แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 14
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4
เทคโนโลยี วทิ ยาการคำนวณ จำนวน 4 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 การใช้งานเทคโนโลยอี ยา่ งปลอดภยั
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 14 การปกปอ้ งข้อมูลส่วนตัว เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ิตจรงิ อยา่ งเป็นขัน้ ตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปญั หา
ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รู้เท่าทนั และมจี ริยธรรม
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เขา้ ใจสิทธิและหนา้ ท่ขี องตน เคารพในสิทธขิ องผู้อ่นื
การส่ือสารอย่างมีมารยาทและร้กู าลเทศะการปกป้องข้อมลู ส่วนตัว การนำเสนอขอ้ มูลจะตอ้ งนำข้อมลู มาเรียบเรยี ง
สรุป เป็นภาษาของตนเองที่เหมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมายและวธิ กี ารนำเสนอ
3. ตัวชี้วัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ตัวชีว้ ดั
ว 4.2 ป.4/4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เขา้ ใจสิทธิและหน้าท่ขี องตน
เคารพในสิทธขิ องผอู้ น่ื
จดุ ประสงค์
1. อธบิ ายวิธีการปกปอ้ งสิทธิส่วนตวั ของข้อมลู ส่วนตวั ได้ (K)
2. ปฏิบัติตามระเบยี บการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ (P)
3. เห็นความสำคญั ของการอา้ งองิ แหล่งข้อมูล (A)
4. เปรียบเทยี บได้ว่าอะไรคอื ข่าวจริง ขา่ วปลอม (K)
4. สาระการเรียนรู้
1. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เขา้ ใจสิทธิและหนา้ ทีข่ องตน เคารพในสิทธขิ องผ้อู ืน่ เช่น
ไม่สรา้ งข้อความเทจ็ และสง่ ให้ผอู้ ่ืน ไมส่ รา้ งความเดือดร้อนต่อผู้อืน่ โดยการส่งสแปม ข้อความลกู โซ่ ส่งต่อโพสต์ที่มี
ขอ้ มูลส่วนตวั ของผ้อู ืน่ สง่ คำเชิญเลน่ เกม ไม่เข้าถึงข้อมลู ส่วนตวั หรือการบา้ นของบุคคลอื่นโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต ไม่
ใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร/์ ชอื่ บญั ชีของผอู้ ่ืน
2. การสือ่ สารอยา่ งมมี ารยาทและรู้กาลเทศะ
3. การปกปอ้ งข้อมูลส่วนตวั เช่น การออกจากระบบ เม่ือเลิกใช้งานไม่บอกรหสั ผ่าน ไม่บอกเลขประจำตัว
ประชาชน
4. การทำรายงานหรือการนำเสนอข้อมลู จะต้องนำขอ้ มูลมาเรยี บเรยี ง สรปุ เปน็ ภาษาของตนเองที่
เหมาะสมกับกลุม่ เปา้ หมายและวธิ ีการนำเสนอ (บูรณาการกับวิชาภาษาไทย)
5. สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการสื่อสาร
ทักษะการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
ทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์
ทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
ทักษะการคดิ วิเคราะห์
3. ความสามารถในใช้เทคโนโลยี
ทักษะการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. ภาระงาน
ใบงานที่ 1.2 Crack the Code
ใบงานที่ 1.3 ชวั ร์ก่อนแชร์
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1. วธิ ีการสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน (Creativity-Based Learning : CBL)
2. วิธกี ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (The 5 E’s of Inquiry-Based Learning)
ชวั่ โมงท่ี 1
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ผสู้ อนทบทวนความรู้เดมิ ของผ้เู รยี นด้วยการสอบถามคำถามชวนคิดงา่ ยๆ เพ่ือเป็นการประเมนิ ความรู้
เดมิ ของผูเ้ รยี น และเพื่อกระตุ้นใหผ้ ้เู รยี นเกิดความอยากรู้ เช่น “นักเรียนจำได้ไหม วา่ ทำบัตรประจำตัวประชาชน
ครัง้ แรกตอนอายุเท่าไหร่? แล้วนกั เรียนคิดวา่ ทำไมเราถงึ ต้องมบี ัตรประจำตวั ประชาชน?”
ข้นั สอน
2. ผู้สอนอธิบายวา่ ในการเขา้ ใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรอื อุปกรณต์ ่างๆ จำเปน็ ตอ้ งได้รับการยนื ยัน
ตวั ตนของผใู้ ชง้ านเปรยี บเสมือนกญุ แจในการเขา้ ส่รู ะบบบริการตา่ งๆ ผูส้ อนสอบถามผู้เรียนเพ่อื เปน็ การกระตนุ้
ความรวู้ ่า “นกั เรียนคดิ วา่ ทำไมจะต้องมกี ารยืนยันตวั ตนด้วยวิธรตา่ งๆ”
แนวคำตอบ เพ่ือป้องกนั การแอบอ้าง
เพอื่ ยนื ยันตัวตน
เพื่อความปลอดภัย
เพอ่ื ป้องกันความเสย่ี งในความผดิ พลาด การแอบอ้างตวั มาทำธรุ กรรมการเงิน
3. ผสู้ อนอธิบายเพ่ิมเติมว่า โดยทวั่ ไปการยืนยันตวั ตนผมู้ ีสิทธิ์เขา้ ใชง้ านระบบต่าง ๆ มักจะใช้เป็น
“รหัสผ่าน” หรือ “ช่อื ผู้ใช้งาน + รหสั ผา่ น” หรอื “อปุ กรณ์ + รหสั ผา่ น” เชน่ การกดรหัสผา่ นเพอ่ื เปดิ ประตู
หอ้ งพัก การป้อนชอื่ ผูใ้ ช้งานและรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งานอเี มลล์ การกดเงนิ ท่ีตู้เอทเี อ็มซ่ึงใช้บัตรเอทีเอ็มและกด
รหัสผา่ นเปน็ ตัวเลขสี่หลัก
ซึ่งการยนื ยันตัวตนผ้มู สี ทิ ธ์ิแบบทว่ั ไปท่ียกตัวอย่างมาน้ี จะมีความปลอดภัยในระดับหนงึ่ แต่ผอู้ นื่ อาจล่วงรู้
รหสั แล้วนำไปใชง้ านได้ หรอื มีผ้นู ำบัตรเอทีเอม็ และรหสั กดเงินของผู้อ่ืนไปใช้งานได้เชน่ กัน
4. ปัจจบุ ันมีการยืนยนั ตวั ตนทม่ี คี วามปลอดมากขึ้นในอีกระดบั หน่งึ คือ การยืนยนั ตวั ตนผู้มสี ิทธ์ิด้วยไบโอ
เมตริก จะมีความปลอดภัยที่สงู มากขนึ้ คือ ผ้ใู ชง้ านจะตอ้ งยนื ยันด้วยตนเองโดยใชล้ ักษณะทางชวี ภาพของแต่ละ
บุคคล ซึ่งวธิ นี ี้จะทำให้มคี วามแมน่ ยำสูงมากเพราะบุคคลอ่ืนจะไม่สามารถเอาลักษณะทางชวี ภาพของผู้อนื่ ไปใชง้ าน
ไดม้ กี ารยืนยนั ตวั ตนในรปู แบบตา่ งๆ เช่น ลายนว้ิ มอื ฝ่ามือ เสยี ง ใบหนา้ มา่ นตา
เราจะเหน็ วา่ สิ่งรอบตวั ในชวี ิตประจำวันของเรา เร่มิ มีการนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกเข้ามาใช้ในการยืนยนั
ตวั ตน เชน่ ในเคร่ืองโทรศัพท์มอื ถือบางยหี่ ้อในบางรุ่นมีการใช้การสแกนลายนวิ้ มือเพื่อปลดล็อคหน้าจอ เมือ่ ยืนยัน
ตัวตนผ่านจงึ จะสามารถใชง้ านเครื่องโทรศัพท์มือถอื ได้
5. ผสู้ อนแจกใบงาน 1.2 Crack the Code พร้อมอธบิ ายวธิ ีการทำใบงาน คือ ให้ผเู้ รยี นลองต้ังรหัสผา่ น
ตามระดับความยากที่กำหนด และให้นักเรียน ทดลอง ปลดรหัสจากกจิ กรรม Crack the Code
6. ผู้สอนเฉลยกิจกรรม Crack the Code และอธิบายการตั้งรหสั ผา่ นที่มคี วามคาดเดายาก แตต่ ้องจำง่าย
เพ่อื เปน็ รหสั ผา่ นที่มีประสทิ ธิภาพ เพอื่ ปอ้ งกนั ข้อมลู สว่ นตัวของตัวเอง
7. ผสู้ อนอธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ ปัจจบุ นั มีบริการยนื ยนั ตวั ตนรูปแบบดจิ ทิ ัล (National Digital ID - NDID)
เป็ฯเทคโนโลยเี พื่อใชใ้ นการยืนยนั ตวั บคุ คลแบบดจิ ิทัลผา่ นระบบออนไลนด์ ้วยความสะดวก รวดเร็ว ลดการกรอก
ข้อมลู ซ้ำซอ้ น ปลอดภัยในการยืนยนั ตัวตนเพอ่ื รบั บริการต่างๆ จากทางภาครฐั และเอกชน เชน่ เปดิ บัญชีเงินฝาก
บญั ชซี ้ือขายหลักทรัพย์ บัญชีกองทนุ ซอื้ กรมธรรม์ประกนั ภัยและขอข้อมลู เครดติ จาก NCB ผ่านชอ่ งทางเว็บไซต์
หรอื โมบายแอปพลเิ คชันของผใู้ หบ้ ริการที่รว่ มโครงการบริการ NDID โดยผู้ใชบ้ ริการไม่ตอ้ งเดินทางไปแสดงตวั ตน
ณ สถานทที่ ำการนนั้ ๆ
ชวั่ โมงที่ 2
ข้นั สอน (ต่อ)
1. ผสู้ อนอธบิ ายให้ผู้เรยี นเขา้ ใจ ว่า นอกจากอนั ตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตวั ที่ตอ้ งมีการป้องกัน
ดว้ ยการยนื ยันตวั ตนในรูปแบบต่างๆแล้ว ยังมอี นั ตรายการใขเ้ ทคโนโลยี คือ การได้รับข้อมลู ข่าวสารทีไ่ ม่เปน็ ความ
จริง สรา้ งความเขา้ ใจผิด ทำให้ผรู้ ับข่าวสารเขา้ ใจคลาดเคลื่อน สรา้ งความเสียหายแกส่ ังคมได้ น่นั คือ Fake News
หรือทีเ่ ขยี นทับศัพทว์ า่ เฟคนิวส์ คือ ขา่ วปลอม และการกระจายข่าวปลอมมักเกดิ ขน้ึ อย่างรวดเรว็ และสามารถ
กระจายไปยังกลุ่มคนจำนวนมาก จนเกดิ เปน็ ผลกระทบทต่ี ามมามากมาย
2. ผู้สอนแจกใบความรู้ 3 ชัวรก์ อ่ นแชร์ คอื 9 วธิ ีในการสงั เกตข่าวให้ชวั ร์กอ่ นแชร์ พร้อมมาลองสังเกต
พฤติกรรมวา่ เสย่ี งตอ่ การตกเป็นเหยื่อของขา่ วปลอมหรอื Fake News มากน้อยแคไ่ หน พรอ้ มอธิบายใบความรู้ คือ
1. ทีม่ า / แหล่งอา้ งองิ ใครเขียน ใครเผยแพร่ น่าเชอ่ื ถอื หรือไม?่
สิ่งทีท่ เี่ ราต้องดู ก็คอื ข่าวนค้ี นเขยี นคอื ใคร เผยแพรท่ างไหน มคี วามรคู้ วามเช่ียวชาญ
หรือความเกีย่ วขอ้ งในดา้ นน้ันจรงิ หรือไม่ เน้ือหาข่าวมกี ารอ้างองิ จากเว็บหรอื แหล่งทนี่ ่าเช่อื ถอื หรือไม่
เพราะมี เว็บไซตท์ ขี่ ้อมลู ไมน่ ่าเชื่อถืออยมู่ ากมาย โดยเราสามารถดูข่าวจากหลายๆ ชอ่ งทางประกอบกันได้
หากเปน็ เร่ืองท่ีมาจากองค์กรทช่ี อื่ ไม่คุน้ เคย ควรตรวจสอบเพือ่ ความแน่ใจอกี คร้งั หนงึ่
2. หวั ข้อขา่ ว / คำท่ีใช้ ใสอ่ ารมณ์เกนิ จรงิ เน้น "เรยี กร้องความสนใจ"
ขา่ วปลอมมักมีการพาดหวั ทส่ี ะดดุ ตา อ่านแล้วให้ความรู้สกึ ใส่อารมณ์เวอรเ์ กนิ จริง เนน้ ใชต้ วั หนา
และเคร่ืองหมายตกใจ! (อัศเจรีย์) เพอ่ื เรยี กร้องความสนใจ เน้นกระตุน้ ให้คนอยากกดเข้าไปดูหรอื แชร์ไป
หากข้อความพาดหวั มคี วามหวอื หวาจนเกนิ ไป ที่ทำใหเ้ รารู้สึกว่าไม่น่าเปน็ ไปได้ ข่าวน้ันอาจจะเป็น
ข่าวปลอม ให้ลองพจิ รณาใหด้ ีว่า ข่าวทเ่ี รากำลงั จะแชร์น้ัน เราอยากแชรไ์ ปเพ่ืออะไร
3. สังเกตช่ือ Link และ URL จะผดิ แปลก จงใจเลียนแบบใหเ้ ขา้ ใจผิด
ลิงก์ของขา่ วท่ีแชรม์ าอาจจะมี URL คลา้ ยกับ URL ของสำนักข่าวที่น่าเชอ่ื ถือ โดยมีเว็บไซต์
ข่าวปลอมจำนวนมากทเี่ ปลี่ยนแปลง URL เพียงเล็กน้อยเพ่ือเลยี นแบบแหลง่ ขา่ วจริง ตอ้ งเขา้ ไปอา่ น
เน้อื หาและช่ือให้แนช่ ดั
4. รูปภาพประกอบไม่ตรงกับเนอื้ หาข่าว
เป็นวิธตี รวจสอบที่ง่ายๆ ดว้ ยสมมติฐานที่ว่า เมือ่ เนอื้ หาขา่ วมนั ปลอม รปู ภาพประกอบข่าว
ก็ตอ้ งปลอมและไม่ตรงกบั เรอื่ งจริงในขา่ วเชน่ เดยี วกัน เราสามารถตรวจท่ีมาของ "รูปภาพประกอบ" ได้
จาก Google เพียงคลิกขวาท่ีรูปภาพในขา่ ว จะมีหวั ขอ้ ใหเ้ ลอื กวา่ คน้ หารปู ภาพจาก Google ซง่ึ Google
จะบอกได้หมดว่ารูปภาพนีเ้ ผยแพรใ่ นอนิ เตอร์เน็ตเม่ือไหร่
5. การเขยี นและสะกดคำ "ผิด"
ผสู้ อ่ื ข่าวท่ดี หี รือสำนักข่าวออนไลนท์ ี่มตี วั ตนและมคี ุณภาพจะไมผ่ ดิ พลาดเรื่องตัวสะกดของคำ
หรอื ประโยคต่างๆ ด้วยเหตผุ ลท่ีว่าจะมีการพิสูจนอ์ ักษรกอ่ นการเผยแพร่ทกุ ครั้ง เพื่อความถกู ต้อง
และความไมค่ ลาดเคล่ือนของข้อความ (Message) ท่จี ะสง่ ออกไป
6. ตรวจสอบจากแหล่งขา่ วอื่นเปรียบเทยี บ
สงั เกตหรือตรวจสอบอกี คร้งั จากแหล่งอื่นๆ หรือตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผูเ้ ขยี นเพ่อื ยืนยนั
วา่ ถูกตอ้ ง หากไมม่ ีหลักฐานหรอื ความน่าเชื่อถือของผู้เชีย่ วชาญทีไ่ ม่มีชือ่ เสียง อาจระบุไดว้ ่าขา่ วดังกลา่ ว
เปน็ ข่าวปลอม
7. การจดั วางภาพและกราฟกิ
สังเกตสง่ิ ผิดปกติในเนอ้ื หาข่าวหรือเว็บไซต์ เชน่ วนั ท่ลี ำดบั เหตกุ ารณ์ การจัดวางภาพกราฟิก
โดยข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผล หรือมีการเปลยี่ นแปลงวนั ที่ของเหตกุ ารณต์ า่ งๆ ที่
เกดิ ขน้ึ จรงิ รวมทัง้ มกี ารจดั วางกราฟิกหรอื เลยเ์ อาตท์ ่ีไมเ่ ปน็ มืออาชีพ
8. มโี ฆษณาสิ่งผิดกฎหมาย บนหนา้ เว็บไซต์
สงั เกตส่ิงผดิ ปกติในเน้ือหาข่าวหรือเวบ็ ไซต์ เชน่ เม่ือคลิกเข้าไปดูในเวบ็ ไซต์อาจมโี ฆษณาของสง่ิ
ผดิ กฎหมายปรากฏอยเู่ ตม็ หน้าเว็บ
9. ดจู ดุ ประสงค์ในการเผยแพรข่ า่ ว
ทำไมเราอยากแชร์? อา่ นข่าวนี้แลว้ เราร้สู ึกอย่างไร ผเู้ ขียนตอ้ งการอะไร หรือมีเปา้ หมายยังไง
เช่น ต้องการสร้างความตน่ื ตระหนก? หรือ ให้ข่าวทำลายชื่อเสยี ง หรือมจี ุดประสงค์อนื่ ๆ
แอบแฝงจากการให้ข่าวนี้
3. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมวา่ จากข้อสังเกตท้งั หมดอาจจะบอกไม่ได้ 100% ว่าข่าวน้ันเป็นเรอื่ งจริงหรือไม่
ดังน้ัน ผเู้ รียนจงึ ควรมีภูมคิ ุม้ กันตนเองในการรับข่าวสารข้อมลู ตรวจสอบให้รอบดา้ น เลือกเชอื่ เลือกใช้ เลอื กแชร์
พัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ พลเมอื งเทา่ ทนั สือ่ ไม่ตกเป็นเหยอ่ื ของขา่ วลวง ข้อมูลเทจ็ หรือผู้อยู่เบ้อื งหลงั ทตี่ ้องการ
แสวงหาประโยชนจ์ ากความต่ืนรบั ข้อมูลข่าวสารของเราเอง และทางท่ีดคี ือไมแ่ ชรใ์ นสง่ิ ที่ไม่ม่ันใจ เพื่อป้องกนั
ผลกระทบรา้ ยแรงที่อาจเกดิ ขึ้นต่อผ้แู ชรโ์ ดยไม่รตู้ วั
4. ผสู้ อนแจกใบงาน 1.3 ชัวรก์ อ่ นแชร์ พร้อมอธบิ ายการทำใบงาน คือ ใหผ้ ูเ้ รียนชว่ ยฉีดวัคซีนภูมคิ มุ้ กนั
ให้กับผปู้ กครองท่บี า้ น ดว้ ยการนำใบงานซ่งึ เป็นแบบสอบถาม วา่ ข่าวที่ผู้ปกครองเคยแชร์ หรือ กำลงั จะแชร์
เปน็ ข่าวจริงหรอื ข่าวปลอม ซึ่ง ถ้าจากการพิจารณาแต่ละข้อ ทั้ง 9 ข้อ เข้าข่าย 5 ข้อ ใน 9 ข้อ ให้ผู้เรียนอธบิ าย
ใหผ้ ู้ปกครองเข้าใจวา่ อาจจะเป็นข้าวปลอม ใหผ้ ู้เรียนแนะนำผู้ปกครอง หากจะแชรข์ ่าวอะไรในครง้ั ชวั รก์ ่อนแชร์
ตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชอื่ เลือกใช้ เลอื กแชร์
ขั้นสรุป
5. ผูส้ อนสรุปให้ผเู้ รยี นเขา้ ใจวา่ การเข้าใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรือ อุปกรณ์ตา่ งๆ จำเปน็ ต้องไดร้ บั
การยนื ยนั ตวั ตนของผู้ใชง้ านเปรยี บเสมือนกุญแจในการเข้าสรู่ ะบบบริการต่างๆ จำเปน็ ต้องตงั้ รหัสผ่านให้คาดเดา
ยากแต่จำงา่ ย
และนอกจากการปกป้องข้อมูลส่วนตวั ของตัวเองแลว้ จะต้องเคารพความเป็นส่วนตวั ของผู้อื่น ไมส่ ร้าง
ข้อความเท็จและส่งให้ผูอ้ ื่น ไมส่ ร้างความเดือดรอ้ นตอ่ ผู้อืน่ โดยการส่งสแปม ข้อความลูกโซ่ ส่งตอ่ โพสตท์ ่ีมีข้อมูล
สว่ นตวั ของผู้อ่ืน ส่งคำเชญิ เล่นเกม ไม่เข้าถึงข้อมลู สว่ นตัวหรอื การบา้ นของบคุ คลอื่นโดยไมไ่ ด้รับอนุญาต ไม่ใช้
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์/ชอ่ื บญั ชีของผูอ้ นื่ รวมถึงในการนำข้อมูลของผ้อู ่ืนมาใชจ้ ะตอ้ งอ้างอิงถึงแหลง่ ทีม่ า
และการเกิดข้ึนของทกุ ขอ้ มูลหรอื ขา่ วในสังคมออนไลน์ มีผลกระทบต่อสงั คมของคนจรงิ ๆอยา่ งมาก จงึ
จำเปน็ ต้องใชว้ ิจารณญาณในการเสพส่อื และวเิ คราะห์ใหด้ ีก่อนแชร์หรือสง่ ตอ่ เพราะขอ้ มูลท่ีเกดิ ข้นึ ท้งั ในรปู แบบ
ขอ้ ความ ภาพ เสยี งหรือวดิ ีโอกส็ ามารถเปน็ ขอ้ มลู ทถ่ี ูกปลอม ตดั ตอ่ หรอื สร้างข้นึ มาได้
6. ผู้สอนเปดิ โอกาสให้ผู้เรียนสอบถามเพม่ิ เตมิ
9. ส่ือการเรียนรู้
1. ใบความรู้ ท่ี 3 ชวั รก์ ่อนแชร์
2. ใบงานท่ี 1.2 Crack the Code
3. ใบงานที่ 1.3 ชวั ร์ก่อนแชร์
10. การวดั และประเมินผล
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.2 แบบประเมินผลงาน คณุ ภาพอยใู่ นระดับ ดี ผ่านเกณฑ์
Crack the Code แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยใู่ นระดับ ดี ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.3 ชวั ร์กอ่ นแชร์
แบบบันทกึ หลงั แผนการสอน ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
เทคโนโลยี วิทยาการคำนวณ จำนวน 4 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การใช้งานเทคโนโลยีอยา่ งปลอดภัย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 14 การปกป้องขอ้ มลู ส่วนตวั เวลาเรยี น 2 ชั่วโมง
ผลการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………….…………….ผู้สอน
(…………………………………)
ตำแหนง่ ………………………………………
………………/…………....../……………
ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………….ผ้บู ริหารสถานศึกษา
(…………………..…………………………)
ตำแหนง่ ………………………………………
………………/…………....../……………