45 8.2 หลักสูตรปริญญาตรี (5 ปี) ให้มีจ านวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 150 หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 10 ปีการศึกษา ส าหรับการลงทะเบียนเรียนเต็ม เวลา และไม่เกิน 15 ปีการศึกษา ส าหรับการลงทะเบียนเรียนไม่ เต็มเวลา 8.3 หลักสูตรปริญญาตรี (ไม่น้อยกว่า 5 ปี) ให้มีจ านวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 180 หน่วยกิต ใช้เวลา ศึกษาไม่เกิน 12 ปีการศึกษา ส าหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน 18 ปีการศึกษา ส าหรับการ ลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา 8.4 หลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ให้มีจ านวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาไม่ เกิน 4 ปีการศึกษา ส าหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน 5 ปีการศึกษา ส าหรับการลงทะเบียนเรียนไม่ เต็มเวลา ทั้งนี้ ให้นับเวลาศึกษา จากวันที่เปิดภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตรนั้น 9. โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชาเฉพาะและหมวดวิชาเลือกเสรี โดยมีสัดส่วนจ านวนหน่วย กิตของแต่ละหมวดวิชา ดังนี้ 9.1 หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง หมวดวิชาที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ ให้มีความรอบรู้ อย่างกว้างขวาง เข้าใจ และเห็นคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น สังคม ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ ใส่ใจต่อความเปลี่ยน แปลงของสรรพสิ่ง พัฒนา ตนเองอย่างต่อเนื่อง ด าเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสังคมไทยและสังคมโลก สถาบันอุดมศึกษาอาจจัดวิชาศึกษาทั่วไปในลักษณะจ าแนกเป็นรายวิชา หรือลักษณะบูรณาการใด ๆ ก็ได้ โดยผสมผสานเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุมสาระของกลุ่มวิชา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาและกลุ่มวิชา วิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ในสัดส่วน ที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยให้ มีจ านวน หน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต อนึ่ง การจัดวิชาศึกษาทั่วไปส าหรับหลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) อาจได้รับการยกเว้นรายวิชาที่ได้ ศึกษามาแล้วในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือ ระดับอนุปริญญา ทั้งนี้ จ านวนหน่วยกิตของรายวิชาที่ ได้รับการยกเว้นดังกล่าว เมื่อนับ รวมกับรายวิชาที่จะศึกษาเพิ่มเติมในหลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ต้องไม่ น้อยกว่า 30 หน่วยกิต 9.2 หมวดวิชาเฉพาะ หมายถึง วิชาแกน วิชาเฉพาะด้านวิชาพื้นฐานวิชาชีพ และวิชาชีพ ที่มุ่งหมายให้ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติงานได้ โดยให้มีจ านวน หน่วยกิตรวม ดังนี้
46 9.2.1 หลักสูตรปริญญาตรี (4 ปี) ทางวิชาการ ให้มีจ านวนหน่วยกิต หมวดวิชาเฉพาะรวมไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต 9.2.2 หลักสูตรปริญญาตรี (4 ปี) ทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ ให้มี จ านวนหน่วยกิตหมวดวิชาเฉพาะ รวมไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต โดยต้องเรียนวิชา ทางปฏิบัติการตามที่มาตรฐานวิชาชีพก าหนด หากไม่มีมาตรฐาน วิชาชีพก าหนดต้องเรียน วิชาทางปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และทางทฤษฎีไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต หลักสูตร (ต่อเนื่อง) ให้มีจ านวนหน่วยกิตหมวดวิชาเฉพาะ รวมไม่น้อยกว่า 42 หน่วยกิต ในจ านวนนั้นต้องเป็นวิชา ทางทฤษฎีไม่น้อยกว่า 14 หน่วยกิต 9.2.3 หลักสูตรปริญญาตรี (5 ปี) ให้มีจ านวนหน่วยกิตหมวดวิชา เฉพาะรวมไม่น้อยกว่า 40 หน่วยกิต 9.2.4 หลักสูตรปริญญาตรี (ไม่น้อยกว่า 5 ปี) ให้มีจ านวนหน่วยกิต หมวดวิชาเฉพาะรวมไม่น้อยกว่า 108 หน่วยกิต สถาบันอุดมศึกษาอาจจัดหมวดวิชาเฉพาะในลักษณะ วิชาเอกเดี่ยว วิชาเอกคู่ หรือวิชาเอกและวิชา โทก็ได้ โดยวิชาเอกต้องมีจ านวนหน่วยกิต ไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต และวิชาโทต้องมีจ านวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต ในกรณี ที่จัดหลักสูตรแบบวิชาเอกคู่ต้องเพิ่มจ านวนหน่วยกิตของวิชาเอกอีกไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต และให้มีจ านวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 150 หน่วยกิต ส าหรับหลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้า ผู้เรียนต้องเรียน วิชาระดับบัณฑิตศึกษาในหมวดวิชาเฉพาะไม่น้อยกว่า 12หน่วยกิต 9.3 หมวดวิชาเลือกเสรี หมายถึง วิชาที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ตามที่ตนเองถนัดหรือสนใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนรายวิชาใด ๆ ในหลักสูตร ระดับปริญญาตรีโดยให้มีจ านวนหน่วยกิตรวมไม่น้อย กว่า 5 หน่วยกิต สถาบันอุดมศึกษาอาจยกเว้นหรือเทียบโอนหน่วยกิตรายวิชาในหมวด วิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชาเฉพาะ และหมวดวิชาเลือกเสรี ให้กับนักศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถ ที่สามารถวัดมาตรฐานได้ ทั้งนี้ นักศึกษาต้อง ศึกษาให้ครบตามจ านวนหน่วยกิต ที่ก าหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเทียบ โอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการเทียบโอน ของส านักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 10.เกณฑ์การวัดผลและการส่าเร็จการศึกษา ให้สถาบันอุดมศึกษาก าหนด เกณฑ์การวัดผล เกณฑ์ขั้นต่ าของแต่ละรายวิชา และเกณฑ์การส าเร็จ การศึกษา ตามหลักสูตร โดยต้องเรียนครบตามจ านวนหน่วยกิตที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร และต้องได้ ระดับคะแนน เฉลี่ยไม่ต่ ากว่า 2.00 จากระบบ ๔ ระดับคะแนนหรือเทียบเท่าจึงถือว่า เรียนจบหลักสูตรปริญญาตรสถาบันอุดม ศึกษาที่ใช้ระบบการวัดผลและการส าเร็จการศึกษาที่แตกต่าง จากนี้ จะต้องก าหนดให้มีค่าเทียบเคียงกันได้
47 บทที่ 2 สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย สภาพปัญหาหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560 แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการบริหารจัดการ 1.1 ขาดงบประมาณ 1.2 ขาดครูที่จบหลักสูตรปฐมวัย 1.3 ขาดข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวการจัดการศึกษาปฐมวัย 1.4 การประสานงานไม่คล่องตัวภายในหรือระหว่างหน่วยงานการจัดการศึกษาปฐมวัย 1.5 บุคลากรในการท างานด้านปฐมวัยมีน้อย และขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักสูตรปฐมวัย 1.6 ผู้บริหารไม่มีความรู้ความเข้าใจในตัวปรัชญาและหลักสูตร 1.7 ผู้บริหารขาดการดูแล ส่งเสริมสนับสนุน ไม่ให้ความส าคัญ 1.8 ผู้ปกครองไม่เข้าใจการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย 1.9 ครูภาระงานมากเกินไป เช่น แม่บ้าน การเงิน งานธุรการต่างๆ เจ้าหน้าที่พัสดุ 1.10 ครูไม่เพียงพอ ขาดความรู้ทักษะในการสอน 1.11 มีระบบอุปถัมภ์ในการคัดเลือกครู(อบต. และ อปท.) 2. ด้านการพัฒนาหลักสูตร 2.1 มีช่วงเวลาจ ากัดในการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษา 2.2 ครูไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560 2.3 หน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการน าหลักสูตรไปใช้ 2.4 ครูไม่ได้ท าหลักสูตรด้วยตนเอง เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการสร้างหลักสูตร 2.5 บางโรงเรียนหรือบางศูนย์ไม่น าหลักสูตรสถานศึกษามาใช้กับนักเรียน เนื่องจากไม่มีหลักสูตรสถานศึกษา 2.5 ไม่มีการประเมินหลักสูตร จึงท าให้ไม่ทราบว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพหรือได้มาตรฐานเพียงใด 3. ด้านการจัดการเรียนรู้/การจัดประสบการณ์ 3.1 ครูขาดความรู้ความสามารถในการจัดประสบการณ์เนื่องจากจบไม่ตรงตามเอก 3.2 ครูขาดสื่อการสอนและขาดความรู้การใช้นวัตกรรมในการจัดประสบการณ์ 3.3 เด็กไม่ได้รับการพัฒนาตรงตามวัตถุประสงค์เนื่องจากครูไม่สอนตามแผนที่วางไว้
48 3.4 ครูบางคนยึดแนวทางการจัดกิจกรรมของกรมส่งเสริมไม่มีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทของเด็ก 3.5 ผู้รับผิดชอบทุกส่วนขาดความรู้การจัดการเรียนรู้การจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย 4. ด้านการนิเทศติดตามให้ค่าปรึกษา 4.1 ไม่มีการนิเทศติดตามการท างานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย 4.2 ศึกษานิเทศก์ไม่มีองค์ความรู้ที่เพียงพอในเรื่องการนิเทศ ไม่มั่นใจในการนิเทศ 4.3 ขาดการนิเทศที่ต่อเนื่องและทั่วถึง 4.4 ครูผู้สอนขาดความเชื่อมั่นในตัวศึกษานิเทศก์ 4.5 บุคลากรในการท างานด้านนิเทศติดตามการจัดการศึกษาปฐมวัยมีน้อย สภาพปัญหาของหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) 1. ปัญหาการใช้หลักสูตรส่าหรับผู้บริหาร ในด้านการวางแผนงานด้านวิชาการ การจัด ครูเข้าสอน การ จัดท าจัดหาสื่อการเรียนการสอน และเอกสารหลักสูตร การบริการหลักสูตรภายในโรงเรียน การวางแผนให้ครู จัดท าแผนการสอน การนิเทศและ ติดตามการใช้หลักสูตร 2. ปัญหาการใช้หลักสูตรส่าหรับครูผู้สอน ในด้าน การเตรียมการสอน การจัด กิจกรรม การเรียนการ สอน การใช้สื่อการเรียนการสอน ประเภทวัสดุอุปกรณ์ การวัดและประเมินผล สภาพปัญหาของหลักสูตรอาชีวศึกษา ผู้เข้าเรียนในการอาชีวศึกษาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรหลักสูตรก่อนถึงระดับ ปวช. คือระดับมัธยมต้น หรือ การศึกษาผู้ใหญ่เป็นการปูพื้นฐานความรู้ระดับต่ า เช่น อ่าน สะกดค าไม่ได้ ขาดความสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษ เมื่อมาเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาจึงเกิดปัญหา แม้ครูจะเตรียมการสอนดีอย่างไร ผู้เรียนไม่ สามารถต่อยอดความรู้ได้ เพราะพื้นฐานความรู้ไม่ดีเพียงพอ สภาพปัญหาของหลักสูตรอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา) 1. ขาดแคลนอาจารย์ประจ าที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์โดยเฉพาะสาขาวิชาที่มีความต้องการมาก ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรกรรม 2. อุดมศึกษามุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ ละเลยคุณธรรม จริยธรรม การบริการวิชาการแก่สังคม 3. มหาวิทยาลัยมักเลียนแบบต่างประเทศโดยไม่เข้าใจ หลักการและเปูาหมายที่แท้จริงของหลักการที่ เลียนแบบ
49 4. การเรียนการสอนยังเน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติเน้นความรู้มากกว่าการน าไปใช้ 5. การตื่นตัวทางการวิจัยมุ่งการก าหนดให้เลื่อนต าแหน่งทางวิชาการซึ่งเน้นการวิจัยมากเกินไปจนท าให้ ลดความส าคัญด้านการสอน 6. กลุ่มผู้บริหารอุดมศึกษามีลักษณะอนุรักษ์นิยมสูง 7. งบประมาณในการพัฒนาการศึกษาระดับนี้ก็ยังมีไม่เพียงพอ
50 บทที่ 3 แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21 หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับ บริการ อย่างทั่วถึง 2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็กซึ่งการจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจ าเป็นต้องมีการปฏิรูป การศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่อง การ วางแผน ครอบครัว 3. ให้ความส าคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ 4. ส่งเสริมให้มีการท าวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการ สอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมส าหรับเด็ก 5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มี ผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย 6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม 7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือ ครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์ 8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น 9. พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการ เลี้ยงดูเด็ก หลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) 1. ด้านหลักสูตรและการน่าหลักสูตรไปใช้ 1.1 ส่งครูไปอบรมหลักสูตรให้ครบทุกคน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์ 2. ด้านการจัดการเรียนการสอน 2.1 ปรับปรุง และพัฒนาครูผู้สอนที่มีอยู่ให้เกิดความช านาญในแต่ละสาขาวิชานั้นๆ 2.2 ครูต้องศึกษา เอกสารหลักสูตร วิธีสอน เตรียมสื่อ และแผนการสอนเป็นตัวช่วยให้มากขึ้น
51 3. ด้านสื่อการเรียนการสอน 3.1 ควรจัดสรรงบประมาณในการซื้อสื่อเพิ่มให้มากขึ้น จัดให้มีการอบรมการผลิตสื่อ และการใช้สื่อ หลักสูตรอาชีวศึกษา การจัดการอาชีวศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาก าลังคนด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและ ระดับ หลักสูตรอาชีวศึกษา การจัดการอาชีวศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาก าลังคนด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดับ เทคนิค และระดับ เทคโนโลยี รวมทั้งเพื่อยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้นและสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน การ พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาจึงต้องยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพและควาต้องการของงานอาชีพตามระดับคุณวุฒิ วิชาชีพด้วย ดังนั้นสิ่งส าคัญที่ต้องพิจารณาในการพัฒนาคนเข้าสู่อาชีพ คือ 1. อาชีพนั้นมีข้อมูลความต้องการที่ชัดเจนว่านักเรียน นักศึกษาที่จะผลิตหรือพัฒนานี้จะเข้า ไปท างานใน ส่วนใดและระดับใดของกลุ่มอาชีพหรืออาชีพที่ก าหนด ต าแหน่งงานนั้นต้องการคนมีคุณลักษณะ และมี สมรรถนะ อย่างไร 2. จะต้องพัฒนาหรือใช้หลักสูตรชนิดใดและระดับใดในการพัฒนาคนเหล่านี้ 3. หลักสูตรที่จะพัฒนาหรือน ามาใช้นั้น มีข้อก าหนดอย่างไรในเรื่องของจุดหมาย หลักการ โครงสร้าง หน่วยกิตและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กระบวนการในการพัฒนาหลักสูตรหรือน าหลักสูตรมาใช้นั้น จะต้อง ด าเนินการอย่างไร 4. เกี่ยวข้องกับผู้ใดหรือหน่วยงานใดบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระบวนการพัฒนา หลักสูตรอาชีวศึกษาจะ เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพ จนได้ หลักสูตรที่ ผ่านการอนุมัติ การประกาศใช้ และการรับรองคุณวุฒิผู้ส าเร็จ การศึกษา แต่หากสถาบันการ อาชีวศึกษาและ สถานศึกษา ที่น าหลักสูตรไปใช้ไม่ เข้าใจในการบริหารจัด การศึกษาตามหลักสูตร การจัดการ เรียนการสอน ผู้ส าเร็จการศึกษาก็อาจไม่มีคุณภาพและตามมาตรฐานก าหนด
52 หลักสูตรอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา) 1. หลักสูตรใหม่แบบบูรณาการ 2 ศาสตร์ขึ้นไป จากการเปลี่ยนแปลงของสังคม และการแข่งขันใน ด้าน เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ท าให้คนในสังคม ต้องการเพิ่มความรู้ความสามารถในหลายสาขา เพื่อให้ ตนเองรู้เท่า ทันและอยู่รอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ของสังคมในทุกด้าน จึงหันมาสนใจหลักสูตรการศึกษาที่ ให้ความรู้ตั้งแต่ สองศาสตร์ขึ้นไป เช่น บัญชีควบคู่กับ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ควบคู่กับเศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ควบคู่กับสังคม สงเคราะห์ เป็นต้น ( เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, 2550) 2. หลักสูตรนานาชาติมีแนวโน้มมากขึ้นเนื่องจากสภาพโลกาภิวัตน์มีการเชื่อมโยงด้านการค้าและการ ลงทุน ท าให้ตลาดแรงงานในอนาคต ต้องการคนที่มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้ความ ต้องการ หลักสูตรนานาชาติมีมากขึ้น และ จากการเปิดเสรีทางการศึกษา ยังเป็นโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาจาก ต่างประเทศเข้าในไทย และเปิดหลักสูตร ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุุน ฯลฯ ยิ่งกระตุ้นให้หลักสูตรการศึกษานานาชาติ ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เนื่องจากหลักสูตรนานาชาติมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การเรียนในหลักสูตรนี้ยังคงจ ากัด ในกลุ่มผู้เรียนฐานะดี 3. หลักสูตรส าหรับกลุ่มคนท างาน หลักสูตรส าหรับกลุ่มคนท างานจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานของบุคลากรในองค์กร สถาบันอุดมศึกษาอาจเปิดหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรภาคค่ า นอกเวลาท างาน หลักสูตรทางไกลที่ เรียน ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเนื้อหาหลักสูตรควรมีความหลากหลาย มีความ น่าสนใจ และตอบสนองความ ต้องการของ ผู้เรียนในวัยท างาน อาทิ หลักสูตรเฉพาะที่มีความจ าเป็นต่อการ พัฒนาคนในวัยแรงงาน เป็นได้ ทั้งหลักสูตร ระยะสั้นหรือหลักสูตรหลักในสถาบันการศึกษาก็ได้ เช่น หลักสูตรที่ เกี่ยวกับ Global literacy ได้แก่ ภาษา คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสารสนเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ สังคมและวัฒนธรรมในโลก หลักสูตรการ คิด ได้แก่ การคิดเชิงสร้างสรรค์การคิดเชิงกลยุทธ์ การคิดเชิงอนาคต การคิดเชิงวิพากษ์ การคิด เชิงสังเคราะห์ ฯลฯ หลักสูตรเพิ่มความสามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่วโลก ได้แก่ หลักสูตรในการสร้าง หุ้นส่วน การ เจรจาต่อรอง การประสานประโยชน์ เป็นต้น หลักสูตรปริญญา 2 ใบควบกัน เหมาะส าหรับคน วัยท างานที่ ต้องการลงทุนด้านการศึกษาครั้งเดียวแต่ได้คุ้มค่า
53 สรุป สภาพปัจจุบันของหลักสูตรไทย การศึกษาไทยในปัจจุบันมีการจัดการศึกษาตามบริบทของการจัดการศึกษาอันเป็นไปตามแผนการศึกษา ของชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คือ พัฒนาคน พัฒนาครูอาจารย์ พัฒนาสังคม ในหลากหลายรูปแบบที่เน้น การมีส่วนร่วมขององค์กรภาครัฐและเอกชน เป็นการจัดการศึกษาที่เน้นด้านอาชีวศึกษามากขึ้น การมุ่งเน้นให้มี การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับปริญญาตรี เพื่อเน้นการมีงานท าโดยอาศัยปัจจัยหลักในองค์กรหลักจาก ภายนอกหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยด้านเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจ ด้านระบบราชการ ด้านการเมืองการปกครอง ด้าน คุณธรรมจริยธรรม ซึ่งส่งผลให้จัดระบบบริหารจัดการกระทรวงศึกษาธิการรูปแบบใหม่ โดยบูรณาการองค์กรหลัก ของกระทรวงทั้ง 5 องค์กรหลัก โดยให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้มีอ านาจสูงสุด กระจายอ านาจไปสู่ส่วน ภูมิภาคไปยังศึกษาธิการ โดยแต่ระภาคจะประกอบไปด้วยกลุ่มจังหวัด ในแต่ละจังหวัดมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นฝุาย ก ากับดูแลหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัด เขตพื้นที่และสถานศึกษาซึ่งเป็นการกระจายอ านาจโดยให้มีการก ากับ ควบคุมดูแลกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย หลักสูตรไม่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ทั้งใน เชิงปริมาณที่มากเกินไปไม่ได้เน้นทักษะการน าไปพัฒนาต่อยอดและเชิงคุณภาพมาตรฐานการเรียนรู้ไม่สามารถ พัฒนาไปพร้อมกันได้อย่างตามศักยภาพ เนื่องด้วยปัจจัยภายนอก ไม่เพียงแต่ กระบวนการสอน ครูผู้สอน หรือตัว เด็กเองเท่านั้น เช่น ปัจจัยด้านเทคโนโลยีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัย ด้านระบบราชการ เนื่องด้วยระบบราชการเป็นอุปสรรคซึ่งเกิดจากความล่าช้าในการประสานงาน ปัจจัยด้าน การเมือง กล่าวกันว่าการปฏิรูปหรือพัฒนาการจัดการศึกษาจะส าเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับการเมืองมากกว่า แนวทางและวิธีการ ซึ่งในสภาพปัจจุบัน เปูาหมายและศูนย์กลางของการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ได้เฉพาะเจาะจง มาที่ ผู้เรียน แต่ยังคงมีเปูาหมายอยู่ที่ครูหรือผู้สอน ท าให้หลักสูตรในปัจจุบัน ไม่ตอบสนองต่อผู้เรียน รวมทั้งความ ต้องการของสังคมไทย และสังคมโลก ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เป็นยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต่างๆ ได้รับความนิยมและมีความรุ่งเรืองมาก ท าให้หลักสูตรต้องได้รับการพัฒนาต่อไปได้
54 แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโลกโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันที่มีการเชื่อมโยงในทุกด้านร่วมกันทั่วโลก ส่งผลให้ เกิดการเคลื่อนย้ายองค์ความรู้กฎกติกาการด าเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งการค้า การลงทุน การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เชื่อมต่อถึงกัน ประกอบการเปิดเสรีทางการศึกษา แนวโน้มการศึกษาไทยมีการจัดท าหลักสูตรให้ เป็นสากลมากขึ้น การก้าวทันตามเทคโนโลยี หันมาพัฒนาผู้เรียนให้เป็นนวัตกร เพื่อพัฒนาต่อยอดและสร้าง นวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ กระตุ้นทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ มีการพูดคุยตกลงร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนใน ชั้นเรียน การใช้เทคโนโลยีส่งเสริมการเรียนการสอน หลักสูตรในอนาคตจึงควรที่จะเป็นหลักสูตรในรูปแบบที่เน้น ผู้เรียนเป็นหลัก และปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้สอน ให้คอยสนับสนุนหรือในค าแนะน า ค าปรึกษาแก่ผู้เรียนให้ ผู้เรียนได้คิด ได้ท า ได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตนสนใจ เพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากการได้เลือกใน สิ่งที่ตรงกับศักยภาพของผู้เรียนควรมีการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องของการต่อยอดสร้างงานและอาชีพ
55 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2562),การศึกษาสภาพปัญหาการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย (อนุบาล 1 – 3). สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จากhttps://reo10.moe.go.th/wpcontent/uploads/2019/01/2561child_education_management.pdf กระทรวงศึกษาธิการ. (2560), หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560). สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก https://reo10.moe.go.th/wpcontent/uploads/2019/01/2561child_education_management.pdf กระทรวงศึกษาธิการ. (2560), หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก http://academic.obec.go.th/images/document/1590998426_d_1.pdf กระทรวงศึกษาธิการ. (2562), หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/20/2562/newv1.pdf กระทรวงศึกษาธิการ. (2563), หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/30/2563/newv3.pdf กระทรวงศึกษาธิการ. (2562), หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พุทธศักราช 2562. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก https://th.wikisource.org/wiki/ ประหยัด พิมพา. (2561), การศึกษาไทยในปัจจุบัน. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก file:///C:/Users/HP/Downloads/Prayad++PimPa+p242-249%20(1).pdf พัชรพล นามเสาร์. (2562). ปัญหาและแนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร. สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก https://patcharapol7745.blogspot.com/2019/09/blog-post_4.html ส านักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา. (2560), หลักสูตรอุดมศึกษา (เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอุดมศึกษา). สืบค้นวันที่ 30 เม.ย. 2566. จาก http://cid.buu.ac.th/standard/Standard%20Curr-2558- B ook.pdf
Make a wish!