๔๖
กรุงศรีอยธุ ยาในรัชสมยั ของพระองคไ์ ม่มีขา้ ศึกเขา้ ประชิดพระนคร แต่มีต่างชาติเขา้ มาพ>ึงพระบรม
โพธิสมภารมากยง>ิ กวา่ แต่ก่อน เช่น พระเจา้ เชียงใหม่นรธาเมงสอ พญาตองอู พญาลา้ นชา้ ง นอกจากน5ียงั มี
พระราชสาส์นติดต่อกบั อุปราชโปรตุเกสประจาํ เมืองกวั ดว้ ย
สมเดจ็ พระเอกาทศรถเสดจ็ สวรรคตเม>ือปี พ.ศ. ๒๑๕๓ ขณะพระชนมพรรษา ๕๑ พรรษา อยใู่ นราชสมบตั ิ
ได้ ๕ ปี สมเดจ็ พระศรีเสาวภาคยซ์ >ึงเป็นพระราชโอรสจึงไดส้ ืบเสวยราชสมบตั ิต่อ
ผลงาน สมเดจ็ พระเอกาทศรถ ไดส้ ่งเอกอคั รราชทูตพร้อมดว้ ยทูตานุทูตไปยงั ฮอลนั ดาจาํ นวน ๒๐
คน ไปในเรือลาํ เดียวกนั กบั พอ่ คา้ ชาวฮอลนั ดา ในแบบอยา่ งเตม็ ยศ คือมีพระราชสาส์น ตลอดจนเคร>ืองราช
บรรณาการต่าง ๆ ท>ีมีค่า ไดเ้ ดินทางไปถึงกรุงเฮก คณะทูตานุทูตที>ไดส้ ่งไปประเทศฮอลนั ดา ถือเป็นการส่ง
คณะทูตคร5ังแรกไปเจริญทางสมั พนั ธไมตรีกบั ประเทศในยโุ รป
ในรัชสมยั ของพระองคไ์ ดม้ ีการยอมรับชาวต่างชาติเขา้ มาเป็นทหาร เรียกวา่ ทหารอาสา โดยได้
จดั แบ่งออกเป็นพวก ๆ ตามเช5ือชาติ และตามความชาํ นาญในการรบ เกิดหน่วยทหารอาสาข5ึนหลายหน่วย
นอกจากน5นั ยงั มีชื>อเสียงในดา้ นความสามารถหล่อปื นใหญ่สาํ ริดที>มีคุณภาพสูง ซ>ึงน่าจะไดเ้ รียนรู้มาจาก
โปรตุเกสและฮอลนั ดา เม>ือมาผสมผสานกบั ขีดความสามารถในดา้ นการหล่อโลหะของไทยท>ีมีมาแต่เดิม จึง
ทาํ ใหก้ ารหล่อปื นใหญ่ของไทยในคร5ังน5นั เป็นที>ยกยอ่ งชมเชยไปถึงต่างประเทศ
สมเดจ็ พระเอกาทศรถ มีความสาํ คญั ต่อประวตั ิศาสตร์ไทยเป็นอยา่ งมากเพราะสมเดจ็ ท่านไดส้ ร้าง
ประโยชนแ์ ละชื>อเสียงใหก้ บั อาณาจกั รอยธุ ยาสมยั ราชวงศส์ ุโขทยั ท่านมีผลงานท>ีมีประโยชนต์ ่อชาติ
บา้ นเมืองอยา่ งมากมายไม่วา่ จะเป็น การส่งเอกอคั รราชทูตพร้อมดว้ ยทูตานุทูตไปยงั ฮอลนั ดา เป็นยคุ ท>ีเร>ิมมี
การยอมรับชาวต่างชาติเขา้ มาเป็นทหาร จะเห็นไดว้ า่ ท่านมีการเปิ ดรับชาวต่างชาติมากข5ึน อีกท5งั สมยั น5นั ยงั มี
ช>ือเสียงในดา้ นความสามารถหล่อปื นใหญ่ที>ไดเ้ รียนรู้มาจากโปรตุเกสและฮอลนั ดา จนมีหนงั สือชมเชย
คุณสมบตั ิปื นใหญ่จากญ>ีป่ ุนและขอใหไ้ ทยช่วยเหลืออีกดว้ ย
จากการที>ขา้ พเจา้ ไดม้ ีโอกาสศึกษาประวตั ิของบุคคลสาํ คญั ในประวตั ิศาสตร์ไทย บุคคลน5ีไดท้ าํ
ชื>อเสียงใหก้ บั ประวตั ิศาสตร์ไทย กค็ ือการส่งคณะทูตคร5ังแรกไปเจริญทางสมั พนั ธไมตรีกบั ประเทศในยโุ รป
ทาํ ใหข้ า้ พเจา้ รู้สึกวา่ บุคคลสาํ คญั คนน5ีเป็นคนมีความกลา้ หาญท>ีคิดจะทาํ การใหญ่ถึงความเปลี>ยนแปลงและ
ประโยชนข์ องประเทศชาติ ขา้ พเจา้ รู้สึกซาบซ5ึงถึงความรักชาติบา้ นเมืองของสมเดจ็ เอกาทศรถและรู้สึกวา่
ควรนาํ ไปเป็นแบบอยา่ งที>ดีอยา่ งยง>ิ
อา้ งอิง : “สมเดจ็ พระเอกาทศรถ.” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://th.wikipedia.org/wiki/สมเดจ็ พระเอกาทศรถ
สืบคน้ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๔๗
น ายขน มต(ม
น.ส.อรดา เชาวะวนิชย9 ม.๖/๔ เลขที่ ๒๔
จากประวัติศาสตร9 ส=ูนวนยิ ายและบทละครโทรทัศน9 เร่อื ง “นายขนมต+ม คนกล+านอกตำนาน”
นายขนมตม+ เปDนบคุ คลหนึ่งในประวัติศาสตร9 ท่มี คี วามสำคญั และน=ายกยอ= งเปนD แบบอยา= งในการดำเนนิ ชีวติ
ดิฉนั จึงขอนำประวัตขิ องนายขนมตม+ มาศึกษา เพื่อเปDนการเชิดชเู กียรตแิ ละรำลึกถงึ คุณความดี
นายขนมต+ม เกิดวนั อังคาร เดือนยี่ ปKมะเมีย พ.ศ. ๒๒๙๓ ในสมยั พระเจา+ อยู=หัวทา+ ยสระ ในสมัยกรงุ ศรี
อยธุ ยา ท่บี +านกุ=ม (ปhจจุบันคือ ตำบลบ+านก=ุม อำเภอบางบาล จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา) บิดาช่ือนาย
เกิด มารดาชอื่ นางอี่ ตามประวัติระบุวา= นายขนมต+มมีพมี่ สี าวทีช่ ือ่ เออ้ื ยแต=วา= เสียชวี ติ เมื่อยงั เดก็
เม่อื อายุประมาณ ๑๐ ขวบ ตอ+ งมาอาศัยอยว=ู ดั เพราะพอ= แมถ= กู พม=าฆ=าจนเสียชีวติ ทง้ั คู= เม่ือเรมิ่ แตกหนม=ุ ได+เร่มิ
ฝกm วิชามวยไทย จนในสมยั พระเจ+าเอกทศั น9 กรุงศรีอยุธยาตอ+ งเสียแก=พม=า จึงตวั นายขนมต+มเองถูกกวาดต+อน
ไปเมืองพมา= นายขนมต+มได+สร+างชอ่ื เสยี งใหก+ บั กรุงศรอี ยุธยาและชาตไิ ทย โดยอาศยั ความสามารถในเชิงหมัด
มวย โดยมเี หตกุ ารณท9 นี่ ายขนมต+มชกชนะนกั มวยพม=า เมอื่ วันที่ ๑๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๓๑๗ ดังพงศาวดาร
บนั ทกึ ข+อความตอนหน่ึงว=า...
“เม่ือพระเจา+ มังระโปรดใหป+ ฏิสังขรณแ9 ละกอ= เสริมพระเจดีย9ชเวดากองในเมืองย=างกุง+ เปDนการใหญ=นั้น
คร้ันงานสำเรจ็ ลงในปK พ.ศ. ๒๓๑๗ พอถงึ วนั ฤกษ9งามยามดี คือวนั ท่ี ๑๗ มีนาคม จึงโปรดใหท+ ำพธิ ี
ยกฉัตรใหญ=ขึ้นไวบ+ นยอดเปนD ปฐมฤกษ9 แลว+ ไดท+ รงเปด] งานมหกรรมฉลองอยา= งมโหฬาร ขุนนางพมา=
กราบทลู วา= "นักมวยไทยมฝี มK อื ดียง่ิ นกั " พระเจา+ มงั ระจึงตรสั ส่งั ให+เอาตัวนายขนมต+ม นกั มวยดมี ีฝมK ือ
ตง้ั แตค= รงั้ กรุงเกา= มาถวาย พระเจา+ มงั ระได+ใหจ+ ดั มวยพม=าเข+ามาเปรยี บกบั นายขนมต+ม โดยจัดให+ชก
ตอ= หนา+ พระทนี่ งั่ ปรากฏวา= นายขนมต+มชกพม=าไมท= ันถงึ ยกกช็ นะถงึ เกา+ คนสบิ คน พระเจ+ามังระ
ทอดพระเนตรยกพระหตั ถต9 บพระอุระตรัสสรรเสริญนายขนมตม+ ว=า “คนไทยน้มี ีพษิ สงรอบตวั แมม+ อื
เปล=ายังเอาชนะคนไดถ+ ึงเก+าคนสิบคน นห่ี ากว=ามเี จ+านายดี มีความสามัคคกี นั ไมข= ัดขากันเอง และไม=
เห็นแก=ความสขุ ส=วนตัว และโคตรตระกูลแลว+ ไฉนเลยกรุงศรอี ยธุ ยาจะเสยี ทีแก=ข+าศกึ ดั่งที่เห็นอย=ทู กุ
๔๘
หลงั จากนายขนมต+มไดเ+ อาชนะนักมวยพมา= แล+ว พระเจา+ มังระได+ปบู ำเหนจ็ แกน= ายขนมต+มโดยแตง= ตั้งเปDนขา+ รับ
ใชใ+ นกรงุ องั วะแตน= ายขนมตม+ กลับปฏเิ สธและขอใหพ+ ระเจา+ มังระปลดปล=อยตนและเชลยคนไทยท้งั หมดใหเ+ ปนD
อสิ ระเพอ่ื กลับบา+ นเกดิ พระเจ+ามังระกย็ อมทำตามความประสงค9 ในทีส่ ดุ นายขนมตม+ และเหลา= เชลยคนไทยก็
ไดร+ ับอสิ รภาพและกลับไปยังบา+ นเกดิ ก็คือแผน= ดนิ ไทยทม่ี ีกรุงธนบุรเี ปนD ราชธานีโดยสมยั พระเจา+ กรงุ ธนบรุ นี าม
วา= ตากสินมหาราช นายขนมตม+ กไ็ ดอ+ าศยั อย=บู า+ นเกิดอย=างสงบแต=ไมท= ราบวา= เสียชีวิตไปเมือ่ ใด
ไดเ+ คยมกี ารจัดใหว+ ันที่ ๑๗ มนี าคม เปนD วันมวยไทย เพ่ือเปนD เกียรติประวัติต=อนักมวยไทย นอกจากนี้
ชาวพระนครศรีอยธุ ยาไดพ+ รอ+ มใจกนั สรา+ งอนุสาวรีย9นายขนมตม+ ไว+ท่บี ริเวณสนามกีฬากลาง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพอ่ื เปDนอนสุ ติเตอื นใจและใหล+ ูกหลานไทยยดึ ถอื เปนD แบบอยา= งสืบไป
นา ยขนมตม+ เปนD บคุ คลทางประวัตศิ าสตรท9 ่ีถือไดว+ า= เปDนตำนานยอดนักมวยของชาวไทยอย=างแทจ+ ริง ไมเ= พยี งแต=กลา+
หา ญจนทำให+ชาวไทยไดก+ ลับส=ูประเทศไทยแลว+ วันนัน้ ท=านยังได+แสดงฤทธขิ์ องมวยไทย ให+ประจกั ษต9 =อสายตาของ
ชา วต=างชาตทิ ำใหม+ ีผลมาถงึ ปhจจุบันทำใหช+ าวตา= งชาติพากันยอมรับในมวยไทยวา= เปนD ศาสตร9และศิลปะการตอ= ส+ูที่
ทร งพลานภุ าพมากทสี่ ดุ และการศึกษาประวตั ิของนายขนมตม+ น้ันทำให+ เราไดร+ ับรูเ+ ร่ีองราวในอดีต รวมไปถึง
เแสลร กมิ แสมรแ++างตคอ= วำานมารจ+สู กึยรศักศชักาดตท์ิ ิ ่อี โยดต=ูยรทงำหในห+าเ+ รเพาเ่ือหก็นาวร=าไดบก+ รลรบัพสบ=ูบรุ +าุษนขเอกงดิ เเรมาือในงนออดนตี นขอ้ันงมตคี นวามแกลละา+นหอากญจากคนวา้นี มารยกั ขชนามตติ +มยยอังม
เป Dนแบบอยา= งในความพยายาม ทำใหเ+ หน็ วา= ไม=ว=าเราจะทำสง่ิ ใดหากเรามีความพยายามหมนั่ ฝmกซ+อมสง่ิ เหล=าน้นั ก็
จะ ทำให+เราสามารถทำมันไดด+ ีตามที่เราต+องการ
อา้ งอ ิง
“นายขนมตม้ .” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://th.wikipedia.org/wiki/นายขนมตม้ สืบคน้ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๔๙
หลวงสขุ มุ นัยประดษิ ฐ (ประดษิ ฐ สขุ มุ )
โดย นางสาวอรทิพา ศริ เิ มฆา
ชน้ั ม.๖ หอง ๔ เลขท่ี ๒๕
หากจะกลา วถึงบคุ คลสำคัญของแผน ดนิ ไทย ผเู ปน สวนสำคญั ในการทำใหป ระเทศเจรญิ ดังเชน ทกุ วนั นี้
นั้นมหี ลายบุคคล บางทานไดมกี ารจดบันทึกเรือ่ งราวไวใหลูกหลานไดอาน แตบ างทานไมไดมีการจดบันทึกไว
ขา พเจา คงมอิ าจท่ีจะกลา วถงึ ครบทกุ บุคคล ขาพเจา จึงขอยกตวั อยางประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสำคัญเพียง
ทา นเดียวคอื หลวงสขุ ุมนยั ประดษิ ฐ (ประดษิ ฐ สขุ ุม)
หลวงสขุ ุมนยั ประดิษฐ (ประดิษฐ สขุ มุ ) เปนช่ือพระสมเดจ็ เจาพระยาดำรง
ราชานภุ าพพระราชทาน เกิดที่จงั หวดั สงขลา เม่ือวันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๔๔๗
รชั กาลท่ี ๕ เปนบตุ รคนที่ ๗ ของมหาอำมาตยน ายก เจา พระยายมราช (ปน
สขุ มุ ) และทานผูหญิงตลบั ในขณะท่เี กดิ มาบิดามีบรรดาศกั ดิ์เปนพระยาสุขุม
นัยวินิจ ดำรงตำแหนงสมหุ เทศาภิบาล มณฑลนครศรีธรรมราช ในขณะนน้ั
สมเด็จเจา พระยาดำรงราชานุภาพ ไดเสดจ็ ไปตรวจราชการ ในฐานะเสนาบดี
กระทรวงมหาดไทย จึงประทานชื่อใหบุตรชายคนที่ 7 ที่คลอดใหมของ
เจาพระยายมราช วา “ประดษิ ฐ สุขุม”
ผลงานทางดานการกีฬา: เปนผูริเริ่มผลักดันใหเกิดการแขงขันกีฬาแหลมทอง เซียพ เกมส (South East
Asian Peninsula Games - SEAP Games) ประเทศไทยไดเปนเจาภาพจัดการแขงขันครั้งแรกเมื่อวันท่ี
๑๒ – ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งตอมากลายมาเปนการแขงขนั กฬี าซีเกมสในปจ จบุ นั
ผลงานทางดานดนตร:ี หลวงสุขุมนยั ประดิษฐ เปนประธานชมรมดนตรีแหง ประเทศไทย ซ่งึ ตอมาไดร ับการยก
ฐานะขึ้นเปนสมาคม เปนผูกอตั้งวงดนตรีกรมโฆษณาการ และเปนผูรวมกอตั้งวงสุนทราภรณ เมื่อตั้งกรม
โฆษณาการขึ้น มีคุณวิลาศ โอสถนนท เปนอธิบดีคนแรก หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เปนกำลังสำคัญทีก่ ระตุนให
เกดิ วงดนตรสี ากลประจำกรมโฆษณาการ และไดเ ชญิ ครเู ออื้ สุนทรสนาน ครเู วส สุนทรจามร และคนอ่นื ๆ มา
เปด เปนวงดนตรกี รมโฆษณาการ และเปนวงดนตรีสุนทราภรณในเวลาตอมา หลวงสขุ ุมนัยประดิษฐ นิยมแตง
เพลงในทำนองแจสจำนวน ๗ เพลง ไดแ ก คนงึ ครวญ สนิ้ รกั สนิ้ สุข ไมอ ยากจากเธอ เกาะสวาท เมื่อไหรจะให
พบ รกั ไมลืม ชายไรเ ชิง เพลงที่มีชือ่ เสียงมากคือเพลงคนงึ ครวญ
๕๐
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ไดทำหนาที่ในขบวนเสรีไทย ชื่อวา “นายเจน” หรือ “นายนอย อาจหาญ” ในสมัย
สงครามโลกครั้งที่ ๒ ทานมีบทบาทในขบวนเสรีไทยสรางความเขาใจอันดีระหวางประเทศสหรัฐอเมริกากับ
ประเทศไทย ทำใหป ระเทศไทยมีอิสรภาพมาจนทุกวนั น้ี ในปลายชีวิตราชการ หลวงสุขมุ นยั ประดิษฐทำงานท่ี
สำนักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน (ก.พ.) และไดจัดใหมีการประกวดดนตรีกับหางไนติงเกล
โอลมิ ปก หลวงสุขุมนัยประดษิ ฐเ สยี ชีวิตเมือ่ วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
จากการศึกษาชีวประวัติ เกียรติประวตั ิ และผลงานอนั มีคณุ ค่าแก่สงั คมไทยของหลวงสขุ ุมนยั ประดิษฐ์ทาํ ให้
ขา้ พเจา้ เหน็ วา่ ตลอดชีวิตของหลวงสขุ ุมนยั ประดษิ ฐ์ ไดเ้ ป็นทงั้ นกั กฬี า นกั ดนตรี มคี วามม่งุ ม่นั และความอตุ สาหะจนไดร้ บั
ราชการในตาํ แหน่งสาํ คัญ ท่านได้เดินทางท้งั ในการทาํ งานและท่องเท่ียวไดบ้ ันทึกเล่าประวัติชีวิตของตนเองไว้อย่าง
เพลิดเพลนิ สนกุ สนาน นาสนใจ ขาพเจาจงึ นำมาปรับใชในชีวิตประจำวันโดยการนำความมงุ มัน่ ลความอุตสาหะของทาน
นั้นมาใชในเรื่องของการเรียนและการทำงานตางๆ การพยายามจนประสบความสำเร็จโดยไมยอทอตอ
อปุ สรรค ปญ หา หรือความยากลำบากตา งๆทอ่ี าจเกดิ ขึ้น โดยการหาวธิ ีและทางออกใหก า วผานไปใหได
สรุป
หลวงสขุ ุมนัยประดษิ ฐเปนผูร เิ รมิ่ ใหเกิดการแขงขันกีฬาแหลมทอง เซียพ เกมส (South East Asian
Peninsula Games - SEAP Games) ซ่งึ ตอมากลายมาเปน การแขง ขันกีฬาซีเกมสในปจ จุบนั ทา นยงั เปน
ประธานชมรมดนตรีแหง ประเทศไทย ซ่ึงตอ มาไดรับการยกฐานะขนึ้ เปนสมาคม เปน ผกู อ ตั้งวงดนตรกี รม
โฆษณาการ ยังคงเปนกำลงั สำคัญที่กระตนุ ใหเกดิ วงดนตรสี ากลประจำกรมโฆษณาการ ไดเชญิ บคุ คลอื่นมารวม
เปดเปน วงดนตรกี รมโฆษณาการ ทายที่สดุ จึงไดเ ปนวงดนตรสี ุนทราภรณใ นเวลาตอมา และในสงคราโลกครั้งท่ี
๒ หลวงสขุ ุมนัยประดิษฐมบี ทบาทในขบวนเสรีไทยสรา งความเขาใจอนั ดรี ะหวางประเทศสหรฐั อเมริกากับ
ประเทศไทย ทำใหป ระเทศไทยมอี ิสรภาพมาจนทุกวนั น้ี
อา งอิง
“หลวงสขุ ุมนัยประดิษฐ. ” [ออนไลน]. เขา ถงึ ไดจ าก: https://th.wikipedia.org/wiki/หลวงสขุ มุ นัยประดิษฐ_
(ประดิษฐ_ สุขุม) สืบคน ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖.
๕๑ นายจนั หนวดเข,ียว
โดย นางสาวอลิษา บินยซู ๊บ ช4นั ม.๖ หอ้ ง ๔ เลขที?๒๖
หากพดู ถึงเรื?องชาวบา้ นบางระจนั คงไม่มีคนไทยคนใดท?ีไม่รู้จกั คนกลุ่มน4ี และนายจนั หนวดเข4ียว
กเ็ ป็นบุคคลอีกท่านหน?ึง ท?ีมีกิตติศพั ทเ์ ลื?องลือในดา้ นวรี กรรมความกลา้ หาญในประวตั ิศาสตร์ไทย.
นายจนั หนวดเข4ียว ท่านเป็นคนบางระจนั เดิมเป็นคนช?ือจนั ชอบไวห้ นวดและแต่งหนวดใหง้ อน
ดูเหมือนเข4ียว ชาวบา้ นทว?ั ไปจึงเรียนท่านวา่ นายจนั หนวดเข4ียว ท่านเป็นผกู้ ลา้ หาญมีฝีมือในการต่อสู้ เป็น
เหมือนครูฝึกประจาํ หมู่บา้ นใหเ้ ดก็ หนุ่มสาว เมื?อทหารพม่ามาข่มเหงชาวบา้ น ท่านจึงออกช่วยชาวจึงเกิดการ
ต่อสู้ เดก็ หนุ่มท?ีท่านฝึกใหร้ วมพลงั กนั รบทหารพม่าไดร้ ับชยั ชนะ ท่านจึงใหพ้ วกชาวบา้ นไปรวมตวั กนั อยทู่ ?ี
วดั โพธYิเกา้ ตน้ คร4ังหน?ึงกองทพั พม่ายกกาํ ลงั มามาก ท่านใหก้ องสอดแนมในค่ายออกไปดูกาํ ลงั พลพม่าท?ียก
มา เม?ือท่านทราบวา่ กาํ ลงั พลไล่เลี?ยกนั จึงคุมกาํ ลงั ๑๐๐ คน แบ่งออกเป็น ๒ พวก เขา้ ตีกองทพั พม่า อาคา
บญั คญี แม่ทพั พม่าจนเสียชีวติ ในที?รบ คร4ังสุดทา้ ยพม่าเปลี?ยนวธิ ีการรบ คือสร้างค่ายเป็นสามค่ายมาเรื?อย ๆ
และยงิ ปื นใหญ่ออกมา ไม่ตอ้ งออกมารบ จึงสร้างความกดดนั ใหช้ าวบา้ นบางระจนั เป็นอยา่ งมาก นายจนั
หนวดเข4ียวพร้อมกบั ชาวบา้ นเขา้ ตีค่ายพม่า ในค่ายพม่ามีสุก4ีเป็นแม่ทพั ท่านถูกทหารพม่าฆ่าตายในสนามรบ
วรี กรรมชาวบา้ นบางระจนั พม่าไดพ้ ยายามเขา้ มาตีชาวบา้ นบางระจนั ถึง ๗ คร4ัง แต่ไม่
สาํ เร็จ จนในคร4ังสุดทา้ ยสุก4ีชาวมอญ ซ?ึงเป็นนายกองใหญ่
ของพม่า ไดเ้ คยอยใู่ นเมืองไทยเป็นเวลานาน และรู้วา่
ชาวบา้ นบางระจนั ถนดั รบในที?แจง้ จึงอาสามาปราบชาวบา้ น
บางระจนั โดยสง?ั ใหย้ งิ ปื นใหญ่เขา้ ไปในค่ายแทนการสูร้ บ
กนั กลางแจง้ ทาํ ใหค้ นไทยตอ้ งเสียชีวติ เป็นจาํ นวนมาก นาย
ทองเหมน็ ไดข้ ี?กระบือบุกเขา้ ค่ายพม่า แต่ถูกพม่ารุมทาํ ร้ายจน
ตาย
๕๒
ส่วนฝ่ ายไทยไม่มีปื นใหญ่ยงิ ตอบโต้ คร4ังเม?ือขอไปทางกรุงศรีอยธุ ยากไ็ ม่ให้ โดยอา้ งวา่ เกรงจะถูกขา้ ศึก
แยง่ ไประหวา่ งทาง ชาวบา้ นจึงช่วยกนั หล่อปื นใหญ่เอง โดยบริจาคของใชท้ ุกอยา่ งที?ทาํ ดว้ ยทองเหลืองมา
หล่อปื นไดส้ องกระบอก แต่พอทดลองยงิ กระบอกปื นกแ็ ตกจนใชก้ ารไม่ได้ ในที?สุดชาวบา้ นบางระจนั ก็
พา่ ยแพแ้ ก่พม่า โดยการต่อสูก้ นั มานานถึง ๕ เดือน
วรี กรรมของชาวบา้ นบางระจนั ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นเกียรติภูมิของคนไทยอนั มีค่ายง?ิ และถือเป็น
ตวั อยา่ งอนั ดีของอนุชนรุ่นหลงั ทางราชการจึงไดส้ ร้างอนุสาวรียว์ รี ชนค่ายบางระจนั (เป็นรูปหล่อของวรี
ชนที?เป็นหวั หนา้ ท4งั ๑๑ คน คือ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก นายแกว้ ขนุ สรรค์ นาย
จนั ทร์หนวดเข4ียว นายทองเหมน็ นายทองแสงใหญ่ และนายพนั เรือง) ข4ึนบนเนินสูงหนา้ ค่าย
บางระจนั ที?อาํ เภอบางระจนั จงั หวดั สิงห์บุรี เพือ? ใหเ้ ป็นอนุสรณ์สืบต่อไป
จากการที?ไดศ้ ึกษาประวตั ิและผลงานของนายจนั หนวดเข4ียว
๑. นายจนั หนวดเข4ียวมีความสาํ คญั คือเป็นหน?ึงในชาวบา้ นบางระจนั ท?ีมีความกลา้ หาญ นาํ ชาวบา้ น
ต่อสูก้ บั กองทพั ของพม่าหลายต่อหลายคร4ังเพอ?ื ปกป้องหมู่บา้ นและรักษาบา้ นเกิดของตนเองไว้
๒. ในสมยั น4นั หมูบา้ นหลายหมู่บา้ นถูกปลน้ สะดม โดนข่มเหงจากกองทพั ของพม่า การท?ีมีผนู้ าํ
อยา่ งวรี ชนที?เป็นเป็นหวั หนา้ ค่ายบางระจนั ออกมาสร้างความเช?ือมน?ั กลา้ ที?จะต่อสูท้ าํ ให้
ชาวบา้ นมีความหวงั และไม่ยอมท?ีจะถูกข่มเหง
๓. ส?ิงท?ีไดเ้ รียนรู้จากผลงานของนายจนั หนวดเข4ียว ทาํ ใหเ้ ห็นถึงความพยายาม ความรักท?ีมีต่อบา้ น
เกิด และความกลา้ หาญของคนกลุ่มหน?ึง สมควรที?จะไดร้ ับการยกยอ่ งใหเ้ ป็นบุคคลตวั อยา่ งอยา่ ง
ยงิ?
อา้ งอิง
“ประวตั ิbbวรี ชน ชาวบา้ นบางระจนั .” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://sites.google.com/site/wirchnchawbanbangracan01/prawati-11-wirchn-bangracan
สืบคน้ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
“วรี กรรมชาวบา้ นบางระจนั .” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://sutasinee101.wordpress.com
สืบคน้ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๕๓
ท้าวสรุ นารี
โดย นางสาว กชพรรณ จันทรชิต ช้ัน ม.๖ หอ้ ง ๔ เลขที่ ๒๗
ท้าวสุรนารี วีรสตรไี ทย ผ้ทู ไ่ี ด้ขับไล่อริราชศัตรูอยา่ งกลา้
หาญ วีรกรรมของทา่ นยังเปน็ ท่ีกล่าวขานมาจนถึงปจั จุบนั อีกทัง้ ยงั
เปน็ ที่เคารพศรัทธายง่ิ ของชาวนครราชสีมา และชาวไทยท่ีได้
เดินทางมากราบสักการะที่จังหวดั นครราชสมี า คณุ งามความดขี อง
ท่านเป็นท่ีประจกั ษ์อยูใ่ นประวัตศิ าสตรช์ าติไทย ตราบจนปจั จุบนั
ดังนั้นทางผู้จดั ทำจึงไดร้ วบรวมประวตั ิ วรี กรรม และผลงานของ
ทา่ นจากหลายบทความ หลายเวบ็ ไซต์ มาทำรายงานในครั้งน้ี และ
หวังวา่ จะเปน็ ประโยชน์กบั ผู้อ่านไม่มากก็น้อย
ทา้ วสุรนารี มีนามเดิมว่า "โม" (แปลว่า ใหญ่มาก) หรือ ท้าวมะโหโรง เป็นชาวเมืองนครราชสมี าโดย
กำเนิด เกิดเม่ือปีระกา พ.ศ. ๒๓๑๔ มนี ิวาสถานอยู่ ณ บ้านตรงกนั ขา้ มกบั วดั พระนารายณม์ หาราช (วัดกลาง
นคร) ทางทศิ ใต้ของเมืองนครราชสมี า เป็นธดิ าของนายก่ิมและนางบุญมา มีพ่ีสาวหนง่ึ คนช่อื แปน้ าผล ไม่มี
สามี จึงอยดู่ ้วยกนั จนวายชนม์ มนี ้องชายหนึ่งคน ชอื่ จุก (ภายหลังไดเ้ ปน็ เจ้าเมืองพนมซร็อก)
เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๓๓๙ โม เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี ไดแ้ ตง่ งานสมรสกบั นายทองคำขาว พนักงานกรมการเมือง
นครราชสีมา ต่อมานายทองคำขาว ได้เลื่อนบรรดาศักด์ิเป็น "พระภกั ดสี รุ ยิ เดช" ตำแหนง่ รองปลดั เมอื ง
นครราชสมี า นางโม จึงได้เปน็ คุณนายโม และตอ่ มา "พระภกั ดสี รุ ิยเดช" ได้เลอื่ นเป็น "พระยาสุรยิ เดช"
ตำแหน่งปลดั เมืองนครราชสมี า คุณนายโมจึงได้เปน็ คณุ หญงิ โม ชาวเมืองนครราชสมี าเรียกท่านท้ังสองเปน็
สามัญว่า "คณุ หญิงโม" และ "พระยาปลัดทองคำ" ทา่ นเปน็ หมนั ไมม่ ีทายาทสบื สายโลหติ ชาวเมืองนครราชสีมา
ทงั้ หลายจงึ พากันเรียกแทนตัวคณุ หญิงโมวา่ แม่ มผี ู้มาฝากตัวเปน็ ลูก-หลานกบั คุณหญิงโมอยู่มาก ซ่ึงเป็นกำลงั
และอำนาจสง่ เสริมคณุ หญิงโมใหท้ ำการใด ๆ ไดส้ ำเรจ็ เสมอ หนง่ึ ในลูกหลานคนสำคัญที่มีส่วนร่วมกับคุณหญิง
โม เข้ากอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเจา้ อนุวงศ์ เวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธ์ิ คือ นางสาวบญุ เหลือ
ทา้ วสรุ นารีเป็นคนมสี ติปัญญาหลักแหลม เล่นหมากรุกเก่ง มคี วามชำนาญในการขช่ี ้าง ข่มี ้า มมี ้าตัว
โปรดสีดำ และมักจะพาลกู หลานไปทำบญุ ทีว่ ดั สระแก้วเปน็ ประจำเสมอทา้ วสรุ นารี ถงึ แก่อสญั กรรมเม่ือเดือน
เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๕ (เดือน ๕ ปชี วด จัตวาศก จ.ศ.๑๒๑๔) สริ ิรวมอายุได้ ๘๑ ปี
๕๔
เมอ่ื พุทธศักราช ๒๓๖๙ เจ้าอนวุ งศ์แหง่ เวยี งจนั ทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเขา้ มา
ยึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไป คณุ หญิงโม และนางสาวบุญเหลือ
รวบรวมครอบครัวชาย หญงิ ชาวนครราชสมี าที่ถกู กวาดต้อนไปเปน็ เชลย เขา้ ต่อส้ฆู า่ ฟันทหารลาวลม้ ตายเปน็
อนั มาก ณ ทุ่งสมั ฤทธิ์ แขวงเมอื งนครราชสีมา เม่อื วนั ท่ี ๔ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๓๖๙ ชว่ ยใหฝ้ า่ ยไทย
สามารถกอบกเู้ มืองนครราชสมี ากลับคืนมาได้ในท่สี ุด
เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หวั จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯสถาปนา
คุณหญิงโมใหด้ ำรงฐานันดรศักด์ิเป็นท้าวสรุ นารแี ละพระราชทานเครอ่ื งยศทองคำประดับเกยี รติ ดังนี้ ถาด
ทองคำใสเ่ ชีย่ นหมาก ๑ ใบ,จอกหมากทองคำ ๑ คู่,ตลบั ทองคำ ๓ เถา,เตา้ ปนู ทองคำ ๑ อัน,คณโฑทองคำ ๑
ใบ,ขนั น้ำทองคำ ๑ ใบ
ท้าวสุรนารี ด้วยความฉลาดหลักแหลม ความกลา้ หาญและความเสียสละของทา่ นในวันนนั้ ทำใหใ้ น
วนั นจี้ งั หวดั นครราชสมี าและประเทศไทยยังคงอยู่ จงึ ควรค่าท่ีอนุชนรุน่ หลังจะระลกึ ถึงคุณงามความดขี องท่าน
ทา้ วสรุ นารี ทา่ นได้เป็นแบบอยา่ งของความกล้าหาญและความเสยี สละเพ่อื ส่วนรวม เพ่ือสงั คม โดยที่
ถงึ ตัวจะเป็นหญิง แต่ใจกลับแขง็ แกรง่ ด่ังหนิ ดว้ ยคณุ ธรรมท่ีโดดเด่นและดงี ามอยา่ งนี้ ทำให้หลายๆคนยกย่อง
ท้าวสรุ นารเี ปน็ แบบอยา่ งในการใช้ชีวิตในสงั คม
จากประวัติ ผลงาน และวีรกรรมของท้าวสรุ นารีทำให้ได้ทราบวา่ ถึงแมว้ า่ เพศและรา่ งกายของตวั เรา
จะเปน็ หญิงแต่กไ็ ม่จำเปน็ วา่ จะต้องอ่อนแอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำแต่อะไรท่ีสังคมกำหนดวา่ ผหู้ ญิงตอ้ งทำเสมอ
ไป สามารถทำอะไรอยา่ งทีผ่ ชู้ ายทำไดเ้ หมือนกัน แต่ก็อยูใ่ นความพอดี เหมาะสม เช่น การออกไปทำงานข้าง
นอกเพื่อหาเงินเล้ยี งชีพ และถา้ เรามีความกล้าหาญและเสียสละ ชวี ติ ของเราและคนรอบขา้ งตัวเราก็จะมี
ความสุข เชน่ บนรถเมลห์ รือรถสองแถว เมอื่ มีเดก็ คนชรา หรือคนท้อง ขึน้ มาบนรถ กล็ ุกขน้ึ เพ่ือให้พวกเขานั่ง
อา้ งอิง
“ท้าวสรุ นาร.ี ” [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก: https://th.wikipedia.org/wiki/
สืบค้น ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓
“ทา้ วสุรนารสี ตรแี กร่ง.” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก:
https://www.museumthailand.com/th/1203/storytelling/ สบื ค้น ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๕๕
จอมพลแปลก พบิ ลู สงคราม
โดย นางสาวจุฑามาศ ทองบดุ ดา ชั้นม.๖ ห้อง ๔ เลขที่ ๒๘
นายกท่ีเวลาดำรงตำแหนง่ นานทสี่ ดุ ในประวตั ิศาสตร์ไทยและถอื ได้วา่ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ วฒั นธรรมและ
ประเพณไี ทยอยา่ งมากท่สี ุดคนหน่ึงจนไม่อาจปฏเิ สธไดว้ ่ามรดกจากยุคสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม
(แปลก พิบลู สงคราม) ยังคงเปน็ ส่ิงทห่ี ลงเหลือมาจนถงึ ปัจจุบัน กบั นโยบายปฏิรูปแบบชาตินิยมทเ่ี ราส่วนใหญ่
ต่างเรยี นรู้กันเพยี งดา้ นเดียว
กอ่ นจะเปน็ และในเส้นทางการเมอื งของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม
จอมพล ป. พบิ ลู สงครามมีชือ่ เดิมวา่ แปลก ขติ ตะสังคะ เกิดเม่อื วนั ที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ จบ
การศึกษาโรงเรียนนายรอ้ ย ทหารปืนใหญ่ และเดินทางไปศกึ ษาวชิ าการทหารปืนใหญ่เพม่ิ เติมท่ีประเทศ
ฝรง่ั เศส เมือ่ เดินทางกลับมาไดร้ ว่ มกับคณะราษฎรทำการเปล่ยี นแปลงการปกครองเมือ่ วนั ท่ี ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๗๕ มีบทบาทอย่างสูงในการปฏิรูปสงั คมไทยให้มคี วามทันสมัยพน้ จากสภาพความล้าหลัง
จอมพล ป. พิบูลสงคราม หรอื จอมพล แปลก พบิ ลู สงคราม เปน็ นายกรัฐมนตรคี นที่ ๓ ของประเทศ
ไทย ดำรงตำแหน่งคร้ังแรกระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๗ และคร้ังที่ ๒ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๕๐๐ เป็น
นายกรฐั มนตรี ทดี่ ำรงตำแหนง่ นานที่สดุ ในประวัตศิ าสตรไ์ ทย การปฏริ ูปสงั คมไทยตามแนวดำริของจอมพล ป.
พบิ ลู สงคราม จะใช้นโยบายชาตนิ ยิ ม เข้ามาประสานความรว่ มมอื จากประชาชน ยกตัวอยา่ งเช่น นโยบาย ออก
กฎหมายคมุ้ ครองอตุ สาหกรรมภายในประเทศ มกี ารสงวนอาชพี บางอย่างไวเ้ ฉพาะคนไทย และปลูกฝังให้
ประชาชนนิยมใช้สนิ ค้าไทย ดว้ ยคำขวญั ว่า "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจรญิ " รฐั บาลจอมพล ป. ได้เปล่ียนแปลง
๕๖
ประเพณีและวัฒนธรรมบางอยา่ ง เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับการการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และใหเ้ กดิ ความ
ทนั สมัย เช่น ประกาศให้ขา้ ราชการเลกิ นุ่งผา้ มว่ ง เลกิ สวมเสอ้ื ราชปะแตน และใหน้ ่งุ กางเกงขายาวแทน มกี าร
ยกเลิกบรรดาศกั ด์ิ และยศข้าราชการพลเรือน มกี ารเปลี่ยนชือ่ ประเทศจาก "สยาม" เปน็ "ไทย" รวมไปถึงเพลง
ชาตไิ ทยกถ็ ือกำเนิดข้นึ มาในยคุ สมัยของจอมพลป. เช่นกนั
นอกจากจอมพล.ปยังมีแนวความคิดวา่ ชาติก็คอื ประชาชน ดังน้ันการจะสรา้ งชาติทีเ่ ขม็ แขง็ ได้
ประชาชนเองกต็ อ้ งเข้มแข็งเชน่ กัน นโยบายและกิจกรรมตา่ งๆ จึงดำเนินไปโดยสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ดงั กลา่ ว
อยา่ งเชน่ จากเดมิ ท่คี นไทยนิยมทานขา้ วมากกวา่ กับกเ็ ปลย่ี นใหป้ ระชาชนทานกบั มากกวา่ ขา้ ว รวมไปถึงทาน
เนื้อสตั วแ์ ละโปรตีนใหม้ ากข้นึ เพอ่ื ส่งเสริมใหร้ า่ งกายของคนในชาติแขง็ แรงสมบรู ณ์
จนกระทัง่ ถงึ วาระสดุ ท้ายในการดำรงตำแหน่งทางการเมอื ง คอื ในเยน็ วันท่ี ๑๖ กนั ยายน พ.ศ.
๒๕๐๐ เมอ่ื ถูกพลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กระทำการรัฐประหาร ซงึ่ จอมพลป.ได้หลบหนีไปด้วยรถยนตส์ ่วนตัวกับ
ผู้ตดิ ตามเพยี ง ๒ คน โดยผา่ นไปทางประเทศกัมพชู า กอ่ นจะล้ีภัยทางการเมืองทีป่ ระเทศญป่ี ่นุ ซ่งึ จอมพลป.ก็
ไดพ้ ำนักอยทู่ น่ี ั่นจนตราบถึงแกอ่ นิจกรรม
สรปุ
จอมพลป. พบิ ลู สงครามถือเป็นนายกรัฐมนตรคี นหนง่ึ ของประเทศไทยท่ีมีบทบาทและความสำคัญเป็น
อย่างมาก อกี ทง้ั มรดกจากการปฏริ ปู ประเทศโดยแนวคิดของเขายังคงตกทอดตอ่ มาจนถงึ ปัจจบุ นั มากมาย
อย่างเช่น เพลงชาติ ทรงผมนกั เรยี น เป็นต้น ซึ่งผลงานทจ่ี อมพลป.ไดท้ ำไวก้ ลายเปน็ เอกลักษณ์อยา่ งหน่ึงของ
คนไทยทม่ี คี วามเป็นสากลมากข้นึ ในยุคสมยั น้นั ซง่ึ หากมองดว้ ยมุมมองของคนในยคุ ปัจจุบันทช่ี ่วงเวลาต่างกนั
มากแลว้ อาจจะดเู ปน็ เรือ่ งที่โบราณและลา้ สมัยไปบ้างแตก่ ม็ ีหลายอยา่ งท่ไี มส่ ามารถปฏิเสธไดว้ ่าได้กลายเปน็
สัญลกั ษณ์ของไทยไปแล้ว ทั้งน้ี หากสิ่งไหนทีล่ า้ สมยั และสรา้ งความลำบากให้ประชาชน เราก็ควรเปลย่ี นแปลง
และปฏิรปู ระบบโดยสอดคลอ้ งกบั แนวคิดที่ว่าชาติคือประชาชน เพราะหากประชาชนรู้สึกไม่สบายใจหรือ
เคลอื บแคลงในความเปน็ ชาตเิ มื่อไหร่ ชาตกิ ็จะไม่มีวนั เป็นอันหนึ่งอันเดยี วกันโดยแท้จรงิ
โดยสง่ิ ทเ่ี รยี นรแู้ ละสามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ คือ ถงึ แมว้ า่ จอมพลป. พบิ ลู สงครามจะถอื วา่
เป็นนายกรัฐมนตรที ่ีมบี ทบาทและมคี วามสำคัญตอ่ ประเทศไทยเป็นอยา่ งมาก แตก่ ย็ งั มีความผิดพลาดหลาย
อย่างทีเ่ กดิ ขึ้นเมอื่ ในอดีต ดังน้นั เราจงึ ควรเรียนรจู้ ากความผดิ พลาดของบคุ คลในอดตี เพื่อทจี่ ะแกไ้ ขและไมท่ ำ
ใหป้ ระวตั ศิ าสตร์ซำ้ รอย
อา้ งองิ “จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม : 123 ปี ชาตกาล กับผลงานและเสยี งวจิ ารณ์ นายกรฐั มนตรที อ่ี ยู่
ในตำแหน่งนานทส่ี ดุ .” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก: https://www.bbc.com/thai/thailand-53399231
สืบค้น 19 กรกฎาคม 2563.
๕๗
สฤษด์ิ ธนะรชั ต
โดย นางสาวอลิสา ศรแดง ชนั้ ม.๖ หอง๔ เลขท่๒ี ๙
ถาพดู ถงึ บุคคลสําคญั ท่ีมบี ทบาททนี่ า จดจําตอการเมืองของประเทศไทยในอดีต จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชตเ ปน
อีกหนึ่งบุคคลสําคญั ท่ตี องกลาวถงึ เพราะทา นถือเปนบุคคลที่มผี ลตอสังคมและคนไทยในยคุ นัน้ อยา งมาก
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต มีชอื่ แตแรกเกิดวา สริ ิ ธนะรชั ต เกิดเมือ่ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๑ ในป
พ.ศ. ๒๔๖๒ ไดเขาเรียนท่ีโรงเรียนนายรอยทหารบก เมื่อคร้ังเกิดกบฏบวรเดช นําโดยพลเอก พระวรวงศเธอ
พระองคเ จาบวรเดช ในขณะนน้ั รอยตรสี ฤษด์ิ ธนะรชั ตไดเปน หนึง่ ในผูบังคบั หมวดปราบปรามกบฏของ
ฝายรัฐบาล
ในวนั ท่ี ๑๐ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ทานไดดํารงตําแหนงรฐั มนตรวี า การกระทรวงกลาโหม อนั เปน รฐั บาล
ชดุ สุดทา ยของจอมพล ป. พบิ ูลสงคราม แตหลังจากน้นั ๑๐ วนั ก็ลาออก สาเหตมุ าจากการเลอื กตัง้
สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร เมื่อวนั ที่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งมีการกลาวขานวา เปนการเลอื กต้ังสกปรก
ซึ่งผลคือ พรรคเสรมี นงั คศลิ า ของจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ไดร บั เสียงขา งมาก และไดต ั้งรัฐบาล ทามกลาง
ความวนุ วายอยา งหนักจากการเดินประทว งของประชาชนจาํ นวนมาก
ในวันท่ี ๑๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต นาํ กําลังรฐั ประหารรัฐบาลจอมพล ป. พบิ ูล
สงคราม และไดต ั้งพจน สารสนิ ขึ้นมาเปนนายกรัฐมนตรี และตอ มาในสมัยรัฐบาลของพลโทถนอม กติ ติขจร
เกิดความวนุ วายข้ึนในสมาชกิ พรรคทาํ ใหไ มส ามารถควบคุมสถานการณ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชตจึงเดินทาง
กลับจากตา งประเทศแลว รว มมอื กบั พลโทถนอม กิตติขจร นายกรฐั มนตรี ยดึ อํานาจรฐั บาลตนเอง
๕๘
จอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั ต เขาดํารงตําแหนง นายกรฐั มนตรีเม่ือวันท่ี ๙ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๐๒ หลงั รัฐประหาร
รฐั บาลจอมพลถนอม กิตตขิ จร จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต จึงเปนนายกรัฐมนตรไี ทยคนที่ ๑๑ ของประเทศไทย
ในสมัยรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต มีการทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศฉบบั ที่ ๑ มกี ารสราง
สาธารณปู โภคสําคญั เชน ไฟฟา , ประปา, ถนน ใหก ระจายไปทัว่ ท้งั ในเมืองและชนบท ซึ่งเรยี กวา "นาํ้ ไหล ไฟ
สวา ง ทางสะดวก" จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต มีฉายาวา "จอมพลผาขาวมา แดง" คือ ใชม าตรการเบ็ดเสร็จ
เพ่ือใหเกิดความสงบเรียบรอ ยของประเทศ จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต นายกรัฐมนตรี ไดมีคําสงั่ ใหประกาศหา ม
ใชร ถสามลอวิ่งในถนนสายตางๆ ไดน าํ รถบรรทกุ สามลอยหี่ อไดฮทั สทุ ี่นําเขาจากประเทศญป่ี นุ มาดดั แปลงใช
แทนและไดท ดลองใชเ ปนครงั้ แรกในยา นเยาวราช
จอมพล จอมพลเรอื จอมพลอากาศ พลตํารวจเอก สฤษด์ิ ธนะรชั ต ไดร บั พระราชทานยศ "นายกองใหญ"
ในฐานะนายกรฐั มนตรีและมฐี านะเปนประธานกรรมการและผูบ ญั ชาการกองอาสารกั ษาดินแดน จอมพล
สฤษดิ์ ธนะรัชต ดาํ รงตาํ แหนงนายกรัฐมนตรีจนถงึ แกอสญั กรรมเม่ือวันท่ี ๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ที่
โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา ดวยโรคไตพิการเรื้อรัง และอีกหลายโรค สิรอิ ายุ ๕๕ ป เปน นายกรัฐมนตรไี ทยคน
เดียวท่ถี ึงแกอ สัญกรรมในตาํ แหนง
จาการศกึ ษาประวัติทาํ ใหเราทราบวาจอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั ต มบี ทบาทตอสงั คมและการเมืองไทยอยาง
มาก โดยสวนใหญจะเปนการปฏิรูปในส่งิ ทท่ี า นคิดวาไมถ ูกตอ งหรือสิง่ ทน่ี าํ มาซง่ึ ความขัดแยง ตา งๆ โดยผลงาน
ท่เี ปนที่จดจําก็คือการทํารัฐประหารในสมยั รฐั บาลของจอมพล ป. พบิ ลู สงครามซึง่ การเลือกตงั้ คร้ังน้นั ไดช อ่ื วา
เปน การเลอื กตั้งท่ีไมบ ริสทุ ธิ์และทําใหป ระชาชนไมพอใจอยางมาก และการเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบบั แรก
ในสมัยของทาน
ส่ิงที่ฉันไดเ รยี นรจู ากการศึกษาประวัตขิ องจอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั ต คอื เหตกุ ารณท างประวัตศิ าสตรห ลาย
อยางบางคร้งั เกิดจากความขัดแยง และความเหน็ ที่ไมต รงกันของแตละฝาย โดยแตละบุคคลก็มกั จะมีทง้ั สอง
ดานเสมอคือท้ังดา นที่ดีและไมด ีแลว แตม ุมมองของแตละบุคคลที่จะวิเคราะห และอีกสง่ิ หนึ่งท่ฉี ันพบจาก
การศึกษาประวตั ิของทานและอยากจะนําความเทยี่ งตรงตอความสุจรติ ท่ีทา นมีมาปรบั ใชกบั การเรยี น การสอบ
หรือการทํางานในภายภาคหนา หากจะประสบความสาํ เร็จหรือไมก็ขอใหเปน เพราะความสามารถของฉันเองที่
ทําดว ยความตง้ั ใจอยางสุจริต เพอ่ื ท่ฉี นั จะไดภูมใิ จไดอยา งเต็มท่ี
อางองิ : “สฤษดิ์ ธนะรัชต. ” [ออนไลน]. เขา ถงึ ไดจาก: http://th.wikipedia.org/wiki/สฤษด์ิ ธนะรชั ต
สบื คน เมือ่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๕๙ ๖๐
พระสุพรรณกัลยา
โดย น.ส.กัลยกร ตง้ั นพวีรวฒั น
ชนั้ ม.๖ หอง ๔ เลขท่ี ๓๐
ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา การทีจ่ ะกอบกเู อกราชของกรงุ ศรีอยุธยากลับคนื มานั้นไมไ ดงาย เมือ่ พ.ศ.
๒๑๐๗ พระเจาบุเรงนองยกทพั มาตีเมอื งพิษณุโลกในสงครามชา งเผอื ก สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธิราช เจา -
เมืองพษิ ณโุ ลก ยอมออ นนอ มตอหงสาวดีจึงทาํ ใหเมอื งพษิ ณุโลกตอ งตกเปน เมืองประเทศราชของกรุงหงสาวดี
และไมขึน้ ตอกรงุ ศรีอยธุ ยา พระสพุ รรณกัลยาและพระนเรศวรถูกจบั ไปเปนองคประกันทห่ี งสาวดี หลงั จากท่ี
พระมหาธรรมราชาครองกรงุ ศรีอยุธยาในฐานะประเทศราชของหงสาวดีแลว พระนเรศวรไดหนกี ลบั มายังกรงุ
ศรอี ยุธยาโดยทพ่ี ระเจา บุเรงนองทรงยินยอมอนั เนอื่ งมาจากพระสพุ รรณกัลยาทรงขอไว จงึ ทําใหพระนเรศวร
สามารถกอบกเู อกราชกรุงศรีอยุธยาไวไ ด
พระสพุ รรณกลั ยา สุวรรณกลั ยา หรือ สุวรรณเทวี เปนพระราชธิดาใน สมเดจ็ พระมหาธรรม
ราชาธิราชและพระวิสทุ ธกิ ษตั รยี และเปนพระพีน่ างในสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ
ประสตู ิ ณ พระราชวังจนั ทน เมอื งพษิ ณุโลก เชื่อวา พระนามเดมิ คอื องคท อง ซึง่ พระประวตั พิ ระสุพรรณกัลยา
โดดเดนในฐานะองคป ระกันผเู สยี สละแมพระชนมชีพ เพ่ือกอบกเู อกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชใหแก
ชาตไิ ทย หากพระพีน่ างสุพรรณกลั ยา ไมย อมไปหงสาวดีเพ่ือแลกเปลีย่ นกับสมเดจ็ พระนเรศวรฯ ที่ตกอยูใน
ฐานะตัวประกันกระนนั้ แลว สมเด็จพระนเรศวรฯ ก็ไมอาจกลับมาเมืองไทยเพือ่ กชู าตไิ ด จังหวะเวลาทพ่ี ระ
๕๙ ๖๐
สุพรรณกัลยาทรงเปน องคประกันท่รี าชสํานักหงสาวดนี ัน้ เปน จังหวะเวลาเดยี วกนั กับท่ีอยธุ ยาสามารถฟน ฟู
บูรณะบานเมือง และเสรมิ สรา งความเขม แข็ง จนภายหลงั พรอมที่จะทาทายอํานาจหงสาวดีไดอ ยา งเปดเผย
ในชวงแหงการปรับเปลยี่ นทส่ี าํ คญั มพี ระสุพรรณกัลยาเพียงพระองคเดียวทเ่ี ปนผูม คี วามสาํ คัญทส่ี ดุ ในฐานะที่
เปน สายใยเหนีย่ วรงั้ ความสัมพนั ธ และ “ความไวเนื้อเชื่อใจ” ระหวา งราชสํานักหงสาวดแี ละอยธุ ยา นับต้งั แต
พ.ศ. ๒๑๑๒-๒๑๑๓ ท่ีพระสพุ รรณกัลยาไดต กเปนองคประกนั จนถึง พ.ศ. ๒๑๒๕ เมอ่ื สมเด็จพระนเรศวรทรง
ทา ทายอํานาจหงสาวดอี ยา งเปด เผย กค็ อื ชว งท่อี ยธุ ยาไดฟนฟบู รู ณะบา นเมือง และไพรพ ลใหพรอมประกาศ
ตนเปน อสิ ระจากเจาเอกราชพมา และพรอมจะเปดศึกใหญในทุกทศิ ทกุ ทาง
พระสพุ รรณกลั ยาไดมีความเสียสละอนั ใหญหลวงของพระองค เปนผลทาํ ใหส มเดจ็ พระนเรศวร
มหาราช ทรงกลับมากอบกเู อกราชของชาติไทยไดส าํ เร็จ พระองคทรงโดดเดนในฐานะองคป ระกนั ผเู สยี สละแม
พระชนมชีพ เพ่อื กอบกเู อกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชใหแกชาติไทย ทาํ ใหก รุงศรีอยธุ ยาไมตกเปน
ราชธานีของพมา ทานเปน วีรสตรี ผูกลา หาญเดด็ เดี่ยว ทรงเสยี สละความสุขสว นพระองค ยอมพลัดพรากจาก
แผน ดินไทยไปเปน องคประกัน ณ กรงุ หงสาวดเี พ่ือแลกกบั องคส มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช และ สมเดจ็ พระ
เอกาทศรถ จากการศกึ ษาชวี ประวัติ เกียรติประวัติทพ่ี ระสุพรรณกลั ยาไดท รงเสียสละไวค อื ความเสยี สละตอ
สวนรวมมากกวาสว นตนซึ่งเปนสง่ิ ที่ดี และเปนส่งิ ท่คี วรทํา จะทาํ ใหป ระเทศชาติเจรญิ ขึ้น ควรเหน็ แกป ระโยชน
สวนรวมและกระทําสง่ิ ตางๆ เพอ่ื ชว ยเหลือสังคมโดยไมถ อื เอาผลประโยชนสวนตนเปนท่ตี ัง้ ดงั นนั้ การ
เสียสละของพระสุพรรณกลั ยาจงึ เปน เงือ่ นไขสําคัญทนี่ าํ ไปสกู ารกอบกเู อกราช วีรกรรมดังกลาวของพระ
สุพรรณกลั ยาจึงสมควรไดร ับการเทดิ พระเกยี รติใหแ พรหลายยง่ิ ขึ้นสบื ไปตลอดกาล
จากการศกึ ษาชีวประวตั ิของพระสพุ รรณกัลยา ทาํ ใหด ิฉันมีความคิดทีจ่ ะเสยี สละตอ สวนรวม
มากกวาสว นตนโดยการทําเวร และเก็บขยะ ไมเหน็ แกต ัวทจ่ี ะกลับบานกอ นในวนั ทต่ี อ งทําเวร แบง ปนสงิ่ ของ
ชวยคนทเ่ี คา ไมม ใี นสิ่งทเ่ี รามี และบรจิ าคขนมและเสือ้ ผา ที่ไมใ ชแ ลวใหก ับเดก็ ยากไรท ตี่ างจงั หวดั บรจิ าคทรพั ย
ชวยเหลอื ผปู ระสบภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาตเิ ทาที่จะชว ยเหลือได เสยี สละใหผพู ิการ ชําระคาสินคาและใชบรกิ าร
รถประจาํ ทางกอ น
อางองิ : “พระสุพรรณกลั ยา.” [ออนไลน]. เขา ถงึ ไดจ าก : https://th.wikipedia.org/wiki/พระสพุ รรณกลั ยา.
สบื คน ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๖๑
เจ้าพระยาพระเสดจ็ สุเรนทราธบิ ดี (หม่อมราชวงศเ์ ปยี มาลากุล)
โดย น.ส. ณภทั ร ผดุ ผ่อง ม.๖ ห้อง ๔ เลขที่ ๓๑
ทุกสิ่งทุกอย่างน้ันล้วนมีต้นกาเนิดไม่ว่าจะ
เป็นนามธรรมหรือรูปธรรม เช่น ภาษา กีฬา เทศกาล
ประเพณี หรือวัฒนธรรม ต่างก็มีท่ีมาของตนเองทั้งสิ้น
โดยในประเทศไทยน้ันส่ิงต่างๆนั้นถูกมีขึ้นมาโดยเป็น
ผลงานของบุคคลสาคัญในประวัติศาสตร์ของไทย
ต่างๆซ่ึงเป็นผู้มีพระคุณที่ทาให้ประเทศไทยได้มี
รากฐานของการพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และ
ท้ังนี้ในเรื่องของการศึกษาซึ่งเป็นส่ิงท่ีสาคัญในระบบ
การศึกษาของไทยก็มีตน้ กาเนิดมาจากบุคคลสาคัญใน
ประวัติศาสตร์ของไทยเช่นกัน ณ ที่นี้จึงขอยกตวั อย่าง
ประวัติและผลงานอันมีคุณค่าของ เจ้าพระยาพระ
เสด็จสเุ รนทราธิบดี เพยี งทา่ นเดยี ว เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจถงึ ทม่ี าของระบบการศึกษาไทย
มหาอามาตย์เอก เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี นามเดิม หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล (๑๖
เมษายน พ.ศ. ๒๔๑๐ – ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๙) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น
โอรสในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ และหม่อมเป่ียม มาลากุล ณ อยุธยาหม่อมราชวงศ์เปีย มาลา
กลุ เขา้ รับราชการในกรมศึกษาธิการ ได้รบั พระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็น หลวงไพศาลศิลปศาสตร์ จากน้ันย้าย
มารับราชการอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เป็น พระมนตรีพจนกิจ ท่านได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยจาก
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นผู้อภิบาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะ
ดารงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชริ าวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จไปทรงศึกษา
ต่อ ณ ประเทศองั กฤษ ดารงตาแหนง่ เอกอคั รราชทูตพเิ ศษไทยประจาอังกฤษและยุโรป ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๐-
๒๔๔๒ จากการที่ท่านไดเ้ ห็นการศึกษาของนักเรียนไทยในต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี ท่านได้กราบทูลเสนอ
ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงระบบการศึกษาของไทย ร่างเป็น "โครงแผนการ
ศกึ ษาในกรงุ สยาม" เม่ือวนั ท่ี ๑๙ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๔๑ และโครงการสรา้ งสถานศกึ ษาในระดับอดุ มศกึ ษา เม่ือ
วนั ที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๓ ท่านไดร้ ับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็น พระยาวิสุทธสุริยศักด์ิ ดารงตาแหน่ง
ปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือ กระทรวงศึกษาธิการ) และได้เล่ือนเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรม
การ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระยาวิสุทธสุริยศักด์ิ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรน
ทราธิบดี เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ และถึงแกอ่ สญั กรรมในอีก ๓ ปีตอ่ มา เมอื่ วันท่ี ๑๔ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๙
ผลงาน ดา้ นการศึกษา จัดทาหลักสูตรโรงเรียนเบญจมบพิตร ตามพระราชดาริพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงกาหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เองสาหรับโรงเรียนเบญจม
บพิตร เพลงสรรเสริญพระบารมี แต่เดิมการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี มีการแยกเนื้อร้องท่ีใช้สาหรับ
๖๒
ทหารเรือหรือพลเรือนร้อง นอกจากน้ียังมีการแบ่งแยกเนื้อร้องบางวรรคบางตอน สาหรับชาย และหญิงร้อง
ต่างกัน ทาให้เกิดความลักลั่น เมื่อวันท่ี ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุลได้ออกคาสั่ง
กาหนดให้เพลงสรรเสริญพระบารมีมีเพียงเน้ือร้องเดียว เหมือนกันหมด เพลงสามัคคีชุมนุมหม่อมราชวงศ์
เปีย มาลากุล เปน็ ผู้ประพันธ์คาร้องภาษาไทยของเพลง สามัคคีชุมนุม โดยใช้ทานองเพลง โอลด์แลงไซน์ ท่าน
ไดร้ ับการยกยอ่ งว่า สามารถใสเ่ นอื้ รอ้ งภาษาไทยเข้าไปให้สอดคล้องกับทานองเดมิ ไดอ้ ยา่ งเหมาะเจาะ สามารถ
ร้องเนื้อภาษาไทยไปพร้อมๆกับเนื้อภาษาเดิมของเพลงได้อย่างไม่ขัดเขิน เนื้อเพลงมีความหมายลึกซ้ึง ให้
ความรู้สึกถึงความสามัคคีเป็นอันดีต่อหมู่คณะ สมบัติผู้ดีหม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล ได้แต่งหนังสือไว้หลาย
เล่ม เล่มหน่ึงท่ีมีชื่อเสียงคือ สมบัติผู้ดี ซ่ึงกล่าวถึงหลักปฏิบัติ ๑๐ ประการของผู้ที่มีกาย วาจา ใจ อันสุจริต
ท่านได้เรียบเรียงไวเ้ มอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๕
จากที่ได้ศึกษาชีวประวัติ ผลงาน และเกียรติประวัติของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ทาให้
ข้าพเจ้าได้ทราบว่าเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีเป็นกาลังสาคัญในการวางรากฐานการศึกษา
สมัยใหม่ในสยาม ได้สร้างคุณประโยชน์แก่วงการศึกษา ด้วยการกระจายการศึกษาสู่หัวเมืองต่างๆ ให้
ราษฎรได้รับการศึกษาเสมอกัน พร้อมทั้งจัดให้มีหลักสูตรและแผนการศึกษาเป็นครั้งแรก โดยกราบ
บังคมทูลพระกรุณาต่อรัชกาลท่ี ๕ ให้แบ่งระดับการศึกษาสยามให้สอดคล้องกับอารยประเทศ เป็นที่มา
ของจัดทา "โครงแผนการศึกษาในกรุงสยามของกรมศึกษาธิการ พ.ศ.๒๔๔๑" ซึ่งเป็นแผนการศึกษา
ฉบับแรกของประเทศ และได้มีส่วนก่อรากฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีผลทาให้ระบบการศึกษา
ของไทยยังคงมีอยู่ตลอดจนถึงปัจจุบันน้ี ท้ังหนังสือสมบัติผู้ดี ก็ได้บรรจุในหลักสูตรการสอนของโรงเรียนบาง
แห่ง รวมถึงเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ยังถูกใช้ในพิธกี ารทุกแห่ง และเพลงสามัคคีชมุ นุมที่สร้างความหึกเหิม
สามัคคีในหมู่คณะ ก็ยังมีการใช้ร้องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าได้ซาบซ้ึงถึงผลงานอันมีคุณค่าด้านการศึกษา
ไทยและบทเพลงที่ส่งผลให้เกิดความหึกเหิมขึ้นในจิตใจที่ท่านได้สร้างไว้ซ่ึงมีผลต่อคนในสมัยปัจจุบันเป็นอย่าง
มาก ขา้ พเจ้าจะเรยี นรู้ ปฏิบตั ิ และนาไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวันเพ่ือใหเ้ กดิ ผลดแี กต่ นเอง
อ้างอิง : “เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี(หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล).”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:
https://guru.sanook.com/8612/ สบื คน้ เม่อื ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๖๓
พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐยี รโกเศศ)
โดย น.ส.อรญั ญา ดรณุ ี
ช้นั ม.๖/๔ เลขที่ ๓๒
ประวตั ิ
พ ร ะ ย าอ นุ ม าน ร าช ธ น มี น าม เดิ ม ว่า ห ลี ก ว งห ย ง ต่ อ ม าท่ าน ได้ เป ลี่ ย น ชื่ อ เป็ น ย ง
นามสกุลได้รบั พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั วา่ “เสถยี รโกเศศ” เป็นบุตรนายหลี
หรือมะลิและนางเฮียะ เกิดเม่ือวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๓๑ เริ่มเรียนหนังสือคร้ังแรกกับบิดาจนอายุได้
๙ ขวบมารดานำไปฝากเรียนที่โรงเรียนบ้านพระยานานา เรียนได้สองปีจึงย้ายมาเรียนท่ีโรงเรียนอัสสัมชัญ
ในพ.ศ.๒๔๔๒
ผลงาน
พระยาอนมุ านราชธนไดร้ บั เชญิ เปน็ อาจารยพ์ เิ ศษท่ีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งเช่นคณะอักษรศาสตร์
ค ณ ะ ค รุ ศ าส ต ร์ ค ณ ะ รั ฐ ศ า ส ต ร์ จุ ฬ า ล งก ร ณ์ ม ห าวิ ท ย า ลั ย ม ห า วิ ท ย า ลั ย ธ ร ร ม ศ าส ต ร์
และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน พระยาอนุมานราชธนได้มีผลงานทางวิชาการ สารคดี
และบันเทิงคดีท้ังงานแปลและงานเขียน ซ่ึงได้พิมพ์เผยแพร่จำนวนมากกว่า ๒๐๐ เรอ่ื ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย
เช่น นิรุกติศาสตร์เบื้องต้น นิรุกติศาสตร์ ภาค ๑-๒, กามนิต แปลจากเร่ือง The Pilgrim Kamanita
by John E. Logie โดยแปลและเรียบเรียงร่วมกับนาคะประทีป หิโตปเทศ (เรียบเรียงร่วมกับนาคะประที
๖๔
ศาสนาเปรียบเทียบ ลัทธิของเพื่อน พ้ืนความหลัง เร่ืองของชาติไทย, โดยใช้นามปากกาว่าเสฐียรโกเศศ ย.
เสถียรโกเศศ คารม พ.ศ. (เปลย่ี นตาม พ.ศ. ทป่ี ระพันธ)์ นามานลุ กั ษณ์ และ ส.ก.
พระยาอนุมานราชธน เป็นนักปราชญ์ และราชบัณ ฑิตของไท ยที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน
ทางด้านวัฒ นธรรมของไทยจำนวนหลายสาขานับเป็นการบุกเบิกงานด้านวัฒ นธรรมของชาติ
ท้งั ทางด้านภาษาศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมานุษยวทิ ยา รวมทั้งการเผยแพร่วฒั นธรรมของไทย
ให้เป็นท่ีรู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวต่างชาติ และเป็นนักปราชญ์คนที่ ๖ ของไทยที่องค์การศึกษา
วทิ ยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก(UNESCO)ประกาศยกยอ่ งให้เป็นบคุ คลสำคัญผู้
มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลกในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ของพระยาอนุมานราชธนเม่ือ
พ.ศ.๒๕๓๑
จากการท่ไี ด้ทำการศึกษาประวัตขิ องพระยาอนุมานราชธนทำให้ดิฉันคดิ วา่ ทา่ นเปน็ บุคคลที่น่ายกยอ่ ง
นบั ถือเป็นแบบอย่างของปราชญ์ทศ่ี ึกษา เสาะแสวงความรูด้ ้วยตัวเองโดยการคน้ คว้าหาความรู้ ถามไถ่ท่านผู้มี
ปัญญาเพือ่ ให้ได้รู้ในสง่ิ ทอี่ ยากรู้แต่ยงั ไมร่ ู้ ซงึ่ เป็นแบบอย่างทีด่ ีในการดำรงชวี ติ ในยุคสมัยนี้ทีก่ ารศึกษาเรือ่ งราว
ต่างๆมักจะต้องศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเองน่ันเอง และในฐานะนักเรียนของดิฉัน การมีความมมุ่งม่ันศึกษา
เล่าเรียน เรียนร้ดู ้วยตนเองถือป็นสิ่งทค่ี วรทำเปน็ อย่างยิ่ง เพราะจะสามารถทำให้เข้าใจในวิชาต่างๆได้มากข้ึน
มึความรู้ประดับตัว และนี่จะเป็นสิ่งที่ดิฉันพยายามท่ีจะทำตามและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของดิฉันให้
มากทสี่ ดุ
อา้ งองิ
“พระยาอนุมานราชธน” [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก:
https://th.m.wikipedia.org/wiki/พระยาอนุมานราชธน.
สืบคน้ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓
“พระยาอนุมานราชธน” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก:
http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title
สืบค้น ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๖๕
หมอ$ มหลวงป*น+ มาลากลุ
โดย นางสาว ณฐั ณิชา สโุ นภักดิ์ ช้ัน ม.๖ ห8อง ๔ เลขท่ี ๓๓
หมBอมหลวงปDนE มาลากุล เกิดเมือ่ วันท่ี ๒๔ ตุลาคม พุทธศกั ราช ๒๔๔๖ ณ บา8 นถนนอษั ฏางคR
อำเภอพระนคร จงั หวัดพระนคร เปVนบุตรชายคนเดยี วของเจา8 พระยาพระเสดจ็ สุเรนทราธิบดี (หมBอมราชวงศR
เปยY มาลากลุ ) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และทาB นผ8หู ญิงเสง่ียม พระเสด็จสเุ รนทราธบิ ดี (นามสกุลเดมิ
วสันตสงิ ห)R เมอ่ื อายุได8 ๘ ขวบบดิ าได8นำหมBอมหลวงปEนD เขา8 เฝาb ถวายตัวเปนV มหาดเลก็ ในพระบาทสมเดจ็ พระ
มงกุฎเกล8าเจ8าอยBหู วั ท่ีพระท่นี ่งั อมั พรสถานในพระราชวงั ดสุ ติ หลงั จากเรียนไดค8 รง่ึ ปพY ระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล8าเจา8 อยูBหวั ทรงพระกรุณาโปรดเกลา8 ฯใหเ8 ปนV นกั เรยี นมหาดเลก็ รบั ใช8 ทำให8หมอB มหลวงปDEนได8เรยี นร8ู
ขนบประเพณีตBางๆของพระราชสำนกั และไดเ8 ปนV นักเรียนเสือปhา ตBอมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา8
เจา8 อยูหB ัวทรงสBงไปศึกษาตBอทปี่ ระเทศอังกฤษโดยทุนของกระทรวงธรรมการพ.ศ.๒๔๖๔ ไดร8 ับการศึกษาขัน้
อดุ มศึกษา ณ มหาวทิ ยาลยั ลอนดอน และมหาวิทยาลยั ออกซฟR อรRด ประเทศองั กฤษ จนสำเรจ็ ปรญิ ญาตรี
เกยี รตินิยม สาขาวิชาภาษาโบราณตะวนั ออก และปรญิ ญาโททางอกั ษรศาสตรR เมอื่ กลับประเทศไทย
หมอB มหลวงปDนE เริ่มรับราชการเปVนอาจารยRประจำกองแบบเรียน กรมวิชาการ กระทรวงธรรมการ
ขณะเดียวกนั ได8เปVนอาจารยRพิเศษทีจ่ ุฬาลงกรณRมหาวทิ ยาลยั โดยสอนวชิ าภาษาไทยใหก8 ับนิสติ คณะอกั ษร
ศาสตรR และสอนวิชาภาษาองั กฤษใหน8 ิสติ คณะแพทยศาสตรR
• ในปY พ.ศ.๒๔๘๐ ได8จดั ตง้ั โรงเรียน เตรียมอุดมศกึ ษาขน้ึ ซงึ่ ถอื วาB เปVนโรงเรยี นสหศกึ ษาแหBงแรก โดย
การยุบรวมโรงเรยี นมธั ยมหอวงั และทาB นได8ดำรงตำแหนBงผู8อำนวยการคนแรกของโรงเรยี น
• ก6อตง้ั โรงเรียนฝก8 หัดครูชั้นสงู ซง่ึ ตอB มา ได8เปล่ยี นชอ่ื เปVน มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒและเปดD การ
สอนถึงระดับดุษฎีบัณฑิต
๖๖
• ภายหลงั การรัฐประหาร พ.ศ. ๒๕๐๐ ทาB นได8จดั ทำ “โครงการพฒั นาการศึกษาในส6วนภมู ิภาค”,
“โครงการฝ8กหดั ครชู นบท” , “โครงการพัฒนาการศกึ ษา”เพือ่ กBอใหเ8 กิดความเสมอภาคทาง
การศึกษา
• มกี ารจดั ตัง้ มหาวิทยาลยั เชียงใหม6 เริ่มจัดตัง้ หอJ งสมุดเสียงเปนV ทแ่ี รก เพอื่ รวบรวมวรรณกรรมร8อย
แกว8 ด8านพระราชดำรสั พระบรมราโชวาทและปาฐกถาของผม8ู ีช่อื เสียงดา8 นตาB งๆมกี ารนำเทคโนโลยมี า
ใช8 เชBน จัดต้งั วิทยุการศึกษา , ทJองฟาL จำลอง
• ก6อต้ังหอวชิราวธุ านุสรณเP พอ่ื รำลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ุณของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา8
เจา8 อยูหB ัวเพื่อเปนV คลังปญq ญาในการศกึ ษาคน8 คว8ารวบรวมและเผยแพรBพระราชนิพนธRของพระองคR
ทBาน
• ทาB นยังมผี ลงานตีพมิ พPเปVนเลBมเผยแพรรB วม ๒๐๗ เร่ือง ๕หมวด
พรอ8 มยังไดร8 ับเกยี รติคณุ ทางวฒั นธรรม เปVนศลิ ปDนแหBงชาติ ไดร8 ับพระเก้ียวทองคำ และขนึ้ เปนV ปชู ณยี
บคุ คลด8านภาษาไทยและวรรณกรรม ไดร8 บั การยกยอB งจากองคกR ารศึกษาวิทยาศาสตรแR ละวัฒนธรรมของ
สหประชาชาติ(UNESCO) ใหเ8 ปVนบคุ คลดเี ดBนและบคุ คลสำคญั ๔ ด8าน ได8แกB สาขาการศกึ ษา วัฒนธรรม
วรรณกรรม และการสอ่ื สารมวลชน
จากการศกึ ษาชีวประวตั ิ เกยี รติประวตั ิ และผลงานอนั มีคBาของหมอB มหลวงปนED มาลากุลท่สี รา8 งใหแ8 กB
สงั คมไทย ทBานสงB เสรมิ ให8มีการจัดตง้ั โรงเรียนทวั่ ท้งั ประเทศเพ่อื ให8ประชาชนทุกคนมีการศึกษาที่ดี มคี วาม
เสมอภาคทางการศึกษา เหน็ ความสำคญั กับการศึกษา จงรกั ภกั ดอี ยาB งลึกซง้ึ ผลงานท่ีมากมายของทBานสงB ผล
ใหค8 นรนุB ใหมBมกี ารศกึ ษาทดี่ ี
ทำใหข8 8าพเจา8 ซาบซ้งึ ในบุญคณุ ของคนในสมัยกอB น และเปนV สิ่งที่ดที ำให8ตระหนกั ถงึ เรอ่ื งการศึกษา
มากขึ้น เหน็ คุณคาB ของการใชช8 วี ติ และอยากใช8ชวี ิตตามรอยหมBอมหลวงปEDน โดยการเปนV นักการศึกษาทด่ี ี
ตง้ั ใจศกึ ษา ใช8หอ8 งสมดุ ใหค8 8ุมคBา ศึกษาทอ8 งฟbาจำลอง และ เลBาเรยี นตามทท่ี าB นไดป8 ระสงคRใหค8 นไทยมี
การศึกษาเพอ่ื นำความร8ูที่ได8รบั มานำมาพัฒนาประเทศตอB ไป
อาJ งอิง “ม.ล.ปDEน มาลากลุ ครแู ละนักการศึกษาผู8ยงิ่ ใหญ.B ”(ออนไลนR). เข8าถงึ จาก:
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/26306 สืบคน8 วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
“ หมBอมหลวงปนDE มาลากุล”(ออนไลนR).เขา8 ถึงจาก:
https://sites.google.com/site/prawatisastrperson/hmxm-hlwng-pin-mala-kul
สบื คน8 วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
๖๗
สบื นาคะเสถียร
โดย นางสาวธญั ชนก นยั เนตร์ ชนั้ ม.๖ ห้อง ๔ เลขที่ ๓๔
กอ่ นรงุ่ สางของวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓
ไดเ้ กิดเสียงปืนดงั ขึน้ หนง่ึ นดั ณ บ้านพกั หวั หนา้ เขต
รักษาพันธส์ุ ตั ว์ปา่ หว้ ยขาแขง้ จ.อุทัยธานี สง่ ผลให้ สบื
นาคะเสถียร นกั อนรุ ักษ์และหัวหนา้ เขตรกั ษาพนั ธุ์
สตั วป์ ่าหว้ ยขาแขง้ ตอ้ งจบชวี ิตลง ทว่าเสยี งปืนนัดนัน้
มิได้เงยี บหายไปเหมอื นเสยี งปนื นดั อื่น ๆ หากแตย่ งั ดงั
กอ้ งสะท้อนต่อมาอกี นานนบั หลายสบิ ปี…
สืบ นาคะเสถียร เกดิ เม่อื วันเสาร์ที่ ๓๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ทีต่ าบลท่างา อาเภอเมอื ง จงั หวัด
ปราจีนบุรี เปน็ ลูกของนายสลบั นาคะเสถยี ร อดีตผู้วา่ ราชการจงั หวัดปราจีนบุรี และนางบญุ เย่ียม นาคะ
เสถยี ร มพี ่ีน้องทงั้ หมดสามคน สบื มชี ื่อเดิมวา่ "สบื ยศ" มีช่อื เลน่ ว่า "แดง" สืบได้ทาการสมรสกบั นสิ า นาคะ
เสถยี ร มบี ุตรสาวหนง่ึ คน คอื ชนิ รตั น์ นาคะเสถยี ร
การเร่ิมตน้ ทางานของ สืบ นาคะเสถยี ร
พ.ศ. ๒๕๑๘ สบื สอบเขา้ กรมป่าไมไ้ ด้ แตเ่ ลอื กทจี่ ะมาทางานท่กี องอนรุ ักษส์ ตั ว์ปา่ โดยไปประจาทีเ่ ขต
รักษาพันธ์ุสตั วป์ ่า เขาเขียว-เขาชมพู่ จงั หวดั ชลบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๒๒ สบื ได้รบั ทุนจาก British Council ไปเรียนปรญิ ญาโททีม่ หาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศ
อังกฤษในสาขาอนรุ กั ษว์ ิทยา
พ.ศ. ๒๕๒๔ สืบดารงตาแหน่งหัวหน้าเขตหา้ มลา่ สัตว์ปา่ บางพระ และเรม่ิ งานวจิ ัยชิน้ แรก คือ
การศึกษาการทารงั วางไขข่ องนกบางชนิด ท่ีอ่างเกบ็ น้าบางพระ จังหวดั ชลบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๒๘ สืบเดินทางไปทาวิจยั เรอื่ งกวางผา กบั ดร.แซนโดร โรวาลี ทด่ี อยมอ่ นจองในบริเวณเขต
รกั ษาพนั ธสุ์ ตั ว์ป่าอมกอ๋ ย จงั หวัดเชียงใหม่ และเกดิ เหตกุ ารณไ์ ฟไหม้ป่า จนทาให้เจา้ หนา้ ทพ่ี ทิ กั ษ์ปา่ เสียชีวิต
สร้างความสะเทือนใจใหแ้ ก่ สบื นาคะเสถยี ร เป็นอย่างมาก
พ.ศ. ๒๕๒๙ สืบรับเป็นหวั หน้าโครงการอพยพสตั ว์ป่าในเขอ่ื นเช่ียวหลาน จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี มีสัตว์
นับพนั ตวั ได้รบั ความช่วยเหลือ แต่สืบรู้ดีว่ามสี ตั วอ์ กี นบั จานวนมหาศาลที่ตายจากการสร้างเขอื่ น และใน
ระหว่างนน้ั สบื ไดค้ น้ พบรังนกกระสาคอขาวปากแดงคร้ังแรกในประเทศไทย
๖๘
สบื นาคะเสถยี ร กับบทบาทการเปน็ นักอนรุ กั ษ์
พ.ศ. ๒๕๓๐ สบื ไดเ้ ปลย่ี นบทบาทจากนกั วิชาการไปสู่นักอนรุ กั ษ์ เขาได้เข้ารว่ มตอ่ สคู้ ดั คา้ นการสรา้ ง
เขอื่ นน้าโจน จงั หวดั กาญจนบรุ ี โดยสบื ชใ้ี ห้เหน็ ถงึ บทเรยี นจากการทมี่ สี ตั ว์จานวนมาก ล้มตายหลงั จากการ
สรา้ งเขื่อนเชีย่ วหลาน สบื เรมิ่ ตน้ อภปิ รายทุกครงั้ วา่ “ผมขอพดู ในนามของสตั วป์ า่ ”
พ.ศ. ๒๕๓๑ สืบและเพอื่ นอนุรกั ษอ์ อกโรงคัดคา้ นการทีบ่ ริษทั ไม้อดั ไทยจะขอสัมปทานทาไม้ ทปี่ ่า
หว้ ยขาแข้ง สืบได้อภิปรายวา่ “คนท่ีอยากอนุญาตใหท้ าไม้กเ็ ปน็ กรมปา่ ไม้ คนที่จะรักษากเ็ ป็นกรมป่าไม้
เหมอื นกนั ”
พ.ศ. ๒๕๓๒ สืบไดร้ บั ทนุ เรียนตอ่ ปรญิ ญาเอกทป่ี ระเทศองั กฤษ แต่ตดั สนิ ใจเข้ารับตาแหนง่ หัวหนา้
เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ัตวป์ า่ หว้ ยขาแข้ง สืบพบปญั หาตา่ ง ๆ มากมายในห้วยขาแข้ง อาทิ ปัญหาการตดั ไมท้ าลายป่า
การล่าสัตวข์ องบคุ คลทม่ี ีอทิ ธพิ ล เจ้าหนา้ ทีพ่ ิทกั ษป์ ่าถกู ยิงเสียชีวิต ปัญหาความยากจนของชาวบ้านรอบปา่
และทส่ี าคญั คอื ปญั หาเหล่านีไ้ มเ่ คยได้รบั ความสนใจจากผใู้ หญ่เลย เพราะเหตุนส้ี ืบจงึ ทมุ่ เทเขียนรายงาน
นาเสนอยเู นสโก เพอ่ื พจิ ารณาให้ป่าทงุ่ ใหญน่ เรศวรและหว้ ยขาแขง้ เป็นมรดกโลก อันเปน็ สงิ่ คา้ ประกนั ใหพ้ ้นื ท่ี
แห่งน้ไี ดร้ บั การคมุ้ ครองอยา่ งเตม็ ที่
ความสาคญั ของสบื นาคะเสถยี ร
สบื นาคะเสถยี ร เป็นนักอนรุ กั ษ์และนกั วิชาการดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติชาวไทย มชี ่ือเสยี งจากการ
พยายามปกป้องแกง่ เช่ียวหลานและเขตรักษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่าทงุ่ ใหญ่-ห้วยขาแข้ง
ผลงานที่ทามปี ระโยชน์ตอ่ สงั คมอย่างไร
ตลอดระยะเวลาการทางาน สบื ไดช้ ่วยดแู ลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและชวี ิตสตั ว์ปา่ เอาไวเ้ ปน็ จานวน
มาก และหลงั จากเหตกุ ารณค์ รัง้ นั้น ภาครัฐก็ไดใ้ หค้ วามสาคญั ในด้านการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดล้อมมากข้นึ ก่อใหเ้ กิด
นโยบายตา่ ง ๆ เพอ่ื รักษาผนื ปา่ ออกมามากมาย สว่ นภาคประชาชนก็ไดม้ ีการรณรงคป์ ลูกจติ สานึก เพอ่ื สบื
ทอดเจตนารมณ์ของสบื นาคะเสถียร
สิ่งท่ีได้จากการศกึ ษาประวัติบุคคลท่านนี้
ได้รับร้แู ละตระหนกั ถงึ ปัญหาต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ กับทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในประเทศไทย ทาให้
ปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมการใชช้ วี ิตประจาวนั ของตนเอง เชน่ มกี ารใชก้ ระดาษให้ครบทงั้ ๒ หนา้ และใชก้ ระดาษ
รีไซเคลิ เพอื่ ลดการตัดไม้ทาลายปา่ , พกกระบอกน้าไปโรงเรยี น และใช้กระเป๋าผา้ เพื่อลดการใชพ้ ลาสตกิ , แยก
ขยะก่อนทิ้ง เพอื่ ใหง้ า่ ยต่อการนาไปรไี ซเคลิ และ ไม่เปดิ นา้ หรือไฟท้งิ ไว้เม่ือไม่ได้ใช้งาน เปน็ ตน้
อา้ งองิ
มลู นธิ ิสบื นาคะเสถียร. “ประวัติ สบื นาคะเสถียร.” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:https://www.seub.or.th/bio
-seub-nakhasathien/ ๒๕๖๐. สบื ค้น ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๖๙
สมเดจ็ พระเพทราชา
โดย น.ส.ธญั วภิ า แจ่มแจง้ ชนั้ ม.๖/๔ เลขท่ี ๓๕
บทนา
ประวตั ิ : สมเดจ็ พระเพทราชา แตเ่ ดมิ เป็นสามญั ชนชอ่ื วา่ "ทองคา" เป็นชาวบา้ นพลูหลวง
แขวงเมอื งสุพรรณบุรี ประสตู เิ ม่อื พ.ศ. ๒๑๗๕ ปีเดยี วกบั สมเดจ็ พระนารายณ์ และทรงเป็น
พระสหายกบั สมเดจ็ พระนารายณม์ าตงั้ แต่เม่อื ครงั้ ยงั ทรงพระเยาว์ เน่อื งจากพระมารดาของ
พระองคเ์ ป็นพระนมโทในสมเดจ็ พระ
ผลงาน : ในรชั สมยั ของพระองค์ ได้มกี ารเปลย่ี นแปลงโครงสรา้ งการปกครองใหม่ โดย
กาหนดใหห้ วั เมอื งฝ่ายเหนืออยใู่ นความดูแลของสมุหนายก และหวั เมอื งฝ่ายใตอ้ ยใู่ นความ
ดแู ลของสมุหพระกลาโหม โดยแบง่ ใหแ้ ต่ละฝ่ายรบั ผดิ ชอบดแู ลกจิ การทงั้ ดา้ นทหารและพล
เรอื นในภมู ภิ าคนนั้ ๆนอกจากน้พี ระองคย์ งั ไดเ้ พมิ่ จานวนกาลงั ทหารใหแ้ ก่กรมพระราชวงั
บวรสถานมงคลหรอื วงั หน้า เพอ่ื เป็นกาลงั ป้องกนั วงั หลวงอกี ทางหนง่ึ ด้วย
๗๐
เกยี รตปิ ระวตั ิ : ปลายรชั สมยั ของสมเดจ็ พระนารายณ์เจา้ พระยาวชิ าเยนทร์ สรา้ งความไม่
พอใจ เน่อื งจากเจา้ พระยาวชิ าเยนทร์ พยายามจะโน้มน้าวสมเดจ็ พระนารายณ์ ใหเ้ ปลยี่ นไป
นบั ถอื ศาสนาครสิ ต์ อกี ทงั้ ยงั ไดก้ ระทาการหมนิ่ น้าใจชาวพทุ ธหลายครงั้ และมคี วามระแวงวา่
เจา้ พระยาวชิ าเยนทร์ จะนาทหารฝรงั่ เศสเขา้ ยดึ กรงุ ศรอี ยธุ ยา สมเดจั้ พระเพทราชาจงึ ยดึ
อานาจจากสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช และไดป้ ระหารเจา้ พระยาวชิ าเยนทร์ รวมทงั้ ผอู้ ย่ใู น
ข่ายทจ่ี ะไดส้ บื ราชสมบตั ติ อ่ จากสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช เม่อื สมเดจ็ พระนารายณ์
สวรรคต เสนาบดกี ลาโหม จงึ ปราบดาภเิ ษกขน้ึ เป็น สมเดจ็ พระเพทราชา ครองราชสมบตั สิ บื
ต่อจากสมเดจ็ พระนารายณ์ นับเป็นกษตั รยิ อ์ งคท์ ่ี ๒๘ แหง่ กรุงศรอี ยธุ ยา (ไม่นบั รชั กาลขนุ ว
รวงษาธริ าช)
สรปุ
สมเดจ็ พระเพทราชามคี วามสาคญั คอื การตดั สนิ ใจยดึ อานาจสมเดจ็ พระนารายณ์
ปกป้องสยามไม่ใหต้ กเป็นเมอื งขน้ึ ของฝรงั่ เศส
ผลงานทท่ี ามปี ระโยชน์ต่อสงั คม คอื ประเทศไทยไมส่ ูญเสยี ศาสนาประจาชาติ ช่วย
ภกิ ษุ สามเณรใหไ้ ม่ตอ้ งสกึ แลว้ ลาสกิ ขาออกมารบั ราชการโดยไม่สมคั รใจเน่อื งจากการกระ
ของฟอลคอน ทาใหป้ ระเทศไม่ตอ้ งตกเป็นเมอื งขน้ึ ของตา่ งประเทศ
ไดเ้ รยี นรูว้ ่าสมเดจ็ พระเพทราชาตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของศาสนาประจาชาติ ความเสยี สละท่ี
จะออกมาเป็นกระบอกเสยี งทาในสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ งเพ่อื ปกป้องประเทศชาตบิ า้ นเมอื ง
อา้ งองิ
“พระเพทราชา” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://th.m.wikipedia.org/wiki/สมเดจ็ พระเพทราชา
สบื คน้ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
๗๑
พระเจ&าบรมวงศ-เธอ กรมหม่ืนพิไชยมหินทโรดม
โดย นางสาวพรชนัน สุทธิจติ
ชนั้ ม.๖ หอ9 ง ๔ เลขท่ี ๓๖
บทนำ
ประวตั ิ
พระเจ9าลกู ยาเธอ พระองคFเจา9 เพญ็ พฒั นพงษF เปนL พระราชโอรสพระองคFที่ ๔๑ ในพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกลา9 เจ9าอยูหP วั ประสูติเมอ่ื วนั ท่ี ๑๓ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๒๕ เสด็จไปศกึ ษาทางดา9 นเกษตรศาสตรF
จากประเทศองั กฤษ สำเร็จการศึกษาเม่ือ พ.ศ.๒๔๔๖ ขณะพระชนั ษา ๒๐ ป[ กลับมารับราชการเปLนผชู9 วP ยปลัด
ทลู ฉลองกระทรวงเกษตราธกิ าร ในป[ พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล9าเจา9 อยูหP วั ทรงพระกรุณา
โปรดเกล9าฯ ตง้ั พระเจา9 ลูกยาเธอ พระองคFเจ9าเพญ็ พฒั นพงศF เปนL กรมหมนื่ พิไชยมหินทโรดม
พระเจ9าลูกยาเธอ กรมหม่ืนพิไชยมหนิ ทโรดม ประชวรวณั โรคภายในมานาน แมพ9 ระบิดาจะ
พระราชทานหมอหลวงมาถวายการรกั ษา พระอาการก็ยงั ทรดุ จนส้ินพระชนมFเมอื่ วนั ท่ี ๑๑ พฤศจกิ ายน
พ.ศ. ๒๔๕๒ เวลา ๑๖.๐๘ น. พระชนั ษา ๒๘ ป[
ผลงานและเกยี รตปิ ระวัติ
ในป[ พ.ศ. ๒๔๔๕ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา9 เจ9าอยหูP ัว มีพระราชวนิ จิ ฉยั ใหอ9 ุดหนนุ การทำไหม
และทอผ9าของประเทศ โดยได9วาP จ9าง ดร.คาเมทาโรP โทยามPา จากมหาวิทยาลยั โตเกยี ว ทดลองเลย้ี งไหมตาม
แบบฉบบั ของญป่ี นุc สอนและฝกe อบรมนกั เรยี นไทยในวิชาการเล้ยี งและการทำไหม พร9อมกบั สร9างสวนหมPอน
และสถานเี ลย้ี งไหมข้ึนท่ตี ำบลศาลาแดง กรงุ เทพ ทรงจดั ต้งั กองชPางไหมข้นึ ในกระทรวงเกษตราธิการ ตอP มา
วันท่ี ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๔๖ กระทรวงเกษตราธิการได9รวมกองการผลิต, กองการเล้ียงสตั วF และกองชาP ง
ไหม ตง้ั ขนึ้ เปนL "กรมชาP งไหม" โดยมี พระเจา9 ลกู ยาเธอ พระองคเF จ9าเพ็ญพัฒนพงษF เปLนอธิบดีกรมชาP งไหม
พระองคแF รก
๗๒
งานหลกั ของกรมชPางไหม คือ การดำเนนิ งานตามโครงการของสถานีทดลองเล้ยี งไหม เริ่มดว9 ยการ
กอP ตั้งโรงเรียนสอนการทำไหมขึน้ ในพระราชวังดุสิต เมื่อเดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๔๖ และเปดh โรงเรยี นสอน
การทำไหมขึ้นท่ปี ทมุ วัน เรียกวาP "โรงเรียนกรมชPางไหม" เม่ือวนั ท่ี ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๗ โดยมี
วัตถุประสงคเF พอื่ สรา9 งผเู9 ช่ียวชาญ ศึกษาวิจัย และฝeกพนกั งานคนไทยข้นึ แทนคนญ่ีปุนc ในเวลาตอP มาโรงเรียน
แหงP นี้ไดพ9 ัฒนาเปLนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรF
พระเจ9าลกู ยาเธอ พระองคเF จ9าเพญ็ พัฒนพงษF ทรงสนพระทยั ดนตรีไทย โปรดให9มีวงปjพ[ าทยวF งหนึ่ง
เรยี กกันวPา "วงพระองคเF พญ็ " พระองคยF งั ทรงเลPนดนตรไี ดห9 ลายชนดิ และทรงเปLนนกั แตPงเพลงที่สามารถ เม่ือ
คร้ังเสด็จกลับจากประเทศองั กฤษ กรมหม่ืนพิไชยมหินทโรดมได9เสด็จไปนครเชียงใหมP เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๖ ทรง
ชอบพอกบั เจ9าชมช่ืน ณ เชียงใหมP พระธิดาใน เจ9าราชสมั พนั ธวงศF (ธรรมลงั กา ณ เชียงใหมP) กับเจ9าคำยนP ณ
เชยี งใหมP ได9โปรดใหข9 9าหลวงใหญมP ณฑลพายัพเปLนเฒPาแกPเจรจาสขPู อ แตPไดร9 ับการทดั ทาน ไมPมโี อกาสทีจ่ ะได9
สมรสกนั ทำให9พระองคโF ศกเศรา9 มาก และได9ทรงพระนิพนธFเพลงลาวดำเนินเกวียน (หรอื ลาวดวงเดือน) ข้นึ
เมือ่ ใดท่ีทรงระลกึ ถงึ เจา9 หญิงชมชน่ื ก็จะทรงดนตรีเพลงนีม้ าตลอดพระชนมชพี
สรุป
พระเจ9าบรมวงศFเธอ กรมหมนื่ พิไชยมหินทโรดม ทรงเปนL
อธบิ ดีกรมชาP งไหมพระองคFแรกของประเทศไทย ซงึ่ โรงเรียนกรม
ชาP งไหมถกู ผนวกเข9ากบั โรงเรียนแผนท่ีและโรงเรียนกรมคลอง จงึ
เกดิ เปLนโรงเรียนเกษตราธิการ กPอนจะกลายมาเปนL มหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตรFในปoจจบุ ัน และทรงเปLนผูน9 พิ นธเF พลงลาวดวงเดือน
ซึง่ อยูPคPูกับวงการเพลงไทยตั้งแตPอดตี จนถงึ ปจo จุบัน บทเพลง
สะทอ9 นใหเ9 หน็ ถึงความออP นช9อยงดงามของภาษา และคาP นยิ มทาง
สงั คมในสมยั น้นั
การศกึ ษาประวัตขิ องพระองคF ทำให9เกดิ ความใฝcรู9ในดา9 น
ตาP งๆ ทั้งเศรษฐศาสตรF การเกษตร ดนตรี เราทุกคนตPางเติบโตมา
กับเพลงลาวดวงเดือน การศกึ ษาประวตั ขิ องพระองคF ยังสามารถ
ทำให9เราไดร9 ท9ู ่มี าของเพลงๆ นี้ อกี ทงั้ ยงั เปLนแรงบันดาลใจในการ
ทำหนา9 ทีข่ องตนในดา9 นตPางๆ ใหเ9 ต็มความสามารถ เปLนตวั อยPางท่ี
ชดั เจนวPาคนๆ หน่งึ สามารถศกึ ษาในความรแ9ู ขนงตPางๆ ไดอ9 ยPางไมP
มที สี่ ้นิ สดุ และหากทำเต็มทแ่ี ล9ว จะสามารถทำไดด9 ีในทุกๆ ด9านอีก
ดว9 ย
อา9 งอิง : “พระเจา9 บรมวงศFเธอ กรมหมื่นพไิ ชยมหนิ ทโรดม.” [ออนไลน]F . เข9าถึงได9จาก:
https://th.m.wikipedia.org/wiki/พระเจา9 บรมวงศFเธอ_กรมหมืน่ พไิ ชยมหินทโรดม สบื คน9 ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓.
๗๓
สมเด็จพระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก
โดย นางสาวพรธชิ า บุญรอด ชน้ั ม.๖ ห;อง๔ เลขท๓ี่ ๗
จากการศึกษาด;านการแพทยIของไทยตง้ั แตโL บราณของประเทศไทยมกี ารพัฒนาทางดา; น
สาธารณสุขตLางๆและทาL นคือหนงึ่ ในบคุ คลสำคัญท่ที ำใหว; งการสาธารณสุขของประเทศไทยคือ
“สมเดจ็ พระมหิตลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก” ซง่ึ การจดั ทำรายงานครงั้ นีท้ างผู;จัดทำได;
รวบบรวมข;อมลู จากบทความตLางๆ และทางผจ;ู ัดทำหวงั เปน\ อยLางยง่ิ วLาการทำรายงานในครงั้ น้ีจะเป\นประโยชนI
แกLผ;ูอาL นและผูท; ีส่ นใจไมLมากกน็ อ; ย
สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดุลยเดชวกิ รม พระบรมราชชนกเป\นพระราชโอรสพระองคทI ี่ ๖๙ ใน
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล;าเจา; อยูLหัวเสดจ็ พระราชสมภพเม่ือวนั ศุกรI เดือนย่ี ปเ_ ถาะ ข้ึน ๓ ค่ำ
ตรงกับวนั ท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๔ มพี ระนามเตม็ ในขณะนัน้ วLา "สมเด็จพระเจา; ลูกยาเธอ เจ;าฟeามหิดล
อดุลยเดช นเรศวรมหาราชาธบิ ดนิ ทรI จฬุ าลงกรณินทรวรางกรู สมบูรณIเบญจพรสิรสิ วสั ดข์ิ ัตติยวโรภโตสชุ าติ
คุณสังกาศเกยี รตปิ ระกฤษฐลักษณะวจิ ติ รพิสฏิ ฐบุรษุ ยI ชนุดมรตั นพฒั นศักด์ิ อรรควรราชกุมาร"
สมเด็จพระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก
ในเบอ้ื งต;นรงศกึ ษาอกั ษรสมัย ณ โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวงั ในป_ พ.ศ. ๒๔๔๘ และเข;า
เรียนโรงเรยี นนายรอ; ยชั้นประถม หลังจากนัน้ ไดเ; สด็จไปศกึ ษาตLอในสหราชอาณาจกั ร พรอ; มดว; ยนกั เรียนทุน
หลวงในสมยั นัน้ หลายพระองคแI ละหลายคนดว; ยกัน และเขา; ศึกษาในโรงเรียนแฮรโI รวI (Harrow) ในกรงุ
ลอนดอน องั กฤษ จนถงึ ป_ พ.ศ. ๒๔๕๐ ในป_ พ.ศ. ๒๔๕๙ สมเดจ็ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร ผูท; รงดำรง
ตำแหนLงผช;ู วL ยปลดั ทูลฉลอง และ ผ;ูบญั ชาการราชแพทยาลัย ทรงพิจารณาเหน็ วาL โรงเรยี นแพทยIอยใLู นฐานะ
ลา; หลงั มาก เมือ่ เทยี บกบั โรงเรียนในยุโรป โดยเฉพาะอยLางย่งิ ในด;านวทิ ยาศาสตรI ดังน้นั ทรงตกลงพระทัยท่จี ะ
ปรบั ปรงุ เป\นการใหญL แตLกต็ อ; งประสบปwญหาวาL หาผู;ท่มี วี ชิ ามาเปน\ อาจารยไI มLได; จงึ ได;ทรงพยายามชักชวนผร;ู ;ู
มารวL มงาน พร;อมทง้ั ได;ขอรอ; งให;กระทรวงธรรมการตดิ ตอL กบั มูลนิธิรอ็ กกเี ฟลเลอรI ใหช; Lวยจดั อาจารยIในวิชา
กายวิภาคศาสตรI สรีรวทิ ยา พยาธวิ ทิ ยาและศัลยกรรมมาและพระองคทI รงหนั มาสนพระทัยการแพทยIและ
๗๔
สาธารณสุขทีพ่ ระองคทI รงไดเ; คยศึกษามา โดยพระองคIทรงออกอบุ ายเชิญสมเด็จพLอเสดจ็ ประทับเรอื ยนตI
ประพาสทางนำ้
ไปตามคลองบางกอกใหญL คลองบางกอกนอ; ย พอถึงปากคลองบางกอกนอ; ย จึงทลู เชิญขอให;ทรงแวะที่ศิรริ าช
พยาบาล และเมื่อพระองคไI ดท; อดพระเนตรเหน็ โรงคนไข; ซง่ึ เป\นเรอื นไมห; ลังคาจาก มที ่ีไมLพอรับคนไข; มีคนไข;
น่ังรอนอนรออยตLู ามโคนไม; และขาดแคลนอุปกรณทI างแพทยI
สมเด็จพระบรมราชชนกทรงทราบถึงความยากลำบากและขาดแคลนของศริ ริ าช ทรงสลดพระทัยเปน\ อยาL งย่งิ
กรมพระยาชยั นาทนเรนทรจงึ กราบทลู วงิ วอนใหส; มเดจ็ พระบรมราชชนก ทรงเข;ามาชLวยจัดการการศกึ ษา
แพทยI
พระราชกรณียกจิ ประการแรกพระองคไI ด;พระราชทานใหน; ักเรยี นออกไปศกึ ษา ๑๐ ทุน ในสาขาท่ี
เก่ียวกับการแพทยI สมเดจ็ พระบรมราชชนกทรงมีความเห็นวLานักเรยี นแพทยIทส่ี ำเรจ็ การศกึ ษาจาก
ตLางประเทศจะได;ศกึ ษาเพยี งเฉพาะโรคที่เกิดข้ึนในเขตนน้ั เทLาน้ัน เมือ่ กลับมาประเทศไทยควรจะศกึ ษาตLออกี
๑ ป_ เพื่อจะใหไ; ดร; บั ความรแ;ู ละความชำนาญโรคของประเทศไทย แตLทางการก็มิอาจทำได;ดงั พระราชประสงคI
เปน\ เหตุให;ไมทL รงพอพระราชหฤทัย ดังน้นั พระองคจI งึ ทรงเปลี่ยนพระราชหฤทยั จากจะทรงทำงานใน
โรงพยาบาลศิรริ าช มาเป\นเสด็จไปโรงพยาบาลแมคคอรมI คิ จังหวดั เชยี งใหมL
พระบรมราชชนกทรงมคี วามเอาใจLใสLในการรกั ษาประชาชนอยาL งมาก ชาวเมอื งเชียงใหมจL งึ ขนานพระนามของ
พระองควI าL “หมอเจา; ฟeา”
และเมอื่ วนั ที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ พระบรมราชชนกกไ็ ดเ; สด็จสวรรคตด;วยพระโรคฝ_บดิ ในพระยก
นะ(ตบั ) โดยมีโรคแทรกซ;อนคอื พระปwปผาสะบวมนำ้ และพระหทยั วาย พระชนมายุได; ๓๗ ป_ ๘ เดอื น ๒๓ วนั
หลงั จากทรงทนทรมานอยไูL ด; ๓ เดอื นครึง่
สรปุ
พระองคทI รงศึกษาและพฒั นาทางดา; นการแพทยตI ลอดระยะเวลา ๑๐ ป_ ทีท่ รงเก่ยี วขอ; งกับการแพทยไI ด;
ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกจิ ไว;มากมาย ทรงอุทศิ ทั้งพระราชทรัพยแI ละพระวรกาย พระสตกิ ำลังเพอื่
การแพทยโI ดยแท; ทรงพระราชทานทุนเพื่อการศึกษาและคน; คว;า พระราชทานพระราชทรพั ยIเพอ่ื การกLอสรา; ง
ตึกตาL งๆ และขยายพ้นื ท่โี รงพยาบาลศิรริ าช ในดา; นการสาธารณสขุ ทรงเคยสำรวจสขุ าภบิ าลในกรุงเทพ เพื่อ
เปรยี บเทียบกับตLางประเทศทีท่ รงศึกษามา ทรงชวL ยอบรมสาธารณสุขมณฑล และเคยทรงปรารภวาL จะใหม; ีการ
เผาศพดว; ยไฟฟeา เพื่อใหเ; ป\นไปตามหลกั สูตรสขุ าภบิ าล
การนำมาใช-ในชวี ติ ประจำวัน
สามารถนำมาปรับใชใ; นชีวติ ประจำวนั ไดเ; ชนL ความขยันหม่ันเพยี ร ตง้ั ใจในการเรียนการสอบตLางๆ
ชวL ยเหลอื ผทู; ที่ ุกขยI ากกวาL เรา รจู; กั ศึกษาและค;นคว;าความรใ;ู หมLตลอดเวลา
อ-างองิ สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก ทรปู ลกู ปญC ญาดอทคอม.
สบื คน- ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓
๗๕
จอมพลสมเดจ็ พระราชปิ ตลุ าบรมพงศาภิมุข
เจา้ ฟ้าภาณุรงั ษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพนั ธุวงศ์วรเดช
โดย นางสาวพิมพพ์ จี เลศิ ศรีปรียา ม.๖ห้อง๔ เลขท่๓ี ๘
จอมพลสมเดจ็ พระราชปิ ตุลาบรมพงศาภมิ ขุ เจา้ ฟ้าภาณุรังษีสวา่ งวงศ์ กรมพระยาภาณุ
พนั ธุวงศว์ รเดช ประสูตรเมอื่ วนั ท่ี ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๒ ทรงเป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว กบั สมเดจ็ พระเทพศิรินทราบรมราชินี ทรง
เป็นพระราชอนุชาร่วมพระราชชนนี กบั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว
ทรงเสกสมรสกบั แมน้ บนุ นาค บุตรีเจา้ พระยาสุรวงศไ์ วยวฒั นพพิ ฒั นศกั ด์ิ ( วร
บนุ นาค )สมเดจ็ เจา้ ฟ้าฯกรมพระยาภาณุพนั ธุวงศว์ รเดชชาววงั มกั เอ่ยพระนามอย่าง
ลาลองวา่ "สมเดจ็ พระราชปิ ตลุ าฯ" ส่วนชาวบา้ นมกั ออกพระนามวา่ "สมเด็จวงั บรู พา"
เพราะทรงมีวงั ช่ือวา่ "วงั บรู พาภริ มย"์ ซ่ึงกค็ อื ตาแหน่งที่เป็นยา่ นวงั บูรพาในปัจจุบนั
ตามพระประวตั นิ ้นั ทรงเป็นจอมพลในรชั กาลท่ี๗ท่ที หารรกั มากเลา่ กนั มาว่าพวก
ทหารมกั จะแบกพระองคท์ า่ นข้ึนบนบ่าแห่แหนในวาระทม่ี ีการฉลองตา่ ง ๆ
ผลงานทส่ี าคญั
๑. เม่อื คร้ังทรงดารงตาแหน่งผแู้ ทนผูบ้ ญั ชาการกรมทหารทวั่ ไป เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ (ขณะน้นั เจา้ ฟ้ามหาวชิรุณหิศ
พระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เป็น ผูบ้ ญั ชาการทหารทวั่ ไป มพี ระชนั ษาเพียง ๑๑ ปี ) ทรงรบั พระ
บรมราชโองการในเรื่องต่าง ๆ ดงั น้ี
- การต้งั ขอ้ พระราชบญั ญตั สิ าหรับการฝึกหัดทหารเพื่อให้นายทหารและพลทหารปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามแบบแผน
- การต้งั ขอ้ พระราชบญั ญตั สิ าหรบั ทหารในการปราบปรามโจรผูร้ ้ายตามหวั เมอื งเพ่มิ เติมจากพระราชกาหนด
กฎหมายสาหรบั กรมทหาร
- การต้งั โรงเรียนทหาร คอื โรงเรียนทหารสราญรมย์ เพอื่ ใหเ้ ป็นสถานทีฝ่ ึกหัด นกั เรียนทหาร โดยต้งั ขอ้ บงั คบั
สาหรบั โรงเรียนทหาร เรียกวา่ “บญั ญตั ิ โรงเรียนทหารสราญรมย์ ”
- การต้งั พระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขธรรมเนียมกาหนดอายคุ นท่รี บั ราชการทหารและพระราชบญั ญตั ิสาหรับกรมทหาร
๗๖
๒.สมเดจ็ เจา้ ฟ้าภาณรุ งั ษีสว่างวงศ์ หรือ "สมเด็จวงั บูรพา" ทรงจดั ทาหนงั สือพมิ พข์ ่าวรายวนั ชื่อวา่ “หนงั สือคอ๊ ต
ขา่ วราชการ” หรือ “COURT” มกี ารจดั ส่งหนงั สือใหแ้ ก่สมาชิกทกุ เชา้ เมือ่ ไปส่งหนงั สือให้สมาชิกคน สมาชิก
เหลา่ น้นั กจ็ ะสามารถฝากจดหมายกบั คนส่งหนงั สือพิมพ์ เพอื่ ส่งไปหาสมาชิกคนอ่นื ๆ ได้ โดยจะติดแสตมป์ และ
เขยี นช่ือทอ่ี ยูผ่ รู้ บั -ผสู้ ่งใหเ้ รียบร้อย คนส่งหนงั สือขา่ วราชการจงึ นบั เป็น “บรุ ุษไปรษณีย์ คนแรก”
๓.ทรงเป็นผนู้ าปกป้องดูแล "รัชกาลท่ี ๕" คร้ังข้นึ ครองราชย์
เมื่อรัชกาลที่๕ข้ึนครองราชยน์ ้นั บรรยากาศบา้ นเมอื งไมค่ ่อยจะเรียบร้อยนกั โดยเฉพาะกลมุ่ ผมู้ อี านาจซ่ึงมอี ยู่
หลายกลุม่ ทาให้เกดิ การหวาดวิตกกงั วลกนั วา่ พระเจา้ อยหู่ ัวรัชกาลที่๕ทา่ นจะดารงพระชนม์ ตอ่ ไปไดห้ รือไม่
ประการใด จะมผี ใู้ ดคิดการใหญ่ คดิ การรา้ ย หรือแมแ้ ต่สุขภาพพระองคเ์ องน้นั จะทรุดโทรมลงหรือไม่ รวมความ
แลว้ คอื มีคล่ืนใตน้ ้าอยใู่ นตอนตน้ ของรัชกาลที่ ๕ ดงั น้นั จงึ มกี ารต้งั กล่มุ องครักษพ์ ทิ กั ษร์ ชั กาลท่ี ๕แสดงความ
จงรกั ภกั ดี สืบราชการลบั ว่ามีใครคิดร้ายตอ่ รชั กาลท่ี ๕ อยา่ งไร และคนท่ีเป็นหัวหนา้ แกนนาของกลุม่ องครักษ์
ดงั กล่าว คอื นอ้ งชายรัชกาลท่ี ๕ องคส์ ุดทอ้ ง “สมเดจ็ วงั บรู พา”ความย่งิ ใหญข่ อง “สมเด็จวงั บรู พา” มิไดม้ เี พยี ง
เท่าน้นั เพราะในสมยั รัชกาลที่ ๕เคยเป็นผแู้ ทนพระองคเ์ สดจ็ ไปประเทศตา่ งๆ ไปเย่ยี มเยยี นเจา้ นายใน
ตา่ งประเทศจงึ ไดเ้ ป็นทรี่ ูจ้ กั มกั คุน้ ทว่ั ไปทว่ั โลกโดยเฉพาะในยโุ รป และญป่ี ่ ุน “สมเดจ็ วงั บูรพา” ทรงเป็นนอ้ งท่ี
รชั กาลที่๕รักและไวว้ างใจมากท่ีสุดในบรรดาพ่ีนอ้ งท้งั ๔ พระองค์
อา้ งอิง:”จอมพลสมเด็จพระราชปิ ตลุ าบรมพงศาภมิ ขุ เจา้ ฟ้าภาณุรงั ษีสวา่ งวงศ์ กรมพระยาภาณุพนั ธุวงศว์ ร
เดช”[ออนไลน์] เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=สมเด็จเจา้ ฟ้า_กรมพระยานุพนั ธุวงศว์ รเดช
สืบคน้ . ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓.
สรุป
สมเด็จเจา้ ฟ้า กรมพระยาภาณุพนั ธุวงศว์ รเดชมีความสาคญั กบั ประเทศไทยในดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ
(ทรงเป็นพระราชอนุชาทพ่ี ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงมีพระราชประสงคใ์ ห้เป็นผชู้ ว่ ยราชการ
ในกิจการท้งั ปวงแทนพระองค)์ และดา้ นการทหารความมนั่ คงของชาติซ่ึงส่งผลให้สงั คมไทยไดร้ ับความ
ปลอดภยั จากทหารทมี่ ปี ระสิทธิภาพเป็นประโยชน์ กบั ประชาชนอย่างมากนอกจากน้ีทา่ นทรงเป็นเป็นบุคคลแรก
ในการจดุ ประกายกิจการดา้ นส่ือสารไปรษณียใ์ หเ้ กิดข้นึ ในสยามประเทศทาให้สังคมไดร้ บั รูข้ า่ วสารตา่ งๆซ่ึง
ความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาของท่านก็คอื ความพระปรีชาสามารถของพระองคเ์ ชน่ การบริหารการจดั การดูแล
ปกครองบา้ นเมอื งแทนรัชกาลท่๕ี ความจงรกั ภกั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เช่นรัชกาลท่ี๕และความเพยี รพยายามของพระองค์
เป็ นตน้
๗๗
พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
โดย นางสาวโมทนา มีที
ช้นั ม.๖ ห้อง ๔ เลขท่ี ๓๙
ยุคสมยั น้นั เปล่ยี นไปตามกาลเวลาต้งั แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจุบนั ซ่ึงในประเทศไทยกวา่ จะมาถึงยุคสมยั ปัจจุบนั ต่าง
ก็มีเร่ืองราวมากมาย ความเจริญรุ่งเรือง เหตกุ ารณส์ าคญั ท่ีเกิดข้ึนในสมยั น้นั
ตา่ งมีบคุ คลสาคญั ในประวตั ิศาสตร์ที่เป็นส่วนสรา้ งมรดกมากมายไวใ้ ห้ลูกหลาน ไดศ้ ึกษาเรียนรู้
และเป็นส่ิงสาคญั ในประเทศชาติ ไมว่ ่าจะทางดา้ นการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และการศกึ ษา
ดิฉันจึงขอยกตวั อยา่ หน่ึงในบุคคลสาคญั ดา้ นการศกึ ษา นกั ปราชญด์ า้ นภาษาท่ไี ดร้ บั สมญานามวา่
“ศาลฎกี าภาษาไทย” เพอ่ื เป็นการเชิดชเู กียรติและราลกึ ถงึ คุณงามความดีต่อประเทศชาติ
พระยาศรีสุนทรโวหาร หรือนามเดิม นอ้ ย อาจารยางกรู เกดิ วนั ท่ี ๕
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๕ ทจี่ งั หวดั ฉะเชิงเทรา เรียนหนงั สือข้นั ตน้ กบั พีช่ าย
คอื หลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (ไทย) เมื่ออายุได้ ๑๓ ปีเขา้ มาอย่ทู ว่ี ดั สระเกศ
ไดบ้ รรพชาเป็นสามเณรอยู่ ๘ ปี เรียนภาษาไทย ภาษาขอม
และภาษาบาลีจนเช่ียวชาญ
ท้งั ยงั ไดศ้ กึ ษาคมั ภรี ์พุทธศาสนากบั พระอาจารยใ์ นสานกั ต่าง
เมื่ออายคุ รบไดอ้ ุปสมบทเป็นภิกษุและเขา้ สอบแปลพระปริยตั ธิ รรม
ดารงสมณเพศอยู่ ๑๑ พรรษา เม่อื ลาสิกขาแลว้ ไดเ้ ขา้ รับราชการในกรมมหาดเล็ก
ต่อมาไดเ้ ป็นขุนประสิทธิอกั ษรสาตร ดารงตาแหน่งผชู้ ว่ ยกรมพระอาลกั ษณ์
ขณะน้นั ตาแหน่งเจา้ กรมอกั ษรพิมพการวา่ งอยู่
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯให้เป็นเจา้ กรมอกั ษรพมิ พการดว้ ย
ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯใหด้ ารงตาแหน่งขนุ สารประเสริฐปลดั ทลู ฉลองกรมพระอาลกั ษณ์
ทาหนา้ ท่กี ากบั พนกั งานกองตรวจสอบทานหนงั สือขา้ งท่ี คร้ังน้นั พระเจา้ นครเชียงใหม่นาชา้ งเผอื กมาถวาย
โปรดเกลา้ ฯ ให้เป็นผขู้ นานนามและแตง่ ฉันทส์ มโภช และโปรดเกลา้ ฯให้เป็น
๗๘
ผขู้ นานนามชา้ งและแตง่ ฉันทก์ ล่อมชา้ งเหล่าน้นั ตอ่ มาทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
ใหพ้ ระยาศรีสุนทรโวหารเป็นพระอาจารยถ์ วายพระอกั ษรสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช เจา้ ฟ้ามหาวชริ ุณหิศ
สยามมกฎุ ราชกุมาร และสมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้าวชิราวธุ รวมท้งั พระเจา้ ลกู ยาเธอพระองคอ์ นื่ ๆ ดว้ ย
และในพ.ศ. ๒๔๓๐
พระยาศรีสุนทรโวหารไดร้ ับพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯใหเ้ ป็นองคมนตรีและไดร้ ับราชการสนองพระเดชพระคุณดว้ ยดี
ตลอดมาและไดถ้ งึ แกอ่ นิจกรรมในพ.ศ.๒๔๓๔ อายุได้ ๗๐ ปี
พระยาศรีสุนทรโวหารมีผลงานท่ีเด่นมากในวงการศกึ ษา ท่านเป็นผแู้ ต่งตาราเรียนชุดแรกของไทย
ซ่ึงในสมยั น้นั เรียกวา่ “แบบเรียนหลวง” ๖ เลม่ ไดแ้ ก่ ไดแ้ ก่ มูลบทบรรพกจิ วาหนิต์ินิกร อกั ษรประโยค
สงั โยคพธิ าน ไวพจน์พิจารณ์ และพศิ าลการนั ต์ มลู บทบรรพกิจ
เป็นหนงั สือใชส้ อนนกั เรียนทเี่ ริ่มเรียนโดยจดั ลาดบั ต้งั แตง่ า่ ยไปยากและหนงั สือกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าอกี หลายเรื่อง
เช่น อนนั ตวภิ าค เขมรากษรมาลา อไุ ภยพจน์ ปกรี ะณาพจนาดถ์ ไวพจน์ประพนั ธ์ วิธีสอนหนงั สือไทย
พรรณพฤกษา สตั วาภิธาน สยามสาธก วรรณสาทศิ
งานชิ้นสาคญั ชิ้นหน่ึงคอื ทา่ นไดร้ ับแต่งต้งั ให้เป็นแม่กลองตรวจโคลงบรรยายประกอบรูปภาพเรื่อง “รามเกยี รต์ิ”
พระยาศรีสุนทรโวหารมคี วามสาคญั ในประวตั ศิ าสตร์การศกึ ษาเป็นอย่างมากเพราะ “แบบเรียนหลวง”
เป็นแบบเรียนชุดแรกท่ีใชเ้ ป็นแบบหัดอ่านเบ้ืองตน้ ของนักเรียนและเป็นแบบทีท่ างราชการเป็นผูจ้ ดั พิมพข์ ้ึนเป็นมาต
รฐาน และยงั รวมถึงผลงานดา้ นอ่ืนๆท่ีมคี ุณคา่
ทาให้เป็นจุดเริ่มตน้ ของการพฒั นาดา้ นการศกึ ษาจากอดตี มาจนถงึ ปัจจุบนั จากท่ไี ดศ้ ึกษาชีวประวตั ิ
ทาใหไ้ ดเ้ ห็นถึงความสามารถ ความเสียสละ ความเหน็ดเหนื่อย เพ่อื การสร้างและพฒั นาประเทศให้เจริญย่งิ ข้ึน
หากไม่มผี ทู้ เี่ สียสละและอุทิศตนต่อประเทศในอดีต ประเทศไทยกค็ งจะไมส่ ามารถพฒั นามาไดถ้ ึงปัจจุบนั น้ี
ดฉิ ันจึงอยากนาสิ่งเหล่าน้ีมาปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั คือ ต้งั ใจทางาน ขยนั ใฝ่รูใ้ ฝ่เรียน พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
และจะอนุรกั ษส์ ่ิงเหล่าน้ีไวใ้ หค้ งอยสู่ ืบต่อไป
อา้ งองิ
“แบบเรียนหลวง.”[ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.baanjomyut.com สืบคน้ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓
“พระยาศรีสุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกรู )”.[ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://th.wikipedia.org/wiki/พระยาศรีสุนทรโวหาร_(น้อย_อาจารยางกรู ) สืบคน้ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓