ประกาศโรงเรียนบา้ นพรพุ ี
เรือ่ ง ให้ใช้หลกั สตู รระดับท้องถน่ิ โรงเรยี นบา้ นพรุพี
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
................................................................................
ดว้ ยโรงเรยี นบา้ นพรุพี ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวทางการปรบั ปรงุ หลกั สตู รกลมุ่ สาระ
ภาษาต่างประเทศ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กำหนด
ทกุ ประการ มีองค์ประกอบสำคญั ครบถ้วนสมบรู ณ์ สามรถนำไปใชเ้ พ่ือการพัฒนาการจดั การศึกษาให้เจริญกา้ วหน้าตาม
เปา้ หมายทกี่ ำหนดไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ทัง้ นี้ หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพรุพี ได้รับความเห็นชอบจากคระกรรมการสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐาน เมอ่ื
วนั ที่ 24 เดอื นมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3 จึงประกาศ ให้ใชห้ ลักสูตรโรงเรียนบา้ นพรุพี พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ
พ.ศ. 2560) ต้ังแตบ่ ดั นีเ้ ป็นตน้ ไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี 24 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 25๖3
(ลงชือ่ ) ....................................................... (ลงช่ือ) .......................................................
( นายทวีศกั ด์ิ พรหมทอง ) (นางสาวอชั ลี หนนู าค)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นพรพุ ี
ข
คำนำ
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศให้ใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยกำหนดให้โรงเรยี นจัดทำหลกั สูตร
ระดับทอ้ งถิ่น ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) และความตอ้ งการของท้องถ่นิ
โรงเรียนบ้านพรุพี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ได้จัดทำหลักสูตรระดับท้องถิ่นโดยความร่วมมือ
จากตัวแทนฝ่ายต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ตามข้นั ตอนเริ่มตั้งแต่ ข้ันร่างกรอบหลกั สูตร ชั้นประชาพจิ ารณ์ และชนั้ ขออนมุ ัตคิ วามเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา
หลักสูตรระดับท้องถิ่น เล่มนี้ประกอบด้วย ๕ ส่วน คือ บทนำ เป้าหมายและจุดเน้น สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
การประเมนิ คุณภาพผู้เรียนระดับท้องถ่ิน และการนำสาระการเรียนรู้ระดบั ทอ้ งถิ่นสู่การพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา เพ่ือให้โรงเรยี นนำสาระและแนวทาง
ไปจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษา ต่อไป
โรงเรียนบ้านพรุพี
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษากระบี่
ค หนา้
ก
สารบัญ ข
ค
ประกาศ 1
คำนำ
สารบัญ 1
ส่วนท่ี ๑ บทนำ 1
2
ความเป็นมา 4
วัตถุประสงค์
ข้ันตอนการดำเนินงานจดั ทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน 5
องค์ประกอบสำคัญของกรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน 6
แผนผงั การพัฒนากรอบหลักสูตรระดบั ท้องถ่ิน 6
ส่วนท่ี 2 เป้าหมายและจุดเน้น 6
วสิ ัยทศั น์
จุดหมาย 6
เป้าหมาย 6
จดุ เน้นคุณภาพผู้เรียน
คุณลกั ษณะของผเู้ รยี นตามสมรรถนะ 6 ดา้ น 6
ส่วนที่ ๓ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 7
โครงสรา้ งหลกั สูตรระดบั ท้องถิ่นโรงเรยี นบ้านพรุพี
ส่วนท่ี ๔ การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดบั ท้องถิ่น 7
แนวทางในการวัดและประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามกรอบหลักสตู รระดับทอ้ งถ่นิ 9
ส่วนที่ ๕ การนำหลักสูตรระดับท้องถิ่นสกู่ ารพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
ภาคผนวก 11
12
ภาพกิจกรรม / คิวอารโ์ ค้ด
สว่ นที่ 1
บทนำ
หลักสตู รระดบั ทอ้ งถิน่
โดยการมีส่วนร่วมของชมุ ชน โรงเรยี นบา้ นพรุพี
ความเปน็ มา
พรพุ เี ป็นหมบู่ ้านทมี่ ีความผกู พนั อยกู่ บั พระพทุ ธศาสนา บทบาทพทุ ธศาสนาแฝงอยู่ในชวี ติ ที่สัมพันธ์กบั ประเพณแี ละพธิ กี รรม โดยเฉพาะประเพณี
และพธิ ีกรรมสารทเดอื นสิบ ชาวบ้านพรพุ ี เชื่อว่า บรรพบรุ ุษทเี่ สยี ชีวิตไปแล้วหากประพฤติเส่ือมเสียจะตกนรก กลายเป็นเปรตต้องทนทกุ ข์ทรมาน ลูกหลานจึงอุทิศส่วนกุศล
ทำบญุ ใหญใ่ ห้ในวนั แรม 1 คำ่ เดอื น 10 ซงึ่ เปน็ วนั สารทเดือนสิบของแต่ละปี วันน้ีบรรพบุรุษหรือตายายทล่ี ่วงลบั จะถูกปล่อยตัวกลบั มายังโลกมนษุ ย์ เพอ่ื มาขอส่วนบุญ
จากลูกหลาน และจะกลบั ไปนรกในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ชว่ งเวลา ดงั กล่าวถอื เป็นงานบุญใหญ่ทส่ี ำคญั ของชาวบ้านพรุพี นั่นคือประเพณีและพธิ กี รรม สารทเดอื นสิบ
ประเพณแี ละพธิ กี รรมสารทเดือนสิบ เปน็ งานบญุ ใหญข่ องชาวบ้านพรุพี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สารทเดือนสิบ
เกิดจากพ้นื ฐานทางจิตใจของชาวบา้ นพรุพี ที่ตระหนักในความสำคัญของความกตัญญูกตเวที ว่าเป็นคุณธรรมสำคญั ยง่ิ ของมนุษย์ ที่ทกุ คนควรมีตอ่ บรรพบุรษุ ของตนท้ังในภพนี้
และภพหน้า มุมมองดังกล่าวก่อใหเ้ กดิ ลกั ษณะเด่นของ ชาวบ้านพรุพีในแง่คติชนวิทยา น่ันคือประเพณีและพิธีกรรมสารทเดือนสิบ บ่งบอกถงึ ความรัก ความผูกพนั ธ์
และความกตัญญใู นกลุ่มเครอื ญาติของชาวบา้ นพรุพี โดยชี้ถึงความสามัคคใี นชมุ ชน ท้องถ่นิ ของจังหวัดกระบ่ี อีกทัง้ ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ท่ีแน่นแฟ้น ระหว่าง พุทธศาสนาอัน
เชื่อมโยงกับวิธีคิดและวิถีชีวติ ชาวบา้ นพรุพีอกี ด้วย
อน่ึงแม้ว่าสังคมในปจั จุบนั จะมีความกา้ วหนา้ มเี ทคโนโลยีต่าง ๆ เขา้ มาอย่างมากมาย แต่คนพรุพจี ำนวนมากก็ยังให้ความสำคัญกับประเพณีพธิ กี รรม
สารทเดอื นสิบทีเ่ คยปฏิบัติกนั มาต้ังแต่อดีต คนพรพุ ียังมีความเช่อื และมกี ารปฏบิ ตั ิสืบต่อกนั มาจนถึงปัจจบุ ัน ประเพณีสารทเดือนสิบ จะมีขนมหลกั ๆ 5 ชนิด ทีใ่ ชใ้ นพิธีกรรม
มีการจัดเปน็ “หฺมฺรบั ” หรือ สำรับ เพื่อเปน็ การอทุ ิศส่วนกุศลให้แกบ่ รรพชน ใหน้ ำกลบั ไปใชใ้ นนรกภมู ิ ลกู หลานจะต้องจัดเตรียมส่ิงของเคร่ืองใช้ อาหาร และขนม
ประดบั ตกแต่งใหส้ วยงาม ขนมทุกชนิดในประเพณีพิธกี รรมสารทเดือนสบิ ของชาวบ้านพรพุ ี ขนมดังกล่าวสอ่ื ความหมายแทนสงิ่ ของต่าง ๆ ที่บรรพบุรุษสามารถนำไปใชไ้ ด้ใน
นรกภมู ิ อันได้แก่ ขนมลา เปน็ สัญลกั ษณแ์ ทนเครอ่ื งน่งุ หม่ ขนมพอง เปน็ สัญลักษณแ์ ทนแพ ขนมบ้า เปน็ สญั ลักษณ์แทนสะบ้า ขนมไข่ปลา เป็นสัญลักษณ์แทนเคร่ืองประดบั
และขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์ แทนเงนิ เบี้ย ขนมทุกชนิดทีใ่ ชใ้ นประเพณกี บั พิธกี รรมสารทเดอื นสบิ ลว้ นมีกระบวนการทำที่เหมือนกัน น่ันก็คือการทอด วัตถุดิบทใ่ี ช้เป็นแป้งทำ
ขนมท่หี าได้ตามท้องถิ่นและมี วิธกี ารทำท่ีพิถพี ิถนั และต้องใช้เวลา เพื่อพิสูจนถ์ ึงความต้ังใจ มุ่งมนั่ ในการระลกึ ถงึ บรรพชน และการร่วมทำขนมด้วยกนั ในหมู่เครือญาติ
กเ็ ป็นการสรา้ งความกลมเกลียวสามัคคี รักพี่รักนอ้ งในชุมชนนั้นด้วย ขนมเดือนสบิ นอกจากจะใชใ้ นการจดั หฺมฺรบั ทแี่ สดงให้เห็นถึงความกตัญญทู ีม่ ีต่อบรรพบรุ ษุ แล้ว ยังมีการนำ
ขนมเดอื นสบิ ไปมอบให้แก่ญาติผูใ้ หญท่ ่ยี ังมชี ีวิตอยู่ ทัง้ นี้ก็เพอ่ื แสดงถึงความรัก และความเคารพนับถือผู้อาวุโสท้ังในกล่มุ เครอื ญาติ และผู้ใหญใ่ นท้องถนิ่ หรอื ชุมชนด้วย
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือศกึ ษาพธิ ีกรรมสารทเดอื นสิบ บ้านพรพุ ี ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบ่ี
2. เพือ่ ศึกษาประเพณีประดิษฐส์ ารทเดือนสิบ บา้ นพรุพี ตำบลทรายขาว อำเภอคลองทอ่ ม จงั หวัดกระบ่ี
๒
ขัน้ ตอนการดำเนินงานจัดทำหลักสตู รระดับทอ้ งถิ่น
การดำเนนิ งานจัดทำกรอบหลกั สตู รระดับท้องถ่ินของโรงเรยี นบา้ นพรุพี สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากระบี่ มีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้
จดั การเรยี นการสอนและจดั ประสบการณ์ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้ เกยี่ วกบั ทอ้ งถนิ่ ของตนเอง ในด้านวฒั นธรรมประเพณี อันจะทำให้ผู้เรยี นเกิดความรัก ความผกู พัน
มีความภาคภูมใิ จในท้องถิน่ ของตน ยินดีท่ีจะร่วมสบื สานพฒั นาหรอื แกไ้ ขปัญหาของทอ้ งถนิ่ น้ัน มีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ดงั นี้
การดำเนินงานของส่วนกลาง
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐานเปน็ หน่วยงานในส่วนกลางมภี ารกิจสำคญั ในการจัดและส่งเสรมิ การศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน โดยมีหนา้ ท่ใี นการจดั ทำนโยบายและจัดทำ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ซึ่งได้กำหนดจุดหมายของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551
เพื่อใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรูเ้ ก่ียวกับท้องถ่นิ โดยกำหนด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใหผ้ เู้ รยี นรักประเทศชาติ รกั ท้องถน่ิ มงุ่ ทำประโยชน์ สร้างสิ่งดีงามให้สังคม มีจิตสำนกึ ในการ
อนุรักษ์ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี กฬี า ภมู ปิ ัญญาไทย ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ซึง่ สำนกั งานเขตพนื้ ที่ การศึกษา สถานศึกษา หน่วยงานท่เี กย่ี วข้อง
จะต้องนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ไปใช้จดั การศึกษาข้นั พื้นฐานให้บรรลุตามจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรทู้ ่กี ำหนดไว้
การดำเนินงานระดับเขตพื้นท่ีการศกึ ษา
1. ดำเนนิ งานในรปู คณะกรรมการ องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบด้วยศึกษานิเทศก์ ครู ผบู้ ริหารการศกึ ษา ผนู้ ำชุมชน
ผทู้ รงคุณวฒุ ิทม่ี ีความรู้ ประสบการณ์ หลากหลายสาขา
2. ศึกษา/วิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน คณะกรรมการจัดทำกรอบสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน ได้ทำการศึกษา/วเิ คราะหห์ ลกั สตู รการศึกษาขัน้ พื้นฐาน
ซง่ึ ครอบคลมุ ทั้งมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชี้วดั
3. ศึกษา/วิเคราะห์ขอ้ มูลสารสนเทศของท้องถ่ิน ศึกษาวิเคราะห์/สังเคราะห์ขอ้ มลู สารสนเทศของท้องถนิ่ ครอบคลุมทั้งวสิ ัยทศั น์กลุ่มจังหวัด/จังหวัด
ความสำคญั ประวัตคิ วามเป็นมา สภาพภมู ิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีการดำรงชวี ิต ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น
สภาพปัญหาในชุมชนและสังคมนั้น ๆ
4. กำหนดกรอบสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน กำหนดกรอบสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ ให้เหมาะสมซึ่งมีความยืดหยนุ่ สถานศกึ ษาสามารถนำไปกำหนด
รายละเอยี ดของเนือ้ หาองค์ความรู้ท่ีเก่ียวกับทอ้ งถ่ินได้ง่ายและสอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษา
5. สอบถามและรับฟังความคดิ เห็นจากผู้ทรงคณุ ผู้เกยี่ วขอ้ ง เมื่อจัดทำกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ เสรจ็ แลว้ นำไปรับฟงั ความคิดเหน็ จาก
บุคคลที่เกยี่ วขอ้ งในท้องถ่ิน
6. เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กรอบสาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
7. นเิ ทศ กำกับ ตดิ ตามและประเมินผล สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาจะดำเนนิ การนิเทศ ติดตาม กำกบั และประเมินผล การจัดประสบการณ์
การเรียนรู้เกี่ยวกบั ทอ้ งถ่ินของสถานศึกษา
8. วิจัยพัฒนากรอบหลักสตู รระดับท้องถิ่น การวจิ ยั นำสาระการเรยี นรู้เก่ียวกบั ท้องถนิ่ สู่การเรยี นการสอนในระดับสถานศกึ ษา รวมท้งั ตดิ ตามประเมนิ ผล
คุณภาพของผู้เรียนว่าเปน็ ไปตามมาตรฐาน การเรียนร้หู รือไม่ และนำผลการประเมนิ มาใช้ในการวางแผน ปรับปรุงและวจิ ยั พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตอ่ ไป
กรอบสาระการเรียนรรู้ ะดับทอ้ งถ่ิน สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากระบ่ี จะได้มกี าร ทบทวนและปรบั ปรงุ พฒั นาทุกระยะ 3 – 5 ปี
หรือตามระยะเวลาทค่ี ณะกรรมการฯเหน็ สมควรเพื่อใหม้ ีความทันสมัยเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมและสภาวะของสังคม วัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอดเวลา
๓
การดำเนินงานของสถานศึกษา แนวทางการดำเนนิ งานของสถานศึกษา ดงั น้ี
1. แต่งตั้งคณะกรรมการ/ คณะทำงาน คณะกรรมการชุดนีค้ วรประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา / ผบู้ รหิ ารสว่ นราชการระดับทอ้ งถน่ิ ครูผู้สอน
ผูแ้ ทนชุมชน ผ้ทู รงคุณวุฒิทมี่ คี วามรู้และมีประสบการณ์ ปราชญช์ าวบ้าน
2. วเิ คราะห์ สงั เคราะหข์ ้อมูลจากเอกสารและแหลง่ ข้อมูลตา่ งๆ อาทิ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา ขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
และมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด ฯ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) รวมทั้ง ศกึ ษาสภาพ แนวโนม้ การเปล่ียนแปลง บรบิ ทสภาพ ปญั หา ความต้องการของทอ้ งถ่ิน ชมุ ชน
ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนของผเู้ รียนในพนื้ ท่ี เป็นตน้
3. ดำเนินการจัดทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ในการดำเนินการจัดทำกรอบหลักสูตร ระดบั ท้องถ่นิ ใหม้ คี ณุ ภาพ จะต้องมีการ
วางแผนงานที่ชัดเจนเพื่อให้เห็นภาพการทำงานตลอดแนว ดว้ ยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม
4. รบั ฟังความคดิ เหน็ จากผเู้ ก่ียวขอ้ ง อาทิ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ครูผสู้ อน ผู้ปกครอง ปราชญใ์ นชุมชน และหน่วยงานธรุ กิจ ฯลฯ เพ่อื นำขอ้ คดิ เหน็ จาก
ฝา่ ยต่าง ๆ มาปรบั ปรงุ หลกั สตู รใหม้ คี วามเหมาะสม ชดั เจนย่ิงขึน้
5. เสนอคณะกรรมการระดับท้องถ่ิน/คณะกรรมสถานศึกษาขนั้ พื้นฐาน เพ่อื ใหค้ วามเห็นชอบ
๔
องค์ประกอบสำคัญของหลักสูตรระดบั ท้องถนิ่
หลักสูตรระดับท้องถิ่น
1. เป้าหมาย/จุดเนน้ ของเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา/หนว่ ยงานระดับทอ้ งถ่นิ เป็นหน่วยงานสำคัญท่จี ะช่วยขบั เคล่อื นการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา
ภายในเขต/ทอ้ งถิ่น เพ่ือให้สามารถพัฒนาผู้เรยี นให้บรรลุ คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ตามหลกั สูตรแกนกลาง และผเู้ รียนได้มีโอกาสเรียนรใู้ นเรอ่ื งเก่ียวกบั ชุมชน
ทอ้ งถน่ิ ในการจัดการศึกษาให้บรรลผุ ลดังกล่าว เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาอาจกำหนดเป้าหมาย/จุดเน้น ท่ีต้องการใหเ้ ด่นชัดเป็นการเฉพาะ เพอ่ื ให้สถานศึกษาได้เลง็ เหน็
ทิศทางในการพัฒนาการศกึ ษาในทอ้ งถนิ่ เชน่ การพัฒนาด้านการคิดวเิ คราะห์ เป็นต้น เปา้ หมาย/จุดเนน้ นัน้ ควรกำหนดเปน็ คุณภาพที่ต้องการให้ เกิดข้นึ ในตวั ผูเ้ รียน
มิควรกำหนดในส่ิงที่กอ่ ให้เกิดข้อจำกัดต่อการจัดการเรยี นการสอนในระดบั สถานศกึ ษา
2. สาระการเรยี นรูร้ ะดบั ท้องถนิ่ เป็นส่วนทใี่ ห้ข้อมลู เกีย่ วกบั หัวข้อ/ประเด็นสำคัญท่ีผ้เู รียน ในท้องถิ่นควรเรยี นรู้หรอื ไดร้ บั การปลูกฝังในฐานะ
ทเ่ี ปน็ สมาชกิ ของชุมชนน้ัน เพ่อื ใหเ้ กิดความรกั ความภาคภมู ใิ จ และตอ้ งการมีสว่ นร่วมในการอนุรักษส์ ภาพแวดล้อม ภูมิปญั ญาท้องถ่ิน สภาพแวดล้อม ในทอ้ งถิ่น
การกำหนดสาระการเรียนรู้ระดบั ท้องถน่ิ ควรกำหนดในขอบเขตประเดน็ สำคญั พร้อมทั้ง มคี ำอธิบายประกอบในแตล่ ะประเดน็ พอสังเขป เพ่อื ครูผสู้ อนใช้เปน็ แนวทาง
ในการจดั ให้ผู้เรยี นได้เรยี นรู้ ในเร่อื งเกี่ยวกับทอ้ งถน่ิ เชน่ ประวัตคิ วามเป็นมาของท้องถิน่ สภาพภูมอิ ากาศ ภูมปิ ระเทศเศรษฐกิจ สังคม วิถชี วี ิต ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี
ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน สภาพปญั หา และเหตุการณ์สำคญั ในชุมชนและ สงั คมน้นั ๆ รวมท้ังขอ้ มูลแนวโนม้ การพฒั นาทอ้ งถิ่น เปน็ ตน้
การจัดทำสาระการเรียนรู้ระดับท้องถนิ่ อาจไดจ้ ากการวเิ คราะห์ รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เชน่ วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ชี้วัด
ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ทงั้ 8 กลุ่มสาระตามหลกั สตู รแกนกลาง ในส่วนท่เี ก่ยี วข้องกบั ชมุ ชนและท้องถนิ่ รวมทั้งขอ้ มูลจากการศึกษา สำรวจสภาพปัญหาการเปลย่ี นแปลง
ตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในสงั คม/ชุมชน เพื่อนำมาสังเคราะหจ์ ัดเปน็ หมวดหมู่ เพื่อสถานศกึ ษาใช้เปน็ แนวทางในการจดั การเรียนรู้ต่อไป
การจัดทำหลักสูตรโดยเฉพาะในส่วนท่เี ก่ยี วกับทอ้ งถน่ิ นนั้ สิ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ
- หลกั สูตรทใ่ี ช้ในการจัดการเรยี นการสอนในระดบั สถานศกึ ษาคือ “หลกั สตู รสถานศึกษา”
- สงิ่ ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้เกย่ี วกับทอ้ งถิน่ สามารถสอดแทรกเข้าไปในรายวิชาพน้ื ฐานท้ัง 8 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ได้ หรอื หากสถานศกึ ษาเห็นว่า
มีส่งิ สำคัญที่ต้องการจะเน้นและแยกสอนเปน็ การเฉพาะ เช่น การสอนจักสาน เพือ่ อนุรักษภ์ ูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ก็สามารถเปิดเปน็ รายวชิ าเพิ่มเติมได้ แตไ่ มว่ ่าจะเป็น
ลักษณะใดก็อยใู่ นหลกั สตู รสถานศกึ ษาทัง้ ส้ิน มิใช่แยกเปน็ หลักสูตรสถานศึกษาและหลกั สูตรท้องถน่ิ จากกนั เพราะการกระจายอำนาจให้โรงเรียนจัดทำหลักสูตร
สถานศึกษาก็เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความต้องการของท้องถนิ่ ซ่ึงมีลกั ษณะแตกตา่ งกันไป
3. กรอบสาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ ท่ีเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา หรอื หน่วยงานทร่ี บั ผิดชอบในระดบั ทอ้ งถน่ิ จดั ทำน้นั เปน็ กรอบแนวทางกว้างๆ ทรี่ ะบเุ ปา้ หมาย
/จดุ เน้นของทอ้ งถิน่ สาระการเรียนรู้หรือเรื่องตา่ ง ๆ เกี่ยวกับท้องถนิ่ และแนวทางการประเมนิ คณุ ภาพผูเ้ รยี นในทอ้ งถิ่น สถานศกึ ษาสามารถนำไปเป็นแนวทางจัดการเรียน
การสอนเพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนได้มคี วามรู้ความเข้าใจเรือ่ งเหลา่ น้นั ในฐานะทีเ่ ป็นสมาชกิ ในสังคมน้นั ๆ ในเอกสารกรอบสาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ นำเสนอเป็นเพยี งแนวทางและตวั อยา่ ง
ของรายวิชาเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั ทอ้ งถิน่ ได้ มิใชส่ ง่ิ ทกี่ ำหนดให้โรงเรียนจดั การเรียนการสอน
๔. การประเมินคุณภาพการศึกษาระดับท้องถิน่ การประเมินคณุ ภาพผูเ้ รียน และการรายงานผล การศกึ ษาระดับทอ้ งถน่ิ เปน็ กลไกสำคัญในการ
ควบคมุ คณุ ภาพการศกึ ษา เพ่ือเปน็ การตรวจสอบว่าคณุ ภาพ ผ้เู รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางตลอดจนเป้าหมายและจุดเน้นซึ่งกำหนดคุณภาพผู้เรยี นในพ้ืนทีน่ ้ันบรรลุผล
หรือไมเ่ พยี งใด และมอี ะไรจะตอ้ งปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป ดงั น้ัน ควรมกี ารระบุเกยี่ วกับการประเมินคณุ ภาพ ผู้เรียนไวใ้ นกรอบหลักสตู ระดับทอ้ งถน่ิ ใหโ้ รงเรียนต่าง ๆ
ไดร้ ับทราบขอ้ มูลวา่ เขตพ้ืนที่การศึกษาจะจดั การ ประเมนิ คณุ ภาพในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ใดบา้ ง ระดับขั้นใดบา้ ง และประเมินเมื่อไร ดว้ ยวธิ กี ารใดหรือ เครือ่ งมืออะไร
มีเกณฑก์ ารประเมินเปน็ อย่างไร และโรงเรียนที่มผี ลการประเมินไม่ถึงเกณฑ์ทก่ี ำหนดจะต้อง ดำเนินการอย่างไร เป็นต้น
5. การนำหลกั สูตรทอ้ งถนิ่ ไปพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา เปน็ ขน้ั ตอนที่สำคญั ย่ิงในการ พัฒนาหลกั สูตร เพราะเป็นการนำเป้าหมายและจุดเน้น
ของหลักสูตร ซงึ่ จะตอ้ งนำเน้อื หาวชิ าและประสบการณก์ ารออกแบบการเรียนรู้ทคี่ ัดสรรอย่างดแี ลว้ ไปสู่ผูเ้ รียน เพราะฉะน้นั สถานศึกษาต้องศกึ ษา จุดเนน้ ของท้องถนิ่
ประเพณี วฒั นธรรม ทรัพยากร สังคม สง่ิ แวดล้อม และอาชพี ทีม่ คี วามโดดเด่นใน ท้องถิ่น มาจัดทำหลกั สตู รสถานศกึ ษา อกี ทั้งในการนำหลักสูตรไปใชจ้ ึงมคี วามสำคญั
ทบี่ ุคคลผู้เก่ียวขอ้ งในการนำหลักสตู รไปใช้มีความจำเป็นทจ่ี ะต้องทำความเขา้ ใจกบั วิธกี ารขั้นตอนต่างๆ เพอ่ื ให้มคี วามสามารถในการนำหลกั สูตรไปใช้ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ
สูงสุดสมความมงุ่ หมายทุกประการ
๕
แผนผงั การพัฒนาหลกั สตู รระดับท้องถนิ่
ศึกษา สืบคน้ ขอ้ มลู ท่ีเก่ียวข้อง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
สภาพปัญหา/ความต้องการของท้องถ่นิ
หลักสตู รระดับท้องถ่ิน
เป้าหมาย /จดุ เนน้ สาระการเรยี นรู้ การประเมิน คุณภาพ
ท้องถ่ิน ผเู้ รียน
นำเสนอผู้ทรงคุณวฒุ ิ
ให้ผเู้ ช่ยี วชาญตรวจสอบความถกู ต้อง ปรบั ปรุง/พฒั นา
นำเสนอคณะกรรมการเขตพื้นท่กี ารศึกษาเพื่อขอความเห็นชอบ
สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลกั สตู ร
นเิ ทศ ติดตาม การใช้หลกั สตู ร
สรุปผลพฒั นาหลักสตู รระดับ
ทอ้ งถิน่
ส่วนที่ 2
เปา้ หมายและจดุ เน้น
โรงเรยี นบ้านพรุพี ได้กำหนดวิสัยทัศน์ จดุ หมาย เป้าหมายและ จุดเนน้ ในการจัดการศึกษาตามกรอบหลักสูตรระดบั ท้องถิน่ ดังน้ี
วสิ ัยทัศน์
การบรหิ ารการศกึ ษาอย่างมคี ณุ ภาพ พัฒนา ผเู้ รียนมคี ณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศกึ ษา มคี วามเปน็ เลิศทางวิชาการ เนน้ คุณธรรมพนื้ ฐาน ตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยชุมชนมีส่วนรว่ ม
จดุ หมาย
1. มีวินยั มีความรับผดิ ชอบ ชือ่ สัตย์ ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ย่างพอเพยี ง ทงั้ ต่อตนเอง ตอ่ สงั คม โดยเปน็ พลเมืองท่ีดีของชุมชนและประเทศชาติ
๒. มคี วามรู้ความเขา้ ใจและดำเนนิ ชวี ติ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดีงามของบรรพชน
3. มจี ิตสำนึกในการอนรุ กั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินของจังหวัดกระบ่อี นรุ ักษ์และพฒั นาสิ่งแวดลอ้ ม มีจิตสาธารณะที่มงุ่ ทำประโยชน์
สร้างสงิ่ ที่ดีงามในชุมชนท้องถิ่น และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
เป้าหมาย
1. นกั เรยี น มีวินัย มคี วามรับผิดชอบ ชือ่ สัตย์ ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ทัง้ ต่อตนเอง ต่อสังคม โดยเป็นพลเมืองทีด่ ีของชุมชนและประเทศชาติ
๒. นักเรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจและดำเนินชวี ิตตามขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดงี ามของบรรพชน
3. นักเรยี นมีจติ สำนกึ ในการอนุรักษ์ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาท้องถ่ินของจงั หวัดกระบี่ อนรุ ักษแ์ ละพฒั นาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะท่ีมุ่งทำประโยชน์
สร้างสง่ิ ที่ดงี ามในชุมชนท้องถิ่น และ อยูร่ ่วมกันอย่างมคี วามสุข
จดุ เน้นคณุ ภาพผเู้ รียน
๑. นกั เรยี นมีวินัย มคี วามรับผดิ ชอบ ช่ือสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง และมีจิตสาธารณะ
2. นักเรยี นมีความคิดสร้างสรรค์ ก้าวทันการเปล่ียนแปลงของโลก
3. นกั เรียนรกั และภูมใิ จท้องถ่ิน อนุรกั ษ์และพัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม สบื สานศลิ ปวฒั นธรรมและ ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่
คุณลักษณะของผเู้ รียน ตามสมรรถนะ 6 ดา้ น
1. การจัดการตนเอง
2. การคิดขั้นสูง
3. การสื่อสาร
4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม
5. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
6. การอยู่รว่ มกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน
ส่วนท่ี 3
สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
โรงเรียนบ้านพรุพี ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม จงั หวัดกระบี่
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากระบ่ี
เชดิ ชูถิ่นแดนดนิ ประเพณี (ประเพณสี ารทเดือนสบิ )
โครงสร้างหลักสูตรระดับทอ้ งถน่ิ
โดยการมีส่วนรว่ มของชมุ ชน โรงเรียนบา้ นพรุพี สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากระบ่ี
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์โครงสร้างหลักสูตรท้องถ่ินกับมาตรฐานการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ
สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น กลุ่มสาระฯ/สาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ การจดั การการเรยี นรู้
หลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 ระดบั ชั้น
เชดิ ชูถิ่นแดนดินประเพณี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
(ประเพณีและงานเทศกาล) ประถม มธั ยมต้น
- ประเพณีสารทเดือนสิบ ภาษาไทย
สาระท่ี 1 การอ่าน √√
มฐ. ท1.1 √√
สาระที่ 2 การเขยี น √√
มฐ. ท2.1 √√
สาระท่ี 3 การฟงั การดู การพดู
มฐ. ท3.1 √√
√√
สาระที่ 5 วรรณคดี วรรณกรรม √√
มฐ. ท5.1 √√
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี √√
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ √√
มฐ. ว๑.๑ - 1.3 √√
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ √√
มฐ. ว2.๑ - 2.3
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
มฐ. ว3.๑ - 3.2
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มฐ. ว4.๑ - 4.2
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม
มฐ. ส1.1 - 1.2
สาระที่ 2 หนา้ ที่พลเมอื ง วฒั นธรรม และ ดำเนินชีวิตในสังคม
มฐ. ส2.1 - 2.2
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มฐ. ส3.1 - 3.2
สาระท่ี 4 ประวัตศิ าสตร์
มฐ. ส4.1
๘
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์โครงสร้างหลักสูตรท้องถ่ินกับมาตรฐานการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ
สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กล่มุ สาระฯ/สาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ การจัดการการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 ระดบั ช้ัน
เชดิ ชูถ่ินแดนดินประเพณี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
(ตอ่ ) ประถม มธั ยมตน้
(ประเพณีและงานเทศกาล) การงานอาชพี
- ประเพณีสารทเดือนสิบ สาระท่ี 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว √√
มฐ. ง1.1 √√
สาระท่ี 4 การอาชพี
มฐ. ง4.1 √√
สุขศึกษาและพลศึกษา √√
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว √√
√√
การออก กำลังกาย กีฬา กฬี าสากล
มฐ. พ3.1 - 3.2 √√
ศลิ ปศึกษา √√
สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ √√
มฐ. ศ1.1 - 1.2
สาระท่ี 2 ดนตรี
มฐ. ศ2.1 - 2.2
สาระท่ี 3 นาฏศิลป์
มฐ. ศ3.1 - 3.2
ภาษาต่างประเทศ
สาระที่ 1 ภาษากบั การสือ่ สาร
มฐ. ต1.1 – 1.3
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มสาระอ่ืน ๆ
มฐ. ต3.1
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพันธก์ ับ ชมุ ชนและโลก
มฐ. ต4.1
สว่ นท่ี 4
การประเมินคุณภาพผูเ้ รียนตามกรอบหลกั สูตรระดับท้องถ่นิ
การประเมนิ คุณภาพผู้เรยี นตามกรอบหลกั สตู รระดบั ท้องถ่ินเปน็ การประเมินคุณภาพผเู้ รียนและการรายงานผลการศึกษาระดบั ทอ้ งถิน่
เพอื่ ตรวจสอบคุณภาพผเู้ รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป้าหมายและจุดเน้นของหลักสูตรระดับท้องถิ่นโดยการวัด
และประเมินผลด้วยวิธีการและเครอื่ งมอื ท่ีหลากหลาย มีคุณภาพเชอ่ื ถือได้ เพื่อใช้เปน็ ข้อมูลในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาระดับท้องถ่ิน
แนวทางการวัดและประเมินผล
1. การประเมนิ ผลกอ่ นเรียน เป็นหน้าทีข่ องครูผสู้ อนในแต่ละวิชาทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ที่ต้องประเมินโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบสารสนเทศ
ของผู้เรียนในเบื้องต้น สำหรับการนำไปใช้จัดกระบวนการเรียนรู้
2. การประเมินระหว่างเรียน เปน็ การประเมนิ เพ่อื มุ่งตรวจสอบพฒั นาการของผเู้ รียนว่าบรรลตุ ามจุดประสงค์การเรียนร/ู้ ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง
ในการสอนตามแผนการสอนท่คี รูวางแผนไวห้ รือไม่ ทงั้ นี้สารสนเทศที่ไดจ้ ากการประเมิน นำไปสู่การปรับปรงุ แก้ไขขอ้ บกพร่องของผเู้ รยี นและส่งเสรมิ ผ้เู รยี นทมี่ ีความรู้
ความสามารถให้เกดิ พฒั นาการสูงสุดตามศักยภาพ ได้แก่
2.1 การประเมินด้วยการสื่อสารสว่ นบุคคลไดแ้ ก่
2.1.1 การถามตอบระหว่างทำกิจกรรมการเรียนรู้
2.1.2 การสนทนาพบปะพูดคุยกับผู้เรียน
2.1.3 การสนทนาพบปะพูดคยุ กับผเู้ รียนกับผู้เกย่ี วขอ้ งกับผูเ้ รียน
2.1.4 การสอบปากเปล่าเพื่อประเมินความรู้
2.1.5 การอ่านบนั ทกึ เหตกุ ารณ์ต่างๆ ของผเู้ รยี น
2.1.6 การตรวจแบบฝึกหัดและการบ้านพร้อมใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั แก่ผู้เรียน
2.2 การประเมนิ จากการปฏบิ ตั ิ (Performance Assessment) เป็นวิธกี ารประเมินท่ผี ู้สอนมอบหมายงานหรือกิจกรรมให้ผ้เู รียนทำ
เพอื่ ให้ไดข้ ้อมูลสารสนเทศว่าผูเ้ รียนเกดิ การเรียนรมู้ ากน้อยเพียงใด การประเมนิ การปฏิบัติ ผู้สอนตอ้ งตระเตรยี มส่ิงสำคญั 2 ประการ คือ
2.2.1 ภาระงานหรือกจิ กรรมทจะใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ัติ (Tasks)
2.2.2 เกณฑ์การใหค้ ะแนน (Rubrics)
2.3 การประเมินสภาพจริง (Authentic Assessment) การประเมินสภาพจริงเป็นการประเมินจากการปฏิบัติอย่างหนึ่ง
เพียงแต่งานหรือกิจกรรมทผี่ เู้ รยี นไดป้ ฏิบตั ิจะเป็นงาน หรอื สถานการณ์ที่เปน็ จริง (Real life) หรอื ใกล้เคยี งกบั ชวี ิตจรงิ ดังน้ันงานหรือสถานการณจ์ งึ มสี ่ิงจำเปน็
ท่ีซบั ซอ้ น (Complexity) และเป็นองค์รวม (Holistic) มากกว่างานปฏิบัติทั่วไป วิธีการประเมินตามสภาพจรงิ ไม่มคี วามแตกต่างจากการประเมินปฏิบัติ
(Performance Assessment) เพยี งแต่อาจมีความยงุ่ ยาก ในการประเมินมากกว่า เนื่องจากเปน็ สถานการณ์จริงหรือต้องจัดสถานการณ์ให้ใกลจ้ รงิ และเกดิ ประโยชน์กับผู้เรยี น
ซ่งึ จะทำใหท้ ราบความสามารถทแี่ ทจ้ รงิ ว่ามจี ุดเด่นและขอ้ บกพร่องในเรือ่ งใด อันจะนำไปสกู่ ารแกไ้ ขที่ตรงประเด็นทีส่ ุด
2.4 การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio Assessment) การประเมินด้วยแฟม้ สะสมงานเป็นวิธกี ารประเมนิ ทีช่ ่วยสง่ เสริมให้
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยการให้ผู้เรียนได้เก็บรวบรวม (Collect) ผลงานจากการปฏิบัติจริงมีความเป็นไปได้มากขึ้นโดยการให้
ผู้เรยี นหรือในชวี ิตจริงท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การเรียนร้ตู ามสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ มาจัดแสดงอย่างเป็น ระบบ (Organized) ทั้งนี้ โดยมจี ุดประสงค์เพ่อื สะท้อนให้เห็น (Reflect)
ความพยายาม เจตคติ แรงจูงใจ พฒั นาการ และความสมั ฤทธ์ิผล (Achievement) ของการเรยี นรู้ตามสงิ่ ทม่ี ่งุ หวงั จะให้แฟ้มสะสมงานนั้น สะท้อนออกมา ซงึ่ ผู้สอนสามารถ
ประเมนิ จากแฟม้ สะสมงานแทนการประเมินจากการปฏิบัติจริงก็ได้
3. การประเมินหลังเรยี น เป็นการประเมินเพอ่ื สรปุ ผลการเรยี นเปน็ การประเมนิ เพ่อื มุ่งตรวจสอบ ความสำเร็จของผู้เรียนเมื่อผ่านการเรียนรู้
ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ ตามผลการเรียนที่คาดหวังหรือไม่ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรียนแล้ว
๑๐
ผเู้ รยี นเกิดพัฒนาการขนึ้ มากน้อยเพียงใด ทำใหส้ ามารถประเมินได้ว่าผูเ้ รยี นมศี กั ยภาพในการเรยี นรเู้ พียงใด และกิจกรรมการเรียนรมู้ ปี ระสทิ ธภิ าพในการพฒั นาผู้เรยี นเพียงใด
ข้อมลู จากการประเมินภายหลังการเรยี น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ได้แก่
1) ปรับปรงุ แกไ้ ขซ่อมเสรมิ ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวังหรือจุดประสงคข์ องการเรียน
2) ปรบั ปรุงแกไ้ ขวิธีการเรียนให้มีประสทิ ธิภาพยง่ิ ขึ้น
3) ปรบั ปรุงแกไ้ ขและพฒั นาการจัดกิจกรรมการเรยี น
การประเมินผลการเรียน สามารถใช้วิธีการและเครื่องมือการประเมินได้อย่างหลากหลาย ให้สอดคลอ้ งกับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
เนอื้ หาสาระ กิจกรรมและชว่ งเวลาในการประเมิน เพ่อื ให้ การประเมินผลการเรียนดงั กล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพนั ธแ์ ละสนับสนนุ การเรยี นการสอน
รปู แบบการประเมินคุณภาพ
การประเมินระดับสถานศึกษา
1. การประเมินในช้ันเรียน การประเมินคุณภาพนกั เรียนตามสาระการเรยี นรรู้ ะดบั ท้องถ่ิน และ ตามจุดเน้นคณุ ภาพนกั เรียนด้านสมรรถนะสำคัญ
และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รียนทุกวิชา ทกุ ชั้นเรียน โดยใชว้ ธิ กี าร/เคร่ืองมือวดั และประเมนิ ผลอย่างหลากหลายควบค่ไู ปกบั การเรียนการสอน
2. การประเมินในระดับสถานศึกษา การประเมินคุณภาพนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ระดับท้องถ่นิ และตามจุดเน้นคณุ ภาพ
นักเรยี นด้านสมรรถนะสำคญั และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ของผู้เรยี น สถานศึกษาพิจารณาถึงการประเมินในภาพรวมเพ่ือตัดสินผลการพัฒนาผเู้ รียนเม่ือจบภาคเรยี น
หรือปีการศึกษาโดยใช้เครื่องวัดและประเมินผลเป็นแบบทดสอบภาคความรู้หรือภาคปฏิบัติ ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
การประเมนิ ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา
“การประเมินคุณภาพระดบั เขตพื้นทีก่ ารศึกษา เป็นการประเมินคณุ ภาพผเู้ รียนในระดับเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 เพอ่ื ใช้เป็นข้อมลู พ้นื ฐานในการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ตามภาระความรบั ผิดชอบ
สามารถดำเนินการโดยประเมินคณุ ภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานทจ่ี ัดทำและดำเนินการ โดยเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาหรือด้วยความรว่ มมอื กับหน่วยงาน
ต้นสังกดั ในการจัดสอบ นอกจากนยี้ ังได้จากการ ตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมินระดบั สถานศกึ ษาในเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา” นอกจากนั้นภารกิจสำคัญ
ของเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา/ท้องถนิ่ ในการบริหารจดั การหลกั สูตรระดับทอ้ งถิ่น ยังต้องกำหนดใหม้ ีการประเมนิ คุณภาพผ้เู รยี นระดับท้องถิ่นและรายงานผลคุณภาพของผเู้ รียน
การประเมินคุณภาพผเู้ รยี นระดับทอ้ งถนิ่ เป็นการประเมินคณุ ภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรขู้ องหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานรวมถงึ
เปา้ หมาย/จุดเนน้ ของท้องถ่ินตามทกี่ ำหนดไวใ้ นหลกั สูตรระดับท้องถ่ินเพอ่ื ใชเ้ ป็นข้อมลู พ้ืนฐานในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา สามารถดำเนินการโดยการประเมินผลสัมฤทธ์ิ
ของผ้เู รยี นดว้ ยข้อสอบมาตรฐาน หรือเคร่อื งมอื ท่ีจัดทำและดำเนินการโดยเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา หรอื ด้วยความร่วมมอื กบั สถานศกึ ษาในการดำเนินการจัดสอบ ได้แก่
1. กำหนดแผนงานการวางแผนงาน และกำหนดส่ิงทต่ี ้องการประเมินรวมทั้งกลุ่มเปา้ หมาย ที่จะประเมินเครื่องมือที่ใช้และช่วงระยะเวลา
ในการประเมินอย่างชัดเจน โดยกำหนดไว้ชัดเจน ในกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นเพื่อแจ้งให้โรงเรียนภายในเขตพื้นที่ทราบข้อมูลดังกล่าวล่วงหน้า
เพอ่ื เตรียมพร้อมในการรับการประเมนิ
2. พัฒนาคลังข้อสอบ จัดทำคลังขอ้ สอบมาตรฐานเพอื่ ใช้ในการทดสอบซ่งึ ขอ้ สอบดังกลา่ ว ควรมีการวิจัยเพ่ือพฒั นา และปรับปรุงเปน็ ระยะ
เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อสอบท่ีมคี ุณภาพเท่ยี งตรงและเชอื่ ถือได้
3. ใช้ผลการประเมินในการพัฒนาผลการประเมินคุณภาพผเู้ รยี น เปน็ ข้อมูลพ้นื ฐานทส่ี ำคญั สำหรบั กำหนดนโยบายวางแผนงาน และกำหนดยุทธศาสตร์
ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในเขตพ้ืนทข่ี ้อมลู ดงั กล่าว เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการท่ีเขตพน้ื ที่จะวางแนวทางในการช่วยเหลอื ครู โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในโรงเรยี น
ที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ
๑๑
แนวทางในการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามหลักสูตรระดับทองถ่ิน
โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงเรียนบ้านพรุพี สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
หัวข้อเรอ่ื ง เน้ือหาสาระ วิธีการวดั และประเมินผล เครื่องมือการวดั และประเมินผล
เกิดความรัก ขนบธรรมเนียม 1. สอบถามและรายงาน แบบสอบถาม
และผูกพันกับ ประเพณีและ การเข้ารว่ มกิจกรรม 1. พจิ ารณาขอบข่ายของขอ้ มูลโดยการสังเคราะห์
ชุมชนท้องถิ่น วัฒนธรรมของชุมชน 2. จัดบอร์ด/นิทรรศการ จากกรอบแนวคิดของข้อมูล
- เข้าร่วมกิจกรรมเก่ียวกับ
วัฒนธรรมและ ประเพณขี องชุมชน ๒. เลือกรูปแบบของคำถามให้เหมาะสมกับ
แลว้ เขียนข้ันตอนดำเนินกจิ กรรมน้นั ๆ บคุ คลสำคัญท่ีจะถาม อาจจะเปน็ คำถามปลายเปดิ
- นำภาพเหตกุ ารณ์และขั้นตอน หรือปลายปิดก็ได้
การดำเนินงาน 3. สร้างคำถามตามรูปแบบที่เลอื กไวใ้ ห้ครอบคลมุ
ทกุ ด้าน
4. จัดทำต้นฉบับของ แบบสอบถามที่สมบูรณ์
5. ตรวจสอบและปรับปรุง
ข้อบกพร่องก่อนท่ีจะพิมพ์ฉบบั จรงิ ไปใช้
แบบสังเกตแบบรายงานการร่วม กิจกรรม
1. สอบถามการเข้าร่วมกิจกรรม
2. สงั เกตการณ์มีส่วนรว่ มในการทำกิจกรรม
3. การเขียนรายงานการเข้าร่วมกิจกรรม
แบบประเมนิ ผลการจดั บอร์ด/นิทรรศการ
- ความถูกต้องของเน้ือหาความรู้
- ขั้นตอนในการดำเนนิ กจิ กรรม
- องคป์ ระกอบในการจัดบอร์ด/ นิทรรศการ
หมายเหตุ: วิธกี ารวัดและประเมินผลมีหลากหลายวธิ ี สามารถออกแบบการประเมนิ เป็นการ ทดสอบการสงั เกต การสมั ภาษณก์ ารประเมินช้ินงาน/ภาระงาน
ตามความเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค์ และเป้าหมายของการวัดและประเมินผลในครง้ั น้ันๆ
สว่ นที่ 5
การนำหลกั สตู รระดบั ท้องถ่ินส่กู ารพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
สถานศกึ ษาเปน็ หน่วยงานระดบั ปฏบิ ัตกิ ารทีจ่ ะต้องนำสาระการเรียนร้ทู ้องถ่ิน ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิใหเ้ ปน็ รูปธรรม เพือ่ ใหผ้ เู้ รียน ไดเ้ รียนรเู้ กย่ี วกบั
ท้องถนิ่ ของตนเอง เกิดความรกั ความผกู พนั และมีความภาคภมู ใิ จในท้องถ่ิน สถานศกึ ษาจงึ ต้องนำสาระการเรยี นรู้ท้องถ่ินมาจัดทำรายละเอยี ดของเนอื้ หา
องค์ความรู้ท่ีเกยี่ วกับทอ้ งถิ่นให้เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษาและสภาพของชุมชนนน้ั ๆ
แนวทางการดำเนินงาน
1. ควรดำเนินงานในรูปคณะกรรมการระดับสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ครู ผูบ้ ริหาร ผู้นำทางศาสนา ผู้นำชุมชน ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ทมี่ คี วามรู้และประสบการณห์ ลากหลาย เพ่ือจะไดร้ ว่ มกนั พิจารณา จัดทำสาระการเรียนรู้ระดบั ท้องถนิ่ ใหเ้ หมาะสมกับบริบทของสถานศกึ ษา และสภาพของชมุ ชนตาม
สาระการเรียนรูท้ อ้ งถ่ินทีโ่ รงเรยี นกำหนดไว้
2. วิเคราะห์กรอบสาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ ทส่ี ำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษากำหนดไว้ เพอ่ื ได้ทราบถึง ขอบข่ายในการกำหนดรายละเอียดของเนือ้ หา
องค์ความรู้เก่ยี วกับท้องถนิ่ ของสถานศกึ ษา ซงึ่ สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีกำหนดไว้
3. วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อจะได้ทราบถึงจุดเน้น หรือประเด็นที่สถานศึกษา ให้ความสำคญั และการจดั ทำสาระการเรยี นรู้
ท้องถ่นิ ว่าควรอยใู่ นกลุ่มสาระการเรียนร้ใู ด ชน้ั ปใี ด เป็นรายวิชาพนื้ ฐาน หรอื รายวิชาท่ตี ้องการเรียนเพิ่มเตมิ และควรจะมีเน้ือหามากน้อยอย่างไร ตามท่ีหลักสูตร
สถานศึกษากำหนดไว้
4. ศึกษา วเิ คราะหข์ อ้ มูลสารสนเทศของสถานศึกษาและชุมชน เพอ่ื นำมาเป็นข้อมูลจดั ทำสาระการเรียนรู้ระดบั ทอ้ งถนิ่ ของสถานศึกษาให้สมบูรณข์ ้ึน
5. จดั ทำสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ินของสถานศกึ ษา เม่อื คณะกรรมการไดว้ ิเคราะห์ สังเคราะห์ สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่ ข้อมูลสารสนเทศของสถานศกึ ษา
ชุมชน และวเิ คราะหห์ ลกั สูตรสถานศึกษา ทราบแลว้ ว่าในกลุ่มสาระการเรยี นรใู้ ด ชั้นปีใดบ้างที่จะต้องจดั ทำสาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่ และจะจัดทำ เป็นรายวิชาพื้นฐานหรือ
รายวิชาเพิ่มเติม จากน้ัน จึงรว่ มกนั พจิ ารณากำหนดเนื้อหาองคค์ วามรู้เกี่ยวกับ ทอ้ งถ่นิ อย่างเหมาะสม ให้สอดคลอ้ งกบั บรบิ ท และจุดเนน้ ของสถานศึกษาและสภาพชุมชน
ซ่งึ อาจจัดทำ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ินเปน็ ช่วงชน้ั หรือเป็นชัน้ ปกี ็ได้ การนำสาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ ไปจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ให้ผู้เรยี นนัน้ สถานศึกษาหรือครูผู้สอน
สามารถนำไปวางแผนจดั ประสบการณ์ ให้ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรู้ เกีย่ วกับท้องถิน่ ของตนเอง ในกลุม่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ใหบ้ รรลมุ าตรฐานการเรยี นร้ทู ่กี ำหนดไว้ตามโครงสร้าง
ของหลักสูตร
๖. นำกรอบหลกั สูตรระดับทอ้ งถ่นิ สกู่ ารพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษาโดยใช้แนวทางดังน้ี
๖.๑ สอดแทรกในรายวิชาพื้นฐาน โดยปรับกิจกรรมการเรียนการสอนหรือจัด กิจกรรมเสริม หรอื บูรณาการในรายวชิ าต่าง ๆ
เพือ่ ให้ผ้เู รียนมปี ระสบการณก์ ารเรยี นรู้เกีย่ วกับทอ้ งถิ่นของตนเองตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่กี ำหนดไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรูแ้ ละระดับชัน้ นั้น ๆ ท้ังน้ีในการจดั กิจกรรม
การเรียนร้คู รูผูส้ อนอาจเชญิ วิทยากร ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ หรอื นำนักเรยี นออกไปเรยี นรูส้ ภาพจริง ในทอ้ งถ่ินก็จะทำให้การเรยี นรู้มีความหมายตอ่ ผู้เรยี นมากยงิ่ ข้ึน
๖.๒ จดั เป็นรายวิชาเพ่มิ เติม ซ่งึ ครผู ูส้ อนอาจจัดทำรายวชิ าท่ีเป็นสาระการเรียนรูพ้ น้ื ฐาน หรือรายวิชาที่เปน็ สาระการเรยี นรเู้ พม่ิ เติม
ของสถานศึกษาน้ัน ๆ ก็ได้ ในการจัดทำครผู ูส้ อนอาจปรับปรุงพัฒนารายวิชาท่ีมีอยู่เดมิ หรือจัดเป็นรายวชิ าใหม่เพอ่ื ให้ผู้เรียนมคี ณุ ภาพบรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้
ของกลุ่มสาระการเรียนรู้และระดับชั้นน้ัน ๆ
๖.๓ จดั ในกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น โดยสอดแทรกหรอื บูรณาการในกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น และกิจกรรมเพื่อสังคม
และสาธารณประโยชน์เพ่อื ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ เน้นให้ความสำคัญ ท้ังความรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพ่ือแสดงถึง
ความรบั ผดิ ชอบ และเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองครอบครัว โรงเรยี น สงั คม ชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน และประเทศชาติ ทงั้ น้ีอาจจัดกจิ กรรมในลักษณะ โครงการ โครงงาน
หรือกจิ กรรมทผ่ี ูเ้ รยี นคิดสรา้ งสรรคอ์ อกแบบ วางแผน และปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกนั ตามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรยี นรูแ้ ละประสบการณ์ซ่งึ สามารถจัดกิจกรรม
ทั้งภายในโรงเรยี น นอกโรงเรยี น และจดั กิจกรรมร่วมกบั องคก์ รหรือหน่วยงานในท้องถ่ิน
๗. วดั และประเมินผลตามระเบยี บว่าด้วยการวดั และประเมินผลของสถานศกึ ษาและให้สอดคลอ้ งกับแนวทางการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรระดับท้องถ่ิน
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรม
ภาพกิจกรรม
ภาพกิจกรรม
ภาพกิจกรรม