The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยการรับรู้และการนำไปปฏิบัติของบุคลากรมะเร็งอุดรธานี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ไก่ ต๊อก, 2023-01-20 09:51:45

วิจัยการรับรู้และการนำไปปฏิบัติของบุคลากรมะเร็งอุดรธานี

วิจัยการรับรู้และการนำไปปฏิบัติของบุคลากรมะเร็งอุดรธานี

40 ขึ้นไป (รัตน์ศิริ ทาโต, 2561)โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค (cronbach’s alpha coefficient) ซึ่งมีสูตร ดังนี้ α = −1 [1−∑ 2 ] 2 เมื่อ α = ค่าความเที่ยงของแบบสอบถาม n = จ านวนข้อทั้งหมดของแบบสอบถาม 2 = ความแปรปรวนของคะแนนรายข้อ 2 = ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ พบว่า แบบสอบถามการรับรู้ทิศทางการด าเนินงานขององค์กรมีค่า CVI = 0.85 และค่า cronbach’s alpha coefficient = 0.98 แบบสอบถามการน าทิศทางองค์ไปใช้ในการปฏิบัติงาน มีค่า CVI = 0.86 ค่า cronbach’s alpha coefficient = 0.97 4. การพิทักษ์สิทธิตัวอย่าง ผู้วิจัยน าเค้าโครงวิจัยและเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยน าเสนอต่อคณะกรรมการจริยธรรมการ วิจัยในมนุษย์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อพิจารณาและอนุมัติตามระเบียบการวิจัย โดยการวิจัยในครั้งนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการในการวิจัยในมนุษย์ เมื่อผ่านการ พิจารณาแล้วผู้วิจัยได้ท าการพิทักษ์สิทธิ์ของกลุ่มตัวอย่างเริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูลจนกระทั่งน า เสนอผลการวิจัย ซึ่งผู้วิจัยได้ค านึงถึงจริยธรรมในการวิจัยประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 4.1 หลักความเคารพในบุคคล 4.1.1 การเคารพในการให้ค ายินยอมโดยการบอกกล่าว และความเป็นอิสระ ของบุคคล โดยวิจัยได้ชี้แจง อธิบาย ให้กลุ่มตัวอย่างทราบถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย ขั้นตอนต่าง ๆ ของการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และการวิจัยในครั้งนี้ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการปฏิบัติงาน ของบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ผู้วิจัยเปิดโอกาสให้กลุ่มตัวอย่างซักถามข้อสงสัย ต่าง ๆ จนเกิดความเข้าใจในประเด็นที่ต้องการทราบ และให้อิสระในการตัดสินใจเข้าร่วมวิจัยด้วย ความสมัครใจ 4.1.2 การเคารพในความเป็นส่วนตัวและรักษาความลับ ข้อมูลที่ได้จากการวิจัย ในครั้งนี้จะเก็บเป็นความลับโดยใช้รหัสแทนชื่อ – สกุลของกลุ่มตัวอย่างในแบบสอบถาม


41 และไม่น าข้อมูลไปเปิดเผยหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ และผู้วิจัยสามารถ ถอนตัวเองออกจากการวิจัยได้ทุกเวลาไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม 4.2 หลักผลประโยชน์หรือไม่ก่ออันตราย 4.2.1 ก า รป ระเมินผลป ระโยชน์แล ะคว ามเสี่ยง ในก า รศึกษ าค รั้งนี้มี ความเสี่ยงน้อย เพราะข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการตอบแบบสอบถาม ไม่ได้มีการกระท าที่เป็นอันตราย หรือคุกคามแก่ชีวิตของกลุ่มตัวอย่าง การศึกษาครั้งนี้สามารถน าไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการปรับปรุงการด าเนินงานของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีได้ 4.2.2 การลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ลดความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้นกับกลุ่มตัวอย่าง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจะค านึงถึงความพร้อมทั้งทางร่างกาย และจิตใจของกลุ่มตัวอย่างก่อนท าการเก็บรวบรวมข้อมูล หากกลุ่มตัวอย่างไม่พร้อมในการ ตอบแบบสอบถามวิจัยจะไม่บังคับใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อลดความวิตกกังวลของกลุ่มตัวอย่าง 4.2.3 การสร้างประโยชน์สูงสุด ผู้วิจัยได้เปิดโอกาสให้กลุ่มตัวอย่างซักถาม ถึงข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการวิจัย หากพบว่ากลุ่มตัวอย่างไม่เข้าใจเรื่องใด ผู้วิจัยได้มีการให้ข้อมูล และความรู้ตามความต้องการของกลุ่มตัวอย่าง 4.3 หลักยุติธรรม การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ปฏิบัติต่อกลุ่มตัวอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อความเสมอภาค และเพื่อความเที่ยงธรรม โดยให้การค าแนะน าหรือให้ความรู้เท่าเทียมกันตามความต้องการ ของกลุ่มตัวอย่าง โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยนี้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 5.1.1 ผู้วิจัยยื่นแบบเสนอเพื่อขอรับการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัย ในมนุษย์ต่อคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 5.1.2 ผู้วิจัยขอความอนุเคราะห์จากผู้อ านวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ออกหนังสือราชการไปยังหน่วยงานภายในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อขอความอนุเคราะห์ และขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5.1.3 หลังจากได้รับการอนุมัติจากผู้อ านวยโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีผู้วิจัยได้ แจ้งเวียนหนังสือไปถึงหน่วยงานภายในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อขอความร่วมมือ ตอบแบบสอบถาม ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดวิธีการตอบแบบสอบผ่านเว็บไซต์ พร้อมทั้งแนบ OR Code ไปพร้อมกับหนังสือเวียน ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าตอบแบบสอบถาม


42 5.1.4 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของค าตอบในแบบสอบถาม จากนั้นน ามา วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป 6. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้น าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป SPSS เพื่อวิเคราะห์ค่าทางสถิติ การพรรณนาอธิบายคุณลักษณะทั่ว ๆ ไปของผู้เข้าร่วมการศึกษา โดยตัวแปรประเภทแจงนับ (Categorical data) น าเสนอเป็นจ านวน และร้อยละ ตัวแปรต่อเนื่อง (Continuous data) ใน ก รณีที่มีก า ร แ จ กแ จง ข้อมูล แบบป กติ (Normal distribution) จะน าเ สน อใน รูป ข อง ค่ าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic mean) และค่ าเบี่ยงเบนม าต รฐ าน (Standard deviation) แต่หากมีการแจกแจงข้อมูลแบบไม่ปกติ(Abnormal distribution) จะน าเสนอในรูปของค่ามัธยฐาน (Median) ค่าต่ าสุด และค่าสูงสุด (Minimum and Maximum)


43 บทที่ 4 ผลการวิจัย การศึกษาการรับรู้และการน าทิศทางองค์กรไปปฏิบัติของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ผู้วิจัยน าเสนอข้อมูลผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลการวิจัย 1.1 ข้อมูลทั่วไปของบุคลากร 1.2 ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 1.3 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัด โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2. การอภิปรายผล 1. ผลการวิจัย 1.1 ข้อมูลทั่วไปของบุคลากร ข้อมูลทั่วไปของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง จ านวน 214 คน ร้อยละ 81.10 อายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 41 – 50 ปี จ านวน 108 คน ร้อยละ 40.90 รองลงมา คือ อยู่ในช่วงอายุ31 – 40 ปี จ านวน 90 คน ร้อยละ 34.09 อายุเฉลี่ย 41.07 ปี ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 7.90 อายุสูงสุด 59 ปี อายุต่ าสุด 23 ปีส่วนใหญ่เป็นบุคลากรประเภทพนักงาน กระทรวงสาธารณสุข จ านวน 131 คน ร้อยละ 49.60 รองลงมา คือ ข้าราชการ จ านวน 106 คน ร้อยละ 40.20 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ปริญญาตรี จ านวน 187 คน ร้อยละ 70.80 รองลงมา คือ ต่ ากว่าปริญญาตรี จ านวน 62 คน ร้อยละ 23.50 ระยะเวลาการปฏิบัติงานส่วนใหญ่ 11 – 15 ปี จ านวน 77 คน ร้อยละ 29.20 รองลงมาคือ 6 – 10 ปี จ านวน 74 คน ร้อยละ 28.00 เคยได้รับรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล จ านวน 264 คน ร้อยละ 100 ช่องทางการรับทราบข้อมูลวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์ มากสุดคือ เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โดยมีคนตอบ จ านวน 211 ครั้ง ร้อยละ 17.65 รองลงมาคือ จากผู้บริหาร จ านวน 198 ครั้ง ร้อยละ 16.56 และช่องทางที่จะท าให้สามารถรับทราบถึงวิสัยทัศน์ พันะกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมากที่สุด คือ เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีโดยมีคนตอบจ านวน 238 ครั้ง ร้อยละ 32.20 รองลงมา คือ จากการประชุม จ านวน 112 ครั้ง ร้อยละ 15.15 ดังแสดงในตารางที่ 1


44 ตารางที่ 1 จ านวนและร้อยละของข้อมูลทั่วไปของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี(n = 264 คน) ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ เพศ หญิง 214 81.10 ชาย 50 18.90 อายุ (ปี) 20 – 30 ปี 30 11.36 31 – 40 ปี 90 34.09 41 – 50 ปี 108 40.90 51 – 60 ปี 36 13.63 Mean = 41.07, SD =7.90 , Max =59, Min = 23 ประเภทบุคลากร พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 131 49.60 ข้าราชการ 106 40.20 พนักงานราชการ 11 4.20 ลูกจ้างชั่วคราว 11 4.20 ลูกจ้างประจ า 5 1.90 ระดับการศึกษา ต่ ากว่าปริญญาตรี 62 23.50 ปริญญาตรี 187 70.80 ปริญญาโท 15 5.70 ระยะเวลาการปฏิบัติงาน น้อยกว่า 5 ปี 42 15.90 6 – 10 ปี 74 28.00 11 – 15 ปี 77 29.20 16 ปี ขึ้นไป 70 26.50 การได้รับรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล เคย 264 100


45 ตารางที่ 1 จ านวนและร้อยละของข้อมูลทั่วไปของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี(n = 264 คน) (ต่อ) ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ ช่องทางการรับทราบข้อมูลวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) (n = 1,195 ครั้ง) เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 211 17.65 ผู้บริหาร 198 16.56 การประชุม 177 14.81 ป้ายประกาศ 136 11.38 หนังสือราชการ 129 10.79 หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้ทราบ 111 9.28 Facebook โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 69 5.77 เอกสารเผยแพร่ 65 5.43 ช่องทางการรับทราบข้อมูลวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) (n = 1,195 ครั้ง) (ต่อ) เพื่อนร่วมงาน 58 4.85 Infographic 16 1.33 โปสเตอร์หรือแผ่นพับ 16 1.33 ท่านคิดว่าช่องทางใดจะท าให้สามารถรับทราบถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมากที่สุด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) (n=739 ครั้ง) เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 238 32.20 การประชุม 112 15.15 Facebook โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 98 13.26 เอกสารเผยแพร่ 64 8.66 ป้ายประกาศ 61 8.25 หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้ทราบ 52 7.03 หนังสือราชการ 40 5.41 Infographic 26 3.51 ผู้บริหาร 21 2.84 เพื่อนร่วมงาน 15 2.02 Facebook ของเพื่อนที่แชร์โพสต์ 12 1.62


46 1.2 ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.85 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.43 โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1) วิสัยทัศน์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ “ความเป็นเลิศในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง” (Excellence in Cancer Patient Care) อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.90 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.05 2) การรับรู้ต่อยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49 และ ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีคือ LHRM MOPH DMS อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.50 และ 3) พันธกิจของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี คือ “ให้การดูแลรักษาที่เชื่อถือได้ตามหลักฐานทางวิชาการและทีมผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์” (Promising Care by Evidence Based and Medical Expert Teams) อยู่ใน ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.88 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47 ส่วนค่าเฉลี่ยต่ าสุด 3 อันดับแรก คือ 1) การรับรู้แผนยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง อยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ย 3.80 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47และการรับรู้แผนงานของยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบบริหารจัดการแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.80 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 2) การรับรู้แผนงานของยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาความร่วมมือ ด้านวิชาการและเครือข่ายบริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.82 ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 และท่านรับรู้และมีความเข้าใจต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ นโยบายการด าเนินงาน ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.82 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47 และ 3) การรับรู้แผนยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน โรคมะเร็ง อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.86 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46 ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี(n = 264) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 1. วิสัยทัศน์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ “ความเป็นเลิศใน การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง” (Excellence in Cancer Patient Care) 3.90 0.05 มาก 2. พันธกิจของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ “ให้การดูแลรักษาที่เชื่อถือได้ตามหลักฐานทางวิชาการ และทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์” (Promising Care by Evidence Based and Medical Expert Teams) 3.88 0.47 มาก


47 ตารางที่ 2 ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี(n = 264) (ต่อ) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 3. ประเด็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ 1) ความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล (International standard of cancer patient care) 2) การจัดการองค์กรสมรรถนะสูง (High performance organization) 3.86 0.48 มาก 4. ยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีคือ 1) พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง (Expertise in cancer) 2) พัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมก ารดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง (Built in quality and innovation) 3) พัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและเครือข่ายบริการ ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง (Collaborative and networking) 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการแนวทางใหม่ที่มี ประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล (New management and goodgovernance) 3.89 0.49 มาก 5. การรับรู้ต่อแผนยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 5.1 แผนยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง คือ 1) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน โรคมะเร็ง 2) การพัฒนาระบบการวิจัยประเมินเทคโนโลยี 3) การพัฒนาองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการดูแลรักษาผู้ป่วย โรคมะเร็ง 3.86 0.46 มาก 5.2 แผนยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมการดูแล รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง คือ 1) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต่อ เนื่องในระดับสูงขึ้น 2) การพัฒนานวัตกรรมการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง 3.80 0.47 มาก


48 ตารางที่ 2 ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี(n = 264) (ต่อ) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 5.3 แผนงานของยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ และเครือข่ายบริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง คือ 1) การสร้างเครือข่ายวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการ ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง 2) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ 3.82 0.48 มาก 5.4 แผนงานของยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบบริหารจัดการ แนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล คือ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม 2) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการแนวใหม่เพื่อรองรับการ เปลี่ยนแปลง 3.80 0.48 มาก 6. ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีคือ LHRM MOPH DMS L : Love to work (รักและเห็นคุณค่าในงานที่ท า) H : Harmonozation (ประสานการท างานให้เป็นหนึ่ง) R : Respect (ให้เกียรติและนับถือเพื่อนร่วมงาน) M : Middle path (พึ่งทางสายกลางสู่ความส าเร็จ) M : Mastery (เป็นนายตนเอง) 3.89 0.50 มาก O : Originality (เร่งสร้างสิ่งใหม่) P : People Centered (ใส่ใจประชาชน) H : Humility (ถ่อมตน อ่อนน้อม) D : Determination For The Nation (พร้อมน าระดับชาติ) M : Moving Together (สามารถไปด้วยกัน) S : Specialist (มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ) 7. ท่านรับรู้และมีความเขาใจต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ นโยบายการด าเนินงาน ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.82 0.47 มาก รวม 3.85 0.43 มาก


49 1.3 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีพบว่าอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46 โดยพบว่า ด้านการด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือการบรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานีอยู่ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.88 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47 ด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีอยู่ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.87ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 และด้านค่านิยมโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี อยู่ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.86 ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 0.46 ดังแสดงในตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี(n =264) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 1. การด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.88 0.47 มาก 2. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.87 0.48 มาก 3. ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.86 0.48 มาก รวม 3.89 0.46 มาก ผลการศึกษารายข้อพบว่าค่าเฉลี่ยสูงสุง 3 อับดับแรก คือ 1) การมีส่วนผลักดันให้ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีบรรลุผลการด าเนินงานที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือบรรลุเป้า ประสงค์ของโรงพยาบาลในด้านการสนับสนุนการบริการตามภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อยู่ใน ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.94 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 2) การมีส่วนผลักดันให้โรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานีบรรลุผลการด าเนินงานที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือบรรลุเป้าประสงค์ ของโรงพยาบาลในด้านประชาชนได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.91ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49และ 3) ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนท าให้เกิดพลัง ขับเคลื่อนไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.91 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49 และค่าเฉลี่ยต่ าสุด 3 อันดับแรก คือ 1) การมีส่วนผลักดันให้โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีบรรลุผลการ ด าเนินงานที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือบรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลในด้านโครงสร้าง


50 พื้นฐานและบริการด้านวิชาการและการแพทย์และความเชื่อมโยงการท างานอย่างบูรณาการ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.82 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47 2) ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีมีส่วนท าให้ท่านมีแนวทางและหลักยึดในการปฏิบัติแบบเดียวกันกับเพื่อนร่วมงาน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.84 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49 และ 3) ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี ท าให้เกิดการท างานเป็นทีม และมีส่วนช่วยให้ท่านกับเพื่อนร่วมงานมีแนวทางในการปรับตัว ให้เข้ากันได้อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.86 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 และ วิสัยทัศน์พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี มีความชัดเจน และสามารถน าไปปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.86 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 ดังแสดงในตารางที่ 4 ตารางที่ 4 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีรายข้อ (n =264) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 1. การด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 1.1 งานของท่านมีส่วนในการผลักดันให้โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี บรรลุผลการด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลในด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ด้านวิชาการและการแพทย์ และความเชื่อมโยงการท างานอย่างบูรณาการ 3.82 0.46 มาก 1.2 งานของท่านมีส่วนในการผลักดันให้โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี บรรลุผลการด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลในด้านประชาชนได้รับการบริการอย่าง มีประสิทธิภาพสูงสุด 3.90 0.48 มาก 1.3 งานของท่านมีส่วนในการผลักดันให้โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี บรรลุผลการด าเนินการที่คาดหวังตามแผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาลในด้านสนับสนุนการบริการตามภารกิจ ของโรงพยาบาล 3.94 0.48 มาก 2. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2.1 ไม่ว่าท่านจะอยู่ในต าแหน่งใดก็ตามวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี เป็นสิ่งจ าเป็นที่จะท าให้ท่านมีจุดหมายที่ชัดเจน และสามารถก าหนดทิศทางในการด าเนินกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น 3.89 0.48 มาก


51 ตารางที่ 4 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีรายข้อ (n =264) (ต่อ) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 2.2 วิสัยทัศน์ พันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี ท าให้ท่านทราบว่าต้องท าอะไร เพื่ออะไร ท าเมื่อไร และท าอย่างไร 3.88 0.48 มาก 2.3 วิสัยทัศน์ พันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี มีส่วนท าให้เกิดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติด้วยความเต็มใจ เพื่อให้บรรลุไปสู่จุดหมายร่วมกัน 3.89 0.49 มาก 2.4 วิสัยทัศน์ พันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี มีส่วนท าให้เกิดกระบวนการท างานเป็นทีมและมุ่งมั่นไปสู่ จุดหมายร่วมกัน 3.89 0.49 มาก 2.5 ท่านได้น าวิสัยทัศน์พันธกิจประเด็นยุทธศาสตร์ของ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานของท่าน 3.87 0.48 มาก 2.6 วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีความท้าทายส าหรับท่าน 3.87 0.49 มาก 2.7 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี มีความชัดเจน และสามารถน าไปปฏิบัติได้ 3.85 0.47 มาก 2.8 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ที่ก าหนดสามารถเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานให้กับบุคลากร ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีได้ 3.89 0.47 มาก 2.9 วิสัยทัศน์พันธกิจ และประเด็นยุทธศาสตร์โรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี สะท้อนและค านึงถึงผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีความสอดคล้องกับแนวโน้มสถานการณ์ในอนาคต 3.87 0.47 มาก 3. ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.1 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนท าให้ท่านมีแนวทาง และหลักยึดในการปฏิบัติ แบบเดียวกันกับเพื่อนร่วมงาน 3.86 0.48 มาก 3.2 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนท าให้ท่านเกิดพลัง ขับเคลื่อน ไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์การ 3.90 0.49 มาก 3.3 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศ ให้เกิด ความสามัคคี ในการท างานระหว่างท่านและเพื่อนร่วนงาน 3.88 0.48 มาก


52 ตารางที่ 4 ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีรายข้อ (n =264) (ต่อ) รายการ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 3.4 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ท าให้เกิดการท างานเป็นทีม และมีส่วนช่วยให้ท่านกับเพื่อนร่วมงานมีแนวทางในการปรับตัวให้เข้ากันได้ 3.85 0.49 มาก 3.5 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ท าให้ท่านมี ความมุ่งมั่นที่จะท างานให้ประสบความส าเร็จ 3.90 0.49 มาก 3.6 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี สามารถสื่อสารแนวทาง ในการปฏิบัติราชการให้บุคลากรทุกระดับของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีรับ รู้และเข้าใจ 3.83 0.49 มาก 3.7 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีสามารถสื่อสารถึงภาพลักษณ์ และพฤติกรรมของบุคลากรในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 3.86 0.50 มาก รวม 3.89 0.46 มาก 2. การอภิปรายผล ผลการศึกษาครั้งนี้ พบดังนี้ 1) ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เนื่องจากบุคลากรของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ประเด็นยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงนโยบายต่างๆ ของโรงพยาบาลตามช่องทางต่างๆ เช่น ผู้บริหาร ทางสื่อ Social การประชาสัมพันธ์ รวมถึงการประชุมของโรงพยาบาล ทั้งที่เป็น การประชุมที่ก าหนดให้บุคลากรของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีทุกคนเข้าร่วมประชุม และการประชุม กลุ่มย่อยของกลุ่มภารกิจ การประชุมย่อยของกลุ่มงาน/งาน การประชุมย่อยของคณะท างานต่างๆใน โรงพยาบาล นอกจากนี้การรับรู้และความเข้าใจทิศทางขององค์กรอยู่ในระดับมาก อาจเป็นเพราะ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการท างานที่มีอายุงานมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป ประกอบกับ ข้อมูลเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ประเด็นยุทธศาสตร์เป็นแผนระยะยาว และได้ประกาศใช้มา แล้วเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปี จึงท าให้บุคลากรรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางขององค์กร ระบบ ระเบียบ ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และเพื่อปรับการพัฒนาการ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีให้เป็นสถานบริการผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การรับรู้ทิศทางขององค์กรไม่อยู่ในระดับมากที่สุด เนื่องจากบางครั้งอาจจะมีการโยกย้ายหน้าที่ หรือท างานในหน้าที่ตนเองจึงอาจจะเป็นไปได้ว่าบุคลากรอาจจะรับรู้ทิศทางขององค์กรเฉพาะ ส่วนงานของตนเองรับผิดชอบ สอดคล้องกับการศึกษาของ พัฒนา แสงมณีโคตร (2561) ที่ศึกษา


53 หลักการของการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์ยุคใหม่ พบว่า การจัดให้มีการรับรู้ถึงการ เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์และกลยุทธใหม่นั้น ควรสร้างความเข้าใจร่วมกันในทุกระดับถึง ยุทธศาสตร์ และกลยุทธใหม่ทุกระดับ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และองค์กรควร พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บุคลากรรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง 2. ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีพบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก อาจจะเป็นเพราะว่าได้รับรู้เกี่ยวกับทิศทางขององค์กรจาก แหล่งต่าง ๆ จึงท าให้ทราบว่าตนเองจะต้องปฏิบัติงานตามทิศทางขององค์กรเพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามพบว่าไม่ได้อยู่ในระดับมากที่สุด เนื่องจากอาจมีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตาม ทิศทางองค์กรของตนเองในส่วนงานของตนเองเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจะเคยได้รับข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับ ทิศทางขององค์กรผ่านช่องทางต่าง ๆ และสอดคล้องกับการศึกษาของ พัฒนา แสงมณีโคตร (2561) พบว่า การพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และทัศนคติของบุคลากร ในส่วนงานให้มีความเข้าใจถึง ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ใหม่ และสามารถปฏิบัติงานตามแผนดังกล่าว ได้ต้องมีการสร้างเสริมหรือปรับ แต่งวัฒนธรรมในการท างานของคนในองค์กรใหม่ให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์นโยบายขององค์กร ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอ


54 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 1. สรุปผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงส ารวจ (Survey Research) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การรับรู้ และการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ บุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี จ านวน 264 คน โดยใช้สูตรค านวณกลุ่มตัวอย่างสูตรค านวณขนาดกลุ่มตัวอย่างประมาณค่าเฉลี่ยของประชากรแบบ ทราบประชากร (การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย (random sample sampling) ทั้งนี้บุคลากร โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานียินยอมเข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 264 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนธันวาคม 2565 - เดือนมกราคม 2566 หลังผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์ โรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี เลขที่ UDCH – COA 009/2022 การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) ประกอบด้วย 1) แบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไป จ านวน 9 ข้อ 2) แบบสอบถามการรับรู้ทิศทางการด าเนินงานขององค์กร สร้างขึ้น จากการทบทวนวรรณกรรม จ านวน 10 ข้อ และ 3) แบบสอบถามการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการ ปฏิบัติงาน สร้างขึ้นจาการทบทวนวรรณกรรม จ านวน 19 ข้อ การด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเมื่อผ่านการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีแล้ว ผู้วิจัยขอความ อนุเคราะห์จากผู้อ านวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีออกหนังสือราชการไปยังหน่วยงาน ภายในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีเพื่อขอความอนุเคราะห์และขอความร่วมมือในการ เก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้น ผู้วิจัยได้แจ้งเวียนหนังสือไปถึงหน่วยงานภายในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อขอความร่วมมือตอบแบบสอบถามผ่านเว็บไซต์ทาง OR Code จากนั้นน ามาวิเคราะห์ผลทางสถิติ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป ผลการวิจัย สรุปได้ผลดังนี้ 1) ระดับการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีโดย พบว่าอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.85 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.43 2) ระดับการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานีพบว่าอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46


55 2. ข้อเสนอแนะ 2.1 ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ ผลการวิจัยเพื่อสอบถาม การรับรู้ และการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีสามารถน าผลการวิจัยที่ได้มาใช้เป็นข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) ช่องทางการรับรู้และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ นั้น พบว่าทุกช่องทาง ล้วนมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ผู้ส่งสารจึงควรเลือกช่องทางให้เหมาะสมกับเนื้อหา ความเร่งด่วน และชั้นความลับของข่าวสารในการสื่อสารในแต่ละครั้ง ในบางครั้งการสื่อสาร 1 เรื่อง อาจต้องใช้ ช่องทางการสื่อสาร มากกว่า 1 ช่องทาง 2) ควรมีกฎระเบียบประกาศเพื่อสามารถใช้รูปแบบการสื่อสารผ่านทาง สื่อสังคมออนไลน์มากขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการรับรู้และการสื่อสารเกี่ยวกับทิศทางองค์กรที่มี ประสิทธิภาพ มากที่สุด ช่วยให้การถ่ายทอดข้อมูลสู่หน่วยปฏิบัติเข้าถึงง่าย สะดวกและทันต่อ การใช้งาน 3) การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีกระจายแบบสอบถามโดยให้ผู้ตอบ แบบสอบถาม ตอบผ่านเว็บไซด์ หรือแสกน QR Code ซึ่งแม้จะมีข้อดีคือสะดวกต่อการท า แบบสอบถามของผู้ตอบแบบสอบถาม และการเก็บรวมรวบแบบสอบถามและการประเมินผล ของผู้วิจัย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้แบบสอบถามในรูปแบบนี้ อาจท าให้บุคลากรบางส่วนที่ไม่ได้เข้าถึง คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือไปรองรับระบบแอพพลิเคชั่น ไม่สามารถท าแบบสอบถามได้ ส่งผลให้ผลการวิจัยที่ได้รับไม่ครอบคลุมบุคลากรทุกส่วน ดังนั้น การท าวิจัยในเรื่องที่จ าเป็น การความคิดเห็นของบุคลากรทุกส่วนของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีอาจต้องใช้วิธีการสอบถามอื่น ๆ ด้วย เช่น การแจกแบบสอบถามในรูปแบบเอกสาร หรือการโทรศัพท์สอบถาม เป็นต้น 4) ควรจัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศในการท างานเพื่อเป็นส่วนช่วยสร้าง ความสามัคคีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจ การท างานในทิศทางองค์กรเดียวกัน 2.2 ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป 1) ควรท าการศึกษากับกลุ่มประชากร/กลุ่มตัวอย่างแต่ละระดับ เนื่องจาก การรับรู้และการน าไปปฏิบัติของบุคลากรในแต่ละระดับ เช่น ระดับผู้บริหาร ระดับหัวหน้ากลุ่มงาน ระดับหัวหน้างาน ระดับผู้ปฏิบัติ ย่อมมีความแตกต่างกัน และควรท าการศึกษาโดยใช้วิธีวิจัยเชิง คุณภาพมาเสริม โดยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และการสนทนากลุ่ม ซึ่งจะท าให้การศึกษาได้ข้อมูล เชิงลึกเพิือวางแผน การปรับปรุง/พัฒนางานต่อไป 2) ควรท าการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามการรับรู้ทิศทาง นโยบาย ของบุคลากรภายใน โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีอย่างต่อเนื่อง และน าข้อมูลปรับปรุงและพัฒนา เพื่อให้บุคลากรมีการรับรู้ที่ เพิ่มขึ้น


56 3) การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อประเมิน การรับรู้ และการน าทิศทาง องค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีแต่เพียงอย่างเดียว โดยมิได้ศึกษาถึงบทบาทและหน้าที่รับผิดชอบของบุคลากรว่ามีผลต่อการรับรู้ทิศทางการพัฒนาของ องค์กร ดังนั้น จึงควรท าการศึกษาในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีผลการรับรู้นโยบายต่อการพัฒนา องค์กร เช่น ศึกษาการมีส่วนร่วมของบุคลากรต่อการก าหนดทิศทางของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ทัศนคติของบุคลากรที่มีต่อทิศทางของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ทิศทางของโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีที่บุคลากรประสงค์ให้เกิดขึ้น ความผูกพันองค์กร เป็นต้น


57 เอกสารอ้างอิง กรมประมง. (2554). รายงานผลการส ารวจการรับรู้และความเข้าใจเรื่องทิศทางขององค์กร ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2554. สืบค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.fisheries.go.th/adminis/oldweb/web_files/Prachasamphan กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2562). การศึกษาการรับรู้ทิศทางองค์การของ บุคลากรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2561. พิมพ์ครั้งที่ 1. สมุทปราการ; บริษัท ซัมธิง อโบฟ จ ากัด ขวัญรัตน์ เป่ารัมย์. (2560). อิทธิพลของการรับรู้และการมีส่วนร่วมที่มีต่อการยอมรับของ ประชาชนในงานบริการวิชาการแก่สังคมของสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดปทุมธานี. สืบค้นวันที่ 7 เมษายน 2565, จาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/ bitstream/123456789/3294/1/RMUTT-158595.pdf ชิดชนก ทองไทย. (2556). การรับรู้และทัศนคติที่มีผลต่อความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ประชาคมอาเซียนของนักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นวันที่ 2 เมษายน 2565, จาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Man/Chidchanok_T.pdf ฐานิตา นิยมญาติ. (2555). การรับรู้ข้อมูลข่าวสารการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ของเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์. สืบค้นวันที่ 13 เมษายน 2565, จาก https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_type=title&titl eid=356553 ทิฆัมพร วาสิทธิ์. (2561). การน ากลยุทธ์ไปปฏิบัติ. สืบค้นวันที่ 1 พฤษภาคม 2565, จาก https://sites.google.com/site/krutikamporn/home/bth-thi-7/7-1-karna-klyuththpi-ptibati นฤมล ล้อมทอง. (2561). แนวทางการสร้างการรับรู้ของเยาวชนต่อยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 60. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร. ภารดี เทพคายน. (2564). การศึกษาระดับการรับรู้และความเข้าใจของบุคลากรสายสนับสนุน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ต่อนโยบายความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงานและ พฤติกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงาน. สืบค้นวันที่ 5 เมษายน 2565, จาก https://www.km.nida.ac.th/th/images/PDF/research/ paradeere164.pdf


58 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. (2553). รายงานผลการส ารวจการรับรู้และเข้าใจทิศทางของ องค์กร ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2561. สืบค้นวันที่ 29 เมษายน 2565, จาก http://hs.ssru.ac.th/useruploads/files/20180404/70e91910bba3ea65048c69d e30cb048faf0af806.pdf พัฒนา แสงมณีโคตร. (2561). หลักการของการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์ยุคใหม่. Journal of Modern Learning Development, 3(2), 1-15. รัชพล ห้องแซง. (2553). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส าเร็จของการน านโยบายการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติของข้าราชการต ารวจกองก ากับการสืบสวน ต ารวจภูธร จังหวัดนครพนม. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม รัตน์ศิริ ทาโต. (2561). การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์ : แนวคิดสู่การประยุกต์ใช้ (ฉบับปรับปรุง). พิมครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. (2565). ประวัติความเป็นมา. สืบค้นวันที่ 1 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.udch.go.th/index.php/aboutus/about โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. (2565). สถิติโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. (2565). แผนยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. สืบค้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.udch.go.th/uploads/doc/plan/plan63-65.pdf วรางคณา ผลประเสริฐ. (2549). หน่วยที่ 9 การน ากลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ. นนทบุรี; มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2564). รายงานผลการส ารวจการรับรู้ เข้าใจ และการน าทิศทางองค์การไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดส านักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564. สืบค้นวันที่ 29 เมษายน 2565, จาก https://pubhtml5.com/ozrb/zhbd/basic/51-71 ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2555). รายงานผลการส ารวจความพึงพอใจและ ความคิดเห็นของบุคลากรที่มีต่อการน าองค์กรของผู้บริหาร. สืบค้นวันที่ 13 เมษายน 2565, จาก https://www.parliament.go.th ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2565) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ. สืบค้นวันที่ 30 มิถุนายน 2565, จาก https://www.opdc.go.th/content/Nzc อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย = Statistics forhealth science research. กรุงเทพฯ : วิทยพัฒน์


59 Burns, K, L. ( 2 0 1 6 ) . Perceived Organizational Support and Perceived Supervisor Support as Antecedents of Work Engagement. Master of Science Faculty of the Department of Psychology San José State University. Eisenberger, R., Stinglhamber, F. Vandenberghe, C., Sucharski, I. &. Rhoades, L. (2002). Reciprocation Perceived organizational support : contributions to perceived organizational support and employee retention. Journal of Applied Psychology, 87(3), 565–573.


60 ภาคผนวก ก เอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัย/อาสาสมัครและหนังสือแสดงเจตนายินยอม


61 เอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัย/อาสาสมัคร (Participant Information Sheet) ในเอกสารนี้อาจมีข้อความที่ท่านอ่านแล้วยังไม่เข้าใจโปรดสอบถามหัวหน้าโครงการวิจัยหรือผู้แทนให้ช่วย อธิบายจนกว่าจะเข้าใจดี ชื่อโครงการวิจัย (ภาษาไทย) การรับรู้และการน าทิศทางองค์กรไปปฏิบัติงานของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี (ภาษาอังกฤษ) PERCEIVE AND CO – ORDINATING TO PRACTICE OF HEALTH PROFESSIONALS IN UDONTHANI CANCER HOSPITAL ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย (ภาษาไทย) ภิญญาพัชญ์ เพียงแก้ว (ภาษาอังกฤษ) PINYAPAT PIANGKAEW สถานที่วิจัย โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี สถานที่ท างานและหมายเลขโทรศัพท์ของหัวหน้าโครงการวิจัยที่ติดต่อได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โทร 0963591654 ผู้สนับสนุนทุนวิจัย ไม่มี การมีส่วนได้ส่วนเสียกับแหล่งทุน ไม่มี ❏ มี ระบุ ....................................................................................................................... ระยะเวลาในการวิจัย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 – เมษายน 2566 ที่มาของโครงการวิจัย การด าเนินให้บรรลุตามเป้าหมายของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีจะด าเนินงานภายใต้ทิศทางขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ก าหนดแนวทางการด าเนินงานให้บุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ได้แก่ การด าเนินงานตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ และค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ซึ่งถือว่าเป็นกรอบหรือทิศทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ท าให้บุคลากรในองค์กรมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์กรได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เกิดการประหยัดทรัพยากรทางการบริหาร ช่วยให้การปฏิบัติ งานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพราะมีทิศทางในการปฏิบัติงาน และช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นระบบ ติดตาม


62 การปฏิบัติงานได้ง่าย ทั้งนี้บุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีถือว่ามีส่วนส าคัญในการขับเคลื่อน สถาบันไปสู่เป้าหมาย ดังนั้นบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีจึงต้องมีการรับรู้ทิศทางขององค์กร ซึ่งจะท าให้การปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และส่งโดยตรงต่อการขับเคลื่อน สถาบันไปในทิศทางเดียวกันได้ การรับรู้มีความส าคัญอย่างยิ่ง เมื่อรับรู้แล้วย่อมก่อให้เกิดการพัฒนาต่อความรู้สึกนึกคิด และเกิดเป็น พฤติกรรมตามมาในที่สุด นอกจากนี้การรับรู้จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ และส าหรับบุคลากรการรับรู้ถือว่าเป็น สิ่งส าคัญยิ่งส าหรับการปฏิบัติหน้าที่ภายในองค์กร ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่นั้นย่อมมีกรอบหรือมีทิศทาง ส าหรับใช้ เป็นแนวทางในการด าเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ นโยบาย และกรอบต่าง ๆ ที่ได้ก าหนดขึ้นขององค์กรนั้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางขององค์กรที่จะน าสู่การด าเนินงานของบุคลากรในสังกัด องค์กรนั้น ๆ ดังนั้นหากบุคคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีการรับรู้ทิศทางขององค์กรแล้ว ย่อมท าให้การขับเคลื่อนการด าเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อการก าหนดแนวทาง การพัฒนางานในองค์กร เกิดค่านิยมในการอยู่ร่วมกันของคนในองค์กรอย่างมีความสุข รวมถึงสามารถสนับสนุน กระบวนการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และส่งเสริมให้องค์กรเข้มแข็งได้ ทั้งนี้เมื่อบุคลากรมีการรับรู้ ทิศทางขององค์ย่อมน าไปใช้ในการปฏิบัติงาน การขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายนั้น บุคลากรในองค์กรต้องปฏิบัติงานภายใต้ทิศทางขององค์กร ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงานในอนาคต และหากบุคลากรในองค์กรปฏิบัติตามทิศทางขององค์กรย่อมท าให้สามารถขับเคลื่อนการด าเนินงานไปในทิศทาง เดียวกัน ย่อมส่งผลให้บรรลุเป้าหมายตามขององค์กรได้ นอกจากนี้การด าเนินงานภายใต้ทิศทางขององค์กร ของบุคลากรในองค์กรยังเป็นการสร้างความร่วมมือ เกิดเป็นทีมในการด าเนินงาน และยังเป็นการกระตุ้น ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ร่ ว ม มื อโ ด ย ก า ร ส ร้ าง บ ร ร ย า ก า ศใ น ก า ร ท าง า น ข อง บุ ค ล า ก ร ใ น อง ค์ ก ร เ พื่ อใ ห้ บรรลุตามเป้าหมายขององค์กร รวมถึงสามารถท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความพึงพอใจต่อการท างาน ของบุคลากรในองค์กรได้ ผู้วิจัยจึงเห็นว่าการรับรู้ทิศทางขององค์กร และการน าทิศทางขององค์กรไปใช้ปฏิบัติงานของ บุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีเป็นสิ่งที่ส าคัญ กล่าวคือเมื่อบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง มีการรับรู้ทิศทางขององค์กร และการน าทิศทางขององค์กรไปใช้ปฏิบัติงานแล้วจะท าให้การปฏิบัติงาน ที่ได้รับมอบหมายบรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว และส่งผลต่อการขับเคลื่อนสถาบันไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นจึงมีความสนใจในการศึกษาวิจัยเรื่องการรับรู้ และการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร สังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โดยคาดหวังว่าผลการวิจัยในครั้งนี้จะท าให้ทราบถึงการรับรู้ และการน าทิศทาง องค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อจะได้ข้อมูลพื้นฐานซึ่งจะน าไปใช้ ประโยชน์ในการก าหนดทิศทางขององค์กร ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการรับรู้ทิศทาง ขององค์กร และน าสู่การปฏิบัติตามทิศทางองค์กรของบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีต่อไป วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อศึกษาการรับรู้ และการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี


63 ท่านได้รับเชิญให้เข้าร่วมการวิจัยนี้เนื่องจาก 1. เป็นบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2. บุคลากรสามารถสื่อสารได้โดยการพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้ และสามารถใช้เทคโนโลยีสื่อสารได้ จะมีผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครนี้ทั้งสิ้นประมาณ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 264 คน หากท่านตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัยแล้ว จะมีขั้นตอนการวิจัยดังต่อไปนี้คือ 1. ผู้วิจัยได้แจ้งเวียนหนังสือไปถึงหน่วยงานภายในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี เพื่อขอความร่วมมือตอบแบบสอบถาม ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดวิธีการตอบแบบสอบผ่านเว็บไซต์ พร้อมทั้งแนบ OR Code ไปพร้อมกับหนังสือเวียน ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าตอบแบบสอบถาม 2. กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามผ่านทางเว็บไซต์ 3. ผู้วิจัยตรวจสอบความสมบูรณ์ของค าตอบในแบบสอบถาม จากนั้นน ามาวิเคราะห์ผลทางสถิติส าเร็จรูป ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าร่วมการวิจัย ไม่มีความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการตอบแบบสอบถามออนไลน์ หากท่านไม่เข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ ท่านก็จะได้รับการตรวจเพื่อการวินิจฉัย และรักษาโรคของท่านตามวิธีการที่เป็นมาตรฐานคือ หากท่านไม่เข้าร่วมโครงการนี้จะไม่มีผลต่อหน้าที่การงาน หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลที่สังกัดอยู่ หากมีข้อสงสัยที่จะสอบถามเกี่ยวข้องกับการวิจัย หรือหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการวิจัย ท่านสามารถติดต่อ 1) ภิญญาพัชญ์ เพียงแก้ว ที่อยู่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โทร.0963591654 2) คณิศร จันทร์พาณิชย์ ที่อยู่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โทร.0980972096 ท่านจะได้รับการช่วยเหลือหรือดูแลรักษาการบาดเจ็บ/เจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการวิจัยตามมาตรฐานทางการแพ ทย์ โดยผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาคือ ไม่มี เนื่องจากเป็นการตอบแบบสอบถามออนไลน์ ประโยชน์ที่คิดว่าจะได้รับจากการวิจัย ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรับรู้ และน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของ บุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี และสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการจัดท าทิศทางองค์กรของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ค่าตอบแทนที่ผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครจะได้รับ ไม่มี ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครจะต้องรับผิดชอบเอง ไม่มี หากมีข้อมูลเพิ่มเติมทั้งด้านประโยชน์ และโทษที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนี้ผู้วิจัยจะแจ้ง ให้ทราบโดยรวดเร็ว และไม่ปิดบังข้อมูลส่วนตัวของผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัคร จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับและ จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นรายบุคคล แต่จะรายงานผลการวิจัยเป็น ข้อมูลส่วนรวมข้อมูลของผู้ร่วมวิจัย/


64 อาสาสมัครเป็นรายบุคคลอาจมีคณะบุคคลบางกลุ่มเข้ามาตรวจสอบได้ เช่น ผู้ให้ทุนวิจัย ผู้ก ากับดูแลการวิจัย สถาบันหรือองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบรวมถึงคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน เป็นต้น โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครในการรักษาความลับเกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตไว้ ผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครมีสิทธิ์ถอนตัวออกจากโครงการวิจัยเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และการไม่เข้าร่วมการวิจัยหรือถอนตัวออกจากโครงการวิจัยนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อการบริการและการรักษา ที่สมควรจะได้รับตามมาตรฐานแต่ประการใด ทั้งนี้ หากท่านได้รับการปฏิบัติที่ไม่ตรงตามที่ได้ระบุไว้ ท่านสามารถร้องเรียนไปยัง ประธานคณะ กรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน หรือที่ส านักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน โรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี - เบอร์โทรศัพท์ 042-207375 เบอร์ภายใน 4710 ทั้งนี้ ข้าพเจ้าได้รับส าเนาเอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัยนี้ไว้แล้ว 1 ฉบับ ลงชื่อ ..................................................... ผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัคร (......................................................) วันที่ ....................................................... ลงชื่อ .................................................... ผู้ให้ข้อมูลและขอความยินยอม (.........................................................) วันที่ ......................................................


65 หนังสือแสดงเจตนายินยอม วันที่ ................. เดือน .................... พ.ศ. ............... ข้าพเจ้า ..............................................………………………............. อายุ ...................… ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ....................… ถนน ............................… แขวง/ต าบล .........................….. เขต/อ าเภอ ..............................… จังหวัด .................................… รหัสไปรษณีย์ ................................ โทรศัพท์......................................... ขอแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัย เรื่อง การรับรู้และการน าต่อทิศทางองค์กรไปปฏิบัติของบุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โดยข้าพเจ้าได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับที่มา และจุดมุ่งหมายในการท าวิจัย รายละเอียดขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องปฏิบัติหรือได้รับการปฏิบัติ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของการวิจัย และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการ เข้าร่วมการวิจัย รวมทั้งแนวทางป้องกัน และแก้ไขหากเกิดอันตรายขึ้นโดยได้อ่านข้อความที่มีรายละเอียดอยู่ใน เอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัยโดยตลอด อีกทั้งยังได้รับค าอธิบายและตอบข้อสงสัยจากหัวหน้าโครงการวิจัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงสมัครใจเข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ หากข้าพเจ้ามีข้อข้องใจเกี่ยวกับขั้นตอนของการวิจัยหรือหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการวิจัย ขึ้นกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะสามารถติดต่อกับ นางสาวภิญญาพัชญ์ เพียงแก้ว ที่อยู่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โทร.0963591654 หากข้าพเจ้าได้รับการปฏิบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในเอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัย ต้องการปรึกษาปัญหา ข้อกังวล มีค าถามหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัย ข้าพเจ้าสามารถติดต่อกับประธานคณะกรรมการ จริยธรรมการวิจัยในคน หรือที่ส านักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี - เบอร์โทรศัพท์ 042-207375 เบอร์ภายใน 2707 ข้าพเจ้าได้ทราบถึงสิทธิ์ที่ข้าพเจ้าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมทั้งทางด้านประโยชน์ และโทษจากการเข้าร่วม การวิจัยและสามารถถอนตัวหรืองดเข้าร่วมการวิจัยได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือระบุเหตุผลโดยจะไม่มีผล กระทบต่อการบริการและการรักษาพยาบาลที่ข้าพเจ้าจะได้รับต่อไปในอนาคต และยินยอมให้ผู้วิจัยใช้ข้อมูลส่วนตัว ของข้าพเจ้าที่ได้รับจากการวิจัย แต่จะไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นรายบุคคล โดยจะน าเสนอเป็นข้อมูลโดยรวมจาก การวิจัยเท่านั้น ข้าพเจ้าได้เข้าใจข้อความในเอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัย และหนังสือแสดงเจตนายินยอมนี้ โดยตลอดแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ข้าพเจ้าได้รับส าเนาหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมในการ วิจัยไว้แล้ว 1 ฉบับ ลงชื่อ ................................................... ผู้ร่วมวิจัย/อาสาสมัครหรือผู้แทนโดยชอบธรรม (......................................................) วันที่ ...................................................... ลงชื่อ .................................................… ผู้ให้ข้อมูล และขอความยินยอม/หัวหน้าโครงการวิจัย (......................................................) วันที่ ......................................................


66 ภาคผนวก ข 1. หนังสือรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2. หนังสือขออนุญาตเข้าเก็บรวบรวมข้อมูลที่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี


67


68


69 ภาคผนวก ค เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล


70 เลขที่แบบสอบถาม............................ วันที่เก็บข้อมูล.................................... เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามการวิจัย เรื่อง การรับรู้และการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของ บุคลากรโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 1. แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วย 7 ข้อ ดังนี้ เพศ อายุ การศึกษา ประเภทบุคลากร ต าแหน่ง ระยะเวลาการปฏิบัติงาน หน่วยงาน 2. แบบสอบถามการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี จ านวน 13 ข้อ ประกอบด้วย 2.1 ช่องทางการรับรู้และการสื่อสาร จ านวน 3 ข้อ 2.2 การรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี จ านวน 10 ข้อ ลักษณะเป็นมาตราวัด 5 อันดับ ก าหนดการให้คะแนน ดังนี้ 1 หมายถึง รับรู้น้อยที่สุด 2 หมายถึง รับรู้น้อย 3 หมายถึง รับรู้ปานกลาง 4 หมายถึง รับรู้มาก 5 หมายถึง รับรู้มากที่สุด 3. แบบสอบถามการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัด โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี จ านวน 20 ข้อ แบบสอบถามการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสังกัดโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี จ านวน 20 ข้อ ลักษณะเป็นมาตราวัด 5 อันดับ ก าหนดการให้คะแนน ดังนี้ 1 หมายถึง ปฏิบัติน้อยที่สุด 2 หมายถึง ปฏิบัติน้อย 3 หมายถึง ปฏิบัติปานกลาง 4 หมายถึง ปฏิบัติมาก 5 หมายถึง ปฏิบัติมากที่สุด


71 ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ค าชี้แจง ขอให้ท่านตอบค าถามหรือเติมข้อมูลในช่องว่างและท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องว่าง ( ) หน้าข้อความที่เป็นจริงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของท่าน 1.1 เพศของท่าน ( ) 1. ชาย ( ) 2. หญิง 1.2 ปัจจุบันท่านมีอายุเท่าใด...........................ปี 1.3 การศึกษา ( ) 1.ต่ ากว่าปริญญาตรี ( ) 2. ปริญญาตรี ( ) 3.ปริญญาโท ( ) 3. สูงกว่าปริญญาโท 1.4 ประเภทบุคลากร ( ) 1.ข้าราชการ ( ) 2.ลูกจ้างประจ า ( ) 3.พนักงานราชการ ( ) 4.พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ( ) 5.ลูกจ้างชั่วคราว 1.5 ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ( ) 1.น้อยกว่า 5 ปี ( ) 2. 6-10 ปี ( ) 3. 11-15 ปี ( ) 4. 16 ปีขึ้นไป 1.6 ท่านเคยรับรู้ รับทราบวิสัยทัศน์ ค่านิยม หรือยุทธศาสตร์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ไม่เคย เคย (โปรดท ำแบบสอบถำมในข้อ 2 ต่อ) 1.7 ท่ำนได้รับทรำบข้อมูลวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่ำนิยม หรือยุทธศำสตร์จำกแหล่งใด (ตอบได้มำกกว่ำ 1 ข้อ) ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน หนังสือราชการ เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ป้ายประกาศ การประชุม เอกสารเผยแพร่ โปสเตอร์หรือแผ่นพับ Infographic หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้ทราบ Facebook ของเพื่อนที่แชร์โพสต์ Facebook โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี


72 1.8 ท่านคิดว่าช่องทางการสื่อสารของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ช่องทางใดที่ จะท าให้บุคลากร ในโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี สามารถรับทราบถึง ทิศทางโรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และค่านิยมของ โรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานีได้ง่ายและ ทั่วถึงมากที่สุด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ โดยเรียงล าดับจากมากไปน้อย) ..........ผู้บริหาร ..........เพื่อนร่วมงาน ..........หนังสือราชการ ..........เว็บไซด์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ..........ป้ายประกาศ ..........การประชุม ..........เอกสารเผยแพร่ ..........โปสเตอร์หรือแผ่นพับ ..........Infographic ..........หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้ทราบ ..........Facebook ของเพื่อนที่แชร์โพสต์ ..........Facebook โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2.2 แบบสอบถามการรับรู้ทิศทางองค์กรของบุคลากร ค าชี้แจง ขอให้ท่านท าเครื่องหมายถูก √ ลงในช่องค าตอบที่ตรงกับความความคิดเห็นของท่าน มากที่สุด ก าหนดการให้คะแนน ดังนี้ 1 หมายถึง รับรู้น้อยที่สุด 2 หมายถึง รับรู้น้อย 3 หมายถึง รับรู้ปานกลาง 4 หมายถึง รับรู้มาก 5 หมายถึง รับรู้มากที่สุด ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 วิสัยทัศน์โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ “ความเป็นเลิศใน การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง” (Excellence in Cancer Patient Care) 2 พันธกิจของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ “ให้การดูแลรักษาที่ เชื่อถือได้ตามหลักฐานทางวิชาการ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์” (Promising Care by Evidence Based and Medical Expert Teams)


73 ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี คือ 3.1 ความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล (International standard of cancer patient care) 3.2 การจัดการองค์กรสมรรถนะสูง (High performance organization) 4 ยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีคือ 1) พัฒนำควำมเชี่ยวชำญด้ำนโรคมะเร็ง (Expertise in cancer) 2) พัฒนำคุณภำพและนวัตกรรมกำรดูแลรักษำผู้ป่วย โรคมะเร็ง (Built in quality and innovation) 3) พัฒนำควำมร่วมมือด้ำนวิชำกำรและเครือข่ำยบริกำร ดูแลรักษำผ ู้ป่วยโรคมะเร็ง (Collaborative and networking) 4) พัฒนำระบบบริหำรจัดกำรแนวทำงใหม่ที่มีประสิทธิภำพ และธรรมำภิบำล (New management and good governance) 4.1) แผนงำนของยุทธศำสตร์ที่ 1 พัฒนำควำมเชี่ยวชำญ ด้ำนโรคมะเร็ง คือ 1. กำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกร ให้มีควำม เชี่ยวชำญ เฉพำะทำง ด้ำนโรคมะเร็ง 2.กำรพัฒนำระบบกำรวิจัยประเมินเทคโนโลยี พัฒนำองค์ควำมรู้ทำงกำรแพทย์ด้ำนโรคมะเร็ง 3.กำรพัฒนำองค์ควำมรู้และ ถ่ำยทอดเทคโนโลยีกำรดูแล รักษำ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง 4.2) แผนงำนของยุทธศำสตร์ที่ 2 พัฒนำคุณภำพและนวัตกรรม กำรดูแลรักษำผู้ป่วยโรคมะเร็ง คือ 1.กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรดูแลรักษำผู้ป่วย


74 ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 โรคมะเร็งที่ต่อเนื่องในระดับที่สูงขึ้น 2.กำรพัฒนำนวัตกรรมกำรดูแลรักษำผู้ป่วยโรคมะเร็ง 4.3) แผนงำนของยุทธศำสตร์ที่ 3 พัฒนำควำมร่วมมือ ด้ำนวิชำกำรและเครือข่ำยบริกำรดูแลรักษำผู้ป่วยโรคมะเร็ง คือ 1.กำรสร้ำงเครือข่ำยวิชำกำรเพื่อยกระดับคุณภำพและมำตรฐำน กำรดูแลรักษำผู้ป่วยโรคมะเร็ง 2.กำรพัฒนำระบบบริกำรสุขภำพ 4.4) แผนงำนของยุทธศำสตร์ที่ 4 พัฒนำระบบบริหำรจัดกำร แนวทำงใหม่ที่มีประสิทธิภำพและธรรมำภิบำล คือ 1.กำรเพิ่มประสิทธิภำพรูปแบบกำรบริหำรจัดกำรที่เหมำะสม คล่องตัว 2.กำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรแนวใหม่เพื่อรองรับ กำรเปลี่ยนแปลง 5 ค่ำนิยมของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนีคือ LHRM MOPH DMS L : Love to work (รักและเห็นคุณค่ำในงำนที่ท ำ) H : Harmonozation (ประสำนกำรท ำงำนให้เป็นหนึ่ง) R : Respect (ให้เกียรติและนับถือเพื่อนร่วมงำน) M : Middle path (พึ่งทำงสำยกลำงสู่ควำมส ำเร็จ) M : Mastery (เป็นนำยตนเอง) O : Originality (เร่งสร้ำงสิ่งใหม่) P : People Centered (ใส่ใจประชำชน) H : Humility (ถ่อมตน อ่อนน้อม) D : Determination For The Nation (พร้อมน ำระดับชำติ) M : Moving Together (สำมำรถไปด้วยกัน) S : Specialist (มุ่งมั่นสู่ควำมเป็นเลิศ)


75 ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 6 ท่านรับรู้และมีความเข้าใจต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็น ยุทธศาสตร์ นโยบายการด าเนินงาน ค่านิยมของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี ส่วนที่ 3 แบบสอบถามการน าทิศทางองค์กรไปใช้ในการปฏิบัติงาน ค าชี้แจง ขอให้ท่านท าเครื่องหมายถูก √ ลงในช่องค าตอบที่ตรงกับความความคิดเห็นของท่าน มากที่สุด ก าหนดการให้คะแนน ดังนี้ 1 หมายถึง ปฏิบัติน้อยที่สุด 2 หมายถึง ปฏิบัติน้อย 3 หมายถึง ปฏิบัติปานกลาง 4 หมายถึง ปฏิบัติมาก 5 หมายถึง ปฏิบัติมากที่สุด ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 ท่านคิดว่างานของท่านมีส่วนในการผลักดันให้โรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานีบรรลุผลการด าเนินการที่คาดหวังตาม แผนปฏิบัติราชการหรือ บรรลุเป้าประสงค์ของโรงพยาบาล ในด้าน 1.1 โครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านวิชาการและการแพทย์ และความเชื่อมโยงการท างานอย่างบูรณาการ 1.2 ประชาชนได้รับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 1.3 สนับสนุนการบริการตามภารกิจของโรงพยาบาล มะเร็งอุดรธานี 1.4 บุคลากรด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี มีสมรรถนะ เป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐาน 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล มีส่วนเกี่ยวข้อง กับท่าน


76 ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 2.1 ไม่ว่ำท่ำนจะอยู่ในต ำแหน่งใดก็ตำมวิสัยทัศน์ของ โรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี เป็นสิ่งส ำคัญที่จะท ำให้ท่ำน มีจุดหมำยที่ชัดเจน และสำมำรถก ำหนดทิศทำงในกำรด ำเนิน กิจกรรมเพื่อบรรลุจุดหมำยนั้น 2.2 วิสัยทัศน์ พันธกิจและประเด็นยุทธศำสตร์ ของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี ท ำให้ท่ำนทรำบว่ำต้องท ำอะไร เพื่ออะไร ท ำเมื่อไร และท ำ อย่ำงไร 2.3 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศำสตร์ของโรงพยำบำล มะเร็งอุดรธำนี มีส่วนท ำให้ท่ำนเกิดควำมมุ่งมั่นในกำร ปฏิบัติงำนด้วยควำมเต็มใจ เพื่อให้บรรลุเป้ำหมำย 2.4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธศำสตร์ของ โรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี มีส่วนท ำให้เกิดกระบวนกำรท ำงำน เป็นทีม และมุ่งมั่นไปสู่จุดหมำยร่วมกัน 2.5 ท่านได้น าวิสัยทัศน์พันธกิจประเด็นยุทธศาสตร์ของ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานของท่าน 2.6 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนท าให้ ท่านมีแนวทาง และหลักยึดในการปฏิบัติ แบบเดียวกันกับ เพื่อนร่วมงาน 2.7 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนท าให้ ท่านเกิดพลัง ขับเคลื่อน ไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์การ 2.8 ค่านิยมของโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีมีส่วนช่วยสร้าง บรรยากาศให้เกิด ความสามัคคี ในการท างานระหว่างท่าน และเพื่อนร่วนงาน 2.9 ค่ำนิยมของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี ท ำให้เกิดกำร ท ำงำนเป็นทีม และมีส่วนช่วยให้ท่ำนกับเพื่อนร่วมงำน มีแนวทำงในกำรปรับตัวให้เข้ำกันได้ 2.10 ค่ำนิยมของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี ท ำให้ท่ำนมี ควำมมุ่งมั่นที่จะท ำงำนให้ประสบควำมส ำเร็จ


77 ล าดับ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 3 วิสัยทัศน์ของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนีมีควำมท้ำทำยส ำหรับ ท่ำน 4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศำสตร์โรงพยำบำลมะเร็ง อุดรธำนี มีควำมชัดเจน และสำมำรถน ำไปปฏิบัติได้ 5 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศำสตร์โรงพยำบำลมะเร็ง อุดรธำนี ที่ก ำหนด สำมำรถเสริมสร้ำงควำมมุ่งมั่นในกำร ปฏิบัติงำนให้กับบุคคลำกรของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี 6 วิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธศำสตร์โรงพยำบำล มะเร็งอุดรธำนี สะท้อนและค ำนึงถึงผู้รับบริกำร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีควำมสอดคล้องกับแนวโน้ม สถำนกำรณ์ในอนำคต 7 ค่ำนิยมของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี สำมำรถสื่อสำรแนวทำง ในกำรปฏิบัติรำชกำรให้บุคลำกรทุกระดับของโรงพยำบำล มะเร็งอุดรธำนีรับรู้และเข้ำใจ 8 ค่ำนิยมของโรงพยำบำลมะเร็งอุดรธำนี สำมำรถสื่อถึง ภำพลักษณ์และพฤติกรรมของบุคลำกร ในโรงพยำบำลมะเร็ง อุดรธำนี ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................ .... ............................................................................................................................. ................................... ***************************************


78 ภาคผนวก ง รายนามผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเครื่องมือวิจัย


79 รายนามผู้เชี่ยวชาญ 1. นายศิริเดช ผ่านจังหาร นักจัดการงานทั่วไปช านาญการพิเศษ รองผู้อ านวยการด้านอ านวยการ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 2. ว่าที่ร้อยตรี ศิริชัย จันพุ่ม อาจารย์สาขาวิชาสาธารณสุข คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี 3. นายสยามราชย์ ฟูเจริญกัลยา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์ ส านักงานสาธารณสุขเชียงราย


73


80 ประวัติผู้วิจัย


81 ประวัติผู้วิจัย ข้อมูลทั่วไป ผู้วิจัยคนที่ 1 ชื่อ ภิญญาพัชญ์ เพียงแก้ว ที่อยู่ปัจจุบัน 36 หมู่ 1 ต าบลหนองไผ่ อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่ท ำงำนปัจจุบัน โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ต ำแหน่งหน้ำที่ปัจจุบัน นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ ประวัติกำรศึกษำ พ.ศ. 2552 – 2556 นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) มหาวิทยาลัยรามค าแหง พ.ศ. 2553 – 2555 ประกาศนียบัตรวิชาว่าความ สภาทนายความ พ.ศ. 2548 – 2552 นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ข้อมูลทั่วไป ผู้วิจัยคนที่ 2 ชื่อ พวงผกา อินทร์เอี่ยม ที่อยู่ปัจจุบัน 131/74 หมู่ 5 ต าบลหนองบัว อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่ท ำงำนปัจจุบัน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ต ำแหน่งหน้ำที่ปัจจุบัน อาจารย์สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประวัติกำรศึกษำ พ.ศ. 2556 – 2559 พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการพยาบาล มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2553 – 2554 ศึกษาศาตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชธานี พ.ศ. 2540 – 2544 พยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลงำนกำรตีพิมพ์ พวงผกา อินทร์เอี่ยม, จ าลอง ชูโตและสุนทรีภานุทัต. (2560). ผลของการจัดโครงการเตรียม ความพร้อม ก่อนฝึกปฏิบัติต่อความเครียดและความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติการ พยาบาลครั้งแรกของ นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชธานี วิทยาเขตอุดรธานี. กำรประชุมวิชำกำรระดับชำติ รำชธำนีวิจัย ครั้งที่ 2 "กำรวิจัย 4.0


82 เพื่อก ำ รพัฒน ำป ร ะเทศ สู่คว ำมมั่นค ง มั่ งคั่ ง ยั่ งยืน ". มห า วิทย าลัย ร าช ธ านี จังหวัดอุบลราชธานี. พวงผกา อินทร์เอี่ยม. (2561). ความเครียดและความพร้อมต่อการปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐาน ครั้งแรกของนักศึกษาพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชธานี วิทยาเขตอุดรธานี. กำรประชุมวิชำกำรและประชุมสำมัญประจ ำปี 2561 เรื่อง “พยำบำลเสียงแห่งพลัง: สุขภำพ เป็น สิทธิมนุษยชน” (Nurses: A Voice to Lead – Health is a Human Right). สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ส านักงานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สุกัญญา ฆารสินธุ์, วรนุช ไชยวาน, พวงผกา อินทร์เอี่ยม, กฤชกันทร สุวรรณพันธุ์และนิตยา โพธิศรีขาม. (2561). ประสิทธิผลการจัดกิจกรรมเล่านิทานต่อทักษะการดูแลสุขภาพตนเองของ เด็กป่วย. วำรสำรกำรพัฒนำสุขภำพชุมชน มหำวิทยำลัยขอนแก่น, 6(4); 541-552. ปิติณัช ราชภักดีและพวงผกา อินทร์เอี่ยม. (2563). ผลของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แพดเล็ต (Padlet) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้แบบน าตนเองและทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ ของนักศึกษาพยาบาล ในรายวิชากาพยาบาลผู้ใหญ่ 2 หัวข้อ การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ระบบกระดูก.วำรสำรกำรแพทย์โรงพยำบำลอุดรธำนี, 28(1); 52-60. สร้อย อนุสรณ์ธีรกุล, ศรัญญา ต.เทียนประเสริฐ, ณัฏฐากุล บึงกุม, อัญชลี อ้วนแก้วและพวงผกา อินทร์เอี่ยม. (2564). การรับรู้ของอาจารย์พยาบาลต่อสมรรถนะวิชาชีพที่สามารถปฏิบัติ ได้โดยไม่ต้องกากับดูแลของบัณฑิตพยาบาล. วำรสำรกองกำรพยำบำล, 48(2); 54-65. กาญจนา ปัญญาธร, จุฬารัตน์ ดวงตาผา, ขนิษฐา แก้วกัลยา, รุ่งวิสา สว่างเนตรและพวงผกา อินทร์เอี่ยม. (2565). ผลลัพธ์ของการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรที่มีภาวะอ้วนลงพุง โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี: การวิจัยเชิงผสมผสาน. วำรสำรกำร พยำบำลและกำรดูแลสุขภำพ, 40(1); 74-83. ข้อมูลทั่วไป ผู้วิจัยคนที่ 3 ชื่อ พรใจ เชียงสาพันธ์ ที่อยู่ปัจจุบัน 93 หมู่ 11 บ้านดงไร่ ต าบลนาข่า อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่ท ำงำนปัจจุบัน โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ต ำแหน่งหน้ำที่ปัจจุบัน นักวิเคราะห์นโยบายและแผน


83 ประวัติกำรศึกษำ พ.ศ. 2550 – 2553 นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี พ.ศ. 2555 – 2557 ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การบัญชี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี พ.ศ. 2546 – 2549 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พณิชยการ (คอมพิวเตอร์) โรงเรียนเทคนิคพณิชยการสันตพล ข้อมูลทั่วไป ผู้วิจัยคนที่ 4 ชื่อ คณิศร จันทร์พาณิชย์ ที่อยู่ปัจจุบัน 359 หมู่ 2 บ้านขอนแดง ต าบลนาอาน อ าเภอมือง จังหวัดเลย 42000 ที่ท ำงำนปัจจุบัน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ต ำแหน่งหน้ำที่ปัจจุบัน อาจารย์สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประวัติกำรศึกษำ พ.ศ. 2560 – 2564 พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2553 – 2557 พยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผลงำนกำรตีพิมพ์ 1. ผลงำนประเทศไทย คณิศร จันทร์พาณิชย์ และศิริชัย จันพุ่ม. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริม พัฒนาการเด็กอายุ 2 – 3 ปี ของผู้ดูแลเด็ก ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่ง จังหวัดอุดรธานี. วำรสำร มจร สังคมศำสตร์ปริทรรศน์, 11(6), 127 – 139. 2. ผลงงำนต่ำงประเทศ Nurunart Yuenyonga, KanisornChanpanich, Sirichai Junphum. ( 2 0 2 2 ) . THE FACTORS PREDICTING OF PREVENTION PULMONARY TUBERCULOSIS IN PATIENTS WITH TYPE 2 DIABETES MELLITUSIN THE NORTHEASTERN REGION OF THAILAND. Neuro Quantology, 20(8), 4677-4685.


Click to View FlipBook Version