รายงานการอบรม และการศึกษาดงู าน
ปการศกึ ษา 2562
โดย ทงั้ ในประเทศและตางประเทศ
นายนันทพงศ อนิ ทยงุ
ครูผูสอน กลมุ สาระวิทยาศาสตร
โรงเรียนธรี ธาดา พษิ ณโุ ลก ตําบลสมอแข อําเภอเมอื ง จงั หวดั พิษณโุ ลก
สงั กดั สาํ นักงานคณะกรรมการสงเสรมิ การศกึ ษาเอกชน
2 หนา
สารบัญ 10
เร่อื ง 19
13
1 รายงานการอบรมภายในประเทศ 4
1.1 ภายในโรงเรียน 24
1.1.1 วนิ ัยกบั ครอบครัว (โรงเรียนธีรธาดา พษิ ณโุ ลก) วนั ท่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
1.1.2 สมรรถนะ “คร”ู สสู มรรถนะ “เดก็ ” วันท่ี 30 กันยายน – 2 ตลุ าคม พ.ศ. 2562 28
1.2 ภายนอกโรงเรียน 29
1.2.1 Design Thinking (โรงแรมหรรษนนั ท พิษณุโลก ) วนั ท่ี 13 – 14 มิถุนายน 2562
2 รายงานการอบรมตา งประเทศ
2.1 รที รีต บุคลากร (ประเทศลาว) 10 - 12 พฤษภาคม 2562
2.2 ศึกษาดงู าน Fukuoka ประเทศญ่ีปนุ วันท่ี 5-10 ตลุ าคม 2562
3 สรปุ การอบรม
3.1 ตารางสรุปการอบรมภายใน
3.2 ตารางสรุปการอบรมภายนอก
3
Retreat บุคลากร
เปดหัวใจทว่ี า งรวมกันสรา งองคก ร
10 - 12 พฤษภาคม 2562
4
โรงเรียนธีรธาดา พิษณโุ ลก
รที รีท บุคลากร
เปด หัวใจที่วางรวมกนั สรา งองคก ร
10 - 12 พฤษภาคม 2562
ลงลําเรือ ลอ งลาํ ตามน้าํ โขง ลอ งเรือลง ตามนาํ้ ตามวถิ ี
เปด ใจกวาง สรางองคกร ท่เี รามี ใหเ ตบิ โต เต็มท่ี และยังยนื
จากการไดเ ขา รว มรีทรตี บคุ ลากร ของโรงเรยี นธรี ธาดาในคร่ังนี้ เดนิ ทางมาดวยหัวใจที่วาง พรอ มเปดกวาง
รับความรู และประสบการณใหมๆ ทจ่ี ะเกิดขน้ึ ตลอดการเดนิ ทางพรอมการเรยี นรนู ี้ ตามโปรแกรมกําหนดการ
ตา งๆ และ ระหวา งการเดินทาง ซึ่งไดพบส่งิ ตางๆทีไมเคยเจอไมเคยเหน็ ระหวางการเดินทางท่ีมีใหเรยี นรตู ลอด
เสนทาง ใหค ดิ ตามตลอดเวลา โดยเฉพาะชวงรีทรีต เปด ใจใหว า ง รวมกันสรางองคกร โดยทา น ผศ. ปรชี า วฒุ ิ
การณ ทานไดใหความรแู ละย้ําเตอื นในเรื่องของ The 7 Habits of Highly Effective People โดยทานไดแ กะ
มาจากหนังสือที่ประพนั ธโ ดย Steven Covey ทีไ่ ดกลา วถงึ อปุ นิสยั 7 ประการของผูที่ประสบความสําเรจ็ ซง่ึ
เปนแผนทีใ่ นการดาํ เนินชีวิตเพ่อื นําไปสูค วามสําเร็จ และวธิ ีการยกระดบั คณุ ภาพจิตใจ เปน ตน มีใจความสําคัญ
ดงั ตอ ไปนี้
อปุ นิสัยที่ 1. นสิ ัยรแู ละเลือก (Be Proactive) การรูและเลือกคือการมสี ติ
ตามตวั อยตู ลอดเวลา รตู ัววาขณะนตี้ นเองกําลังทําอะไรอยู และผลท่ีเกดิ จากการ
กระทาํ นี้คืออะไร สรปุ คอื ชีวิตนเ้ี ปน ของใครกันแน ดังนั้น หากเรารูจ ักเลอื ก รูจกั
หยุดคิดกอ นทจี่ ะตอบสนอง เราจงึ จะมีชวี ิตทีเ่ ปนของเราจรงิ ๆ และจะเลิกโทษ
ผูอื่น เลกิ โทษโชคชะตาเทวดาฟาดิน และจะไดชื่อวาเปน คนทีม่ วี ฒุ ภิ าวะอยาง
แทจรงิ เมอื่ นนั้ จติ จงึ จะนิง่ สงบไมกระเพ่ือมไปกับสงิ่ ภายนอกทีเ่ ขามากระทบ จิต
จึงมีพลังสามารถทําการใหญได การจะมีสติตามทันอารมณไ ดน้นั จติ ตอ งมคี วามสงบหรอื มีสมาธิในระดับหน่งึ
ซึง่ ทาํ ไดโดยการ การสวดมนต หรอื ทาํ สมาธิ เปน ตน
อุปนิสยั ที่ 2. สรางเปา หมายในชีวิตเปน ภาพจารกึ ไวใ นจิตใจ (Begin with the End in Mind)
การมีเปา หมายทช่ี ดั เจน เชน ตอนน้ี อกี 5 ป 10 ป หรือ
ในบน้ั ปลายชีวิตเราอยากจะมีชีวิตแบบใด เมอ่ื มี
เปา หมายเราจะรวู าตอนนี้ควรทําสง่ิ ใด ตอนนี้กําลงั ยืน
อยตู รงจดุ ไหน จะตองไปอีกไกลเทาไร และไปดว ยวิธี
ใดบา งจงึ จะบรรลุเปาหมาย จะทําให การใชชีวิตในแต
ละวันมีคุณคาและไมน า เบ่อื เปา หมายจะเปนตัวกาํ หนด
พฤติกรรมตา ง ๆ ของเรา เปาหมายท่ดี จี ะตอ งชดั และ
ตองสรา งเปน ภาพจารกึ ไวใ นจิตใจตลอดเวลาและการ
สรางเปา หมายตองมาจากสงิ่ ทเ่ี ราชอบจรงิ ๆ ไมใ ชท ํา
ตามกระแสสังคม และทสี่ าํ คัญเปาหมายน้นั ตองพอท่จี ะ
เปนไปได นอกจากนนั้ เปาหมายในทนี่ ีผ้ ูแตงยงั หมายถงึ ภาพพจนท ่ีเราตองการใหคนอ่นื จดจาํ เราไดน้ันเปน แบบใด
เชนหากเราตายไปตอนนี้เราอยากใหท ุกคนจดจําเราไดในแบบใด เปน ตน
5
อปุ นสิ ยั ท่ี 3. ทาํ สิ่งทตี่ องทาํ กอน (Put First Things First) การทํา
สง่ิ ตาง ๆ ในชวี ติ ประจําวัน จะตอ งเลือกทําในสิง่ ทน่ี าํ พาเราไปสู
เปา หมายกอนเปนอนั ดบั แรก และทาํ อยางตอ เนื่อง และตองมกี าร
ประเมินตนเองอยตู ลอดเวลาวา ขณะนีเ้ รากําลงั อยูตรงจดุ ไหน อกี ไกล
เทา ไร และเรามาถกู ทางหรือไม มีเสน ทางใหม ๆ ท่จี ะชว ยใหเราไปถึง
เปา หมายไดเ ร็วขน้ึ หรือเปลา หรอื เรากําลังเสยี เวลาไปกบั ส่งิ ทไี่ รสาระ
เปน ตน ในการประเมนิ แตละครั้งจะตองอยบู นพืน้ ฐานของความเปน
จริง จะตอ งซื่อสตั ย ใชส ติ และไมเขา ขางตัวเอง นอกจากน้ันควรเลือก
ทําส่ิงท่ไี มเรง ดว นแตส ําคัญในชีวิตกอ น คนสวนใหญมักเลอื กทําในสง่ิ ทเี่ รง ดวนกอนเสมอ โดยลมื นกึ ไปวา ส่ิง
เหลา นัน้ สอดคลองกบั เปา หมายในชีวิตหรือไม จงอยา ทาํ ตามสิง่ ทสี่ งั คมกาํ หนด แตใหเลือกทาํ ในสิ่งท่ีเรากําหนด
เอง และผแู ตง กลา วเพ่มิ เติมวา การวางแผนทาํ ส่งิ ใดตองวางแผนในระยะยาวอยา วางแบบวันตอวนั เพ่ือจะไดง าน
เปน กรอบเปนกํา และตองหัดมอบหมายงานใหก ับคนท่ีไวใ จได เพอ่ื ท่เี ราจะไดมีเวลาไปทําสิง่ ท่ีสําคญั และตรงตาม
เปาหมายในชีวิตไดมากขนึ้
อุปนิสัยที่ 4. การรูจักแบงผลปน ประโยชนใ หแ กผอู ่นื ดวย (Think Win/Win) ในการอยรู วมกบั ผูอื่น เชน คน
ในครอบครวั เจา นายลูกนอง เพอ่ื นรว มงาน หรือลูกคา เปนตน ทกุ ฝายจะไดรับประโยชนอ ยางเทา เทียมกัน การ
ไมคดิ ถงึ ตวั เองแตเ พยี งฝา ยเดียวหรอื เอาความคดิ ของตนเองเปนทต่ี งั้ นั่นคอื การรูจกั เหน็ อกเหน็ ใจผูอนื่ และควร
หลีกเลย่ี งการกระทาํ ที่ทําใหผูอ่ืนเดอื ดรอน สิง่ เหลา นร้ี ูไดโ ดยการมองยอนเขา หาตวั เองวา หากเปนเราเจอแบบน้ี
จะรูส ึกอยางไร และนอกจากการเขาใจผูอ นื่ แลว ผแู ตง ไดกลาวถงึ บุคลิกลกั ษณะท่ีนาคบหาสมาคมและนา เชื่อถอื
คือตองปากกับใจตรงกัน รจู กั รกั ษาคาํ พดู มีวฒุ ิภาวะทางอารมณท่ีมน่ั คง สงบนง่ิ ใจกวา ง และมองโลกในแงด ี
และทส่ี ําคัญในฐานะผูบริหารหากตอ งการใหคนในองคกรไดร ับประโยชนอ ยา งเทาเทียมกนั ควรจะจดั ระบบ
ขึ้นมารองรับ เชน คนทตี่ ั้งใจทาํ งานก็ควรจะมีรางวัลหรือโบนสั เปนตน เพอื่ ใหเกิดความโปรงใสและทุกฝายใน
องคกรไดรับประโยชนเทา กนั อยางแทจริง
อุปนิสยั ที่ 5. การพยายามเขาใจผูอนื่ มากกวาใหผ ูอื่นมาเขาใจเรา (Seek First to Understand, Then to
Be Understood) สว นใหญแ ลว มนษุ ยมกั ชอบพดู ใหผูอื่นฟง มากกวา ฟง ที่คนอ่นื พดู ดงั น้ัน เมือ่ ไมม ีใครยอมฟง
ใครปญหาจึงเกิดขึน้ การฟงอยางตัง้ ใจและพยายามที่จะเขา ใจผอู ื่นแทนที่จะใหผูอ่ืนมาเขา ใจเรา อกี ฝา ยจะรับรถู งึ
ความรสู กึ เหน็ อกเหน็ ใจจากเรา และเกิดความผอนคลายลงในระดบั หนง่ึ และจะยอมรับฟงความคดิ เห็นจากเรา
ดวยในที่สดุ การเปนผฟู งที่ดีและพยายามท่ีจะเขา ใจอีกฝา ย เชน ขณะน้ันเขารสู ึกอยา งไร และเขาพูดไปเพื่ออะไร
เปนตน จะทาํ ใหมองเห็นประเด็นของปญหาไดอยา งชดั เจนและสามารถแกไขไดอยางตรงจุด แตผแู ตง ไดใหข อคิด
ไววา การฟงนัน้ ตองฟง อยางมสี ติ อยา ฟงจนเคล้ิมและตองมีจุดยนื ในตวั เองดวย ผูแตงไดก ลาวเพ่ิมเตมิ วาการฟง
ดวยความเห็นอกเหน็ ใจจะชว ยลดอคตทิ ่ีมตี ออีกฝา ยไดและจะไมเ กิดการตดั สินคนจากคาํ พดู เพราะขณะนั้นจิตใจ
จะมีความเมตตาไมป รงุ แตง เปนอารมณ นอกจากนัน้ หากตองการพูดแสดงความเห็นอกเหน็ ใจ กอ นพดู ควรถาม
ความรสู กึ ของตนเองกอนวา ในเวลานค้ี วรพดู หรือไม ควรพูดแคไหน และควรพูดอยา งไรจึงจะเปน การแสดง
ความเหน็ อกเห็นใจอีกฝา ยอยางแทจริง
อุปนสิ ยั ที่ 6. การสรา งทีมเวริ ค (Synergize) การสรา งทีมเวริ ค ใหเกดิ ขน้ึ ภายในองคกรเปนหนา ทขี่ อง
ผูบรหิ ารคือการดึงเอาศักยภาพของลกู นองแตล ะคน มาผสมผสานกนั อยา งลงตัว และสามารถเปลยี่ นความ
ขัดแยง ใหกลายเปน สิง่ ทีสรางสรรคไ ด ในฐานะผูบริหารตองมองปญ หาและการทะเลาะเบาะแวงใหเปน เร่ืองปกติ
6
แตใ หคิดวาจะทําอยา งไรถึงจะสามารถเปลี่ยนส่งิ เหลา นี้ใหก ลายเปนผลงานได นอกจากนนั้ การบริหารลกู นอง
จาํ นวนมาก ๆ จะใชว ธิ ีเดียวกันหมดไมไ ดเ พราะแตล ะคนยอมไมเ หมือนกัน ในฐานะเจา นายจงึ ตองมีการ
ปรับเปล่ียนวธิ ีการอยตู ลอดเวลา ซึง่ จะรูไดวา คนไหนตอ งใชวธิ ีใดก็ตอ งเริม่ จากการรจู ักตนเองกอนเม่ือรูจักตนเอง
จึงจะรูจกั ผอู น่ื และตองพยายามเขาใจวา อกี ฝายกําลังรสู กึ อยางไรดว ย จงึ จะสามารถปรับเปล่ยี นวิธีการไดอยาง
ทนั ทว งที ผูแ ตง ไดใหขอคิดในการทํางานเปนทีมคอื สง่ิ ท่ีขาดไมไ ดคือความถอมตน จงคิดวาทุกคนยอ มมขี อดใี น
แตล ะดา น ไมม ใี ครดีกวา ใคร หากคิดเชน นี้อัตตาตวั ตนก็ไมเ กิด การทํางานเปน ทีมจึงจะสมบรู ณ
อุปนิสยั ที่ 7. การเพิม่ พลงั ชีวิต (Sharpen the Saw) วา ดวยวธิ ีการพกั จิต และเพ่ิมพลงั เพื่อพรอมที่จะตอสู
กับชวี ิตตอ ไป มีวิธกี าร ดังนี้
1. ออกกาํ ลังกายอยางสมํา่ เสมอ ทานอาหารทมี่ ีประโยชน
2. หดั สรางมโนภาพอยูตลอดเวลา ตอ งอานหนังสอื เพิม่ พนู ความรู
3. มีความเมตตาและเหน็ อกเหน็ ใจผูอ่นื
4. เขาใจและรูจักตนเองอยางถองแท และสรางความสงบภายใน
จากอปุ นสิ ัยแหง ความสําเรจ็ ทั้ง 7 ประการ ท่กี ลา ว
มาแลวขา งตน สามารถสรุปเปนใจความสน้ั ๆ ไดว า Steven
Covey ใหความสาํ คัญในเรอ่ื งการใชส มองขา งขวา การใช
จินตนาการ การมคี วามคดิ ริเริ่มสรางสรรค การมีหลักคณุ ธรรมใน
การดาํ รงชวี ิต และการสรางแผนทีช่ ีวิตนอกจากขอคิดแนวทาง
ปฏิบัติตามวทิ ยากรไดบรรยายตามโปรแกรม ในการรที รีต
บคุ ลากรนั้น ระหวา งลอ งเรือไปตามลําแมนาํ้ โขงผมไดเ ห็นสะพาน
ทํากําลังกอ สรา ง ซง่ึ ไดท ราบวาเปน สะพานรถไฟฟา ความเร็วสูง ท่ี
ดูมีความคืบหนาอยางมาก ทําใหผ มคดิ สะทอนมายังประเทศ
แผนดนิ ตัวเอง ท่ีมคี วามเชือ่ เสมอมาวา ประเทศเรากาํ ลงั พัฒนามานานแลว และมีความพัฒนามากกวา ประเทศ
ลาว ตง้ั แตผ มยงั เดก็ ผมยงั จําฝงใจอยเู สมอเม่ือสมัยผมยงั อยชู นั้ ประถมศึกษาปท่ี 2 ไดมโี อกาสไปทัศนะศึกษาที่
อ.เมอื ง พษิ ณโุ ลก มผี ชู ายวัยกลางคนถามผมวา มาจากท่ีไหนกัน ผมตอบอยางมนั ใจวา มาจากนครไทย เขาตอบ
กลบั ทา นทีวา พวกลาว เดก็ บานนอก ผมไมรวู า มนั มคี วามหมายอะไร แตร สู ึกคาํ วา ลาว มันดตู ํา่ ตอย เราเปนคน
ไทย ทําไมเรยี กเราวา ลาว ความรูส ึกตอนน้ัน ลาวคือประเทศเล็กๆ อดยาก ลาหลงั ไมม ีความพัฒนาเหมือน
ประเทศไทย จนวนั นท้ี ําใหส ะทอนใจทนั ทเี ม่อื ลาวกาํ ลังสรา งรถไฟฟา
ความเรว็ สูง และความอุดมสมบูรณข องทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่
ไทยยงั ไมมีความมั่นคงในการปกครองประเทศเลย
เม่อื ถึงหลวงพระบาง ซงึ่ เปน เมืองมรดกโลกโดยองคก ารยูเนสโก
(UNESCO) ยังคงรกั ษาไวซ ง่ึ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม
อันดงี ามมากท่สี ุดในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต เปน เมืองที่มีความ
เกาแกเพราะเปน ราชธานีแหงแรกของอาณาจักรลานชา ง ตง้ั อยทู าง
ภาคเหนอื ของลาวบริเวณริมแมน า้ํ โขงและแมนา้ํ คาน ซึง่ ไหลมา
บรรจบกันกอ ใหเ กดิ ทศั นียภาพทางธรรมชาติอนั สวยงาม โดยมีวดั
เกา แกมากมาย บา นเรอื นเอกลกั ษณสไตลโคโลเนยี ล
ขนบธรรมเนียมและประเพณีท่ยี ังคงสบื เน่ืองไวเ ปน อยางดี รวมถึงผคู นทเ่ี ปนมิตร ทําใหผมน้ตี องตกหลุมรักเมอื ง
มรดกโลกแหง น้ีอยางไมต องสงสัย จากการเทย่ี วชมสถานท่ีตา งๆดังน้ี
7
1.วัดเชียงทอง
ท่สี ดุ ของท่ีเท่ียวในหลวงพระบาง คือวดั เชียงทอง เพราะไดสมั ผัสสถานที่ทน่ี ักโบราณคดีตา งกย็ กยอง
วาเปน ดง่ั อัญมณีแหง สถาปต ยกรรมลาว มอี โุ บสถตามแบบสถาปตยกรรมหลวงพระบางแท สรางเปน หลงั คาทรง
เตย้ี โดยแอนโคงซอนกนั อยู 3 ช้นั ภายในยังมพี ระประธานสีทอง แลดูงดงามเขากับประตูพระอุโบสถที่แกะสลัก
ปดทองฉลุนอกจากนยี้ งั มีลวดลายประดับตามฝาผนงั ทมี่ คี วามพเิ ศษตรงการใชก ระจกสนี ําเขาจากญ่ีปุน แลวตัด
ใหเ ปน ชนิ้ เลก็ ๆมาประดับแบบโมเสค เลาเร่อื งพุทธศาสนาและวถิ ีชีวติ ของชาวหลวงพระบาง ออ แลวอยาลืมเดนิ
ไปบริเวณผนงั ดานหลงั อโุ บสถดว ยนะ เพราะมที เี ด็ดตรงท่ีภาพประดับกระจกรปู ตน ทอง ทัง้ วจิ ิตรและงดงาม มี
ประกายสะทอนวิบวบั สวยงาม
2.พระราชวังหลวงพระบาง
พระราชวังหลวงพระบางนั้นสวยงามไมแพของไทยเราจริงๆ เปนการผสมผสานสถาปต ยกรรม
อยา งลงตัวระหวางศิลปะยุคอาณานคิ มกบั ศิลปะ
แบบลา นชาง ดังจะเห็นไดจากอาคารสไตลฝรง่ั แตมี
หลงั คาแบบทรงลาว ตัวพระราชวังเปน หมูอาคาร
เตีย้ ๆช้ันเดยี ว ตงั้ อยูบนพน้ื ยกสงู ริมแมนํา้ โขง หัน
หนาเขา สูพระธาตพุ ูสี และมีสภาพบรรยากาศทร่ี ม
รน่ื ซง่ึ พระราชวังแหงนีส้ รา งข้ึนในป 2447 สมยั เจา
มหาชวี ิตศรสี วา งวงศ
โดยภายหลังการเปลย่ี นแปลงการปกครองนน้ั
รัฐบาลลาวไดเ ปลีย่ นเปน ‘หอพพิ ิธภณั ฑ’ท่จี ัดแสดง
โบราณวัตถแุ ละของมีคา ตางๆ เชน พระบาง ซึ่งเปนพระพุทธรูปศกั ดส์ิ ิทธ์ิของชาวลาวประดิษฐานอยใู นหอไตร
ถา จะมาเขาชมจะตองแตง กายใหส ุภาพ แลว ทน่ี ไ่ี ดเ ปด ทุกวันยกเวนวันอังคาร แบงเปน ชวงเชา และชวงบาย
8
3.น้ําตกตาดกวางสี
จุดเดนของหลวงพระบางในแงข องธรรมชาติคือนา้ํ ตกตาดกวางสี ซ่งึ เปน นา้ํ ตกหนิ ปูน จงึ ทาํ ใหมีนาํ้ สีเขียวมรกต
แถมยังใสมากๆอีกดวย มคี วามสงู กวา 70 เมตร แวดลอมไปดว ยปาอันรมร่ืนยังกบั อยูในปาหมิ พานตเลย ซึ่งนํ้าตกตาด
กวางสนี บั วาเปนน้ําตกที่สวยทสี่ ุดและเปรยี บเสมือนสวรรคกลางปา แหงหลวงพระบาง จนทําใหฝร่ังแถบยุโรปชอบมา
ต้ังแคมปและผจญภยั กันทนี่ ่ี
ภาพถ่ายโดย ครูธณฐั ชยั เนียมวง
4.พระธาตุพูสี บางคนถึงกบั บอกวาหากไมไดมาพระธาตุพสู กี เ็ หมือนมาไมถงึ หลวงพระบาง เพราะ
ทนี่ เี่ ปน แหลงรวมความอเมซิงของหลวงพระบาง ขนึ้ ช่ือท้ังพระธาตบุ นยอดเขาพูสที ่ีมคี วามสูงกวา 150 เมตร
สามารถมองเหน็ ไดแตไกลจากทกุ มมุ เมืองเลยกว็ า ได ตัวพระธาตเุ ปน ทรง
ดอกบวั สี่เหลย่ี มสที อง มยี อดท่ีประดบั ดวยเศวตฉตั รทองสํารดิ เจ็ดชน้ั สูง
ประมาณ 21 เมตรและมจี ดุ ชมววิ ทส่ี วย
ท่สี ุดในหลวงพระบาง มองเห็นววิ ได
360 องศา ถงึ แมจ ะตอ งเดินขึ้นบันได
328 ข้นั มนั ก็คุม แถมระหวา งทางยังรม
ร่นื ไปดว ยตน จาํ ปา ยง่ิ ถามาในชว งบา ย
แกๆ กจ็ ะเห็นองคพระธาตุกลายเปน สี
ทองสุก หรือใครมาชวงเยน็ เพื่อรอชม
พระอาทติ ยต กลบั แมน้ําโขง ก็จะไดช ม
ววิ ที่สวยงามจบั ใจไปอีกแบบ
5.ตักบาตรขาวเหนยี ว
มาถึงหลวงพระบางจะตักบาตรธรรมดาๆไดไ ง เพราะที่หลวงพระบาง เขามีประเพณที องถนิ่ ขึน้
ช่อื อนั เปน เอกลักษณ น่ันคือ ตกั บาตรขาวเหนยี ว พิกัดบรเิ วณหนาวดั แสน ซ่งึ ทาํ ใหผมรูสกึ เขาถึงหลวงพระ
บาง ไดรบั พรจากพระภิกษสุ ามเณรอยา งอิ่มอกอ่ิมใจ และเขาถึงประเพณี ซ่ึงจํานวนพระสงฆใ นหลวงพระ
บางนัน้ ก็มเี ยอะมากนับรอยรูป จงึ ไมต องกลัวเลยวาจะใสบาตรกันไมทัน หลงั พธิ ีเสร็จใครจะเดินเทีย่ วชม
เมอื งตอดูตลาดเชากไ็ ดซึมซับวถิ ีชวี ิตของชาวหลวงพระบาง แบบสโลวไลฟสดุ ๆเลยครับ
9
6.ตลาดมดื
พดู ชอื่ ตลาดมืดแลวผมเขาใจผิดทนั ทเี ลยวา เปนตลาดขาย
ของผิดกฎหมาย แตจริงๆแลว มนั คอื ตลาดกลางคนื ท่ขี ายของ
แทบจะทกุ ชนิดเลยก็วา ได ไมวา จะเปน เสือ้ ยืดสกรนี ภาษาลาว
งานฝม ือ ผาทอ รมกระดาษสา กระเปา ผา ลวดลายสวยงาม ขาว
ของเครื่องใช เครื่องประดบั ภาพวาดจากศลิ ปนทองถ่ิน เสื้อผา
แบบพน้ื เมือง และอีกมากมายจนนบั ไมห มด ในตอนกลางวันนนั้
ตลาดมืดก็จะแปรเปลยี่ นเปนตลาดเชา มผี กั สดและผลไมท องถนิ่ ตางๆวางขายอยางเรยี งราย อกี ทั้งยังมรี า นอาหาร
พน้ื เมืองใหเราไดล้มิ รสอาหารลาวแทๆ ซง่ึ เราขอแนะนําเมนู เมี่ยงคาํ ลาว ทาํ มาจากการนําใบผักตา งๆมาสอดไสถัว่
หวานทผี่ ัดกับมะเขือ ผสมกับเสนขนมจนี ทานคูกบั นํ้าพริกแหงและถว่ั ลิสงคว่ั นับเปนอาหารจานเด็ดท่มี ีรสชาติ
กลมกลอ มมากๆ ตลาดมืดจึงเปนอีกหนง่ึ เปาหมายสดุ ฮิตทีม่ ีครบจริงๆ
7. พิธบี ายศรสี ขู วญั
พิธบี ายศรีสูขวัญ เปนประเพณีท่นี กั ทอ งเท่ียวหรือผเู ดนิ ทางท่ี
ไปเทย่ี วเมืองหลวงพระบางจะตอ งไดร บั การตอนรบั ถือเปน
พิธกี รรมท่เี ปน พธิ ีท่ีเปน สิรมิ งคลเปนการผกู มิตรไมตรีระหวาง
เจา บานของสถานท่ีนน้ั ๆ และ นักทองเท่ียวผมู าเยือน เปนการ
เชญิ ขวญั ทีห่ ายไปจากการเดนิ ทางไกล และยาวนาน ใหก ลับมาท่ี
ตัวเราเพอ่ื ใหเ ราเองมสี ติ และไมประมาท ในการเดินทางและการ
ทาํ กจิ ตางๆตอไป โดยข้นั ตอนนน้ั จะมีการนํากระทงทจี่ ัดไว คลา ยๆกับบายศรีในไทย และ หมอขวญั กจ็ ะมีการผกู
ขอ มือดว ยสายสิญจน ตามดวยผูใหญบ านเรอื นแถวนัน้ และจะมีชาวบานมาบรรเลงเพลง เมือ่ มเี พลงก็จะมนี างรํามา
แสดงใหชม นับเปนประเพณีท่ีสืบทอดกนั มาอยางยาวนาน และ ยงั คงสืบตอไป ทําใหผ มรสู ึกอนุ ใจ เหมือนอยูกับพ่ี
กับนอ ง รสู กึ อบอุน ผมไดทานกลว ยไปสองลกู ขนมช้ัน ขนมขี้แมว ทานวา กนิ กลว ยจะทําอะไรๆก็เรียบงาย ทํา
สะดวกสบาย งา ยข้ึน ขนมชัน้ กจ็ ะไดเ ลื่อนข้ันเลือนตําแหนงกันสูงๆ สว นขนมขแ้ี มว ชอ่ื เสยี งกจ็ ะไดโดงดัง สว นขม
เปยกปูนผูนาํ รที รตี ทา นถามแลว ไกดต อบวาอรอยดี
ผมสามารถพูดไดเลยวา หลวงพระบาง คือแหลงรวมของดปี ระเทศลาวท่ีการนั ตวี าเมืองมรดกโลกนั้นไมไดม าเพราะ
โชคชว ย แตด ว ยความสวยงามและความเฟองฟูของทงั้ วัฒนธรรมและธรรมชาติจริงๆ
สดุ ทา ยน้ี ขอขอบคุณ ทานประพฤทธิ์ สุขใย ศึกษาธกิ ารจังหวัดพิษณโุ ลก ทีใ่ หเกียตริ ว มการเดินทาง ขอขอบคุณ
ทานอาจารยวลั ลา สันติภาดา ท่ีนาํ โอกาสมาให คณะผบู รหิ าร พรอ มทั้งทีมงานรับผิดชอบตลอดการเดนิ ทาง ไกด
คนขบั รถ ตลอดพนักงานโรงแรม และ คณะครผู ูรวม รที รีตบุคลากรเปด หัวใจทว่ี างรว มกันสรางองคกร พษิ ณุโลก –
นาน – หลวงพระบาง ในคร่ังนี้
นันทพงศ อินทยุง
( นายนนั ทพงศ อนิ ทยุง )
10
วินัยกบั ครอบครวั
วนั จันทรท ่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
11
รายงานสรปุ การเขารว มรับฟงบรรยาย
เรือ่ ง วนิ ยั กับครอบครัว
วนั จันทรท ่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
ณ โรงเรยี นธรี ธาดา พษิ ณุโลก
ผเู ขา รบั ฟงการบรรยาย : นายนนั ทพงศ อนิ ทยุง
ตําแหนง : ครูผสู อนวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
วนั ทีเ่ ขารับการฝก อบรม : วนั ท่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ.2562
สถานที่ : หองประชุมโรงเรียนธีรธาดา พิษณุโลก
วิทยากรผบู รรยาย : รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
ผูอาํ นวยการศูนยค ุณธรรม (องคก ารมหาขน)
เน้อื หาการบรรยาย
รศ.นพ.สุริยเดว ไดก ลาววาผใู หญสว นมากหาทช่ี ารตแบตชีวิตไดทัว่ ไป เชน การนอน การเทีย่ ว การกิน เปน
ตน แตเด็กยังหาท่ชี ารต แบตชวี ติ ตนเองไมเจอ เดก็ บางคนระบบนิเวศนรอบตัวกป็ ว ยมากกวาตวั เดก็ อีก สูชวี ติ
กันจนจิตวญิ ญาณวิง่ ตามเราไมทนั หากเรารูจ ักขอบคณุ รา งกายตนเองในทุก ๆ วันจะเปนวันท่ีดขี องทง้ั รางกาย
และจติ ใจของเรา ปจ จบุ ันภายในครอบครวั สว นใหญพ่เี ล้ยี งจะมีบทบาทในชีวิตของลูกมากกวา พอแมทแี่ ทจริง
ลูกเลือกท่จี ะอยกู บั พเ่ี ลย้ี งมากกวาพอกับแม และพี่เลย้ี งมคี วามเขา ใจนสิ ยั ใจคอลูกมากกวาพอแม หากพอแมใช
เวลาสวนใหญอ ยกู บั ลกู ไมใ ชซ้ือทุกอยา งใหล กู แทนเวลา อาจจะทําใหล กู เขาใจและตองการพอแมมากกวาพเี่ ลีย้ ง
กไ็ ด เราทุกคนเกิดมามตี นทนุ ชีวิตในระดบั หนึ่งแลว จะมีเพ่มิ ขนึ้ ตามการเลยี้ งดูของพอแม สิ่งแวดลอมท่ีดี และ
ความใกลช ดิ กบั ธรรมชาติ แตโลกยคุ เทคโนโลยใี นปจ จุบัน ทาํ ใหช วี ิตผูคนมีความเปน วัตถนุ ยิ ม หางไกลธรรมชาติ
มากขึ้น ตองแยงกนั อยู แยง กันกิน แยง กนั เรยี น แยงกนั ทาํ มาหากนิ พอแมเล้ียงลกู ดวยเงนิ ขาดความเขาใจใน
พัฒนาการ มีความคาดหวังเกินความเปน จรงิ จนเกดิ ความเครยี ด เด็กๆ ครํ่าเครงกับการเรียน ผใู หญค รํา่ เครงกับ
การทํางานหาเงนิ การวดั คุณคาจงึ แตกตางจากอดตี คุณคาทจี่ ําเปนตอการมชี วี ิตทีด่ ีถูกบั่นทอนโดยไมรตู วั เด็ก
คนไหนโชคดเี กิดมาทามกลางครอบครวั และสิง่ แวดลอ มท่ีอบอนุ มีความเขา อกเขา ใจกนั ชีวติ กจ็ ะพัฒนาเพ่ิมพนู
เปน ทุนทีเ่ ขมแข็ง เด็กคนไหนโชคไมด ีเกิดมาทา มกลางความขัดสน ดอ ยโอกาส เตบิ โตในสงั คม ส่งิ แวดลอมทไ่ี ม
เออื้ ตอการเรียนรูสิ่งที่ดี ตนทุนชีวติ ก็จะคอยๆ ถูกบนั่ ทอน ลดลงไปเรือ่ ยๆ
สว นหนงึ่ เพราะวนั นสี้ งั คมเปลีย่ น ระบบนิเวศรอบตัวเด็กเปลย่ี น เรมิ่ จากครอบครัว ท่ตี องใหเ วลา ให
ความรกั และทํากจิ กรรมรวมกับลูกมีเวลาทจี่ ะรับฟง ทุกอยางทีล่ ูกอยากเลาอยากบอกกับเรา ทาํ ใหเคา ดเู ปน
ตวั อยางเราปฏบิ ัติรกั และดแู ลแมข องเราแบบไหน ลกู ๆ ก็จะปฏบิ ัติตามแบบอยา งเราเหมือนในคลิปวดี โี อ ครู
ประจกั ษ ทาํ เปน กจิ วตั ร จนกจิ วตั รกลายเปน วิถีชวี ติ เปน การเรยี นรูแบบซมึ ซาบ กจ็ ะเปล่ยี นพฤติกรรมของเด็ก
ไดท ันที
หนา ที่ - รกั ดูแลเขม งวด ตดิ ตามกํากบั มากจนเกนิ ไป - Terms / Definition
1. คุมครอง – รักตามปกปองลกู ทุกท่ีทุกเวลา – ครอบครวั ปกปองลูก
2. โภชนาการ – เลีย้ งอวน เอาแตใ จ บรโิ ภคนิยม – ครองครัวฟุง เฟอ
3. ทอี่ ยูอาศัย – เลย้ี งแบบอวดรวย ขาดความผูกพนั ท้ังความเปน อยูแ ละรากเหงา – ครอบครวั หลายบา น
สขุ ภาพ – เลย้ี งแบบประคบประหงม เจ็บตวั บอ ย – ครอบครัวย้าํ คดิ ยํา้ ทํา
12
1. สงเสรมิ สนับสนนุ – เลยี้ งแบเรงรดั บังคบั – ครอบครัวกระตุนกระตุกความรักและไววางใจ แตอยา สําลัก
ความรัก เร่ืองนี้สําคัญมาก เพราะถาพอแมร ักลูกแบบท่ยี อมโอบอุมความทุกขไวจนลูกไมพรอ มรว มทกุ ขร วมสขุ
ไปกบั ครอบครัว น่ันไมใชรกั ท่ีถกู ตอง ถา ครอบครัวตกทุกขไดย าก ตอ งดึงลูกเขามามสี ว นรวมในการรบั รวู ิกฤต
ไปดว ยกนั แตด ูใหเหมาะกบั วัย ตอ งเปน นกั ฟง ท่ีดี ไมใชผพู ูดท่ีเกง การฟง มี 3 ระดบั แบบแรกคือฟงอยา งเดียว
บางบา นแคคนฟงเฉยๆ ก็หาไมเจอแลว เพราะเด็กกลายเปนคนฟง เราไมเคยฟงเสียงหวั ใจของลกู แบบทสี่ อง
คือฟง แลว สะทอนความรูสึกที่ดีทที่ ําใหคนเลาอยากเลา ตอ และแบบสุดทายคือฟงแลวเหลาความคดิ ใหเขา บาน
ตองมีวินยั บานไหนไมมวี ินยั จะลาํ บาก วินยั ที่พูดถึงน้ีตองเปนมาตรฐานเดยี วกนั ไมใชว าแมดุดันแตพอ ใจดี และ
วินัยตอ งอยบู นเมตตาธรรม ไมใ ชอารมณ ยดื หยุนไดบนหลักการและเหตผุ ล ผูใหญตองคุมอารมณต ัวเองใหเปน
ถาเราน็อตหลุดตลอด แตขอใหล ูกเปน คนดี มนั เปน ไปไมไดหรอก เราตองเปน ตนแบบท่ีดีกอ น ยอมรบั
ความสามารถของลูกและมีทัศนคตแิ บบเปดกวาง จาํ ไววาเด็กไมใชผ าขาว แตละคนเปนผาสพี น้ื ที่ไมเหมือนกนั
เลย อยาเล้ยี งลกู แบบเปรยี บเทยี บ
ประโยชนที่ไดร ับจากการฟงบรรยาย
1.รจู กั การรอคนเราไมส ามารถทําทุกอยา งไดภายในเดยี ว กายตองรอวิญญาณ
2.ไมส รางระบบนิเวศทีผ่ ิด ๆ กับเดก็ ไมเล้ียงลูกดว ยเงิน
3.ทําตวั ใหเ ปนแบบอยางทดี่ ี ยอมรบั ฟงปญ หาของเด็ก
เขา รับฟง การบรรยายกบั ร.ศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หวั ขอ วินยั กับครอบครัว
( นายนันทพงศ อินทยุง )
ครผู สู อนโรงเรียนธรี ธาดา พิษณุโลก
13
หลกั สูตร “การพัฒนาสถานศึกษาตามแนวพระราโชบาย
ดา นการศึกษาในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 10
สกู ารปฏิบัติ ดวยกระบวนการคิดเชงิ ออกแบบ
(Design Thinking )”
ในวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2562
14
สรปุ รายงานการอบรม
หลกั สตู ร “การพฒั นาสถานศึกษาตามแนวพระราโชบายดา นการศึกษาในพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั รชั กาล
ที่ 10 สกู ารปฏิบัติ ดว ยกระบวนการคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking )”
ในวนั ท่ี 13 – 14 มิถนุ ายน 2562
ณ โรงแรมหรรษนนั ท อําเภอเมือง จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
**************************************************
หลกั การและเหตุผล : องคก รตางๆ หรอื องคก รชัน้ นาํ ของโลกมากมายทัง้ ท่ีมที ง้ั ขนาดใหญแ ละขนาดเล็ก
อาทเิ ชน Google, Apple, Phillips, P&G และ Airbnb เปน ตน ไดน ําแนวคดิ น้ีไปใชและทําใหบ ริษทั เติบโตและมี
ผลกาํ ไรที่ดีอยา งมากมาย ผมกําลงั พูดถึงหัวขอแนวคิดวันนี้ครบั ซึง่ ก็คือ การคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
กอนท่ีเราจะเขาถึงเรื่อง Design Thinking ตองทําความเขาใจคําวา Design หรือการออกแบบ ซึ่งหลายคน
มกั มองวา การออกแบบ คือ การสรางสงิ่ ของใหมๆ เชน การสรางของใช การสรางเฟอรนิเจอร การสรางบาน และ
การวาดรูป เปนตน ใชครับนั่นเปนความเขาใจที่ถูก แตเปนความเขาใจที่ถูกเพียงสวนเดียว Simon (1968) ได
กลาวไววา การออกแบบ ไมไดเปนแคการสรางสิ่งของหรือส่ิงประดิษฐใหมๆ เทานั้น แตคือความพยายามที่จะ
เปลีย่ นแปลงสถานการณหรือสภาพแวดลอมในปจจุบัน ใหเปนไปตามที่เราคาดหวังไวในอนาคต ยกตัวอยางงายๆ
นะครับ ในสมัยกอนท่ีเรายังไมมีเครื่องบิน เราใชเรือหรือรถเปนพาหนะหลักในการเดินทางไกลๆ การสราง
เคร่อื งบินน่ไี มใชแคการทําใหการเดินทางเร็วขึ้นเทาน้ัน แตยังเปนการออกแบบประสบการณการเดินทางแบบใหม
แกปญ หาการขนสง และเพิม่ โอกาสตา งๆ อีกมากมายใหกับโลกใบน้ี การออกแบบทแ่ี ทจ ริงคือ การพัฒนาบางอยาง
และสรางการเปลยี่ นแปลงใหเกดิ ข้ึน
การคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking) คือ การคิดแกป ญหาที่สามารถนําไปสรางสรรคนวัตกรรมได การคิด
เชิงออกแบบน้ันตางจาก “ความคิดสรางสรรค”(creativity) คือ Design Thinking จะคํานึงถึงองคประกอบ 3
อยางประกอบกัน คือ การแกปญหา ความคิดสรางสรรค และ “คน” การคิดเชิงออกแบบจึงมีอีกชื่อคือ Human
centered design ท่ีคนเปนศูนยกลางการแกปญหา โดยเนนทําความเขาใจวาคนตองการอะไร แทนที่วิธีการ
แบบเดิมทม่ี กั เร่มิ ตน จาก “ปญหา”
หรอื อีกนัยยะหนงึ่ Design Thinking คือ “ กระบวนการคิดที่ใชก ารทาํ ความเขาใจในปญหาตางๆ อยางลึกซ้ึง
โดยเอาผูใชเปนศูนยกลาง และนําเอาความคิดสรางสรรคและมุมมองจากคนหลายๆ สายมาสรางไอเดีย แนว
ทางการแกไ ข และนาํ เอาแนวทางตางๆ น่ันมาทดสอบและพัฒนา เพื่อใหไดแนวทางหรือนวัตกรรมที่ตอบโจทยกับ
ผใู ชและสถานการณน ้ันๆ ”
Design Thinking มีหลายโมเดลดวยกัน เพราะในแตละ School ก็จะมีตัว Framework ของ Design
Thinking ที่ไมเหมือนกัน อยางท่ีเรามักจะเห็นกันบอยๆ คือ Design Thinking Process ของ Stanford
d.school และ The Double Diamond Design Process ของ UK Design Council ซึ่งในฉบับน้ีเราจะใช
หลกั การ Stanford d.school ในการเรียนรู
15
Design thinking ของ Stanford d.school ไดแบงข้ันตอนกระบวนการคิดออกเปน 5 ขั้นตอน ไดแก
Empathize, Define, Ideate, Prototype, และ Test จากท้ัง 5 ข้ันตอนน้ี จะเห็นไดวา ข้ันตอนท่ีหนึ่งและสอง
(Empathize และ Define) เปนข้ันตอนทําความเขาใจและตีความปญหาอยางลึกซ้ึง ข้ันตอนที่สาม (Ideate) คือ
ขั้นตอนในการใชความคิดสรางสรรคและมุมมองจากหลายๆ ดานมาสรางไอเดีย และขั้นตอนที่สี่และหา
(Prototype และ Test) คือ ขั้นตอนในการทดสอบแนวคิดและพัฒนาตนแบบท่ีเปนตัวอยางแนวคิด เพ่ือใหได
แนวทางหรอื นวตั กรรมท่ตี อบโจทยกบั สถานการณ/ปญ หาที่เกิดขน้ึ
วตั ถุประสงคการเรยี นรู
1.เพ่ือใหผูเขาอบรมไดเรียนรูความหมายท่ีแทจริงของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และสามารถ
นาํ มาแกไ ขปญหาไดแ บบมืออาชีพ
2.เพ่ือใหผูเขาอบรมสามารถประยุกตใชการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการทํางานไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ
3.เพือ่ ใหผูเ ขาอบรมไดมีพน้ื ฐานการปรับปรงุ พัฒนาองคกรทั้งดานคุณภาพและการบริการอยาง ย่ังยืน ดวย
แนวคิดของการคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
4.เพื่อใหผ ูเ ขา อบรมไดเ รียนรูข น้ั ตอนของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และสามารถนาํ ไปใชงานได
5.เพอ่ื ใหผูเขา อบรมไดเรยี นรูว ธิ กี ารบูรณาการหลักแนวคดิ ตางๆ ดวยการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
6.เพื่อใหผูเขาอบรมไดเรียนรูวิธีการแยกแยะและจัดลําดับความสําคัญของงาน และนําหลักการการคิดเชิง
ออกแบบ (Design Thinking) ไปประยกุ ตใชก ับงานทที่ าํ อยใู นปจจบุ ัน
หัวขอ การอบรม
1: ความหมายของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
• การคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking) จะเกิดขึน้ เมอ่ื ใด
• เพราะอะไรเราจึงตอ งใชก ารคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
• ความหมายของคาํ วา การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
• องคป ระกอบของการคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking)
• การคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking) กับการทํางาน
• ความสําคญั ของ การคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการพฒั นาตนเอง
• องคป ระกอบของความคิด ที่มาของความคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
• กระบวนการของความคดิ ใหไ ดม าซึง่ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
2: ปญหาและการวิเคราะหด ว ยการคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking)
• ปญหาคืออะไร และ อะไรคือปญ หาขององคก รในปจ จุบนั
• การจดั หมวดหมขู องปญ หาตามกฎ 20/80 ของพาเรโต
• เครื่องมืออยางงายในการวิเคราะหปญหา และสังเคราะหเพ่ือใหเกิดส่ิงใหมและแนวคิดใหมกับแนวคิดเชิง
ออกแบบ (Design Thinking)
• วิเคราะหก ระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพ่ือนาํ ไปใช
16
3: ข้นั ตอนของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
1. Empathize คือ การทาํ ความเขาใจจริงๆ กับปญหาทีเ่ กิดข้ึน โดยการฟงจากคนทม่ี ปี ญหา
2. Define คอื การนําปญ หาทีเ่ จอแลว ดวู า มันเปนเรื่องใหญท ่ีสุด นาํ มาเขาสกู ระบวนการที่จะแกป ญหากอน
3. Ideate (Idea + create) หรือ การ brainstorming เปน การระดมสมอง ระดมความคิด แนวทางในการ
แกป ญ หา
4. Prototype ตน แบบหรือเคร่ืองมือท่ีใชใ นการแกป ญหา
5. Test คือ ข้ันตอนใชจรงิ ๆ เพ่ือทดสอบการใชง านของสนิ คา โดย ผบู รโิ ภคไดใชก ันจรงิ ๆ
4: การประยุกตใ ชก ารคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking) กบั การทาํ งาน
• การมององครวม ( Holistic view )
• คิดอยา ง “เขา ใจ” ปญหาอยา งแทจริง
• คิดแบบ “ไมมีกรอบ” ในวิธีของ Ideate (Idea + create) หรือการ brainstorming โดยมีหลักการในการ
ระดมสมองท่ีดี คอื
• ตอ งพดู ทลี ะคน
• เนน ปรมิ าณมากกวาคณุ ภาพ
• ออกไอเดยี ใหก ระชบั
• ตอ ยอดไอเดยี กนั
• สง เสรมิ ไอเดียบาๆ
• วาดรูปก็ได
• อยา ออกนอกเรอ่ื ง
• อยาวิจารณไ อเดียคนอ่นื
• คิดเร็ว ทาํ เร็ว นําไอเดยี ไปแปลงใหเ ปน “ผลงาน” โดยคํานงึ ถึง “เวลา” และ“ คา ใชจ าย ” ท่ีจาํ กัด
• ทดลองสรางตน แบบ (Prototype) และยึดหลักทดลองหลายๆ คร้ัง ลมเหลวบอยๆ ลมเหลวใหเร็ว เพื่อจะได
รบี เรยี นรูค วามผดิ พลาด
• Fail Cheap เพอ่ื ใหความผิดพลาดนั้นมีราคาถกู
• Fail Fast เพ่อื ใหความผิดพลาดนน้ั เกดิ ขึ้นเร็วแตเ น่นิ ๆ
• Fail forward เพอ่ื ใหความผิดพลาดเปนบทเรียนในการกา วตอไป
ภาพรวมของการคดิ ที่ใชรวมกบั การคดิ เชิงระบบ
• กระบวนการคดิ (Thinking Process)
• ความคิดเชิงบวก (Positive Thinking)
• ความคิดริเริ่ม (Initiative Thinking)
• ความคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking or Think out of the box)
17
• ความคิดสรางสรรค (Creative Thinking)
• การคิดอยา งเปนระบบ (Systematic Thinking)
กจิ กรรมกลมุ เพอ่ื ฝกฝนการระดมสมอง (Brain Storming) ใหไดม าซึ่งความคิดดีๆ
เทคนิคในการใหไดมาซง่ึ ความคดิ นอกกรอบอยางสรางสรรค เชน
• หลกั การคิดดวยมติ ิ 4 ย. (โยง,ใหญ, แยก,ยอย)
• การดักจบั ความคดิ (Idea spotting)
• กระบวนการจดั ลําดบั ความคิด
• เทคนคิ “สมมุติวาถามนั เปนอยา งน้นั …ถา มนั เปน อยางน้…ี แลว จะทําอยางไร”
• เทคนิค “ไมพ อใจกบั สิง่ ทมี่ ีอย…ู หรือสิ่งทีเ่ ปน อยู”
• เทคนคิ “ตรงกนั ขาม”
• เทคนคิ “Mind Map”
ประโยชนท ีไ่ ดร ับ
1.ผูเขาอบรมไดเรียนรูความหมายท่ีแทจริงของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และสามารถนํามา
แกไ ขปญหาไดแบบมืออาชพี
2.ผูเขาอบรมสามารถประยุกตใชการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) กับการทาํ งานไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ
3.ผูเขาอบรมไดมีพ้ืนฐานการปรับปรุงพัฒนาองคกรท้ังดานคุณภาพและการบริการอยาง ยั่งยืน ดวยแนวคิด
ของการคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
4.ผเู ขาอบรมไดเ รียนรขู ั้นตอนของการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) และสามารถนาํ ไปใชง านได
5.ผูเขาอบรมไดเ รียนรูวธิ ีการบรู ณาการหลกั แนวคดิ ตางๆ ดว ยการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking)
6.ผูเขาอบรมไดเรียนรูวิธีการแยกแยะและจัดลําดับความสําคัญของงาน และนําหลักการการคิดเชิงออกแบบ
(Design Thinking) ไปประยุกตใชก บั งานท่ที ําอยูในปจจุบนั
นายนันทพงศ อนิ ทยงุ
ครูผูเ ขา รวมอบรม
18
ประมวลภาพ
การอบรม หลักสูตร “การพัฒนาสถานศึกษาตามแนวพระราโชบายดา นการศกึ ษาในพระบาทสมเดจ็ พระ
เจาอยหู ัว รชั กาลที่ 10 สกู ารปฏบิ ัติ ดวยกระบวนการคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking )”
ในวันท่ี 13 – 14 มถิ นุ ายน 2562
ณ โรงแรมหรรษนนั ท อําเภอเมือง จังหวัดพษิ ณโุ ลก
19
สมรรถนะ “ครู” สูส มรรถนะ “เด็ก”
30 กนั ยายน – 2 ตลุ าคม พ.ศ. 2562
20
รายงานสรุปการเขา รว มรบั ฟง บรรยาย
เร่ือง สมรรถนะ “ครู” สสู มรรถนะ “เด็ก”
วันจันทรท ี่ 30 กนั ยายน – 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ณ โรงเรยี นธรี ธาดา พษิ ณโุ ลก
ผเู ขารบั ฟงการบรรยาย : นายนนั ทพงศ อินทยุง
ตาํ แหนง : ครูผสู อนวชิ าวิทยาศาสตร
วันท่ีเขา รบั การฝกอบรม : วันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม พ.ศ.2562
สถานท่ี : โรงเรียนธรี ธาดา พิษณโุ ลก
วิทยากรผูบ รรยาย : อาจารยมารตุ ทรรศนากรกุล
เนอ้ื หาการบรรยาย
วธิ ีการและเทคนิคการสอนสกู ารจดั การเรยี นรูเชิงรกุ เพ่ือพัฒนาทักษะการคิดขน้ั สูงและผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา
ภายใตหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) โดย อาจารยมารุต
ทรรศนากรกุล ในหวั ขอ สมรรถนะ “คร”ู สสู มรรถนะเดก็ มี 3 เทคนคิ การสอน การพัฒนาศักยภาพยกระดับ
คุณภาพการจัดการเรยี นรรู ายกลมุ สาระ การสอนแบบเนนกระบวนการคดิ วเิ คราะหแ ละการแกป ญหาคือ
ใชคําถาม คือ การสอน สะทอ นคดิ คือ การเรียน ลงมือเขียน คอื การคดิ
เทคนิค/วธิ ีการสอนแบบการเรียนเชิงรกุ การจัดการเรยี นรูแบบ Active learning สามารถสรางใหเ กิดข้ึนไดทัง้
ในและนอกหองเรียน รวมท้ัง สามารถใชไ ดกับผูเรยี นทุกระดับท้งั การเรยี นรเู ปน รายบุคคล การเรยี นรแู บบกลมุ เลก็
การเรยี นรูแบบกลุมใหญ การเรียนเชิงรุก มีวิธกี ารสอนท ี่ หลากหลาย การเลอื กใชวธิ กี ารสอนแบบใดขึน้ อยูกบั
ลกั ษณะของเน้ือหาวิชา บุคลกิ ของผสู อน บคุ ลิกของผูเรยี น รวมทั้งสภาพแวดลอ ม จากการแลกเปลีย่ นเรียนรูของ
อาจารยม หาวทิ ยาลยั เกษมบัณฑติ ใชวิธกี ารสอนแบบการเรยี นเชงิ รุกทัง้ รายวิชา เฉพาะบางหวั ขอ บางรายวชิ าใช
วิธีการสอนแบบการ เรยี นเชิงรกุ หลากหลายแบบผสมผสานกนั บางรายวิชาใชวธิ กี ารสอนแบบเดียว ในคณะ
สถาปต ยกรรมศาสตรไดมี ความคดิ เห็นรวมกัน KM ไดพบวาผูเรียนมีลกั ษณะทเี่ ดน ของคณะในดานของการจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอนที่เนนผูเ รยี นเปนสาํ คัญพอสรปุ ไดดังน้ี
1. การจดั การเรียนรูแบบ Active learning เปน กจิ กรรมการสอนที่ผสู อนนาํ มาบรูณาการเปน เหมาะสมกบั
กจิ กรรมทผี่ เู รยี นไดร ับประโยชนสูงสดุ เปนกจิ กรรมท่ผี เู รยี นเปนผูก ระทาํ (ลงมือปฏบิ ัติดวยตนเอง) ดวยความ
กระตือรอื รน เชน ไดคิด เปน กระบวนการและข้ันตอน และไดมีการคน ควา ทดลองทําโครงการ สมั ภาษณ
แกป ญหาเองไดใ นบางครง้ั ไดก็ตาม และไดใชป ระสาทสมั ผสั ตาง ๆ ทาํ ใหเกิดการเรียนรูดว ยตนเอง อยา งแทจริง
ผสู อนทําหนาที่เตรียมการจดั บรรยากาศการเรยี นรูจดั สื่อส่ิงเราเสรมิ แรงใหคําปรึกษาและสรปุ สาระ การเรยี นรู
รวมกัน
2. ในรายวิชาทเี่ กีย่ วของกับการปฏิบัติไดเ กิดแลกเปลี่ยนเรียนรแู ละลงมือปฏบิ ัติไดจ รงิ ทําใหเกิดทักษะใน การ
แสวงหาความรเู หน็ ความสาํ คัญของการเรยี นรูและ ผูเรยี นไดเรียนอยางมีความสุข เปนความสขุ
3. ทาํ ใหผเู รียนเปนคนกลาคิด กลาตัดสนิ ใจ แกปญ หาเปน คดิ อยา งรอบคอบมีเหตผุ ล มวี จิ ารณญาณ ในการคิด
มคี วามคิดสรางสรรค มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะหที่ขอมลู ในการสรา งงานตาง ๆ ไดอ ยา ง เหมาะสม
ตลอดจนสามารถแสดงความคิด แสดงออกการเปนผนู ําและผตู าม เหน็ ออกไดอยา งชัดเจนและมี เหตุผลอนั เปน
ประโยชนต อการดํารงชีวติ ประจําวนั
21
องคป ระกอบท่สี ําคญั และจําเปนเพ่ือในการเรยี นรูของนักเรียนทักษะในศตวรรษท่ี 21 คือ การประเมนิ ผล
หลกั สตู รการเรยี นการสอนการพฒั นาอาชีพและสภาพแวดลอมการเรยี นรูจะตองสอดคลองกับระบบสนับสนนุ การ
ผลติ ทีก่ อ ใหเ กิดผลลัพธใ นศตวรรษท่ี 21 สาํ หรบั นกั เรยี นในปจจุบนั มีดังน้ี
ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือกและใช เทคโนโลยีดา นตาง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพัฒนาตนเองและสังคม ในดา นการเรียนรู การส่อื สาร การทํางาน การ
แกป ญ หาอยา งสรา งสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมีคุณธรรม
ความสามารถในการส่ือสาร คือความรสู ึกและทัศนะของตนเองเพอื่ แลกเปลี่ยนขอมลู ขาวสารและ
ประสบการณอนั จะเปน ประโยชนต อการพัฒนาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจาตอรอง เพื่อขจดั และลด
ปญ หาความขัดแยงตาง ๆ การเลอื กรบั หรือไมรบั ขอมลู ขา วสาร ดว ยหลกั เหตผุ ลและความถกู ตอง ตลอดจนการ
เลอื กใชวธิ กี ารสอื่ สารที่มีประสิทธภิ าพโดยคํานงึ ถึงผลกระทบทมี่ ตี อตนเองและสงั คม ความสามารถในการคดิ
เปนความสามารถในการคิดวเิ คราะห คิดสังเคราะห คดิ สรา งสรรค คดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เปนระบบ
เพอ่ื นําไปสกู ารสรางองคค วามรูหรือสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคม ไดอยางเหมาะสม
ความสามารถในการแกปญหา เปน ความสามารถในการแกปญ หาและอุปสรรคตาง ๆ ทเ่ี ผชญิ ไดอ ยาง
ถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผล คณุ ธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขา ใจความสัมพนั ธและการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรมู าใชในการปองกนั และแกไขปญหา
และมีการตดั สนิ ใจที่มีประสทิ ธิภาพโดยคํานงึ ถงึ ผลกระทบท่เี กิดข้นึ ตอ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอ ม
การกําหนดจดุ ประสงคการเรียนรู (Objectives) เปนการกําหนดสิ่งทีต่ อ งการใหผเู รยี นมีหรือบรรลซุ ง่ึ มที ้ังดาน
ความรู ทักษะและเจตคติ จุดประสงคก ารเรยี นรจู ะไดมาจากระดบั ของหลักสตู ร คอื ตั้งแตจดุ หมายของหลกั สตู ร
จดุ ประสงคขอสาขาวิชา มาตรฐานวชิ าชพี สาขาวิชาและสาขางานจนถึงระดับรายวิชา คือ จดุ ประสงคร ายวิชา
มาตรฐานรายวชิ าและคาํ อธบิ ายรายวชิ า ท่ตี อ งการจัดการเรยี นรูเพื่อมุงไปสผู ลสมั ฤทธิต์ ามจดุ ประสงคระดบั
หลักสตู ร ทงั้ นี้ การเขยี นจดุ ประสงคก ารเรยี นรทู ่สี มบูรณน้ันจะตอ งเขยี นใหครอบคลมุ พฤติกรรมทั้ง 3 ดา น ดาน
ทกั ษะพสิ ยั ดา นพทุ ธิพิสัย ดานจิตพิสยั
สมรรถนะ คอื K Cognitive = พุทธพิ สิ ยั
Knowledge = ความรู
ทกั ษะ คือ P Psychomotor = ทักษะพสิ ัย
Practice = ทักษะการปฏบิ ัติ
ความสามารถ คอื A Affective = จติ พสิ ัย
Attribute = คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
การคดั เลือกเน้ือหาสาระ ท่ีตองเปน เน้ือหาที่ทําใหเ กดิ การเรียนรู พจิ ารณาธรรมชาตขิ องรายวชิ าและ
ครอบคลุมจดุ ประสงคก ารเรียนรเู ริม่ จากการศกึ ษาวิเคราะหทัง้ หลกั สูตรแกนกลาง หลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสตู รรายวชิ า เอกสารตําราประกอบการสอนทเี่ กีย่ วขอ ง รวมกบั การวิเคราะหผ ูเรียนใหครบทง้ั ความรู ทักษะ
เจตคตแิ ละความพรอ ม ผานการพจิ ารณารปู แบบแนวคิดทฤษฎี หลกั การ วิธกี าร กระบวนการ เทคนคิ ตา ง ๆ
ของกิจกรรมใหน าํ ไปสูการเรยี นรูแ ละเลือกใชส ือ่ ประกอบการสอนหรอื แหลงเรียนรใู หมคี วามสอดคลองตลอดการ
จัดกจิ กรรมการเรยี นรไู ปจนถึงกระบวนการวดั ผลประเมินผลกการเรียนรู คือ การวัด Measurement เพื่อ
กาํ หนดคา การประเมิน Assessment ปรบั ปรุงคุณภาพในอนาคต การประเมิน Evaluaion เพื่อตัดสนิ
คุณภาพ
22
1. ความรูโดยนยั หรือความรูท ่ีมองเห็นไมช ดั เจน (Tacit Knowledge)
จดั เปนความรอู ยา งไมเปน ทางการ ซงึ่ เปนทักษะหรือความรเู ฉพาะตัว ของแตละบุคคลที่มาจากประสบการณ
ความเช่ือหรอื ความคดิ สรา งสรรคในการปฏบิ ตั งิ าน เชน การถายทอดความรู ความคิด ผานการสังเกต การสนทนา
การฝกอบรม ความรูประเภทนเี้ ปน หวั ใจสาํ คญั ท่ที ําใหง านประสบความสําเรจ็ เนือ่ งจากความรูประเภทน้เี กดิ จาก
ประสบการณ และการนํามาเลา สกู นั ฟง ดงั นัน้ จึงไมส ามารถจดั ใหเปน ระบบหรือหมวดหมูได และไมส ามารถเขยี น
เปน กฎเกณฑห รือตาํ ราได แตสามารถถายทอดและแบงปนความรไู ดโดยการสังเกตและเลยี นแบบ
2. ความรูที่ชดั แจงหรอื ความรูทเ่ี ปนทางการ (Explicit Knowledge)
เปน ความรูท ่ีมีการบนั ทึกไวเ ปนลายลักษณอกั ษร และใชร วมกนั ในรูปแบบตางๆ เชน ส่งิ พมิ พ เอกสารของ
องคการ ไปรษณียอเิ ล็กทรอนิกส เว็บไซต อนิ ทราเนต็ ความรปู ระเภทนีเ้ ปนความรูที่แสดงออกมาโดยใชระบบ
สัญลักษณ จงึ สามารถส่อื สารและเผยแพรไดอยางสะดวก
ประโยชนท ไ่ี ดร ับจากการฟงบรรยาย
1.ไดเรยี นรูความสาํ คัญของการจดั การเรียนสอนใหตรงตามสมรรถนะของผเู รยี น
2.เขาใจการจดั กจิ กรรมการเรียนรเู พมิ่ มากขึ้น
3.ไดรับเทคนิคและวธิ กี ารสอนเพอ่ื ไปพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรูในรายวิชา
4.มกี ระบวนการคิดการคัดเลือกเน้ือหาสาระไดตรงตามมาตรฐานการเรียนรู
5.สามารถนําไปปรับใชแ ละแกไ ขปญหาในการเรยี นการสอนได
( นายนันทพงศ อินทยุง )
ครผู ูสอนโรงเรยี นธรี ธาดา พษิ ณโุ ลก
23
ประมวลภาพกิจกรรม
24
ศึกษาดูงาน : Seinan Gaknin Elementary School
: Fukuoka Kaisei Preschool Maria
Atagokindergarten
: Lizuka High School ณ ประเทศญ่ปี นุ
วันท่ี 5 – 10 ตุลาคม 2562
25
โรงเรียนธรี ธาดา พษิ ณุโลก
ศกึ ษาดูงาน : Seinan Gaknin Elementary School : Fukuoka Kaisei Preschool Maria
Atagokindergarten : Lizuka High School ณ ประเทศญป่ี ุน
ผูรายงาน : นายนนั ทพงศ อินทยุง
วนั ท่ี : 5 – 10 ตุลาคม 2562
จากการท่ีไดไ ปศกึ ษาดงู านทป่ี ระเทศญปี่ ุน เรื่องทําความสะอาด
สะอาดได ไรแมบา น
สะอาดได ไรแมบาน คืออะไร แลวใครละทําความสะอาดโรงเรียน จากการทีกระผมไดมีโอกาสไป
ศึกษาดูงาน ท่ีเมืองฟกู โุ อกะประเทศญี่ปุน ไดประสบการณตา งๆมากมาย และจากศึกษาดูงานใน
โรงเรียน ไดพ บวา คุณครใู หเ ด็กๆนําผา สาํ หรับทําความ สะอาด
โดยเฉพาะมาคนละ 2 ผืน เปน ผา พื้นเลก็ พอประมาณ พับงา ย
ชกั งา ย แหง เรว็ ซึง่ ในตารางเรียนจะมีชว งทาํ ความ สะอาด
หลงั ทานอาหารกลางวันเสรจ็ แลวทกุ วัน เดก็ ๆไมไดแบง เวรทํา
ความสะอาดกันเปน วัน แตแบง กันตามหนา ท่ี ทกุ คน ตอ งทาํ
ความสะอาดทุกวนั ตามหนาที่ทไี่ ดร บั มอบหมาย ไมได ทํา
เฉพาะในหองเรยี นของตวั เอง บรเิ วณสวนรวม หอ งนา้ํ ทางเดนิ
ก็ตอ งแบง เวรกนั มาทาํ พีช่ ้นั โตกวากร็ ับผดิ ชอบงานมากกวา
เม่อื ถึงหนารอนท่ีมเี รยี นวายนํ้า พ่ีๆชนั้ โตจะชว ยกนั ทาํ ความสะอาดสระวา ยนํา้ ของโรงเรยี น ทํากนั เองกับ
คณุ ครู นาสนกุ ไมน อย เดก็ ๆนาจะชอบกจิ กรรมน้ี
การทาํ ความสะอาดน้ันไมใชส ักแตว า ทาํ ใหเสรจ็ ๆไป แตท ุกคนทํากันอยา งจริงจัง ขัดถูกันทกุ ซอกทุกมุม
จดุ เล็กจุดนอ ยหรือแมแ ตท่ๆี มองไมเ หน็ ก็ไมม ีพลาด เขา ใจเลยวาทําไมประเทศญปี่ นุ เนยี๊ บเรอ่ื งความสะอาด
มาก เพราะเปน ส่งิ ทคี่ นุ เคยทาํ มาแตเล็กๆนเี่ อง
คณุ ครูไมไดยนื ดูอยางเดยี ว คุณครทู ุกคนก็มหี นาท่เี วรของตัวเองเชน กนั ชวยกนั ทาํ ความสะอาดไป
ดว ยกนั กับเด็กๆ เปนครญู ป่ี ุนน่ีไมส บายเลย เพราะโรงเรยี นสะอาดดวยความรวมแรงรวมใจของทกุ คน กไ็ มม ี
ใครอยากทําสกปรก และถา เหน็ วามตี รงไหนท่สี กปรกก็อยากจะทําใหส ะอาด ไมใ ชแ คในโรงเรียน ในชุมชนก็
เชน เดียวกัน ทุกคนอยากอยูในสภาพแวดลอมท่ีดี สะอาด ไมมีขยะเหมน็ เนา ไมม ีแมลงสาบหรอื หนูว่งิ
เพนพา น ทกุ คนก็ตองชว ยกนั ดูแลรักษาความสะอาด ทําตามกฏการท้ิงขยะ ไมสรา งความสกปรก ไมทงิ้ ขยะ
ดวยความมกั งา ย เร่ืองความสะอาดปลกู ฝง กนั ได ความรักความสะอาดเกดิ ข้ึนในจิตใจของเดก็ ๆโดยไมตอง
พดู ยํา้ วา ใหท าํ ความสะอาดนะ หรอื หา มทิง้ ขยะนอกถังนะ แตเ กดิ ข้ึนจากการกระทําจนเปนกิจวตั ร สรา งคน
ที่รกั ความสะอาดได บานเมืองกส็ ะอาดไปโดยอัตโนมตั ิ
26
สงิ่ ทอ่ี ยากนาํ มาปรับใช หลงั จากการศึกษาดูงานคือ การเรยี นรผู านการเลน
ขน้ั ตอน : ตามแผนกจิ กรรมเกมส
ใชก บั : นักเรียนท่ีสนใจ
เวลา : 16.00 น. – 16.50 น.
วนั : จนั ทร พุธ พฤหัส
เรม่ิ กจิ กรรม : 4 กันยายนต 2562
จากการไดศ ึกษาดงู าน ทั้ง 4 โรงเรียน ตางพัฒนานกั เรยี นใหไปในทิศทางเดยี วกนั
คือ รูตวั รูเช่ือมโยง รูส ังคม รูกวา ง น้นั หมายถึง
รูตัว : นกั เรียนรา งกายตองแข็งแรง จิตใจรา เริง มีคุณธรรมจรยิ ธรรม
รเู ชือ่ มโยง : นกั เรียนตอ งมีกระบวนการคดิ มจี ิตนาการ มีความรใู นวิชาการ
รสู งั คม : นกั เรียนตอ งมีมารยาท มรี ะเบยี บวนิ ัย รกั ในหนา ที่ ทํางานรวมกับผอู ่นื ไดเปนอยางดี
รูก วาง : นักเรียนตอ งมีจิตสาํ นกึ รกั สงิ่ แวดลอม
โดยใชกิจกรรม การเรยี นรผู า นการเลน ผมจึงมีแนวคิดนาํ กิจกรรมนันทนาการมาใชกับนักเรียน เพื่อ
พัฒนารางกาย สมอง การทํางานรวมกัน และสรางจิตสาํ นึกตอ สงิ่ แวดลอม โดยใชกจิ กรรมเกมสดังนี้
ชอ่ื ปา หมายกจิ กรรม วตั ถปุ ระสงค เวลา วนั
กิจกรรม เดือน ป
1. เกม เกมสล ะลายพฤตกิ รรม เปน กจิ กรรมที่ 1. เพื่อทาความรจู กั คนุ เคยกนั เมือ่
ตอ ภาพ จดั ขน้ึ ดวยวิธกี ารทจ่ี ะชวยใหทกุ คนได แรกพบ
2. เกม แนะนาํ และเปดเผยตัวเองออกมาให 2. เพื่อเปดโอกาสใหทุกคนไดสนทิ
เรยี กขาน สมาชกิ แตละคนในกลุมไดร ูจักกนั มาก สนมกนั เร็วข้นึ กวาทีจ่ ะไดท าความรู
ช่ือเพ่ือน ขน้ึ ไดท ากจิ กรรมรว มกนั อันจะ จักกนั เอง
3. เกม กอ ใหเ กดิ ความเปนอนั หน่ึงอันเดยี วกัน มี 3. เพ่ือเสรมิ สรา งบรรยากาศท่ีเปน
รวบรวม ความรูส กึ วา เปนพวกเดียวกนั ซ่ึงจะ มิตรในการฝก อบรม
สิง่ ของ เสรมิ สรา งบรรยากาศท่ีเปน มิตร ทาํ ให 4. เพ่ือความสนุกสนามบนั เทิงแกผู
ทุกคนกลาแสดงความคิดเห็นตา ง ๆ เขาอบรม
พรอมท้ังอยากมีสวนรว มในกิจกรรมการ 5. เพื่อใหเ กดิ ความกลา ทีจ่ ะ
อบรมตอไปน้ี แสดงออก และกลาแสดงความ
คดิ เห็นตอกลุม
(นายนันทพงศ อินทยงุ )
ครผู ูส อนโรงเรยี นธีรธาดา พิษณโุ ลก
โรงเรียนธีรธา
สรุปการเขารวมประชุม อบรม สัมมนา ภายในสถาน
ของ นายนัน
ท่ี ว/ด/ป หวั ขอเร่อื งเขา ประชุม/สมั มนา ชื่อวิทยากร
1 10-12 พ.ค.62
เปดหวั ใจทว่ี า ง ผศ. ปรีชา วฒุ ิการณ
รว มกนั สรางองคกร
2 13 พ.ค. 62 วินัยกบั ครอบครวั รศ.นพ.สรุ ิยเดว ทรีป
3 30 ก.ย.-2 ต.ค. 62 สมรรถนะ “คร”ู สสู มรรถนะ “เด็ก” อาจารยม ารุต ทรรศนา
Seinan Gaknin
Elementary School
Fukuoka Kaisei Pres
4 5 – 10 ต.ค. 62 ศึกษาดูงาน FUKUOKA ประเทศญี่ปุน Maria
Atagokindergarten
Lizuka High School
4 คา ยลกู เสือสามัญ คณะครโู รงเรยี นธรี ธ
พิษณุโลก
รวมสรุปชัว่ โมงอบรมภายใน
าดา พิษณุโลก
นศกึ ษา ประจําปการศึกษา 2562 (เม.ย. 62 – มี.ค.63)
นทพงศ อนิ ทยงุ
สถานท่ปี ระชุม หนวยงานทจ่ี ดั จํานวนช่วั โมง
24
ณ หลวงพระบาง ประเทศลาว โรงเรยี นธีรธาดา
พิษณโุ ลก
ปาตี โรงเรียนธรี ธาดา พษิ ณโุ ลก โรงเรยี นธรี ธาดา 3
พษิ ณุโลก
ากรกลุ หองประชมุ เล็ก โรงเรยี นธรี ธาดา โรงเรยี นธรี ธาดา 24
พษิ ณโุ ลก พษิ ณโุ ลก
: โรงเรียนธรี ธาดา 40
พิษณุโลก 16
school FUKUOKA ประเทศญปี่ ุน
โรงเรยี นธีรธาดา
: พษิ ณุโลก
าดา โรงเรยี นธีรธาดา พิษณโุ ลก
น 107
โรงเรียนธรี ธา
สรุปการเขา รวมประชุม อบรม สัมม
ของ นายนนั ท
ท่ี ว/ด/ป หัวขอเร่อื งเขา ประชุม/สัมมนา ชอ่ื วิทยากร
1 13 – 14 ม.ิ ย. 62
Design Thinking คณะศกึ ษาธกิ ารภ
2
3
4
รวมสรุปการอบรมภายน
28
าดา พิษณุโลก จาํ นวน
มนา ภายนอก ประจําปก ารศึกษา 2562 ชั่วโมง
ทพงศ อินทยงุ
16
สถานทป่ี ระชุม หนวยงานทจ่ี ดั
ภาค 6 โรงแรมหรรษนันท อําเภอเมือง ศกึ ษาธิการภาค 6
จงั หวัดพิษณโุ ลก
นอก 16