีอยู่ ๘ คุณลักษณะ ครูทุกคนและบุคคลที่โรงเรียนกำหนดมีหน้าที่ประเมินโดยสรุปผลการประเมินภาคเรียนละ ๑ ครั้ง เป็นระดับคุณภาพ ๔ ระดับ ดังนี้ ⚫ดีเยี่ยม ⚫ดี ⚫ผ่าน ⚫ไม่ผ่านผู้ที่ได้รับการประเมินไม่ผ่านจะต้องซ่อมเสริมให้ได้รับผล “ผ่าน” จึงจะได้รับพิจารณาให้จบช่วงชั้น◎การประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนสมรรถนะหลัก (Core Competencies) ตาม (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง สมรรถนะที่กำหนดให้เป็นพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นความสามารถติดตัวเมื่อจบการศึกษา มีลักษณะเป็นสมรรถนะข้ามสาระการเรียนรู้หรือคร่อมวิชา สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนได้ในสาระการเรียนรู้ต่างๆ ที่หลากหลาย หรือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้สาระต่างๆได้ดีขึ้นเป็นสมรรถนะที่มีลักษณะ “content – free” คือ ไม่ขึ้นกับเนื้อหาสาระของศาสตร์ใดๆ แต่ความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะหลักจะเป็นองค์ความรู้เชิงกระบวนการ (Procedural Knowledge) ซึ่งเป็นชุดของขั้นตอนหรือการปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของสมรรถนะนั้น ๆ เป็นได้ทั้งกระบวนการที่ใช้เฉพาะศาสตร์หรือบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น ความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะการคิดขั้นสูงเป็นเป็นชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดประเภทต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ และการคิดสร้างสรรค์ สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียนมี ๖ ประการ ดังนี้● การจัดการตนเอง● การคิดขั้นสูง● การสื่อสาร● การรรวมพลังทำงงานเป็นทีม● การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง● การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืนโรงเรียนประภัสสรวิทยากำหนดให้มีการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ โดยกำหนดการให้ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ประเมินทั้ง ๖สมรรถนะตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับธรรมชาติวิชา โดยประเมินอย่างต่อเนื่อง การประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนจึงควรใช้วิธีการประเมินที่เน้น การปฏิบัติ และ บูรณาการอยู่ในกระบวนการเรียนการสอน ไม่แยกประเมินต่างหาก โดยต้องตรวจสอบว่า ผู้เรียนเกิด สมรรถนะสำคัญตามที่ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 23เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้๑. ระดับประถมศึกษาการตัดสินผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้าง เวลาเรียน มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีคุณภาพเต็มตามศักยภาพและให้สถานศึกษากำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน ดังนี้๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผู้เรียนที่จะได้รับการอนุมัติให้เลื่อนชั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้1) ได้รับการตัดสินผลการเรียนรายวิชาพื้นฐาน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และรายวิชาเพิ่มเติม ผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด 2) ได้ระดับผลการเรียนไม่ต่ำกว่า ๑ ในรายวิชาพื้นฐานทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และได้ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้น ไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐3) ผ่านการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์ประเมินที่โรงเรียนกำหนด4) ผ่านการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความตามเกณฑ์ประเมินที่โรงเรียนกำหนด5) ผ่านการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามเกณฑ์ประเมินที่โรงเรียนกำหนด๒. ระดับมัธยมศึกษา เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น๑) เรียนรายวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่ สถานศึกษากำหนด2) ได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต เป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และราย วิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนดและไม่น้อยกว่า ๑๑ หน่วยกิต3) มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนด4) มีผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนด5) เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมิน ตามเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนดเกณฑ์การผ่านเลื่อนชั้นและการจบการศึกษาภาคบังคับ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 24โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี โรงเรียนสอนคิด แห่งภาคตะวันออกThinking School for the Future Generationในการพัฒนาการศึกษาของชาติจำเป็นต้องทำอย่างจริงจัง เพราะหากคุณภาพการเรียนการสอนดีจะทำให้คุณภาพชีวิตดี และช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงในทุกระดับ หากขาดความรู้ความสามารถ ขาดการปรับตัวที่ดี จะทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างยากลำบาก และจะส่งผลถึงปัญหาสังคมอย่างมากในอนาคต โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี มีแนวคิดและพยายามในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงจัดให้มีระบบการสอนคิดอย่างมีคุณภาพ จึงขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นต่อโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี ว่าจะส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพจริงไม่ใช่เพียงการสร้างภาพ การจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะที่ต้องการของคนในศตวรรษที่ ๒๑กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดสมรรถนะของผู้เรียน หลังจากจบการศึกษา ไว้ ๖ ด้าน คือ๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง๒. สมรรถนะการคิดขั้นสูง๓. สมรรถนะการสื่อสาร๔. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม๕. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง๖. สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืนจากสมรรถนะหลัก ๖ ด้าน ดังกล่าว ผู้เรียนจำเป็นต้องมีทั้ง ความรู้ ทักษะเฉพาะด้าน และทัศนคติที่ดี ซึ่งการสอนแบบเดิม ๆ ไม่สามารถทำให้เกิดสมรรถนะที่หลักสูตรต้องการได้ และไม่สอดรับกับทักษะที่ต้องการของคนในศตวรรษที่ ๒๑ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชาติ การพัฒนาประเทศเป็นไปได้ช้า โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี จึงทำข้อตกลง ทางวิชาการร่วมกับโรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของการสอนคิด โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ใหม่ โดยใช้กระบวนการสอนคิด ปรับรูปแบบการวัดผลประเมินผลให้สอดคล้องกัน เพื่อหวังให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามที่หลักสูตรต้องการ มีความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และการสะท้อนคิดที่ดีการปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูเน้นหน้าที่หลักของครู ๓ ด้าน คือ การสร้างเสริมให้นักเรียนรู้จักคิดแก้ปัญหา การสนับสนุนส่งเสริมให้คิดสร้างสรรค์และการสร้างความท้าทายให้เกิดกับผู้เรียน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม การใช้คำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้คิด การแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดผลงานไปพร้อมกับการเรียนเรียนรู้ และผลงานที่เกิดขึ้นผู้เรียนจะนำไปใช้ประโยชน์ในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ทำแฟ้มสะสมงานของตนเอง ในการศึกษาต่อ อย่างไรก็ตามโรงเรียนยังคงไม่ทิ้งวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ การเคารพผู้ใหญ่ ความรักชาติ การปฏิบัติตนตามหลักคำสอนของศาสนา และความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 25และโรงเรียนยังคงส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ให้นักเรียนได้เลือกกิจกรรมดนตรี กิจกรรมกีฬา กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นำ และกิจกรรมตามความถนัดอื่น ๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพครบถ้วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิด จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ในการช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียน ได้ค้นคว้า จัดเตรียมข้อมูล การอ่านหนังสือล่วงหน้า และทำกิจกรรมตามที่ครูมอบหมาย ซึ่งกระบวนการสอนคิด จะทำให้ผู้เรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักปรับตัว สร้างสรรค์ผลงาน ฝึกความรับผิดชอบต่อตนเอง และการทำงานเป็นทีมอย่างมีคุณภาพ โรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี จึงหวังว่าความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระบวนการสอนคิดนี้ จะเป็นที่พึงพอใจของผู้ปกครอง และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปกครองทุกคน เพื่อร่วมกันพัฒนาบุตรหลานของท่านให้มีคุณภาพสูงสุดตามศักยภาพของตน ดร.ชลกร ตันประภัสร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประภัสสรวิทยา ชลบุรี


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 26ฝ่ายส่งเสริมการศึกษา เป็นหน่วยงานสนับสนุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างหลากหลายรูปแบบ ดำเนินงานนอกเหนือจากการเรียนการสอนปกติ เกี่ยวกับ งานพฤติกรรมนักเรียน งานอนามัยและโภชนาการ งานระบบช่วยเหลือนักเรียน งานกิจกรรม งานบริการรถรับ – ส่งนักเรียน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่น สวยงาม เหมาะกับการจัดการเรียนการสอน และยังส่งเสริมและพัฒนานักเรียนโรงเรียนประภัสสรวิทยา ทุกคนให้มีความเป็น นักเรียน ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและคนดีของ สังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขการบริหารงานฝ่ ายส่งเสริมการศึกษาการศึกษา


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 27ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยาว่าด้วยเรื่อง เครื่องแต่งกายของนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2569**********************โรงเรียนได้กำหนดระเบียบ ว่าด้วยเครื่องแต่งกาย ของนักเรียนโรงเรียนประภัสสรวิทยา ให้เป็นในทิศทางเดียวกัน ตามเครื่องแบบนักเรียนที่โรงเรียนกำหนด จึงเห็นสมควรให้กำหนดระเบียบนี้ไว้ดังนี้ข้อ 1 เครื่องแบบนักเรียน / ชุดพลศึกษา / ชุดอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย1.1 ระดับอนุบาลเครื่องแบบนักเรียนอนุบาล 1-3 EEP


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 28ชุดพลศึกษา / ชุดลายไทย ระดับอนุบาล1.2 ระดับประถมเครื่องแบบนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-3 EEP


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 29เครื่องแบบนักเรียนประถมปีที่ 4-6 MECเครื่องแบบนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4-6 IEP


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 30ชุดพละนักเรียนประถม1.3 ระดับมัธยมเครื่องแบบนักเรียนมัธยม 1-3 IEC Plus


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 31เครื่องแบบนักเรียนมัธยม 1-3 IEP ชุดพละนักเรียนมัธยม ชุดลายดอก ระดับประถม – ระดับมัธยมต้น


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 32ข้อ 2 การสวมใส่ เครื่องแบบ ให้ดำเนินการดังนี้ 2.1 ให้ยึดตามตารางเรียนในแต่ละวัน เป็นแนวปฏิบัติ 2.2 ขนาดของเครื่องแบบนักเรียน ทุกชุด ให้เหมาะสมกับสรีระร่างกาย ตามวัย 2.3 เสื้อนักเรียนห้องเรียนปกติ/ห้องเรียน EEP ระดับอนุบาล และประถม ให้ปักตัวอักษรด้วยด้าย สีน้ำเงิน เป็น ภาษาอังกฤษ บริเวณหน้าอกเสื้อด้านขวา ทั้งชายและหญิง2.4 เสื้อนักเรียนห้องเรียนปกติ/ห้องเรียน IEP ในระดับอนุบาล ประถม มัธยม ให้ปักตัวอักษรด้วยด้าย สีแดง เป็นภาษาไทยบริเวณหน้าอกเสื้อด้านขวา ทั้งชายและหญิง2.5 เสื้อนักเรียนห้องเรียน MEC ในระดับประถม ให้ปักตัวอักษรด้วยด้าย สีน้ำเงิน เป็นภาษาอังกฤษ บริเวณหน้าอกเสื้อด้านขวา ทั้งชายและหญิง2.6 ชุดพลศึกษา2.5.1 ระดับอนุบาล เสื้อสีขาว ปักชื่อด้วยด้าย สีแดง หน้าอกขวา 2.5.2 ระดับประถมศึกษา เสื้อสีเหลือง ปักชื่อด้วยด้าย สีน้ำเงิน หน้าอกขวา2.5.3 ระดับมัธยมศึกษา เสื้อสีแดง ปักชื่อด้วยด้าย สีขาว หน้าอกขวา 2.5.4 กางเกงวอร์มทุกระดับชั้น เป็นสีกรมท่า ด้านข้างกางเกงวอร์มเป็นแถบสีประจำโรงเรียน พื้นแดง ขลิบขาว ตามที่โรงเรียนกำหนด2.5.5 หมวกกิจกรรมใช้ในวันสวมชุดพลศึกษาหรือการออกไปทำกิจกรรมภายนอกโรงเรียน2.6 กางเกงนักเรียนทุกระดับชั้น ทุกชุด ความยาวของขากางเกงต้องสูงกว่าหัวเข่าไม่เกิน 4 เซนติเมตร ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนทรง2.7 กระโปรงนักเรียนทุกระดับชั้น ทุกชุด ความยาวของชายกระโปรงต้องคุมหัวเข่า ห้ามดัดแปลง หรือเปลี่ยนทรงข้อ 3 ทรงผม ให้ใช้ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน ให้ปฏิบัติดังนี้3.1 นักเรียนชาย จะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้สั้น ให้ใช้เป็นทรงนักเรียนแบบเดิมของนักเรียนชายกรณีไว้ผมยาว ให้ใช้เป็นทรง รองทรง ความยาวของผมด้านข้างและด้านหลังต้องยาวไม่เกินตีนผม 3.2 นักเรียนหญิง จะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้สั้น ให้ใช้ทรงนักเรียนแบบเดิมของนักเรียนหญิงกรณีไว้ผมยาว ให้ถักเปียเป็น 2 ข้าง และผูกโบว์ให้เหมาะสมและเรียบร้อย 3.2.1 ระดับอนุบาล-ประถม โบว์สีแดง3.2.2 ระดับมัธยม โบว์สีขาว3.3 นักเรียนห้ามปฏิบัติตน ดังนี้3.3.1 ห้ามดัดผม 3.3.2 ห้ามย้อมสีให้ผิดไปจากเดิม3.3.3 ห้ามไว้หนวดและเครา 3.3.4 ห้ามตัดทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์ หรือเป็นลวดลาย


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 33 3.4 ความในข้อ 3.1, 3.2 และ 3.3 มิให้นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลักศาสนาของตนหรือการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษา ทั้งนี้ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้อำนาจในการพิจารณาข้อ 4. ชุดว่ายน้ำของโรงเรียนสีดำ-แดง สวมใส่เหมือนกันทุกระดับชั้นพร้อมอุปกรณ์ หมวก แว่นตาว่ายน้ำ ให้นักเรียน สวมใส่ เฉพาะในชั่วโมงเรียนพลศึกษา (ว่ายน้ำ) หรือช่วงการฝึกทักษะเพิ่มเติมข้อ 5. ชุดอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยตามระดับชั้นที่โรงเรียนกำหนด เสื้อลายดอก กางเกงพลศึกษา แต่งกายทุกวันศุกร์ข้อ 6. เครื่องแบบ ลูกเสือ-เนตรนารี ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ 6.1 ลูกเสือสำรอง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-36.2 ลูกเสือสามัญ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 346.3 ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3ประกาศนี้ให้ใช้บังคับว่าด้วยเรื่องการแต่งกาย เครื่องแต่งกายของนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ 2569 เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (ดร.ชลกร ตันประภัสร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนประภัสสรวิทยา


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 35ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยาว่าด้วยเรื่องเวลาการมาเรียน การหยุดเรียน(ลาป่วย ลากิจ ลากลับก่อนเวลา)ประจำปีการศึกษา 2569***********โรงเรียนประภัสสรวิทยากำหนดให้นักเรียนทุกคนได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ให้เต็มตามศักยภาพ โดยกำหนดระเบียบเกี่ยวกับ เวลาการมาเรียน การหยุดเรียน ( ลาป่วย ลากิจ ลากลับก่อนเวลา) ไว้ดังนี้ข้อ 1 การลาหยุดของนักเรียนทุกกรณี ให้ผู้ปกครองเป็นผู้แจ้งกับครูประจำชั้น หรือสำนักงานธุรการโรงเรียน และในวันที่กลับเข้ามาเรียน นักเรียนต้องยื่นใบลากับครูประจำชั้น และแจ้งเหตุผลให้ทราบทุกครั้ง เพื่อการติดตาม ส่วนท้ายของใบลา ให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อของผู้ปกครอง ด้วยหากปรากฏว่านักเรียนคนใดปลอมลายเซ็นผู้ปกครอง ถือว่าปลอมแปลงเอกสาร ให้ความเท็จต่อโรงเรียน ถือเป็นความผิดต่อระเบียบโรงเรียนข้อ 2 หากนักเรียนขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่แจ้งให้ครูประจำชั้นทราบ ติดต่อกัน 3 วัน โรงเรียนจะดำเนินการดังนี้2.1 ครูประจำชั้นจะแจ้งเรื่องการขาดเรียนให้ผู้ปกครองรับทราบ2.2 หากยังมีการขาดเรียนต่อเนื่องอีก ทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อรับทราบด้วยตนเอง2.3 กรณีนักเรียนคนใดขาดเรียนบ่อยครั้ง และมีแนวโน้มทำให้เกิดผลเสียต่อการเรียน จะเชิญผู้ปกครองมาพบ เพื่อดำเนินการแก้ไข2.4 กรณีที่นักเรียนมีความจำเป็นต้องพักรักษาตัว บำบัดร่างกาย และจิตใจ ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการบำบัดรักษา มากกว่า หนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป ผู้ปกครองต้องเขียนบันทึกข้อความแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแนบเอกสาร ใบรับรองแพทย์ ตารางการบำบัดรักษา หรือใบนัด ทั้งนี้ฝ่ายปกครองจะพิจารณาเรื่องเวลาเรียนเป็นรายบุคคล โดยยึดตามเอกสารทางการแพทย์เป็นหลัก 2.5 หากผู้ปกครองไม่มาติดต่อกับโรงเรียน ทางฝ่ายปกครองจะเสนอเรื่องให้ผู้บริหารทราบและพิจารณา เพื่อดำเนินการตามลำดับขั้นต่อไป2.6 กรณีนักเรียนมีเวลาเรียนไม่ถึง 80 % โดยรวมในภาคเรียนนั้นๆ นักเรียนต้องเขียนคำร้อง และยื่นต่อฝ่ายปกครองเพื่อขอให้มีสิทธิในการสอบปลายภาค ในภาคเรียนนั้นๆ พร้อมแนบหลักฐานการขาดเรียน เช่น ใบลา และใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) โดยสามารถติดต่อขอรับเอกสารคำร้องได้ที่ห้องปกครองข้อ 3 การมาสายแต่ละครั้ง นักเรียนต้องขอรับใบขึ้นชั้นเรียนที่ห้องปกครอง ถ้านักเรียนมาสายบ่อยครั้งโดยมีเหตุผลอันไม่สมควร จะถูกตัดคะแนนความประพฤติ และเชิญผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมเพื่อการปรับปรุงและแก้ไข ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไข นักเรียนอาจไม่ได้รับ การพิจารณาให้เข้าสอบปลายภาคในรอบปกติข้อ 4 ในกรณีที่นักเรียนมีความจำเป็นต้องเข้าเรียนสายเป็นประจำ อาจจะด้วยเหตุผลในการเดินทาง การช่วยงานบ้าน หรือเหตุผลอื่นๆ ที่ฝ่ายปกครองพิจารณาเห็นแล้วว่า สมควรได้รับการยกเว้นการมาสาย ซึ่งผู้ปกครองต้อง เขียนบันทึกข้อความ การขออนุญาตเข้าเรียนสาย และฝ่ายปกครองจะอนุญาตให้นักเรียนเข้าเรียนสายได้ไม่เกิน เวลา 08.30 น. ของแต่ละวัน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 36ข้อ 5 การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน นักเรียนต้องมีเหตุผลอันสมควร หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน จึงจะได้รับ อนุญาต และสามารถออกนอกบริเวณโรงเรียนได้ โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้5.1 ผู้ปกครองนักเรียน จะต้องมาแจ้งความประสงค์ กับทางสำนักงานธุรการของโรงเรียน ด้วยตัวผู้ปกครองเอง ห้ามมิให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง มาทำเรื่องขอรับกลับโดยเด็ดขาด ทั้งนี้โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ ไม่ให้นักเรียน ลากลับบ้านก่อนเวลากับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง โดยผู้ปกครองต้องลงลายมือชื่อเป็นผู้รับนักเรียนกลับและมีผู้ลงลายมือชื่ออนุญาตให้ออก 5.2 ส่งใบขออนุญาตออกนอกโรงเรียน ให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน จึงจะออกนอกบริเวณได้ ถือว่าขั้นตอนการขออนุญาต เสร็จสิ้นสมบูรณ์ (กรณีไปทำธุระและกลับมาให้นำใบอนุญาตจาก รปภ. มายื่นต่อครูผู้สอน/ครูประจำชั้นเพื่อเข้าชั้นเรียนต่อไป)ข้อ 6 การลงเวลามาโรงเรียน ให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้6.1 ใช้บัตรนักเรียน แสกนที่จุดเช็คอินด์ ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ให้6.2 ในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถสแกนบัตรได้ทุกกรณี นักเรียนต้องไปลงชื่อ ลงเวลา และแจ้งเหตุผลที่ ห้องปกครอง 6.3 ในการสแกนบัตรนักเรียนเพื่อลงเวลาเรียน ให้ปฏิบัติเฉพาะตอนเช้าเท่านั้น6.4 กรณีสแกนบัตรแทนกัน ถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง นักเรียนจะถูกลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน ประกาศนี้ให้ใช้บังคับว่าด้วยเรื่องเวลาการมาเรียน การหยุดเรียน(ลาป่วย ลากิจ ลากลับก่อนเวลา) ปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (ดร.ชลกร ตันประภัสร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนประภัสสรวิทยา


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 37ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรมเชิงลบและเพิ่มคะแนนพฤติกรรมเชิงบวกนักเรียน พ.ศ. 2569*****************โรงเรียนประภัสสรวิทยา ได้กำหนด กฎ ระเบียบ และข้อปฏิบัติ ในด้านความประพฤติของนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนให้ปฏิบัติตนอยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างมีความสุข ตามระเบียบแบบแผนทางสังคมโรงเรียนประภัสสรวิทยา จึงกำหนดหลักเกณฑ์ การตัดคะแนนพฤติกรรมเชิงลบและเพิ่มคะแนนพฤติกรรมเชิงบวก เพื่อให้เหมาะสม จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน-นักศึกษา พ.ศ.2548 และกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียน-นักศึกษา พ.ศ.2548 โรงเรียนประภัสสรวิทยา จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรมเชิงลบและเพิ่มคะแนนพฤติกรรมเชิงบวกนักเรียน พ.ศ. 2569”ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับ ในปีการศึกษา 2569 ทั้งตลอดปีการศึกษา ข้อบังคับอื่นใดที่ระเบียบนี้กำหนดไว้ หรือขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทนข้อ 3 ในระเบียบนี้“กระทำผิด” หมายความว่า การที่นักเรียน ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ของสถานศึกษา หรือกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวง ว่าด้วยการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอนข้อ 4 โทษที่จะลงโทษนักเรียน ที่กระทำผิดมี 5 สถานดังนี้4.1 ว่ากล่าวตักเตือน4.2 ทำทัณฑ์บน4.3 ตัดคะแนนความประพฤติและบันทึกข้อมูล4.4 ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 4.5 สำหรับนักเรียนที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรมมากกว่า 30 คะแนน โรงเรียนจะดำเนินการจัดกิจกรรม เมื่อสิ้นภาคเรียน ดังนี้4.5.1 สิ้นภาคเรียนที่ 1 ให้เข้าค่ายกิจกรรมพัฒนาวินัย ตามตารางของฝ่ายพัฒนาการศึกษา และฝ่ายส่งเสริมการศึกษา4.5.2 สิ้นภาคเรียนที่ 2 ให้เข้าค่ายกิจกรรมพัฒนาวินัย ตามตารางของฝ่ายพัฒนาการศึกษา และฝ่ายส่งเสริมการศึกษาตามความในข้อ 4.5 (ข้อ4.5.1 และ 4.5.2) นั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านค่ายพัฒนาวินัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางฝ่ายปกครองจึงกำหนดให้ทางผู้ปกครองรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายพัฒนาวินัย


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 38ข้อ 5 การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียน กระทำความผิดที่ไม่ร้ายแรง หรือในดุลยพินิจของครูฝ่ายปกครองข้อ 6 การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีที่นักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนนักศึกษาหรือกรณีที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษตักเตือนแล้ว แต่ยังกระทำซ้ำอีกข้อ 7 การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ให้พิจารณาระดับความผิดตามความเหมาะสมแต่ละกรณีความผิดเป็นรายๆไป โดยคะแนนความประพฤติในหนึ่งเทอมการศึกษา มี 100 คะแนน ข้อ 8 การตัดคะแนนระดับพฤติกรรมความผิด โรงเรียนได้วางเกณฑ์เกี่ยวกับการตัดคะแนนความประพฤติดังนี้8.1 ระดับพฤติกรรมความผิดที่ตัดครั้งละไม่เกิน 5 คะแนน ดังนี้8.1.1 ก่อกวน-พฤติกรรมไม่เหมาะสมในห้องเรียน8.1.2 หยิบของโดยไม่ได้รับอนุญาต8.1.3 ไม่ส่งโทรศัพท์เก็บ ตามเวลาที่กำหนด (ครั้งที่ 1)8.1.4 ออกนอกห้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต8.1.5 ใส่คอนแทคเลนส์แบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับสายตา (สั้น ยาว เอียง)8.1.6 แกล้งเพื่อน8.1.7 ขัดคำสั่งครู8.1.8 ทิ้งขยะไม่เป็นที่8.1.9 สวมเครื่องประดับ8.1.10 กระเป๋านักเรียนผิดระเบียบ (กระเป๋าอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต)8.1.11 ใช้วาจาไม่สุภาพ8.1.12 นำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปรับประทานบนอาคารเรียน8.1.13 ล้อเลียน8.1.14 ทาสีเล็บ8.1.15 เข้าห้องเรียนช้า8.1.16 แต่งหน้า ทาปาก8.1.17 เล็บยาว8.1.18 เจาะหูมากกว่า 1 รู (สำหรับนักเรียนหญิง)8.1.19 ไม่เข้าแถวเคารพธงชาติ8.2 ระดับพฤติกรรมความผิดที่ตัดครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน ดังนี้8.2.1 ให้ผู้อื่นสแกนบัตรแทน8.2.2 สแกนบัตรแทนคนอื่น8.2.3 หนีคาบเรียน8.2.4 ไม่เข้าโฮมรูม8.2.5 ทำลายทรัพย์ของโรงเรียนโดยไม่เจตนา8.2.6 ไม่เข้าร่วมกิจกรรม8.2.7 เจาะหู (สำหรับนักเรียนชาย)


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 398.2.8 แต่งกายผิดระเบียบ8.2.9 ไว้หนวด ไว้เครา8.2.10 ทรงผมผิดระเบียบ (ผิดสี ผิดทรง ต่อผม)8.2.11 ใช้โทรศัพท์มือถือ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นเกมส์ในระหว่างเรียน8.2.12 ไม่ส่งโทรศัพท์เก็บ ตามเวลาที่กำหนด (ครั้งที่ 2)8.2.13 ข่มขู่เพื่อนนักเรียนด้วยวาจา หรือทางกาย8.2.14 โพสต์คำไม่สุภาพ รูปภาพหรือคลิปวีดีโอ ที่ไม่เหมาะสม ในชุดนักเรียน ในสื่อโซเซียล ต่างๆ8.3 ระดับพฤติกรรมความผิดที่ตัดครั้งละไม่เกิน 15 คะแนน ดังนี้8.3.1 แอบอ้างนำบุคคลอื่นมาเป็นผู้ปกครอง8.3.2 หนีออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต8.3.3 มีที่จุดบุหรี่/อุปกรณ์ในการสูบหรี่8.3.4 ครอบครองหรือจุดประทัด พลุไฟ ในโรงเรียน8.3.5 พกบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า 8.3.6 ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ภายในโรงเรียน โดยไม่มีผู้ปกครองโดยสารมาด้วย8.3.7 หมิ่นประมาทว่ากล่าวผู้อื่นในทางที่เสียหาย8.3.8 พูดจา ยุยง ให้คนทะเลาะกัน8.3.9 ปลอมลายมือชื่อ8.3.10 ระเบิดหู8.3.11 เจาะคิ้ว8.3.12 เจาะลิ้น8.3.13 สักลาย8.3.14 เจาะหู8.3.15 ไม่ส่งโทรศัพท์เก็บ ตามเวลาที่กำหนด (ครั้งที่ 3)8.4 ระดับพฤติกรรมความผิดที่ตัดครั้งละไม่เกิน 20 คะแนน ดังนี้8.4.1 ขีดเขียนพ่นสีบนทรัพย์สินของโรงเรียน8.4.2 ทำร้ายร่างกาย8.4.3 โพสต์ซื้อขายสิ่งผิดกฎหมาย8.4.4 สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา (เสียค่าปรับตามกฎหมาย)8.4.5 ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยเจตนา8.4.6 ก้าวร้าวต่อครู อาจารย์8.4.7 นำเข้าบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า มาในสถานศึกษา8.4.8 รีดไถเงิน8.4.9 เที่ยวกลางคืนในสถานเริงรมย์/มั่วสุมนอกสถานศึกษาในเครื่องแบบนักเรียน8.4.10 มีสื่อลามกไว้ครอบครอง8.4.11 ประพฤติไม่เหมาะสมในเรื่องชู้สาว


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 408.4.12 ทะเลาะวิวาท8.4.13 ทุจริตในการสอบ8.4.14 ไม่ส่งโทรศัพท์เก็บ ตามเวลาที่กำหนด (ครั้งที่ 4)8.4.15 กล่าวร้ายทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย8.4.16 ปลอมแปลงบัตรนักเรียน8.4.17 เล่นการพนัน8.4.18 ลักทรัพย์ ลักขโมย8.4.19 กรรโชกทรัพย์8.4.20 ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนโดยเจตนา8.4.21 ดื่มของมึนเมา8.4.22 หนีโรงเรียน8.4.23 รังแกผู้อื่น8.4.24 เผยแพร่สื่อลามก8.4.25 นำเข้าเครื่องดื่มที่ผิดกฎหมายมาในสถานศึกษา8.5 ระดับพฤติกรรมความผิดที่ให้พ้นสภาพนักเรียน ดังนี้8.5.1 ทำอนาจาร ลวนลามทางเพศ8.5.2 ครอบครองหรือจำหน่ายหรือเสพสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย8.5.3 ครอบครองหรือจำหน่ายหรือใช้อาวุธที่ผิดกฎหมายในการทะเลาะวิวาท8.5.4 ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยมีอาวุธ8.6 การตัดคะแนนว่าด้วยเรื่องเวลาเรียน8.6.1 ขาดเรียนโดยไม่แจ้งสาเหตุ ตัด 4 คะแนน8.6.2 ขาดเรียนโดยแจ้งลากิจ ตัด 3 คะแนน8.6.3 ขาดเรียนโดยแจ้งลาป่วย ตัด 3 คะแนน8.6.4 ลาครึ่งวัน ตัด 2 คะแนน8.5.5 เขียนใบลากิจ ย้อนหลัง ตัด 1.5 คะแนน8.6.6 เขียนใบลาป่วยย้อนหลัง ตัด 1.5 คะแนน8.6.7 มาโรงเรียนสาย ตัด 1 คะแนน8.6.8 ไม่สแกนบัตรเข้าเรียน ตัด 1 คะแนน8.6.9 ให้ผู้อื่นสแกนบัตรแทน ตัด 10 คะแนน8.6.10 สแกนบัตรแทนคนอื่น ตัด 10 คะแนน8.6.11 เขียนใบลาป่วย แนบใบรับรองแพทย์ ไม่ตัดคะแนน8.6.12 ลากิจกรณีพิเศษ เช่น ลาตามใบนัดของแพทย์ มีคนในครอบครัวเสียชีวิต ไม่ตัดคะแนน8.6.13 ลากิจไปราชการหรือมีคำสั่งให้ไปร่วมกิจกรรม ไม่ตัดคะแนน และให้เวลาเรียนเป็นปกติ พร้อมทั้งบวกคะแนนพฤติกรรมเชิงบวกให้ด้วย ข้อ 9 ผลการตัดคะแนนด้านพฤติกรรม (ในข้อ 8.1-8.5) 9.1 ฝ่ายปกครองอาจพิจารณากรณีถูกตัดคะแนน เพิ่มด้วยการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ทั้งนี้ให้อยู่ใน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 41 ดุลยพินิจของฝ่ายปกครอง9.2 กรณีที่ถูกให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ หากนักเรียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ฝ่ายปกครองมีสิทธิ์ที่จะ เพิ่มโทษนักเรียนเป็นสองเท่า หรือถูกตัดคะแนนเพิ่ม ตามระเบียบของโรงเรียน ข้อ10 อำนาจการตัดคะแนนความประพฤติ 10.1 ครู-อาจารย์ในสถานศึกษา มีอำนาจในการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนแต่ละคนได้10.2 ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้างานปกครอง มีอำนาจสั่งตัดคะแนนความ ประพฤตินักเรียนแต่ละคนได้10.3 การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนที่กระทำความผิด ในข้อ 8.6 ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณา 10.4 การลงโทษนักเรียน หรือการสั่งตัดคะแนนความประพฤติ จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าผู้นั้นได้ กระทำความผิด และสมควรถูกลงโทษ 10.5 การตัดคะแนนความประพฤติให้เริ่มต้นนับใหม่ เมื่อเริ่มเทอมใหม่ของปีการศึกษานั้นๆ ข้อ 11 การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 11.1 แจ้งให้นักเรียนผู้นั้นทราบ 11.2 แจ้งให้ผู้ปกครองนักเรียนผู้นั้นทราบ 11.3 รายงานผลการพิจารณาการตัดคะแนนความประพฤติ ตามลำดับขั้น 11.4 จัดเก็บข้อมูลคะแนนความประพฤติที่ถูกตัดของนักเรียนแต่ละคนไว้เป็นหลักฐานร่องรอย ข้อ 12 ในกรณีนักเรียนที่อยู่ในระหว่างโทษอยู่ (ตามห่วงเวลาที่กำหนดไว้) พบว่านักเรียนได้มีการกระทำผิดซ้ำอีก ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม ฝ่ายปกครองจะพิจารณา เพิ่มโทษนั้นเป็นสองเท่าของการกระทำนั้นๆ ข้อ 13 การเพิ่มคะแนนพฤติกรรมเชิงบวก 13.1 ระดับพฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มครั้งละไม่เกิน 40 คะแนน ดังนี้13.1.1 สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ 13.2 ระดับพฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มครั้งละไม่เกิน 20 คะแนน ดังนี้13.2.1 สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ13.3 ระดับพฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มครั้งละไม่เกิน 15 คะแนน ดังนี้13.3.1 สร้างชื่อเสียงระดับภาค 13.4 ระดับพฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน ดังนี้13.4.1 บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม(ภายนอก)13.4.2 เป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าร่วมอบรมสัมมนา13.4.3 สร้างชื่อเสียงภายในโรงเรียน(รับใบประกาศ) 13.4.4 สร้างชื่อเสียงระดับจังหวัด13.5 ระดับพฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มครั้งละไม่เกิน 5 คะแนน ดังนี้13.5.1 เก็บของได้ แล้วส่งคืน13.5.2 รักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียน 13.5.3 มีสัมมาคาราวะ13.5.4 เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 4213.5.5 บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม(ภายใน)ข้อ 14 ให้หัวหน้างานปกครอง รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหา ที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (ดร.ชลกร ตันประภัสร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนประภัสสรวิทยา


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 43ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยาว่าด้วยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด *******************โรงเรียนประภัสสรวิทยา ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการใช้โทรศัพท์ (มือถือ) และเครื่องสื่อสารทุกชนิดของนักเรียน ให้เป็นในทิศทางเดียวกัน จึงเห็นสมควรให้กำหนดระเบียบนี้ไว้ดังนี้ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนประภัสสรวิทยา ว่าด้วยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดในโรงเรียน”ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้ ตลอด ปีการศึกษา 2569ข้อ 3 โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด หมายถึง โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดของนักเรียนที่ผู้ปกครองอนุญาตให้ใช้ และไม่อนุญาตให้ใช้ นำมาโรงเรียนข้อ 4 ครู หมายถึง ครูโรงเรียนประภัสสรวิทยา และบุคลากรที่ทำหน้าที่สอนและงานบริการอื่นๆ ในโรงเรียนประภัสสรวิทยาทุกคนข้อ 5 ข้อกำหนดการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด 5.1 นักเรียนต้องนำโทรศัพท์มาลงทะเบียนขออนุญาตนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดมาโรงเรียนตามประกาศของโรงเรียน5.2 ไม่อนุญาตให้นักเรียนเปิดหรือใช้โทรศัพท์ในขณะมีการเรียนการสอน หากมีเหตุจำเป็นให้ขออนุญาต ครูผู้สอนหรือครูผู้เกี่ยวข้องในสถานการณ์นั้นๆ5.3 ให้ใช้ในการติดต่อสื่อสารในธุระที่จำเป็นเท่านั้น5.4 กำหนดช่วงเวลาของการใช้โทรศัพท์ ดังนี้5.4.1 เช้า ก่อน เวลา 08.00 น.5.4.2 ส่งโทรศัพท์ให้ครูประจำชั้น 08.00 – 16.30 น.5.4.3 เย็น หลัง เวลา 16.30 น.5.5 ห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ถ่ายรูปและถ่ายคลิปต่างๆ ในชั่วโมงเรียนปกติ หรือคาบเรียนพิเศษ ภายในห้องเรียน หรือบริเวณในโรงเรียน และห้ามเผยแพร่เป็นภาพหรือคลิปวีดีโอ ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเด็กในวัยเรียน ลงในโซเชียลต่างๆข้อ 6 บทกำหนดโทษถ้าพบเห็นนักเรียน ใช้โทรศัพท์ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ เช่น ใช้ในเวลาเรียน ตรวจพบ คลิปลามกอนาจาร ร่วมทั้งทำการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียนโรงเรียนประภัสสรวิทยาทั้งในเครื่องแบบนักเรียน และชุดอื่นๆ ฯลฯ ให้ครูที่พบเห็นสามารถดำเนินการได้ดังนี้6.1 ตักเตือนด้วยวาจา บันทึกพฤติกรรม


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 446.2 ให้ฝ่ายปกครอง ตัดคะแนนความประพฤติ ตามระเบียบในประกาศ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ปีการศึกษา 2569 บันทึกพฤติกรรม เก็บยึดโทรศัพท์ ให้ผู้ปกครองมาติดต่อ ขอรับคืน ตามที่ฝ่ายปกครองเห็นสมควร และทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ จิตอาสา ตามที่ฝ่ายปกครองกำหนด ดังนี้ 6.2.1 ผิดครั้งที่ 1 ตัดคะแนน 5 คะแนน ให้ฝ่ายปกครอง บันทึกพฤติกรรม เก็บยึดโทรศัพท์ 3 วัน และให้ผู้ปกครองมา ติดต่อขอรับคืน เมื่อถึงกำหนด และบำเพ็ญประโยชน์ตามความเหมาะสม 6.2.2 ผิดครั้งที่ 2 ตัดคะแนน 10 คะแนน ให้ฝ่ายปกครอง บันทึกพฤติกรรม เก็บยึดโทรศัพท์ 1 สัปดาห์ และให้ผู้ปกครองมาติดต่อขอรับคืน เมื่อถึงกำหนด และบำเพ็ญประโยชน์ตามความเหมาะสม6.2.3 ผิดครั้งที่ 3 ตัดคะแนน 15 คะแนน ให้ฝ่ายปกครอง บันทึกพฤติกรรม เก็บยึดโทรศัพท์ 1 เดือน และให้ผู้ปกครองมาติดต่อขอรับคืน เมื่อถึงกำหนด และบำเพ็ญประโยชน์ตามความเหมาะสม 6.2.4 ผิดครั้งที่ 4 ตัดคะแนน 20 คะแนน ให้ฝ่ายปกครอง บันทึกพฤติกรรม ยกเลิกการใช้โทรศัพท์ และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดตลอดปีการศึกษา บำเพ็ญประโยชน์ตามความเหมาะสม 6.2.5 ในกรณีนักเรียนที่มีความผิดในข้อ(6.2.1-6.2.4) ด้วยระดับความผิดต่างๆ นั้น และขณะอยู่ใน ระหว่างรับโทษ ถ้าพบเห็นนักเรียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดของ นักเรียนคนอื่น (ยืมเพื่อนใช้/ มี 2 เครื่อง) ถือว่าทำผิดระเบียบ จะถูกตัดคะแนนเป็น 2 เท่า ของบทกำหนดโทษ ข้อ 7 กรณีอื่นๆ นอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของฝ่ายปกครอง เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อ 8 ให้ฝ่ายปกครองรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้ ตลอดปีการศึกษา 2568 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (ดร.ชลกร ตันประภัสร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนประภัสสรวิทยา


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 45 ปฏิทินเวลาเรียนของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 1/2569เดือน / สัปดาห์ที่ภาคเรียนที่ 1 18 พ.ค. – 9 ต.ค. 69 หมายเหตุจ. อ. พ. พฤ. ศ.พฤษภาคมสัปดาห์ที่ 118 19 20 21 22 18 พ.ค. - เปิดภาคเรียนที่ 1/2569สัปดาห์ที่ 2 25 26 27 28 29 28 พ.ค - อบรมโทษภัย จากบุหรี่ไฟฟ้า (ม.3) 29 พ.ค - อบรมการป้องกันอัคคีภัย (ป.6-ม.1) มิถุนายนสัปดาห์ที่ 31 2 3 4 5 1 มิ.ย. - ชดเชยวันวิสาขบูชา3 มิ.ย. - วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี5 มิ.ย - อบรม รู้ทันภัย\"หนี ซ่อน สู้\"สัปดาห์ที่ 4 8 9 10 11 12 12 มิ.ย เลือกตั้งประธานนักเรียนสัปดาห์ที่ 5 15 16 17 18 19 18 มิ.ย - 17 ก.ค กิจกรรมเยี่ยมบ้านสัปดาห์ที่ 6 22 23 24 25 26 26 มิ.ย. – วันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติและกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดสากลกรกฎาคมสัปดาห์ที่ 729 30 1 2 3 2 ก.ค. - วันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติสัปดาห์ที่ 8 6 7 8 9 10สัปดาห์ที่ 9 13 14 15 16 17 14 ก.ค.- สอบกลางภาคเรียนที่ 1/2569สัปดาห์ที่ 10 20 21 22 23 24สัปดาห์ที่ 11 27 28 29 30 31 28 ก.ค. - วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร29 ก.ค. - วันอาสาฬหบูชาสิงหาคมสัปดาห์ที่ 123 4 5 6 7สัปดาห์ที่ 13 10 11 12 13 14 12 ส.ค. - วันแม่แห่งชาติสัปดาห์ที่ 14 17 18 19 20 21 17-21 ทัศนศึกษางานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสัปดาห์ที่ 15 24 25 26 27 28 28 ส.ค. - กิจกรรมนิทานโรงเล็ก 28 ส.ค. -กิจกรรม Future Skills Exhibition


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 46กันยายนสัปดาห์ที่ 1631 1 2 3 4 31 ส.ค. - 30 ก.ย. - Project Approach ภาคเรียนที่ 1สัปดาห์ที่ 17 7 8 9 10 11สัปดาห์ที่ 18 14 15 16 17 18สัปดาห์ที่ 19 21 22 23 24 25สัปดาห์ที่ 20 28 29 30 1 2 2 ต.ค. - กิจกรรมนิทานโรงเล็ก ตุลาคมสัปดาห์ที่ 215 6 7 8 9 5 ต.ค. - Filed Trip ระดับอนุบาล 6 ต.ค. - สอบปลายภาคเรียนที่1/2569 9 ต.ค. - ปิดภาคเรียนที่ 1/2569สัปดาห์ที่ 22 12 13 14 15 16 13 ต.ค. – วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรสัปดาห์ที่ 23 19 20 21 22 23 23 ต.ค. – วันปิยมหาราชสัปดาห์ที่ 24 26 27 28 29 30


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 47ปฏิทินเวลาเรียนของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2/2569เดือน / สัปดาห์ที่ภาคเรียนที่ 2 2 พ.ย. 69 – 31 มี.ค. 70หมายเหตุจ. อ. พ. พฤ. ศ.พฤศจิกายนสัปดาห์ที่ 12 3 4 5 6 2 พ.ย. - เปิดภาคเรียนที่ 2/2569 5-6 พ.ย.กิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายในสัปดาห์ที่ 2 9 10 11 12 13สัปดาห์ที่ 3 16 17 18 19 20สัปดาห์ที่ 4 23 24 25 26 27 26 พ.ย - กิจกรรวันวชิราวุธ 27 พ.ย. - กิจกรรม PBS Explore to the Futureธันวาคมสัปดาห์ที่ 530 1 2 3 4 4 ธ.ค. - กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติสัปดาห์ที่ 6 7 8 9 10 11 7 ธ.ค. - ชดเชยวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ8-9 ธ.ค - ค่ายพักแรมลูกเสือ 10 ธ.ค. - วันรัฐธรรมนูญสัปดาห์ที่ 7 14 15 16 17 18 15 ธ.ค. -สอบกลางภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 สัปดาห์ที่ 8 21 22 23 24 25 25 ธ.ค. - กิจกรรม Global Christmas Day ,วันคริสต์มาสสัปดาห์ที่ 9 28 29 30 31 1 30 ธ.ค. - วันหยุดราชการเพิ่มเติมพิเศษ31 ธ.ค. - วันสิ้นปี1 ม.ค. - วันขื้นปีใหม่มกราคมสัปดาห์ที่ 104 5 6 7 8 8 ม.ค. – กิจกรรมวันเด็กเห่งชาติสัปดาห์ที่ 11 11 12 13 14 15 15 ม.ค. -นิทรรศการวิชาการสัปดาห์ที่ 12 18 19 20 21 22สัปดาห์ที่ 13 25 26 27 28 29 29 ม.ค. - กิจกรรมนิทานโรงเล็กกุมภาพันธ์สัปดาห์ที่ 141 2 3 4 5สัปดาห์ที่ 15 8 9 10 11 12


คู่มือนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา2568(ประถม-มัธยม) หน้า | 48สัปดาห์ที่ 16 15 16 17 18 19สัปดาห์ที่ 17 22 23 24 25 26 23 ก.พ. -สอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 26 ก.พ. -กิจกรรมนิทานโรงเล็กมีนาคมสัปดาห์ที่ 181 2 3 4 5 5 มี.ค. -งานวันแห่งความสำเร็จสัปดาห์ที่ 19 8 9 10 11 12สัปดาห์ที่ 20 15 16 17 18 19 21 มี.ค. - ประชุมศิษย์เก่าสัปดาห์ที่ 21 22 23 24 25 26สัปดาห์ที่ 22 29 30 31 31 มี.ค. - ปิดภาคเรียนที่ 2 /2569


Click to View FlipBook Version