The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sararak.k, 2022-09-20 00:40:13

โครงงาน ม.602

โครงงาน ม.602

โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง
เรื่อง การเปรียบเทยี บประสิทธภิ าพของนา้ ยาล้างจานจาก

มะขามเปยี ก กากกาแฟ และสบั ปะรด

จดั ท้าโดย
นางสาวญาณี แก้วกระจ่าง ชนั มัธยมศึกษาปที ี่ 6/2
นางสาวอลศิ รา บญุ มาก ชันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6/2
นางสาวปาริชาติ คูหา ชนั มัธยมศึกษาปีท่ี 6/2

รายงานนีเปน็ สว่ นหนงึ่ ของรายวชิ า ว33209 โครงงานวิทยาศาสตร์
โรงเรยี นวรราชาทินัดดามาตุวทิ ยา
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง
เรื่อง การเปรยี บเทียบประสทิ ธภิ าพของนา้ ยาล้างจานจาก

มะขามเปยี ก กากกาแฟ และสบั ปะรด

จดั ท้าโดย
นางสาวญาณี แก้วกระจา่ ง ชนั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/2
นางสาวอลิศรา บุญมาก ชนั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/2
นางสาวปารชิ าติ คูหา ชนั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6/2

ครทู ป่ี รกึ ษา
นางสาวเฉลิมรัตน์ เชิดชู
นายศรารักษ์ เกลอื นสิน

รายงานนเี ปน็ ส่วนหนงึ่ ของรายวิชา ว33209 โครงงานวิทยาศาสตร์
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ทิ ยา
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

ชอ่ื โครงงาน การเปรยี บเทียบประสทิ ธิภาพของน้ายาลา้ งจานจาก มะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด
ผู้จัดทา้ นางสาวญาณี แกว้ กระจา่ ง, นางสาวอลศิ รา บญุ มาก และนางสาวปารชิ าติ คูหา

ครูที่ปรึกษา นางสาวเฉลมิ รตั น์ เชิดชู และนายศรารักษ์ เกลือนสนิ

โรงเรยี น วรราชาทนิ ดั ดามาตุวทิ ยา 59 ม.2 ต.คลองพระอดุ ม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทมุ ธานี 12140

ระยะเวลาในการท้าโครงงาน 6 มิถนุ ายน - 26 สิงหาคม 2565

บทคัดย่อ

ในการศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทการทดลองเร่ือง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ายา
ล้างจานจาก มะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ของนักเรียนชันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 มีวัตถุประสงค์
เพื่อแก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในภาชนะท่ีเกิดจากน้ายาล้างจาน เพ่ือศึกษาสรรพคุณและประโยชน์ของ
มะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ที่เกี่ยวข้องกับการท้าน้ายาล้างจาน และเพ่ือเป็นการลดร่ายจ่ายใน
ครวั เรอื น โดยไดแ้ บ่งการทดลองเปน็ 2 ขันตอน ตอนแรกขันตอนการทา้ น้ายาล้างจาน และตอนที่สอง ขนั ตอน
การทดลองเปรียบเทียบความสะอาด จากการทดลองพบว่า สับปะรดมีประสิทธิภาพในการท้าความสะอาด
มากกว่ามะขามเปียกและกากกาแฟ

กิตตกิ รรมประกาศ

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ายาล้างจาน จาก มะขามเปียก
กากกาแฟ และสับปะรด เป็นโครงงานหนึ่งท่ีคณะผู้จัดท้าได้จัดท้าขึนเพ่ือเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ
นา้ ยาล้างจาน ซ่ึงนักเรยี นสามารถน้าไปใชใ้ นชีวิตประจ้าวันได้

การจัดทา้ โครงงานในครังนีส้าเร็จลุลว่ งไปได้ด้วยดีด้วยความกรุณาอย่างยง่ิ จาก คุณครูเฉลิมรัตน์ เชิดชู
และคุณครูศรารักษ์ เกลือนสิน คุณครูที่ปรึกษาโครงงานท่ีให้ค้าแนะน้า ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ
จนโครงงานเลม่ นเี สร็จสมบรู ณ์ ผจู้ ดั ทา้ โครงงานจงึ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสงู

คณะผู้จัดท้า

สารบญั หน้า

เรื่อง ข
บทคัดย่อ ค
กติ ติกรรมประกาศ 1
สารบญั เนอื หา 1
บทที่ 1 บทน้า 1
1
1.1 ท่มี าและความส้าคัญ / หลกั การและเหตุผล 1
1.2 วัตถปุ ระสงค์ 1
1.3 สมมติฐาน 2
1.4 ขอบเขตของโครงงาน 2
1.5 นยิ ามเชิงปฏิบตั กิ าร 3
1.6 ขอบเขตการศึกษา 4
1.7 ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะไดร้ บั 4
บทที่ 2 เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 6
2.1 ที่มาและวธิ กี ารกา้ จดั คราบสกปรกในภาชนะ 9
2.2 วธิ กี ารวัดค่าความสะอาดหลังจากการกา้ จัดคราบสกปรกในภาชนะ 9
2.3 ผลกระทบทเี่ กิดจากสารเคมตี กคา้ งในภาชนะท่ีเกดิ จากนา้ ยาล้างจาน 10
2.3 วัตถดุ บิ ที่ใชท้ า้ นา้ ยาล้างจาน 11
12
2.3.1 มะขามเปียก 14
2.3.2 กากกาแฟ 15
2.3.3 สบั ปะรด 16
2.3.4 Texapon N70 16
2.3.5 Neopelex F-24 16
2.3.6 เกลอื แกง 16
2.3.7 นา้ ยาล้างจานจากสบั ปะรด
2.3.8 นา้ ยาล้างจานจากกากกาแฟ
2.3.9 นา้ ยาลา้ งจานจากมะขามเปยี ก
2.4 ประโยชน์ของนา้ ยาล้างจาน จากมะขามเปยี ก กากกาแฟ และสบั ปะรด

สารบญั (ต่อ) หน้า
17
เรอื่ ง 17
บทที่ 3 วัสดุอปุ กรณ์ และวธิ ีด้าเนนิ การทดลอง 17
17
3.1 วสั ดุ 17
3.2 อุปกรณ์ 17
3.3 เครื่องมือ 18
3.4 สารเคมี 19
3.5 วิธีการดา้ เนนิ งาน ขันตอนท่ี 1 ขันตอนการท้านา้ ยาล้างจาน 19
3.6 วิธีการด้าเนนิ งาน ขันตอนท่ี 2 ขันตอนการทดลอง 19
บทที่ 4 ผลการทดลอง 20
4.1 ตารางอัตราส่วน 20
4.2 ตารางระดับความสะอาด 20
บทที่ 5 สรปุ ผลการทดลอง อภปิ รายผลการทดลองและข้อเสนอแนะ 20
5.1 สรุปผลการดา้ เนินงาน 21
5.2 อภปิ รายผล 22
5.3 ข้อเสนอแนะ
เอกสารอ้างอิง
ภาคผนวก

บทท่ี 1
บทนา้

ที่มาและความส้าคญั / หลักการและเหตุผล
จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันท่ีเราได้ประสบปัญหากันนัน หลายท่านคงทราบว่าภาวะเศรษฐกิจของ

ประเทศไทยท่ีดิ่งตัวลงอย่างน่าตกใจนันได้ส่งผลต่อราคาสินค้าอปุ โภคและบริโภคในตลาดได้ปรับตัวสูงขึนตาม
ไปด้วย ดังนันคณะผู้จัดท้าจึงได้ปรึกษาและหาทางออกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีรายจ่ายภายใน
ครัวเรือนลดน้อยลงบ้าง ซึง่ ต้องเร่ิมจากส่ิงที่เราใชท้ ุกวนั และสนิ เปลืองอยา่ งมาก เชน่ น้ายาล้างจาน ที่ไดข้ ยับ
ราคาขึนสูงอีกเหมอื นกันเราจึงได้คดิ คน้ วิธีศึกษา และวธิ ีท้านา้ ยาลา้ งจานใชเ้ องซง่ึ จะทา้ ให้ได้ลดรายจา่ ยภายใน
ครัวเรือนได้อีกเล็กน้อย น้ายาลา้ งจานที่เราได้ศึกษาและน้ามาเสนอนี มีวตั ถุดิบทมี่ าจากธรรมชาติหาได้ภายใน
ครัวเรือนและท้องถิ่น ไม่อันตราย และสามารถต่อยอดความรู้ให้เป็นธุรกิจเสริม หรือ ธุรกิจหลักท้ารายได้ให้
ครอบครวั และชมุ ชนของตัวเองกไ็ ด้
วตั ถปุ ระสงค์

1. เพอ่ื แก้ปัญหาสารเคมตี กค้างในภาชนะท่ีเกดิ จากนา้ ยาลา้ งจาน
2. เพอ่ื ศึกษาสรรพคุณและประโยชน์ของมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ท่เี ก่ียวขอ้ งกับการท้า
นา้ ยาลา้ งจาน
3. เพื่อเปน็ การลดรายจ่ายในครวั เรือน
สมมตฐิ าน
น้ายาลา้ งจานจากมะขามเปยี ก กากกาแฟ และสับปะรด จะมีประสิทธิภาพในการรักษาความสะอาด
ในภาชนะได้ดี
ขอบเขตของโครงงาน
ขอบเขตดา้ นตัวแปร
ตวั แปรต้น มะขามเปยี ก กากกาแฟ และสับปะรด
ตวั แปรตาม ประสิทธภิ าพของน้ายาล้างจาน
ตัวแปรควบคุม ชุดเครอ่ื งมอื ทดสอบความสะอาด
ขอบเขตด้านสถานที่ โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ทิ ยา
ขอบเขตดา้ นระยะเวลา 6 มิถนุ ายน - 26 สงิ หาคม 2565
นิยามเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร
ประสิทธิภาพของน้ายาล้างจานจากมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด หมายถึง น้ายาล้างจานท่ี
ผลิตไดจ้ ากสว่ นผสมของพชื มีความสามารถในการขจัดคราสิ่งสกปรกประสิทธิภาพของน้ายาลา้ งจาน

ท้องตลาด หมายถึง น้ายาล้างจานที่มีส่วนผสมของสารเคมีเป็นหลัก เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตมากใน
ภาคอตุ สาหกรรมมีความสามารถในการขจดั คราบสกปรก มีกลิ่นหอม

การก้าจัดคราบสกปรกในภาชนะ หมายถึง การขจัดส่ิงสกปรก เช่น เศษอาหารและแบคทีเรียที่ติดบน
ภาชนะใหภ้ าชนะนันสะอาด

สารเคมตี กค้างในภาชนะท่ีเกิดจากน้ายาล้างจาน หมายถึง สารเคมีผสมท่มี ีอยู่หลายชนิดเพ่ือสร้างสรรค์
คุณสมบตั ติ า่ งๆ ทีเ่ ราตอ้ งการใหน้ ้ายาล้างจานมี
ขอบเขตการศกึ ษา
ศึกษาน้ายาล้างจานจากธรรมชาติ
ระยะเวลา: 6 มิถุนายน - 26 สงิ หาคม 2565
สถานท:ี่ โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ิทยา
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รบั

1. ได้รับความรู้เกยี่ วกับปัญหาสารเคมีตกค้างในภาชนะท่เี กิดจากน้ายาลา้ งจาน
2. ได้รบั ความรู้เกย่ี วกบั สรรพคณุ และประโยชนข์ องมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ท่เี ก่ยี วข้อง
กบั การทา้ นา้ ยาล้างจาน
3. ไดม้ คี วามรใู้ นเรอื่ งนเี พ่อื เป็นตัวเลือกในการประกอบอาชีพเสรมิ และหารายได้ให้ตนเอง และ
ครอบครวั

บทท่ี2
เอกสารที่เก่ียวขอ้ ง

ในการศกึ ษาวิจัยเรอ่ื ง การพฒั นาสตู รนา้ ยาลา้ งจานจากวัตวตั ถุดิบในครวั ของนักเรยี นชนั มธั ยมศึกษาปี
ท่ี 6 แผนการเรียนวทิ ยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์ ผู้จัดท้าโครงงานไดเ้ รียบเรยี งเอกสารและงานโครงงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
กบั การทา้ โครงงานตามล้าดับหวั ขอ้ ดงั ต่อไปนี

1. ทีม่ าและวธิ ีการก้าจัดคราบสกปรกในภาชนะ
2. วธิ ีการวดั ค่าความสะอาดหลังจากการกา้ จัดคราบสกปรกในภาชนะ
3. ผลกระทบทเ่ี กิดจากสารเคมีตกคา้ งในภาชนะท่เี กดิ จากน้ายาลา้ งจาน
4. วตั ถดุ ิบทีใ่ ช้ท้าน้ายาล้างจาน

4.1 มะขามเปียก
4.2 กากกาแฟ
4.3 สบั ปะรด
4.4 Texapon N70
4.5 Neopelex F-24
4.6 เกลอื แกง
4.7 นา้ ยาล้างจานจากสับปะรด
4.8 นา้ ยาลา้ งจานจากกากกาแฟ
4.9 นา้ ยาล้างจานจากมะขามเปียก
5.สารตกคา้ งในนา้ ยาลา้ งจานตามทอ้ งตลาด
6. ประโยชนข์ องน้ายาลา้ งจาน จากมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด

1. ท่มี าและวิธีการกา้ จัดคราบสกปรกในภาชนะ
ในทุก ๆ วันแต่ละคนล้วนแล้วแต่ต้องรับประทานอาหาร โดยเฉพาะรับประทานที่บ้านของตัวเอง

เม่อื ทานเสรจ็ ก็ตอ้ งเกบ็ กวาดลา้ งจานชาม และขนั ตอนนเี องเป็นขันตอนที่หลาย ๆ คนมกั จะขีเกยี จ โดย
ความขีเกยี จนีอาจเป็นตัวการท่ีท้าให้เกิดอันตรายต่อร่างกายคุณได้ น่ันก็คือการล้างจานที่ไมส่ ะอาด ไม่ถูก
วิธี ซึง่ การลา้ งจานให้ถกู วิธีและสะอาดปลอดภยั นันไมใ่ ชเ่ ร่อื งยาก สามารถทา้ ได้โดย

1. แบ่งภาชนะโดยจะตอ้ งแบ่งภาชนะออกเปน็ 2 ประเภทคอื ประเภทคาวและประเภทของหวาน
โดยจะเรมิ่ ทกี่ ารลา้ งภาชนะใส่ของหวาน หรอื แกว้ นา้ กอ่ น

2. เก็บกวาดเศษอาหารกอ่ นล้างทุกครังควรเกบ็ กวาดเศษอาหารในจานชามออกใหห้ มดกอ่ น
3. ใชน้ า้ ยาลา้ งจานพรอ้ มใยสังเคราะห์ช้าระลา้ ง
4. ล้างด้วยนา้ เปล่าสะอาด 2 ครงั
5. ในกรณที ่มี เี ชอื โรคเยอะให้แชน่ า้ อ่นุ ทงิ ไว้
ใหใ้ ชน้ า้ รอ้ นอณุ หภมู ิ 82-87 องศาเซลเซยี ส แชท่ ิงไว้อย่างนอ้ ย 2 นาที เพอ่ื ฆ่าเชอื โรค ก่อนนา้ ไปล้าง
ตามปกติ

2. วธิ ีการวดั คา่ ความสะอาดหลังจากการกา้ จัดคราบสกปรกในภาชนะ
หลักการ

ภาชนะบรรจุอาหาร และมือผู้สัมผัสอาหาท่ีไม่สะอาด เป็นสาเหตุหน่ึงที่ท้าให้เกิดโรคทางเดินอาหาร
กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทยจ์ ึงได้พัฒนา ชดุ ทดสอบความสะอาดของภาชนะสมั ผัสอาหารและมอื ผ้สู มั ผัสอาหาร
ขึน เพ่อื นา้ ไปใช้ตรวจสอบความสะอาดของภาชนะและมอื นอกหอ้ งปฏบิ ัติการได้

-ประโยชน์ของชุดทดสอบ ชุดทดสอบความสะอาดนีใช้ตรวจสอบเบืองต้นว่า ภาชนะที่ใช้ใส่อาหาร
หรือมือผู้สัมผัสอาหาร หรืออาหารมีการปนเป้ือนของเชือบักเตรีท่ีอาจท้าให้ผู้บริโภคเจ็บป่วยหรือไม่ เพ่ือลด
ความเสี่ยงของการบริโภคอาหารเปน็ พิษ

-จ้านวนตัวอย่างที่ตรวจได/้ ชุดชดุ ตรวจ ชนิด ตรวจได้ 20 ตัวอย่าง อายุการใชง้ านนบั จากวันท่ีผลิต 6
เดอื น ขนั ตอนการทดสอบ ชุดทดสอบความสะอาดของภาชนะสัมผัสอาหารและมือ

1. ผูต้ รวจสอบเช็ดมือทงั 2 ขา้ งด้วยส้าลีชุบแอลกอฮอล์

2. ฉีกซองบรรจุไม้พนั สา้ ลดี ้านที่ไมม่ สี ้าลี น้าไม้พันส้าลีจุ่มลงในน้ายาทดสอบใหห้ มาดๆ

3.จาน ชาม ถว้ ยขนม เขยี ง ผ้าเช็ดตา่ งๆ เช็ดให้ได้พนื ท่ตี รงกลาง ประมาณ 2 X 2 ตารางนิว

4. น้าไม้พนั ส้าลลี งในขวดทดสอบ พร้อมกบั หักไม้พนั สา้ ลดี ้านท่ีสัมผัสออก ปดิ ฝาให้แน่น ตังไว้ท่ี
อุณหภูมหิ ้องนาน 3 วัน

5. การผา่ นผลทดสอบความสะอาดของภาชนะสัมผสั อาหารและมือ
ระดับ C ไม่มีตะกอนดา้
ระดับ +1 มีตะกอนดา้ ทีป่ ลายส้าลี
ระดบั +2 มีสีดา้ กระจายทว่ั ขวด แต่ยังมองทะลขุ วดได้
ระดบั +3 มีสดี ้าเข้ม มองไม่เห็นสา้ ลี

3. ผลกระทบทเ่ี กิดจากสารเคมตี กคา้ งในภาชนะท่ีเกดิ จากนา้ ยาล้างจาน
ปญั หาสารเคมีตกค้างในภาชนะทเ่ี กิดจากน้ายาลา้ งจาน
1. คลอรีน

ไม่ว่าจะเป็นน้ายาล้างจานสูตรอ่อนโยนหรือสูตรไหน ๆ ก็มีโอกาสที่จะมีสารเคมีอันตรายอย่าง
“คลอรีน” เจือปนอยู่ได้ทังสิน โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ายาล้างจานบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของคลอรีนและ
น้ายาฟอกขาวเจอื ปนเพอื่ ก้าจัดเชือโรคอย่างไวรัสและแบคทีเรยี บนภาชนะ

แต่อย่างไรก็ดี หากสารพิษต่าง ๆ เหล่านีตกค้างอยู่บนพืนผิวของภาชนะก็อาจก่อให้เกิดปัญหา
สุขภาพตามมาในอนาคตได้ โดยคลอรีนและน้ายาฟอกขาวมีส่วนส้าคัญท่ีก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
อกี ทังยงั ส่งผลใหเ้ กิดอาการปวดท้อง และหากท้าปฏิกริ ยิ ากับสารอน่ื ๆ จากอาหาร เครื่องด่ืม หรอื สารต่าง
ๆ ที่อยู่บนภาชนะที่ใช้ สารตกค้างอย่างคลอรีนและน้ายาฟอกขาวก็อาจท้าให้เกิดแก๊สพิษ หรืออาจ
กลายเปน็ สารก่อมะเร็งได้
2.น้าหอม

เคยล้างจานแล้วรู้สึกว่านา้ ยาล้างจานหอมมาก ๆ ไหม? หากเคยล่ะก็ ไมแ่ น่วา่ นา้ ยาลา้ งจานท่ีใช้อยู่
อาจมีส่วนผสมของน้าหอมเจือปนอยกู่ ไ็ ด้ โดยน้าหอมทเ่ี ปน็ สว่ นผสมในน้ายาล้างจานนมี จี ดุ ประสงค์เพอื่

ท้าให้ผู้บริโภครู้สึกเพลิดเพลินในขณะล้างจาน อีกทังยังสามารถสร้างความรู้สึกสะอาดได้ เช่น
นา้ ยาล้างจานกลิ่นมะนาวกจ็ ะให้ความรู้สึกทสี่ ะอาดกวา่ น้ายาลา้ งจานกล่ินอนื่ ๆ เปน็ ตน้

แต่ไม่ว่าจะหอมแค่ไหน หรือช่วยให้การล้างจานเพลิดเพลินเพียงใด น้าหอมที่ใส่เข้ามาใน
น้ายาล้างจานสูตรอ่อนโยนหรือสูตรอื่น ๆ ก็สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราได้ทังสิน โดยการ
แต่งกล่ินน้าหอมสักกล่ินนันจะใช้สารเคมีจ้านวนมากในการผลิต ซ่ึงถ้าน้ามาผสมลงในน้ายาล้างจานแล้ว
อาจเกิดการตกค้างและเคลือบอยู่บนภาชนะต่าง ๆ หากรับประทานเข้าไปก็อาจท้าให้เกิดอาการคล่ืนไส้
วิงเวียนศีรษะ ตลอดจนมอี าการระคายเคืองตา่ ง ๆ ในระบบภายในได้

3. ไตรโคซาน

ส้าหรับพ่อบา้ นแม่บ้านหลาย ๆ คนที่ต้องการให้ภาชนะสะอาดปราศจากเชอื โรค อาจเคยได้ยนิ มา
ว่า “ไตรโคซาน” เป็นสารเคมีที่สามารถก้าจัดเชือโรคได้อยู่หมัดทังเชือแบคทีเรีย เชือรา และเชือไวรัส
จนทา้ ให้เลอื กซอื ผลิตภณั ฑ์หรือน้ายาลา้ งจานทม่ี สี ่วนผสมของไตรโคซาน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไตรโคซานถือเป็นอีกหนึ่งสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายสูงมาก โดย
จากการวิจัยพบว่า ไตรโคซานสามารถท้าปฏิกิริยากับคลอรีนในน้าประปาและก่อให้เกิดแก๊สพิษอย่าง
“คลอโรฟอร์ม” ได้ ซึ่งแก๊สชนิดนีจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ อีกทังยังดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้
หากสารตัวนีสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานก็อาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี
ไตรโคซานยังผลต่อต่อมไรท้ อ่ และตอ่ มไทรอยดอ์ กี ดว้ ย

4. โซเดยี ม ลอรลิ ซลั เฟต

หากใครเป็นสายท่ีชอบล้างจานแล้วอยากได้ฟองเยอะ ๆ ล่ะก็ ไม่แน่น้ายาล้างจานท่ีใช้อยู่อาจมี
ส่วนผสมของ “โซเดียม ลอริล ซัลเฟต” หรือ SLS อยู่ก็ได้ โดยสารตัวนีจะอยู่ในกลุ่มสารลดแรงตึงผิว ซึ่ง
นอกจากจะช่วยท้าให้รู้สึกสะอาดมาก ๆ แล้ว โซเดียม ลอริล ซัลเฟตยังท้าให้เกิดฟองในขณะล้างภาชนะ
เปน็ จา้ นวนมาก

หลายคนอาจเข้าใจว่า ย่ิงฟองนา้ ยาลา้ งจานเยอะ ยิ่งแปลวา่ ล้างสะอาด แต่แท้จรงิ แล้ว ในบางกรณี
ฟองน้ายาล้างจานที่มากเกินไปอาจหมายถึงการมีสารอันตรายเจือปนเช่นกัน โดยสารอย่างโซเดียม
ลอรลิ ซลั เฟตอาจตกคา้ งอย่บู นภาชนะและก่อให้เกิดการระคายเคอื งผิว ผ่ืนคนั และอาจส่งผลเสียต่อระบบ
ต่าง ๆ ภายในรา่ งกายได้

5. ฟอสเฟต

“ฟอสเฟต” ถือเปน็ อีกหนึ่งสารเคมยี อดฮิตในผลติ ภณั ฑ์ท้าความสะอาด ซงึ่ ตอ่ ให้เปน็ นา้ ยาลา้ ง
จานสูตรอ่อนโยนกอ็ าจพบฟอสเฟตเจือปนอยูไ่ ดเ้ ชน่ กนั โดยสารเคมอี ยา่ งฟอสเฟตนไี ม่เพยี งแต่จะลดความ
กระดา้ งของน้าเท่านัน แต่ยงั ช่วยทา้ ให้สงิ่ สกปรกและคราบตา่ ง ๆ สลายไปได้ง่าย จึงทา้ ให้การล้างจานแต่
ละครงั ดสู ะอาดมาก ๆ

อย่างไรกต็ าม ถงึ ฟอสเฟตจะเปน็ อนั ตรายต่อร่างกายและสขุ ภาพนอ้ ยมาก แต่หากตกคา้ งอยู่บน
ภาชนะท่ใี ช้รับประทานอาหารเป็นประจ้า ฟอสเฟตก็อาจปนเป้อื นเขา้ ไปในรา่ งกายได้ ซง่ึ หากสะสมใน
รา่ งกายมาก ๆ เข้าก็อาจท้าให้เกิดอาการวงิ เวยี นศีรษะและคลน่ื ไส้ อีกทังยงั อาจก่อให้เกดิ การระคายเคือง
ผวิ ไดง้ ่ายอกี ดว้ ย

4. วัตถดุ ิบทใี่ ช้ท้าน้ายาล้างจาน
4.1 มะขามเปยี ก

(ที่มา: https://agrowwholesale.com/th/sour-tamarind/)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Tamarindus indica L.
ช่อื วงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ข่ือสามญั Indian date, Tamarind.
ชอ่ื อืน่ ขาม (ภาคใต)้ ตะลูบ(ชาวบน-นครราชสมี า) ม่องโคล้ง(กะเหรยี่ ง-กาญจนบรุ ี) อ้าเปยี ล
(เขมร-สุรินทร)์ หมากแกง (เงียว-แม่ฮ่องสอน) สา่ มอเกล (กะเหร่ยี ง-แม่ฮอ่ งสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้น
ขรุขระและหนา สีน้าตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบ
ขนาน ปลายใบและโคนใบมน ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสแี ดงอยู่
กลางดอก ผลเปน็ ฝักยาว รปู ร่างยาวหรือโคง้ ยาว 3-20 ซม. ฝักออ่ นมีเปลอื กสีเขยี วอมเทา สนี ้าตาลเกรียม
เนือในติดกับเปลือก เม่ือแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้าตาล เนอื ในกลายเป็นสีน้าตาลหุ้ม
เมล็ด เนอื มรี สเปรียว และหวาน

4.2 กากกาแฟ

(ที่มา: https://www.coffeefavour.com/ground-coffee/)
ชอื่ วิทยาศาสตร์ : Coffea robusta Pierre ex Froehner L
ชอ่ื วงศ์ : Rubiaceae
ชื่อสามัญ : Robusta Coffee
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นกาแฟเป็นพชื ทีม่ ีเนือไม้ มีล้าตน้ ทส่ี งู ใหญ่ โดยล้าต้นอาจสงู ได้ถงึ 10
เมตรถา้ ไมม่ ีการตดั แตง่ กิง่ แต่โดยทว่ั ไปเกษตรกรมักจะตัดแต่งกง่ิ กาแฟใหเ้ ตีย เพอ่ื ท้าให้สามารถเกบ็ เกี่ยว
ผลผลติ ได้งา่ ย กาแฟอยใู่ นวงศ์ Rubiaceae หรอื พืชในวงศเ์ ขม็ โดยในประเทศไทยพบพชื วงศ์นีอยปู่ ระมาณ
110 สกลุ โดยพืชในวงศน์ ีมลี ักษณะเฉพาะทสี่ งั เกตเหน็ ไดง้ ่าย คอื มีใบเดีย่ ว แต่ละใบออกตรงขา้ มกัน ซึ่งใบ
ในแตล่ ะคูจ่ ะตงั ฉากกนั ลกั ษณะของใบมักเป็นรูปเข็ม และมีขอบใบท่เี รยี บ สว่ นดอกมกั มปี ลาย 4-5 แฉก มี
กลีบดอกท่ีเช่อื มติดกนั

4.3 สบั ปะรด

(ทีม่ า: https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/1320697)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Ananas comosus (L.) Merr.
วงศ์ Bromeliaceae
ชอื่ สามัญ Pineapple
ชือ่ อนื่ แนะ (กะเหรยี่ ง-แม่ฮ่องสอน) ขนนุ ทอง ยานัด ยา่ นนัด (ใต้) บ่อนดั (เชียงใหม่) เนะซะ
(กะเหรย่ี งตาก) มา้ เน่อื (เขมร) มะนัด,มะขะนดั (เหนือ) หมากเก็ง (เงียว-แมฮ่ ่องสอน) สบั ปะรด (กรงุ เทพฯ)
ลงิ ทอง (เพชรบรู ณ)์
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลกุ อายุสับปะปด สูง 90-100 ซม. ลา้ ตน้ ใต้ดนิ ปลอ้ งสัน ไมแ่ ตก
กง่ิ ก้านมแี ต่กาบใบห่อหมุ้ ล้าต้น ใบ เป็นใบเดย่ี ว ออกเรียงเวียนถี่ ไม่มกี า้ นใบ ใบเรียวยาว โคนใบเป็นกาบหุ้ม
ลา้ ต้น ปลายแหลม ขอบใบมีหนาม แผน่ ใบสีเขียวเขม้ และเป็นทางสีแดง ด้านลา่ งมีนวลแป้งสขี าว ดอก
ออกเปน็ ชอ่ ท่ีปลายยอด ดอกเรียงอัดกนั แนน่ รอบแกนชอ่ ดอก กา้ นช่อใหญ่แข็งแรง กลบี ดอก 3 กลบี
ดา้ นบนสชี มพูอมม่วง ด้านล่างสีขาว เกสรเพศผู้ 6 อนั เรียบกัน 2 ชนั ผล เปน็ ผลรวมรปู รี โคนกว้าง ปลาย
สอบ มใี บสันเป็นกระจกุ ที่ปลายผล เรยี กว่าตะเกยี ง ผลสุกสีเหลอื งสดและฉ้า่ นา้

4.4 Texapon N70

(ทีม่ า: https://www.phitsanuchemicals.com/product/670/texapon-n-70-sles70)
ชื่อทางเคมี Sodium Laurylether Sulfate (SLES)

เป็นสารประเภท สารลดแรงตงึ ผิวประจุลบ มีคุณสมบตั ิในการท้าความสะอาดได้ดีทา้ ให้เกดิ ฟองได้
เร็ว Sodium Lauryl Ether Sulfate(SLES) ถ้าเรียกตาม INCI Name คือ Sodium laureth sulfate ซ่ึง
เป็นสารคนละตัวกับ Sodium Lauryl Sulfate (SLS) โดยสังเกตง่ายๆ ตรงที่มี E ซ่ึงหมายถึงผ่านการ
Ethoxylation โดยน้าสารตังต้น คือ SLS มาท้าปฎิกิริยากับ ethylene oxide ภายใต้แรงดัน และความ
ร้อนสูง + catalyst ผลท่ีได้คือ ได้ surfactant ท่ีระคายเคืองน้อยกว่า SLS จึงเอามาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ท้า
ความสะอาดรา่ งกายได้ดกี วา่

สว่ นประกอบจะมี SLES เป็น active ingredient ประมาณ 70% (จึงเรยี กว่า N-70) ส่วนอีก 30 %
ท่ีเหลือ ก็จะเป็นน้า กับ Impurities อื่นๆ เช่น Sodium Chloride (NaCl), Sodium Sulfate (Na2SO4)
เป็นต้น

การท่ีโมเลกุลของน้ายาล้างจานมีทังส่วนมีขัวและไม่มีขัวอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน ท้าให้ล้างคราบ
ไขมันหรือน้ามันได้ดี เพราะขณะซักล้างส่วนของโมเลกุลท่ีไม่มีขัวคือส่วนหางจะรวมตัวกับไขมันหรือ
นา้ มัน ในขณะทีส่ ว่ นมขี ัวของโมเลกุลคือส่วนหวั จะหนั ออกด้านนอก เมื่อล้างน้าสว่ นหวั จะรวมตวั กับน้า

ขณะท่ีส่วนหางติดอยู่กับน้ามัน น้ากับน้ามันจึงไปด้วยกันท้าให้ผสมกันได้กลายเป็นคอลลอยด์อีมัล
ชัน (emulsion) โดยสารซกั ล้างเป็นอีมัลซฟิ ายเออร์ (emulsifier) ดงั รปู

(ทมี่ า:http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1449&fbclid=IwAR1jl8Ks
TJCp2nGspccWDbimXDy9FRf8A3Oasaf9S6KhxWLk1DvvE4QpA)

การน้าไปใช้ สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ท้าความสะอาดผิวได้ โดยสารชนิดนีจะไม่ละลายเม่ือใช้ความร้อน
และจะเกิดการข้นขนึ เมอ่ื ผสมเข้ากบั เกลือแกง

เม่ือน้ายาล้างจานละลายน้าจะแตกเป็นไอออน ไอออนบวกของโลหะจะถูกน้าล้อมรอบ เกิดแรง
ดึงดูดระหว่างไอออนกับน้า เรียกว่าไฮเดรชัน ส่วนไอออนลบของน้ายาล้างจานประกอบด้วยส่วนที่มีขัว
จะยดึ กับนา้ โดยมโี มเลกลุ นา้ ล้อมรอบ และส่วนท่ีไม่มีขวั เปน็ กลุ่มไฮโดรคาร์บอนจะหนั เข้าหากัน แล้วจบั กัน
เปน็ กล่มุ กอ้ น เรียกวา่ ไมเซลล์ (Micell) ดงั ภาพ

(ท่มี า: http://nakhamwit.ac.th/pingpong_web/biochem_web/Lipid_04.htm)

4.5 Neopelex F-24

(ท่ีมา: https://shop.line.me/@138sulcl)
ชอื่ ทางเคมี Linear Alkyl Benzene Sulfonate 24%

Neopelex F24 สารลดแรงตึงผิวหรือสารช้าระล้าง(Surfactant)สารลดแรงตึงผิว ประจุลบ
(Anionic) เป็นสารขจัดคราบไขมัน คือ LAS หรอื linear alkylbenzene sulfonate LAS เป็นสารลดแรง
ตึงผิวยอดนยิ มชนดิ หนึ่งและคณุ สมบตั ิหลักของ LAS เพื่อขจัดคราบไขมันท่ีติดอยู่กบั ภาชนะ เพ่ือท้าความ
สะอาดพนื ผิวท่ีต้องการ มีการทดลองแลว้ ว่ามีความปลอดภัยต่อส่งิ แวดลอ้ ม มีประสทิ ธภิ าพในการทา้ ความ
สะอาดสูง LAS จึงถูกใช้มากในน้ายาท้าความสะอาด ท่ีใช้กันมากในการท้าสูตรน้ายาท้าความสะอาด
ประเภทต่างๆ อีกทังมีการทดลองแล้วว่ามีความปลอดภัยต่อส่ิงแวดล้อม มีประสิทธิภาพในการท้าความ
สะอาดสูง และราคาไม่แพงมาก และเนื่องจากราคาที่ค่อนข้างประหยัด เทียบกับสารลดแรงตึงผิวตัวอื่นๆ
สูตรท่ีนิยมใช้ LAS เป็นสารหลัก เช่น ผงซักฟอก น้ายาท้าความสะอาดเอนกประสงค์ น้ายาล้างห้องน้า
นา้ ยาทา้ ความสะอาดอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลติ ภณั ฑ์ล้างจาน เพอ่ื ขจดั คราบไขมนั ออกจากผิวจานไม่ให้
มีคราบไขมนั เกาะตดิ ท่ผี วิ ภาชนะเพอื่ ความสะอาด

4.6 เกลอื แกง

(ทีม่ า: https://touchzy-sci.blogspot.com/2016/12/blog-post_64.html)
ช่ือทางเคมี Sodium chloride.
สูตรเคมี NaCl
มวลโมเลกลุ 58.44 amu.
จุดหลอมเหลว 801 °C
จดุ เดอื ด 1,413 °C
ความหนาแนน่ 2.16 g/cm3
การละลาย ละลายในนา้ , เมทานอล , กรดฟอร์มกิ , กลเี ซอรอล , โพรพลิ ีนไกลคอล , ฟอร์มา
ไมด์ , แอมโมเนยี
โซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) เปน็ สารเคมีธรรมชาติตวั หนึง่ ทถ่ี ูกนา้ มาใช้กันอยา่ งแพร่หลาย
เปน็ เครื่องปรุงท่ีรับรองว่าทุกบา้ นจะต้องมตี ิดครัวไวเ้ ปน็ ประจ้า ถือว่าเกลือแกงเป็นเคร่ืองปรุงหลักเลยก็ได้
บางทา่ นอาจจะไม่คุ้นกับชอ่ื เกลือแกง แตถ่ ้าบอกว่ามันกค็ ือเกลือที่เราใช้ประกอบอาหารกนั ทกุ วัน กค็ งร้อง
ออ๋ กันทุกคน เกลอื แกงถกู น้ามาใช้กันในหลายด้าน ทงั ด้านประกอบอาหาร ถนอมอาหาร รวมถงึ ใช้เป็นสาร
ตงั ต้นในอตุ สาหกรรมหลายประเภท

4.7 นา้ ยาลา้ งจานจากสับปะรด

คือสารชา้ ระล้างที่ผสมน้าสบั ปะรดท่ีใช้ช่วยในการล้างจาน ในสับปะรดอุดมไปด้วยกรดซติ ริกหรือ
กรดมะนาว (Citric) และกรดมาลิก (Malic) ที่เป็นสารให้รสเปรียว โดยมีกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic) หรือ
วิตามินซี โดยกรดซิตริกทอ่ี ย่ใู นสับปะรดนันเปน็ สารช่วยขจัดคราบ เนอื่ งจากคุณสมบัติทเี่ ปน็ กรดมฤี ทธิ์กัด
กร่อน และใช้เป็นตัวปรับ pH น้ายาล้างจานที่ท้ามาจากสับปะรดนันจึงขจัดสิ่งสกปรกและขจัดไขมันใน
ภาชนะไดด้ ี

4.8 นา้ ยาล้างจานจากกากกาแฟ

คือสารช้าระลา้ งท่ผี สมนา้ กากกาแฟทีใ่ ช้ชว่ ยในการลา้ งจาน ในกากกาแฟอดุ มสารสา้ คญั หลายชนิด
ไดแ้ ก่ โพลแี ซคคาไรด์ กรดไขมนั โปรตนี คาเฟอีน สารประกอบฟนี อล และแร่ธาตตุ ่างๆ ซง่ึ สามารถน้าไป
ประยกุ ตใ์ ช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ งกว้างขวางในการพฒั นาดา้ น อาหาร ยา และผลิตภณั ฑ์ส่งเสริมสุขภาพ ยังมี
ความสามารถในการดูดซับกล่นิ ท่ีไม่พงึ ประสงคท์ งั หลายแหล่ เกบ็ กกั และควบคุมการปลอ่ ยกลนิ่ รส รักษา
ความสะอาดได้ดี

4.9 น้ายาล้างจานจากมะขามเปียก

คือสารช้าระลา้ งท่ผี สมนา้ มะขามเปียกท่ีใช้ช่วยในการลา้ งจาน มสี ่วนผสมของสารลดแรงตึงผิว ที่มี
การระคายเคืองต้่า โดยมะขามเปียกอุดมไปด้วยกรดอินทรีย์ ซ่ึงมีคุณสมบัติในการช่วยช้าระล้างความ
สกปรก ขจดั คราบมันได้ดี ประโยชน์หลักของน้ายาล้างจานที่ท้ามาจากมะขามเปียกคือใช้ล้างภาชนะและ
เคร่ืองครัวด้วยมือหลังจากประกอบหรือรับประทานอาหารแล้ว น้ายาล้างจานท้าให้สิ่งสกปรกและไขมัน
หลดุ จากภาชนะ

5. ประโยชน์ของน้ายาลา้ งจานจากมะขามเปียก กากกาแฟ และสบั ปะรด

1.ไดร้ ู้ปญั หาสารเคมตี กค้างในภาชนะท่ีเกดิ จากนา้ ยาลา้ งจาน

2.ได้รู้สรรพคุณและประโยชน์ของมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ท่ีเกี่ยวข้องกับการท้าน้ายาล้าง
จาน

3.ได้มีความร้ใู นเรื่องนเี พ่อื เปน็ ตัวเลอื กในการประกอบอาชพี เสรมิ และหารายไดใ้ หต้ นเอง และครอบครัว

บทที่ 3

วสั ดุอปุ กรณ์ และวิธีดา้ เนนิ การทดลอง

วสั ดุ
1. มะขามเปยี ก
2. กากกาแฟ
3. สับปะรด
4. เกลือแกง

อุปกรณ์
1. บกี เกอร์
2. เคร่ืองชงั่ ดิจติ อล
3. แท่งแก้วคน
4. จานเพาะเชือ
6. กระดาษกรอง
7. Hotplate

เครอ่ื งมอื
1. ชุดทดสอบความสะอาดของภาชนะ

สารเคมี
1. Texapon (N70)
2. Neopelex(F24)

วธิ ีการดา้ เนินงาน

ขนั ตอนท่ี 1 ขันตอนการท้าน้ายาลา้ งจาน

1.น้าน้าใส่มะขามเปียก สับปะรด กากกาแฟ (ห้ามขยีเพราะจะท้าให้ขุ่น) ต้มให้เดือด
ประมาณ 20 นาที ทงิ ไว้ใหเ้ ย็นสนิท กรองเอาแต่น้าดว้ ยกระดาษกรอง

2.น้าหัวเชือแชมพู(N70) เทใสภาชนะ เติมเกลือลงไปประมาณ 5 กรัม แล้วกวนไปทาง
เดียวกนั จนกระท่งั เหนียวเหมอื นกาว ใส่สารขจัดคราบมันลงไป(F24)

3.คอ่ ยๆ เตมิ น้ามะขาม น้าสบั ปะรด น้ากากกาแฟ แลว้ คนให้เข้ากนั ระหว่างนันถ้ารสู้ กึ ว่า
เหลวไป ใหเ้ ตมิ เกลือแกงลงไป แลว้ คนตอ่ จะชว่ ยให้นา้ ยาข้นขึน รอใหฟ้ องยบุ แลว้ น้าไปบรรจุ

ขนั ตอนท่ี 2 ขนั ตอนการทดลอง
1.ฉีกซองบรรจไุ ม้ส้าลี น้าไม้พนั สา้ ลีจมุ่ ลงในน้ายาทดสอบให้หมาดๆ
2.ใช้ไมพ้ ันส้าลจี ากขอ้ ที่ 1 เช็ดภาชนะสมั ผสั อาหาร เชด็ ให้ได้พนื ท่ีตรงกลางประมาณ
2 คณู 2 ตารางนิว
3.ใส่ไม้พนั สา้ ลลี งในขวดน้ายาทดสอบขวดเดมิ แล้วหักไม่ให้สงู เกนิ ปากขวด
4.ปิดฝาใหแ้ นน่ แล้วตังทิงไว้ท่ีอุณหภูมหิ ้อง 3 วัน

บทท่ี 4
ผลการทดลอง

ตารางที่ 1 ตารางอตั ราสว่ น

ชนิดของพืช น้าจากพชื น้าเปลา่ N70 F24 เกลอื แกง ผลรวม ซอส

และผลไม้ และผลไม้ (กรัม) (กรมั ) (กรมั ) (กรมั ) (กรมั ) (กรัม)

(กรมั )

มะขามเปยี ก 50 150 15 45 5 265 10

กากกาแฟ 50 150 15 45 5 265 10

สบั ปะรด 50 150 15 45 5 265 10

จากตารางท่1ี พบวา่ อัตราส่วนทใี่ ช้ท้านา้ ยาล้างจานประกอบด้วยนา้ จากพืชและผลไม้:น้าเปลา่ : N70:

F24:เกลอื แกง จะมีอัตราส่วนเทา่ กับ10:30:3:9:1ตามลา้ ดบั และใชซ้ อสเพื่อทดสอบความสะอาด 10 กรมั

ตารางท2่ี ตารางระดับความสะอาด

ชนดิ ของพชื และ ระดับความสะอาด

ผลไม้ C +1 +2 +3

มะขามเปียก 

กากกาแฟ 

สับปะรด 

จากตารางที่2พบวา่ มะขามเปยี กอยู่ในระดับความสะอาดท่ี+1 กากกาแฟอยู่ในระดับท+่ี 2 และสับปะรดอยู่ใน

ระดับท่ี C สรุปได้ว่านา้ ยาลา้ งจานที่ทา้ จากสับปะรดสะอาดทีส่ ดุ

บทท่ี 5

สรุปผลการทดลอง อภปิ รายผลการทดลองและข้อเสนอแนะ

5.1 สรปุ ผลการด้าเนนิ งาน

จากการศึกษาและทดลองท้าน้ายาล้างจานจากมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรด ออกมาเพื่อ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทัง 3 อย่างนันพบว่า มะขามเปียกและกากกาแฟมีประสิทธิภาพใน
การช้าระล้างได้ไม่ดีเท่ากับสับปะรด โดยเราได้ใช้เคร่ืองมือทดสอบความสะอาดของภาชนะมาทดสอบพบว่า
มะขามเปียกและกากกาแฟมตี ะกอนสดี า้ ท่ีกน้ ขวดและปลายส้าลขี องทังสองชนิดสว่ นสบั ปะรดไม่มีตะกอนท่กี ้น
ขวดและปลายสา้ ลี ดังนนั สับปะรดจงึ มปี ระสิทธิภาพในการท้าความสะอาดมากกว่ามะขามเปียกและกากกาแฟ

5.2 อภิปรายผล

จากการที่เราได้ศึกษา และผลิตน้ายาล้างจานจากมะขามเปียก กากกาแฟ และสับปะรดนันพบว่า
นา้ ยาล้างจานจะมีประสิทธิภาพในการชา้ ระลา้ งส่ิงสกปรกและคราบมันในภาชนะ โดยน้ายาลา้ งจานของเรามี
ส่วนผสมของ Neopelex F24 (Linear Alkyl Benzene Sulfonate 24%)และTexapon N70(Sodium
Laurylether Sulfate (SLES) จะมีสารท่ีมีโมเลกุลทังส่วนมีขัวและไม่มีขัวอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน โดยการที่
โมเลกุลจับกันเป็นก้อน ซึ่งจะมที ังส่วนที่ละลายน้าและไม่ละลายนา้ จึงท้าให้ก้าจัดคราบสกปรกได้ จะเรียกว่า
ไมเซลล์ (Micell) และน้ายาล้างจาน ท้าหน้าท่ีเป็นอิมัลซิฟายเออร์ ในการผสมกันระหว่างน้าและน้ามัน เป็น
อิมัลชันซ่ึงท้าให้มีประสิทธิภาพในการช้าระล้างส่ิงสกปรกและคราบมันในภาชนะและมีคุณสมบัติในการท้า
ความสะอาดได้ดีท้าให้เกิดฟองได้เร็ว และจากการเปรียบเทียบความสะอาดพบว่าสับปะรดมีประสิทธภิ าพใน
การท้าความสะอาดดกี ว่ามะขามเปยี กและกากกาแฟ เน่ืองจากสับปะรดมีสารเอนไซม์โบรมเี ลน และกรดแอซิ
ตรกิ ทส่ี ามารถช่วยขจัดคราบจึงทา้ ให้สับปะรดมีประสทิ ธภิ าพในการช้าระลา้ งได้ดี

5.3 ข้อเสนอแนะ

1.ควรเพ่ิมกลิ่นให้น้ายาล้างจานใหม้ ีกล่นิ หอมมากยิ่งขนึ

2.ควรใชก้ ระดาษเซลโลเฟนในการกรอง นา้ มะขามเปียก กากกาแฟ และสบั ปะรด เพอ่ื ลดการเกิดตะกอนใน
น้ายาล้างจาน

เอกสารอ้างองิ

Bioform (Thailand). (ม.ป.ป.). เทคนิคการล้างจาน ชาม อยา่ งถกู วธิ ี. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก: http://www.bioformthailand.com/TH/health/ภาษาไทย-เทคนคิ การล้างจาน/
สืบค้นเมื่อ: 6 มถิ ุนายน 2565

สมนุ ไพรไทย 200 ชนิด. (ม.ป.ป.). กลุ่มยาลดความดันโลหิตสงู มะขาม. (ออนไลน)์ .

เข้าถงึ ไดจ้ าก: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_16_3.htm
สบื คน้ เม่ือ: 6 มถิ นุ ายน 2565

CoffeeFavour. (ม.ป.ป.). ต้นกาแฟ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ความแตกตา่ งของสายพนั ธ์ุ และการ
เพาะปลูก. (ออนไลน)์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.coffeefavour.com/coffee-tree-arabica-robusta-botany-
cultivation/ สืบค้นเม่ือ: 6 มถิ นุ ายน 2565

สมนุ ไพรไทย 200 ชนิด. (ม.ป.ป.). กลุ่มยาขบั ปัสสาวะสบั ปะรด. (ออนไลน)์ .

เข้าถึงไดจ้ าก: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_12_5.htm
สบื คน้ เมอ่ื : 6 มถิ ุนายน 2565

รา้ นเคมภี ณั ฑ์ - CHEMIPAN.COM. (ม.ป.ป.). Texapon N70 (หวั สบ-ู่ แชมพู เอน็ เจ็ดศูนย์. (ออนไลน)์

เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.chemipan.com/a/th-th/244-สนิ คา้ /328-เคมที ่ัวไป/1124-
texapon-n70-หัวสบ-ู่ แชมพู-เอ็นเจด็ ศูนย์-1kg-m.html สบื คน้ เมื่อ: 6 มถิ นุ ายน 2565

บรษิ ทั พพี ีอาร์วาย เคมคี อล จ้ากดั . (2562). Neopelex F-24. (ออนไลน)์ .

เขา้ ถึงได้จาก: https://www.pprychemical.com/17232306/neopelex-f-24
สบื คน้ เมอ่ื : 6 มถิ ุนายน 2565

Unknown. (2559). สารเคมีในหอ้ งครัว. เกลอื แกง. (ออนไลน์).

เข้าถงึ ไดจ้ าก: https://touchzy-sci.blogspot.com/2016/12/blog-post_64.html
สบื ค้นเมือ่ : 15 สิงหาคม 2565

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วินัย วนานุกลู . (2541). อันตรายจากผลิตภณั ฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือน. (ออนไลน)์ .

เขา้ ถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/

สืบคน้ เมอ่ื : 6 มถิ ุนายน 2565

ภาคผนวก

วสั ดุอปุ กรณ์

รูปท่ี 1 นา้ มะขามเปยี ก รูปท่ี 2 น้ากากกาแฟ

รูปท่ี 3 นา้ สับปะรด รปู ที่ 4 เกลือแกง

รปู ท่ี 5 บกี เกอร์ รูปท่ี 6 เคร่ืองชงั่ ดิจติ อล

รูปที่ 7 แท่งแก้วคน รปู ที่ 8 จานเพาะเชอื

รูปท่ี 9 กระดาษกรอง รปู ที่ 10 Hotplate

เคร่อื งมือ

รูปที่ 11 ชุดทดสอบความสะอาด

ขนั ตอนการท้าน้ายาล้างจาน

รูปท่ี 12 ตม้ น้ามะขามเปียก สับปะรด กากกาแฟ

รปู ท่ี 13 ผสมส่วนผสมทงั หมดใหเ้ ข้ากัน รอใหฟ้ องยุบ บรรจใุ สข่ วด

ขันตอนการทดลอง

รปู ท่ี 14 ใช้ส้าลีจมุ่ ลงนา้ ยาทดสอบ รปู ที่ 15 ใช้สา้ ลีจาก รปู ที่ 14 เช็ดพนื ทต่ี รงกลาง

รปู ท่ี 16 หกั ไม้พนั สา้ ลใี ส่ขวดทดสอบ ตังไว้ 3วนั รูปท่ี 17 ผลลัพธ์ทไ่ี ด้


Click to View FlipBook Version