The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lannmbo, 2021-11-18 01:41:50

ทัศนศิลป์ ป.5

ทัศนศิลป์ ป.5

หนังสือเร�ยน รายวช� าพ้ืนฐาน

ทศั นศลิ ป ป. 5

ชั�นประถมศกึ ษาปท‚ ี่ 5
กลม‹ุ สาระการเรย� นรศŒู ลิ ปะ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน� พนื้ ฐานพทุ ธศักราช 2551

ผูเ รยี บเรียง
รศ. พรี ะพงษ กลุ พศิ าล กศ.บ., M.S. (Art-Edu-Elm-Edu.)

ผตู รวจ
รศ.ดร. สาธติ ทมิ วฒั นบรรเทิง กศ.ม., ปร.ด.

ดร. วิสิทธ์ิ โพธวิ ฒั น ศป.ม., ค.ด.
จริ ะ ตณั ฑโพประสทิ ธ์ิ กศ.บ.
บรรณาธิการ

พชั ราภรณ สมิตะมาน กศ.บ., ศศ.ม.
อุมาพร มัน่ ไทรทอง ศศ.บ.

หนงั สอื เรย� น รายวช� าพ้นื ฐาน

ทัศนศลิ ป ป. 5

ชนั� ประถมศกึ ษาป‚ท่ี 5
กลมุ‹ สาระการเรย� นรูŒศลิ ปะ
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน�ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ผเูŒ รยี บเรยี ง
รศ. พีระพงษ์ กลุ พิศาล

ผูŒตรวจ
รศ.ดร. สาธติ ทมิ วัฒนบรรเทิง
ดร. วิสทิ ธ์ิ โพธิวฒั น์
จริ ะ ตณั ฑ์โพประสิทธิ์

บรรณาธกิ าร
พัชราภรณ์ สมติ ะมาน
อมุ าพร มนั่ ไทรทอง

ISBN 978-616-8047-37-8

บรษิ ทั กรพัฒนายิง่ จาํ กัด
เลขท่ี 23/34–35 ช้นั 3 หอง 3B
ถนนตรมี ติ ร แขวงตลาดนอ ย เขตสัมพันธวงศ
กรงุ เทพฯ 10100

คํานาํ

หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ปŠ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 เลม่ นจี้ ดั ทำขนึ้ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีเปาหมายให้นักเรียนและครูใช้เป็นสื่อ
ในการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื พฒั นานักเรียนให้มีคุณภาพตามสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั และ
สาระการเรียนรู้แกนกลางที่หลักสูตรกำหนด รวมทั้งพัฒนานักเรียนให้มีสมรรถนะสำคัญตามที่
ตอ้ งการทั้งด้านการสื่อสาร การคดิ การแก้ปญหา การใชท้ กั ษะชีวติ และการใช้เทคโนโลยี ตลอด
จนพฒั นานกั เรยี นใหม้ คี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทำประโยชนใ์ หส้ งั คม เพอ่ื ใหส้ ามารถอยรู่ ว่ มกบั
ผอู้ ่นื ในสงั คมไทยและสังคมโลกได้อยา่ งมคี วามสขุ

หนังสือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ทศั นศลิ ปŠ เล่มนี้ ยึดแนวคดิ การจัดการเรยี นรู้ที่เน้นผเู้ รียน
เป็นสำคญั ใช้หลักการส่งเสริมใหน้ ักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจธรรมชาตขิ องศลิ ปะ และสามารถนำ
ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยพัฒนานักเรียนแบบ
องคร์ วมอยบู่ นพน้ื ฐานของการบรู ณาการความคดิ รวบยอด ทเ่ี นน้ ใหน้ กั เรยี นเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการ
ท่ีเนน้ การปฏิบัติ (Active Learning) และเรียนรโู้ ดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-based Learning)
ซงึ่ เนน้ การเรยี นรใู้ หต้ รงกบั รปู แบบการเรยี นรู้ (Learning Styles) เนน้ ทกั ษะทสี่ รา้ งเสรมิ ความเขา้ ใจ
ทคี่ งทนของนักเรียน ซ่ึงเป็นผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ ตามหลักสูตร

การจัดทำหนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ปŠ เล่มนี้ คณะผู้จัดทำซ่ึงเปน็ ผูเ้ ช่ยี วชาญใน
สาขาวชิ าและการพฒั นาสอ่ื การเรยี นรไู้ ดก้ ำหนดหนว่ ยการเรยี นรใู้ ห้ และออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้
แบบฝก ทกั ษะกระบวนการทางศลิ ปะ กจิ กรรมเสนอแนะ โครงงาน การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
และคำถามทบทวนใหส้ มบูรณ์อยูใ่ นเล่มเดียว

หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ทศั นศลิ ปŠ เลม่ นจ้ี ะชว่ ยสนบั สนนุ ใหน้ กั เรยี น
ไดพ้ ฒั นาความรดู้ า้ นศลิ ปะ และสนบั สนนุ การปฏริ ปู การเรยี นรตู้ ามเจตนารมณข์ องพระราชบญั ญตั ิ
การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

คณะผูจŒ ดั ทำ

คาํ ชแ้ี จง

หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ทศั นศิลป ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 5 เลม่ นี้ไดอ้ อกแบบหนว่ ยการ
เรียนรู้ให้แต่ละหน่วยการเรยี นร้ปู ระกอบด้วย

1. มาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเปาหมายที่ต้องการให้เกิดข้ึนกับนักเรียนเม่ือจบการศึกษาใน
หน่วยการเรียนร้นู ั้น ๆ หรอื เมอ่ื จบการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

2. ตัวชวี้ ดั ช้นั ป ระบตุ วั ช้ีวัดซ่งึ เปน็ เปา หมายในการพฒั นานกั เรยี นที่สอดคล้องกบั เนอื้ หาใน
หนว่ ยการเรยี นรู้

3. ประโยชน์จากการเรียน นำเสนอไว้เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนนำความรู้และทักษะจากการ
เรียนไปใช้ในชีวิตประจำวนั

4. คำ ถามนำ เป็นคำถามหรอื สถานการณท์ กี่ ระต้นุ ใหน้ ักเรียนเกดิ ความสนใจ ตอ้ งการท่จี ะ
คน้ หาคำตอบ

5. เน้อื หา ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดชั้นป และสาระการเรียนรู้แกนกลาง โดย
แบง่ เนอื้ หาเปน็ ชว่ ง ๆ แลว้ แทรกกจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ พี่ อเหมาะกบั การเรยี น รวมทง้ั มกี ารนำ
เสนอดว้ ยภาพ ตาราง แผนภูมิ และแผนทค่ี วามคิด เพอื่ เป็นสอื่ ให้นกั เรยี นสรา้ งความคดิ รวบยอด
และเกดิ ความเข้าใจที่คงทน

6. เกร็ดควรรู้ เป็นความรูเ้ พื่อเพิ่มพูนใหน้ ักเรยี นมคี วามร้กู ว้างขวางขนึ้
7. แหล‹งคŒนขŒอมูล (WEB GUIDE) เป็นแหล่งเรียนรู้จากเว็บไซต์ เพ่ือให้ผู้เรียนศึกษา
คน้ คว้าเนอ้ื หาทสี่ อดคลอ้ งกบั เร่อื งท่เี รียน
8. กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นร Œู (ฝกƒ ฝนงานศลิ ป)Š เปน็ กจิ กรรมทก่ี ำหนดไวเ้ มอื่ จบเนอ้ื หาแตล่ ะ
ชว่ ง แตล่ ะตอนเพอื่ ใหน้ กั เรยี นไดป้ ฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ เปน็ กจิ กรรมทหี่ ลากหลาย ใชแ้ นวคดิ
ทฤษฎีตา่ ง ๆ ใหส้ อดคล้องกบั เนอ้ื หา เหมาะสมกับวยั สะดวกในการปฏบิ ัติ กระต้นุ ให้นกั เรยี น
ไดค้ ิด และส่งเสริมใหศ้ ึกษาคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
9. สรปุ ไดŒจัดทำ สรปุ เปนผังมโนทศั น์ (concept map) เพอ่ื ให้นกั เรยี นไดใ้ ชเ้ ป็นบทสรุป
ทบทวนความรู้ โดยวิธกี ารจินตภาพจากผังมโนทัศน์ทไ่ี ด้สรุปเนอ้ื หาท่ีได้จัดทำไว้
10. กจิ กรรมเสนอแนะ เปน็ กจิ กรรมเสนอแนะใหน้ กั เรยี นไดป้ ฏบิ ตั ิ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการคดิ
การวางแผน และการแกป้ ญหาของนักเรียน
11. โครงงาน เป็นการใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัติโครงงาน โดยเสนอแนะหัวขอ้ โครงงานและแนวทาง
การปฏบิ ตั ิ
12. การประยกุ ตใ์ ชใŒ นชวี ติ ประจำ วนั เปน็ กจิ กรรมทเี่ สนอแนะใหน้ กั เรยี นไดน้ ำความรู้ ทกั ษะ
ไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั

13. คำ ถามทบทวน เปน็ คำถามเพื่อทบทวนผลการเรียนรู้ของนกั เรียน
14. บรรณานุกรม เป็นรายชอื่ หนังสอื เอกสาร เว็บไซต์ท่ใี ชป้ ระกอบการเขยี น
15. อภิธานศัพท์ เป็นคำสำคัญท่ีแทรกอยู่ในเนื้อหาซึ่งพิมพ์ด้วยสีแดงและนำมาจัดเรียง
ตามลำดบั ตัวอักษรและอธิบาย

สารบญั

หนว‹ ยการเรียนรทูŒ ี่ 1 พ้นื ฐาน งานศ ลิ ปŠ .............................................. 1
1. การจัดองค์ประกอบศิลปŠ .................................................. 2
2. จังหวะและตำ แหนง‹ ของสง่ิ ต‹าง ๆ ท่ปี รากฏในสิ่งแวดลอŒ มและ
งานทศั นศลิ ปŠ ............................................................... 9
3. ความแตกต‹างระหวา‹ งงานทศั นศลิ ปŠ........................................ 14
4. ประโยชนแ์ ละคณุ ค‹าของงานทศั นศิลปŠ .............................. 18
หนว‹ ยการเรียนรŒูท่ ี 2 สราŒ งสรรคง์ าน ศิลป Š ........................................ 24
1. การวาดภาพระบายส ี..................................................... 25

2. งานปน˜ ..................................................................... 34
3. งานพิมพ์ภาพ ............................................................. 37
หน‹วยการเรยี นรŒทู ่ี 3 งาน ศิลปŠกบั วัฒนธรรม .................................... 44
1. ศิลปวฒั นธรรมไทย ...................................................... 45
2. ลักษณะรปู แบบงานทศั นศิลปŠ ......................................... 46
3. งานทัศนศิลปทŠ ส่ี ะทŒอนวัฒนธรรมและภมู ิป˜ญญาในทอŒ งถนิ่ ...... 53
บรรณานกุ รม .................................................................. 57
อภธิ านศัพท ์ ................................................................... 58

พ้นื ฐานงานศิลป์ 1หนว� ยการเรย� นรูŒที่

มาตรฐานการเร�ยนรู้

ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค ์ วเิ คราะห ์ วพิ ากษ ์ วจิ ารณค์ ณุ คา่
งานทศั นศลิ ป ์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ วนั

ตวั ช้ีวัดช�นั ป‚

1. บรรยายเกย่ี วกบั จงั หวะ ตำ แหนง่ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏในสง่ิ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป ์ (ศ 1.1 ป. 5/1)
2. เปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งงานทศั นศิลป์ทสี่ ร้างสรรค์ดว้ ยวสั ดุ อุปกรณ์ และวธิ ีการท่ีต่างกนั
(ศ 1.1 ป. 5/2)
3 ระบุปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์และการส่ือความหมายในงานทัศนศิลป์ของตนเองและบอกวิธี
การปรับปรุงงานใหด้ ีข้นึ (ศ 1.1 ป. 5/6)
4. บรรยายประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของงานทัศนศลิ ปท์ ่ีมผี ลตอ่ ชวี ติ ของคนในสงั คม (ศ 1.1 ป. 5/7)

สาระการเรย� นรู้
• จงั หวะ ตำ แหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในส่ิงแวดล้อมและทัศนศลิ ป์
• ความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์
• การจดั องค์ประกอบศิลป์และการส่อื ความหมายในงานทศั นศลิ ป์
• ประโยชน์และคณุ ค่าของงานทศั นศิลป์

ประโยชนจ ากการเรยี น คําถามนํา

สามารถระบุปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์และการส่ือ ผลงานทัศนศิลป์มีความเกี่ยวข้องกับ
ความหมายในงานทศั นศลิ ปข์ องตนเองและบอกวธิ กี ารปรบั ปรงุ ให้ นักเรียนและสงั คมหรอื ไม ่ อยา่ งไร
ดีข้ึน รวมทั้งบรรยายเกี่ยวกับจังหวะ ตำ แหน่งของส่ิงต่าง ๆ ที่
ปรากฏในสงิ่ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป ์ และสามารถเปรยี บเทยี บ
ความแตกตา่ งระหวา่ งงานทศั นศลิ ป ์ ทส่ี รา้ งสรรคด์ ว้ ยวสั ดอุ ปุ กรณ์
และวธิ กี ารทต่ี า่ งกนั นอกจากนน้ั ยงั สามารถบรรยายประโยชนแ์ ละ
คุณค่าของงานทัศนศลิ ปท์ มี่ ผี ลต่อชวี ติ ของคนในสังคมได้

2 หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ทศั นศลิ ป ์ ป. 5

1. การจัดองคป์ ระกอบศลิ ปŠ

องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง หลักการจัดผลงานทัศนศิลปะด้วยการนำ ส่วน
ประกอบตา่ ง ๆ ของทัศนธาตุ ได้แก ่ จุด เสน้ สี รูปร่าง รปู ทรง แสง เงา ท่วี ่าง และ
พ้ืนผิว มาจัดหรือประกอบเปน็ ผลงานศลิ ปะ เช่น งานจิตรกรรม งานป้ัน งานภาพพมิ พ ์
เรียกว่า การจดั องค์ประกอบศลิ ป ์ โดยมหี ลักการจัดดงั นี้

การจัดองค์ประกอบศลิ ป์

ได้แก่

เอกภาพ ความสมดลุ จุดเด่น ความกลมกลนื ความขัดแย้ง

1.1 เอกภาพ

เอกภาพ หมายถงึ การจดั ทศั นธาตขุ องศลิ ปะใหม้ คี วามประสานกลมกลนื มคี วาม
สมั พนั ธเ์ กยี่ วข้องกนั เปน็ กลมุ่ กอ้ น ไม่กระจดั กระจาย และแสดงออกให้เห็นไดถ้ งึ ความ
พอดีของความงาม
• ตวั อยา่ งผลงาน

การ สรา้ งเ อกภาพร ปู ทรง นำ้ หนกั และสสี นั

ฝึกฝนงานศิลป์

นักเรียนสรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะโดยจดั องคป์ ระกอบศลิ ปใ์ ห้มเี อกภาพตามจนิ ตนาการ
แล้วนา� เสนอผลงานว่ามีเอกภาพอยา่ งไร

หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5 3

1.2 ความสมดลุ

ความสมดุล หมายถึง การน�าทัศนธาตุทางศิลปะมาจัดองค์ประกอบศิลป์ให้มี
ความประสานกลมกลนื ความพอเหมาะพอดขี องส่วนตา่ ง ๆ ในรูปทรงหรอื งานศลิ ปะ
ชิ้นหน่ึง
ความสมดุลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี

1) ความสมดลุ แบบสองขา้ งเทา่ กนั คอื การจดั องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของศลิ ปะให้
ทงั้ สองขา้ งของแกนสมมาตรมขี นาด สดั สว่ น นา�้ หนกั เทา่ กนั หรอื มรี ปู แบบเหมอื นกนั
• ตวั อยา่ งผลงาน

ความ สมดลุ แ บบสองขา้ ง เทา่ กนั

2) ความสมดลุ แบบสองขา้ งไมเ่ ทา่ กนั คอื การจดั องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของศลิ ปะ
ให้ท้ังสองข้างของแกนสมมาตรมีขนาด สัดส่วน น�้าหนักไม่เท่ากัน หรือไม่เหมือนกัน
แตเ่ ม่อื ดจู ากแกนสมมาตรแล้วทงั้ สองข้างจะเทา่ กนั มีความสมดุลกนั ในความรูส้ กึ
• ตวั อย่างผลงาน

ความส มดุลแ บบสองขา้ งไ ม เ่ ท่ากัน

4 หนังสือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5

ฝึกฝนงานศิลป์

สร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปะ โดยจดั องค์ประกอบศลิ ป์แบบความสมดุลประเภทใดประเภท
หนง่ึ ตามความสนใจ

1.3 จุดเด่น

จดุ เด่น หมายถงึ ส่วนสา� คญั ทปี่ รากฏชัด โดดเดน่ ท่ีสดุ ในผลงานศิลปะ จุดเด่น
เกิดจากการเน้นท่ีดี ต�าแหน่งของจุดเด่นนิยมจัดวางไว้ในระยะหน้าหรือระยะกลางแต่
ไม่ควรวางไว้ตรงกลางพอดี เพราะจะท�าให้ภาพเกิดความรู้สึกน่ิงไม่เกิดการเคลื่อนไหว
จุดเด่นท่ดี คี วรมเี พยี งจดุ เดียวและมพี น้ื ท่ปี ระมาณ 20–30% ของพืน้ ท่ที ัง้ หมด
• ตัวอย่างผลงาน

เนน้ ด้วยสี
ไกฟ่ า้ ทางลายขวาง
ผลงานของเพญ็ ศร ี ศรแี กว้
เปน็ การใช้สีตา่ งวรรณะกนั จะช่วยเนน้ ภาพซึง่ กนั และกัน เชน่ ภาพท่มี ีสีวรรณะเย็น
สามารถใช้สีวรรณะอุ่นเข้าไปช่วยเน้นเพ่ือใหเ้ กดิ ความขดั แย้ง จะทำ ใหเ้ กิดจดุ เดน่
แต่ต้องให้สีวรรณะหน่ึง มีปริมาณมากกวา่ สอี ีกวรรณะหน่ึง

หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 5 5

เนน้ ด้วยน้ำ หนักแสงเงา
เปน็ การเนน้ คา่ นำ้ หนักของสีและแสงเงาให้มีความแตกต่างกนั

ดว้ ยน้ำ หนกั อ่อนสุดตดั กับน้ำ หนักเข้มสดุ

ฝึกฝนงานศิลป์

สรา้ งสรรค์ผลงานศลิ ปะ โดยจดั องค์ประกอบศลิ ป์ใหม้ จี ุดเด่นตามจินตนาการ

1.4 ความกลมกลืน

ความกลมกลนื หมายถึง การน�าทศั นธาตทุ างศิลปะมาจดั องคป์ ระกอบศลิ ปใ์ ห้มี
ความสัมพนั ธ์กลมกลืนกนั สนบั สนนุ ซ่ึงกันและกัน เขา้ กนั ไดด้ ี ไมข่ ดั แยง้ กัน
• ตวั อย่างผลงาน

ความกลมกลนื ด้วยเส้น
เป็นการใช้เส้นในลักษณะเดียวกนั หรือมที ิศทางเดียวกนั มาจัดรวมกัน ทำ ใหเ้ กดิ ความกลมกลืน

6 หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ทศั นศิลป์ ป. 5

ความกลมกลนื ด้วยขนาด
เปน็ การจดั องคป์ ระกอบศิลปใ์ นลักษณะการใชข้ นาดของรูปทรงท่ีใกล้เคยี งกันและลดหลนั่ กัน

มาจัดรวมกนั ทำ ให้ไม่เกดิ ความรสู้ ึกแตกต่าง แต่เกิดความรู้สกึ กลมกลนื กัน

ความกลมกลนื ด้วยลกั ษณะผวิ
เปน็ การจัดองคป์ ระกอบศิลป์โดยการนำ ลกั ษณะผวิ หรือพน้ื ผวิ ทเี่ หมือนกัน

หรอื ใกล้เคยี งกันมาจดั รวมกนั เพื่อใหเ้ กดิ ความกลมกลืน

ฝกึ ฝนงานศลิ ป์

สร้างสรรค์ผลงานศลิ ปะ โดยจดั องคป์ ระกอบศิลปใ์ ห้มีความกลมกลนื ตามจนิ ตนาการ

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 5 7

1.5 ความขดั แยง้

ความขดั แยง้ หมายถงึ การนา� ทศั นธาตมุ าจดั องคป์ ระกอบศลิ ปใ์ หเ้ กดิ การตดั กนั
หรอื ขดั แยง้ กนั เพอื่ ลดความกลมกลนื ลงบา้ ง เพราะความกลมกลนื ทมี่ ากไปอาจจะดจู ดื ชดื
น่าเบ่ือหน่าย ความขดั แยง้ ทีพ่ อเหมาะจะชว่ ยใหง้ านดมู ีชีวติ ชีวา นา่ สนใจ น่าตืน่ เต้น
ความขัดแยง้ ในงานศลิ ปะ ควรจัดองค์ประกอบศิลป์ใหม้ ีสดั สว่ นขัดแย้งกนั บ้าง
ประมาณ 10%–20% ก็จะช่วยให้งานนน้ั เกิดคุณคา่ ความงามข้นึ
• ตวั อย่างผลงาน

ความขดั แยง้ ดว้ ยรปู ร่าง รปู ทรง
เป็นการนำ รปู ร่าง รูปทรงทีม่ ีลกั ษณะไมเ่ หมือนกันหรอื ลักษณะไมใ่ กลเ้ คยี งกันมาจดั รวมกัน
เชน่ การนำ รปู ร่าง รปู ทรงทีเ่ ปน็ เหล่ยี มกับรูปร่าง รูปทรงท่โี ค้งมนมาจดั องค์ประกอบศิลป์รว่ มกัน
จะเกิดความขดั แย้ง แต่การขดั แยง้ มากเกนิ ไปจะดูไมส่ วยงาม การแก้ไขใหค้ วามขดั แย้งนอ้ ยลง

แกด้ ว้ ยการทำ ให้รปู รา่ ง รปู ทรงนั้นมีลักษณะใกล้เคยี งกัน

8 หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5
ความขดั แย้งดว้ ยขนาด

เปน็ การใชข้ นาดของรปู รา่ ง รปู ทรงทม่ี ขี นาดใหญแ่ ละขนาดเลก็ แตก
ตา่ งกนั มาจดั องคป์ ระกอบศลิ ปร์ ่วมกันจะทำ ให้เกิดความขดั แยง้ การ

แก้ไขจะต้องแกด้ ้วยการเพิ่มขนาดใหใ้ กลเ้ คียงกัน
ความขัดแยง้ ด้วยสี

เป็นการนา� สีตรงกันข้ามหรอื สตี ดั กนั มาใช้ร่วมกนั ระหวา่ งสีเหลอื ง
กับสมี ่วง การแกไ้ ขจะตอ้ งลดปรมิ าณสใี ดสหี นง่ึ ลงให้เหลอื ประมาณ
20% ของพืน้ ทีท่ ั้งหมด หรอื ใชส้ ขี าว สดี า� ตัดค่ันระหว่างสที ้งั สอง
และอาจใชว้ ธิ ลี ดความเขม้ ของสใี ดสหี นงึ่ ลงด้วยสีขาว สดี �า สเี ทา

สตี รงข้าม เปน็ ตน้

หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 5 9

ฝกึ ฝนงานศลิ ป์

สร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปะ โดยจดั องคป์ ระกอบศิลปใ์ ห้มคี วามขัดแย้งตามจินตนาการ

2. จังหวะและตาำ แหน่งของส�ิงต่าง ๆ ที่ปรากฏในส�ิงแวดล้อมและงานทศั นศลิ ปŠ

2.1 จังหวะ

จงั หวะและตำ แหน่งของสิ่งตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏ
ในสงิ่ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์

ไดแ้ ก่

จังหวะ ตำ แหน่ง
จงั หวะ หมายถงึ ชว่ งจงั หวะความถแ่ี ละหา่ งซง่ึ มคี วามสมั พนั ธต์ อ่ เนอื่ งสมา่� เสมอ
และไม่สมา�่ เสมอของทัศนธาตุ ท�าให้เกิดความเคล่อื นไหว ซง่ึ สามารถ สงั เกตจงั หวะได้
จากส่งิ ตา่ ง ๆ ดงั นี้
1) จงั หวะของสงิ่ ตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏในสง่ิ แวดลอ้ ม

ภาพแสดงจงั หวะของลวดลายบนตัวม้าลายท่มี ลี กั ษณะเปน็ เส้นท่ีแตกตา่ งกนั

10 หนงั สอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ทศั นศิลป์ ป. 5

2) จงั หวะของสง่ิ ตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏในงานทัศนศลิ ป์
• ตัวอย่างผลงาน

หิมพานต์
ผลงานของมงคล สุทธงั
ภาพแสดงการจดั จงั หวะของภาพกนิ รแี ละนารผี ลที่ทำ ให้เกดิ ระยะและขนาดใหญ่ไปเลก็

ฝกึ ฝนงานศิลป์

สรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะ โดยเน้นจังหวะในผลงานใหส้ วยงาม

หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ทศั นศิลป์ ป. 5 11

2.2 ตำาแหนง่

ตา� แหนง่ หมายถงึ ทอ่ี ยหู่ รอื ทต่ี ง้ั ของสงิ่ ใดสง่ิ หนงึ่ ทมี่ องเหน็ ซงึ่ เปน็ จดุ สนใจหรอื
จุดเด่นของงานศิลปะ สามารถสังเกตได้โดยใช้กรอบภาพ ซ่ึงแบ่งออกเป็น 9 สว่ น
เทา่ ๆ กนั แลว้ เขยี นหมายเลขกา� กบั ไวท้ จี่ ดุ ตดั กนั ดงั ภาพ
ตา� แหนง่ ท ี่ 1 2 3 และ 4 เปน็ ตา� แหนง่ ทคี่ วร
วางจุดเด่นของภาพลงไปในต�าแหน่งใดต�าแหน่งหน่ึง
ใน 4 จุดน้ี เพ่ือให้ภาพมีความรู้สึกถึงการเคล่ือนไหว 12
ส่วนต�าแหน่งท่ี 5 เป็นต�าแหน่งที่วางจุดสนใจของภาพ 5
ที่ต้องการให้เกิดความรู้สึกที่สง่างาม ม่ันคง แข็งแรง
43

และแฝงไว้ซึ่งความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย
1) ตา� แหนง่ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏในสงิ่ แวดลอ้ ม

ภาพผลงานจติ รกรรม 2
ความรู้สึก 3
ผลงานของภัทรพล โกมลวาทนิ
แสดงตำ แหนง่ จุดเด่นของภาพในตำ แหนง่ ท ่ี 2 และ 3
ซ่ึงเป็นแจกนั และดอกบวั เพ่ือให้ภาพมีความรู้สึกถึงการเคล่ือนไหว

12 หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ทศั นศิลป์ ป. 5

5

ภาพผลงานจติ รกรรม
กระบ่ี

ผลงานข องสมโภชน ์ สงิ ห์ทอง
แสดง ตำ แหนง่ จ ุดเด่น ของภ าพ
ใน ตำ แหนง่ ท ี่ 5 โดยศลิ ปน ถ่ายทอด
ความงดงามของทะเลตอนดวงอาทติ ย์
กำ ลงั จะลบั ขอบฟ้าโดยมเี รือแลน่ ผ่าน
ตรงจดุ ก่งึ กลางของภาพพอดี

2) ตา� แหน่งของสิง่ ตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏในงานทศั นศลิ ป์
1

ภาพผลงานปั้นดินน�า้ มนั
แสดงต�าแหนง่ จดุ เดน่ ของภาพ
ในต�าแหน่งท ี่ 1 เพ่ือใหภ้ าพ
มีความรูส้ กึ ถงึ การเคล่ือนไหว

หนงั สือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5 13

5

ภาพผลงานจิตรกรรมไทย
สงบ สะอาด สวา่ ง
ผลงานของอานันท ์ ราชวังอินทร์
แสดงต�าแหน่งจุดเด่นของภาพในต�าแหนง่ ท่ ี 5 เพื่อใหภ้ าพเกิดความรู้สกึ
ทีส่ งา่ งาม มน่ั คง แขง็ แรง และแฝงไว้ซ่ึงความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย

ฝกึ ฝนงานศลิ ป์

สรา้ งสรรค์ผลงานศลิ ปะ โดยจดั ตา� แหนง่ ของจุดสนใจใหโ้ ดดเดน่ แลว้ นา� เสนอผลงาน
วา่ ตา� แหนง่ จดุ เดน่ อย่ทู ่ีใด เพราะเหตุใด

14 หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ป ์ ป. 5

3. ความแตกตา่ งระหว่างงานทัศนศิลปŠ

ทัศนศิลป์ หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นหรือศิลปะที่สามารถสัมผัส รับรู้ ชื่นชม
ดว้ ยประสาทตา สมั ผสั จับต้องได ้ และกนิ พ้ืนทใ่ี นอากาศ

ความแตกตา่ งระหวา่ ง
งานทัศนศลิ ป์

ได้แก่

งานจติ รกรรม งานประตมิ ากรรม งานภาพพิมพ์ งานสถาปตั ยกรรม

3.1 งานจติ รกรรม

งานจติ รกรรม หมายถงึ การวาดภาพระบายส ี ถา่ ยทอดความงดงามดว้ ยอารมณ์
ความร้สู กึ และความคดิ สร้างสรรคล์ งบนพ้นื ระนาบรองรับ เช่น กระดาษ ผ้าใบ ไมอ้ ดั
หรือวัสดุอื่น ๆ ให้เป็นรูปภาพต่าง ๆ โดยใช้ทัศนธาตุต่าง ๆ สร้างสรรค์ให้เกิดเป็น
ภาพลวงตา มีความต้ืน–ลึก ระยะใกล้–ไกล มองเห็นเป็นภาพสามมิติ โดยแบ่งเป็น
การวาดภาพและการระบายสี ดงั น้ี
• ตวั อย่างผลงาน

การวาดเสน้
เปน็ การใชว้ ัสดุสำ เรจ็ รปู ทมี่ ปี ลายแหลม เชน่
ดินสอดำ ปากกา ถา่ นแท่ง เปน็ ตน้ ขูด ขีด เขียน
วาดใหเ้ กิดเปน็ รูปภาพวาดเสน้ หรอื ภาพแรเงา

โดยเนน้ ความงามของเสน้ และแสงเงา

หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 5 15

3.2 งานประติมากรรม

งานประตมิ ากรรม หมายถงึ การปน้ั การแกะสลกั หรอื การหลอ่ เปน็ การถา่ ยทอด
ความงามและความรู้สึกออกมาเป็นรูปทรงสามมิติ ด้วยวัสดุที่สามารถแปรรูปด้วย
การป้นั หรอื แกะสลัก เช่น ดินเหนียว ดนิ น้า� มนั ขผ้ี ง้ึ ปนู ปลาสเตอร์ เปน็ ตน้ แกะสลกั
จากวัสดตุ ่าง ๆ เชน่ ไม ้ หนิ เปน็ ต้น หรอื การหลอ่ เชอื่ ม ปะตดิ ด้วยแผน่ โลหะ เปน็
รูปทรงต่าง ๆ แบ่งเป็นประติมากรรมแบบนูนต�่า ประติมากรรมแบบนูนสูง และ
ประตมิ ากรรมแบบลอยตัว

ประตมิ ากรรมแบบนูนตำ่ ประตมิ ากรรมแบบนูนสงู
เปน็ การป้ันบนฐานรองรบั ให้เกิดรปู ทรง เป็นการปนั้ บนพ้นื หรอื ฐานรองรบั ให้เกิดรปู
นูนขน้ึ จากฐานรองเพยี งเลก็ นอ้ ย นูนสงู ขึน้ มากกวา่ แบบนนู ตำ่ โดยสูงข้นึ
มองเห็นดา้ นหนา้ เพยี งด้านเดยี ว ประมาณครง่ึ หน่ึงของลำ ตวั สามารถมองเห็น
ดา้ นข้างมสี ่วนหนาข้ึนเล็กน้อย ได้สองด้านคอื ด้านหนา้ และดา้ นขา้ ง

ประตมิ ากรรมแบบลอยตวั
เปน็ การปั้นลอยตวั แบบสามมิต ิ
มองเห็นท้ังด้านหนา้ ด้านขา้ ง
และด้านหลัง มองเหน็ ไดร้ อบตัว
ไมม่ พี ้ืนหลงั มีฐานรองรบั รปู ทรง
ใหต้ งั้ อย่ไู ด้

16 หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5

3.3 งานภาพพิมพ์

ภาพพมิ พ ์ หมายถงึ ผลงานศลิ ปะทส่ี รา้ งสรรคผ์ ลงานโดยใชแ้ มพ่ มิ พเ์ ปน็ ตน้ แบบ
มาทาสแี ลว้ วางลงบนกระดาษหรอื วสั ดรุ องรบั อนื่ ๆ แลว้ จงึ นา� ไปเขา้ เครอ่ื งแทน่ พมิ พห์ รอื
ใช้วัสดุผิวเรียบ เช่น หลังช้อน ลูกกล้ิง ถูหรือกล้ิงลงบนผลงานให้ทั่วเพื่อกดทับรีดสี
จากแม่พิมพ์ให้ตดิ ลงบนกระดาษหรอื วัสดรุ องรบั ภาพพมิ พม์ ีผิวนนู แบ่งเปน็ ภาพพิมพ์
แกะไมแ้ ละภาพพมิ พ์แกะแผ่นยาง

ภาพพิมพแ์ กะไม้
ยามเช้า

ผลงานของประหยดั พงษด์ ำ
เปน็ ภาพพมิ พ์ท่ีใช้แผ่นไมห้ รอื แผน่ กระดาษอัดแกะเป็นแมพ่ มิ พ์
ด้วยเครอ่ื งมือแกะไม้ แล้วนำ มาพิมพใ์ ห้เกดิ เป็นรูปท่ีตอ้ งการ

หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5 17

3.4 งานสถาปัตยกรรม

งานสถาปัตยกรรม หมายถึง ศิลปะและวิทยาการแห่งการก่อสร้างที่น�ามาสร้าง
เพื่อสนองความต้องการด้านประโยชน์ใช้สอยเป็นที่อยู่อาศัย และสร้างเพ่ือตอบสนอง
ความเชอ่ื ความศรทั ธา มลี กั ษณะเปน็ สง่ิ กอ่ สรา้ งทมี่ คี วามงดงาม ถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
มกี ารออกแบบและเขยี นแบบใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน มีความมั่นคงแขง็ แรง แบง่ เปน็
สถาปัตยกรรมแบบเปดและสถาปัตยกรรมแบบปด

สถาปัตยกรรมแบบเปิด
เปน็ สถาปตั ยกรรมทม่ี นษุ ยส์ ามารถเข้าไปใช้สอยได้ ลกั ษณะของสถาปัตยกรรมชนิดนี้

มักจะขนึ้ อยกู่ บั สภาพแวดลอ้ มและลักษณะทางภมู ศิ าสตร ์

สถาปัตยกรรมแบบปดิ
พระธาตุดอยสเุ ทพ จังหวัดเชยี งใหม่
เป็นสถาปัตยกรรมท่ีมนุษย์ไม่สามารถเขา้
ไปใช้สอยได ้ ลกั ษณะของสถาปัตยกรรม
ชนิดน้ีส่วนใหญส่ ร้างเพอ่ื ตอบสนอง
ความเชื่อและความศรัทธา

18 หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ทัศนศิลป์ ป. 5

งานทัศนศิลป์เหล่าน้ีมีความแตกต่างกันทั้งวิธีการสร้าง วัสดุและอุปกรณ์ และ
ลักษณะผลงาน ดังตาราง

ตารางจ ำ แนก ความ แตกต่างงานทัศนศิลป์

ประเภท งาน วิธ กี าร สรา้ ง วัสด ุและ อปุ กรณ์ ล ักษณะ
1. จิตรกรรม ว าด ระบาย ขดู ขีด
2. ประต ิมากรรม แตม้ สลัด กระดา ษ พู่กนั สี แบนเปน็ พน้ื ร ะนาบ
3. ภาพพมิ พ์ ป นั้ แกะ สลกั หล่อ อุปกรณ์ วาด ภาพ สองมิต ิ ลวงตาเปน็
4. สถาปตั ยกรรม ระบายสี สามมิติ
กดทบั
ประกอบ ตอ่ เตมิ ดนิ เหนยี ว
ดินน ำ้ มนั ไม้ เปน็ งานสามมติ ิ
ปูน โลหะ หนิ ออ่ น

แม่พมิ พ์ แบนเปน็ พน้ื ระนาบ
กระดาษพมิ พ์ภาพ สองมิติ ลวงตาเปน็
สามมิติ

อ ฐิ หนิ ไม ้ ปนู โลหะ เป็นงานสามมติ ิ ขนาด
ใหญ โ่ ต ใช้เน้อื ทมี่ า ก

ฝกึ ฝนงานศลิ ป์

คน้ หารปู ภาพผลงานจิตรกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพิมพ ์ และสถาปัตยกรรมท่สี นใจ
แลว้ จา� แนกความแตกตา่ งโดยสรปุ เป็นตาราง นา� เสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน

4. ประโยชน์และคุณค่าของงานทัศนศิลปŠ

งานทศั นศิลปม์ ปี ระโยชน์และคณุ คา่ ต่อมนษุ ย์ในด้านตา่ ง ๆ

ประโยชนแ์ ละคณุ คา่
ของงานทัศนศลิ ป์

ไดแ้ ก่

ประโยชน์และคณุ คา่ ประโยชน์และคุณคา่ ประโยชนแ์ ละคณุ คา่
ทางด้านจติ ใจ ทางดา้ นสติปญั ญา ทางดา้ นประโยชนใ์ ชส้ อย

หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ทัศนศิลป์ ป. 5 19

4.1 ประโยชน์และคุณค่าทางดา้ นจิตใจ

1) การชนื่ ชมในความงาม การร้จู ักช่ืนชมความงามของศิลปะ จะทา� ใหเ้ ป็น คน
ท่ีมองโลกในแง่ดี เห็นคุณค่าในความงาม รู้จักน�าศิลปะมาพัฒนาบุคลิกภาพและชีวิต
ความเป็นอยู่ของเราให้ประณีตงดงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และแสดงออกถึงความ
มีวฒั นธรรมอันดงี าม

2) การยกระดับจิตใจ ศิลปะเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนา อารมณ์และจิตใจ
เนอ่ื งจากศลิ ปะมคี วามละเอยี ดออ่ น ผสู้ รา้ งสรรคจ์ ะตอ้ งพากเพยี รพยายามเพอื่ ใหผ้ ลงาน
มคี วามประณีตและมีคณุ ค่าทางความงามอยใู่ นระดบั ท่ีพึงพอใจ
งานศิลปะบางชิ้นต้องใช้ระยะเวลาและสมาธิอย่างแน่วแน่ในการสร้างสรรค์
ผลงานบางชน้ิ ถา่ ยทอดความงามแฝงดว้ ยคณุ ธรรม ความเชื่อถือในหลักศาสนา ท�าให้
ผู้สร้างสรรค์มีความปีติยินดีและอ่ิมเอิบใจ ส่วนผู้ช่ืนชมก็จะมีความรู้สึกในลักษณะ
เดียวกนั กบั ผสู้ ร้างสรรค์

3) การผ่อนคลายความเครียด งานศิลปะเป็นกิจกรรมอย่างหน่ึงที่ช่วยให้เกิด
ความเพลิดเพลินใจ และผ่อนคลายความเครียดในชีวิตประจ�าวันได้ จึงมีการส่งเสริม
เพ่ือพัฒนาสุขภาพจิตให้แก่เด็กและเยาวชนด้วยการจัดกิจกรรมศิลปะให้เด็กได้
แสดงออกอยา่ งอิสระ นอกจากน ้ี ในปัจจุบนั ยงั มีกล่มุ บคุ คลในสาขาอาชพี ต่าง ๆ เชน่
แพทยน์ ักธรุ กิจ นักบรหิ าร นกั การเมือง เป็นตน้ ใช้เวลาว่างด้วยการเรียนศิลปะมากขึ้น
เพราะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดจากงานประจ�า และยังได้ผลงานศิลปะจากฝีมือ
ตนเองซ่งึ สามารถน�าไปจัดนทิ รรศการดว้ ยความภาคภมู ิใจ

เดก็ กำ ลงั ชมผลงานศิลปะ ซง่ึ กำ ลังเรียนร ู้ และทำ ความเข้าใจงานศิลปะ
ทำ ให้เกดิ ความเขา้ ใจและห็นคณุ ค่าในงานศิลปะ ซึง่ จะช่วยให้มีจติ ใจทอี่ อ่ นโยน

20 หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5

4.2 ประโยชนแ์ ละคุณค่าทางดา้ นสติปญั ญา

วธิ กี ารทด่ี ใี นการพฒั นาความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค ์ คอื การปฏบิ ตั งิ านศลิ ปะ เพราะ
สามารถถ่ายทอดความคิดจินตนาการให้เป็นผลงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมด้านการ
พัฒนาทางสมอง ดงั นน้ั จงึ มกี ารส่งเสริมให้
เดก็ แสดงออกทางดา้ นความคดิ สรา้ งสรรค์
ดว้ ยการวาดภาพ ปน้ั รปู และงานประดษิ ฐ์
ต่าง ๆ ส่วนผู้ท่ีชื่นชมงานศิลปะก็จะเกิด
ความคดิ และจนิ ตนาการไดก้ วา้ งไกลซง่ึ เปน็
การพฒั นาสติปัญญาไดเ้ ป็นอยา่ งดี

กลุ่มเด็กสร้างสรรค์ศลิ ปะจะชว่ ยใหม้ ี
พฒั นาการด้านสตปิ ัญญา
4.3 ประโยชน์และคณุ ค่าทางด้านประโยชน์ใช้สอย
นอกจากศิลปะจะช่วยพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาแล้ว ศิลปะ
ยังสามารถนา� มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจา� วนั และมสี ว่ นชว่ ยในการพฒั นาเศรษฐกจิ ให้
เจรญิ กา้ วหนา้ ได ้ เชน่ การน�าศิลปะไปใช้ใน
การออกแบบตกแตง่ อาคารสถานท ี่ ออกแบบ
โฆษณาประชาสมั พนั ธ ์ ออกแบบผลติ ภณั ฑ ์
สรา้ งสรรคเ์ ครอื่ งใชส้ อยรวมถงึ ผลติ ภณั ฑท์ ่ี
เปน็ สนิ คา้ ภายในประเทศและสง่ ออก เปน็ ตน้
จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างสรรค์
ขน้ึ ลว้ นเปน็ งานศลิ ปะทต่ี อ้ งผา่ นการออกแบบ
ทง้ั ส้ิน กลมุ่ สตรใี ชเ้ วลาวา่ งในการวาดลวดลายบน
ผลิตภัณฑ์เครือ่ งใชใ้ นทอ้ งถน่ิ ชว่ ยสร้างสรรค์
ไดใ้ ห้กับครอบครวั

ฝกึ ฝนงานศิลป์

ร่วมกันศึกษาประโยชน์และคุณค่าของงานทัศนศิลป์ พร้อมทั้งหาภาพประกอบ น�าไป
จดั ปา้ ยนเิ ทศเผยแพรค่ วามรู้เพอื่ เปน็ ประโยชนใ์ นการศกึ ษาตอ่ ไป

หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 5 21

ÊûØ

พืน้ ฐานงานศิลป์

แบง่ เปน็

1. การจัดองคป์ ระกอบศลิ ป ์

ได้แก่ 1.1 เอกภาพ 1.2 ความส มดลุ

1.3 จุดเ ด่น 1.4 ความก ลมกลืน 1.5 ความข ัดแย้ง

2. จังหวะและตำ แหน่งของสง่ิ ตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏในสิง่ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป ์

ไดแ้ ก่ 2.1 จงั หวะ 2.2 ตำ แหน่ง

1

3. ความแตกตา่ งระหว่างงานทัศนศิลป ์

ไดแ้ ก่ 3.1 งานจ ติ รกรรม

22 หนงั สือเรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 5
ÊÃØ» (µ‹Í)

3.2 งานประติมา กรรม

3.3 งานภาพพิมพ์

3.4 งานสถาปัตยกรรม

4. ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของงานทศั นศลิ ป์

ได้แก่ ประโยชนแ์ ละคุณค่า ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ประโยชน์และคุณคา่
ทางดา้ นจติ ใจ ทางด้านสติปญั ญา ทางด้านประโยชนใ์ ช้สอย

หนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ทศั นศลิ ป ์ ป. 5 23

¡¨Ô ¡ÃÃÁàʹÍá¹Ð

1. ฝก การจดั องค์ประกอบศิลป ์ โดยใชห้ ลกั การจัดลักษณะต่าง ๆ เพ่ือเสริมสร้าง
ทกั ษะทางศลิ ปะ
2. นา� ภาพผลงานศลิ ปะทสี่ นใจมาวเิ คราะหห์ ลกั การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป ์ เพอ่ื เสรมิ
สรา้ งทักษะในการวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์ผลงานศลิ ปะ
3. วาดภาพระบายสีตามจนิ ตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ โดยนำ ความรู้ เร่อื ง
จงั หวะและตำ แหน่งมาใช้ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน

â¤Ã§§Ò¹

เลือกปฏิบัติโครงงานต่อไปนี้ตามความสนใจ หรือคิดโครงงานข้ึนเอง โดยขอ
คำ แนะนำ จากครู แลว้ ปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนการทำ โครงงาน
1. โครงงานวเิ คราะหผ์ ลงานศลิ ปะในเรือ่ งการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์
2. โครงงานศึกษาคน้ ควา้ ภาพผลงานศิลปะที่แสดงถึงการจัดภาพ โดยน�าจงั หวะ
และตา� แหน่งมาใชใ้ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงา น
3. โครงงานจ�าแนกความแตกต่างระหว่างงานทัศนศลิ ป์

¡ÒûÃÐÂØ¡µãªŒã¹ªÕÇÔµ»ÃШÓǹÑ

• นำ ความรู้จากหน่วยการเรียนรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างภาพออกแบบของ
ประดับตกแต่ง ออกแบบของใช้ ออกแบบของเล่น ออกแบบตกแต่งห้องต่าง ๆ
รวมท้ังออกแบบส่ิงของอ่นื ๆ ตามความตอ้ งการและจินตนาการสร้างสรรค์
• นำ ความรจู้ ากหนว่ ยการเรยี นรนู้ ไี้ ปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชวี ติ เพอื่ พฒั นาและยกระดบั
จติ ใจ และสตปิ ัญหาให้ตนเองมคี วามร้แู ละความสามารถยิ่งขน้ึ

¤Ó¶ÒÁ·º·Ç¹

1. ความเป็นเอกภาพมีประโยชน์ตอ่ การสร้างผลงานทัศนศลิ ปห์ รือไม่ อย่างไร
2. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการจะสรา้ งจดุ เดน่ ในภาพวาดของตนเอง นกั เรยี นจะเลอื กเนน้
ดว้ ยวิธีใด เพราะเหตใุ ด
3. จงั หวะมคี วามส�าคญั ตอ่ การสรา้ งงานทัศนศลิ ป์อยา่ งไร
4. งานประติมากรรมกับงานสถาปัตยกรรมแตกต่างกนั อย่างไร
5. บอกประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของงานทัศนศิลป์มาตามความเข้าใจ


Click to View FlipBook Version