คำนำ
ฐานการเรียนรู้การทาขนมข้าวปาด คู่มือฐานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เล่มน้ี จัดทาขึ้นเพ่ือใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของศูนย์การศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้และเป็นคู่มือให้ผู้เรยี นได้ใช้ประกอบการเรียนรใู้ นกิจกรรมการเรียนรู้ การทาขนมข้าวปาด ซ่ึงเป็นฐานให้ผู้เรยี น
ศกึ ษาหาความรปู้ ระโยชน์และวิธกี ารทาข้าวปาดจากปราชญช์ าวบ้านในทอ้ งถิน่
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือฐานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กิจกรรมการ
ทาขนมขา้ วปาด เล่มนี้ จะเป็นประโยชนต์ ่อผ้เู รยี น ครู และผทู้ ี่สนใจเปน็ อยา่ งยง่ิ
สำรบัญ หนา้
ก
คานา ข
สารบัญ
วิสยั ทศั น์ กศน.อาเภอศรสี งคราม
ข้อมลู เบ้อื งต้น ฐาน 1 “การทาขนมขา้ วปาด”
แผนการจดั กิจกรรมที่ 1 การทาขนมข้าวปาด
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การทาขนมข้าวปาด
ใบความรเู้ รือ่ ง การทาขนมข้าวปาด
ใบงานที่ 1 การทาขนมขา้ วปาด
แผนการจดั กิจกรรมท่ี 2 การนาเทคนิคการทาขนมไทยมาใช้ในชวี ิตประจาวัน
กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ การนาเทคนิคการทาขนมไทยมาใช้ในชวี ติ ประจาวนั
ใบความรู้ 1 การนาเทคนคิ การทาขนมไทยมาใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน
ภาคผนวก
ถอดบทเรียนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รูปภาพถอดบทเรยี น
วิสยั ทศั น์
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอศรีสงคราม ยกระดับความรู้ เคียงคู่คุณธรรม
นอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ องค์กรหลักในการจัดกระบวนการเรยี นรเู้ พือ่ ให้เกดิ สงั คมแห่งการเรียนรู้
และการพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื โดยใชร้ ปู แบบการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
พนั ธกิจของสถำนศึกษำ
1. จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตใหก้ ับประชาชนท่ีอยู่นอกโรงเรียนในรูปแบบการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศยั
2. จัดการเรียนรู้เพอ่ื เติมปญั ญาให้สังคม
3. พฒั นาระบบการบรหิ ารงานตามแนวการปฏิรูประบบราชการและปฏริ ูปการศกึ ษา
4. พัฒนาบุคลากรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอศรีสงคราม เพ่ือให้มีคุณภาพ
อย่างตอ่ เน่อื ง
5. ส่งเสริม สนับสนนุ และประสานภาคเี ครอื ข่ายร่วมจัดการศึกษาอย่างท่วั ถึง
6. นเิ ทศตดิ ตาม ประเมินผลทกุ กจิ กรรมเพื่อเนน้ คณุ ภาพ
อัตลักษณ์
พฒั นาความรู้ นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เอกลกั ษณ์
สถานศกึ ษาพอเพียง
กลยุทธข์ องสถำนศึกษำ
กลยุทธ์ที่ 1 เข้าถึงกลมุ่ เปา้ หมายทีห่ ลากหลายและท่ัวถงึ
กลยทุ ธท์ ี่ 2 ผ้เู รยี นมุ่งแกไ้ ขปญั หาสร้างชวี ิตใหม่
กลยทุ ธ์ที่ 3 เปิดโอกาสชอ่ งทางการเรยี นรู้สชู่ มุ ชน
กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมสนบั สนุนใหภ้ าคีเครอื ขา่ ยจัดการศกึ ษาอยา่ งท่วั ถึง
กลยุทธ์ท่ี 5 การปรบั ระบบบรหิ าร มงุ่ บริการทม่ี ีคณุ ภาพ
ขอ้ มลู เบือ้ งต้น “กำรทำขนมขำ้ วปำด”
1. ควำมเป็นมำ
ไทยเราล้วนมวี ฒั นธรรมการกนิ ท่ตี ่างกนั ออกไป สงิ่ ท่ีสามารถแสดงถึงความเปน็ อตั ลกั ษณ์ภูมิภาคอีสานเชือ่ มตอ่
ความสัมพันธอ์ ันดีงามระหว่างผูค้ นเอาไวด้ ้วยกันนน่ั กค็ อื อาหารบา้ นน้าฉา่ เป็นหมบู่ ้านเล็ก ๆ ในตัวอาเภอหนงึ่ ของ
จังหวัดนครพนม เปน็ พ้ืนทีท่ ่ีคอ่ นขา้ งมีความจากดั ทางวัตถดุ ิบ ขา้ วเจ้าเปน็ พชื ท่ีทนต่อสภาพแห้งแลง้ ได้ดี สามารถทาได้
ทง้ั นาปแี ละนาปรัง ดังนัน้ อาหารส่วนใหญข่ องหมบู่ ้านจงึ ไดม้ าจากการแปรรปู ดว้ ยขา้ วเจา้ ผ้สู ูงอายุทนี่ สี่ ว่ นใหญ่ล้วนมี
ความชานาญในดา้ นการทาขนมทไี่ ดม้ าจากแป้งข้าวเจา้ สบื ต่อกนั มาเป็นเวลานาน จนเกิดเปน็ ภมู ิปัญญาชาวบา้ น สร้าง
จินตนาการ นาไปส่ปู ระกอบอาหารได้หลากหลาย “ขนมขา้ วปาด” ทามาจากแป้งขา้ วเจา้ เป็นขนมไทยพนื้ บา้ นเกา่ แก่
ของชาวอาเภอศรีสงคราม จงั หนครพนม มีสีขาว ตามธรรมชาติซง่ึ ไดจ้ ากขา้ วและสีเขยี วสวยงาม ตามธรรมชาติซึง่ ได้
จากใบเตย และยงั จดั ได้ว่าเป็นขนมไทยโบราณแบบดง้ั เดมิ ที่หารบั ประทานไดย้ าก มีสว่ นประกอบหลักพนื้ ฐานสาม
อยา่ ง อนั ไดแ้ ก่ ข้าวจ้าว แป้ง กะทิ และนา้ ตาลป๊ีบ ซง่ึ เปน็ วตั ถดุ ิบทห่ี าไดง้ า่ ยตามทอ้ งถิน่ มาตั้งแต่ในสมยั ยุค
สโุ ขทยั กอ่ นทจี่ ะมาถงึ ในยุคสมยั กรุงศรอี ยุธยา โดยการนาของชาวโปรตุเกสทม่ี ีช่ือวา่ “มารี ตองกีมาร์” หรอื ทเ่ี รารู้จัก
ในนามประวัติศาสตร์ไทย “เทา้ ทองกบี ม้า” ซงึ่ เปน็ ผ้ทู ่ปี ระยุกต์การทาขนมไทย โดยการนาเอา “ไข่ไก่” มาเป็นส่วนผสม
หลักในการทาขนม นน่ั จึงเปน็ สาเหตุที่ในยคุ หนึ่ง ปรากฏชื่อขนมชนิดต่าง ๆ โดยมีชอื่ เรียกนาหน้าว่า “ทอง” อย่หู ลาย
ชนิด เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ ข้าวปาด ในภาษาท้องถิ่นคนอสี าน หมายถึง ขนมที่ทาให้สกุ ดว้ ยการ
กวนแปง้ จนสุกแลว้ แต่ยังเหลวอยู่ จนสามารถตกั ปาดใสถ่ าด หรอื ภาชนะอน่ื ๆ ได้ คนอสี านรุ่นเกา่ เรยี กตามกันมา
ว่า ข้าวปาด
2. วตั ถุประสงค์
1. เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้เรียน คณะครู บุคลากรทางการศึกษาและชุมชนเห็นคุณค่าและสรรพคุณของ
ขนมไทยพืน้ บา้ นของชมุ ชน
2. เพ่อื ส่งเสรมิ การอนรกุ ษ์ขนมไทยโบราณในสถานศึกษา
3. เพือ่ ใชเ้ ปน็ แหลง่ เรยี นรู้ให้ผู้เรยี น คณะครู และชมุ ชนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. เพอื่ ใหผ้ ู้เรียน คณะครู และบคุ ลากรทางการศึกษารูจ้ ักนาคุณค่าของขนมไทยโบราณ ซึ่งเป็นภูมิปัญญา
ทอ้ งถ่นิ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
5. เพ่อื เผยแพร่คุณประโยชนแ์ ละภูมิปญั ญาการทาขนมขา้ วปาดสสู่ าธารณะ
3. ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำน
1. ขน้ั วำงแผนงำน (Plan)
1.1 เสนอโครงการศึกษาเรียนรูต้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตอ่ ผูบ้ ริหาร
1.2 จดั ทาคาส่งั แต่งต้ังและประชุมคณะกรรมการ ดาเนนิ งานฐานการเรยี นรู้การทาขนมขา้ วปาด
1.3 แจง้ ครู ผู้เรยี นและบคุ ลากรทางการศึกษาทราบ การดาเนินงานแหล่งเรยี นรู้การทาขนมข้าวปาด
2. ข้นั ปฏิบัติ (Do)
2.1 กาหนดเขตพ้นื ทรี่ บั ผิดชอบของผู้เรียน
2.2 สารวจชนดิ ของขนมไทยในท้องถนิ่
2.3 ปรับภูมิทศั น์ บรเิ วณหนา้ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอศรสี งคราม
2.4 ผเู้ รียน ดาเนินการตามแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
2.5 ใหบ้ รกิ ารผู้เรยี น ครู และชมุ ชน เขา้ ใช้แหล่งเรยี นรู้การทาขนมข้าวปาด
4. ข้ันติดตำมตรวจสอบกำรดำเนินงำน (Check)
4.1 เก็บรวบรวมขอ้ มลู
4.2 วเิ คราะห์ประเมนิ ผลการดาเนินงานการทาขนมขา้ วปาด
5. ขัน้ ประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำน (Action)
5.1 ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการประชุมรว่ มกับคณะกรรมการดาเนินงานการทาขนมขา้ วปาด สรุปผลการดาเนินกจิ กรรม
5.2 รายงานผลการประเมินต่อผ้บู รหิ าร
6. กำรดำเนนิ งำน
- ศึกษาวิธกี ารทาขนมข้าวปาดจากปราชญ์ชาวบา้ น
- เตรียมวัสดุและอปุ กรณ์การทาขนมขา้ วปาด
- ดาเนินการทาข้าวปาดตามข้นั ตอนทีป่ ราชญ์ชาวบา้ นแนะนาจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
- มอบหมายให้ผเู้ รียนศกึ ษากระบวนการทาขนมข้าวปาดและการทาโครงการทาข้าวปาดเพอื่ ขายในชุมชน เพื่อ
ทาหน้าที่เป็นผใู้ ห้ความรู้แก่ผ้ทู ม่ี าศกึ ษา ณ แหล่งเรียนรู้
7. กิจกรรมประจำ “กำรทำขนมขำ้ วปำด”
1. ระยะเวลาปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 4 ชวั่ โมง
2. กิจกรรมประจาฐาน
2.1 ชั่วโมงที่ 1-2 การทาขนมขา้ วปาด
2.2 ชั่วโมงที่ 3 การไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
2.3 ช่ัวโมงท่ี 4 ถอดบทเรยี น การทาขนมข้าวปาด
8. สรปุ ผลกำรดำเนนิ งำน
จากการทากิจกรรมฐานการเรยี นรู้การทาขนมข้าวปาด ทาให้ ผเู้ รียน คณะครู และบุคลากรได้ศกึ ษาเรียนรู้ท้ัง
ในดา้ นของอนรุ ักษ์วฒั นธรรมพ้ืนบ้านของท้องถ่นิ นามาซึง่ ความตระหนกั ในคณุ คา่ ของขนมไทยพน้ื บ้าน โดยการทาขนม
ข้าวปาดได้เป็นแหล่งเรียนรู้ ในท่ีสมบูรณ์ให้แก่ผู้เรียน คณะครู บุคลากรทางการศึกษาและชุมชนตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนผ้ี ลผลิตท่ไี ด้จากการทาขนมข้าวปาดแหง่ นี้ ยังทาใหผ้ เู้ รยี นได้ร้จู ักนากระบวนการตา่ ง ๆ ซง่ึ
เปน็ ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ในอนาคต
รปู กิจกรรม กำรทำขนมข้ำวปำด
แผนกำรจัดกจิ กรรมที่ 1 กำรทำขนมขำ้ วปำด
แผนกำรเรียนรู้ “กำรทำขนมข้ำวปำด” เวลำ 4 ชวั่ โมง
1. ครูสารวจรายชือ่ นักเรยี นแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรขู้ องบทเรยี นน้ีให้นกั เรียนทราบ
2. ครูสอบถามความพรอ้ มในการเตรียมอุปกรณก์ ารทาขนนชั้นมาล่วงหน้า ทน่ี ักเรยี นได้ตกลงจะได้ปฏิบัติ
ในช่วั โมงน้ี
3. ครูอธบิ ายสว่ นผสมและวธิ ีทาพรอ้ มกับสาธิตการทาขนมข้าวปาด
4. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น กลุ่มๆ ละ 6 คน คละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน โดยฝึกปฏิบัตกิ ารการ
ทาข้าวปาด โดยมีการจดบันทกึ ขัน้ ตอนการทา และให้ครูเป็นผู้ตรวจประเมินผล และเสนอแนะ (Hand) แล้วให้
นักเรียนลงมือปฏบิ ัติตามขัน้ ตอน
1.สว่ นผสม
1.1. หัวกะทิ 4 ถ้วย 1.2. น้าตาลทราย 3 ถว้ ย
1.3. น้าลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย 1.4. ข้าวจา้ วแช่ 2 ถว้ ย
1.5. นา้ ปูนใส 1.6. น้าต้มใบเตย 10 ใบ
2.วิธีทำ
2.1. นาข้าวเจ้าไปแชน่ ้าจนนิม่ ได้ท่ี จากน้นั นาไปโมใ่ หล้ ะเอยี ด
2.2. นาแป้งทีโ่ ม่แลว้ มานามานวดกบั นา้ ปนู ใสผสมเขา้ กบั นา้ ตาลและนา้ ใบเตยลงไปดว้ ย
2.3. นาแปง้ ไปกวนในหม้อเพอ่ื ใหแ้ ป้งสกุ ซ่ึงเป็นขนั้ ตอนสดุ ท้าย
2.4. นามาตกั ใส่ถาด ทงิ้ ใหเ้ ย็น แลว้ ตัดเปน็ ชิน้ ตามต้องการ (Hand)
5. เมื่อนกั เรยี นปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ แล้วให้เก็บอุปกรณ์เขา้ ท่ีให้เรียบรอ้ ย ทาความสะอาดหอ้ งปฏิบตั กิ ารและทา
ความสะอาดร่างกาย (Heart) (Health)
6. ครูให้แต่ละกลุ่มแยกยา้ ยกันไปจาหนา่ ยสินค้าภายในชุมชน (Hand)
7. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สรปุ รายรบั จากการขายขนมข้าวปาดและพมิ พ์สรปุ เป็นรปู เลม่ (Head)
8. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั วิเคราะหถ์ อดบทเรียนตามหลกั การสาคัญของการจัดกจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้ แลว้
บนั ทกึ ผลการวเิ คราะห์ในใบกิจกรรม
แผ่นท่ี 4 ชดุ คำถำมกระตุ้นคิด
แผนกำรเรียนรู้ “กำรทำขนมขำ้ วปำด” เวลำ 4 ช่วั โมง
คำถำมกระตุ้นคิดเพ่ือปลกู ฝังหลกั คิดพอเพยี งก่อนเรยี น
Q1 นักเรียนควรวางแผนในการเตรยี มวสั ดุ อุปกรณใ์ หพ้ รอ้ มก่อนการปฏิบตั ิงาน อย่างไร
คำถำมกระตุ้นคิดเพื่อปลกู ฝงั หลกั คดิ พอเพียงระหวำ่ งเรียน
Q2 นกั เรียนมีการวางแผนแบ่งหน้าที่การทางานกลมุ่ อยา่ งไรใหเ้ หมาะสมกบั ความสามารถของสมาชกิ และให้
งานท่ีได้รบั มอบหมายสาเร็จตามเป้าหมายและตามเวลาทกี่ าหนด
Q3 นกั เรียนใช้คณุ ธรรมอะไรบา้ งในการทาขนมข้าวปาดในคร้งั น้ี
Q4 นักเรียนคดิ ว่าการท่ีจะทาขนมข้าวปาดได้สาเรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนดนนั้ ต้องเกิดจากอะไรบ้าง
Q5 นกั เรียนควรปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรหลงั จากทาขนมขา้ วปาดเสร็จแล้ว เพื่อรกั ษาความสะอาดภาชนะใหส้ ะอาด
Q6 นกั เรียนควรปฏิบัตติ ัวอย่างไรจงึ จะจาหนา่ ยสินค้าของตนเองไดห้ มดและตามระยะเวลา
Q7 ปัจจัยในการจาหนา่ ยสินค้าในคร้ังนีท้ ่จี ะทาให้ประสบความสาเร็จมีอะไรบ้าง เพราะวา่
Q8 นักเรียนได้จาหนา่ ยสนิ คา้ ไปแลว้ ให้เปรยี บเทยี บกับรายจ่ายในการซอื้ วัสดุอุปกรณว์ า่ ได้กาไร หรอื ขาดทนุ
เท่าไร
Q9 หากนักเรียนจะทาขนมไทยจาหนา่ ยครง้ั ตอ่ ไป นกั เรยี นคิดว่าจะทาขนมอะไร เพราะเหตุใด
กำรบรู ณำกำรตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปข้อคิดจากการดาเนินกิจกรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึง
ประกอบด้วย หลักพอประมาณ หลักเหตุผล หลักภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดี เงื่อนไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม และความ
สมดลุ ม่ันคง ยั่งยืน ในมติ ิเศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และวฒั นธรรมดงั น้ี
สอดคลอ้ งกบั หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
( ๒ เงื่อนไข ๓ หลกั กำร ๔ มิติ )
เงื่อนไขควำมรู้
1.มคี วามรู้ในการทาข้าวปาด
2.รู้จักขน้ั ตอนการทาข้าวปาด
3.เทคนคิ ในการทาข้าวปาดให้อร่อย
เงือ่ นไขคณุ ธรรม
๑. อดทน มคี วามมงุ่ มั่นในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมท้องถิน่ ท่ตี นเองรบั ผิดชอบ
๒. ควำมประหยัด ร้จู กั ใช้ทรพั ยากรธรรมชาตใิ ห้เกิดประโยชน์และคมุ้ ค่า
๓. ควำมมวี นิ ยั ปฏิบัตหิ นา้ ทีข่ องตนเองตรงเวลาอยา่ งสมา่ เสมอ
๔. ควำมสำมัคคี รว่ มกันปฏิบตั ิงานในหน้าทจ่ี นสามารถบรรลุเปา้ หมาย
๕. มีนำ้ ใจ มีจติ อาสาใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ เสียสละเวลาสว่ นตนเพ่อื ส่วนรวม
ควำมพอประมำณ
๑. ผู้เรยี นสามารถศกึ ษาหาความรู้ได้ดว้ ยตนเอง
๒. มสี ถานท่ีเพยี งพอต่อการศกึ ษาจากแหล่งเรยี นรู้
๓. มคี วามพอประมาณกบั การใชเ้ วลาไดอ้ ย่างเหมาะสม
๔. มคี วามพอประมาณกบั งบประมาณที่มอี ยู่
๕. มีผู้เรียนเพยี งพอที่จะร่วมกนั ดแู ลรักษาฐานการเรียนรไู้ ด้
ควำมมีเหตผุ ล
๑. การใชว้ ัตถุดิบท่มี อี ยใู่ กล้ตัวทาให้เกิดประโยชน์
๒. เปน็ การอนุรกั ษ์ขนมไทยโบราณใกลต้ วั มใิ ห้สูญหายไป
กำรมภี ูมิคุ้มกันในตัวท่ีดี
๑. สามารถเรียนรรู้ ่วมกนั อยา่ งปลอดภยั ในฐานการเรยี นรู้
๒. มีการศกึ ษาถึงประโยชน์และโทษอย่างละเอยี ดเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสามารถนาไปใช้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ปลอดภยั
๓. ขา้ วปาดในฐานการเรียนรู้มคี วามปลอดภยั เน่ืองจากไม่ใช้สารกนั บูด
นำไปสูส่ มดุลและพรอ้ มรบั กำรเปลี่ยนแปลงใน ๔ มติ ิ
สมดุลทำงด้ำนวัตถุ การทาขนมข้าวปาดใช้วัตถุดิบที่มีในชุมชนทาให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถนาไป
ประกอบอาชีพหารายไดเ้ สริมในชีวติ ประจาวันได้
สมดุลทำงด้ำนสังคม การดาเนินการเป็นการทาร่วมกันระหว่างนักเรียน ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง
เพอื่ นในหอ้ งและคณุ ครู
สมดุลทำงด้ำนวัฒนธรรม การทางานรว่ มกัน การเออื้ เฟื้อเผ่ือแผ่ รู้จกั การแบ่งปัน ช่วยเหลือซ่งึ กันและกันนา
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ร้จู กั ทางานเพ่อื ประโยชน์ส่วนรวม ตลอดจนเปน็ การเสรมิ สรา้ งวฒั นธรรมแห่ง
ความพอเพยี ง
สมดุลทำงด้ำนส่ิงแวดลอ้ ม การไมใ่ ช้สารเคมีในฐานการเรยี นรทู้ าใหไ้ มม่ สี ารพิษตกค้างชว่ ยรักษาส่ิงแวดลอ้ ม
กระบวนกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้
“กำรทำข้ำวปำด”
1. เปำ้ หมำยกำรเรียนรู้
มำตรฐำน/ตวั ชี้วดั
ง 4.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะทจี่ าเปน็ มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพใช้เทคโนโลยีเพอ่ื พัฒนาอาชีพ มี
คุณธรรม และมีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ
ม.1/1 อธิบายแนวทางการเลือกอาชพี
ม.1/2 มเี จตคติทดี่ ีตอ่ การประกอบอาชพี
ม.1/3 เหน็ ความสาคัญของการสร้างอาชีพ
สำระสำคัญ
ขนมขา้ วปาด เปน็ ขนมไทยพ้ืนบา้ นทม่ี ีเฉพาะในตาบลบ้านข่า อาเภอศรสี งคราม จังหวดั นครพนม เป็นขนมอีก
หน่ึงอย่างทีน่ ิยม กนิ เปน็ อย่างมาก เพราะมเี นอ้ื ทน่ี ุ่ม รสชาติหวานละมนุ หอมกล่ินข้าวจ้าวหอมมะลแิ ท้และใบเตย มี
หลายแบบให้เลอื ก ท้ังแบบชน้ิ สเ่ี หล่ียม แบบที่ใส่พมิ พ์เป็นรปู ดอกไม้ กม็ ี
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
1 อธิบายขัน้ ตอนการทาขนมขา้ วปาดที่ถกู ตอ้ งได้ (K) (Head)
2 นกั เรยี นจัดหาเลือกซือ้ และเก็บรกั ษาวตั ถดุ ิบ ท่ีใช้ในการทาขนมขา้ วปาดได้ (P) (Hand)
3 นกั เรียนใช้ และดแู ลรกั ษา เครอื่ งมือ เครอื่ งใชใ้ นการทาขนมขา้ วปาด (P) (Hand)
4 นักเรยี นปฏิบตั ิงานทาขนมข้าวปาดได้ถกู ตอ้ งตามข้นั ตอน (P) (Hand)
5 นกั เรยี นคิดคานวณตน้ ทุน กาไร และกาหนดราคาจาหน่ายขนมข้าวปาดได้ (k) (Head)
6. มีความตระหนกั และเห็นคณุ ค่าของขนมไทย มีทกั ษะการทางาน และม่งุ ม่ันในการทางาน (A) (Heart)
7. มีทกั ษะในการทาความสะอาดตนเองหลังจากทาขนมเสร็จและเลือกรับประทานขนม ใหเ้ หมาะสมกับตนเอง (P)
(Health)
สำระกำรเรียนรู้
1. ประเภทของขนมขา้ วปาด
2. วัตถุดบิ ที่ใช้ในการทาขนมขา้ วปาด
3. วิธีทาและข้ันตอนการทาขนมข้าวปาด
5. การคานวณคา่ ใช้จ่ายและการกาหนดราคาจาหนา่ ยขนมขา้ วปาด
สมรรถนะสำคัญ
ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร : อธบิ ายการเตรียมวัตถุดบิ และอปุ กรณ์ ขั้นตอนการทาขนมข้าวปาด
ควำมสำมำรถในกำรคิด : ทกั ษะการสังเคราะหข์ อ้ มูล การวเิ คราะห์ การสรา้ งความรู้
ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ : กระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต : ใช้กระบวนการกลุ่มปฏบิ ัติกิจกรรมการเรยี นรู้
ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี : ใชจ้ ดั เก็บรวบรวมขอ้ มลู จัดพมิ พ์เอกสารและสรุปรปู เลม่ รายงาน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มุง่ มั่นในกำรทำงำน : ทางานดว้ ยความขยัน และพยายามให้งานสาเร็จตามเป้าหมาย และนาเสนอผลงานด้วยความ
ภาคภูมิใจ
อยอู่ ย่ำงพอเพียง: คิดตดั สินใจในการปฏิบัตกิ ิจกรรมท่ไี ด้รบั มอบหมายเหมาะสมกับศักยภาพตนเอง/กล่มุ เลือกใช้วสั ดุ
อุปกรณใ์ นการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมอยา่ งประหยัด
มวี นิ ยั : ปฏบิ ัติกจิ กรรมเปน็ ระบบระเบียบ รอบคอบ
ใฝเ่ รยี นรู้ : ตงั้ ใจเรียน แสวงหาความรใู้ หม่แล้วสรปุ เป็นความรู้
2. หลักฐำนกำรเรียนรู้
ภำระงำน/ชิ้นงำน
โครงงานทาขนมข้าวปาดจาหนา่ ยได้
กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียนรู้
ประเดน็ วธิ ีกำร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ผา่ น 60 %
ด้าน K ตรวจแบบทดสอบและ
แบบประเมินขนมชัน้ ผา่ นระดับ ดี
แบบสอบถาม แบบสังเกต ผ่านระดับ ดี
ด้าน P ตรวจและประเมินขนมช้ัน
ด้าน A สงั เกตการทางาน และมงุ่ มน่ั
ในการทางาน
3. กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ : กระบวนการ และกระบวนการปฏิบตั ิ
ส่ือกำรเรียนรู้ :
1. คู่มือการทาขนมข้าวปาด
2. วัสดุ อุปกรณใ์ นการทาขนมข้าวปาด
3. ใบงาน
แหล่งเรยี นรู้ : หอ้ งปฏิบตั ิการคหกรรม
เวลำ : 4 ช่ัวโมง
ใบควำมรู้เร่ือง ขนมข้ำวปำด
ควำมเป็นมำ
ไทยเราลว้ นมีวัฒนธรรมการกินทตี่ ่างกันออกไป สิ่งที่สามารถแสดงถงึ ความเป็นอตั ลักษณ์ภูมภิ าคอสี านเชื่อมต่อ
ความสมั พันธ์อนั ดงี ามระหว่างผู้คนเอาไว้ด้วยกนั นน่ั ก็คอื อาหารบา้ นขา่ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตวั อาเภอศรีสงคราม
จงั หวดั นครพนม เปน็ พืน้ ท่ีทค่ี ่อนขา้ งมีความจากัดทางวัตถดุ ิบ ขา้ วเจ้าเปน็ พืชที่ทนตอ่ สภาพแหง้ แล้งได้ดี สามารถทาได้
ทง้ั นาปีและนาปรัง ดงั นน้ั อาหารส่วนใหญข่ องหมบู่ า้ นจึงไดม้ าจากการแปรรปู ด้วยขา้ วเจ้า ผสู้ งู อายุทนี่ ส่ี ่วนใหญล่ ว้ นมี
ความชานาญในด้านการทาขนมท่ีไดม้ าจากแป้งข้าวเจา้ สืบต่อกันมาเปน็ เวลานาน จนเกิดเป็นภมู ิปัญญาชาวบ้าน สรา้ ง
จนิ ตนาการ นาไปสปู่ ระกอบอาหารได้หลากหลาย ดงั ทเ่ี คยนาเสนอไปแลว้ ในเลม่ ฉบบั กอ่ นหนา้
“ขนมข้าวปาด” ทามาจากแป้งขา้ วเจา้ เปน็ ขนมไทยพ้นื บา้ นเก่าแก่ของชาวอสี าน มีสเี ขยี วสวยงาม ตามธรรมชาติซ่งึ ได้
จากใบเตย และยงั จัดได้ว่าเปน็ ขนมไทยโบราณแบบด้งั เดิมทหี่ ารับประทานได้ยาก มีสว่ นประกอบหลกั พน้ื ฐานสาม
อย่าง อนั ไดแ้ ก่ แปง้ กะทิ และนา้ ตาลปี๊บ ซึ่งเป็นวตั ถุดบิ ท่ีหาได้งา่ ยตามท้องถ่ินมาตัง้ แต่ในสมัยยุคสโุ ขทัย ก่อนที่จะ
มาถึงในยุคสมัยกรงุ ศรอี ยุธยา โดยการนาของชาวโปรตเุ กสทีม่ ีชอ่ื ว่า “มารี ตองกมี าร์” หรอื ท่ีเรารู้จกั ในนาม
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย “เท้าทองกบี ม้า” ซึ่งเปน็ ผ้ทู ป่ี ระยุกต์การทาขนมไทย โดยการนาเอา “ไข่ไก่” มาเป็นสว่ นผสมหลักใน
การทาขนม นน่ั จงึ เปน็ สาเหตุท่ใี นยคุ หน่ึง ปรากฏชื่อขนมชนดิ ต่าง ๆ โดยมีช่ือเรียกนาหนา้ ว่า “ทอง” อยหู่ ลายชนดิ เช่น
ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ
ข้าวปาด ในภาษาทอ้ งถนิ่ คนอสี าน หมายถึง ขนมทีท่ าใหส้ กุ ดว้ ยการกวนแปง้ จนสกุ แล้ว แตย่ งั เหลวอยู่ จนสามารถตัก
ปาดใสถ่ าด หรอื ภาชนะอน่ื ๆ ได้ คนอีสานรุ่นเกา่ เรียกตามกนั มาว่า ขา้ วปาด สว่ นคนร่นุ ใหม่ในปจั จุบนั มักนิยมเรียก
ตดิ ปากตามภาษาภาคกลางว่า ขนมเปียกปนู วิถีการกินอยู่ของอีสานเราเนน้ ภูมปิ ญั ญาชาวบา้ น กนิ อยู่อยา่ งสมถะ เนน้
ความเรยี บงา่ ย ไม่โออ่ า่ โอโ่ ถ หรือเพ่ืออวดความม่ังมีของฐานะ กวา่ การท่ีจะได้อาหารออกมาแต่ละชนิดให้เราได้
รบั ประทานกัน เรียกไดว้ ่าตอ้ งอาศัยทง้ั แรงงานและหยาดเหงอ่ื อกี ทัง้ ความเหนอื่ ยยากของผู้คน และต้องอาศยั ชานาญ
บวกกับระยะเวลาในการปรงุ อาหารพอสมควร ต้งั แต่ในขน้ั ตอนแรกในการเตรยี มวัตถุดิบ การโมแ่ ป้ง ซ่งึ แป้งข้าวเจา้ เรา
ไดจ้ ากเครอ่ื งโม่หนิ แบบโบราณ ทสี่ ามารถพบเหน็ ได้ในเพียงบางบา้ นเท่านั้น ขัน้ ตอนการนวดแปง้ ไปจนกระทงั่ ถงึ
ข้ันตอนของการกวน
วิธีกำรทำ
ในขน้ั ตอนแรก คอื นาปลายข้าวเจ้าไปแชน่ ้าจนนมิ่ ได้ท่ี จากนั้นนาไปโม่ใหล้ ะเอียด สมัยกอ่ นนิยมโมเ่ ครอ่ื งโม่หนิ
แบบโบราณซ่งึ มีขนาดใหญ่และหนกั มาก จงึ ทาให้ยคุ น้นี ิยมใชเ้ คร่ืองโม่ไฟฟ้าแทน เมื่อโม่เสรจ็ แล้ว นาใสถ่ ุง
ผ้าดบิ มัดปากถงุ ใหแ้ นน่ ใช้หินส่วนบนของโมท่ บั ไว้ เพื่อให้นา้ ทอ่ี ยูใ่ นแปง้ ไหลออกจนหมด กระทัง่ เหลือแตเ่ นื้อ
แปง้ เม่อื แห้งดจี ึงนามานวดกบั นา้ ปูนใส ผสมเขา้ กับน้าตาลและน้าใบเตยลงไปดว้ ย กอ่ นจะนาแปง้ ทีน่ วดไปกวน
ในหม้อเพื่อให้แปง้ สุกซง่ึ เปน็ ขั้นตอนสุดทา้ ยในระหวา่ งการกวนแปง้ เมื่อยืนอยู่หนา้ เตาร้อน สองมอื ถอื “ไมพ้ าย
ยาว” อปุ กรณห์ าไดง้ ่ายทาจากต้นไผส่ เี ขียว บรรยากาศในการทางานผู้คนสนุกสนาน ชาวบ้านมกั จะร้องราทา
เพลง สนทนาพูดคยุ จนเกดิ เสยี งหัวเราะ เมื่อแป้งสุกไดท้ จี่ ะใสและมีความขน้ พวกเดก็ ๆ เมื่อไดก้ ลิน่ หอมลอย
ออกมาจากหน้าเตา จากแป้งข้าวเจ้าผสมกับกลนิ่ ของใบเตย ก็จะพากนั หาภาชนะไปใส่ พวกผใู้ หญ่ก็จะใช้มีดตดั
เปน็ ชน้ิ ส่ีเหล่ียมจตั ุรัสเลก็ ๆ โรยหน้าดว้ ยมะพร้าวขูดเปน็ เส้น ๆ ผสมกบั เกลอื เล็กน้อย หลังจากนนั้ ก็พากนั ปู
เส่อื นง่ั ลอ้ มวงรับประทานขนมกนั อยา่ งเอรด็ อร่อย
เม่ือฤดกู าลงานบญุ ตามประเพณใี นท้องถน่ิ มาถงึ ชาวบา้ นจะออกมารวมตัวกัน เพื่อทาขนมขา้ วปาด ลานวดั ของ
หมบู่ า้ นแหง่ นจี้ ึงมคี วามคึกคกั คลาคลา่ ไปด้วยผคู้ นมากมาย ชาวอสี านมคี วามเชอื่ อย่างหนึง่ ว่าผู้ท่ีมาช่วยกัน
ทางานจะไดอ้ านิสงสผ์ ลบญุ ไปตาม ๆ กันดว้ ย ขนมข้าวปาดจาเปน็ ตอ้ งอาศัยแรงคนในลักษณะเปน็ การลงแขก
ชว่ ยกนั ทาใหเ้ หน็ ภาพของการช่วยเหลอื เกื้อกูล และมิตรภาพทด่ี ตี ่อกนั ของผูค้ นทป่ี รากฏขนึ้ ภายในชมุ ชนแหง่ น้ี
ใบงำนที่ 1 ขนมขำ้ วปำด
คำชแ้ี จง ใหน้ ักศึกษา ศกึ ษาใบความรู้ เรื่อง“ขนมขา้ วปาด” ตอบคาถามใบงานที่ 1
1. จงบอกท่มี าและความสาคญั ของขนมข้าวปาด
ประวัตขิ องขนมขา้ วปาด ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการทาขนมข้าวปาด
2. ประยุกต์วธิ ีการทาขนมขา้ วปาดใหเ้ ข้ากบั ยคุ สมยั ปจั จบุ นั เพอ่ื ให้ลดระยะเวลาการทามาอย่างนอ้ ย 1 วธิ ี พรอ้ ม
รายละเอยี ดประกอบ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนกำรจดั กจิ กรรมที่ 2 กำรนำเทคนิคกำรทำขนมไทยมำใช้ในชวี ิตประจำวนั
สำระสำคญั /เน้อื หำ
การทาขนมขา้ วปาด เป็นสว่ นหน่ึงที่ได้สบื สานอนุรกั ษข์ องไทยทก่ี าลังจะเลือนหายไป ให้กับคนรุ่นหลงั ไดร้ จู้ ัก
ซ่ึงจรงิ ๆ แล้วขนมขา้ วปาดมเี สน่หใ์ นตัวเองอยแู่ ล้วไม่วา่ จะเป็นรูปรา่ งหน้าตา ทตี่ กแต่งออกมาสวยงาม ขนั้ ตอนในการทา
อยา่ งประณีต และรสชาตทิ ่โี ดดเดน่ ตามแบบฉบับของคนไทยโบราณ และท่ีสาคัญ ขนมไทยส่วนมากเป็นขนมทม่ี คี วาม
เปน็ มงคลอยูใ่ นตวั อกี ดว้ ย ด้ังน้ันการทาโครงงาน ช้ินนขี้ ้ึนมา ทางสมาชิกในกลมุ่ จงึ อยากจะแสดงให้เห็นถงึ เอกลกั ษณ์
ของขนมไทย ซึ่งไดแ้ ก่ ขนมข้าวปาด เพอื่ ให้ผทู้ ี่สนใจได้รบั ประโยชนใ์ นดา้ นต่างๆ และสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
วตั ถุประสง์ค์
1. เพ่ือศกึ ษาวธิ ีการทาขนมข้าวปาด
2. เพื่อใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
3. เพื่อเปน็ พนื้ ฐานในการนาไปใชใ้ นการประกอบอาชพี ในอนาคตได้
4. เพ่ือเพมิ่ รายได้ให้แกค่ รอบครวั
5. เพ่อื ร่วมอนรุ กั ษ์ขนมไทยให้คงอยู่
ผลกำรเรยี นรู้
1. เพอื่ ให้ความรู้เกยี่ วกบั ขนมไทยโบราณ และรูจ้ ักเลือกวตั ถดุ ิบมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์และเหมาะสมกับสภาพ
ทอ้ งถ่ิน
2. ผ้เู รียนสามารถบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการการทาขนมในชีวติ ประจาวันได้
การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ขนมข้าวปาด”
หัวข้อ คำอธบิ ำย
เงอื่ นไขความรู้ เหน็ ความสาคัญและคณุ ค่า ประโยชน์ จากการขายขนมขา้ วปาดไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั
เงื่อนไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบ ความอดทน ตรงเวลา
เหตุผล เป็นการใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ และเพม่ิ ทกั ษะมวี ิชาชพี ในการนาไปใช้
ในชีวิตประจาวัน
พอประมาณ พอประมาณกบั เวลาท่ีใช้ศึกษา พอประมาณกบั เนื้อหา เวลาในการใช้
เหมาะสม พอประมาณกบั จานวน พอประมาณกับงบประมาณ
มภี ูมคิ ้มุ กันในตวั ที่ดี รจู้ กั วางแผนในการทางาน และมคี วามรูท้ ีถ่ ูกต้องในการใชป้ ระโยชนจ์ ากการ
ขายขนมข้าวปาด
มิติด้านวัตถุ มีทกั ษะในการประกอบอาชพี
มิตดิ ้านสังคม มคี วามสามัคคีชว่ ยเหลอื ซงึ่ กันและกัน การทางานเปน็ กลมุ่
มติ ิดา้ นสงิ่ แวดล้อม รกั ษาความสะอาดของสถานทใ่ี นการทางาน ส่งเสริมการอนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญา
ท้องถิ่น
มติ ดิ ้านวัฒนธรรม นาภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นมาใชใ้ นการทางานและนาความรสู้ ่ชู มุ ชน
กระบวนกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
กำรนำเทคนคิ กรทำขนมไทยมำใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
ขั้นนำ
1. ผเู้ รยี นเขา้ ศึกษาเทคนิคและประโยชน์ของขายขนมข้าวปาด
ขนั้ สอน
1. ผเู้ รยี นเปิด Internet เขา้ เว็บไซต์ www.google.com เพ่อื ค้นหาข้อมูล เร่ือง เทคนคิ การทาขนมไทย
การตลาดการขายขนมออนไลน์
2. ผูเ้ รียนบอกเทคนคิ การขายที่มีของตัวเอง
ขนั้ นำไปใช้ (ข้ันสรุป)
1. ผู้เรียนสามารถบอกประโยชน์ของการขายสินค้าได้
สื่อกำรเรยี นรู้
1. แหล่งเรียนรู้ ของขนมขา้ วปาด
2. เวป็ ไซด์ อินเตอร์เนต็ ประโยชน์ของการขาย
กำรวดั และประเมินผล
1. ผเู้ รยี นมเี วลาเรยี นร่วมกจิ กรรม ร้อยละ 80
2. ผู้เรยี นได้รับคะแนนจากการประเมนิ จากการปฏบิ ัติ รอ้ ยละ 80
3. การตัดสนิ การรว่ มกิจกรรม
ผ หมายถึง ผ่าน
มผ. หมายถงึ ไมผ่ ่าน
ใบควำมรู้ 1 กำรนำเทคนิคกรทำขนมไทยมำใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
ควำมสำคญั ของเทคนิคกำรทำขนมไทย
การทาขนมข้าวปาด เป็นส่วนหน่ึงที่ได้สืบสานอนุรักษ์ของไทยท่ีกาลังจะเลือนหายไป ให้กับคนรุ่นหลังได้รจู้ กั
ซึ่งจริงๆ แล้วขนมขา้ วปาดมีเสนห่ ใ์ นตัวเองอยู่แลว้ ไมว่ า่ จะเปน็ รปู ร่างหน้าตา ทีต่ กแตง่ ออกมาสวยงาม ข้นั ตอนในการทา
อย่างประณีต และรสชาติท่ีโดดเด่น ตามแบบฉบบั ของคนไทยโบราณ และทสี่ าคัญ ขนมไทยสว่ นมากเป็นขนมที่มีความ
เป็นมงคลอยู่ในตัวอีกด้วย ด้ังนั้นการทาโครงงาน ช้ินนี้ขึ้นมา ทางสมาชิกในกลุ่มจึงอยากจะแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์
ของขนมไทย ซ่ึงได้แก่ ขนมข้าวปาด เพ่ือให้ผู้ท่ีสนใจได้รับประโยชน์ในด้านต่างๆ และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
เทคนิคเกี่ยวกบั วธิ กี ำรทำขนมไทย
เทคนคิ วิธกี ารประกอบขนมไทย เป็นวิธกี ารท่ีใชเ้ พ่อื ทาให้ขนมมีลักษณะแตกตา่ งกนั ไปตามชนิดของขนมนั้น ๆ
ซึง่ มีหลายวิธดี งั น้ี
1. การต้ม หมายถึง การนาขนมใสห่ ม้อ พร้อมกับน้าหรอื กะทิ ตง้ั ไฟให้เดอื ดจนสกุ ตามความ
ตอ้ งการ การทาขนมท่ตี ้องต้ม และเป็นขนมทีใ่ ชใ้ บตองหอ่ ตอ้ งหอ่ ใหส้ นทิ ใบตองต้องไม่แตก เช่น ขา้ วต้ม น้าวุ้น
แกงบวด ถวั่ เขียวน้าตาล ฯลฯ
2. การหงุ หมายถงึ การทาขนมทใ่ี ห้สกุ โดยนาของท่ตี ้องการหุงใส่ลงในหม้อพรอ้ มกับนา้ ต้ังไฟจนนา้ แห้ง จึง
ลดไฟใหอ้ ่อนลง แล้วดงใหแ้ ห้งสนิท เชน่ การหงุ ข้าวเจ้าและขา้ วเหนยี ว
3. การนึ่ง หมายถงึ การทาขนมให้สุก โดยใช้ไอนา้ โดยใส่ขนมลงในลังถงึ ปิดฝาตั้งไฟให้นา้ เดอื ดนงึ่ จนขนม
สุก ควรใส่นา้ กน้ ลังถึงประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของภาชนะ ตงั้ นา้ ใหเ้ ดือดกอ่ นนาขนมไปนึง่ วางขนมใหม้ ีระยะห่าง
ไม่ใหแ้ น่นเกินไป ฝาลงั ถึงตอ้ งปิดสนิทและกอ่ นปิดฝาควรเชด็ น้าให้แหง้ และเม่ือขนมสกุ จะตอ้ งเปิดฝาลงั ถงึ อยา่ งระวัง
เพอื่ ไม่ให้น้าท่ฝี าหยดลงบนขนม ซึง่ จะทาใหข้ นมแฉะ เชน่ ขนมสาลี่ ขนมทราย ขนมตาล ขนมชั้น ขนมสอดไส้
ฯลฯ การใชเ้ วลานึง่ และความร้อนตา่ งกนั ข้นึ อยกู่ บั ขนมประเภทตม้ และน่ึง แตล่ ะชนดิ ย่อมมีวิธีทาแตกตา่ งกนั จาแนก
ได้ ดงั น้ี
3.1.ข้าวเหนียว เปน็ ธัญพชื ท่ีใหค้ วามเหนียว ความมัน มรี สชาตินา่ รบั ประทานนิยมใช้ทาขนม แตห่ งุ
ต้มเช่นเดียวกบั ข้าวสารไมไ่ ด้ เพราะข้าวเหนียวมีความแน่นมากกวา่ เพอ่ื เปน็ การช่วยใหเ้ ซลของขา้ วเหนยี ว
ขยายตัวได้รวดเรว็ ในการหงุ ต้มจึงนาขา้ วเหนยี วแชน่ า้ เสยี กอ่ น ไม่น้อยกวา่ 3 ช่วั โมง หากมคี วามต้องการทจี่ ะใชใ้ น
เวลารวดเรว็ ให้ใชน้ า้ อุ่นแช่ การนาสารสม้ เพยี งเล็กน้อยมาใส่ลงในข้าวเหนียวขณะที่แช่ จะชว่ ยใหข้ ้าวเหนียวขาว
สะอาด ขนมบางชนดิ ใช้ทัง้ วธิ ีนง่ิ ตม้ และผดั เช่น ข้าวต้มผดั ข้าวเหนียวตม้ กับหัวกะทิให้พอสุกมไี ตเล็กน้อย กะทิ
แห้งใส่นา้ ตาลลงผดั แลว้ จึงนามาหอ่ และนาไปนึ่งหรอื ต้มอกี คร้งั หนงึ่ ข้าวเหนยี วเมอ่ื ไดร้ ับความรอ้ นและน้าจากภายนอก
ซมึ เข้าไปในเม็ดขา้ ว ข้าวเหนยี วก็ขยายตัวไดร้ วดเรว็ ขา้ วเหนียวมีความนม่ิ นวลการหอ่ ควรระมัดระวงั ถ้าห่อไม่
แนน่ กท็ าใหน้ ้าซึมเข้าไปในขา้ วเหนยี วมาก ทาให้แฉะไม่อร่อย ข้าวเหนยี วทน่ี ง่ึ แลว้ หากมีการมูลต้องทาอยา่ งรวดเรว็
เพ่อื รักษาความรอ้ นไว้ เมื่อผสมกะทิลงไปในขา้ วเหนยี ว ขา้ วเหนยี วจะอาศยั ความรอ้ นทีม่ ีอยู่ เป็นตัวชว่ ยใหเ้ ซล
ของแปง้ ขยายตวั ไดอ้ ีก การน่ึงข้าวเหนียวควรระวงั ให้ได้รบั ความร้อนท่เี พยี งพอ
3.2.ขา้ วต้มน้าวนุ้ ใชข้ ้าวเหนียวแช่น้าห่อด้วยใบตองแลว้ นง่ึ หาก
ตอ้ งการใหเ้ นื้อข้าวต้มน้าว้นุ แน่นและเหนยี วจะตอ้ งหอ่ ให้แน่นใช้เวลาต้มนาน วธิ ีห่อกเ็ ปน็ สว่ นสาคัญมาก ในขณะที่ตกั
ข้าวเหนยี วใส่ใบตองทีห่ ่อ ควรตกั ขา้ วเหนียวใหต้ ิดน้าดว้ ยแล้วห่ออยา่ งรวดเรว็ จะชว่ ยให้มนี า้ ตดิ อย่ใู นขา้ วเหนียว เม่ือ
นาไปตม้ จะช่วยใหข้ ้าวเหนยี วขยายตวั ได้ เนอ้ื ข้าวต้มน้าวุน้ จะน่มิ ดี
3.3.แป้ง แปง้ สดใช้ทาขนมไดห้ ลายวธิ ี เชน่ กวน ต้ม น่ึง หากใช้วิธตี ้ม
หรือนึง่ ต้องนวดใหแ้ ปง้ น่ิมเสียก่อน การใช้แปง้ สดทาขนม จะได้รสดีกว่าใชแ้ ปง้ แหง้ แตใ่ นบางโอกาสที่
จาเป็นตอ้ งใชแ้ ป้งชนิดแหง้ จงึ ควรทราบวิธที าแป้งแหง้ ใหม้ ีคณุ ภาพใกล้เคยี งกับแปง้ สด เช่นแป้งขา้ วเจา้ ใช้แปง้
ขา้ วเจ้า 1 ถว้ ยตวง เตมิ ด้วยแป้งมนั สกั 1-2 ช้อนโตะ๊ หรือจะใชแ้ ป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมแปง้ ท้าวยายม่อม 1 ชอ้ นโต๊ะ
ก็จะได้แปง้ ทม่ี เี นือ้ นิ่ม
3.4.การทาขนมทใ่ี ชน้ ึ่งด้วยถว้ ยการทาขนมทใ่ี ชน้ ึง่ ดว้ ยถว้ ย ควรนง่ึ ถ้วยเหล่านั้นก่อน เชน่ ขนมถ้วย
ฟู ขนมตาล ขนมนา้ ดอกไม้ จะช่วยไม่ให้ขนมติดถ้วยเมอ่ื สุกแลว้ และช่วยใหข้ นมสกุ เรว็ และน่ิมควรปดิ ฝาลงั ถงึ ให้
มิด หากฝาลังถงึ ไม่เรยี บมีช่องไอนา้ ออกใหใ้ ช้ผา้ ชุบน้าอดุ ให้มดิ จะช่วยให้ขนมสุกเร็วและนมุ่ และหากไมต่ อ้ งการให้
ไอน้า หยดลงบนขนม ให้ใช้กระดาษพับทบ 2 ชน้ั ปดิ ชน้ั นงึ่ ของลังถึงก่อนปดิ ฝาทบั ชนิดของขนมนั้น ๆ
4. การทอด หมายถึง การทาขนมให้สกุ ด้วยนา้ มนั โดยใสน่ ้ามันลงในกระทะ ตง้ั ไฟใหร้ ้อนทัว่ แล้ว จึงจะใส่
ขนมทจ่ี ะทอดลงไป ขนมบางชนิดใชน้ า้ มนั มาก เรียกว่า ทอดน้ามนั ลอย ใชไ้ ฟปานกลางสม่าเสมอ บางชนิดใช้
นา้ มนั น้อย ใชก้ ระทะก้นตนื้ ดังนน้ั การทอดจึงใชก้ ระทะตามลกั ษณะของขนมแตล่ ะชนิด การทอดถา้ ใชไ้ ฟอ่อน
มาก ขนมจะอมนา้ มนั จงึ ควรจะระมัดระวงั ดว้ ย ขนมท่ที อด เช่น ขนมฝกั บวั ขนมทองพลุ ข้าวเม่าทอด กล้วยทอด ฯลฯ
5.การจ่ี คือ การทาขนมให้สกุ ในกระทะโดยใชน้ า้ มนั แตน่ ้อย ใชน้ ้ามนั ทากระทะพอลน่ื กระทะที่ใช้จะเปน็
กระทะเหล็กหล่อแบน กวา้ ง เน้ือเหล็กหนา การจีใ่ ช้ไฟออ่ น ตงั้ กระทะใหค้ วามรอ้ นรุมอยู่ตลอดเวลา และกลับขนมให้
เหลืองเสมอกนั ท้ังสองดา้ น เช่น ขนมแปง้ จ่ี ขนมถังแตก ขนมเบ้ือง
6. การเจียว คือ การทาให้เครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยนา้ มนั เช่น หอมเจียว การเจียวหอมเพือ่ โรยหนา้
ขนม หวั หอมควรซอยให้ช้ินเสมอกัน เวลาเจยี วจะสุกพรอ้ มกัน มสี ีเหลอื งสวย น้ามันทเ่ี จียวไมค่ วรมากเกนิ ไป กะพอ
ใสข่ องลงไปแลว้ พอดี ใช้ตะหลิวกลบั ไปกลับมาจนกรอบเหลืองท่วั กัน จะมนี ้ามนั เหลือตดิ ก้นกระทะเลก็ น้อย ใช้เปน็
สว่ นผสมของขนมได้
7. การปิ้ง หมายถึง การทาขนมให้สกุ โดยการวางขนมที่ต้องการปิ้งไว้เหนือไฟ มีตะแกรงรองรบั ไฟไมต่ อ้ ง
แรงนกั กลับไปกลบั มาจนขนมสกุ ขนมบางชนิดใช้ใบตองหอ่ แลว้ ป้ิงจนใบตองท่ีห่อเกรียบหรอื กรอบ เช่น ขนม
จาก ขา้ วเหนียวปง้ิ กอ่ นทจ่ี ะปิ้งใช้ขีเ้ ถา้ กลบไว้เพอื่ ให้ไฟรอ้ นสมา่ เสมอกัน
8. การผงิ และอบเป็นการทาขนมให้สุกโดยการใชค้ วามรอ้ นแหง้ โดยการนาขนมอบในเตาอบดงั นน้ั กอ่ นการอบ
ขนมควรเตรียมเตาไว้ให้พร้อม ด้วยการตดิ เตาอบใหอ้ ณุ หภมู ิความร้อนตามท่ีต้องการอบขนมนัน้ ๆ กอ่ น โดยทวั่ ไปจะ
ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ส่วนขนมท่ีใชผ้ ิงเป็นขนมในสมยั โบราณ เปน็ การให้ความรอ้ นด้านบนของตวั ขนม
โดยใช้แผ่นสงั กะสีวางทับตัวขนมใชถ้ ่านไฟมาก ๆ วางบนแผ่นสังกะสี สว่ นไฟล่างจะใช้เตาไฟทว่ั ไปใชถ้ ่านไฟเพียง
เล็กน้อย ผิงจนขนมสกุ เหลือง ปัจจบุ นั ใช้เตาอบแทนการผิง เช่น ขนมหม้อแกง ขนมสาลี่กรอบ ขนมผงิ ฯลฯ
9. การกวน เรมิ่ ตน้ กวนต้งั แต่ขนม ยงั เป็นของเหลว ในขณะท่ขี นมยงั เหลว ส่วนทค่ี วรระมัดระวงั
เวลากวน คอื ก้นกระทะต้องหมั่นใชไ้ ม้พายขดู กลับไปกลบั มา เพื่อไมใ่ ห้สว่ นผสมตดิ ก้นกระทะ ระยะขนมรวมตัว
กนั แลว้ ใหค้ นไปทางเดยี วกัน จะชว่ ยใหข้ นมเหนยี วขึ้นและไมค่ นื ตัว ตอ้ งคอยระวงั กน้ กระทะ ขนมจะไหม้หากกวน
ไม่ท่ัว ไมค่ วรปล่อยให้ขนมจับปากกระทะ หมั่นขูดอยูเ่ สมอ พายท่ีใชค้ วรมีขนาดพอเหมาะ กับส่วนผสมในกระทะและ
ความถนัดในการใช้ เชน่ ถัว่ กวน เผือกกวน กลว้ ยกวน
10. การคลกุ คือ การผสมของตง้ั แต่สองอยา่ งข้ึนไป ให้เข้ากนั เชน่ ขา้ วเม่าคลุก การคลุกควรใช้
ช้อนส้อม พายไม้ คลุกเบาๆ พอใหข้ นมรวมกัน และมีรสเสมอกนั
11. การตไี ข่ คือ การทาไขใ่ หข้ ้ึนฟู มหี ลายขนาด การตไี ขใ่ ห้ได้ผล ควรตีใหม้ จี งั หวะสมา่ เสมอ ไม่หยดุ
มือจนกวา่ ไขจ่ ะข้ึนฟูไดท้ ่ี และอย่ตู วั ตามตอ้ งการ เชน่ ขนมทองหยบิ สังขยา สาล่ี ขนมทองหยอด เปน็ ต้น ถ้าตีแล้ว
หยุดบ่อย ๆ จะทาใหข้ นมเสีย หรือขนมไมไ่ ด้ตามลกั ษณธทต่ี ้องการ
12. การคน หมายถงึ การคนขนมทีป่ ระกอบดว้ ยเครอื่ งปรุงท่ีเปน็ แปง้ สว่ นผสมชนิดอ่นื ๆ จะกวนหรอื
นง่ึ ควรได้มกี ารคนเสียกอ่ น เพอ่ื ให้แป้งรวมตัวกบั ส่วนผสมอนื่ แล้วจึงตกั ใสภ่ าชนะน่งึ หรือใสก่ ระทะกวน
13. การคัว่ หมายถึง การทาให้สกุ โดยใส่วัสดุลงในกระทะ แล้วใช้ตะหลวิ เข่ยี วตั ถนุ น้ั ๆ ให้กลับไปกลับมา
เชน่ ค่วั งา ไฟที่ใช้ในการคัว่ ควรใชไ้ ฟอ่อน ๆ จะทาให้วัสดทุ ่นี ามาคว่ั มีความหอม
14. การแซะ คอื การทาให้วตั ถทุ ต่ี ิดอยู่กับภาชนะหลุดออกจากภาชนะ โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ที่มีลักษณะ
ปากแบน ปลายคม เช่น แซะขนมเบื้อง ค่อย ๆ แซะแผน่ แปง้ ให้หลดุ จากกระทะ โดยแซะไปรอบ ๆ ขนม
15. การละเลง คอื การกระจายของเหลวใหแ้ ผอ่ อกเป็นวงกวา้ ง เชน่ ละเลง ขนมเบ้ือง โดย
จะใช้กระจา่ ท่ที าดว้ ยกะลามะพร้าวแบน ๆ มีด้ามถือ ตกั แป้งทม่ี ลี กั ษณะเหลวหยดลงในกระทะ ใช้กระจา่ วางลงตรง
กลางแป้ง ใช้มอื กดให้วนไปโดยรอบ จนแป้งจับกระทะเปน็ แผ่นตามตอ้ งการ
16. การยี คือ การทาให้วัตถุท่ีจับเปน็ กอ้ นกอ่ นกระจายออกจากกนั เชน่ การยแี ปง้ ขนมขหี้ นู หลังจาก
การใส่น้าเชอ่ื ม จนแป้งระอุ และอม่ิ น้าเชอื่ มแล้ว ต้องทาขนมใหฟ้ ู โดยการยเี บา ๆ มอื ให้แป้งกระจายออกจาก
กนั จนเน้อื ละเอียด
17. การรอ่ น คอื การแยกวตั ถทุ ่ีมีเนื้อหยาบ ออกจากส่วนละเอียดหรอื เกยี่ วกบั การทาขนมเชน่ ขนมละออง
ลาเจยี ก ใช้แปง้ ขา้ วเหนียวที่นวดกบั หัวกะทหิ มาด ๆ ใสท่ ่รี อ่ นแปง้ ร่อนในกระทะใหจ้ บั เป็นแผน่ บรรจไุ ส้ม้วนให้สวย
18. การทาขนมทีต่ ้องหมกั แป้งการทาขนมทต่ี ้องหมกั แปง้ เพื่อให้ขนมขึ้นฟู เช่น ขนมถว้ ยฟู ขนม
ตาล ขนมจะขนึ้ หรอื ไมข่ น้ึ นัน้ สงั เกตได้จากฟอง ถ้ามฟี องมากก็แสดงวา่ ขนมข้ึนมาก ระยะเวลาของการหมักขึ้นอยู่
กบั อณุ หภมู ขิ องอากาศ หากอากาศรอ้ นจะใช้เวลาของการหมกั สัน้ ถ้าเป็นอากาศหนาวเยน็ ตอ้ งใชเ้ วลาในการหมัก
นาน การผสมขนมไว้มาก ๆ อาจน่งึ ไมท่ ันทาใหข้ นมมรี สเปร้ยี ว ควรแกไ้ ขโดยวธิ ีการเตมิ นา้ ตาลเลก็ น้อยการนาไปน่ึง
เพือ่ ไม่ใหข้ นมมรี สเปรี้ยวมากเกินไป
เทคนคิ การทาขนมไทยประเภทกวน ทาดงั น้ี
ขนมไทยประเภทกวน จะตอ้ งมหี ลักการกวนสว่ นผสมใหไ้ ปในทิศทางเดยี วกนั เพือ่ ให้ส่วนผสมขน้ เหนยี วเรว็ ยิง่ กวนนาน
ขนมยิ่งเหนยี ว การกวนขนมท่ใี ช้แป้ง ควรคนให้ทั่วถึงก้นกระทะเพอื่ ไมใ่ ห้ติดกน้ กระทะ จนแป้งเรมิ่ จบั ตัวขน้ หรือเร่ิมสุก
แปง้ จะจบั ตัวเปน็ ก้อน มีความหนดื ต้องจับพายไม้ในการกวนใหแ้ น่นการกวนขนมที่ใชพ้ ืช พืชทีน่ ามากวนมหี ลายชนิด
ถา้ เป็นพืชเนอื้ แนน่ เช่น เผอื ก ถั่วเมล็ดแห้ง ควรนง่ึ หรือต้มใหส้ กุ เสยี ก่อน จงึ บดให้ละเอยี ด แลว้ กวนกบั นา้ กะทิ ใหเ้ ปน็
เน้ือเดียวกนั ไมเ่ ป็นก้อน จงึ ใส่นา้ ตาล กวนใหท้ วั่ ถึงกน้ กระทะ ไมห่ ยุดมอื จนกวา่ ขนมจะขน้ และเหนยี ว
ลกั ษณะท่ีดขี องส่วนผสมขนมไทยประเภทกวน คือ ส่วนผสมจะเป็นก้อน มคี วามข้นเหนียว เกือบแหง้ ไม่ติดภาชนะ
สามารถกดป้นั เป็นรปู ร่างได้ โดยฉพาะการกวนผลไม้
ใบงำนที่ 1 กำรนำกำรนำเทคนคิ กำรทำขนมไทยมำใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ใหผ้ เู้ รียนตอบคาถามต่อไปน้ตี ามความเข้าใจ
1.ผ้เู รียนสามารถนาเทคนิคการทาขนมไทยมาใช้ และยกตวั อย่างดว้ ย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2.เทคนคิ การทาขนมมีกแบบ มีอะไรบ้างบา้ ง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4.ให้นักศึกษาสรปุ ความรู้ทไ่ี ดศ้ ึกษามาวา่ การทาขนมไทยนอกจากนาไปใช้ประโยชน์ในการทาขนมชนิดอ่นื ๆ
แลว้ ยงั สามารถนาไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
5. เทคนคิ การขาย มคี วามสาคญั อยา่ งไร อธบิ ายพอสังเขปพรอ้ มยกตัวอย่าง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ถอดบทเรียนตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
กศน.อำเภอศรสี งครำม
กำรทำขนมข้ำวปำด
กำรวิเครำะห์กิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ควำมรู้ คุณธรรม
- ชนิดของขนมขา้ วปาด - ความรับผิดชอบ
- วธิ ีการทาขนมข้าวปาด - ซ่ือสัตย์
- ประโยชน์ของขนมขา้ วปาด - มวี นิ ัย
- วสั ดุ/อุปกรณ์ท่ีใช้ในการทาขนมข้าวปาด - ขยัน อดทน
- ออกแบบผลิตภัณฑ/์ การจาหนา่ ย - ใฝ่เรียนรู้
- สามัคคี
ควำมพอประมำณ มีเหตผุ ล มีภูมคิ มุ้ กันในตัวที่ดี
- ใช้วตั ถุดบิ ท่มี ีในชมุ ชน -ศึกษาชนดิ ของขนมขา้ วปาด -วางแผนการทางานอยา่ งรอบคอบ ไม่ประมาท
- ใชว้ สั ดุ/อปุ กรณ์ในการทางานให้ -ศกึ ษาประโยชน์ของขนมข้าวปาด -สขุ ภาพแข็งแรง
เหมาะสม -ใช้เปน็ แหลง่ เรียนรู้ -ปลอดสารเคมี
- จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม -เพอื่ อนุรกั ษ์ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น -มีทกั ษะอาชีพประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั
-แบ่งหน้าที่ภาระงานทีเ่ หมาะสมกับ -มีแหล่งเรยี นรู้
ความสามารถ
-
วตั ถุ สังคม สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม
- ลดรายจา่ ยในครัวเรือน - ชว่ ยเหลือซึง่ กนั และกัน - รกั ษาความสะอาดสถานที่ - อนรุ กั ษภ์ ูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน
- ใช้วสั ดุ/อปุ กรณ์อย่าง -รู้จักแบง่ ปัน และวัสด/ุ อปุ กรณ์ ให้เรยี บร้อย -นาภูมปิ ัญญาท้องถิ่นมาใช้
ปลอดภยั ประหยัด คุม้ ค่า -ทางานเป็นทมี - ใชว้ สั ด/ุ อุปกรณท์ ่มี ีในท้องถ่นิ และเผยแพร่สู่ชุมชน
-แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ ไมท่ าลายส่ิงแวดลอ้ ม
กบั เพ่อื นร่วมงาน
คณะกรรมกำรกำรจัดทำฐำนกำรเรียนร/ู้ กจิ กรรมกำรเรียนรู้
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอศรีสงคราม
อาเภอศรีสงคราม จงั หวดั นครพนม
...................................
1. คณะกรรมการที่ปรกึ ษา ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษา
ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอศรีสงคราม
1.1 นายอวน งามนาศรี ครูผชู้ ่วย
1.2 นางรัศมี รตั นแสนศรี ครูผ้ชู ่วย
1.3 นางสาวชสิ า ไชยรินทร์
1.4 นายพงศกรณ์ ศรสี ว่าง
2. คณะกรรมการดาเนนิ งานฐานการเรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.1. นางสาวปรีชญาน์ ฝา่ ยพนอม ครทู ป่ี รึกษา
2.2. นางรดากร ททุ ิน ครทู ่ีปรกึ ษา
2.3. นางสาวจอมเพชร ยะภักดี ครทู ่ปี รกึ ษา
ภาคผนวก
วิเครำะหถ์ อดบทเรยี นตำมหลักกำรสำคัญของกำรจดั กจิ กรรมเพ่มิ เวลำรู้
แผนกำรเรยี นรู้ “กำรทำขนมข้ำวปำด” เวลำ 4 ช่ัวโมง
กจิ กรรมพัฒนำสมอง กจิ กรรมพัฒนำจิตใจ กิจกรรมพฒั นำทักษะกำรปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมพัฒนำสขุ ภำพ
Head Heart Hand Health
1.การทาขนมข้าวปาด 1.การทาความสะอาด 1.การวางแผนการเตรยี มวสั ดุ 1.ทาความสะอาด
หลาย ๆ รปู แบบตาม ห้องปฏบิ ัตกิ าร อุปกรณ์ ในการทาขนมข้าวปาด รา่ งกายและล้างมือทุก
แนวคดิ ของตนเอง
ครัง้
2.การคดิ ค้นหาสีผสม 2.การเหน็ คณุ ค่าของขนมไทย 2.การลงมอื ปฏบิ ัตกิ ารทาขนม 2.การดแู ลความสะอาด
อาหารจากธรรมชาติ 3.มคี วามรกั ความสามัคคี ข้าวปาดอย่างถกู ขั้นตอนและ ภาชนะ
อรอ่ ย
3.การคานวณ 3.การทางานร่วมกันเปน็ กลุ่ม 3. การเลือกรบั ประทาน
อัตราส่วนทเ่ี หมาะสม ขนมทเ่ี หมาะสมกับ
ตนเอง
4. การคานวณ รายรับ 4.วางแผนการจัดจาหน่ายขนม
รายจา่ ยจากการขาย ข้าวปาดภายในชุมชน
ขนมข้าวปาด
แบบประเมนิ กำรทำขนมข้ำวปำด
กลมุ่ ...............................................................
ท่ี หลกั เกณฑก์ ารพิจารณา เกณฑก์ ารให้คะแนน
ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
1 การจดั เตรยี มอปุ กรณ์
2 การใช้อปุ กรณ์
3 ขัน้ ตอนการทา
4 ความสวยงาม
5 รสชาติ
6 การมสี ่วนร่วม
ขอ้ เสนอแนะของครผู สู้ อน.............................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจตอ่ กำรจดั กจิ กรรม “ลดเวลำเรยี น เพ่ิมเวลำรู้ กำรทำขนมข้ำวปำด”
กศน.ตาบลบ้านข่า อาเภอศรสี งคราม จังหวดั นครพนม
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอศรีสงคราม
คำชี้แจง
1. แบบสอบถามฉบับนใี้ ช้เพื่อสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นตอ่ การจัดกจิ กรรม“ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้การทา
ขนมขา้ วปาด”
2. แบบสอบถามฉบับนี้ มี 2 ตอน คอื
ตอนที่ 1ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจต่อการจัดกจิ กรรม“ลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลารู้”ของโรงเรียน
3. โปรดทาเคร่ืองหมาย ✓ ในช่องที่ตรงกบั ระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนต่อผลการดาเนินงานของโรงเรียนเพียง
ระดับเดยี ว
4. จานวนนกั เรยี นที่ตอบแบบสอบถามพิจารณาในสัดสว่ นท่ีเหมาะสมสาหรบั เปน็ ตัวแทนของนกั เรียนทง้ั หมดในแต่ละ
ชน้ั
ตอนท่ี 1ข้อมลู ส่วนตัวของผ้ตู อบแบบสอบถำม
1. เพศ หญงิ ชาย
2. ช้นั ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ตอนท่ี 2 ควำมพงึ พอใจของตอ่ กำรจัดกจิ กรรม“ลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้ กำรทำขนมข้ำวปำด”ของ กศน.
ประเด็น ระดับควำมพึงพอใจ
มำก ปำนกลำง นอ้ ย
1. ทาให้ขา้ พเจ้ามโี อกาสไดค้ น้ หาความถนัด และความต้องการของตนเอง
2. ทาให้ขา้ พเจ้าได้ฝึกฝน และพัฒนาเพ่ิมพนู ความสามารถของตนเอง
3. ช่วยให้ขา้ พเจ้าได้ใชเ้ วลาในการเรยี นทัง้ ดา้ นวชิ าการและการปฏบิ ัตอิ ยา่ ง
เหมาะสม
4. สง่ เสรมิ ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ดว้ ยตนเองตามความสนใจ
5. ช่วยให้ขา้ พเจ้าได้พัฒนาการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง
6. ชว่ ยให้ข้าพเจา้ ไดพ้ ัฒนาความสามารถในการคิดของตนเอง
7. ส่งเสรมิ ใหข้ ้าพเจ้ากล้าแสดงออกมากขนึ้
8. สง่ เสรมิ ใหข้ ้าพเจ้าได้ฝึกทักษะการทางานเป็นทีม
9. ชว่ ยให้ข้าพเจ้าไดเ้ รยี นรจู้ ากสิง่ แวดล้อมรอบตวั
10. ชว่ ยให้ข้าพเจ้าได้นาความรู้ไปใช้ในชีวิตจรงิ
11. ทาให้ขา้ พเจ้าไดเ้ รยี นรกู้ ารอยู่ร่วมกนั การมนี า้ ใจ และการชว่ ยเหลือกนั
12. ทาให้ขา้ พเจ้าไดเ้ รยี นรู้อย่างมคี วามสุข