ก
ข การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ผู้จัดทำ 1. เด็กชายณภัทร ลลิตวงศ์อุดม 2. เด็กหญิงสรัญญา โกกุล 3. เด็กหญิงสุชานาถ ทับทิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ครูที่ปรึกษา นางสาวภรภัทร วงศ์สามี นางสาวกนกวรรณ พานิชวงษ์ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) งานแสดงนวัตกรรมโดยใช้กระบวนการวิจัยของครูและนักเรียน กลุ่มโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ครั้งที่ 12 ตามโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2566
ค บันทึกกการตรวจสอบของครูที่ปรึกษา ชื่องานวิจัย การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ชื่อครูที่ปรึกษา นางสาวภรภัทร วงศ์สามี นางสาวกนกวรรณ พานิชวงษ์ ความคิดเห็นของครูที่ปรึกษา ⃝เอกสารถูกต้อง ครบถ้วน สามารถนำเสนอได้ ⃝เอกสารต้องได้รับการแก้ไขก่อนนำเสนอ สิ่งที่ต้องแก้ไข ได้แก่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………….ครูที่ปรึกษา (นางสาวภรภัทร วงศ์สามี) 22/05/66 ลงชื่อ……………………………….ครูที่ปรึกษา (นางสาวกนกวรรณ พานิชวงษ์) 22/05/66 ✓
ง ชื่อเรื่องวิจัย การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ คณะผู้วิจัย 1. เด็กหญิงสรัญญา โกกุล 2. เด็กหญิงสุชานาถ ทับทิม 3. เด็กชายณภัทร ลลิตวงศ์อุดม ชื่อครูที่ปรึกษา นางสาวภรภัทร วงศ์สามี นางสาวกนกวรรณ พานิชวงษ์ โรงเรียน กาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) บทคัดย่อ งานวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิตยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ และเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ โดยประดิษฐ์ขึ้นจาก กากกาแฟ, โกฐจุลาลัมพา, ถ่านไม้, โกบั๊ว, ผงกำยานอบแห้ง และ ขี้เลื่อย แบ่งเป็น 5 สูตร ได้แก่ สูตร 1 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา อัตราส่วน 10 ต่อ 15 กรัม, สูตร 2 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา อัตราส่วน 15 ต่อ 10 กรัม, สูตร 3 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ผงผงกำยาน อบแห้งอบแห้ง อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ5 ต่อ 5กรัม, สูตร 4 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ผงถ่าน อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ 5 ต่อ 5 กรัม, สูตร 5 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ขี้เลื่อย อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ 5 ต่อ 5 กรัม จากผลการวิจัยพบว่ายากันยุงแบบจุดสูตร 2,3,5 ไม่สามารถเผาไหม้ได้ตามเวลาที่กำหนด ส่วนสูตร 1 มีประสิทธิภาพเผาไหม้ได้ดีที่สุด (เทียบเท่ากับยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด) และสูตร 4 สามารถเผาไหม้ได้ดีรองลงมา และประสิทธิภาพในด้านการไล่ยุงพบว่า สูตร 1 สามารถไล่ยุง ได้มากที่สุด และสูตร 4 สามารถไล่ยุงได้รองลงมา ตามลำดับ
จ กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ฉบับนี้สำเร็จได้ด้วย ความอนุเคราะห์ของ บุคคลหลายท่าน ซึ่งไม่อาจจะนำกล่าวได้ทั้งหมด ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ภรภัทร วงศ์สามี อาจารย์สาลินี เจริญศรีและอาจารย์กนกวรรณ พานิชวงษ์รวมถึงคณะ อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่คอยให้ความรู้คำแนะนำ คอยตรวจทาน แก้ไข ข้อบกพร่อง หรือข้อผิดพลาด ตลอดจนให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่ อย่างละเอียดทุกขั้นตอน และคอยช่วยเหลือในการจัดทำโครงงาน ขอขอบพระคุณผู้ปกครอง และ เพื่อน ๆ ที่ได้สละเวลาและช่วยส่งเสริม และสนับสนุนด้านงบประมาณต่าง ๆ จนกระทั่งโครงงานนี้ สำเร็จไปได้ด้วยดี คณะผู้วิจัย
ฉ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ง กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญภาพ ซ สารบัญตาราง ฌ บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 1 1.3 สมมุติฐาน 1 1.4 ตัวแปรการศึกษา 2 1.5 ขอบเขตศึกษา 2 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 บทที่ 2 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3 2.1 ยุง 3 2.2 ยุงลายบ้าน 3 2.3 วิธีการไล่ยุงแบบจุด 4 2.4 ยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด 4 2.5 กากกาแฟ 4 2.6 โกฐจุลาลัมพา 5 2.7 ขี้เลื่อย 6 2.8 ผงกำยานอบแห้ง 7 2.9 โกบั๊ว 8
ช สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า 2.10 ถ่านไม้ 8 2.11 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการทดลอง 10 3.1 วัสดุอุปกรณ์ 10 3.2 ขั้นตอนและวิธีการทดลอง 10 3.3 ขั้นตอนการตรวจสอบ 10 บทที่ 4 ผลการทดลอง 14 4.1 ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ 14 4.2 ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้านการการไล่ยุง 15 บทที่ 5 สรุปผลอภิปรายผล 16 5.1 สรุปผล 16 5.2 อภิปรายผล 16 5.3 ข้อเสนอแนะ 17 บรรณานุกรม 18 ภาคผนวก 19 ประวัติผู้วิจัย 22
ซ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 2.2 ยุงลายบ้าน 4 ภาพที่ 2.5 กากกาแฟ 5 ภาพที่ 2.6 โกฐจุลาลัมพา 6 ภาพที่ 2.7 ขี้เลื่อย 6 ภาพที่ 2.8 ผงกำยานอบแห้ง 7 ภาพที่ 2.9 โกบั๊ว 8 ภาพที่ 2.10 ถ่านไม้ 8
ฌ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 4.1 ตารางเปรียบเทียบเวลาในการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 14 ตารางที่ 4.2 ตารางการเปรียบเทียบการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 15
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1ที่มาและความสำคัญ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ทำให้สามารถพบยุงได้ทั่วประเทศ ยุงที่พบส่วนใหญ่ใน ประเทศไทยคือยุงสายพันธุ์ Aedes aegypti ในปีพ.ศ. 2564 มีรายงานผู้ป่วยสะสมที่เป็น โรคไข้เลือดออก จำนวน 9,798 ราย (อัตราป่วยเท่ากับ 14.74 ต่อประชากรแสนคน) มีรายงานผู้ป่วย เสียชีวิต 6 ราย (อัตราการเสียชีวิต 0.01 ต่อ ประชากรแสนคน) ในปีพ.ศ.2565 มีรายงานผู้ป่วยสะสม จำนวน 25,422 ราย (อัตราการป่วยเท่ากับ 38.42 ต่อประชากรแสนคน) มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต จำนวน 21 ราย อัตราการป่วยแล้วเสียชีวิต ร้อยละ 0.08 และ ปีพ.ศ. 2566 พบผู้ป่วยสูงขึ้น 3.3 เท่า ของปีพ.ศ. 2565 พบผู้ป่วยจำนวน 21,457 ราย และเสียชีวิต 19 ราย (อ้างอิงจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) จากรายงานจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกข้างต้น สาเหตุหลักเกิดจากยุงเป็น พาหะนำโรค จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันการเกิดโรคจากยุง ผู้คนจึงนิยมใช้ยากันยุงจุดเผาไหม้เพื่อใช้ ควันไล่ยุง ซึ่งยากันยุงแบบจุดที่มีขายตามท้องตลาดนั้น มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ เมื่อสูดดมควันเข้า ไปนาน ๆ จะทำให้เป็นผลเสียต่อร่างกายในภายหลังได้ ทางคณะผู้วิจัยเล็งเห็นถึงปัญหาที่พบและสนใจผลิตยากันยุงที่ทำจากกากกาแฟซึ่งเป็นวัสดุ จากธรรมชาติเป็นของเหลือทิ้งจากการบริโภค ในกากกาแฟจะมีสารคาเฟอีน และไดเทอร์พีน ซึ่งมี คุณสมบัติในการไล่ยุงและแมลง คณะผู้วิจัยจึงนำกากกาแฟที่เป็นของเหลือทิ้ง มาเป็นส่วนผสมใน การผลิตยากันยุงแบบจุดที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และยังเป็นการช่วยลดขยะที่เกิดจากกากกาแฟอีกทาง หนึ่งด้วย 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อผลิตยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 1.2.2 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 1.3 สมมุติฐานการวิจัย 1.3.1 ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟสามารถเผาไหม้ได้อย่างต่อเนื่อง 1.3.2 ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟมีประสิทธิภาพในการไล่ยุง
2 1.4 ตัวแปรการศึกษา ตัวแปรต้น – ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ตัวแปรตาม – ประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ตัวแปรควบคุม – สถานที่ในการทดลอง, ชนิดของยุง, จำนวนยุง 1.5 ขอบเขตศึกษา ระยะเวลา 1 พฤศจิกายน 2565 – 20 กรกฎาคม 2566 งบประมาณ 1,500 บาท สถานที่ศึกษา โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.6.1 ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ หมายถึง ส่วนผสมที่ผู้วิจัยผลิตขึ้นที่มีลักษณะเป็น ทรงกระบอกเรียวยาว สูง 19.5 เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร อัดเป็นแท่ง ประกอบด้วย กากกาแฟ, โกฐจุลาลัมพา, ขี้เลื่อย, ถ่านไม้, โกบั๊ว และผงผงกำยานอบแห้ง เมื่อเผาไหม้ แล้วมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงตามแต่ละสูตรที่กำหนดไว้ 1.6.2 ประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ หมายถึง ความสามารถของยากันยุง แบบจุดในด้านการเผาไหม้ได้เป็นระยะเวลานาน และสามารถไล่ยุงให้ออกห่างจากบริเวณที่จุด ยากันยุงในระยะ 30, 60, และ 90 เซนติเมตร 1.6.3 เหยื่อล่อ หมายถึง สิ่งที่ทำให้ยุงสนใจและบินเข้ามาในบริเวณที่กำหนด โดยคณะผู้วิจัย ได้ใช้เลือดของสุกรสำหรับล่อยุง 1.6.4 กล่องขนาดใหญ่ หมายถึง กล่องที่มีขนาด กว้าง 100 เซนติเมตร ยาว 130 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร โดยใช้เป็นพื้นที่ในการทดสอบการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ และ ยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด 1.6.5 กล่องขนาดเล็ก หมายถึง กล่องที่มีขนาด กว้าง 25.4 เซนติเมตร ยาว 25.4 เซนติเมตร สูง 25.4 เซนติเมตร โดยใช้เป็นพื้นที่ในการเลี้ยงยุง
3 บทที่ 2 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัย ดังนี้ 2.1 ยุง 2.2 ยุงลายบ้าน 2.3 วิธีการไล่ยุงแบบจุด 2.4 ยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด 2.5 กากกาแฟ 2.6 โกฐจุลาลัมพา 2.7 ขี้เลื่อย 2.8 ผงผงกำยานอบแห้งอบแห้ง 2.9 โกบั๊ว 2.10 ถ่านไม้ 2.11 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ยุง ยุง เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนชื้น ยุงตัวเมียกินน้ำหวานและเลือดเป็น อาหาร ส่วนตัวผู้มักจะกินน้ำหวานจากดอกไม้โดยวิธีสังเกตยุงว่าเป็นเพศไหนจะสามารถดูที่หนวด ของยุงเนื่องจากยุงตัวเมียจะไม่มีหนวดแต่ยุงตัวผู้จะมีหนวด ยุงยังเป็นแมลงที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรค โดยในประเทศไทยพบยุงชนิดที่เป็นพาหะนำโรค คือ ยุงชนิด Aedes aegypti เป็นจำนวนมาก 2.2 ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นยุงที่สามารถแพร่ไวรัสไข้เด็งกี ชิคุนกุนยา และไข้เหลือง ตลอดจนโรคอื่น ๆ ได้ ยุงลาย บ้านสามารถสังเกตได้จากรอยสีขาวที่ขาและเครื่องหมายรูปพิณโบราณ บนอก ยุงลายบ้านมีกำเนิดใน ทวีปแอฟริกา แต่ปัจจุบันพบได้ในเขตร้อน และกึ่งเขตร้อนทั่วโลกซึ่งพบมากในประเทศไทย
4 ภาพที่ 2.2 ยุงลายบ้าน แหล่งที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/ วันที่สืบค้น 21 กรกฏาคม 2566 2.3 วิธีไล่ยุงแบบจุด คือการที่ทำให้ยุงนั้นไม่สามารถมาดูดเลือดหรือสร้างความรำคาญกับเราโดยใช้การเผาไหม้ของ ยากันยุงจากการค้นคว้าเจอการจุดยากันยุง 2 ลักษณะ ดังนี้ 2.3.1 ลักษณะแบบขด ยากันยุงแบบจุดในลักษณะนี้มีทั่วไปตามท้องตลาดและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมีลักษณะ เป็นขดวงกลมโดยจะวางเป็นแนวนอนแล้วจุด การเผาไหม้จะค่อย ๆ เผาไหม้จากปลายขดที่จุดไป จนถึงต้นขด 2.3.2 ลักษณะทรงกระบอกยาว ยากันยุงในลักษณะนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมในการใช้เท่าลักษณะยากันยุงแบบขดมีลักษณะเป็น ทรงกระบอกเรียวยาวโดยจะวางเป็นแนวตั้งแล้วจุด การเผาไหม้จะค่อย ๆ เผาไหม้จากปลายด้านบน จนถึงด้านล่างของยากันยุงที่ตั้งไว้ 2.4 ยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด คือยากันยุงที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปโดยในการวิจัยในครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ใช้ยากันยุงแบบ จุดลักษณะเรียวยาวสูงประมาณ 19.5 เซนติเมตร โดยจะนำมามัดรวมกันจำนวน 5 แท่ง เนื่องจาก มวลต่อ 1 แท่งอยู่ที่ประมาณ 5 กรัม 2.5 กากกาแฟ เมล็ดกาแฟมาจากต้นกาแฟมีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูง 2 - 4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้าง 8 - 12 เซนติเมตร ยาว 15 - 20 เซนติเมตร หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ดอกช่อ ออก ที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นหลอด มีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสด รูปไข่แกมทรงกลม เมื่อสุกสีแดง กาแฟเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา ปัจจุบันปลูกมากในเขตร้อนชื้นและกึ่งเย็น เมล็ดของกาแฟ
5 ถูกนำมาผลิตเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายทั่วโลก เพราะสามารถกระตุ้นระบบประสาท ช่วยให้ร่างกาย สดชื่นได้ มีชื่อวิทยาศาสตร์Coffea arabica L. วงศ์ : Rubiaceae. ชื่อสามัญ : kofi, coffee, koffie, Brazilian coffee, Arabian coffee กากกาแฟคือการนำเมล็ดกาแฟข้างต้นมาบดให้ละเอียดและ ผ่านการชงด้วยน้ำร้อนมาแล้วมีสารคาเฟอีน และไดเทอร์พีนที่สามารถไล่ยุงได้ รูปภาพที่ 2.5 กากกาแฟ ที่มา : https://sukkaphap-d.com/ประโยชน์ของกากกาแฟ/ วันที่สืบค้น 16 กรกฏาคม 2566 2.6 โกฐจุลาลัมพา โกฐจุฬาลัมพา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Artemisia annua) เป็นพืชชนิดหนึ่งใน สกุล โกฐจุฬาลัมพา วงศ์ทานตะวัน ภาษาจีนกลางเรียกว่า หวงฮวาเฮา และตำรายาแผนโบราณจีนเรียก ส่วนตากแห้งว่า ชิงเฮา เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ทั้งต้นมีกลิ่นแรง มีขนประปราย เมื่อแก่หลุดร่วงไป ใบมีต่อมน้ำมัน ดอกช่อ สีเหลืองหรือเหลืองเข้ม พบในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป ทางเหนือของแอฟริกา และทวีปเอเชีย ตำรายาไทยใช้แก้หืด แก้ไอ ขับเหงื่อ น้ำมันหอมระเหยของโกฐจุลาลัมพามีฤทธิ์ในการ ไล่ยุงและยับยั้งการวางไข่ของยุง โดยวิธีการไล่ยุงคือนำโกศจุลาลัมพามาตากแห้งและบดผสมกับ หมี่เหม็นจะทำให้สามารถจุดติดได้ดีขึ้นโดยการวิจัยในครั้งนี้ใช้พิมพ์รูปทรงกระบอกเรียวยาว มีความ ยาว 19.5 เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นพิมพ์ที่บรรจุโกศจุลาลัมพามา
6 รูปที่ 2.6 ต้นโกฐจุลาลัมพา ที่มา: https://mgronline.com/travel/detail/9640000075833 วันที่สืบค้น 16 กรกฏาคม 2566 2.7 ขี้เลื่อย ขี้เลื่อย เป็นผลพลอยได้จากการเลื่อยไม้ มีลักษณะเป็นผงไม้ละเอียด เป็นของเสียในโรงงานที่ เป็นพิษ โดยเฉพาะการทำให้เกิดอาการอักเสบ แต่ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลายประการ ขี้เลื่อยมีสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบจำนวนมาก (เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนิน) ที่มี หมู่โพลีฟีนอลซึ่งสามารถจับกับโลหะหนักได้ด้วยกลไกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ขี้เลื่อยจากต้นพอบลาร์ และต้นเฟอร์ที่ทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอกไซด์และโซเดียมคาร์บอเนต ดูดซับทองแดงและสังกะสี ได้ดี ขี้เลื่อยจากต้นมะพร้าวที่ทำปฏิกิริยากับกรดซัลฟิวริกดูดซับนิกเกิลและปรอทได้ รูปที่ 2.7 ขี้เลื่อย ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/ขี้เลื่อย วันที่สืบค้น 16 กรกฏาคม 2566
7 2.8 ผงกำยานอบแห้ง ชื่อไม้ต้นขนาดกลางหลายชนิดในสกุล Styrax วงศ์ Styracaceae ใบเดี่ยวรูปไข่ แผ่นใบ ด้านบนมีขนสั้นสีขาว ดอกสีขาว ผงกำยานอบแห้งบางชนิดเมื่อเปลือกถูกกรีดตามยาว หรือมีรากลงมา ก็จะขับน้ำมันซึ่งเป็นยางใสกลิ่นหอมออกมา เมื่อถูกอากาศจะแข็งตัวติดอยู่กับลำต้น แกะออกมาได้ เรียกว่า ผงกำยานอบแห้ง ผงผงกำยานอบแห้งคือการที่เอาผงกำยานอบแห้งข้างต้นไปบดให้ละเอียด ให้เป็นผงและนำไปอบแห้งเพื่อไล่ความชื้น รูปที่ 2.8 ผงผงกำยานอบแห้ง ที่มา: https://shopee.co.th/ผงผงกำยานอบแห้ง วันที่สืบค้น 21 กรกฏาคม 2566
8 2.9 โกบั๊ว ในภาษาท้องถิ่นเรียกว่าผงยางบงทำมาจากผงไม้ของต้นยางบง ต้นยางบงเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใน ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ไม่ผลัดใบ (ชื่อวิทยาศาสตร์Persea Kurzii Kosterm) เป็นตัวเชื่อมที่ทำให้ธูป จุดติดได้ รูปที่ 2.9 โกบั๊ว ที่มา: https://www.nanagarden.com/product/342559 วันที่สืบค้น 16 กรกฏาคม 2566 2.10 ถ่านไม้ ไม้ที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนโดยอาศัยความร้อนจากเปลวไฟ ในสภาวะที่ปราศจากแก๊ส ออกซิเจนที่เป็นตัวทำให้เกิดการเผาไหม้ การลุกติดไฟ ไม้ที่ได้รับความร้อนจนความชื้นหายไป สาระสำคัญต่าง ๆ เช่น เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส สารเฉพาะตัวต่าง ๆ เกิดการระเหยและสลายตัว ออกไปจากเนื้อไม้ ซึ่งจะเหลือแต่ส่วนที่เป็นคาร์บอน ไม้จึงเปลี่ยนเป็นสีดำโดยการวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้นำถ่านไม้มาบดให้ละเอียดเป็นผง รูปที่2.10 ถ่านไม้ ที่มา: https://www.nanagarden.com/product/249639 วันที่สืบค้น 16 กรกฏาคม 2566
9 2.11 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.11.1 งานวิจัยในประเทศ ปณณพร หมอบอก และคณะวิจัย 2018 ได้วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาธูปจุดกันยุงลายบ้านจาก ขี้เลื่อย ใบและลำต้นข่า งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาธูปจุดกันยุงจากขี้เลื่อย ใบและลำต้นข่าที่มี ฤทธิ์ในการไล่ยุงลายบ้านซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง ทางการเกษตรแล้วยังชวยลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็งจากธูปจุดกันยุงได้อีกทางหนึ่งด้วย พนิดา แสนประกอบ และคณะวิจัย 2022 ได้วิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการพัฒนาโลชั่น กันยุงที่มีส่วนผสมจากใบสาบเสือผู้วิจัยเห็นว่าใบสาบเสือมีน่าจะมีความสามารถในการนำมาใช้เป็น ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์โลชั่นกันยุงจึงได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาสูตรด้วยสาร สกัดของใบสาบเสือทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านการนำสารจากธรรมชาติจากพืชสมุนไพรมาใช้ทดแทน สารเคมีที่มีฤทธิ์ในการป้องกันหรือไล่ยุงที่มีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับใบสาบเสือ 2.11.2 งานวิจัยในต่างประเทศ Julio Alarcon และคณะวิจัย 2013 ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสมบัติทางเคมีและชีววิทยา ของคาซีโอลาเรีย และวงศ์มณเฑียรทอง โดยกล่าวถึงศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากความ หลากหลายทางชีวภาพของคาซีโอลาเรีย และวงศ์มณเฑียรทองที่สามารถเป็นพิษต่อแมลงเนื่องจากมีสาร ไดเทอร์พีน อยู่ในตัวพืช Mosquito control company 2023 ได้กล่าวเกี่ยวกับการใช้กากกาแฟในการไล่ยุง ปริมาณของกากกาแฟที่เหมาะต่อการจุด เมื่อจุดกากกาแฟแล้วนั้นกลิ่นของกากกาแฟค่อนข้างมาก ยุงและแมลงไว้ต่อการได้กลิ่นจึงบินหนีออกจากระยะห่างจากที่จุด Subbiah Poopathi และคณะวิจัย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการใช้กากกาแฟ เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อผลิตสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช (Bacillus thuringiensis israelensis และ Bacillus sphaericus) เพื่อควบคุมยุงที่เป็นพาหะนำโรค ผลการศึกษาสรุปได้ว่าปริมาณและ ประสิทธิภาพของจากกากกาแฟเป็นอันตรายต่อยุง
10 บทที่ 3 วิธีดำเนินการทดลอง งานวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ทางคณะผู้วิจัย ได้ดําเนินการวิจัย โดยแบ่งวิธีการวิจัยออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 การผลิตยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ตอนที่ 1 ผลิตยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 3.1 วัสดุ 1. กากกาแฟพันธุ์อาราบิก้า และโรบัสต้า 5, 10 และ 15 กรัม ต่อ 1 หน่วย 2. โกฐจุลาลัมพา 5, 10 และ 15 กรัม สูตรละ 1 หน่วย 3. ผงกำยานอบแห้ง 5 กรัม ต่อ 1 หน่วย 4. ขี้เลื่อย 5 กรัม ต่อ 1 หน่วย 5. ถ่านไม้5 กรัม ต่อ 1 หน่วย 3.2 อุปกรณ์ในการทดลองที่ใช้แปรรูปยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 1. เครื่องชั่ง จำนวน 1 เครื่อง 2. ถ้วยสแตนเลส,ช้อน จำนวน 1 ชุด 3. ที่บดกาแฟและโกร่ง จำนวน 1 ชุด 4. แม่พิมพ์ที่ได้จากโกฐจุลาลัมพา จำนวน 10 หน่วย 3.3 ดำเนินการผลิตยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 1. นํากากกาแฟที่ได้จากการบดนำมาผสมวัสดุที่ใช้ในการทำหลังจากนั้นนำมาใส่แม่พิมพ์ ยากันยุงทรงกระบอกเรียวยาว โดยผลิตสูตรละ 2 แท่ง 2. เมื่อนำเข้าพิมพ์เสร็จแล้วตากไว้ 1 ชั่วโมง เพื่อลดความชื้น โดยทั้ง 5 สูตรมีอัตราส่วน ดังนี้ สูตร 1 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา อัตราส่วน 10 ต่อ 15 กรัม สูตร 2 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา อัตราส่วน 15 ต่อ 10 กรัม สูตร 3 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ผงกำยานอบแห้ง อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ 5 ต่อ 5 กรัม สูตร 4 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ผงถ่าน อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ 5 ต่อ 5 กรัม สูตร 5 กากกาแฟ : โกฐจุลาลัมพา : โกบั๊ว : ขี้เลื่อย อัตราส่วน 10 ต่อ 5 ต่อ 5 ต่อ 5 กรัม
11 ตอนที่ 2 ทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การทดสอบประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 2. การทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 3.4 วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ วัสดุ 1. น้ำ 2. ลูกน้ำ อุปกรณ์ 1. กล่องขนาดใหญ่มีขนาดกว้าง 100 เซนติเมตร ยาว 130 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร 2. กล่องขนาดเล็กมีขนาด กว้าง 25.4 เซนติเมตร ยาว 25.4 เซนติเมตร สูง 25.4 เซนติเมตร 3. ตาข่าย 4. ถ้วยสำหรับใส่น้ำและเลี้ยงลูกน้ำ ตอนที่ 2 ทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ การทดลองที่ 2.1 การทดสอบประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ จุดประสงค์เพื่อทดสอบระยะเวลาในการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ และ ยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด ขั้นตอนการศึกษา 1. ทดสอบระยะเวลาในการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 2. ทดสอบระยะเวลาในการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด วิธีการทดลอง นำยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟมาทดสอบ ดังนี้ 1. นำยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟและยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาดมาทดสอบ สูตรละ 1 แท่ง 2. จุดยากันยุงพร้อม ๆ กันในห้องที่สงบไม่มีลม 3. จับเวลา สังเกตการเผาไหม้ และจดบันทึกลงในตารางบันทึกผลการทดลง
12 การทดลองตอนที่ 2.2 การทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ จุดประสงค์เพื่อทดสอบการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ และยากันยุงแบบจุด ตามท้องตลาด ขั้นตอนการศึกษา 1. ทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ โดยใช้สูตรที่สามารถ เผาไหม้ได้ดี คือ สูตร 1 และ สูตร 4 2. ทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด วิธีการทดลอง ขั้นตอนทดสอบการไล่ยุง 1. เจาะรูตรงกลางกล่องใหญ่สองรูปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ที่สามารถใส่เหยื่อ ล่อและยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟได้ 2. นำเศษกล่องกระดาษที่ได้จากตัดเป็นวงกลมวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพื่อนำไปทำเพิ่มโดยวาง วงกลมให้เส้นผ่านศูนย์กลางเกินมา 1 เซนติเมตร 3. นำเศษกล่องกระดาษที่เป็นวงกลมที่ได้จากการตัดมาปิดรูปข้างใต้กล่องไว้ก่อน 4. กำหนดระยะห่างจากจุดที่จะวางยากันยุงแบบโดยการใช้เชือกในการกำหนด 5. นำถ้วยที่ใส่ลูกน้ำไว้เข้าไปอยู่ในกล่องขนาดเล็ก 6. นำกล่องขนาดใหญ่ติดกับกล้องขนาดเล็ก 7. ติดมุ้งให้ทั่วกล้องเว้นด้านล่างกล่อง 8. เมื่อยุงโตได้ตามจำนวนที่กำหนดเราจะปล่อยยุงให้บินมาอยู่ที่กล่องใหญ่ 9. นำฝาที่ปิดอยู่ข้างใต้ออก และใส่ตัวล่อให้และปิดฝาดังเดิมเมื่อยุงสนใจและเข้ามาในระยะ 30 เซนติเมตร 10. จุดยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟครั้งละ 1 สูตร 11. นำฝาข้างใต้อีกหนึ่งฝาออกใส่ยากันยุงเข้าไปและปิดฝาดังเดิม 12. สังเกตว่ายุงบินตามระยะห่างเท่าใดหรือจำนวนยุงที่ตายทุก ๆ 2 นาทีเป็นเวลา 10 นาที 13. เมื่อทดลองยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟเสร็จสิ้นแล้วนำยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาด มาทดลองเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 14. บันทึกผลลงตาราง
13 สูตรที่ 5 4 3 2 1 รูปการทดลองตอนที่ 1 การทดสอบการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ รูปการทดลองตอนที่ 2 แผนภาพแสดง รูปแบบการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุง
บทที่ 4 ผลการทดลอง จากการทดลองงานวิจัยเรื่องการศึกษาประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ซึ่งค คณะผู้วิจัยได้ผลการศึกษาแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 การทดสอบประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ 4.1 การทดสอบประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากากกาแฟและยากันยุงแบบ จุดตามท้องตลาด จากตาราง 4.1 จากการทดสอบจุดยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ และยากันยุงตาม ท้องตลาด แล้วจับเวลา 10 นาที พบว่า ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 2 , 3 และ 5 สามารถ เผาไหม้ได้ในเวลาสั้น ๆ หลังจากจุดไฟแล้ว เวลา 2 นาที, 8 นาที และ 8 นาทีตามลำดับ ส่วนยากัน ยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 1 สามารถเผาไหม้ได้เป็นเวลานานและเกิดการเผาไหม้ได้ดีที่สุด โดยเผาไหม้ในระยะเวลา 10 นาทีและสามารถเผาไหม้ได้นานกว่าเวลาที่กำหนด และยากันยุงแบบจุด จากกากกาแฟ สูตร 4 สามารถเผาไหม้ได้เป็นเวลานานเช่นกัน และเกิดการเผาไหม้ได้ 10 นาที ประสิทธิภาพในการเผาไหม้ดีรองลงมาจากสูตร 1 ตามลำดับ และสามารถเผาไหม้ได้นานกว่าเวลา ที่กำหนด
15 ตารางที่ 4.2 ตารางการเปรียบเทียบการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟกับยากันยุง แบบจุดตามท้องตลาด จากตารางที่ 4.2 จากการทดสอบประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟด้วยการ เลี้ยงและล่อยุงด้วยเหยื่อล่อไปยังจุดที่กำหนด พบว่าใน 10 นาทีเมื่อจุดยากันยุงแบบจุดจากกาก กาแฟ สูตร 1 มียุงอยู่ห่างจากเหยื่อล่อระยะ 30 เซนติเมตร จำนวน 0 ตัว ในระยะห่างจากเหยื่อล่อ 60 เซนติเมตร มียุงจำนวน 2 ตัว ในระยะห่างจากเหยื่อล่อ 90 เซนติเมตร มียุงจำนวน 18 ตัว และ เมื่อจุดยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 4 มียุงอยู่ห่างจากเหยื่อล่อระยะ 30 เซนติเมตร จำนวน 2 ตัว, ในระยะห่างจากเหยื่อล่อ 60 เซนติเมตร มียุงจำนวน 3 ตัว และในระยะห่างจากเหยื่อล่อ 60 เซนติเมตร มียุงจำนวน 90 เซนติเมตร จำนวน 15 ตัว
16 บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผล จากการทดลองงานวิจัยเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ โกฐจุลาลัมพา ผงกำยานอบแห้ง ขี้เลื่อย ถ่านไม้ และโกบั๊ว ตามแต่ละสูตร โดยการนำไปใส่พิมพ์ ทรงกระบอกเรียวยาว และนำมาทดสอบประสิทธิภาพ สามารถสรุปผล อภิปรายผลและให้ข้อเสนอได้ ดังนี้ 5.1 สรุปผลการทดลอง 1. การทดสอบเผาไหม้ของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 1 และสูตร 4 มีประสิทธิภาพ การเผาไหม้ได้ดี ในระยะเวลา 10 นาที ตามกำหนดและทั้งสองสูตร สามารถเผาไหม้ได้นานกว่า ระยะเวลาที่กำหนดไว้ 2. การทดสอบการไล่ยุงของยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 1 มีประสิทธิภาพในการไล่ ยุงมากที่สุด เนื่องจากในช่วงเวลา 10 นาที ยุงบินออกห่างเหยื่อล่อระยะ 90 เซนติเมตร มากที่สุด 5.2 อภิปรายผล 1. ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟสูตร 1 สามารถเผาไหม้ได้ดีที่สุดเนื่องจากกากกาแฟ สามารถให้ความร้อนได้และมีส่วนผสมที่จุดไฟติดได้ดีจึงมีการเผาไหม้ที่ดีกว่าสูตรอื่น และเผาไหม้ได้ เทียบเท่ากับยากันยุงแบบจุดตามท้องตลาดสอดคล้องกับงานวิจัยของปณณพร หมอบอก และ คณะวิจัย ได้วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาธูปจุดกันยุงลายบานจากขี้เลื่อย ใบและลำต้นข่า งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาธูปจุดกันยุงจากขี้เลื่อย ใบ และลำต้นข่าที่มีฤทธิ์ในการไล่ยุงลายบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แล้วยังช่วยลด ปัญหาการเกิดโรคมะเร็งจากธูปจุดกันยุงได้อีกทางหนึ่งด้วย 2. ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 1 สามารถไล่ยุงได้เทียบเท่ากับยากันยุงแบบจุด ตามท้องตลาด เนื่องจากในกากกาแฟมีสารคาเฟอีน และไดเทอร์พีนที่มีคุณสมบัติสามารถไล่ยุงได้ดี และมีส่วนผสมของวัสดุอื่นจำนวนน้อย ทำให้ยากันยุงแบบจุดจากกากกาแฟ สูตร 1 มีประสิทธิภาพ ในการไล่ยุงได้ดีสอดคล้องกับงานวิจัย Subbiah Poopathi และคณะ พบว่ากากกาแฟเป็นอาหาร เลี้ยงเชื้อเพื่อผลิตสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช (Bacillus thuringiensis israelensis และ Bacillus sphaericus) เพื่อควบคุมยุงที่เป็นพาหะนำโรค และงานวิจัยของ Mosquito control company 2023 พบว่ากากกาแฟมีคุณสมบัติในการไล่ยุง เมื่อจุดกากกาแฟแล้วนั้นกลิ่นของกากกาแฟ ค่อนข้างมาก ยุงและแมลงไว้ต่อการได้กลิ่นจึงบินหนีออกจากระยะห่างจากที่จุด
17 5.3 ข้อเสนอแนะ 1. ควรบรรจุยากันยุงใส่ในแม่พิมพ์ให้มีความหนาแน่นเท่ากันทุกสูตร 2. ควรจุดยากันยุงไว้นอกอาคาร เนื่องจากมีกลิ่นแรง
18 บรรณานุกรม นฤภัทร ตั่งมั่นคงวรกูล และ พัชรี ปรีดาสุริยะชัย./(2558)// การศึกษากากกาแฟและกากชามาใช้ ประโยชน์ในรูปเชื้อเพลิงอัดแท่ง/สืบค้น 7 มกราคม พ.ศ.2566.//จาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/SWUJournal/article/view/7347/6766 https://hellokhunmor.com/สุขภาพ/ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป/กากกาแฟ-ประโยชน์ที่ควรรู้/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2566 วินัย และ ธัญวดี และ สุวภัทร./ (2554.// โครงงานเรื่องเทียนอโรม่าจากกากกาแฟ/สืบค้น 8 มกราคม พ.ศ.2566//จาก https://drive.google.com/drive/u/1/folders/1xkU8PebfRijDcuZAqqOsOgUkDCp3KJZ ปณณพร หมอบอก, เขมนิจจารีย สาริพันธ, ประนิดดา เพ็งงิ้ว, วันวิสา ลิจวน/(2561.// การพัฒนาธูป จุดยากันยุงลายบ้านจากขี้เลื่อย ใบและลำต้นข่า /สืบค้น 26 มกราคม พ.ศ.2566 // จาก http://202.28.120.114/index.php/tru-i-tech/article/view/61/56 พนิดา แสนประกอบ,สกุลทิพย์ จันทร์หอม,รัชดาภรณ์ มั่นคงและเกศศิรินทร์ แสงมณี/ (2566.//การศึกษาแนวทางการพัฒนาโลชันกันที่มีส่วนประสมของใบสาบเสือ/สืบค้น 26 มาราคม พ.ศ.2566 //จากhttps://wjst.wu.ac.th/index.php/stssp/article/view/25700/2302 Subbiah Poopathi, C. Mani/()// Use of Coffee Husk Waste for Productionof Biopesticides for Mosquito Control /สืบค้น 26 มกราคม ค.ศ.2015//จาก https://coek.info/download/use-of-coffee-husk-waste-for-production-of-biopesticidesfor-mosquito-control_5b4214b9d64ab2739f973a12.html
19 ภาคผนวก
20 ตอนที่ 1 เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ตอนที่ 2 กระบวนการผลิตยากันยุงแบบจุด
21 ตอนที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพ
22 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ เด็กหญิงสรัญญา โกกุล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครปฐม ที่อยู่ 10/981 หมู่บ้านรัฐเอื้อราษฎร์กองทัพเรือ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 095 - 5181302 ชื่อ เด็กหญิงสุชานาถ ทับทิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครปฐม ที่อยู่ บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 แขวงศาลาธรรมสพ เขตทวีวัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์096 - 7785808 ด.ช.ณภัทร ลลิตวงศ์อุดม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครปฐม ที่อยู่ 8/4 หมู่ 4 ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ 061 - 5163976