(๑๑)
คำให้การจำเลย
คดหี มายเลขดำที่ รส.14 /๒๕ 63
คดหี มายเลขแดงท่ี /๒๕
ศาล แพง่ ธนบรุ ี พุทธศักราช ๒๕ 64
วันท่ี เดือน กมุ ภาพันธ์
ความ แพ่ง
ระหวา่ ง นายพพิ ัฒน์ เนติประวัติ ร้องครอบครองปรปักษ์ทด่ี ินของนางจรัส จรี ะเศรษฐ(ผู้รอ้ ง) โจทก์
นางสาวบศุ รา จีระเศรษฐ ผจู้ ัดการมรดกของนางจรสั จรี ะเศรษฐ ผตู้ าย (ผคู้ ดั ค้าน) จำเลย
ขา้ พเจา้ นายพพิ ฒั น์ เนตปิ ระวตั ิ (ผรู้ อ้ ง) จำเลย
เลขประจำตวั ประชาชน 3 1 0 2 2 0 1 8 3 3 2 4 2 เชือ้ ชาติ ไทย
สัญชาติ ไทย อาชีพ รบั จา้ ง เกดิ วนั ที่ 25 เดอื น มกราคม พ.ศ.2520 อายุ 44 ปี
อยบู่ ้านเลขที่ 19 หมู่ท่ี - ถนน - ตรอก/ซอย มบ.เศรษฐกิจ3
ตำบล/แขวง บางแคเหนอื อำเภอ/เขต บางแค จงั หวดั กรงุ เทพมหานคร
รหัสไปรษณีย์ 10160 โทรศพั ท์ 024443206 โทรสาร -
ไปรษณยี ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ -
ได้ทราบคำฟ้องตลอดแล้ว ขอใหก้ ารตามทจ่ี ะกลา่ วต่อไปน้ี
ข้อ ๑. ผู้ร้องยอมรับว่านางจรัส จีระเศรษฐ (มารดาผู้คัดค้าน) เป็นผู้มีช่ือเป็นเจ้าของท่ีดิน
โฉนดท่ีดินเลขท่ี 9328 เลขท่ีดิน 773 ตำบลบางแค(หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี ตามคำคัดค้าน
ของผูค้ ดั คา้ นจรงิ
ข้อ 2. ผู้ร้องขอกราบเรียนต่อศาลที่เคารพว่า ผู้ร้องขอให้การปฏิเสธคำคัดค้านของผู้คัดค้าน
สว่ นอน่ื ทง้ั สนิ้ ว่า
หมายเหตุ ข้าพเจา้ รอฟงั คำสั่งอยู่ ถา้ ไมร่ อใหถ้ อื ว่าทราบแลว้
............................................................................ จำเลย
(กรณจี ำเลยหลายคนให้ระบชุ ื่อและรายละเอียดของจำเลยแต่ละคนแนบทา้ ยคำให้การจำเลย)
๒
ข้อ 2.1 ตามคำคัดค้านหน้าท่ี 2 ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า นางจรัส จีระเศรษฐ เป็นผู้ซ้ือท่ีดิน
และได้อนุญาตให้อยู่อาศัยเพราะเห็นว่าน้องชายไม่มีที่อยู่อาศัยนั้น ไม่เป็นความจริง เน่ืองจากนาวา
อากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย ในขณะน้ันมียศเรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผู้ร้อง) ได้บอกกล่าว
ต่อบุตรสาวท้ังสองและบุตรเขย คือ นาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง) ยศทาง
กองทัพเรือในขณะน้ันคือ เรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย นางอนัญญา เนติประวัติ หรือนาง
กาญจนาพร เนติประวตั ิ (มารดาผู้ร้อง) และนายอัศวนิ เนติประวัติ (บิดาผ้รู ้อง) ในขณะท่ีมชี ีวิตว่า ในปี
พ.ศ. 2505 นางจรสั จีระเศรษฐ ไดร้ บั ท่ดี นิ พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นโรงงานกระดาษ ตงั้ อยู่ท่ีตำบลบางควู ัด
จังหวัดปทุมธานี จากนายลับ สุวรรณาศรัย ผู้เป็นบิดา แต่เรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย ได้รับ
ราชการอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเป็นบุตรคนหนึ่งของนายลับ สุวรรณาศรัย เช่นกันแต่ไม่ได้รับทรัพย์สินใด นาง
จรสั จรี ะเศรษฐ จงึ ไดน้ ำเงนิ จำนวน 3,000 บาท (เสมอื นว่าแบ่งทรัพย์สินของนายลบั สวุ รรณาศรัย) โดย
มจี ุดประสงค์นำเงนิ ดังกล่าวมาเพ่ือซอื้ ที่ดินให้แก่เรอื โทอากาศเอกจรูญ สวุ รรณาศรัย จะได้มีที่ดินป็นของ
ตนเอง แต่ในขณะนั้นไมท่ ราบว่าคิดอย่างไร จึงไมใ่ สช่ ่ือตนเองเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่กลับเป็น
ชื่อพสี่ าวเปน็ เจ้าของโฉนดท่ดี ินพพิ าท
( ๔๐ ) ๓
ภายหลังจึงได้พูดคุยกับนางจรัส จีระเศรษฐ ในฐานะที่เป็นพ่ีสาวและน้องชายประกอบ
กับเหตผุ ลดงั กล่าวขา้ งตน้ จงึ อยากจะเปลีย่ นชอ่ื เจา้ ของทด่ี นิ พพิ าทดงั กลา่ วเพอื่ เปน็ มรดกใหแ้ ก่บตุ รสาวท้ัง
สองคน รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารสำคัญการเปลี่ยนช่ือตัว และบัตรประชาชน
เอกสารทา้ ยคำรอ้ งหมายเลข 6,13,12 ตามลำดับ ตามท่ผี ู้รอ้ งอ้างถงึ ตามคำรอ้ ง
จะเห็นได้นางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผู้คัดค้าน) มิได้มีเจตนาทีจ่ ะซื้อที่ดินพิพาทดังกล่าว
เพอ่ื ครอบครองเปน็ เจา้ ของกรรมสิทธ์ิ แต่เพอ่ื ให้เรือโทอากาศเอกจรญู ซ่ึงรับราชการในขณะน้นั จากเหตุท่ี
ไม่ได้รับการยกทรัพย์สินให้จากนายลับ สุวรรณาศรยั ผู้เป็นบิดา จึงถือได้ว่า นางจรัส จีระเศรษฐ เป็นผู้มี
ช่ือในโฉนดที่ดินพิพาทดังกล่าวเท่าน้ัน และมีเจตนาสละการครอบครองท่ีดินดังกล่าว ให้แก่น้องชายของ
ตนเป็นผ้คู รอบครอง โดยมิไดม้ ีลักษณะยึดถอื หวงกนั และสอดเขา้ เกี่ยวขอ้ งกบั ทด่ี นิ พิพาท เพยี งแตย่ งั มิได้
จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่าน้ัน เรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย จึง
เปน็ ผ้คู รอบครอง มสี ทิ ธิครอบครองในทีด่ นิ พพิ าทและมสี ิทธิแต่เพยี งผู้เดยี วในที่ดินดงั กล่าว
ขอ้ 2.2 ตามทผี่ คู้ ดั คา้ นกล่าวอ้าง ตามคำคดั คา้ น หนา้ ท่ี 2 ยอ่ หนา้ สดุ ท้ายวา่ นางจรสั
จีระเศรษฐ เป็นผู้ช่วยออกค่าใช้จ่ายค่าปลูกสร้างบ้านนั้น ไม่เป็นความจริง เน่ืองจากในปี พ.ศ. 2509
๔
นายไกร(เจ้าของที่ดนิ เดิม) ปรากฏตามหลังโฉนดท่ีดินพิพาท เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5 ตามท่ีผู้ร้อง
อ้างถึงตามคำร้อง ได้บอกกล่าวต่อเรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย เร่งรัดให้ปลกู สรา้ งบ้านท่ีอยู่อาศัย
จึงได้ปลูกสร้างเรือนไม้ยกพ้ืนใต้ถุนสูงเป็นท่ีอยู่อาศัย โดยบุตรสาวคนโต เรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา
สุวรรณาศรัย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เรือนไม้ดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของเรือโทอากาศตรีหญิง
วัฒนา สุวรรณาศรัย ไม่ใชก่ รรมสิทธ์ขิ องนางจรัส จรี ะเศรษฐ(มารดาผคู้ ดั คา้ น )ตามที่ผคู้ ัดคา้ นกลา่ วอา้ งแต่
อย่างใด
ในวันท่ี 19 กันยายน 2509 เรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผู้ร้อง) นางวรรณี
สุวรรณาศรยั (ยายผูร้ ้อง)คสู่ มรส เรือโทอากาศตรีหญงิ วัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผรู้ ้อง) และนางอนัญญา เนติ
ประวัติ(มารดาผู้ร้อง) ได้ขอเลขท่ีประจำบ้านและย้ายเข้าอยู่อาศัยในบ้านเลขท่ี 187 หมู่ 6 ซอยหมู่บ้าน
เศรษฐกิจ แขวงหลักสอง เขตบางแค กรงุ เทพมหานคร หรือภายหลังไดเ้ ปล่ืยนเลขทีบ่ า้ นเปน็ บา้ นเลขท่ี 19
ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ3 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน ปรากฏตามสำเนา
เอกสารเปลีย่ นแปลงเลขทบี่ ้าน เอกสารทา้ ยคำร้องหมายเลข 7 ตามท่ีผ้รู ้องอา้ งถึงตามคำร้อง
จะเห็นได้วา่ เรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัยและครอบครัว ได้ปลูกเรือนไม้ยกพื้นใต้
( ๔๐ ) ๕
ถนุ สูงเอง เพ่ือใช้เปน็ ท่ีอยู่อาศัย และต้องการให้ภริยาและบุตรสาวทั้งสองของตนเข้ามาอยู่ในบ้านท่ีต้งั อยู่
ในที่ดินพิพาท โดยไม่จำต้องขออนุญาตนางจรัส จีระเศรษฐ เพราะเรอื โทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย มี
สิทธิครอบครองเหนือท่ีดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว หากนางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผู้คัดค้าน) มีเจตนาเป็น
เจ้าของกรรมสทิ ธ์ิ ตามทผี่ ู้คัดคา้ นกล่าวอา้ ง หรอื เหน็ วา่ เรอื โทอากาศเอกจรญู สวุ รรณาศรัย(ตาผรู้ อ้ ง) เป็น
ปรปักษ์ต่อทดี่ นิ พิพาทของตน หรือมลี ักษณะหวงกนั ในฐานะที่เปน็ เจา้ ของกรรมสทิ ธิ์ ยอ่ มต้องใชช้ ื่อตนเอง
หรอื ผคู้ ัดค้าน หรอื นางสาววารณุ ี จรี ะเศรษฐ เปน็ ชือ่ เจ้าบา้ น
กบั ทง้ั ตามท่ีผู้คัดคา้ นกล่าวอ้าง ในคำคดั คา้ น หน้าที่ 3 ย่อหน้าสุดท้ายว่า ผูค้ ดั ค้านมีอายุ
19 ปีและน้องสาวมีอายุ 14 ปีแล้ว หากมีการตกลงจะเปล่ียนชื่อที่ดินพิพาทดังกล่าว ผู้คัดค้านและ
นอ้ งสาวต้องทราบเรอื่ งดงั กลา่ ว ไม่เป็นความจรงิ
เพราะเหตุที่ว่านางจรัส จีระเศรษฐ มีเจตนาที่สละท่ีดนิ พิพาทดังกลา่ ว ไม่มีลักษณะที่จะ
ยึดถือ หวงกัน หรือขัดขวาง ต้องการสละที่ดินพิพาทให้เรือโทอากาศเอกจรูญ สุวรรณาศรัย จงึ ไม่จำต้อง
แจ้งให้ทราบ และท่ีไม่ได้ส่งมอบโฉนดให้เน่ืองจากการตกลงกันว่าจะจดทะเบียนเปล่ียนชื่อเจ้าของ
กรรมสิทธ์ิ เกิดข้ึนภายหลังจากท่ีได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิซ้ือขายท่ีดินพิพาทแล้ว และต่อมาผู้คัดค้าน
๖
ได้เคยตกลงจะส่งมอบโฉนดที่ดินให้เรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง) ผู้ร้องขอกล่าว
เน้อื หานใี้ นส่วนถดั ไป
เม่ือประมาณปี พ.ศ. 2543 เรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง) ได้รับ
ราชการและประจำการอยู่ท่ีจังหวัดเชียงใหม่ อาศัยอยู่กับนายจินันท์ ตัณฑศรี(คู่สมรส) ได้บอกกล่าวต่อ
นางสาวทองสุข จนั จิ(แม่บ้าน) มีหน้าที่คอยดูแลบ้านและรับใช้บุคคลท้ังสอง วา่ ตนได้ยินเรือโทอากาศเอก
จรูญ สวุ รรณาศรยั (ตาผู้รอ้ ง) ผเู้ ปน็ บิดาได้พดู คยุ กับนางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผคู้ ดั ค้าน) ว่าจะนางจรสั จี
ระเศรษฐ จะยกท่ีดินพพิ าทดงั กล่าวให้เรือโทอากาศเอกจรญู สวุ รรณาศรยั (ตาผูร้ ้อง) เพื่อให้เปน็ มรดกแก่
บุตรสาวท้ังสอง คือ เรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง) และนางอนัญญา เนติประวัติ
(มารดาผู้ร้อง)ดูแลท่ีดินพิพาทต่อไป รายละเอียดปรากฏตามสำเนาบัตรประชาชน เอกสารท้ายคำให้การ
หมายเลข 1
เจือสมกับเหตุท่ีว่า ในวันท่ี 28 พฤษภาคม 2543 นางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผู้คัดค้าน)
ได้เสียชีวิตลง ผู้คัดค้านก็ทราบถึงการมีอยู่ของท่ีดินพิพาทดังกล่าวตลอดมา แต่ก็มิได้จัดการมรดกของ
มารดาผู้คัดค้าน แต่ยังคงสละการครอบครอง ไม่ได้แสดงพฤติการณ์แห่งการยึดถือ หรือหวงกัน หรือ
( ๔๐ ) ๗
ขัดขวางการครอบครองของผู้ร้องดังกล่าว โดยเปลี่ยนช่ือโฉนดท่ีดินดังกล่าวเป็นของผู้คัดค้านแต่อย่างใด
เมือ่ วันท่ี 19 มีนาคม 2548 ถึงประมาณวนั ที่ 22 มนี าคม 2548 ในงานประกอบพิธีกรรม
ทางศาสนาของนาวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผรู้ ้อง)
ผคู้ ัดค้านยอมรบั ในคำคดั ค้าน หนา้ ที่ 5 บรรทัดท่ี 8 วา่ ได้มางานฌาปนกจิ ศพจริง
โดยเรอื โทอากาศตรหี ญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ปา้ ผู้ร้อง) นางอนัญญา เนติประวัต(ิ มารดา
ผู้ร้อง) และนายอัศวิน เนติประวัติ(บิดาผู้ร้อง) ได้อยู่ในงานขณะนั้น โดยเรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา
สวุ รรณาศรยั เป็นผมู้ ีอาวโุ สสูงในครอบครัว ได้เร่ิมพูดคุยก่อนว่า ตามท่ีนาวาอากาศโทจรญู สุวรรณาศรัย
และนางจรัส จีระเศรษฐ ท้ังสองไดต้ กลงกนั ไว้แต่กอ่ นเสียชีวิต แต่เมอื่ ท่านทัง้ สองไดเ้ สยี ชีวิตแล้ว จึงขอให้
เปล่ยี นชื่อโฉนดท่ีดนิ พิพาทเป็นของนางอนัญญา เนตปิ ระวัติ ผคู้ ัดค้านรบั ฟงั แลว้ ยนิ ยอมที่จะเปลยี่ นช่ือให้
ตามความประสงค์ของท้งั สองฝ่าย จึงถอื ไดว้ า่ การบอกกล่าวดงั กล่าวเพอ่ื ยึดถอื ทดี่ นิ พิพาทเพือ่ ตน เปน็ การ
ตัดกรรมสิทธ์ิและเม่ือได้ครอบครองท่ีดินเป็นปรปักษ์แก่เจ้าของโฉนดที่ดิน กับท้ังไม่มีกฎหมายข้อใด
กำหนด ว่าการบอกกล่าวเปล่ียนการยึดถือต้องทำตามแบบหรือทำเป็นหนังสือตามท่ีผู้คัดค้านกล่าวอ้าง
การกระทำโดยบอกกลา่ วทางวาจาย่อมมีผลโดยถกู ต้องตามกฎหมาย
๘
และเรือโทอากาศตรีหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย และนางอนัญญา เนติประวัติ ก็ยังคง
ครอบครองท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวต่อไป ในฐานะผู้สืบสิทธิ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
และทายาทโดยธรรมของนาวาอากาศโทจรูญ สวุ รรณาศรัย โดยสงบ เปิดเผยและเจตนาเปน็ เจ้าของ โดย
เพ่ือนบ้านละแวกใกล้เคียงก็รับทราบถึงความเป็นเจ้าของของเรือโทอากาศตรีวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้
รอ้ ง) และนางอนัญญา เนติประวตั (ิ มารดาผ้รู อ้ ง) ติดตอ่ กนั เกนิ 10 ปี ตามท่ีผ้รู ้องกลา่ วอ้างตามคำร้อง
ต่อมาเมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 นาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา
สุวรรณาศรัย ได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งรังไข่ ได้เข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ผู้คัดค้านและ
นางวารณุ ี จรี ะเศรษฐได้ทราบถึงอาการปว่ ย จึงไดเ้ ข้าเยีย่ มนาวาอากาศหญงิ วฒั นา สุวรรณาศรัย(ปา้ ผู้รอ้ ง)
โดยได้เสนอว่าจะทำตามข้อตกลงท่ีนาวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย และนางจรัส จีรเศรษฐ ว่าจะโอน
กรรมสิทธ์ใิ นท่ดี ินพิพาทให้ นางอนัญญา เนติประวัติ ตามท่ีตกลงกันท่ีงานฌาปนกจิ ศพของนาวาอากาศโท
จรูญ สวุ รรณาศรยั โดยผู้คดั ค้านเสนอว่าจะนำโฉนดทีด่ ินพิพาทดงั กลา่ วมาใหย้ ึดถือไวด้ ว้ ย
แต่ภายหลังไม่นานในวันท่ี 22 กรกฎาคม 2548 นาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณา
ศรยั (ปา้ ผู้รอ้ ง) ได้เสียชีวิตลง ดว้ ยโรคมะเร็งรังไข่ ท่ีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ขณะน้ันนาวาอากาศเอก
( ๔๐ ) ๙
หญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย มภี มู ิลำเนาอยูบ่ ้านเลขท่ี 187 หมู่ที่ 6 ซอยถนนหม่บู า้ นเศรษฐกจิ แขวงหลกั สอง
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตงั้ อย่บู นทีด่ ินพพิ าทดงั กลา่ ว ซ่งึ นาวาอากาศเอกหญงิ วัฒนา สวุ รรณาศรัยได้
จดทะเบียนสมรสกับนายจินันท์ ตัณฑศรี โดยนายจินันท์ ตัณฑศรี เสียชีวิตไปก่อนแล้ว และมิได้มีบุตร
ด้วยกัน มีนางอนัญญา เนติประวัติ(มารดาผู้ร้อง) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเท่าน้ัน โดยนางอนัญญา
เนติประวัติ(มารดาผู้ร้อง) มีฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ของนาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัยด้วย
รายละเอียดปรากฏตามมรณบัตร และคำสั่งศาลต้ังผู้จัดการมรดก คดีหมายเลขดำที่ 2888/2548 คดี
หมายเลขแดงท่ี 3750/2548 เอกสารทา้ ยคำใหก้ ารผรู้ ้อง หมายเลข 2 และ 3
งานฌาปนกิจศพของนาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย จัดข้ึนที่วัดพระศรี
มหาธาตุ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ผู้ร้องยุ่งกับงานฌาปนกิจศพ ไม่ได้แจ้งต่อผู้
คัดค้านทราบ ผู้คัดค้านและนางวารุณี จีระเศรษฐก็มิได้มางานฌาปนกิจศพดังกล่าว จึงมิได้ส่งมอบโฉนด
ท่ีดินพิพาทให้แก่นางอนัญญา เนติประวัติ(มารดาผู้ร้อง) ตามท่ีได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับนาวาอากาศเอก
หญงิ วฒั นา สุวรรณาศรัย ก่อนเสยี ชวี ิต
ข้อ. 2.3 ตามคำคัดค้านของผูค้ ัดค้าน หน้าที่ 6 ย่อหน้าที่ 2 กล่าวอ้างว่า "การท่ีผ้รู ้องมา
๑๐
ร้องเป็นคดีในครัง้ น้ีสืบเนือ่ งจากว่า ผู้รอ้ งได้ทราบว่าผคู้ ัดค้าน ได้ย่ืนคำร้องขอจัดการมรดกของนางจรัส จี
ระเศรษฐ เจ้ามรดก(มารดาผู้คัดค้าน) ซ่ึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิท่ีดินแปลงดังกล่าว ต่อศาลแพ่ง เป็นคดี
หมายเลขดำท่ี พ.4626/2563 หมายเลขคดีแดงที่ พ.5972/2563..." ตามท่ีผู้คัดค้านกล่าวอ้าง ไม่เป็น
ความจริง ผู้คดั ค้านได้รหู้ รือควรรู้ถงึ เหตแุ หง่ การขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ของผู้ร้องก่อน
จงึ เปน็ เหตุใหผ้ ูค้ ดั คา้ นยนื่ คำรอ้ งขอจัดการมรดกตอ่ ศาลแพ่ง กลา่ วคอื
ในขณะนั้น ตามคำร้องของผู้ร้อง หน้าที่ 6 ข้อ 4 และหน้าท่ี 7 ย่อหน้าที่ 1 และ 2
ปรากฏวา่ ต่อมาเมื่อวันท่ี 13 มกราคม 2563 นางอนัญญา เนตปิ ระวตั ิ(มารดาผู้รอ้ ง) ได้เสียชีวิตลง ผู้รอ้ ง
ยังครอบครองต่อมา และได้รับสิทธิครอบครองท่ีดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในฐานะ ผู้สืบสิทธิ ทายาท
โดยธรรมและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
เม่ือวันที่ 21 กรกฎาคม 2563, 19 สิงหาคม 2563, และวันท่ี 22 สิงหาคม 2563 ผู้ร้อง
ได้ตดิ ตอ่ ทวงถามผู้คดั คา้ น และนางสาววารุณี จีระเศรษฐ(ป้าผ้รู อ้ ง) เพ่ือจดทะเบยี นโอนกรรมสิทธใ์ิ นที่ดิน
พิพาทดังกล่าวหลายครั้งหลายคราว แต่ก็ถูกบ่ายเบ่ียง ว่าตนมีอายุมากแล้ว "รอวันตาย" จะทำอะไรก็ทำ
เถอะ "แลว้ แต่หนู" ยังคงแสดงเจตนาท่ีจะสละกรรมสิทธ์ิในท่ีดินพิพาท ผู้ร้องจึงบอกกล่าววา่ จะร้องขอต่อ
( ๔๐ ) ๑๑
ศาลเพ่ือขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านจะได้ไม่ต้องลำบากไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ
โฉนดที่ดินตามที่ผู้คัดค้านกล่าว ผู้คัดค้านและนางสาววารุณี จีระเศรษฐ ก็รับทราบ รายละเอียดปรากฏ
ตามข้อมูลติดต่อส่อื สารทางโทรศัพท์ของลูกค้า(TOT) รายงานการใช้โทรศัพท์และข้อพิจารณา ระหว่างผู้
รอ้ งและผู้คดั ค้าน เอกสารทา้ ยคำใหก้ าร หมายเลข 4
ผูร้ ้องไดต้ ิดตอ่ ผ้คู ดั คา้ นเองจำนวน 3 ครงั้ ทางโทรศัพทด์ งั กล่าว เนื่องจากผรู้ ้องตอ้ งการให้
ผคู้ ัดค้านเปลี่ยนช่ือกรรมสิทธ์ิในทด่ี ิน เพราะผู้ร้องต้องการนำโฉนดที่ดนิ พิพาทพร้อมส่ิงปลูกสร้างดังกล่าว
ไปเป็นหลักประกัน(จำนอง)การกยู้ ืมเงินกับธนาคาร เพื่อนำเงนิ ดังกลา่ วปรับปรุงบ้านที่อยู่อาศัย เนือ่ งจาก
บ้านที่อยู่อาศัยท่ีปลูกสร้างบนท่ีดินพิพาททรุดโทรมอย่างมาก จึงต้องรีบปรับปรุงทั้งหมด โดยตั้งแต่นาวา
อากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย ปลูกสร้างเรือนไม้ยกพื้นใต้ถุนสูงดังกล่าวครอบครัวของผู้ร้องได้ปรับปรุง
ซ่อมแซมบ้านในฐานะผู้มีสิทธิครอบครอง เป็นจำนวน 8 คร้ัง รวมเป็นจำนวนเงิน โดยประมาณ
1,035,000 บาท(หนึ่งล้านสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) รายละเอียดปรากฏตามเอกสารช่วงเวลาการสร้าง
และต่อเติมบ้าน เอกสารท้ายคำใหก้ าร หมายเลข 5
แต่ในระหว่างท่ีผู้ร้องรวมรวบหลักฐานเพ่ือย่ืนต่อศาลท่ีเคารพ ขอแสดงกรรมสิทธ์ิโดย
๑๒
ครอบครองปรปักษ์ในคดีนี้ เป็นเวลาท่ีผู้คัดค้านได้ทราบถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่ได้พูดคุยกันทาง
โทรศัพท์ ตามท่ผี ูร้ ้องกล่าวอา้ งข้างตน้
ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ผู้คัดค้าน นางสาววารุณี จีระเศรษฐ และหลานสาวได้
โทรศพั ท์เข้าเบอร์มอื ถอื นายอัศวิน เนตปิ ระวตั ิ(บดิ าผู้รอ้ ง) จำนวน 5 สายเรียกเข้า ต้ังแต่เวลา 12 นาฬิกา
03 นาทถี งึ 12 นาฬิกา 31 นาที ไดพ้ บนายอัศวิน เนตปิ ระวตั (ิ บดิ าผรู้ ้อง) บริเวณหน้าบา้ น และขออนญุ าต
เข้ามาในบ้านเพื่อถ่ายรูป ผู้ร้องจึงแจ้งให้ทนายความผู้ร้องทราบในภายหลัง รายละเอียดปรากฏตาม
ภาพถ่ายบันทึกรายการโทรเข้า-ออกโทรศัพท์ของนายอัศวิน เนติประวัติ และบทสนทนาระหว่าง ผู้ร้อง
กับทนายความผู้ร้อง ทางแอพพลิเคช่ันไลน์ หน้าท่ี 5 ในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เอกสารท้ายคำให้การ
หมายเลข 6 และ 7
ท้งั ทีก่ ่อนหน้าน้ีตลอดระยะเวลา 50กวา่ ปี ผู้คัดค้านหรือบคุ คลในครอบครัวของผู้คัดค้าน
ไม่มีลักษณะหวงกัน ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิในท่ีดินพิพาทแต่อย่างใด โดยตลอดระยะเวลา50กว่าปี
ดังกล่าว นางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผู้คัดค้าน) ผู้คัดค้าน และนางสาววารุณี จีระเศรษฐ(ป้าผู้ร้อง) มี
เจตนาท่ีจะสละกรรมสิทธ์ิ มอบการครอบครอง งดเว้นไม่ใช้สิทธิท่ีจะหวงกัน ในฐานะที่เป็นเจ้าของ
( ๔๐ ) ๑๓
กรรมสทิ ธิ์ และใหค้ ำม่ันสญั ญาหลายครัง้ หลายคราวว่าจะมอบโฉนดทีด่ นิ และยกท่ีดนิ พิพาทเป็นกรรมสทิ ธ์ิ
ของผ้รู อ้ ง(ผสู้ บื สิทธิ)
ต่อมาเมื่อวันท่ี 11 กันยายน 2563 ผู้คัดค้านได้ย่ืนขอต้ังผู้จัดการมรดกของนางจรัส จี
ระเศรษฐ(มารดาผู้คัดค้าน) หลงั จากที่นางจรัส จีระเศรษฐ เสียชีวิตลงเปน็ ระยะเวลาล่วงเลยมากวา่ 20 ปี
ผู้คัดค้านขอจัดการมรดกในทรัพย์สินเพียงโฉนดที่ดินพิพาทเท่านั้น ปรากฏตามคำร้องจัดการมรดก และ
คำสั่งต้ังผู้จดั การมรดก เอกสารท้ายคำคัดค้าน หมายเลข 1 และ 2 ตามทผ่ี ้คู ดั ค้านกล่าวอ้าง
ผู้ร้องได้ครอบครองท่ีดินพิพาทโดยสืบสิทธิ ในฐานะทายาทโดยธรรม และบุตรโดยชอบ
ด้วยกฎหมาย ต่อจากนาวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผู้ร้อง) นาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณา
ศรัย(ป้าผู้ร้อง) และนางอนัญญา เนติประวัติ(มารดาผู้ร้อง) โดยสงบ มิได้ถูกฟ้องขับไลห่ รือมีขอ้ พิพาททาง
พิจารณาคดีต่อศาลก่อนยื่นคำร้องคดีนี้ เนื่องจากผู้คัดค้านได้รู้ถึงการที่ผู้ร้องมีเจตนายื่นคำร้องขอแสดง
กรรมสทิ ธ์ิกอ่ นท่ีผูค้ ัดคา้ นจะมเี จตนาย่ืนคำรอ้ งขอผู้จัดการมรดกและยน่ื คำคัดค้านในคดนี ี้ โดยเปดิ เผยต่อ
บุคคลท่ัวไปว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องครอบครองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทดังกล่าว โดยมี
เพ่ือนบ้านละแวกน้ัน คือ นางอุษณา แดงพันธ์ และนางสาวเฌอมาศ แก้วสีทองกุล เป็นพยานผู้ร้อง และ
๑๔
โดยมีเจตนาเป็นเจ้าของและได้บอกกล่าวต่อผู้คัคค้านยึดถือเพื่อตน ตามเหตุผลท่ีผู้ร้องกล่าวไว้ในคำร้อง
และคำใหก้ ารของผูร้ ้องในคดนี ี้ เป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปีสิทธขิ องผูร้ อ้ งย่อมสมบรู ณเ์ ปน็ ทรพั ยสิทธิ
ขอ้ . 2.4 ตามที่คำคดั คา้ นของผู้คัดค้าน หน้าท่ี 6 ข้อที่ 2 และ 3 ตามที่ผูค้ ัดค้านกลา่ วอา้ ง
ผ้รู ้องขอกราบเรยี นต่อศาลที่เคารพว่า ผู้ร้องได้ขอแสดงกรรมสิทธ์ิโดยครอบครองปรปักษ์ต่อศาลที่เคารพ
ในคดีนี้ จึงเป็นการได้มาซ่ึงกรรมสิทธิ์โดยทางอื่นนอกจากนิติกกรรม สิทธิของผู้ร้องย่อมสมบูรณ์เป็น
ทรัพยสิทธิ เพราะเป็นการได้มาโดยผลของกฎหมาย แต่หากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้ร้องไม่สามารถยกขึ้ น
เป็นตอ่ สู้บุคคลภายนอก ผไู้ ดม้ าโดยมคี ่าตอบแทนและโดยสจุ ริตและไดจ้ ดทะเบยี นโดยสจุ ริตแลว้ เทา่ นัน้ ผู้
คัดค้านไม่ใช่บุคคลภายนอก ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าผู้คัดค้าน การท่ีผู้คัดค้านร้องขอต่อศาลให้ขับไล่ผู้
ร้องออกจากท่ีดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และหากผู้ร้องและบริวารไม่ย้ายออกจากท่ีดิน ผู้คัดค้านขอคิด
ค่าเสียหายอัตราเดือนละ 8,000 บาท โดยผู้คัดค้านขอนับแต่วันย่ืนคำคัดค้านไปจนกว่าผู้ร้องและบริวาร
จะย้ายออกไป คำขอตามคำคดั ค้านดังกล่าวจึงไมช่ อบด้วยกฎหมาย
ข้อ. 3 ผู้ร้องขอกราบเรียนต่อศาลที่เคารพข้างต้นว่า ผู้ร้องได้ขอแสดงกรรมสิทธิ์โดย
ครอบครองปรปักษ์ ตามทก่ี ฎหมายกำหนดให้กระทำได้ นางจรัส จรี ะเศรษฐ(มารดาผูค้ ดั ค้าน) ได้สละการ
( ๔๐ ) ๑๕
ครอบครองใหแ้ กน่ าวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัยโดยมไิ ด้หวงกนั ในฐานะเจ้าของกรรมสทิ ธ์ิ นาวาอากาศ
โทจรูญ สุวรรณาศรัยจึงมีอำนาจท่ีจะปลูกส่ิงก่อสร้างเรือนไม้ยกพื้นใต้ถุนสูง ซึ่งมีลักษณะคงทนถาวร ไม่
สามารถแยกออกจากที่ดินพิพาทได้ นาวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผู้ร้อง) นาวาอากาศเอกหญิง
วฒั นา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้รอ้ ง) และนางอนัญญา เนติประวัติ(มารดาผู้ร้อง) และผู้ร้อง จึงครอบครองท่ีดิน
พร้อมส่ิงปลูกสร้างพิพาท ตามท่ีผู้ร้องกล่าวมาข้างต้น โดยแจ้งต่อผู้คัดค้านมาตลอดระยะเวลาที่
ครอบครองหลายครงั้ หลายคราว ในลกั ษณะการเปล่ยี นการยดึ ถือ ตดั กรรมสิทธ์ิ ไมย่ ดึ ถอื ครอบครองแทน
ผู้คัดค้านอีกต่อไป ผู้คัดค้านก็ทราบดีในเรื่องดังกล่าว ตามท่ีผู้ร้องแสดงให้ปรากฏต่อศาลไว้ข้างต้น ผู้ร้อง
ครอบครองทีด่ นิ พิพาทโดยสงบ เปดิ เผย เจตนาเปน็ เจา้ ของทด่ี นิ พิพาทดังกล่าว ผ้คู ดั คา้ นทราบถงึ การมีอยู่
ของท่ีดินพิพาท มาโดยตลอด ได้สละสิทธิครอบครอง กรรมสิทธิ์ และสละสิทธิท่ีจะยึดถือหวงกัน หรือ
ขัดขวางในฐานเจา้ ของกรรมสิทธิ์ แมว้ ่าจะมไิ ด้จดทะเบียนโอนกรรมสทิ ธิ์ หรือได้สง่ มอบโฉนดท่ีดนิ ดังกลา่ ว
เน่ืองจากนาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง)ได้เสียชีวิตลง ผู้ร้องปรับปรุง ซ่อมแซม ต่อ
เติม เรือนไม้ยกพื้นใต้ถุนสูง โดยอำนาจผู้มีสิทธิครอบครอง ท้ังก่อนและหลังการครอบครองโดยสงบ
เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของ เป็นระยเวลาติดต่อกันเกินกว่า 10 ปี สิทธิของผู้ร้องย่อมสมบูรณ์เป็น
๑๖
ทรพั ยสทิ ธิ เพราะเป็นการได้มาโดยผลของกฎหมายนับแต่นั้นเป็นต้นมา กับทั้งผู้คัดค้านรูถ้ ึงเหตุแห่งการ
เปล่ียนการยึดถือเพื่อตน ทราบถึงการที่ผู้ร้องไม่ยึดถือเพ่ือผู้คัดค้านตลอดมา ผู้ร้องได้มาซ่ึงกรรมสิทธ์ิโดย
ทางอ่ืนนอกจากนิติกรรม เม่ือผู้คัดค้านไม่ใช่บุคคลภายนอก ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าผู้คัดค้าน การท่ีผู้
คดั คา้ นทราบถึงเหตุดังกล่าวว่าผรู้ อ้ งได้มาซึง่ ทรัพยสิทธิ โดยผลของกฎหมาย ผ้คู ัดค้านจงึ ไดข้ อตั้งผ้จู ัดการ
มรดกและยนื่ คำคัดค้านในคดีน้ี แมก้ ฎหมายไมไ่ ด้ระบุวา่ ผคู้ ดั ค้าน ตอ้ งย่ืนขอตั้งผู้จัดการภายในระยะเวลา
ใด ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการยื่นขอตั้งผู้จัดการทรัพย์มรดกไว้ แต่การที่ผู้คัดค้านทราบถึงเหตุแห่งการ
ครองครองปรปักษ์ของผู้ร้อง จากการท่ีผู้คัดค้านได้สละการครอบครองตามพฤติการณ์ข้างต้น ไม่แสดง
กรรมสิทธ์ิในการยึดถือ หวงกัน หรือขัดขวาง กับทั้งตกลงยินยอมตามคำบอกกล่าวของผู้ร้องหลายคร้ัง
หลายคราว จนผูร้ ้องได้ขอแสดงกรรมสทิ ธ์โิ ดยครอบครองปรปักษใ์ นคดนี ี้ กไ็ ม่ทำใหก้ ารแสดงเจตนาสละท่ี
มีอยูเ่ กา่ กอ่ น เป็นโมฆะไปไม่
การสละสิทธิต่างๆของผู้คัดค้านได้กระทำโดยพฤติการณ์หลายคร้ังหลายคราวไม่ใช่การ
เผลอเลอ โดยได้บอกกล่าวตอ่ ผู้ร้องโดยชัดแจ้งว่า ผู้คัดค้าน "รอวนั ตาย", จะทำอะไรก็ทำเถอะ, "ก็แล้วแต่
หนู" ตามท่ผี รู้ ้องกล่าวอ้าง ตามเอกสารท้ายคำให้การ หมายเลข 4
( ๔๐ ) ๑๗
จนทำให้ผู้ร้องมีสิทธิเหนือท่ีดินพิพาท สิทธิของผู้ร้องย่อมสมบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิ มีสิทธิ
ดีกว่าผู้คัดค้าน แม้ว่าต่อมาผู้คัดค้านได้แสดงการหวงกันโดยร้องคัดค้านเข้ามาในคดีน้ีภายหลังทราบเหตุ
แห่งเจตนาของผู้ร้องในการยื่นขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ ก็ไม่ทำให้สิทธิท่ีสละไปแล้ว
กลับคืนมา หรือไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องสูญเสียไป เนื่องจากผู้ร้องมีทรัพยสิทธิเหนือท่ีดินพิพาท ได้มาซ่ึง
กรรมสทิ ธ์ิโดยทางอืน่ นอกจากนิติกรรม การที่ผู้คดั คา้ นยื่นคำคัดค้านในคดีนี้ จากเหตทุ ีท่ ราบถึงการใช้สทิ ธิ
ของผูร้ ้องดังกล่าว ย่อมเป็นการแสดงเจตนาโดยไม่สจุ ริตในการใช้สิทธิทางศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ ตามมาตรา 5 และขัดต่อหลักความศักด์ิสิทธ์ิแห่งเจตนาของนางจรัส จีระเศรษฐ(มารดาผู้
คัดค้าน) กับนาวาอากาศโทจรูญ สุวรรณาศรัย(ตาผู้ร้อง) และผู้คัดค้านกับนาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา
สุวรรณาศรัย(ป้าผู้ร้อง) ที่ผู้คัดค้านให้คำม่ันไว้ก่อนนาวาอากาศเอกหญิงวัฒนา สุวรรณาศรัย เสียชีวิตลง
และผู้คัดค้านให้กับผู้ร้อง การบอกกล่าวของผู้คัดค้านตามท่ีผู้ร้องแสดงต่อศาลที่เคารพ ย่อมแสดงให้เห็น
เจตนาของผคู้ ัดคา้ นโดยชดั แจ้งแลว้
ดว้ ยเหตุผลดังกล่าวขา้ งตน้ ผูร้ ้องขอกราบเรยี นต่อศาลที่เคารพว่า ผู้รอ้ งไดค้ รอบครอง
ที่ดิน ตามโฉนดที่ดิน เลขท่ี 9328 เลขที่ดิน 725 ตำบ ลบางแค(หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญ
๑๘
กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 19 ซอยหม่บู า้ นเศรษฐกจิ 3 แขวงบางแคเหนอื เขตบางแค
กรุงเทพมหานคร โดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ โดยครอบครองตดิ ต่อกนั เกิน 10ปี จึงขอศาล
ได้โปรดมีคำส่ัง
1. ยกคำคัดคา้ นของผู้คัดค้านในคดนี ี้
2. ขอให้ศาลมีคำส่ังแสดงกรรมสิทธิ์ในครอบครองปรปักษ์ของผู้ร้อง โดยให้ผู้คัดค้านจด
ทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิในฐานะผู้จัดการมรดกของนางจรัส จีระเศรษฐ ในท่ีดิน โฉนดท่ีดิน เลขท่ี 9328
เลขท่ดี นิ 725 ตำบลบางแค(หลักสอง) อำเภอภาษเี จริญ กรุงเทพมหานคร ให้แกผ่ รู้ ้อง หากผู้คำคดั ค้านไม่
ยอมโอนกรรมสิทธใ์ิ ห้ผูร้ อ้ ง ผู้รอ้ งขอถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของผ้คู ดั คา้ น
3. ให้ผู้คดั ค้านใชค้ ่าฤชาธรรมเนียมศาลและคา่ ทนายความในอตั ราสงู สดุ แทนผรู้ ้องดว้ ย
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ลงชือ่ ทนายความผ้รู ้อง
คำใหก้ ารฉบบั น้ี ขา้ พเจา้ นายบัณฑิต มงคลวาที ทนายความผรู้ ้อง เป็นผู้เรยี งและพิมพ์
ลงช่อื ผเู้ รียงและพิมพ์
( ๔๐ ) ๑๙
๒๐
( ๔๐ ) ๒๑