The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับศึกษาบุตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jjplaygame, 2022-11-24 23:19:14

คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับศึกษาบุตร

คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับศึกษาบุตร

คู่มอื การเบกิ จ่าย

เงินสวัสดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบุตรขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

(Work Manual)

สว่ นบริหารการคลัง
สานกั คลัง

เทศบาลนครระยอง

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

คานา

คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ฉบับน้ีมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื รวบรวมสาระสาคัญเกี่ยวกบั ระเบยี บ หลกั เกณฑ์ ขนั้ ตอนการปฏิบัติงานเก่ียวกับการ
เบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร เพ่ือใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนา
ในหน่วยงาน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เก่ียวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐาน
เดียวกนั อันจะทาให้การปฏบิ ตั งิ านดังกล่าวเป็นไปอยา่ งเหมาะสมและเกดิ ประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขึ้น

ผู้จัดทาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรฉบับน้ี
จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน หน่วยงานอื่น ๆ หรือบุคคลท่ีสนใจ ได้เป็นอย่างดี
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

นางสาวรตั นาพร ลอ้ มทอง
นักวิชาการคลงั ปฏบิ ตั กิ าร

ผจู้ ดั ทา

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

สารบญั

บทที่ 1 บทนา หน้า
ความสาคัญและความเป็นมา
วตั ถปุ ระสงค์ 1
ขอบเขต 2
2

บทท่ี 2 กฎหมายและระเบยี บทเ่ี กีย่ วข้อง 3
กฎหมาย ระเบียบและหนงั สือทเี่ ก่ยี วข้อง 3
ความหมาย 4
ผู้มีสิทธิ 4
บุตรของผู้มสี ิทธิ 6
หลกั เกณฑป์ ระเภทและอตั ราเงนิ บารงุ การศึกษาและคา่ เลา่ เรยี น 8
หลกั ฐานการรับเงินของสถานศึกษา

บทท่ี 3 แนวทางปฏิบตั แิ ละวิธกี ารตรวจสอบ 10
การใช้สทิ ธเิ บิกเงินสวสั ดิการเกีย่ วกบั การศกึ ษาบตุ ร 11
ระยะเวลาการยืน่ ขอเบิกเงนิ 12
การรับรองสิทธแิ ละผมู้ ีอานาจอนุมัติ 13
แบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง 13
การตรวจสอบสิทธแิ ละเอกสารหลกั ฐาน 14
หลกั ฐานประกอบการเบกิ เงินสวสั ดิการ

บทท่ี 4 ขน้ั ตอนการเบิกจ่ายเงนิ สวัสดกิ ารเก่ียวกับการศึกษาบุตร 16
หน้าท่ีความรบั ผิดชอบ 16
หลกั ฐานประกอบการเบิกเงนิ สวัสดิการ 17
การยนื่ ใบเบกิ เงนิ สวัสดกิ ารเกี่ยวกับการศึกษาบตุ ร 19
ขั้นตอนการปฏิบัติเกย่ี วกบั การเบกิ จ่ายเงนิ สวสั ดิการ 22
ขั้นตอนการใชแ้ บบใบเบกิ เงินสวสั ดกิ ารเก่ียวกับการศกึ ษาบุตรด้วยไฟล์ PDF 26
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั กิ ารลงทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการฯ รายบุคคล 34
ขนั้ ตอนเบิกเงินสวัสดกิ ารเกย่ี วกับการศึกษาบุตร ระบบ laas สาหรบั หน่วยงานผ้เู บิก 37
ขน้ั ตอนเบิกเงินสวสั ดิการเกี่ยวกบั การศึกษาบุตร ระบบ laas สาหรับหน่วยงานคลงั

บทท5ี่ คาถาม-คาตอบที่พบบ่อย 42

ภาคผนวก 51

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

1

บทที่ 1
บทนา

1.1 ความสาคัญและความเปน็ มา
ค่าตอบแทนท่ีข้าราชการได้รับจากทางราชการ นอกเหนือจากเงินเดือนซึ่งเป็นการตอบแทนให้ตาม

ค่าของงานในแต่ละตาแหน่งแล้ว ยังมีสวัสดิการและประโยชน์เก้ือกูลต่างๆ อีกด้วย โดยสวัสดิการเป็นการให้
ค่าตอบแทนเพ่ือช่วยให้ข้าราชการมีความรู้สึกสะดวกสบายและมีความมั่นคงในการดารงชีวิต ส่วนประโยชน์
เกื้อกูลนั้น เป็นการให้ค่าตอบแทนเพ่ือช่วยอานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน โดยทั้งสวัสดิการและ
ประโยชน์เก้ือกูลล้วนเป็นเครื่องมือสาคัญในการเสริมสร้างขวัญกาลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพและบังเกิดประสิทธิผล ตลอดจนจูงใจให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามารับราชการและรักษา
บคุ คลเหลา่ น้นั ใหอ้ ยู่ในระบบราชการ

สวัสดกิ าร
สวัสดิการราชการ คือ ค่าตอบแทนท่ีทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการในฐานะท่ีเป็นสมาชิกขององค์กร
เพ่ือช่วยให้มีความมั่นคงในชีวิต ตลอดจนเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการเสริมสร้างขวัญกาลังใจให้ข้าราชการ
ปฏิบัตงิ านได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและบังเกดิ ประสทิ ธผิ ล โดยสวัสดิการมที ้ังที่กาหนดให้เป็นตัวเงินและไม่เป็น
ตวั เงิน ในภาคราชการไดแ้ บ่งสวัสดกิ ารออกเปน็ 2 ส่วนคอื

(1) สวสั ดิการตามกฎหมาย เชน่ ค่ารกั ษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบตุ ร สทิ ธิตา่ ง ๆ เชน่ การลา
(2) สวัสดิการนอกเหนือจากสวัสดิการตามกฎหมาย หรือสวัสดิการตามที่ส่วนราชการจัดเพิ่มเติม

เช่น การให้กู้เงินจากการเคหะสงเคราะห์ การจัดบ้านพักหรือท่ีอยู่อาศัย การฌาปนกิจ
สงเคราะห์ เงินช่วยเหลือค่าทาศพ เป็นต้น ซ่ึงสวัสดิการในส่วนที่ 2 นี้ ในแต่ละส่วนราชการจะ
จดั ให้มีขน้ึ มากนอ้ ยหรือไม่อย่างไรนั้น มีความแตกต่างกัน ดังนั้นผลประโยชน์คุณภาพหรือความ
หลากหลายของสวัสดิการทบี่ ุคลากรจะได้รับจงึ มคี วามแตกตา่ งกันไป
ประโยชนเ์ กอื้ กลู
ประโยชน์เกอ้ื กูล หมายถงึ ค่าตอบแทนทที่ างราชการจัดให้แก่ข้าราชการ เพ่ือช่วยอานวยความสะดวกในการ
ปฏบิ ัติงาน เป็นเคร่ืองมือสาคัญในการเสริมสร้างขวัญกาลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และบังเกิดประสิทธิผล ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่าเช่าบ้าน เงินตอบแทนการปฏิบัติงาน
นอกเวลาราชการ โทรศัพทข์ องทางราชารทอี่ นุมัติใหใ้ ช้เปน็ รายบุคคล

คู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นส่วนหน่ึง
ของการจัดการองค์ความรู้ในอีกหลาย ๆ กฎหมายและระเบียบที่อยู่ในการกากับดูแลและควบคุมของ
กระทรวงมหาดไทย ซ่ึงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร เป็นสวัสดิการตามกฎหมายที่รัฐจัดให้กับบุตร
ของขา้ ราชการ ลกู จ้างประจา ผรู้ ับเบย้ี หวัดบานาญและผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน ในด้านค่าบารงุ การศึกษาต้ังแต่ระดับ
อนุบาลถึงระดับ ปริญญาตรี โดยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
เงินสวสั ดิการเก่ยี วกับการศกึ ษาบุตรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ พ.ศ. 2563 ซง่ึ ปัจจุบนั กฎหมาย ระเบยี บ

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

2

โดยเฉพาะเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการเปล่ียนแปลงระเบียบ
และมีการกาหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ ดังน้ัน ส่วนบริหารการคลังในฐานะที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติและเป็น
หนว่ ยงานให้คาปรกึ ษา แนะนา เก่ยี วกับ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและหนังสือส่ังการต่าง ๆ แก่หน่วยงาน
ภายในเทศบาลนครระยอง มีความต้องการให้ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ในการจัดสวัสดิการท่ีถูกต้องและ
เหมาะสม และมีความเข้าใจตรงกันท้ังผู้มีสิทธิ ผู้ปฏิบัติงานและผู้ตรวจสอบ จึงได้จัดทาคู่มือการเบิกจ่ายเงิน
สวัสดิการเกย่ี วกบั การศกึ ษาบุตรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เพ่ือใหผ้ ทู้ ศี่ ึกษาสามารถทาความเขา้ ใจได้งา่ ย
1.2 วตั ถปุ ระสงค์

1. เพ่ือให้หน่วยงาน มีคู่มือสาหรับใช้เป็นแนวทางสาหรับการปฏิบัติงานด้านการเบิก
จา่ ยเงินสวสั ดิการเกีย่ วกับการศึกษาบุตรที่เป็นมาตรฐาน เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย
ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

2. เพ่ือให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ วิธีการการเบิกจ่าย การตรวจสอบ และระบบการควบคุม
การเบิกจา่ ยท่ีเขา้ ใจไดง้ ่าย ผู้ท่เี กยี่ วขอ้ งสามารถเข้าถงึ ได้

3. เพ่ือให้ผู้มีสิทธิ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ตรวจสอบ มีความเข้าใจตรงกัน เกิดประสิทธิภาพในการ
ปฏบิ ตั ิงานทม่ี ีระบบยิง่ ข้นึ

1.3 ขอบเขต
การจัดทาคู่มือการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วน

ทอ้ งถน่ิ ไดส้ รปุ สาระสาคัญของพระราชกฤษฎีกา คาสั่ง กฎหมาย และระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง แนวทางปฏิบัติใน
การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในสถานศึกษาของทางราชการและสถานศึกษาของ
เอกชน การย่ืนขอใช้สิทธิ การอนุมัติ ระยะเวลาการย่ืนขอใช้สิทธิเบิกและการเบิกจ่ายเงินตามประเภทและ
อัตราบารงุ การศกึ ษาและเงนิ คา่ เล่าเรียนท่กี าหนด ตลอดจนแนวทางปฏิบัติงานในการเบกิ สวัสดิการการศึกษา
บุตร และการควบคุมการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร พร้อมทั้งแบบฟอร์มต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องและ
ประเด็นคาถาม-คาตอบที่พบบ่อยนามารวบรวมไว้ให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบัน สะดวก ทันสมัย ง่ายสาหรับการ
คน้ หาและใชง้ าน

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

3

บทท่ี 2

กฎหมายและระเบียบท่ีเก่ยี วข้อง
2.1 กฎหมาย ระเบียบและหนงั สอื ทเ่ี กีย่ วข้อง

1. พระราชกฤษฎีกาเงนิ สวัสดกิ ารเกี่ยวกบั การศึกษาของบุตร พ.ศ. 2562
2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงนิ สวสั ดิการเก่ยี วกับการศกึ ษาบุตรขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2563
3. ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วยการเบกิ จ่ายเงินสวัสดกิ ารเก่ยี วกบั การศึกษาของบุตร
พ.ศ. 2560
4. หนงั สือกรมบญั ชกี ลาง ดว่ นทีส่ ดุ ที่ กค 0422.3/ว257 ลงวนั ท่ี 28 มิถนุ ายน 2559
เรือ่ ง ประเภทและอตั ราเงินบารงุ การศกึ ษาและค่าเลา่ เรียน
5. หนงั สือกรมบัญชกี ลางท่ี กค 0408.5/ว22 ลงวันท่ี 12 มกราคม 2561
เรื่อง ประเภทและอัตราเงนิ ค่าเล่าเรียนในสถานศึกษาของเอกชนประเภทอาชีวศกึ ษา
6. หนงั สือกรมบัญชีกลางที่ กค 0409.5/ว363 ลงวันที่ 16 กันยายน 2548 เรื่องการ
เบกิ เงนิ สวัสดิการเกย่ี วกบั การศกึ ษาบุตรในกรณผี มู้ ีสิทธไิ ดร้ ับเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกับการศึกษาของบตุ รมีความ
จาเป็นต้องขอผ่อนผันต่อสถานศกึ ษาในการชาระเงนิ ค่าการศกึ ษาของบุตรลา่ ช้า
7. หนงั สอื กรมบัญชีกลางท่ี กค 0422.2/ว456 ลงวนั ที่ 20 ธันวาคม 2554 เรือ่ งซ้อม
ความเข้าใจเอกสารการจดทะเบียนรบั รองบุตร เพอื่ ขอใช้สิทธเิ บิกเงินสวสั ดิการเกยี่ วกบั การรักษาพยาบาล
และเงนิ สวัสดกิ ารเกย่ี วกบั การศึกษาบุตร
8. หนงั สอื กรมบัญชกี ลางดว่ นที่สดุ ท่ี กค 0422.2/ว130 ลงวันท่ี 19 พฤศจิกายน 2556
เร่ือง การใช้ลายมือช่ือผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ในใบเสร็จรับเงินและเป็นหลักฐานในการเบิกเงิน
สวสั ดกิ ารเกีย่ วกับการศกึ ษาของบตุ ร

2.2 ความหมาย
 สถานศกึ ษาของทางราชการ หมายความวา่
(๑) มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาท่ีเรียกช่ืออย่างอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

หรือ ส่วนราชการอ่นื หรือท่ีอยใู่ นกากบั ของรฐั
(๒) วิทยาลัยหรือสถานศึกษาท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืนซึ่งมีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยในสังกัดหรือ

อยู่ในกากบั ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรือส่วนราชการอน่ื ที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ
(๓) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกากับของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย

องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืนที่มีกฎหมายจัดตั้ง และให้หมายความรวมถึงโรงเรียนท่ีเรียกช่ืออย่างอื่น ท่ีมีการจัด
ระดับชน้ั เรียนดว้ ย

(๔) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกากับของส่วนราชการอ่ืน หรือองค์การของรัฐบาลท่ี ก.พ.
รับรองคุณวุฒิ

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

4

(๕) โรงเรยี นในสังกัดสว่ นราชการท่กี ระทรวงการคลงั กาหนด
(๖) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทีม่ กี ารจัดระดบั ชนั้ เรียนในสงั กดั ส่วนราชการ
 สถานศกึ ษาของเอกชน หมายความวา่
(๑) สถาบนั อุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน
(๒) โรงเรียนในระบบตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงเรียนเอกชน
 เงนิ บารุงการศึกษา หมายความว่า เงินประเภทต่าง ๆ ท่ีสถานศึกษาของทางราชการเรียก
เก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือที่กากับ มหาวิทยาลัย
องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด เทศบาล องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล กรงุ เทพมหานคร เมอื งพัทยา องค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ินอืน่ ทม่ี กี ฎหมายจดั ตง้ั หรือองคก์ ารของรัฐบาล
 เงินคา่ เลา่ เรยี น หมายความวา่ เงินคา่ ธรรมเนยี มการเรยี นหรอื ค่าธรรมเนยี มตา่ ง ๆ ซง่ึ
สถานศกึ ษาของเอกชนเรยี กเก็บตามอตั ราทีส่ ถานศึกษากาหนด
 บุตร หมายความว่า บตุ รโดยชอบด้วยกฎหมายซ่ึงมีอายุครบสามปแี ตไ่ ม่เกนิ ยี่สบิ ห้าปี ทั้งนี้
ไม่รวมถึงบตุ รบุญธรรมและบุตรซงึ่ บิดามารดาได้ยกใหเ้ ปน็ บุตรบุญธรรมของผอู้ น่ื
 ปีการศึกษา หมายความวา่ ปกี ารศกึ ษาท่กี าหนดโดยกระทรวงศึกษา สว่ นราชการ เจ้าสงั กดั
หรือที่กากับมหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร
เมืองพทั ยา และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ท่ีมกี ฎหมายจดั ต้ัง หรอื องค์การของรัฐบาล
 องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ หมายความว่า องค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั เทศบาล และ
องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล
 ผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน หมายความว่า นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และ
นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล
 พนกั งานสว่ นท้องถน่ิ หมายความวา่ ข้าราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั พนกั งาน
เทศบาลและพนักงานส่วนตาบล

2.3 ผมู้ สี ิทธิ
1. พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือลูกจ้างประจา ซ่ึงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจาจากเงิน

งบประมาณรายจ่าย งบบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรร ให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่

2. ผูไ้ ด้รบั บานาญปกติ หรอื ผไู้ ดร้ บั บานาญพเิ ศษเพราะเหตทุ ุพพลภาพ ตามกฎหมายว่า
ด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ
สว่ นท้องถ่นิ

3. ผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน หมายถึงเฉพาะ นายกอบจ นายกเทศมนตรี นายกอบต

ยกเวน้ - พนักงานจา้ ง
- ผู้ที่ไดร้ บั บาเหน็จ
- สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ , ผชู้ ่วยผ้บู รหิ ารท้องถ่นิ

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

5

2.4 บตุ รของผู้มสี ิทธิ
บตุ รท่ีมีสทิ ธไิ ด้รับการชว่ ยเหลอื เกยี่ วกับเงินสวสั ดกิ ารเกีย่ วกับการศกึ ษาบตุ ร จะต้องมคี ุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้
1. บุตรโดยชอบดว้ ยกฎหมาย
2. บตุ รลาดับท่ี 1-3 ยกเวน้ มีบุตรแฝด
3. อายุครบ 3 ปี บรบิ ูรณ์ แต่ไม่เกนิ 25 ปีบริบูรณ์

ยกเวน้ - บุตรบุญธรรม
- บุตรซ่งึ บดิ ามารดาไดย้ กให้เป็นบุตรบญุ ธรรมของผอู้ ่ืน

 บตุ รโดยชอบดว้ ยกฎหมาย
การเปน็ บตุ รโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มสี ทิ ธิ แยกพจิ ารณาเปน็ 2 กรณี ดงั น้ี
1. กรณมี ารดาเปน็ ผมู้ ีสิทธิ เดก็ ท่ีเกดิ จากหญิงผ้เู ปน็ ผมู้ ีสทิ ธทิ มี่ ิได้สมรสกบั ชายให้ถือวา่ เป็น
บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของหญิงผมู้ ีสิทธินน้ั
2. กรณบี ิดาเปน็ ผมู้ สี ิทธิ จะถือวา่ เป็นบตุ รโดยชอบดว้ ยกฎหมายของบิดา โดย
o บิดาไดจ้ ดทะเบียนสมรสกบั มารดาของบตุ ร
o บิดาได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตรของตนต่อหน้านายทะเบียน ณ ท่ีว่า
การอาเภอหรือสานักงานเขตที่จดทะเบียนรับรองบุตรได้ โดยบุตรและ
มารดาของบุตรต้องให้ความใดคนหน่ึงไม่ได้ไปให้ความยินยอมด้วยตนเอง
ตอ่ หน้านายทะเบียน หรือคัดค้าน หรือไม่ให้ความยินยอมการจดทะเบียน
รบั รองบุตร จะตอ้ งมคี าพิพากษาของศาล โดยร้องต่อศาลให้มีคาพิพากษา
ให้บิดาจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรได้ และให้บิดานาคาพิพากษาไปขอจด
ทะเบียนตอ่ นายทะเบียน เพอื่ ให้นายทะเบียนดาเนินการจดทะเบยี นให้
o มีคาพิพากษาของศาลวา่ เป็นบตุ รของตน

 การนับลาดบั บุตร
บุตรท่มี สี ทิ ธินามาเบิกเงนิ สวสั ดกิ ารเกยี่ วกับการศึกษาบุตร มหี ลักเกณฑ์ ดังน้ี
1. บุตรคนท่ี 1 ถงึ คนท3ี่ ใหน้ บั เรียงลาดบั การเกดิ ก่อนหลงั ไม่ว่าเปน็ บุตรท่ีเกิดจากการ

สมรสคร้ังใด หรืออย่ใู นอานาจปกครองของตนหรือไม่
2. กรณีบตุ รเกิน 3 คน ถา้ คนหน่งึ คนใดในจานวน 3 คนตาย กายพกิ าร เป็นคนไร้

ความสามารถ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ วกิ ลจรติ หรือจติ ฟน่ั เฟือนไมส่ มประกอบ ก่อนอายุครบ 25 ปี
บริบรู ณ์ ใหน้ าบุตรลาดบั ถดั ไปมาเบิกเงินสวสั ดิการได้ โดยบุตรทน่ี ามาแทนท่ีนน้ั สามารถเบกิ เงินสวสั ดกิ าร
เกย่ี วกบั การศกึ ษาบตุ รจากทางราชการได้ จนกว่าจะหมดสิทธิ

“คนไร้ความสามารถ” คอื คนวิกลจรติ และศาลสง่ั ใหเ้ ปน็ คนไร้ความสามารถ (ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา 28)

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

6

“คนเสมือนไร้ความสามารถ” คือ บุคคลที่ไม่สามารถจัดทาการงานของตนได้ เพราะกาย
พิการหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และศาลได้ส่ังเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ (ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา 32)

3. กรณีผู้มสี ิทธผิ ใู้ ดยังไมม่ บี ุตร หรอื มบี ตุ ร ท่มี สี ิทธิไดร้ บั เงินสวัสดกิ ารเก่ยี วกบั การศกึ ษา
บุตรยังไม่ครบ 3 คน ต่อมามีบุตรแฝด ทาใหจ้ านวนบตุ รเกิน 3 คน ใหผ้ ู้นน้ั มีสทิ ธิได้รบั สวัสดกิ ารสาหรับบุตร
ตั้งแต่คนท่1ี ถงึ คนสดุ ท้าย โดยบุตรแฝดดังกลา่ ว จะต้องเปน็ บุตรซ่งึ เกดิ จากคสู่ มรส หรือเปน็ บุตรของตนเอง
ในกรณีทห่ี ญิงเปน็ ผู้ใชส้ ทิ ธิ

การนบั ลาดบั บตุ ร

1 23 4 5

2.5 หลักเกณฑป์ ระเภท และอัตราเงินบารุงการศึกษาและคา่ เลา่ เรียน

การจ่ายเงินให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562

มาตรา 8 การจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร ให้เป็นไปตามประเภทและอัตราการเบิกจ่ายตาม

หนงั สือกรมบัญชีกลางด่วนท่ีสดุ ทกี่ ค 0422.3/ว257 ลงวันท่ี 28 มิถนุ ายน 2559

1. ประเภทและอัตราเงินบารงุ การศกึ ษาในสถานศกึ ษาของทางราชการ

เงินบารุงการศึกษา ท่ีให้เบิกจ่ายได้จะต้องเป็นเงินประเภทต่าง ๆ ที่สถานศึกษาของท่ี

ราชการเรียกเก็บตามอัตราท่ีได้รับอนุมัติจากกระทรวงการศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือท่ีกากับ

มหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา

องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ อื่นที่มกี ฎหมายจัดตั้ง หรอื องค์การของรฐั บาล

ระดับการศกึ ษา ปีการศึกษาละไม่เกนิ
(บาท)

อนุบาลหรือเทยี บเท่า 5,800

ประถมศึกษาหรอื เทียบเทา่ 4,000

มัธยมศกึ ษาตอนต้นหรอื เทยี บเทา่ 4,800

มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรือหลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ปวส. 4,800
หรอื เทยี บเท่า 13,700

อนปุ รญิ ญาเทียบเท่า

ปริญญาตรี 25,000

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

7

หมายเหตุ บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลกั สูตรระดบั ปริญญาตรี ท่ีให้เบิกจ่ายเงนิ
สวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการศกึ ษาบุตรไดจ้ ะต้องเป็นการศึกษาในระดับปริญญาตรเี ป็นหลกั สตู รแรกทน่ี ามาเบกิ จาก
ทางราชการเท่าน้ัน

การเบิก บตุ รทีศ่ กึ ษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสตู รระดับอนบุ าลถึงระดบั
ปริญญาตรี ใหไ้ ด้รับเงนิ บารงุ การศกึ ษาเต็มจานวนท่ไี ดจ้ า่ ยไปจรงิ แตไ่ ม่เกนิ อตั ราทกี่ าหนด

2. ประเภทและอตั ราเงินค่าเล่าเรียนในสถานศกึ ษาของเอกชน

ค่าเล่าเรียน ที่ให้เบิกจ่ายได้จะต้องเป็นค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ซึ่งสถานศกึ ษาเอกชนเรียกเกบ็ ตามอตั ราที่ได้รบั อนุมตั จิ ากกระทรวงศึกษาธิการ หรอื มหาวทิ ยาลยั

2.1 สถานศกึ ษาของเอกชนประเภทสามัญศกึ ษา

ระดับการศกึ ษา ปีการศกึ ษาละไม่เกิน(บาท)
อนบุ าลหรอื เทียบเทา่
สถานทศ่ี ึกษาทีไ่ ม่รับเงนิ สถานที่ศกึ ษาท่ีรบั เงิน

อุดหนนุ อดุ หนุน

13,600 4,800

ประถมศึกษาหรอื เทียบเทา่ 13,200 4,200

มธั ยมศึกษาตอนตน้ หรอื เทียบเทา่ 15,800 3,300

มัธยมศกึ ษาตอนปลายหรือเทยี บเท่า 16,200 3,200

การเบิก บตุ รทศี่ กึ ษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลกั สตู รระดบั อนุบาลถงึ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ใหไ้ ด้รบั เงินคา่ เลา่ เรียนเตม็ จานวนท่ีได้จ่ายไปจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ อัตราทก่ี าหนด

2.2 สถานศึกษาของเอกชนประเภทอาชวี ศกึ ษา

2.2.1 หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) หรอื เทยี บเทา่

ระดบั การศึกษา ปีการศึกษาละไม่เกิน(บาท)
คหกรรม/คหกรรมศาสตร์
สถานทีศ่ ึกษาทไ่ี ม่รับเงนิ สถานทศ่ี กึ ษาท่ีรับเงิน

อุดหนุน อุดหนนุ

16,500 3,400

พาณิชยกรรม/บริหารธุรกจิ 19,900 5,100
ศลิ ปหัตถกรรม/ศิลปกรรม 20,000 3,600

เกษตรกรรม/เกษตรศาสตร์ 21,000 5,000

ช่างอตุ สาหกรรม/อุตสาหกรรม 24,400 7,200

ประมง 21,100 5,000

อุตสาหกรรมการทอ่ งเทย่ี ว 19,900 5,100

อตุ สาหกรรมสงิ่ ทอ 24,400 7,200

เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร 22,900 5,800

การเบกิ บตุ รทศ่ี กึ ษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลกั สูตรระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
หรือเทียบเทา่ ให้ได้รบั เงนิ ค่าเล่าเรยี นเตม็ จานวนทไี่ ดจ้ ่ายไปจรงิ แตไ่ ม่เกนิ อัตราทก่ี าหนด

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

8

2.2.2 หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.) หรอื เทยี บเท่า และ
หลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชพี เทคนิค (ปวท.) หรอื เทยี บเท่า

ประเภทวชิ า/สาขา เบิกไดค้ รึ่งหนึง่ ของจานวนทีจ่ า่ ย
จรงิ ปีการศกึ ษาละไม่เกิน (บาท)
(1) ช่างอตุ สาหกรรมหรอื อตุ สาหกรรมเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สาร ทศั นศาสตร์ 30,000

(2) พาณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจ / ศิลปหตั ถกรรมหรือ 25,000
ศลิ ปกรรม/เกษตรกรรมหรือเกษตรศาสตร์/คหกรรมหรือ
คหกรรมศาสตร์/อุตสาหกรรมการท่องเท่ยี ว

การเบกิ บตุ รท่ศี กึ ษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู (ปวส.)
หรือเทียบเท่า และหลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพเทคนคิ (ปวท) หรือเทียบเท่า ใหไ้ ด้รบั เงนิ
คา่ เล่าเรยี นคร่ึงหนึง่ ของจานวนท่ีไดจ้ า่ ยไปจรงิ แตไ่ ม่เกนิ อัตราท่ีกาหนด

2.2.3 หลกั สตู รระดับปริญญาตรี เบิกไดค้ รึง่ หนง่ึ ของจานวนที่จา่ ย
ประเภทวิชา/สาขา จริงปีการศกึ ษาละไม่เกิน (บาท)

ระดับปริญญาตรี 25,000

หมายเหตุ บตุ รท่ีศึกษาในสถานศกึ ษาของเอกชนในหลกั สูตรระดบั ปรญิ ญาตรี ท่ใี หเ้ บิกจา่ ยเงนิ
สวสั ดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรได้จะต้องเปน็ การศึกษาในหลักสูตรแรกท่นี ามาเบิกจากทางราชการเทา่ น้ัน

การเบกิ บตุ รทีศ่ กึ ษาในสถานศกึ ษาของเอกชนในหลักสตู รระดับปริญญาตรี ให้เบิกจา่ ยได้ครึ่งหนง่ึ
ของจานวนที่ได้จา่ ยไปจริงของคา่ เลา่ เรียนปีการศึกษาละไมเ่ กนิ 25,000 บาท

2.6 หลักฐานการรบั เงนิ ของสถานศกึ ษา
ตามระเบยี บฯ หลักฐานการรับเงนิ ของสถานศึกษาอยา่ งน้อยต้องมรี ายการ ดังต่อไปนี้
1. ชือ่ สถานทอี่ ยู่ หรือทท่ี าการของสถานศกึ ษาผ้รู บั เงนิ
2. วนั เดือน ปี ท่ีรบั เงิน
3. รายการแสดงการรับเงนิ ระบรุ ายละเอยี ดแตล่ ะรายการวา่ เป็นคา่ อะไร
4. จานวนเงินทัง้ ตวั เลขและตัวอกั ษร
5. ลายมอื ชือ่ ผรู้ ับเงนิ
- กรณีที่สถานศึกษามีข้อตกลงกับธนาคารในการรับชาระเงินบารุงการศึกษาหรือเงินค่าเล่า

เรียนของสถานศึกษา ให้ใช้ใบแจ้งการชาระเงินและหรือใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษา ซ่ึงมีรายการตาม
ระเบียบกาหนดเปน็ หลกั ฐานการขอรบั เงินของสถานศึกษา

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

9
- กรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษาแล้ว แต่เกิดสูญหายให้ใช้สาเนา
หลกั ฐานการรบั เงนิ ของสถานศกึ ษา ซง่ึ ผ้รู ับเงินของสถานศึกษารบั รองเป็นเอกสารประกอบการขอเงินแทนได้
- กรณีท่ีหลักฐานการรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศให้มีคาแปลเป็นภาษาไทยซึ่งมีรายการ
ตามระเบยี บกาหนดไวด้ ว้ ย และใหผ้ ูใ้ ชส้ ิทธิขอเบกิ เงนิ ลงลายมือชือ่ รับรองคาแปลด้วย
- กรณีที่หลักฐานการรับเงินของสถานศึกษาที่ลงลายมือชื่อผู้รับเงินของสถานศึกษาด้วย
ลายเซน็ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ต้องมรี ายการตามทีร่ ะเบยี บกาหนด (ยกเว้นลายมือช่ือผู้รับเงิน) ในหลักฐานการรับเงิน
ดว้ ย
- กรณีที่สถานศึกษาในต่างประเทศเป็นผู้ออกหลักฐานการรับเงินตามหลักสูตรการศึกษาท่ี
เป็นความร่วมมือ ขอ้ ตกลง โครงการพิเศษของสถานศึกษาในประเทศท่ีได้กาหนดให้ผู้ศึกษาต้องไปศึกษาหรือ
สมคั รไปศึกษาในสถานศกึ ษาในต่างประเทศ ใหส้ ถานศึกษาในประเทศตอ้ งรบั รองรายการท่ีเรียกเก็บค่าใช้จ่าย
ตามหลักสตู รที่กาหนด ระบุภาคการศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา และให้มคี าแปลเป็นภาษาไทยดว้ ย

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

10

บทท่ี 3

แนวทางปฏิบัติและวิธกี ารตรวจสอบเอกสารการเบิกเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบุตร

ตามพระราชกฤษฎกี าเงินสวัสดกิ ารเกีย่ วกบั การศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 กาหนดให้จ่ายเงินช่วยเหลือ
ค่าใชจ้ า่ ยเกีย่ วกบั การศึกษาบุตรให้กับผู้มีสิทธิที่มีบุตรเข้าข่ายได้รับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร และ
การได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประเภท และอัตราที่
กระทรวงการคลังกาหนด

3.1 การใช้สทิ ธิเบกิ เงินสวัสดกิ ารเกย่ี วกบั การศกึ ษาบตุ ร
ผูม้ ีสิทธิ คอื ผู้ท่ีเป็นพนักงานส่วนท้องถ่ิน หรือลูกจ้างประจา หรือผู้ได้รับบานาญ ผู้บริหารท้องถ่ิน มี

สิทธไิ ดร้ บั เงินสวสั ดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร มเี งอื่ นไขการใช้สทิ ธิ ดังน้ี
1. กรณผี มู้ สี ิทธิและคู่สมรสเปน็ ขา้ ราชการ หรอื ลกู จ้างประจา หรอื ผู้ได้รับเบี้ยหวดั หรอื ผรู้ บั บานาญ

ให้คสู่ มรสฝา่ ยใดฝา่ ยหนงึ่ เปน็ ผูใ้ ชส้ ทิ ธิขอรบั เงินสวสั ดิการเก่ยี วกบั การศึกษาบตุ รทกุ คนแต่เพยี งฝา่ ยเดียว
 กรณีท่ีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจาหรือผู้ได้รับบานาญเบี้ยหวัดท่ี

อยู่ในส่วนราชการผู้เบิกแห่งเดียวกัน ผู้ใช้สิทธิจะต้องรับรองตนเองในใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษา
บุตร วา่ ตนเป็นผ้ใู ช้สทิ ธิเบกิ เงนิ สวัสดิการเกย่ี วกบั การศึกษาบุตรแต่เพยี งฝ่ายเดยี ว

 กรณีผู้ใช้สิทธิมีคู่สมรสเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจา หรือผู้ท่ีได้รับบานาญเบี้ยหวัด
อย่ตู ่างสว่ นราชการเบิก หรือมีการเปลี่ยนส่วนราชการผู้เบิกหลังจากท่ีมีการใช้สิทธิเบิกสวัสดิการไปแล้ว ผู้ใช้
สิทธิจะต้องรับรองตนเองว่าตนเป็นผู้ใช้สิทธิแต่เพียงฝ่ายเดียวและส่วนราชการเจ้าสังกัดต้องทาหนังสือแจ้ง
การใชส้ ทิ ธิ ตามทผ่ี ้นู น้ั รอ้ งขอให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือส่วนราชการผู้เบิก บานาญเบี้ยหวัดของคู่สมรสอีก
ฝา่ ยหนึ่งทราบ และเมื่อส่วนราชการเจ้าสังกัดทีไ่ ดร้ ับแจ้งทราบให้ดาเนินการทาหนังสือตอบรับการแจ้งการใช้
สทิ ธิ ใหก้ ับส่วนราชการของผู้ใช้สทิ ธิเบกิ เงนิ สวสั ดิการ

2. กรณีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตรและใช้สิทธิจ าก
หน่วยงานอื่นแล้ว ผู้น้ันไม่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรตามพระราชกฤษฎีกาน้ีเว้นแต่ผู้มี
สิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรได้เฉพาะส่วนท่ีต่ากว่าสิทธิที่พึงจะได้รับตามที่
กาหนดไว้ในกฎหมายวา่ ดว้ ยเงนิ สวัสดกิ ารเก่ียวกับการศึกษาบตุ ร

3. กรณีบดิ าหรือมารดาทีช่ อบดว้ ยกฎหมายของบุตรท่ีได้หยา่ ตามกฎหมาย หรือแยกกันอยู่โดยมไิ ด้
หย่ากนั ตามกฎหมาย

ก. กรณผี ู้มีสทิ ธิและคู่สมรสเป็นขา้ ราชการทง้ั 2 ฝ่าย ใหฝ้ า่ ยใดฝา่ ยหนึง่ เป็นผใู้ ชส้ ิทธขิ อรบั เงิน
สวัสดิการเกย่ี วกบั การศกึ ษาบตุ รของตนได้ แมจ้ ะมิได้เปน็ ฝา่ ยที่ปกครอง หรอื อปุ การะเลยี้ งดบู ุตรของตน

 กรณีท่ีอยู่ในส่วนราชการผู้เบิกแห่งเดียวกัน ผู้ใช้สิทธิจะต้องรับรองตนเองในใบเบิก
เงนิ สวัสดิการเกย่ี วกบั การศึกษาบุตร ว่าตนเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรแต่เพียงฝ่าย
เดยี ว

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

11
 กรณีทอ่ี ยู่ตา่ งส่วนราชการผู้เบิก และในกรณีท่ีผู้ใช้สิทธิเปลี่ยนส่วนราชการผู้เบิก หลังจากท่ี
มกี ารใชส้ ทิ ธิเบกิ เงินสวสั ดิการไปแล้ว ผู้ใช้สทิ ธิจะตอ้ งแจง้ การใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการ โดยขอให้ส่วนราชการ
เจ้าสังกดั แจง้ การใช้สิทธติ ามทผ่ี ใู้ ชส้ ิทธิรอ้ งขอ ใหส้ ่วนราชการเจา้ สังกดั ของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งทราบและตอบ
รับตามแบบ

ข. กรณีผู้มีสิทธิฝ่ายเดียวเป็นข้าราชการ เมื่อหย่ากับคู่สมรส หรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากัน
ตามกฎหายกับคู่สมรส ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสาหรับบุตรของตนได้ แม้จะมิได้เป็นฝ่าย
ปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดบู ุตรของตน

ค. กรณผี ู้มสี ิทธมิ ีคสู่ มรสซึง่ สิทธิ ได้รับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตรจากหน่วยงาน
อ่ืน เม่ือหย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมาย แม้ผู้มีสิทธิจะมิได้เป็นฝ่ายปกครองหรืออุปการะ
เลี้ยงดุบุตรของตน ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรได้เฉพาะส่วนที่ต่ากว่า
สิทธทิ ีพ่ ึงจะไดร้ ับตามที่กาหนดไวใ้ นกฎหมายดว้ ยเงนิ สวัสดิการเกย่ี วกับการศึกษาบุตร

4. กรณีผ้มู ีสทิ ธิพน้ จากราชการ หรอื ถงึ แกก่ รรมก่อนท่จี ะใชส้ ิทธิ ใหย้ ื่นใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การศกึ ษาบุตร ณ สว่ นราชการผ้เู บกิ บานาญ หรือเบี้ยหวดั หรอื สานักงานทร่ี บั ราชการครั้งสุดท้าย

5. กรณผี ู้มีสิทธิไมส่ ามารถลงลายมอื ช่อื หรือไมส่ ามารถยนื่ ใบเบิกเงนิ ด้วยตนเองได้ ให้ดาเนนิ การดังน้ี
 กรณีตายใหท้ ายาทตามกฎหมาย หรอื ผู้จดั การมรดกเป็นผยู้ ่ืนใบเบิกเงินสวสั ดิการ
 กรณีผู้มีสิทธิมีสติสัมปชัญญะ แต่ไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ให้พิมพ์ลายน้ิวมือแทนการลง
ลายมือชื่อ พร้อมพยาน 2 คนลงลายมือช่ือรับรอง และให้บุคคลในครอบครัวเป็นผู้ย่ืนใบ
เบกิ เงินสวัสดกิ าร
 ผูม้ ีสทิ ธไิ ม่รสู้ ึกตวั หรือไม่มีสติสัมปชัญญะ แต่ยังไม่มีคาสั่งศาลให้เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือ
เสมือนไร้ความสามารถ ใหบ้ ุคคลในครอบครวั เป็นผูย้ ่ืนใบเบิกเงินสวัสดิการพร้อมกับหนังสือ
รับรองของแพทยผ์ ทู้ าการรักษาว่าไมร่ ูส้ ึกตวั หรอื ไม่มีสตสิ ัมปชญั ญะเพยี งพอท่ีจะดาเนินการ
ได้ หากไม่มีบุคคลดังกล่าวให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาที่จะพิจารณาเห็นสมควรให้
ผู้ใดเป็นผดู้ าเนนิ การแทน

3.2 ระยะเวลาในการยื่นขอเบิกเงินสวัสดกิ ารเก่ียวกับการศึกษาบตุ ร
ให้ผู้มีสิทธิย่ืนใบเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของบุตร ตามแบบ ก.บ.1 พร้อมด้วยหลักฐาน

การรบั เงินของสถานศกึ ษา ภายในกาหนดระยะเวลา 1 ปี นบั ต้ังแต่วันเปดิ ภาคเรยี นของแต่ละภาค ดังนี้
กรณีปกติ
สถานศึกษาเรียกเก็บเงินเป็นรายภาคเรียน ผู้มีสิทธิต้องยื่นหลักฐานขอเบิกต่อผู้มีอานาจ

อนมุ ัตภิ ายใน 1 ปี นับต้ังแต่วันเปิดภาคเรียนของแต่ละภาค เช่น สถานศึกษาเรียกเก็บเงินเป็น 2 ภาคเรียน
โดยภาคเรยี นท่ี 1 กาหนดเปิดเรียนในวนั ท่ี 16 พฤษภาคม 2562 ภาคเรยี นที่ 2 กาหนดเปิดเรียนในวันที่ 3
พฤศจิกายน 2562 ดังนั้น ภาคเรียนที่1 ผู้มีสิทธิสามารถย่ืนเบิกได้ตั้งแต่วันท่ี 16 พฤษภาคม 2562 ถึง
วนั ท่ี 15 พฤษภาคม 2563 และภาคเรียนที่ 2 ผมู้ สี ิทธสิ ามารถยืน่ เบิกได้ต้ังแต่วันท่ี 3 พฤศจิกายน 2562
ถงึ วันท่ี 2 พฤศจิกายน 2563

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

12

สถานศึกษาเรียกเก็บเงินเป็นรายปีการศึกษา หรือเก็บครั้งเดียวตลอดปี ผู้มีสิทธิต้องยื่น
หลักฐานการขอเบิกต่อผู้มีอานาจอนุมัติภายใน 1 ปี นับแต่วันเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษาน้ัน ๆ หาก
พน้ กาหนดเบกิ 1 ปี ถือว่าหมดสิทธิในการยื่นใบเบิกเงินสวัสดิการสาหรับภาคการศึกษา หรือปีการศึกษาน้ัน
แลว้ แตก่ รณี

หากพ้นกาหนดให้ถือวา่ หมดสิทธิในการยืน่ ใบเบิกเงินสวัสดิการสาหรบั ภาคการศกึ ษาหรือปีการศึกษา

กรณยี ่นื พ้นกาหนดเวลา (ใบเสรจ็ เกนิ 1 ป)ี
ผู้มีสิทธสิ ามารถยืน่ ขอเบกิ เงินสวัสดิการเก่ยี วกบั การศึกษาบตุ รเกนิ กาหนดเวลา 1 ปีการศึกษา

ไดก้ รณดี ังตอ่ ไปนี้
ผู้มีสิทธิถูกสั่งพักราชการ หรือถูกส่ังให้ออกจากราชการไว้ก่อน ภายหลังได้รับ

เงนิ เดือนในระหว่างถูกสง่ั พกั ราชการ หรอื ในระหวา่ งถกู สัง่ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้ผู้มีสิทธิยื่นใบเบิกเงิน
สวสั ดิการภายใน 1 ปี นบั แต่วันทก่ี รณถี งึ ทสี่ ุด

ผู้มีสิทธิมีความจาเป็นต้องขอผ่อนผันต่อสถานศึกษาในการชาระเงินล่าช้า ให้ผู้มี
สิทธิยื่นใบเบกิ เงินสวัสดิการภายใน 30 วัน นับแต่วนั ที่ออกหลักฐานการรบั เงินของสถานศึกษา

ผมู้ สี ิทธมิ ีบุตรกยู้ มื เงินเรยี นจากกองทุนเงนิ ให้กยู้ มื เพ่ือการศึกษา (กยศ.)และกองทุน
เงินกู้ยืมเพ่ือการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ให้ผู้มีสิทธินาหลักฐานมาย่ืนใบเบิกเงินสวัสดิการ
เกยี่ วกบั การศกึ ษาบตุ รได้ภายใน 90 วัน นับแตว่ นั ท่ีออกหลักฐานการรบั เงนิ ของสถานศึกษา

กรณบี ตุ รไดร้ บั ทนุ การศกึ ษา ซง่ึ เปน็ ลกั ษณะทุนให้เปล่า โดยผู้รบั ทุนไม่ต้องเสียคา่ ใช้จ่ายใดๆ
ในการศกึ ษา ผ้มู ีสทิ ธิไม่สามารถนาค่าใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษามาขอเบกิ เงินสวัสดกิ าร
เกี่ยวกับการศกึ ษาบุตรจากทางราชการได้

3.3 การรับรองการมสี ิทธิ
ผ้มู สี ิทธิได้รับเงนิ สวสั ดิการเป็นผู้รับรองการมีสิทธิของตนเองใน แบบ ก.บ. 1

3.4 การอนุมตั ใิ หเ้ บกิ จ่ายเงนิ สวสั ดกิ าร
ผู้มีสิทธิยื่นคาขอรับเงินค่าการศึกษาบุตรตามแบบ ก.บ.1 พร้อมด้วยหลักฐานท่ีออกโดย

สถานศกึ ษา ต่อผ้บู ังคับบัญชาและผู้บรหิ ารท้องถนิ่ เปน็ ผ้อู นมุ ตั ิ

ผู้บริหารท้องถน่ิ หมายความวา่ นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และ
นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

13

3.5 แบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง
แบบฟอรม์ ตา่ ง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องกบั การเบิกเงินสวัสดกิ ารเก่ียวกบั การศึกษาบุตร มีดงั ต่อไปนี้
1. แบบ ก.บ.1 ใบเบกิ เงินสวสั ดิการเกย่ี วกับการศึกษาของบตุ รขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2. แบบ ก.บ.2 หน้างบใบสาคญั เงนิ สวสั ดกิ ารเก่ยี วกบั การศึกษาของบตุ ร
3. แบบ ก.บ.3 หนงั สอื แจง้ การใช้สทิ ธิ
4. แบบ ก.บ.4 หนงั สือตอบรบั การแจง้ การใช้สทิ ธิ

การตรวจสอบสิทธิและเอกสารหลกั ฐานการเบกิ เงินสวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการศกึ ษาบุตร
1. ตรวจสอบสิทธิผู้ขอเบิกว่าเป็นผู้มีสิทธิเบิกเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรสาหรับภาคการศึกษาหรือปี
การศึกษาท่ีย่ืนขอใช้สิทธิเบิกหรือไม่ เช่น เป็นผู้บริหารท้องถ่ิน พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจา
ผรู้ ับเบี้ยหวดั บานาญ
2. ตรวจสอบบุตรของผู้มีสิทธิ ตามเอกสารหลักฐานที่เก่ียวข้องในแต่ละกรณีเพื่อประกอบการพิจารณา
วา่ เปน็ บตุ รท่ีสามารถหลักฐานการศกึ ษาบตุ รมาย่ืนขอเบิกได้ ดังนี้
 เป็นบตุ รชอบด้วยกฎหมาย
 อายุ 3 ขวบแต่ไมเ่ กิน 25 ปี
 เปน็ บตุ รลาดบั ที่ 1-3
3. ตรวจสอบว่ายน่ื เอกสารขอเบิกเกนิ 1 ปี นับแตว่ ันเปิดภาคเรียนของแตล่ ะภาคหรือนับแต่วันเปิดภาค
เรียนแรกของปีการศึกษานั้น ๆ หรือไม่ หากเกิน 1 ปี ให้ตรวจสอบว่าเพราะอะไร เข้าตาม
หลกั เกณฑก์ ารขอยน่ื เบิกเกนิ 1 ปี ทีไ่ ม่ต้องขอทาความตกลงกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่
4. ตรวจสอบประเภทสถานศึกษา/ค่าใช้จ่ายท่ีขอเบิกว่าเป็นไปตามประกาศของสถานศึกษาท่ีได้รับการ
อนุมัติใหเ้ รียบเกบ็ ได้ และไม่เกินอัตราทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด

หลกั ฐานท่ีใช้ประกอบการเบิกเงนิ สวสั ดิการเก่ยี วกับการศึกษาบุตร
กรณมี ารดาเปน็ ผูเ้ บิก
1. ใบเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร (แบบ ก.บ.1) โดยผู้มีสิทธิต้องกรอกข้อมูลให้
ครบถว้ นทกุ รายการ
2. ใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาท่ีแสดงรายการ ชื่อ/ท่ีอยู่ของสถานศึกษา วัน เดือน ปีที่รับเงิน
ช่ือ-สกุลนักเรียน ภาคเรียน ประจาปีการศึกษา รายการแสดงการรับเงิน จานวนเงินท้ังตัวเลข
และตัวอักษร ลายมือช่ือผู้รับเงินของสถานศึกษา (กรณีชาระเงินผ่านธนาคาร ใบแจ้งการชาระ
เงิน/ใบเสร็จรับเงิน ลายมือชื่อผู้รับเงินของเจ้าหน้าท่ีธนาคาร หรือในกรณีเป็น ลายเซ็น
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ต้องเป็นลายเซน็ ท่ไี ด้รับอนมุ ัติใหใ้ ช)้
3. หลกั ฐานทแ่ี สดงวา่ สว่ นราชการเจ้าสังกัดของสถานศึกษาอนุญาตให้เรียกเก็บเงินบารุงการศึกษา
กรณสี ถานศกึ ษาของทางราชการ หรือเงินค่าเลา่ เรียนกรณสี ถานศึกษาของเอกชน
4. สาเนาสูตบิ ัตร หรอื สาเนาทะเบียนบา้ นบตุ ร
5. ใบเปล่ยี นช่ือ-สกุล (ถ้าม)ี

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

14

กรณบี ดิ าเปน็ ผ้เู บกิ
1. ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร (แบบ ก.บ.1) โดยผู้มีสิทธิต้องกรอกข้อมูลให้

ครบถ้วนทุกรายการ
2. ใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาท่ีแสดงรายการ ช่ือ/ท่ีอยู่ของสถานศึกษา วัน เดือน ปีที่รับเงิน

ชื่อ-สกุลนักเรียน ภาคเรียน ประจาปีการศึกษา รายการแสดงการรับเงิน จานวนเงินทั้งตัวเลข
และตัวอักษร ลายมือช่ือผู้รับเงินของสถานศึกษา (กรณีชาระเงินผ่านธนาคาร ใบแจ้งการชาระ
เงิน/ใบเสร็จรับเงิน ลายมือช่ือผู้รับเงินของเจ้าหน้าท่ีธนาคาร หรือในกรณีเป็นลายเซ็น
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ต้องเปน็ ลายเซน็ ทไี่ ดร้ บั อนมุ ัติให้ใช้)
3. หลักฐานทแี่ สดงวา่ ส่วนราชการเจ้าสังกัดของสถานศึกษาอนุญาตให้เรียกเก็บเงินบารุงการศึกษา
กรณีสถานศกึ ษาของทางราชการ หรอื เงินคา่ เล่าเรียนกรณสี ถานศกึ ษาของเอกชน
4. สาเนาสูติบตั ร หรือสาเนาทะเบียนบา้ นบตุ ร
5. ใบเปล่ียนชอื่ -สกลุ (ถา้ มี)
6. สาเนาทะเบียนสมรส (ระหว่างผู้ขอเบิกและคู่สมรส) หรือ สาเนาหนังสือรับรองบุตร หรือคา
พพิ ากษาศาลว่าเปน็ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือสาเนาทะเบยี นหย่า
หลักฐานประกอบการเบกิ เงินสวสั ดกิ ารเก่ยี วกบั การศกึ ษาบุตร
1. หนา้ งบใบสาคัญเงินสวัสดิการเกีย่ วกับการศึกษาบตุ ร
2. แบบใบเบกิ เงินสวสั ดกิ ารเก่ยี วกบั การศึกษาบุตรขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น (แบบ ก.บ.1)
3. ใบเสรจ็ รบั เงินสถานศกึ ษา
4. หลกั ฐานท่ีแสดงวา่ ส่วนราชการเจา้ สงั กดั ของสถานศกึ ษาอนญุ าตให้เรยี กเกบ็ เงนิ บารุงการศึกษา/
คา่ เลา่ เรยี นบุตร
5. อืน่ ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง (ถา้ มี) เช่น ทะเบยี นบา้ น สูตบิ ัตร ใบสาคัญการสมรส

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

15

แผนผงั การเบกิ เงินสวัสดกิ ารเกยี่ วกบั การศกึ ษาบตุ ร

ตรวจสอบสิทธิการเบกิ
เงนิ

ผู้บรหิ ารทอ้ งถ่นิ

พนักงาน ผู้มีสทิ ธิ บานาญ
สว่ นทอ้ งถ่ิน

ลูกจา้ งประจา

ไรค้ วามสามารถ พิการ ตาย บุตรทสี่ ามารถนาคา่ การศึกษามาเบกิ เปน็ บุตรลาดับท่ี 1-3
หรือเสมอื ไร้ ได้ อายุ 3 ปี แต่ไม่เกิน 25 ปี
ความสามารถ การแทนท่ี
ยื่นหลักฐานขอเบกิ ภายใน 1 ปี นบั แต่ เปน็ บุตรชอบด้วยกฎหมาย
วิกลจรติ หรอื วนั เปดิ ภาคเรยี นของแตล่ ะภาค หรอื นับแต่
จิตฟนั่ เฟอื น วันเปิดภาคเรยี นแรกของปีการศึกษาน้นั ๆ กรณีมารดาเบกิ ใหบ้ ุตร

กรณีบดิ าเบกิ ใหบ้ ตุ ร การยื่นเรอื่ งขอเบิกเงนิ - สาเนาสตู บิ ตั รหรอื สาเนา
กรณี ถูกสง่ั พกั ราชการ/ออกจากราชการไว้ก่อนภายใน ทะเบยี นบา้ นของบตุ ร
- สาเนาสตู ิบตั รหรือสาเนา 1 ปี นับแต่วันทคี่ ดีถึงทีส่ ดุ - สาเนาทะเบียนสมรส (ถา้ มี)
ทะเบยี นบา้ นของบุตร กรณี ขอผอ่ นผันของสถานศึกษา ภายใน 30 วัน นบั - ใบเปลี่ยนชือ่ สกลุ (ถา้ มี)
- สาเนาทะเบียนสมรส สาเนา แตว่ ันท่ีออกใบเสร็จรบั เงิน
หนงั สือรบั รองบตุ ร หรือสาเนา กรณี กยู้ มื เงินจาก กยศ.ภายใน 90 วนั นับแต่วนั ทีอ่ อก
คาพพิ ากษาศาลว่าเปน็ บุตรที่ ใบเสรจ็ รับเงิน
ชอบดว้ ยกฎหมาย หรอื สาเนา
ทะเบยี นหยา่
- ใบเปลย่ี นชือ่ สกลุ (ถา้ มี)

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

16

บทท่ี 4

ข้นั ตอนการเบกิ จา่ ยเงินสวัสดกิ ารเกีย่ วกบั การศึกษาบตุ ร

การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร

จะต้องนาหลักฐานการรับเงินค่าบารุงการศึกษาหรือค่าเล่าเรียนจากสถานศึกษาของทางราชการและ

สถานศึกษาของเอกชนตามท่ีกาหนด ในพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562

มาเบิกกับส่วนราชการ ต้องดาเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า

ด้วยเงินสวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการศกึ ษาบุตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. 2563

4.1 หน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ

ผู้รับผิดชอบ หน้าที่

ผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ อนมุ ตั ิการเบิกจ่าย

ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ อนุมัติการขอเบิกเบ้ืองต้น กากับดูแลการปฏิบัติงาน

เกย่ี วข้องทกุ สว่ น และติดตามผลการดาเนินงาน

เจ้าหน้าที่การเงิน ดาเนนิ การตรวจสอบ บันทึกการเบิกจ่ายและลงบัญชี

ในทะเบยี นคมุ เงินต่าง ๆ

เจา้ หน้าที่หนว่ ยงาน ดาเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน สรุปผลการ
ดาเนนิ งานและแจง้ ผ้เู กีย่ วข้อง

4.2 หลกั ฐานประกอบการเบิกเงนิ สวัสดิการ

ผู้ขอเบิกเงินจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานในการขอเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรมี

รายการดงั ต่อไปนี้

เอกสารหลกั ฐานประกอบการเบิกเงนิ ผู้ใช้สทิ ธเิ บกิ

บิดา มารดา

1. ใบเบิกเงินสวสั ดิการเกีย่ วกบั การศึกษาของบุตร (แบบ ก.บ.1)  
 
2. ใบเสร็จรับเงนิ ของสถานศกึ ษา  

3. ระเบยี บหรอื ประกาศของสถานศึกษาอนุญาตให้เรยี กเกบ็ เงินบารุง  
การศกึ ษา/หนงั สอื อนุญาตให้ใช้ลายเซ็นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ในใบเสร็จรับเงนิ  
 
4. สาเนาบัตรขา้ ราชการ หรือบตั รประชาชน 

5. สาเนาทะเบียนบา้ นบตุ ร หรือสาเนาสูตบิ ตั รของบตุ ร 

6. สาเนาทะเบียนสมรส/หยา่
7. สาเนาใบรับรองบตุ ร (กรณบี ดิ าไมไ่ ด้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของบตุ ร)

หรอื สาเนาคาพิพากษาศาลว่าเปน็ บุตรทีช่ อบดว้ ยกฎหมาย

8. ใบเปลีย่ นชื่อ-นามสกลุ (ถ้ามี) ทั้งผู้มีสิทธแิ ละบตุ ร

หมายเหตุ เอกสารลาดบั ท่ี 4-8 ประกอบเฉพาะใชส้ ิทธิครั้งแรก

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

17
4.3 การยน่ื ใบเบิกเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ยี วกบั การศึกษาบตุ ร

ผู้ใช้สิทธิกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร (แบบ ก.บ.1) ให้
ครบถ้วนถูกต้องพร้อมแนบหลักฐาน และรับรองสาเนาถูกต้อง โดยจะต้องรับรองการมีสิทธิของตนเองในใบ
เบิกเงินสวัสดิการเกยี่ วกบั การศกึ ษาบุตร ดงั นี้

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

18

การกรอกรายละเอยี ดตามแบบฟอรม์
1. ระบุชอ่ื ผเู้ บกิ ตาแหน่ง สงั กดั (หน่วยงาน/โรงเรยี น)
2. ระบุช่อื ค่สู มรส ที่ถกู ต้องตามกฎหมาย
(กรณหี ยา่ /ค่สู มรสเสียชีวิต ระบใุ นช่อื คสู่ มรส “หยา่ ” “เสยี ชีวิต”)
ใส่เคร่ืองหมาย  ประเภทอาชพี ของค่สู มรส (ระบตุ าแหน่งและสงั กดั )
3. ใส่เครือ่ งหมาย  ประเภทการขอใชส้ ิทธิ
4. ระบรุ ายละเอียดของบตุ รที่เบิกเงินสวสั ดิการเกีย่ วกบั การศกึ ษาของบตุ รให้ครบถว้ น
ใสเ่ ครื่องหมาย  ประเภทเงนิ บารงุ การศึกษา (กรณศี ึกษาในสถานศกึ ษาของทางราชการ)
ใสเ่ คร่อื งหมาย  ประเภทเงินคา่ เล่าเรยี น (กรณศี กึ ษาในสถานศกึ ษาของเอกชน)

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

19

5. ระบจุ านวนเงินท่ีขอรบั เงนิ สวัสดิการเกี่ยวกับการศกึ ษาของบตุ รเม่ือเทยี บกับสทิ ธทิ ่ีได้รบั
6. กรอกข้อมลู ตาแหน่งผู้ทมี่ อี านาจอนุมัติ

ใส่เคร่อื งหมาย  ระบกุ ารใช้สทิ ธิ ซ่งึ ต้องเปน็ ไปตามระเบียบ กฎหมาย หรอื หนงั สอื สง่ั การ
ผู้เบกิ เงินลงลายมอื ชอ่ื “ผู้ขอรับสวสั ดกิ าร” พร้อมระบุ วัน เดือน ปี ทีข่ อรบั เงินสวสั ดกิ าร
7. ผ้มู ีอานาจอนุมตั ิลงนาม
8. ระบุจานวนเงินท่ีได้รับ ผู้เบิกเงินลงลายมือ “ชื่อผู้รับเงิน” และผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อ “ผู้
จ่ายเงนิ ” พร้อมระบวุ นั เดอื น ปี ที่จ่ายเงิน

4.4 ขน้ั ตอนการปฏิบัติเก่ยี วกบั การเบิกจา่ ยเงนิ สวัสดิการ
1. ผู้มีสิทธิกรอกใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(แบบ ก.บ1) ให้ครบถ้วนถูกต้องพร้อมแนบหลักฐาน และรับรองสาเนาถูกต้อง โดยให้ผู้มีสิทธิได้รับเงิน
สวัสดิการเป็นผู้รับรองการมีสิทธิของตนเองในใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร รายละเอียด
หลกั ฐานทเี่ กย่ี วขอ้ ง

1.1 ผมู้ ีสิทธิ
 สาเนาบัตรขา้ ราชการหรอื บตั รประชาชน (เฉพาะใช้สทิ ธิครง้ั แรก)
 สาเนาทะเบียนสมรส (เฉพาะใช้สิทธิครัง้ แรก)
 ใบเปลย่ี นชื่อ-นามสกลุ (ถ้าม)ี

1.2 บุตร
 สูติบัตร (เฉพาะใชส้ ทิ ธคิ ร้ังแรก)
 สาเนาใบรับรองบุตรหรือสาเนาคาพิพากษาศาลว่าเป็นบุตรท่ีชอบ
ด้วยกฎหมาย (เฉพาะใช้สิทธคิ รงั้ แรก)
 สาเนาทะเบยี นบา้ น (เฉพาะใชส้ ิทธคิ รงั้ แรก)
 อายตุ ้งั แต่ 3 ปี – ไม่เกิน 25 ปี

กรณีท่ีบดิ ามารดาแยกกนั อยู่ หย่า เสยี ชีวิต ตอ้ งระบุใหช้ ัดเจนและมเี อกสารอา้ งอิงได้
เช่น ทะเบยี นหยา่ หนงั สือแจง้ การใชส้ ิทธิและตอบรบั ที่กาหนด

1.3 ใบเสร็จรบั เงนิ จากสถานศึกษาของทางราชการและสถานศึกษาเอกชน ต้องมีรายการที่
แสดงดังต่อไปนี้

 ชอ่ื สถานทอี่ ยู่ หรอื ท่ที าการของสถานศกึ ษาผ้รู ับเงนิ
 วนั เดือน ปี ทร่ี บั เงนิ
 ชอ่ื -สกุล นกั เรียน
 ประจาปกี ารศึกษา
 ภาคการศึกษา

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

20

 รายการแสดงการรบั เงินระบุรายละเอียดแตล่ ะรายการวา่ เป็นคา่ อะไร
 จานวนเงนิ ท้ังตัวเลขและตัวอักษร
 ลายมอื ช่ือผู้รบั เงิน
1.4 หลักฐานที่แสดงวา่ สว่ นราชการเจา้ สังกดั ของสถานศกึ ษาอนญุ าตให้เรยี กเก็บเงินบารงุ
การศกึ ษาได้
2. เจา้ หนา้ ทก่ี ารเงนิ หรือผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ตรวจสอบแบบ ก.บ. 1 และหลักฐานประกอบการขอ
เบิกของผู้สิทธิ พร้อมทั้งตรวจสอบประเภทและอัตราการขอเบิกตามหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนที่สุด
ที่ กค 0422.3/ ว257 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559 (เป็นไปตามแนวทาง/วิธีการตรวจสอบเอกสารการ
เบิกเงนิ สวัสดกิ ารเกี่ยวกับการศกึ ษาบตุ รของคู่มอื การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ )
3. เจ้าหนา้ ที่การเงิน หรือผ้ทู ่ีได้รับมอบหมายจัดทาทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงินสวสั ดกิ ารเกยี่ วกับ
การศกึ ษาบตุ รรายบคุ คล เพอ่ื ควบคุมการเบิกจา่ ยของผ้มู ีสิทธิในแตล่ ะราย
4. ผูบ้ ริหารท้องถน่ิ อนุมัติใหเ้ บิกได้ (ลงนามในสว่ นที่ 7) ของ แบบ ก.บ.1
5. เจา้ หน้าทห่ี นว่ ยงาน จัดทาหน้างบใบสาคัญเงินสวสั ดิการเกยี่ วกบั การศกึ ษาบุตร (แบบ ก.บ.2)
และฎีกาเบิกเงินในระบบlaas พร้อมลงทะเบียนคุมงบประมาณรายจ่ายประจาปีของหน่วยง าน
เสนอผบู้ ังคบั บัญชาของหน่วยงานอนุมัติการขอเบกิ
6. เจา้ หนา้ ทก่ี ารเงิน หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ตรวจสอบการอนมุ ัติพรอ้ มจัดทาใบผา่ นรายการ
ต้งั หน้ี(AP) ในระบบlaas พร้อมบนั ทึกตรวจรับฎีกาและเอกสาร
7. ผบู้ ริหารทอ้ งถน่ิ อนมุ ตั ิใหเ้ บกิ จ่ายฎกี าได้
8. เจา้ หนา้ ทีก่ ารเงนิ หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย จัดทารายงานการจัดทาเช็ค เขยี นเช็คสง่ั จ่ายในนาม
ของผมู้ สี ิทธิ เสนอผู้บริหารท้องถ่ินอนมุ ตั /ิ ลงนามในเชค็ และรายงานการจัดทาเชค็
9. เจ้าหน้าทกี่ ารเงิน หรือผ้ทู ี่ได้รับมอบหมาย จ่ายเชค็ ใหก้ บั ผมู้ ีสทิ ธิพรอ้ มบนั ทกึ การจ่ายเชค็ ใน
ระบบlaas ใบผา่ นรายการจา่ ย/ใบผา่ นรายการทั่วไป
10. ผู้มีสทิ ธิรับเงนิ พรอ้ มลงลายมอื ช่อื รับเงินในใบเบกิ เงนิ สวสั ดกิ ารเกีย่ วกบั การศกึ ษาบตุ ร
(แบบ ก.บ.1 ) ส่วนท่ี 8 เจ้าหน้าท่ีการเงิน ลงลายมือช่ือรับรองการจ่ายเงิน ระบุชื่อ-สกุล ผู้จ่ายเงินด้วยตัว
บรรจง และวนั เดอื น ปี ที่จ่ายเงินในใบเบิกเงนิ สวสั ดิการดังกลา่ ว เชน่ กัน
11.เจา้ หนา้ ที่การเงนิ หรอื ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมายเกบ็ หลกั ฐานท่ีเกยี่ วขอ้ ง ประทบั ตราขอ้ ความวา่
“จ่ายเงินแล้ว “ โดยลงลายมือช่ือรับรองการจ่ายพร้อมทั้งระบุช่ือผู้จ่ายเงินด้วยตัวบรรจงพร้อมวัน เดือน ปี
ทจ่ี ่ายกากบั ไวใ้ นใบเบิกเงนิ สวสั ดกิ ารเกีย่ วกับการศกึ ษาของบุตร และหลักฐานการรับเงินของสถานศกึ ษา

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

21

แผนผังสรุปขน้ั ตอนปฏิบัตเิ กี่ยวกบั การเบกิ จา่ ยเงนิ สวัสดิการเก่ียวกบั การศึกษาบุตร

ผ้มู ีสทิ ธิ หน่วยงานผ้เู บกิ

1. ผู้มีสทิ ธกิ รอกแบบ ก.บ.1 2. จนท.การเงิน/ผูไ้ ด้รับมอบหมาย ตรวจสอบ
ใบเบกิ เงินสวัสดกิ ารเกี่ยวกับ
การศกึ ษาของบตุ รและแนบ พบข้อผิดพลาด - แบบ ก.บ.1 ใบเบกิ เงนิ
สวัสดกิ ารเก่ยี วกบั การศกึ ษา
หลักฐานต่าง ๆ 3. จนท.การเงนิ /ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย บตุ ร
บันทกึ ลงในทะเบียนคมุ การเบิก
จ่ายเงนิ สวัสดกิ ารฯของผมู้ ีสทิ ธิ - หลกั ฐานตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
รายบุคคล

ไมอ่ นมุ ัติ

4. เสนอผบู้ รหิ าร
ท้องถิ่นอนุมัตลิ งนามใน
แบบ ก.บ.1 (สว่ นท่7ี )

อนมุ ตั ิ

5. จนท.หน่วยงานจัดทาหน้างบใบสาคัญ
เงินสวัสดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ ร
แบบ ก.บ. 2/ ฎกี าเบกิ เงนิ ในระบบ laas

6. จนท.การเงิน/ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ตรวจสอบการอนมุ ตั ิ พร้อมจัดทาใบ
ผ่านรายการต้ังหน้ี (AP) ในระบบ laas

7. ผบู้ รหิ ารทอ้ งถิ่นอนุมตั ิใหเ้ บิกจ่ายได้

โอนเขา้ 8. จนท.การเงนิ /ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย ผบู้ รหิ ารทอ้ งถน่ิ อนุมตั เิ ชค็
ระบบ KTB Corporate Online จดั ทารายงานการจัดทาเช็ค เขียนเชค็ ส่งั
จา่ ยในนามของผมู้ ีสทิ ธิ
10. ผู้มีสิทธิลงชอ่ื รบั เงิน
และวนั ทรี่ ับเงนิ ในแบบ ก.บ.1 9. จนท.การเงนิ จา่ ยเชค็ ให้ผมู้ ีสิทธิพรอ้ ม
บันทกึ การจ่ายเช็คในระบบ laasใบผ่าน
ส่วนท่ี 8 รายการจา่ ย/ใบผา่ นรายการทวั่ ไป

11. จนท.การเงนิ เกบ็ เอกสารหลักฐาน ประทับตรา
จา่ ยเงนิ แลว้ ลงลายมอื ชื่อ วดป.จา่ ยเงนิ

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

22

ขนั้ ตอนการใชแ้ บบใบเบิกเงินสวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการศกึ ษาบตุ ร ( แบบ ก.บ.1)

ความสาคัญของแบบใบเบิกเงินสวสั ดิการเกย่ี วกบั การศกึ ษาบุตร
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรขององค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ข้อ 9 การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร ให้ผู้มีสิทธิย่ืนคาขอรับเงิน
คา่ การศกึ ษาบุตรตามแบบแนบท้ายระเบียบน้ี พร้อมด้วยหลักฐานท่ีออกโดยสถานศึกษา ซ่ึงเป็นแบบฟอร์มท่ี
กระทรวงมหาดไทยกาหนดไว้เป็นมาตรฐานในการเบิกเงินสวัสดิการของหน่วยงานในสังกัดองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในการปฏิบัติงาน และยังใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกข้อมูลขอเบิกเงินของผู้ใช้สิทธิเพ่ือเสนอต่อ
ผ้บู งั คับบญั ชา ทาใหก้ ารปฏิบัติงานเป็นระเบียบมีมาตรฐานเดียวกนั ท่วั ทกุ องคก์ ร

ส่วนบริหารการคลังได้เล็งเห็นว่าแบบฟอร์มใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรดังกล่าว
มีความสาคัญต่อการเบิกจ่ายเงนิ หากมกี ารแกไ้ ขอาจทาใหเ้ กิดความเสียหายต่อราชการทั้งผู้ขอใช้สิทธิเบิกและ
หน่วยงานผู้เบิกได้ ส่วนบรหิ ารการคลงั จึงได้จดั ทาแบบใบเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในรูปแบบของPortable Document Format (PDF) เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่าง
มมี าตรฐานและงา่ ยตอ่ การตรวจสอบ เน่ืองจากไฟล์ PDF สามารถปอ้ งกันการแก้ไขขอ้ มูลต่างๆของปลายทางได้
เรยี กวา่ เป็นไฟลเ์ อกสารที่เหมาะสาหรับการแชร์ข้อมูลมากที่สุด อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพไฟล์ความละเอียดสูง
เวลาเราจะทาการส่ังพิมพ์เอกสารใดๆ และยังทาให้ข้อความของเอกสารออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนที่เราต้ัง
ค่าไว้แต่แรก นอกจากน้ียังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ป้องกันการแก้ไขเอกสารได้เป็นอย่างดี การใช้งาน
ไฟล์ PDF จงึ เพม่ิ ความสะดวกสบายในการส่งงาน และการส่ังพมิ พง์ านเปน็ อยา่ งสูงแก่ผู้ท่ีตอ้ งสง่ งาน

แบบฟอรม์ ใบเบิกเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ยี วกับการศกึ ษาบุตร (แบบ ก.บ.1)

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

23
วิธกี ารกรอกข้อมลู ลงในแบบใบเบกิ เงินสวสั ดิการเกย่ี วกับการศึกษาบุตรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ลงในแบบฟอรม์ ( PDF )

1. กด ด้านขา้ งแบบฟอร์ม เพือ่ พิมพข์ ้อความ

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

24
2. แบบฟอรม์ จะเปล่ียนเป็นเอกสารพร้อมให้กรอกขอ้ มูลเฉพาะช่องทต่ี ้องกรอก โดยทข่ี อ้ ความอน่ื จะไม่
เปล่ยี นไป

3. ดาเนินการกรอกข้อความลงในชอ่ งว่าง ทุกคร้งั ที่คลกิ จะมีกล่อง Type text here ขนึ้ เพื่อให้กรอกข้อมลู
3.1 ถ้าต้องการขยายตวั อักษรให้ใหญ่ขึ้น กด
3.2 ถ้าต้องการใหล้ ดตัวอักษรให้เล็กลง กด
3.3 ถา้ ตอ้ งการลบข้อความที่พิมพผ์ ดิ กด

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

3.4 ถา้ ตอ้ งการใสเ่ ครื่องหมาย  ลงในชอ่ ง ให้กดเลือกเครื่องหมาย 25
แลว้ กดเลอื กช่องทต่ี ้องการวางเคร่ืองหมาย
ดา้ นบนแบบฟอร์ม

4. ตรวจสอบข้อความที่กรอกให้เรียบรอ้ ยครบถว้ น ดาเนินการพิมพ์ โดยกด ด้านบนแบบฟอร์ม
5. บนั ทึกขอ้ มลู ใน File ทต่ี อ้ งการจดั เก็บ โดยกด ด้านบนแบบฟอร์ม

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

26
ขั้นตอนปฏิบตั ิการลงทะเบยี นคุมการเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกับการศกึ ษาบุตรรายบคุ คล
ความสาคญั ของทะเบยี นคมุ การเบกิ จ่ายเงินสวสั ดิการศกึ ษาบุตร
ทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการถือเป็นหลักฐานใช้ในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินว่าไปด้วย
ความถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ รวมท้ังยังเป็นการป้องกันการเบิกฎีกาซ้อนหรือการเบิกเกินสิทธิ ส่งผล
แสดงให้เหน็ ถงึ ระบบการควบคุมการเบิกจ่ายเงินภายในทดี่ ีขององค์กร
ทั้งน้ี เพื่อเป็นการพัฒนาวิธีการปฏิบัติงานด้านการเบิกจ่ายให้มีมาตรฐาน มีความครบถ้วนอัน
จะส่งผลใหเ้ จ้าหนา้ ที่ผู้ปฏิบัติงานไดร้ ับข้อมลู ทีส่ มบูรณ์ สะดวก รวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพ่ือใช้ในการตรวจ
ฎีกาเบิกจ่ายได้ดีย่ิงข้ึน จึงได้จัดทาทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตรรายบุคคล
โดยใช้ระบบสารสนเทศซึ่งจะช่วยให้ดูข้อมูลการเบิกจ่ายของผู้มีสิทธิตั้งแต่เร่ิมขอใช้สิทธิเบิกกับเทศบาล
ครง้ั แรกจนถึงปัจจบุ ัน ซึ่งทาให้ง่ายต่อการสืบค้นข้อมูลส่งผลให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานมากข้ึน อีกทั้งยัง
เป็นมิติการพัฒนาองค์กรให้มีระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม เพียงพอแก่การ
ปฏิบัติงาน จึงริเร่ิมใช้นวัตกรรมมาปรับเปล่ียนแนวทางการปฏิบัติงานจากระบบมือเป็นการใช้ระบบงาน
สารสนเทศท่ีเหมาะสมมาช่วยในการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเก่ียวกับศึกษาบุตรได้ครบทุกขั้นตอนและเพื่อให้มี
เคร่ืองมอื ชว่ ยในการปฏิบตั งิ านในการควบคุมงบประมาณการเบิกจา่ ยแทนระบบเดิม
ทะเบยี นคุมการเบิกจ่ายเงนิ สวัสดกิ ารเกีย่ วกบั การศึกษาบุตรรายบคุ คล จะแสดงข้อมูล 2 ส่วน ได้แก่
1. ข้อมลู พื้นฐานของผมู้ สี ทิ ธิ ประกอบด้วย ชือ่ ผ้ขู อเบิก ตาแหน่ง สังกดั ข้อมูลบตุ รลาดบั ที่1-3 วันเดือนปี
ท่เี กิดของบตุ ร วนั เดือนปีท่ีอายคุ รบ 25 ปี ข้อมูลคู่สมรส อาชพี เหตผุ ลของการใชส้ ิทธิ
2. ขอ้ มลู การเบิกเงนิ สวสั ดกิ ารของบตุ ร ประกอบดว้ ย ชอ่ื -สกุลบุตรผู้เบิก สถานศึกษา ระดบั ชัน้ ปกี ารศึกษา
ทีข่ อเบิก อตั ราทม่ี ีสิทธิ ภาคเรยี นท่เี บกิ จานวนเงนิ ทขี่ อเบิก หมายเหตุประกอบเพื่อใสเ่ ลขท่คี ลงั รบั ฎกี า

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

27

สว่ นท1่ี แสดงขอ้ มลู ของผ้ใู ช้สทิ ธเิ บิก

สว่ นท่ี 2 แสดงข้อมูลการเบิกจ่ายเงินชว่ ยเหลือการศกึ ษาบตุ ร

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

28

ขนั้ ตอนการบนั ทกึ ทะเบียนคุมการเบกิ จ่ายเงนิ สวัสดกิ ารเกยี่ วกับการศึกษาบุตรรายบุคคลให้ปฏิบัติ ดังนี้

บนั ทกึ สว่ นท่ี1

1. ชื่อผู้เบกิ กดเลือกคานาหนา้ นาย นาง นางสาว ระบชุ อื่ -นามสกลุ ผใู้ ชส้ ทิ ธิ

2. ตาแหนง่ กดเลือกตาแหน่งผู้ใชส้ ิทธเิ บิก

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

29

3. สงั กัด กดเลือกสงั กดั ผู้ขอใชส้ ิทธิเบกิ

4. กรอกข้อมลู บตุ รลาดบั ท1ี่ ช่ือ-สกลุ บตุ ร วัน เดือน ปีเกิด วนั ครบก่อนอายุ 25 ปี

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

30
5 คู่สมรส กรอกขอ้ มลู ค่สู มรส ระบุชอื่ -สกลุ อาชพี หากคู่สมรสมอี าชีพรบั ราชการ ให้ระบหุ นว่ ยงานตน้ สงั กดั

6. ขอใชส้ ทิ ธเิ บิก ให้ระบสุ ถานะที่ใชส้ ิทธิเบกิ เงินช่วยเหลอื การศึกษาบตุ ร

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

31

บนั ทกึ ส่วนท2่ี
1. ระบุวนั ทร่ี บั เอกสารใบเบิกเงินช่วยเหลอื การศึกษาบุตร
2. ระบชุ ื่อ-สกลุ บตุ รผู้อาศยั สิทธเิ บกิ
3. ระบสุ ถานศึกษาของบตุ ร

4. เลือกระดับชน้ั
5. เลอื กภาคเรียน และปีการศกึ ษา

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

32

6. เลอื กอัตราค่าเงนิ บารงุ การศกึ ษาที่มสี ิทธไิ ดร้ บั
7. ระบจุ านวนเงินที่ใช้สิทธใิ นแตล่ ะภาค

8. ยอดเงนิ คงเหลอื ระบบจะคานวณใหโ้ ดยอตั โนมตั ิ เพียงแคต่ รวจสอบความถกู ต้อง

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

33

9. ชอ่ งหมายเหตุ ระบเุ ลขท่ีคลงั รบั ฎกี าระบบ laas

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

34

ขนั้ ตอนเบกิ เงนิ สวัสดิการเกี่ยวกบั การศึกษาบุตร ในระบบ laas

หน่วยงานผเู้ บิก งบดาเนนิ งาน ค่าตอบแทน
จดั ทาฎกี าเบกิ เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร
1. เลือกเมนูในระบบข้อมลู รายจา่ ย จัดทาฎีกา

2. ระบบจะแสดงข้อมูลให้กรอก (ชอ่ งที่มีดาวแดงคือส่วนสาคัญที่จะต้องกรอกห้ามขา้ มผา่ น)
ระบแุ ผนงาน งาน ประเภทรายจ่ายเลือกเงนิ ชว่ ยเหลือการศึกษาบุตร
ช่ือผู้รับเงินให้ระบผุ ู้ขอใชส้ ทิ ธิเบกิ ระบุจานวนเงินขอเบิก

คมู่ อื การเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

35

3. กดเลอื กแหล่งเงนิ

4. เลือกประเภทแหล่งเงิน กดค้นหา คลิกเคร่อื งหมาย ในชอ่ ง เงินชว่ ยเหลอื การศึกษาบุตร
ตรวจสอบยอดเงินคงเหลอื กดเลือก กดเสรจ็ ส้ิน

5. ระบบจะแสดงข้อมูลการเบิกเงินชว่ ยเหลือการศึกษาบุตร

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

36
6. เลือกกดคานวณ ระบบจะแสดงตวั อย่างการคานวณทจ่ี ะต้องออกหน้าฎกี าเบกิ เงินปรากฏใหเ้ ห็น

7. กดปุ่ม เลือกหัวหนา้ หน่วยงานผูเ้ บิก ระบตุ าแหน่ง หน่วยงานผู้เบกิ
8. กดปมุ่ บันทกึ

9. ระบบจะแสดงฎกี าเบกิ เงินช่วยเหลือการศึกษาบตุ ร นาเสนอผบู้ ังคับบัญชาอนุมตั ิการขอเบกิ รายจา่ ย

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

37
หน่วยงานคลัง
เมอ่ื หนว่ ยงานจัดทาฎีกาเบิกเงนิ รายจ่ายในระบบ laas นาเสนอผู้บรหิ ารท้องถิ่นอนุมัติให้เบกิ จ่ายใหห้ นว่ ยงาน
คลงั ดาเนินการจดั ทาใบผา่ นรายการตั้งหนี้(AP)ในระบบ laas พร้อมบนั ทึกตรวจรับฎกี าและเอกสาร

1. เม่ือได้รบั ฎีกาให้เบิกจา่ ย ต้องจดั ทาฎีกาการจดั ทาเช็ค กดไปที่เมนูจัดทาฎีกา ฎกี ารอการจัดทาเช็ค

2. กดตรวจรบั ฎีกาและเอกสาร

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

38

3. เลือกค้นหาระบเุ ลขทผ่ี ูเ้ บกิ ใสเ่ ลขทีผ่ เู้ บิกตามฎีกา กดค้นหา

4. ระบบจะขึ้นรายการทเี่ ลอื ก คลกิ เคร่ืองหมาย  ท่ีช่องฎีกา ช่องเอกสาร กด บันทึก

คมู่ ือการเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

39

5. ระบบจะขน้ึ ใหใ้ ส่ช่ือบญั ชีทีจ่ ะตง้ั หน้ี กดเลือกบัญชี

6. ระบบจะใสด่ า้ น Cr. ให้อัตโนมตั ิเปน็ ใบสาคัญคา้ งจา่ ยอนื่
ให้เตมิ ดา้ นDr. โดยคลกิ ชอ่ งDr. ระบหุ มวดบัญชคี า่ ใช้จา่ ย ระบุช่ือบัญชี เงินชว่ ยการศึกษาบุตร
ระบุจานวนเงินท่ีต้องเบิกจ่าย (ให้สังเกตด้าน Dr. และ Cr. จะตอ้ งเทา่ กันเสมอ) กดตกลง

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

39

ระบบจะแสดงรายการใหเ้ ห็นด้าน Dr. Cr. โดยอตั โนมัติ

7. ใส่คาอธบิ ายรายการ โดยระบุผู้ขอใชส้ ทิ ธิ สาหรับ บตุ ร ภาคเรียน กดเสร็จสน้ิ

8. ระบบจะขน้ึ ช่ือผ้จู ัดทารายการ ให้ระบุชอ่ื ผู้จดั ทาโดยเลอื ก ชือ่ -นามสกลุ ค้นหา
คลกิ เลือกชื่อ

9. ตรวจสอบรายชอื่ ผจู้ ดั ทาท่ีระบบขึ้นให้ กดบนั ทกึ ระบบจะข้นึ ทาการบนั ทกึ ขอ้ มูลเรยี บร้อยแล้ว

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

40

10. ระบบจะแสดงภาพตวั ร่างการบนั ทึกการตรวจรบั และใบผา่ นรายการตัง้ หน้ี
ตรวจสอบความถูกต้อง กดพมิ พ์บนั ทึกตรวจรับและใบผา่ นรายการต้งั หน้ี

11. ระบบจะแสดงบันทึกการตรวจรับ กดพมิ พ์

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

41

12. ระบบจะแสดงใบผ่านรายการตัง้ หน้ี กดพมิ พ์

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

42

บทท่ี 5

คาถาม-คาตอบ ท่ีพบบ่อย
1. บุตรของข้าราชการท่ีมีสิทธิได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และต้องมี
อายุเทา่ ไร
คาตอบ ต้องเป็นบตุ รด้วยกฎหมาย ลาดบั ที่ 1-3 และมีอายคุ รบ 3 ปีข้นึ ไปแต่ไม่เกนิ 25 ปี

2. บุตรเกิด 1 มกราคม 2537 (อายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ 1 มกราคม 2562) ได้ชาระค่าธรรมเนียม
การศึกษาระดบั ปริญญาตรี ภาคเรยี นที่ 2/2561 เม่อื วนั ท่ี 9 ธนั วาคม 2561 สามารถนาใบเสร็จมาเบิกได้
หรอื ไม่ และเบกิ ไดไ้ มเ่ กินวนั ท่ีเทา่ ใด
คาตอบ เบิกได้ โดยตอ้ งยนื่ เบิกใหเ้ สร็จส้ินภายใน 1 ปีการศกึ ษา ดังน้ันจากคาถามข้างต้นจะต้องย่นื เบิกได้
กอ่ นวนั เปดิ ภาคเรยี นที่ 2 ปี 2562

3. มีบุตรจบ ปวช. และมีงานทาเรียบร้อยแล้ว แต่อายุยังไม่เกิน 25 ปี มีความประสงค์จะเรียนต่อระดับ
ปริญญาตรี (คร)ู 4 ปี (ภาคสมทบ) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จนั ทรเกษม กรงุ เทพฯ จะนาใบเสรจ็ มาเบกิ ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ เบิกได้ แตเ่ มื่อเรยี นจบอายุครบ 25 ปี แลว้ ไม่สามารถเบกิ อีกตอ่ ไป

4. บุตรลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 แต่จ่ายค่าเทอมล่าช้าโดยไปจ่ายเงินวันท่ี
2 มนี าคม 2563 จะนาใบเสรจ็ ท่ลี งวนั ที่ 2 มีนาคม 2563 มาเบกิ จากทางราชการได้หรอื ไม่
คาตอบ เบกิ ได้ เพราะระเบียบฯ กาหนดให้ย่ืนเบิกได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันเปิดภาคเรียนแต่ละภาค เว้นแต่
ถ้าผ้มู สี ทิ ธิจาเปน็ ต้องขอผ่อนผันต่อสถานศึกษาในการชาระเงินล่าช้าให้ผู้มีสิทธิยื่นเบิกภายใน 30 วัน นับแต่
วันออกหลักฐานการรับเงินของสถานศึกษา กรณีท่ีชาระค่าเทอมภาคเรียนที่ 2/2562 เม่ือวันท่ี 2 มีนาคม
2563 จงึ สามารถนามาเบิกเงินได้แตต่ ้องรบี ยนื่ เบิกภายใน 30 วัน คอื ภายในวนั ที่ 31 มีนาคม 2563

5. บุตรเกิดวันท่ี 25 กรกฎาคม 2559 จะเข้าเรียนชั้นอนุบาล 1 โดยกาหนดจ่ายค่าเล่าเรียนในวันที่
15 พฤษภาคม 2562 จะสามารถนาคา่ เลา่ เรียนบุตรในภาคเรียนท่ี 1 มาเบิกได้หรือไม่ และเทอมต่อ ๆ ไป
สามารถเบกิ ได้หรือไม่
คาตอบ การเบิกค่าเล่าเรียนบุตรจะเบิกได้ต่อเมื่อบุตรมีอายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ ดังน้ัน บุตรท่ีเกิดวันที่
25 กรกฎาคม 2559 จะครบ 3 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 25กรกฎาคม 2562 ฉะนั้นใบเสร็จรับเงินของเทอมท่ี
1/2562 นามาเบิกได้ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 สาหรับค่าเทอมคร้ังต่อไปก็สามารถนาใบเสร็จมาเบิก
ไดน้ บั ตงั้ แต่วันท่ีเปิดภาคเรยี น

6. บุตรเรยี นปริญญาตรีปสี ดุ ทา้ ย จบปีการศึกษา 2562
เกดิ 26 มิถุนายน 2537 ยังเบกิ คา่ เทอมของปีการศึกษา
2562 ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ เบิกได้ถึงเทอมทอี่ ายุครบ 25 ปีบรบิ รู ณ์

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

43

7. สามเี ป็นข้าราชการ และภรรยาทางานรัฐวิสาหกจิ ผูใ้ ดจะเปน็ คนเบกิ คา่ เลา่ เรียนบตุ ร
คาตอบ ตอ้ งใชส้ ทิ ธขิ องภรรยาทที่ างานรัฐวิสาหกิจก่อน เพราะทางราชการกาหนดว่าถ้ามีสิทธิอ่ืนให้ใช้สิทธิ
อืน่ กอ่ นส่วนสิทธิของสามีจะใช้เบิกในสว่ นที่ยงั ขาดอยู่

8. กรณีบุตรกาลังศึกษาอยู่ ปวส. ซ่ึงจะต้องลงทะเบียนปีการศึกษา 1/2562 เป็นเทอมสุดท้าย และเรียน
ปริญญาตรีควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะต้องลงทะเบียนปีการศึกษา 1/2562 อยากทราบว่าในกรณีน้ีจะสามารถเบิก
ค่าเล่าเรียนปรญิ ญาตรไี ดอ้ กี หรอื ไม่
คาตอบ ให้เลือกเบกิ ได้เพียงอยา่ งเดียวเทา่ นั้น

9. สามี ภรรยา ซ่ึงเป็นข้าราชการทั้ง 2 คน แต่อยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน ใครท่ี
จะเป็นผใู้ ชส้ ทิ ธเิ บิกค่าเลา่ เรยี นบตุ ร
คาตอบ กรณีไม่ไดจ้ ดทะเบยี นสมรส มารดาคนเดยี วเทา่ น้ันทเ่ี ปน็ ผมู้ ีสทิ ธเิ บกิ คา่ เลา่ เรียนบุตร แต่ถ้ามีการจด
ทะเบยี นสมรส สามารถเลือกใหบ้ ดิ าหรอื มารดาคนใดคนหนึง่ เปน็ ผู้เบิกก็ได้

10. ข้าราชการหญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีบุตร 1 คน อายุ 19 ปี กาลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฎ
สวนดุสิต และบุตรไม่ได้ใช้นามสกุลมารดา ข้าราชการผู้น้ันก็ไม่เคยแจ้งว่ามีบุตร จะสามารถเบิกค่าเล่าเรียน
บุตรไดห้ รือไม หากสามารถเบิกไดจ้ ะต้องทาอยา่ งไร
คาตอบ หากข้าราชการหญิงท่านั้นมีบุตรจริงโดยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และบุตรไม่ได้ใช้นามสกุลมารดา
กส็ ามารถใช้สทิ ธิความเปน็ มารดาเบิกค่าเลา่ เรยี นบุตรได้ โดยดหู ลกั ฐานยนื ยนั การเป็นมารดาจากสูติบัตรของบตุ ร

11. ข้าราชการมีบุตรท่ีอายุยังไม่ถึง 25 ปี แต่บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว และประสงค์เรียนต่อปริญญาตรี
(เสาร์ อาทิตย์) มหาวิทยาลัยของรัฐ บิดาหรือมารดาซึ่งเป็นข้าราชการจะยังมีสิทธิเบิกค่าช่วยการศึกษาบุตร
ซ่ึงเปน็ ข้าราชการไดห้ รอื ไม่
คาตอบ เบิกได้ หากบดิ าหรือมารดาเปน็ ผู้มสี ิทธเิ บกิ เงนิ สวัสดิการศึกษาบตุ ร

12. ข้าราชการมีบุตรที่สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วแต่บุตรอายุยังไม่ถึง 25 ปี มีความประสงค์จะ
เรียนปรญิ ญาตรสี าขาอ่ืนอกี (มหาวทิ ยาลัยราคาแหง) สามารถเบกิ ค่าชว่ ยการศึกษาบตุ รได้อีกหรือไม่
คาตอบ เบกิ ไม่ได้ เพราะตามระเบียบกาหนดใหเ้ บิกได้เพียงปริญญาแรกเทา่ นนั้

13. บุตรของข้าราชการที่กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพ่ือการศึกษา (กยศ.) ข้าราชการผู้เป็นมารดา
สามารถนาใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนของบุตรจากสถาบันการศึกษามาเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษา
บตุ รได้หรือไม่
คาตอบ ได้ ขา้ ราชการผู้ซง่ึ เปน็ มารดา สามารถใชส้ ิทธเิ บิกคา่ ชว่ ยการศึกษาบุตรได้ เพราะผูก้ ยู้ ืมเงนิ กยศ.
ตอ้ งชาระเงนิ ยืมให้กบั กองทุนหลังจากที่จบการศึกษาแล้ว

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

44

14. กรณีท่ีบุตรศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในสถานศึกษาของทางราชการโดยมีรายละเอียด
ค่าบารุงการศึกษา เช่น คา่ หอ้ งเรียนพเิ ศษ EP, ค่าห้องเรยี นพิเศษMEP, หลกั สูตรกิฟเต็ท สามารถเบิกได้หรอื ไม่
คาตอบ หากรายการดังกล่าวเป็นรายการสถานท่ีสถานศึกษาได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บย่อมนาค่าใช้จ่าย
ดังกล่าวมาย่ืนเบิกจากทางราชการได้ตามประเภทและอัตราท่ีกระทรวงการคลังกาหนดตามหนังสือ
กรมบัญชีกลาง ด่วนท่ีสดุ ท่ี กค 0422.3/ว 257 ลงวนั ท่ี 28 มิถุนายน 2559

15. การเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร ตามหนังสือเวียนที่ กค 0422.3/ว. 257 ลงวันท่ี
28 มิถุนายน 2559 กรณคี ่าปรบั การชาระเงนิ ลา่ ช้า สามารถนามาเบกิ ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ การเบิกค่าปรับการชาระเงินล่าช้า ถ้ามีระบุไว้ตามประกาศของสถานศึกษาของทางราชการและ
สถานศึกษาของเอกชน ก็จะสามารถนามาเบิกได้

16. การเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร กรณีบุตรของผู้มีสิทธิ เข้าศึกษาท่ีมหาวิทยาลัย ก ใน
หลักสูตรระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร ควบคู่กัน จะต้องเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
อย่างไร
คาตอบ ผมู้ ีสทิ ธติ ้องขอหนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัยว่าหลักสูตรใด เป็นหลักสูตรที่ 2 กรณีท่ีมหาวิทยาลัย
สามารถแยกค่าใช้จ่ายของแต่ละหลักสูตรได้ให้นาค่าใช้จ่ายของหลักสูตรท่ีมีการรับรองว่าเป็นหลักสูตรท่ี 1
มาย่ืนเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจากทางราชการ แต่หากมหาวิทยาลัยไม่สามารถแยก
ค่าใช้จ่ายของแต่ละหลักสูตรได้ให้นาค่าใช้จ่ายที่มีการประกาศเรียกเก็บในอัตราเหมาจ่ายมายื่นเบิกเงิน
สวสั ดิการเกีย่ วกบั การศกึ ษาของบุตรจากทางราชการ

17. บุตรอายุ 23 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว ต่อมาได้เข้าศึกษาในหลักสูตร ปวส. จะสามารถ
นาหลักฐานการชาระเงนิ ค่าศึกษาในหลกั สูตร ปวส. มาเบกิ ได้หรือไม่
คาตอบ พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ ร พ.ศ. 2562 มาตรา 8 กาหนดให้เบิกจ่ายเงิน
สวสั ดกิ ารได้ถึงการศึกษาในระดับปริญญาตรีหลักสูตรแรก ไม่มีบทบัญญัติกาหนดให้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการได้
หลังจากบุตรจบการศึกษาในปริญญาตรีหลักสูตรแรกแล้ว จึงไม่มีสิทธินาหลักฐานการชาระค่าการศึกษาบุตร
ในหลกั สูตร ปวส. มาเบิกจากทางราชการได้แต่อย่างใด

18.. กรณีท่ีฝ่ายบิดาใช้สิทธิเบิกเงินค่าเล่าเรียนบุตร ต่อมาบิดาเกษียณอายุราชการ มารดาจะใช้สิทธิเบิกค่า
เลา่ เรยี นบตุ รแทนจะต้องปฏิบัตอิ ย่างไร
คาตอบ ข้าราชการบานาญยังคงเปน็ ผมู้ สี ิทธเิ บิกเงนิ สวัสดิการเกย่ี วกับการศึกษาของบุตร แต่หากประสงค์จะ
ให้คู่สมรสเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการของบุตร ตามหนังสือเวียน ที่ กค 0422.3/ว. 116 ลงวันที่ 28
มีนาคม 2551 ให้ส่วนราชการผู้เบิกของมารดาทาหนังสือแจ้งการใช้สิทธิ ตามแบบ ก.บ.3 ส่งมาที่ส่วน
ราชการผูเ้ บิกของบิดา และทางส่วนราชการผ้เู บกิ ของบดิ าต้องทาหนังสอื ตอบรับการแจ้งการใช้สิทธิ ตามแบบ
ก.บ.4 จงึ จะสามารถเปล่ยี นส่วนราชการผเู้ บกิ ได้

คมู่ ือการเบิกจา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

45

19. บุตรของข้าราชการเบิกค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการศึกษาบุตรระดับปริญญาตรี ชั้นปีท่ี 1 จากสถาบันศึกษา
แหง่ หนึ่งไปแล้ว ต่อมาเรียนไม่จบและได้สอบเข้าสถาบันแห่งใหม่ จะสามารถเบิกค่าการศึกษาของบุตรระดับ
ปริญญาตรีช้ันปที ี่ 1 ได้อกี หรอื ไม่
คาตอบ กรณีเป็นค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการศึกษาในหลักสูตรระดับช้ันการศึกษาเดียวกันโดยไม่ซ้าปีการศึกษา
หากได้เบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจากทางราชการไปแล้วก็สามารถนาค่าใช้จ่ายเก่ียวกับ
การศึกษาของบุตรในหลักสูตรและระดับชั้นการศึกษาเดียวกัน มายื่นขอใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการจากทาง
ราชการได้ ทัง้ น้ี ตอ้ งเปน็ คนละปกี ารศกึ ษาและอายุไมเ่ กนิ 25 ปี

20.บิดาเป็นข้าราชการ ต่อมาหย่ากันตามกฎหมายในบันทึกการหย่าแจ้งว่าบุตรอยู่ในความปกครองของ
มารดา แตบ่ ดิ าสง่ เสียค่าเลีย้ งดูบตุ รและค่าการศึกษาของบุตร จนกว่าบุตรจะจบการศึกษาของบุตรบิดาจะนา
ค่าการศึกษาของบตุ รมาเบกิ จากทางราชการได้หรือไม่
คาตอบ สามารถนาค่าการศึกษามาเบิกได้ เน่ืองจาก แม้บิดาและมารดาจะหย่ากัน แต่บุตรก็ยังเป็นบุตรที่
ชอบด้วยกฎหมายของบิดา แมบ้ ิดาจะไมไ่ ดม้ อี านาจปกครองบุตรแลว้ กต็ าม

21.กรณีใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนสูญหายไป ขอถ่ายสาเนาจากสถานศึกษามาย่ืนขอเบิกเงินสวัสดิการจาก
ทางราชการได้หรือไม่ ต้องแจ้งความท่ีสถานีตารวจหรือไม่ และมีระเบียบหรือกฎหมายรองรับในการถ่าย
สาเนาเบิกหรือไมอ่ ย่างไร
คาตอบ ในกรณีที่ได้รับใบเสร็จรับเงินแล้ว แต่เกิดสูญหาย ให้ใช้สาเนาใบเสร็จรับเงินซ่ึงผู้รับเงินรับรอง เป็น
เอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้ ซ่ึงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
จ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรกั ษาเงิน และการตรวจเงินขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และที่
แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ฉบบั ท่ี2-4 ข้อ 82 (1)

22. ใบเสร็จค่าเล่าเรียนขอเบิกจานวน 3 ฉบับ 1. ค่าเล่าเรียน 2/2563 ม.5/2 จานวน 1,500 บาท
ใบเสร็จลง วันท่ี 2 พ.ย. 64 2.ค่าเล่าเรียน 1/2564 ม.6/2 จานวน 1,700 บาท ใบเสร็จลงวันที่
2 พ.ย. 64 3.ค่าเล่าเรียน 2/2564 ม.6/2 จานวน 1,700 บาท ใบเสร็จลงวันที่ 2 พ.ย. 64 สามารถ
ย่นื เบกิ ได้อย่างไร
คาตอบ ใบเสร็จคา่ เลา่ เรียนของภาคเรียนท่ี 1 และ 2/2564 นามายน่ื ขอใชส้ ิทธิเบิกได้เนือ่ งจากยังไม่เกิน
ระยะเวลา 1 ปี สาหรบั ใบเสร็จรบั เงิน ภาคเรยี นที่ 2/2563 ไมส่ ามารถนามายน่ื ขอใช้สิทธเิ บิกได้เนื่องจาก
เกนิ ระยะเวลา 1 ปี ตามระเบียบฯ

23. กรณีคู่สมรสเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น การเบิกค่าเล่าเรียนบุตรจาเป็นต้องใช้สิทธิส่วนท้องถ่ิน ก่อน
หรอื ไม่
คาตอบ ใชส้ ิทธทิ ส่ี ่วนราชการใดก็ไดเ้ นอ่ื งจากตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาบุตร พ.ศ.
2562 ไมไ่ ดห้ ้ามในกรณีดังกลา่ ว

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

46

24. หลกั สตู รปริญญาตรี 4 ปบี ุตรเรยี น 5 ปใี บเสร็จรับเงนิ ปที ่ี 5 สามารถเบกิ ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ หากบตุ รอายไุ ม่เกิน 25 ปีสามารถเบกิ ไดเ้ น่อื งจากเปน็ การศกึ ษาในหลกั สตู รระดับปริญญาตรี

25. บุตรศึกษาระดับปริญญาตรีปี 4 เทอมสุดท้ายอายุครบ 25 ปีระหว่างเรียนเทอม 2 สามารถ เบิกจ่ายได้
หรือไม่
คาตอบ เบกิ ไดห้ ากระยะเวลาการศึกษาของเทอมสุดท้าย บตุ รอายุยังไม่เกิน 25 ปี

26. บตุ รกาลังศึกษาอย่มู หาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช สามารถนาใบเสรจ็ ค่าเล่าเรยี นมาเบิกจ่ายได้ หรอื ไม่
คาตอบ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นสถานศึกษาของทางราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาเงิน
สวัสดกิ าร เก่ียวกับการศึกษาบตุ ร พ.ศ. 2562 หากบุตรอายุยังไม่เกิน 25 ปีและศึกษาในหลักสูตร ปริญญา
ตรคี า่ ใชจ้ ่ายในใบเสร็จรบั เงนิ ของสถานศึกษาได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บ ตามประกาศ ระเบียบ หรือ ข้อบังคับ
ของมหาวทิ ยาลยั ฯ กส็ ามารถเบกิ จา่ ยได้

27. บุตรศกึ ษาในหลกั สูตรระดบั ปริญญาตรี 2 มหาวิทยาลัย จะเบกิ ได้ทัง้ 2 มหาวิทยาลยั หรือไม่
คาตอบ การเบิกเงินค่าการศึกษาบุตรระดับปริญญาตรีกรณีศึกษาในหลักสูตรระดับเดียวกันและปีการศึกษา
เดยี วกนั มสี ทิ ธไิ ดร้ บั เงินสวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการศกึ ษาของบุตรไดเ้ พยี งหนง่ึ แห่งเทา่ นน้ั

28. ค่าเล่าเรยี นในหลักสูตรระดับปริญญาตรีของสถานศึกษาเอกชนภาคเรียนละ 25,000 บาท จะเบิกจ่าย
คร้ังเดียว คอื 25,000 บาท ได้หรือไม่ หรอื จะต้องแบง่ เบกิ จา่ ยเป็นภาคเรยี นละ 12,500 บาท
คาตอบ หากรายการค่าใช้จ่ายในใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาได้รับอนุญาตตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
ประกาศของสถานศึกษา และเป็นค่าใช้จ่ายท่ีไม่เข้าเง่ือนไขข้อยกเว้นของกรมบัญชีกลาง ดังน้ัน สามารถ
เบิกจ่าย ได้ตามสิทธิในอัตราของสถานศึกษาเอกชนคร่ึงหน่ึงของจานวนท่ีได้จ่ายจริง เป็นเงินจานวน
12,500 บาท

29. ปัจจุบันบุตรกาลังศึกษาอยู่มัธยมศึกษาปีท่ี 5 และได้เสียค่าเรียนล่วงหน้าของมหาวิทยาลัย รามคาแหง
จะสามารถนาใบเสร็จคา่ เรยี นล่วงหนา้ ของ ม.รามคาแหงมาเบิกได้หรือไม่
คาตอบ เบิกไม่ได้เนื่องจากกรณีดังกล่าว หากเป็นการเรียนสะสมหน่วยกิต และมหาวิทยาลัยรามคาแหงยัง
ไม่ได้รับบุตรเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฯจนกว่าบุตรจะสอบไล่ได้ในชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 แล้วดังน้ัน จะ
สามารถ นาค่าใช้จ่ายในระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 มายื่นขอใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเก่ียวกับการศึกษาของ
บตุ รจาก ทางราชการได้

30. บุตรศกึ ษาปริญญาตรี 4 ปียังไมจ่ บ เพราะไดล้ งเรยี นวิชาครูต่ออีก 1 ปีอยากทราบวา่ เบิกได้ หรือไม่
คาตอบ เบิกไม่ได้หากไม่อยู่ในหลักสูตรระดับปริญญาตรีเม่ือข้อเท็จจริงปรากฏว่า วิชาครูเป็นศึกษาเพ่ือจะ
นาไปประกอบวิชาชีพครูเช่นเดียวกับการศึกษาในระดับเนติบัณฑิต เพ่ือนาผลการศึกษาไปสอบ เป็นผู้
พพิ ากษา อยั การ เปน็ ต้น

คมู่ อื การเบกิ จา่ ยเงินสวสั ดิการเก่ียวกบั การศกึ ษาบตุ รขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน


Click to View FlipBook Version