The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราศาสตร์ของพระราชา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธิติภูมิ สายะสนธิ, 2022-05-10 22:53:15

ตำราศาสตร์ของพระราชา

ตำราศาสตร์ของพระราชา

-47-

3. ขายผลิตภัณฑจ์ ากงานหตั ถกรรม
4. การค้าขายสินคา้ ซื้อมา/ขายอาหาร
5. การขายพืช/สัตว์ หาจากแหลง่ ธรรมชาติ
6. ค้าจ้างจาการทำงานหรอื ใหบ้ ริการ
7. เงนิ เดือน เบ้ียเลีย้ ง ค่าคอมมิชชัน่
8. เงนิ สงเคราะห์และสวัสดกิ ารต่างๆ
9. รายได้จากการขาย/ใหเ้ ชา่ ทีด่ นิ บ้านฯ
10. รายรบั จากดอกเบี้ยเงนิ กู้/ดอกเบ้ียธนาคารฯ
11. รายไดจ้ ากการเสีย่ งโชค
12. เงนิ ทไ่ี ดร้ บั จากการก้ยู มื
13. เงนิ ท่ีลูก หลาน ญาตพิ ี่นอ้ ง สง่ มาให้
14. เงนิ ทผ่ี ู้อื่นช่วยงานต่างๆ
15. เงิน/ลาภลอยทม่ี ีคนมานำให้เปน็ กรณีพิเศษ

หมวดที่ 1 : ค่าใช้จา่ ยในการประกอบอาชพี
1.1 ค่าจา้ งแรงงาน
1.2 ค่าเชา่ /ซื้อวสั ดุอปุ กรณ์ หรือลงทุนเคร่ืองมือฯ
1.3 ค่าโดยสาร รถ เรือ รถไฟฯ ค่าแสตมป์ ไปรษณยี ์ฯ
1.4 ค่านำ้ มันเช้อื เพลิงพาหนะ เดนิ ทาง/ประกอบอาชพี
1.5 คา่ ปุ๋ยชวี ภาพ หรอื อนิ ทรยี ์ฯ
1.6 ค่าปยุ๋ เคมี/ฮอร์โมนฯ
1.7 ยาฆา่ แมลง ยาปราบศัตรูพชื
1.8 คา่ ซ่อมแซมอปุ กรณเ์ ครื่องมือฯ ประกอบอาชีพ
1.9 เงินสด เงินดาวน์ หรือเงินผ่อน เพอื่ ซอ้ื ยานพาหนะ
1.10 ซื้อสนิ ค้ามาจำหนา่ ย

หมวดที่ 2 : ค่าอาหาร
2.1 ขา้ วสารทกุ ชนิด
2.2 เนอื้ สตั ว์บก สัตวน์ ำ้ แมลง และสตั ว์อื่นๆ ท่ีใช้เป็นอาหาร
2.3 ผักสด และผลไม้สดต่างๆ รวมท้งั พรกิ หวั หอม กระเทยี มฯ
2.4 ไข่สด เชน่ ไขเ่ ป็ด ไขไ่ ก่ ไขน่ กกระทาฯ
2.5 เคร่ืองเทศ เช่น พริกไทย กานพูล ขมน้ิ ฯ
2.6 อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง อาหารสำเรจ็ รูปฯ
2.7 อาหารสำเรจ็ ที่ซือ้ จากรา้ น เช่น ขา้ วผัด กว๋ ยเตย๋ี ว ขนมหวานฯ
2.8 นำ้ ดื่มสะอาด เชน่ นำ้ แร่ นำ้ โพลาริสฯ

-48-

2.9 น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครอ่ื งดื่มเกลอื แร่ฯ
2.10 นมทุกชนิด โอวัลติน ไมโล โกโก้ น้ำผลไม้
2.11 ขนมขบเคยี้ ว ขนมกรบุ กรอบ ลูกอม
2.12 คา่ ขนมทใ่ี ห้เดก็ ไปโรงเรียนรายวนั /รายเดือน
2.14 เหลา้ เบยี ร์ ยาดอง ไวน์ กระแช่ สาโท
2.15 ค่าเชอ้ื เพลงิ ในการหุงตม้ เช่น แกส๊ ถา่ น ฟนื ฯลฯ

หมวดที่ 3 : ยา - สุขภาพอนามัย
3.1 ยาแก้ปวด
3.2 ยารักษาโรคอ่ืนๆ
3.3 ยาหรืออปุ กรณค์ ุมกำเนดิ
3.4 ค่ารักษาพยาบาลท้ังทส่ี ถานีอนามัย โรงพยาบาล และคลินกิ
3.5 ยาสบู บุหรี่ หมาก ยานัตถ์ุ ฯลฯ
3.6 จ่ายเบ้ียประกันชวี ติ เบ้ยี ประกันสุขภาพ และเบยี้ ประกันภัย

หมวดที่ 4 : เสอ้ื ผา้ เครือ่ งแตง่ กาย และเครอ่ื งประดบั
4.1 เส้ือผ้า เคร่อื งแต่งกาย และเคร่อื งนอน
4.2 คา่ ใชจ้ ่ายในการเสรมิ สวย เช่น ตดั ผม ดัดผม ยอ้ มผม เคร่อื งสำอางฯ
4.3 ซ้อื ทอง เงนิ นาก เพชร พลอย และเคร่ืองประดับที่มคี ่าอนื่ ๆ
รวมคา่ ใชจ้ า่ ยหมวดที่ 4

หมวดท่ี 5 : ท่ีอยูอ่ าศยั
5.1 เงินสด เงินดาวน์ หรือเงนิ ผอ่ น เพอื่ ซื้อ/เช่าท่ดี นิ ฯ
5.2 ซ่อมแซม ตอ่ เตมิ หรือปลกู บา้ น หรือปรับปรุงบรเิ วณบ้าน/ทีด่ นิ
5.3 เงินสด เงินดาวน์ และเงนิ ผอ่ น เพือ่ ซอ้ื /ซ่อมเคร่อื งใชใ้ นบ้านฯ
5.4 ของใช้ประจำวนั เช่น สบู่ ยาสฟี ัน ของเดก็ เล่นฯ
5.5 คา่ ไฟฟา้
5.6 คา่ นำ้ ประปา
5.7 ค่าโทรศัพทท์ ้ังครวั เรือน รายเดอื น/คา่ บตั รเติมโทรศัพท์
5.8 คา่ หนงั สอื พมิ พ์ หนังสือ นติ ยสาร
5.9 ค่าภาษตี ่างๆ เชน่ ภาษีบำรงุ ท้องที่ ท่ีดิน ป้าย รา้ นคา้ ฯ
รวมคา่ ใชจ้ า่ ยหมวดท่ี 5

หมวดท่ี 6 : คา่ ใช้จา่ ยเพ่ือการลงทุน งานสงั คม และเพือ่ พักผอ่ นหยอ่ นใจ
6.1 ฝากธนาคาร ซื้อพันธบตั ร ฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ ออกเงนิ กู้
6.2 จา่ ยดอกเบย้ี และแผนใช้หน้เี งินกู้ เงนิ ยืม เงนิ แชร์
6.3 เงนิ ทำบุญ หรือบรจิ าค

-49-

6.4 เงนิ ชว่ ยงานหรือเงินใส่ซอง เชน่ งานแตง่ งาน งานศพ งานบวชฯ
6.5 ค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงาน/งานศพ บวชนาค ขน้ึ บา้ นใหมฯ่
6.6 จา่ ยพกั ผ่อนหยอ่ นใจ เช่น คา่ แผน่ ซดี ี คา่ ตัว๋ ดหู นงั ดนตรฯี
6.7 ซ้อื สตั วเ์ ล้ียง เช่น สุนขั นก ปลาฯ หรือไมด้ อกไมป้ ระดับ
6.8 เงนิ เดือนหรอื เงินที่ส่งไปช่วยเหลอื ญาตใิ นครอบครัวทอ่ี ยูท่ ี่อน่ื
6.9 เงนิ เสียไปโดยไมเ่ ตม็ ใจ เช่น ทำเงนิ หาย ถกู ลกั ขโมย ถูกปรับฯ
6.10 เงนิ ท่ีจา่ ยเพ่อื การเส่ียงโชค เช่น ซอื้ หวย ลอ็ ตเตอรี่ สลากกินแบง่ ฯ

จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินในเดือนถัดไปได้ การรู้จักวางแผนการใช้จา่ ยเงินจะช่วย
ให้สถานการณ์การเงินของครอบครัวดีขึ้น และทำให้เรามองเห็นหนทางในการนำข้อมูลบัญชีครัวเรือนไปประยุกต์
ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครอบครัวได้ซึ่งวิธีดังกล่าวก็คือการวางแผนทางการเงิน (Financial Planning) นั่นเอง
เพียงแต่นำมาประยุกต์ใช้ในแบบที่ชาวบ้านเข้าใจจนสามารถนำการทำบัญชีครัวเรือนไปป ฏิบัติจนได้และทำให้ความ
เป็นอยู่ของครอบครวั ดีข้ึน
การวเิ คราะห์บญั ชีครวั เรือน

ให้นำบัญชีครัวเรือนที่ผ่านมาในระยะเวลา 1 เดือน มาพิจารณาดูว่า รายรับ-รายจ่าย มีความสมดุล
กันหรือไม่ รับมากกว่าจ่ายหรือจ่ายมากกว่ารับ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน รายจ่ายมักจะมากกว่า
รายรบั จงึ ตอ้ งใหค้ วามสำคัญในการพจิ ารณารายจ่ายให้ดีว่า พอจะมีรายการไหนท่ีพอจะลดหรือตัดออกได้ (รายการที่
ฟ่มุ เฟอื ย) กใ็ ห้หาทางปรับลดหรอื ตดั รายการรายจา่ ยเหลา่ น้ีออกไป
ข้อควรระวงั

ในการจัดทำบัญชีครัวเรือน คือ ลืมบันทึกบัญชีทำให้ขาดความต่อเนื่องในการบันทึก และส่งผลให้
ไมอ่ ยากบันทึกผู้จัดทำเข้าใจผดิ ในรายการบัญชีไม่เขา้ ใจรายการทีเ่ ป็นรายรับ จึงไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ลูกส่งเงินมาให้
พ่อแม่สำหรับใช้จ่ายทุกวนั สิน้ เดอื น แต่พ่อแม่ไม่ได้บันทึกบัญชีรายรับเนื่องจากเข้าใจว่าเงินที่ได้รับมานั้นมิได้เกิดจาก
การประกอบอาชีพของตนเองหรือเข้าใจผิดรายการหนี้สินแต่บนั ทึกวา่ เป็นรายรับทำให้มิได้เก็บเงนิ ไว้สำหรับจ่ายชำระ
หนี้ในอนาคต เช่น ยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ถึงแม้จะได้รับเงินมาแต่รายการดังกล่าวไม่ถือว่า
เป็นรายรับเนื่องจากตนเองมีภาระผูกพันที่ต้องชดใช้ในอนาคต ซึ่งอาจต้องชดใช้เงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยด้วย
จากสาเหตดุ งั กล่าวอาจทำให้ครอบครวั วางแผนการใช้จา่ ยเงินผิดพลาดปญั หาของการจดั ทำบัญชีครวั เรือน
ปัญหาทสี่ ำคญั ของการจัดทำบัญชี มีดังน้ี

1. การลมื บันทกึ บญั ชีทำให้ขาดความต่อเนอ่ื งในการบนั ทึก และส่งผลใหไ้ มอ่ ยากบันทกึ
2. ผู้จัดทำเข้าใจผดิ ในรายการบญั ชีไม่เข้าใจรายการที่เป็นรายรบั จึงไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ลูกส่งเงนิ
มาให้พอ่ แม่สำหรับใช้จ่ายทุกวนั ส้ินเดือนแต่พ่อแม่ไม่ไดบ้ ันทึกบญั ชีรายรับ เน่อื งจากเขา้ ใจว่าเงินที่ได้รับมาน้ันมิได้เกิด
จากการประกอบอาชีพของตนเองหรือเขา้ ใจผิดรายการหนส้ี ิน เช่น ยมื เงินมาใช้ แต่บันทกึ วา่ เปน็ รายรับทำให้มิได้เก็บ
เงนิ ไวส้ ำหรับจ่ายชำระหน้ใี นอนาคต
3. การเขียนชื่อรายการผิด การบันทึกตัวเลขผิด การบวกหรือการลบจำนวนเงินผิดอาจเกิดจาก
การลืมจดบันทึกรายการบัญชี หรือบันทึกรายการซ้ำๆกันหลายรายการ ปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการคำนวณจำนวน

-50-

เงินกระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชีกับยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมีอยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สำหรับใช้
จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีเท่ากับยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคาร แสดงว่าการจัดทำบัญชี
ถ ู ก ต ้ อ ง แ ต ่ ห า ก ก ร ะ ท บ ย อ ด แ ล ้ ว ย อ ด เ ง ิน ทั้ ง ส อ ง ไ ม ่ เ ท ่ าก ั น อ า จเ ก ิ ด จา ก ก า ร บ ัน ท ึ ก บั ญ ช ี ผ ิ ด พ ล าด ห รื อ เ ง ินส ด
ของครอบครัวสูญหาย

4. การทำความเข้าใจกันภายในครัวเรือนเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด อดออม เลิกใช้จ่ายใน
รายการบัญชีที่ไม่จำเป็น และช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอเมื่อมีการบันทึกการใช้จ่ายของครอบครัวเป็นรายเดือน
แล้วข้อมูลการใช้จ่ายจะต้องนำมาคำนวณสรุปว่าเป็นอย่างไร ครอบครัวควรมีรายได้มากกว่ารายจ่าย ถ้ารายจ่าย
มากกว่าก็ตอ้ งหาวธิ ีการแก้ไขโดยด่วน โดยมีขอ้ ควรพจิ ารณาดงั น้ี

4.1 การตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจากครอบครัว เช่น รายจ่าย
เกย่ี วกับการพนัน สิ่งเสพติดของมนึ เมา รายจ่ายฟ่มุ เฟอื ย เปน็ ตน้ เป็นการสรา้ งนิสัยมิให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

4.2 การลดรายจ่ายที่จำเป็นลง เพอื่ สรา้ งนิสัยการประหยัด อดออม การใช้ทรพั ยากรท่ีมีอยู่จำกัด
อย่างคุ้มค่า เช่น การปลูกผัก ผลไม้ไว้รับประทานเอง เพื่อช่วยลดค่าอาหาร และค่าเดินทางไปตลาดอีกทั้งทำให้
สุขภาพดีอีกด้วย ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแล้วหันมาออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน หรือการเดิน การวิ่งแทน
การขับรถจกั รยานยนตห์ รอื รถยนต์ เปน็ ต้น

4.3 การเพมิ่ รายรับ หารายได้เสรมิ นอกเวลาทำงานปกติ เช่น การใช้เวลาว่างรับจ้างตัดเย็บเสือ้ ผ้า
การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลกู ผักหรอื เลยี้ งสัตวไ์ วข้ าย เปน็ ตน้

4.4 การทำความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัดรู้จักอดออม การใช้
ทรัพยากรต่างๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือสิ่งที่ไม่จำเป็น และช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับเศรษฐกิจ
ปัจจุบันการเรียนรู้การจัดการการเงินและการออมการเรียนรู้เพื่อการจัดสรรเงิน อย่างถูกต้องโดยนำข้อมูลการใช้
จ่ายเงินภายในครัวเรือนมาจัดเรียงลำดับความสำคัญของรายจ่าย และวางแผนการใช้จ่ายเงิน โดยพิจารณาแต่ละ
รายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดที่มีความสำคัญมาก และรายจ่ายใดไม่จำเป็นให้ตัดออก เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภายใน
ครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์สำหรับใชจ้ า่ ยส่ิงที่จำเป็นในอนาคต อย่างไรก็ตามหากพบว่ารายรับ
น้อยกว่ารายจ่าย ต้องหาแนวทางนำเงินมาใช้จา่ ยให้เพยี งพอ โดยอาจต้องกู้ยมื เงินมาใช้จ่าย แต่การกู้ยืมเงินไม่ใช่แนว
ทางแก้ไขปญั หาในระยะยาวยังสง่ ผลใหค้ รอบครวั มีภาระหนส้ี นิ จำนวนมาทง้ั เงนิ ต้นและดอกเบยี้

บทสรุปย่อ
การจัดทำบัญชีครัวเรือน หรือ บัญชีรายรับรายจ่ายนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการจดบันทึกรายการต่างๆ
ที่เป็นเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีภายในครอบครัว รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันในสังคม มีการเรียนรู้ซง่ึ
กันและกัน ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ตา่ งๆ ที่ได้รับจากการจดบันทึกข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ ทำให้ประชาชนทุกคนรู้จัก
การบริหารจัดการด้านการเงินและการวางแผนการทำงานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ การทำบัญชีครัวเรือน
ทำให้ครอบครวั มคี วามสุขใช้ชวี ติ โดยยึดหลักความพอเพียง มีเหตุมผี ล รจู้ กั พึง่ พาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมี
สภาพคลอ่ ง รู้จกั การเก็บออม ทกุ คนรถู้ งึ แหลง่ ทม่ี าของรายรับและการใช้ไปของค่าใช้จา่ ยในแต่ละวนั สามารถนำข้อมูล
การใชจ้ ่ายมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้

-51-

########################################################

คำถามทบทวนท้ายบท
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. ทางสายกลางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วยอะไรบา้ ง?
2. ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งนำไปสูก่ ารพฒั นา 4 มิติ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง?
3. การประยุกต์ใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งมหี ลายดา้ น จงอธบิ ายบคุ คลและครอบครวั มาตามความเข้าใจ?
4. การทำบญั ชีครัวเรอื นเพ่ือวตั ถปุ ระสงคอ์ ะไร?
5. ประโยชนข์ องการทำบญั ชีครัวเรอื นตามเอกสารที่ได้ศกึ ษามอี ยู่ด้วยกนั 7 ข้อ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง?
6. ความพอประมาณ หมายถึงอะไร?
7. ความมีเหตุผล หมายถึงอะไร?
8. การมีภมู คิ มุ้ กันทดี่ ีในตวั หมายถึงอะไร?
9. เงอ่ื นไขคุณธรรม หมายถึงอะไร?
10. จงอธิบายการประยุกตป์ ลูกฝงั เศรษฐกจิ พอเพยี งในโรงเรยี นมาพอสงั เขป?

-------------------------------------------------------------------------

บทที่ 4

เกษตรทฤษฎใี หม่

ความหมายและความสำคัญเกษตรทฤษฎใี หม่
การทำเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นทฤษฎีแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำ

การเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไข
ปัญหาการเกษตร ปัญหาหลักของเกษตรกรในอดีตจนถึงปัจจุบันที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การขาดแคลนน้ำ
เพื่อเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่เกษตรที่อาศัยน้ำฝน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ในเขต
ท่มี ีฝนค่อนขา้ งนอ้ ยและส่วนมากเปน็ นาข้าวและพืชไร่ เกษตรกรยังคงทำการเพาะปลูก ได้ปลี ะครง้ั ในช่วงรวมท้ังระบบ
การปลูกพืชไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ และส่วนใหญ่ปลูกพืชชนิดเดียวด้วยเหตุน้ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้
พระราชทานพระราชดำริเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความยากลำบากดังกล่าว ให้สามารถผ่านพ้น
ช่วงเวลาวิกฤติ โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำได้โดยไม่เดือดร้อนและยากลำบากนัก พระราชดำรินี้ ทรงเรียกว่า

-52-

“ทฤษฎีใหม่” เป็นแนวทางหรือหลกั การในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเลก็ ให้เกดิ
ประโยชน์สูงสดุ
ความเป็นมา

ในทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่างๆ
ทั่วประเทศนั้นไดท้ รงถามเกษตรกรและทอดพระเนตรพบสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการปลกู ข้าวและเกิดแรง
ดลพระทัยอันเป็นแนวคิดขึ้นว่า ข้าวเป็นพืชที่แข็งแกร่งมาก หากได้น้ำเพียงพอจะสามารถเพิ่มเมล็ดข้าวได้มากยิ่งข้ึน
หากเก็บน้ำในที่ตกลงมาได้แลว้ นำมาใช้ในการเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเช่นกัน การสร้างอ่างเก็บน้ำ
ขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและข้อจำกัดของปริมาณที่ดินเป็น
อุปสรรค หากแต่ละครัวเรือนมีสระนำประจำไร่นาทกุ ครวั เรือนแล้ว เมื่อรวมปรมิ าณกนั ก็ย่อมเท่ากบั อ่างเก็บน้ำขนาด
ใหญ่ แต่สิ้นคา่ ใช้จา่ ยน้อยและเกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ โดยตรงมากกวา่ ที่มาแหง่ พระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่”

แรงดลพระราชหฤทัยในเรื่องนี้เกิดจากท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั เสด็จพระราชดำเนินทรงเย่ียม
ราษฎรในภาคอีสาน บริเวณพื้นที่บ้านกุตตอแก่น ตำบลกุตสิมคุ้มใหญ่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธิ์ เมื่อวันที่ 25
พฤศจกิ ายน พ.ศ.2535 ซง่ึ ทรงมพี ระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชดำรัสแก่บรรดาคณะบคุ คลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ
ถวายพระพรชัยมงคลในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม 2535 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรดา
พระราชวังดุสิตว่า “ถามชาวบ้านทีอ่ ยู่นั่นว่าเปน็ อย่างไรบ้างปีนี้ เขาบอกว่าเกบ็ ขา้ วได้แลว้ ข้าวกอ็ ยูต่ รงน้ันกองไวเ้ ราก็
ไปดูข้าว ข้าวนั้นมีรวงจริงแตไ่ ม่มีเมล็ดหรอื รวงหนึ่งมีซกั สองสามเมลด็ ก็หมายความว่า 1 ไร่ คงได้ข้าวประมาณซักถัง
เดียวหรอื ไม่ถึงถังตอ่ ไร่เขาทำไมเปน็ อย่างนี้ เขาบอกว่าเพราะไม่มีฝนเขาปลูกกล้าไว้แล้วเมื่อขึ้นมาก็ปักดำ ปักดำไม่ได้
เพราะว่าไม่มีน้ำ กป็ ักในทราย ทำรใู นทราย แล้วกป็ กั ลงไป เมื่อปักแล้วตอนกลางวันกเ็ ฉามันงอลงไป แต่ตอนกลางคืน
กต็ ้งั ตวั ตรงข้นึ มาเพราะมีนำ้ ค้าง และในทีส่ ุด ก็ได้รวงแตไ่ ม่มีข้าวเทา่ ไร อันน้ีเป็นบทเรียนที่ดี แสดงให้เห็นว่าข้าวน้ีเป็น
พชื แขง็ แกร่งมากขอให้ได้มีน้ำคา้ งก็พอ แม้จะเป็นขา้ วธรรมดา ไมใ่ ชข่ า้ วไร่ ถ้าหากวา่ เราชว่ ยเขาเล็กน้อยก็สามารถท่ีจะ
ได้ข้าวมากขึ้นหน่อยพอที่จะกิน ฉะนั้นโครงการที่จะทำมิใช่ต้องทำโครงการใหญ่โตมากจะได้ผล ทำเล็กๆก็ได้จึงเกิด
ความคดิ ข้นึ มาว่าในที่เช่นน้ันฝนตกดีพอสมควร แตล่ งมาไม่ถูกระยะเวลาฝนก็ทงิ้ ช่วง” จากพระราชดำรัสข้างต้นแสดง
ให้เห็นถงึ การทีท่ รงรวบรวมข้อมลู เบื้องตน้ จากปญั หาข้อเทจ็ จริงแลว้ ทรงวิเคราะห์เป็นแนวคิดทฤษฏีวา่ “วธิ กี ารแก้ไขก็
คือต้องเก็บน้ำฝนท่ีตกลงมา ก็เกิดความคิดว่าอยากทดลองดูสัก 10 ไร่ ในที่อย่างนัน้ 3 ไร่ จะเป็นบ่อน้ำ คือเก็บน้ำฝน
แล้ว ถ้าจะต้องบุด้วยพลาสติกก็บุด้วยพลาสติกทดลองดูแล้วอีก 6 ทำไร่ทำเป็นที่นา ส่วนไร่ที่เหลือก็เป็นบริการ
หมายถึงทางเดินหรือกระต๊อบหรืออะไรก็ได้แล้วแต่หมายความว่าน้ำ 30% ที่ทำนา 60% ก็เชื่อว่าถ้าเก็บน้ำไว้ได้จาก
เดิมที่เก็บเกี่ยวข้าวได้ไร่ละ ประมาณ 1-2 ถัง ถ้ามีน้ำเล็กน้อยอย่างนั้นก็ควรจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ไร่ละประมาณ 10-20
ถังหรอื มากกว่า” ในเวลาต่อมาได้พระราชทานพระราชดำรัสให้ทำการทดลอง “ทฤษฎใี หม่” เกี่ยวกบั การจัดการที่ดิน
และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรขึ้น ณ วัดมงคลชัยพัฒนา ตำบลห้วยบง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
แนวทฤษฎใี หม่ กำหนดขน้ึ ดังนี้ ใหแ้ บง่ พื้นท่ถี ือครองทางการเกษตร ซงึ่ โดยเฉล่ียแล้วเกษตรกรไทยมีเน้ือทีด่ ินประมาณ
10-15 ไร่ ต่อครอบครัวแบ่งออกเป็นสัดส่วน เกษตรทฤษฎีใหม่ ตั้งอยู่บนกรอบแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงซึ่งหลักปรัชญานี้ประกอบด้วย 3 หลักการ และ 2 เงื่อนไข คือ หลักความพอประมาณ (Moderation)

-53-

หลักความมีเหตุผล (Reasonableness) และหลักการมีภูมิคุ้มกัน (Immunity) ส่วน 2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้
และเงอื่ นไขคณุ ธรรม

หลักการของเกษตรทฤษฎใี หม่ให้เกษตรกรมีความพอเพียง โดยเล้ยี งตวั เองไดใ้ นระดับชีวติ ที่ประหยัด
ทั้งนี้ ต้องมีความสามัคคีในท้องถิ่นมีการผลิตข้าวบริโภคพอเพียงประจำปี โดยถือว่าครอบครัวหนึ่ง ทำนา 5 ไร่ จะมี
ข้าวพอกินตลอดปี (หลักสำคัญของทฤษฎีนี้) ต้องมีน้ำ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่กำหนดการแบ่งพื้นที่อัตรา 30-30-
30-10 (15 ไร่) คือ สระน้ำ 3 ไร่ ลึก 4 เมตร (30%) นา 5 ไร่ (30 %) พืชไร่และพืชสวน 5 ไร่ (30%) ที่ยู่อาศัยและ
อื่นๆ 2 ไร่ (10%)เกษตรทฤษฎีใหม่ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติหนึ่งของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีขั้นตอนของการ
พัฒนาแบ่งออกได้ 3 ขัน้ คอื

ขั้นที่ 1 ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น เริ่มต้นจากการมุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับ
การเกษตร โดยการใช้แนวทางการจัดทำแหล่งน้ำขนาดเล็กในฟาร์ม เช่น การขุดบ่อ ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงใน
เรื่องน้ำเกิดหลักประกันในการผลิตอาหารเพื่อการยังชีพเบื้องต้น ส่วนที่ดินการเกษตรอื่น จะใช้ในการผลิต
เพื่อตอบสนองกับความต้องการพื้นฐานอื่นของครอบครัว ซึ่งอาจมีการขายผลผลิตส่วนเกินเพื่อเป็นรายได้ สำหรับใช้
จ่ายในการยังชีพที่จำเป็นที่ไม่สามารถผลิตเองได้ การเกษตรทฤษฎีใหม่ในขั้นน้ี จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในระดับ
ครอบครวั แตเ่ กษตรกรส่วนใหญ่อาจไมส่ ามารถเร่ิมต้นในขั้นตอนแรกนไี้ ด้ และอาจจำเปน็ ทห่ี น่วยงานตา่ งๆ จะต้องจัด
ความชว่ ยเหลอื เพ่อื สนับสนนุ เกษตรกรในเกษตรทฤษฎีใหม่ขนั้ ตน้ น้ี มีแนวทางสำคญั ในการการจัดสรรที่ดินการเกษตร
และทอ่ี ยู่อาศัย โดยแบ่งพ้นื ที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอตั ราสว่ น 30:30:30:10 คอื พ้นื ทสี่ ว่ นทห่ี นง่ึ ประมาณ 30% ให้ขุด
สระเก็บกักน้ำ เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝนและใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำและ
พืชน้ำต่างๆ พื้นที่ส่วนท่ีสองประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันในครัวเรือนให้เพียงพอ
ตลอดปี เพ่ือตัดค่าใช้จ่ายและสามารถพ่งึ ตนเองได้ พ้ืนทส่ี ว่ นทส่ี ามประมาณ 30% ให้ปลกู ไมผ้ ล ไมย้ นื ต้น พืชผัก พชื ไร่
พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือบริโภคก็นำไปจำหน่าย และพื้นที่ส่วนที่สี่ประมาณ 10%
ใช้เปน็ ทีอ่ ยอู่ าศัย เลย้ี งสตั ว์ และโรง เรือนอน่ื ๆ ในข้นั แรกที่เปน็ การผลิต ถอื เปน็ ขน้ั สำคญั ทส่ี ุด ให้แบง่ ออกเป็น 4 ส่วน
ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 หมาย ถึงขุดสระเก็บกักน้ำ พื้นที่ประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้
สม่ำเสมอตลอดปี โดยเก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง หรือระยะฝนทิ้งช่วงตลอดจน
การเลี้ยงสัตว์ และพืชน้ำต่างๆ เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด โสน ฯลฯ ปลูกข้าวพื้นที่ประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน
เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันสำหรับครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี โดยไม่ต้องซื้อหาในราคาแพงเป็นการลดค่าใช้จ่าย
และสามารถพึ่งตนเองได้แสดงการจำลองปลูกผลไม้ ไม้ยืนต้นพืชไร่พืชผักพื้นที่ประมาณ 30% ปลูกผลไม้ ไม้ยืนต้น
พืชไร่ พืชผัก พื้นที่ประมาณ 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชผัก พืชสมุนไพร ฯลฯ อย่างผสมผสานกัน
และหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือจากการบริโภคก็นำไปขายได้เป็นที่อยู่อาศัย
และอื่นพื้นที่ประมาณ 10% ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ถนนหนทาง คันดิน โรงเรือนและสิ่งกอ่ สร้างอื่น รวมทั้งคอก
เลยี้ งสตั ว์ เรอื นเพาะชำ ฉางเก็บผลติ ผลการเกษตร ฯลฯ

ขั้นที่ 2 ทฤษฎีใหม่ขั้นกลาง เมื่อเกษตรกรได้เริ่มต้นปฏิบัติตามเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นต้นแล้วมีความ
พอเพียง และความมั่นคงในขั้นพื้นฐานระดับหนึ่งแล้ว ในขั้นตอนต่อมาจึงเป็นเรื่องของการรวมกลุ่มเกษตรกร
ในรูปแบบต่าง เช่น กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือวิสาหกิจ ซึ่งการร่วมมือกันนี้ก็เพื่อสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับกลุ่ม

-54-

โดยรวมบนพน้ื ฐานของการไมเ่ บียดเบยี นกัน การแบ่งปนั ชว่ ยเหลอื กันตามกำลัง และความสามารถของตน ซ่งึ จะทำให้
ชมุ ชนโดยรวมเกดิ ความพอเพยี งในวิถีปฏิบตั ิดว้ ย

ขั้นที่ 3 ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า กลุ่มเกษตรกรที่ได้ดำเนินการตามทฤษฎีใหม่ในขั้นกลางจน
ประสบความสำเร็จเบื้องต้น อาจก้าวเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า โดยการประสานความร่วมมือกับองค์กรอ่ืนๆ ในระดับประเทศ
เพื่อยกระดับการทำธุรกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เช่น การทำความร่วมมือกับธนาคาร เพื่อนำเงิน
มาลงทุนในธุรกิจ หรือการทำข้อตกลงกบั บริษัท เพื่อขายผลผลิตให้ในประเทศไทยมีหน่วยงานจำนวนมาก โดยเฉพาะ
หน่วยงานราชการ ที่ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ แต่หน่วยงานประสานงานหลักเกี่ยวกับการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่
คือ มลู นิธิชัยพฒั นา
ประโยชน์ของทฤษฎใี หม่

จากพระราชดำรสั ของ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ที่ได้พระราชทานในโอกาสตา่ งๆ น้ัน พอจะสรุป
ถึงประโยชน์ของทฤษฎีใหมไ่ ด้ ดังนี้

1. ใหป้ ระชาชนพออย่พู อกินสมควรแกอ่ ตั ภาพในระดับทป่ี ระหยัดไม่อดอยาก และเลยี้ งตนเองได้
2. ในหน้าแล้งมีน้ำน้อยก็สามารถเอาน้ำที่เก็บไว้ในสระมาปลูกพืชผักต่างๆ ได้แม้แต่ข้าวก็ยังปลูกได้
โดยไมต่ ้องเบยี ดเบียนชลประทาน
3. ในปที ฝ่ี นตกตามฤดกู าลโดยมนี ำ้ ดตี ลอดปี ทฤษฎใี หม่น้กี ส็ ามารถสรา้ งรายไดใ้ ห้ร่ำรวยขึน้ ได้
4. ในกรณีที่เกิดอุทกภัยก็สามารถที่จะฟื้นตวั และช่วยตัวเองได้ในระดับหน่ึง โดยทางราชการไมต่ ้อง
ช่วยเหลอื มากเกินไป อันเป็นการประหยัดงบประมาณด้วย
ขอ้ สำคญั ท่ีควรพจิ ารณา
1. การดำเนินการตามทฤษฎีใหม่นั้น มีปัจจัยประกอบหลายประการขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
ในแตล่ ะท้องถิน่ ฉะนั้นเกษตรกรควรขอรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าท่ดี ว้ ย
2. การขุดสระน้ำนั้น จะต้องสามารถเก็บกักน้ำได้ เพราะสภาพดินในแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกัน
เช่น ดินร่วน ดินทราย ซึ่งเป็นดินที่ไม่สามารถอุม้ น้ำได้ หรือเป็นดินเปรี้ยว ดินเค็ม ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับพืชที่ปลูกได้
ฉะนน้ั จะตอ้ งพิจารณาใหด้ ีและควรขอรับคำแนะนำจากเจ้าหนา้ ท่พี ัฒนาทด่ี ิน หรอื เจา้ หนา้ ทห่ี น่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องกอ่ น
3. ขนาดของพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณและคำนึงจากอัตราการถือครองที่ดิน
ถัวเฉลี่ยที่ครัวเรือนละ 15 ไร่ แต่ให้พึงเข้าใจว่าอัตราส่วนเฉลี่ยขนาดพื้นที่นี้มิใช่หลักตายตัว หากพื้นที่การถือครอง
ของเกษตรกรจะมีน้อยกวา่ หรือมากกว่านี้ กส็ ามารถนำอตั ราส่วนน้ี (30:30:30:10) ไปปรบั ใช้ได้
4. การปลูกพืชทีห่ ลายชนิด เช่น ข้าวซึ่งเป็นพืชหลัก ไม้ผล พืชผัก พืชไร่ และพืชสมุนไพร อีกทั้งยังมี
การเลี้ยงปลาหรือสัตว์อื่นๆ ซึ่งเกษตรกรสามารถนำมาบริโภคได้ตลอดทั้งปี เป็นการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของอาหาร
สำหรบั ครอบครวั ได้ และส่วนที่เหลอื สามารถจำหนา่ ยได้เป็นรายได้แกค่ รอบครัวได้อกี
5. ความร่วมมือร่วมใจของชุมชน จะเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติตามหลักทฤษฎีใหม่ เช่น
การลงแรงช่วยเหลือกัน หรือที่เรียกว่าการลงแขก นอกจากจะทำให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชนแล้ว ยังเป็น
การลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการจา้ งแรงงานได้อกี ด้วย

-55-

6. ในระหว่างการขุดสระน้ำ จะมีดินที่ถกู ขุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก หน้าดินซึ่งเป็นดินดีควรนำไปกอง
ไวต้ า่ งหาก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการปลูกพชื ต่างๆ ในภายหลัง โดยนำมาเกลยี่ คลุมดินช้ันล่างทเ่ี ป็นดินไม่ดี ซ่ึงอาจ
นำมาถมทำขอบสระน้ำหรือยกร่องสำหรับปลูกไม้ผล เงื่อนไขหรือปัญหาในการดำเนินงาน พระบาทสมเด็จ-
พระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 ณ ศาลาดุสิดาลัย มีความตอนหนึ่ง ดังน้ี “การทำทฤษฎี
ใหม่นี้มิใช่ของง่ายๆ แล้วแต่ที่แล้วแต่โอกาสและแล้วแต่งบประมาณ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนทราบถึงทฤษฎีใหม่น้ี
กวา้ งขวางและแต่ละคนก็อยากได้ให้ทางราชการขดุ สระแลว้ ชว่ ย แตม่ ันไมใ่ ช่สง่ิ งา่ ยนัก บางแหง่ ขดุ แลว้ ไม่มีนำ้ แม้จะมี
ฝนน้ำก็อยู่ไม่ได้เพราะว่ามันรั่ว หรือบางทีก็เป็นที่ที่รับน้ำไม่ได้ ทฤษฎีใหม่นี้จึงต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย
ฉะน้ัน การท่ีปฏบิ ัติตามทฤษฎใี หม่หรืออีกนยั หนึ่ง ปฏิบัตเิ พ่อื หาน้ำให้แก่ราษฎรเปน็ สิ่งทไี่ มใ่ ช่ง่ายต้องช่วยกนั ทำ”

พืชที่ควรปลูกและสัตว์ที่ควรเลี้ยง ไม้ผลและผักยืนต้น : มะม่วง มะพร้าว มะขาม ขนุน ละมุด ส้ม
กล้วย น้อยหนา่ มะละกอ กะท้อน แคบ้าน มะรมุ สะเดา ขเี้ หล็ก กระถนิ เป็นต้น ผกั ลม้ ลุกและดอกไม้ : มันเทศ เผือก
ถว่ั ฝกั ยาว มะเขือ มะลิ ดาวเรือง บานไมร่ โู้ รย กหุ ลาบ รกั และซอ่ นกลนิ่ เป็นตน้ เหด็ : เชน่ เห็ดนางฟา้ เห็ดฟาง เห็ด
เป๋าฮื้อ เป็นต้น สมุนไพรและเครื่องเทศ : หมาก พลู พริกไทย บุก บัวบก มะเกลือ ชุมเห็ด หญ้าแฝก และพืชผักบาง
ชนิด เช่น กระเพรา โหระพา สะระแหน่ แมงลัก และตะไคร้ เป็นต้น ไม้ใช้สอยและเชื้อเพลิง : ไผ่ มะพร้าว ตาล
มะขามเทศ สะแก ทองหลาง จามจุรี กระถิน ยูคาลิปตัส สะเดา ขี้เหล็ก ประดู่ ชิงชัน และยางนา เป็นต้น พืชไร่ :
ข้าวโพด ถว่ั เหลือง ถวั่ ลสิ ง ถ่วั พุม่ ถว่ั มะแฮะ ออ้ ย มัน สำปะหลัง ละหงุ่ นุ่น เปน็ ตน้ พชื ไรห่ ลายชนดิ อาจเก็บเก่ียวเมื่อ
ผลผลติ ยงั สดอยู่ และจำหนา่ ยเป็นพืชประเภทผกั ไดแ้ ละมีราคาดีกว่าเกบ็ เมอื่ แก่ พชื ไร่เหลา่ น้ี ได้แก่ ข้าวโพด ถัว่ เหลอื ง
ถั่วลิสง ถั่วพุ่ม ถั่วมะแฮะ อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นต้น การที่จะทำให้ทฤษฎีใหม่สมบูรณ์ได้นั้นคือ สระเก็บกักน้ำ
จะต้องทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถ โดยต้องมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเพิ่มเติมน้ำใน
สระเก็บกักน้ำให้เต็มอยู่เสมอดังเช่นในกรณีของการทดลองที่วัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี ซึ่งพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยู่หวั ทรงเสนอวิธีการดังน้ีระบบทฤษฎีใหม่ท่ีสมบูรณ์ อ่างใหญ่ เติมอ่างเล็ก อา่ งเลก็ เตมิ สระน้ำ

รปู ภาพ แสดงระบบทฤษฎีใหมท่ สี่ มบูรณ์
จากภาพวงกลมเล็กคือสระน้ำที่เกษตรกรขุดขึ้นตามทฤษฎีใหม่ เมื่อเกิดช่วงขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง
เกษตรกรสามารถสูบน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ และหากน้ำในสระน้ำไม่เพียงพอก็ขอรับน้ำจากอ่างห้วยหินขาว (อ่างเล็ก)
ซึ่งได้ทำระบบส่งน้ำเชื่อมต่อลงมายังสระน้ำที่ได้ขุดไว้ในแต่ละแปลงซ่ึ งจะช่วยให้สามารถมีน้ำใช้ตลอดปี
กรณีที่เกษตรกรใช้น้ำกันมาก อ่างห้วยหินขาว (อ่างเล็ก) ก็อาจมีปริมาณน้ำไม่พอเพียง หากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่า

-56-

สักหรือมีโครงการใหญ่ที่สมบูรณ์แล้ว ก็ใช้วิธีการผันน้ำจากป่าสัก คืออ่างใหญ่ ต่อลงมายังอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว
(อา่ งเล็ก) กจ็ ะชว่ ยใหม้ ีปรมิ าณนำ้ ใชม้ ากพอตลอดปีสำหรบั สระของเกษตรกร
การประยุกตใ์ ช้เกษตรทฤษฎใี หม่ไปใช้ในชวี ิตประจำวนั

“การเกษตรทฤษฎีใหม่” เป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นจุดเริ่มต้นของ
หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นการจัดการเรื่องดินและน้ำเพื่อการเกษตรในท่ีดินขนาดเล็ก นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
สงู สดุ สรุปแนวพระราชดำริได้ ดงั น้ี

1. ที่ดินเกษตรกรส่วนใหญ่ถือครองมีขนาดเล็ก เฉลี่ยครอบครัวละ 15 ไร่ ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4
ส่วน เพ่อื ใช้ทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ให้เกดิ ประโยชน์อย่างคมุ้ ค่า ดังนี้

1.1 สระน้ำ รอ้ ยละ 30 ใช้เล้ียงปลาและเกบ็ กักน้ำไว้ใชใ้ นการอุปโภค และเพาะปลกู
1.2 พน้ื ท่ีปลูกพชื ไร่ พชื สวน รอ้ ยละ 30 เช่น ปลกู ผักสวนครวั กลว้ ย มะละกอ ฯลฯ
1.3 พน้ื ทท่ี ำนาข้าว รอ้ ยละ 30
1.4 ท่ีอยอู่ าศัย รอ้ ยละ 10 ใชป้ ลกู บ้าน ลานอเนกประสงค์ เลี้ยงสตั ว์บก เปด็ ไก่ ฯลฯ
2. ผลดีของ “การเกษตรทฤษฎใี หม่” คอื
2.1 ชว่ ยใหเ้ กษตรกรมรี ายได้เพ่ิมขึ้น มงี านทำตลอดปี มีแหล่งน้ำไวใ้ ช้ แก้ปัญหาภยั แห้ง มผี ลผลิต
บรโิ ภคภายในครอบครัวอย่างเพียงพอ เชน่ ขา้ ว ผกั ผลไม้ ปลา ไขไ่ ก่ ฯลฯ และสามารถนำไปจำหนา่ ยในตลาดได้ทุกวัน
2.2 ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า เป็นแนวทางการพัฒนาการ
เกษตรแบบพึ่งตนเอง โดยผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมงไว้ด้วยกัน ช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพราะเนน้ ความพออยพู่ อกิน ไม่เป็นหนสี้ นิ
3. สถานที่ทดลอง “การเกษตรทฤษฎีใหม่” ตามแนวพระราชดำริ คือ วัดมงคลชัยพัฒนาตำบล
ห้วยบงและตำบลเขาดนิ พฒั นา อำเภอเฉลมิ พระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซ่ึงไดร้ ับความสำเร็จเป็นอย่างดี

หลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง
จากแนวพระราชดำรเิ รื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” สามารถอธบิ ายหลกั การสำคัญได้ ดังน้ี

1. การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก เป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต
ให้มากที่สดุ เช่น ที่ดิน เครื่องมือการเกษตร แรงงานของสมาชิกในครอบครวั ฯลฯ เพื่อนำมาใช้เพิ่มผลผลิตและสนอง
ความตอ้ งการพื้นฐานของชวี ิตอยา่ งพอประมาณ ไมฟ่ งุ้ เฟอ้ และเน้นการพึง่ ตนเองให้มาก

2. การพึ่งพากันเองเป็นหลกั หมายถึง เน้นการรวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชาวบา้ น โดยยึด
หลักความสามัคคีในหมู่คณะ การประนีประนอม ความเอื้อเฟื้อและเอื้ออาทรต่อกัน และคำนึงถึงประโยชน์ของ
ส่วนรวมเป็นสำคัญ เช่น ร่วมมือทำงานสินค้าหัตถกรรม แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ เพื่อให้สมาชิกมีรายได้
เพิม่ ขึ้นครอบครัวมคี วามเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกิจ และสง่ ผลใหท้ อ้ งถิ่นหรือชมุ ชนมีความเขม้ แข็งตามมา

3. มีหลักการจัดการที่ดี การดำเนินชีวิตในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องมีหลักการบริหารและ
การจัดการที่ดี เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์มาใช้บริหารและ

-57-

จัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า เช่น มีที่ดินจำกัดแต่สามารถนำมาใช้เพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้
ให้แก่ครอบครวั ไดอ้ ย่างเตม็ ท่ี เป็นตน้

สรุปลกั ษณะสำคญั ของหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
1. เน้นการพึง่ ตนเองเปน็ หลัก
2. เนน้ การรวมตวั ชว่ ยเหลอื พง่ึ พาซ่งึ กนั และกัน
3. เน้นการพฒั นาตามศักยภาพทต่ี นมีอยา่ งเตม็ ท่ี
4. เนน้ ความเปน็ อยู่อยา่ งประหยดั พออยู่ พอมี พอกิน และพอประมาณ
5. เนน้ การพฒั นาอยา่ งย่งั ยืน หรือเติบโตอย่างมั่นคง
6. ไม่ใชจ่ ่ายหรือลงทุนเกนิ ฐานะหรือกำลังความสามารถของตน
การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนิน
ชีวติ ประจำวัน มีแนวทางดงั น้ี
1. หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งสำหรับประชาชน

1.1 ประกอบอาชีพสจุ ริต ดว้ ยความขยันขันแข็ง และหาทางเพิม่ พนู รายได้
1.2 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัด ไมฟ่ ุง้ เฟอ้ หรอื หลงใหลตามกระแสวตั ถนุ ยิ ม
1.3 ศึกษาหาความรู้ เพ่อื เป็นพ้นื ฐานในการประกอบอาชพี อยา่ งต่อเนือ่ ง
1.4 มคี วามเอ้ือเฟอ้ื ช่วยเหลือซง่ึ กันและกนั ลดละการแก่งแย่งผลประโยชนซ์ งึ่ กันและกัน
2. หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งสำหรับเกษตรกร
แนวพระราชดำริในหลักเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเกษตรกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้
พระราชทาน “การเกษตรทฤษฎใี หม่” มี 3 ขนั้ ดงั น้ี
ขั้นที่ 1 การผลิตที่พึ่งตนเองได้ เลี้ยงตนเองได้ โดยใช้พื้นที่ดินของตนทำการเกษตรแบบผสมผสาน
เพื่อใช้ที่ดินอย่างคุ้มค่า มีแหล่งน้ำ มีอาหารบริโภค และมีรายได้ประจำวัน ทั้งนี้ ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน
ทำสระนำ้ ทำนาข้าว ปลูกพืชไรพ่ ืชสวน และทำท่อี ยอู่ าศัยและเลยี้ งสัตว์ (ในอัตราส่วน 30:30:30:10)
ขั้นที่ 2 การจัดตั้งสหกรณ์ ให้ร่วมมือกันจดั ตั้งสหกรณ์การเกษตร เพื่อช่วยเหลอื ซึ่งกันและกันในด้าน
การผลิต การจำหนา่ ยผลผลติ การตลาด การพัฒนาชวี ิตความเปน็ อยู่ และอื่นๆ เพื่อให้มรี ายได้และชีวติ ความเป็นอยู่ดี
ข้นึ กว่าเดิม
ขั้นที่ 3 การสร้างเครือข่ายกลุ่มอาชีพใหก้ ว้างขวางและเข้มแข็ง เช่น จัดตั้งกลุ่มอาชพี ของท้องถ่ิน ให้
สามารถนำผลผลิตไปจำหนา่ ย ท้ังตลาดภายในและภายนอกประเทศได้
โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำรเิ พอื่ ปวงชนชาวไทยทส่ี ำคญั
เป็นโครงการท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทาน
แก่ประชาชนชาวไทย เช่น โครงการเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า และวิศวกรรม โดยมีส่วนราชการที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงาน
ในการรับและประมวลพระราชดำริ คือ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ

ประเภทโครงการ ภาค รวม

-58-

เหนอื กลาง ตะวันออกเฉยี งเหนือ ใต้ ไม่ระบุ

ดา้ นแหล่งนำ้ 1,255 511 851 631 0 3,248

ด้านการเกษตร 47 51 44 28 0 170

ดา้ นส่ิงแวดล้อม 63 41 41 34 3 182
ดา้ นส่งเสริมอาชีพ
ดา้ นการสาธารณสขุ 89 35 121 94 0 339

15 16 9 7 11 58

ดา้ นคมนาคม/สอื่ สาร 23 22 20 22 0 87

ดา้ นสวสั ดกิ ารสังคม/การศึกษา 203 75 53 63 4 398

ดา้ นบรู ณาการ 105 62 52 33 7 259

รวม 1,800 813 1,191 912 25 4,741

ตารางท่ี 4.1 ปจั จุบันมโี ครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จำนวน 4,741 โครงการ
โครงการพระราชดำรเิ กย่ี วกับปา่
โครงการศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชงิ เทรา
โครงการศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนาพกิ ุลทอง จ.นราธวิ าส
โครงการศนู ย์ศึกษาการพฒั นาภูพาน จ.สกลนคร
โครงการศูนยศ์ ึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบรุ ี เน้นเรื่องปา่ เปียก, ป่าชายเลน
โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอา่ วค้งุ กระเบน จ.จนั ทบรุ ี เนน้ เร่อื งสภาพแวดล้อม การฟื้นฟูปา่ ชายเลนและ
โครงการอนุรักษห์ ญ้าทะเล
โครงการศูนยศ์ ึกษาการพัฒนาหว้ ยฮ่องไคร้ จ.เชยี งใหม่ เน้นเรื่องทฤษฎีการปลูกปา่ 3 อย่าง
โครงการพฒั นาพ้นื ท่ลี ุ่มน้ำแม่อาว จ.ลำพนู เน้นเรอ่ื งการพัฒนาและฟน้ื ฟู
โครงการห้วยองคต จ.กาญจนบุรี เน้นเรื่องการฟนื้ ฟสู ภาพสิง่ แวดล้อม (rehabilitation)
โครงการศึกษาวจิ ยั และพฒั นาส่ิงแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เนน้ การรกั ษาสภาพป่าชายเลนโดยวธิ ี
ทางธรรมชาติ
โครงการพัฒนาปากน้ำปราณบรุ ี จ.ประจวบคีรขี นั ธ์
โครงการพฒั นาเบ็ดเสรจ็ ลุม่ น้ำสาขาแม่ปิง จ.เชียงใหม่และลำพูน เนน้ การปลกู ป่า การทำแนวกันไฟ
โครงการพฒั นาพ้นื ท่ปี ่าขุนแม่กวง จ.เชียงใหม่ ซง่ึ เปน็ แหล่งตน้ นำ้ ลำธาร
โครงการศูนยศ์ ึกษาวจิ ัยธรรมชาตแิ ละปา่ พรุสิรนิ ทร จ.นราธิวาส
โครงการพระราชดำรเิ กยี่ วกับดนิ
โครงการศนู ย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชงิ เทรา

-59-

โครงการศูนยศ์ ึกษาการพฒั นาพกิ ลุ ทองอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส
โครงการศนู ย์ ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบรุ ี
โครงการศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาห้วยฮอ่ งไคร้อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จ.เชยี งใหม่
โครงการพัฒนาพืน้ ที่ลุ่มแม่อาว จ.ลำพูน
โครงการศึกษาวิธีการฟืน้ ฟูทดี่ ินเส่ือมโทรมเขาชะง้มุ จ.ราชบรุ ี
โครงการทดลองแก้ปญั หาดินเปร้ียว จ.นครนายก
แนวพระราชดำริ “แกล้งดนิ ”
แนวพระราชดำริเกย่ี วกับการนำ “หญา้ แฝก” มาใช้ป้องกันการพงั ทลายของดนิ
แนวพระราชดำริ “ห่มดนิ ” เพือ่ การฟนื้ ฟดู นิ ท่ีเสอ่ื มสภาพ
โครงการพระราชดำรเิ ก่ียวกับน้ำ
โครงการหว้ ยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปา่ สกั จ.ลพบรุ ี, จ.สระบรุ ี
โครงการพัฒนาพน้ื ทีล่ มุ่ น้ำแม่อาว จ.ลำพนู
โครงการห้วยองคต จ.กาญจนบุรี
โครงการเขอ่ื นขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
โครงการพฒั นาเบด็ เสรจ็ ลมุ่ น้ำสาขาแม่ปิง จ.เชยี งใหม่, จ.ลำพนู
โครงการศึกษาวจิ ยั และพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ มแหลมผักเบยี้ จ.เพชรบุรี
โครงการนำ้ ดีไลน่ ำ้ เสียตามคลองตา่ ง ๆ ในกรุงเทพมหานคร
โครงการบำบดั นำ้ เสยี โดยใชพ้ ืช บงึ มักกะสนั กรุงเทพมหานคร
แนวพระราชดำริ “แก้มลิง”
โครงการพระราชดำริฝนหลวง
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เน้นการบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยวิธีทางธรรมชาติ
โครงการผันนำ้ เขา้ ทสี่ ่วนพระองค์ บริเวณพระราชานุสาวรยี ์สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั ทงุ่ มะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา
โครงการป้องกนั น้ำท่วมดว้ ยการเบี่ยงนำ้ คลองลดั โพธ์ิ กรงุ เทพมหานคร
โครงการพฒั นาลุ่มนำ้ ห้วยทอน จงั หวัดหนองคาย
ศนู ย์ศึกษาการพัฒนาอา่ วคุง้ กระเบน จงั หวดั จันทบุรี
กังหนั น้ำชัยพัฒนา
โครงการทางด้านวิศวกรรม
โครงการทางคูข่ นานลอยฟ้าบรมราชชนนี
โครงการสะพานพระราม 8
โครงการดา้ นการจราจร เก่ยี วกบั การขยายถนนคอขวดจุดต่าง ๆ
ไบโอดีเซลและแกส๊ โซฮอล์จากพืชของไทย
กังหันชยั พฒั นา

-60-

ฝายแมว้ หรอื การจัดทำฝายชะลอน้ำ เพ่ือฟ้ืนฟปู า่ เสอ่ื มโทรม
แนวพระราชดำรอิ ื่น ๆแนวพระราชดำริทฤษฎใี หม่ แนวพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพียง
โรงเรยี นกาสรกสิวิทย์

การศกึ ษาเรยี นรจู้ ากพระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลท่ี 9
เรอ่ื ง พระมหาชนก

พร ะม ห า ช น ก ว ร ร ณ ก ร ร ม จ า ก พ่ อ ท ี ่ เ ป ็ น ย ิ ่ ง ก ว ่ า ค ำ ส อ น ต ล อ ด ร ะย ะเ ว ล า ย า ว น า น ท ี ่ พร ะ อ ง ค์
ทุ่มเทแรงกาย แรงใจเพื่อพัฒนาทุกๆ ด้านให้ประเทศไทยได้ก้าวหน้าไม่แพ้ชาติอื่นนั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องความเป็นอยู่
ของประชาชนเท่านั้น แต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เก่งกาจรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน
การปกครอง การบริหาร การดนตรี ไปจนถึงด้านภาษา เเละวรรณศิลป์ก็เช่นกัน พระองค์มีผลงานพระราชนิพนธ์
ด้านวรรณกรรมให้ได้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพมานานแล้วจากผลงานมากมาย อาทิเช่น หนังสือการแปลเรื่อง
“นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ” จากฉบับภาษาอังกฤษของวิลเลียม สตีเวนสัน ที่มีชื่อเรื่องว่า “A man Called
Intrepid” ซึ่งจัดพิมพ์ไปเมื่อปี พ.ศ. 2536 หรือจะเป็นหนังสือแปลเรื่อง “ติโต” จากฉบับภาษา อังกฤษของฟิลลิส
ออตี ทีช่ ่อื Tito ผลงานทางด้านวรรณกรรมของพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี 9 ยงั มอี กี หลายเร่ืองเลย แต่เรื่องตัดสินใจหยิบ
ยกมาพูดถึงในวันนี้ก็ คือ พระมหาชนก อันเป็นเรื่องราวที่หลายคนน่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
ทรงเกิดความสนใจในเรื่องพระมหาชนกหลังจากที่ได้ฟังพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จึงได้ศึกษา
โดยตรงจากพระไตรปิฎกและได้แปลมาเป็นฉบับภาษาอังกฤษจากมหาชนกชาดกนั่นเอง ด้วยพระปรีชาของพระองค์
ท่านที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น จึงมีการดัดแปลงเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับยุคสมัยและ
สภาพบ้านเมืองในขณะนั้นอีกด้วย “หนังสือนี้เป็นที่รักของข้าพเจ้า หนังสือนี้ไม่มีที่เปรียบและจะเป็นที่ร่าเริงใจของ
ผู้อ่านต้องการให้เห็นว่าสำคัญที่สุดคนเราทำอะไรต้องมีความเพียรขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม
กำลังกายที่สมบูรณ์” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2539
ทรงปรารภถงึ หนังสอื เรือ่ งพระมหาชนกทไี่ ด้แตง่ เสร็จแล้ว

เรอ่ื งย่อพระมหาชนก
พระโปลชนกได้รวบรวมไพร่พลจำนวนมากจากการขยายอำนาจ และได้ยกทัพกลับมาที่เมืองมิถิลา

ด้วยหวังจะยึดเมืองมิถิลา เมื่อพระอริฏฐชนกรับคำร่วมรบก็เป็นสาเหตุให้พระองค์ต้องตายในสนามรบนั่นเอง
พระมเหสีของพระอริฏฐชนกที่กำลังตั้งครรภ์ในตอนนั้นทราบข่าวการตายของสวามีก็ปลอมตัวแ ละหนีออกมาได้
ทันท่วงที และเด็กในครรภ์ของนางก็ คือ พระมหาชนก ผู้ได้รับการตั้งชื่อจากพราหมณ์ที่เลี้ยงดูตามชื่อของผู้เป็นปู่
ที่สวรรคตไปแล้ว พระมหาชนกเป็นเด็กที่มีพละกำลังและมีปัญญาหลักแหลมมาตั้งแต่เด็กเลย อาจเป็นเพราะสืบเช้ือ
สายกษัตริย์โดยตรง ทั้งยังเป็นผู้มีบุญมากทำให้มีเหล่าเทวดาคอยช่วยเหลอื ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภข์ องมารดา เมื่อเติบโต
ขึ้นด้วยวัยเพียง 16 ปี พระมหาชนกเรียนรู้แทบทุกศาสตร์จนครบ อีกทั้งยังมีรูปโฉมงดงามได้ตัดสินใจที่จะล่องเรือ
ค้าขายกับบรรดาพ่อค้าไปยังเมืองสวุ รรณภูมิ เพื่อจะไปนำสมบัติของผู้เป็นบิดากลับคนื แมพ้ ระมารดาจะห่วงกลัวพระ
มหาชนกต้องเจอกบั อนั ตรายในมหาสมุทร แตก่ ็ไม่สามารถหา้ มปรามได้ จนกระทง่ั เม่ือล่องเรอื ไปได้เพียงเจด็ วันก็เผชิญ

-61-

กับพายุ ผู้คนในเรือพากันแตกตื่นเว้นแต่พระมหาชนกที่คุมสติไว้ได้ นำผ้าชุบน้ำมันมาพันรอบตัวก่อนจะปีนขึ้นไปบน
เสากระโดงเรือและกระโดดลงไปยงั มหาสมุทรเป็นการสละเรือท่ีกำลงั จมลงไปในมหาสมทุ ร

เร่ืองราวดำเนินมาถงึ ตรงนี้คงเดาทางเหตุการณ์ต่อไปได้แล้วแน่เลย พระมหาชนกเปน็ ต้นแบบของผู้มี
ความเพียรอย่างแท้จริง เพราะถึงจะต้องว่ายน้ำอยูใ่ นมหาสมุทรนานถึง 7 วัน 7 คืน แต่ก็ยังพยายามว่ายต่อไปด้วยใจ
ที่มุ่งมั่นว่าจะถึงฝั่งในที่สุด ในเนื้อเรื่องก็จะมีกล่าวไว้ว่านางเมขลานั้นละเลยหน้าที่ตรวจตรามหาสมุทรไปนานจนเมื่อ
กลับมาพบพระมหาชนกกำลังแหวกว่ายเอาชีวิตรอดอยู่จึงเอ่ยบอกไปว่า มหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่กว่าที่พระมหาชนก
จะประมาณได้ ถา้ วา่ ยไม่ทนั ถึงฝ่งั ก็คงตายอยู่กลางน้ำนแ่ี หละ แตพ่ ระมหาชนกกลับตอบไปดว้ ยความมุ่งม่ันว่าบุคคลใด
เมื่อทำด้วยความพยายามอยา่ งลูกผู้ชายย่อมไมเ่ ดือดร้อนในภายหลัง เมอื่ ทำด้วยความพยายามแล้วถึงตายก็ปราศจาก
คำครหานางเมขลาไดฟ้ งั ดังนัน้ กส็ มั ผสั ถึงความตง้ั ใจจริงและความพยายามของพระมหาชนกที่ทำทกุ ทางเพ่ือรักษาชีวิต
ตนไวจ้ งึ เอย่ ถามวา่ ตอ้ งการไปทใี่ ดก่อนจะช้อนตัวพระมหาชนกและพาเหาะไปส่งยังเมืองมิถลิ าตามต้องการ

ช่วงที่นางเมขลาพาพระมหาชนกมาส่งถึงเมืองมิถิลานั้น พระเจ้าโปลชนกก็สวรรคต ก่อนหน้านั้นยัง
ไดท้ ง้ิ ปริศนาเอาไว้ใหแ้ ก่ผู้เป็นราชาคนต่อไป แตท่ ว่าไม่มีผใู้ ดไขปริศนานนั้ ได้ บรรดาพราหมณ์จึงตัดสินใจปล่อยราชรถ
ให้วิ่งไปหาผู้มีบุญญาธิการที่จะมาเป็นพระราชาองค์ต่อไป และในตอนนั้นเองค่ะที่ราชรถมาหยุดอยู่ตรงที่พระมหาชน
กนอนพักอยู่ แน่นอนวา่ พระมหาชนกผู้เป็นโอรสแห่งพระเจ้าอริฏฐชนกท่วี ายชนมส์ ามารถแก้ไขปริศนาทั้งหมดได้และ
ได้รับการสถาปนาขึน้ ครองเมืองมิถลิ าในเวลาต่อมาระหว่างที่พหี่ วานอ่านเรื่องพระมหาชนกไปก็นึกถึงคำอีกคำที่ว่าคน
ดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ขึ้นมาได้ค่ะ เพราะพระมหาชนกตั้งมั่นในความดี ไม่ว่าจะต้องเจออันตรายใดๆ ก็สามารถ
ผ่านอุปสรรคมาได้ทุกครั้งจนสามารถได้รับสิ่งที่เป็นของตนเองกลับคืนทั้งหมดได้ในที่สุดคงจะเห็นแล้ว ด้วยพระ
อัจฉริยภาพด้านภาษา เเละวรรณศิลป์ของพระองค์ท่านช่วยสนับสนุนและให้ความสำคัญต่อวงการวรรณกรรมไทย
ไม่ใหส้ ญู หายไป พห่ี วานคดิ วา่ ความต้ังใจของพระเจ้าอยูห่ ัวรชั กาลที่ 9 ทพ่ี ระราชนิพนธ์เร่อื งพระมหาชนกน้ี ดว้ ยความ
ปรารถนาดีแก่ประชาชนของพระองค์ อยากให้ปฏิบัติตนตั้งมั่นด้วยความเพียรดังเช่นที่พระมหาชนกอดทนว่ายน้ำ
เพื่อหาทางรอดอยู่ในมหาสมุทรตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนไม่ได้หยุดพักนั่นเอง ถ้าหากเราทำสิ่งใดด้วยความตั้งใจ
แม้ว่าในตอนเริ่มต้นหนทางที่มอี ุปสรรคอาจจะขรุขระไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ของความพยายามจะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ถือได้ว่าเรื่อง “พระมหาชนก” นั้นเป็นมากกว่าผลงานพระราชนิพนธ์เพราะพระองค์ทรงแฝงข้อคิดคำสอนในการ
ดำเนินชีวิตที่สามารถปรับเข้ากับทุกยุคทุกสมัยเอาไว้อย่างเเยบยล จนกลายมาเป็นคำที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ทนี่ นั่ ” ทเ่ี ราไดย้ ินอยู่ทุกวันน้ี

ประโยคหนงึ่ จากเร่ือง ตาผมเป็นต้นเชอร์รี่ ท่ีบอกวา่ “คนเราจะไม่มีวนั ตาย ตราบใดที่ใครคนหนึ่งยัง
รกั เรา” แมว้ ่ากาลเวลาจะหมนุ ผ่านไปอยา่ งรวดเร็ว แต่คุณความดีและผลงานที่ผ่านมาจะช่วยยำ้ เตือนการมีตัวตนของ
คนที่จากไปให้ชัดเจนอยู่ในหัวใจของคนที่ยังอยู่ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแล้วพี่หวานก็หวังว่า ทุกคนจะซาบซึ้งไปกับพระ
ราชนิพนธเ์ ร่ือง พระมหาชนก อนั แฝงไปด้วยคำสอนและความหวังดจี ากพ่อของแผ่นดนิ ทม่ี อบแก่ลกู ๆ ของทา่ น เพราะ
ความพยายามจะไม่มีวนั ทำรา้ ยใครอยา่ งแนน่ อน
ข้อคิด สอนใจ

การเรียนจะใหป้ ระสบความสำเร็จ ควรปฏบิ ัติตน ควรต้ังใจเรียน มีความมุ่งมั่น อตุ สาหะ มีความเพียร
ตง้ั อยู่ในความดี ดงั คำกล่าว ตอ่ ไปนี้

-62-

1. ให้มคี วามพยายามในการเรยี น
2. มคี วามเพยี รทท่ี ำยอ่ มไมถ่ กู ตเิ ตยี นแมจ้ ะไม่สำเร็จ
3. ให้ขอ้ คดิ ในการดำรงชีวิตโดยแขง่ กับตนเองไม่แขง่ ขนั กับผูอ้ นื่
4. ทกุ อยา่ งจะไมส่ ำเร็จถ้าเพียงแตค่ ดิ เพราะสิง่ ท่ีคดิ ไว้จะมีก็ได้จะพนิ าศไปก็ได้
5. ส่งิ ใดที่มคี ุณภาพ จะเป็นเป้าหมายของการย้ือแย่ง และจะเปน็ อนั ตรายในทา่ มกลางของผู้ขาดปัญญา
6. ไม่เปน็ ทาสของผลประโยชน์
7. เป็นผู้มคี วามรัก
8. ไมห่ ลงตนเอง
การใชส้ ำนวน
ทรงใช้ศัพท์ ในบางประโยคทรงนำคำศัพท์ท่ีน่าสนใจทีน่ อกเหนือกวา่ ธรรมดามาใช้ได้อย่างเหมาะสม
เสนาะทง้ั เสยี งและคำ รวมทัง้ เข้าใจความหมายไดโ้ ดยง่าย เช่น ทรงเปิดเร่ืองดว้ ยศัพท์วา่ ในอดีตกาลอันพ้นคณนาวิสัย
ทำให้เกิดจินตนาการอันประมาณมิได้ว่ากาลเวลานั้นได้ผ่านมาแล้วยาวนานเพียงใด ทรงใช้คำง่าย ตรงไปตรงมาเป็น
การนำเสนอเรื่องราวให้ได้ถึงแก่นสาระ แต่ทั้งนี้คำง่ายเหล่านั้นกลับเป็นคำที่สามารถสื่อได้อารมณ์ ความรู้สึก
และน้ำเสียงของบุคคลในเรื่อง เช่นตอนที่พระราชาอริฎชนกตรัสแก่พระมเหสีว่า “ยอดรัก การรบแพ้หรือชนะนั้น
ไม่อาจรไู้ ด้ ถา้ พม่ี อี ันเปน็ อันตราย นอ้ งจงรกั ษาครรภ์ใหด้ ”ี ตรัสดงั นแ้ี ลว้ เสด็จกรีธาทัพออกจากพระนคร
การใช้โวหารภาพพจน์ ทรงใช้โวหารภาพพจน์ โดยการใช้โวหารภาพพจน์ตลอดทั้งเรื่อง เพื่อช่วยให้
ภาษาสละสลวยเกิดเป็นความงามทางภาษาและยงั ทำใหเ้ รื่องน่าอา่ นขนึ้ ท้ังนีเ้ พราะโวหารภาพพจน์จะช่วยให้เกิดมโน
ภาพ สามารถรับอรรถรสและสุนทรียรสในบทประพันธ์ได้เป็นอยา่ งดี อุปมาอุปไมย (Simile) การเปรียบเทียบสิง่ หน่งึ
วา่ เหมือนกบั อีกส่งิ หน่ึงโดยมีคำเปรยี บเทียบชดั เจน เช่น ไมน่ านนักพระนางกป็ ระสูติพระโอรสมวี รรณะดังทองมหาชน
เปน็ ภกั ษาแห่งปลาและเต่า นำ้ โดยรอบมีสีเหมือนโลหิต พระมหาสตั ว์เป็น อยใู่ นคลน่ื ซ่ึงมีสีดังแก้วมณี เหมือนท่อนต้น
กล้วยทอง พระมหาสัตว์ทรงว่าน้ำข้ามสมุทรอยู่เจ็ดวันเหมือนว่ายข้ามวันเดยี วนามนัย (Metonymy) การแทนคำเพื่อ
นำไปสู่ความหมายที่ต้องการ ทรงใช้นามนัยเพื่อให้เกิดความหมายโดยนัยที่ไพเราะและโวหารภาพพจน์ที่งดงามยิ่ง
ดังนี้ ความสิเนหาของพระอริฏฐชนกราชต่อพระอนุชา ทนทานคำอาบพิษอันซ้ำซากไม่ได้ สัญลักษณ์ (Sybol)
ทรงเลือกหาคำอื่นมาแทนอีกสิ่งหนึ่ง ดังนี้ พระองค์จะมอบเศวตฉัตรหรือจะเข้ายุทธภูมิกัน บุคลาธิษฐาน
(Personification) เป็นการสมมุติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีกิริยาอาการและความรู้สึกนึกคิดประหนึ่งมนุษย์ ดังนี้
ทรงกล่าวถึงการปลอมพระองค์ของพระมเหสีของพระอริฎฐชนกว่า ทรงปลอมพระองค์ด้วยภูษาเก่าเศร้าหมองทรง
ใช้คำเศร้าหมองประกอบกบั คำว่า ภูษา เพอื่ เน้นอารมณ์ เรอื แล่นด้วยกำลังคล่นื ที่ร้ายกาจคำรา้ ยกาจ ช่วยเน้นอารมณ์
เสมอื นวา่ เป็นคน
ข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากเรอ่ื ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ด้วยความประณีต และทรง
ตั้งพระทัยเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ให้เป็นเครื่องเตือนใจประชาชน เข้าถึงจิตใจผู้คน เพื่อก่อให้เกิดสัมมาทัศนะใน
การดำเนินชีวิตและในทิศทางการพัฒนาประเทศ ในพระราชปรารภหรือคำนำของพระราชนิพนธ์ คือ ทรงพระกรุณา

-63-

โปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมให้พิมพ์ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแหง่ รชั กาล ให้เปน็ เครอ่ื งพิจารณาเพื่อประโยชน์
ในการดำเนินชีวิตของสาธทุ ง้ั หลาย ดงั น้ี

1. ในยามวิกฤต ต้องคดิ พงึ่ ตนเอง เทวดาจะชว่ ยผทู้ ่ชี ว่ ยตวั เองเท่านัน้
2. ความเพยี รอันบรสิ ทุ ธิ์ หมายถึง ต้องพยายามอย่างถงึ ท่สี ดุ เพื่อทีจ่ ะก้าวผ่านวิกฤต สร้างเศรษฐกิจ
จรงิ ด้วยงานหรือความเพยี รอันบรสิ ทุ ธ์ิ
3. สร้างเศรษฐกิจด้วยการอนรุ ักษ์และเพิ่มพูนทรพั ยากร
4. โมหภูมิและมหาวิชชาลัย หมายถึง มนุษย์จะสามารถปฏิรูปการเรยี นรูข้ องมนษุ ยต์ ้องหลดุ พ้นจาก
อวิชชา เพื่อกา้ วไปสู่การพัฒนาอย่างแทจ้ รงิ
ธรรมะจากเรอ่ื งพระมหาชนก
ธรรมะข้อแรก ท่ีได้จากเรื่องพระมหาชนก ก็คือการตั้งสัตยาธิษฐานของพระโปลชนกที่ว่า
“ถ้าข้าพเจ้าคิดไม่ซื่อกับพระเชษฐาจริง ขอให้เครื่องจองจำจงคงตรึงมือและเท้าของข้าพเจ้าไว้ แม้ประตูก็จงปิดสนิท
แต่ถ้าขา้ พเจ้ามิไดม้ จี ติ คิดทรยศ ขอให้เครื่องจองจำจงหลุดจากมอื และเทา้ ของขา้ พเจา้ แม้ประตกู ็จงเปิดออก”
คำว่า “สัตยาธิษฐาน แยกได้สองคำดังนี้คอื สัจจะ + อธิษฐาน หมายความว่า ให้ตั้งสัจจะขึ้นมาก่อน
แล้วจึงอธิษฐานตามหลัง ดังเช่นที่พระโปลชนกตั้งสัจจะว่า “ถ้าข้าพเจ้าคิดไม่ซื่อกับพระเชษฐาจริง” แล้วจึงอธิษฐาน
ตามหลงั วา่ “ขอให้เครอ่ื งจองจำจงตรงึ มือและเท้าของขา้ พเจ้าแม้ประตูกจ็ งปดิ สนทิ ” ดังน้ีเป็นตน้
การต้ังสตั ยาธษิ ฐานของผู้มศี ลี มธี รรม ย่อมสำเรจ็ สมประสงค์เปน็ แน่แทแ้ มใ้ นสมยั ปจั จุบนั ถ้าหากเรา
กำลังประสบกับอุปสรรคหรือปัญหาชีวิต ก็สามารถที่จะตั้งสัตยาธิษฐาน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นได้ โดยการ
ต้งั สัตยาธษิ ฐานดังน้ีท่ีพง่ึ อยา่ งอ่ืนของขา้ พเจ้าไม่มีพระรตั นตรัยเป็นท่พี ึ่งอนั ประเสริฐของข้าพเจ้าด้วยการกล่าวคำสัตย์
นข้ี อให้ความสวัสดี (ความปลอดภัย) จงมีแกข่ ้าพเจา้ ฯ
ธรรมะข้อทสี่ อง เม่ือเรือใกล้จะแตกกลางทะเล หมชู่ นกลวั มรณภัย รอ้ งไห้คร่ำครวญ กราบไหว้เทวดา
ทั้งหลาย แต่พระมหาชนกไม่ทรงกันแสงคร่ำครวญ และไม่ไหว้เทวดาทั้งหลาย แต่ทรงคลุกน้ำตาลกับเนยเสวยจน
เต็มท้อง แล้วชุบผ้าเนื้อเกลี้ยงสองผืนด้วยน้ำมันจนชุ่ม ทรงนุ่งผ้าให้มั่นแล้วข้ึนไปบนเสากระโดงเรือกระโดดลงมา
เพื่อให้พ้นจากบริเวณที่เรือแตกข้อคิดจากตรงนี้ก็ คือ การที่พระมหาชนกไม่มัวแต่กราบไหว้เทวดาเหมือนคนอื่น
เพราะถ้ามัวแต่กราบไหว้อ้อนวอนเทวดา ก็คงจะต้องตายอยู่กลางทะเลเป็นแน่แท้ แต่พระองค์ทรงใช้หลักการ
พึ่งตนเอง ดังพุทธพจน์ทว่ี า่ “ตนแลเป็นที่พึง่ แห่งตน บุคคลอื่นใครเลา่ จะเปน็ ทพี่ งึ่ ให้เราไดต้ ลอดไป”
ธรรมะข้อที่สาม ซึ่งถือกันว่ามีความสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ อันแสดงถึงพระวิริยปรมัตถบารมีที่
พระมหาชนกทรงบำเพ็ญ คือคำโต้ตอบระหวา่ งนางมณีเมขลากบั พระองค์กลางทะเล
นางมณีเมขลากล่าวว่า “ใครหนอ พยายามว่ายน้ำในมหาสมุทร อันแลไม่เห็นฝั่งอยู่เช่นนี้ ท่านเห็น
ประโยชน์อะไร จงึ ได้พยายามว่ายอยู่อยา่ งน้ี?”
พระมหาชนกตอบว่า “ดูกรเทพธิดา เราได้พิจารณาเห็นธรรมเนียมของโลก และผลของความ
พยายามจึงไดพ้ ยายามว่ายนำ้ อยใู่ นมหาสมทุ รอนั แลไมเ่ ห็นฝง่ั น้ี”
นางมณเี มขลาถามอีกว่า “ฝ่ังของมหาสมุทรไมป่ รากฏแก่ทา่ น ถงึ ทา่ นจะพยายามว่ายนำ้ ไป ก็จะต้อง
ตายเสยี กอ่ นท่ีจะถึงฝ่งั แนแ่ ท”้

-64-

พระมหาชนกตอบว่า “ดูกรเทพธิดา เมื่อบุคคลทำความเพียรอยู่ ถึงจะตายไปก็ได้ชื่อว่าไม่เป็นท่ี
ติเตียนของบิดา มารดา วงศาคณาญาติตลอดถึงเทพยดาทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง เมื่อบุคคลตั้งใจทำหน้าที่ของตน
อย่างสุดความสามารถแล้ว ย่อมจะไม่เสียใจภายหลัง” นางมณีเมขลากล่าวว่า “การพยายามทำงานอันใดแล้ว
ยังไม่สำเร็จแต่เกิดอุปสรรคถึงกับเสียชีวิตไปก่อน ก็ไม่ควรทำความพยายามนั้นเลย เพราะความพยายามที่ทำมา
ทง้ั หมดสญู เปลา่ ”

พระมหาชนกตอบว่า “ผู้ใดว่าการงานที่ทำไปจะไม่สำเร็จ แล้วไม่รีบหาทางป้องกันภัยอันตราย
บคุ คลนนั้ ชื่อวา่ ไม่รกั ษาชวี ติ ตน ถ้าบุคคลน้ันละความเพียรเสีย ก็จะไดร้ บั ผลแหง่ ความเกยี จครา้ นของตน บางคนได้เห็น
ผลแห่งความประสงคข์ องตน แลว้ ตั้งใจทำงาน ถึงการงานจะสำเรจ็ หรือไม่ก็ตามกไ็ ด้เหน็ ผลงานประจกั ษ์แกต่ น ทา่ นจง
ดูคนทง้ั หลายท่ีมาในสำเภาเดียวกับเราเถิด คนพวกนัน้ พากนั ยอ่ ท้อตอ่ อนั ตราย ไม่พยายามวา่ ยน้ำจนสดุ ความสามารถ
ก่อน จึงพากันจมน้ำตายในมหาสมุทรท้ังสิน้ เหลือแต่เราผู้เดียวท่ีสูท้ นว่ายนำ้ ข้ามมหาสมุทรอยู่ถึง 7 วันเข้าแล้ว บัดน้ี
เราไดเ้ ห็นผลของความเพียรนน้ั แล้ว คอื เราไดเ้ หน็ ท่านซึ่งเปน็ เทวดาท่ีเราไมเ่ คยเหน็ มาก่อนเลย ท่านจะมาบอกวา่ ความ
พยายามของเราสูญเปล่าได้อยา่ งไร? เพราะฉะนั้นเราจักพยายามว่ายน้ำอีกต่อไป จนกว่าจะถึงฝั่งแห่งมหาสมุทรใหจ้ ง
ได้” นางมณีเมขลาได้ฟังดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส สรรเสริญพระมหาชนกว่า “ท่านได้เพียรสู้ทนว่ายน้ำข้ามทะเลท้ัง
ใหญท่ ั้งลึกหาประมาณมิได้ จนถงึ กบั ไม่จมนำ้ ตาย บุรษุ เช่นท่านหาไดย้ ากในโลก ทา่ นประสงค์จะไปที่ใด ดิฉันจะไปส่ง”
แลว้ จึงอ้มุ พระมหาชนกไปส่ง ณ ท่ีพระองคป์ ระสงคจ์ ะไป คอื เมอื งมถิ ิลานคร

ธรรมะข้อที่ส่ี หลังจากที่พระมหาชนกทรงครองราชย์แล้ว พระองค์ทรงระลึกถึงความหลังที่ทรงทำ
ความเพียร ณ ท่ามกลางมหาสมุทร จึงทรงมนสิการ (รำพึง) ในใจว่า “ขึ้นชื่อว่าความเพียร ควรทำแน่แท้ ถ้าเราไม่
พยายามว่ายนำ้ กลางทะเลจนถงึ วันที่ 7 เราคงตายไปกลางทะเลแลว้ คงจักไมไ่ ด้ราชสมบัติน้”ี

เมื่อพระองค์ทรงอนุสรณ์ถงึ ความเพียรน้ัน ก็เกดิ ปตี ิโสมนัสซาบซา่ น จงึ ทรงเปลง่ อทุ านด้วยพระกำลัง
ปีติว่า “บุรุษผู้เป็นบัณฑิต ควรพยายามร่ำไป ไม่ควรเบื่อหน่ายในกิจของตน จงดูเราซึ่งได้ขึ้นสู่บกและได้ครองราช
สมบัติเป็นตัวอย่าง คนเป็นอันมากเมื่อกำลังประสบทุกข์ จะไม่ต้ังใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่เมื่อได้รับความสุข
จึงต้ังใจทำสง่ิ ที่เป็นประโยชน์ ส่วนบคุ คลผมู้ ปี ัญญา ถงึ แม้กำลงั ประสบทุกข์ก็ไมส่ ้ินหวังวา่ จะไม่ได้ประสบสุขเพียรสู้ทน
ทำหนา้ ท่ีของตนอยา่ งสุดความสามารถ ยอ่ มจะประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะวา่ สง่ิ ทมี่ ิไดค้ ดิ ไว้ล่วงหน้าอาจเกิดขึ้น
ก็ได้สิ่งที่คิดไว้ล่วงหน้าอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ทรัพย์สมบัติทั้งหลายของบุรุษหรือสตรีไม่อาจสำเร็จ (เกิดขึ้น) ได้เพียงแค่
ความคดิ (แตส่ ำเร็จลงได้ดว้ ยการลงมือกระทำเทา่ นน้ั )”

คำว่า “สิ่งท่มี ไิ ดค้ ดิ ล่วงหนา้ อาจเกิดขน้ึ กไ็ ด”้ หมายความว่า พระมหาชนกมไิ ด้ทรงดำรไิ วล้ ่วงหน้ามา
กอ่ นเลยว่า จะได้ครองราชย์สมบตั ดิ ้วยวธิ ีเช่นนี้

คำวา่ “สง่ิ ทค่ี ิดไว้ลว่ งหนา้ อาจไมเ่ กิดขึ้นก็ได้” หมายความวา่ พระมหาชนกทรงดำริไว้ล่วงหน้าว่าจะ
ไปค้าขายทางสวุ รรณภูมิ เม่อื ได้เงินมาก็จะทำการซ่องสมุ ผู้คน และจะทำการยุทธ์เพื่อยดึ กรุงมิถลิ าคืนมา แต่สิ่งท่ีคิดไว้
ท้งั หมดกลบั ตาลปตั ร ดงั นั้น ชนผู้ไม่ประมาท ควรเตรียมตัวใหพ้ ร้อม เพ่ือรบั กบั ทุกสถานการณ์ทไี่ ม่คาดฝนั

ธรรมะข้อที่ห้า ก่อนที่พระมหาชนกจะเสด็จออกผนวชได้ไม่นาน พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า
บรรพชิตเป็นเพศท่ปี ระเสริฐทีส่ ดุ ในโลก ประเสรฐิ กว่าแมเ้ พศแห่งพระราชา (อิมมฺหา ราชเวสา ปพฺพชิตเวโส วรตโร)

-65-

ตอนท้ายของพระราชปรารภเรื่องพระมหาชนกนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลิขิตปริศนาธรรมไว้ว่า “ขอจงมี
ความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์”เคยมีการนำเอานักวิชาการหลายท่านมาตีความทาง
สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่า ความเพียรที่บริสุทธิ์หมายถึงอะไร? ปัญญาที่เฉียบแหลมหมายถึงอะไร? และกำลังกายท่ี
สมบรู ณห์ มายถงึ อะไร? ปรากฏวา่ ขอ้ ทห่ี นึง่ ไม่มีใครตอบถูกแม้แต่คนเดียว ความเพียรท่บี รสิ ุทธใ์ิ นทางศาสนา หมายถึง
สมั มาวายามะ ได้แกค่ วามเพียรทถี่ ูกต้องตามทำนองคลองธรรม 4 ประการ คอื

1. เพยี รระวังไมท่ ำบาปทย่ี งั ไมเ่ คยทำ
2. เพยี รระวงั ไมท่ ำบาปท่ีเคยทำมาแล้ว
3. เพยี รกระทำกศุ ลธรรมชนดิ ใหมท่ ตี่ นยงั ไมเ่ คยทำ
4. เพยี รกระทำกุศลธรรมทเ่ี คยทำมาแลว้ ใหเ้ จริญยง่ิ ๆ ขึน้ ไป
ความเพียร 4 ประการนี้เท่านั้น ที่จัดเป็นยอดแห่งความเพียรที่บริสุทธิ์ ส่วนความเพียรอื่น ๆ เช่น
เพียรจีบสาว หรอื เพียรลักขโมย จนประสบความสำเรจ็ เปน็ ตน้ ไม่จดั ว่าเป็นความเพียรที่บรสิ ุทธ์ิ
ปัญญาที่เฉียบแหลม หมายถึง อริยปัญญา คือปัญญาที่ชำแรกกิเลส ปัญญาที่เอาชนะกิเลสได้ แต่ใน
เรื่องพระมหาชนกนี้ หมายถึงเชาวน์ปัญญาและปฏิภาณปัญญา คือปัญญาที่คิดและรู้อะไรได้รวดเร็วว่องไว ดั งเช่นที่
พระมหาชนกทรงรู้หัวนอนแห่งบัลลังก์สี่เหลี่ยม และทรงสามารถไขปริศนา (ลายแทง) แห่งขุมทรัพย์ 16 ขุมได้เป็น
ผลสำเร็จ
ปัญญาที่เฉียบแหลม เกิดจากความเพียรพยายามฝึกฝนอบรม และหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอดัง
พระพุทธพจน์ที่ว่า “โยคา เว ชายเต ภูริ = ปัญญาเกิดจากการหม่ันฝึกฝน” นอกจากนี้ปัญญาอันเฉียบแหลม
ยังหมายถึง ปัญญาที่โน้มเอียงมาทางธรรม ดังเช่นพระมหาชนกทรงพิจารณาเห็นว่า “ต้นมะม่วงที่มีผลถูกมหาชนรุม
เก็บกินจนหักโคน่ ลงมา สว่ นตน้ มะม่วงท่ไี ม่มผี ลกลับตั้งตระหงา่ นอยู่ตามปกติ” พระองคท์ รงได้ความสงั เวชว่า “แมร้ าช
สมบัตินี้ก็เช่น กับต้นไม้มีผล บรรพชาเช่นกับต้นไม้ไม่มีผล ภัยย่อมมีแก่ผู้มีความกังวล ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีกังวล
เราจักไม่เป็นเหมอื นต้นไม้มผี ล แตจ่ ักเปน็ เหมือนตน้ ไม้ไมม่ ีผลเราจกั เสด็จออกบรรพชา”

พระมหาชนกดำริต่อไปอีกว่า “พวกศัตรู ย่อมประสงค์จะฆ่าเราผู้มีสมบัติเหมือนกับต้นไม้ที่มีผล
ฉะนั้น อุปมาดั่งเสือเหลืองย่อมถูกคนฆ่าเพราะหนัง ช้างพลายย่อมถูกคนฆ่าเพราะงาคนมีทรัพย์ย่อมถูกคนฆ่าเพราะ
ทรัพย์ฉันใด คนไมม่ ีเหยา้ เรือนและไม่เกยี่ วข้องดว้ ยกิเลสตัณหาย่อมไม่มีใครฆา่ เหมือนกบั ต้นมะมว่ งท่ีไม่มีผล ฉันนั้น”
แม้ในปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน ได้อ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2542 คอลัมน์สกู๊ปพิเศษหน้าที่ 10 เรื่อง
“จังหวัดลพบุรี ใช้ ส.จ. และ กำนันเปลือง” เนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เป็นอันมาก
คนเหล่านี้เป็นดุจต้นไม้มีผล จึงต้องถูกฆ่า สมดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลิขิตไว้ในพระราชปรารภว่า
"สิ่งใดดี มีคุณภาพ จะเป็นเป้าหมายของการยื้อแย่ง และจะเป็นอันตราย ในท่ามกลางผู้ที่ขาดปัญญา”กำลังกาย
ที่สมบูรณ์ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน ดูแลรักษา
สขุ ภาพของตนให้แขง็ แรงดจุ พระมหาชนก อย่าได้เปน็ สงิ หข์ ้ยี าหรือเปน็ ทาสยาเสพตดิ เพราะผู้ทจ่ี ะประสบความสำเร็จ
ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จะต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์เป็นพื้นฐาน การที่พระมหาชนกประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังเพราะ
พระองคท์ รงพรั่งพรอ้ มดว้ ยคุณธรรม 3 ประการ คือ

-66-

1. มคี วามเพียรทบี่ ริสุทธ์ิ
2. มีปัญญาท่ีเฉียบแหลม
3. มกี ำลังกายท่สี มบูรณ์
ดงั น้นั ผู้ที่อยากจะประสบความสำเรจ็ ในวิชาชีพของตน จงพยายามบำเพญ็ ธรรม 3 ประการน้ี ใหเ้ กดิ มีในตนเถดิ

“แม้นผู้ใด ใครทงั้ ปวง อยากล่วงทกุ ข์
ประสบสขุ แสนประเสรฐิ อนั เลิศลำ้
เพราะความเพียร ดอกหนา พาพน้ กรรม

จึงพบธรรม สัมมา คา่ ทเ่ี พียร”
พระไตรปิฎกเลม่ ท่ี 28/112 พทุ ธฺ วิรโิ ย ภิกฺขุ
โคก หนอง นา แห่งนำ้ ใจและความหวงั ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รชั กาลที่ 10
ท่ามกลางกระแสทุนนิยมเสรี (Capitalism) ที่ถั่งโถม และสภาพเศรษฐกิจสังคมที่ GDP ดิ่งติดลบ
รัฐไทยจะต้องปรับนโยบายใดบ้าง เพื่อให้โครงการตามพระราชดำรินี้ดำรงคงอยู่ท่ามกลางความพอดีพอเพียง
(Sufficiency) ในทุนนิยมโลกที่ค่อนข้างจะย้อนแย้งในตัวเองในหลายประการ ไม่ว่าจะมองในมิติใด เพราะกระแส
สังคมโลกโซเชียล (Social Network) ที่สังคม และผู้คนต้องปรับตัวและตามมันให้ทัน ความท้าทาย เศรษฐกิจเอื้อทนุ
ใหญ่สังคมปลาใหญ่กินปลาเล็ก รัฐสวัสดิการยังห่างไกล ความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีทุกมิติ สังคมเป็นสังคมผู้สูงวัย
สมบูรณ์แลว้ รัฐใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นำทางการพัฒนาที่น่าจะไม่สอดคล้องกับโลกาภิวัตน์ (Globalization) และ
ระเบียบการจัดโลกใหม่ (New World Orders) โดยเฉพาะกระแสความเปลี่ยนแปลงโซเชียลที่ผันผวน (Disruptive)
มาก ที่ต้องมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงสูงมาก ชาวนาน้ำตาตก ข้าวไม่ได้รับการประกัน เพราะรัฐไม่มีตังค์ แต่รัฐจะให้
ชาวนาทำโครงการโคกหนองนา เพราะข้าวนาปีของชาวนาที่เก็บเกี่ยว แต่ไม่มีราคา เพราะข้าวเกวียนละ 6 พันบาท
แต่ต้นทุนชาวนามี 6.5 พันบาท (ชาวนาขาดทุน) รัฐมีปัญหาทำโครงการจำนำข้าว เพราะรัฐบาลนี้ไม่ทำเพราะขาด
งบประมาณอย่างไรก็ตามควรศึกษาแนวคิดวิธีการในโครงการนี้ เป็นนวัตกรรม Slow life เช่นสำหรับคนเกษียณ
และ เปน็ New Normal ตอ่ ไป

ความหมายและท่ีมาโครงการโคกหนองนา
แนวคิดการจัดการน้ำ "โคก หนอง นา โมเดล" นีเ้ ป็นการทำเกษตรในพืน้ ที่ขนาดจำกดั หรือขนาดเล็ก

เป็นการกักเก็บน้ำไว้ทั้งบนดิน (ด้วยหนอง คลองไส้ไก่ และคันนา) และใต้ดิน (ด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง)
ตามแนวพระราชดำริของในหลวง ร.9 โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัด อย่างน้อยเพียง 3 ไร่ หรือ แล้วแต่ขนาดของที่ดิน
ตามสภาพความเหมาะสมก็ได้เมื่อปี 2561 มีแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล จำนวนประมาณ 40 แบบให้
กรมพัฒนาที่ดินไว้แจกจ่ายประชาชน ทั้ง 40 แบบ เป็นโมเดลต้นแบบสำหรับท่ีดินขนาดแบบ 3 ไร่ 5 ไร่ หรือ 10-15
ไร่ที่เป็นโมเดลพื้นที่ขนาดเล็ก ตัวอย่างของผลสัมฤทธิ์ คือ การทำนาขั้นบันได บ้านห้วยกระทิง อ.แม่ระมาด จ.ตาก
(มูลนิธกิ สิกรรมธรรมชาต)ิ มีองค์ประกอบดงั น้ี

โคก

-67-

- ดินทีข่ ดุ ทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก “ปา่ 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อย่าง”
ตามแนวทางพระราชดำริ

- ปลูกพืช ผัก สวนครวั เลยี้ งหมู เลี้ยงไก่ เล้ยี งปลา ทำให้พออยู่ พอกนิ พอใช้ พอร่มเยน็ เป็นเศรษฐกิจ
พอเพยี งขั้นพน้ื ฐานก่อนเขา้ สูข่ นั้ ก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา คา้ ขาย และเชื่อมโยงเป็นเครอื ข่าย

- ปลูกทีอ่ ยอู่ าศยั ให้สอดคล้องกับสภาพภมู ปิ ระเทศ และภมู ิอากาศ

หนอง
- ขุดหนองเพื่อกักเกบ็ นำ้ ไวใ้ ชย้ ามหนา้ แลง้ หรอื จำเปน็ และเปน็ ท่รี ับนำ้ ยามน้ำทว่ ม (หลุมขนมครก)
- ขุด “คลองไส้ไก่” หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไป
ตามพื้นที่เพื่อใหน้ ำ้ กระจายเตม็ พื้นทเี่ พ่ิมความชมุ่ ชื้น ลดพลงั งานในการรดนำ้ ต้นไม้
- ทำ ฝายทดน้ำ เพือ่ เกบ็ น้ำเข้าไว้ในพื้นท่ีใหม้ ากท่ีสดุ โดยเฉพาะเมื่อพืน้ ทีโ่ ดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ
น้ำจะหลากลงมายงั หนองนำ้ และคลองไส้ไก่ ใหท้ ำฝายทดน้ำเกบ็ ไวใ้ ช้ยามหนา้ แลง้
- พัฒนาแหล่งนำ้ ในพื้นท่ี ทั้งการขดุ ลอก หนอง คคู ลอง เพ่อื กักเก็บน้ำไว้ใชย้ ามหนา้ แลง้ และเพิม่ การ
ระบายน้ำยามนำ้ หลาก
นา
- พื้นที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน
คืนชีวิตเล็กๆ หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า ทำให้ปลอดสารเคมีได้
ปลอดภัยทั้งคนปลกู คนกิน
- ยกคนั นาให้มคี วามสูงและกว้าง เพ่ือใชเ้ ป็นที่รับนำ้ ยามน้ำทว่ ม ปลกู พืชอาหารตามคันนา โดยความ
ร่วมมือของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร
ลาดกระบัง จงึ ไดม้ กี ารออกแบบพื้นที่กสิกรรมโดยอาศัย “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นแนวคดิ หลักในการจัดการพื้นที่
ในบรเิ วณพ้ืนทีล่ ่มุ น้ำปา่ สักแหล่งน้ำขนาดใหญ่ทีส่ ำคัญที่สุดของเมืองไทย

จดุ แขง็ ของ โคก หนอง นา
เป็นการตอ่ ยอดโครงการตามแนวพระราชดำริ "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามทฤษฎีใหม่ท่ีพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงดำริและดำเนินการโครงการพระราชดำริมานานแล้วรวมสี่พันกว่าโครงการแนวคิด
"โคก หนอง นา โมเดล" เดินตามศาสตร์ของพระราชา เพื่อการทำเกษตรแนวใหม่ ที่ยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นหลักโครงการนี้ใช้เงินของมูลนิธิชัยพัฒนาส่วนหนึ่ง ใช้เงินของราชการส่วนหนึ่ง โดยวิธี ขุดบ่อน้ำ เพื่อใช้น้ำน้ัน
มาทำการเพาะปลูกตาม “เกษตรทฤษฎีใหม่” ตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทไ่ี ดพ้ ระราชทานแกบ่ ุคคลต่างๆ ท่ีเขา้ เฝา้ ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ดิ าลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดสุ ติ วนั อาทติ ย์ท่ี 4 ธนั วาคม 2537
ทฤษฎใี หม่

-68-

หลักมีว่า แบ่งที่ดินเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งเป็นที่สำหรับปลูกข้าว อีกส่วนหนึ่งสำหรับปลูกพืชไร่
พืชสวน และก็มีที่สำหรับขุดสระน้ำ ทฤษฎีใหม่นี่จะขยายขึ้นไปได้ อาจจะทั่วประเทศ แต่ต้องช้าๆ เพรา ะว่าต้อง
สิ้นเปลือง สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ แต่ว่าค่อยๆ ทำ และเมื่อทำแล้ว ก็นึกว่าเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำให้
ประชาชนมีกินแบบตามอัตภาพ คืออาจไม่รวยมาก แต่ก็พอกิน ไม่อดอยาก “หลักทฤษฎใี หม่” ปรับสูตรพระราชทาน
ใหม่เป็น 30 30 30 และ 10 % คือ สัดส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดิน 4 ส่วน เพื่อ การเพาะปลูก เป็นแหล่งน้ำ เป็นที่นา
และ เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งวัดมงคลชัยพัฒนา ตำบลห้วยบง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี จัดสร้างศูนย์สาธิต
“โคก หนอง นา โมเดล” สืบสานศาสตร์พระราชา เริ่มจากซื้อทีด่ ิน 10 ไร่ และเจ้าของที่ดินได้ถวายเพิ่มอีก 2 ไร่ รวม
เปน็ 12 ไร่ ดำเนินการมาต้งั แต่ปี พ.ศ. 2555

ทฏิ ฐธัมมิกตั ถประโยชน์ หมายถึง ประโยชน์ในปัจจบุ นั 4 อยา่ ง ได้แก่
1. อฏุ ฐานสมั ปทา คอื การถึงพรอ้ มด้วยความหมน่ั
2. อารักขสมั ปทา คอื การถงึ พรอ้ มดว้ ยการรกั ษาโภคทรัพย์
3. กัลยาณมิตตตา คือ การมกี ลั ยาณมิตรท่ดี ี
4. สมชีวติ า หมายถงึ การอยู่อย่างพอเพยี งไม้ 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง
ไม้ 3 อย่าง ได้แก่
1. ไม้ใช้สอย คอื ไม้โตเรว็ สำหรบั ใช้ในครวั เรือน เช่น สะเดา, ไผ่
2. ไม้กนิ ได้ เช่น มะม่วง ผักกนิ ใบต่างๆ
3. ไมเ้ ศรษฐกจิ ได้แก่ ไมท้ ปี่ ลกู เพ่อื จำหน่าย เชน่ ไมส้ ัก เปน็ ตน้
ส่วนประโยชน์ 4 อยา่ ง คอื
1. ไม้ใชส้ อย นำมาสรา้ งบา้ น ทำเลา้ เป็ด เลา้ ไก่ ฟืน
2. ไม้กินได้ นำมาเป็นอาหารและยาสมุนไพร
3. ไม้เศรษฐกิจ นำไปจำหนา่ ยเพอ่ื สร้างรายได้
4. ชว่ ยอนุรกั ษด์ ินและน้ำ ซ่งึ การปลกู พืชท่ีหลากหลาย จะสรา้ งระบบนเิ วศทสี่ มดลุ ใหก้ บั พื้นท่ี

จุดออ่ น โคก หนอง นา
โครงการนี้ เพิ่งเริ่มโหมโรงเป็นแนวคิดเพื่อผลสำเร็จในทางปฏิบัตใิ นปีนี้ (2563) โดยโครงการ “พลัง

คนสรา้ งสรรคโ์ ลกรวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เดนิ หน้าสู่ปที ี่ 8 (2555) ภายใตแ้ นวคดิ สทู้ ุกวกิ ฤต รอดพอดีด้วย
ศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัด
กจิ กรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) ในการพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกจิ พอเพียง เช่น
โคก หนอง นาโมเดล
บทบาทกรมการพฒั นาชุมชนในการขับเคล่ือนโครงการ

โครงการโคกหนองนา เพื่อรองรับกลุ่มนักโทษเด็ดขาดที่คาดว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ
ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563 และจะพ้นโทษในปี 2563 จำนวน 39,084 ราย ในเรือนจำ
137 แห่ง ตามหนังสือกรมการพัฒนาชุมชน ด่วนที่สุด ที่ มท 0409.2/ว 2251 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เรื่องการ

-69-

ประสานความร่วมมือโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” และ MOU บันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 ระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมที่ดิน และ กรม
ความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ ตามแผนบรู ณาการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผพู้ ้นโทษที่ผา่ นการอบรม

โครงการพระราชทานในพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา้ เจ้าอย่หู ัว “โคกหนองนาแหง่ นำ้ ใจและความหวัง
กรมราชทัณฑ์”
วตั ถุประสงค์ โคก หนอง นา แหง่ นำ้ ใจและความหวงั

1. สนับสนุนให้ผู้พ้นโทษได้นำความรู้ที่ใช้ในการอบรมไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพภายหลัง
การพน้ โทษ

2. สนับสนุนให้ผู้พ้นโทษ เข้าถึงภารกิจขั้นพื้นฐานของรัฐ หรือบริการสาธารณะ นอกจากนี้ยังมี
เป้าหมายเพิ่มคือ กลุ่มเป้าหมาย : เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ ผู้ว่างงาน กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน
ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
จำนวน 9,188 คน แยกการจา้ งงานเป็น ดงั นี้

2.1 จา้ งงานในพืน้ ท่เี รียนรู้ชุมชนตน้ แบบการพัฒนาคุณภาพชวี ิต (Community Lab Model for
quality of Life : CLM) ระดับตำบล จำนวน 337 ตำบลๆ ละ 10 คน รวม 3,370 คน

2.2 จา้ งงานในพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality
of Life : HLM) ระดบั ครัวเรือน จำนวน 2,909 ตำบลๆ ละ 2 คน รวม 5,818 คนงบประมาณ : 992,304,000 บาท
สรปุ โครงการโคก หนอง นา โมเดล

เปน็ การสร้าง ความม่นั คง ในแหล่งทำกินดา้ นการเกษตร เลีย้ งสัตว์ สกู้ บั ภัยแลง้ ดนิ ขาดความอุดม
สมบูรณ์ ให้หันกลบั มาอุดมสมบรู ณ์ โดยปรับปรุงพ้นื ทีร่ องรับฝนธรรมชาติ และการเชอ่ื มโยงวงจรชีวิต พืช สัตวใ์ ห้
เดินทางร่วมกันได้

คำถามทบทวนทา้ ย
บทเกษตรทฤษฎีใหม่

1. เกษตรทฤษฏีใหม่ มีขน้ั ตอนของการพฒั นาแบ่งออกได้ 3 ขั้นไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง?
2. ประโยชนข์ องเกษตรทฤษฏีใหมต่ ามเอกสารท่ีศกึ ษามีด้วยกัน 4 ขอ้ จงสรปุ มาพอเข้าใจ?
3. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ตามเกษตรทฤษฏีใหม่ โดยยึดหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีแนวทางอยา่ งไร?
4. จงยกตวั อยา่ งโครงการพระราชดำริท่เี กย่ี วกับ ดิน, นำ้ และ ป่า มาอยา่ งละ 2 โครงการ?
5. จากการศึกษาเรยี นรู้พระราชนิพนธ์ ใน รัชกาลท่ี 9 เรื่องพระมหาชนก คุณธรรม 3 ประการเพ่อื ความสำเรจ็

ได้แกอ่ ะไรบ้าง?
6. ปญั หาสำคญั ของเกษตรกรจากอดีตจนถึงปัจจบุ ันไดแ้ ก่อะไรบา้ ง?
7. อตั ราส่วน 30:30:30:10 หมายความว่าอย่างไร?

-70-

8. จากพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ 9 พอสรุปประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ได้ 4 ข้อ
ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง?

9.การทีพ่ ระมหาชนกประสบความสำเรจ็ ในสิ่งท่ีหวัง เพราะพระองค์ทรงพรง่ั พรอ้ มด้วยคณุ ธรรม 3 ประการ
ได้แกอ่ ะไรบา้ ง ?

10. โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ หวั รัชกาลท่ี 10 มีจุดมุ่งหมายอะไร ?
---------------------------------------------------------------

บทที่ 5

การศึกษาเรยี นรจู้ ากภาพยนตรเ์ ทิดพระเกียรติการศึกษาเรียนรจู้ ากภาพยนตร์เทิดพระเกยี รติ
เรื่อง ของขวญั จากก้อนดนิ

“ของขวัญจากดนิ ”ได้นำองค์ความรู้ดา้ นเศรษฐกจิ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ มานำเสนอได้อย่าง
เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ชมนำไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชีวิตได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ชีวิตมีความสุขอย่าง
ยั่งยืน และเพื่อได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างทั่วถึง
ศนู ย์เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

1. การตลาด
2. ภมู ิปญั ญาไทย
3. วถิ ชี าวบ้าน

-71-

4. อืน่ ๆ
“ของขวัญจากดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระเมตตา พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระวิริยะอุตสาหะในการแก้ปัญหา
ความยากไร้ของพสกนิกรชาวไทย รวมถึงเพื่อให้เด็กและเยาวชนรวมทั้งประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจทีถ่ ูกต้อง
ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพยี งและเกษตรทฤษฎใี หม่อย่างทวั่ ถึง
“ของขวัญจากดิน”แฝงไว้ด้วยศาสตร์พระราชา นำองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร
ทฤษฎีใหมม่ าใชอ้ ย่างเปน็ รูปธรรม ทงั้ ยังนำไปประยุกต์ใชใ้ นการดำเนินชวี ิตไดถ้ กู ต้อง สง่ ผลใหช้ ีวติ มีความสุขยัง่ ยนื
“ของขวัญจากดิน”เล่าเรื่องราวของ “ขวัญข้าว” เด็กหญิงวัย 11 ขวบ ลูกสาวคนเดียวของ
“พงษ์”อาชีพขับแท็กซี่ ขวัญข้าวเกิดและใช้ชีวิตในเมืองหลวง มีความรักและผูกพันกับพ่อมากวันหนึ่งเมื่อพงษ์
ประสบปัญหาการเงินไม่สามารถส่งเธอเรยี นที่กรุงเทพฯ ได้เหมือนเดิมชีวติ ขวัญขา้ วจึงเปลี่ยนไปเธอต้องย้ายมาอย่กู บั
“ปูท่ อง” ทต่ี ่างจงั หวัด ปูท่ องเป็นเกษตรกรที่ยดึ หลัก “พออยู่ พอกิน” มคี วามสุขกับการทำสวนแบบเกษตรผสมผสาน
ที่แห่งนี้ขวัญข้าวได้พบ “จอม” เพื่อนใหม่ ซึ่งช่วยให้เธอปรับตัวเข้ากับชวี ิตในชนบทได้เร็วขึน้ ที่สำคัญเธอยังไดเ้ รยี นรู้
การใชช้ ีวติ ที่เรียบงา่ ยพอเพียง รู้ซ้งึ ถงึ ของขวัญอนั ล้ำคา่ และรู้ว่า “ของขวญั จากดิน” คือสิ่งท่ีทุกคนต้องรักษาหวงแหน
และสบื สานไวใ้ ห้ยัง่ ยืนตลอดไป 4 ตวั ละครหลกั ทจี่ ะทำให้ “ของขวญั จากดิน” ตราตรงึ ทกุ คน ประกอบด้วย “ปู่ทอง”
(ให้เสียงโดย มนตรี เจนอักษร) ชาวนาซึ่งอดีตเคยประสบความอดอยากยากจน กระทั่งได้เรียนรู้และปฏิบัติตามหลัก
เกษตรทฤษฎีใหม่และแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความอดทนและความเพียร วันนี้ปู่ทองกลายเป็นเกษตรกรที่
“พออยู่ พอกิน” มีความสุขกับการทำสวนเกษตรผสมผสาน ปู่ทองเป็นตัวอยา่ งที่ดี เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งท่ีทำให้คน
คิดดี รู้จักสิ่งที่ดีๆ ในชีวิตตัวเอง ในแอนิเมชั่นเรื่องนี้มีเรื่องราวสอดแทรกอยู่หลายเรื่องแต่ที่เห็นชัดคือความเพียร
พยายามเมื่อไหร่ที่เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต้องทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ถ้าเราไม่พยายามก็ทำไม่ได้ “พงษ์”
ลกู ชายของปู่ทอง ลูกชาวนาทีค่ ดิ วา่ จะมชี วี ิตกินดอี ยู่ดขี ึน้ หากเขา้ มาทำมาหากนิ ในเมืองหลวง เขาตัดสนิ ใจมาเช่าแท็กซ่ี
ขับทำมาหากินด้วยความขยันและความซื่อสัตย์สุจริตมากว่า 10 ปี แต่วันนี้เขากลับไม่แน่ใจว่าเขาคิดถูกหรือไม่ด้วย
รายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ ทำให้เขาตัดสินใจพาลูกสาวคนเดียวกลับไปอยู่กับปู่ทองที่บ้านเกิด “ขวัญข้าว” ลูกสาว
คนเดียวของพงษ์ เธอฉลาด มีปฏิภาณไหวพรบิ ช่างคดิ ช่างสังเกต รักการเรยี น ชวี ติ เธอกำลงั เปล่ียนไปเม่อื ได้ยา้ ยมาอยู่
กบั ปู่ทองที่ต่างจงั หวดั “จอม” ลูกของ “สมชาย” เพ่ือนบา้ นของปทู่ อง ทไ่ี ด้รับคำแนะนำดี ๆ ในการทำการเกษตรจาก
ปู่ทองมาโดยตลอด จอมสดใส ร่าเริง เป็นเพื่อนคนแรกของขวัญข้าว ทำให้ชีวิตในต่างจังหวัดของเธอไม่เ งียบเหงา
อีกตอ่ ไป

คำถามท้ายบท
การศึกษาเรยี นรจู้ ากภาพยนตรเ์ ทิดพระเกียรติ “ของขวญั จากดิน”

1. ศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ?
2. สาเหตกุ ารสรา้ งภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ “ของขวัญจากดนิ ” จากอะไร ?
3. จงวเิ คราะหอ์ ปุ นสิ ยั ของ “ขวญั ข้าว” ลกั ษณะเปน็ อย่างไร ?

-72-

4. จงวเิ คราะห์อุปนิสยั ของ “ปูท่ อง” ลักษณะเป็นอย่างไร ?
5. จงวิเคราะห์อปุ นสิ ัยของ “พงษ”์ ลักษณะเปน็ อย่างไร ?
6. จงวิเคราะหอ์ ุปนสิ ัยของ “จอม” ลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ?
7. จงวิเคราะหอ์ ุปนิสัยของ “สมชาย” ลกั ษณะเป็นอย่างไร ?
8. จงวิเคราะหอ์ ปุ นสิ ัยของ “ท่าน” ลักษณะเป็นอย่างไร ?
9. ของขวญั จากดินแฝงไว้ด้วยศาสตร์พระราชา ไดน้ ำองค์ความรูด้ ้านใดมาใช้?
10. ในแอนเิ มช่ันน้ี (ภาพท่แี สดงในวีดีทศั น)์ มเี ร่อื งราวสอดแทรกอยู่หลายเร่อื ง แตท่ เี่ หน็ ได้ชดั คืออะไร?

---------------------------------------------

เอกสารอา้ งอิง

กองทพั บก (ร่าง) คูม่ ือทหารกับศาสตร์ของพระราชาในการพัฒนาประเทศ พ.ศ.2562
วิทยาลยั การทัพบก เอกสารประกอบการศกึ ษาศาสตร์พระราชา สว่ นการวิจัยและพฒั นาและวชิ าการบรหิ าร
ศาสตรข์ องพระราชา ผนู้ ำโลกในการพฒั นาอยา่ งย่ังยนื คณะกรรมการโครงการเฉลิมพระเกยี รตขิ องสภานิติ
บัญญตั ิแหง่ ชาติ, พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ศูนย์สารสนเทศส่งิ แวดลอ้ ม (18 สิหาคม 2556)
http://www.environnet.in.th/?p=3948
เรียกใชเ้ มื่อ 1 มถิ นุ ายน 2557 จาก http://www.environnet.in.th/: http://www.environnet.in.th/?p=3948
ศาสตร์พระราชาตามแนวความคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง (อนิ เตอรเ์ นต็ ) (เขา้ ถึงเมอ่ื 16 ธ.ค.61)
เข้าถึงไดจ้ าก https://sites.google.com/site/xrxumaonon/khwam-hmay-sastr-phra-racha

-73-

การเกษตรทฤษฎใี หม่ (อินเตอรเ์ น็ต) (เขา้ ถงึ ไดเ้ ม่ือ 16 ธ.ค.61)
เข้าถึงไดจ้ าก https://teerayaut.wordpress.com/2011/11/14
พระมหาชนก บทพระราชนพิ นธ์ ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (อินเตอรเ์ นต็ )
(เข้าถึงเมื่อ 16 ธ.ค.61) https://men.mthai.com/infocus/152357.html
ศาสตร์พระราชาของขวญั จากดนิ (อินเตอรเ์ น็ต) (เข้าถึงเมื่อ 16 ธ.ค.61)
โคกหนองนาโมเดลตามแนวทางพระราชดำริ : ความท้าทายทนุ นิยม https://siamrath.co.th/n/219462

--------------------------------------------------------------------

คณะผจู้ ัดทำ
แผนกวิชาสามญั กองการศึกษา โรงเรียนนายสบิ ทหารบก

พ.อ. วัชรพล กาบกรณ์ อาจารยห์ วั หน้าแผนกวิชาสามัญ
พ.ท. เจนรบ ลองจำนงค์ อาจารยแ์ ผนกวชิ าสามัญ
พ.ต. ชูศกั ด์ิ สาดะระ อาจารยแ์ ผนกวชิ าสามัญ
ร.อ. ภาณศุ ลิ ป์ คำแคว่น อาจารยแ์ ผนกวชิ าสามัญ
ร.อ. ประภาส เต่าเอก อาจารยแ์ ผนกวชิ าสามัญ

ร.ต.หญิง สุณีรตั น์ สบื สมบตั ิ -74-
จ.ส.อ. กลา้ ดาวนั
ส.อ. อเุ ทน นำ้ หวาน ครู แผนกวชิ าสามญั
ครู แผนกวชิ าสามัญ
ครู แผนกวิชาสามญั

____________________________________


Click to View FlipBook Version