The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจกรริณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พระราชประวัติสมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจกรริณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จ ด็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ ด็ พระเทพรัต รั นราชสุด สุ า เจ้าฟ้ามหาจัก จั รีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภัก ภั ดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒ พั น รัฐ รั สีมาคุณ คุ ากรปิยชาติ สยามบรมราชกุม กุ ารี สมเด็จ ด็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ ด็ พระเทพรัต รั นราชสุด สุ า เจ้าฟ้ามหาจัก จั รีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภัก ภั ดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒ พั น รัฐ รั สีมาคุณ คุ ากรปิยชาติ สยามบรมราชกุม กุ ารี พระราชประวัวัติติ วัวัติติ และพระราชกรณีณี ณีณี ยกิกิ กิกิ จ


๒ เมษายน วันวัคล้า ล้ ยวันวัพระราชสมภพ สมเด็จ ด็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า จ้ กรมสมเด็จ ด็ พระเทพรัตรันราชสุดสุา เจ้า จ้ฟ้ามหาจักจัรีสิรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักภัดี สิริกิจการิณีพีร พี ยพัฒพัน รัฐรัสีม สี าคุณคุากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมกุารี วันวัคล้า ล้ ยวันวัพระราชสมภพ สมเด็จ ด็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า จ้ กรมสมเด็จ ด็ พระเทพรัตรันราชสุดสุา เจ้า จ้ฟ้ามหาจักจัรีสิรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักภัดี สิริกิจการิณีพีร พี ยพัฒพัน รัฐรัสีม สี าคุณคุากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมกุารี


เรื่อง หน้า พระราชสมภพ ๑ การศึกษา ๔ การสถาปนาพระอิสริยยศ ๗ พระอัจฉริยภาพ ๙ - ด้านดนตรี ๑๐ - ด้านภาษา ๑๑ - ด้านพระราชนิพนธ์ ๑๒ พระราชกรณียกิจ ๑๔ - ด้านการศึกษา ๑๕ - ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ๑๗ - ด้านการพัฒนาสังคม ๑๘ - ดา ้ นการต่างประเทศ ๑๙ - ด้านการสาธารณสุข ๒๐ - ด้านศาสนา ๒๑ - ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ๒๒ พระเกียรติคุณ ๒๓


พระราชสมภพ ๑



สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เ ป็ น ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้า ลู ก เ ธ อ พ ร ะ อ ง ค์ ที่ ๓ ใ น พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ บ ร ม ช น ก าธิ เ บ ศ ร มหา ภูมิพลอ ดุลยเ ด ช มหารา ช และส ม เ ด ็ จพระนางเจ ้ าสิริกิต์ิพระ บรม รา ชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปี หลวง ต่อมาได ้ รับการถวายพระนาม จากสมเด็จพระสังฆราช เจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์วา่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร ้ อมท้ังประทานค าแปลว่า นางแก ้ ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนาม ที่ขา ้ ราชบริพาร เรียกทวั่ ไปว่า ทูลกระหม่อมน ้ อย พระนาม "สิรินธร" น้ัน นา มาจากสร้อยพระนาม ของสมเด็จพระราชปิ ตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่ งเป็ นสมเด็จ พระราชปิ ตุจฉา ในพระบาทสมเด ็ จพระเจา ้ อยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด ็ จพระเจา ้ อยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ส าหรับสร้อยพระนาม "กิติวัฒนาดุลโสภาคย์" ประกอบข้ึนจากพระนามาภิไธยของ สมเด็จพระบุพการี ๓ พระองค ์ได ้ แก่"กิติ" มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปีหลวง พระมารดา ส่วน "วัฒนา" มาจากพระนามาภิไธย เดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (คือ สมเด็จพระนางเจ้า สว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) สมเด็จพระปัยยิกา และ "อดุล" มาจากพระนามาภิไธยของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก สมเด็จพระอัยกา


๔ การศึศึก ศึศึ ษา


พระองค ์ ทรงเริ่มเขา ้ รับการศึกษาระดบัอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ซ่ึงต้งัอยู่ภายในบริเวณ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิ ต ขณะมีพระชนมายุ ๓ พรรษา วิชาที่ทรงเรียนในช้ันอนุบาลน้ี คือ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขคณิตและขับร ้ อง พระอาจารย ์ ที่ถวายพระอักษรขณะน้ัน ไดแ ้ ก่อาจารยท ์ ่านผูห ้ ญิงทศันีย ์ บุณยคุปต ์ อาจารยท ์ ่านผูห ้ ญิงองักาบ บุณยัษฐิติและอาจารยท ์ ่าน ผู้หญิงสุนามัน ประนิช เมื่อทรงเรียนจบช้ันประถมศึกษาตอนปลาย ได ้ ทรงสอบร่วมกบนักเรียน ั ทั่วประเทศ โดยใช ้ ข ้ อสอบของกระทรวงศึกษาธิการ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบได้ที่หนึ่ง ได้คะแนนรวมร้อยละ๙๖.๖๐ อนันับว่าเป็ นคะแนนสูงสุด ส า ห รับ ระ ดับ ช้ัน ป ระถ ม ศึก ษ า ปีที่เจ ็ ด จึ ง ท ร ง ไ ด้ รั บ พ ร ะ ร า ช ท า น ร า ง วัล เ รี ย น ดี จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาต่อในโรงเรียนจิตรลดาจนถึงระดบัมธัยมศึกษาตอนปลาย และในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ ทรงสอบไล่จบช้นัมธัยมศึกษาตอนปลาย ในแผนกศิลปะดว ้ ยคะแนนสูงสุดของประเทศ หลงัจากน้นั พระองคท ์ รงสอบเขา ้ศึกษาต่อในระดบัอุดมศึกษา. ณ .คณะอักษรศาสตร์.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสามารถท าคะแนนสอบเอนทรานซ์เป็ นอันดับ ๔ ของประเทศ ซึ่ งถือเป็ นสมเด็จเจ้าฟ้า พระองค ์ แรกที่ทรงเข ้ าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศ จนกระทั่ง ปีพ.ศ. ๒๕๒๐ พระองค์ทรงส าเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ทรงได้รับ เกียรตินิยมอนัดบัหน่ึง เหรียญทอง ดว ้ ยคะแนนเฉลี่ย ๓.๙๘ พระองค ์ ทรงเขา ้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด ้ านจารึกภาษาตะวนัออก (ภาษาสันสกฤต และภาษาเขมร) ณ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และสาขาภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต จากภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงส าเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต และเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๒๒ หลังจากน้ันปริญญาใบที่สองของพระองค ์ ทรงส าเร ็ จการศึกษาได ้ รับปริญญา อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เข้ารับพระราชทาน ปริญญาบัตรเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ต่อมาพระองคท ์ รงเขา ้ศึกษาที่สถาบนั เทคโนโลยี แห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที ในหลักสูตรเทคโนโลยีการส ารวจข้อมูลระยะไกล เป็ นเวลา ๑ ภาคการศึกษา จนได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบัน โดยพระองค์ได้ทรงประยุกต์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ในการท าแผนที่ของจังหวัดนราธิวาส พระองค ์ ทรงเข ้ าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศ รี น ค ริ น ท ร วิ โ ร ฒ โดยพระองค ์ ผ่านการสอบคัดเลือกอย่าง ยอดเยี่ยมด ้ วยคะแนน เป็ นอันดับหน่ึงในบรรดาผูเ ้ ข ้ าสอบท้ังหมด และทรงเป็ นนิสิตปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาพฒันศึกษาศาสตร ์ รุ่นที่๔ สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้ทรงส าเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙



๗ การสถาปนาพระอิอิส อิอิ ริริย ริริ ยศ


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดา ริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ทรงได้รับ ความส าเร ็ จในการศึกษาอย่างงดงาม และทรงไดบ ้ า เพ ็ ญพระองค ์ให ้ เป็ นประโยชน ์ แก่ชาติบานเมือง ้ เป็ นอเนกปริยายโดยเสดจ ็ พระราชดา เนินไปทรงเยยี่มเยยีนราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ อยเู่สมอในด้านการ พฒันาบา ้ นเมือง เสด ็ จพระราชดา เนินไปทรงศึกษาและช่วยเหลือกิจการโครงการตามพระราชดา ริ ทุกโครงการ พร ้ อมทรงรับพระบรมราโชบายมาทรงดา เนินการสนองพระเดชพระคุณในดา ้ นต่าง ๆ นบัเป็ นการดูแลสอดส่องพระราชกรณียกิจส่วนหน่ึงต่างพระเนตรพระกรรณ ในดา ้ นการพระศาสนา มีพระหฤทยัมนั่คงในพระรัตนตรัยและสนพระหฤทยัศึกษาหาความรู้ ดา ้ นศาสนาพุทธและศาสนาอื่น อย่างแตกฉาน ในส่วนราชการในพระองค ์ น้ัน ก ็ได ้สนองพระเดชพระคุณในพระราชภารกิจที่ทรง มอบหมายใหส้ า เร ็ จลุล่วงไปดว ้ ยดีพระบาทสมเด ็ จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศและพระอิสริยศกัด์ิให ้สูงข้ึน ให้ทรงรับพระราชบัญชาและสัปตปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร ๗ ช้ัน) เฉลิมพระนามตามที่จารึ ก ในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิ ยชาติ สยามบรมราชกุมารีเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา ้ เจา ้ อยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล ้ าโปรดกระหม่อมให ้ เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึก ในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี .สิริกิจการิณีพีรยพัฒน .รัฐสีมาคุณากรปิ ยชาติ . สยามบรมราชกมุารี”


๙ พระอัอัจ อัอั ฉริริย ริริ ภาพ


พระองค์ทรงเป็ นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยผู้หนึ่ ง โดยทรงใช้เครื่องดนตรีไทยได้ทุกชนิด แต่ที่โปรดทรงอยู่ประจา คือ ระนาด ซอ และฆ้องวง โดยเฉพาะระนาดเอก พระองค ์ ทรงเริ่มหัด ดนตรีไทย ในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ช้ันมธัยมศึกษาปีที่๒ โรงเรียนจิตรลดา โดยทรงเลือกหัดซอด้วง เป็ นเครื่องดนตรีชิ้นแรกและไดท ้ รงดนตรีไทยในงานปิดภาคเรียนของโรงเรียน รวมท้งังานวันคืน สู่เหยา ้ ร่วมกบัวงดนตรีจิตรลดาของโรงเรียนจิตรลดาดว ้ ย หลงัจากที่ทรงเขา ้ศึกษาในระดบอุดมศึกษา ั ณ คณะอกัษรศาสตร ์ จุฬาลงกรณ ์ มหาวทิยาลยัพระองคท ์ รงเขา ้ ร่วมชมรมดนตรีไทยของสโมรสรนิสิต จุฬาลงกรณ ์ มหาวิทยาลัยและคณะอักษรศาสตร ์โดยทรงเล่นซอด ้ วงเป็ นหลัก และทรงเริ่ม หัดเล่นเครื่องดนตรีไทยชิ้นอื่น ๆ ด ้ วย ในขณะที่ทรงพระเยาว ์ เครื่องดนตรีที่ทรงสนพระทัยน้ัน ไดแ ้ ก่ระนาดเอกและซอสามสาย สา หรับดา ้ นการขบัร ้ อง พระองคท ์ รงสนพระทยัในดา ้ นการขบัร ้ องเพลงไทย โดยทรงเริ่มฝึ กหัด การขบัร ้ องดว ้ ยพระองคเ ์ องเมื่อคร้ังยงัทรงศึกษาอยู่ณ โรงเรียนจิตรลดา ทรงเริ่มตน ้ เรียนการขับร้อง กับ เจริญใจ สุนทรวาทิน อาจารย์ประจ าชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรงพระราชนิพนธ ์ บทขับร ้ องเพลงไทยส าหรับพระราชทานให ้ แก่สถาบันการศึกษา และวงดนตรีไทยเพื่อน าไปบรรเลงและขับร ้ องเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นอกจากดนตรีไทยแล ้ ว พระองค์ยังทรงดนตรี สากลด ้ วย โดยทรงเริ่มเรียนเปี ยโนและทรงฝึ กเครื่ องดนตรี สากล ประเภทเครื่ องเป่ า จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรจนสามารถทรงทรัมเปตนา วงดุริยางคใ์ นงานคอนเสิร ์ ตสายใจไทยและทรงระนาดฝรั่ง น าวงดุริยางค์ในงานกาชาดคอนเสิร์ต


พระองค ์ ทรงมีความรู้ ทางดา ้ นภาษาบาลีภาษาสันสกฤต และภาษาเขมร ทรงสามารถรับสั่ง เป็ นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาจีน และทรงกา ลงัศึกษาภาษาเยอรมันและภาษาละตินอีกด้วย ขณะที่ทรงพระเยาวน ์ ้นัสมเดจ ็ พระบรมราชชนนีพนั ปีหลวง ทรงสอนภาษาไทยแก่พระราชโอรสและ พระราชธิดาโดยทรงอ่านวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ พระราชทาน และทรงให ้ พระองค ์ ทรงคดับทกลอนต่าง ๆ หลายตอน ทา ให ้ พระองค ์โปรดวิชาภาษาไทยต้งัแต่น้ันมา นอกจากน้ียงัทรงสนพระทยัในภาษาองักฤษ และภาษาบาลีด้วย เมื่อพระองคท ์ รงเขา ้ เรียนที่โรงเรียนจิตรลดาน้นัทรงไดร ้ับการถ่ายทอดความรู้ทางด้านภาษา ท้งัภาษาไทย ภาษาบาลีภาษาเขมร ภาษาองักฤษ และภาษาฝรั่งเศส โดยภาษาไทยน้ัน พระองค ์ ทรง เชี่ยวชาญท้งัด ้ านหลกัภาษา วรรณคดีและศิลปะไทย เมื่อทรงจบช้ันมธัยมศึกษาตอนตน ้ พระองค์ พอรู้ แน่ว่าอย่างไรก ็ คงไม่ได ้ เรียนแผนกวิทยาศาสตร์จึงพยายามหัดเรียนภาษาบาลีอ่านเขียน อักษรขอม เนื่องจากในสมยัน้ัน ผูท ้ี่จะเรียนภาษาไทยให ้ กวา ้ งขวางลึกซ้ึง จะตอ ้ งเรียนท้งัภาษาบาลี สันสกฤต และเขมร ซ่ึงภาษาบาลีน้นัเป็ นภาษาที่พระองคส ์ นพระทยัต้งัแต่ทรงพระเยาว ์ แต่ไดเ ้ ริ่มเรียน อย่างจริงจังในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนสามารถจ าการแจกวิภัตติเบ้ืองต ้ นที่ส าคัญได้ และเขา ้ พระทยัโครงสร ้ างและลกัษณะทั่วไปของภาษาบาลีได ้ นอกจากน้ียงัทรงเลือกเรียนภาษา ฝรั่งเศสแทนการเรียนเปียโน เนื่องจากมีพระราชประสงค ์ ที่จะอ่านหนังสือภาษาฝรั่งเศส ที่มีอยใู่นตูห ้ นงัสือมากกวา่การซอ ้ มเปียโน พระปรีชาสามารถทางดา ้ นภาษาของพระองค ์ น้นัเป็ นที่ประจกัษ ์ จึงไดร ้ับการทูลเกล้าถวาย ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิทางด ้ านภาษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ท้ังในและต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยรามค าแหง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมาลายา ประเทศมาเลเซีย มหาวิทยาลัยบักกิงแฮม สหราชอาณาจักรเป็ นต้น


ทรงพระราชนิพนธ ์ หนงัสือประเภทต่าง ๆ ออกมามากกว่า ๑๐๐ เล่ม ซ่ึงมีหลายหลากประเภท ท้ังสารคดีท่องเที่ยวเมื่อเสด ็ จพระราชด าเนินเยือนต่างประเทศ เช่น เกล ็ ดหิมะในสายหมอก ทศันะจากอินเดีย มนตร ์ักทะเลใต ้ประเภทวิชาการและประวตัิศาสตร ์ เช่น บนัทึกเรื่องการปกครอง ของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์กษัตริยานุสรณ์หนงัสือสา หรับเยาวชน เช่น แกว ้ จอมแก่น แกว ้ จอมซน ลักษณะการเขียนที่คล ้ ายคลึงกับพระราชนิพนธ ์ในพระบาทสมเด ็ จพระจุลจอมเกล ้ า เจา ้ อยู่หวักล่าวคือในพระราชนิพนธ ์ เรื่องต่าง ๆ นอกจากจะแสดงพระอารมณ ์ ขนัแลว ้ ยงทรงแสดงั การวิพากษ ์ วิจารณ ์ในแง่ต่าง ๆ เป็ นการแสดงพระมติส่วนพระองค ์ นอกจากพระนาม "สิรินธร" แล้ว พระองค์ยังทรงใช้นามปากกาในการพระราชนิพนธ์หนังสืออีก ๔ พระนาม ไดแ ้ ก่กอ ้ นหิน กอ ้ นกรวด , แวน่แกว ้, หนูน้อย , บันดาล


๑๓


๑๔ พระราชกรณีณีย ณีณี กิกิจ กิกิ


เมื่ อ พระ องค์ทรง ส าเ ร็ จก ารศึ กษา ในร ะดับอุ ดม ศึกษ าแล้ว ทรงเ ข้ารั บ รา ชกา ร เป็ นพระอาจารย์ประจ ากองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ส่วนการศึกษา โรงเรี ยนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า ตามคา กราบบงัคมทูลเชิญของพลตรียทุธศกัด์ิคล่องตรวจโรคผูบ ้ ญั ชาการโรงเรียน นายร ้ อยพระจุลจอมเกลา ้ในขณะน้ัน ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมวิทยา พระองค์ จึงทรงเป็ น "ทูลกระหม่อมอาจารย ์ " ส าหรับนักเรียนนายร ้ อยต้ังแต่น้ัน ต่อมา เมื่อมีการต้ัง กองวิชาประวัติศาสตร ์ ข้ึนในปีพ.ศ. ๒๕๓๐ พระองค ์ ทรงด ารงต าแหน่งเป็ นผู้ อ านวยการ กอง วิช าประ วัติ ศา สต ร์ จ นถึ งปั จจุ บัน และทรงได ้ รับการโปรดเกล ้ าฯ แต่งต้ังให ้ เป็ น ศาสตราจารย์ส่วนการศึกษา ประจา โรงเรียนนายร ้ อยพระจุลจอมเกล ้ าเมื่อวนัที่๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙ และเป็ นศาสตราจารย ์ ส่วนการศึกษา ประจา โรงเรียนนายร ้ อยพระจุลจอมเกล ้ า (อัตราจอมพล) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ นอกจากน้ีพระองค ์ ยงัได ้ ทรงรับเชิญเป็ นพระอาจารยสอน ์ ในสถาบนัอุดมศึกษาต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยเฉพาะ ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน้นัพระองคไ์ ดร ้ับการโปรดเกลา ้ ฯ แต่งต้งัใหเ ้ป็ นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาพัฒนาศึกษาศาสตร์ด้วย


ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ทรงพระราชดา ริให ้ ก่อต้ังโรงเรี ยนพระต าหนักสวนกุหลาบ ข้ึนในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให ้ กับบุตรหลานข ้ าราชบริพาร และประชาชนทั่วไป เปิดทา การสอนคร้ังแรกในปีการศึกษา ๒ ๕ ๒ ๕ ทรงด ารงตา แหน่ง เป็ นองค ์ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรียนพระต าหนัก สวนกุหลาบ และทรงเข ้ าร่วมการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานทุกคร้ัง รวมถึงเสด ็ จพระราชดา เนินไปในงานปิดภาคเรียนของโรงเรียนทุกคร้ัง เพื่อพระราชทานทุน พระราชทานส่งเสริมการเรียนดีและพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้ส าเร ็ จการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานจากสถานศึกษาต่าง ๆ คือ โรงเรียนพระต าหนักสวนกุหลาบ วิทยาลัย ในวังชาย วิทยาลัยในวังหญิง โรงเรียนผู้ใหญ่พระดาบส ศูนย ์ การศึกษานอกโรงเรียน กาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กาญจนาภิเษกวิทยาลัย (ช่างทองหลวง) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เมื่อคร้ังที่พระองค ์ เสด ็ จฯ เยือนประเทศลาวคร้ังแรกระหว่าง วันที่ ๑๕-๒๒ มีนาคม ได้มีผู้มีจิตศรัทธาบริ จาคทุนทรัพย์โดยเสด็จพระราชกุศลเป็ นเงิน ๑๒ ล ้ านกีบ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล ้ าฯ ให ้ น าเงินไปก่อสร ้ างเรือนนอนให ้ แก่โรงเรียน วฒันธรรมเด ็ กกา พร ้ า (หลัก๖๗) ซ่ึงอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจนัทน ์ไปทางทิศเหนือประมาณ ๖๗ กิโลเมตร พระราชทานชื่อว่า “อาคารสิรินธร” โดยมีพระราชดา ริที่จะช่วยเหลือนักเรียน ให ้ มีความเป็ นอยู่ที่ดีข้ึน ในรูปแบบของโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวนั โดยนา แนวทาง ที่ด าเนินการในประเทศไทยมาประยุกต์ใช้ และสนับสนุนการประกอบอาชีพเสริม ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทรงพระราชดา ริพระราชทานความช่วยเหลือกมัพูชาในการก่อต้งัวิทยาลัย กา ปงเฌอเตียล ณ จงัหวดักา ปงธม ประเทศกมัพูชา โดยพระราชทานเงินค่าใชจ ้่ายในการก่อสร้าง อาคารสถานที่ต่าง ๆ เสด ็ จฯ ไปทรงเปิดวิทยาลัยเมื่อวนัที่๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ และทรงพระกรุณาโปรดเกลา ้ ฯ พระราชทานทุนแก่นกัเรียนเพื่อให ้ มาศึกษาต่อในประเทศไทย ในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรอาชีวศึกษา เพื่อน าความรู้กลับไปสอนและพัฒนาการ จดัการศึกษาของวทิยาลยัรวมท้งัทรงสนบัสนุนการศึกษาดา ้ นนาฏศิลป์ และดนตรี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ พระองค ์ ทรงมีแนวความคิดจดัต้งัโครงการพฒันานักอกัษรศาสตร์ รุ่นใหม่ข้ึน โดยความร่วมมือของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและคณะอกัษรศาสตร ์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เพื่อสร ้ างนักอักษรศาสตร ์ ที่มีมุมมอง และแนวคิดใหม่เพื่อเป็ นกา ลังของชาติ มีพระวิสัยทัศน ์ ก ้ าวไกล ทรงสนับสนุนการช่วยเหลือโรงเรี ยนมหิดลวิทยานุสรณ์ให้เป็ นโรงเรียน ผลิตนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ สร้าง “องค์ความรู้” ใหแ ้ ก่ประเทศไทย


พระองค์ทรงสนพระทัยด้านศิลปวฒันธรรม ต้งัแต่ยงัทรงพระเยาว ์โดยเฉพาะทางดา ้ นดนตรีไทย ซ่ึงพระองค ์ ทรงสนับสนุนในการอนุรักษ ์ สืบทอด เผยแพร่ความรู้ ด ้ านดนตรีไทยอย่างต่อเนื่อง มาโดยตลอด โดยทรงเป็ นแบบอย่างในการเสด ็ จทรงเครื่ องดนตรี ไทยร่วมกับประชาชนท้ังใน และต่างประเทศ นอกจากน้ียงัทรงอนุรักษ ์ ดนตรีไทยโดยการช าระโน ้ ตเพลง บันทึกเพลงเก่า และเผยแพร่งานเหล่าน้ันอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให ้สถาบนัการศึกษาต่าง ๆ จดัการเผยแพร่งาน ทางด้านดนตรีไทย ซึ่งจากงานทางด้านการอนุรักษณ์ดนตรีไทย ครูเสรี หวังในธรรม ไดก ้ ล่าวไวว ้่า “ดนตรีไทยไม่สิ้นแล้วเพราะพระทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่” นอกจากดา ้ นดนตรีไทยแลว ้ พระองค ์ ยงัประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาศิลปวฒันธรรมไทยท้งัในดา ้ น การช่างไทย นาฏศิลป์ไทย งานพิพิธภณัฑ ์ประวตัิศาสตร์ และโบราณสถาน ภาษาและวรรณกรรมไทย พระองค ์ได ้ รับการทูลเกล ้ าฯ ถวายพระสมัญญาว่า “ เอกอัครราชูป ถั ม ภ กม ร ด ก วัฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ” เ มื่ อ พ.ศ.๒ ๕ ๓ ๑ แ ล ะ “วิ ศิ ษ ฏศิ ล ปิ น” เมื่อวันที่ ๒๔กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระองค ์ ทรงพระปรีชาสามารถในศิลปะ หลายสาขารวมท้งัทรงมีคุณูปการต่อเหล่าศิลปินและศิลปวัฒนธรรมของชาตินอกจากน้ีคณะรัฐมนตรี ซ่ึงมีฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ ด ารงต าแหน่งเป็ นนายกรัฐมนตรีในขณะน้ัน ได ้ มีมติ ให้วันที่ ๒ เมษายน ซึ่งเป็ นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์เป็ น "วันอนุรักษ์มรดกของชาติ" เพื่อเป็ นการเทิดพระเกียรติที่พระองคท ์ รงปฏิบตัิพระราชกรณียกิจในดา ้ นการอนุรักษมรดกของชาติใน ์ สาขาต่าง ๆ เป็ นจา นวนมาก พระองค์ทรงรับเป็ นประธานที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีพระราชทาน เพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้ าเพชรรัตนราชสุ ดา สิ ริโสภาพัณณวดี อีกด้วย ทร ง เ ป็ น ปร ะ ธ า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร อ า น ว ย ก า ร บู ร ณ ป ฏิ สั ง ข ร ณ์ วัด พ ร ะ ศรี รั ต น ศา ส ด า ร า ม วดัพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวงัต้งัแต่ปลายปีพ.ศ. ๒๕๒๓


พระองค์ทรงสนพระทัยงานด้านการพัฒนา ซึ่งถือเป็ นงานหลักที่พระองค์ทรงงานควบคู่กบั งานวิชาการ พระองค์ทรงเรียนรู้งานทางด้านพัฒนาจากการตามเสด็จพระราชด าเนินพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด ็ จพระนางเจา ้สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปีหลวงไปทรงเยยี่มประชาชนในถิ่นทุรกนัดารต่าง ๆ ทวั่ ประเทศ จากการที่พระองคท ์ รงไดเ ้สด ็ จฯ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย พระองคท ์ รงนา ความรู้ที่ ไดจ ้ ากการลงพ้ืนที่จริงมาใช ้ในงานดา ้ นการพฒันาสังคม นา ไปสู่โครงการตามพระราชดา ริส่วน พระองคม ์ ากมาย โดยโครงการตามพระราชดา ริในระยะเริ่มแรกน้นัพระองคท ์ รงงานเกี่ยวกบเด็ก ั นกัเรียนในพ้ืนที่ทุรกนัดารที่มีปัญหาขาดสารอาหาร ดงัน้นัจึงทรงพระราชดา ริส่งเสริมใหน ้ กัเรียน ปลูกพืช เล้ียงสัตว ์ แลว ้ นา มาประกอบเป็ นอาหารกลางวนัรับประทาน โครงการเกษตรเพื่ออาหาร กลางวันน้ีเริ่มต ้ นข้ึนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยเริ่มที่โรงเรี ยนต ารวจตระเวนชายแดน ในจังหวัดราชบุรีกาญจนบุรีและประจวบคีรี ขันธ์และได้ขยายออกไปยัง ๔๔ จังหวัด ในพ้ืนที่ทุรกนัดาร โครงการในพระราชดา ริในระยะต่อมา พระองคท ์ รงมุ่งเนน ้ ทางดา ้ นการศึกษา มากข้ึน เนื่องจากพระองค ์ ทรงพระราชดา ริว่า การศึกษาเป็ นปัจจยัหลัก ในการสร้างและพัฒนา ความรู้ ความคิด ตลอดจนความประพฤติและคุณงามความดีของบุคคลโดยพระองคท ์ รงต้งัพระทัย ให ้ประชาชนทุกระดับช้ันสามารถได ้ รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกนัซ่ึงถือเป็ นสิทธิข้นัพ้ืนฐาน ที่ประชาชนควรได้รับจากรัฐ


พระองค ์ได ้ เสด ็ จพระราชด าเนินเยือนต่างประเทศเป็ นคร้ังแรกเมื่อคราวที่พระบาทสมเด ็ จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด ็ จพระนางเจ ้ าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี หลวง เสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรป อย่างเป็ นทางการ ระหว่าง ปีพ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๔ ในขณะที่มีพระชนมายุ ๕ พรรษา หลังจากน้ัน พระองคก ์ เ ็ สดจ ็ พระราชดา เนินเยอืนต่างประเทศเป็ นจา นวนหลายคร้ัง โดยการเสด ็ จฯ น้นัพระองค์เสด็จฯ ท้งัในฐานะผแู้ ทนพระองค ์ พระราชอาคนัตุกะหรืออาคนัตุกะของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ อยา่งเป็ นทางการ รวมท้งัเสด ็ จฯ เป็ นการส่วนพระองค ์ ซ่ึงนอกจากจะทรงงานเพื่อเชื่อมสัมพนัธไมตรีระหว่างประเทศแล้ว พระองคย ์ งัเสด ็ จฯ ทอดพระเนตรสังคม วฒันธรรม สถานที่ต่าง ๆ และทรงไดแ ้ ลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับผู้ เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ของประเทศน้ัน ๆ และได ้ ทรงน าความรู้ และประสบการณ ์ ที่ทรงไดท ้ อดพระเนตรและจดบนัทึกมาประยุกต ์ใช ้ กบัการทรงงานภายในประเทศดว ้ ย ซ่ึงการเสด็จฯ ทรงงานในต่างประเทศของพระองค ์ ท าให ้ หนังสือพิมพ ์ฝรั่งเศสว่าถวายพระราชสมัญญานาม แด่พระองคว ์ า่ “เจ ้ าฟ้ านักดูงาน” หรือ “Le PrincesseStagiaire” นอกจากน้ีพระองค ์ ยงัทรงร่วมมือกบัองค ์ การระหว่างประเทศ ไดแ ้ ก่ความร่วมมือกบัองค์การ สหประชาชาติพระองคท ์ รงใหค ้ วามร่วมมือในโครงการอาหารในโรงเรียน ซ่ึงเป็ นโครงการของโครงการ อาหารโลกแห่งองค ์ การสหประชาชาติโดยได ้ แต่งต้ังให ้ พระองค ์ เป็ นทูตพิเศษของโครงการด ้ วย โครงการการศึกษาเพื่อทุกคน เป็ นโครงการดา ้ นการส่งเสริมศกัยภาพของเด ็ กชนกลุ่มนอ ้ ย ดว ้ยการศึกษา และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็ นโครงการขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมท้งั โครงการการศึกษาหลังประถมศึกษาส าหรับผู้ ล้ีภัยและผู้ พลัดถิ่น โดยมูลนิธิการศึกษาเพื่อผูล ้้ีภัย สา นกังานขา ้ หลวงใหญ่เพื่อผลู้้ีภยัแห่งสหประชาชาติ


จากการที่พระองคไ์ ดเ ้สด ็ จพระราชดา เนินไปยงัถิ่นทุรกนัดาร ทา ใหพ ้ ระองคท ์ อดพระเนตร เห็นถึงปัญหาทางด้านสุขภาพอนามัยของราษฎรในชนบท พระองค์จึงมีพระราชด าริจัดท าโครงการ ต่าง ๆ เพื่อแกไ้ ขปัญหาสุขภาพอนามยัของราษฎร โครงการแรกที่พระองคท ์ รงเริ่ม ไดแ ้ ก่โครงการ เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อแก ้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวนัของเด ็ กนักเรียน ซึ่งโครงการน้ีนอกจากจะแกป้ ัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวนัแลว ้ ยงัช่วยให ้ นักเรียนมีความรู้ ทางด้านโภชนาการและการเกษตรด้วย และปัญหาที่สา คญัอีกประการหน่ึง นนั่คือการระบาดของ โรคคอพอกเนื่องจากการขาดสารไอโอดีน พระองค์ทรงแกไ้ ขปัญหาน้ีโดยทรงริเริ่ม โครงการ ควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ด้วยการรณรงค์ให้มีการใช้เกลือไอโอดีนหรือหยดไอโอดีนในการ ประกอบอาหาร และอบรมให ้ ความรู้ เกี่ยวกับการขาดไอโอดีน ซ่ึงโครงการน้ีเป็ นโครงการ ที่เสริมการท างานของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากน้ีพระองค ์ ยงัให ้ ความส าคญัต่อสุขภาพ อนามยัของแม่และเดก ็ในถิ่นทุรกนัดารดว ้ ยโดยพระองคท ์ รงตระหนกัว่าคนเราจะภาวะโภชนาการ และสุขภาพอนามัยที่ดีน้ัน ต ้ องเริ่มต้ังแต่ในครรภ ์ มารดา พระองค ์ จึงเริ่ม โครงการส่งเสริม โภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด ็ กในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให ้ แม่และเด ็ กได้รับบริ การ ทางด้านอนามยัอยา่งเหมาะสม รวมท้งัไดร ้ับโภชนาการที่ถูกตอ ้ งและเหมาะสมในแต่ละพ้ืนที่ นอกจากน้ีพระองค ์ ยังทรงจัดต้ังหน่วยแพทย ์ พระราชทานและหน่วยทันตกรรม พระราชทานเพื่ออกตรวจรักษาราษฎรในถิ่นทุรกันดารที่พระองค ์ เสด ็ จฯ เยี่ยมในแต่ละคร้ัง รวมท้ังทร ง รั บผู้ป่ ว ย ที่ย า ก จ นเ ป็ นคน ไ ข้ใ นพ ร ะ ร าช า นุ เ คร า ะ ห์ด้ว ย พ ร ะ อ งค์เ ส ด็จ ณ โรงพยาบาลต่าง ๆ ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนีด ้ วยความเป็ นห่วงประชาชน ที่เป็ นโรคที่เกี่ยวกบักระดูกและจักษุ นา วทิยาการในประเทศเยอรมนีมาสู่เมืองไทย


เนื่องจากพระองค ์ ทรงไ ด ้ รับการอบรม ให ้ มีควา ม ใกล ้ ชิด กับพระพุทธศาสนา จากสมเดจ ็ พระนางเจา ้สิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปีหลวง ท าให้พระองค์ทรงเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนามาต้งัแต่ทรงพระเยาว ์โดยพระองคม ์ กัมกัจะไดร ้ับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรให้เสด็จฯ เป็ นผู้ แทนพระองค ์ เพื่อเป็ นองค ์ประธานในพิธีที่เกี่ยวข ้ องกับศาสนา เช่น พิธีเวียนเที ยน ที่พุทธมณฑลเนื่องในวันวิสาขบูชาวันมาฆบูชา เป็ นต้น พระองคท ์ รงริเริ่มให ้ มีการฟ้ืนฟูประเพณีฉลองวนัวิสาขบูชา ซ่ึงเป็ นประเพณีที่เคยมีข้ึนในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิ ศหล้านภาลัย โดยได้ทรงประกาศเชิ ญชวนให้พุทธศาสนิ กชน ร่วมกนัจุดโคมประทีป และส่งบตัรอวยพรที่มีขอ ้ ธรรมะ เพื่อเป็ นการพุทธศาสนิกชนทวั่ ไปได้ทราบถึง ประวัติและความส าคัญของวันวิสาขบูชา รวมท้ัง ยังเป็ นเครื่องเตือนใจให ้ ระลึกถึงค าสอน ของพระพุทธเจ้า โดยพระองค์ยังได้พระราชทานโคลงข้อธรรมะเพื่อให้กระทรวงวัฒนธรรมพิมพ์แจก แก่พุทธศาสนิกชนในบตัรอวยพรวนัวิสาขบูชาด ้ วย และพระองค์ยังทรงพระราชด าริให้ธรรมสถาน แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจดังานเทศน ์ มหาชาติร่ายยาวข้ึน ซ่ึงเป็ นการเทศน ์ มหาชาติตามรูปแบบ ที่ถูกต ้ องตามต ารับหลวง เพื่อช้ีน าให ้ คนไทยได ้ เข ้ าใจในคุณค่าของเรื่องมหาชาติและประเพณี การเทศน ์ มหาชาติที่สืบทอดกันมาต้ังแต่คร้ังโบราณกาล พระราชกรณียกิจที่ส าคัญประการหนึ่ ง คือ พระองคย ์ งัทรง เป็ นแม่กองในการซ่อมแซมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อให้ส าเร็จทันงานพระราช พิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งงานบูรณปฏิสังขรณ ์ในคร้ังน้ี ประสบปัญหาล่าชา ้ เนื่องจากงบประมาณนอ ้ ยรวมท้งัขาดแคลนช่างในสาขาต่าง ๆ เป็ นตน ้ งานในคร้ังน้ี พระองคท ์ รงดูแลอยา่งใกลช ้ิด และคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ดว ้ ยพระราชหฤทยัที่เด ็ ดขาด รวมท้งัแกไ้ ดร ้ับ เงินบริจาคจากพระบรมวงศานุวงศแ ์ ละประชาชนร่วมสมทบทุนจึงทา ใหง ้ านบูรณะในคร้ังน้ีจึงเสร็จทันกาล นอกจากน้ีพระองคท ์ รงบูรณะวดัท่าสุทธาวาส จงัหวดัอ่างทองและทรงสร้างพระอุโบสถข้ึนใหม่ เพื่อเป็ นพระราชกุศลในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ และทรงรับวดัน้ีไวใ้ นพระราชอุปถมภ์ด้วย ั นอกจากพระพุทธศาสนาแล ้ ว พระองค ์ ยงัทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาอื่น ๆ โดยมิได้ทรงละเลย ซึ่งเมื่อพระองค์ได้รับค ากราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปประกอบพิธีกรรมของศาสนา ต่าง ๆ น้นัพระองคก ์ จ ็ ะเสดจ ็ ฯ ตามคา กราบบงัคมทูลเสมอ


พระองค์มีพระราชด าริให้น าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาประเทศหลายประการ ทรงเป็ นองค์ประธานกรรมการของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตาม พระราชด าริ สมเด็จพระ กนิ ษฐ าธิ รา ชเจ้า กรม สมเด็จพระ เทพรั ตนรา ชสุ ดา ฯ สย ามบร มราช กุมา รี และศูนยเ ์ ทคโนโลยีอิเล ็ กทรอนิกส ์ และคอมพิวเตอร ์ แห่งชาติเป็ นเลขานุการ โดยมีพระราชด าริ ให้โครงการต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนน้ันเป็ นโครงการน าร่องและใช ้ เป็ นตัวอย่างในการใช ้ เทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ และมีพระราชประสงค ์ จะให ้ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข ้ องกับโครงการน้ัน ๆ มารับช่วงต่อไป พระองค์ทรงเริ่มนา เทคโนโลยสีารสนเทศมาใชก ้ บัการพฒันาการศึกษาของโรงเรียน ในชนบท ต้ังแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๓๘ ในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศส าหรับโรงเรี ยน ในชนบท โดยพระราชทานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่จา เป็ นเพื่อจดัต้งัเป็ นห ้ องเรียนข้ึน และพฒันามาจนสามารถนา เทคโนโลยสีารสนเทศเขา ้ มาประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ ปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการประมาณ ๘๕ แห่ง โดยมีโรงเรียนในจังหวัดนครนายกเป็ นศูนย์กลาง การพฒันาเพื่อน าแนวทางใหม่ๆ ไปทดลองใช ้ กับโรงเรียนในชนบท และทรงริเริ่มโครงการ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างความรู้ ความบนัเทิง พฒันาทกัษะและสร ้ างอาชีพต่อไปในอนาคต พระองคท ์ รงมีคณะทา งานที่จะศึกษาวิจัย เพื่อหาอุปกรณ ์ ทางเทคโนโลยแีละวธิีการช่วยเหลือผพู้ ิการในแต่ละดา ้ นอยา่งเหมาะสม ซ่ึงโครงการน้ี มีโรงเรียนศรีสังวาลเป็ นหน่วยงานหลัก นอกจากน้ีโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชด าริ ยงัเพิ่มโอกาสใหผ ้ ตู้ อ ้ งขงัในทัณฑสถานได้รับการอบรมและฝึ กทักษะในการใช้คอมพิวเตอร ์ ระหว่าง การถูกคุมขัง เพื่อสามารถน าความรู้ที่ได้รับน าไปพัฒนาตนเองและน าไปประกอบอาชีพได้ และมีโครงการส าหรับเด็กป่ วยที่ต้องเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลเป็ นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะท าให้ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็ นสื่อในการเรียนรู้สร้างความ เพลิดเพลิน รวมท้ังส่งเสริมพัฒนาการแก่เด ็ กที่ป่วยด้วย นอกจากน้ีพระองค์ยังน าเทคโนโลยี สารสนเทศมาใชก ้ บังานทางดา ้ นการเผยแพร่วฒันธรรมของไทย ๗๖ จงัหวดัผ่านทางอินเทอร ์ เน ็ ต โดยมีกระทรวงวัฒนธรรมเป็ นผู้ดูแลโครงการน้ี จากพระราชกรณียกิจทางด ้ านการนา เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช ้ในการพฒันาประเทศ ในด ้ านต่าง ๆ ทา ให ้ วารสารอินโฟแชร ์ ซ่ึงเป็ นวาสารของส านักงานด ้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารของยูเนสโกไดต ้ีพิมพบ ์ ทความเฉลิมพระเกียรติการอุทิศพระองคเ ์ พื่อการศึกษาเรียนรู้ ดา ้ นสารสนเทศของเด ็ กและผูด ้ อ ้ ยโอกาสของไทย รวมท้งัยงัไดถ ้ วายนาม “IT..Princess” หรือ “เจ้าหญิง ไอที” แก่พระองคอ ์ีกด้วย


ร า ง วั ล พ ร ะ เ กี้ ย ว ท อ ง ค า จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ทู ล เ ก ล้ า ฯ ถ ว า ย ร า ง วัล เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เนื่องจากพระองค ์ ทรงมีผลงานที่มีส่วนส่งเสริมความรู้ และความภูมิใจในภาษาไทยเป็ นที่ประจักษ ์ แก่ประชาชนทั่วไปอย่างเด่นชัด และผลงานน้ัน ๆ มีลกัษณะก่อใหเ ้ กิดความสนใจและสร ้ างทศันคติที่ดีต่อภาษาประจา ชาติ ราชอาณาจักรไทย รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติคณะกรรมการบริหารสภาวิจยัแห่งชาติทูลเกลา ้ ฯ ถวายรางวัล นกัวิจยัดีเด่นแห่งชาติประจา ปีพ.ศ. ๒๕๔๕ สาขาสหวิทยาการ แด่พระองค ์ เมื่อวนัที่๑๑ กนัยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ ศาลาดุสิ ดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณ ในพ ระ อัจฉ ริ ยภ า พที่ ทรง เ ป็ น นักวิจัย โ ดย มี ผล ง าน ใ นทุ ก สา ข าวิช าซึ่ ง เป็ น ปร ะ โย ช น์ ต่อวงการวิชาการของประเทศ สาธารณรัฐฟิ ลิปปิ นส์ รางวัลรามอน แมกไซไซ พระองค์ทรงได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ ให้ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลรามอล แมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจ าปี พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ณ ศูนย์วัฒนธรรมฟิ ลิปปิ นส์ ประเทศฟิ ลิปปินส์ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ สาธารณรัฐอินเดีย รางวัลอินทิรา คานธีเพ ื่อสันติภาพ การลดอาวุธ และการพัฒนา พระองค์ทรงได้รับการ คัดเลือกให้ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลอินทิรา คานธีประจ าปี ๒๕๔๗ จากพระราชกรณียกิจ ที่ทรงปฏิบัติเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ณ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ ๑๙พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งนับเป็ นล าดับที่ ๑๙ ของผู้ที่ได้รับรางวลัน้ี สาธารณรัฐประชาชนจีน รางวัลมิตรนานาชาติ 10 อันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยพระองค์ทรงได้รับการ คัดเลือกจากประชาชนชาวจีน เนื่องจากพระองค์ทรงศึกษาภาษาจีนต้งัแต่ยงัทรงพระเยาว ์ ทรงท าวิจัย เกี่ยวกบั ประวัติศาสตร์จีนมาตลอด และเสด ็ จเยอืนประเทศจีนแลว ้ มากกว่า ๓๒ คร้ัง ในช่วง ๒๘ ปี ที่ผา่นมาทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒ ณ ประเทศจีน


๒๔


สำสำสำสำนันัก นันั งานวัวัฒ วัวั นธรรมจัจัง จัจั หวัวัด วัวั ลพบุบุรีรี บุบุ รีรี


Click to View FlipBook Version