The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เต้ยอดนักปรุง2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TJ Robert, 2026-02-04 00:04:05

เต้ยอดนักปรุง2

เต้ยอดนักปรุง2

1


2 บทที่ 11: สงครามหน้าเตาไฟฟ้า“หา! นี่เอ็งบอกว่าเตานี่ราคาเป็นแสน!?”เต้ตะโกนเสียงหลง จ้องมองเตาอินดักชั่น (Induction) ผิวกระจกสีดำ เรียบกริบตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง เขาถือกระทะเหล็กหนักอึ้งค้างไว้กลางอากาศ ไม่กล้าวางลงไป“ใจเย็นพี่ชาย... นี่คือไอเทมระดับ Legendary เชียวนะ คุมอุณหภูมิได้ระดับทศนิยม!” คาเวียร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่ง คอยบัญชาการผ่านไมค์ (แม้จะนั่งอยู่ห่างไปแค่ 3 เมตร)“ไฟมันอยู่ไหนวะ!” เต้เริ่มหงุดหงิด “อาหารอีสานมันต้องใช้ไฟ! ไฟที่เลียขอบกระทะ! ไฟที่ทำ ให้คนสำลักควัน! ไอ้เตากระจกนี่มันไร้วิญญาณชัดๆ!”“ปรับตัวหน่อยดิวะ! เอ็งต้องอัปแพทช์ (Patch) ตัวเองนะเว้ย!” คาเวียร์เถียง “โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเอ็งจะไปตบเกรียนไอ้กอร์ดอน เอ็งต้องใช้เครื่องมือพวกนี้ให้คล่องเหมือนกดสกิลคอมโบ!”เต้กัดฟันกรอด เขาลองวางกระทะลงไป เสียง ติ๊ด เบาๆ ดังขึ้น ความร้อนแผ่ออกมาแต่ไม่มีเปลวไฟ... มันช่างเงียบเชียบและน่าอึดอัดเขาโยนเนื้อหมูหมักลงไป... ฉ่า... เสียงมันเบาเหมือนแมวขู่อารมณ์เสีย ไม่ใช่เสียงระเบิดภูเขาเผากระท่อมที่เขาคุ้นเคย“ไม่ได้ดั่งใจโว้ยยย!”เต้คว้าถังแก๊สปิคนิคเล็กๆ ที่เขาแอบพกมาด้วย จุดไฟ ฟึ่บ! แล้วใช้หัวพ่นไฟ (Blowtorch) อัดใส่เนื้อในกระทะบนเตาอินดักชั่นไปพร้อมกัน!“เฮ้ย! เดี๋ยวเซิร์ฟเวอร์ข้าไหม้!” คาเวียร์กระโดดโหยง“เงียบไปเลย!” เต้ตวาด สายตาเขาเปลี่ยนไป “ในเมื่อเตาแกมันไม่มีไฟ... ข้าก็จะเติมไฟนรกของข้าลงไปเอง!”กลิ่นไหม้เกรียมของน้ำ ตาลและซีอิ๊วเริ่มลอยคลุ้ง ผสมกับเทคโนโลยีควบคุมความร้อนที่แม่นยำ ... อาหารจานแรกจากการผสมผสาน “ความป่าเถื่อน” และ “ไฮเทค” กำลังจะถือกำ เนิด!


3บทที่ 12: เมนูลับฉบับสตรีมเมอร์สามวันผ่านไป... สภาพของเต้เหมือนซอมบี้ ขอบตาดำ คล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่แววตามีประกายประหลาด“เอาล่ะ ท่านผู้ชมครับ!” คาเวียร์ตะโกนใส่กล้องไลฟ์สตรีม ยอดคนดูพุ่งทะลุ 50,000 คน “วันนี้ผมจะเปิดตัว ‘อาวุธลับ’ ที่จะไปถล่มรายการ Iron Pan Battle... ขอเสียงปรบมือให้... เชฟเต้!”เต้เดินเข้ากล้องมาหน้านิ่งๆ เขาไม่พูดพร่ำ ทำ เพลง ยกจานอาหารที่เพิ่งคิดค้นได้มาวางกระแทกหน้ากล้อง“นี่คืออะไรครับเชฟ?” คาเวียร์ถามทำ เสียงตื่นเต้น“สปาเก็ตตี้...” เต้ตอบสั้นๆช่องแชทเริ่มพิมพ์ด่ารัวๆ (“โห่ ไรวะ อาหารฝรั่ง ไหนบอกทีเด็ดอีสาน”) (“จบกัน จืดชืดแน่นอน”)เต้แสยะยิ้มมุมปาก เขาหยิบเหยือกใบเล็กๆ ขึ้นมา “ใจเย็นวัยรุ่น... ของจริงมันอยู่ที่ซอสนี่”เขาเทซอสสีน้ำ ตาลเข้มข้นราดลงบนเส้นสปาเก็ตตี้ร้อนๆ กลิ่นที่พุ่งออกมาไม่ใช่กลิ่นครีมหรือมะเขือเทศ... แต่มันคือกลิ่น “ปลาร้าบองปรุงสุก” ที่หอมนัวผสมกับสมุนไพรทอดกรอบ!เมนู: สปาเก็ตตี้ภูเขาไฟลาวาปลาร้าบอง“ชิมซะ” เต้สั่งคาเวียร์ม้วนเส้นเข้าปาก... ตึ้ง! (เสียงเอฟเฟกต์ในหัว)“เชรดดดด! (รอบที่ล้าน)” คาเวียร์ตาเหลือก “เส้นอัลเดนเต้ (Al Dente) สู้ฟันฉิบหาย แต่รสชาติ... โอ๊ย! รสปลาร้ามันเคลือบทุกอณูเส้น! ความนัวของปลาร้าตีบวกกับชีสพาร์เมซานที่โรยหน้า... นี่มันฟิวชั่นระดับพระเจ้า! มันคือการแต่งงานกันของสาวอิตาเลียนกับหนุ่มไทบ้าน!”ช่องแชทไหลเป็นน้ำ ตก: (OMG! น้ำลายไหล) (ส่ง Grab มาให้กูเดี๋ยวนี้!) (ไอ้กอร์ดอน มึงเจอแน่!)เต้มองกล้อง แล้วชี้ด้วยตะหลิว “กอร์ดอน... ล้างครอไว้เลย พริกขี้หนูสวนบ้านกู... เผ็ดกว่าวาซาบิบ้านป้าแกเยอะ!”


4 บทที่ 13: เผชิญหน้าบอสใหญ่ณ สตูดิโอถ่ายทำ รายการ “Iron Pan Battle”แสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องไปทั่วเวทีขนาดมหึมา ที่ถูกจัดให้เหมือนสนามประลองกลาดิเอเตอร์ ฝั่งซ้ายคือครัวสแตนเลสสุดหรูแบบตะวันตก ฝั่งขวา... คือครัวที่ถูกดัดแปลงให้มีครกยักษ์และเตาถ่าน (ตามคำ ขอพิเศษของคาเวียร์)“และนี่คือ... ผู้ท้าชิงจากสลัมครัวไทย! เต้! เดอะ สไปซี่ สเลเยอร์!” พิธีกรประกาศก้องเต้เดินออกมาพร้อมกับคาเวียร์ (ที่ทำ หน้าที่เป็นผู้ช่วยหรือ ‘ซัพพอร์ต’) เสียงเชียร์ดังกึกก้อง แต่เต้กลับไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่อีกฝั่งของเวทีชายร่างสูงใหญ่ในชุดเชฟสีขาวสะอาดสะอ้าน ผมสีทองเซตทรงเนี้ยบ ยืนกอดอกมองเต้ด้วยสายตาเหยียดหยาม... เชฟกอร์ดอนกอร์ดอนเดินเข้ามาหาเต้กลางเวที ก้มลงกระซิบข้างหู“ได้ข่าวว่าใช้ ‘ของเน่า’ มาทำอาหารเหรอ?” กอร์ดอนพูดภาษาไทยชัดเปรี้ยะ แต่เต็มไปด้วยคำ ดูถูก “ปลาร้า... หึ อาหารชั้นต่ำ กลับไปแคะขี้ดินกินที่บ้านนอกเถอะไอ้น้อง ที่นี่คือเวทีของศิลปะ ไม่ใช่อาหารขยะ”คาเวียร์ทำ ท่าจะพุ่งเข้าไปชก แต่เต้ยกมือห้ามไว้เต้เงยหน้ามองกอร์ดอน นิ่งสงบดั่งผิวน้ำ แต่ภายในใจเดือดพล่านยิ่งกว่าน้ำ มันในกระทะ


5“ศิลปะของแก... มันกินได้แต่ตา” เต้ตอบเสียงเรียบ “แต่อาหารขยะของฉัน... มันจะทำ ให้แกจำ รสชาติไปจนวันตาย”กอร์ดอนหัวเราะ หึ! แล้วเดินกลับเข้าประจำ ที่“ท่านผู้ชมครับ! บรรยากาศมาคุแล้วครับ!” พิธีกรตะโกน “และโจทย์วัตถุดิบหลักในวันนี้... ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงนี้คือ...!!”ผ้าคลุมถูกดึงออก พรึ่บ!สิ่งที่วางอยู่บนแท่นคือเนื้อก้อนยักษ์ที่มีลายหินอ่อนแทรกสวยงาม แต่มันไม่ใช่เนื้อวัวธรรมดา...“เนื้อวากิว A5... และ... หอยเชอรี่!”เต้และกอร์ดอนยืนอึ้ง... โจทย์บ้าอะไรวะเนี่ย! ของหรูสุดขั้วกับของบ้านๆ สุดขีด ต้องมาอยู่ในจานเดียวกัน!“เริ่มการแข่งขันได้!!” เสียงระฆังดัง แก๊ง!“งานหยาบแล้วลูกพี่!” คาเวียร์ตะโกน “หอยเชอรี่กับเนื้อวากิวเนี่ยนะ! จะเอาไปทำอะไรวะ!”เต้แสยะยิ้ม เขาคว้ามีดอีโต้คู่ใจขึ้นมา ควงหนึ่งรอบจนเกิดเสียงวูบ “ไม่เห็นยาก... ก็แค่ทำ ให้วากิวมัน ‘แซ่บ’จนลืมคาวผู้ดีไปเลยไงล่ะ!”


6 บทที่ 14: ผู้ดีตีนแดง vs ยาจกซูเปอร์ไซย่า“ห้านาทีผ่านไป! เชฟกอร์ดอนเริ่มร่ายเวทมนตร์แล้วครับ!” พิธีกรพากย์เสียงตื่นเต้นทางฝั่งครัวหรู กอร์ดอนเคลื่อนไหวราวกับวาทยกร เขาใช้มีดแล่เนื้อวากิว A5 ออกเป็นแผ่นบางเฉียบจนแทบมองทะลุได้ ส่วนหอยเชอรี่ที่ดูเป็นของราคาถูก ถูกนำ ไปล้างด้วยไวน์ขาวและตุ๋นในเนยสมุนไพรฝรั่งเศสอย่างประณีต“หอยพวกนี้...” กอร์ดอนพูดขณะหยิบหอยเชอรี่ขึ้นมาพิจารณาด้วยคีมคีบ “เนื้อสัมผัสมันหยาบกระด้าง แต่ถ้าใช้เทคนิค ‘Confit’ (ตุ๋นในน้ำ มัน) ช้าๆ มันจะนุ่มเหมือนเป๋าฮื้อ... ฉันจะทำ ‘Wagyu Carpaccio with Snail Escargot Foam’ (คาร์ปาชโช่วากิวราดโฟมหอยเชอรี่)”ภาพบนจอมอนิเตอร์ฉายให้เห็นความสวยงามระดับ 5 ดาว อาหารของกอร์ดอนดูเลอค่าจนคนดูในฮอลล์กลืนน้ำลายตัดกลับมาที่ฝั่ง “ครัวเถื่อน” ของเต้“โว้ยยย! มันไม่ได้! มันเข้ากันไม่ได้!”เต้สบถลั่น เขาโยนเนื้อวากิวชิ้นเล็กๆ ที่เพิ่งทดลองผัดเข้าปาก แล้วคายทิ้งทันที“เกิดอะไรขึ้นวะเต้!?” คาเวียร์รีบวิ่งเข้ามาดู สีหน้าเริ่มเลิ่กลั่ก“มันเลี่ยนเกินไป!” เต้กัดฟัน “เนื้อวากิว A5 ไขมันมันเยอะมหาศาล พอเจอกับเนื้อหอยเชอรี่ที่มีกลิ่นโคลนนิดๆ มันกลายเป็นความเลี่ยนที่ชวนอ้วก! เหมือนกินก้อนเนยผสมดิน!”เต้ลองเอาหอยไปต้มยำ ก็โดนรสมันของเนื้อกลบหมด ลองเอาเนื้อไปย่างเกรียม ก็เสียของราคาแพง“จบสิ้นแล้ว...” กอร์ดอนที่แอบมองอยู่หัวเราะเยาะ “เอาของสูงมาให้ลิงถือ ก็ได้แค่นั้นแหละ”เวลาบนนาฬิกานับถอยหลังอย่างรวดเร็ว เหลืออีกแค่ 30 นาที เต้ยังยืนนิ่งอยู่หน้าเขียงที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบราคาแพงที่ถูกหั่นทิ้ง... เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด


7บทที่ 15: วิกฤตการณ์ไขมันอุดตัน“แชทบอกว่า ‘GG’ แล้วว่ะเต้...” คาเวียร์อ่านคอมเมนต์ในแท็บเล็ตมือสั่น “เขาบอกให้เตรียมม้วนเสื่อกลับบ้าน... คะแนนโหวตเรียลไทม์ฝั่งกอร์ดอนพุ่งไป 90% แล้ว!”เต้หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ... ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงกดดัน เขาพยายามตัดทุกอย่างออกไป เหลือไว้แค่ “รสชาติ” ในจินตนาการไขมันของวากิวคือจุดเด่น แต่ก็เป็นจุดตาย... หอยเชอรี่คือตัวปัญหา แต่ก็คือโจทย์... จะทำยังไงให้สองอย่างนี้กอดคอกันเดินเข้าเส้นชัย?ทันใดนั้น สายตาของเต้ก็เหลือบไปเห็น “ข้าวคั่ว” ในกระปุก และ “ใบสะระแหน่” ที่วางกองอยู่“คาเวียร์...” เต้เรียกเสียงต่ำ“ว่าไงลูกพี่! จะยอมแพ้เหรอ?”“ไม่ใช่...” เต้ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสับสนหายไป แทนที่ด้วยความบ้าคลั่งระลอกใหม่ “นายเคยเล่นเกม RPG ใช่ไหม? เวลาเจอบอสน้ำแข็ง เราต้องใช้อะไรโจมตี?”“ก็ต้องใช้ไฟดิ! ไฟแรงๆ!” คาเวียร์ตอบงงๆ“ถูก! แต่ถ้าไขมันวากิวมันคือ ‘ลาวา’ ที่ร้อนแรงและเลี่ยน... เราต้องใช้อะไรไปตัดมัน?”เต้คว้ามีดปังตอขึ้นมา สับลงไปที่หอยเชอรี่อย่างรวดเร็ว ปัง! ปัง! ปัง! จนมันกลายเป็นชิ้นเล็กละเอียด“เราต้องใช้ ‘กรด’ และ ‘ความเย็น’ ของสมุนไพร... สร้างระเบิดเย็นไปดับลาวา!”เต้ตะโกนลั่น “คาเวียร์! ไปหยิบ ‘มะนาวแป้น’ มาให้หมดตะกร้า! แล้วเตรียมครกหินใบใหญ่ที่สุดมา!”“จัดไป! บัฟมะนาว 100%!” คาเวียร์วิ่งปรู๊ดไปหยิบของเต้จุดไฟเตาถ่านจนลุกโชน แดงฉาน... เขาไม่ได้จะย่างเนื้อให้สุก แต่เขาจะทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุดกับเนื้อราคาแพงระยับ“มาดูกันว่า... ผู้ดีตีนแดงอย่างแก จะทนรสชาติ ‘ดิบเถื่อน’ ของฉันได้แค่ไหน!”


8 บทที่ 16: ระเบิดนาปาล์มรสแซ่บ (ไม้ตายก้นครัว)เหลือเวลา 5 นาทีสุดท้าย!กอร์ดอนจัดจานเสร็จแล้ว จานของเขาสวยงามราวกับภาพวาด เนื้อวากิวสีชมพูเรียงตัวสวย ราดด้วยโฟมสีขาวนวล กลิ่นเนยหอมตลบอบอวลแต่ทว่า... กลิ่นที่รุนแรงกว่ากำลังเริ่มก่อตัวขึ้นจากฝั่งขวา“ฉ่าาาาาาา!!!!”เสียงเนื้อวากิว A5 ก้อนโตที่ถูกโยนลงไปบนตะแกรงถ่านร้อนจัด! เต้ไม่ได้ย่างให้สุก แต่เขา “สะดุ้งไฟ” (Sear) แค่ผิวภายนอกให้ไขมันแตกตัว ส่งกลิ่นหอมไหม้เกรียม (Smoky) คลุ้งไปทั่วสตูดิโอ จนกรรมการต้องชะโงกหน้ามาดูเต้ดึงเนื้อขึ้นมา แล้วหั่นเป็นชิ้นเต๋าอย่างรวดเร็ว เนื้อในยังแดงฉ่ำ (Rare) ไขมันแทรกละลายเยิ้มๆจากนั้น เขาโยนเนื้อลงไปในครกหินยักษ์! ตามด้วยหอยเชอรี่ที่เอาไปลวกและคลุกแป้งทอดจนกรอบกริบ!“นี่เขาจะตำ เนื้อวากิวเหรอครับ!?” พิธีกรกรีดร้อง “นั่นเนื้อกิโลละหมื่นนะครับ!”“ไม่ใช่ตำ ...” คาเวียร์แสยะยิ้มอยู่ข้างหลัง “เรียกว่า ‘เขย่า’ เว้ย!”เต้ระดมใส่เครื่องปรุง พริกป่นคั่วเอง 3 ช้อนพูนๆ ข้าวคั่วใหม่หอมฟุ้ง น้ำ ปลาดี และที่สำ คัญ... น้ำ มะนาวสดที่บีบลงไปทีละลูกๆเขาใช้ทัพพีคนผสมอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อให้น้ำยำ ซึมเข้าเนื้อโดยที่เนื้อไม่ช้ำ แรงเหวี่ยงทำ ให้ส่วนผสมลอยคว้างอยู่ในอากาศก่อนจะตกลงสู่ก้นครก“เสร็จแล้ว!”


9เสียงระฆังดังแก๊ง! หมดเวลา!กอร์ดอนมองจานของเต้แล้วเบ้ปาก “อาหารหมู... เอาเนื้อดีๆ ไปยำ รวมกันจนดูเหมือนกองขยะ”เต้ยกจานของตัวเองขึ้นมา มันไม่ใช่จานหรูหรา แต่มันคือ “วากิวสะดุ้งไฟ พล่าหอยเชอรี่กรอบ” (Wagyu A5 Burning Salad with Crispy Snail)เนื้อวากิวชุ่มฉ่ำ ไปด้วยซอสสีแดงจัดจ้าน ตัดกับสีเขียวของใบสะระแหน่และผักชีฝรั่ง โรยหน้าด้วยหอยเชอรี่ทอดกรอบสีเหลืองทอง และกระเทียมโทนดองเต้เดินถือจานไปวางตรงหน้ากรรมการ 3 ท่าน กลิ่นมะนาวและข้าวคั่วพุ่งเข้ากระแทกจมูกกรรมการจนต้องสูดปาก“เชิญ...” เต้ผายมือ สายตาจ้องไปที่กอร์ดอน “ระวังนะครับ... รสชาตินี้มันกัดเจ็บกว่าที่คุณคิด”


10 บทที่ 17: คำ พิพากษาลิ้นทองคำกรรมการ 3 ท่านนั่งเรียงกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นำ โดย “คุณหญิงป้าจารวี” นักชิมฝีปากกล้าผู้ไม่เคยปรานีใครจานของเชฟกอร์ดอนถูกเสิร์ฟก่อน “คาร์ปาชโช่วากิวราดโฟมหอยเชอรี่”คุณหญิงตักโฟมสีขาวนวลเข้าปากพร้อมเนื้อวากิว... หลับตาพริ้ม “อืม... นุ่มนวล... ราวกับผ้าไหม เนื้อวากิวละลายหายไปในปากทันที กลิ่นหอยเชอรี่ที่เคยเหม็นสาบดินถูกเปลี่ยนให้เป็นกลิ่นดินธรรมชาติที่หรูหราด้วยสมุนไพร มันคือความสมบูรณ์แบบทางเทคนิค ไร้ที่ติ!”คะแนนขึ้นบนหน้าจอ: 9.8 / 10 กอร์ดอนยิ้มมุมปาก เขาหันมามองเต้ด้วยสายตาของผู้ชนะ “เห็นไหม? นี่คือรสชาติของผู้เจริญแล้ว”ถึงตาของเต้... จาน “วากิวสะดุ้งไฟ พล่าหอยเชอรี่กรอบ” ถูกวางลง กลิ่นมะนาวและพริกป่นคั่วลอยฟุ้งจนกรรมการต้องย่นจมูก“ดูป่าเถื่อนเสียจริง...” คุณหญิงจารวีบ่นอุบอิบ “วากิว A5 ราคาแพงระยับ เอามาทำยำ งั้นรึ? ช่างเป็นการลบหลู่...”เธอตักชิ้นเนื้อที่ชุ่มซอสสีแดงเข้ม พร้อมหอยเชอรี่ทอดกรอบชิ้นเล็กๆ เข้าปากอย่างกล้าๆ กลัวๆวินาทีแรกที่ลิ้นสัมผัส... คิ้วของเธอขมวดมุ่น วินาทีที่สอง... ดวงตาของเธอเบิกกว้างจนแทบถลน วินาทีที่สาม...“ซี๊ดดดดดดดดด!!!!”เสียงสูดปากดังลั่นไมค์ของกรรมการทั้งสามคนทำ เอาทั้งห้องส่งเงียบกริบ คุณหญิงจารวีทิ้งช้อนลง จ้องมองจานอาหารราวกับเห็นผี“นี่มัน... นี่มันบ้าอะไรกัน!?”


11บทที่ 18: พายุรสชาติถล่มโลกันตร์“อธิบายมาเดี๋ยวนี้!” กรรมการอีกคนตะโกนทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก “ทำ ไม!? ทำ ไมเนื้อวากิวที่ควรจะเลี่ยนพอมารวมกับของทอด กลับไม่เลี่ยนเลยสักนิด!”เต้ขยับแว่น (ที่ยืมคาเวียร์มาใส่เก๊กท่า) แล้วตอบเสียงเรียบ “เพราะ ‘สมดุลแห่งความขัดแย้ง’ ครับ...”เต้อธิบายต่อ “ไขมันวากิว A5 มีจุดหลอมเหลวต่ำ มาก กินเปล่าๆ แค่สองชิ้นก็เลี่ยนแล้ว แต่เมื่อเจอ ‘กรด’ ของมะนาวแป้นที่เปรี้ยวแหลม และความเผ็ดร้อนของพริกแห้งคั่ว มันจะเข้าไป ‘ตัด’ โมเลกุลไขมันให้แตกกระจายในปาก กลายเป็นความหวานฉ่ำแทนที่จะเป็นน้ำ มันเยิ้มๆ”“ส่วนหอยเชอรี่...” เต้ชี้ไปที่ชิ้นสีทองในจาน “ปกติมันเหนียว ผมเลยเอาไปชุบแป้งทอดให้กรอบ พอเคี้ยวพร้อมเนื้อนุ่มๆ มันเกิด Texture Contrast (ความขัดแย้งของผิวสัมผัส) กรุบ... นุ่ม... ฉ่ำ ... เผ็ด... แซ่บ!”กอร์ดอนทนฟังไม่ไหว เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาที่โต๊ะกรรมการ แย่งช้อนมาตักกินเองคำ โต“ไร้สาระ! มันก็แค่ยำ ตลาดนัด...”ทันทีที่เข้าปาก... กอร์ดอนชะงัก ภาพในหัวของเขา: ทุ่งหญ้าเขียวขจีในฝรั่งเศส จู่ๆ ก็มีพายุทอร์นาโดลูกใหญ่พัดถล่ม! พายุนั้นคือรสชาติของพริกและสมุนไพรไทยที่รุนแรง เกรี้ยวกราด แต่กลับพาเขาขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของความอร่อย!น้ำ ตาเม็ดโตไหลออกมาจากตากอร์ดอน... ไม่ใช่เพราะซึ้ง แต่เพราะเผ็ด! “อึก... แฮ่กๆ... เผ็ด! เผ็ดชิบหาย! แต่อร่อย... อร่อยโว้ยยยย!” กอร์ดอนตะโกนลั่น หมดมาดเชฟผู้ดี ตักกินคำ ที่สองที่สามอย่างหยุดไม่ได้“เช็คเมท (Checkmate) ว่ะ...” คาเวียร์กระซิบข้างหูเต้


12 บทที่ 19: กำ เนิดตำ นานบทใหม่“ผู้ชนะในค่ำ คืนนี้... ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 10 เต็ม 10!!” พิธีกรประกาศเสียงแหบแห้ง “ได้แก่... เต้! เดอะ สไปซี่ สเลเยอร์!”เฮ!!!! เสียงเชียร์กระหึ่มสตูดิโอ กระดาษสีโปรยปรายลงมาในสตรีมของคาเวียร์ ช่องแชทไหลเร็วมากจนอ่านไม่ทัน ยอดคนดูพุ่งทะลุ 500,000 คน (“เทพซ่า 007: เอาแชมป์ไปเลยลูกพี่!”) (“SomtumLover: พรุ่งนี้ร้านลาบหน้าปากซอยขายดีแน่”) (“GordonFC: ย้ายค่ายครับ ลาก่อนเชฟฝรั่ง”)กอร์ดอนยืนหอบแฮ่กๆ หน้าแดงเถือก เขาเดินมาหาเต้ ยื่นมือที่สั่นเทามาให้จับ “นายชนะ...” กอร์ดอนกัดฟันยอมรับ “รสชาติบ้านนอกของนาย... มันของจริง ฉันประมาทพลังของพริกขี้หนูเกินไป”เต้จับมือตอบ “อาหารไม่มีคำว่าบ้านนอกหรือผู้ดีหรอกครับเชฟ... มีแค่ ‘อร่อย’ หรือ ‘ไม่อร่อย’ เท่านั้น”กอร์ดอนพยักหน้า ก่อนจะเดินก้มหน้าลงเวทีไป ท่ามกลางเสียงปรบมือให้เกียรติผู้แพ้คาเวียร์วิ่งเข้ามากอดคอเต้แล้วเขย่าตัวอย่างแรง “รวยแล้วโว้ยยย! เอ็งดังเป็นพลุแตกแล้วเต้! เตรียมตัวรับงานพรีเซนเตอร์น้ำ ปลาได้เลย!”เต้ยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกในรอบปี... ความรู้สึกหนักอึ้งในใจหายไปหมดสิ้น ไฟในครัวที่เคยมอดดับ วันนี้มันกลับมาลุกโชติช่วงยิ่งกว่าเดิมแต่ทว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น


13บทที่ 20: บัตรเชิญสีดำ (จบบท Arc 1)หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ ฐานทัพ “เดอะ เซิร์ฟเวอร์”ชีวิตของเต้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ร้าน “เต้แซ่บสั่งตาย” กลับมาเปิดอีกครั้ง แต่คราวนี้คิวยาวไปถึงสามป้ายรถเมล์ ลูกค้าต้องจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันที่คาเวียร์เขียนขึ้นมาเองเต้นั่งพักเหนื่อยอยู่บนโซฟาหรูในฐานทัพของคาเวียร์ หลังจากปิดร้าน “เหนื่อยชิบหาย... แต่ก็สนุกดี” เต้พึมพำ“เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่มเนื้อหอม...” คาเวียร์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดวิสัยคนขี้เล่น “มีพัสดุส่งมาถึงเอ็ง... ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง”คาเวียร์ยื่นซองจดหมายสีดำสนิท ขอบทอง ดูลึกลับและน่าเกรงขามมาให้ เต้รับมาเปิดออก... ข้างในมีเพียงการ์ดแข็งสีดำ ใบหนึ่ง สลักตัวอักษรสีทองนูนว่า“THE UNDERGROUND KITCHEN (ครัวใต้พิภพ)”และข้อความสั้นๆ: “ขอแสดงความยินดีที่เอาชนะเชฟระดับล่างอย่างกอร์ดอนได้... หากเจ้าคิดว่ารสชาติของเจ้าคือของจริง จงนำ มีดของเจ้ามาที่ท่าเรือหมายเลข 9 คืนวันศุกร์นี้... โลกใบใหม่ที่โหดร้ายกว่าเดิมรอกินเจ้าอยู่”เต้อ่านจบแล้วเงยหน้ามองคาเวียร์ “นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีก?”คาเวียร์แสยะยิ้มที่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “ยินดีด้วยเพื่อนยาก... ดูเหมือนเอ็งจะไปเตะตา ‘องค์กรลับ’ เข้าให้แล้ว วงการเชฟมันไม่ได้มีแค่ในทีวีหรอกนะ... มันมีพวกปีศาจที่ทำอาหารเดิมพันด้วยชีวิตอยู่”“จะเอาไง? จะหยุดแค่นี้ เป็นพ่อค้าขายดีไปวันๆ... หรือจะไปดูให้เห็นกับตาว่า ‘จุดสูงสุด’ ของรสชาติมันอยู่ที่ไหน?”เต้มองมีดทำ ครัวคู่ใจที่วางอยู่ข้างตัว... เขานึกถึงความตื่นเต้นตอนที่ไฟลุกท่วมกระทะ นึกถึงความสะใจตอนเห็นคนกินมีความสุข


14 เขาลุกขึ้นยืน กำการ์ดสีดำ ในมือแน่น“เตรียมรถเลยคาเวียร์...” เต้หันมายิ้มมุมปาก นัยน์ตาเป็นประกายวาวโรจน์“ฉันพึ่งจะเริ่มหิวเองว่ะ”(จบบริบูรณ์ Arc 1: การตื่นของมังกรอีสาน)


15


Click to View FlipBook Version